The Mary Kay FoundationSM และ UT Southwestern ร่วมมือหาทางยุติโรคมะเร็งในผู้หญิงทั่วโลก

Logo

ความร่วมมือที่มีมายาวนานของพันธมิตรทั้งสองมีการนำเสนอโครงการมอบเงินทุนระดับนานาชาติใหม่ที่มอบโอกาสแก่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกทำวิจัยเพื่อเกี่ยวกับโรคมะเร็ง

ดัลลัส–(BUSINESS WIRE)–28 สิงหาคม 2562

The Mary Kay FoundationSM ผู้นำที่รับผิดชอบด้านการต่อต้านโรคมะเร็งในผู้หญิงมานับทศวรรษ ประกาศมอบเงินทุนจำนวน 500,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ สนับสนุนโครงการวิจัยโรคมะเร็งระดับโลก โดยร่วมมือกับศูนย์วิจัยทางการแพทย์ UT Southwestern Medical Center โครงการมอบทุนในระยะเวลา 1 ปีนี้จะมอบโอกาสการทำวิจัยโรคมะเร็งล้ำสมัยให้แก่นักวิจัยหลังปริญญาเอกทั่วโลกจำนวนสูงสุด 5 คน ณ ศูนย์วิจัยทางการแพทย์ UT Southwestern ในเมืองดัลลัส พร้อมทั้งอนุญาตให้นักวิจัยเหล่านี้กลับไปดำเนินการวิจัยต่อที่ประเทศของตนเอง โครงการนี้เป็นการสนับสนุนพันธสัญญาของ The Mary Kay Foundation ในการสานต่อพันธกิจยุติโรคมะเร็งที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงทั่วโลก และเป็นครั้งแรกที่โครงการมอบทุนวิจัยโรคมะเร็งของมูลนิธิที่จัดทำขึ้นระดับโลก

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยเนื้อในรูปแบบมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20190828005139/en/

The Mary Kay Foundation℠ has a long-standing partnership with UT Southwestern through a strong collaboration with Dr. Jerry W. Shay, cell biology professor at UT Southwestern and The Mary Kay Foundation℠ Distinguished Professorship honoree. (Photo: Mary Kay Inc.)

The Mary Kay Foundation℠ เป็นพันธมิตรกับ UT Southwestern มายาวนานผ่านความร่วมมืออันแข็งแกร่งระหว่าง Dr. Jerry W. Shay ศาสตราจารย์ด้านชีววิทยาของเซลส์และผู้ทรงคุณวุฒิแห่ง UT Southwestern และ The Mary Kay Foundation℠ (รูปภาพ: Mary Kay Inc.)

Ryan Rogers สมาชิกบอร์ดของ The Mary Kay FoundationSM และหลานชายของ Mary Kay Ash กล่าวว่า “Mary Kay Ash ในฐานะผู้ก่อตั้งมูลนิธิมองเห็นผลกระทบของโรคมะเร็งที่มีต่อที่ปรึกษาและครอบครัวของพวกเขา รวมทั้งผู้หญิงทั่วโลก นับเป็นภารกิจของเธอในการกำจัดโรคมะเร็งออกจากผู้หญิงเหล่านั้น การขยายความร่วมมือกับ UT Southwestern จะช่วยให้เราสานต่อการช่วยเหลือชีวิตในระดับโลกมากขึ้น”

The Mary Kay Foundation℠ เป็นพันธมิตรกับ UT Southwestern มายาวนานผ่านความร่วมมืออันแข็งแกร่งระหว่าง Dr. Jerry W. Shay ศาสตราจารย์ด้านชีววิทยาของเซลส์และผู้ทรงคุณวุฒิแห่ง UT Southwestern และ Mary Kay Foundation℠ โดย Dr. Shay ทำหน้าที่เป็นประธานกรรมการพิจารณาผลงานทางวิทยาศาสตร์แก่โครงการมอบทุนวิจัยมะเร็งของ The Mary Kay Foundation มาเป็นเวลากว่า 22 ปี และยังเป็นผู้สังเกตุการณ์หลักสำคัญในโครงการมอบทุนครั้งนี้ด้วย

Dr. Shay กล่าวอีกว่า “การขยายโครงการไประดับโลกจะช่วยให้เราเน้นความสำคัญไปยังโรคมะเร็งที่ส่งผลกระทบต่อผู้หญิงมากขึ้น เราจึงวางแผนที่จะเฟ้นหาผู้สมัครที่ทำวิจัยหลังปริญญาเอกจากทั่วโลก และเชิญมายังดัลลัสเพื่อปรับแต่งและขัดเกลาด้วยเครื่องมือและทรัพยากรในการค้นคว้าวิจัยมะเร็งในห้องแล็บล้ำสมัย ผลงานของพวกเขาจะสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่เกี่ยวกับวิธีการที่ผู้คนเข้าใจและรักษาโรคมะเร็งทั่วโลก”

นับตั้งแต่การก่อตั้งในปี 2539 The Mary Kay FoundationSM ได้สนับสนุนความตั้งใจของ Mary Kay Ash ในฐานะตัวแทนของผู้หญิงและวิสัยทัศน์การสร้างโลกที่ปราศจากมะเร็ง ปัจจุบัน The Mary Kay FoundationSM ได้มอบรางวัลมูลค่า 23 ล้านดอลลาร์เพื่อสนับสนุนผลงานจากนักวิจัยโรคมะเร็งระดับหัวกะทิกว่า 225 คนทั่วสหรัฐฯ เพื่อค้นหาวิธีรักษามะเร็งเต้านม มะเร็งมดลูก มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งรังไข่

Dr. Gildea ประธานบริหารวิทยาศาสตร์แห่ง Mary Kay Inc. กล่าวว่า “การต่อสู้โรคมะเร็งเป็นเรื่องส่วนบุคคลของ Mary Kay Ash และเป็นเรื่องส่วนบบุคคลของเราด้วยเช่นกัน เธอจะต้องภูมิใจที่เราได้สานต่อความตั้งใจของเธอในการส่งเสริมผู้หญิงในกรอบที่กว้างขึ้น”

เกี่ยวกับ The Mary Kay Foundation

เพื่อสานต่อความฝันของ Mary Kay Ash ในการส่งเสริมชีวิตของผู้หญิงทั่วโลก The Mary Kay FoundationSM ได้ส่งเสริมและกระจายงบประมาณเพื่อลงทุนในการวิจัยโรคมะเร็งเพื่อค้นหาวิธีการรักษาโรคมะเร็งที่มักเกิดกับผู้หญิง และยุติผลกระทบความรุนแรงต่อผู้หญิงภายในประเทศ ตั้งแต่ปี 2539 เป็นต้นมา The Mary Kay FoundationSM ได้มอบเงินจำนวน 78 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แก่องค์กรต่าง ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจที่ใหญ่ขึ้นสองเท่า นอกจากนี้ มูลนิธิยังสนับสนุนโครงการสร้างการรับรู้ โครงการกิจกรรมเพื่อชุมชน และการสนับสนุนช่วยเหลือการร่างกฏหมายเพื่อให้ผู้หญิงมีสุขภาพดีและปลอดภัย พร้อมกันนั้นก็สร้างโลกให้น่าอยู่ยิ่งขึ้นสำหรับผู้หญิง ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการให้ความรู้ การสนับสนุน อาสาสมัคร และการบริจาค รวมทั้งเข้าร่วมกิจกรรมช่วยเหลือชีวิตเพื่อสร้างแรงผลักดันแก่ผู้หญิง กรุณาเข้าเยี่ยมชมที่ marykayfoundation.org ติดตามเราที่ Facebook แล Instagram หรือ Twitter

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20190828005139/en/

ติดต่อ:

The Mary Kay Foundation 
marykay.com/newsroom 
972.687.5332 or media@mkcorp.com

Halliburton ฉลองครบรอบ 100 ปี ด้วยการบริจาคเงินให้กับ 8 องค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

Logo

ฮุสตัน–(BUSINESS WIRE)– 26 ส.ค. 2562

บริษัท Halliburton (NYSE: HAL) ประกาศในวันนี้เกี่ยวกับรายชื่อองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร 8 แห่งทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่จะได้รับเงินบริจาคจำนวน 10,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อองค์กร เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 100 ปีของบริษัท โดยบริษัท Halliburton ซึ่งถูกก่อตั้งขึ้นในปี 2462 จะเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่ช่วยให้บริษัทบรรลุความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์นี้ ซึ่งได้แก่ พนักงาน ลูกค้า และชุมชนท้องถิ่น

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณสมบัติเป็นมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20190826005623/en/

