Category Archives: Technology

Toshiba เปิดตัววงจรขับมอเตอร์แบบ H-bridge ที่มีแรงดันไฟต่ำเพียง 1.8V และกระแสไฟสูงถึง 4.0A

Logo

-ควบคุมมอเตอร์ด้วยแบตเตอรี่แห้งสองก้อน-

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–12 ธันวาคม 2561

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation (“Toshiba”) ประกาศเปิดตัววงจรขับมอเตอร์รุ่น “TC78H653FTG” เพื่อเข้ามาเติมเต็มไลน์ผลิตภัณฑ์วงจรขับมอเตอร์ประเภท dual-H-bridge[1] สำหรับมอเตอร์ DC แบบใช้แปรงถ่านและมอเตอร์แบบขั้นหรือสเต็ปเปอร์มอเตอร์ที่มีแรงดันไฟต่ำ (1.8V) และกระแสไฟสูง (4.0A)[2] ซึ่งจำเป็นสำหรับอุปกรณ์กำลังไฟต่ำที่ทำงานด้วยแบตเตอรี่แบบแห้ง เช่น อุปกรณ์มือถือ ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าสำหรับการใช้งานภายในบ้านและยูเอสบีไดรฟ์

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20181211006015/en/

Toshiba: New H-bridge driver IC "TC78H653FTG" supporting 1.8V low-voltage and 4.0A large-current dri ...

Toshiba: วงจรขับมอเตอร์แบบ H-bridge ใหม่ รุ่น "TC78H653FTG" ที่มีแรงดันไฟต่ำเพียง 1.8V และกระแสไฟสูงถึง 4.0A (รูปภาพ: Business Wire)

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เทคโนโลยี IoT มีความก้าวหน้าอย่างมาก ขณะที่มีการใช้งานของเทคโนโลยีไร้สายเพิ่มขึ้นในวงกว้าง เป็นเหตุให้ความต้องการใช้งานอุปกรณ์ที่สามารถความคุมได้จากระยะไกลผ่านสมาร์ตโฟนและเครื่องมืออื่น ๆ เพิ่มขึ้น โดยให้ความสนใจไปที่การควบคุมมอเตอร์ด้วยแบตเตอรี่

แนวโน้มนี้กระตุ้นให้เกิดความต้องการใช้งานวงจรขับมอเตอร์ที่สามารถขับเคลื่อนอุปกรณ์ได้แม้มีแรงดันไฟต่ำเพียง 1.8V (0.9V × แบตเตอรี่ 2 ก้อน ซึ่งถูกลดความจุให้เหลือ 1.5V, 1.2V และอื่น ๆ สำหรับเป็นแรงดันเริ่มต้น)

กระทั่งปัจจุบัน อุปกรณ์ที่มีการใช้กันอย่างแพร่หลายถูกผลิตให้ทำงานโดยวงจรขับมอเตอร์แบบ H-bridge และทรานซิสเตอร์ชนิดไบโพลาร์ ซึ่งให้การทำงานของอุปกรณ์มีความเสถียรแม้มีแรงดันไฟต่ำ อย่างไรก็ตาม มักพบปัญหาเกี่ยวกับการใช้กระแสไฟในปริมาณมาก ซึ่งทำให้อายุการใช้งานของแบตเตอรี่สั้นลง และเป็นการเพิ่มการสูญเสียกระแสในวงจร รวมถึงทำให้แรงบิดของมอเตอร์มีไม่เพียงพอ เนื่องจากแรงดันไฟที่ถูกส่งไปยังมอเตอร์ถูกลดลง

วงจรขับมอเตอร์แบบ dual-H-bridge รุ่นใหม่จาก Toshiba ใช้ระบบประมวลผล DMOS สำหรับส่งแรงดันไฟแบบต่ำที่ออกแบบเฉพาะโดย Toshiba เพื่อทำให้แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น และให้การทำงานของอุปกรณ์มีความเสถียรแม้มีแรงดันไฟต่ำ แรงบิดของมอเตอร์ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ยังทำให้การสูญเสียในวงจรลดลงจากการที่มีค่า on-resistance [3] ต่ำ ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้เหมาะสำหรับอุปกรณ์มอเตอร์ที่ทำงานด้วยแบตเตอรี่ที่มีแรงดันไฟค่อนข้างต่ำ (1.8V ถึง 7.0V)

คุณสมบัติหลัก

(1)

ใช้แรงดันไฟต่ำ ช่วยยืดอายุแบตเตอรี่

(ICC = 0.6 mA (typ.) ขณะทำงาน เมื่อ VM = 3.0V และ Ta = 25°C; ICC = 0 µA (typ.) ขณะอยู่ในโหมดสแตนด์บาย เมื่อ VM = 3.0V และ Ta = 25°C)

(2)

ค่า on-resistance ที่ต่ำช่วยลดการสูญเสียในวงจรที่เกิดจากแรงดันไฟที่ลดลงในตัวขับมอเตอร์ และเพิ่มแรงดันไฟที่ส่งไปยังมอเตอร์ ทำให้แรงบิดของมอเตอร์เพิ่มขึ้น

(Ron = 0.11Ω (typ.) (รวมทั้งด้านสูงและต่ำใน large mode เมื่อ VM = 5V และ Ta=25°C)

(3)

สามารถควบคุมความเร็วมอเตอร์ด้วยสัญญาณ PWM ที่ความเร็ว 500kHz ได้โดยแหล่งจ่ายไฟแบบสวิตชิงความเร็วสูง (ton = 90 ns, Toff = 90 ns)

การใช้งาน

อุปกรณ์มอเตอร์ที่ทำงานด้วยแบตเตอรี่ที่มีแรงดันไฟค่อนข้างต่ำ (1.8V ถึง 7.0V) อุปกรณ์เคลื่อนที่ (กล้อง แปรงสีฟันไฟฟ้า เครื่องพิมพ์) ที่ทำงานด้วยแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 3.7V ผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ภายในบ้าน เช่น ระบบล็อคไฟฟ้า เครื่องวัดอัจฉริยะ โถสุขภัณฑ์อัตโนมัติ และของเล่นที่ใช้แบตเตอรี่แบบแห้งขนาด 1.5V สองก้อน และอุปกรณ์ที่ใช้ไฟจากยูเอสบีขนาด 5V

ข้อมูลจำเพาะหลักของวงจรขับมอเตอร์แบบ H Bridge ที่มีแรงดันไฟต่ำเพียง 1.8V

ชื่อผลิตภัณฑ์

TC78H651FNG

TC78H653FTG

(ใหม่)

แรงดันของแหล่งจ่ายไฟ

(ช่วงในการใช้งาน)

1.8V ถึง 6.0V

1.8V ถึง 7.0V

กระแสไฟขาออก

(ค่าเฉลี่ยการทนกำลังไฟฟ้าได้สูงสุด)

1.6A

2.0A ใน small mode

4.0A ใน large mode

จำนวนช่องของ H-bridge

2ch

2ch ใน small mode

1ch ใน large mode

มอเตอร์ขับ

มอเตอร์ DC แบบใช้แปรงถ่าน (สามารถขับมอเตอร์ได้สองตัว)

มอเตอร์แบบขั้นชนิดไบโพลาร์

ความต้านทานขาออก

(รวมทั้งฝั่งสูงและต่ำ)

0.22Ω (typ.)

0.22Ω(typ.) ใน small mode

0.11Ω(typ.) ใน large mode

ฟังก์ชันตรวจจับข้อผิดพลาด

ระบบตรวจจับเมื่อมีกระแสไฟฟ้าเกิน ระบบหยุดการทำงานเมื่ออุปกรณ์มีความร้อนสูง และระบบหยุดการทำงานเมื่อแรงดันไฟตก

แพ็คเกจ

TSSOP16

(ขนาด: 5.0มม. x 6.4มม., ความห่างระหว่างขา: 0.65มม.)

QFN16

(ขนาด: 3.0มม.×3.0มม.)

คุณสมบัติอื่น ๆ

ฟังก์ชันสแตนด์บายในตัว: บริโภคไฟที่ 0μA (typ.)

