NTHU และ DAICEL แห่งประเทศญี่ปุ่นร่วมกันพัฒนาปฏิวัติวงการโรงงานเคมีบนเดสก์ท็อป

Logo

นครซินจู๋ ไต้หวัน–(BUSINESS WIRE)–28 ตุลาคม 2564

มหาวิทยาลัยแห่งชาติชิงหัว (NTHU) และ DAICEL บริษัทเคมีที่มีชื่อของญี่ปุ่น ประกาศโครงการร่วมห้าปีเพื่อบูรณาการระบบไมโครฟลูอิดิกส์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่พัฒนาโดยนักวิชาการคิตาโมริ ทาเคฮิโกะ เข้ากับอุตสาหกรรมการผลิตเคมีในปัจจุบัน การลงทุนในโครงการนี้เป็นจำนวนเงิน 450 ล้านเยนญี่ปุ่น (ประมาณ 110 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน) และมีศักยภาพในการลดการใช้พลังงานในขณะที่ลดการผลิตของคาร์บอนและของเสียที่คาดว่าจะสร้างมาตรฐานใหม่เพื่อความยั่งยืนในอุตสาหกรรมเคมี

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีเนื้อหามัลติมีเดีย อ่านฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20211028005388/en/

Prof. Kitamori Takehiko has developed an innovative microfluidic system which allows the mixing and extracting operations conventionally carried out with large-scale equipment to be performed using a glass chip the size of a business card. (Photo: National Tsing Hua University)

ศาสตราจารย์คิตาโมริ ทาเคฮิโกะ ได้พัฒนาระบบไมโครฟลูอิดิกส์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ซึ่งช่วยให้การดำเนินการผสมและการสกัดทั่วไปให้สำเร็จด้วยอุปกรณ์ขนาดใหญ่ได้โดยใช้ชิปแก้วที่มีขนาดเท่ากับนามบัตร (ภาพ: มหาวิทยาลัยแห่งชาติชิงหัว)

ศาสตราจารย์คิตาโมริ ผู้บุกเบิกที่มีชื่อเสียงระดับโลกในด้านเทคโนโลยีไมโครฟลูอิดิกส์และนาโนฟลูอิดิกส์ และอดีตรองอธิการบดีของมหาวิทยาลัยโตเกียว โดยดำรงตำแหน่ง Yushan Honorary Chair Professor ของ Institute of Nanoengineering and Microsystems ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกลไฟฟ้าที่ NTHU ตั้งแต่ปี 2563 จากการวิจัยครั้งก่อนของเขาที่มหาวิทยาลัยโตเกียว เขาได้พัฒนาระบบไมโครฟลูอิดิกส์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ซึ่งช่วยให้การดำเนินการผสมและการสกัดทั่วไปให้สำเร็จด้วยอุปกรณ์ขนาดใหญ่ได้โดยใช้ชิปแก้วที่มีขนาดเท่ากับนามบัตรและ สามารถรวมชิปไมโครฟลูอิดิกส์หลายพันชิ้นในเวลาเดียวกัน ทำให้สามารถสร้าง “โรงงานเคมีบนเดสก์ท็อป หรือ desktop chemical plant” ได้

คิตาโมริ อธิบายว่าอาจเป็นเรื่องยากเลยทีเดียวที่จะผสมสารเคมีในถังขนาดใหญ่หลายถังในพริบตาเดียวด้วยอุณหภูมิและความเร็วของปฏิกิริยาที่ต่างกัน และอาจมีการระเบิดได้หากไม่จัดการวัสดุอย่างระมัดระวัง ดังนั้นวิธีที่นิยมในการผสมสารเคมีคือการส่งผ่านไมโครแชนเนล ซึ่งทำให้สามารถควบคุมปริมาณวัตถุดิบที่ใช้ได้อย่างแม่นยำ ตลอดจนผสมตามลำดับและเงื่อนไข ซึ่งจะทำให้คุณภาพของผลิตภัณฑ์ขั้นตอนสุดท้ายเหมาะสมที่สุด

คิตาโมริ กล่าวว่าเป้าหมายของโครงการนี้คือการลดขนาดของอุปกรณ์การผลิตสารเคมี เพื่อให้โรงงานที่ผลิตขนาด 20 x 20 เมตรในปัจจุบันสามารถย่อขนาดให้เล็กลงในระบบขนาดเพียงสองตารางเมตร ยิ่งไปกว่านั้นระบบดังกล่าวจะใช้พลังงานและวัสดุที่น้อยลง ทำให้มีราคาถูกลง และลดการผลิตคาร์บอนอีกด้วย

เมื่อหลายปีก่อน ตอนประธานโอกาวะ โยชิมิ ของ DAICEL ได้ยินเกี่ยวกับเทคโนโลยีไมโครฟลูอิดิกส์ที่พัฒนาโดยคิตาโมริ เขารู้สึกประทับใจอย่างยิ่งและตอนนี้มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ DAICEL จะผสานรวมเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมนี้เข้ากับการดำเนินงาน นอกจากนี้เขายังตั้งตารอที่จะร่วมมือกับ NTHU ในการนำเสนอกระบวนการผลิตในยุคนี้สู่สายตาชาวโลก ซึ่งเขามองว่าเป็นแนวทางในการส่งเสริมความยั่งยืนและเศรษฐกิจหมุนเวียน

Dr. Fan-gang Tseng รองประธานและผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนาของ NTHU กล่าวว่าเขามองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับการพัฒนาโรงงานเคมีไมโครฟลูอิดิกส์ในอนาคต เขาชี้ให้เห็นว่าการนำกระบวนการไมโครฟลูอิดิกส์นี้ไปใช้โดย DAICEL ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทเคมีที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และโรงงานเคมีขนาดเล็กและขนาดกลางหลายแห่งของไต้หวันจะเป็นการก้าวกระโดดที่ปฏิวัติวงการ และอาจนำไปสู่กระบวนการที่คล้ายคลึงกันซึ่งถูกนำไปใช้โดยอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และชีวการแพทย์

อ่านเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20211028005388/en/

ติดต่อ:

Holly Hsueh
NTHU
(886)3-5162006
hoyu@mx.nthu.edu.tw

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย