Category Archives: Lifestyle

ลอนดอนตอกย้ำความเป็นผู้นำ นิวยอร์กไต่ลำดับขึ้นอย่างรวดเร็ว ในขณะที่โตเกียวอยู่ในอันดับ 3 เช่นเดิม

Logo

ดัชนี GPCI 2018 ของ The Mori Memorial Foundation จัดอันดับ 44 เมืองที่น่าสนใจที่สุดในโลก

โตเกียว–(BUSINESS WIRE )–18 ต.ค. 2018

ลอนดอน, นิวยอร์ก, โตเกียว และปารีสถูกจัดอันดับให้เป็นเมืองที่มีเสน่ห์โดยรวมมากที่สุดในโลก ตามลำดับที่ได้กล่าวไป โดยดัชนี the Global Power City Index (GPCI) 2018 ได้มีการตีพิมพ์รายงานของโดยสถาบัน Mor Memorial สำหรับยุทธศาสตร์การจัดการชุมชนเมือง ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยที่ก่อตั้งขึ้นโดย Mori Building ซึ่งเป็นบริษัทผู้พัฒนาเมืองชั้นนำในโตเกียว รายงานประจำปีของ GPCI ได้จัดอันดับ 44 เมืองใหญ่ ๆ ในแง่ของ "ความมีเสน่ห์ดึงดูด" หรืออำนาจโดยรวมในการดึงดูดบุคคลที่สร้างสรรค์และองค์กรต่างๆจากทั่วโลกตั้งแต่ปี 2008 โดยเมืองต่าง ๆ ได้รับการจัดอันดับโดยใช้ 70 ตัวชี้วัดจาก 6 หมวด ได้แก่ เศรษฐกิจการวิจัยและพัฒนา ปฏิสัมพันธ์ด้านวัฒนธรรม ความน่าอยู่อาศัย สิ่งแวดแวดล้อม และความสามารถในการเดินทางเข้าถึง

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณลักษณะเป็นมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่:

https://www.businesswire.com/news/home/20181017005307/en/

กรุงลอนดอนยังเป็นหนึ่งเดียว นิวยอร์กไต่อันดับขึ้นอย่างรวดเร็ว โตเกียวมีความแตกแยกในสาขาต่าง ๆ และปารีสกระเตื้องคืนมา

เมืองชั้นนำ 4 แห่งยังคงไม่เปลี่ยนแปลงจากปีที่แล้ว โดยมีลอนดอน, นิวยอร์ก, โตเกียวและปารีสที่ดำรงตำแหน่งในอันดับที่หนึ่งถึงสี่เหมือนเดิม ลอนดอนยังคงนำหน้าต่อไป แถมยังได้คะแนนเพิ่มด้วยแรงผลักดันที่ยังไม่อ่อนแรงหลังจากกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิกในปี 2012 นอกจากนี้ลอนดอนยังได้ปรับปรุงหมวดหมู่ที่อ่อนแอที่สุดของตนก่อนหน้านี้ อย่างด้านความน่าอยู่อาศัย (Livability) และยังคงแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องในด้านการมีปฏิสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม (Cultural Interaction)

ปัจจุบัน ในขณะที่ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักรทำให้เกิดการเกลี่ยสมดุลของจุดแข็งในหลายประเภท แต่ก็ทำให้ลอนดอนมีโอกาสในการแสดงศักยภาพที่จะเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาส ทำให้สามารถสานต่อความเป็นผู้นำ และก้าวต่อไปข้างหน้าในฐานะเมืองที่ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับที่สูงที่สุด

หลังจากที่วิกฤตการเงินของโลกได้ผ่านพ้นไป นิวยอร์กทำคะแนนได้สูงที่สุดภายในหนึ่งปีนับตั้งแต่เริ่มมีการจัดอันดับ GPCI เนื่องจากได้รับประโยชน์จากผลกระทบของการประเมินผลที่แข็งแกร่ง ในด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับสตาร์ทอัพ และความหลากหลายของตัวเลือกสถานที่ทำงาน นิวยอร์กยังดำรงตำแหน่งสูงสุดในด้านการวิจัยและพัฒนา และเศรษฐกิจ เนื่องจากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นในอัตราภาษีนิติบุคคล ผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้นต่อการเติบโตของ GDP ในสหรัฐฯ เนื่องจากความขัดแย้งทางการค้าอาจส่งผลต่อการจัดอันดับในอนาคตของนิวยอร์กและสภาพแวดล้อมและความน่าอยู่อาศัยยังคงเป็นจุดอ่อนที่สำคัญ โตเกียวซึ่ง ซึ่งติดอยู่ใน 10 อันดับแรกในทุกด้าน ยกเว้นด้านสิ่งแวดล้อม ไต่ขึ้นสู่ท็อป 10 เป็นครั้งแรกในด้านความน่าอยู่อาศัย ด้วยการปรับปรุงด้านเวลาการทำงานที่ดีขึ้น โตเกียวมีคะแนนเพิ่มขึ้นทุกปีตั้งแต่ปี 2015 แต่ยังมีความมุ่งมั่นในการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศค่อนข้างน้อย โดยตกจากอันดับที่ 12 ไปสู่อันดับที่ 29 ในด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ เช่นเดียวกับลอนดอนในปี 2012 โตเกียวเองก็หวังว่าจะสร้างคะแนนก่อนและหลังการเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิกเกมในปี 2020 สำหรับ ปารีส หลังจากตกไปอยู่ที่อันดับที่สี่ เพราะมีการโจมตีของผู้ก่อการร้ายหลายครั้งในปี 2015 ก็เริ่มฟื้นตัวขึ้นในด้านคะแนนรวม ซึ่งรวมทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นด้วย  เมื่อมาถึงตอนนี้ที่ปารีสโอลิมปิกและพาราลิมปิกเกมส์ ปี 2024 ได้ถูกประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ ปารีสน่าจะต้องแข่งขันกับโตเกียวเพื่อการเติบโตที่อิงจากโอลิมปิกเกมส์

ไฮไลท์อื่น ๆ (เมืองตั้งแต่อันดับที่ 5 ลงไป)

  • สิงคโปร์ (# 5) ซึ่งเป็นเมืองที่มีความแข็งแกร่งทางด้านเศรษฐกิจเสรี อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล และการประชุมระหว่างประเทศ ตอนนี้อยู่ที่อันดับแรกของโลกในด้านความพึงพอใจในการทำงานของพนักงาน และเป็นอันดับหนึ่งในเอเชียสำหรับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสำหรับสตาร์ตอัพ ยอดจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศและในจำนวนผู้อยู่อาศัยในสิงคโปร์จากต่างประเทศ ทำให้สิงคโปร์กลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศชั้นนำของเอเชีย

  • อัมสเตอร์ดัม (# 6) ยังคงได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองที่เป็นมิตรในเชิงที่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีสำหรับการทำธุรกิจ เมืองนี้อยู่ในอันดับหนึ่งในด้านความเตรียมพร้อมด้านไอซีทีและเป็นอันดับ 8 ในด้านสภาพแวดล้อมสำหรับสตาร์ตอัพ และได้รับการประเมินว่าเป็นเมืองที่ให้คุณภาพชีวิตที่ดีเยี่ยม รวมทั้งการเป็นอันดับที่สองในด้านความพึงพอใจในชีวิตของพนักงาน ซึ่งเป็นรองแค่สิงคโปร์เท่านั้น อัมสเตอร์ดัมและเมืองใกล้เคียงอย่าง แฟรงค์เฟิร์ต (# 15) ยังได้ถูกจันลำดับให้อยู่ในอันดับต้น ๆ ในด้านการเข้าถึง (อันดับโดยรวมที่อันดับ 6)

  • โซล (#7) ยังอยู่ในอันดับต้น ๆ ด้านการวิจัยและพัฒนาอีกครั้ง โดยอยู่ที่อันดับที่สามในด้านจำนวนนักวิจัย อันดับที่ห้าในด้านการใช้จ่ายเพื่อการวิจัยและพัฒนา และอันดับที่สองในด้านจำนวนสิทธิบัตร ในด้านสิ่งแวดล้อม โซลเป็นผู้นำทุกเมืองในเอเชียในด้านความมุ่งมั่นในการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศ (อยู่อันดับที่ 14 โดยรวม) และอัตราการรีไซเคิลขยะ (อันดับที่ 1)

