China Hi-Tech Fair ครั้ งที่ 18 เริ่มเปิดงานที่เซินเจิ้น โดยไฮไลท์เทคโนโลยี VR/AR

Logo

เซินเจิ้น, จีน–(บิสิเนส ไวร์)–16 พฤศจิกายน 2016

China Hi-Tech Fair (CHTF) ซึ่งเป็นอีเว้นท์ด้านเทคโนโลยีแนวหน้าของประเทศจีน ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ววันที่ 16 พฤศจิกายน 2016 ที่ Shenzhen Convention & Exhibition Center ประเทศจีน การเฉลิมฉลองประจำปี 6 วันเต็มนี้นำเอานวัตตกรรมเทคโนโลยีล่าสุดและเป็นที่นิยมที่สุดหลายพันชนิดมาแสดงในงาน โดยมีไฮไลท์คือเทคโนโลยี VR/AR ที่ได้รับการจับตามองมากที่สุด

ในปี 2016 นี้ได้มีผลิตภัณฑ์ VR จำนวนมากในตลาด ดังนั้น CHTF2016 จึงได้จัดแสดงพื้นที่พิเศษเพื่อให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสประสบการณ์ VR/AR และเข้าถึงอุปการณ์ล้ำสมัยเหล่านั้นโดยเฉพาะ

บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำบางแห่งได้นำเอาผลิตภัณฑ์ VR/AR ล่าสุดของเขามาในงานนี้ด้วย ตัวอย่างเช่น VR Time Machine ออกแบบโดย Wuhan Zhongfeixushi ซึ่งสามารถทำให้เกิดการเคลื่อนไหว บินได้ ด้วยแพลตฟอร์มที่หมุนได้ 360 องศา เพื่อสร้างประสบการณ์การบินให้กับผู้ใช้ IDEALENS Technologies นำเอาเจเนอเรชั่นที่สองของ อุปกรณ์ VR รุ่น K2 แบบ all-in-one ซึ่งมีสิทธิบัตรมากกว่า 220 ฉบับ มาในงาน CHTF2016 ให้มุมการมอง 110 องศาซึ่งการันตีว่าให้ประสบการณ์การชมที่เสมือนจริงเป็นอย่างมาก

Beijing Shenlinqijing Culture Inc. ซึ่งเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมในอุตสาหกรรม VR ของจีน จะจัดให้มีธีมปาร์ค VR สำหรับผู้เข้าชมให้มีส่วนร่วมในเกม ‘Whole Motion Simulation Game’ ซึ่งจะแตกต่างจากแบบดั้งเดิมโดยสิ้นเชิง เมื่อเข้าร่วมเล่นเกมใน VR ธีมปาร์ค ผู้เล่นจะต้องออกท่าทางต่างๆ เช่น นอนราบลง กระโดด ปีน หรือทำท่วงท่าอื่นๆ การที่นำเอาเทคโนโลยีเสมือนจริงมารวมกับสิ่งแวดล้อมแบบสถานการณ์จำลองจะสร้างประสบการณ์ที่สร้างความกลมกลืนในรูปแบบเกมได้อย่างเป็นธรรมชาติ

CHTF2016 ให้ผู้เข้าชมได้เลือกสองเส้นทางที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ในเรื่องของ VR&AR ซึ่งมีตารางเวลาดังนี้:

เข้าชม VR — 10:00 และ 14:30 นาฬิกา, 17 พฤศจิกายน

เข้าชม AR — 10:00 และ 14:30 นาฬิกา, 18 พฤศจิกายน

เกี่ยวกับ CHTF:

‘ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เน้นในคุณภาพ’ คือธีมหลักของ CHTF 2016 ด้วยการจัดงานที่ประสบความสำเร็จ 17 ปี CHTF เป็นอีเว้นท์ที่ได้รับความนิยมและเป็นแพลตฟอร์มการแสดงงานและค้าขายที่สำคัญของโลกในหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในปีที่แล้ว 80% ของผู้เข้าร่วมจัดงานแสดงต้องการที่จะมีส่วนร่วมอีกครั้ง งานอีเว้นท์ด้านเทคโนโลยีชั้นนำของประเทศได้รับการอนุญาตและอนุมัติจากหลายภาคส่วนและจัดใน Shenzhen Convention & Exhibition Center (SZCEC) ทุกปี สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.chtf.com/english/ or https://www.facebook.com/CHTFChina/

สามารถรับชมภาพและข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: http://www.businesswire.com/cgi-bin/mmg.cgi?eid=51462363&lang=en

ติดต่อ:

China Hi-Tech Fair

Alice Chen, 86-13422884433

chtf2016@qq.com

Insight Media เปิดตัว สมุดปกขาวในเรื่องเทคโนโลยีควอน ตัมดอท

Logo

Insight Media เปิดตัวสมุดปกขาวในเรื่องเทคโนโลยีควอนตัมดอท

นอร์วอร์ล, คอนเนตทิคัต–(บิสิเนส ไวร์)–15 พฤศจิกายน 2016

Insight Media ประกาศวันนี้ว่าได้เปิดตัวสมุดปกขาวใหม่ที่ได้เจาะลึกเข้าไปถึงวิทยาศาสตร์เบื้องหลังเทคโนโลยีควอนตัมดอทบนหน้าจอ Chris Chinnock จาก Insight Media ได้เขียนรายงานสมุดปกขาว “Quantum Dots will Power Display Products to the Next Level” ซึ่งให้รายละเอียดในประเด็นที่กว้างขวางนับตั้งแต่ตัวเลือกสีที่กว้างขึ้น High Dynamic Range (HDR) รวมถึงเทคโนโลยีควอนตัมดอที่ซับซ้อน

สมุดปกขาวนี้ให้ภาพรวมเกี่ยวกับเทคโนโลยีสามประเภทที่มักใช้ในการสร้างจอ WCG: OLED, LCD และควอนตัมดอท

ตัวอย่างในกรณีของ OLED TV แม้จะสามารถสร้างซีรีส์สี DCI-P3 ด้วยการใช้ระดับแสงต่ำ แต่ข้อจำกัดในการปล่อยระดับสูงสุดและความสว่างมีผลกระทบต่อความสามารถในการเรนเดอร์สีของหน้าจอ ซึ่งทำให้ภาพดูซีด ใช้ระดับแสงสูง และปริมาณสี การใช้โครงสร้างขนาดเล็กในจอ OLED ทำให้สีสดและมีซีรี่ส์สีที่กว้างขึ้น การเปลี่ยนโครงสร้างนี้เป็นการทำให้มุมการมองหน้าจอแคบลง 

รายงาน 27 หน้านี้ได้เจาะลึกเข้าไปถึงเทคโนโลยีที่ใช้สำหรับหน้าจอแต่ละประเภทและวิเคราะห์ถึงจุดแข็งจุดด้อยที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละประเภท

ประเด็นที่ครอบคลุมในรายงานมีดังนี้: (alternative is to use actual TOC image below)

    •    ตัวเลือก Wide Color Gamut (WCG)

    ◦    หน้าจอ OLED

    ▪    Emitting Structure

    ▪    Micro-Cavity Structure

    ▪    Pixel Architecture

    ◦    หน้าจอ LCD

    ▪    Display Architecture

    ▪    Dimming Options

    ▪    WCG by Phosphor-Enhanced LEDs

    ▪    WCG by Adjusting Color Filtering

    ◦    หน้าจอควอนตัมดอท

    ▪    Quantum Dot Technology

    ▪    Quantum Dot Film

    ▪    Quantum Dot Tube

    ▪    On-chip LED Devices with Quantum Dots

    ▪    Electrically Driven Quantum Dots

สรุป

“ควอนตัมดอทเป็นวัสดุอุปกรณ์ที่วิเศษมากโดยมีความเป็นไปได้ที่เรากำลังเริ่มค้นหา” Chris Chinnock ซึ่งเป็นประธานและผู้ก่อตั้ง Insight Media กล่าว “สมุดปกขาวนี้นำเสนอโอกาสที่ดีที่ควอนตัมดอทได้ให้เมื่อใช้บนหน้าจอ โดยเฉพาะหน้าจอที่ขยายความสามารถในด้านสีของตนเองให้ถึงจุดที่กว้างขนาด BT.2020 แต่มันก็สามารถนำไปใช้งานได้อีกหลากหลายไม่ว่าจะเป็นโซล่าเซลล์ ไฟส่องสว่าง และภาพชีวภาพ มันจึงเป็นเทคโนโลยีที่น่าติดตามมาก”

เทคโนโลยีควอนตัมดอทขณะนี้ได้ให้การซัพพอาร์ทหน้าจอ LCD หลากหลาย โดยให้ WCG ที่มีขนาดใหญ่มากกว่าที่ให้กับหน้าจอ OLED และเทคโนโลยี LCD อื่นๆ เมื่อประกอบรวมกับ HDR หน้าจอควอนตัมดอทจะให้ประสิทธิภาพของภาพที่ดีที่สุดในตลาด 

สามารถดาวน์โหลดสมุดปกขาว Quantum Dots will Power Display Products to the Next Level ฉบับเต็มได้ที่ www.insightmedia.info/insight-media-releases-technical-white-paper-on-quantum-dot-technology/

เกี่ยวกับ Insight Media

Insight Media เป็นองค์กรที่ปรึกษาเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในด้านภาพและหน้าจอเกี่ยวกับสื่อวิทยุโทรทัศน์ ภาพยนตร์ AV แบบมืออาชีพ เครื่องใช้ไฟฟ้าและดีสเพลย์ตลาด สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับองค์กรได้ที่ www.insightmedia.info

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20161115005622/en/

ติดต่อ:

Insight Media

Chris Chinnock, 203-831-8464

Chris@insightmedia.info

ชา ร์จาห์ต้อนรับผู้เข้างาน 2.31 ล้านค นจาก 60 ประเทศในมหกรรมหนังสืออัน ดับต้นๆ ของโลก

Logo

ชาร์จาห์, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–(บิสิเนส ไวร์)–14 พฤศจิกายน 2016

ชาร์จาห์ ซึ่งเป็นที่รู้จักในแวดวงนานาชาติว่าเป็นเมืองหลวงด้านศิลปะและวัฒนธรรมของประเทศตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ เป็นรัฐที่ใหญ่เป็นอันดับสามของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้ต้อนรับผู้เข้างาน 2.31 ล้านคนในมหกรรมหนังสืออันดับต้นของโลก Sharjah International Book Fair (SIBF) 2016 ครั้งที่ 35

สามารถรับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่ http://www.businesswire.com/news/home/20161114005668/en/

ผู้เข้างานใน Sharjah International Book Fair 2016 ครั้งที่ 35 (รูปภาพ: บิสิเนส ไวร์)logo

งานมหกรรมหนังสือ 11 วัน ครั้งที่ 35 นี้ได้เปิดให้กับประชาชนทั่วไปตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้าย กลายเป็นงาน SIBF ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด โดยได้จัดให้มีสำนักพิมพ์ ผู้เชี่ยวชาญในวงการมาจากหลายประเทศ จากสหรัฐอเมริกาไปยังจีน และได้ทำลายสถิติด้วยการมีสำนักพิมพ์เข้าร่วม 1,681 รายและหนังสือ 1.5 ล้านชื่อจากกว่า 60 ประเทศ

“จากวิสัยทัศน์และคำแนะนำจากเจ้าผู้ครองรัฐชาร์จาห์ His Highness Sheikh Dr. Sultan bin Muhammad Al Qasimi เราได้สร้างให้ชาร์จาห์เป็นศูนย์รวมของวรรณกรรมและวัฒนธรรม และเป็นจุดรวมสำหรับโลกตะวันออกและตะวันตก” ประธาน Sharjah Book Authority (SBA) คุณ Ahmed Al Ameri กล่าว และมุ่งมั่นในการทำให้ Sharjah International Book Fair ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า 

หลายปีที่ผ่านมา SIBF ได้ตั้งตัวเองให้เป็นอีเว้นท์สำคัญในการซื้อขายลิขสิทธิ์และลิขสิทธิ์ย่อยต่างๆ เช่นลิขสิทธิ์การพิมพ์ซ้ำสำหรับหนังสือต่างประเทศ ลิขสิทธิ์หนังสือปกแข็ง รวมถึงเป็นที่พบปะของเจ้าของสำนักพิมพ์ ผู้จัดการลิขสิทธิ์ ผู้ขายหนังสือ เอเย่น นักเขียน นักแปล ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการพิมพ์และสื่อ สิ่งที่ประสบความสำเร็จคือ SIBF Professional Programme ได้สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ด้วยการมีความสนใจในข้อตกลงร่วมกัน 1,239 ข้อตกลงระหว่างเจ้าของสำนักพิมพ์และผู้เชี่ยวชาญด้านลิขสิทธิ์ 

#SIBF16 ซึ่งเป็นแฮชแทคของงานนี้ ได้มีผู้เข้าสนใจเป็นภาษาอังกฤษและอารบิคมากกว่า 1 ล้านครั้งตลอด 5 วันแรกของงาน และเป็นที่นิยมอย่างมากใน Facebook, Twitter, Instagram และ Snapchat.

ชาร์จาห์เป็นผู้นำในการเติบโตและการพัฒนาทางวัฒนธรรมของโลกอาหรับนับตั้งแต่ประกาศอิสรภาพ จากจุดเริ่มต้นุดเล็กๆ ในปี 1982 ซึ่งมีสำนักพิมพ์เข้าร่วมน้อยกว่า 10 แห่ง บัดนี้ SIBF ได้เติบโตขึ้นอย่างมากและวางแผนที่จะขยับขยายที่จัดงานไปยังสถานที่ที่มีพื้นที่ 60,000 ตารางเมตรแห่งใหม่ปีหน้า

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20161114005668/en/

ติดต่อ:

National Network Communications

Fadia Daouk, T: +971 52 617 2111

E: f.daouk@nncpr.com

CIiti เปิดตัว Global API Developer Hub เพื่อทำให้เ กิดการทำธุรกรรมทางการเงินแบบเป ิด

Logo

นิวยอร์ก-(บิสิเนส ไวร์)–10 พฤศจิกายน 2016

วันนี้ Citi ได้ประกาศเปิดตัว API Developer Hub ของโลกแห่งใหม่ (developer.citi.com) ซึ่งจะสามารถทำให้ติดต่อสื่อสารกับนักพัฒนาได้อย่างรวดเร็วและทำให้พวกเขาสามารถสร้างโซลูชั่นส์สำหรับลูกค้าที่มีนวัตกรรมได้รวดเร็วอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แพลตฟอร์มของนักพัฒนานี้ครอบคลุมที่สุดแห่งหนึ่งในอุตสาหกรรมบริการทางการเงินในปัจจุบัน

การเปิดตัวของ Citi APIs ถือว่าเป็นวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีของ Citi ที่เปิดสถาปัตยกรรมที่จะช่วยในด้านความร่วมมือกันระหว่าบริษัท FinTech ต่างๆ รวมถึงแบรนด์สำหรับผู้บริโภคทั่วโลก เพื่อผลประโยชน์ต่อลูกค้า ทาง Citi จะให้นักพัฒนาได้เข้าถึง APIs ได้ถึงการใช้งาน 8 หมวดหมู่ ซึ่งรวมถึงการบริหารจัดการบัญชี, การจ่ายเงินแบบ peer to peer, การโอนเงินไปองค์กรต่างๆ, Citi รีวอร์ด, การซื้อการลงทุน และการกำหนดสิทธิ์บัญชี และจะมีการเพิ่มหมวดหมู่มากขึ้นอีกด้วย

“Global Develop Hub ของ Citi ได้พัฒนาวิธีการนวัตกรรมแบบเปิดเพื่อให้บริการโซลูชั่นส์ที่ล้ำสมัย และได้สร้างคุณค่าใหม่สำหรับลูกค้า พาร์ทเนอร์ และนักพัฒนา” Stephen Bird ซึ่งเป็น CEO ของ Global Consumer Banking ที่ Citi กล่าว “การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วทำให้เกิดความต้องการในการปรับเปลี่ยนจากภายในสู่ภายนอกเป็นภายนอกสู่ภายใน ด้วยการสร้างระบบนิเวศที่มีการทำงานร่วมกันของแบรนด์ชั้นนำและนักพัฒนาต่างๆ เราจะสามารถให้ผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์ที่ครบถ้วนเพื่อตอบสนองต่อความต้องการทางการเงินของลูกค้าในวันนี้และในอนาคต”

Sopnendu Mohanty ซึ่งเป็น Chief FinTech Officer ของธนาคารกลางของสิงคโปร์ได้กล่าวว่า “เรามีความยินดีที่ Citi Singapore ได้เป็นผู้นำในการพัฒนาและเปิดตัวการริเริ่ม API ของโลกนี้ ระหว่างงานเทศกาล สิงคโปร์ ฟินเทค เฟสติวัล ที่จัดขึ้นวันที่ 14-18 พฤศจิกายน 2016 ซึ่งช่วยทำให้เกิดการร่วมมือกันในชุมชน FinTech และมีความเป็นไปได้ในการให้บริการทางการเงินที่ดีกว่าสำหรับลูกค้า และเป็นการยืนยันในความเป็นผู้นำในการสร้างอนาคตให้กับบริการทางการเงิน”

Citi ได้จัดทีมร่วมกันกับบริษัทชั้นนำมากมาย รวมถึง Mastercard, Virgin Money และ Wonder ที่ใช้ Citi APIs ในการพัฒนาโซลูชั่นส์นวัตกรรม เมื่อต้นปีนี้ในประเทศสหรัฐอเมริกา Pay with Points API ของ City ได้เริ่มให้บริการ Citi ThankYou® Rewards แก่สมาชิกที่มีบัตรเครดิต Citi ที่มีสิทธิได้รับ ในการใช้คะแนนสะสมในการใช้จ่ายทั้งหมดด้วยการใช้เครดิตการ์ดในการซื้อของบน BestBuy.com และใน Wonder App ในเดือนตุลาคม 1800Flowers.com ได้รับการเพิ่มเป็นผู้เข้าร่วมล่าสุดใน Pay with Points ของ ThankYou Rewards

“การร่วมมือกันระหว่า Virgin Money และ Citi มีความแข็งแกร่งมากขึ้นมากขึ้น” Greg Boyle ซึ่งเป็น CEO ของ Virgin Australia กล่าว “ความสำคัญหลักคือการให้บริการโมบายแอพ Virgin Money ที่จะใช้ APIs ของ Citi สำหรับการใช้งานเครดิตการ์ดที่จะให้ประสบการณ์สุดพิเศษสำหรับลูกค้าของเรา การให้บริการ ซัพพอร์ท ของ City ผ่านทาง APIs นั้นสำคัญมากเพื่อให้มั่นใจว่าเราได้ตอบสนองความต้องการด้านดิจิทัลให้แก่ลูกค้าของเราวันนี้ และจะทำให้เกิดนวัตกรรมต่อเนื่องในอนาคต”

ในสิงคโปร์ Citi ได้ร่วมมือกับ honestbee ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการอำนวยความสะดวกและจัดส่งสินค้าแบบออนไลน์ที่โตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย โดยการร่วมมือนี้จะช่วยให้ลูกค้าของพวกเขาสามารถสมัครการ์ด Citi Cash Back บนเว็บไซต์และแอพของ honestbee ซึ่งมีการเปิดตัวในเดือนธันวาคมนี้ ประสบการณืนี้จะทำให้ลูกค้าได้ใช้เทคโนโลยี API ของ Citi ให้มีการสมัครการ์ดได้อย่างไร้ร้อยต่อผ่านทางไซต์พาร์ทเนอร์ต่างๆ ของ Citi

Global Developer Hub ได้รับการพัฒนาโดย Citi FinTech และทีม Citi ทั่วเอเชีย อเมริกาเหนือ และเม็กซิโก ซึ่งเป็นซีรีส์ล่าสุดของ Citi innovations นับตั้งแต่การเป็นผู้ริเริ่ม ATM ไปจนถึงการแนะนำแอพธนาคารเจ้าแรกสำหรับ Apple Watch ในปี 2014 ทาง Citi ได้จัดงานรวบรวมผู้คนและผู้สนับสนุนที่เรียกว่า Citi Mobile Challenge ซึ่งได้เดินทางไปยังละติน อเมริกา สหรัฐอเมริกา ยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกา และเอเชียแปซิฟิค ด้วยความร่วมมือจากนักพัฒนานับพันๆ คนจากกว่า 100 ประเทศ ในปี 2015 Citi FinTech ได้ถือกำเนิดขึ้นเป็นหน่วยใหม่ใน Global Customer Bank ของ Citi ซึ่งถูกชาร์จด้วยความเร็วสปีดในตลาดด้วยความสามารถทางโมบายแบงกิ้งรุ่นใหม่

API Developer Hub ของโลกได้รับการเปิดตัววันนี้ ขอเชิญนักพัฒนามาลงทะเบียนความสนใจของท่านได้ที่ developer.citi.com ที่พวกเขาจะได้รับเครื่องมือในการติดต่อสื่อสารในแซนด์บอกซ์เพื่อช่วยให้เขาได้สามารถทดสอบไอเดียของพวกเขา

เกี่ยวกับ Citi

Citi เป็นธนาคารชั้นนำของโลก ซึ่งมีบัญชีลูกค้าประมาณ 200 ล้านบัญชีและทำธุรกิจมากกว่า 160 ประเทศและรัฐ Citi ให้ลูกค้า องค์กร รัฐบาลและสถาบันต่างๆ ด้วยผลิตภัณฑ์ทางการเงิน การบริการ รวมถึงการทำธุรกรรมและบัตรเคดิตของลูกค้า การทำธุรกรรมของบริษัทและการลงทุน securities brokerage การบริการซื้อขายและการบริหารความมั่งคั่ง

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถรับชมได้ที่ www.citigroup.com | Twitter: @Citi | YouTube: www.youtube.com/citi | Blog: http://blog.citigroup.com | Facebook: www.facebook.com/citi | LinkedIn: www.linkedin.com/company/citi.

รับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20161110006321/en/

สื่อมวลชนติดต่อ:

Citi

Deirdre Leahy, 212-559-3296

deirdre.leahy@citi.com

ไดรฟเวอร์สเต็ ปปิ้งมอเตอร์ IC ตัวใหม่ของโตชิบา ช่วยลดเสียงมอเตอร์และแรงสั่นสะ เทือน

Logo

โตเกียว–(บิสิเนส ไวร์)–31 ตุลาคม 2016

บริษัท สตอเรจ แอนด์ อิเล็กทรอนิกส์ ดีไวเซส โซลูชันส์ (Storage & Electronic Devices Solutions Company) ในเครือของโตชิบา คอร์ปอเรชั่น (Tokyo:6502) วันนี้ประกาศเปิดตัว “TB67S209FTG” ไดรฟเวอร์สเต็ปปิ้งมอเตอร์ด้วยโครงสร้างที่ลดเสียงและแรงสั่นสะเทือนระหว่างการใช้งาน การผลิตเป็นจำนวนมากจะเริ่มสิ้นเดือนธันวาคมนี้

สามารถรับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: http://www.businesswire.com/news/home/20161031005493/en/

โตชิบา: ”TB67S209FTG" ไดรฟเวอร์สเต็ปปิ้งมอเตอร์ด้วยโครงสร้างที่ลดเสียงและแรงสั่นสะเทือนระหว่างการใช้งาน (รูปภาพ: บิสิเนส ไวร์)logo

มอเตอร์คอนโทรลความเร็วสูง ประสิทธิภาพสูงนี้สำคัญสำหรับปริ้นเตอร์ อุปกรณ์สำนักงานอัตโนมัติ อุปกรณ์ธนาคารเช่นตู้ ATM เครื่องกดเงินสด เครื่องเกมต่างๆ และอุปกรณ์ภายในบ้าน ปัจจุบันนี้ลูกค้ามีความต้องการในการใช้สเต็ปปิ้งมอเตอร์คอนโทรลที่มีเสียงค่อยและแรงสั่นสะเทือนต่ำ เพราะอุปกรณ์เหล่านี้มีการใช้ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลายมากขึ้น

หัวใจสำคัญในการลดเสียงและแรงสั่งสะเทือนในสเต็ปปิ้งมอเตอร์นี้คือการปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพมากด้วยการควบคุมกระแสไฟที่แม่นยำ การใช้ Selectable Mixed Decay (SMD)[1] ซึ่งเป็นฟังก์ชั่นการปรับกระแสไฟทำให้ IC ใหม่นี้ลดเสียงและแรงสั่นสะเทือนได้โดยเลือก SMD ที่เหมาะสมสำหรับมอเตอร์

การใช้การประมวลผลสัญญาณแอนะล็อกความดันสูงของโตชิบา พัฒนาประสิทธิภาพเพราะมันสามารถทำให้ไดรฟเวอร์นี้รองรับกระแสไฟได้สูงสุดถึง 50V และ MOSFETs ความต้านทานต่ำ[2] สำหรับเอ้าท์พุตมอเตอร์ปฏิบัติการที่ 0.49 Ω (มากกว่า + น้อยกว่า: typ.)

ฟีเจอร์หลัก

1. เสียงค่อยและแรงสั่นสะเทือนต่ำ

มอเตอร์คอนโทรล 1/32 สเต็ป (max.) ความคมชัดสูงและโครงสร้างมอเตอร์คอนโทรลใหม่ด้วย SMD ช่วยทำให้เสียงค่อยและแรงสั่นสะเทือนต่ำ

2. เกิดความร้อนต่ำ

การเกิดความร้อนลดลงโดยใช้ความต้านทานต่ำ (0.49 Ω (มากกว่า + น้อยกว่า: typ.)).

3. แพ็กเกจเล็ก

บรรจุในแพ็กเกจ QFN ขนาดเล็กจะช่วยให้ลูกค้าลดปัญหาด้านความร้อนและช่วยให้การออกแบบ PCB ง่ายขึ้นสำหรับการกระจายความร้อน ช่วยให้โซลูชั่นที่เข้าถึงได้ทั้งในด้านพื้นที่และราคา

4. วงจรการจับเออเร่อแบบบิลด์อิน

การตัดความร้อน การตัดการใช้กระแสไฟที่มากเกินไป และวงจรปิดแรงดันขาด ทำให้อุปกรณ์มีความปลอดภัยและน่าเชื่อถือ

คุณลักษณะของผลิตภัณฑ์ใหม่

ชื่อผลิตภัณฑ์ TB67S209FTG
คอนโทรล I/F CLK-IN
Absolute maximum ratings 50V, 4A
แพ็กเกจ QFN48
ความละเอียดของสเต็ป เต็ม , ครึ่ง, 1/4, 1/8, 1/16, และ 1/32 สเต็ป
ฟีเจอร์อื่นๆ – SMD; การควบคุมกระแสไฟสำหรับการปฏิบัติการมอเตอร์อย่างมีประสิทธิภาพ

– ฟังก์ชั่นการตรวจจับเออเร่อแบบบิลด์อิน (การตัดความร้อน การตัดการใช้กระแสไฟที่มากเกินไป และวงจรปิดแรงดันขาด)

– การตรวจับเออเร่อแบบบิลด์อินของกระแสไฟออก 

– ใช้ได้กับพาวเวอร์ออนโดยใช้ไดรฟแบบพลังงานเดี่ยว

การผลิตจำนวนมาก สิ้นเดือนธันวาคม 2016

[1] SMD: Selectable Mixed Decay เป็นขั้นตอนที่ช่วยให้เซ็ตกระแสไฟที่เหมาะสมในอุดมคติสำหรับลักษณะมอเตอร์ต่างๆ

[2] On resistance: ความต้านทานในการใช้กระแสไฟ เมื่อความต้านทานต่ำ จะเกิดการสูญเสียพลังงานจากการขับเคลื่อนมอเตอร์น้อย และลดการเกิดความร้อน

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ สามารถรับชมได้ที่:

https://toshiba.semicon-storage.com/info/lookup.jsp?pid=TB67S209FTG&region=apc&lang=en

ลูกค้าติดต่อ: 

Mixed Signal IC Sales and Marketing Department

โทร: +81-44-548-2821

http://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/contact.html

*ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้ รวมถึงราคาและข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาการบริการและข้อมูลติดต่อ เป็นข้อมูลปัจจุบัน ณ วันที่ประกาศ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า 

เกี่ยวกับโตชิบา

โตชิบา คอร์ปอเรชั่น หนึ่งในบริษัท Fortune Global 500 นำเสนอผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์อันล้ำสมัย รวมถึงระบบต่างๆ ใน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ พลังงาน (Energy) เพื่อทุกวันของชีวิตที่สะอาดและปลอดภัยขึ้นอย่างยั่งยืน, โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) เพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน และการจัดเก็บข้อมูล (Storage) เพื่อสนับสนุนสังคมแห่งข้อมูลข่าวสารที่ก้าวล้ำ โตชิบาส่งเสริมการดำเนินงานทั่วโลก และสนับสนุนการสร้างสรรค์โลกเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของคนรุ่นต่อๆ ไป ภายใต้รากฐานความมุ่งมั่นของโตชิบา กรุ๊ป ที่ว่า “ความมุ่งมั่นต่อประชากร, ความมุ่งมั่นต่ออนาคต”

โตชิบาก่อตั้งขึ้นในโตเกียวเมื่อปี 1875 และปัจจุบันเป็นศูนย์กลางของกลุ่มบริษัทในเครือกว่า 550 แห่ง ด้วยจำนวนพนักงาน 188,000 คนทั่วโลก และยอดขายต่อปีกว่า 5.6 ล้านล้านเยน (5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) (ณ วันที่ 31 มีนาคม 2016) 

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโตชิบาได้ที่ www.toshiba.co.jp/index.htm

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20161031005493/en/

สื่อมวลชนติดต่อ

Toshiba Corporation

Storage & Electronic Devices Solutions Company

Chiaki Nagasawa, +81-3-3457-4963

semicon-NR-mailbox@ml.toshiba.co.jp

NTT Communication s เปิดตัวโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำคว ามสามารถสูงโดยให้บริการในภูมิภ าคเอเชียแปซิฟิค

Logo

โตเกียว–(บิสิเนส ไวร์)–31 ตุลาคม 2016

NTT Communications Corporation (NTT Com) ผู้ให้บริการด้านไอซีทีโซลูชั่นส์และการสื่อสารระหว่างประเทศในเครือของ NTT (NYSE: NTT) ประกาศวันนี้ในการเปิดตัว Asia Pacific Gateway (APG) โครงข่ายเคเบิลใต้น้ำที่รองรับย่านความถี่ได้สูงในการติดต่อสื่อสารในภูมิภาคและประเทศในเอเชีย NTT Com ได้ริเริ่มบริการใหม่โดยเป็นพันธมิตรกับผู้ให้บริการคมนาคมในแต่ละประเทศ

APG จะเพิ่มกำลังความสามารถในการส่งผ่านข้อมูลในเอเชีย พัฒนาการติดต่อสื่อสารระหว่างภูมิภาคและประเทศต่างๆ และพัฒนาเรื่องความซ้ำซ้อนโดยใช้เส้นทางที่หลากหลาย

ด้วยความยาวทั้งหมด 10,400 กิโลเมตร เครือข่าย APG ใช้กำลังในการส่งผ่านข้อมูลใยแก้วและเทคโนโลยีดิจิทัลโคฮีเรนต์ 100Gbps เพื่อส่งผ่านมากกว่า 54 Tbps ซึ่งสูงสุดเมื่อเปรียบเทียบกับเครือข่ายอื่นๆ ในเอเชีย เส้นทางของเคเบิลหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่เสี่ยงต่อแผ่นดินไหวและพายุไต้ฝุ่น และมีจุดเชื่อมต่อที่ประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง ไต้หวัน ยี่ปุ่น เกาหลี มาเลเซีย สิงคโปร์ ไทยและเวียดนาม สามารถคลิกที่นี่ http://www.ntt.com/about-us/press-releases/news/article/2016/20161031_2/a.html เพื่อข้อมูลเพิ่มเติม

NTT Com ได้ก่อตั้งจุดแลนดิ้งสองจุด แห่งหนึ่งที่ภาคตะวันออกและอีกแห่งที่ภาคตะวันตกของญี่ปุ่นสำหรับเคเบิลใต้น้ำ APG และ Pacific Crossing-1 (PC-1) ซึ่งติดต่อระหว่างญี่ปุ่น และอเมริกามีเส้นทางที่หลากหลายเช่นเส้นเหนือและใต้ บริษัทได้ริเริ่มทำจุดแลนดิ้งในฮ่องกงและสิงคโปร์สำหรับ APG และสำหรับ Asia Submarine-Cable Express (ASE) ซึ่งก่อตั้งในเดือนสิงหาคม 2012 NTT Com ได้มีเส้นทางเคเบิลที่หลากหลายระหว่างอเมริกาฝั่งตะวันตกและศูนย์กลางเศรษฐกิจหลักต่างๆ ในภูมิภาคเอเชีย โดยให้ความน่าเชื่อถือมากขึ้นในเครือข่ายของโลก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถคลิกได้ที่นี่ http://www.ntt.com/about-us/press-releases/news/article/2016/20161031_2/a.html

เกี่ยวกับ NTT Communications Corporation

NTT Communications ให้บริการคำปรึกษา สถาปัตยกรรม ความปลอดภัยของข้อมูล และบริการคลาวด์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ขององค์กรธุรกิจ บริการเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากโครงสร้างพื้นฐานของ NTT Communications ที่มีอยู่ทั่วโลก ซึ่งรวมไปถึงเครือข่ายชั้นนำ Global Tier-1 IP อย่าง Arcstar Universal One(TM) VPN ซึ่งครอบคลุมถึง 196 ประเทศ/ดินแดน และศูนย์ข้อมูลที่ปลอดภัย 140 แห่งทั่วโลก โซลูชั่นของ NTT Communications ใช้ทรัพยากรของกลุ่มบริษัท NTT ทั่วโลก ซึ่งรวมถึง Dimension Data, NTT DOCOMO และ NTT DATA 

www.ntt.com | Twitter@NTT Com | Facebook@NTT Com | LinkedIn@NTT Com

รับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20161030005066/en/

สื่อมวลชนติดต่อ: 

