Category Archives: Real Estate

IWBI ประกาศผู้เข้าร่วม WELL Portfolio รายแรก

Logo

Pathway ใหม่ช่วยเพิ่มความคล่องตัวและเพิ่มพูนการอัพเกรดสุขภาพและสุขภาพข้ามพอร์ต

นิวยอร์ก–(BUSINESS WIRE)–25 กันยายน 2018

International WELL Building Institute™ (IWBI™) ประกาศว่าผู้เข้าร่วม WELL Portfolio ™ รายแรก ซึ่งเป็นเส้นทางใหม่ในการรับรอง WELL Certification™ สำหรับอาคารใหม่และที่มีอยู่แล้วหลายแห่งและพื้นที่เช่าในส่วนงานเดียว  โดยปล่อยตัวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนำร่อง WELL v2™ ซึ่งเป็นการย้ำครั้งล่าสุดของ WELL Building Standard™ (WELL™) เป็นส่วนหนึ่งของชุดการปรับปรุงของ WELL เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นทั่วทั้งอุตสาหกรรมอาคารสำหรับโปรแกรมที่ช่วยให้เจ้าของ ผู้พัฒนา และผู้เช่าปรับปรุงและทำการปรับปรุงด้านสุขภาพให้กับสินทรัพย์อสังหาริมทรัพย์ของตน

การประกาศเกิดขึ้นภายหลังการเปิดตัว WELL v2 ซึ่งเป็นโครงการตัวที่สองของ WELL Building Standard ของ IWBI  การเพิ่มกระบวนการตรวจสอบเฟสต้นเพื่อให้โครงการต่างๆสามารถแสวงหาการแต่งตั้ง WELL D&O™ ซึ่งได้ริเริ่มใน WELL v2 ทำให้โครงการในพอร์ตโฟลิโอสามารถดำเนินการผ่านกระบวนการรับรองได้อย่างคล่องตัวและเป็นระบบมากขึ้น โดยมุ่งเน้นนโยบาย โปรแกรม และแนวทางการจัดซื้อ  WELL Portfolio Pathway จะสนับสนุนให้เจ้าของมองเส้นทางสู่ WELL เป็นกระบวนการแทนที่จะเป็นจุดหมายปลายทางและทำการปรับปรุงพอร์ตโฟลิโอต่างๆ ตลอดเวลาเพื่อติดตามความคืบหน้าของพวกเขาทั้งกระบวนการ

ผู้เช่า ผู้พัฒนา และนักลงทุนจากยุโรป อเมริกาเหนือ ออสเตรเลีย และเอเชียต่างแสดงความสนใจในการเดินตามเส้นทางของ WELL Portfolio Pathway  หลายคนเคยใช้ WELL สำหรับอาคารแต่ละแห่งแล้วและต้องการนำเสนอคุณค่าและประสิทธิภาพตามหลักฐานเดียวกันกับพอร์ตของตนตัวอย่าง โดยแสดงตัวอย่างความมุ่งมั่นของพวกเขาในการปรับปรุงสุขภาพคนในระดับใหญ่โต

ภายหลังการประชุมโต๊ะกลม การอภิปรายโดยผู้เชี่ยวชาญ และการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย องค์กรต่างๆ จากทั่วโลกมีพันธะสัญญาที่จะนำตัวอย่างผลงานของอาคารที่มีคุณสมบัติเหมาะสม   การมีส่วนร่วมของพวกเขาในการพัฒนาเส้นทางนี้ผ่านกระบวนการนำร่องช่วยให้มั่นใจได้ว่าโครงการจะมอบผลประโยชน์ทันทีและสามารถวัดได้สำหรับทั้งผู้ใช้งานช่วงต้นและผู้ที่เข้ามาภายหลัง

ตัวอย่างองค์กร:

Barclays

Brandywine Realty Trust

CBRE Global Investors and CBRE

Charter Hall

Forest City Realty Trust

Gro

Investa

JLL Asia Pacific

The Lendlease managed Australian Prime Property Fund (APPF) Commercial

Miron Construction Co., Inc.

Prologis, Inc.

Shaw Industries

SL Green Realty Corp

ความตื่นเต้นเกี่ยวกับ WELL Portfolio Pathway ในบรรดาผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการใช้อาคารของเราเป็นส่วนหนึ่งของชุดเครื่องมือเพื่อปรับปรุงสุขภาพของเราและเพิ่มความเป็นอยู่ที่ดีของเรา” ซีอีโอและประธาน IWBI Rick Fedrizzi กล่าว “องค์กรต่างๆ รู้ดีว่าการเปลี่ยนแปลงที่มีประสิทธิภาพนั้นเกินขึ้นในระดับใหญ่โต และนั่นคือแรงผลักดันในการริเริ่มนี้"

Fedrizzi ระบุว่าการอนุญาตให้มีการใช้คุณลักษณะ WELL ในหลายอาคารในพอร์ทโฟลิโอจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นและยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในวิธีที่เจ้าของสามารถติดตามการรับรอง WELL ได้  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นโครงการ WELL Portfolio Pathway จะได้รับดัชนีชี้วัดที่กำหนดเอง ซึ่งเหมาะสำหรับพอร์ตอาคารที่เกี่ยวข้อง และจะได้รับคำแนะนำในการปรับปรุงผลงานตลอดช่วงเวลา  เจ้าของอาคารจะสามารถกำหนดเกณฑ์ประสิทธิภาพด้านสุขภาพและการสร้างอาคารที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพได้ ทั้งจากพอร์ตการลงทุนของตนเองและพอร์ตการลงทุนของบุคคลอื่นๆ

เนื่องจากความยั่งยืนของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน WELL Building Standard ได้รับการออกแบบมาให้สามารถทำงานร่วมกันได้ด้วยมาตรฐานอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทั่วโลก  นักพัฒนาและผู้จัดการทรัพย์สินที่มีความมุ่งมั่นในการสร้างอาคารสีเขียวโดยใช้ LEED, BREEAM, Green Star หรือ Living Building Challenge อยู่ในสถานะที่เหมาะสำหรับการใช้ประโยชน์จากสิ่งต่างๆ มากมายที่มีอยู่ในอาคาร WELL Certified™

“ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของอาคารที่ต้องการแยกแยะพื้นที่ของเขาเพื่อทำให้น่าสนใจยิ่งขึ้นสำหรับผู้เช่า หรือ บริษัทที่ต้องการรักษาและดึงดูดบุคลากร เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน หรือลดต้นทุนด้านการดูแลสุขภาพ ผลประโยชน์ที่ได้รับจากพนักงานที่มีสุขภาพดีและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นคุ้มค่าอย่างยิ่งกับการลงทุนในอาคารเพียงครั้งเดียว  ผลการพิสูจน์ของ WELL กลายเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้นำทั่วโลกที่ต้องการออกแบบพื้นที่ให้กับตัวเองหรือผู้เช่าให้มอบประโยชน์ต่อสุขภาพในทันทีและสามารถวัดผลได้สำหรับทุกคนในอาคาร” Fedrizzi กล่าว

คำพูดของผู้เข้าร่วม

"SL Green ประสบความสำเร็จอย่างมากกับโครงการ LEED Volume Program ของ USGBC ซึ่งช่วยให้เราปรับปรุงกระบวนการรับรองได้ง่ายกว่าในพื้นที่ 15 แห่งเพื่อให้เราสามารถเห็นประโยชน์ของ WELL Portfolio" Laura Vulaj รองประธานอาวุโสและผู้อำนวยการด้านความยั่งยืนของ SL Green กล่าว "เรากำลังริเริ่ม WELL ที่ One Vanderbilt และเราจะสามารถใช้บทเรียนที่ได้เรียนรู้กับโครงการนำร่องนี้ได้ในระดับกว้างๆ  ที่สำคัญที่สุด เรามุ่งมั่นที่จะรักษาสุขภาพผู้อยู่อาศัยและความเป็นอยู่ที่ดีผ่านความร่วมมือกับ IWBI"

