Category Archives: Biomedical

AMPLEXOR Life Sciences ร่วมงาน Pharmacon Asia ประจำปี 2018

Logo

–(BUSINESS WIRE)–17 กันยายน 2018

AMPLEXOR:

ข้อมูลสำหรับสื่อมวลชน:

งาน Pharmacon Asia 2018 ที่กำลังจะจัดขึ้นเป็นปีที่ห้าในครั้งนี้ เป็นหนึ่งในงานด้านการพัฒนายาและห่วงโซ่มูลค่าของการนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดของอุตสาหกรรม มีความมุ่งเน้นด้านการทดลองทางคลินิกเพื่อการเข้าถึงตลาด และการรับมือกับความท้าทายในระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง

งาน Pharmacon Asia มีชื่อเสียงในเรื่องรายชื่อวิทยากรและคุณภาพของเครือข่าย ซึ่งได้รับความสนใจจากบริษัททั่วโลกกว่า 150 แห่ง ที่จะมาร่วมแบ่งปันแนวปฏิบัติเพื่อความเป็นเลิศและประสบการณ์ของตนเกี่ยวกับเคล็ดลับที่เป็นประโยชน์และกลยุทธ์ที่จะช่วยให้เพื่อนร่วมวงการสามารถรักษาระเบียบข้อบังคับและปรับปรุงการเข้าถึงตลาดให้ดียิ่งขึ้น

นอกจากบรรดาผู้นำอุตสาหกรรมระดับสูงแล้ว ผู้เข้าร่วมงานยังจะได้พบกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาจาก AMPLEXOR Life Sciences ที่งาน Pharmacon Asia ตลอดระยะเวลาสองวัน

ใคร:

ภายในงาน Pharmacon Asia 2018 ยังประกอบไปด้วยกิจกรรม: Accelerating Clinical Trials in Asia; Pharma Regulatory Affairs Asia; Pharma Market Access and Pricing Summit Asia และ Digital Pharma Summit ทุกกิจกรรมล้วนได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานที่เป็นผู้ค้า หน่วยงานที่มีหน้าที่ออกข้อบังคับ ผู้ผลิต และผู้ใช้ปลายทาง ที่มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ของตนเกี่ยวกับวิธีรับมือกับความท้าทายของอุตสาหกรรมในเอเชีย

เข้าร่วมกิจกรรม AMPLEXOR Life Sciences ในงาน Pharmacon Asia 2018 และเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชันด้านภาษาและเนื้อหาระดับโลก ข้อมูลเชิงลึก และคำปรึกษาด้านการจัดการเนื้อหาของโครงการในธรุกิจของคุณ

เมื่อไร:

19-20 กันยายน 2018

ที่ไหน:

Table #1

โรงแรม One Farrer Hotel and Spa

ที่ตั้ง 1 ถนน Farrer Park Station

สิงคโปร์

ทีมบริการด้านภาษาจาก AMPLEXOR Life Sciences จะเข้าร่วมงานในวันที่ 19-20 กันยายน และร่วมอภิปรายเกี่ยวกับความท้าทายต่าง ๆ ต่อองค์กรของคุณ ภายใต้หัวข้อที่เกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ การทำฉลากผลิตภัณฑ์ การปรับเปลี่ยนเนื้อหางานแปลให้ตรงกับท้องถิ่นและอื่น ๆ  กรุณาคลิกที่นี่ เพื่อลงทะเบียนเข้าร่วมงาน

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชันด้านชีววิทยาศาสตร์ของ AMPLEXOR และข้อเสนอบริการด้านภาษา คลิกที่นี่

เกี่ยวกับ AMPLEXOR Life Sciences

AMPLEXOR Life Sciences ช่วยให้องค์กรด้านเภสัชกรรม อุปกรณ์ทางการแพทย์ และเทคโนโลยีชีวภาพ สามารถเปิดตัวผลิตภัณฑ์และรุกตลาดใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็ว โซลูชันและบริการของเราช่วยเร่งกระบวนการพัฒนาและส่งมอบเนื้อหาระดับโลก ทั้งในรูปแบบที่จับต้องได้และในรูปแบบดิจิทัล ให้มีความต่อเนื่อง สอดคล้องและมีคุณภาพ ด้วยวิธีการที่รวดเร็วและเข้าถึงในกลุ่มประเทศเป้าหมาย บริการของเราครอบคลุมการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับเทคโนโลยีตั้งแต่การผลิตจนถึงการจัดการ รวมถึงบริการงานเขียนเฉพาะด้าน งานแปลด้านการแพทย์ และการตรวจสอบความถูกต้องด้านภาษา

AMPLEXOR มีพนักงาน 1,800 คน ใน 23 ประเทศ ซึ่งตั้งอยู่ในสี่ทวีป เป็นผู้ให้บริการบริษัทด้านเภสัชกรรม บริษัทผลิตอุปกรณ์ด้านการแพทย์ และบริษัทด้านเทคโนโลยีชีวภาพมาอย่างยาวนานกว่า 25 ปี สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดดูที่ www.amplexor.com

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20180916005010/en/

ติดต่อ:

AMPLEXOR
Sherri Hughes-Smith, +720-557-0027
ผู้อำนวยการการตลาด – ส่วนชีววิทยาศาสตร์
sherri.hughes-smith@amplexor.com

JAMA เผยแพร่ผลวิจัยระยะที่ 3 โดยใช้ SPECTRUM® บุหรี่ที่เป็นสารนิโคตินในปริมาณที่น้อยมากของ 22nd Century

