Farfetch, Alibaba Group และ Richemont จับมือเป็นพันธมิตรระดับโลกเพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลของอุตสาหกรรมสินค้าลักชัวรี

Logo

  • Alibaba เตรียมเปิดช่องทางช้อปปิ้งสินค้าหรูของ Farfetch บน Tmall Luxury Pavilion และ Luxury Soho และจะร่วมลงทุนในกิจการร่วมค้าที่ก่อตั้งขึ้นใหม่อย่าง Farfetch China และใน Farfetch Limited
  • Richemont มีแผนลงทุนในกิจการร่วมค้าที่ก่อตั้งขึ้นใหม่อย่าง Farfetch China และ Farfetch Limited และจะหาโอกาสใหม่ ๆ ในการร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับ Farfetch
  • Farfetch และ Alibaba จะใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีเสมือนจริงในธุรกิจค้าปลีกของพวกเขาผลักดันการก้าวสู่โลกดิจิทัลของอุตสาหกรรมสินค้าหรู รวมถึงก่อตั้งกลุ่มขับเคลื่อน Steering Group ร่วมกับผู้นำแบรนด์หรูผู้ทรงอิทธิพลอย่าง Johann Rupert และ François-Henri Pinault
  • Artemis เตรียมลงทุนเพิ่มเติมใน Farfetch เพื่อสิทธิในการเป็นเจ้าของที่มากขึ้น

ลอนดอน–(BUSINESS WIRE)–06 พฤศจิกายน 2563

วันนี้ Farfetch (NYSE:FTCH), Alibaba Group (NYSE:BABA and HKSE:9988) และ Richemont (SWX:CFR) ได้ประกาศความเป็นพันธมิตรทางธุรกิจระดับโลก เพื่อให้แบรนด์ระดับลักชัวรีมีช่องทางที่ดีขึ้นในการทำตลาดประเทศจีน รวมถึงเป็นการเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ที่มีความหรูหราทั่วโลกให้เร็วขึ้น ด้วยความเชี่ยวชาญและการเข้าถึงตลาดของแต่ละบริษัท ความเป็นพันธมิตรครั้งนี้จะยกระดับธุรกิจค้าปลีกแบรนด์หรูไปสู่เจเนอเรชันใหม่ด้วยการเชื่อมโลกกายภาพและโลกดิจิทัลเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้มีเนื้อหาในลักษณะมัลติมีเดีย ดูอย่างเต็มรูปแบบที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20201105006200/en/

Farfetch เตรียมเปิดตัวแพลตฟอร์มสินค้าหรูบน Alibaba ในจีน

Farfetch มีแผนเปิดตัวช่องทางสำหรับช้อปปิ้งแบรนด์หรูบนแพลตฟอร์มของ Alibaba อย่าง Tmall Luxury Pavilion และ Luxury Soho ซึ่งเป็นสถานที่ช้อปสินค้าหรูระดับพรีเมียมและเอาต์เลตสินค้าหรูของจีนบนมาร์เก็ตเพลสที่ชื่อ Tmall รวมถึง Tmall Global ซึ่งเป็นมาร์เก็ตเพลสสำหรับตลาดต่างประเทศของ Alibaba ช่องทางขายสินค้าใหม่นี้จะช่วยให้แพลตฟอร์มแบรนด์หรูระดับโลกของ Farfetch เข้าถึงผู้บริโภคกว่า 757 ล้านคนบน Alibaba และยังเป็นแหล่งรวมสินค้าแบรนด์หรูหลาย ๆ แบรนด์ของ Farfetch ไว้ที่เดียว ซึ่งจะเป็นโอกาสให้แบรนด์หรูต่าง ๆ ได้ยกระดับการรับรู้ตราสินค้าไปพร้อมกับขยายตลาดผู้บริโภคระดับลักชัวรีที่มีอยู่แล้วให้กว้างขึ้นจากการร่วมจำหน่ายสินค้าบนมาร์เก็ตเพลสระดับโลกของ Farfetch ขณะที่ลูกค้ากลุ่มลักชัวรีจะได้เลือกซื้อสินค้าแบรนด์โปรดผ่านการควบรวมกับ Farfetch หรือแม้แต่ผ่านแพลตฟอร์มที่มีอยู่แล้วอย่าง NET-A-PORTER ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากบน Tmall Luxury Pavilion