“JLL Asia Pacific รู้สึกตื่นเต้นที่จะมีส่วนร่วมใน Pilot Portfolio Pilot ซึ่งเราใช้ในการมุ่งเน้นที่อสังหาของ JLL และเพื่อช่วยลูกค้าของเราในการมุ่งสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น” Matthew Clifford หัวหน้าภาคพลังงานและบริการเพื่อความยั่งยืน JLL Asia Pacific กล่าว "เครื่องมือใหม่นี้มีศักยภาพที่จะช่วยสร้างโอกาสทางสุขภาพในสภาพแวดล้อมที่สร้างขึ้นเพื่อมอบประโยชน์อันมหาศาลให้กับชีวิตของพนักงานลูกค้าและประชาชน"

Nina James ผู้จัดการทั่วไปด้านการพัฒนาความยั่งยืนของบริษัทที่ Investa กล่าวว่า "Investa มองว่าสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้เช่าของเราถือเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการสร้างสถานที่ทำงานที่เจริญรุ่งเรืองทั่วประเทศและเพื่อความสำเร็จขององค์กรที่เราเป็นเจ้าภาพ  Portfolio pathway การจะช่วยให้เราสามารถระบุแนวทางปฏิบัติด้านสุขภาพและผลการดำเนินงานที่ดีที่สุดโดยใช้ WELL v2 scorecard.  Investa รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการนำร่องนี้ด้วยการทำงานร่วมกับองค์กรชั้นนำของโลกในการร่วมสร้างโซลูชั่น WELL ที่มีศักยภาพสำหรับอาคารที่มีอยู่"

"การมีส่วนร่วมในโครงการนำร่อง WELL Portfolio Pilot ซึ่งรวมสุขภาพของพนักงานและองค์ประกอบด้านสุขภาพเข้ากับการออกแบบอาคารอย่างลงตัวนั้น เหมาะสมกับแนวทางของ Prologis ในการดูแลสิ่งแวดล้อม ความรับผิดชอบต่อสังคม และการดูแลองค์กร" Grant Stevens กรรมการผู้จัดการบริษัท Global Construction and Development Services, Prologis กล่าว "อาคารที่สร้างขึ้นเพื่อมาตรฐานการออกแบบอย่างยั่งยืนสูงสุดไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานให้กับลูกค้าและบริษัทของเรา แต่ยังส่งเสริมสุขภาพและประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานด้วย”

“ทั่วโลก เราเห็นนักลงทุนใช้ผลงานด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมไม่ใช่แค่เพื่อเป็นพลเมืองที่ดี แต่เพื่อเป็นตัวบ่งชี้ในการส่งมอบผลตอบแทนที่ได้รับในระยะยาว" Josh McHutchison กรรมการผู้จัดการของ Lendlease Investment Management Australia กล่าว “สภาพการเป็นอยู่คือหนึ่งในปัจจัยที่ผลักดันการสร้างเขตที่ดีที่สุดที่ผู้คนอยากทำงาน และผู้เช่าของเราเห็นสุขภาพเป็นวิธีการดึงดูดและรักษาคนที่ดีที่สุด”

“พื้นที่ที่เราอาศัย ทำงาน เล่น เรียนรู้ และพักผ่อนมีผลกระทบอย่างมากต่อชีวิตของเรา  การออกแบบ รวมทั้งผลิตภัณฑ์ที่เข้ามามีส่วนสำคัญในการทำงานของเราทุกวัน” Susan Farris รองประธานฝ่ายการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการสื่อสารองค์กรที่เมืองชอว์กล่าว "ความมุ่งมั่นของเราในการออกแบบ Cradle to Cradle ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาเป็นจุดสนใจที่สำคัญของเรา การมีส่วนร่วมใน WELL Portfolio เป็นตัวอย่างที่แสดงถึงความมุ่งมั่นของเราต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของมนุษย์ผ่านทางสภาพแวดล้อมที่สร้างขึ้น  เช่นเดียวกับลูกค้าจำนวนมากของเรา เราตระหนักถึงโอกาสที่จะช่วยให้ผู้คนเจริญเติบโตและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ผ่านพื้นที่ทำงานที่ปลอดภัยและมีสุขภาพดีที่เรามีให้แก่พนักงานของเรา“ Farris กล่าวต่อ

เกี่ยวกับ the International WELL Building Institute

International WELL Building Institute (IWBI) เป็นผู้นำการเคลื่อนไหวทั่วโลกในการแปลงอาคารและชุมชนให้ผู้คนได้เจริญเติบโต  โครงการริเริ่ม WELL v2 เป็นหนึ่งในรุ่นที่เปิดตัวจาก WELL Building Standard ยอดนิยม พร้อมกับโครงการนำร่อง WELL Community Standard ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับเขตที่กำหนดมาตรฐานระดับโลกใหม่สำหรับชุมชนที่มีสุขภาพดี  WELL มุ่งเน้นวิธีการที่สิ่งปลูกสร้างและชุมชน และทุกสิ่งทุกอย่างในพื้นที่เหล่านี้สามารถปรับปรุงความสะดวกสบายของเรา ผลักดันทางเลือกที่ดีกว่า และเสริมสร้าง แทนที่จะขัดขวาง สุขภาพและความเป็นอยู่ของเรา  IWBI รวบรวมและระดมพลเมืองด้านสุขภาพผ่านการจัดการของข้อมูลประจำตัว WELL AP การแสวงหาการวิจัยที่เกี่ยวข้อง การพัฒนาทรัพยากรทางการศึกษา และการสนับสนุนนโยบายที่ส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ทุกแห่ง

สามารถชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ WELL ได้ที่นี่.

ดูเวอร์ชั่นต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20180925006028/en/

ติดต่อสำหรับสื่อ:

Jamie Matos

516.941.7176

jamie.matos@wellcertified.com

Cushman & Wakefield ประกาศปิดการเสนอขายไอพีโอหุ้นสามัญของบริษัท

Logo

ชิคาโก้–(BUSINESS WIRE)–06 สิงหาคม 2018

Cushman & Wakefield plc (“Cushman & Wakefield”) ประกาศในวันนี้ว่าได้ปิดการเสนอขายหุ้นสามัญแก่ประชาชนทั่วไปครั้งแรก หรือ ไอพีโอ จำนวน 45,000,000 หุ้น ที่ราคาหุ้นละ 17.00 ดอลลาร์ ในการเสนอขายหุ้นไอพีโอครั้งนี้ ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ได้ใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 6,750,000 หุ้น จาก Cushman & Wakefield ทำให้มีจำนวนหุ้นรวมทั้งหมด 51,750,000 หุ้น โดยหุ้นดังกล่าวจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กและทำการซื้อขายภายใต้สัญลักษณ์ "CWK"

Cushman & Wakefield ยังได้ประกาศปิดการลงทุนในหุ้นที่ออกใหม่แก่บุคคลในวงจำกัดโดย Vanke Service (HongKong) Co., Limited ซึ่งเป็นหุ้นสามัญในสัดส่วนร้อยละ 4.9 ของหุ้นสามัญทั้งหมดหลังการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไป และการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์อย่างเต็มรูปแบบ

Cushman & Wakefield คาดว่าจะนำเงินสุทธิจากการเสนอขายหุ้นสามัญมาลดภาระหนี้ โดยเฉพาะหนี้สินประเภท second lien เพื่อชำระหนี้ค้างชำระที่มีกําหนดเวลาซึ่งเกี่ยวข้องกับการซื้อ Cassidy Turley และนำเงินสุทธิที่เหลือมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทั่วไปขององค์กร

Morgan Stanley, J.P. Morgan, Goldman Sachs & Co. LLC และ UBS Investment Bank ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ร่วมและตัวแทนของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์สำหรับการเสนอขาย ขณะที่ Barclays Capital Inc., BofA Merrill Lynch, Citigroup Global Markets Inc., Credit Suisse Securities (USA) LLC และ William Blair & Company, L.L.C. ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ร่วมสำหรับการเสนอขาย และ TPG Capital BD, LLC, HSBC Securities (USA) Inc., Credit Agricole Securities (USA) Inc., JMP Securities LLC, China Renaissance Securities (US) Inc., Fifth Third Securities, Inc., Academy Securities, Inc., Loop Capital Markets LLC, Samuel A. Ramirez & Company, Inc., Siebert Cisneros Shank & Co., L.L.C. และ The Williams Capital Group, L.P. ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ผู้จัดจำหน่ายร่วม

การเสนอขายหุ้นทำโดยใช้หนังสือชี้ชวนที่เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของใบแจ้งการจดทะเบีย ผู้สนใจสามารถขอสำเนาของหนังสือชี้ชวนที่เกี่ยวข้องกับการเสนอขายได้ที่แผนกหนังสือชี้ชวน Morgan Stanley & Co. LLC ตั้งอยู่ที่ 180 Varick Street, 2nd Floor, New York, NY 10014, J.P. แผนก Broadridge Financial Solutions  Morgan Securities LLC ตั้งอยู่ที่ 1155 Long Island Avenue, Edgewood, NY 11717 อีเมล: prospectus-eq_fi@jpmchase.com แผนกหนังสือชี้ชวน Goldman Sachs & Co. LLC ตั้งอยู่ที่ 200 West Street, New York, NY 10282 หมายเลขโทรศัพท์: (866) 471-2526 หรือ อีเมล: prospectus-ny@ny.email.gs.com และ แผนกหนังสือชี้ชวน UBS Securities LLC ตั้งอยู่ที่ 1285 Avenue of the Americas, New York, NY 10019 หมายเลขโทรศัพท์: 888-827-7275 หรือ อีเมล: olprospectusrequest@ubs.com

แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์เหล่านี้มีผลอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2018 โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เอกสารประชาสัมพันธ์นี้จักไม่นำไปสู่การเสนอขาย หรือการชักชวนให้เกิดการเสนอซื้อ และจักไม่มีการขายหลักทรัพย์เหล่านี้ในรัฐหรือเขตอำนาจศาลใด ๆ ที่ข้อเสนอการขายหรือการชักชวนดังกล่าวจะไม่ชอบด้วยกฎหมายก่อนการจดทะเบียนหรือการได้สิทธิตามกฎหมายหลักทรัพย์ในรัฐหรือเขตอำนาจศาลดังกล่าว

เกี่ยวกับ Cushman & Wakefield

Cushman & Wakefield (NYSE: CWK) เป็นบริษัทที่ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับแนวหน้าของโลก ผู้ส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีความแตกต่างให้กับลูกค้าด้วยการสร้างสรรค์ไอเดียต่าง ๆ ให้เกิดขึ้นจริงสำหรับผู้ครอบของและเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ Cushman & Wakefield เป็นหนึ่งในบริษัทที่ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุด มีพนักงานทั้งหมด 48,000 คน ทำงานอยู่ในสำนักงานราว 400 แห่งใน 70 ประเทศทั่วโลก ในปี 2017 บริษัทมีรายได้ 6.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากบริการหลักๆ ในด้านอสังหาริมทรัพย์ การบริหารจัดการโครงการและสิ่งก่อสร้าง การเช่าซื้อ ตลาดทุน การประเมินมูลค่าและบริการอื่นๆ

ข้อควรระวังเกี่ยวกับแถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้า

ข้อความใด ๆ ในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ ซึ่งไม่ใช่ข้อเท็จจริงในอดีตหรือปัจจุบัน เป็นแถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้า แถลงการณ์คาดการณ์ล่วงหน้าเป็นการสื่อสารความคาดหวังในปัจจุบันของ Cushman & Wakefield หรือการคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคต แถลงการณ์คาดการณ์ล่วงหน้าเกี่ยวกับความเสี่ยงที่ไม่อาจทราบได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจทำให้ผลลัพธ์ที่แท้จริง ผลการปฏิบัติงาน หรือผลลัพธ์ที่แท้จริงของ Cushman & Wakefield แตกต่างไปอย่างมากจากผลการปฏิบัติงานหรือผลลัพธ์ในอนาคตในแถลงการณ์ที่เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้า ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนดังกล่าวได้มีการอธิบายไว้ในหัวข้อ “Risk Factors” และ “Cautionary Note Regarding Forward-Looking Statements” ในแบบฟอร์ม S-1 นอกจากจะมีการบังคับโดยกฎหมาย Cushman & Wakefield ไม่จำเป็นต้องเผยแพร่หรือแก้ไขแถลงการณ์คาดการณ์ล่วงหน้าใด ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์หรือเหตุการณ์หลังจากวันที่ในเอกสารประชาสัมพันธ์ฉบับนี้

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20180806005543/en/

ติดต่อ:

Cushman & Wakefield
Brad Kreiger
+1 312 424 8010
Brad.Kreiger@cushwake.com

Cushman & Wakefield ประกาศราคาเสนอขายหุ้นสามัญให้แก่ประชาชนทั่วไป

Logo

ชิคาโก–(BUSINESS WIRE)–02 สิงหาคม 2018

Cushman & Wakefield ("Cushman & Wakefield") ประกาศการกำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญแก่ประชาชนทั่วไปจำนวน 45,000,000 หุ้นในราคาหุ้นละ 17.00 ดอลลาร์ต่อหุ้น  หุ้นดังกล่าวจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กและจะขึ้นเครื่องหมาย "CWK" ในวันที่ 2 สิงหาคม 2018  นอกจากนี้ Cushman & Wakefield ยินยอมให้ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์มีเวลา 30 วันในการซื้อหุ้นสามัญเพิ่มเติมจำนวน 6,750,000 หุ้นในราคาเสนอขายหลักทรัพย์สาธารณะโดยหักส่วนลดผู้จัดจำหน่ายและค่าคอมมิชชั่น

Cushman & Wakefield คาดว่าจะใช้เงินสุทธิที่ได้รับจากการเสนอขายหุ้นสามัญเพื่อลดภาระหนี้ที่ค้างชำระ โดยเฉพาะเงินกู้ที่สอง หนี้ค้างชำระที่เกี่ยวข้องกับการซื้อ Cassidy Turley และนำรายได้สุทธิที่เหลือเพื่อวัตถุประสงค์ทั่วไปขององค์กร

Morgan Stanley, J.P Morgan, Goldman Sachs & Co. LLC และ UBS Investment Bank ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการการเงินและตัวแทนผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์สำหรับการเสนอขายหุ้นสามัญ  Barclays Capital Inc., BofA Merrill Lynch, Citigroup Global Markets Inc., Credit Suisse Securities (USA) LLC และ William Blair & Company, L.L.C. เป็นผู้จัดการการเงินสำหรับการเสนอขายหุ้นสามัญ  TPG Capital BD, LLC, HSBC Securities (USA) Inc., Credit Agricole Securities (USA) Inc., JMP Securities LLC, China Renaissance Securities (US) Inc., Fifth Third Securities, Inc., Academy Securities, Inc., Loop Capital Markets LLC, Samuel A. Ramirez & Company, Inc., Siebert Cisneros Shank & Co. L.L.C. และ The Williams Capital Group, L.P. เป็นผู้จัดการการเงินร่วมสำหรับการเสนอขายหุ้นสามัญ

การเสนอขายหุ้นทำโดยใช้หนังสือชี้ชวนที่เป็นส่วนหนึ่งของใบแจ้งการจดทะเบียน  เมื่อตีพิมพ์แล้ว สามารถขอสำเนาของหนังสือชี้ชวนที่เกี่ยวข้องกับการเสนอขายได้ที่: Morgan Stanley & Co. LLC, Attention: Prospectus Department, 180 Varick Street, 2nd Floor, New York, NY 10014, J.P. Morgan Securities LLC, Attention: Broadridge Financial Solutions, 1155 Long Island Avenue, Edgewood, NY 11717, อีเมล: prospectus-eq_fi@jpmchase.com, Goldman Sachs & Co. LLC, Attention: Prospectus Department, 200 West Street, New York, NY 10282, โทร: (866) 471-2526 หรืออีเมล: prospectus-ny@ny.email.gs.com และ UBS Securities LLC, Attention: Prospectus Department, 1285 Avenue of the Americas, New York, NY 10019, โทร: 888-827-7275 หรืออีเมล: olprospectusrequest@ubs.com.