Logo

การลดปริมาณสารนิโคตินในทันทีคือผู้ชนะที่ชัดเจน

วิลเลียมส์วิล นิวยอร์ก–(BUSINESS WIRE)–05 กันยายน 2018

22nd Century Group, Inc. (NYSE American: XXII) บริษัทด้านเทคโนโลยีชีวภาพด้านพืชที่มุ่งเน้นไปที่การลดอันตรายจากยาสูบและยาสูบที่มีนิโคตินต่ำมาก ประกาศว่าวารสารสมาคมการแพทย์อเมริกัน (JAMA) ได้เผยแพร่ผลการวิจัยทางคลินิกที่ตรวจสอบผลกระทบของการลดลงของปริมาณนิโคตินในบุหรี่ทันทีเมื่อเทียบกับการลดปริมาณนิโคตินในบุหรี่อย่างค่อยเป็นค่อยไป  Dr. Dorothy Hatsukami และนักวิทยาศาสตร์คนอื่นๆ ที่ได้รับความเคารพนับถือได้ใช้บุหรี่วิจัย SPECTRUM® ของ 22nd Century เพื่อทำการวิจัยนี้  ในการศึกษาทางคลินิกแบบสุ่ม คู่ขนาน และอำพรางสองฝ่าย ซึ่งเป็นงานวิจัยทางคลินิกที่ใหญ่ที่สุดที่ใช้บุหรี่ที่มีปริมาณนิโคตินปริมาณน้อยมาก ๆ (Very Low Nicotine Content  – VLNC) นักวิทยาศาสตร์อิสระได้มอบหมายให้ผู้เข้าร่วม 1,250 คนเข้าร่วมกลุ่มหนึ่งในสามกลุ่ม ได้แก่ (1) ผู้สูบบุหรี่ที่ได้รับบุหรี่ที่มียาสูบ VLNC นิโคติน 0.4 มิลลิกรัมต่อกรัมของยาสูบ (2) ผู้สูบบุหรี่ที่ได้รับบุหรี่ที่มีนิโคตินลดลงจาก 15.5 มิลลิกรัม ถึง 0.4 มิลลิกรัมต่อกรัมของยาสูบ และ (3) คนสูบบุหรี่ บุหรี่ที่มีระดับนิโคตินตามปกติโดยมีนิโคติน 15.5 มิลลิกรัมต่อกรัมของยาสูบ

การพิจารณาคดีครั้งนี้เป็นคำถามสำคัญที่ FDA ระบุในรายงานการประกาศกฎระเบียบล่วงหน้า  (Advance Notice of Proposed Rulemaking – ANPRM) ประจำเดือนมีนาคม 2018 เพื่อลดนิโคตินในบุหรี่ให้น้อยที่สุดหรือไม่เป็นที่เสพติด: อะไรดีต่อสุขภาพของประชาชนมากกว่า…การลดนิโคตินทันทีหรือทีละน้อย?

หลังจากการศึกษาพื้นฐาน 2 สัปดาห์และการแทรกแซง 20 สัปดาห์ การลดนิโคตินในทันทีกลายเป็นผู้ชนะที่ชัดเจนเมื่อ เมื่อเทียบกัยการลดนิโคตินทีละน้อยแล้ว การลดทันทีมีผลดังกล่าว:

  • ลดความเป็นพิษตลอดช่วงเวลา
  • สูบบุหรี่น้อยลงต่อวัน
  • ลดการพึ่งพานิโคตินได้มากขึ้น
  • มีวันที่ผู้เข้าร่วมไม่สูบบุหรี่เลย (วันปลอดบุหรี่) เพิ่มขึ้น

ในทางตรงกันข้าม ผลที่ได้รับจากบุหรี่นิโคตินที่ลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปไม่สามารถแยกแยะได้จากผลลัพธ์ของบุหรี่ที่มีระดับนิโคตินทั่วไปในในเชิงของความต้องการพึ่งพาบุหรี่ วันปลอดบุหรี่ จำนวนบุหรี่ที่สูบต่อวัน และระดับการคลุกคลีกับควันบุหรี่และนิโคติน  ในบทความร่วมที่ตีพิมพ์โดยมหาวิทยาลัยมินนิโซตา  Dr. Dorothy Hatsukami ศาสตราจารย์จิตเวชศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแพทย์มินนิโซตากล่าวว่า “ผลที่ได้รับสนับสนุนการลดสารนิโคตินแบบฉับพลันในบุหรี่ทุกชนิด สาเหตุหลักเป็นเพราะวิธีนี้ช่วยให้ผู้สูบบุหรี่ ซึ่งตอนแรกไม่มีความตั้งใจในการเลิกสูบบุหรี่ มีวันปลอดบุหรี่ขึ้นมา  นี่เป็นข่าวดีเพราะผู้สูบบุหรี่ส่วนใหญ่ต้องการเลิกสูบบุหรี่ แต่ผู้ที่สูบบุหรี่เพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่ประสบความสำเร็จ"

“ผลการศึกษาทางคลินิกที่มีขนาดใหญ่และเป็นอิสระนี้ช่วยสนับสนุนผลวิจัยทางคลินิกที่ใช้บุหรี่ VLNC ของ 22nd Century ที่มีอยู่มากมาย” Juan Sanchez Tamurrino รองประธานฝ่ายวิจัยและพัฒนาของ 22nd Century กล่าว  ผลการศึกษาของ Dr. Hatsukami จะช่วยเสริมสร้างประโยชน์ที่บุหรี่ VLNC มีต่อสุขภาพของประชาชนในขณะที่ทางบริษัทกำลังสรุปใบสมัครผลิตภัณฑ์ยาสูบที่มีการดัดแปลงความเสี่ยง (Modified Risk Tobacco Product – MRTP) สำหรับบุหรี่ BRAND A Very Low Nicotine ที่จะถูกส่งไปยัง FDA ก่อนสิ้นปีนี้"

“ผลการวิจัยทางคลินิกที่เป็นอิสระล่าสุดนี้ได้ให้การยืนยันและขยายความรู้ที่ได้จากการทดลองแบบสุ่มตัวอย่างของ Dr. Eric Donny เกี่ยวกับการลดมาตรฐานปริมาณโคตินสำหรับบุหรี่ที่ได้รับการตีพิมพ์ในฉบับเดือนตุลาคม 2015 ของ The New England Journal of Medicine” Henry Sicignano III ประธานและซีอีโอของ 22nd Century Group กล่าว "ด้วยข้อมูลจากการศึกษาทางคลินิกที่เป็นอิสระและสมบูรณ์จำนวนมากที่ใช้ยาสูบและเทคโนโลยี VLNTM ของ 22nd Century, FDA อาจเร่งแผนการที่จะกำหนดให้บุหรี่ทุกชนิดที่จำหน่ายในสหรัฐฯ มีปริมาณนิโคตินเพียงเล็กน้อยหรือในปริมาณที่ไม่เสพติด  ด้วยเหตุนี้ 22nd Century จึงพร้อมที่จะให้ใบอนุญาตยาสูบที่ไม่เสพติดแก่บริษัทยาสูบทุกแห่งที่มุ่งมั่นอย่างแท้จริงในการพัฒนาสุขภาพของผู้สูบบุหรี่"

เกี่ยวกับการวิจัยทางคลินิกระยะที่ 3 ของผู้เข้าร่วม 1,250 ราย

หัวข้อ: ผลของการปริมาณนิโคตินในบุหรี่แบบทันทีหรือทีละน้อยที่มีต่อตัวบ่งชี้ทางชีวภาพในการสัมผัสกับควัน (JAMA. 2018;320(9):880-891. doi:10.1001/jama.2018.11473)

ผู้เขียน: Dorothy K. Hatsukami, Ph.D.; Xianghua Luo, Ph.D.; Joni A. Jensen, MPH; Sharon S. Allen, M.D.; Eric C. Donny, Ph.D., et al.