Halliburton Chairman, President and CEO Jeff Miller, joined by Halliburton Asia Pacific Region management, present a $10,000 grant to the MyKasih Foundation for their work to help low-income Malaysian families through food distribution and education. (Photo: Business Wire)

Jeff Miller ประธานและซีอีโอของ Halliburton โดยความร่วมมือกับฝ่ายบริหารของ Halliburton เอเชียแปซิฟิก ได้มอบเงินจำนวน 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่มูลนิธิ MyKasih Foundation สำหรับการทำงานเพื่อช่วยเหลือครอบครัวชาวมาเลเซียที่มีรายได้น้อยผ่านการแจกอาหารและให้การศึกษา (ภาพ: Business Wire)

“ จิตวิญญาณของ Halliburton เริ่มต้นมาเนิ่นนานตั้งแต่สมัย Erle P. Halliburton ผู้ก่อตั้งบริษัท ซึ่งมุ่งมั่นที่จะสร้างประโยชน์เพื่อเป็นเกียรติให้แก่ชุมชนที่เราอาศัยและทำงานอยู่” นาย Sid Whyte รองประธานอาวุโสประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกล่าว “ เรามีความสุขที่ได้สานต่อมรดกของเขาและการมีส่วนร่วมกับองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรซึ่งเนื้อหางานมีส่วนช่วยเหลือต่อผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ปฏิบัติการหลักของเราในภูมิภาคนี้อย่างมาก”

องค์กรที่ได้รับเงินบริจาค HAL100 สำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกประกอบด้วยองค์กรที่ทำงานเพื่อเป้าหมายที่เป็นไปในแนวทางเดียวกันกับของ Halliburton Pillars of Giving (หรือ เสาหลักในการให้ของ Halliburton) ซึ่งสนใจในประเด็นเรื่องการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับ STEM สิ่งแวดล้อม สุขภาพและความปลอดภัย และบริการสังคม:

  • องค์กร CRY – Child Rights and You – อินเดีย
  • มูลนิธิ MyKasih Foundation – มาเลเชีย
  • Royal Flying Doctor Service – ออสเตรเลีย
  • สภากาชาดออสเตรเลีย หรือ Australian Red Cross – ออสเตรเลีย
  • Habitat for Humanity หรือ มูลนิธิที่อยู่อาศัย  – อินโดนีเซีย
  • The People’s Association – สิงคโปร์
  • มูลนิธิ Migrant Children’s Foundation – จีน
  • สถานสงเคราะห์เด็กบ้านสงขลา – ไทย

Halliburton ได้มอบเช็คเงินสดจำนวน 10,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อแต่ละองค์กร  ณ งานสำหรับลูกค้าที่บริษัทได้เป็นเจ้าภาพไปเมื่อวันศุกร์ที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา ในประเทศมาเลเซีย

นอกจากนี้ เพื่อเป็นเกียรติแก่วันครบรอบของบริษัท พนักงานของ Halliburton ในประเทศไทยและมาเลเซียยังได้เก็บรวบรวมเงินได้มากกว่า 10,000 ดอลลาร์สหรัฐเพื่อสนับสนุนโรงพยาบาลลานกระบือในประเทศไทยและองค์กร Petronita ในประเทศมาเลเซีย

บริษัทกำลังมอบเงินสนับสนุนจำนวน 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่องค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร 100 แห่งทั่วโลกในช่วงที่เหลือของปี 2562 หากท่านต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ การครบรอบ 100 ปี ของ Halliburton ตลอดไปจนถึงผู้คนและเทคโนโลยีที่ช่วยสร้างบริษัทเราขึ้นมา กรุณาเยี่ยมชมได้ที่ hal100.com.

คำบรรยายภาพ : Jeff Miller ประธานและซีอีโอของ Halliburton โดยความร่วมมือกับฝ่ายบริหารของ Halliburton เอเชียแปซิฟิก ได้มอบเงินจำนวน 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่มูลนิธิ MyKasih Foundation สำหรับการทำงานเพื่อช่วยเหลือครอบครัวชาวมาเลเซียที่มีรายได้น้อยผ่านการแจกอาหารและให้การศึกษา

เกี่ยวกับ Halliburton

Halliburton ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2462 จะฉลองครบรอบ 100 ปีการให้บริการ ในฐานะหนึ่งในผู้ให้บริการผลิตภัณฑ์และบริการที่ใหญ่ที่สุดในโลกสำหรับอุตสาหกรรมพลังงาน ด้วยการมีพนักงาน 60,000 คน ซึ่งเป็นตัวแทน 140 ชาติในกว่า 80 ประเทศ บริษัทช่วยให้ลูกค้าได้รับประโยชน์สูงสุดตลอดวงจรชีวิตของอ่างเก็บน้ำ  เริ่มตั้งแต่การค้นหาไฮโดรคาร์บอนและการจัดการข้อมูลทางธรณีวิทยา ไปจนถึงการขุดเจาะและการประเมินการสร้างการก่อสร้างที่มีคุณภาพและที่เสร็จสมบูรณ์ และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตตลอดอายุของสินทรัพย์ เยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัทที่ www.halliburton.com. เชื่อมต่อกับ Halliburton บน Facebook, Twitter, LinkedIn, Instagram และ YouTube.

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190826005623/en/

สำหรับนักลงทุนติดต่อ:

Abu Zeya

Halliburton, ฝ่ายลงทุนสัมพันธ์

investors@halliburton.com

281-871-2688

สำหรับสื่อ:

Emily Mir

ฝ่ายการประชาสัมพันธ์

pr@halliburton.com

281-871-2601

Amazon Prime Video ให้ผู้ใช้บริการทั่วโลกรับชม Savage X Fenty Show ของ รีฮานนา ผ่านบริการสตรีมมิงในวันศุกร์ที่ 20 กันยายน นี้

Logo

คัลเวอร์ซิตี, แคลิฟอร์เนีย & นิวยอร์ก–(BUSINESS WIRE)–26 สิงหาคม 2562

Amazon Prime Video เสนอ Savage X Fenty Show ครั้งที่สอง แฟชันโชว์เพื่อเฉลิมฉลองคอลเลกชันใหม่ประจำซีซัน Fall/Winter 2019 ที่ทุกคนต่างตั้งตารอจาก รีฮานนา ผู้เป็นไอคอนทางด้านดนตรีและแฟชัน โดยประสบการณ์แฟชันสุดพิเศษนี้จะเกิดขึ้นในงานนิวยอร์กแฟชันวีคพร้อมกับงาน NYFW: The Shows ซึ่งบรรดานางแบบ นักแสดงและนักเต้นจะไปร่วมถ่ายทอดสไตล์จากคอลเลกชันล่าสุดที่เป็นที่กล่าวถึงอย่างมากจากการนำเสนอรูปแบบใหม่ของความเซ็กซี ซึ่งถ่ายทอดความมั่นใจและความเป็นตัวเองของผู้สวมใส่ โดยจะมีการถ่ายทอดงาน Savage X Fenty Show ผ่านการสตรีมมิงทาง Amazon Prime Video ให้กับผู้ชมในกว่า 200 ประเทศทั่วโลก เริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 20 กันยายนนี้

หลังจากการจัดงานครั้งแรกในปีที่ผ่านมา ผู้จัดงาน Savage X Fenty Show ในปีนี้ได้ยกระดับมาตรฐานขึ้นไปอีกระดับ งานโชว์ที่จะรวมผู้คนในวงการบันเทิงไว้ด้วยการนี้ถูกวางให้เป็นงานที่จะเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดแฟชันโชว์แบบเดิม ๆ ครั้งใหญ่ โดยการจัดงานที่มีรูปแบบไม่ซ้ำใครนี้จะผสมผสานการนำเสนอผ่านดนตรี แฟชัน และวัฒนธรรมเข้าไว้ด้วยกัน ขณะที่การแสดงเพื่อเปิดตัวคอลเลกชัน Savage X Fenty’s bold and fearless Fall/Winter 2019 จะมาพร้อมเซอร์ไพร์อันน่าตื่นเต้นในทุก ๆ พื้นที่ของงาน รวมถึงการแสดงจากศิลปินที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในวงการดนตรี

“ฉันตื้นเต้นสุดขีดที่ทุกคนจะได้รับชมงาน Savage X Fenty Show อย่างเต็มรูปแบบในปีนี้! ตอนนี้พวกเรากำลังเตรียมงานเพื่อมอบประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ความเซ็กซี่ และเปี่ยมไปด้วยพลังให้กับผู้ชมของเรา” รีฮานนา กล่าว