ควบคุมความเร็วมอเตอร์ด้วยสัญญาณ PWM ความเร็วสูง

ตรวจสอบจำนวนและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์

ซื้อออนไลน์

ซื้อออนไลน์

หมายเหตุ:

[1] ใช้สำหรับควบคุมให้ไปข้างหน้าและหมุนกลับในทิศทางตรงข้ามสำหรับมอเตอร์ DC แบบใช้แปรงถ่านและมอเตอร์แบบขั้น ทรานซิสเตอร์และโหลดมีการจัดคอนฟิกเป็นรูปตัว H

[2] ระดับใน large mode และกระแสจริงของมอเตอร์ถูกจำกัดโดยเงื่อนไขในการใช้งาน เช่น อุณหภูมิแวดล้อมและแรงดันแหล่งจ่ายไฟ

[3] ชิ้นส่วนที่ทำหน้าที่ต้านทานกระแสที่ไหลเข้า ค่าความต้านทานที่ต่ำจะช่วยลดการสูญเสียที่เกิดจากการทำงานของมอเตอร์ และไม่ทำให้เกิดความร้อน

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่ โปรดเยี่ยมชมที่
https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/product/linear/motordriver/detail.TC78H653FTG.html

หากต้องการตรวจสอบจำนวนผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จำหน่ายทางออนไลน์ผ่านตัวแทน โปรดไปที่:
https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/buy/stockcheck.TC78H653FTG.html

ข้อมูลติดต่อสำหรับลูกค้า:
ฝ่าย System LSI Marketing Dept.II
โทร: +81-44-548-2188
https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/contact.html

ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้ รวมถึงราคาและข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาบริการ และข้อมูลการติดต่อ เป็นข้อมูล ณ ปัจจุบันในวันที่ประกาศ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เกี่ยวกับ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation เป็นบริษัทใหม่ที่เต็มไปด้วยพลังและประสบการณ์ นับตั้งแต่แยกตัวออกจากบริษัทเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2017 เราได้ก้าวสู่การเป็นหนึ่งในบริษัทผู้นำด้านอุปกรณ์ทั่วไป และได้นำเสนอโซลูชันเกี่ยวกับเซมิคอนดักเตอร์ ระบบ LSIs และ ระบบ HDD อันโดดเด่นให้กับลูกค้าและคู่ค้าทางธุรกิจของเรา

เรามีพนักงานจำนวน 22,000 คนทั่วโลก ซึ่งมีความตั้งใจร่วมกันที่จะเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ของเราให้ถึงระดับสูงสุด และให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับลูกค้า เพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์มูลค่าและตลาดใหม่ๆ ร่วมกัน เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะเพิ่มยอดขายต่อปีซึ่งปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 800 พันล้านเยน (7 พันล้านเหรียญสหรัฐ) ให้สูงขึ้น เพื่อสร้างอนาคตที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน

ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับเราที่ https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/top.html

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20181211006015/en/

ข้อมูลติดต่อสำหรับสื่อ:
Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation
แผนกการตลาดดิจิทัล
Chiaki Nagasawa
โทร: +81-3-3457-4963
semicon-NR-mailbox@ml.toshiba.co.jp

Tokopedia ได้รับเงินทุนสนับสนุน 1.1 พันล้านดอลลาร์ในการระดมทุนครั้งล่าสุด

Logo

  • ผู้เข้าร่วมการระดมทุนครั้งล่าสุด ได้แก่ กองทุน SoftBank Vision Fund ร่วมกับ Alibaba Group และกลุ่มนักลงทุนรายเดิม
  • Tokopedia วางแผนที่จะใช้เงินสนับสนุนในด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานในอินโดนีเซียเพื่อสนับสนุนการค้าเชิงพาณิชย์ การขนส่ง การดำเนินการตามความต้องการของลูกค้า การชำระเงิน และระบบนิเวศด้านการบริการทางการเงิน

จาการ์ต้า อินโดนีเซีย–(BUSINESS WIRE)–12 ธ.ค. 2018

PT Tokopedia ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของอินโดนีเซียwfhประกาศในวันนี้ว่า บริษัทได้รับเงินจำนวน 1.1 พันล้านดอลลาร์ในรอบการจัดหาเงินทุนครั้งล่าสุด

การระดมทุนดังกล่าวนำโดย SoftBank Vision Fund และ Alibaba Group โดยมี Softbank Ventures Korea และนักลงทุนรายเดิมอื่น ๆ เข้าร่วม

Tokopedia จะยังคงมุ่งเน้นไปที่ตลาดอินโดนีเซียและผลักดันการพัฒนาทางเศรษฐกิจและการผนวกรวมด้านการเงินในอินโดนีเซีย บริษัทคาดว่าจะใช้เงินไปในการสร้างเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยให้ธุรกิจในท้องถิ่นนับล้านเติบโตขึ้น พร้อม ๆ ไปกับการให้ประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า

William Tanuwijaya, CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท Tokopedia กล่าวว่า "ในช่วงเก้าปีแรกTokopedia มุ่งเน้นการสร้างตลาดที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซียสำหรับสินค้าที่จับต้องได้และสินค้าดิจิทัล ขณะที่เราก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 Tokopedia กำลังพัฒนาระบบนิเวศน์ของเราให้เป็นแบบโครงสร้างพื้นฐานในฐานะที่เป็นการบริการ ซึ่งหมายความว่าระบบลอจิสติกส์ การตอบสนองความต้องการลูกค้า การชำระเงิน และเทคโนโลยีด้านบริการทางการเงินของเราจะช่วยเพิ่มศักยภาพให้ธุรกิจการค้าทั้งที่เป็นแบบออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งการทำเช่นนี้จะขยายขอบเขตและการเข้าถึงของ Tokopedia ในขณะเดียวกันก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานให้ธุรกิจและคู่ค้าหลายล้านรายในระบบนิเวศน์ของเรา และช่วยขยายภารกิจของเราในการขยายการค้าผ่านทางเทคโนโลยีในประเทศอินโดนีเซีย

"นับตั้งแต่ก่อตั้ง บริษัท Tokopedia ได้ช่วยบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลางหรือ SMEs ในอินโดนีเซียหลายล้านรายขายผลิตภัณฑ์แบบดิจิทัล" Lydia Jett นักลงทุนอาวุโสของ SoftBank Investment Advisers และ Tokopedia Board กล่าว " ขณะนี้ Tokopedia ได้ให้บริการผู้บริโภคนับล้านให้สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้มากกว่า 100 ล้านรายการ และบริษัทก็มีความพร้อมที่จะให้บริการแก่ผู้ใช้นับล้านที่กำลังเพิ่มขึ้นเนื่องจากการที่ระบบอินเทอร์เน็ตแพร่หลายเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคอย่างรวดเร็ว เราเชื่อมั่นในการสนับสนุนผู้ประกอบการในประเทศและมองเห็นเส้นทางที่ยาวไกลสำหรับการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริษัท"

"เรามองภารกิจของเรา ว่าเป็นการทำให้ธุรกิจของคุณง่ายขึ้นทุกที่ ซึ่งก็เป็นไปตามวิถีของ Tokopedia " Kenny Ho หัวหน้าฝ่ายการลงทุนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดียที่อาลีบาบากรุ๊ป กล่าว "เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะกระชับความสัมพันธ์ของเรากับ Tokopedia ในการช่วยสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กในอินโดนีเซียและเร่งการพัฒนาทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย"

Tokopedia ให้บริการ 93% ของเขตต่าง ๆ ในอินโดนีเซียทั่วเกาะ 17,000 เกาะ ในปีที่ผ่านมาบริษัทได้ทำยอดเพิ่มมูลค่าสินค้ารวมเพิ่มเป็นขึ้นเป็นสี่เท่า และบริษัทก็มีการให้บริการจัดส่งภายในวันเดียวกันได้ถึง 25% ของสินค้า Tokopedia มุ่งมั่นที่จะให้บริการประเทศอินโดนีเซียและจะทำงานร่วมกับคู่ค้าในการสร้างเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานที่ดีที่สุดเพื่อปลดล็อกศักยภาพและโอกาสสำหรับผู้ใช้นับร้อยล้านคนต่อ ๆ ไป

เกี่ยวกับ Tokopedia

Tokopedia เป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีของอินโดนีเซียที่มีภารกิจในการแพร่ขยายการค้าผ่านเทคโนโลยี บริษัทมีแพลตฟอร์มการตลาดชั้นนำในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งช่วยเพิ่มศักยภาพให้ผู้ค้าและผู้บริโภคนับล้านสามารถมีส่วนร่วมในอนาคตของการค้าเชิงพาณิชย์ได้ วิสัยทัศน์ของ Tokopedia คือการสร้างระบบนิเวศที่ทุกคนสามารถเริ่มต้นและค้นพบสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20181211006019/en/

สำหรับสื่อมวลชน

สื่ออินโดนีเซีย: Antonia Adega | antonia.adega@tokopedia.com

สื่อต่างประเทศ: Priscilla Anais | priscilla@tokopedia.com

กองทัพอังกฤษประสบความสำเร็จในการทดลองใช้ยานภาคพื้นไร้คนขับ (UGV) ของ Milrem Robotics

Logo

ซาลส์เบอรี่ อังกฤษ–(บิสิเนสไวร์)–12 ธันวาคม 2018

UGV 4 คันของ Milrem Robotics และ QinetiQ Titan ได้ถูกทดสอบอย่างเข้มงวดโดยกองทัพอังกฤษในช่วงการทดสอบการสู้รบของกองทัพบก (Army Warfighting Experiment 2018 – AWE18) – Autonomous Warrior (Land) เป็นเวลา 3 สัปดาห์  Milrem Robotics เป็นผู้ผลิต UGV ที่มีจำนวนยานพาหนะมากที่สุดในการซ้อมรบที่ 4 คัน

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณลักษณะด้านมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20181211005852/en/

With four vehicles, Milrem Robotics was the most represented UGV manufacturer at the Army Warfightin ...