การลงทุนเชิงกลยุทธ์ของ Farfetch และ Farfetch China

Alibaba และ Richemont จะลงทุนมูลค่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (บริษัทละ 300 ล้านดอลลาร์) ในพันธบัตรแปลงสภาพส่วนบุคคลที่ออกโดย Farfetch Limited ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเป็นพันธมิตรระดับโลกครั้งนี้ ขณะที่ Alibaba และ Richemont จะลงทุนเป็นมูลค่า 500 ดอลลาร์สหรัฐฯ (บริษัทละ 250 ล้านดอลลาร์) ใน Farfetch China คิดเป็นหุ้น 25% ในกิจการร่วมค้าใหม่นี้ซึ่งรวมการดำเนินการของมาร์เก็ตเพลสของ Farfetch ในประเทศจีนด้วย นอกจากนี้ Alibaba และ Richemont ยังสามารถเลือกที่จะเข้าซื้อหุ้นของ Farfetch China เพิ่มอีก 24% หลังกิจการร่วมค้านี้ก่อตั้งครบ 3 ปีแล้ว Alibaba และ Richemont ยังจะได้รับโอกาสเพิ่มเติมในการร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับ Farfetch เพื่อนำเสนอบริการต่าง ๆ ให้กับแบรนด์หรูต่าง ๆ การลงทุนโดย Alibaba และ Richemont ใน Farfetch China และการก่อตั้งกิจการร่วมค้าครั้งนี้คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ภายในช่วงครึ่งปีแรกของปีปฏิทัน 2564 ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขสุดท้ายก่อนที่จะมีการตกลง

ขณะเดียวกัน Artemis ได้ตกลงที่จะเพิ่มสัดส่วนการลงทุนใน Farfetch จากเดิมด้วยการเข้าซื้อหุ้นสามัญ Class A ของ Farfetch เป็นมูลค่า 50 ดอลลาร์สหรัฐฯ

เร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของอุตสาหกรรมแบรนด์หรูระดับโลก

การค้าปลีกยุคใหม่สำหรับตลาดสินค้าหรู หรือ Luxury New Retail (“LNR”) เป็นการริเริ่มสุดสร้างสรรค์ซึ่งจะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีค้าปลีกในรูปแบบ omnichannel ที่ทันสมัยของ Farfetch และ Alibaba เพื่อตอบสนองความต้องการของธุรกิจแบรนด์หรู รวมถึงโซลูชันสำหรับองค์กรแบบครบวงจรที่มี Farfetch เป็นผู้ขับเคลื่อน โดยโซลูชันเหล่านั้นจะรองรับกลยุทธ์กระจายสินค้าแบบโมโนแบรนด์และมัลติแบรนด์ของแบรนด์หรูต่าง ๆ รวมถึงเว็บไซต์และเเอปพลิเคชันขายสินค้าออนไลน์ที่เชื่อมถึงกันอย่างเต็มรูปแบบ เทคโนโลยีค้าปลีก omnichannel และการเข้าถึงตลาดซื้อขายสินค้าออนไลน์ของทั้ง Farfetch และ Tmall Luxury Pavilion บนแพลตฟอร์มที่รวมกันเป็นหนึ่งเดียว

Farfetch และ Alibaba ยังได้ก่อตั้งกลุ่มที่จะทำหน้าที่ขับเคลื่อนการยกระดับการค้าปลีกยุคใหม่ หรือ LNR ซึ่งมีเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำการก้าวสู่ความเป็นดิจิทัลของอุตสาหกรรมค้าปลีกแบรนด์หรูระดับโลก Johann Rupert ประธานของ Richemont และ François-Henri Pinault ประธานของ Artemis จะร่วมกับ Farfetch และ Alibaba ในฐานะสมาชิกผู้ก่อตั้งและจะนำความเป็นผู้นำและความเชี่ยวชาญรวมกว่าทศวรรษมาสู่กลุ่มขับเคลื่อนนี้

José Neves ผู้ก่อตั้ง ประธานและซีอีโอของ Farfetch กล่าวว่า “การประกาศความเป็นพันธมิตรครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญสำหรับพันธกิจของเราที่ต้องการเชื่อมเจ้าของแพลตฟอร์ม นักสร้างสรรค์ และผู้บริโภคในอุตสาหกรรมแฟชันลักชัวรีเข้าด้วยกัน การลงทุนมูลค่า 1.15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ใน Farfetch จาก Alibaba Group, Richemont และ Artemis เป็นการยืนยันถึงบทบาทของเราในฐานะแพลตฟอร์มแบรนด์หรูระดับโลกอย่างชัดเจน

โปรเจกต์ใหม่ที่ทำร่วมกับ Alibaba Group และ Richemont เป็นการขยายกลยุทธ์ของ Farfetch ในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลที่กำลังเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมแบรนด์หรู ซึ่งถูกเร่งรัดโดยความท้าทายอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนสืบเนื่องจากการระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID-19) โปรเจกต์ Luxury New Retail จะพาเราไปเจอกับวิธีต่าง ๆ ในการช่วยให้อุตสาหกรรมเดินหน้าไปได้ในวงที่กว้างขึ้น และประสบความสำเร็จหลังจากการระบาดของไวรัสหมดไป”

Daniel Zhang ประธานและซีอีโอแห่ง Alibaba Group กล่าวว่า “การจับมือเป็นพันธมิตรกันครั้งนี้เป็นการรวมแพลตฟอร์มค้าปลีกสินค้าหรูและเทคโนโลยีชั้นนำของโลกเข้าด้วยกัน ซึ่งแสดงถึงความสำเร็จอีกขั้นในกลยุทธ์ของ Alibaba ในการตอบสนองความต้องการสินค้าลักชัวรีในจีนที่กำลังเพ่ิมขึ้นอย่างรวดเร็ว ตลาดสินค้าหรูในจีน ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าจะมียอดขายครึ่งหนึ่งของยอดขายสินค้าหรูหราทั่วโลกภายในปี 2568 ประกอบด้วยผู้บริโภควัยหนุ่มสาวหลายร้อยล้านคนที่ใช้ดิจิทัลเป็นหลัก การจับมือกับ Farfetch และขยายความร่วมมือกับ Richemont จะช่วยให้เราพาอุตสาหกรรมค้าปลีกสินค้าหรูเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นดิจิทัลและพลิกโฉมประสบการณ์ช้อปปิ้งสินค้าลักชัวรีให้กับลูกค้าได้เร็วขึ้น”

Johann Rupert ประธานแห่ง Richemont กล่าวว่า “การพัฒนาที่เกิดขึ้นจากความสำเร็จในกิจการร่วมทุนกับ Alibaba สะท้อนถึงการรุดหน้าสู่การค้าปลีกสินค้าหรูในรูปแบบใหม่อันสำคัญ การร่วมมือครั้งนี้เป็นการนำจุดแข็งของแต่ละฝ่ายมาเสริมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเชี่ยวชาญด้านการค้าปลีกสินค้าหรูจาก Maisons และความเป็นพันธมิตรที่เข้มแข็ง การบริการที่เช่ียวชาญ และการดูแลลูกค้าที่เป็นเลิศของ YOOX NET-A-PORTER ซึ่งจะช่วยให้เราส่งมอบประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อให้กับลูกค้าที่มีวิสัยทัศน์ของเรา

ความเป็นพันธมิตรจะทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น ผมยินดีอย่างมากที่ได้ร่วมงานกับ Daniel, José และ François-Henri ในการนำวิสัยทัศน์ที่เรามีร่วมกันมาทำให้เกิดผล เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอตุสาหกรรมลักชัวรีแห่งอนาคต“