เงินทุน: เงินทุนสำหรับการศึกษาทางคลินิกที่เป็นอิสระนี้มาจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (Food and Drug Administration – FDA) และสถาบันแห่งชาติเกี่ยวกับยาเสพติด (National Institute on Drug Abuse – NIDA)

สรุป: วิดีโอสรุปผลการศึกษาทางคลินิกนี้: https://jamanetwork.com/learning/video-player/16749452

สถานที่: University of Pennsylvania (Philadelphia, Pennsylvania); Johns Hopkins University (Baltimore, Maryland); Duke University (Raleigh/Durham, North Carolina); Moffitt Cancer Center (Tampa, Florida); University of Minnesota (Minneapolis [lead site] and Duluth, Minnesota); University of Texas MD Anderson Cancer Center (Houston, Texas); Mayo Clinic (Scottsdale, Arizona); University of California (San Francisco, California); and Oregon Research Institute (Eugene, Oregon).

เกี่ยวกับบุหรี่วิจัย SPECTRUM®

22th Century ได้พัฒนาบุหรี่วิจัย SPECTRUM® ร่วมกับนักวิจัยอิสระและเจ้าหน้าที่จากสถาบันแห่งชาติเกี่ยวกับยาเสพติด (National Institute on Drug Abuse – NIDA) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (Food and Drug Administration – FDA) สถาบันมะเร็งแห่งชาติ (National Cancer Institute – NCI) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคฃ (Centers for Disease Control and Prevention – CDC)  ผลิตภัณฑ์หลักของ SPECTRUM® ที่ผลิตโดย22nd Century ประกอบด้วยชุดของรูปแบบบุหรี่ที่มีปริมาณนิโคตินหลากหลาย จากที่ต่ำมาก (นิโคตินน้อยกว่ายาสูบที่มีอยู่ในแบรนด์บุหรี่ทั่วไป 97%) ถึงนิโคตินที่ค่อนข้างสูง  SPECTRUM® มี 24 รูปแบบ ทั้งแบบปกติและเมนทาล โดยมีนิโคตินที่แตกต่างกัน 8 ระดับ

เกี่ยวกับ 22nd Century Group, Inc.

เป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีชีวภาพด้านพืชที่มุ่งเน้นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มหรือลดระดับนิโคตินในพืชยาสูบและระดับ cannabinoids ในพืชกัญชง/กัญชาผ่านทางพันธุวิศวกรรมและการเพาะปลูกพืช  พันธกิจหลักของบริษัทในการยาสูบคือการลดอันตรายที่เกิดจากการสูบบุหรี่  ภารกิจหลักของบริษัท ในกัญชง/กัญชาคือการพัฒนาสายพันธุ์กัญชาที่เป็นกรรมสิทธิ์สำหรับยาใหม่ๆ ที่สำคัญและพืชผลทางการเกษตร ไปที่ www.xxiicentury.com และ www.botanicalgenetics.com เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม

ข้อควรระวังเกี่ยวกับแถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้า: แถลงข่าวฉบับนี้มีข้อมูลเกี่ยวกับการคาดการณ์ ซึ่งรวมถึงแถลงการณ์ทั้งหมดที่ไม่ใช่คำแถลงการณ์หรือข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเจตนา ความเชื่อ หรือความคาดหวังในปัจจุบันของบริษัท 22nd Century Group, Inc. กรรมการ หรือเจ้าหน้าที่ของ บริษัท โดยเกี่ยวกับเนื้อหาของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ ซึ่งรวมถึง แต่ไม่จำกัดเพียง การคาดการณ์รายได้ในอนาคตของเรา  คำว่า "อาจ" "จะ" "น่าจะ" "คาดการณ์" "ประมาณการณ์" “คาดหวัง" “เชื่อ” "ตั้งใจ" และการแสดงออกที่คล้ายกันและรูปแบบอื่นๆ มีวัตถุประสงค์เพื่อระบุข้อความคาดการณ์ล่วงหน้า  เราไม่สามารถรับประกันผลในอนาคต ระดับของกิจกรรม หรือประสิทธิผลได้  คุณไม่ควรพึ่งพาในแถลงการณ์ที่เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าเหล่านี้อย่างเต็มที่ ซึ่งกล่าวขึ้นโดยอ้างข้อมูลในวันนั้น  ข้อความเตือนเหล่านี้ควรได้รับการพิจารณาพร้อมแถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้าที่เป็นลายลักษณ์อักษรหรือโดยปากเปล่าที่เราอาจแถลงในอนาคต  ยกเว้นตามที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งกฎหมายหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา เราไม่ได้วางแผนที่จะปรับปรุงแถลงการณ์ที่เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าใดๆ เพื่อให้สะท้อนถึงผลลัพธ์ที่ได้เกิดขึ้นจริง หอรืเหตุการณ์หรือสถานการณ์ในภายหลัง หรือเพื่อสะท้อนถึงการเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด   คุณควรตรวจสอบและพิจารณาการเปิดเผยข้อมูลต่างๆ ที่เราทำไว้ในรายงานประจำปีของเราในแบบฟอร์ม 10-K สำหรับปีบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2017 ซึ่งยื่นเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2018 รวมถึงหัวข้อ "ปัจจัยความเสี่ยง" และหัวข้ออื่นๆ ของรายงานที่ยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ ซึ่งพยายามให้คำแนะนำแก่ผู้มีส่วนได้เสียเกี่ยวกับความเสี่ยงและปัจจัยต่างๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ ฐานะการเงิน ผลการดำเนินงาน และกระแสเงินสด  หากมีความเสี่ยงหรือความไม่แน่นอนเกิดขึ้นอย่างน้อยหนึ่งข้อหรือหากสมมติฐานที่ตั้งไว้ไม่ถูกต้อง ผลลัพธ์ที่แท้จริงของเราอาจแตกต่างไปอย่างมากจากที่คาดการณ์ไว้หรือคาดการณ์ไว้

ดูเวอร์ชันของแหล่งที่มาใน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20180905005676/en/

ติดต่อ:

22nd Century Group

James Vail, 716-270-1523

Director of Communications

jvail@xxiicentury.com

Clinigen เซ็นข้อตกลงกับ Nordic Pharma สำหรับ aprotinin

Logo

เบอร์ตันออนเทรนท์ อังกฤษ–(BUSINESS WIRE)–24 พฤษภาคม 2018

Clinigen Group plc (AIM: CLIN, ‘Clinigen’) บริษัทเภสัชกรรมและบริการระดับโลกได้ลงนามข้อตกลงกับ Nordic Pharma Ltd. ('Nordic Pharma') ในการจัดส่งและจัดจำหน่าย aprotinin ในหลายประเทศในเอเชียแปซิฟิกและแอฟริกาใต้

Aprotinin Injection เป็นยากลุ่มหนึ่งที่เรียกว่า anti-fibibrinolytics (ยาเพื่อป้องกันการสูญเสียเลือด)  Aprotinin สามารถช่วยในการลดการสูญเสียเลือดและลดความจำเป็นในการถ่ายเลือดระหว่างการผ่าตัดทำทางเบี่ยงของหลอดเลือดหัวใจ

ภายใต้เงื่อนไขของข้อตกลงนี้ Clinigen จะจัดหา aprotinin ให้กับแพทย์และเภสัชกรโดยไม่มีใบอนุญาตและตามความต้องการสำหรับผู้ป่วยที่ไม่มีตัวเลือกการรักษาที่เหมาะสมอื่น ๆ ในหลายประเทศ  สัญญานี้มอบสิทธิพิเศษให้กับ Clinigen ในการจัดหา aprotinin ในออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ มาเลเซีย ไต้หวัน ไทย ฮ่องกง และแอฟริกาใต้

Julie Gosper หัวหน้าแผนก Global Access, Clinigen กล่าวว่า:

“ข้อตกลงนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของ Clinigen ที่จะให้แพทย์และเภสัชกรสามารถเข้าถึงยาที่พวกเขาต้องการเพื่อตอบสนองความต้องการทางการแพทย์ที่ยังไม่สมบูรณ์ของผู้ป่วย  เราหวังว่าจะได้ร่วมงานกับทีม Nordic Pharma เพื่อให้สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ที่สำคัญนี้ได้มากขึ้น"

Hans Schram ซีอีโอ Nordic Pharma กล่าวว่า:

"Nordic Pharma มุ่งมั่นที่จะปรับปรุงการเข้าถึง aprotinin ทั่วโลก ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ช่วยชีวิตที่สำคัญในการโลหิตของผู้ป่วย  ความร่วมมือกับ Clinigen จะปรับปรุงการเข้าถึงยานี้ในหลายภูมิภาคที่ปัจจุบันยังไม่สามารถใช้งานได้ในเชิงพาณิชย์ "

ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพสามารถขอรับรายละเอียดเกี่ยวกับ aprotinin โดยการส่งอีเมลไปที่ medicineaccess@clinigengroup.com

สำหรับการข่าวเต็มรูปแบบ โปรดไปที่ https://www.clinigengroup.com/company/newsroom/press-releases/

ดูเวอร์ชันแหล่งที่มาใน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20180524005061/en/

ติดต่อ:

Clinigen Group plc

Shaun Chilton, Group Chief Executive Officer

Julie Gosper, Head of Global Access

Tel: +44 (0) 1283 495010

หรือ

Instinctif Partners

Melanie Toyne-Sewell / Alex Shaw

Tel: +44 (0) 20 7457 2020

Email: clinigen@instinctif.com

เทคโนโลยีสะอาดและวิธีการที่ดีในการผลิตจะช่วยรักษายาปฏิชีวนะให้กับเจเนอเรชันแห่งอนาคต

Logo

DSM Sinochem Pharmaceuticals และ สถาบันเทคโนโลยีแห่งอินเดีย กรุงนิวเดลี จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมในประเทศไทยในหัวข้อการผลิตเภสัชภัณฑ์อย่างยั่งยืน

กรุงเทพมหานคร–(BUSINESS WIRE)–09 พฤษภาคม 2018

DSM Sinochem Pharmaceuticals ผู้นำด้านการผลิตยาปฏิชีวนะอย่างยั่งยืนระดับโลก ร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งอินเดีย กรุงนิวเดลี จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการในวันนี้ หัวข้อ ‘Sustainability through Excellence in Manufacturing (STEM)’ เพื่อเป็นการจัดอบรมและให้ความรู้ขั้นสูงทางด้านการผลิตเภสัชภัณฑ์ด้วยขั้นตอนการผลิตที่มีคุณภาพสูง สะอาดและยั่งยืนให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรม โดยการประชุมเชิงปฏิบัติการดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมราว 60 คน ประกอบด้วยทีมเทคนิคที่เกี่ยวข้องในกระบวนการผลิต การวิจัยและพัฒนา การขึ้นทะเบียน การควบคุม/ประกันคุณภาพ และการจัดซื้อเภสัชภัณฑ์

สถานการณ์ด้านสุขภาพในปัจจุบันจะถูกทำให้ล้าหลังเป็นศตวรรษ และงบประมาณที่รัฐจะต้องจ่ายจะสูงขึ้นอย่างมหาศาลหากขาดการกล่าวถึงการดื้อยาต้านจุลชีพ (AMR) และการร่วมมือกันในระดับโลก เพื่อลดการเกิดการดื้อยาต้านจุลชีพด้วยการกระจายการรับรู้ การแบ่งปันโนว์ฮาวด้านเทคโนโลยีการผลิตที่ปลอดภัยและคุ้มทุน และการลดระดับสิ่งตกค้าจากยาปฏิชีวนะ ขณะที่การประชุมเชิงปฏิบัติการ STEM นี้เป็นอีกขั้นของการก้าวไปสู่ทิศทางดังกล่าว

นาย Tim Rutten ตำแหน่ง Business Director AMEA จาก DSM Sinochem Pharmaceuticals, กล่าวว่า: “ในฐานะผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีความรับผิดชอบ อุตสาหกรรมเภสัชภัณฑ์จะต้องมีการนำแนวทางปฏิบัติที่มีความเด็ดขาดมาใช้ เพื่อเปลี่ยนแปลงวิธีผลิตเภสัชภัณฑ์สำหรับอนาคตและป้องกันการสูญเสียทรัพยากรด้านการแพทย์ที่มีค่า เราต้องมีความกระตือรือร้นที่จะให้ความรู้และสนับสนุนการผลิตอย่างรับผิดชอบ โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตที่สะอาดที่สุดและแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการจัดการของเสียอย่างรับผิดชอบ รวมถึงการกำหนดมาตรฐานและวัดปริมาณสิ่งตกค้าง เพื่อป้องกันของเสียจากเภสัชภัณฑ์ที่จะทำให้เกิดการเจริญเติบโตของการดื้อยาต้านจุลชีพ DSP ตั้งเป้าขับเคลื่อนและสนับสนุนการจัดตั้งและปฏิบัติตามข้อกำหนดทางด้านคุณภาพและการขึ้นทะเบียนทั้งในระดับชาติและระดับโลก ด้วยการแบ่งปันโนว์ฮาวด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับการปฏิบัติเพื่อการผลิตเภสัชภัณฑ์อย่างยั่งยืน”

ประสบการณ์ของประเทศไทยในการพัฒนาแผนเชิงกลยุทธ์ระดับชาติสะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่จะลดความเจ็บป่วย อัตราการเสียชีวิต และภาระทางเศรษฐกิจและสุขภาพที่เกิดจากการดื้อยาต้านจุลชีพ และได้มีการตั้งศูนย์เฝ้าระวังเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพแห่งชาติขึ้นในปี 2541 รวมถึงมีการริเริ่มโครงการใชยาปฏิชีวนะอยางสมเหตุผล (Antibiotics Smart Use Program) ขึ้นเมื่อปี 2550 กระทรวงสาธารณะสุขได้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางความร่วมมือขององค์การอนามัยโลกในการเฝ้าระวังเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นับตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา และตั้งแต่ปี 2556 ได้มีการจัดงานเพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับยาปฏิชีวนะขึ้นปีละครั้ง เพื่อให้ความรู้กับประชาชนเกี่ยวกับการดื้อยาต้านจุลชีพและการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างเหมาะสม

ในปี 2555 มีการก่อตั้งโครงการควบคุมและป้องกันการดื้อยาต้านจุลชีพในประเทศไทย เพื่อทำหน้าที่พัฒนา ประสานงานและปฏิบัติการเกี่ยวกับการจำกัดและป้องกันการดื้อยาต้านจุลชีพภายใต้แนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียว หรือ ‘One Health’ มีคณะกรรมการ คณะกรรมการย่อย และคณะทำงานที่เกี่ยวข้องกับการดื้อยาต้านจุลชีพทั้งหมด 24 ชุด ภายใต้การดูแลของกระทรวงสาธารณะสุขและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมไปถึงหน่วยงานของรัฐในภาคส่วนต่างๆ หน่วยงานภาคประชาสังคมและภาควิชาการ มีการทำแผนยุทธศาสตร์การจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพประเทศไทย พ.ศ.2560-2564 ในปี 2559 โดยมีการตั้งเป้าให้การเจ็บป่วยจากเชื้อดื้อยาลดลงร้อยละ 50 ปริมาณการใช้ยาต้านจุลชีพสำหรับมนุษย์และสัตว์ลดลงร้อยละ 20 และร้อยละ 30 ตามลำดับ และประชาชนมีความรู้เรื่องเชื้อดื้อยาและตระหนักในการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างเหมาะสมเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 ตลอดระยะเวลาห้าปีของแผนลดการดื้อยาต้านจุลชีพพบว่า ยังคงมีความต้องการการสนับสนุนทางการเมืองและการเงินอย่างที่เพียงพอ รวมถึงการยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือในด้านอื่นๆ ได้แก่ การปรับปรุงฐานข้อมูลปัจจุบันสำหรับการติดตามการบริโภคยาต้านจุลชีพ การวัดค่าที่ได้มาตรฐาน และการเสริมความแข็งแรงของสถาบันและการร่วมมือกันระหว่างภาคส่วนต่างๆ

ศาสตราจารย์ Anurag S. Rathore จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งอินเดีย กรุงเดลี กล่าวว่า: “ปัญหาการดื้อยาหลายชนิดเป็นปัญหาที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นไปตามการรักษาประสิทธิภาพของยาปฏิชีวนะที่ถูกนำมาใช้ในการรักษาในปัจจุบัน อุตสาหกรรมเภสัชภัณฑ์และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอื่นๆ จะต้องมีการตื่นตัวเกี่ยวกับความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากสิ่งตกค้างจากยาปฏิชีวนะในของเสียที่เกิดจากกระบวนการผลิต การลงทุนด้านการวิจัยจะสามารถสร้างแรงจูงใจให้เกิดการพัฒนายาใหม่ๆ และกระบวนการผลิตที่ยั่งยืนได้ และในขณะเดียวกัน เป็นการสร้างความเชื่อมั่นว่าผู้ที่เกี่ยวข้องให้ความสนใจในเรื่องของคุณภาพและการเข้าถึงยาในราคาที่จับต้องได้อย่างจริงจัง”

เกี่ยวกับ DSM Sinochem Pharmaceuticals:

DSM Sinochem Pharmaceuticals (DSP) คือบริษัทชั้นนำของโลกในการผลิตยาปฏิชีวนะ ยากลุ่มสแตติน และยาต้านเชื้อราชั้นด้วยวิธีการที่ยั่งยืนเพื่ออนาคต เป็นผู้พัฒนา ผลิตและจำหน่ายสารตัวกลาง สารออกฤทธิ์และผลิตภัณฑ์ยาต่างๆ พนักงานของเราทั่วโลกร่วมกันทำงานเพื่อส่งมอบโซลูชันยาสามัญที่มีความก้าวหน้าเพื่อช่วยให้ลูกค้าของเราก้าวล้ำคู่แข่งไปอีกขั้น เรามีสำนักงานใหญ่ในสิงคโปร์ และมีฐานการผลิตและสำนักงานขายในจีน อินเดีย อียิปต์ เนเธอร์แลนด์ สเปน สหรัฐอเมริกาและเม็กซิโก DSP เป็นกิจการร่วมค้าที่มีสัดส่วนแบบ 50/50 ระหว่างบริษัทที่มีชื่อระดับโลกด้านวิทยาศาสตร์ด้านสุขภาพ โภชนาการและวัตถุดิบ Royal DSM กับ Sinochem Group บริษัทที่ได้รับการจัดอันดับใน Fortune 500 Enterprise

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20180509005490/en/

ติดต่อ:

Avian Media
Chandra
chandra@avian-media.com

Waters ยกย่อง Bioprocessing Technology Institute (BTI) ของสิงคโปร์สำหรับการทำวิจัยด้านไกลโคไซเอนซ์

Logo

มิลฟอร์ด, แมสซาชูเซตส์–(บิสิเนส ไวร์)–27 กุมภาพันธ์ 2017

ในงานเฉลิมฉลองและการประชุมสัมมนาในวันนี้ ทาง Waters Corporation (NYSE:WAT) ต้อนรับ Bioprocessing Technology Institute (BTI) เข้ามาสู่โปรแกรม Centers of Innovation Program

โดย BTI เป็นองค์กรวิจัยภายใต้ Agency for Science, Technology and Research (A*STAR) ของประเทศสิงคโปร์ BTI เป็นองค์กรวิจัยแห่งแรก1 ที่มุ่งเน้นในด้านไกลโคไซเอนซ์ที่เข้าร่วมในโปรแกรม Waters Centers of Innovation Program

สามารถรับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่ http://www.businesswire.com/news/home/20170227006181/en/logo

ในงานเฉลิมฉลองวันนี้ Bioprocessing Technology Institute ของสิงคโปร์ได้ร่วมกับโปรแกรม Waters Centers of Innovation Program แขกผู้มีเกียรติในงานคือ (จากซ้ายไปขวา) Dr. Benjamin Seet, กรรมการบริหาร Biomedical Research Council, Agency for Science, Technology and Research ประเทศสิงคโปร์; ศาสตราจารย์ Kong Peng Lam, กรรมการบริหารของ Bioprocessing Technology Institute (BTI); Eric Fotheringham, ผู้อำนวยการอาวุโส – Waters Centers of Innovation Program; และ Mathieu Laouenon, ผู้จัดการทั่วไปเอเชียใต้ Waters Corporation (รูปภาพ: บิสิเนส ไวร์)

ไกลแคน หรือน้ำตาล เป็นหนึ่งในสี่คลาสพื้นฐานของสารโมเลกุลใหญ่ที่ประกอบเป็นระบบของสิ่งมีชีวิต การวิจัยไกลแคนของ BTI มุ่งที่การหาสารบ่งชี้มะเร็งและเส้นทางจีโคซีเลชั่นที่ทำให้ชัดเจน ที่สามารถทำให้เกิดกลยุทธ์ใหม่ในการรักษา

“ผมดีใจที่ BTI ได้รับการยอมรับโดย Waters ในด้านการเป็นผู้เชี่ยวชาญในไกลโคมิกส์ ในการร่วมมือกันครั้งนี้ BTI จะสามารถพัฒนาการวิจัยไบโอมาร์กเกอร์มะเร็ง และทำให้สิงคโปร์เป็นผู้มีความสำคัญหลักในไบโอลอจิกส์” ศาสตราจารย์ Lam Kong-Peng กรรมการบริหารของ BTI กล่าว

“รางวัลนี้ยังเป็นการให้การยอมรับในความสำคัญของโปรแกรมการวิจัยที่เป็นพื้นฐานหลักในความสำเร็จของ BTI” ศาสตราจารย์ Lam กล่าวเพิ่มเติม

“เป็นความยินดีอย่างมากที่ได้ BTI มาร่วมในโปรแกรม COI ของเรา” ดร.​ Mike Harrington รองประธานอาวุโส ตลาดโกลบอลของ Waters Corporation กล่าว “การวิจัยของ BTI ในไกลโคไบโอลจีส์เป็นระดับโลกและเราหวังที่จะช่วยให้สามารถมีโอกาสยิ่งใหญ่ในขอบเขตหนึ่งของวิทยาศาสตร์ที่มีความสำคัญมาก ผ่านการใช้เทคโนโลยีการวิเคราะห์และความเชี่ยวชาญของ Waters”

ในการเกี่ยวเนื่องกับประกาศในวันนี้ ทาง Waters Corporation ได้สนับสนุน The Next Frontier of Glycobiologics ซึ่งเป็นการประชุมสัมมนาที่มีการนำเสนอที่สำคัญจากศาสตราจารย์ Professor Raymond Dwek, Glycobiology Institute, University of Oxford ประเทศสหราชอาณาจักร และจากศาสตราจารย์ Professor Nico Callewaert, VIB Medical Biotechnology Center, University of Ghent ประเทศเบลเยี่ยม

ในปี 2016 Waters and BTI announced ประกาศความร่วมมือกันในการพัฒนาฐานข้อมูลไกลโคคอนจูเกตและ spectral library ที่จะช่วยให้นักวิจัยสามารถใช้สเป็กโตรเมทรีขนาดใหญ่ในการตรวจไกลแคนจากตัวอย่าง โดยเป็นส่วนของการร่วมมือนี้ ทาง Waters ได้ให้ความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์และการใช้ Waters® SYNAPT® G2-S High Definition Mass Spectrometry® System ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสเป็คโตรเมทรีขนาดใหญ่โดยไอออนเคลื่อนที่ได้ ที่จะช่วยแยกไอออนโมเลกุลไม่ใช่เฉพาะขนาดและอัตราส่วน mass-to-charge แต่ด้วยรูปร่างของมัน และสามารถคำนวณค่า collisional cross-section (CCS) value ของไออนโมเลกุลแต่ละตัว ความสามารถในการแยกไกลแคนโดยขึ้นกับค่า CCS ช่วยเผยข้อมูลโครงสร้างทางเคมีที่มีลักษณะเฉพาะของมันและทำให้เกิดการแยกและชี้ชัดได้มากกว่าการใช้อัตราส่วน mass-to-charge เท่านั้น

โปรแกรมไกลโคไซแอนส์ นำโดยศาสตราจารย์ Pauline Rudd และ ดร. Terry Nguyen-Khuong นักวิทยาศาสตร์ของ BTI จะยังคงพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยในการทำชีวะกระบวนการที่ล้ำสมัย และการจำแนกคาแรกเตอร์ การพัฒนา และการผลิตทางชีวภาพ

ความสำคัญของไกลแคนและความต้องการในการใช้เครื่องมือวัดที่ดีขึ้น 

การวิจัยไกลแคนดังที่ได้กระทำที่ BTI อาจเป็นการสัญญาที่จะนำมาให้เกิดความเข้าใจของโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคระบบประสาท การติดเชื้อ โรคเกี่ยวกับระบบการเผาผลาญอาหาร และมะเร็ง ผ่านการตรวจจำแนกสารบ่งชี้ของโรค

โอกาสในไกลโคไซแอนส์ได้รับการประเมินโดยกรรมการนักวิทยาศาสตร์ที่ประชุมใน EU และสหรัฐอเมริกา ในปี 2012 ทาง National Academy of Sciences ของสหรัฐอเมริกาได้ออกรายงานเกี่ยวกับไกลโคไซแอนส์ โอกาสการพัฒนาของมันและสิ่งขัดขวางในกระบวนการ รายงานชื่อว่า Transforming Glycoscience: A Roadmap for the Future2 ให้ความรู้ว่าไกลโคไซแอนส์นั้น “มีความสำคัญในการเข้าใจชีววิทยา” และชี้ให้เห็นถึงความต้องการของ “เครื่องมือในการแก้ปัญหาโครงสร้างและคุณสมบัติที่ซับซ้อน” รายงานยังกล่าวอีกว่า “ชุดเครื่องมือเปรียบเทียบกับที่มีในการศึกษากรดนิวคลีอิกและโปรตีนนั้นเป็นที่ต้องการในการจับ อธิบาย และทำให้ไกลแคนบริสุทธิ์จากแหล่งธรรมชาติ และแยกลักษณะทางส่วนประกอบทางเคมีและโครงสร้างได้ การพัฒนาของเครื่องมือนั้นในการจับ การให้แสดงเป็นภาพ การแยก และการวิเคราะห์โครงสร้างแบบคมชัดของโครงสร้างคาร์โบไฮเดรตและส่วนผสมที่ซับซ้อน เป็นสิ่งสำคัญในการวิจัยของ National Institutes of Health, National Science FoundationDepartment of Energy และ Food and Drug Administration และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ”

รายงานได้ระบุถึงความต้องการของฐานข้อมูลโครงสร้างไกลแคนสำหรับการทำความเข้าใจในโครงสร้างและฟังก์ชั่นของไกลแคน และไฮไลท์บทบาทของโครมาโทกราฟีเหลว, สเป็คโทรเมทรีและการวัด NMR สำหรับการได้ข้อมูลรายละเอียดโครงสร้างของไกลโคคอนจูเกต จากเซลล์เมมเบรนหรือจากชีวเภสัชภัณฑ์

เกี่ยวกับ Bioprocessing Technology Institute (BTI) ของ A*STAR

Bioprocessing Technology Institute (BTI) เป็นสมาชิกของ Agency for Science, Technology and Research (A*STAR) ก่อตั้งในปี 1990 ในชื่อ Bioprocessing Technology Unit ได้รับการเปลี่ยนชื่อเป็น Bioprocessing Technology Institute (BTI) ในปี 2003 พันธกิจขององค์กรการวิจัยคือการพัฒนาความสามารถของคนและสร้างเทคโนโลยีชั้นนำที่เกี่ยวกับชุมชนชีวกระบวนการ ขอบเขตการวิจัยหลักรวมถึงวิศวกรรมเอ็กเพรสชั่น เทคโนโลยีเซลล์สัตว์ การวิจัยสเต็มเซลล์ การหมักจุลินทรีย์ การทำให้บริสุทธิ์และการวิเคราะห์ สามารถศึกษาข้อมูล BTI ได้ที่ https://www.a-star.edu.sg/bti/

เกี่ยวกับ Waters Corporation (www.waters.com)

Waters Corporation (NYSE:WAT) พัฒนาและผลิตเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ที่มีการวิเคราะห์และอุปกรณ์ที่ทันสมัยสำหรับองค์กรแล็บต่างๆ มากกว่า 50 ปี ทางบริษัทได้เป็นผู้เบิกทางในการมีพอร์ตโฟลิโอที่เชื่อมต่อของวิทยาศาสตร์แขนงต่างๆ การจัดการข้อมูลแล็บ สเปกโตรเมทรีขนาดใหญ่ และระบบวิเคราะห์ 

Waters, SYNAPT และ High Definition Mass Spectrometry เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Waters Corporation

1. BTI เป็นองค์กรอันดับที่สองจากสิงคโปร์ที่ได้รับการยอมรับจาก Waters Centers of Innovation Program ในปี 2011 ทาง National University of Singapore และผู้ช่วยศาสตราจารย์ Ganesh Anand มาเป็นผู้เข้าร่วม COI บนพื้นฐานของการวิจัยในมาลาเรียและโรคไข้เลือดออก

2. Transforming Glycoscience: A Roadmap for the Future, National Academy of Sciences, The National Academies Press, Washington, D.C., 2012 http://dels.nas.edu/Report/Transforming-Glycoscience-Roadmap/13446

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20170227006181/en/

ติดต่อ:

Waters Corporation

Brian J. Murphy, +1 508-482-2614

Public Relations

brian_j_murphy@waters.com

LFB S.A. ออกประกา ศ หลังองค์การอาหารและยาแห่งสหร ัฐอเมริกายอมรับใบสมัครใบอนุญาต อุบัติสาขาชีวภาพในโครงการพัฒนา ยาเสริมการแข็งตัวของเลือด “VIIa Rec ombinant” (ยากระตุ้น eptacog beta)

Logo

เลซูว์ลิส, ฝรั่งเศส–(บิสิเนส ไวร์)–6 ม.ค. 2017

LFB S.A. ออกประกาศว่า ใบสมัครใบอนุญาตอุบัติสาขาชีวภาพ (Biologic License Application : BLA) ที่กำลังอยู่ในระหว่างการขออนุมัติทางการตลาดด้านการพัฒนายาเสริมการแข็งตัวของเลือด VIIa (Recombinant) เพื่อการรักษาผู้ป่วยวัยรุ่นที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติชนิด A หรือ B และผู้ป่วยวัยผู้ใหญ่ที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติชนิด A หรือ B ที่ได้รับยายับยั้งอาการตัวอื่น ๆ ในขณะนี้ได้รับการยอมรับและเห็นชอบจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกาแล้ว (U.S. Food and Drug Administration  : FDA) ซึ่งใน BLA นี้ประกอบไปด้วยข้อมูลจากการศึกษาค้นคว้าที่สำคัญในระยะที่ 3 ภายใต้โปรแกรมระดับโลก PERSEPT (Program for the Evaluation of Recombinant Factor Seven  Efficacy by Prospective Clinical Trials) ที่ถูกออกแบบมาให้ประเมินความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการใช้ยาเสริมการแข็งตัวของเลือด VIIa (Recombinant)

เกี่ยวกับยากระตุ้น Eptacog Beta 

Eptacog Beta เป็นนวัตกรรมใหม่ของยากระตุ้นการทำงาน VIIa ในเลือดมนุษย์ ลักษณะพิเศษของยาตัวนี้ถูกพัฒนาด้วยเทคโนโลยี rPRO™ ภายใต้กรรมสิทธิ์ของ LFB SA ในปัจจุบัน Eptacog beta อยู่ในระหว่างการศึกษาพัฒนาทางคลินิก และยังไม่ได้รับการรับรองในทางการค้าจากองค์กรที่มีอำนาจเกี่ยวข้องใด ๆ

 “นี่เป็นหนึ่งในก้าวสำคัญซึ่งเป็นเป้าหมายของ LFB ในการสร้างนวัตกรรมยากระตุ้น VIIa เพื่อให้สามารถรักษาผู้ป่วยภาวะเลือดออกผิดปกติชนิด A และ B ที่ได้รับยายับยั้งตัวอื่น ๆ อย่าง VIII หรือ IX” Christian Béchon , ประธานกรรมการและประธานบริหารของ LFB S.A. กล่าว

หากผ่านความเห็นชอบจากทั้ง FDA, HEMA Biologics และ LLC ก็จะได้รับสิทธิทางการค้าในทวีปอเมริกาเหนือ HEMA Biologics เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง LFB S.A. กับ US WorldMeds, LLC ซึ่งเป็นบริษัทชีวภัณฑ์เอกชนที่ตั้งอยู่ในเมืองลุยส์วิลล์ รัฐเคนทักกี ประเทศสหรัฐอเมริกา และมุ่งเน้นในการตอบสนองต่อความต้องการของผู้ป่วยที่ต้องมีชีวิตอยู่ร่วมกับการป่วยภาวะเลือดออกผิดปกติที่พบได้ยาก สนับสนุนองค์กรที่ดูแลผู้ป่วยเหล่านี้ รวมทั้งนำผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์เข้าสู่ท้องตลาด เพื่อช่วยเหลือให้ผู้ป่วยได้มีชีวิตที่ดีขึ้น

ความร่วมมือที่สำคัญครั้งนี้เสริมสร้างความมั่นคงในการแสดงตนของ LFB ในทวีปอเมริกาเหนือ ด้วยเป้าหมายในการทำให้ยา FVIIa เป็นตัวเลือกแรกในการรักษาผู้ป่วย และยังคงใช้ประโยชน์ทางการรักษาต่อไปให้ยาวนานมากกว่า 20 ปี

เกี่ยวกับ LFB S.A.

LFB เป็นกลุ่มบริษัทชีวเวชภัณฑ์ข้ามชาติ ที่พัฒนา ผลิต และทำการตลาดด้านผลิตภัณฑ์ยาสำหรับรักษาโรครุนแรงและพบได้ยากในหลายสาขาที่สำคัญ รวมไปถึงการจัดตั้งศูนย์ Hemostasis, Immunology and Intensive Care LFB เป็นผู้นำด้านการการสร้างผลิตภัณฑ์ยาจากพลาสมาในฝรั่งเศส เป็นลำดับที่ 6 ในผู้ผลิตชีวเวชภัณฑ์จากทั่วโลก และยังอยู่ในหมู่บริษัทผู้นำในยุโรปด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยายุคใหม่หรือการรักษาภายใต้การใช้เทคโนโลยีชีวภาพ LFB มุ่งเป้าตามกลยุทธ์ในการเจริญเติบโตด้วยการขยายกิจการในต่างประเทศและมุ่งพัฒนานวัตกรรมเพื่อการบำบัดรักษา ทุกวันนี้ LFB ได้ทำการตลาดและจำหน่ายผลิตภัณฑ์มากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก ด้วยยอดขายทั่วโลกกว่า 502.4 ล้านยูโร หรือกว่า 190,000 ล้านบาท ในปี 2015 http://www.groupe-lfb.com

รับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: www.businesswire.com/news/home/20170106005314/en/

สื่อมวลชลติดต่อ LFB S.A.

Sandrine CHARRIERES, 33 (0)1 69 82 72 80

Corporate communications VP

charrieres@lfb.fr

Macrog en เปิดตัว ‘Easybox’ ซึ่งเป็นบรรจุภัณฑ ์แบบพรีเมียมที่ช่วยควบคุมอุณหภ ูมิ

Logo

 โซล, เกาหลีใต้–(บิสิเนส ไวร์)–13 กันยายน 2016

         – เพิ่มความน่าเชื่อถือและความสะดวกสบายสำหรับการจัดส่งโดย FedEx
         – ให้บริการตัวเลือกบรรจุภัณฑ์แบบพรีเมียมที่ควบคุณอุณหภูมิได้สำหรับลูกค้า

         องค์กรอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพทางเภสัช Macrogen (CEO Hyeon-yong Jeong, www.macrogen.com)(KOSDAQ:038290) ได้ประกาศวันนี้ถึงการเปิดตัวบรรจุภัณฑ์แบบพรีเมียมใหม่ที่ควบคุมอุณหภูมิได้ชื่อว่า ‘Easybox’ สำหรับลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมการวิเคราะห์เชิงลึกในเรื่องยีนและจีโนม

         ตัวเลือกในด้านบรรจุภัณฑ์แบบพรีเมียมที่ควบคุมอุณหภูมิได้นั้นได้รับการพัฒนาโดย Macrogen และได้เพิ่มการจัดส่งอย่างรวดเร็วและน่าเชื่อถือได้ ซึ่งเป็นการบริการการจัดส่งโดย FedEx Express (FedEx) ซึ่งเป็นบริษัทขนส่งแบบด่วนที่ใหญ่ที่สุดในโลก

         Easybox ซึ่งรวมถึงเจลแพ็ก วิธีการแพ็ก และอุปกรณ์อื่นๆ ขึ้นกับความต้องการในการใช้งานของลูกค้า สามารถช่วยให้ลูกค้าลดเวลาในการส่งของ Easybox ของ Macrogen ได้รับการออกแบบให้ควบคุมการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิระหว่างการส่ง ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงน้อยลงตลอดการเดินทาง นอกจากนั้น ลูกค้ายังสามารถเบาใจได้ว่าเขาสามารถแทร็กการขนส่งได้ตลอดเส้นทาง 

         เพื่อการป้องการกระแทกอย่างรุนแรงและทำให้อุณหภูมิเสถียรคงที่ บรรจุภัณฑ์นี้สามารถกันน้ำ เก็บความร้อน และเป็นฉนวน วิธีการแพ็กช่วยให้ลูกค้าได้ทราบถึงวิธีการจัดส่งโดยใช้น้ำแข็งแห้งหรือเจลแพ็กเพื่อลดการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ช่วยให้ค่าใช้จ่ายในการขนส่งลดลง และลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุที่สามารถเกิดขึ้นได้จากการบริหารจัดการที่ไม่ดี หรือจากการใช้น้ำแข็งแห้งหรือเจลแพ็กมาเกินไป

         จากการเปิดตัวของบริการ Easybox ทาง Macrogen ได้ทำให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายมากขึ้นโดยการจัดการระบบบริหารกระบวนการส่งใหม่ สำหรับลูกค้า R&D ประมาณ 18,000 รายใน 150 ประเทศ

         Macrogen วางแผนที่จะเพิ่มการขาย Easybox ทั่วโลกเพราะการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ตัวอย่างนั้นมีความสำคัญต่อลูกค้าของ Macrogen ผู้ซึ่งกำลับขยายจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพไปสู่ลูกค้าในวงกว้างมากขึ้น

         Hyeon-yong Jeong ซึ่งเป็น CEO ของ Macrogen กล่าวว่า “เนื่องจากว่าฐานลูกค้าของ Macrogen ได้รับการขยายขึ้น ตั้งแต่นักวิจัยไปจนถึงผู้วินิจฉัยโรคทางคลินิก รวมถึงลูกค้าทั่วไป ซึ่งการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ตัวอย่างของลูกค้านั้นเป็นไปอย่างซับซ้อนมากขึ้น” เขากล่าว “การเปิดตัวของบรรจุภัณฑ์แบบควบคุมอุณหภูมิ Easybox นี้จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าและให้บริการส่งผลิตภัณฑ์ตัวอย่างของลูกค้าได้อย่างปลอดภัย”

         หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Easybox สามารถติดต่อได้ที่ Macrogen NGS Overseas Sales Division (ngs@macrogen.com) และสามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ dna.macrogen.com

         สามารถอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.comhttp://www.businesswire.com/news/home/20160913005772/en/

         ติดต่อ: 
         Macrgoen Corp.
         Sang-yeon Ji, +82-2-2113-7129
         NGS Global Marketing Divison
         syji1002@macrogen.com
         Hyun-min Park, +82-2-2113-7056
         Management Innovation Division
         pr@macrogen.com