Milrem Robotics เป็นผู้ผลิต UGV ที่มีจำนวนยานพาหนะมากที่สุดในการซ้อมรบที่ 4 คัน (ภาพข่าว: บิสิเนสไวร์)

Juri Pajuste ผู้อำนวยการโครงการที่ Milrem Robotics ซึ่งมีส่วนร่วมในการซ้อมรบ กล่าวว่า “เป้าหมายหลักของการทดลอง ซึ่งสิ้นสุดลงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คือการค้นหาว่าเทคโนโลยีไร้กำลังคนใหม่ๆ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและการอยู่รอดของทหารได้อย่างไรในสนามรบปัจจุบัน"

การทดสอบดำเนินการในสามขั้นตอน ได้แก่: ดำเนินการต่อสู้โดยไม่ได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ๆ  ดำเนินการต่อสู้โดยใช้เทคโนโลยีใหม่แต่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงยุทธวิธี  และสุดท้ายคือ ดำเนินการต่อสู้โดยใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ และปรับกลยุทธ์ตามความสามารถที่เทคโนโลยีใหม่มอบให้  พาหนะ UGV ถูกใช้ในบทบาทที่แตกต่างกันในภารกิจเขตเมือง พื้นที่เปิดกว้าง และป่า

Pajuste กล่าวเสริมว่า “ผู้ใช้ได้ให้ข้อเสนอเชิงบวกมากมายและรู้สึกประทับใจถึงความว่องไวและทนทานของ UGV ของ Milrem”  สำหรับพาหนะ UGV 4 คันของ Milrem Robotics ทางบริษัทเองได้บังคับใช้ 2 คัน และอีกสองคันถูกใช้โดย QinetiQ  พาหนะคันแรกที่ Milrem ใช้มีระบบการอพยพและการสนับสนุนด้านลอจิสติกส์เข้าไว้ด้วยกันและพาหนะที่สองมีการติดตั้งระบบจอดโดรนหลายลำของ Threod Systems

1 ใน 4 ของ UGV คือ TITAN Strike ระบบต้นแบบที่มีสถานีอาวุธระยะไกล Kongsberg ซึ่งมีผู้ควบคุมจากระยะไกลและใช้ระบบ Pointer ของ QinetiQ เพื่อเป็นเครื่องมือในการบูรณาการความสามารถกับทหารราบ  ระบบที่สอง TITAN Sentry ซึ่งใช้ระบบ Pointer เช่นกัน มีชุดเซนเซอร์ Hensoldt ซึ่งประกอบด้วยกล้องภาพออพติคอล กล้องจับความร้อน และเรดาร์สนามรบ

Keith Mallon ผู้จัดการโครงการของ QinetiQ กล่าวว่า "AWE 18 เป็นข้อสรุปของการทำงานหนักนานหลายเดือนในการพัฒนาระบบ TITAN Sentry และ TITAN Strike  เรามีความยินดีที่ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับ Milrem Robotics และรอคอยการร่วมมือกันในอนาคต โดยทำงานร่วมกับแพลตฟอร์ม THeMIS ชั้นนำของโลก "

นอกจากนี้ QinetiQ ยังใช้แพลตฟอร์ม TITAN 2 ระบบในการกำหนดโลจิสติกส์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานในการซ้อมรบ Autonomous Last Mile Resupply ของสหราชอาณาจักร โดยสาธิตควบคู่กับ AWE18

ดูเวอร์ชันของแหล่งที่มาใน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20181211005852/en/

ติดต่อ:

Gert Hankewitz

ผู้อำนวยการฝ่ายส่งออก

gert.hankewitz@milrem.com

Toshiba เพิ่มโมเดลใหม่สำหรับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มฮาร์ดไดร์ฟซีรีส์ N300 NAS และ X300 Performance ขนาด 12 TB และ 14 TB ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Helium-Sealed

Logo

ผลิตภัณฑ์ล่าสุดรุ่น 14 TB มาพร้อมความจุที่มากขึ้นถึง 40% และลดการใช้พลังงานได้มากกว่ารุ่น 10 TB ในปัจจุบัน

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–06 ธันวาคม 2561

วันนี้ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation (“Toshiba”) ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ขนาด 12TB และ 14TB เพิ่มเติมสำหรับฮาร์ดไดร์ฟซีรีส์ N300 NAS และ X300 Performance

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยมัลติมีเดีย ดูเวอร์ชันต้นฉบับได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20181205005906/en/

Toshiba: Artist's impresson of new 12TB and 14TB helium-sealed models in the N300 NAS and X300 Perfo ...

ความประทับใจของศิลปินที่มีต่อฮาร์ดไดร์ฟซีรีส์ N300 NAS และ X300 Performance ในความจุขนาด 12TB และ 14TB และเทคโนโลยี helium-sealed (ภาพ: Business Wire)

ฮาร์ดไดร์ฟรุ่นใหม่ในขนาด 12TB และ 14TB นี้ใช้เทคโนโลยี helium-sealed จากเทคโนโลยีการเชื่อมด้วยเลเซอร์และการดีไซน์เคสสำหรับฮาร์ดไดร์ฟจาก Toshiba ช่วยผนึกก๊าซฮีเลียมไว้ด้านในอย่างปลอดภัย มาในขนาด 3.5 นิ้ว เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บและลดการใช้พลังงานลง 

ฮาร์ดไดร์ฟรุ่นใหม่ในขนาด 12TB และ 14TB นี้มาพร้อมความเร็วรอบที่ 7,200 RPM และดาต้าบัฟเฟอร์ขนาดใหญ่ถึง 256 MB ผลิตภัณฑ์ซีรีส์ N300 NAS และ X300 นี้ใช้เทคโนโลยี Stable Platter ขั้นสูงจาก Toshiba เพื่อลดการสั่นสะเทือน โดยเพิ่มเสถียรภาพให้กับเพลากลางของมอเตอร์ที่ปลายทั้งสองด้านเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการติดตาม และทำให้การเขียนและอ่านข้อมูลมีประสิทธิภาพสูงสุด

ฮาร์ดไดร์ฟซีรีส์ N300 NAS มีเซนเซอร์ rotational vibration (RV) และความเร็วสูงสุดในการถ่ายโอนข้อมูลอยู่ที่ 260 MB/s สำหรับรุ่น 14TB หรือความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 253 MB/s สำหรับรุ่น 12TB เนื่องจากผู้ใช้งาน NAS จำเป็นจะต้องพัฒนาการจัดเก็บข้อมูล ข้อมูลจำนวนมากจะต้องได้รับการจัดเก็บอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถเข้าถึงได้อยู่เสมอ ฮาร์ดไดร์ฟซีรีส์ N300 นี้จึงรองรับระบบ 8[2] HDD multi-RAID ที่สามารถปรับเปลี่ยนขนาดได้ตามการใช้งาน

“ไดร์ฟเวอร์รุ่นล่าสุดนี้มาพร้อมประสิทธิภาพ การจัดเก็บข้อมูล ความน่าเชื่อถือ และการประหยัดพลังงานอันยอดเยี่ยม โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูงที่ช่วยเพิ่มพื้นที่การจัดเก็บ ทำให้ Toshiba เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมในการจัดเก็บข้อมูล” ฟูจิกิ ฮิโรฮิสะ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์จัดเก็บข้อมูลและการตลาดของ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation กล่าว

ฮาร์ดไดร์ฟซีรีส์ N300 ออกแบบมาสำหรับการใช้งานเฉพาะบุคคลที่ต้องการประสิทธิภาพสูงและองค์กรขนาดเล็ก มาพร้อมอุปกรณ์ในการจัดเก็บข้อมูลอย่างเช่นระบบ RAID ที่สามารถปรับเปลี่ยนขนาดได้ตามต้องการ ยกระดับประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือและความทนทานสำหรับการจัดเก็บข้อมูลจำนวนมากที่ต้องปฏิบัติการตลอด 24 ชั่วโมง