François-Henri Pinault ประธานแห่ง Artemis กล่าวว่า “ศักยภาพในการเติบโตของการขายสินค้าหรูออนไลน์ไม่เคยสดใสเท่านี้มาก่อน และความสำคัญของประเทศจีนต่ออุตสาหกรรมสินค้าหรูก็ฉายให้เห็นเพิ่มมากขึ้นทุกวัน วิสัยทัศน์ของ José Neves ทำให้ Farfetch มีบทบาทสำคัญในการยกระดับประสบกรณ์ซื้อขายสินค้าผ่านกลยุทธ์ omnichannel ให้กับลูกค้าในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ การลงทุนโดย Artemis แสดงให้เห็นถึงความเชื่อของเราต่ออนาคตของ Farfetch และตัวผมเองก็ตั้งตารอที่จะได้สัมผัสอนาคตของการค้าปลีกสินค้าหรูร่วมกับกลุ่มคนผู้มีวิสัยทัศน์และความเชี่ยวชาญเหล่านี้”

Goldman Sachs International (ทีมหลัก) และ Allen & Company LLC ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางด้านการเงินให้กับ Farfetch

การออกพันธบัตรแปลงสภาพส่วนบุคคล 0% ที่ครบกำหนดในปี 2573 มูลค่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ของ FARFETCH

เพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาเชิงกลยุทธ์ข้างต้น Alibaba Group และ Richemont ได้ตกลงที่จะซื้อพันธบัตรแปลงสภาพ 0% มูลค่า 300 ล้านดอลลาร์ ครบกำหนดในปี 2573 ("พันธบัตร") ซึ่งออกโดย Farfetch Limited ("บริษัท ") สำหรับรายได้รวมทั้งหมด 600 ล้านดอลลาร์ เงินทุนที่เพิ่มเข้ามาจะช่วยสนับสนุนกลยุทธ์ระยะยาวของ Farfetch ในการให้บริการแพลตฟอร์มเทคโนโลยีระดับโลกสำหรับอุตสาหกรรมแฟชันอันหรูหรา และช่วยให้เป้าหมายที่ต่อเนื่องของบริษัทในการวางแผนการเติบโตและเดินหน้าสู่การทำกำไรได้สำเร็จง่ายขึ้น การขายพันธบัตรให้กับ Alibaba Group และ Richemont คาดว่าจะสำเร็จลุล่วงราววันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขสุดท้ายก่อนที่จะมีการตกลง

พร้อมกับการลงทุนครั้งนี้ Alibaba Group จะเสนอชื่อผู้อำนวยการหนึ่งคนให้ดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการบริหารของ Farfetch

พันธบัตรจะครบกำหนดในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2573 เว้นแต่จะมีการแปลง แลก หรือซื้อคืนภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด พันธบัตรจะไม่มีดอกเบี้ยและจำนวนเงินต้นของพันธบัตรจะไม่มีการทบสูงขึ้น ก่อนการปิดทำการในวันซื้อขายที่กำหนดไว้ในวันที่สองก่อนวันครบกำหนด ผู้ถือพันธบัตรสามารถแปลงสภาพพันธบัตรในราคาเดิมที่ประมาณ 32.29 ดอลลาร์ เท่ากับมูลค่าหุ้น 22% ของราคาเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักตลอดระยะเวลาการซื้อขายสามสิบ (30) วัน สิ้นสุดในวันที่ 30 ตุลาคม 2563 เมื่อมีการแปลงสภาพแล้ว พันธบัตรจะถูกจัดให้เป็นหุ้นสามัญประเภท A ของบริษัท (ภายใต้สิทธิ์ของบริษัท ในบางกรณี เพื่อแปลงสภาพพันธบัตรให้เป็นหุ้นสามัญ Class A เงินสด หรือทั้งสองรวมกันโดยการลงคะแนนเสียงของบริษัท) หากมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นซึ่งส่งผลให้ปัจจัยพื้นฐานมีการเปลี่ยนแปลง (Fundamental Change) (ตามที่กำหนดไว้ในข้อตกลงเกี่ยวกับนิยามของพันธบัตร) ผู้ถือพันธบัตรมีสิทธิ์เรียกร้องให้บริษัทซื้อคืนพันธบัตรทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นเงินสดในราคาเท่ากับ 100% ของจำนวนเงินต้นรวมทั้งดอกเบี้ยพิเศษที่ค้างชำระภาย ถ้ามี ในวันที่ครบกำหนด ในบางกรณี บริษัท อาจเพิ่มอัตราการแปลงสภาพสำหรับเจ้าของที่ทำการแปลงสภาพพันธบัตรตามการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยพื้นฐาน

Alibaba Group และ Richemont อาจให้บริษัทซื้อคืนพันธบัตรทั้งหมดหรือบางส่วนในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ในราคาซื้อคืนเท่ากับ 100% ของจำนวนเงินต้นที่จะซื้อคืน รวมทั้งดอกเบี้ยที่ค้างจ่ายและยังไม่ได้ชำระ หากมี โดยรวมวันที่ซื้อคืนดังกล่าว

บริษัทไม่สามารถไถ่ถอนพันธบัตรก่อนวันที่ 15 พฤศจิกายน 2566 ได้ ยกเว้นในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายภาษีบางประการ ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2566 เป็นต้นไป บริษัทอาจไถ่ถอนพันธบัตรเป็นเงินสดทั้งหมดหรือบางส่วนของพันธบัตรที่เกี่ยวข้องหากราคาขายสุดท้ายของหุ้นสามัญ Class A มีมูลค่าอย่างน้อย 130% (หรือ 200% หากพันธบัตรที่เกี่ยวข้องซึ่งอยู่ในครอบครองของ Alibaba Group หรือ Richemont มีจำนวนเพียงพอในขณะนั้น) ของราคาแลกเปลี่ยน และให้มีผลในอย่างน้อย 20 วันทำการซื้อขาย (ไม่ว่าจะติดต่อกันหรือไม่ก็ตาม) ในช่วงระยะเวลาการซื้อขาย 30 วันติดต่อกัน (รวมถึงวันซื้อขายสุดท้ายของช่วงเวลาดังกล่าว) สิ้นสุดในวันซื้อขายก่อนวันที่บริษัทแจ้งการไถ่ถอน ในราคาเท่ากับ 100% ของจำนวนเงินต้นของพันธบัตรที่จะไถ่ถอนรวมทั้งดอกเบี้ยพิเศษที่ค้างรับและยังไม่ได้ชำระ หากมี จนถึงแต่ไม่รวมวันที่ไถ่ถอน

หลังออกพันธบัตรแล้ว พันธบัตรจะอยู่ในสถานะหุ้นกู้ที่ไม่มีหลักประกันและไม่ด้อยสิทธิของบริษัท และจะถูกจัดให้เป็นหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิสำหรับชำระหนี้ที่ไม่มีหลักประกันของบริษัท ซึ่งเป็นหุ้นกู้ด้อยสิทธิในการชำระหนี้ของพันธบัตรโดยชัดแจ้ง เทียบเท่ากับการชำระหนี้ผูกพันแบบไม่มีหลักประกันใด ๆ ของบริษัทซึ่งไม่ด้อยสิทธิ ส่งผลให้เป็นหุ้นกู้ด้อยสิทธิในการชำระหนี้แบบมีหลักประกันของบริษัท ในขอบเขตของมูลค่าของทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันการเป็นหนี้ดังกล่าว ด้อยสิทธิต่อพันธบัตรไม่ด้อยสิทธิแบบแปลงสภาพได้ 5.00% ของบริษัทซึ่งครบกำหนดปี 2568 และด้อยสิทธิต่อความเป็นหนี้และภาระผูกพันอื่น ๆ (รวมถึงเจ้าหนี้การค้า) ของบริษัทย่อยของบริษัท