คำประกาศเกี่ยวกับการจดทะเบียนหลักทรัพย์ดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2018 โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์  ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ไม่ถือเป็นการเสนอขายหรือการชักชวนการเสนอซื้อ และจะไม่มีการขายหลักทรัพย์เหล่านี้ในรัฐหรือเขตอำนาจศาลใด ๆ ที่ข้อเสนอการขายหรือการชักชวนดังกล่าวจะไม่ชอบด้วยกฎหมายก่อนการจดทะเบียนหรือการได้สิทธิตามกฎหมายหลักทรัพย์ในรัฐหรือเขตอำนาจศาลดังกล่า

เกี่ยวกับ Cushman & Wakefield

Cushman & Wakefield เป็น บริษัท ชั้นนำด้านการให้บริการอสังหาริมทรัพย์ระดับโลกที่มอบคุณค่าที่โดดเด่นด้วยการนำความคิดไปสู่การดำเนินการสำหรับผู้ครอบครองและเจ้าของอสังหาริมทรัพย์  Cushman & Wakefield เป็นหนึ่งในบริษัทให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่สุดที่มีพนักงาน 48,000 คนในสำนักงานประมาณ 400 แห่งและ 70 ประเทศ ในปี 2017 บริษัท มีรายได้ 6.9 พันล้านดอลลาร์ในบริการหลักของอสังหาริมทรัพย์ อาคารและการจัดการโครงการ ลีสซิ่ง ตลาดทุน การประเมินค่า และบริการอื่น ๆ

ข้อควรระวังเกี่ยวกับแถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้า

ข้อความใด ๆ ในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ซึ่งไม่ใช่ข้อเท็จจริงในอดีตหรือปัจจุบันเป็นแถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้า  แถลงการณ์คาดการณ์ล่วงหน้าแสดงถึงความคาดหวังในปัจจุบันของ Cushman & Wakefield หรือการคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคต  แถลงการณ์คาดการณ์ล่วงหน้าอิงกับความเสี่ยงที่ไม่อาจทราบได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจทำให้ผลลัพธ์ที่แท้จริงผล การปฏิบัติงาน หรือผลลัพธ์ที่แท้จริงของ Cushman & Wakefield แตกต่างไปอย่างมากจากผลการปฏิบัติงานหรือผลลัพธ์ในอนาคตในแถลงการณ์ที่เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้า  ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนดังกล่าวได้มีการอธิบายไว้ในหัวข้อ “Risk Factors” และ “Cautionary Note Regarding Forward-Looking Statements” ในแบบฟอร์มการลงทะเบียนใน Form S-1  นอกจากจะถูกบังคับโดยกฎหมาย Cushman & Wakefield ไม่จำเป็นต้องเผยแพร่หรือแก้ไขแถลงการณ์คาดการณ์ล่วงหน้าใดๆ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์หรือเหตุการณ์หลังจากวันที่ในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้

ดูเวอร์ชันของแหล่งที่มาใน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20180801006113/en/

ติดต่อ:

Cushman & Wakefield

Brad Kreiger

Corporate Communications

+1 312 424 8010

brad.kreiger@cushwake.com

Cushman & Wakefield เตรียมเข้าซื้อบริษัทในเครือสัญชาติไอร์แลนด์จาก Sherry FitzGerald Group

Logo

  • ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์กว่า 100 รายในดับลิน ลิเมอริก และกัลเวย์จะเข้าร่วมหนึ่งในบริษัทที่ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดของโลก
  • Aidan Gavin กรรมการผู้จัดการ จะได้รับตำแหน่งหัวเรือใหญ่ผู้ดูแลธุรกิจ Cushman & Wakefield ในไอร์แลนด์ และเป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริหารธุรกิจในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์

ดับลิน–(BUSINESS WIRE)–16 กรกฎาคม 2018

บริษัทผู้ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับโลกอย่าง Cushman & Wakefield ประกาศในวันนี้ว่าได้บรรลุข้อตกลงในการเข้าซื้อกิจการบริษัทอสังหาเชิงพาณิชย์ในเครือ Sherry FitzGerald Group ในสาธารณรัฐไอร์แลนด์ ข้อตกลงนี้คาดว่าจะดำเนินการได้สมบูรณ์ในช่วงต้นเดือนกันยายนปีนี้

โดยปัจจุบัน Cushman & Wakefield ถือหุ้น 20% ในธุรกิจอสังหาเชิงพาณิชย์สัญชาติไอร์แลนด์นี้อยู่แล้ว โดยบริษัทดังกล่าวดำเนินการในฐานะบริษัทสาขาในไอร์แลนด์ และได้ทำการรีแบรนด์ดิ้งเป็น Cushman & Wakefield Ireland ไปก่อนหน้านี้เมื่อสองปีที่แล้ว บริษัทมีผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาเชิงพาณิชย์กว่า 100 คน และมีสำนักงานตั้งอยู่ในดับลิน ลิเมอริก และกัลเวย์ และจะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับ Cushman & Wakefield อย่างเต็มรูปแบบ โดย Cushman & Wakefield เป็นหนึ่งในบริษัทที่ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีพนักงาน 48,000 คนประจำอยู่ที่สำนักงานราว 400 แห่งใน 70 ประเทศ

Aidan Gavin ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ จะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวเรือใหญ่แห่ง Cushman & Wakefield ในไอร์แลนด์ รวมถึงได้นั่งในบอร์ดกรรมการบริหารของบริษัทในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์

Cushman & Wakefield จะยังคงรักษาความสัมพันธ์อันดีในฐานะบริษัทในเครือกับ Sherry FitzGerald Group ซึ่งมีสำนักงาน 97 แห่งทั่วทั้งไอร์แลนด์

Colin Wilson ตำแหน่ง Chief Executive Officer, EMEA แห่ง Cushman & Wakefield กล่าวว่า: “นี่คือขั้นถัดไปที่น่าตื่นเต้นของความสัมพันธ์อันแสนวิเศษซึ่งได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อ 20 ปีที่แล้ว และยังสะท้อนถึงการเพิ่มขึ้นอย่างมากของโครงการที่มีการดำเนินการข้ามพรมแดนซึ่งทีมของพวกเราได้ร่วมมือกัน ในขณะที่เศรษฐกิจของไอร์แลนด์แข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่องและพวกเราได้มารวมกันเป็นบริษัทเดียวอย่างเต็มรูปแบบ เราหวังจะได้เห็นการเติบโตที่มากขึ้นพร้อมการดำเนินการที่ราบรื่นระหว่างไอร์แลนด์และสหราชอาณาจักร พวกเราจะยังคงมุ่งมั่นต่อการสร้างการเติบโตที่ก่อให้เกิดผลกำไรทั้งในด้านขนาดและการปฏิบัติงานของธุรกิจ EMEA เพื่อส่งมอบผลลัพธ์อันโดดเด่นให้กับลูกค้าของเรา”

Aidan Gavin ตำแหน่ง Head of Ireland ของ Cushman & Wakefield กล่าว่า: “ธุรกิจของเราแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่ได้เข้าร่วมกับแบรนด์ Cushman & Wakefield และพวกเราได้สร้างโมเมนตัมให้กับตลาดอย่างแท้จริง ขณะนี้ เรามีโอกาสที่จะเดินหน้าสู่ขั้นต่อไป ด้วยการนำทรัพยากรของเครือข่ายที่เรามีอยู่ทั่วโลกมาใช้ให้เกิดประโยชน์เพื่อร่วมกันออกแบบอนาคตของวงการอสังหาของไอร์แลนด์”

Steven McKenna ตำแหน่ง Chief Executive Officer แห่ง Sherry FitzGerald Group กล่าวว่า“สำหรับ Sherry FitzGerald Group แล้ว การขายธุรกิจครั้งนี้มอบโอกาสให้เราได้สนับสนุนแผนการอันทะเยอทะยานที่จะพัฒนาธุรกิจหลักของ Sherry FitzGerald อย่างต่อเนื่อง เร็วๆ นี้ เราจะเปิดสำนักงานแห่งที่ 100 ในไอร์แลนด์และจะให้ความสำคัญกับการส่งมอบธุรกิจที่ชาญฉลาดมากขึ้นผ่านเทคโนโลยีที่เต็มไปด้วยจินตนาการ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของลูกค้าของเรา ถือว่าเป็นเรื่องที่สมเหตสมผลแล้วในการที่ Cushman & Wakefield จะเป็นเจ้าของธุรกิจเชิงพาณิชย์สัญชาติไอร์แลนด์นี้แต่เพียงผู้เดียว พอๆ กับการที่พวกเราจะได้มีโครงสร้างการเป็นเจ้าของที่เข้าใจง่ายและดำเนินกิจการเป็นแบรนด์เดี่ยว โดยพวกเรายินดีที่จะเดินหน้าความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับ Cushman & Wakefield Ireland ต่อไป”