NTT Communications Corporation

Mr. Yoshio Sato / Mr. Shuichi Takada / Ms. Miho Kanzaki, +81 3 6700-7512

Service Infrastructure Division

CablePR-si@ntt.com

Flurry Analytics ประกาศพัฒนา ให้ก้าวหน้าขึ้นของ Mobile Developer Suite ขอ ง Yahoo

Logo

แนะนำ Crash Analytics 2.0 และ Revenue Analytics เพื่อให้เกิดการเติบโตอย่างต่อเนื่องสำหรับนักพัฒนาทั่วโลก

ซันนีเวล, แคลิฟอร์เนีย–(บิสิเนส ไวร์)–27 ตุลาคม 2016

Flurry Analytics วันนี้ประกาศการพัฒนา Crash Analytics 2.0 และ Revenue Analytics ของ Yahoo Mobile Developer ให้แอดวานซ์ขึ้น การพัฒนาที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้ Flurry Analytics เป็น analytics suite ที่ครอบคลุมที่สุดที่มีสำหรับนักพัฒนาทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นสเกลเท่าไหร่ก็ตาม

“ที่ Flurry เรามุ่งที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้นักพัฒนาทั่วโลกสร้างแอพที่ดีขึ้นสำหรับการเติบโตของธุรกิจ” James Kelm ผู้อำนวยการอาวุโสการบริหารผลิตภัณฑ์ที่ Yahoo “การสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อความสามารถในการวิเคราะห์การหยุดการทำงานล่วงหน้าและวิเคราะรายรับโดย Flurry ทำให้นักพัฒนาได้มีเครื่องมือที่รวมทุกสิ่งทุกอย่างไว้เพื่อให้เขาได้มุมมองครบ 360 องศาสำหรับประสิทธิภาพของแอพ” 

Crash Analytics ให้ข้อมูลกับนักพัฒนา เกี่ยวกับการหยุดการทำงานของแอพ ข้อยกเว้นต่างๆ ที่จับได้ และเออเร่อในการเข้าสู่ระบบโดยให้ข้อมูลแบบเรียลไทม์ ฟังก์ชั่นนี้สำคัญมากสำหรับการวิเคราะห์ปัญหาที่เป็นแก่นของทุกประเด็นได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่แอพก็ยังคงใช้ได้ต่อไปอย่างไม่มีปัญหาและลูกค้ามีความสุขในเวลาเดียวกัน ด้วยการใช้ Flurry Crash Analytics 2.0 นักพัฒนาสามารถที่จะ:

    •    เปรียบเทียบ “สุขภาพ” ของแอพต่างๆ ตลอดปีที่ผ่านมา 

    •    สำรวจสุขภาพของแอพคอลเล็กชั่นใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

    •    วิเคราะห์สอบสวนและขุดลึกลงไปในปัญหาจำเพาะเจาะจงในประเด็นต่างๆ รวมถึงดีเทลของอุปกรณ์และเส้นทางการแปลงหน่วยความจำต่างๆ

Revenue Analytics ทำให้นักพัฒนาสามารถติดดาม In App Purchase (IAP) Revenue จากการซื้อขายที่เกิดขึ้นในแอพ iOS หรือ Android ด้วย Revenue Analytics ใน Flurry นี้ นักพัฒนาสามารถกำหนดได้ว่าแอพสร้างรายได้หรือไม่ โดยไม่ขึ้นอยู่กับค่าเงิน การวิเคราะห์รายรับนี้ทำให้นักพัฒนาสามารถที่จะได้ข้อมูลเชิงลึกในด้านต่างๆ:

    •    รายรับโดยเฉลี่ยในทุกอุปกรณ์และจำนวนอุปกรณ์ที่มีการซื้อเกิดขึ้น

    •    ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้สามารถสร้างรายรับได้มากที่สุด

    •    ประมาณของรายรับ IAP revenue ได้รับการคอนเฟิร์มผ่านทาง Receipt Validation

นักพัฒนาอุปกรณ์มือถือสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ใหม่เหล่านี้ได้ที่ developer.yahoo.com

เกี่ยวกับ Yahoo

Yahoo เป็นผู้นำทางในการมุ่งมั่นที่จะสร้างนิสัยประจำวันของผู้ใช้ให้มีแรงบันดาลใจและมีความสนุกสนาน โดยการสร้างประสบการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะให้กับผู้ใช้ของเรา เราทำให้ผู้คนติดต่อสื่อสารกันในสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับพวกเขาทุกอุปกรณ์และรอบโลก ในขณะเดียวกันเราก็สร้างคุณค่าสำหรับนักโฆษณาโดยการติดต่อเชื่อมโยงพวกเขากับกลุ่มที่สร้างธุรกิจ Yahoo มีสำนักงานใหญ่ที่ซันนีเวล แคลิฟอร์เนีย และมีสำนักงานมากมายในอเมริกา เอเชียแปซิฟิค และทวีปยุโรป ตะวันออกกลางและแอฟริกา สามารถขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ pressroom.yahoo.net หรือบล็อกขององค์กรที่ yahoo.tumblr.com

Yahoo เป็นเครื่องหมาย และ/หรือ เครื่องหมายจดทะเบียนสำหรับ Yahoo! Inc. ชื่ออื่นๆ เป็นเครื่องหมาย และ/หรือ เครื่องหมายจดทะเบียนของเจ้าของของเขา 

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20161027005299/en/

ติดต่อ: 

Yahoo! Inc.

Kym Lino

klino@yahoo-inc.com

NTT Communications ไ ด้รับตำแหน่งเป็นผู้นำใน Gartner Magic Quadra nt ปี 2016 สำหรับ Cloud-Enabled Managed Hosting เอเชีย/แป ซิฟิค

Logo

โตเกียว–(บิสิเนส ไวร์)–26 ตุลาคม 2016

NTT Communications Corporation (NTT Com) ผู้ให้บริการด้านไอซีทีโซลูชั่นส์และการสื่อสารระหว่างประเทศในเครือของ NTT (NYSE: NTT) ประกาศวันนี้ว่าบริษัทได้รับตำแหน่งเป็นผู้นำของกลุ่มของรายงาน “Magic Quadrant for Cloud-Enabled Managed Hosting, Asia/Pacific”*1 ตีพิมพ์โดย Gartner Inc. ในเดือนตุลาคม 2016 เป็นปีที่สอง โดยวัดจากความสามารถในการปฏิบัติการและวิสัยทัศน์ที่ได้บรรลุสำเร็จเรียบร้อย