  • เบอร์ลิน (# 8) ประสบความสำเร็จในการจัดอันดับสูงสุดในด้านความน่าอยู่อาศัย และอยู่ในอันดับหกในด้านการมีส่วนร่วมทางวัฒนธรรม เพราะมีโอกาสที่มากมายในด้านนี้ เบอร์ลินมีจุดแข็งด้านสิ่งแวดล้อม โดยเป็นอันดับหนึ่งในยุโรป (อันดับที่สี่โดยรวม) ในด้านอัตราการรีไซเคิลขยะ (Waste Recycle Rate) และเป็นอันดับหนึ่งใน 10 อันดับแรก (อันดับห้าโดยรวม) ในด้านความครอบคลุมในการใช้พลังงานเขียว (Green Coverage)

  • ฮ่องกง (# 9) อยู่ในอันดับที่ 5 โดยรวมในหมวดเศรษฐกิจ นโยบายที่เป็นมิตรกับธุรกิจทำให้เมืองนี้เป็นอันดับหนึ่งในด้านเสรีภาพทางเศรษฐกิจ และเป็นอันดับสองในด้านอัตราภาษีนิติบุคคล และเพราะการมีท่าเรือที่มีประสิทธิภาพสูงทำให้ฮ่องกงเป็นอันดับแรกในการขนส่งแบบ International Freight Flows และเป็นอันดับหนึ่งในเอเชีย (อันดับสามโดยรวม) ในด้านมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก

  • ซิดนีย์ (# 10) อยู่อันดับที่ห้าในด้านเสรีภาพทางเศรษฐกิจ และอันดับที่เจ็ดในด้านความหลากหลายของทางเลือกในด้านสถานที่ทำงาน นอกจากนี้ซิดนีย์ยังเป็นเลิศด้านสิ่งแวดล้อม เป็นอันดับหนึ่งในกลุ่ม GPCI ท็อป 10 คุณภาพอากาศที่ดีเยี่ยมของซิดนีย์ได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งในด้านความเข้มข้นของ SO2 และ NO2 และอันดับสี่ในด้านความเข้มข้นของ SPM นอกจากนี้ซิดนีย์อยู่ในอันดับที่หกในด้านความมุ่งมั่นในการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20181017005307/en/

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม:

มูลนิธิ Mori Memorial Foundation

สถาบันด้านยุทธศาสตร์การจัดการชุมชนเมือง Institute for Urban Strategies

Peter Dustan + 81-3-6406-6800

แฟ็กซ์ : + 81-3-3578-7051

info@mori-m-foundation.or.jp

http://mori-m-foundation.or.jp/english/ius2/gpci2/

หรือ

สำหรับสื่อจากต่างประเทศติดต่อ

Weber Shandwick

Reina Matsushita / Kaya Tanabe,

โทร: + 81- (0) 80-2375-0295 / +81 (0) 90-7726-7027

อีเมล: moribldg@webershandwick.com

IWBI เปิดตัวเครือข่ายที่ปรึกษาจากทั่วโลกสำหรับ WELL Portfolio

Logo

–ผู้เชี่ยวชาญชั้นนำจะให้คำปรึกษาด้านการออกแบบและการริเริ่มของโครงการนำร่องใหม่ๆ ให้กับหลายๆ อาคารในแต่ละพอร์ตโฟลิโอ

นิวยอร์ก–(BUSINESS WIRE)–16 ตุลาคม 2018

International WELL Building Institute™ (IWBI™) ประกาศในวันนี้เรื่องการรวมทีมที่ปรึกษาจากทั่วโลกเพื่อช่วยให้การเริ่มโครงการนำร่อง WELL Portfolio™ เป็นรูปเป็นร่างและมีความก้าวหน้ามากขึ้น โดยโครงการดังกล่าวเป็นแนวทางใหม่ที่มีประสิทธิภาพที่ WELL Certification™ นำมาใช้กับอาคารทั้งที่สร้างขึ้นใหม่และอาคารที่มีอยู่ในปัจจุบัน รวมถึงพื้นที่สำหรับเช่าในแต่ละพอร์ตโฟลิโอ

หลังจากที่มีการประกาศไปเมื่อเดือนที่แล้ว ขณะนี้ WELL Portfolio ได้รับการเปิดตัวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนำร่อง WELL v2™ ซึ่งเป็นโครงการ WELL Building Standard™ (WELL™) ชิ้นใหม่ล่าสุด สิ่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของอีกหลายวิธีการที่จะยกระดับ WELL ซึ่งได้แสดงให้เห็นถึงความต้องการที่มากขึ้นทั่วทั้งอุตสาหกรรมของโปรแกรมที่จะช่วยให้เจ้าของอสังหา ผู้พัฒนาและผู้เช่าสามารถยกระดับการพัฒนาด้านสุขภาพและสุขภาวะของอสังหาริมทรัพย์ให้มีประสิทธิภาพและขยายในวงกว้างมากขึ้น ทั้งนี้ ทีมที่ปรึกษาประกอบด้วยทีมงานมืออาชีพ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ และผู้เชี่ยวชาญจากหลายอุตสาหกรรมและภาคส่วน โดยแต่ละคนจะมีวาระหนึ่งปี

“นับตั้งแต่วันที่เราเปิดตัว WELL เป็นครั้งแรก เราได้รับความสนใจอย่างมหาศาลจากบริษัททั่วโลกที่ต้องการได้รับประโยชน์ด้านสุขภาพแบบเดียวกันนี้” นาย Rick Fedrizzi ตำแหน่ง Chairman และ CEO ของ IWBI กล่าว “ความมุ่งมั่นของผู้ที่บุกเบิกเรื่องนี้เป็นรายแรกๆ ซึ่งปัจจุบันได้แบ่งปันความรู้ของพวกเขาในฐานะที่ปรึกษาของเรา คือสิ่งที่จะทำให้กระบวนการนี้ขับเคลื่อนไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลกระทบกับบริษัทในจำนวนที่มากขึ้น และสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับผู้คนทั่วทุกมุมโลกในจำนวนที่มากขึ้น”

ในเดือนที่ผ่านมา IWBI ได้ประกาศรายชื่อบริษัทผู้เข้าร่วมกลุ่มแรก ประกอบด้วย Barclays, Brandywine Realty Trust, CBRE Global Investors and CBRE, Charter Hall, Forest City Realty Trust, Gro, Investa, JLL Asia Pacific, the Lendlease managed Australian Prime Property Fund (APPF) Commercial, Milliken, Miron Construction Co., Inc., Prologis, Inc., Shaw Industries, และ SL Green Realty Corp

ช่วงต้นปีที่ผ่านมา IWBI ได้ประกาศรายชื่อในทีมที่ปรึกษา ซึ่งประกอบด้วยเครือข่ายของผู้คนจากหลากหลายอาชีพที่จะเข้ามาช่วยค้นหา สร้างความเข้าใจ และท้ายที่สุดแล้วระบุผลกระทบด้านสุขภาพในแต่ละหัวข้อของ 10 WELL Concepts ได้อย่างถูกต้องแม่นยำยิ่งขึ้น ซึ่งประกอบด้วยผลกระทบด้านอากาศ น้ำ โภชนาการ แสงสว่าง การเคลื่อนที่ อุณหภูมิที่เหมาะสม วัสดุ เสียง จิตใจและชุมชน

“เราเปิดตัว WELL เวอร์ชันที่สองเพราะเล็งเห็นว่าเราสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพได้ตลอดไม่มีสิ้นสุด” Fedrizzi กล่าวเสริม “การรับฟังกลุ่มนักคิดและผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้และความมุ่งมั่นของเรา ได้พาเราก้าวไปอีกขั้นสู่การเดินทางที่จะทำให้การก่อสร้างโดยคำนึงถึงสุขภาพของผู้คนมีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น”

ทีมที่ปรึกษา WELL Portfolio ประกอบด้วย:

Rahul Agrawal ตำแหน่ง Head of Workplace Strategy, Planning and Projects จาก BNP Paribas (นิวยอร์ก, นิวยอร์ก); Jennifer Berthelot-Jelovic ตำแหน่ง President and CEO, A SustainAble Production จาก LLC (ASAP) (ลอสแอนเจลิส, แคลิฟอร์เนีย); Frances Cabrera ตำแหน่ง Operational Governance Manager, VP, CRES and Location Strategy จาก Barclays (นิวยอร์ก, นิวยอร์ก); Matthew Clifford ตำแหน่ง Head of Energy and Sustainability Services จาก JLL Asia Pacific (ออสเตรเลีย); Andrew Cole ตำแหน่ง General Manager Sustainability, Investment Management จาก Lendlease (ออสเตรเลีย); Tim Conway ตำแหน่ง VP Sustainability จาก Shaw Industries (โคลัมบัส, โอไฮโอ); Duane Desiderio (วอชิงตัน, ดีซี); Jessica Elengical ตำแหน่ง Head of ESG Strategy, Alternatives จาก DWS Group (นิวยอร์ก, นิวยอร์ก); Billy Grayson ตำแหน่ง Executive Director, Center for Sustainability and Economic Performance จาก Urban Land Institute (วอชิงตัน, ดีซี); Alex Grella ตำแหน่ง General Manager of University City จาก Brandywine Realty Trust (ฟิลาเดเฟีย, เพนซิลเวเนีย); Tim Habraken ตำแหน่ง Associate Director Sustainability จาก CBRE (อัมสเตอร์ดัม, เนเธอร์แลนด์); Tom Hicks ตำแหน่ง Founding Principal and Managing Director จาก The Mabus Group (วอชิงตัน, ดีซี); Philip Ivey ตำแหน่ง Global Strategic Sustainability Leader จาก Milliken’s Global Floor Covering Division (แอตแลนตา, จอร์เจีย); Nina James ตำแหน่ง General Manager, Corporate Sustainability จาก Investa (ออสเตรเลีย); Theresa Lehman ตำแหน่ง Director of Sustainable Services จาก Miron Construction (นีนาห์, ไวโอมิง); John Mandyck ตำแหน่ง CEO จาก Urban Green Council (นิวยอร์ก, นิวยอร์ก); Kelly McCarthy ตำแหน่ง Director, IRIS, Impact Measurement & Management จาก Global Impact Investing Network (GIIN) (นิวยอร์ก, นิวยอร์ก); Joyce Mihalik ตำแหน่ง VP Design Services จาก Forest City Realty Trust (คลีฟแลนด์, โอไฮโอ); Chris Moriarty ตำแหน่ง Director of Insight จาก British Institute of Facilities Management (BIFM) (สหราชอาณาจักร); Lara Muller ตำแหน่ง CEO จาก Blue Building Institute (BBI), (เดอะเฮก, เนเธอร์แลนด์); Ryan Picarella ตำแหน่ง CEO จาก Wellness Council of America (WELCOA) (โอมาฮา, เนแบรสกา); Oliver Pye ตำแหน่ง Associate Director จาก Evora Global (สหราชอาณาจักร); Tony Short ตำแหน่ง Workplace Project Manager จาก Charter Hall (ออสเตรเลีย); Grant Stevens ตำแหน่ง Managing Director, Global Construction Management and Development จาก Prologis, Inc (เดนเวอร์, โคโลราโด); Laura Vulaj ตำแหน่ง Senior Vice President and Director of Sustainability จาก SL Green (นิวยอร์ก, นิวยอร์ก); Dick Watson ตำแหน่ง Director, Wellbeing Operations จาก Aetna (ฮาร์ตฟอร์ด, คอนเนตทิคัต)

เกี่ยวกับ IWBI และ WELL

International WELL Building Institute™ (IWBI™) คือผู้นำการเคลื่อนไหวที่จะพาโลกสู่การเปลี่ยนแปลงในด้านอาคารและชุมชน ด้วยวิธีการที่จะช่วยให้ผู้คนประสบความสำเร็จในเรื่องต่างๆ มากขึ้น โครงการนำร่อง WELL v2™ ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อไม่นานมานี้ เป็นเวอร์ชันล่าสุดของโครงการ WELL Building Standard™ (WELL™) อันโด่งดัง ที่บริษัทนำเสนอให้กับตลาด พร้อมกับโครงการนำร่อง WELL Community Standard™ ซึ่งเป็นระบบให้คะแนนในระดับเขตที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการสร้างชุมชนสุขภาพดีทั่วโลก WELL มุ่งมั่นที่จะหาวิธีการเพื่อทำให้อาคารและชุมชน และทุกสิ่งที่อยู่ในนั้น มีความสบายมากขึ้น สร้างทางเลือกที่ดีกว่า และยกระดับสุขภาพกายและสุขภาพใจของผู้คนให้ดีขึ้น IWBI เป็นแหล่งรวมและขับเคลื่อนชุมชนอสังหาริมทรัพย์ที่มีสุขภาวะที่ดี ผ่านการจัดการของ WELL AP™ ซึ่งมีหน้าที่ในการแสวงหางานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การพัฒนาของทรัพยากรด้านการศึกษา และการสนับสนุนให้เกิดนโยบายที่จะช่วยสร้างสุขภาพและสุขภาวะที่ดีให้เกิดขึ้นในทุกที่ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ IWBI และ WELL โปรดดูที่นี่

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20181016005935/en/

สื่อ
International WELL Building Institute
Jamie Matos
jamie.matos@wellcertified.com

Starbucks แต่งตั้ง Patrick Grismer ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO)

Logo

ซีแอตเติล–(BUSINESS WIRE)–8 ตุลาคม 2018

Starbucks Corporation (NASDAQ: SBUX) (NASDAQ SBUX) ประกาศในวันนี้ว่า Patrick Grismer ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรองประธานบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) ซึ่งรายงานตรงต่อ Kevin Johnson ประธาน Starbucks และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ทั้งนี้ Patrick Grismer รับช่วงต่อจาก Scott Maw ซึ่งจะเกษียณอายุในวันที่ 30 พฤศจิกายน โดย Scott Maw จะยังคงเป็นที่ปรึกษาอาวุโสจนถึงเดือนมีนาคมปี 2019 เพื่อให้แน่ใจว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นไปอย่างราบรื่น และ Patrick Grismer จะเริ่มทำงานกับบริษัทในวันที่ 12 พฤศจิกายน และจะเข้ารับบทบาท CFO ในวันที่ 30 พฤศจิกายน

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณลักษณะเป็นมัลติมีเดีย ดูข่าวฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20181008005394/en/

Patrick Grismer has been appointed Starbucks executive vice president and chief financial officer (c ...

Patrick Grismer ได้รับแต่งตั้งให้เป็นรองประธานบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) ของStarbucks (ภาพ: Business Wire)

Grismer เป็นผู้บริหารด้านการเงินที่ประสบความสำเร็จ ที่จะนำประสบการณ์ความเป็นผู้นำระดับโลก และการจัดการหลายบริษัทที่มีการเติบโตของผู้บริโภค มาสู่  Starbucks ซึ่งประสบการณ์ของเขารวมถึงกว่า 25 ปีที่ร่วมงานกับ Hyatt Hotels Corporation, แบรนด์ Yum! (บริษัท แม่ของ KFC, Pizza Hut และ Taco Bell) และ บริษัท The Walt Disney

ก่อนที่ Grismer จะเข้าร่วม Starbucks ตำแหน่งปัจจุบันของเขาคือ CFO ของ Hyatt ซึ่งเขาได้ดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่เดือนมีนาคมปี 2016 ในหน้าที่นี้เขารับผิดชอบด้านการเงินทั้งหมดทุกด้านทั่วโลก ตลอดจนถึงกลยุทธ์องค์กร การบริหารสินทรัพย์ การก่อสร้าง การจัดหา และการบริการที่ใช้ร่วมกัน

Kevin Johnson ประธานบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสตาร์บัคส์กล่าวว่า "ในฐานะที่เขาเคยเป็น CFO ในบริษัทที่เติบโตด้านผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องหลายบริษัทระดับโลก  Patrick  จะนำความเชี่ยวชาญทางด้านการเงิน ความคิดที่มุ่งเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และความมั่งคั่งของประสบการณ์ในอุตสาหกรรมร้านอาหารมาสู่ Starbucks" " Patrick จะเป็นส่วนเสริมอันยอดเยี่ยมของทีมและผมหวังว่าจะได้เป็นพันธมิตรกับเขาในขณะที่เราดำเนินการไปตามลำดับความสำคัญเชิงกลยุทธ์ของเรา และผลักดันให้เกิดผลประกอบการทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น"

ก่อนหน้าที่ Hyatt Hyatt นั้น Patrick Grismer ได้ดำรงตำแหน่งผู้นำหลายตำแหน่งที่ Yum! Brands  มากกว่า 14 ปีรวมทั้งตำแหน่ง CFO ก่อน Yum! Brands นั้น Grismer ได้ดำรงตำแหน่งทางการเงินและทางยุทธศาสตร์หลายตำแหน่งในบริษัท Walt Disney มามากกว่าสิบปี ซึ่งรวมถึงตำแหน่งรองประธานฝ่ายวางแผนและพัฒนาธุรกิจสำหรับดิสนีย์แลนด์รีสอร์ท ทั้งนี้ Grismer เริ่มต้นทำงานเป็นครั้งแรกในฐานะที่ปรึกษาด้านการบริหารจัดการให้กับ Price Waterhouse

Grismer ได้รับปริญญาวิทยาศาสตร์บัณฑิตสาขาบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนียปริญญาโทสาขาบริหารธุรกิจจาก Kellogg Graduate School of Management ของ Northwestern University และยังมีใบอนุญาติเป็นผู้สอบบัญชีในรัฐแคลิฟอร์เนียอีกด้วย

"ผมรู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้เข้าร่วมกับสตาร์บัคส์และรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมที่รับผิดชอบในการเป็นผู้นำในบริษัทระดับโลกที่โดดเด่นบริษัทนี้ ผมชื่นชมแบรนด์และค่านิยมของ Starbucks มาตลอด และผมหวังว่าจะได้ทำงานร่วมกับ Kevin และทีมผู้นำเพื่อช่วยให้บริษัท ก้าวไปข้างหน้าในช่วงต่อไปของการเติบโต " Patrick กล่าว

เกี่ยวกับ Starbucks

ตั้งแต่ปี 1971 Starbucks Coffee Company ได้มุ่งมั่นที่จะมีจริยธรรมในการจัดหาและการคั่วกาแฟอาราบิก้าที่มีคุณภาพ วันนี้ที่เรามีร้านค้าทั่วโลก บริษัทเป็นผู้คั่วแบบชั้นนำและเป็นผู้ค้าปลีกกาแฟระดับพิเศษของโลก ด้วยความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ในการเป็นเลิศและหลักเกณฑ์ของเรา เราจึงนำประสบการณ์ Starbucks Experience ที่ไม่เหมือนใคร ให้กับลูกค้าทุกคนผ่านทุกถ้วย หากต้องการแบ่งปันประสบการณ์โปรดเยี่ยมชมร้านค้าออนไลน์ของเราที่ Starbucks.com และผ่าน Starbucks Newsroom

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20181008005394/en/

ติดต่อ:

Starbucks Coffee Company

press@starbucks.com

(206) 318 7100

Hong Kong Optical Fair งานแว่นสายตาฮ่องกงเปิดตัวเดือนหน้า

Logo

การเปิดตัวโซลูชั่นด้านไอทีสำหรับอุตสาหกรรมแว่นตาและแบรนด์แว่นตาหลากสไตล์

ฮ่องกง–(BUSINESS WIRE)–05 ตุลาคม 2018

งาน Hong Kong Optical Fair ชั้นนำของเอเชียจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-9 พฤศจิกายน 2018 ที่ศูนย์การประชุมและนิทรรศการฮ่องกงซึ่งจัดโดยสภาพัฒนาการค้าแห่งฮ่องกง (HKTDC)  งานแสดงสินค้าครั้งที่ 26 นี้มีจำนวนผู้แสดงสินค้ากว่า 800 รายจากกว่า 20 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งผู้แสดงสินค้ารายใหม่จากอาร์เจนตินา  ในงานจะมีการเปิดตัว "โซลูชั่นไอทีและอุปกรณ์ร้านค้า" เพื่อนำเสนอเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ล่าสุด

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณลักษณะด้านมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20181005005138/en/

Hong Kong Optical Fair Opens Next Month. (Photo: Business Wire)

Hong Kong Optical Fair เปิดตัวเดือนหน้า. (รูปภาพ: Business Wire)

ลงทะเบียนเพื่อรับ eBadge ฟรี: www.hktdc.com/wap/optical/K159.

งานแสดงสินค้านานาชาติมีโอกาสทางธุรกิจที่ไม่มีที่สิ้นสุด

ในปีนี้ งานแสดงสินค้ามีศาลาสำหรับแบรนด์จากฝรั่งเศส อิตาลี ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน ผู้นำสไตล์จากอิตาลี และสมาคมผู้ผลิตแว่นตาฮ่องกง (HKOMA)  ปีที่แล้วมีผู้ซื้อกว่า 16,000 รายจาก 106 ประเทศ

Brand Name Gallery รวบรวมกว่า 220 แบรนด์ทั่วโลก

ไฮไลต์ Brand Name Gallery รวบรวมกว่า 220 แบรนด์ที่มีชื่อเสียงจากทั่วโลก  แบรนด์ใหม่ที่มีการจัดแสดง ได้แก่ CHARMANT, Daniel Klein, GEORGESBAND, Oscar Eide, WILLIAM MORRIS เป็นต้น  แบรนด์อันทรงเกียรติอื่นๆ ได้แก่ 999.9, BLANC & ECLARE, CLASSICO, Etnia Barcelona, HACHill, ic! berlin ฯลฯ

แบรนด์ที่สร้างสรรค์ของฮ่องกง BIG HORN ได้ร่วมมือกับภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ Justice League ในการคอลเลคชั่นร่วมแบบจำนวนจำกัด  นักออกแบบแบรนด์ได้ออกแบบแว่นตากันแดด 6 แบบโดยอิงจากตัวละครในภาพยนตร์

เปิดตัวโซนผลิตภัณฑ์ใหม่พร้อมเทคโนโลยีและอุปกรณ์ล่าสุด

งาน "IT Solutions and Shop Fittings" จะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 10 ราย  ผู้จัดแสดงสินค้า 3DNA ของฮ่องกงได้เปิดตัวแพลตฟอร์มแว่นตาสำหรับค้าปลีกและเทคโนโลยีที่จะทำมอบประสบการณ์การซื้อแว่นตาที่ไม่เหมือนใคร  ผู้ค้าแว่นตารายปลีกสามารถดำเนินการสแกนหน้าและเลือกแว่นตาที่ให้กับลูกค้าอย่างแม่นยำ  ทางลูกค้าสามารถสร้างกรอบของตนด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์แบบ 3D

ศักยภาพมากมายในตลาดคอนแทคเลนส์

เพื่อสนองความต้องการของตลาดที่ใหญ่โต โซน "Contact Lens & Accessories" จะย้ายไปอยู่ที่ชั้น 2 Mezzanine ของ HKCEC

การเพิ่มมูลค่า

การประชุมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับทัศนมาตรศาสตร์ในฮ่องกงครั้งที่ 16 จะจัดขึ้นระหว่างงาน โดยนำเสนอผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเพื่อหารือเกี่ยวกับบทบาทของผู้ตรวจสายตาในการปฐมภูมิในยุคปัจจุบัน  รายการที่ชนะเลิศจากการประกวดการออกแบบแว่นตาฮ่องกงประจำปีจะถูกแสดงที่งานเช่นกัน  สัมมนาจัดแสดงข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับข้อมูลทางการตลาดและแนวโน้มในอนาคต

ดาวน์โหลดรูปภาพผลิตภัณฑ์: https://bit.ly/2P54tQu.

เว็บไซต์

Hong Kong Optical Fair: www.hktdc.com/hkopticalfair.

