NELSON ร่วมมือกับร้านหนังสือในมหาวิทยาลัยเพื่อลดต้นทุนสำหรับนักเรียน

Logo

โตรอนโต–(BUSINESS WIRE)–30 ม.ค. 2018

NELSON สำนักพิมพ์ด้านการศึกษาชั้นนำของแคนาดาประกาศในวันนี้เรื่องการจัดตั้งแผนกบริการด้านการขายปลีกและอีกสองโปรแกรมใหม่ซึ่งจะช่วยปรับปรุงการศึกษาในประเทศแคนาดาต่อไป โดยโครงการซึ่งจะถูกจัดทำขึ้นโดยการเป็นหุ้นส่วนอย่างใกล้ชิดกับร้านหนังสือในมหาวิทยาลัย ร่วมกับ Vendor Managed Inventory และแผนการให้เช่าตำราเรียนครั้งนี้ จะเพิ่มทางเลือกและปรับปรุงความสามารถในการซื้อหาหนังสือเรียนสำหรับนักเรียน ไปพร้อม ๆ กับการลดค่าใช้จ่าย

โครงการใหม่นี้ได้รับการประกาศในวันนี้ที่ BiiG ซึ่งเป็นการประชุมและงานแสดงสินค้าเพียงหนึ่งเดียวของแคนาดา สำหรับร้านหนังสือในมหาวิทยาลัย

การเปิดตัววันนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าปีนี้เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงที่น่าทึ่งของNELSON สำนักพิมพ์อายุ 104 ปี ที่ได้เปลี่ยนตนเองและระบบการศึกษาของแคนาดาผ่านการเข้าซื้อกิจการ การเป็นหุ้นส่วน และการนำเสนอใหม่ ๆ อย่างมีกลยุทธ์

Steven Brown ประธานและซีอีโอของ NELSON กล่าวว่า "NELSON มุ่งเน้นการผลักดันการเปลี่ยนแปลงและนวัตกรรมในธุรกิจการศึกษาในประเทศแคนาดาและประเทศอื่น ๆ "ในไม่กี่ปีนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายของวันนี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนด้านความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจของประเทศแคนาดา ภารกิจของเราคือการเพิ่มทางเลือกและความสามารถด้านกำลังซื้อให้แก่นักเรียนเหล่านี้ เพื่อที่เราจะได้มีส่วนร่วมในการช่วยให้พวกเขาสามารถเข้าถึงศักยภาพของพวกเขาได้อย่างเต็มที่ "

Vendor Managed Inventory (VMI) เป็นบริษัทที่ได้บ่มรวมประสบการณ์การให้คำปรึกษากับผู้ค้าปลีกในมหาวิทยาลัยจากชายฝั่งถึงชายฝั่งเป็นระยะเวลามากกว่าหนึ่งปี การให้คำปรึกษาเหล่านี้ชี้ให้เห็นปัญหาด้านลอจิสติกที่โดดเด่นซึ่งร้านหนังสือต้องเผชิญ ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อความพยายามในการจัดหาวัสดุที่นักเรียนต้องการ เมื่อพวกเขาต้องการหนังสือเหล่านั้น VMI เป็นโซลูชันการจัดการซัพพลายเชนอันซับซ้อนที่ปรับแต่งเฉพาะสำหรับอุตสาหกรรมวัสดุการศึกษาเพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้

"โปรแกรม VMI ของ NELSON นำแนวทางใหม่ในการสั่งซื้อและจัดการกระบวนการเรียนรู้และหลักสูตรของเรา โดยใช้แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดจากอุตสาหกรรมอื่น ๆ แล้วนำไปประยุกต์ใช้ในด้านการศึกษา" Debbie Harvie กรรมการผู้จัดการฝ่ายบริการชุมชนของมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบียกล่าว "VMI ทำให้เรามีหนังสือในจำนวนที่เพียงพอในร้านของเราอยู่ตลอดเวลา มันเป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมการที่สำนักพิมพ์และร้านหนังสือที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้ได้สิ่งที่ถูกต้อง "

โปรแกรมเช่าหนังสือของ NELSON เป็นโครงการริเริ่มที่สำคัญของบริษัท เพื่อเพิ่มความสามารถในด้านการซื้อหนังสือของนักเรียน ในเดือนมีนาคม 2017 ที่ผ่านมา NELSON ได้ทำสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในการประกาศว่าจะไม่เพิ่มราคาของหนังสือจากสำนักพิมพ์ NELSON อย่างไม่มีกำหนด

โปรแกรมเช่า เช่น ของ VMI นี้ ถูกสร้างขึ้นโดยความร่วมมือกับร้านหนังสือในมหาวิทยาลัย และเป็นโครงการแรกในแคนาดา นอกจากนี้ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเรียนรู้โดยการอนุญาตให้นักเรียนเช่าตำราเรียนในราคาที่ไม่แพงเมื่อเทียบกับการต้องซื้อหนังสือใหม่ โปรแกรมนี้ใช้งานง่ายสำหรับร้านหนังสือและจะรวมเนื้อหาจากสำนักพิมพ์ทั้งหมด ไม่ใช่แค่เฉพาะของ NELSON ทำให้นักเรียนมีทางเลือกมากขึ้นและเพิ่มพลังในการนำเสนอขายให้กับร้านค้าโดยไม่ต้องใช้ทรัพยากรพนักงานเพิ่มเติม

"แผนกบริการค้าปลีกใหม่ของ NELSON ซึ่งถูกนำโดยโครงการ VMI และโครงการเช่าเป็นอีกหลักฐานหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราที่จะเปลี่ยนและปฏิรูปอุตสาหกรรมการศึกษาในประเทศแคนาดา" นาย Brown กล่าว "ในท้ายที่สุดสิ่งที่เราให้ความสำคัญอย่างแท้จริงคือนักเรียน ทุกสิ่งที่เราทำก็เพื่อการปรับปรุงความสามารถในการจ่ายเงินซื้อหนังสือสำหรับนักเรียน การปรับปรุงประสบการณ์การศึกษา และการมีส่วนร่วมในการช่วยให้พวกเขากลายเป็นผู้นำในอนาคต "

เกี่ยวกับ NELSON

NELSON เป็นสำนักพิมพ์ด้านการศึกษาที่ใหญ่ที่สุดในแคนาดา NELSON เชื่อมั่นในวิวัฒนาการของการศึกษาตลอดช่วงชีวิตของคน และอุทิศความพยายามทางธุรกิจให้กับการสร้างสรรค์โซลูชั่นที่เป็นนวัตกรรมใหม่ที่มีคุณภาพและตอบสนองความต้องการของนักเรียน ครู และผู้สอนทุกคน เพื่อเสริมสร้างความสำเร็จในการเรียนรู้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ NELSON กรุณาเยี่ยมชมได้ที Nelson.com หรือสามารถติดตามเราได้ที่Facebook และ Twitter.

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.comhttp://www.businesswire.com/news/home/20180130005186/en/

ติดต่อ:

NELSON
Justine E. Rae
justine.rae@nelson.com
416-752-9100 ext 6305
หรือ
Media Profile
John Thibodeau
john.thibodeau@mediaprofile.com
416-342-1821

รีครูท ผนวกแบรนด์ต่างประเทศมารวมกัน เพื่อยกระดับบริการสรรหาพนักงานและบุคลากรระดับผู้บริหารในภูมิภาคเอเชีย

Logo

บริการสรรหาพนักงานประจำมุ่งตอบสนองความต้องการจ้างงานที่หลากหลาย

พร้อมเสริมความแข็งแกร่งด้านความเป็นผู้นำและการกำกับดูแลองค์กร

โตเกียว บริษัท รีครูท โฮลดิ้งส์ จำกัด (สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเขตชิโยดะ กรุงโตเกียว โดยมี นายมาซูมิ มิเนกิชิ ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร) ประกาศว่าตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ. 2561 บริษัทสาขาในเอเชีย อาร์จีเอ ฮ่องกง ลิมิเต็ด (เรียกว่า “อาร์จีเอฟ (RGF)” สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในฮ่องกง โดยมี นายทาคาชิ คูซุฮาระ ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ) ทั้งสองจะผนวกรวมแบรนด์เข้าด้วยกันและเสริมความแข็งแกร่งด้านการกำกับดูแลองค์กรเพื่อยกระดับบริการด้านการสรรหาพนักงานประจำทั่วภูมิภาคเอเชีย ตั้งแต่ระดับผู้บริหารไปจนถึงระดับพนักงาน