Gartner ได้ให้ความหมายกับ cloud-enabled managed hosting (CEMH) เป็นดั่งโฮสติ้งมาตรฐานให้บริการกับผู้ใช้โดยเฉพาะ โดยให้บริการที่สามารถรวมเอาแพลตฟอร์มระบบโครงสร้างพื้นฐานแบบ cloud-enabled ประกอบไปด้วยการคำนวณ การสร้างเครือข่าย และฮาร์ดแวร์การบรรจุ โดยมีซอฟต์แวร์แพลตฟอร์มในการบริหารจัดการคลาวด์ เพื่อให้บริการอำนวยความสะดวกในการให้บริการตนเอง และจัดหาให้อย่างรวดเร็วด้วยบริการที่ได้รับการบริหารจัดการแล้ว Gartner กล่าวว่า “ผู้ให้บริการต้องการกลยุทธ์ที่แข็งแกร่ง เพื่อที่จะเป็นผู้นำในเอเชีย/แปซิฟิค พวกเขาต้องลงทุนในผลิตภัณฑ์ของตนเอง การครอบคลุมในภูมิศาสตร์และความสามารถในการให้บริการให้มากขึ้น ซึ่งพวกเขาสามารถมาเป็นผู้นำในระดับภูมิภาคที่แข็งแรงขึ้น เพื่อให้มีตำแหน่งในตลาด พวกเขาต้องมีความสามารถและความปรารถนาในการลงทุนสำหรับอนาคต” 

“พวกเราภูมิใจมากที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้นำในตลาด Cloud-Enabled Managed Hosting โดยขึ้นกับความสามารถของเราในการปฏิบัติงานและวิสัยทัศน์ที่ได้บรรลุสำเร็จเรียบร้อย” Masaaki Moribayashi ซึ่งเป็นรองประธานอาวุโสของ Cloud Services ที่ NTT Com “NTT Com จะยังคงให้บริการในด้านโซลูชั่นส์คลาวด์ที่มีนวัตกรรม เพื่อช่วยองค์กรในการได้รับความต้องการที่ซับซ้อนในด้านการเปลี่ยนแปลงดิจิทัลในเอเชียแปซิฟิคและทั่วโลก” 

NTT Com จะยังคงมุ่งพัฒนา ICT Solution ให้ดีขึ้นแบบไร้รอยต่อ ซึ่งจะทำให้สามารถในการบริหารจัดการองค์กร ICT ที่ซับซ้อน การเริ่มต้นเหล่านี้รวมถึงการติดต่อสื่อสารที่มีความยืดหยุ่นและออนดีมานด์ เพื่อใช้คลาวด์แบบมัลติเพิล (SD-Exchange) และการการเพิ่ม Cloud Management Platform (SD-WAN) ในอนาคต

สามารถรับชมรายงาน “Magic Quadrant for Cloud-Enabled Managed Hosting, Asia/Pacific” ได้ที่ https://www.gartner.com/technology/media-products/reprints/ntt_com/294926.html

ข้อความปฏิเสธความรับผิดชอบของ Gartner

Gartner ไม่ได้รับรองผู้จำหน่าย ผลิตภัณฑ์ หรือบริการที่กล่าวในการวิจัยที่ตีพิมพ์ และไม่ได้แนะนำผู้ใช้เทคโนโลยีในการเลือกเพียงผู้จำหน่ายที่ได้รับการจัดอันดับสูงหรือที่ได้รับการแต่งตั้งเท่านั้น การวิจัยที่ตีพิมพ์ของ Gartner ประกอบด้วยความเห็นขององค์กรการวิจัยของ Gartner และไม่ควรที่จะตีความว่าเป็นข้อเท็จจริง Gartner ปฏิเสธความรับผิดชอบในการรับประกันทั้งหลายที่ได้กล่าวหรือหมายความถึงในรายงานการวิจัยนี้ รวมถึงการรับประกันต่างๆ ในด้านการรับประกันโดยนัยทั้งในด้านสภาพการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ และความเหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เฉพาะ

*1 Gartner, “Magic Quadrant for Cloud-Enabled Managed Hosting, Asia/Pacific” จัดทำโดย To Chee Eng, Kenshi Tazaki, Vincent Fu, Arup Roy 11 ตุลาคม 2016

เกี่ยวกับ NTT Communications Corporation
         NTT Communications ให้บริการคำปรึกษา สถาปัตยกรรม ความปลอดภัยของข้อมูล และบริการคลาวด์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ขององค์กรธุรกิจ บริการเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากโครงสร้างพื้นฐานของเอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ที่มีอยู่ทั่วโลก ซึ่งรวมไปถึงเครือข่ายชั้นนำ Global Tier-1 IP อย่าง Arcstar Universal One(TM) VPN ซึ่งครอบคลุมถึง 196 ประเทศ/ดินแดน และศูนย์ข้อมูลที่ปลอดภัย 140 แห่งทั่วโลก โซลูชั่นของ เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ ใช้ทรัพยากรของกลุ่มบริษัท เอ็นทีที ทั่วโลก ซึ่งรวมถึง Dimension Data, NTT DOCOMO และ NTT DATA 
 www.ntt.com | Twitter@NTT Com | Facebook@NTT Com | LinkedIn@NTT Com

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20161025006888/en/

ติดต่อ:

NTT Communications Corporation

Ms. Yuko Miyamoto, Ms. Hana Tsuchiya, +81 3 6700 4010

Public Relations

CapREG: สามปีในกา รโปรโมทพลังงานทดแทนในเอเชียตะว ันออกเฉียงใต้และละตินอเมริกาผ่ านการสร้างกำลังการผลิต

Logo

เบอร์ลิน–(บิสิเนส ไวร์)–21 ตุลาคม 2016

สัปดาห์ที่แล้วในเวียดนาม Renewables Academy AG (RENAC) ได้จัดสัมมนา “Bankability of Renewable Energy Projects” ซึ่งเป็นสัมมนาครั้งสุดท้ายของซีรี่ส์การสัมมนาแบบเฟสทูเฟสที่ประสบความสำเร็จ โดยจัดตั้งขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมการสร้างกำลังการผลิต CapREG – Capacity Development on Renewable Energy and Grid Integration โดย RENAC ได้รับการสนับสนุนโดย  German Federal Ministry for the Environment, Nature Conservation, Building and Nuclear Safety (BMUB) ในขอบข่ายการทำงานของ German International Climate Initiative (IKI) เพื่อนำใช้โปรแกรมให้ทุนการศึกษา 3 ปีนี้กับประเทศที่เป็นพันธมิตร คืออินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย เวียดนาม เม็กซิโก เปรู และเอกวาดอร์