ฮาร์ดไดร์ฟซีรีส์ X300 Performance มาพร้อมประสิทธิภาพขั้นสุด และการจัดเก็บข้อมูลที่มีสเถียรภาพสำหรับงานสร้างสรรค์หรืองานระดับมืออาชีพอย่างงานกราฟิกดีไซน์ งานแอนิเมชัน งานปรับแต่งภาพและวิดีโอ และเกม PC ด้วยความจุสูงถึง 14TB ฮาร์ดไดร์ฟรุ่นล่าสุดนี้สามารถจัดเก็บและเข้าถึงข้อมูลได้อย่างง่ายดาย แม้ว่าจะใช้ไลบรารีที่เร็วที่สุดในการเขียนเกม

ผลิตภัณฑ์พร้อมความจุใหม่นี้จะพร้อมวางจำหน่ายในเดือนธันวาคม 2561 หากต้องการข้อมูลและรายละเอียดผลิตภัณฑ์จัดเก็บข้อมูลประเภทฮาร์ดไดร์ฟทั้งหมดของเราเพิ่มเติม โปรดไปที่ http://www.canvio.jp/sp_ihdd/en.htm

หมายเหตุ:
[1] 1 กิกะไบต์ (GB) หมายถึง 1,000,000,000 ไบต์ และ 1 เทระไบต์ (TB) หมายถึง 1,000,000,000,000 ไบต์ อย่างไรก็ตาม ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์จะรายงานขนาดความจุแบบ 1TB = 240 = 1,099,511,627,776 ไบต์ ดังนั้นค่าที่แสดงจึงน้อยกว่าขนาดความจุ ความจุข้อมูลที่ใช้ได้จริง (รวมถึงตัวอย่างของไฟล์มีเดียประเภทต่างๆ) จะมีความแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับขนาดของไฟล์ รูปแบบ การตั้งค่า ซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการ และ/หรือ ซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งไว้ก่อนหน้า หรือเนื้อหาของมีเดีย ขนาดความจุหลังทำการฟอร์แมตแล้วอาจมีความแตกต่างกันออกไป

[2] สำหรับ “Drive Bays Supported” โปรดติดต่อผู้ให้บริการโซลูชันของคุณ เนื่องจากความเข้ากันได้กับอุปกรณ์อาจแต่กต่างกันออกไป โดยขึ้นอยู่กับระบบ RAID

* ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้ รวมถึงราคาและข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาบริการ และข้อมูลการติดต่อ เป็นข้อมูล ณ ปัจจุบันในวันที่ประกาศ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
* ภาพที่ใช้บนแบนเนอร์ใช้เพื่อการจำลองให้เห็นภาพเท่านั้น และไม่ใช่สินค้าจริง ภาพที่ใช้มีเจตนาเพื่อช่วยให้เห็นภาพและการทำงานของผลิตภัณฑ์เท่านั้น
* ชื่อบริษัท สินค้าและบริการทั้งหมด อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทนั้น ๆ ที่กล่าวถึง

สอบถามเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์:
Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation
ฝ่ายผลิตภัณฑ์จัดเก็บข้อมูล
https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/contact.html

เกี่ยวกับ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation เป็นบริษัทใหม่ที่เต็มไปด้วยพลังและประสบการณ์ นับตั้งแต่แยกตัวออกจากบริษัทเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2017 เราได้ก้าวสู่การเป็นหนึ่งในบริษัทผู้นำด้านอุปกรณ์ทั่วไป และได้นำเสนอโซลูชันเกี่ยวกับเซมิคอนดักเตอร์ ระบบ LSIs และ ระบบ HDD อันโดดเด่นให้กับลูกค้าและคู่ค้าทางธุรกิจของเรา

เรามีพนักงานจำนวน 22,000 คนทั่วโลก ซึ่งมีความตั้งใจร่วมกันที่จะเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ของเราให้ถึงระดับสูงสุด และให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับลูกค้า เพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์มูลค่าและตลาดใหม่ๆ ร่วมกัน เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะเพิ่มยอดขายต่อปีซึ่งปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 800 พันล้านเยน (7 พันล้านเหรียญสหรัฐ) ให้สูงขึ้น เพื่อสร้างอนาคตที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน
ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับเราได้ที่ https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/top.html

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20181205005906/en/

ข้อมูลติดต่อสำหรับสื่อ:
Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation
แผนกการตลาดดิจิทัล
Chiaki Nagasawa
โทร: +81-3-3457-4963
semicon-NR-mailbox@ml.toshiba.co.jp



Sigma Systems มีรายชื่อติด Magic Quadrant ด้านชุดแอปพลิเคชันสำหรับกำหนดค่า ราคา และเสนอราคาของ Gartner เป็นครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายนปีนี้

Logo

โทรอนโต–(BUSINESS WIRE)–29 พฤศจิกายน 2561

วันนี้ Sigma Systems ผู้นำด้านแคตตาล็อกซอฟต์แวร์ระดับโลกประกาศว่าบริษัทได้รับการยอมรับและจัดอันดับในรายงาน Magic Quadrant ของ Gartner ภายใต้หมวดชุดแอปพลิเคชันสำหรับกำหนดค่า ราคา และเสนอราคา (CPQ) เป็นครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายนปีนี้

เราเชื่อว่าตำแหน่งของ Sigma Systems ในรายงาน Magic Quadrant สามารถสะท้อนถึงความเชี่ยวชาญอันมีเอกลักษณ์เฉพาะของบริษัท ที่คอยสนับสนุนผู้ให้บริการด้านการสื่อสาร และรองรับโดย CSPs ที่มีความแข็งแกร่งและใหญ่ระดับโลก ซึ่งใช้ซอฟต์แวร์ของ Sigma ในการผลิต ขาย และส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการด้านดิจิทัลใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็วและสร้างผลกำไรได้มากขึ้น

เห็นได้ชัดว่าบริษัทต่างๆ ให้ความสำคัญเชิงกลยุทธ์ต่อการเปลี่ยนแปลงวิธีการขายสินค้าให้กับลูกค้า โดยเฉพาะกับบริษัทที่ขายสินค้าให้กับลูกค้าประเภทธุรกิจ โมเดล CPQ คือปัจจัยหลักของการเปลี่ยนแปลงประสบการณ์ด้านการขาย และเป็นความจำเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ ในอุตสาหกรรมการสื่อสาร

Tim Spencer กรรมการผู้จัดการ Sigma Systems กล่าวว่า:

“Sigma คือผู้นำในการแก้ปัญหาความท้าทายยากๆ ในวิธีที่ผู้ให้บริการด้านดิจิทัลผลิต จำหน่าย และส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ด้านการสื่อสาร เทคโนโลยีขั้นสูง และพื้นที่ทางสื่อ เราเชื่อว่าอันดับของเราใน Magic Quadrant ในหัวข้อชุดแอปพลิเคชันสำหรับกำหนดค่า ราคา และเสนอราคา คือเครื่องพิสูจน์ถึงความเชี่ยวชาญของเราในการช่วยผู้ให้บริการสามารถเอาชนะความซับซ้อนที่มีความเฉพาะตัว ซึ่งพบในอุตสาหกรรมสื่อสาร ในการจำหน่าย และจัดการบริการสำหรับลูกค้าทั้งรายใหม่และลูกค้าปัจจุบัน ขณะที่ผู้ให้บริการต่างอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงประสบการณ์ด้านการขาย Sigma CPQ ควรเป็นตัวพิจารณาหลักในขั้นตอน RFP หรือขั้นตอนการประเมิน เมื่อใดก็ตามที่ CPQ ที่ตรงความต้องการของอุตสาหกรรมสื่อสารมีความจำเป็น”

สำหรับผู้ให้บริการที่ต้องการผลิต จำหน่าย และส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการอย่างแตกต่าง เราขอแนะนำให้ท่านเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ พอร์ตโฟลิโอ Create-Sell-Deliver ที่ได้รับรางวัล ของเรา และดาวน์โหลดเอกสาร Gartner Magic Quadrant for Configure, Price and Quote Application Suites ได้ฟรี

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Sigma SystemsSigma CPQ และการเป็นเจ้าของ Next Done NowTMโปรดเยี่ยมชมที่ www.sigma-systems.com หรือติดต่อเราที่ info@sigma-systems.com

Gartner, Magic Quadrant for Configure, Price and Quote Application Suites, Christina Klock | Mark Lewis | Melissa Hilbert, 5 พฤศจิกายน 2561

ข้อความปฏิเสธความรับผิดชอบของ Gartner

Gartner ไม่ได้ให้การรับรองผู้จำหน่าย ผลิตภัณฑ์ หรือบริการใดๆ ที่กล่าวถึงในรายงานการวิจัยของบริษัท และไม่ได้แนะนำให้ผู้ใช้เทคโนโลยีเลือกเฉพาะผู้จำหน่ายที่ได้รับการจัดอันดับสูงสุดหรืออันดับอื่นๆ รายงานการวิจัยของ Gartner ประกอบด้วยความคิดเห็นขององค์กรวิจัยของ Gartner ดังนั้นจึงไม่ควรตีความว่าเป็นข้อเท็จจริง Gartner ปฏิเสธการรับประกันทั้งหมดเกี่ยวกับรายงานการวิจัยนี้ ไม่ว่าจะโดยชัดเจนหรือโดยนัย ซึ่งรวมถึงไม่รับประกันว่าจะขายได้หรือเหมาะกับวัตถุประสงค์เฉพาะอย่าง