นาย จอห์น ทัคเกอร์ หัวหน้าระดับภูมิภาคประจำประเทศญี่ปุ่น จะเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจากประเทศสิงคโปร์ ในฐานะ นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2561

โปเล แอสโซซิเอทส์ (BóLè Associates) ซึ่งให้บริการสรรหาผู้บริหารในประเทศจีน ฮ่องกง และไต้หวันเป็นหลักจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ อาร์จีเอฟ เอ็กซ์คิวทีฟ เสิร์ช (RGF Executive Search) ขณะที่ บีรีครูท (BRecruit) ซึ่งจัดหาบุคลากรระดับผู้จัดการและผู้เชี่ยวชาญให้แก่บริษัทระดับท้องถิ่นและระดับโลกในจีนแผ่นดินใหญ่ และจะเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์อาร์จีเอฟ โปรเฟสชั่นแนล รีครูทเมนท์ อย่างไรก็ตามจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงชื่อของทั้งสองบริษัทแต่อย่างใด

  1. แผนการผนวกรวมแบรนด์

แบรนด์ของอาร์จีเอฟจำนวนทั้งหมด 7 แบรนด์จะผนวกรวมเป็น 3 แบรนด์ ได้แก่ อาร์จีเอฟ เอ็กซ์คิวทีฟ เสิร์ช (RGF Executive Search) อาร์จีเอฟ โปรเฟสชั่นแนล รีครูทเมนท์ (RGF Professional Recruitment) และ อาร์จีเอฟ เอชอาร์ เอเจนท์ (RGF HR Agent)

โปเล แอสโซซิเอทส์ (BóLè Associates) ซึ่งให้บริการสรรหาผู้บริหารในประเทศจีน ฮ่องกง และไต้หวันเป็นหลักจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ อาร์จีเอฟ เอ็กซ์คิวทีฟ เสิร์ช (RGF Executive Search) ขณะที่ บีรีครูท (BRecruit) ซึ่งจัดหาบุคลากรระดับผู้จัดการและผู้เชี่ยวชาญให้แก่บริษัทระดับท้องถิ่นและระดับโลกในจีนแผ่นดินใหญ่ และจะเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์อาร์จีเอฟ โปรเฟสชั่นแนล รีครูทเมนท์ อย่างไรก็ตามจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงชื่อของทั้งสองบริษัทแต่อย่างใด

ลักษณะเฉพาะของแต่ละแบรนด์บริการ ได้แก่

  • อาร์จีเอฟ เอ็กซ์คิวทีฟ เสิร์ช: แบรนด์ที่สรรหาผู้บริหารที่มุ่งเน้นบริษัทระดับท้องถิ่นและบริษัทต่างประเทศที่ต้องการบุคลากรระดับหัวหน้าในตำแหน่งผู้บริหารระดับอาวุโสจนถึงตำแหน่งผู้บริหารระดับกลาง
  • อาร์จีเอฟ โปรเฟสชั่นแนล รีครูทเมนท์: แบรนด์สรรหาพนักงานที่เน้นบุคลากรในตำแหน่งผู้บริหารระดับกลางไปจึงถึงระดับผู้เชี่ยวชาญ โดยจะมุ่งส่งเสริมให้บริษัทท้องถิ่นและบริษัทต่างประเทศสามารถสรรหาบุคลากรในประเทศที่มีความสามารถที่สุดและเป็นพนักงานที่สามารถสื่อสารสองภาษาได้อย่างรวดเร็ว ได้จากฐานข้อมูลผู้ค้นหางานที่ครอบคลุมของอาร์จีเอฟ

  • อาร์จีเอฟ เอชอาร์ เอเจนท์: มุ่งเน้นที่บริษัทญี่ปุ่นเป็นหลักซึ่งครอบคลุมองค์กรและตำแหน่งงานที่หลากหลายที่ต้องการพนักงานชาวญี่ปุ่นหรือผู้ที่มีทักษะภาษาญี่ปุ่น ที่มีความเข้าใจในบริษัทญี่ปุ่นอย่างลึกซึ้งและมีฐานข้อมูลบุคลากรที่มีทักษะภาษาญี่ปุ่นที่กว้างขวางเพื่อค้นหาผู้สมัครงานที่มีความสามารถสูงสุด

“การผนวกรวมแบรนด์ครั้งนี้จะเสริมสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันของอาร์จีเอฟ ทั้งความเชี่ยวชาญเฉพาะทางของ รีครูท กรุ๊ป และความสำเร็จที่ยอดเยี่ยมตลอด 60 ปี ในธุรกิจการสรรหาพนักงาน รวมถึงการลงทุนในด้านไอที” นาย ทาคาชิ คูซุฮาระ ประธานของ อาร์จีเอฟ ฮ่องกง ลิมิเต็ด กล่าวและเสริมอีกว่า “จุดแข็งสำคัญของเราอีกอย่าหนึ่งคือเครือข่ายที่มั่นคงในกลุ่มบุคลากรระดับผู้บริหารและบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ รวมถึงฐานข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่มีความสามารถและมีทักษะสองภาษาที่กว้างขวางของเราในเอเชีย ซึ่งเราได้รวบรวมจากการเข้าครอบครองกิจการของบริษัทต่างๆ ตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมา เรายังคงเดินหน้าขยายพนักงานที่มีศักยภาพกว่า 1,300 คน ของเราเพื่อยกระดับคุณภาพการบริการจัดหาพนักงานเพื่อบริษัทและผู้ค้นหางานในเอเชีย”

“เราต้องการให้ลูกค้าและผู้สมัครงานได้ทราบว่าพวกเขาสามารถคาดหวังถึงการบริการระดับโลกจากเราในทุกตลาดที่เราดำเนินธุรกิจ เราจึงมีความตื่นเต้นยินดีกับการปรับโครงสร้างธุรกิจของอาร์จีเอฟทั้งหมดในเอเชียภายใต้แบรนด์บริการทั้งสามแบรนด์ที่มีแนวทางที่ชัดเจน”

2. ความเป็นมาของอาร์จีเอฟ และแนวโน้มของตลาดการสรรหาบุคคลเข้าทำงาน

เพื่อตอบสนองต่อความต้องการพนักงานประจำที่เพิ่มขึ้นในเอเชีย อาร์จีเอฟเริ่มต้นนำเสนอบริการสรรหาพนักงานที่มีทักษะภาษาญี่ปุ่นในเซี่ยงไฮ้เมื่อปี พ.ศ. 2549 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติงานระหว่างประเทศของรีครูท ในขณะที่ธุรกิจมีการขยายตัวในภูมิภาคนี้ อาร์จีเอฟเข้าซื้อกิจการของซีดีเอส (โตเกียว) ในปี พ.ศ. 2551 และโปเล แอสโซซิเอทส์ (จีน) และบีรีครูท (จีน) รวมถึงแฟรนไชส์ธุรกิจของบริษัทค้นหาพนักงานชั้นนำในอินเดียในปี พ.ศ. 2556 ด้วยการให้ความสำคัญกับการสรรหาบุคลากรท้องถิ่นให้แก่บริษัทท้องถิ่นในตลาดให้เข้าทำงานในแต่ละเมืองและแต่ละประเทศ อาร์จีเอฟช่วยจัดหาพนักงานที่เหมาะสมที่สุดให้แก่บริษัทต่างๆ ปัจจุบันอาร์จีเอฟให้บริการใน 11 ประเทศและ 26 เมือง ด้วยการใช้ความรู้ในตลาดท้องถิ่นที่สั่งสมมานานหลายปีและศักยภาพการสร้างเครือข่ายที่ครอบคลุม สำหรับในเอเชีย อาร์จีเอฟมีบุคลากรมากกว่า 40,000 คน ตั้งแต่ระดับผู้บริหารไปจนถึงระดับพนักงาน สร้างชื่อเสียงที่มั่นคงในฐานะผู้ให้บริการการจัดหาพนักงานที่เชื่อถือได้

บริษัทระดับโลกกำลังมุ่งสู่ตลาดท้องถิ่น และบริษัทท้องถิ่นกำลังขยายตัวสู่ระดับโลกในเอเชียคือแนวโน้มที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วซึ่งจุดประกายให้เกิดการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในตลาดการว่าจ้างพนักงานประจำ ความต้องการในการจ้างงานของบุคลากรที่ประสงค์จะเดินทางต่างประเทศและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ระดับโลกโดยไม่คำนึงถึงบทบาทหน้าที่และสถานที่ทำงานก็เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน และคาดว่าแนวโน้มนี้จะเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ด้วยบริการสรรหาพนักงานประจำที่ครอบคลุมตั้งแต่ผู้บริหารไปจนถึงพนักงาน อาร์จีเอฟมุ่งที่จะนำเสนอโซลูชันการจัดหาพนักงานระหว่างประเทศที่มีประสิทธิภาพสูงสุดที่ก้าวข้ามพรมแดนระหว่างประเทศและเมือง อาร์จีเอฟจะผนวกรวมแบรนด์บริการเพื่อให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายทั้งผู้ที่กำลังหางานและบริษัทที่ต้องการจ้างงาน อาร์จีเอฟจะเสริมสร้างความแข็งแกร่งของการกำกับดูแลองค์กรเพื่อให้สอดคล้องกับการผนวกรวมแบรนด์ครั้งนี้ การยกระดับการบริการของเราจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ด้านการสรรหาพนักงานของเราสามารถค้นหาบุคลากรในทุกระดับที่ดีที่สุดทั่วทั้งเอเชียผ่านหน่วยงานระดับภูมิภาคที่ใกล้ที่สุดของเรา พร้อมกับทำให้ผู้ที่กำลังหางานมีโอกาสก้าวหน้าทางอาชีพระหว่างประเทศและเมืองใหญ่

3. การเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัท

เพื่อให้สอดคล้องกับการผนวกแบรนด์ จะมีการเปลี่ยนชื่อ 6 บริษัท (สำนักงานใหญ่และบางกลุ่มบริษัท) ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2561

ประเทศ

ชื่อบริษัทในปัจจุบัน

ชื่อบริษัทใหม่ตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ. 2561

ฮ่องกง – สำนักงานใหญ่

 อาร์จีเอฟ ฮ่องกง ลิมิเต็ด

อาร์จีเอฟ อินเตอร์เนชั่นแนล รีครูทเมนท์

อินโดนีเซีย (จาการ์ตา)

 โปเล อินโดนีเซีย

อาร์จีเอฟ เอ็กซ์คิวทีฟ เสิร์ช อินโดนีเซีย

มาเลเซีย (กัวลาลัมเปอร์)

 โปเล แอสโซซิเอทส์

อาร์จีเอฟ เอ็กซ์คิวทีฟ เสิร์ช มาเลเซีย

ประเทศไทย (กรุงเทพฯ)

 โปเล แอสโซซิเอทส์ เอ็กซ์คิวทีฟ รีครูทเมนท์

อาร์จีเอฟ เอ็กซ์คิวทีฟ รีครูทเมนท์ (ประเทศไทย)

สิงคโปร์

 อาร์จีเอฟ เอชอาร์ เอเจนท์ สิงคโปร์

อาร์จีเอฟ ทาเลนท์ โซลูชั่นส์ สิงคโปร์

ญี่ปุ่น (โตเกียวและโอซาก้า)

 ซีดีเอสไอ เค.เค.

อาร์จีเอฟ ทาเลนท์ โซลูชั่นส์ เจแปน

เกี่ยวกับ รีครูท กรุ๊ป

รีครูท กรุ๊ป ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2503 มุ่งสร้างสรรค์และนำเสนอแพลทฟอร์มที่เชื่อมโยงบริษัทและผู้บริโภค โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น รีครูท กรุ๊ป มอบบริการที่ครอบคลุมทั้งทางด้านเทคโนโลยีด้านการบริหารทรพยากรบุคคล การโฆษณาการสรรหาบุคลากร การกำหนดการว่าจ้างงาน การจัดหาบุคคลเข้าทำงาน ที่พักอาศัยและอสังหาริมทรัพย์ การสมรส การเดินทางท่องเที่ยว อาหาร ความงาม และอื่นๆ รีครูท กรุ๊ป มีพนักงานกว่า 45,000 คนและดำเนินงานในกว่า 60 ประเทศ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์ของบริษัทเพื่อค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.recruit-rgf.com สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาร์จีเอฟ อินเตอร์ชั่นแนล รีครูทเมนท์ บิสสิเนส สามารถเข้าชมได้ที่ www.rgf-hr.com/.

ประวัติ จอห์น ทัคเกอร์ หัวหน้ารระดับภูมิภาคประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศญี่ปุ่น

จอห์น ทัคเกอร์ รับผิดชอบธุรกิจการค้นหาและคัดเลือกผู้บริหารของอาร์จีเอฟในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศญี่ปุ่น จอห์นทำงานในธุรกิจการสรรหาพนักงานมานานกว่า 10 ปี และมีประสบการณ์ทางธุรกิจที่กว้างขวางในตลาดญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา ก่อนร่วมงานกับซีดีเอสในปี พ.ศ. 2552 เขาดำรงตำแหน่งผู้จัดการประจำประเทศญี่ปุ่นในบริษัทสรรหาบุคลากรระดับผู้บริหารและจัดหางานระดับโลก ซึ่งเขานำความสำเร็จทางธุรกิจมาสู่บริษัทดังกล่าว

จอห์นสำเร็จการศึกษาคณะบริหารธุรกิจ สาขาเศรษฐศาสตร์ เกียรตินิยมจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด นอกจากนี้เขายังได้รับทุนโรตารี อินเตอร์เนชั่นแนล และสำเร็จหลักสูตรที่สูงกว่าปริญญาตรีเป็นเวลาหนึ่งปีในด้านปรัชญาอินเดียที่มหาวิทยาลัยมัททราส (เชนไน) ประเทศอินเดีย จอห์นสามารถพูดภาษาญี่ปุ่นและอังกฤษ เขาชื่นชอบการออกกำลังกายและดำน้ำ

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ

ซาโตโกะ ยาซูนากะ

พับบลิค รีเลชัน ดีพาร์ทเมนท์ รีครูท โฮลดิ้ง จำกัด

โทร +81 3 6835 1882

satoko_yasunaga@r.recruit.co.jp



ศาลสิงคโปร์ยกคำขอห้าม GLH ดำเนินธุรกิจตามปกติทันทีของ JTA และอนุญาตให้ GLH ดำเนินธุรกิจได้ปกติ

Logo

BANGKOK–(BUSINESS WIRE)– ในช่วงเดือนนี้ J Trust Asia (“JTA”) ได้ดำเนินการฟ้องคดีต่อบริษัทและบริษัทลูกของบริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) (“GL”) ทั้งในไทยและในสิงคโปร์ ซึ่งขณะนี้กระบวนการทางกฎหมายอยู่ในระหว่างช่วงเริ่มต้น โดยเบื้องต้นศาลได้มีคำสั่งอนุญาตชั่วคราวตามที่ JTA ยื่นคำขอแต่เพียงฝ่ายเดียว โดยที่ GL ยังไม่มีโอกาสได้ยื่นคำให้การหรือคำโต้แย้งต่อศาล ทั้งนี้ ศาลยังไม่ได้มีคำวินิฉัยในเนื้อหาของข้อพิพาทแต่อย่างใด อย่างไรก็ดีเมื่อ วันที่ 25 มกราคม 2561 เป็นครั้งแรกที่ศาลแห่งประเทศสิงคโปร์ที่กระบวนการทางศาลได้เปิดโอกาสให้มีการรับฟังความทั้งสองฝ่ายก่อนการพิจารณาตัดสินคำร้องขอของ JTA ซึ่งได้ร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งห้าม GLH ดำเนินการขายทรัพย์สินและห้ามโอนเงินทุนระหว่างบริษัทย่อยของ GL ในทันที ทั้งนี้ GLH เป็นบริษัทลูกในประเทศสิงคโปร์และจัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการจัดการการลงทุนของ GL และการซื้อขายทรัพย์สินและโอนเงินทุนระหว่างกันในบริษัทย่อยนั้น ถือได้ว่าเป็นธุรกิจปกติของ GLH ซึ่งภายหลังจากศาลแห่งประเทศสิงคโปร์ได้รับฟังข้อโต้แย้งจากทั้งสองฝ่าย ศาลได้มีคำสั่งปฏิเสธคำร้องของ JTA ที่ขอต่อศาลไม่ให้ GLH ดำเนินธุรกิจตามปกติในทันทีดังกล่าว

ถึงแม้ว่านี่อาจจะเป็นข่าวดีเล็กน้อย แต่ก็เป็นครั้งแรกที่ศาลได้พิจารณาคำร้องและโต้แย้งจากทั้งสองฝั่งและ GL ประสบความสำเร็จในครั้งนี้ บริษัทจะดำเนินการต่อสู้คดีต่อไป และหวังว่าครั้งนี้จะเป็นก้าวแรกของชัยชนะในครั้งต่อๆไปของ GL.

Group Lease PCL

Ms. Siriphen Pongchairerks, +66 (0)-2580-7555 Ext. 8107

Investor Relations

ir@grouplease.co.th

Hoya รายงานผลประกอบการทางการเงินในไตรมาส 3: โดยมีรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์

Logo

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–30 มกราคม 2018

Hoya Corporation (TOKYO:7741) ประกาศผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 3 สิ้นสุดเดือนลงเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2017

ในช่วงไตรมาสที่สามนี้รายได้ของกลุ่ม HOYA เพิ่มขึ้น 11.6% เมื่อเทียบเป็นรายปี โดยขึ้นถึงระดับ 136,759 ล้านเยน การเติบโตของกำไรประกอบกับรายได้ที่สูงขึ้นส่งผลให้กำไรในไตรมาสก่อนหักภาษี 34,683 ล้านเยนและมีกำไรสุทธิ 27,727 ล้านเยน ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.8 และ 10.6 ตามลำดับ

ในกลุ่ม Life Care ยอดขายเลนส์แว่นตาเพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับสกุลเงินที่เป็นกลาง อันเป็นผลมาจากการเข้าซื้อกิจการและการเติบโตของยอดขายที่แข็งแกร่งในอเมริกา ยอดจำหน่ายคอนแทคเลนส์เพิ่มขึ้นจากการเปิดสาขาใหม่ ๆ กล้องเอนโดสโคปทางการแพทย์ขายดีทั่วเอเชีย อย่างไรก็ตามการแข่งขันที่ยากลำบากในสหรัฐ ฯ และยุโรปทำให้ยอดขายโดยรวมใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ยอดขายเลนส์ตาเพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับสกุลเงินที่เป็นกลาง ซึ่งเป็นผลมาจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ทั้งหมดส่งผลให้ยอดขายของกลุ่ม Life Care มีจำนวน 90,113 ล้านเยน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 14.5%

ในส่วนของเทคโนโลยีสารสนเทศ ยอดขายของ หน้ากากเซมิคอนดักเตอร์ (semiconductor mask blanks) เพิ่มขึ้นตามความต้องการที่แข็งแกร่งสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัย ในขณะที่ยอดขายโฟโตมาสก์สำหรับแอลซีดีมีการเติบโตในเทียบเท่ากับปีที่ผ่านมา ยอดขายแผ่นกระจกสำหรับฮาร์ดดิสค์ไดรฟ์ยังคงอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับปีที่แล้วเพราะยังมีความต้องการจากตลาดที่สูง ยอดขายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายภาพเพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับสกุลเงินกลาง เนื่องจากความต้องการที่คงตัวสำหรับกล้องดิจิตอลและกล้องรักษาความปลอดภัย ทั้งหมดเป็นผลให้รายได้สำหรับกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศมีค่า 45,466 ล้านเยน เพิ่มขึ้น 5.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

นาย Hiroshi Suzuki ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ HOYA กล่าวว่า "ผมรู้สึกมีกำลังใจในความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องในส่วนของเทคโนโลยีสารสนเทศด้วยยอดขายแผ่นดิสก์แก้วขนาด 3.5 นิ้วสำหรับฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ "ในส่วน Life Care เราจะมุ่งเน้นการเติบโตอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับการรักษาผลกำไรเอาไว้"

นอกจากนั้น Hoya ยังได้ประกาศผลประกอบการที่คาดการณ์ไว้สำหรับปีงบการเงินที่สิ้นสุดในวันที่ 31 มี.ค. 2018 Hoya คาดการณ์รายรับ 535 พันล้านเยน (เพิ่มขึ้น 11.7% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว) กำไรก่อนหักภาษี 128 พันล้านเยน (เพิ่มขึ้น 15.5%) และกำไรสำหรับไตรมาส 104 พันล้านเยน (เพิ่มขึ้น 19.7%)

สรุปงบการเงินรวม

(ล้านเยน: ทำให้ตัวเลขกลมที่สุด)

ระยะสามเดือนสิ้นสุดลง

ความแปรปรวน

ระยะเก้าเดือนสิ้นสุดลง

ความแปรปรวน

ธ.ค. 2016

ธ.ค. 2017

(%)

ธ.ค. 2016

ธ.ค. 2017

(%)

รายได้

122,594

136,759

11.6

352,623

399,689

13.3

กำไรก่อนหักภาษี

32,475

34,683

6.8

86,386

98,098

13.6

กำไรในช่วงไตรมาส

25,080

27,727

10.6

67,877

79,687

17.4

กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (เยน)

64.59

72.44

173.11

207.22

* ผลการดำเนินงานเบื้องต้นและยังไม่ได้ถูกตรวจสอบ

สามารถอ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่ www.hoya.com

เกี่ยวกับ HOYA

ก่อตั้งขึ้นในปี 1941 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น Hoya เป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีการแพทย์ระดับโลก และเป็นผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไฮเทคและเวชภัณฑ์ชั้นนำ Hoya มีส่วนร่วมในด้านการดูแลสุขภาพและเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยมีผลิตภัณฑ์แว่นสายตา กล้องส่องทางการแพทย์ เลนส์แก้วตามเทียม เลนส์ออพติคอล รวมถึงส่วนประกอบสำคัญสำหรับอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ แผงจอภาพ LCD และฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ ปัจจุบัน Hoya มีสำนักงานและสำนักงานสาขากว่า 150 แห่งทั่วโลก โดยมีพนักงานกว่า 36,000 คน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเยี่ยมชมที่ http://www.hoya.com.

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.comhttp://www.businesswire.com/news/home/20180130005621/en/

Hoya Group
Akiko Chiba, +81-3-6911-4824
ฝ่ายประชาสัมพันธ์
HOYA-pr@hoya.com

Mori Building และ teamLab เปิดตัวพิพิธภัณฑ์ “MORI Building DIGITAL ART MUSEUM teamLab Borderless” ณ โอไดบะ โตเกียว ฤดูร้อนนี้

Logo

— พิพิธภัณฑ์ร่นบุกเบิกคาดว่าจะกลายเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการท่องเที่ยวแนวกระตุ้นความคิด —

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–29 มกราคม 2018

Mori Building ซึ่งเป็นผู้พัฒนาชุมชนเมืองชั้นนำในกรุงโตเกียวและกลุ่มทีมงานศิลปะในนาม teamLab ประกาศในวันนี้ว่าพวกเขาจะร่วมกันเปิด " MORI Building DIGITAL ART MUSEUM teamLab Borderless" ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะดิจิทัลขนาดใหญ่ในอาคาร Palette Town ย่านโอไดบะ ในเมืองโตเกียว ฤดูร้อนปี 2018 แนวคิดพิพิธภัณฑ์อันใหม่เอี่ยมทั้งหมดนี้เป็นโครงการริเริ่มการทำงานร่วมกันระหว่าง Mori Building ผู้สนับสนุนด้านวัฒนธรรมและศิลปะ กับ teamLab ซึ่งเป็นกลุ่มสหวิทยาการที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการแสดงศิลปะ

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณลักษณะเป็นมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: http://www.businesswire.com/news/home/20180129005426/en/

MORI Building DIGITAL ART MUSEUM teamLab Borderless (Graphic: Business Wire)

พิพิธภัณฑ์ MORI Building DIGITAL ART MUSEUM teamLab ไร้ขอบเขต (ภาพ: Business Wire)

พิพิธภัณฑ์จะแสดงนิทรรศการถาวร และเป็นร้านที่ตั้งของแบรนด์ teamLab แห่งแรกในโตเกียว โดยจะมีพื้นที่เป็นเขาวงกตขนาด 10,000 ตารางเมตร คำว่า "Borderless ไร้ขอบเขต" เป็นการแสดงถึงจุดมุ่งหมายของพิพิธภัณฑ์ในการฉีกเขตแดนระหว่าง “งานศิลปะแต่ละชิ้น” ระหว่าง "ศิลปะและผู้เยี่ยมชม" และระหว่าง "ตัวตนของคนคนหนึ่งและคนอื่น ๆ " โดยให้ผู้เข้าชมสามารถหลอมรวมเข้ากับงานศิลปะและกลายเป็นส่วนหนึ่งของงานได้ ทั้งนี้ Mori Building และ teamLab หวังว่าพิพิธภัณฑ์รุ่นบุกเบิกของพวกเขาจะสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนสร้างคุณค่า และกรอบทางสังคม หรือนวัตกรรมใหม่ ๆ

Mori Buildingทำงานอย่างแข็งขันเพื่อบูรณาการศิลปะในเมืองโดยการจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่สำคัญ ในมุมมองของบริษัทเมืองจำเป็นต้องมีวัฒนธรรมและศิลปะเพื่อขยายอำนาจแม่เหล็กของพวกเขาเพื่อดึงดูดผู้คนที่สร้างสรรค์และวิสาหกิจจากทั่วโลก

teamLab มีเป้าหมายเพื่อสำรวจความสัมพันธ์ใหม่ระหว่างมนุษย์กับโลกผ่านศิลปะ การร่วมมือกันของกลุ่มคนเหล่านี้พยายามที่จะปลดปล่อยศิลปะจากข้อจำกัดทางกายภาพและก้าวข้ามพรมแดนในสังคมร่วมสมัยซึ่งพรมแดนระหว่างเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์จะไม่ชัดเจน

ด้วยการทำงานร่วมกันของ Mori Building และ teamLab พวกเขามุ่งมั่นที่จะสร้างจุดหมายที่ไม่เหมือนใครซึ่งจะช่วยเพิ่มพลังแม่เหล็กของกรุงโตเกียวไปจนถึงปี 2020 และต่อ ๆ ไป

เกี่ยวกับ Mori Building

Mori Building เป็นผู้พัฒนาชุมชนเมืองที่ใช้นวัตกรรมที่ล้ำหน้าในโตเกียว บริษัทมุ่งมั่นที่จะเพิ่มพลังแม่เหล็กให้กับเมืองโดยการสร้างและบำรุงรักษาศูนย์กลางเมืองที่ปลอดภัยยั่งยืนและเป็นสากลโดยอาศัยแนวความคิดของ Vertical Garden City ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของศูนย์ธุรกิจสำหรับการศึกษาการพักผ่อนและที่อยู่อาศัย แนวคิดนี้นำไปใช้กับโครงการระดับแนวหน้าของบริษัทหลายแห่งเช่น ARK Hills, Roppongi Hills และ Toranomon Hills ในโตเกียวและที่ the Shanghai World Financial Center นอกจากนี้ Mori Building ยังมีส่วนร่วมในการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์การบริหารโครงการและการให้คำปรึกษา โปรดเข้าไปอ่านเพิ่มเติมที่ www.mori.co.jp/en

เกี่ยวกับ teamLab

teamLab (ก่อตั้งปี 2001) เป็นกลุ่มศิลปะกลุ่มสหวิทยาการของกลุ่ม ultratechnologists ที่มีการปฏิบัติงานร่วมกันโยพยายามที่จะบรรจบศิลปะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีการออกแบบและธรรมชาติของโลกเข้าไว้ด้วยกัน ผู้ก่อตั้ง teamLabรวมถึง ผู้เชี่ยวชาญหลายคน เช่น ศิลปิน นักออกแบบ วิศวกร นักแอนิเมชั่น CG นักคณิตศาสตร์ และสถาปนิก

teamLab มุ่งมั่นที่จะสำรวจความสัมพันธ์ใหม่ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติผ่านทางศิลปะ โยมีเทคโนโลยีดิจิทัลช่วยให้เราสามารถปลดปล่อยศิลปะจากขอบเขตทางกายภาพและขีดจำกัดได้ เราไม่เห็นพรมแดนระหว่างตัวเรากับธรรมชาติ เราเป็นส่วนหนึ้งของกันและกัน ทุกสิ่งมีชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างยาวนานและเปราะบาง แต่เปี่ยมไปด้วยความน่าอัศจรรย์

ผลงานของ TeamLab อยู่ในคอลเล็กชันถาวรของ Art Gallery of นิวเซาธ์เวลส์, ซิดนีย์; หอศิลป์แห่งเซาท์ออสเตรเลีย, แอดิเลด; พิพิธภัณฑ์ศิลปะเอเชียซานฟรานซิสโก; พิพิธภัณฑ์สังคมเอเชียนิวยอร์ก; คอลเลกชันศิลปะร่วมสมัย Borusan, อิสตันบูล; และหอศิลป์แห่งชาติของวิกตอเรีย เมลเบิร์
https://www.teamlab.art/

MORI Building DIGITAL ART MUSEUM teamLab Borderless

เปิด: ฤดูร้อน 2018
ที่ตั้ง: Palette Town, Odaiba
ที่อยู่: 1-3-8 Aomi, Koto-ku, Tokyo,
ขนาดพื้นที่: ประมาณ 10,000 ตารางแมตร
URL: https://www.teamlab.art/e/borderless/

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.comhttp://www.businesswire.com/news/home/20180129005426/en/

ติดต่อสอบถามสำหรับสื่อ
Mori Building:
Weber Shandwick
Rutsuko Nakajima, +81 90 9006 2769
moribldg@webershandwick.com
teamLab: https://www.teamlab.art/contact/

Hogan Assessments แต่งตั้งให้ Scott Gregory เป็นซีอีโอ

Logo

Chamorro-Premuzic จะออกจากบริษัทสิ้นเดือนกุมภาพันธ์

ทัลซา, โอกลาโฮมา–(BUSINESS WIRE)–29 มกราคม 2018

Hogan Assessment Systems, Inc., ประกาศในวันนี้ว่าScott Gregory จะถูกแต่งตั้งเป็น CEO, มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2018 Tomas Chamorro-Premuzic ซึ่งเป็น CEO คนปัจจุบันได้ลาออกจากตำแหน่งและจะสิ้นสุดการทำงานกับบริษัทในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2018

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณลักษณะเป็นมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: http://www.businesswire.com/news/home/20180129005751/en/

Robert Hogan ผู้ก่อตั้งและประธานกล่าวว่า Tomas ให้การสนับสนุนกิจการของบริษัทอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย "เขาจะยังคงเป็นเพื่อนสนิทและเป็นสมาชิกของครอบครัว Hogan ต่อไป เขาเป็นผู้นำด้านความคิดที่สำคัญที่เราคาดหวังว่าจะเป็นพันธมิตรในโครงการการวิจัย การนำเสนอผลงาน และการนำเสนอโครงการในอนาคต " Hogan กล่าว "เรารู้สึกขอบคุณสำหรับการมีส่วนร่วมมากมายของเขาในการดำเนินธุรกิจและหวังว่าเขาจะประสบความสำเร็จอย่างมากในสิ่งที่เขาจะทำต่อไปในอนาคต "

Gregory ผู้จบปริญญาเอก ภายใต้ Robert and Joyce Hogan ที่มหาวิทยาลัย Tulsa เป็นหนึ่งในพนักงานคนแรกของ Hogan เขามีประสบการณ์มากมายในการทำงานกับบริษัทต่าง ๆ ทั่วโลก ซึ่งรวมถึง 12 ปีในตำแหน่งรองประธานแผนก Talent Management และ Corporate Development ที่ Pentair นอกจากนี้เขายังเป็นที่ปรึกษาให้กับ Personnel Decisions International และหุ้นส่วนของ Hogan และ MDA Leadership Consulting และยังสอนจิตวิทยา I/O ที่ Macalester College และที่ St. Olaf College

Gregory กลับมาสมทบกับ Hogan ในปี 2013 และได้รับการยกระดับให้เป็นหุ้นส่วนและรองประธานฝ่ายที่ปรึกษาในปี 2016 ซึ่งเป็นผู้นำทีมให้คำปรึกษาในประเทศและต่างประเทศของโฮแกน ตลอดอาชีพของเขาเขาได้ให้คำปรึกษากับบริษัทกว่าครึ่งจาก Fortune 100 และได้ทำงานอย่างกว้างขวางด้านการประเมินบุคลิกภาพในอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ ออสเตรเลีย เอเชีย และยุโรป

" Scott มีความโดดเด่นในการเป็นซีอีโอคนต่อไปของ Hogan " Hogan กล่าว "เขามีความเข้าใจอย่างถ่องแท้เกี่ยวกับองค์กรของ ลูกค้าทุกประเภทที่ Hogan ทำงานร่วมด้วย เขามีความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในการประเมินและการวิจัยของเราโดยเริ่มตั้งแต่ตอนที่เขาทำงานกับเราในช่วงปีแรก ๆ ของการก่อตั้ง Hogan  และเขาแสดงให้เห็นถึงคุณภาพและการบริการลูกค้าที่เป็นสิ่งที่คนรู้จักเกี่ยวกับเรา การมีส่วนร่วมของเขาในธุรกิจของเรา ความทุ่มเทในบริษัท Hogan และความมุ่งมั่นในการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องทำให้เขาเป็นตัวเลือกที่ชัดเจนสำหรับอนาคตของ Hogan "

เกี่ยวกับ Hogan Assessments

Hogan Assessments เป็นผู้นำระดับโลกในการให้บริการประเมินและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับบุคลิกภาพที่ครอบคลุมและมีการรองรับโดยผลงานการวิจัย Hogan ช่วยให้ธุรกิจสามารถลดการลาออกอย่างรวดเร็วของพนักงาน และช่วยเพิ่มผลผลิตได้อย่างมากจากการจ้างคนที่เหมาะสม การพัฒนาความสามารถที่สำคัญ และจากการประเมินศักยภาพในการเป็นผู้นำ การประเมินของโฮแกนมีให้บริการใน 57 ประเทศและ 46 ภาษาและมีการใช้งานมากกว่าร้อยละ 70 ในหมู่บริษัท Fortune 500 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดไปที www.hoganassessments.com.

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.comhttp://www.businesswire.com/news/home/20180129005751/en/

ติดต่อ:

Hogan Assessments
Blake Loepp, 918-978-6475
bloepp@hoganassessments.com

งานอาหารนานาชาติ “Belt and Road International Food Expo (Hong Kong)” ครั้งแรกเปิดโอกาสใหม่ให้อุตสาหกรรมอาหารทั่วโลก

Logo

ฮ่องกง–(BUSINESS WIRE)–30 มกราคม 2018

โครงการ Belt and Road Initiative (BRI) เป็นวิสัยทัศน์สำหรับเศรษฐกิจโลกในศตวรรษที่ 21 โดยนำโอกาสใหม่ ๆ ในการส่งเสริมความมั่งคั่งและการพัฒนาประเทศเศรษฐกิจใหม่ ๆ

ภายใต้หัวข้อ "การนำพาอุตสาหกรรมอาหารโลกสู่โอกาสใหม่" งาน Belt & Road International Food Expo (Hong Kong) (BRIFE 2018) จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 มิถุนายน ถึง วันที่ 29 มิถุนายน 2018 ใน AsiaWord-Expo, Hong Kong  งานนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้าและเป็นเวทีระหว่างประเทศสำหรับผู้ซื้อ ผู้ขาย และผู้ให้บริการของอุตสาหกรรมอาหารที่จะมาร่วมงานกันและสำรวจโอกาสต่างๆ  ในงานมี 5 ห้องโถงของพิเศษที่จะเป็นโอกาสสำหรับการจัดซื้อ การจับคู่ทางธุรกิจ และการให้บริการโซลูชั่นทางธุรกิจระดับมืออาชีพ

ผู้สนับสนุนหลักของงาน BRIFE 2018 ประกอบด้วย: Invest Hong Kong (รัฐบาลของ HKSAR), Meetings & Exhibitions Hong Kong (ของการท่องเที่ยวฮ่องกง) และ Belt & Road Global Development Alliance  นอกเหนือจากงานแสดงสินค้า 3 วันแล้ว BRIFE 2018 ยังจะจัดงานมหกรรมที่โดดเด่น ได้แก่ งานอุตสหากรรมเกษตรและอาหาร "The First Belt and Road Agrifood & Trade Summit (ATS)" และงานประกวดสุดยอดเชฟ "2011 Belt & Road Hot Chef Culinary Challenge"

งาน ATS ในวันที่ 27 มิถุนายนปีนี้จะเป็นงานระดับสูงซึ่งจะเน้นแขกผู้มีเกียรติมากมาย เช่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและการค้าของแต่ละประเทศ ผู้นำทางธุรกิจ เอกอัครราชทูต กงสุล ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม นักลงทุนนานาชาติ และผู้ให้บริการมืออาชีพ เป็นต้น  งานนี้จะเป็นเวทีที่แข็งแกร่งสำหรับการจับคู่ธุรกิจและการส่งเสริมการลงทุน

งาน 2018 Belt & Road Hot Chef Culinary Challenge (27-29 มิถุนายน 2018) จะรวม 100 เชฟระดับแนวหน้าทั่วโลกเพื่อแข่งขันทำอาหารประเภทต่าง ๆ ตามธีม "Hot & Spicy” เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมอาหารที่แตกต่างจาก 73 ประเทศในแถบ Belt & Road และทั่วโลกและเพิ่มพูนการสื่อสารในอุตสาหกรรมและความรู้สาธารณะ

กงสุลใหญ่ในฮ่องกง 12 ท่าน เอกอัครราชทูตประจำสาธารณรัฐประชาชนจีนจาก 4 ประเทศ และบุคคลที่มีชื่อเสียงและผู้นำที่สำคัญในชุมชน 15 ท่านจะเป็นคณะกรรมการที่ปรึกษากิตติมศักดิ์  งานนี้จะจัดบูธ 1,200 คูหาและมีผู้ซื้อจากกว่า 35 ประเทศและภูมิภาคต่าง ๆ

โปรดไปที่ https://brifexpo.com/ เพื่อดูรายละเอียด

เกี่ยวกับ FMC Exhibition Co. Limited

FMC Exhibition Co. Limited มีเป้าหมายที่จะให้บริการวางแผนงานอย่างมืออาชีพและจัดงานแสดงสินค้าและนิทรรศการระดับนานาชาติขนาดใหญ่

ดูเวอร์ชันของแหล่งที่มาใน businesswire.com: http://www.businesswire.com/cgi-bin/mmg.cgi?eid=51748004&lang=en

สอบถามข้อมูลเชิงธุรกิจได้ที่:

Fina Yeung

brifexpo@fmcexhibition.com

หรือ

สอบถามข้อมูลเชิงสื่อได้ที่:

Dave Lam / Caroline Chan

press@fmcexhibition.com

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporationเปิดตัว MOSFET แบบคู่ขนาดเล็กสำหรับไดรเวอร์รีเลย์

Logo

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–29 มกราคม 2018

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation ประกาศเปิดตัวMOSFET ใหม่ รุ่น "SSM6N357R"ในวันนี้ ที่มีไดโอดในตัวระหว่างเดรน (drain) กับ gate terminals โดยอุปกรณ์ตัวนี้เหมาะสำหรับการขับขี่อุปนัยเช่นรีเลย์กล การจัดส่งสินค้าเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณลักษณะเป็นมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: http://www.businesswire.com/news/home/20180128005099/en/

Toshiba Electronic Devices & Storage Corp.: "SSM6N357R," a small dual MOSFET for relay drivers. (Pho ...

MOSFET คู่ขนาดเล็กสำหรับไดรเวอร์รีเลย์ รุ่น "SSM6N357R ของ Toshiba Electronic Devices & Storage Corp (ภาพ: Business Wire)

SSM6N357R ประกอบด้วยตัวต้านทานแบบดึงลง, ตัวต้านทานแบบและไดโอด Zener ซึ่งช่วยลดจำนวนชิ้นส่วนและประหยัดพื้นที่ในบอร์ด และเนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์แพ็คเกจแบบคู่ (2 ใน 1) จึงมีพื้นที่ติดตั้งขนาดเล็กลง 42% เมื่อเทียบกับการใช้แพ็คเกจแบบเดี่ยว SSM3K357R (2.4 x 2.9 x 0.8 มม.) จำนวนสองชุด

แพ็คเกจ TSOP6F มาตรฐานอุตสาหกรรมมีแรงดันไฟฟ้าต่ำที่ 3.0V และคุณสมบัติแบบ AEC-Q101 ทำให้ SSM6N357R เหมาะสำหรับรถยนต์และการใช้งานอื่น ๆ

การใช้งาน

·  การควบคุมแบบรีเลย์และ ขดลวดแม่เหล็กไฟฟ้าสำหรับงานยานยนต์

·  การควบคุมแบบรีเลย์และ ขดลวดแม่เหล็กไฟฟ้าสำหรับการใช้งานอุตสาหกรรม

·  การควบคุมคลัทช์สำหรับอุปกรณ์ OA

คุณลักษณะอื่น ๆ

·  พื้นที่บอร์ดและจำนวนชิ้นส่วนลดลง(รีซิสเตอร์แบบดึงลง, รีซิสเตอร์แบบชุด และไดโอด Zener)

·  แรงดันไฟฟ้าที่ใช้งานต่ำ 3.0 V

·  แพ็คเกจแบบคู่ (2 อิน 1)

·  ได้รบรองมาตรฐาน AEC-Q101

คุณสมบัติหลัก

 (Ta=25°C)

รายการ

คุณลักษณะ

อัตราสูงสุดสัมบูรณ์

แรงดันแหล่งจ่ายไฟ(Drain-source voltage)

VDSS (V)

60

แรงดันไฟฟ้า Gate-source

VGSS (V)

±12

แรงดันเดรน Drain current

ID (A)

0.65

คุณสมบัติทางไฟฟ้า

รีซีสแตนซ์เดรนซอร์ส Drain-source on-resistance

RDS(ON) สูงสุด (mΩ)

|VGS|=3.0V

2400

|VGS|=5.0V

1800

เกตชาร์จทั้งหมดTotal gate charge

Qg typ. (nC)

1.5

อินพุตคาปาซิแตนซ์ Input capacitance

Ciss typ. (pF)

43

แพ็คเกจ

TSOP6F

2.9mm×2.8mm; t=0.8mm

ตามลิงค์ด้านล่างสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ MOSFETs ต่ำสุดที่มีความต้านทานต่ำของ
https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/product/mosfet/small-mosfet.html

ติดต่อสอบถามสำหรับลูกค้า:
Small Signal Device Sales & Marketing Department
โทร: +81-3-3457-3411
https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/contact.html

* ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้รวมถึงราคาและข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์เนื้อหาบริการและข้อมูลการติดต่อเป็นข้อมูลปัจจุบัน ณ วันที่ประกาศ แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เกี่ยวกับ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation (TDSC) รวมความแข็งแกร่งของบริษัทใหม่เข้ากับภูมิปัญญาและประสบการณ์ โดยนับตั้งแต่ได้รับการเปิดตัวจากบริษัทโตชิบาในเดือนกรกฎาคม 2017 เราได้ก้าวเข้ามาเป็นหนึ่งในบริษัทอุปกรณ์ทั่วไปชั้นนำและนำเสนอโซลูชันที่โดดเด่นให้แก่ลูกค้า และคู่ค้าทางธุรกิจในธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์แบบแยกตัวระบบ LSI และ HDD

พนักงานของเราจำนวน 19,000 คนทั่วโลกมีความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ของเราและให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับลูกค้าเพื่อส่งเสริมการร่วมสร้างสรรค์มูลค่าและตลาดใหม่ ๆ เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะสร้างยอดขายรายปีในขณะนี้สูงกว่า 700 พันล้านเยน (6 พันล้านเหรียญสหรัฐ) เพื่อเอื้อให้เกิดอนาคตที่ดีขึ้นสำหรับทุกคนทุกที่

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับเราได้ที่ https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/company.html

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.comhttp://www.businesswire.com/news/home/20180128005099/en/

ติดต่อสอบถามสำหรับสื่อ:
Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation
Chiaki Nagasawa, +81-3-3457-4963
Digital Marketing Department ฝ่ายการตลาดดิจิตัล
semicon-NR-mailbox@ml.toshiba.co.jp


Fed Ex สัญญาว่าจะลงเงินมากกว่า 3.2 พันล้านดอลลาร์ในค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นเงินบำนาญและการลงทุนด้านทุนของสหรัฐฯที่ขยายตัวหลังจากผ่านพ้นพระราชบัญญัติภาษีและการจ้างงาน

Logo

เมมฟิส, เทนเนสซี–(BUSINESS WIRE)–26 มกราคม 2018

FedEx Corporation ประกาศในวันนี้สามโปรแกรมสำคัญตามพระราชบัญญัติการตัดภาษีและการปฏิบัติงานของสหรัฐฯที่มีการประกาศใช้เมื่อเร็ว ๆ นี้:

  1. กว่า 200 ล้านเหรียญในการชดเชยที่เพิ่มขึ้น ประมาณสองในสามของที่จะไปให้กับซึ่ง พนักงานรายชั่วโมง โดยการเพิ่มรายได้ต่อปีในปีพ. ศ. 2561 หกเดือนถึงวันที่ 1 เมษายนจากเดือนตุลาคมตามปกติ ส่วนที่เหลือจะสนับสนุนการเพิ่มขึ้นของแผนการกระตุ้นผลการปฏิบัติงานสำหรับพนักงานที่ได้รับเงินเดือน
  2. การอัดฉีดเงินอุดหนุน 1,5 พันล้านดอลลาร์ให้กับโครงการเงินบำนาญของ Fed Ex เพื่อให้แน่ใจว่าโครงการนี้ยังคงเป็นโครงการเกษียณอายุที่ได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนที่ดีที่สุดในประเทศ
  3. ลงทุน 1.5 พันล้านดอลลาร์เพื่อขยายศูนย์กลาง FedEx Express Indianapolis อย่างมากในอีก 7 ปีข้างหน้า SuperHub เมมฟิส  จะได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัยและขยายใหญ่ขึ้นในโครงการใหญ่ซึ่งจะมีการประกาศรายละเอียดในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลินี้

FedEx เชื่อว่าพระราชบัญญัติภาษีและการจ้างงานใหม่ มีแนวโน้มเพิ่ม GDP และการลงทุนในสหรัฐฯ

บริษัท ไม่ได้เปลี่ยนแปลงรายได้หรือผลประกอบการทางการเงินในปีงบประมาณ 2018 ตามที่ออกเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560 อันเป็นผลมาจากการกระทำดังกล่าว

เกี่ยวกับ FedEx

FedEx Corp. (NYSE: FDX) ให้บริการลูกค้าและธุรกิจทั่วโลกด้วยบริการด้านการขนส่งอีคอมเมิร์ซและธุรกิจต่าง ๆ โดยมีรายได้ประจำปีที่ 62,000 ล้านเหรียญสหรัฐ บริษัทจึงนำเสนอการใช้งานทางธุรกิจแบบครบวงจรผ่านบริษัทต่าง ๆ ที่ดำเนินกิจการ่วมกันและบริหารจัดการร่วมกันภายใต้แบรนด์ FedEx ที่ได้รับความเชื่อถือ FedEx เป็นแรงบันดาลใจให้สมาชิกในทีมกว่า 400,000 คนในการ ความสำคัญกับความปลอดภัย มาตรฐานด้านจริยธรรมและวิชาชีพที่สูงที่สุด และความต้องการของลูกค้าและชุมชนของตน หากท่านต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ FedEx เชื่อมโยงผู้คนและความเป็นไปได้ต่าง ๆ ทั่วโลก โปรดเข้าไปอ่านที่ http://about.fedex.com.

ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้า

เงินสมทบกองทุนบำเหน็จบำนาญเพิ่มเติมคาดว่าจะได้รับการสนับสนุนในไตรมาสที่สามของปีงบประมาณ 2561 โดยผ่านแหล่งเงินกู้ที่มีอยู่

แถลงการณ์บางฉบับในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้อาจถือเป็นแถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้า เช่นข้อความเกี่ยวกับมุมมองของฝ่ายจัดการเกี่ยวกับเหตุการณ์ในอนาคตและผลการดำเนินงานทางการเงิน ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าเหล่านี้ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงความไม่แน่นอนและปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจทำให้ผลที่แท้จริงแตกต่างอย่างมากจากผลงานในอดีตหรือจากผลการดำเนินงานในอนาคตที่แสดงหรือโดยนัยในแถลงการณ์คาดการณ์ล่วงหน้าดังกล่าว ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ (แต่ไม่ จำกัด เฉพาะ) ภาวะเศรษฐกิจในตลาดโลกที่เราดำเนินการการละเมิดข้อมูลที่สำคัญหรือการขัดขวางโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีของเรา ผลกระทบต่อเนื่องของการโจมตีทางอินเทอร์เน็ตในวันที่ 27 มิถุนายนซึ่งส่งผลต่อTNT express, ความสามารถของเราในการผนวกรวมธุรกิจและการดำเนินงานของFedEx express และTNT expressไว้ในกรอบเวลาที่คาดการณ์ไว้หรือด้วยต้นทุนที่คาดหวัง การเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันหรืออัตราแลกเปลี่ยนเงินตราความสามารถของเราเพื่อให้สอดคล้องกับความสามารถในการขนสินค้าจำนวนเยอะขึ้น กฎระเบียบใหม่ภายในประเทศหรือระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกาความสามารถของเราในการดำเนินธุรกิจรวมและใช้ประโยชน์จากธุรกิจที่ได้รับ ความสามารถของเราในการบรรลุเป้าหมายการปรับปรุงผลกำไรของFedEx expressความท้าทายทางกฎหมายหรือการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของโดย FedEx Ground และผู้ขับขี่ที่ให้บริการในนามของFedEx express การหยุดชะงักหรือการปรับเปลี่ยนในการให้บริการโดยหรือการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจหรือทางการเงินของบริการไปรษณีย์ของสหรัฐฯใช้งานของเงินทุนในแง่ที่เรายอมรับได้ ผลกระทบจากการก่อการร้ายหรือความขัดแย้งระหว่างประเทศรวมถึงปัจจัยอื่น ๆ ที่พบได้ในข่าวประชาสัมพันธ์ของ FedEx Corp และ บริษัท ในเครือและเอกสารที่ยื่นต่อ FedEx Corp กับสำนักงาน SEC แถลงการณ์เชิงคาดการณ์ใด ๆ พูดได้เฉพาะ ณ วันที่ที่ทำ เราไม่ดำเนินการหรือรับภาระหน้าที่ใด ๆ ในการปรับปรุงหรือแก้ไขแถลงการณ์เชิงคาดการณ์ใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นผลมาจากข้อมูลใหม่เหตุการณ์ในอนาคตหรืออื่น ๆ

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.comhttp://www.businesswire.com/news/home/20180126005307/en/

ติดต่อ:

FedEx Corp.
Patrick Fitzgerald, 901-818-7300

David Binks ประธาน FedEx Express Europe President และซีอีโอของ TNT จะเกษียณอายุ

Logo

Bert Nappier จะเข้ามารับช่วงต่อ David Binks ในวันที่ 1 มิถุนายน 2018 

เมมฟิส, เทนเนสซี–(BUSINESS WIRE)–26 มกราคม 2018

FedEx Corporation (NYSE: FDX) ประกาศในวันนี้ว่า David Binks ประธาน FedEx Express Europe และซีอีโอของ TNT จะเกษียณอายุในเดือนมิถุนายนนี้

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณลักษณะเป็นมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: http://www.businesswire.com/news/home/20180126005169/en/

David Binks (Photo: Business Wire)

David Binks (รูปภาพ: Business Wire)

Bert Nappier ซึ่งปัจจุบันรองประธานอาวุโสฝ่ายการเงินของFedEx Express ระหว่างประเทศ จะเข้ารับช่วงต่อแทน David Binks ในวันที่ 1 มิถุนายน 2018

Binks ซึ่งเริ่มทำงานกับ FedEx ในปี 1983 ในฐานะที่เป็นทีมงานของการควบรวมกิจการในสหราชอาณาจักร ไต่เต้าตำแหน่งขึ้นมาเรื่อย ๆ โดยเป็นผู้นำทีม FedEx ที่ยุโรป ตะวันออกกลาง และแคนาดา ล่าสุดเขาเป็นหนึ่งในทีมงานที่ซื้อ กิจการของ TNT ได้สำเร็จสมบูรณ์

Nappier เข้าร่วมงานกับ FedEx ในปี 2005 และดำรงตำแหน่งเป็นผู้นำหลายบทบาท นอกเหนือจากการเป็นผู้นำองค์กรการเงินระหว่างประเทศแล้ว เขายังทำหน้าที่เป็นประธานร่วมของสภาผู้นำการรวมกลุ่มกันของ FedEx ที่ซึ่งเขามีบทบาทสำคัญในการริเริ่มการรวมตัวของ TNT ทั่วโลก

David L. Cunningham ประธานและซีอีโอของเฟดเอ็กซ์เพรสกล่าวว่า "ตลอดระยะเวลา 35 ปี ณ FedEx เดวิดมีส่วนร่วมในการเติบโตของบริษัทของเราทั่วโลก" "เราหวังว่าเขาจะมีชีวิตหลังเกษียณอายุที่ดีที่สุด และหวังว่าเราจะสานต่อ ความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในยุโรปโดยมี Bert เป็นตัวนำ"

Helena Jansson ซึ่งเป็นผู้ที่ทำงานใน FedEx กว่า 20 ปีและเป็นชาวสวีเดนจะเข้าทำหน้าที่แทน Nappier ในฐานะรองประธานอาวุโสฝ่ายการเงินของ FedEx Express ระหว่างประเทศ

เกี่ยวกับ FedEx

FedEx Corp. (NYSE: FDX) ให้บริการลูกค้าและธุรกิจทั่วโลกด้วยบริการด้านการขนส่งอีคอมเมิร์ซและธุรกิจต่าง ๆ โดยมีรายได้ประจำปีที่ 62,000 ล้านเหรียญสหรัฐ บริษัทจึงนำเสนอการใช้งานทางธุรกิจแบบครบวงจรผ่านบริษัทต่าง ๆ ที่ดำเนินกิจการ่วมกันและบริหารจัดการร่วมกันภายใต้แบรนด์ FedEx ที่ได้รับความเชื่อถือ FedEx เป็นแรงบันดาลใจให้สมาชิกในทีมกว่า 400,000 คนในการ ความสำคัญกับความปลอดภัย มาตรฐานด้านจริยธรรมและวิชาชีพที่สูงที่สุด และความต้องการของลูกค้าและชุมชนของตน หากท่านต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ FedEx เชื่อมโยงผู้คนและความเป็นไปได้ต่าง ๆ ทั่วโลก โปรดเข้าไปอ่านที่ http://about.fedex.com.

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.comhttp://www.businesswire.com/news/home/20180126005169/en/

ติดต่อ:

FedEx Global Media Relations ( FedExฝ่ายสัมพันธ์ทั่วโลก)
Katie Wassmer, + 1 901-434-5593
หรือ
FedEx Express Europe Media Relations (FedEx Expree ฝ่ายยุโรปสัมพันธ์)
Eline Dermaut, + 32 2 752 77 25
หรือ
TNT Media Relations (TNT สื่อสัมพันธ์)
Cyrille Gibot, + 31 65 113 31 04