นอกจากการตกลงซื้อกิจการจาก Sherry FitzGerald Group แล้ว Cushman & Wakefield จะเข้าเป็นผู้ถือหุ่นส่วนน้อยในธุรกิจในเครือด้านอสังหาเชิงพาณิชย์ในเมืองคอร์กและเบลฟาสต์ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อกรรมสิทธิ์หุ้นปัจจุบันซึ่งถือครองโดยผู้บริหารที่ถือครองหุ้น

เกี่ยวกับ Cushman & Wakefield

Cushman & Wakefield เป็นบริษัทที่ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับแนวหน้าของโลก ผู้ส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีความแตกต่างให้กับลูกค้าด้วยการสร้างสรรค์ไอเดียต่างๆ ให้เกิดขึ้นจริงสำหรับผู้ครอบของและเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ Cushman & Wakefield เป็นหนึ่งในบริษัทที่ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุด มีพนักงานทั้งหมด 48,000 คน ทำงานอยู่ในสำนักงานราว 400 แห่งใน 70 ประเทศทั่วโลก ในปี 2017 บริษัทมีรายได้ 6.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากบริการหลักๆ ในด้านอสังหาริมทรัพย์ การบริหารจัดการโครงการและสิ่งก่อสร้าง การเช่าซื้อ ตลาดทุน การประเมินมูลค่าและบริการอื่นๆ ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับเราได้ที่ www.cushmanwakefield.com หรือติดตามเราบน Twitter ที่ @CushWake

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20180716005412/en/

ติดต่อ:

Cushman & Wakefield
Richard Coleman, +44 (0)203 296 4326
หัวหน้าฝ่ายสื่อสาร EMEA
richard.coleman@cushwake.com
หรือ
Sherry FitzGerald Group
Jill O’Neill, +353 86 252 3277
ผู้อำนวยการ, ฝ่ายสื่อสารภายนอกองค์กร
jill.oneill@sherryfitz.ie

THE FIRST GROUP จับมือ IQI Global ล่านักลงทุนในเอเชียแปซิฟิก

Logo

บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำจากดูไบจับมือบริษัทที่ปรึกษาด้านการลงทุนแถวหน้า เพื่อนำเสนอพอร์ตโฟลิโอให้กับลูกค้าระดับวีไอพีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่กำลังเติบโต

ดูไบ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–(BUSINESS WIRE)–16 พฤษภาคม 2018

The First Group หนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดของดูไบ จับมือ IQI Global ที่ปรึกษาการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ที่สำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อนำเสนอพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ที่กำลังขยายให้ครอบคลุมอสังหาริมทรัพย์ประเภทโรงแรมและอพาร์ตเมนต์โฮเทลให้กับลูกค้าของ IQI Global ทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20180516005689/en/

Rob Burns, The First Group’s Chief Executive Officer (Photo: AETOSWire)

Rob Burns ซีอีโอแห่ง The First Group (รูปภาพ: AETOSWire)

IQI Global เป็นหนึ่งในบริษัทที่ปรึกษาการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำที่มีชื่อเสียงระดับภูมิภาค และมีบทบาทสำคัญในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังเติบโตอย่างมาเลเซีย สิงคโปร์ ไทย ฟิลิปปินส์และเวียดนาม

พอร์ตโฟลิโออสังหาริมทรัพย์ที่หลากหลายของ The First Group ประกอบด้วยโครงการต่างๆ ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะสมและได้รับความนิยมสูงสุดของดูไบ รวมถึงพื้นที่ในเขต Business Bay, Jumeirah Village, Dubai Marina และ Palm Jumeirah

The First Group เป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งของบริษัทบริหารโรงแรมระดับโลกหลายแห่ง อย่างเช่น Wyndham Hotel Group บริษัทบริหารจัดการด้านโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดของโลก และ Millennium Hotels & Resorts ธุรกิจโรงแรมอันมีชื่อเสียงของสิงคโปร์ อสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวกับโรงแรมของบริษัทซึ่งตั้งอยู่ในดูไบประกอบด้วย TRYP by Wyndham ที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก และโรงแรมคุณภาพพรีเมียมระดับ 3-4 ดาวในเครือ Millennium เป็นการสร้างโอกาสให้นักลงทุนได้รับผลตอบแทนและผลประโยชน์ที่มากกว่า เมื่อเทียบกับทรัพย์สินที่ไม่มีชื่อเสียง (หรือทรัพย์สินประเภท “อื่นๆ”) ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

The First Group ที่มีผลงานอันจับต้องได้จากการพัฒนาโครงการโฮเทลอพาร์ตเมนต์ในดูไบมาตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ได้เริ่มวางระบบเชื่อมโยงอสังหาริมทรัพย์โรงแรมใหม่ ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างในพื้นที่สำคัญๆ ทั่วทั้งดูไบเพื่อดึงดูดผู้ที่สนใจในการลงทุนจากทั่วทั้งเอเชียแปซิฟิก

Rob Burns ซีอีโอแห่ง The First Group แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเข้าเป็นพันธมิตรกับ IQI Global ว่า ทางบริษัทมุ่งมั่นที่จะขยายธุรกิจสู่ตลาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก ด้วยวิสัยทัศน์ที่จะยกระดับดูไบให้เป็นหนึ่งในจุดหมายในการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ที่สำคัญเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

“การเติบโตของดูไบเป็นเมืองตะวันออกกลางแห่งแรกของโลก สร้างโอกาสที่ไม่มีเมืองอื่นๆ สู้ได้ให้กับนักลงทุนที่มีศักยภาพผู้กำลังมองหาโอกาสทำเงินจากการเติบโตอันน่าเหลือเชื่อของเมืองนี้” เขากล่าว “เราจะทำงานร่วมกับ IQI Global เพื่อแสดงให้เห็นถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์อสังหาริมทรัพย์โรงแรมระดับกลางบน (upper midscale) ที่มีการขับเคลื่อนอยู่ตลอดเวลาให้กับนักลงทุนในตลาดหลักๆ ทั่วทั้งเอเชียแปซิฟิก ตลอดจนเดินหน้าสร้างชื่อเสียงของเราให้เป็นหนึ่งในบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุดในดูไบ”

Kashif Anasari ซีอีโอของ IQI Global กล่าวว่า “เป็นเกียรติ” อย่างมากที่ได้ร่วมงานกับทาง The First Group ซึ่งเขาให้คำนิยามว่าเป็น “ผู้นำในธุรกิจการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ด้านโรงแรมในดูไบ”

“ผมรู้สึกว่าดูไบยังไม่ถูกนำเสนอในตลาดด้านอสังหาฯ อย่างเหมาะสมเท่าไรนัก ในขณะที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีประชากรมากกว่า 600 ล้านคน ซึ่งหลายๆ คนในจำนวนนั้นสนใจลงทุนด้านอสังหาฯ” เขากล่าว

“ดูไบได้กลายมาเป็นจุดหมายสำคัญสำหรับนักลงทุนด้านอสังหาฯ จากทั่วโลก อสังหาริมทรัพย์ในดูไบมีแบรนด์เป็นของตัวเอง และด้วยการริเริ่มจัดกิจกรรมต่างๆ โดยรัฐบาล เช่น งาน Expo 2020 และการทำธุรกรรมทางด้านบล็อกเชน เรามั่นใจว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในดูไบจะต้องเติบโตขึ้นได้อีกอย่างแน่นอน”