“รีฮานนาประสบความสำเร็จอย่างมากทั้งในโลกดนตรี ภาพยนตร์ ความงามและแฟชัน เธอได้นำเสนอมุมมองใหม่เกี่ยวกับสิ่งที่ชุดชั้นในเเฟชันควรจะเป็นให้กับลูกค้าทั่วโลก แบรนด์ของเธอสะท้อนการแสดงออกอย่างมีพลังทั้งในแง่ของการยอมรับในควาแตกต่าง การคิดในเชิงบวกเกี่ยวกับรูปร่างของตนและความสนุก! ผู้ชมงาน Savage X Fenty Show มั่นใจได้เลยว่าพวกเขาจะได้รับประสบการณ์โชว์รูปแบบใหม่ที่ไม่เคยได้สัมผัสจากที่ไหนมาก่อน และเราตื่นเต้นที่จะได้มอบประสบการณ์สุดพิเศษในการชมโชว์แบบติดขอบเวทีให้กับลูกค้าของเราทั่วโลก” Jennifer Salke ผู้อำนวยการ Amazon Studios กล่าว

หลังจากการถ่ายทอดสดแล้ว Amazon Prime Video ยังจะเปิดให้ผู้ใช้สตรีมวิดีโองาน Savage X Fenty Show ได้ทั่วโลก เพื่อให้ผู้ชมเปิดประตูสู่โลกแห่ง Savage X Fenty ทั้งการรับชมสดและการรับชมจากที่บ้าน รวมถึงโอกาสในการย้อนประสบการณ์นั้นได้บ่อยเท่าที่ต้องการ พร้อมกันนี้ยังมีรายการพิเศษจาก Amazon Prime Video ที่จะพาคุณไปชมเบื้องหลังการจัดงานครั้งนี้ด้วย

การจัดงาน Savage X Fenty Show มี ริฮานนา และ Savage X Fenty เป็นผู้กำกับงานศิลป์ ริฮานนา เป็นผู้อำนวยการผลิต และ PRODJECT และกลุ่ม non-scripted ของ Endeavor Content เป็นผู้ผลิต

เกี่ยวกับ SAVAGE X FENTY

ริฮานนา ไอคอนแห่งวงการดนตรีและแฟชัน ออกเดินทางสู่เส้นทางสายใหม่ในฐานะดีไซเนอร์ชุดชั้นในแบรนด์ Savage X Fenty ที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบผลิตภัณฑ์ปกปิดสรีระที่เติมเต็มไปด้วยเฉดสีและมีขนาดให้เลือกหลากหลาย พร้อมนำเสนอความกล้า ความมั่นใจและการไม่แบ่งแยก ทางแบรนด์ได้ร่วมมือกับ TechStyle Fashion Group เพื่อรื้อและสร้างสรรค์ตลาดสินค้าแบบใหม่ด้วยราคาที่เข้าถึงได้ พร้อมนำเสนอประเภทสินค้าที่มีให้เลือกหลากหลาย ริฮานนา เผยว่า “เราอยากให้ผู้คนดูดีทั้งภายในและภายนอก อยากให้ทุกคนรู้สึกถึงความเซ็กซี่และความสนุกไปพร้อมกัน” ริฮานนา เป็นฝ่ายทาบทาม Savage X โดยการใส่ความคิดทั้งหมดที่เธอเคยทำโปรเจกต์ต่าง ๆ เพื่อทำสิ่งที่ใหม่และทันยุคสมัยและให้ผู้คนสามารถเข้าถึงและรู้สึกมั่นใจมากขึ้น บราจาก Savage x Fenty มีขนาดให้เลือกตั้งแต่ 32A ไปจนถึง 46DDD ขณะที่กางเกงชั้นในและชุดนอนมีขนาดให้เลือกตั้งแต่ XS ไปจนถึง 3X สามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้ที่ www.SavageX.com

เกี่ยวกับ AMAZON PRIME VIDEO

Amazon Prime Video คือบริการสตรีมมิงระดับพรีเมียมที่ให้ลูกค้าเข้าถึงคอลเลกชันวิดีโอดิจิทัลขนาดใหญ่ และค้นหาวิดีโอที่พวกเขาชื่นชอบได้อย่างง่ายดายในที่เดียว

  • บริการจาก Prime: ให้คุณรับชมวิดีโอ ภาพยนตร์ และรายการทีวียอดนิยมกว่าพันรายการ รวมถึงรายการจาก Amazon Originals ที่ได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากจากนักวิจารณ์ และรายการที่ได้รับรางวัล Emmy Award อย่าง The Marvelous Mrs. Maisel, Tom Clancy’s Jack Ryan, Homecoming, Hanna, Fleabag, Good Omens, The Boys, Guava Island โดย Donald Glover, Manchester by the Sea และ The Salesman ที่คว้ารางวัล Academy Award, The Big Sick and Cold War ที่ได้รับการเสนอชื่อให้เข้าชิงรางวัล Academy Award และ Beautiful Boy ที่ได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากจากนักวิจารณ์ รวมถึงการถ่ายทอดสดกีฬาและรายการเอ็กซ์คลูซิฟ รายการ Thursday Night Football และเนื้อหาที่ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ถ่ายทอดในกว่า 200 ประเทศและอาณาเขตต่าง ๆ ทั่วโลก
  • ช่องรายการมากมายจาก Prime Video Channels: สมาชิก Prime สามารถเพิ่มช่องต่าง ๆ จากสหรัฐฯ ที่มีให้เลือกกว่า 150 ช่อง ไม่ว่าจะเป็น HBO, Cinemax, STARZ, SHOWTIME, CBS All Access, NBA League Pass และ MLB.tv โดยไม่ต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเพิ่มเติม และไม่ต้องมีการเชื่อมต่อใด ๆ ให้คุณจ่ายเฉพาะช่องที่ต้องการรับชมและยกเลิกได้ทุกเมื่อที่ต้องการ ดูรายการช่องทั้งหมดได้ที่นี่ amazon.com/channels.
  • เช่าหรือซื้อ: เพลิดเพลินกับรายการต่าง ๆ กว่าแสนรายการ รวมถึงภาพยนตร์ใหม่ล่าสุด และซีรีส์ต่าง ๆ ที่มีให้ชมตลอดทุกซีซันสำหรับลูกค้า Amazon โดยสามารถเลือกได้ระหว่างเช่าหรือซื้อ
  • การเข้าถึงที่รวดเร็ว: ชมรายการต่าง ๆ ได้ทุกที่และทุกเมื่อที่คุณต้องการผ่านแอปพลิเคชัน Prime Video จากสมาร์ททีวี อุปกรณ์เคลื่อนที่ อุปกรณ์ต่าง ๆ อย่าง Fire TV, Fire tablet, Apple TV, Chromecast, เครื่องเล่นเกม, Comcast X1 หรือจากเว็บไซต์ ดูรายการอุปกรณ์ที่รองรับทั้งหมดที่นี่ amazon.com/howtostream
  • ประสบการณ์ที่เหนือกว่า: ยกระดับประสบการณ์การรับชมด้วยเนื้อหาที่รองรับเทคโนโลยี 4K Ultra HD- และ High Dynamic Range (HDR) รับชมเบื้องหลังการถ่ายทำของภาพยนตร์และรายการทีวีสุดโปรดของคุณด้วยบริการ X-Ray สุดเอ็กซ์คลูซิฟจาก IMDb เลือกบันทึกเนื้อหาต่าง ๆ สำหรับรับชมในภายหลังด้วยฟังก์ชันดาวน์โหลดบนอุปกรณ์เคลื่อนที่เพื่อรับชมขณะไม่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

นอกจากการเข้าถึงภาพยนตร์และรายการทีวีต่าง ๆ มากมายแล้ว สมาชิก Prime ยังจะได้รับสิทธิ์บริการจัดส่งสินค้าด่วนโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเมื่อสั่งซื้อสินค้าทาง Amazon ในทุกหมวดหมู่ การเข้าถึงเพลงกว่าสองล้านเพลงและเพลย์ลิสต์รวมถึงสถานีเพลงต่าง ๆ กว่าพันรายการผ่านทาง Prime Music จัดเก็บรูปภาพอย่างปลอดภัยที่ Prime Photos อ่านเนื้อหาต่าง ๆ ได้อย่างไม่จำกัดผ่าน Prime Reading เข้าถึงรายการออดิโอบุ๊กดิจิทัลแบบไม่จำกัดที่ Audible Channels for Prime รายการเกมดิจิทัลที่มีเกมให้เลือกไม่ซ้ำรวมถึงของรางวัลจากเกมผ่าน Twitch Prime รวมถึงสิทธิ์ในการเลือก Lightning Deals ได้ก่อนใคร การเข้าถึงสุดเอ็กซ์คลูซิฟและส่วนลดสำหรับไอเท็มที่ร่วมรายการและอื่น ๆ อีกมากมาย สมัครใช้งาน Prime หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ amazon.com/prime

เกี่ยวกับ Amazon

Amazon ดำเนินการภายใต้หลักสี่ประการ คือ ความต้องการของลูกค้ามาก่อนการแข่งขันทางธุรกิจ ความหลงใหลในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ความทุ่มเทเพื่อให้เกิดความเป็นเลิศในการปฏิบัติ และการคิดเพื่ออนาคต การแสดงความคิดเห็นจากลูกค้า การซื้อสินค้าที่สะดวกเพียงปลายนิ้ว คำแนะนำที่ตรงกับความต้องการเฉพาะบุคคล บริการ Prime, Fulfillment by Amazon, AWS, Kindle Direct Publishing, Kindle, Fire tablets, Fire TV, Amazon Echo และ Alexa เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสินค้าและบริการที่มี Amazon เป็นผู้บุกเบิก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูที่ amazon.com/about และติดตามเราที่ @AmazonNews.

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20190826005454/en/

ข้อมูลติดต่อสำหรับสื่อ 
The Lede Company 
Amanda Silverman 
Amanda.Silverman@ledecompany.com

Cara Hutchison 
Cara.Hutchison@ledecompany.com

Emma Parker 
Emma.Parker@ledecompany.com

Savage X Fenty 
Emma Tully 
etully@savagex.com

Amazon Prime Video 
Alana Russo 
Alana.Russo@amazonstudios.com

S BLOCK 1000 Pax จัดงานประชุมสุดยอด Interstellar Quantitative Summit ในกรุงเทพฯ

Logo

เบิร์น, สวิตเซอร์แลนด์–(BUSINESS WIRE)–26 สิงหาคม 2562

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ที่ผ่านมา มีการจัดงานประชุมสุดยอด "S BLOCK Interstellar Quantitative Summit" ขึ้นอย่างเป็นทางการในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย!

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยเนื้อหาในรูปแบบมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20190825005035/en/

(PHOTO: S BLOCK)

(รูปภาพ: S BLOCK)

Interstellar Quantification ช่วยให้ S BLOCK ทันสมัยขึ้น

S BLOCK คือกระเป๋าเงินดิจิทัลใหม่ล่าสุดจากสวิตเซอร์แลนด์ที่ให้แลกเปลี่ยนเหรียญข้ามสกุลได้หลายสกุล พัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างมูลนิธิเอสบล็อค, คลาวด์แคปปิตอล, ท็อปไลน์, ดีเอเอฟ, ศูนย์วิจัยบล็อกเชนแห่งสแตนฟอร์ด, มีเดียแล็บแห่งเอ็มไอที และศูนย์ทางเลือกทางการเงินแห่งเคมบริดจ์ และนับตั้งแต่เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้สร้างรายได้อย่างงดงามให้กับผู้ใช้หลายล้านรายที่ 6-15% ต่อเดือน

Interstellar quantification คือแหล่งรายได้ที่ใหญ่ที่สุดของ S BLOCK โดย Interstellar quantification จะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเงินลงทุนในเวลาที่เหมาะสมโดยทีมระบุจำนวนภายใต้ข้อตกลงในสัญญาเงินกู้ Interstellar เพื่อสร้างรายได้จากเงินลงทุนให้ได้ภายในระยะเวลาที่รวดเร็วที่สุดและล็อคโอกาสในการซื้อขาย นอกจากนี้ S Block ยังจัดสรรเงินทุนให้บริษัทชั้นนำของโลกที่ทำหน้าที่ระบุจำนวนทั้งหมด 30 แห่ง เพื่อเป็นการเพิ่มผลกำไรให้สูงสุดโดยที่มีความเสี่ยงน้อยสุด

การเปิด Super Node—MasterNodes เพื่อการแบ่งปันผลกำไรอย่างแท้จริง

S BLOCK เปิดตัว super node MasterNodes อย่างเป็นทางการระหว่างการประชุมสุดยอด โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดการตระหนักถึงการแบ่งปันผลกำไรบนแพลตฟอร์มดังกล่าวอย่างแท้จริง

กระบวนการ POS มีความเร็วกว่า ราคาถูกกว่า และมีประสิทธิภาพด้านกำลังมากกว่า ดังนั้นจึงมีเหรียญประเภทต่าง ๆ มากกว่า 80% ทำงานบนระบบ POS และแน่นอนว่าการสร้างกำไรด้วยการ Staking จึงเป็นวิธีหลักสำหรับนักขุดในการทำเงิน ดังนั้น พวกเขาจึงมารวมตัวกันเพื่อสร้าง “กลุ่มนักขุดเหมือง” ขึ้นมา กระบวนการของ MasterNode มีเป้าหมายเพื่อรวบรวมเหรียญที่อยู่อย่างกระจัดกระจายจากผู้ใช้ และเปลี่ยนเหรียญเหล่านั้นให้อยู่ในโหนด POS ของห่วงโซ่สาธารณะเพื่อแบ่งปันกำไรภายในกลุ่มนักขุดเหมือง

การเช่าหน่วยประมวลผลข้อมูล รับรู้ถึงประสิทธิภาพบริการอันทรงพลังของ S BLOCK

หน่วยประมวลผลข้อมูลของ S BLOCK ได้รับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานประชุมสุดยอดครั้งนี้เช่นเดียวกัน การเช่าหน่วยประมวลผลและการแบ่งปันรายได้คือโมดูลแรกของโครงการไลต์นิงโดย S BLOCK ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการทำให้การก่อสร้างห่วงโซ่สาธารณะเป็นไปอย่างรวดเร็ว ภายใต้โครงการไลต์นิง S BLOCK จะทำการสร้างระบบนิเวศที่มีเอกลักษณ์ และสร้างห่วงโซ่สาธารณะแบบครอสเชนที่ทรงพลังขึ้นมาใหม่ เทคโนโลยีที่มีความทันสมัยจำนวนมากมายและบริการที่เหนือกว่าจะได้รับการเปิดตัวเพื่อมอบประสิทธิภาพด้านการบริการอันทรงพลังของ S BLOCK!

นอกเหนือจากนั้น บรรดาผู้นำระดับอาวุโสของ S BLOCK ยังได้อธิบายถึงพิมพ์เขียวอนาคตและแผนงานด้านระบบนิเวศให้กับผู้เข้าร่วมงานและสมาชิก

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20190825005035/en/

ติดต่อ:

SBLOCK FOUNDATION PTE. LTD 
Jennifer Bialek 
contacts@sblock.com 
www.sblock.com

Thales เตรียมยกระดับความปลอดภัยด้านอัตลักษณ์ของพลเมืองไทยด้วยหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์สุดล้ำ

Logo

  • กระทรวงการต่างประเทศของไทยทำสัญญากับกลุ่ม DGM Consortium ซึ่งประกอบด้วย Gemalto บริษัทในเครือ Thales Group ให้จัดหาหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ 15 ล้านเล่มให้กับพลเมืองชาวไทยภายในระยะเวลาเจ็ดปีนับจากนี้
  • สัญญาฉบับนี้เป็นหนึ่งในโครงการจัดทำหนังสือเดินทางที่ใหญ่ที่สุดของกลุ่มบริษัท Thales ทั่วโลก และสนับสนุนกระทรวงการต่างประเทศของไทยในการพัฒนาเอกสารเดินทางเทคโนโลยีขั้นสูงที่มีความปลอดภัยสูงให้กับพลเมืองชาวไทย
  •  การนำมาตรฐานด้านเทคโนโยีที่สูงขึ้นและความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคมาสู่ประเทศไทยของ Thales สอดคล้องกับนโยบาย ‘ไทยแลนด์ 4.0’ ของรัฐบาลที่ต้องการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ระบบเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าและขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย–(BUSINESS WIRE)–27 สิงหาคม 2562

ในปี 2561 รัฐบาลไทยได้ประกาศใช้นโยบาย 'ประเทศไทย ๔.๐' หรือ 'ไทยแลนด์ 4.0' พร้อมวิสัยทัศน์ในการพัฒนาประเทศไทยสู่ระบบเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการสร้างคุณค่า ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ดังนั้น กระทรวงการต่างประเทศของไทยจึงได้เตรียมจัดหาหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ประเภทเทคโนโลยีขั้นสูงที่มีความปลอดภัยสูงให้กับพลเมืองชาวไทยทั้งหมด 15 ล้านเล่ม โดยมีกลุ่ม DGM Consortium ซึ่งประกอบด้วย Gemalto, บริษัทในเครือThales, Data Products Toppan Forms Ltd., และ MultiCert เป็นผู้จัดหา โครงการหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์นี้เป็นโครงการเกี่ยวกับหนังสือเดินทางที่ใหญ่ที่สุดที่กลุ่มได้เซ็นสัญญารับมอบในปี 2562

Thales-Safeguard-Thai-Citizens-Identity-Innovative-ePassports. (Photo: Getty Images)

Thales ยกระดับความปลอดภัยด้านอัตลักษณ์ของพลเมืองไทยด้วยหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์สุดล้ำ (ภาพ: Getty Images)

พลเมืองสัญชาติไทยจะได้ใช้เอกสารเดินทาง ดีไซน์ใหม่ที่มีจำนวน 64 หน้า ประกอบด้วยหน้าปกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Cover) ซึ่งเป็นหน้าบันทึกข้อมูลของผู้ถือหนังสือเดินทาง ทำจากโพลีคาร์บอเนต มีลักษณะบางและยืดหยุ่น รวมถึงมีช่องแสดงรูปภาพรูปที่สองของผู้ถือหนังสือเดินทาง และรูปถ่ายสีจริงที่ผ่านกระบวนการบันทึกด้วยรังสียูวี คุณสมบัติด้านความปลอดภัยเหล่านี้ทำให้มาตรฐานด้านความปลอดภัยของหนังสือเดินทางเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงตามที่กำหนดโดยองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) โดยพลเมืองชาวไทยจะได้ประโยชน์จากการใช้ซอฟต์แวร์แบบฝังที่มีความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุดที่จะช่วยให้พวกเขาข้ามแดนได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ กลุ่ม DGM Consortium จะติดตั้งระบบออกหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจรที่มีความปลอดภัยสูง ซึ่งสอดคล้องกับพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ของไทยอย่างเข้มงวด

ความสามารถในการผลิตหนังสือเดินทางจะเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันอย่างมาก เนื่องจากจะมีศูนย์ผลิตที่มีความปลอดภัยสูงสองแห่งสำหรับรองรับการผลิตหนังสือเดินทางให้กับโครงการดังกล่าว คือศูนย์ผลิตหลักและศูนย์ผลิตที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ทั้งนี้เพื่อให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องและให้ระบบออกหนังสือเดินทางมีความปลอดภัย นอกจากนี้ Thales ยังจะจัดให้มีการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่องและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีให้กับผู้เกี่ยวข้องในประเทศเพื่อพัฒนาความเชี่ยวชาญด้านการออกหนังสือเดินทาง โดยใช้ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีระดับโลกยกระดับทักษะเจ้าหน้าที่ชาวไทยในการเดินหน้าสู่ยุคดิจิทัล

นอกจากหนังสือเดินทางที่ออกแบบใหม่แล้ว พลเมืองผู้ถือสัญชาติไทยยังจะได้ประโยชน์จากระบบลงทะเบียนยื่นขอหนังสือเดินทางที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เนื่องจากโครงการจะทำการปรับปรุงกระบวนการลงทะเบียนที่ศูนย์ดำเนินการ 22 แห่งในประเทศไทย รวมถึงมีแผนขยายศูนย์ให้บริการเพิ่มขึ้นอีก 15 แห่งทั่วทั้งประเทศเพื่อเพิ่มจุดให้บริการสำหรับพลเมืองชาวไทยที่ต้องการขอหนังสือเดินทาง

ในฐานะพันธมิตรผู้มุ่งมั่นต่อภาคอุตสาหกรรมของไทยทั้งงานด้านกลาโหมไปจนถึงการจัดการจราจรทางอากาศและการขนส่งภาคพื้นดินมากว่า 30 ปี และเพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของประเทศในปัจจุบัน Thales ได้นำมาซึ่งความเชี่ยวชาญทางเทคโนโลยีในด้านอัตลักษณ์ทางดิจิตอล และการพิสูจน์และระบุบุคคลโดยใช้ชีวมาตรหรือไบโอเมตริกซ์ ซึ่งทำให้เราเป็นพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจจากกระทรวงการต่างประเทศของไทย เพื่อจัดหาหนังสือเดินทางที่มีความทันสมัยและมีความปลอดภัยสูงให้กับพลเมืองชาวไทย

“ตลอดสามทศวรรษที่ Thales ได้มีส่วนสนับสนุนความมุ่งมั่นของลูกค้าชาวไทยในหลายภาคส่วน เราได้ทุ่มเทให้กับการพัฒนาความสามารถทางอุตสาหกรรมในประเทศร่วมกับพันธมิตรของเราอย่างใกล้ชิด กลุ่มบริษัทของเราได้พัฒนาหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความล้ำหน้ามากที่สุดแบบหนึ่งของโลก ซึ่งได้ช่วยสนับสนุนความพยายามของรัฐบาลมาอย่างต่อเนื่องในการนำระบบไบโอเมตริกซ์มาใช้เพื่อขับเคลื่อนขั้นตอนการข้ามแดนให้มีความรวดเร็วและปลอดภัย 
วันนี้ เรามีความภาคภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับประเทศไทย และช่วยกระทรวงการต่างประเทศของไทยเสริมความแกร่งด้านการป้องกันมาตุภูมิ และยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้กับพลเมืองชาวไทย เราตั้งตารอที่จะได้ร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงการต่างประเทศของไทยและพันธมิตรของเราในการออกแบบและพัฒนาหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ดียิ่งขึ้นตามข้อกำหนดและเงื่อนไขรวมทั้งมีความปลอดภัยสูง ซึ่งมีมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยที่สูงกว่าข้อกำหนดของ ICAO” 
Massimo Marinzi ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย Thales Thailand

หมายเหตุถึงบรรณาธิการ

โซลูชันของ Gemalto คือหัวใจสำคัญสำหรับชีวิตในยุคปัจจุบัน ตั้งแต่การชำระเงินไปจนถึงความปลอดภัยขององค์กร รวมทั้งการเชื่อมโยงทุกสิ่งเข้าด้วยกันผ่านโลกอินเทอร์เน็ต เทคโนโลยีและการบริการของ Gemalto ให้การรับรองผู้คน การทำธุรกรรมและวัตถุสิ่งของ ถอดรหัสข้อมูล และสร้างมูลค่าแก่ซอฟต์แวร์ เพื่อผลักดันให้ธุรกิจและรัฐบาลมอบการบริการทางดิจิทัลแก่ผู้คนและสิ่งของนับล้าน

เกี่ยวกับ Thales

ผู้คนที่เราให้ความไว้วางใจให้ขับเคลื่อนโลกให้ความไว้วางใจ Thales ลูกค้าของเรามาหาเราพร้อมความมุ่งมั่นที่ยิ่งใหญ่ นั่นคือการทำให้ชีวิตดีขึ้นและสร้างความปลอดภัยให้พวกเรามากขึ้น สถาปนิกของเราออกแบบและนำเสนอโซลูชันเทคโนโลยีชั้นสูงที่มีเอกลักษณ์ มีความหลากหลายในแง่ของความเชี่ยวชาญ บุคลากรที่มีความสามารถและวัฒนธรรม โซลูชันของเราทำให้สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเกิดขึ้นจริงได้ตั้งแต่วันนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ล้ำลึกถึงก้นบึ้งมหาสมุทร หรือยิ่งใหญ่ขนาดห้วงอวกาศและโลกไซเบอร์สเปซ เราช่วยให้ลูกค้าของเราคิดอย่างชาญฉลาดและลงมือทำได้เร็วขึ้น รับมือกับความซ้ำซ้อนที่มากขึ้นได้อย่างเชี่ยวชาญและทุกช่วงเวลาที่ต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ Thales มีพนักงานราว 80,000 คนใน 68 ประเทศ และมียอดขายถึง €19 พันล้านยูโรในปี 2561

โปรดเยี่ยมชมที่

Thales Group 
ความปลอดภัยด้านดิจิทัล
ดาวน์โหลดภาพความคมชัดสูง

อัลบั้มภาพ/สื่อมัลติมีเดีย: https://www.businesswire.com/news/home/52082219/en   

ติดต่อ:

สื่อ 
Thales ฝ่ายสื่อมวลชนสัมพันธ์ 
ระบบความปลอดภัย 
Constance Arnoux 
+33 (0)6 44 12 16 35 
constance.arnoux@thalesgroup.com

Thales ฝ่ายสื่อสารประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 
Serene Koh 
+65 9834 7763 
serene.koh@asia.thalesgroup.com

ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่างจีนและไทยนำไปสู่การเติบโตใหม่ 3 ในการท่องเที่ยว

Logo

ปักกิ่ง–(BUSINESS WIRE)–24 สิงหาคม 2562

ภายหลังจากการขยายนโยบายฟรีค่าธรรมเนียมวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวจีนที่ต้องการเดินทางมาประเทศไทย โดยได้วางแผนที่จะเสนอโครงการ“ วีซ่าฟรีหนึ่งปี” ให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีน 