การเปิดเผยข้อมูลการลงทุนของ ARTEMIS

เพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาเชิงกลยุทธ์ข้างต้น Artemis ได้ตกลงที่จะซื้อหุ้นสามัญ Class A ที่ออกโดย Farfetch จำนวน 1,889,338 หน่วยสำหรับกำไรรวมขั้นต้นราว 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ การออกหุ้นให้กับ Artemis คาดว่าจะเสร็จสิ้นในหรือประมาณวันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 ซึ่งขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการปิดตามธรรมเนียม

ข้อมูลการประชุมทางไกลผ่านโทรศัพท์

Farfetch จะจัดประชุมทางไกลผ่านโทรศัพท์ในวันพรุ่งนี้ ซึ่งตรงกับวันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 เวลา 8:00 น. ตามเขตเวลาตะวันออก เพื่อหารือถึงธุรกรรมและการลงทุนที่กล่าวมาข้างต้น ผู้สนใจสามารถฟังการประชุมสดผ่านการถ่ายทอดเสียงได้ที่เว็บไซต์ http://farfetchinvestors.com และชมการนำเสนอสไลด์ไปพร้อมกัน โดยสามารถชมบันทึกการประชุมย้อนหลังได้ 30 วันที่เว็บไซต์เดียวกันนี้

ข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์ในอนาคต

เอกสารเผยแพร่นี้ประกอบด้วยข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์ในอนาคตตามความหมายของพระราชบัญญัติปฏิรูปการฟ้องร้องคดีหลักทรัพย์ส่วนบุคคลปี 2538 ข้อความทั้งหมดในที่นี้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในอดีตให้ถือว่าเป็นการคาดการณ์ในอนาคต ซึ่งประกอบด้วย แต่ไม่จำกัดเฉพาะ การทำธุรกรรมใด ๆ และผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกิจการร่วมค้าของ Farfetch China และการค้าปลีกยุคใหม่สำหรับตลาดสินค้าหรู (Luxury New Retail) โอกาสในอนาคตและระดับของธุรกิจที่คาดหมาย ผลการประกอบการและผลการดำเนินงานในอนาคต กิจกรรมและเป้าหมายที่วางแผนไว้ การเติบโตที่คาดการณ์ โอกาสทางการตลาด กลยุทธุ์ การแข่งขันและความคาดหวังอื่น ๆ และ/หรือความสำเร็จในการออกพันธบัตร และ/หรือหุ้นสามัญ Class A ของ Farfetch และสมมติฐานใด ๆ ที่เป็นการเน้นย้ำถึงข้อความดังกล่าว รวมถึงข้อความที่ประกอบด้วยคำว่า “คาดว่า” “ตั้งใจ” “วางแผน” “เชื่อ” “ตั้งเป้า” “คาดการณ์” “ประมาณการ” “อาจจะ” “ควร” “คาด” และข้อความอื่น ๆ ที่คล้ายกันซึ่งบ่งชี้ถึงเหตุการณ์ในอนาคต ข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์ในอนาคตเหล่านี้อ้างอิงจากการคาดการณ์ของฝ่ายบริหารซึ่งเป็นปัจจุบันในขณะนั้น ข้อความเหล่านี้ไม่ใช่คำมั่นหรือหลักประกันใด ๆ และมีความเสี่ยงทั้งที่ทราบและไม่ทราบ ความไม่แน่นอน และปัจจัยที่สำคัญอื่น ๆ ที่อาจส่งผลให้ผลประกอบการ ผลการดำเนินงาน หรือความสำเร็จที่เกิดขึ้นจริงแตกต่างออกไปจากผลที่เกิดขึ้นในอนาคตที่กล่าวถึงทั้งโดยตรงและโดยนัยในข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์ในอนาคต รวมถึงปัจจัยที่พูดถึงในหัวข้อ “ปัจจัยเสี่ยง” ใน Form 20-F ในรายงานประจำปีของเรา ซึ่งได้ยื่นต่อยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) ของสหรัฐอเมริกา เมื่อสิ้นสุดปีงบประมาณเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2562 และปัจจัยเหล่านั้นอาจมีการปรับปรุงแก้ไขในเอกสารอื่น ๆ ที่ยื่นต่อ SEC ซึ่งสามารถดูได้ที่เว็บไซต์ของ SEC ที่ www.sec.gov และหน้าสำหรับนักลงทุนบนเว็บไซต์ของเราที่ www.farfetchinvestors.com และนอกจากนี้ เราดำเนินธุรกิจในสภาพแวดล้อมที่มีการแข่งขันสูงและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจมีความเสี่ยงใหม่ ๆ เกิดขึ้น ฝ่ายบริหารของเราจึงไม่สามารถคาดการณ์ความเสี่ยงได้ทั้งหมด หรือประเมินผลกระทบจากความเสี่ยงต่อธุรกิจของเราได้ทั้งหมด หรือระดับที่ปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งหรือทั้งหมดจะส่งผลให้ผลการดำเนินงานจริงแตกต่างจากที่กล่าวในข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์ในอนาคตใด ๆ ของเรา  และด้วยความเสี่ยง ความไม่แน่นอน และสมมติฐานเหล่านี้ เหตุการณ์และสถานการณ์ที่เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าซึ่งกล่าวถึงในเอกสารประชาสัมพันธ์ฉบับนี้จึงมีความไม่แน่นอนและอาจไม่เกิดขึ้นจริง และผลที่เกิดขึ้นจริงอาจแตกต่างออกไปอย่างมากจากกล่าวไว้ในที่นี้ทั้งโดยตรงและโดยนัย ฉะนั้น ไม่ควรใช้ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าเป็นการคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคต และข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์ในอนาคตในเอกสารประชาสัมพันธ์นี้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์หรือข้อมูล ณ วันที่จัดทำเท่านั้น เว้นเสียแต่จะกำหนดไว้โดยกฎหมาย เราไม่มีภาระผูกพันในการปรับปรุงหรือแก้ไขข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์ในอนาคตใด ๆ ให้เป็นไปตามข้อมูลใหม่ เหตุการณ์ในอนาคต หรืออื่นใดหลังจากวันที่จัดทำเอกสารนี้ขึ้นแล้ว หรือเพื่อให้สอดคล้องกับเหตุการณ์ที่นอกเหนือจากที่คาดการณ์ไว้