“ด้วยทีมงานอันแข็งขันจากทั้ง IQI Global และ TFG ที่ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ผมมั่นใจว่าเราจะสามารถทำให้ The First Group ประสบผลสำเร็จในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตรงตามวิสัยทัศน์ของเราและได้รับโอกาสเดียวกันกับที่ได้รับในดูไบ”

เกี่ยวกับ THE FIRST GROUP

The First Group ประกอบธุรกิจโรงแรมและบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับสากล สร้างความเชี่ยวชาญและความสำเร็จในตลาดทั่วโลกมากว่า 30 ปี ทีมผู้บริหารของ The First Group มีความแกร่งและประสบการณ์ในด้านต่างๆ ครอบคลุมอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ การเงิน การควบรวมกิจการ การตลาด และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั่วโลก ด้วยความเชี่ยวชาญในการมองเห็นประโยชน์ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังเติบโต และการเป็นหุ้นส่วนที่ดีกับบริษัทชั้นนำทำให้ลูกค้าของเรามีความเชื่อมั่นในความปลอดภัยและได้รับผลตอบแทนที่น่าพอใจจากหนึ่งในธุรกิจโรงแรมชั้นนำระดับโลก สำนักงานใหญ่ของ The First Group ตั้งอยู่ในดูไบ รวมทั้งมีการดำเนินธุรกิจในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นแอลจีเรีย อาเซอร์ไบจาน จีน กาน่า อินเดีย คาซัคสถาน ไนจีเรีย โอมาน รัสเซีย ซาอุดิอาระเบียและตุรกี ขณะที่ฐานลูกค้าของ The First Group กำลังขยายอย่างรวดเร็ว สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมได้ที่ www.thefirstgroup.com.

*ที่มาAETOSWire

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20180516005689/en/

The First Group
Eve Humphreys, +97144387458
ผู้อำนวยการฝ่ายแบรนด์และสื่อสารการตลาด
Eve.Humphreys@thefirstgroup.com



Madison Realty Capital ให้เงินกู้เพื่อการก่อสร้างมูลค่า 297 ล้านดอลลาร์สำหรับ Fortis Property Group ในการพัฒนา River Park ใน Cobble Hill Brooklyn

Logo

MRC ให้สินเชื่อเพื่อก่อสร้างโครงการสร้างอาคารแบบผสมผสาน 3 ตึกพร้อมด้วยคอนโดหรู 172 ห้องตั้งอยู่ที่บริเวณ Long Island College Hospital

นิวยอร์ก – (BUSINESS WIRE) – 13 ก.ย. 2017

Madison Realty Capital (MRC) สรุปการให้เงินกู้มูลค่า 297 ล้านเหรียญให้กับ River Park โครงการพัฒนาอาคารแบบผสมผสาน 3 ตึกใน Cobble Hill, Brooklyn ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ขายประมาณ 325,000 ตารางฟุตรวมถึงคอนโดมิเนียมหรู 172 หน่วย พื้นที่ชุมชนจำนวน 66,900 ตารางฟุต และที่จอดรถ 328 แห่ง  MRC ซึ่งเป็นบริษัทการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ที่มุ่งเน้นการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์และการให้เงินกู้กับบริษัทขนาดกลาง ได้ให้เงินกู้สำหรับโครงการสามอาคารนี้ที่ตั้งติดกันในพื้นที่ที่เคยเป็น Long Island College Hospital (LICH)  การพัฒนาโครงการนี้อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของ Fortis Property Group ซึ่งเคยเป็นผู้กู้จาก MRC มาก่อน

"เราตื่นเต้นมากที่ได้ร่วมงานกับ Fortis อีกครั้งในการก่อสร้างอาคาร Cobble Hill" Josh Zegen ผู้ร่วมก่อตั้งและ Managing Principal ของ MRC กล่าว "เราเชื่อว่าผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่อย่างจำกัดในตลาด Cobble Hill และ Brooklyn Heights รวมกับผลิตภัณฑ์พิเศษที่ Fortis นำเสนอจะทำให้เป็นโครงการเลิศหรูอย่างยิ่งสำหรับเมือง Brooklyn"

"MRC ยังให้ประสบการณ์การซื้อแบบครบวงจรในตลาดจัดหาอสังหาริมทรัพย์ “นาย Zegen กล่าวเสริม "เราเชื่อว่าเรากำลังเสนอกระบวนการให้กู้ยืมที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยอาศัยความเข้าใจในสิ่งที่สปอนเซอร์ต้องการและความรู้ลึกซึ้งของเราเกี่ยวกับเมืองนิวยอร์กในระดับตลาดขนาดเล็ก  ในกรณีนี้เราได้ให้เงินกู้แก่ Fortis ในช่วงแรกของการซื้อที่ดินและการพัฒนาเบื้องต้นและเรายินดีที่จะยังคงอยู่ในข้อตกลงสำหรับโครงการโปรไฟล์สูงนี้"

"เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะดำเนินการก่อสร้างโครงการ River Park ที่สวยงามของเรา" Jonathan Landau, CEO ของ Fortis Property Group กล่าว "การทำงานร่วมกับ Josh Zegen และ MRC ช่วยให้เราสามารถเจรจาราคาที่เหมาะสมสำหรับการพัฒนาสถานที่ที่สำคัญนี้  River Park 1, 2 และ 5 จะเป็นศูนย์กลางของย่าน Brooklyn Waterfront แห่งใหม่และนำระดับการใช้ชีวิตที่หรูหรามาสู่ Cobble Hill"

ในปี 2015 Fortis ได้ตกลงที่จะซื้ออาคาร 18 แห่งที่ประกอบด้วยวิทยาเขตเดิมของ LICH เป็นมูลค่า 240 ล้านเหรียญผ่านกระบวนการ RFP ที่มีการแข่งขันสูงโดยมีผู้ขายเป็น State University of New York.  Fortis ได้รับเงินกู้ระยะสั้นจาก MRC ในช่วงแรกของการซื้อกิจการเป็นจำนวน 107.25 ล้านเหรียญ  เงินกู้ยืมใหม่จาก MRC จะนำไปใช้ในการตัดหนี้เงินกู้ที่ผ่านมาและการก่อสร้างอาคารชุดพักอาศัยใหม่ทั้ง 3 อาคารให้เสร็จสมบูรณ์ รวมถึงอาคารริมน้ำที่ตั้งอยู่ที่ 350 Hicks Street (“1 River Park"); อาคารที่ตั้งอยู่ที่ 95 Pacific Street ("2 River Park"); และอาคารที่ตั้งอยู่ที่ 349 Henry Street / 112 Pacific Street ("5 River Park")

เกี่ยวกับ Madison Realty Capital (MRC)

MRC เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนในนิวยอร์กที่แสวงหาอสังหาริมทรัพย์และการลงทุนหนี้ในตลาดระดับกลาง  MRC ได้ก่อตั้งขึ้นในปี 2004 โดยได้ลงทุนในธุรกรรมจำนวนประมาณ 6.0 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในธุรกิจที่อยู่อาศัยรวม ค้าปลีก สำนักงานอุตสาหกรรม และโรงแรม

เกี่ยวกับ Fortis Property Group

Fortis Property Group, LLC เป็นบริษัทด้านการลงทุน การดำเนินงาน และการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ได้ซื้อและบริหารจัดการโครงการอสังหาริมทรัพย์เกี่ยวกับคอนโดมิเนียมที่อยู่อาศัย สำนักงานระดับชั้น A ที่อยู่อาศัยรวม และโรงงานรวมมากกว่า 5.0 พันล้านเหรียญสหรัฐ / 8 ล้านตารางฟุตโดยเน้นพื้นที่ในนิวยอร์ก บอสตัน และเมืองดัลลัส

ดูเวอร์ชั่นของแหล่งที่มาใน businesswire.comhttp://www.businesswire.com/news/home/20170913006567/en/

ติดต่อ:

Great Ink Communications
Tom Nolan, 212-741-2977
tom@greatink.com
หรือ
Eric Waters, 212-741-2977
eric.waters@greatink.com

อสังหาริมทรัพย์ของ Picasso ถูกขายให้กับประธานของ Scepter คุณ Rayo Withanage

Logo

มูแกงส์, ฝรั่งเศส–(บิสิเนส ไวร์)–27 มกราคม 2017

อสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่และบ้านหลังสุดท้ายของ Pablo Picasso ในมูแกงส์ ประเทศฝรั่งเศส ได้ขายให้กับ Rayo Withanage นักการเงินชาวบรูไน ในราคาที่ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ นายกเทศมนตรีของมูแกงส์คอนเฟิร์มในข่าวประชาสัมพันธ์เรื่องการขาย รายงานโดย The Wall Street Journal

สามารถรับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่ http://www.businesswire.com/news/home/20170127005359/en/

L'Antre du Minotaure ในมูแกงส์ ประเทศฝรั่งเศส (รูปภาพ: บิสิเนส ไวร์)logo

Mr. Withanage ซึ่งเป็นประชากรของเบอร์มิวดาและลอนดอน เป็นผู้ก่อตั้งและประธานของ Scepter Partners ซึ่งเป็นผู้ลงทุนและเป็นธนาคารสำหรับนักลงทุนภาครัฐ เขาเป็นผู้ก่อตั้ง The BMB Group กับเจ้าชาย HH Prince Abdul Ali Yil Kabier ของราชวงศ์บรูไนอีกด้วย

อสังหาริมทรัพย์ระดับสูง L’Antre du Minotaure (the Den of The Minotaur) นี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในฝรั่งเศสตอนใต้ 

อสังหาริมทรัพย์นี้ ที่ได้รับการตกแต่งใหม่ให้สวยงามภายในการนำโดยสถาปนิกชื่อดังอย่าง Axel Vervoordt ครอบคลุม 3 เฮกเตอร์ด้วยป่ามะกอกที่มีอายุมากกว่า 500 ปี อสังหาริมทรัพย์นี้มีขนาดใหญ่ที่สุดในพื้นที่นั้นๆ 

Picasso ได้เก็บสตูดิโอของเขาอยู่ในตัวบ้าน โดยอาศัยอยู่ที่นั่นกับภรรยา Jacqueline และลูกสาว Cathérine บ้านและสวนนี้ได้รับการออกแบบเองโดย Picasso และยังเก็บงานศิลปะและเฟอร์นิเจอร์แบบดั้งเดิมเอาไว้ เมื่อเขาเสียชีวิตไป บ้านหลังนี้ได้เป็นที่เก็บงานศิลปะมูลค่ามากกว่า 1 พันล้านเหรียญ 

ก่อนหน้านี้ที่ Picasso จะเป็นเข้าของ บ้านหลังนี้เป็นของตระกูล Guinness และมีชื่อเสียงในการเป็นบ้านพักตากอากาศฤดูร้อนของ Winston Churchill ที่วาดภาพอสังหาริมทรัพย์นี้มากมาย เดิมที บ้านหลังนี้ย้อนยุคไปมากกว่าพันปี และอยู่ติดกับ Notre-Dame-De-Vie ซึ่งเป็นโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดในภูมิภาค สวนนี้ได้รับการยกย่องในฝรั่งเศสว่ามีต้นวีสทีเรียที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปและมีดอกไม้นานาพันธุ์ปลูกโดย Picasso เอง

ภายใต้เจ้าของคนใหม่ อสังหาริมทรัพย์นี้จะใช้เพื่อการกุศลโดยมูลนิธิในท้องถิ่น และเป็นการโปรโมทงานศิลปะผ่านกิจกรรมต่างๆ ซึ่งการบริจาคเงินก็เพื่อสนับสนุนโครงการพัฒนาแบบยั่งยืนทั้งหลายที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่โมนาโก

อสังหาริมทรัพย์นี้มีเจ้าของก่อนหน้าคือนักธุรกิจชาวดัตช์ Tom Moeskops และ BMB Alliance การขายนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้าง BMB Group ซึ่งหมุนเวียนสินทรัพย์เพื่อสร้าง Scepter Partners และเซ็นสัญญาแล้วปลายปีที่แล้ว 

เกี่ยวกับ Rayo Withanage

Rayo Withanage เป็นผู้ก่อตั้งและประธานของ Scepter Partners ซึ่งเขาได้รับการฝึกฝนเป็นนักกฎหมาย M&A โดยมีปริญญาโทจาก London School of Economics เขาเป็นผู้ขับเคลื่อนการพัฒนาของการธนาคารวาณิชธนกิจและธุรกิจการลงทุนของ Scepter Partners ซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านเงินทุนของครอบครัวและนักลงทุนภาครัฐ ทีมบริหารระดับสูงของ Scepter หมุนเวียนมาจาก Blackstone Group ภายใต้การนำของ Anthony Steains ในปี 2015 บริษัท Scepter มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เบอร์มิวดาโดยมีสำนักงานอยู่ในนิวยอร์กและฮ่องกง ได้รับการสนับสนุน 1.4 หมื่นล้านเหรียญ ในสินทรัพย์ และ ก่อตั้งขึ้นเพื่อซื้อสินทรัพย์แบบ large cap โดยมุ่งในด้านทรัพยากรธรรมชาติ โครงสร้างพื้นฐาน อสังหาริมทรัพย์ และสื่อรวมถึงโทรคมนาคม Mr. Withanage เป็นคนศรีลังกาและโปรตุเกส เกิดบนเกาะฟิจิและโตในเบอร์มิวดา นิวซีแลนด์ และบรูไน

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20170127005359/en/

ติดต่อ:

Hill+Knowlton Strategies

Caleb Barnhart, 212-885-0310

caleb.barnhart@hkstrategies.com




Karle Infra Pvt. Ltd. เพิ่มเว็บ ท่า Yardi สำหรับผู้เช่า

Logo

ปูเน่, อินเดีย–(บิสิเนส ไวร์)–19 ธันวาคม 2016

ในเดือนมีนาคม 2016 Karle Infra Pvt. Ltd. ประกาศการใช้ Yardi Voyager® 7S ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์แบบคลาวด์เบส โดยมีโซลูชั่นส์ที่เพิ่มเติมสำหรับการบริหารสินทรัพย์และสินค้าคงคลัง ในเร็วๆ นี้ นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของอินเดียได้ใช้ COMMERCIALCafé™ which 

ซึ่งให้ผู้เข้าพักได้มีเว็บท่าในการส่งร้องขอความต้องการในการซ่อมบำรุงและอื่นๆ ผ่านทางออนไลน์หรือจากอุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่

“COMMERCIALCafé จะช่วยเราบริการผู้พักอาศัยของเราได้ในทันที เพิ่มประสิทธิผลโดยการลดการบันทึกแบบแมนนัว การแทร็กแบบเรียลไทม์ใน Voyager แอ็คชั่นที่ร้องขอผ่านทาง COMMERCIALCafé จะช่วยเราให้สามารถหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดและความกำกวมเมื่อสื่อสารกับผู้เช่า” Dhruva Karle ซึ่งเป็นผู้อำนวยการของ Karle Infra Pvt. Ltd

“ความอัตโนมัติและความมีประสิทธิผลที่ช่วย Karle Infra สามารถประสบความสำเร็จในการควบคุมวงจรการให้เช่า จะช่วยพวกเขายกระดับการให้บริการผู้เช่าในอุตสาหกรรมนี้” Jigar Shah กล่าว ซึ่งเป็นรองประธานของ Global Solutions for Yardi® 

กรุณาคลิกที่นี่ http://www.yardi.com/asia/?utm_source=pressrelease&utm_campaign=karle&utm_medium=pressrelease เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับ Yardi Voyager ว่าได้ให้บริการแพลตฟอร์มแบบ end-to-end ให้กับการบริหารการลงทุนในด้านอสังหาริมทรัพย์และสินทรัพย์ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ COMMERCIALCafé สามารถรับชมได้ที่ http://www.yardi.com/products/commercialcafe/?utm_source=pressrelease&utm_campaign=karle&utm_medium=pressrelease

เกี่ยวกับ Karle Infra Pvt. Ltd.

Karle Infra Pvt. Ltd. เป็นบริษัทพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในเมืองและอสังหาริมทรัพย์ โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เบนกาลูรู ประเทศอินเดีย Karle Infra ปัจจุบันมุ่งที่การพัฒนาเขตที่มีการมุ่งชุมชนเป็นศูนย์กลางระดับโลกในเบนกาลูรูตอนเหนือ สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://karleinfra.com

เกี่ยวกับ Yardi

Yardi® พัฒนาและรองรับการลงทุนที่เป็นผู้นำอุตสาหกรรมและซอฟท์แวร์การบริหารจัดการอสังหาริมทรัพทย์สำหรับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภทและทุกขนาด ก่อตั้งในปี 1984 Yardi ตั้งอยู่ที่ซานตาบาบาร่า แคลิฟอร์เนีย และให้บริการลูกค้าทั่วโลกจากสำนักงานในประเทศออสเตรเลีย เอเชีย ตะวันออกกลาง ยุโรป และอเมริกาเหนือ สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.yardi.com/asia

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20161219005938/en/

ติดต่อ:

Yardi Systems Inc.

Nina Kaszina, +61 (2) 8227 2267

Nina.kaszina@yardi.com

Tropicana Collaborates with Panasonic Group to Build Innovative Eco Homes

PETALING JAYA, Malaysia–(BUSINESS WIRE)–Jun. 28, 2016

The unveiling of the 272 Cheria Residences semi-detached homes at Tropicana Aman marked both company’s first strategic collaboration in Malaysia.

PanaHome Malaysia, housing subsidiary of Panasonic will provide Japan-quality technologies from construction development to fitting homes with smart systems and applications.Staying true to its mission to build a sustainable and vibrant community, property developer Tropicana Corporation Berhad (“Tropicana”) has entered into a strategic collaboration with PanaHome Malaysia Sdn Bhd ("PanaHome Malaysia"), a local subsidiary of PanaHome Corporation based in Japan, to build 272 semi-detached innovative eco homes at its latest township, Tropicana Aman. The unveiling of Cheria Residences, the third phase of the residential precinct at the 863-acre Tropicana Aman marked the first collaboration between both companies.

This Smart News Release features multimedia. View the full release here: http://www.businesswire.com/news/home/20160627006495/en/

http://mms.businesswire.com/media/20160627006495/en/532459/4/Tropicana_AMAN_Cheria_Residences
Tropicana AMAN Cheria Residences_Semi-Detached Homes (Photo: Business Wire)

Incorporated since 1979, Tropicana is the pioneer of resort-themed developments, with over 42 completed and 16 ongoing developments across Malaysia. Established since 1963, PanaHome has built a total of about 470,000 residences in Japan over the past 50 years. Cheria Residences is a brainchild of both companies, embracing innovative design and concepts that are fitted with Japan intelligent construction technology that aim to improve the quality of lives.

The signing ceremony marked another important milestone for the Group and was witnessed by Mr Yasuteru Fujii, Corporate Advisor of Panasonic & PanaHome Corporation. Tropicana was represented by Dato’ Yau Kok Seng, Group CEO and Dato’ Dickson Tan, Deputy Group CEO; whilst PanaHome was represented by Mr Kenji Koyama, Executive Officer and Mr Haruhiko Kuwano, Managing Director of PanaHome Malaysia.

Speaking at the event, Dato’ Yau Kok Seng said that Tropicana has always been working in sync with the pulse of the local communities to enrich lives and improve the ecosystem. “Building innovative intelligent homes with PanaHome is a sign of our commitment to not just creating harmonious partnerships for the benefit of our customers but ultimately, to also create an ideal and vibrant township that is sustainable and holistic in nature. Going forward, Tropicana plans to build more sustainable homes in each of its townships.”

Dato’ Yau added, "Tropicana Aman is set to be an idyllic place where one can slow down, breathe in the fresh air, find the balance in life and live in a walk and bike-friendly environment. PanaHome Malaysia aims to make a difference by creating an "EcoNation" where one can work, live and play in a healthy environment. We share the same vision to create a better community with our future smart homes and thus, this is a very strategic partnership”.

Speaking on behalf of PanaHome Malaysia, Mr Haruhiko Kuwano said, "With Tropicana’s vision to redefine the art of living and its commitment to building luxurious, resort-themed developments, I believe together, we can create a more vibrant township in Tropicana Aman. The synergy between Tropicana’s master-planning and PanaHome’s Japan intelligent construction technology will definitely add more value to Cheria Residences precinct at Tropicana Aman".

The newly unveiled Cheria Residences is expected to launch in mid-July 2016 and expected to complete in 2019. Seated on a lush 38.5 acres land, the capacious double-storey semi-detached homes boast 3,200 to 3,670 square feet with wide car porch that could fit three cars side-by-side. Future residents of this gated and guarded precinct will also enjoy their own private 4.73-acre central park and linear garden, 3-km pedestrian and jogging track and a dedicated community hall.

On the innovative and Japanese-quality technologies front, each Cheria Residence is designed to be energy efficient and environmentally-friendly. Construction methods utilising reinforced concrete panel technology ensure high and consistent quality building structure.

PanaHome also offers air ventilation and heat insulation technology that supplies effective flow and circulation of natural cool air whilst at the same time, minimises the heat transmission from the ceiling unlike the issue faced in conventional buildings. The unique PanaHome’s PURETECH structured embedded ventilation system filters out dust and air pollutants and the special filter can remove up to more than 95% of harmful air particles. The thermal heat insulation materials will be incorporated behind the ceiling to help to reduce heat conduction to keep the living space naturally cool and clean for the inhabitants without the need for excessive air-conditioning, hence reducing energy consumption.

On the scope of fitted electronics equipment and security front, PanaHome will incorporate the video intercom and home network system to deter crime. With the built-in video intercom, residents will be able to see the face of their visitors without the need of opening the door. The Panasonic security systems are connected to the smartphone to monitor the status of your home remotely even when you are out of the house.

About Tropicana Aman
Set next to the growing affluent neighbourhood of Kota Kemuning, Tropicana Aman encompasses 863-acre of idyllic setting offering both residential and commercial components. The township also boasts an 85-acre Central Park with a central community clubhouse. Tropicana is also building a 10-acre Tenby International School campus and is expected to have its first intake in September 2018, offering international student-oriented programmes for students aged from 3 to 18 years old. Access-wise, Tropicana Aman is linked to six major highways – Lebuhraya Shah Alam (KESAS), the Federal Highway, Lebuhraya Kemuning Shah Alam (LKSA), Expressway Lingkaran Tengah (ELITE), South Klang Valley Expressway (SKVE) and the up-and-coming West Coast Highway.

Since its launch in May 2015, Arahsia Residences, the first phase of Tropicana Aman recorded an overwhelming success with all the 432 units of link homes 100% taken up. The second phase, Bayan Residences was launched in August 2015 and has since recorded over 90% take up. Cheria Residences, the third phase will be launched in mid-July 2016. Interested purchasers are encouraged to contact 1700 81 8868 or visit the Tropicana Aman Property Gallery which is open daily from 9.30am to 6.30pm.

About Tropicana Corporation Berhad
Listed on the Main Board of Bursa Malaysia since 1992, Tropicana Corporation Berhad is involved in businesses that include Property & Resort Development, Property Investment, Manufacturing and Investment Holding. For more information about Tropicana, please visit www.tropicanacorp.com.my

About PanaHome Corporation
Established in 1963, PanaHome Corporation traces its roots back to the passionate vision of Mr Konosuke Matsushita, founder of Panasonic Corporation, who believed in building quality houses to improve people’s lives. As the housing subsidiary of the Panasonic Group, PanaHome recorded consolidated net sales of 325.6 billion yen for the year ended 31 March 2015. PanaHome has built a total of about 470,000 residences in Japan over the past 50 years. It has expanded its business overseas, to Taiwan in 2010, Malaysia in 2012 and Indonesia in 2016. In 2015, it established PanaHome Asia Pacific Pte Ltd to strengthen its foothold in the housing industry across the Southeast Asia and Oceania region. For more information on PanaHome, please visit the company’s website at www.panahome.jp/english/

View source version on businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20160627006495/en/

CONTACT:
Media Contacts:Panasonic Corporation
Global Communications Department
Media Promotion Office
E-mail: presscontact