ตามรายงานของสื่อไทยเมื่อเนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ยื่นเอกสารให้กับนายประยุทธ นายกรัฐมนตรีเพื่อนำเสนอนโยบายวีซ่าฟรีหนึ่งปีสำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีนและอินเดีย ความเคลื่อนไหวครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยโดยรวมและมุ่งมั่นที่จะสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวจำนวน 3.4 ล้านล้านบาท

ก่อนหน้านี้ นายพิพัฒน์กล่าวว่าปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศไทยประกอบไปด้วยปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ การแข็งค่าของเงินบาทไทยนักท่องเที่ยวจีนที่ระงับการเดินทางมายังประเทศไทย ดังนั้ภาคส่วนงานจึงวางแผนที่จะนำเสนอนโยบายการอนุมัติวีซ่าฟรีหนึ่งปีและแทนที่นโยบายวีซ่าฟรี ซึ่งนโยบายนั้นจะหมดอายุในวันที่ 31 ตุลาคม 2019

ประเทศไทยไม่เพียงแต่ต้องการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนการท่องเที่ยวกับจีนความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับไทยให้มีเสถียรภาพ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาด้วยการพัฒนาเชิงลึกของความสัมพันธ์จีน – ไทยความร่วมมือระหว่างทั้งสองฝ่ายได้ไกลเกินกว่าการท่องเที่ยวและการค้าสินค้าเกษตร จีนไม่เพียงแต่หวังว่าประเทศไทยจะมีความเจริญมากขึ้น แต่ยังจะส่งผลให้ประเทศไทยมีความปลอดภัยและมีนวัตกรรมมากขึ้น ความร่วมมือระหว่างจีนกับไทยกำลังก้าวไปสู่การพัฒนายุทธศาสตร์เพิ่มเติมอีก 3 ด้าน

 ประการแรกคือยุทธศาสตร์ความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทหาร ความมั่นคงในระยะยาวของความสัมพันธ์จีน – ไทยซึ่งทำให้ทั้งสองประเทศสามารถสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกันทางยุทธศาสตร์ได้ ในอนาคต ทั้งสองประเทศมีความร่วมมือด้านอุปกรณ์ทางทหารมากยิ่งขึ้น รวมถึงสนับสนุนประเทศไทยในการสร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมทางทหารของตนเองและร่วมกันพัฒนาอาวุธและอุปกรณ์

ประการที่สองคือความร่วมมือทางการแพทย์ซึ่งในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2562 ได้จัดพิธีเปิดสถาบันวิจัยการแพทย์ธรรมชาติโดยร่วมกันระหว่างประเทศจีนและประเทศไทยในกรุงเทพฯซึ่งจะช่วยส่งเสริมความร่วมมือด้านสุขภาพระหว่างสองประเทศและการพัฒนาอุตสาหกรรมยาธรรมชาติ

ประการสุดท้ายคือความร่วมมือในการสร้านวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การดำเนินการปกป้องโดยสหรัฐในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใหม่ในความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับโลก โดยประเทศไทยที่มีความเป็นกลางทางการเมืองจะมีบทบาทสำคัญยิ่งขึ้นในอนาคต ความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของจีน – ไทยนั้น คาดว่าจะช่วยป้องกันสงครามเย็นซึ่งอาจเกิดขึ้นจากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของสหรัฐอเมริกาในจีน และยังเป็นถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการรวมเชิงลึกของอุตสาหกรรมทั้งสองประเทศ

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ

กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน

ยูจี

บ. คิวฉี มีเดีย คาลเจอร์ จำกัด

E-mail:media.yu@foxmail.com

เว็บไซต์: www.queqicn.com

เบอร์โทร.: 17740545989

ประทศจีนและประเทศลาวสร้างช่องทางสายเศรษฐกิจจีน – ลาวและสร้างชุมชนเศรษฐกิจที่มีเป้าหมายเดียวกัน

Logo

ปักกิ่ง–(BUSINESS WIRE)–24 สิงหาคม 2562

รัฐบาลลาวได้เปิดเผยรายงานการคาดการณ์อัตราการเติบโตของ GDP ในปี 2562 อยู่ที่ระดับ 6.7 % ซึ่งภาคอุตสาหกรรมเป็นตัวผลักดันที่สำคัญที่สุด โดยการคาดคะเนอัตราการเติบโตของภาพอุตสาหกรรมจะอยู่ที่ระดับ 8.3 %  นายขานเป่ยสมาชรัฐสภาลาวได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่าการผลิตเสื้อผ้าและบริษัทอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์จะค่อยถ่ายโอนฐานการผลิตไปสู่ประเทศลาว หลังจากที่มีการเปิดตัวโครงการรถไฟจีน – ลาว ซึ่งจะส่งผลกระทบทำให้ต้นทุนการขนส่งจะลดลง ซึ่งอุตสาหกรรมที่ทันสมัยของประเทศลาวจะได้รับประโยชน์จากระบบคมนาคมนี้

การเชื่อมโยงกันระหว่างประเทศลาวกับประเทศในกลุ่มอาเซียนยังต้องพึ่งพารถไฟสายประเทศจีน-ลาวด้วยเช่นกัน

โครงการรถไฟเส้นทางประเทศจีน – ประเทศลาว มีลงทุนและการก่อสร้างโดยจีนเป็นหลัก โดยโครงการเชื่อมต่อโดยตรงกับเครือข่ายทางรถไฟของจีนซึ่งยาว 414 กม. และใช้มาตรฐานทางเทคนิคและอุปกรณ์ของจีน ทั้งนี้คาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จในเดือนธันวาคมพศ. 2564

โครงการรถไฟจีน – ลาวเป็นโครงการเชื่อมต่อทางยุทธศาสตร์ระหว่างเมืองจีนและยุทธศาสตร์ของลาวในการ“ เปลี่ยนประเทศที่ถูกปิดกั้นทางภูมิภาคให้เป็นประเทศที่เชื่อมโยงกันกับประเทศอื่นๆได้ ซึ่งรัฐบาลลาวให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมากและได้จัดตั้งคณะกรรมการดำเนินโครงการขึ้น โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงโยธาธิการและขนส่งเพื่อประสานงานและส่งเสริมการการก่อสร้างทางรถไฟสายประเทศจีน – ประเทศลาว

นาย คานสุ เบนหยอน รองเลขาธิการคณะกรรมการกลางการตรวจสอบวินัยแห่งประเทศลาวได้กล่าวไว้ในการสัมภาษณ์:“ รถไฟประเทศจีน – ประเทศลาวจะเป็นตัวเร่งกระบวนการบูรณาการและเชื่อมต่อระหว่างประเทศลาวกับประเทศในกลุ่มอาเซียน เปรียบเทียบได้กับหลอดเลือดแดงที่เป็นส่วนสำคัญที่ไหลผ่านทางตอนเหนือและใต้ของลาว ซึ่งกลายเป็นเครื่องมือใหม่สำหรับความทันสมัยของ ลาว.”

แผนปฏิบัติการสำหรับจีน – ลาวและสร้างชุมชนเศรษฐกิจที่มีเป้าหมายเดียวกัน

ในเดือนเมษายน 2019 ทั้งสองประเทศได้ลงนามในแผนปฏิบัติการสำหรับจีนและลาวเพื่อสร้างชุมชนเศรษฐกิจที่มีเป้าหมายเดียวกันซึ่งจะนำความสัมพันธ์ไปสู่การยกระดับความสันพันธ์

ปัจจุบันนี้ทั้งสองประเทศพยายามที่จะยกระดับความสัมพันธ์ในรูปแบบของความช่วยเหลือเชิงยุทธศาสตร์การช่วยเหลือซึ่งกันและกันทางการเมืองและรวมไปถึงทางเศรษฐกิจอีกด้วย นับตั้งแต่การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันจีนได้ให้ความช่วยเหลือแบบให้เปล่ากับประเทศต่างๆเป็นจำนวนมากและรวมถึงกาอนุมัติเงินกู้ปลอดดอกเบี้ยเพื่อช่วยประเทศลาวในการเอาชนะความป็นประเทศด้อยพัฒนา

 ทั้งนี้การพึ่งพาทางรถไฟเส้นทางสายนี้และรถไฟระหว่างประเทศในอาเซียนกับลาวจะกลายเป็น "สถานีเริ่มต้น" สำหรับจีนที่จะผลักดันแผน "สายพานและเส้นทาง" ที่คาดว่าจะมีศักยภาพสูงสุดในภูมิภาค