ดูเวอร์ชันของแหล่งที่มาใน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20181005005138/en/

ติดต่อสำหรับสื่อ

HKTDC's Exhibitions Department

Sum Luk

Tel: (852) 2240 4048

Email: cs.luk@hktdc.org

ท่าอากาศยานนานาชาติคันไซเริ่มเปิดทำการอีกครั้งหลังจากความเสียหายที่เกิดจากพายุไต้ฝุ่น

Logo

สำนักงานการท่องเที่ยวของคันไซผลิตวิดิโอออนไลน์ตัวใหม่เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวกลับมา หลังจากการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของท่าอากาศยาน 

โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น–(BUSINESS WIRE)–21 ก.ย. 2018

สำนักงานการท่องเที่ยวของคันไซเปิดตัววิดีโอออนไลน์มุ่งเป้าไปที่นักท่องเที่ยวในประเทศและต่างประเทศในวันนี้ โดยแจ้งว่าตั้งแต่วันศุกร์ที่ 21 กันยายน ท่าอากาศยานนานาชาติคันไซกู้ได้ฟื้นตัวกลับมาให้บริการได้เกือบทั้งหมดทุกฟังก์ชั่นการดำเนินงาน หลังจากได้รับความเสียหายอย่างยิ่งใหญ่ในช่วงต้นเดือนกันยายนจากไต้ฝุ่น 21 ซึ่งทำให้สนามบินต้องปิด ซึ่งส่งผลให้มีการลดลงของนักท่องเที่ยวขาเข้าในภูมิภาคเป็นอย่างมาก

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณลักษณะเป็นมัลติมีเดีย ดูข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20180921005195/en/

(Graphic: Business Wire)

(รูปภาพ: Business Wire)

ไต้ฝุ่น 21 ได้เข้ามาสู่เขตคันไซเมื่อวันที่ 4 กันยายนซึ่งส่งผลให้เกิดการหยุดชะงักในภูมิภาคคันไซ รวมถึง สนามบินนานาชาติคันไซ รันเวย์ถูกน้ำท่วมและอาคารและอุปกรณ์ที่อาศัยระบบไฟฟ้าและสะพานเทียบเครื่องบินได้รับความเสียหาย ส่งผลต่อการดำเนินงาน อย่างไรก็ดี ตอนนี้บริการกลับคืนมาสู่ระดับก่อนเกิดภัยพิบัติแล้วด้วยการสนับสนุนจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด

สำนักงานการท่องเที่ยวคันไซ ร่วมกับองค์กรด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวต่าง ๆ และรัฐบาลท้องถิ่นในพื้นที่คันไซ เพื่อสนับสนุนมาตรการต่างๆในการส่งเสริมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว วิดีโอดังกล่าวนี้เป็นการแจ้งผู้เดินทางมายังคันไซจากส่วนต่าง ๆ ของเอเชีย เกี่ยวกับการฟื้นตัวของท่าอากาศยานนานาชาติคันไซ ซึ่งตอนนี้สามารถมีการดำเนินงานตามปกติแล้ว ประธาน Masayoshi Matsumoto และทุก ๆ คนในสำนักการท่องเที่ยวคันไซหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวสู่คันไซอีกครั้ง

ดูวิดีโอที่นี่:

http://welcomekansai.net/

https://youtu.be/HvvQhIcudn4

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20180921005195/en/

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ:

สำนักการท่องเที่ยวคันไซ

Munehisa Kuwahara / Shuichi Tsuboi, + 81-6-6223-7200

tsuboi-shuichi@kansai.gr.jpโยะ

http://kansai.gr.jp/

ที่อยู่: อาคาร Osaka Nakanoshima, 7F 2-2-2 Nakanoshima, Kita-ku, Osaka 530-0005

ท่าอากาศยานนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามการจัดอันดับของOAG Megahubs International ประจำปี 2018

Logo

ท่าอากาศยานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงครองความเป็นผู้นำด้านการเชื่อมต่อของเที่ยวบินราคาประหยัดต่อไป

สิงคโปร์–(BUSINESS WIRE)–18 ก.ย. 2018

หกสนามบินที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกถูกจัดลำดับให้อยู่ใน 20 อันดับท่าอากาศยานที่มีการเชื่อมต่อที่ดีที่สุดในโลก จากการจัดอันดับของ OAG’s International Megahubs Index 2018 ซึ่งจัดอันดับสัดส่วนของการเชื่อมต่อระหว่างประเทศที่สูงที่สุด กับจำนวนจุดหมายปลายทาง

สนามบินในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกติดอันดับ 5 อันดับแรกในการเป็น Megahubs แห่งการเชื่อมต่อ:

  • สนามบิน Changi ประเทศสิงคโปร์- ที่อันดับ 8
  • สนามบิน  Soekarno-Hatta International จาการ์ตา – ที่อันดับ 10
  • Kuala Lumpur International – ที่อันดับ 12
  • Hong Kong International – ที่อันดับ 13
  • สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานาคร – ที่อันดับ 14

ในส่วนของการเป็นฮับขนาดใหญ่ หรือ  Megahubs ต้นทุนต่ำระหว่างประเทศนั้น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสนามบินต้นทุนต่ำ การขยายเส้นทางการบิน และการขยายการรองรับจำนวนที่นั่งที่เพิ่มขึ้น ทำให้ กัวลาลัมเปอร์อินเตอร์เนชั่นแนลซึ่งเป็นที่ตั้งของสายการบินต้นทุนต่ำที่ใหญ่ที่สุดของเอเชียอย่างแอร์เอเชีย สนามบิน Soekarno-Hatta International ของจาการ์ต้า  และ และสนามบิน Changi ของสิงคโปร์ สามารถรักษา 3 อันดับแรกของโลกไว้ได้ โดยมีสนามบิน Ninoy Aquino นานาชาติเมืองมะนิลา มี่ขยับขึ้นจากอันดับที่ 12 สู่อันดับที่ 4 โดยการให้บริการจาก Cebu Pacific ที่มีการปฏิบัติการเป็นหนึ่งในสามของทุกเที่ยวบิน

ท่าอากาศยานนานาชาติเซี่ยงไฮ้ผู่ตงเป็นสนามบินของจีนที่มีความเชื่อมต่อมากที่สุดในประเทศ ซึ่งอยู่ที่อันดับที่ 24 โดยมีท่าอากาศยานนานาชาติกว่างโจวไป่หยุน และท่าอากาศยานนานาชาติกรุงปักกิ่ง ซึ่งเป็นสนามบินที่ใหญ่ที่สุดในโลกในด้านความจุของที่นั่ง อยู่ในลำดับที่ 31 และ 32  ขณะนี้ท่าอากาศยานนานาชาติต้าซิงปักกิ่งกำลังเป็นที่จับตามอง โดยสนามบินแห่งนี้มีกำหนดจะเปิดให้เป็นสนามบินที่ใหญ่ที่สุดในโลกในปี 2019

Mayur Patel ผู้อำนวยการฝ่ายขายประจำภูมิภาค JAPAC แห่ง  OAG กล่าวว่า "ความต้องการที่เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากสำหรับการเดินทางทางอากาศระหว่างประเทศทำให้ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นจุดสำคัญสำหรับการเชื่อมต่อเที่ยวบิน ความเป็นผู้นำในด้านนี้ของเอเชียมีความชัดเจนอยู่แล้ว แต่เรามีแนวโน้มที่จะได้เห็นการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจอีกครั้งเมื่อมีการเปิดสนามบินปักกิ่งแห่งใหม่ ด้วยแรงผลักดันของจีนด้านการเติบโตของการเดินทางทางอากาศในปัจจุบัน เราคาดว่าจะมีการเชื่อมต่อกันกับฮับในฮ่องกง ซึ่งขณะนี้มีการเจริญเติบโตที่เพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์ เพราะได้แรงหนุนจากผู้ประกอบการหลักอย่าง Cathay Pacific และ Cathay Dragon ดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าเราจะได้เห็นวิวัฒนาการเพิ่มขึ้นต่อ ๆ ไป”

 ดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็มได้ที่นี่

เกี่ยวกับ OAG

เป็นผู้นำทางการตลาดด้านการท่องเที่ยวเป็นเวลาหลายปี เรามีเครือข่ายข้อมูลการเดินทางทางอากาศที่ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งรวมถึงฐานข้อมูลตารางเวลาที่แน่นอนของสายการบินกว่า 980 แห่งและฐานข้อมูลสถานะเที่ยวบินที่ครอบคลุมที่สุดในตลาดเที่ยวบิน ซึ่งสามารถแทร็คติดตามสายการบินได้กว่า 96%

วันนี้เครือข่ายลูกค้าของ OAG รวมถึงสายการบินและสนามบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก บริษัทตัวแทนท่องเที่ยวออนไลน์ (online travel agents (OTAs)) บริษัทด้านการจองห้องพักที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ผู้นำด้านการเดินทาง เทคโนโลยี และอีคอมเมิร์ซชั้นนำทั่วประเทศจีน อินเดีย อินโดนีเซีย ละตินอเมริกา และอเมริกาเหนือ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเยี่ยมชม: www.oag.com.

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20180918005049/en/

ติดต่อ:

Esther Molina

T: +86 136 7179 3896 / E: esthertsj@outlook.com

โรงแรม Keio Plaza กรุงโตเกียวเป็นเจ้าภาพจัดงานนิทรรศการ “ความงามแบบดั้งเดิมของเกียวโตเพื่อสนับสนุนวัฒนธรรมแบบ Geiko and Maiko”

Logo

โตเกียว–(Business Wire)–12 ก.ย. 2018

Keio Plaza Hotel โตเกียว (KPH) โรงแรมในโตเกียวที่เป็นหนึ่งในโรงแรมระดับนานาชาติที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น ที่ตั้งอยู่ในย่านชินจูกุ กรุงโตเกียว จะจัดแสดงนิทรรศการพิเศษเรื่อง“ความงามแบบดั้งเดิมของเกียวโตที่สนับสนุนวัฒนธรรมธรรม Geiko และ Maiko” ซึ่งจะแสดงศิลปะแบบดั้งเดิมของเกียวโตเพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกของมุมมองทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นแบบ Geiko และ Maiko ดั้งเดิม นิทรรศการนี้จะจัดขึ้นตั้งแต่วันพุธที่ 3 ตุลาคมถึงวันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2018  ณ ล็อบบี้ศิลปะ  (Art Lobby) ซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้น 3 ของโรงแรมของเรา และจะแสดงตัวอย่างของเทคนิคการย้อมผ้าแบบดั้งเดิมสไตล์ "Kyo Yuzen" วัสดุทอผ้าที่เรียกว่า "Nishijin Ori" หวีที่หรูหราที่เรียกว่า "Hanakanzashi" และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่ "Geiko" ใช้  ทั้งนี้ Geiko เป็นชื่อเรียกเกอิชาที่ชาวในเกียวโตนิยมมากกว่า ซึ่งหมายถึงกลุ่มผู้หญิงที่ศึกษาและปฏิบัติตามประเพณีโบราณในด้านศิลปะการเต้นรำและการร้องเพลง สวมใส่ชุดกิโมโนและแต่งหน้าตามธรรมเนียมดั้งเดิม ส่วน"Maiko "เป็นชื่อเรียกของผู้หญิงที่ฝึกและเตรียมตัวจะเป็น" Geiko "

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณลักษณะเป็นมัลติมีเดีย ดูข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20180912005055/en/

During the event, photos showing various scenes taken in each season from "Gokagai entertainment dis ...

ในระหว่างการจัดงานจะมีการจัดแสดงภาพถ่ายที่แสดงฉากต่าง ๆ ในแต่ละฤดูกาลจาก "ย่านบันเทิง Gokagai" ในเกียวโต (ภาพ: Business Wire)

นิทรรศการ “ความงามแบบดั้งเดิมของเกียวโตที่สนับสนุน วัฒนธรรม Geiko และ Maiko” จะแนะนำร่มแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า“Hanagasa” รวมไปถึงพัดและอุปกรณ์อื่น ๆ ที่ใช้โดย Geiko และ Maiko ที่ใช้ในการแสดงนอกจากนี้ภาพถ่ายที่แสดงฉากต่าง ๆ ในแต่ละฤดูกาลจาก "ย่านบันเทิง Gokagai " ของเกียวโตจะถูกนำมาแสดงเพื่อแสดงให้เห็นถึงส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมญี่ปุ่น นอกจากนี้ภาพพิมพ์แกะสลักที่สร้างขึ้นโดยศิลปิน ชื่อดัง คุณ Masao Ido ที่แสดงฉากของเกียวโตในฤดูกาลต่าง ๆ จะถูกจัดแสดงอยู่ด้วย

วันที่ 25 ตุลาคม 2018 Geiko, Maiko และนักดนตรีชื่อดังจากบ้าน Komaya Geiko ในเมือง Miyagawacho จะจัดการแสดงพิเศษ ซึ่งรวมไปถึงการสาธิตการแสดง Geiko และ meiko แบบมีคำบรรยาย ณ ล็อบบี้ของโรงแรมของเราด้วย ณ เวลา 16.00 น  นับเป็นโอกาสพิเศษในการสัมผัสศิลปะวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมนี้

ณ ห้องอาหารญี่ปุ่นของเราชท่อ "Kagari" อาร์ตเลาจน์ "Duet" และบาร์หลักของโรงแรมชื่อ "Brillant" เราจะจัดเตรียมอาหารกลางวัน อาหารค่ำ ชายามบ่าย และเครื่องดื่มที่สะท้อนถึงฤดูใบไม้ร่วงสำหรับแขกของเราระหว่างวันจันทร์ที่ 1 ตุลาคมถึงวันพุธที่ 31 ตุลาคม 2018 นอกจากนี้เครือข่ายโรงแรมของ Keio Group กำลังขยายตัวด้วยการเปิดตัวโรงแรม Rakuro Kyoto – The Share Hotels ในเมือง Marutacho, เกียวโต ในเดือนพฤษภาคม และจะมีพิธีเปิดตัวเปิดตัว Keio Prelia Hotel Kyoto Karasuma Gojo ในเดือนพฤศจิกายนปี 2018 ดังนั้นเราการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อแนะนำศิลปะและวัฒนธรรมของเกียวโตจึงเสมือนเป็นการระลึกถึงอดีตเพื่อฉลองถึงการเปิดโรงแรมใหม่ ๆ เหล่านี้ของเราด้วย

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20180912005055/en/

ติดต่อ:

Keio Plaza Hotel Tokyo

Keiko Kawashima, + 81-3-5322-8010

ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์

keiko-kawashima @ keioplaza co.jp

โรงเรียนกลับมาเปิดทำการแล้ว! Harry Potter: Hogwarts Mystery แนะนำตัวละครและการผจญภัยครั้งใหม่สำหรับการเรียนในปีที่ 5 เป็นครั้งแรก

Logo

–(BUSINESS WIRE)–06 กันยายน 2561

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20180906005009/en/

Jam City's Harry Potter: Hogwarts Mystery (Photo: Business Wire)

เกม Harry Potter: Hogwarts Mystery จาก Jam City (รูปภาพ: Business Wire)

ใคร:

Jam City สตูดิโอผลิตเกมมือถือจากลอสแองเจลีส ร่วมกับ Portkey Games ค่ายเกมภายใต้ Warner Bros. Interactive Entertainment ผู้มุ่งเน้นด้านการสร้างสรรค์เกมมือถือและวิดีโอเกมแห่งโลกเวทมนต์ ที่ให้ผู้เล่นได้เข้าถึงใจกลางการผจญภัยที่ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องราวที่เขียนขึ้นโดย เจ. เค. โรว์ลิง

ทำอะไร:

ในเกมมือถือสุดฮิต Harry Potter: Hogwarts Mystery แฟน ๆ จะได้รับจดหมายตอบรับเข้าโรงเรียน สร้างตัวละคร และเข้าเรียนที่โรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ ผู้เล่นจะได้ซึมซับบรรยากาศการเป็นนักเรียนที่ฮอกวอตส์ ผ่านการเข้าร่วมพิธีกรรมและกิจกรรมต่าง ๆ ที่นักเรียนทุกคนต้องจะต้องประสบพบเจออย่างเช่น การหาหนังสือเรียนที่ร้านตัวบรรจงและหยดหมึก การเข้าชั้นเรียนกับศาสตราจารย์ที่ทุกคนต่างเคารพอย่าง มักกอนนากัล ฟลิตวิก และสเนป และวันนี้ ผู้เล่นยังจะได้กลับไปโรงเรียนพร้อมกับเรื่องราวแห่งการเริ่มต้นชีวิตนักเรียนในปีที่ 5 ซึ่งเป็นปีที่ตื่นเต้นที่สุดของการเรียนรู้ที่ฮอกวอตส์ รวมถึงได้ตื่นเต้นกับเรื่องลี้ลับใหม่ ๆ ที่รอการไขปริศนา

ในปีที่ 5 ผู้เล่นจะได้กลับไปยังฮอกวอตส์เพื่อรับมือกับปีการศึกษาที่เรียกได้ว่าโหดที่สุด และช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของหลักสูตรการศึกษา ผู้เล่นที่ได้รับตราพรีเฟ็คจากปีที่ 4 จะได้รับความรับผิดชอบมากขึ้น ขณะที่ได้เข้าสู่สถานที่ใหม่ ๆ ในเกมอย่าง prefect’s bathroom ส่วนนักเรียนชั้นปีที่ 5 ทุกคน จะต้องเผชิญกับบททดสอบที่ยิ่งใหญ่กว่าการสะสมตรา นั่นคือการสอบวัดผลวิชาพ่อมดระดับสามัญ (ว.พ.ร.ส.) นั่นเอง

ขณะที่การเรียนในปีที่ 5 เรื่มต้นขึ้น ผู้เล่นจะต้องเดินทางสู่ดินแดนแห่งใหม่ รวมถึงเผชิญกับอุปสรรคต่าง ๆ ในการค้นหาดินแดนที่เต็มไปด้วยอันตราย เช่น ตรอกน็อกเทิร์น เมื่ออยู่ในบริเวณโรงเรียน ผู้เล่นจะได้เรียนกับศาสตราจารย์ท่านใหม่ที่มีประวัติยาวนานและได้รับการเคารพอย่างสูงอย่าง ศาสตราจารย์คุธเบิร์ต บินนส์ ผู้สอนวิชาประวัติศาสตร์เวทย์มนตร์ รวมถึงได้พบกับศาสตราจารย์ผู้สอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดคนใหม่ที่จะได้รับการเปิดเผยตัวตน ภายนอกห้องเรียน ผู้เล่นจะได้พบปะกับสมาชิกรายใหม่จากตระกูลวีสลีย์ และตัวละครที่คุ้นหูคุ้นตารายอื่น ๆ จากโลกแห่งเวทย์มนตร์

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Harry Potter: Hogwarts Mystery และสร้างเครือข่ายกับแฟนเกมคนอื่น ๆ ได้ที่ www.facebook.com/HPHogwartsMystery/, www.twitter.com/HogwartsMystery และ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ www.HarryPotterHogwartsMystery.com/

คำสัมภาษณ์“การเรียนในปีที่ 5 เป็นปีที่สำคัญสำหรับนักเรียนทุกคนที่ฮอกวอตส์ เพราะเป็นปีที่ต้องสอบ ว.พ.ร.ส. เรียนรู้เกี่ยวกับศาสตราจารย์รายใหม่ และ สำหรับบางคน ต้องหาตราพรีเฟ็คมาติดไว้ที่ผ้าคลุมของพวกเขา” Amanda Heaton ตำแหน่ง Executive Producer ของ Jam City กล่าว “เราต้องการสื่อให้เห็นถึงความเข้มงวดในการเรียนของปีที่ 5 ผ่านเกมมือถือ พร้อมกับกิจกรรมหลักสูตรพิเศษที่สำคัญ ๆ ที่ฮอกวอตส์ นั่นก็คือการคลี่คลายเรื่องราวลึกลับต่าง ๆ ไปพร้อมกับเพื่อนร่วมชั้น การเรียนในปีที่ 5 จะนำปีที่มีความเข้มข้นที่สุดของเนื้อหามาสู่เกม และพวกเรารู้สึกตื่นเต้นแทนผู้เล่นที่จะได้เริ่มการผจญภัยบทใหม่นี้”

ที่มา:

Harry Potter: Hogwarts Mystery เป็นเกมมือถือเกมแรกที่ผู้เล่นสามารถสร้างตัวละครได้เอง และได้สัมผัสประสบการณ์การเป็นนักเรียนฮอกวอตส์ผ่านการผจญภัยที่มีการบรรยายเนื้อเรื่องและองค์ประกอบของเกมที่เล่นตามบทบาท หรือ RPG ผู้เล่นสามารถสร้างร่างอวตารในรูปของนักเรียน เข้าเรียนในชั้นเรียนวิชาต่าง ๆ ฝึกทักษะเวทย์มนตร์ และสร้างมิตรหรือศัตรูกับนักเรียนคนอื่น ๆ ในเกม ผู้เล่นจะเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องสำคัญ ๆ ที่ส่งอิทธิพลต่อตัวละครภายใต้โครงเรื่องของพวกเขาที่ฮอกวอตส์ เกมยังมาพร้อมระบบ encounterรูปแบบใหม่ ซึ่งการตัดสินใจของผู้เล่นและการกระทำต่าง ๆ จะส่งผลต่อภาระกิจที่พวกเขาจะได้รับ เพื่อให้แฟน ๆ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ได้สวมบทบาทพ่อมดหรือแม่มดและสร้างเรื่องราวในแบบฉบับของตนเอง

หมายเหตุบรรณาธิการ:

หากต้องการดาวน์โหลดส่วนเสริมสำหรับเกม Harry Potter: Hogwarts Mystery ซึ่งประกอบด้วยวิดีโอใหม่ที่เฉลิมฉลองการเริ่มต้นของปีการศึกษาใหม่ที่ฮอกวอตส์ โปรดไปที่: https://app.box.com/v/HPHogwartsMystery-Year5

ดูเวอร์ชันต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20180906005009/en/

ติดต่อ:

Jam City
Sarah Ross, 310-924-1404
sarahr@jamcity.com
หรือ
Dana Whitney, 415-359-7006
dwhitney@jamcity.com
หรือ
ONE PR Studio (สำหรับ Jam City ในสหรัฐอเมริกา)
Kjell Vistad | Gilberto Williams-Gamboa
510-893-3271
jamcity@oneprstudio.com

Kaohsiung Art Museum นำเสนอผลงานชิ้นเอกจากคอเลกชันของ Tate

Logo

เมืองเกาสง, ไต้หวัน–(BUSINESS WIRE)–6 ก.ย. 2018

"Nude: ผลงานชิ้นเอกจาก Tate" นิทรรศการสัญจรนำเสนอภาพเปลือยในงานศิลปะ ได้ถูกจัดขึ้นที่พิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์เกาสง (Kaohsiung Museum of Fine Arts) เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณลักษณะเป็นมัลติมีเดีย ดูข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20180906005347/en/

Kaohsiung Museum of Fine Arts showcases collections from the Tate, London. (Photo: Business Wire)

พิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์เกาสงเปิดตัวคอลเล็กชันจาก Tate กรุงลอนดอน(ภาพ: Business Wire)

นิทรรศการนี้ผลงานศิลปะถูกรวบรวมโดย Tate Gallery จาก ลอนดอน จะนำเสนอ ภาพถ่าย ผลงานศิลปะภาพวาด ภาพพิมพ์ และประติมากรรมแบบเปลือยทั้งหมด รวมกัน 123 ชิ้น โดยมีความประสงค์จะสำรวจถึงคอนเซปท์การเปลือย (nude) ที่ผันเปลี่ยนจากรูปแบบทางศิลปะไปสู่รูปแบบหนึ่งของการนำเสนอ ในเรื่อง "The Bath of Psyche" ของ ลอร์ด Frederic Leighton ในยุควิกตอเรีย ไปจนถึงการเปลือยที่เป็นข้อความทางสังคมและการเมืองภายหลังทศวรรษที่ 1970

ผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์จะได้เห็นผลงานชิ้นเอกของศิลปินกว่า 60 คนเช่น Auguste Rodin, Auguste Renoir, Henri Matisse, Pablo Picasso และ Lucian Freud และนี่จะเป็นครั้งแรกที่ " TheKiss" ของ Rodin จะเปิดตัวนอกยุโรป

ก่อนที่จะมาถึงที่ไต้หวันซึ่งเป็นสถานีสุดท้ายของนิทรรศการ นิทรรศการครั้งนี้ได้รับการจัดแสดงในนิวซีแลนด์ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ และญี่ปุ่นมาก่อน การจัดแสดงในเกาสงจะดำเนินไปจนถึงวันที่ 28 ตุลาคม

พิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์เกาสงเป็นพิพิธภัณฑ์รัฐที่ผันตัวมาเป็นองค์กรเอกชนที่บริหารงานด้านพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งแรกในไต้หวัน หลังจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น พิพิธภัณฑ์ได้ทุ่มเทให้กับการเปลี่ยนตัวเองเป็นพิพิธภัณฑ์รูปแบบใหม่ มีการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกและพื้นที่และเริ่มจัดระเบียบและส่งเสริมการจัดแสดงนิทรรศการจากมุมมองของทางตอนใต้ของไต้หวันเพื่อเชื่อมโยงกับโลกศิลปะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และรวมไปถึงศิลปะทั่วโลก ตลอดไปจนถึงการสนับสนุนกิจกรรมศิลปะและวัฒนธรรมระดับภูมิภาคเพื่อทำให้พิพิธภัณฑ์กลับมามีชีวิตชีวา และขยายความเป็นไปได้ออกไปเรื่อย ๆ

"Nude: ผลงานชิ้นเอกจาก Tate"

วันที่: 14 กรกฎาคม – 28 ตุลาคม 2018

เวลาทำการ: 9:30 – 17:30 วันจันทร์ถึงวันอาทิตย์

สถานที่: พิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์เกาสง

ที่อยู่: เลขที่ 80 ถนน Meishuguan เขต Gushan เมืองเกาสง, 804, ใต้หวัน

เว็บไซต์: https://www.kmfa.gov.tw/

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20180906005347/en/

ติดต่อ:

พิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์เกาสง

Ms. Yian Chu

07-555-0331 ต่อ 287

yian.kmfa@gmail.com

ตัวละครจาก ‘Go East’ ที่ได้รับความนิยมจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้รับไฟเขียวให้มีการขยายตัวสู่ระดับโลก

Logo

กรุงโซล, เกาหลีใต้–(BUSINESS WIRE)–5 ก.ย., 2018

'Go East ตัวละครที่ถูกพัฒนาโดย COSCOI บริษัทพัฒนาตัวละครแอนิเมชั่นและเนื้อหาดิจิตอลจากเกาหลีได้รับการตอบรับที่ดีในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณลักษณะเป็นมัลติมีเดีย ดูข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับเต็มได้ที่นี่: http://www.businesswire.com/cgi-bin/mmg.cgi?eid=51860788&lang=en

Go East Characters popular in Southeast Asia developed by COSCOI, an animation character development ...

ตัวละครจาก Go East ที่เป็นที่นิยมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งถูกพัฒนาโดย COSCOI บริษัทพัฒนาตัวละครแอนิเมชั่นและเนื้อหาดิจิตอลจากเกาหลี  Go East เป็นการ์ตูนภาพเคลื่อนไหวที่ดัดแปลงมาจาก Journey to the West หรือ ไซอิ๋ว  ซึ่งเป็นนวนิยายจีนยุคคลาสสิกศตวรรษที่ 15 ที่เกี่ยวข้องกับการผจญภัยและการหาประโยชน์จากลิงที่ชื่อว่า Sun Wukong หรือ ซุนหงอคง 'Go East' ได้รับพล็อตใหม่ที่พัฒนาขึ้นมาจากคำถามจินตนาการว่า  ถ้าซุนหงอคง มีน้องชายล่ะ มันเป็นภาพยนตร์ผฃการ์ตูนแนวผจญภัยที่แสดงให้เห็นว่าน้องชายของซุนหงอคงเจ้าปัญหาชื่อ Banamong ได้ชิมอาหารที่หลากหลายขณะที่เขาเดินทางไปทางทิศตะวันออก ความนิยมอย่างสูงส่วนหนึ่งมาจากการหักมุมที่โดดเด่นในเรื่องราวที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย และนอกเหนือจากนั้นยังมีสองหัวข้อที่เป็นที่นิยมอย่างอาหารและการเดินทางถูกรวมอยู่ในเรื่องราวด้วย (กราฟิก: Business Wire)

COSCOI ประกาศว่าแอปพลิเคชันการศึกษาสำหรับเด็กทั้งสองแอป ที่มีตัวละครที่น่ารักจากเรื่อง 'Go East' ได้รับการดาวน์โหลดประมาณ 40,000 ครั้งในหนึ่งเดือนหลังจากที่ได้รับการปล่อยตัว พวกเขาสร้างชื่อเสียงอย่างมากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมี 96% ของผู้ใช้อยู่ในเวียดนาม อินโดนีเซีย ไทย และมาเลเซีย โดย เวียดนามและอินโดนีเซียมียอดขาย 80% ของยอดขายทั้งหมด

โดยเพิ่งเปิดตัวแอพพลิเคชัน edutainment หรือ สาระบันเทิงแบบสมาร์ทที่ชื่อว่า 'Go East! Coloring 'และ' Go East!  Xylophone 'เป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ชุด' COSCOI Friends 'โดยใช้' Go East 'ซึ่งเป็นทรัพย์สินทางปัญญาทั่วไปในแอนิเมชัน ทั้งนี้ ชุดผลิตภัณฑ์ 'COSCOI Friends' ถูกแพร่หลายไปยังกว่า 135 ประเทศ

COSCOI ได้เซ็นสัญญากับ Zalo ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นเมสเสนเจอร์ที่มีชื่อเสียงของเวียดนาม เพื่อจัดทำอีโมติคอน 'Go East' เร็ว ๆ นี้ ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการปรึกษาหารือกับบริษัทอื่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เกี่ยวกับใบอนุญาตสำหรับ 'Go East' และอีโมติคอนอื่น ๆ

'Go East' เป็นการ์ตูนภาพเคลื่อนไหวที่ดัดแปลงมาจาก Journey to the West หรือ ไซอิ๋ว  ซึ่งเป็นนวนิยายจีนยุคคลาสสิกศตวรรษที่ 15 ที่เกี่ยวข้องกับการผจญภัยและการหาประโยชน์จากลิงที่ชื่อว่า Sun Wukong หรือ ซุนหงอคง โดย 'Go East' ได้รับพล็อตใหม่ที่พัฒนาขึ้นมาจากคำถามจินตนาการว่า  ถ้าซุนหงอคง มีน้องชายล่ะ มันเป็นภาพยนตร์การ์ตูนแนวผจญภัยที่แสดงให้เห็นว่าน้องชายเจ้าปัญหาของซุนหงอคง ชื่อ Banamong ได้ชิมอาหารที่หลากหลายขณะที่เขาเดินทางไปทางทิศตะวันออก ความนิยมอย่างสูงส่วนหนึ่งมาจากการหักมุมที่โดดเด่นในเรื่องราวที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย และนอกเหนือจากนั้นยังมีสองหัวข้อที่เป็นที่นิยมอย่างอาหารและการเดินทางยังถูกรวมอยู่ในเรื่องราวด้วย

ตัวละครในเรื่องดังกล่าวแข็งแกร่งและน่ารักมากจนได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนิทรรศการทั่วโลกด้านภาพเคลื่อนไหวและการจัดแสดงผลงานทางทรัพย์สินทางปัญญา เช่น งาน LIMA 2018 ในลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปักกิ่ง ในปักกิ่ง ประเทศจีน และงาน Mifa 2018 ในเมือง Annecy ประเทศฝรั่งเศส .

COSCOI ได้พัฒนา Mobile App Service (MAS) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการจัดการเนื้อหาเพื่อเปิดและจัดการแอพพลิเคชั่นเพื่อการจัดจำหน่ายและการใช้ประโยชน์ "Go East" อย่างมีประสิทธิภาพต่อทรัพย์สินทางปัญญา

"ผมคาดว่าแอปพลิเคชันจะประสบความสำเร็จในตลาดโลกโดยไม่ยาก เพราะการได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" รองประธานบริษัท COSCOI Ja Keun Kim กล่าวว่า "เราวางแผนจะปล่อยแอพพลิเคชันด้านการศึกษาอีก 11 รายการในปีนี้"

ดูเวอร์ชั่นต้นฉบับใน businesswire com: http://www.businesswire.com/cgi-bin/mmg.cgi?eid=51860788&lang=en

ติดต่อ:

COSCOI

Se Yong Oh, + 82-70-8670-0130

seyongoh@coscoi.net