เกี่ยวกับ Sigma Systems (sigma-systems.com หรือ Twitter @SigmaSystems)

Sigma Systems คือผู้นำด้านโซลูชันแคตตาล็อกซอฟต์แวร์สำหรับบริษัทด้านการสื่อสาร สื่อ และเทคโนโลยี ให้บริการลูกค้ากว่า 80 รายใน 40 ประเทศ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่คว้ารางวัลมามากมาย ผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทครอบคลุมทั้งแคตตาล็อกสำหรับการจัดการองค์กร ซอฟต์แวร์กำหนดค่า ราคา และเสนอราคา (CPQ) การจัดการคำสั่งซื้อ และการจัดเตรียมผลิตภัณฑ์ Sigma มีความสามารถในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ B/OSS ให้กับลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว Sigma มีสำนักงานตั้งอยู่ในอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ยุโรป และเอเชียแปซิฟิก รวมถึงพันธมิตรด้านเทคโนโลยีและความร่วมมือในกว่า 100 ประเทศ

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20181129005222/en/

ติดต่อ:

Chloe Purcell
ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์
Milner Strategic Marketing Ltd.
+44 1473 633123

Glenn Gibson
รองประธานฝ่ายการตลาด
Sigma Systems
+1-416-827-6851

Westex by Milliken และ Teijin Aramid ร่วมผลึกกำลังในเอเชียแปซิฟิกเพื่อปฏิวัติตลาดผ้าอะรามิดทนความร้อน

Logo

ผู้นำด้านเทคโนโลยีผ้า FR จากทั่วโลกนำเสนอความสะดวกสบายในการสวมใส่ผ้าป้องกันที่ OSEA 2018 ในสิงคโปร์ แผง 1Q4-10

SPARTANBURG, S.C. และ ARNHEM, เนเธอร์แลนด์–(บิสิเนสไวร์)–27 พฤศจิกายน 2018

วันนี้ แบรนด์ผู้นำผลิตภัณฑ์สิ่งทอทนความร้อน (flame resistant FR) brand Westex™ by Milliken™ และผู้ผลิตเส้นใยอะรามิดระดับโลก Teijin Aramid เปิดตัวการร่วมมือด้านเทคโนโลยีและพันธมิตรทางธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และออสตราเลเซีย

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณลักษณะด้านมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20181126005667/en/

“สำหรับ Milliken การทำงานร่วมกันกับ Teijin Aramid เป็นการรวมกันของสมอง” Steve Layton รองประธานฝ่ายขายและการตลาดของ Westex by Milliken กล่าว  “ความเชื่อมั่นของเราในการวิจัยและพัฒนา ควบคู่ไปกับประสบการณ์การผลิตและการจัดหาโซลูชั่น FR มานานกว่า 60 ปีได้รับการสนับสนุนจากความสามารถด้านเทคโนโลยีระดับโลกของ Teijin และจุดยืนในฐานะที่เป็นผู้นำระดับโลกในเส้นใยอะรามิด FR  ภายในระยะเวลาอันสั้น การร่วมมือครั้งนี้ได้ผลิตผ้า FR ที่ทันสมัยให้ลูกค้าของเราที่เผชิญกับอันตรายในที่ทำงานเช่นไฟไหม้กระทันหัน และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น"

ด้วยการผสมผสานนวัตกรรมด้าน FR มานานกว่า 100 ปี บริษัท Westex by Milliken และ Teijin Aramid มุ่งมั่นที่จะพัฒนาโซลูชันผ้าอะรามิด FR ที่มีชื่อเสียงในตลาดเอเชีย  ในฐานะแบรนด์ของ Milliken & Company ซึ่งเป็นบริษัทด้านสิ่งทอเพื่อการใช้งานทนทานเคมีภัณฑ์ และพื้นผิวระดับโลก  ผ้าของ Westex by Milliken เป็นมาตรฐานเส้นใย FR ที่ทั่วโลกเพิ่งพา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประวัติผลงานและความน่าเชื่อถือ Westex by Milliken ใช้มรดก Milliken กว่า 150 ปีของนวัตกรรมและความมุ่งมั่นในการวิจัยและพัฒนาเพื่อผลิตสิ่งทอ FR ที่เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมการป้องกันต่างๆ  ในฐานะผู้ผลิตผ้าอะรามิดอันดับหนึ่งของโลก Teijin นำเส้นใยอะรามิดแห่งแรกออกสู่ตลาดในช่วงต้นทศวรรษ 1970 และยังคงเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเส้นใย FR ที่ดีที่สุด  Teijin ได้แสดงให้เห็นถึงการอุทิศตนให้กับตลาดโซลูชันอะรามิดที่ขับเคลื่อนด้วยสมรรถนะสูงทั่วโลกในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา

"Teijin Aramid ยินดีที่จะร่วมทีมกับ Milliken  เราหวังว่าจะได้ร่วมกันสำรวจโอกาสในการให้บริการลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น และการรวมสมองและรวมพลังเชิงพาณิชย์  ประสบการณ์อันยาวนานและความรู้ของ Teijin Aramid ควบคู่ไปกับความชำนาญของ Westex by Milliken ทำให้เกิดการผสมผสานที่มีประสิทธิภาพและเป็นเลิศ” Bernd Steinmann ผู้จัดการธุรกิจด้านการออกแบบเครื่องป้องกันระดับโลกของ Teijin Aramid กล่าว

อันเป็นผลมาจากการร่วมมือกัน Westex by Milliken และ Teijin Aramid ภูมิใจนำเสนอ Westex™ Synergy™ Pro ซึ่งเป็นผ้าอะรามิด FR ที่ทันสมัย  Westex Synergy Pro สอดคล้องกับมาตรฐาน NFPA 2112 และ NFPA 70E และได้รับการรับรองตามมาตรฐาน EN ISO 11611 และ EN ISO 11612 สำหรับความต้องการในการป้องกันไฟในอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ โดยมอบผ้าอะรามิดป้องกันภัยที่น่าเชื่อถือที่มีความสะดวกสบายสูงสุดสำหรับเครื่องแต่งกาย FR ที่สวมใส่ได้ทุกวัน  Westex Synergy Pro วางขายตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน 2018 เป็นต้นไปสำหรับตลาดเอเชียตะวันออกและออสตราเลเซียนโดยเฉพาะ

Westex Synergy Pro ใช้เส้นใยเย็บเล่ม Teijinconex® meta-aramid โดยต่อยอดจากความเชี่ยวชาญใน FR ที่ได้รับรางวัลของ Milliken เพื่อสร้างผ้าอะรามิดที่มีประสิทธิภาพและรับรองการป้องกันภัย FR  Westex Synergy Pro มีคุณสมบัตินุ่มนวลกว่าเดิมและมีความสามารถในการชุบความชื้นสูงขึ้นถึง 6 เท่าเมื่อเทียบกับผ้าอะรามิด FR รุ่นอื่นๆ  Westex Synergy Pro มีให้เลือกหลายสีในน้ำหนัก 160 g/m2 และ 200 g/m2  Westex Synergy Pro ทำให้ชุดเครื่องแบบ FR เป็นอุปกรณ์ป้องกันที่น่าใช้สำหรับอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซในเอเชียแปซิฟิค สร้างขึ้นจาก Westex โดยผู้เชี่ยวชาญด้าน FR ที่ได้รับรางวัลจาก Milliken เพื่อสร้างผ้าอะรามิดที่มีประสิทธิภาพและได้รับการรับรองจาก FR Westex Synergy Pro มีคุณสมบัตินุ่มนวลกว่าเดิมและมีความสามารถในการซึมซับความชื้นสูงขึ้นถึง 6 เท่าเมื่อเทียบกับผ้าอะรามิด FR รุ่นอื่นๆ โดยมีให้เลือกหลายสีทั้งในด้านน้ำหนัก 160 กรัม / ตร.ม. และ 200 กรัมต่อตารางเมตร Westex Synergy Pro ทำให้ชุดเครื่องแบบ FR เป็นอุปกรณ์ป้องกันการสึกหรอรายวันแบบง่ายและน่าสนใจสำหรับอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซในเอเชียแปซิฟิค

"ความร่วมมือ Westex by Milliken และ Teijin Aramid ครั้งนี้นำไปสู่ยุคใหม่ของความเป็นไปได้สำหรับการผลิตเครื่องแต่งกาย FR ให้กับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และออสตราเลเชีย ซึ่งเรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่จะมาเป็นผู้นำ"

"เราเห็นความร่วมมือกับ Milliken ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นก้าวที่สำคัญสำหรับการเติบโตในอนาคตร่วมกัน" Erik Delnoij รองประธานฝ่ายขายและการตลาดของ Teijin Aramid กล่าวผู้เข้าร่วมงานที่

OSEA 2018 ในสิงคโปร์สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับความร่วมมือนี้และ Westex Synergy Pro ได้ที่งานแสดงโชว์ใน 1Q4-10 และ BT3-07

เกี่ยวกับ Teijin Aramid

Teijin Aramid เป็นบริษัทในเครือของ Teijin Group และเป็นผู้นำโลกด้านผ้าอะรามิด  ผลิตภัณฑ์ผ้าอะรามิด Twaron®, Teijinconex®, Technora® และ Endumax® ที่สร้างจาก polyethylene น้ำหนักโมเลกุลสูงเป็นพิเศษ (ultra-high molecular weight polyethylene – UHMW-PE) มีชื่อเสียงด้านความแข็งแรง เสถียรภาพ ความปลอดภัย ความทนต่อความร้อน และน้ำหนักเบา โดยมีการใช้งานและตลาดที่แตกต่างกันรวมถึงยานยนต์ การป้องกันขีปนาวุธ ทางทะเล วิศวกรรมโยธา เสื้อผ้าป้องกัน เชือก สายเคเบิลใยแก้วนำแสง และน้ำมันและก๊าซ  วัสดุที่มีประสิทธิภาพสูงเหล่านี้ผลิตในประเทศเนเธอร์แลนด์และญี่ปุ่น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม: www.teijinaramid.com

เกี่ยวกับ the Teijin Group

Teijin (TSE: 3401) เป็นกลุ่มบริษัทระดับโลกที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีซึ่งนำเสนอโซลูชั่นขั้นสูงในด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย การบรรเทาสาธารณภัย และการเปลี่ยนแปลงทางด้านประชากรศาสตร์และความตระหนักด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้น  สาขาหลักของการดำเนินงานคือเส้นใยประสิทธิภาพสูงเช่นอะรามิต เส้นใยคาร์บอนและคอมโพสิต การดูแลสุขภาพ ฟิล์ม เรซิน และการแปรรูปพลาสติก เส้นใยโพลีเอสเตอร์ การแปลงผลิตภัณฑ์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ  กลุ่มบริษัท มีบริษัท 170 แห่งและพนักงานประมาณ 19,000 คนกระจายอยู่ทั่ว 20 ประเทศทั่วโลก  บริษัทมียอดขายรวม 835 พันล้านเยน (7.6 พันล้านเหรียญ) และสินทรัพย์รวม 986.2 พันล้านเยน (9 พันล้านดอลลาร์) ในปีงบประมาณที่สิ้นสุดในวันที่ 31 มีนาคม 2561

กรุณาเยี่ยมชม www.teijin.com

เกี่ยวกับ Westex by Milliken

Westex by Milliken บริษัท Milliken & Company มีประสบการณ์มากกว่า 60 ปีในการผลิตผ้าทนไฟ  เสื้อผ้าหลายล้านชิ้นที่ทำจากผ้า FR แบรนด์ Westex มีให้บริการทั่วโลกในอุตสาหกรรมสาธารณูปโภคการบำรุงรักษาไฟฟ้า น้ำมันและก๊าซ และโลหะ  ด้วยความมุ่งมั่นในตลาดเสื้อผ้า FR และความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับความต้องการของซัพพลายเออร์ FR และผู้ใช้ปลายทาง Westex by Milliken มีประวัติที่เป็นที่ยอมรับในการนำเสนอผ้า FR ที่มีประสิทธิภาพการป้องกัน ความสะดวกสบาย และความคุ้มค่าสูงสุด  สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดเยี่ยมชม  www.westex.com และเป็นส่วนร่วมกับเราใน Facebook, Twitter และ LinkedIn

เกี่ยวกับ Milliken

Milliken แก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวันด้วยโซลูชั่นที่เป็นนวัตกรรมมานานกว่า 150 ปี  การวิจัย การออกแบบ และความเชี่ยวชาญด้านการผลิตของเราครอบคลุมทั่วทั้งสาขาวิชา ได้แก่ สารเคมีพิเศษ พื้นปู และสิ่งทอที่มีประสิทธิภาพและป้องกันอันตราย  ความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ต่อจริยธรรมเป็นแนวทางในการทำงานของเราในการเพิ่มความแข็งแรงและประสิทธิภาพการปกป้องให้กับผลิตภัณฑ์ของเรา การเสริมสร้างสีสันและชีวิตชีวาในสภาพแวดล้อมของเรา และการใส่ใจสิ่งแวดล้อม  สำหรับเรา ความสำเร็จคือเมื่อการนวัตกรรมของ Milliken ช่วยให้เกิดการเชื่อมต่อที่มีความหมายมากขึ้นกับโลก เรียนรู้เกี่ยวกับ Milliken ที่ www.milliken.com และเเป็นส่วนร่วมกับเราใน Facebook, Instagram, LinkedIn และ Twitter

ดูเวอร์ชันของแหล่งที่มาใน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20181126005667/en/

ติดต่อ:

Mollie Williams, Westex by Milliken

mollie@mwilliamscg.com

1.864.419.6204Liz Morris, Westex by Milliken

liz@mwilliamscg.com

1.864.918.5196

Jane Seckel, Teijin Aramid

Jane.Seckel@teijinaramid.com

+31 88 26 89 068

โตชิบา แมชชีน เปิดตัวเครื่องฉีดโลหะรุ่นใหม่สำหรับตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Logo

เครื่องจักรรุ่นใหม่สำหรับตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผลิตจากโรงงานในประเทศไทย

นูมาซุ, ประเทศญี่ปุ่น –(BUSINESS WIRE)–19 พฤศจิกายน 2561

บริษัท โตชิบา แมชชีน จำกัด (โตเกียว:6104) ได้พัฒนาเครื่องฉีดโลหะซีรีส์ DC-KT รุ่นใหม่ ให้ตรงตามความต้องการของตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเริ่มการผลิตและจำหน่ายแล้วที่โรงงานในประเทศไทย

เอกสารประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ประกอบด้วยไฟล์มัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20181118005003/en/

New Die Casting Machines DC-KT Series (Photo: Business Wire)

เครื่องฉีดโลหะซีรีส์ DC-KT รุ่นใหม่ (รูป: Business Wire)

คุณลักษณะของซีรีส์ DC-KT

  • ยกระดับการทำงานของเครื่องจักรให้ตรงตามความต้องการที่แตกต่างของตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
    โรงงานในประเทศไทยได้เข้ามามีส่วนในการผลิตและการขายเครื่องฉีดโลหะเป็นเวลาสี่ปีแล้ว ความรู้ที่ได้รับเกี่ยวกับความต้องการของตลาดในท้องถิ่นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นำไปสู่การพัฒนาเครื่องจักรสำหรับฉีดโลหะรุ่นใหม่ที่ไม่เหมือนกับเครื่องจักรรุ่นก่อน ๆ อย่างการตั้งเวลาการทำงานในการหล่อโลหะด้วยแรงดัน การตั้งค่าการฉีด 2 ระดับโดยใช้ความเร็วต่ำ และมีถังสะสมพลังงานในโครงมาตรฐานด้านนอก อีกทั้งมีแถบควบคุมเครื่องจักรที่ออกแบบมาให้ควบคุมและปฏิบัติการได้ง่ายและเป็นธรรมชาติ
  • เครื่องจักรมีรุ่น280 ตันและ 400 ตันพร้อมแรงล็อคแม่พิมพ์
    ผลิตภัณฑ์ประกอบไปด้วยรุ่น 280 ตันและ 400 ตันที่มาพร้อมแรงล็อคแม่พิมพ์ที่สูงขึ้นกว่าในรุ่นที่ผ่านมา เพื่อรองรับการหล่อชิ้นงานที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ประสิทธิภาพในการเพิ่มความเร็วและแรงฉีดสูงสุดที่ได้รับการพัฒนา ทำให้สามารถหล่อชิ้นงานที่มีรูปทรงที่ซับซ้อน มีขนาดใหญ่ และชิ้นงานในรูปแบบอื่นได้ดีขึ้น
  • “การผลิตในท้องที่ เพื่อผู้บริโภคในท้องถิ่น” เป็นการให้การสนับสนุนการผลิตของลูกค้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และการจัดส่งสินค้าจากโรงงานในประเทศไทยซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ ทำให้ใช้เวลาในการจัดส่งน้อยลง มีกระบวนการผลิตที่มีเสถียรภาพมากขึ้น และมีการตอบสนองกับลูกค้าในการปรับปรุง การซ่อมบำรุง และบริการอื่น ๆ ได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น

“เราต้องการเพิ่มยอดขายให้มากขึ้นไปอีก โดยใช้ผลิตภัณฑ์รุ่นล่าสุดนี้ ที่เราพัฒนาโดยอ้างอิงจากความคิดเห็นของลูกค้าในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” คุณ Tanabe ประธานบริษัท โตชิบา แมชชีน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวแสดงความมุ่งมั่นที่จะขยายตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

โตชิบา แมชชีน จะเปิดตัวเครื่องฉีดโลหะรุ่นใหม่ ที่จะเข้ามาช่วยให้งานผลิตของลูกค้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ดูที่มาได้จาก businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20181118005003/en/

• สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:  
Toshiba Machine Co., Ltd.
General Affairs Department
General Affairs & Public Relations Group
Toyokazu Ohata
+81-55-926-5141
oohata.toyokazu@toshiba-machine.co.jp

• สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:  
Toshiba Machine (Thailand) Co., Ltd.
Die-casting Machine Division
Ann (Thai Service Desk)
pannipa@toshibamachineth.co.th
Miwa (Japanese Service Desk) Miwa@toshibamachineth.co.th

จุดเด่นงานแสดงสินค้าไฮเทคอันดับหนึ่งของจีน CHTF 2018

Logo

เซินเจิ้น, ประเทศจีน–(BUSINESS WIRE)–15 พฤศจิกายน 2561

งานแสดงสินค้าไฮเทคของจีน ครั้งที่ 20 (CHTF 2018) นั้นถูกจัดขึ้นไปเมื่อวันที่ 14-18 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ณ Shenzhen Convention and Exhibition Center โดยจัดขึ้นภายในหัวข้อ “กรอบความคิดการพัฒนาแบบใหม่เพื่อการเติบโตที่มีคุณภาพ” ปีนี้ภายในงานประกอบไปด้วย นิทรรศการ, การประชุมแสดงความคิดเห็น, การประชุมของผู้เชี่ยวชาญ, กิจกรรมส่งเสริม, การประชุมแลกเปลี่ยนความสามารถ, การแสดงสินค้าจากต่างประเทศ, การแสดงส่วนสำคัญในการผลิตแบบใหม่ที่ทันสมัย, เทคโนโลยีสารสนเทศรุ่นใหม่, เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI), ชีววิทยาศาสตร์, วัสดุแบบใหม่, แหล่งพลังงานแบบใหม่, รวมไปถึงการควบรวมของระบบเศรษฐกิจจริงและอุตสาหกรรมในอนาคต จุดเด่นของงานแสดงสินค้า CHTF 2018 มีดังนี้

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณลักษณะเป็นมัลติมีเดีย ดูข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับเต็มได้ที่นี่ https://www.businesswire.com/news/home/20181114005654/en/

International and Belt & Road Pavilion of CHTF (Photo: Business Wire)

หอแสดงสินค้านานาชาติและซุ้มแสดงสินค้าภายในงาน CHTF (รูปภาพ: Business Wire)

พื้นที่การจัดแสดงถูกแบ่งออกไปตามหัวข้อต่างๆโดยมุ่งเน้นตามจุดเด่นของอุตสาหกรรม

นิทรรศการ IT จัดแสดงพื้นที่ตามหัวข้อ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI), การผลิตอัจฉริยะ, สมาร์ทยานยนต์, เทคโนโลยีด้านกีฬา, Big data, cloud computing, loT และ blockchain นิทรรศการสิ่งแวดล้อม จัดแสดงจุดเด่นในเรื่องเทคโนโลยีสมัยใหม่เกี่ยวกับระบบการควบคุมน้ำ นิทรรศการผลิตสมัยใหม่ จัดแสดงพื้นที่พิเศษสำหรับ นิทรรศการเลเซอร์, การผลิตอัจฉริยะและหุ่นยนต์อุตสาหกรรม

การนำนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีไปใช้ในสถานการณ์ต่างๆ

งานแสดงสินค้า CHTF 2018 จัดแสดงเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่หน้าตื่นตาตื่นใจที่สุด สำหรับธุรกิจ, ชีวิตประจำวัน, การศึกษาและความบันเทิงในเหตุการณ์ต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น ระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ช่วยจดจำใบหน้า, ระบบห้องลองเสื้อผ้า 3 มิติ, ระบบการขับรถอัตโนมัติขั้นสูง, หุ่นยนต์การเรียนรู้แบบปัญญาประดิษฐ์ และ โดรนใต้น้ำ 

บริษัทชั้นนำของจีน

นอกจากบริษัทชั้นนำของโลกอย่าง Microsoft, Ten cent และ Baidu แล้ว บริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์รายอื่นก็เข้าร่วมในงานนี้ เช่น Cambrian, Horizon Robotics, SenseTime, iQiyi and Royale, เพื่อสร้างความประทับใจให้ผู้เข้าชมด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่น่าอัศจรรย์ที่สุดในขณะนี้ 

แพลตฟอร์มสำหรับบริษัทเกิดใหม่

นิทรรศการสำหรับบริษัทเทคโนโลยีเกิดใหม่นั้นถูกจัดแสดงขึ้นระหว่างงานแสดงสินค้า เพื่อเป็นตัวเชื่อมการสื่อสารและการทำงานร่วมกันระหว่างบริษัทเทคโนโลยีเกิดใหม่และสถาบันร่วมทุนทางการเงิน

นอกจากนี้ภายในวันที่ 14-16 พฤศจิกายน ภายในงานยังถูกจัดขึ้นโดยมุ่งความสนใจไปที่ นวัตกรรมเพื่อผลักดันการพัฒนาคุณภาพ, เทคโนโลยีการเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมอย่างพลิกผัน, วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่นำไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้น เวทีแห่งนี้ได้เชิญผู้มีบทบาทหลายท่าน ทั้งผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบล ผู้บริหาร และ เจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อสนทนาในประเด็นต่างๆที่จะช่วย ปรับรูปร่างอนาคตของเรา เช่น การปฏิวัติเทคโนโลยี, การเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมโลก, การสื่อสารแบบควอนตัม, ยุค 5G, การขับรถอัตโนมัติและอื่นๆ อีกมากมาย 

ข้อมูลเพิ่มเติมที่: http://www.chtf.com/english/Conferences/ChinaHTF/

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่: businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20181114005654/en/

ติดต่อ:

CHTF Organizing Committee
Ms. Peggie Wang
overseas@chtf.com

CHTF 2018 รวบรวมวิสาหกิจและผู้ประกอบการทั่วโลก

Logo

เซินเจิ้น ประเทศจีน–(BUSINESS WIRE)–14 พฤศจิกายน 2018

งาน China Hi-Tech Fair (CHTF 2018) ครั้งที่ 20 ได้เริ่มขึ้นที่ศูนย์การประชุมและนิทรรศการเซินเจิ้นในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2018  โดยการนำเสนอผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีชั้นสูงที่ทันสมัยขององค์กรและสถาบันจากทั่วโลก CHTF 2018 เป็นผู้กำหนดแนวโน้มในอุตสาหกรรมไฮเทค

บริษัทด้านเทคโนโลยีจำนวนมากได้เกิดจาก CHTF ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา  ในปีที่ 20 CHTF 2018 ได้ดึงดูดผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการชั้นนำของโลกและได้รวบรวมบริษัทข้ามชาติ  บริษัท Fortune 500 และ บริษัทยูนิคอร์นเพื่อแสดงพัฒนาการด้านเทคนิคล่าสุด

บริษัทยักษ์ใหญ่ของจีน ได้แก่ China Mobile, China Unicom, China Telecom, China Electronics, CRRC บริษัทข้ามชาติ ได้แก่ Suez, Foxconn, Ricoh, Baidu, Tsinghua, Tongfang, TCL, Sogou, BOE บริษัทยูนิคอร์น ได้แก่ SenseTime, iQiyi, Royale, Orbbec, Qiniu Cloud, BITMAIN ฯลฯ  นอกจากนี้บริษัทสามแห่งที่มีชิป AI ชั้นนำ ได้แก่ Cambrian, Horizon Robotics และ Deephi Tech มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน

ฟอรั่มนวัตกรรม CHTF 2018 เชิญผู้ได้รับรางวัลโนเบลสองคนและอีก 70 ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมอื่นๆ รวมถึงผู้ประกอบการและนักวิชาการชั้นนำเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการพัฒนาเทคโนโลยีชั้นสูง  ในวันเปิดงาน Wu Xiaoqiu รองอธิการบดีมหาวิทยาลัย Renmin ประเทศจีนได้กล่าวสุนทรพจน์เรื่อง "ฉลองครบรอบ 40 ปีแห่งการปฏิรูปและการเปิดเสรีกับการพัฒนาทางการเงินของจีน" ในวันที่ 15 พฤศจิกายน ศาสตราจารย์ Robert Grubb ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีประจำปี 2005 จะแบ่งปันแนวคิดและประสบการณ์ใหม่ของเขาเกี่ยวกับเคมีอินทรีย์และวัสดุใหม่ๆ  ในวันที่ 16 พฤศจิกายน ศาสตราจารย์ Nakamura Shuji ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ประจำปี 2014 จะกล่าวถึงอนาคตของออพโตอิเล็คทรอนิคส์

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่อาวุโสจากบาห์เรน อาร์เจนตินา เอสโตเนีย เบลเยียม สวิตเซอร์แลนด์ สาธารณรัฐตาตาร์สถาน ฮังการี สาธารณรัฐเช็ก และมาเลเซียได้เข้าเยี่ยมชมงาน  ผู้จัดการอาวุโสจาก Microsoft, Amazon, SAP, Accenture, Philips, Bosch, Cisco และ Huawei ได้เข้าร่วมการประชุมเช่นกัน  คนดังอื่น ๆ ได้แก่ Henning Kagermann ผู้เสนอแนวคิด Industry 4.0 และอดีตประธานาธิบดี Acatech, Guo Guangcan นักวิชาการของ Chinese Academy of Sciences  และผู้อำนวยการ CAS Laboratory of Quantum Information, Xu Yangsheng นักวิชาการจาก Chinese Academy of Engineering และรองอธิการบดีของ Chinese University of Hong Kong

ในฐานะนิทรรศการเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดและมีอิทธิพลมากที่สุดในจีน CHTF 2018 มุ่งมั่นที่จะจัดหาแพลตฟอร์มและโอกาสสำหรับองค์กรด้านเทคโนโลยีชั้นนำทั่วโลก

ดูเวอร์ชันของแหล่งที่มาใน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20181113006310/en/

ติดต่อ:

CHTF Organizing Committee

Ms. Peggie Wang

overseas@chtf.com

Toshiba เปิดตัวแพลตฟอร์มพัฒนาอุปกรณ์ FFSA™ ระดับ 130nm มาพร้อมประสิทธิภาพที่สูงขึ้น การกินไฟที่น้อยลง และต้นทุนที่ต่ำ

Logo

– จะทำการผลิตโดยบริษัทสาขา เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ในระยะยาว

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–13 พฤศจิกายน 2018

วันนี้ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation (“Toshiba”) ประกาศเปิดตัวอุปกรณ์ FFSA™ (Fit Fast Structured Array) รุ่นใหม่ ที่มีโหนดประมวลผลระดับ 130nm เป็นแพลตฟอร์มพัฒนา SoC สุดล้ำที่สามารถออกแบบได้เอง มาพร้อมประสิทธิภาพขั้นสูง ใช้ต้นทุนต่ำ และบริโภคไฟน้อย[1]

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20181112005853/en/

Toshiba: 130nm FFSA(TM) development platform featuring high performance, low power and low cost stru ...

Toshiba: แพลตฟอร์มพัฒนา FFSA(TM) ระดับ 130nm มาพร้อมประสิทธิภาพขั้นสูง กินไฟต่ำ และใช้ต้นทุนต่ำ (Artist's impression)(รูปภาพ: Business Wire)

Toshiba เป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มวงจร ASIC (วงจรที่ผลิตแบบเฉพาะเจาะจง) และอุปกรณ์ FFSA™ ที่เหมาะกับสภาพแวดล้อมและความต้องการสำหรับธุรกิจของลูกค้า พร้อมส่งมอบโซลูชันที่มีประสิทธิภาพสำหรับการพัฒนาชิป SoC แบบทั่วไป อุปกรณ์ FFSA™ มีซิลิกอนแผ่นบาง ๆ ซึ่งเป็นส่วนประกอบโดยทั่วไปที่มากับชั้นโลหะด้านบน และมีไว้เพื่อการออกแบบให้ตรงตามความต้องการ หากมีการปรับเปลี่ยนหน้ากาก อุปกรณ์ FFSA™ จะช่วยลดต้นทุนประเภท NRE ได้มากกว่าการพัฒนา ASIC ได้อย่างมาก พร้อมทั้งทำให้สามารถจัดหาตัวอย่างและการผลิตจำนวนมากในระยะเวลาที่สั้นกว่า ASIC แบบทั่วไป นอกจากนี้อุปกรณ์ FFSA™ ยังมีประสิทธิภาพที่สูงกว่า ใช้ไฟน้อยกว่าอุปกรณ์ลอจิกแบบโปรแกรมได้หรือเอฟพีจีเอ (Field Programmable Gate Array) ที่ใช้ขั้นตอนการออกแบบและไลบรารีแบบ ASIC [1]

ผลิตภัณฑ์ประมวลผลระดับ 130nm จะช่วยเติมเต็มไลน์อัพปัจจุบันของ Toshiba ซึ่งประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ในระดับ 28nm 40nm และ 65nm ทำให้อุปกรณ์ FFSA™ เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับตลาดอุปกรณ์อุตสาหกรรมที่กำลังเติบโต

อุปกรณ์ FFSAระดับ 130nm ที่ได้รับการออกแบบบนแพลตฟอร์มนี้จะผลิตโดย Japan Semiconductor บริษัทย่อยของ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation ที่มีความเชี่ยวชาญอันเป็นที่ยอมรับมาอย่างยาวนานในการผลิตวงจร ASIC วงจร ASSP และไมโครคอมพิวเตอร์ สิ่งนี้คือเครื่องยืนยันถึงอุปทานในระยะยาว และแผนการตอบสนองความต้องการของธุรกิจของลูกค้าที่ต่อเนื่อง

ผลิตภัณฑ์ซีรีส์ใหม่นี้มาพร้อมประสิทธิภาพและการผสมผสานที่จำเป็นสำหรับเครื่องมืออุตสาหกรรม สิ่งอำนวยความสะดวกด้านการสื่อสาร อุปกรณ์ OA และผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค ซึ่งคาดว่าจะมีการขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง

ผลิตภัณฑ์ตระกูล FFSA™

เทคโนโลยีประมวลผล

130nm

65nm

40nm

28nm

จำนวนเกทสูงสุด[2]

912K

21M

25M

100M

ความจุ SRAM สูงสุด

664K บิต

19M บิต

30M บิต

207M บิต

ความเร็วทรานส์ซีฟเวอร์สูงสุด

12.5Gbps

28Gbps

จำนวนเลนส์ทรานส์ซีฟเวอร์สูงสุด

14

64

จำนวนขา I/O สูงสุด

337

1110

720

928

หมายเหตุ:

[1] การเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์เอฟพีจีเอแบบธรรมดาโดย Toshiba

[2] จำนวนเกทที่แสดงเป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น และจะแตกต่างกันออกไปในอุปกรณ์แต่ละชิ้น

* FFSA™ เป็นเครื่องหมายการค้าของ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation

* ชื่อบริษัท สินค้าและบริการทั้งหมด อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทนั้น ๆ ที่กล่าวถึง

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นี้ กรุณาดูที่:

https://toshiba.semicon-storage.com/jp/product/custom-soc/platform/ffsa.html

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับลูกค้า:

System LSI Marketing Center

โทร: +81-44-548-2753

https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/contact.html

ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้ รวมถึงราคาและข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาบริการ และข้อมูลการติดต่อ เป็นข้อมูล ณ ปัจจุบันในวันที่ประกาศ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เกี่ยวกับ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation เป็นบริษัทใหม่ที่เต็มไปด้วยพลังและประสบการณ์ นับตั้งแต่แยกตัวออกจากบริษัทเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2017 เราได้ก้าวสู่การเป็นหนึ่งในบริษัทผู้นำด้านอุปกรณ์ทั่วไป และได้นำเสนอโซลูชันเกี่ยวกับเซมิคอนดักเตอร์ ระบบ LSIs และ ระบบ HDD อันโดดเด่นให้กับลูกค้าและคู่ค้าทางธุรกิจของเรา

เรามีพนักงานจำนวน 19,000 คนทั่วโลก ซึ่งมีความตั้งใจร่วมกันที่จะเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ของเราให้ถึงระดับสูงสุด และให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับลูกค้า เพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์มูลค่าและตลาดใหม่ๆ ร่วมกัน เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะเพิ่มยอดขายต่อปีซึ่งปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 700 พันล้านเยน (6 พันล้านเหรียญสหรัฐ) ให้สูงขึ้น เพื่อสร้างอนาคตที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเราได้ที่ https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/top.html

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20181112005853/en/

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อ:
Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation
แผนกการตลาดดิจิทัล
Chiaki Nagasawa, +81-3-3457-4963
semicon-NR-mailbox@ml.toshiba.co.jp