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ

กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน

ยูจี

บ. คิวฉี มีเดีย คาลเจอร์ จำกัด

E-mail:media.yu@foxmail.com

เว็บไซต์: www.queqicn.com

เบอร์โทร.: 17740545989

เศรษฐกิจดิจิทัลกลายมาเป็นจุดที่เชื่อมโยงกันระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Logo

ปักกิ่ง–(BUSINESS WIRE)–24 สิงหาคม 2562

ตามรายงานของธนาคารเมย์ การลงทุนของประเทศจีนในแขตพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังเป็นไปได้ด้วยดี ในสองไตรมาศแรกปี 2562  การลงทุนของประเทศจีนในเขตพื้นที่ทวีปเอเชียตะวันออกฉียงใต้มีมูลค่าถึง 11 พันล้านยูเอสดอลล่าร์คิดเป็นมูลค่าเกือบสองเท่าในช่วงปีที่ผ่านมา  ท่ามกลางการกีดกันทางด้านการค้าของสหรัฐอเมริกา แต่ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างจีนกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงเป็นไปได้อย่างดีซึ่งพิจารณาได้จากรายงานความเป็นไปได้ (Feasibility Report)  ของจุดตั้งต้นของการปลอดภัยและเส้นทาง

การปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีครั้งใหม่นั้น ถือว่าเป็นพื้นฐานสำคัญของการลงทุนที่แผ่ขยายไปอย่างรวดเร็วของจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากตัวเลขสถิติในช่วงไตรมาศที่1-2 ของปี การลงทุนของประเทศจีนในภาควิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีมูลค่าสูงถึง 2.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งสูงกว่าตัวเลขของตลอดทั้งปีพ.ศ. 2560  ในวงการการค้าระดับโลก การสื่อสารในรูปแบบ 5G นั้น นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การลงทุนทางด้านเทคโนโลยีในระดับภูมิภาคแผ่ขยายไปอย่างรวดเร็ว ด้วยการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งของประเทศจีนทำให้การติดต่อกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายใต้ระบบ 5G มีความรวดเร็วและได้สร้างความเปลี่ยนแปลงต่อโครงสร้างพื้นฐาน โดยการวางรากฐานที่แข็งแรงต่อการปฎิวัติอุตสาหกรรม

ในเส้นทางความมั่งคั่ง สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือเตรียมพร้อม การพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจของประเทศจีนนั้นได้เปลี่ยนแปลงไปในยุคสมัยของเศรษฐกิจยุคดิติตอล โครงข่ายของการสื่อสารกลายเป็นเส้นทางใหม่ หรือสะพานในการนำเสนอและการพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรมในหลากหลายประเทศ รวมถึงเป็นเครื่องมือสนับสนุนหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจและความทันสมัย ประเทศจีนและประเทศในเขตอาเซียนน้อมรับกระแสของเศรษฐกิจในยุคดิจิตอลและหวังที่จะบรรลุการเปลี่ยนแปลงแปลงและข้ามผ่านสู่การเป็นประเทศที่พัฒนาด้านวิทยาศาสต์และเทคตโนโลยีแล้ว เป้าหมายของการป้องกันและการเส้นทางนั้น เพื่อที่จะสร้างสรรค์เส้นทางใหม่และพันธ์ผูกประเทศจีนไว้กับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้มีสัมพันธืแน่นแฟ้นมากขึ้น เพื่อมุ่งสู่การเติบโตทางด้านเศรษฐกิจระดับโลก

การเปลี่ยนแปลงที่เป็นผลไปทั่วทุกพื้นที่ในยุคเศรษฐกิจดิจิดัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตามที่ปรากฏตามสถิติ ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือของจีนได้เป็นผู้กำหนดตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาโดยตลอด โดยมีส่วนแบ่งการตลาดพุ่งไปถึง 62% ซึ่งทิ้งห่างจากตลาดของประเทศทางตะวันตก  ผู้ผลิตจีนนั้นผลิตโทรศัพท์มือถือออกมาคุ้มค่าทางด้านต้นทุนและสามารถปรับแต่งให้เหมาะสมตามลักษณะนิสัยของผู้ใช้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างไรก็ตามโทรศัพท์มือถือเหล่านี้จะกลายเป็นศัตรูของร้านค้าในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคต ทำให้ภูมิภาคนี้สามารถประสานกับประเทศที่พัฒนาแล้วเพื่อที่จะตระหนักถึงเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ในรูปแบบฉบับออนไลน์

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ

กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน

ยูจี

บ. คิวฉี มีเดีย คาลเจอร์ จำกัด

E-mail:media.yu@foxmail.com

เว็บไซต์: www.queqicn.com

เบอร์โทร.: 17740545989

Mattel® เปิดตัว Hot Wheels™ Infinite Loop ครั้งแรกของเกมแข่งรถแบบดิจิทัลสำหรับเล่นฟรีผ่านแบรนด์ Hot Wheels®

Logo

  • นำเกมเฟรนไชส์ที่เป็นเอกลักษณ์มายังแพลตฟอร์มโทรศัพท์มือถือสำหรับแฟน ๆ อายุ 13+

เอลเซกันโด แคลิฟอร์เนีย–(BUSINESS WIRE)–22 สิงหาคม 2562

วันนี้ Mattel, Inc. (NASDAQ: MAT) เปิดตัว Hot Wheels™ Infinite Loop เกมแข่งรถดิจิทัลใหม่ที่นำตำนานแห่ง Hot Wheels® มาสู่อุปกรณ์มือถือเพื่อการแข่งขันรถซิ่งสุดมันส์ Hot Wheels Infinite Loop ได้ประจักษ์แก่สายตาผู้คนเป็นครั้งแรกในงาน Gamescom ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าชั้นนำเกี่ยวกับเกมดิจิทัลในยุโรป จัดขึ้นที่เมืองโคโลญจน์ ประเทศเยอรมนี ผู้ใช้ไอโฟนและไอแพดสามารถดาวน์โหลดผ่าน App Store และยังได้ร่วมสนุกกับกิจกรรมสุดตื่นเต้นใหม่ ๆ ของแบรนด์อีกด้วย

Mattel สร้างสรรค์เกมเฟรนไชส์ Hot Wheels สำหรับเล่นฟรีเป็นครั้งแรกอย่าง Hot Wheels Infinite Loop ซึ่งเป็นเกมแข่งรถที่โด่งดังที่สุดของ Hot Wheels โดยแฟนเกมอายุ 13 ปีขึ้นไปจะได้พบกับการแข่งขันและสะสมรถไปพร้อมกัน

ส่วนหนึ่งที่สนุกในเฟรนไชส์ Hot Wheels คือการสะสมรถหายาก เกม Hot Wheels Infinite Loop ได้นำคอนเซ็ปต์ฉบับเต็มนี้กลับมาอีกครั้ง ผู้เล่นจะได้แข่งขันแบบเรียลไทม์กับนักซิ่งจากทั่วโลกเพื่ออัปเกรดและสะสมรถในตำนานจาก Hot Wheels ไม่ว่าจะเป็น Bone Shaker™, Twin Mill™Rodger Dodger™ และอื่น ๆ อีกมากมาย

Janet Hsu ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจเฟรนไชส์แห่ง Mattel กล่าวว่า “Hot Wheels คือของเล่นที่ขายดีเป็นอันดับ 1 ของโลก และปัจจุบันทางเราได้มอบประสบการณ์การเล่นเกมดิจิทัลแบบใหม่และฟรีแก่แฟน ๆ Hot Wheels Infinite Loop คือตัวอย่างที่แสดงถึงพันธสัญญาของ Mattel ในการนำเฟรนไชส์ที่ได้รู้จักกันทั่วโลกมาให้แฟน ๆ ได้เล่นในทิศทางใหม่ ในฐานะส่วนหนึ่งการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลมาเป็นบริษัทของเล่นที่ขับเคลื่อนด้วย IP และมีประสิทธิภาพสูง

Mattel ได้แสดงตัวอย่างโฆษณาเกมแข่งรถพลังเทอร์โบที่นี่ เพื่อฉลองการเปิดตัวของ Hot Wheels Infinite Loop

Hot Wheels Infinite Loop เปิดให้ดาวน์โหลดฟรีผ่าน App Store สำหรับอุปกรณ์ระบบ iOS และจะเปิดให้ดาวน์โหลดผ่าน Google Play เร็ว ๆ นี้ ผู้ใช้อุปกรณ์ Android สามารถลงทะเบียนดาวน์โหลดเกมล่วงหน้าได้แล้วเพื่อรับของขวัญพิเศษ เช่น รถTur-Bone Charged™ พร้อมผิวสวยงามพิเศษในวันเปิดตัว Hot Wheels Infinite Loop ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับ Creative Mobile ผู้ผลิต Drag Racing และ Nitro Nation

ดูการนำเสนอของ Hot Wheels Infinite Loop ได้ที่นี่ หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Hot Wheels Infinite Loop และอัพเดตข่าวสารและกิจกรรมล่าสุด ติดตามผ่าน Facebook หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ ของเรา

*แหล่งข้อมูล: The NPD Group/Retail Tracking Service/G12/Jan-Dec 2018/Total Toys/Units

เกี่ยวกับ Mattel

Mattel เป็นบริษัทด้านความบันเทิงสำหรับเด็กชั้นนำระดับโลกที่เชี่ยวชาญในการออกแบบและผลิตของเล่นเด็กและของใช้ในชีวิตประจำวันภายใต้คุณภาพ เราสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ล้ำสมัยที่สร้างแรงบันดาลใจ มอบความบันเทิง และพัฒนาศักยภาพของเด็ก ๆ ผ่านการเล่นเกม พร้อมกระตุ้นผู้บริโภคผ่านผลงานเกมเฟรนไชส์อันเป็นเอกลักษณ์ต่าง ๆ เช่น Barbie®, Hot Wheels®, American Girl®, Fisher-Price®, Thomas & Friends® และ MEGA® รวมทั้งแบรนด์อื่น ๆ ที่เราเป็นเจ้าของและได้รับใบอนุญาตร่วมกับบริษัทความบันเทิงระดับโลก ผลิตภัณฑ์ที่เรานำเสนอประกอบด้วยเนื้อหาละครทีวีและภาพยนต์ เกม ดนตรี และกิจกรรมไลฟ์ต่าง ๆ บริษัทดำเนินงานผ่าน 40 สาขาและขายผลิตภัณฑ์ร่วมกับบริษัทเทคโนโลยีและค้าปลีกชั้นนำระดับโลกในกว่า 150 ประเทศ Mattel ก่อตั้งขึ้นในปี 2488 และเป็นบริษัทที่ไดรับความน่าเชื่อถือในการเสาะหาความมหัศจรรย์และสร้างพลังความคิดสร้างสรรค์แก่เด็ก เพื่อรีดศักยภาพของเด็กออกมาได้อย่างเต็มที่ เยี่ยมชมผ่านทางออนไลน์ได้ที่ www.mattel.com

ดูเวอร์ชั่นต้นฉบับได้ที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20190822005162/en/

ติดต่อ:

Craig Sinel 
mattel@fortyseven.com

Mary Kay แต่งตั้ง Katherine Weng เป็นผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศจีน

Logo

บริษัทเครื่องสำอางระดับโลกสนับสนุนให้ผู้หญิงเป็นผู้นำทั่วโลก

ดัลลัส–(BUSINESS WIRE)–22 ส.ค. 2562

Mary Kay Inc.ซึ่งเป็นองค์กรชั้นนำให้การสนับสนุนด้านการเสริมสร้างศักยภาพและการเป็นผู้ประกอบการของผู้หญิง ประกาศแต่งตั้ง Katherine Weng เป็นผู้จัดการทั่วไปของ บริษัท Mary Kay (ประเทศจีน) จำกัด ในเซี่ยงไฮ้ โดย Weng จะรายงานตรงต่อ KK Chua ประธานภูมิภาคแปซิฟิก Mary Kay

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณสมบัติเป็นมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20190822005337/en/

Katherine Weng, General Manager for Mary Kay China. (Photo: Mary Kay Inc.)

Katherine Weng ผู้จัดการทั่วไปของ Mary Kay China (ภาพ: Mary Kay Inc. )

“ จรรยาบรรณในการทำงานที่ไม่เหน็ดเหนื่อย ความคิดเชิงกลยุทธ์ และความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวของ Katherine ทำให้ Mary Kay China สามารถไปสู่จุดสูงสุดจุดใหม่ได้” Chua กล่าว “ เธอหลงใหลเกี่ยวกับภารกิจของบริษัทเราในการยกระดับชีวิตของผู้หญิง เธอเข้าใจความต้องการของที่ปรึกษาด้านความงามอิสระของเรา และทำงานอย่างหนักเพื่อตอบสนองความต้องการเหล่านั้นเพื่อสนับสนุนธุรกิจของพวกเขา เธอประสบความสำเร็จภายในบริษัทในการสร้างความเชื่อมโยงที่อย่างราบรื่นระหว่างฝ่ายขาย ฝ่ายการตลาด แลฝ่ายปฏิบัติการ เราหวังว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องในประเทศจีนภายใต้การนำของเธอ”

Mary Kay เริ่มเปิดดำเนินการในประเทศจีนเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้วและเติบโตอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นหนึ่งในสามตลาดชั้นนำของโลก

การแต่งตั้งของ Weng เป็นเพียงความมุ่งมั่นล่าสุดของ Mary Kay Inc. ที่มีมานานหลายทศวรรษในการเสริมสร้างศักยภาพของผู้หญิงในการรับตำแหน่งผู้นำทั่วโลก ผู้หญิงในตำแหน่งผู้นำที่ Mary Kay เป็นแรงผลักดันสู่ความสำเร็จ:

  • ร้อยละ 61 ของแรงงานทั่วโลกของ Mary Kay เป็นผู้หญิง
  • ในตำแหน่งผู้นำระดับผู้อำนวยการขึ้นไปร้อยละ 59 ของเป็นผู้หญิง
  • ในตำแหน่งผู้นำของระดับประธานขึ้นไปร้อยละ 51 เป็นผู้หญิง
  • ร้อยละ 46 ของทีมผู้บริหารระดับโลกของ Mary Kay เป็นผู้หญิง และ
  • ร้อยละ 68 ของผู้นำตลาดในต่างประเทศของ Mary Kay เป็นผู้หญิง

“ ฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับใช้ผู้หญิงและครอบครัวในประเทศจีน” Weng กล่าว “ มันเป็นสิทธิพิเศษที่ยอดเยี่ยมในการทำงานให้กับบริษัทที่ไม่เพียงแต่ทุ่มเทให้กับชีวิตของผู้หญิงผ่านโอกาสทางธุรกิจที่ยอดเยี่ยมและผลิตภัณฑ์ที่สมัย แต่ยังผ่านการทำงานเพื่อการกุศลและการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้วย”

Weng เริ่มอาชีพของเธอในฐานะผู้จัดการฝ่ายบริการลูกค้าของ Mary Kay China ในปี 2538 สาขาเซี่ยงไฮ้ และดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่งในช่วง 24 ปีที่ผ่านมา ล่าสุดดำรงตำแหน่งรองประธานอาวุโสฝ่ายการพาณิชย์ เธอเป็นส่วนสำคัญของทีมผู้นำในประเทศจีนและมีส่วนสำคัญต่อการเติบโตและความสำเร็จของ Mary Kay China

Weng สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทสาขาบริหารธุรกิจจาก Latrobe University ในเมลเบิร์นประเทศออสเตรเลีย

เกี่ยวกับ

Mary Kay ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลที่ฉีกกฎเกณฑ์แบบเดิม ได้ก่อตั้งบริษัทด้านความงามของเธอมานานกว่า 55 ปี โดยมีเป้าหมายสามประการ คือ มอบโอกาสที่คุ้มค่าสำหรับผู้หญิง ผลิตภัณฑ์ที่ไม่อาจต้านทานได้ และการทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้น ความฝันดังกล่าวได้กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์โดยมีพนักงานขายอิสระหลายล้านคนใน เกือบ 40 ประเทศ Mary Kay ทุ่มเทให้กับการค้นคว้าวิทยาศาสตร์เบื้องหลังความงามและเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ทันสมัย เครื่องสำอางค์สี น้ำหอม และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ทั้งนี้ มูลนิธิ Mary Kay FoundationSM ของบริษัทได้มอบเงินมากกว่า 78 ล้านเหรียญสหรัฐให้กับการวิจัยโรคมะเร็งและที่พักอาศัยสำหรับผู้เผชิญความรุนแรงในครอบครัว ดังนั้นวิสัยทัศน์อันดั้งเดิมของ Mary Kay Ash ในคอนเซปท์ ก้าวไปด้วยกันทีละลิปสติก ยังคงส่องสว่างนำทางต่อไป

เรียนรู้เพิ่มเติมที่ www.marykay.com.

ดูเวอร์ชั่นต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190822005337/en/

ติดต่อ:

Mary Kay Inc. ฝ่ายสื่อสารองค์กร

marykay.com/newsroom

972.687.5332 หรือ media@mkcorp.com