นับตั้งแต่การเริ่มโครงการ CapREG ในปี 2014 ทาง RENAC ได้ให้ทุนกว่า 1,200 ทุนแก่ผู้เชี่ยวชาญที่มาจากองค์กรด้านพลังงานทั้งภาครัฐและเอกชนในประเทศพันธมิตร 7 ประเทศ เพื่อให้ได้รับการฝึกฝนในหัวข้อต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทดแทนและการบูรณาการกริด เป้าหมายของ CapREG คือการสนับสนุนการสร้างกรอบความคิด ไอเดีย และความเชื่อที่เหมาะสมสำหรับการใช้พลังงานทดแทน และช่วยเพิ่มการใช้งานได้ “CapREG เป็นโอกาสที่ดีในการเรียนรู้ specifications ของพลังงานทดแทนและการบูรณาการกริด ไม่ใช่เพียงในเยอรมัน แต่ในประเทศต่างๆ ผ่านความหลากหลายของผู้ที่มาเข้าร่วมโปรแกรม” Mr. René Narváez ผู้อำนวยการ Clean Energy Regulation ที่ Energy Regulatory Commission จากเม็กซิโก กล่าว “RENAC ได้จัดสัมมนาแบบเจาะลึกและให้ความรู้แบบล้ำสมัย”

CapREG ให้ทุนการศึกษาแก่ผู้เชี่ยวชาญในการให้เข้าร่วมสัมมนาในประเทศที่เป็นพันธมิตร รวมถึงที่สำนักงานใหญ่ของ RENAC ที่เบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน รวมทั้งมีส่วนร่วมในการเทรนนิ่งแบบออนไลน์ หัวข้อในการฝึกอบรมได้รับการระบุระหว่าง Capacity Needs Assessment จัดโดย RENAC ในการเริ่มต้นของ CapREG ซึ่งรวมถึงคอนเซ็ปต์โดยทั่วไปของเทคโนโลยีพลังงานทดแทน การบูรณาการกริดในการใช้กับพลังงานทดแทนปริมาณมาก เรื่องการเงินรวมถึงการพัฒนาของโปรเจ็กต์ ซึ่งหัวข้อเหล่านี้ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เมื่อดูจากการที่มีคนสมัครเข้ามามากกว่า 1,000 คนสำหรับสัมมนา 28 ครั้งที่จัดขึ้น.

RENAC ซึ่งมีสำนักงานอยู่ที่เบอร์ลิน เป็นผู้นำของโลกในการให้การฝึกอบรมและการสร้างกำลังการผลิตในเรื่องของพลังงานทดแทนและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ นับตั้งแต่ปี 2008 RENAC ได้ทำงานร่วมกับผู้เข้าร่วมกว่า 6,800 คนจาก 145 ประเทศทั่วโลก 

สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของ CapREG

รับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20161021005403/en/

ติดต่อT:

RENAC

Cecilia Strandberg, Project Manager CapREG

หรือ

Albrecht Tiedemann, Project Director CapREG

strandberg@renac.de

+49 (0) 30-52 689 58 70

นิทรรศการเคลื่อนที ่ของ Renewables Academy AG (RENAC) อธิบายถึง การบูรณาการกริดของพลังงานทดแทน

Logo

กรุงเทพ—(บิสิเนส ไวร์)–20 ตุลาคม 2016

นิทรรศการเคลื่อนที่ของ Renewables Academy AG (RENAC) ในชื่อว่า “การบูรณาการกริดของพลังงานหมุนเวียน” ได้ถูกจัดขึ้นที่การประชุม “2nd Thai-German Community-based Renewable Energy Conference 2016” ในกรุงเทพ (ประเทศไทย) ซึ่งได้จัดร่วมกับ Deutsche Gesellschaft für internationale Zusammenarbeit (GIZ) และกระทรวงพลังงาน (MoEN) นิทรรศการนี้ได้อธิบายถึงประเด็นที่ซับซ้อนมากของการบูรณาการกริดของพลังงานลมและแสงแดดเป็นกริดพลังงานไฟฟ้าด้วยวิธีการที่ง่ายไม่ซับซ้อน นิทรรศการนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้เข้าร่วมประชุม 150 คน หลังจากอีเว้นท์นี้ นิทรรศการเคลื่อนที่จะมีการแสดงอีกหลายสัปดาห์ในสถานที่จัดงานของ MoEN

RENAC ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญนานาชาติในการสร้างพลังงานทดแทนและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ได้เป็นผู้พัฒนานิทรรศการแห่งนี้ ในประเทศไทยรวมถึงประเทศอื่นๆ ทั่วโลก การบูรณาการการใช้พลังงานทดแทนกับกริดไฟฟ้าเป็นประเด็นร้อนที่สำคัญในอุตสาหกรรมนี้  ด้วยการที่เรามีกริดการใช้พลังงานลมและไฟฟ้ามากขึ้น การทำความเข้าใจในคุณสมบัติเฉพาะต่างๆ ของระบบพลังงานนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการปฏิบัติการที่ต่อเนื่องและปลอดภัยของกริดไฟฟ้า CEO ของ RENAC คุณ Berthold Breid กล่าวว่า “นิทรรศการนี้ได้รวมส่วนที่เป็นกราฟิคกับตัวอักษรที่มีศิลปะไว้ด้วยกันโดยนำเสนอบนแบนเนอร์ 15 ชิ้น ซึ่งช่วยในการอธิบายประเด็นที่ซับซ้อนให้กับผู้ชมในวงกว้างได้เข้าใจโดยที่ไม่ต้องมีพื้นฐานทางเทคโนโลยี”

นิทรรศการนี้เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมในการสร้างความสามารถใน 3 ปี “CapREG – Capacity Development on Renewable Energy and Grid Integration” ซึ่งได้รับการสนับสนุนทางการเงินโดย German Federal Ministry for the Environment, Nature Conservation, Building and Nuclear Safety (BMUB) ใน German International Climate Initiative (IKI) ซึ่ง CapREG มีจุดมุ่งหมายในการส่งผ่านองค์ความรู้และวิธีการในด้านพลังงานทดแทนและการบูรณาการกริดผ่านการทำเทรนนิ่งที่หลากหลายจากผู้เชี่ยวชาญจากประเทศไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม เอกวาดอร์ เม็กซิโก และเปรู นับตั้งแต่ปี 2014 ทาง RENAC ได้รับผิดชอบในการริเริ่ม CapREG ได้ให้ทุตการศึกษากับผู้เชี่ยวชาญกว่า 100 คนที่มาจากทั้งภาครัฐและเอกชนในประเทศไทยในการเข้าร่วมเทรนนิ่ง

นิทรรศการเคลื่อนที่นี้เติมเต็มกิจกรรมการสร้างกำลังการผลิตต่างๆ ภายใน CapREG โดยนิทรรศการเคลื่อนที่นี้ ร่วมกับพาร์ทเนอร์ท้องถิ่นในประเทศไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ เม็กซิโก เอกวาดอร์และเปรู ได้จัดแสดงในอีเว้นท์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานมาแล้วหลายที่ในปี 2016

สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.renac.de/en/current-projects/capreg/mobile-exhibition.html

สามารถชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20161020005815/en/

ติดต่อ:

Renewables Academy AG

Cecilia Strandberg (Ms)

Project Manager CapREG

อีเมล์: strandberg@renac.de

โทรศัพท์: +49 (0) 30-52 689 58 70

Thai Herald