เกี่ยวกับ FARFETCH

Farfetch Limited เป็นแพลตฟอร์มระดับโลกสำหรับวงการแฟชันหรู Farfetch ก่อตั้งขึ้นในปี 2550 โดย José Neves ผู้ซึ่งหลงใหลในแฟชัน ก่อนเปิดตัวในปี 2551 โดยเริ่มต้นจากการเป็นแหล่งซื้อขายสินค้าออนไลน์สำหรับร้านสินค้าระดับหรูจากทั่วโลก ปัจจุบันมาร์เก็ตเพลสของ Farfetch ให้ลูกค้าในกว่า 190 ประเทศทั่วโลกเลือกซื้อสินค้าจากกว่า 50 ประเทศและแบรนด์ ร้านบูติกและห้างสรรพสินค้าระดับโลกกว่า 1,300 ราย มอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่แท้จริง และการเข้าถึงสินค้าหรูที่มีตัวเลือกเยอะที่สุดบนแพลตฟอร์มเดียว ธุรกิจอื่น ๆ ของ Farfetch ประกอบด้วย Farfetch Platform Solutions ซึ่งให้บริการลูกค้าระดับองค์กรด้านอีคอมเมิร์ซและความสามารถด้านเทคโนโลยีต่าง ๆ รวมถึง Browns and Stadium Goods ซึ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์ระดับหรูให้กับผู้บริโภค และ Guards แพลตฟอร์มสำหรับการพัฒนาแบรนด์แฟชันระดับโลก นอกจากนี้ Farfetch ยังลงทุนในนวัตกรรมต่าง ๆ เช่น โซลูชันค้าปลีกในโลกเสมือนจริงอย่าง Store of the Future และยังพัฒนาเทคโนโลยีหลัก ๆ โซลูชันทางธุรกิจ และบริการต่าง ๆ ป้อนอุตสาหกรรมแฟชันลักชัวรีอีกด้วย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดดูที่ www.farfetchinvestors.com

เกี่ยวกับ ALIBABA GROUP

เป้าหมายของ Alibaba Group คือการทำให้การทำธุรกิจเป็นเรื่องง่ายในทุก ๆ ที่ บริษัทตั้งเป้าสร้างระบบพื้นฐานของการค้าขายให้กับอนาคต และปรารถนาที่จะได้เห็นลูกค้าพบปะ ทำงาน และใช้ชีวิตที่ Alibaba ซึ่งนั่นจะทำให้ Alibaba เป็นบริษัทที่ดีซึ่งมีอายุยาวนานถึง 102 ปี

เกี่ยวกับ RICHEMONT

Richemont เป็นเจ้าของธุรกิจ Maisons ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติถึงเอกลักษณ์อันโดดเด่น ความประณีตและความสร้างสรรค์ กลุ่มดำเนินธุรกิจสี่ด้าน ได้แก่: อัญมนี ประกอบด้วยแบรนด์ Buccellati, Cartier และ Van Cleef & Arpels ผลิตนาฬิกา ประกอบด้วยแบรนด์ A. Lange & Söhne, Baume & Mercier, IWC Schaffhausen, Jaeger-LeCoultre, Panerai, Piaget, Roger Dubuis และ Vacheron Constantin จำหน่ายสินค้าออนไลน์ ได้แก่ YOOX NET-A-PORTER GROUP (NET-A-PORTER, MR PORTER, YOOX, THE OUTNET) และ Watchfinder & Co. และอื่น ๆ โดยเน้นที่ธุรกิจแฟชันและเครื่องประดับภายใต้เครือ Maisons ประกอบด้วยแบรนด์ Alaïa, Chloé, dunhill, Montblanc และ Peter Millar

เกี่ยวกับ ARTEMIS

Artemis ก่อตั้งขึ้นในปี 2535 โดยนักธุรกิจชาวฝรั่งเศสอย่าง François Pinault โดย Artemis เป็นผู้ถือหุ้นผู้มีอำนาจในการตัดสินใจของกลุ่มธุรกิจแบรนด์หรูระดับโลกอย่าง Kering (Gucci, Saint Laurent, Bottega Veneta, Balenciaga, Alexander McQueen, Brioni, Boucheron, Pomellato, Dodo, Qeelin, Ulysse Nardin, Girard-Perregaux และ Kering Eyewear) Artemis ยังเป็นเจ้าของบริษัทซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับอีกหลายแห่ง ได้แก่ ธุรกิจจัดประมูล Christie สวนองุ่น Chateau Latour และเรือสำราญ Ponant และในฐานะผู้ถือหุ้น Artemis ตั้งเป้าหมายที่การเติบโตระยะยาวและการสร้างมูลค่าให้กับธุรกิจ

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20201105006200/en/

ติดต่อ:

แผนกนักลงทุนสัมพันธ์ของ Farfetch:
Alice Ryder
รองประธานแผนกนักลงทุนสัมพันธ์
IR@farfetch.com

แผนกสื่อของ Farfetch Media:
Susannah Clark
รองประธานแผนกงานสื่อสาร
susannah.clark@farfetch.com
+44 7788 405224

Brunswick Group
farfetch@brunswickgroup.com
สหรัฐอเมริกา: +1 (212) 333 3810
สหราชอาณาจักร: +44 (0) 207 404 5959

Alibaba Group:
Julia Hutton-Potts
j.hutton-potts@alibaba-inc.com
+44-7307807007

Holly Zhao
holly.zhao@alibaba-inc.com
+1-5054693316

Ivy Ke
ivy.ke@alibaba-inc.com
+852-55909949

Richemont:
Sophie Cagnard ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร
James Fraser กรรมการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์
ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับนักลงทุนและนักวิเคราะห์ติดต่อที่: +41 22 721 30 03; investor.relations@cfrinfo.net
ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อติดต่อที่: +41 22 721 35 07; pressoffice@cfrinfo.netrichemont@teneo.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย