Ascential plc จะเข้าซื้อ MediaLink

Logo

ลอนดอน–(บิสิเนส ไวร์)—7 กุมภาพันธ์ 2017

 

 

Ascential plc บริษัทสื่อระดับโลกที่ได้รับการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน วันนี้ได้ประกาศว่าจะซื้อ MediaLink 100% ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้คำปรึกษาและบริการทางธุรกิจประจำในสหรัฐอเมริกาlogo

 

สามารถรับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: http://www.businesswire.com/news/home/20170207005806/en/

 

MediaLink เป็นบริษัทเอกชนที่สร้างผลประโยชน์ในการแข่งขันโดยการให้บริการให้คำแนะนำทางธุรกิจสำหรับบริษัทมากมายไม่ว่าจะเป็นบริษัทเล็กๆ ที่เพิ่งเริ่มต้นหรือบริษัทที่เป็นองค์กรใหญ่ระดับโลกในธุรกิจสื่อ การตลาด โฆษณา บันเทิง และเทคโนโลยี

 

 

Duncan Painter, CEO ของ Ascential กล่าวว่า:

“MediaLink เป็นผู้นำในธุรกิจ โดยมีแบรนด์ที่แข็งแกร่งในสหรัฐอเมริกา จึงเหมาะสมดีเยี่ยมกับ Ascential ของเรา และผมก็มั่นใจว่าเราสามารถช่วยให้ธุรกิจของ MediaLink เร่งสปีดรุกในตลาดใหม่ๆ โดยใช้สินทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานในไม่กี่เดือนหรือปีข้างหน้านี้ ผมเห็นการผนึกพลังระหว่าง MediaLink และผลิตภัณฑ์ของเราในการช่วยขยายธุรกิจและสร้างคุณค่าใหม่ๆ เพิ่มเติมสำหรับผู้ถือหุ้น”

 

MediaLink ก่อตั้งในปี 2003 โดยประธานและ CEO Michael Kassan มีพนักงานมากกว่า 120 คนในสหรัฐอเมริกา บริษัทจะพัฒนาให้แข็งแกร่งและขยายด้วยกลยุทธ์ทางธุรกิจของ Ascential ซึ่งจะเป็นเจ้าของธุรกิจระดับโลก ที่เป็นผู้นำตลาด รวมถึงแบรนด์ในตลาด โดยให้ข้อมูลที่ไว้วางใจได้และเครือข่ายที่มีมูลค่าให้กับนักธุรกิจมืออาชีพ

 

Michael Kassan, ประธานและ CEO ของ MediaLink กล่าวว่า:

“นี่ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงของ MediaLink การที่เดินตามรอยของ Ascential และทรัพยากรและความสามารถขององค์กรของพวกเรา เรากำลังจะเขียนประวัติศาสตร์ที่ดีที่สุดบทหนึ่งใน MediaLink เราตั้งตารอที่จะร่วมมือกันในการเติบโตและได้รับโอกาสใหม่ๆ สำหรับบริษัทของเราทั้งสอง”

 

Kassan จะยังคงเป็นประธานและ CEO ของ MediaLink ทำงานอย่างใกล้ชิดกับ Painter เพื่อบูรณาการและขยายพัฒนาธุรกิจ ใช้ทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐานของ Ascential ในเดือนหรือปีข้างหน้านี้

 

MediaLink ทำงานกับลูกค้า Cannes Lions ตั้งแต่ปี 2011 ซึ่งความเป็นกลางเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจทั้งสอง และเขาจะบริหารงานเป็นเอกเทศจากกัน MediaLink จะยังคงสร้างความสัมพันธ์กับ Cannes Lions และเริ่มความสัมพันธ์ใหม่กับผลิตภัณฑ์อื่นของ Ascential ที่เหมาะสม

 

การซื้อขายคาดว่าจะแล้วเสร็จ ภายใต้กฎข้อบังคับของกฎหมายสหรัฐ ภายในเดือนหน้าและเมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว MediaLink จะจัดตั้งส่วนของการให้บริการข้อมูลของ Ascential

 

LionTree Advisors ของ Aryeh Bourkoff เป็นผู้ให้คำปรึกษาด้านการเงินกับ MediaLinkโดยมี LionTree Partner Ben Braun เป็นผู้ให้คำปรึกษาหลัก

 

ข้อมูลสำหรับบรรณาธิการ:

เกี่ยวกับ MediaLink

MediaLink ปฏิบัติงานในส่วนของสื่อ การตลาด โฆษณา บันเทิง และเทคโนโลยี โดยให้บริษัทต่างๆ ได้มีคำแนะนำ พาร์ทเนอร์ โอกาส ที่ต้องการในการเกิดการเปลี่ยนแปลงและขับเคลื่อนให้เกิดโซลูชั่นส์ MediaLink ซึ่งไม่เหมือนบริษัทอื่นในการให้กลยุทธ์ด้านการให้คำปรึกษา ได้ช่วยให้บริษัทนำไปปฏิบัติในด้านหลักต่างๆ เช่นการเร่งเพิ่มรายได้ การตลาด กลยุทธ์ของการลงทุน โซลูชั่นส์ด้านข้อมูลและเทคโนโลยี และแรงงานที่มีความสามารถ (รวมถึงการหาและรักษา Executive Search) ก่อตั้งในปี 2003 โดย Michael E. Kassan ทาง MediaLink จ้างพนักงานมากกว่า 120 คนในนิวยอร์ก ชิคาโก ลอส แองเจลิส และซานฟรานซิสโก www.medialink.com

 

เกี่ยวกับ Ascential plc

Ascential plc เป็นบริษัทด้านสื่อชั้นนำระดับโลกที่ให้ข้อมูลและเชื่อมต่อโลกธุรกิจใน 150 ประเทศ ผ่านทางนิทรรศการและเทศการ รวมถึงบริการข้อมูลชั้นนำของตลาด Ascential เสริมพลังให้กับเทศกาล Cannes Lions อันทรงเกียรติสำหรับอุตสาหกรรมการสื่อสารแบรนด์ คองเกรสการให้บริการด้านการจ่ายเงินและการเงินของโลกอย่าง Money20/20, Spring Fair/Autumn Fair, บริการคาดคะเนเทรนด์แฟชั่นโลก WGSN และธุรกิจข้อมูลความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม Groundsure ไลน์ผลิตภัณฑ์ของ Ascential 15 ไลน์จาก 19 ได้ครองตำแหน่งเป็นอันดับหนึ่ง ผลิตภัณฑ์พรีเมียมของ Ascential ทำให้เกิดการโฟกัส เติบโต และมีมูลค่า บริษัทให้บริการลูกค้าด้วยเนื้อหาระดับโลกและการเชื่อมต่อที่จะช่วยให้ธุรกิจได้รับข้อมูลข่าวสารที่ดีที่สุดและเชื่อมต่อสื่อสารได้ดีที่สุด www.ascential.com

 

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20170207005806/en/

CONTACT:

 

Ascential

 

Stephen Martincic, +44 (0)79 3961 9070

 

Jane Windsor, +44 (0)77 7552 3156

 

or

 

FTI Consulting, +44 (0)203 727 1000

 

Edward Bridges, Matt Dixon, Chris Lane

 

หรือ

 

MediaLink

 

Lena Petersen, +1 773 562 8472

 

นับถอยหลังสุดยอดเทศกาลอาหารนานาชาติยิ่งใหญ่แห่งปี “Bangkok Gourmet Festival 2017”

Logo

ยกขบวนเชฟมิชลินสตาร์ระดับโลก และร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งชื่อดังในงานเดียว จัดเต็มความสนุก ความอร่อย รวมทั้งศาสตร์และศิลป์การปรุงอาหาร  3-5 มีนาคม นี้ ที่ รอยัล พารากอนฮอลล์ 

logoกลุ่มทรู โดยทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป ประกาศจัดงานเทศกาลอาหารนานาชาติสุดยิ่งใหญ่แห่งปี Bangkok Gourmet Festival 2017 (แบงคอก กูร์เมต์ เฟสติวัล) เปิดประสบการณ์ความสุขรูปแบบใหม่เต็มอิ่มกับการลิ้มชิมสุดยอดอาหารทั้งจากมาสเตอร์เชฟชาวไทย และเซเลบริตี้เชฟชาวต่างชาติระดับโลกจากยุโรป อเมริกาและเอเชียที่การันตีโดยมิชลินสตาร์รวม 10 ดาว หรือเลือกอิ่มอร่อยกับอาหารชั้นเลิศจากจาก 60 ร้าน อาหารไฟน์ไดนิ่งชื่อดังทั้งจากต่างประเทศและทั่วทุกภาคของไทย พร้อมสัมผัสเทรนด์อาหารใหม่ๆ จากทั่วโลก ศาสตร์และศิลป์ในการปรุง ทั้งพบหลากหลายนวัตกรรมด้านอาหาร และร่วมสนุกกับกิจกรรมพิเศษตลอดสามวันของการจัดงาน 3-5 มีนาคม ณ รอยัลพารากอน ฮอลล์ 

นายองอาจ ประภากมล กรรมการ บริษัท ทรู วิชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด ในกลุ่มทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า  ด้วยปัจจุบันชาวไทยและต่างชาติต่างให้ความสนใจในรสชาติและรูปแบบอาหารต่างๆ มากขึ้น อีกทั้งนิยมที่จะสรรหาอาหารสไตล์ไฟน์ไดนิ่ง ทั้งจากร้านอาหารชั้นนำและเชฟระดับมิชลินสตาร์ จึงเป็นที่มาของการจัดงานเทศกาลอาหารนานาชาติสุดยิ่งใหญ่แห่งปี Bangkok Gourmet Festival 2017 ที่กลุ่มทรูตั้งใจสร้างสรรค์เพื่อมอบสุดยอดประสบการณ์ด้านอาหารรูปแบบใหม่ครั้งแรกของไทยที่รวมเชฟมิชลินสตาร์ระดับโลกและร้านไฟน์ไดนิ่งชั้นนำไว้ด้วยกัน นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการนำเสนอวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของอาหารนานาชาติและโดยเฉพาะอาหารไทย ตอกย้ำความโดดเด่นด้านรสชาติและความอร่อยให้เป็นที่ประจักษ์แก่ผู้มาร่วมงานอีกด้วย

ทรูวิชั่นส์ ในฐานะผู้นำธุรกิจด้านไลฟ์สไตล์และคอนเทนท์ ยังได้คัดสรรคอนเทนท์รายการคุณภาพด้านอาหารที่มีชื่อเสียงจากช่องรายการ ร่วมสร้างสีสันนำเสนอในช่วงงานกิจกรรม รวมทั้งกลุ่มทรูยังจัดเตรียมสิทธิประโยชน์เพื่อมอบเป็นพิเศษให้แก่ลูกค้าทรูยูอีกด้วย

เทศกาล Bangkok Gourmet Festival 2017 จะนำเสนออาหารนานาชาติกว่า 60 ร้านค้า ผสมผสานทั้งร้านอาหารต่างประเทศชั้นเลิศกับอาหารรสชาติดั้งเดิมของไทยจากทั้งห้าภาค เต็มอิ่มจุใจกับอาหารแบบพอดีคำ (bite size) จากร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งและร้านอาหารชั้นนำที่เป็นที่ยอมรับจากผู้บริโภคในเรื่องของรสชาติและรูปแบบการนำเสนอและเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครเข้าร่วมงาน โดยจะมีเมนูสุดพิเศษจากร้าน Iron Chef Table, Savelberg, Osha, Ginza Sushi Ichi, J'aime by Jean-Michel Lorain, Lenzi Tuscan Kitchen, Crostini Italian Restaurant, Honmono Sushi, Saffron, Benjarong Thai Cuisine, The Reflexions, Upstairs Mikkeller, Indus, Cuisine de Garden, Lobster & Oyster, ห้องอาหารจากโรงแรมสุโขทัย และร้านอาหารชั้นนำมากมาย 

พลาดไม่ได้กับการชิมอาหารสุดพิเศษจากเชฟมิชลินสตาร์ชื่อดังระดับโลกอย่าง Alvin Leung เชฟมิชลินสตาร์สามดาวเจ้าของฉายา Demon Chef จากร้าน Bo Innovation จากฮ่องกง เชฟมิชลินสตาร์สามดาวชื่อดังจากชิคาโก้อย่างเชฟ Curtis Duffy ที่มาเยือนประเทศไทยเป็นครั้งแรกพร้อมกับเมนูสุดพิเศษจากร้าน Grace และเชฟ Guillaume Galliot จากร้าน The Tasting Room ในมาเก๊า พร้อมกับมาสเตอร์เชฟในประเทศไทยเชฟ Henk Savelberg จากร้าน Savelberg เชฟ Amerigo Sesti จากร้าน J’aime by Jean-Michel Lorain เชฟบุญธรรม ภาคโพคโพธิ์ จากร้าน Honmono Sushi เชฟอาร์ท ประสบโชค ตระกูลแพทย์ และเชฟไก่ อนัญญา วิลคินสัน จาก Iron Chef Table เชฟ Francesco Lenzi จากร้าน Lenzi Tuscan Kitchen เชฟ Masakazu Ishibashi จากร้าน Ginza Sushi Ichi เชฟ Roxanne Langeจากร้าน The Reflexions และ เชฟปู ปูริดา ธีระพงษ์ ที่จะมาวาดลวดลายการทำอาหารจานพิเศษให้ได้ลิ้มลอง

Bangkok Gourmet Festival 2017 จะเปิดตัวด้วยกาล่าดินเนอร์สุดพิเศษที่ทาง Bangkok Gourmet Festival จะจัดขึ้นสำหรับลูกค้าและผู้ให้การสนับสนุนในคืนวันที่ 1 มีนาคม 2560 ที่โรงแรมโรงแรมพลาซ่า แอทธินี แบงคอก, อะ รอยัล เมอริเดียน รังสรรค์เมนูโดยเชฟระดับมิชลินสตาร์และเซเลบริตี้เชฟ 7 ท่าน รวม 10 ดาว โดยสร้างสรรค์คนละ 1 เมนู นอกจากนี้ในงานยังรวมความสุขความสนุกความอร่อยและความรู้ในเรื่องศาสตร์และศิลป์ของการทำอาหารเข้าไว้ด้วยกัน อีกทั้งยังจะมีการแสดงบนเวทีที่อัดแน่นไปด้วยความบันเทิงและเนื้อหาสาระไม่ว่าจะเป็นการสาธิตปรุงอาหารสุดพิเศษจากเหล่าเชฟมิชลินสตาร์ การพูดคุยให้ความรู้ในเรื่องเทรนด์ของอาหารโดยผู้เชี่ยวชาญ เทคนิคการจับคู่อาหารกับเครื่องดื่มโลกของไวน์และเบียร์ไทยและต่างชาติ และสำหรับท่านที่ชอบทำอาหารพลาดไม่ได้กับโซนกูร์เมต์มาร์เก็ตที่คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมจากทั่วทุกมุมโลกมารวมไว้ที่เดียวในราคาสุดพิเศษ

ภายในงานนั้นยังมีเครื่องใช้ไฟฟ้าอีเลคโทรลักซ์ เป็นผู้สนับสนุนเครื่องใช้ไฟฟ้าสำหรับร้านไฟน์ไดนิ่งและบนเวที รวมถึง "Kuche" (คูเช่อร์) luxury built in kitchen จาก SB Design Square ด้วย พร้อมพบบูธสุดเก๋จาก Acqua Panna & S.Pellegrino ให้คุณแวะมาเติมความสดชื่นได้ และเลือกซื้อสินค้าเครื่องครัวคุณภาพจาก True Select และวัตถุดิบนำเข้าจาก Siam Food และอีกมากมาย

งานครั้งนี้เป็นการจัดกิจกรรมเพื่อสนับสนุนวัฒนธรรมด้านอาหารทั้งของไทยและนานาชาติเป็นครั้งแรกของทรูเพื่อเปิดโอกาสให้ชาวไทยและชาวต่างชาติได้ลิ้มรสอาหารจากร้านอาหารชื่อดังที่ทรูได้เลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าร่วมสัมผัสความอร่อยของอาหารไทยและอาหารนานาชาติในราคาสุดพิเศษและสนุกสนานพร้อมกับได้รับความรู้ไปกับกิจกรรมต่างๆ ในงาน 

ทั้งนี้ขอขอบพระคุณผู้สนับสนุนหลักทุกท่านได้แก่ ผลิตภัณฑ์อาหารซีพี, บัตรเครดิตซิตี้, เซเว่นอีเลฟเว่น, สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.), การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และการบินไทย

ห้ามพลาดที่จะมาพบกันในงาน Bangkok Gourmet Festival 2017 อย่างจุใจ 3 วันเต็ม ที่รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยาม พารากอน ระหว่างวันที่ 3-5 มีนาคม 10:00-22:00 น. ค่าบัตรผ่านประตู 200 บาท (บัตรเข้างานราคา 200 บาท สามารถใช้จ่ายในงานได้มูลค่า 200 บาท) ติดตามรายละเอียดร้านอาหารที่เข้าร่วมรายการและกิจกรรมต่างๆ ได้ที่

www.bangkokgourmetfestival.com

www.facebook.com/bangkokgourmetfestival

www.instagram.com/bkkgourmetfestival

www.youtube.com/channel/UCARxYR8BhlWolcYAOrbMtAQ

สื่อมวลชนติดต่อ:

Piyahatai Autchayawat 

The MarCom Pro Co., Ltd.

Email: ann@themarcompro.co.th, krittybo@gmail.com

Bombardier และ CityJet สรุปข้อตกลงการซื้อขายเครื่องบิน CRJ900 จำนวน 10 ลำ

Logo

CRJ900 เจ็ทระดับภูมิภาคได้พิสูจน์ว่าเป็นเครื่องบินที่มีประสิทธิภาพที่สุดสำหรับการปฏิบัติการของ CityJet ในเครือข่ายสายการบินสแกนดิเนเวียนแอร์ไลนส์

มอนเทรอัล, คิวเบก–(มาร์เก็ตไวร์) 1 กุมภาพันธ์ 2017

Bombardier Commercial Aircraft วันนี้ประกาศว่าข้อตกลงการซื้อขาย พร้อมข้อตกลงในเงื่อนไขที่ประกาศวันที่ 24 มกราคม 2017 ได้บทสรุปแล้วกับสายการบินภูมิภาค CityJet ที่มีฐานอยู่ที่ดับลิน ข้อตกลงของบริษัทรวมถึงเครื่องบิน CRJ900 หกลำและตัวเลือกสำหรับเพิ่มอีกสี่ลำ ในวันส่งมอบ เครื่องบินจะปฏิบัติการภายใต้ wet lease ในเครือข่ายของสายการบินสแกนดิเนเวียน (SAS)

ดังที่เคยประกาศไว้แล้วและราคาของเครื่องบิน CRJ900 การสั่งของบริษัทได้มีมูลค่าที่ประมาณ 280 ล้านเหรียญสหรัฐ และเพิ่มเป็น 467 ล้านเหรียญ ให้ CityJet บริหารตัวเลือก

“เครื่องบิน CRJ900 ได้พิสูจน์ว่ามีประสิทธิผลทางราคาและมีความยืดหยุ่นในการปฏิบัติการในการซัพพอร์ตให้สัญญาการบินกับสายการบินสแกนดิเนเวียน และเราก็ตั้งตารอที่จะส่งเครื่องบินสูงสุด 10 ลำผ่านทางข้อตกลงการซื้อขายที่ประกาศในวันนี้” Pat Byrne ซึ่งเป็นประธานบอร์ดของ CityJet กล่าว “เรามีความยินดีมากกับสิ่งอำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารที่ดีขึ้นของเครื่องบิน CRJ900" 

“ด้วยข้อตกลงในการซื้อขายนี้ CityJet ยังคงให้ความมั่นใจกับ Bombardier และผลิตภัณฑ์ของเขา สายการบินนี้จะยังคงพัฒนาเครือข่ายทั่วยุโรปในขณะที่ได้ผลกำไรจากประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมของเครื่องบิน CRJ900 และเศรษฐกิจ” Ryan DeBrusk รองประธาน การขาย ยุโรป รัสเซีย และเครือรัฐเอกราชของ Bombardier Commercial Aircraft

CityJet ปัจจุบันเป็นเจ้าของเครื่องบิน CRJ900 จำนวนแปดลำซึ่งอยู่ในบริการ wet lease กับ SAS สายการบินจะส่งเครื่องบิน CRJ900 จำนวน 4 ลำต้นปี 2017 ดังที่ Bombardier ได้ประกาศวันที่ 25 เมษายน 2016 ให้ทาง CityJet มีเครื่องบิน CRJ900 รวม 12 ลำ การที่เป็นส่วนหนึ่งของการซื้อ Cimber A/S ซึ่งเป็นสายการบินภูมิภาคในเดนมาร์กและเคยเป็นบริษัทลูกของ SAS ทาง CityJet จะบินเครื่องบิน CRJ900 จำนวน 11 ลำของ Cimber ในบริการ wet lease กับ SAS เครื่องบินเหล่านี้จะถูกแทนที่ด้วยเครื่องบิน CRJ900 สูงสุด 10 ลำที่สั่ง ภายใต้ข้อตกลงการซื้อขายกับ Bombardier ที่ประกาศวันนี้

เกี่ยวกับ CityJet 

CityJet เป็นสายการบินภูมิภาคประจำอยู่ที่ไอริช ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ที่ซอร์ดส์ ดับลิน สายการบินก่อตั้งในปี 1993 ในการให้บริการระหว่างดับลินและเมืองลอนดอน และวันนี้ได้มี 10 เส้นทางข้ามยุโรปไปเมืองลอนดอน ซึ่งขณะนี้มีประมาณ 30% ของสล็อตสนามบิน CityJet มีธุรกิจ wet lease ซึ่งรวมถึงบริการให้กับ Air France และ SAS และให้บริการเช่าเหมาลำมากมายให้กับกลุ่มกีฬา ธุรกิจบันเทิง ทัวร์และลูกค้าบริษัท

ในเดือนมีนาคม 2016 ทาง CityJet ได้ถูกซื้อโดยกลุ่มนักลงทุนนำโดยประธานบริหาร Pat Byrne สายการบินขณะนี้เน้นวางกลยุทธ์ที่เห็นธุรกิจที่มีการวางแผนและเติบโตเป็นผู้นำของบริการ wet lease สำหรับสายการบินของลูกค้า www.cityjet.com

เกี่ยวกับเครื่องบิน CRJ

ทุกๆ 10 วินาทีจะมีเครื่องบินภูมิภาค CRJ Series เคลื่อนตัวออกจากส่วนใดในโลกนี้ สายการบินในตระกูล CRJ Series ได้เป็นยานพาหนะให้กับผู้โดยสารเกือบ 1.6 พันล้านคน และเป็นโปรแกรมที่ประสบความสำเร็จที่สุดของโลก ด้วยการเชื่อมต่อผู้คนและชุมชนต่างๆ ได้ไม่เหมือนใคร เครื่องบิน CRJ Series เป็นเครื่องบินที่ได้รับการพัฒนาโดยได้รับการพิสูจน์ได้ว่ามีประสิทธิผล ความเที่ยงตรงแม่นยำ และสร้างผลกำไร

เครื่องบิน CRJ Series ได้มีสร้างผลกำไรได้โดยการให้ความยืดหยุ่นกับผู้ปฏิบัติการและทำให้พวกเขาได้ใช้การบินให้เหมาะสมกับความต้องการตลาดแบบเฉพาะเจาะจง โดยไม่มีสายการบินภูมิภาคไหนให้ความสามารถนี้ได้ เหมาะกับเส้นทางระดับกลาง เครื่องบินเหล่านี้สามารถให้ประโยชน์ด้านราคาการปฏิบัติการ 10% มากกว่าเครื่องบินคู่แข่ง

เครื่องบินของ CRJ แต่ละลำให้ประโยชน์ที่เฉพาะเจาะจง โดยเครื่องบิน CRJ200 ให้ราคาที่ดีกับผู้ที่เป็นเจ้าของ เหมาะกับการเปิดเส้นทางใหม่และเปิดตลาดใหม่ เครื่องบิน CRJ700 เป็นเครื่องบินที่เบาที่สุดในหมวดนี้ โดยมีประสิทธิผลที่น่าประทับใจ รวมถึงการปฏิบัติการ การประหยัดเชื้อเพลิง ในขณะที่เครื่องบิน CRJ900 ให้ความยืดหยุ่นและเหมาะสำหรับตลาดที่กำลังโต CRJ1000 ซึ่งมีการบรรจุคนได้มากที่สุดในหมวด ให้ราคาต่อที่นั่งต่ำสุดในตลาดและใช้เชื้อเพลิงน้อยกว่าคู่แข่ง 13%

นับตั้งแต่เปิดตัว ทาง CRJ Series ได้กระตุ้นตลาดเครื่องบินภูมิภาค ในอเมริกาเหนือประกอบไปด้วย 20% ของเครื่องบินขาออกทั้งหมด และทั่วโลกนี้ เครื่องบินตระกูลนี้ได้ให้บริการมากกว่า 200,000 เที่ยวบินต่อเดือน

เครื่องบินตระกูล CRJ Series มีเจ้าของและผู้ปฏิบัติการสายการบินมากกว่า 100 รายใน 49 ประเทศ และการบินทั่วโลกมากกว่า 45 ล้านชั่วโมงบิน ณ ปัจจุบันนี้ Bombardier ได้จองเครื่องบิน CRJ 1,908 ลำ

เกี่ยวกับ Bombardier 

Bombardier เป็นผู้ผลิตเครื่องบินและรถไฟชั้นนำของโลก Bombardier มีวิวัฒนาการทั่วโลกเพื่อตอบสนองต่อความต้องการให้มีการคมนาคมขนส่งที่มีประสิทธิภาพ ยั่งยืน และสะดวกสบายไปทุกที่ ยานพาหนะของเรา รวมทั้งบริการและพนักงานคือสิ่งที่ทำให้เราเป็นผู้นำในด้านการคมนาคมขนส่ง

Bombardier มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่มอนเทรอัล แคนาดา หุ้นของเรามีการซื้อขายที่ตลาดหลักทรัพย์โตรอนโต Toronto Stock Exchange (BBD) และเราอยู่ใน Dow Jones Sustainability North America Index ในปีงบประมาณสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2015 เรามีรายรับ 18.2 พันล้านเหรียญ สามารถอ่านข่าวและข้อมูลได้ที่ bombardier.com หรือตามเราที่ Twitter @Bombardier

คำอธิบายสำหรับบรรณาธิการ 

ภาพของเครื่องบิน CRJ900 ใน SAS  สามารถโหลดได้ที่ www.bombardier.com

สามารถรับข้อมูลเพิ่มเติมของเครื่องบินซีรี่ส์ CRJ ได้ที่ BCA Media Hub

ติดตาม @BBD_Aircraft บน Twitter เพื่อรับข่าวล่าสุดจาก Bombardier Commercial Aircraft

หากต้องการรับข่าวประชาสัมพันธ์จากเรา กรุณาเยี่ยมชมในส่วนของ RSS Feed บนเว็บไซต์ Bombardier

Bombardier, CRJ Series, CRJ200, CRJ700 CRJ900, CRJ1000 และ The Evolution of Mobility เป็นเครื่องหมายการค้าของ Bombardier Inc. หรือบริษัทลูก

Bryan Tucker
Bombardier Commercial Aircraft
+1-416-375-3030
bryan.bca.tucker@aero.bombardier.com
www.bombardier.com

โตชิบาเปิดตัว 600V/650V ซูเปอร์จังก์ชั่น เอ็น-แชแนล พาวเวอร์ MOSFETs โดยมีประสิทธิภาพ EMI ที่พัฒนาขึ้น

Logo

โตเกียว–(บิสิเนส ไวร์)–1 กุมภาพันธ์ 2017

บริษัท สตอเรจ แอนด์ อิเล็กทรอนิกส์ ดีไวเซส โซลูชันส์ (Storage & Electronic Devices Solutions Company) ในเครือของโตชิบา คอร์ปอเรชั่น (Tokyo:6502) วันนี้ประกาศเปิดตัว 600V/650V ซูเปอร์จังก์ชั่น เอ็น-แชแนล พาวเวอร์ MOSFETs โดยมีประสิทธิภาพ EMI ที่พัฒนาขึ้นสำหรับการใช้ในอุตสาหกรรมและอุปกรณ์สำนักงาน DTMOS V ซีรี่ส์จะเริ่มด้วยไลน์อัพผลิตภัณฑ์ 12 ตัว การส่งตัวอย่างริ่มตั้งแต่วันนี้ โดยจะส่งเป็นจำนวนมากได้กลางเดือนมีนาคม 

สามารถรับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่ http://www.businesswire.com/news/home/20170131006508/en/

logoโตชิบา: ซูเปอร์จังก์ชั่น เอ็น-แชแนล พาวเวอร์ MOSFETs (รูปภาพ: บิสิเนส ไวร์)

ซีรี่ส์ใหม่นี้ยังคงระดับของ on-resistance ต่ำและความสามารถในการสวิตชิ่งสูงของซีรี่ส์ “DTMOS IV series” ปัจจุบันของโตชิบา ในขณะที่กระบวนการออกแบบที่ดีขึ้นพัฒนาประสิทธิภาพ EMI ขึ้นประมาณ 3 ถึง 5dB[1] นอกจากนี้ ประสิทธิภาพในการลด on-resistance ต่อพื้นที่ (RON x A) ทำให้สามารถเพิ่มผลิตภัณฑ์ 650V 0.29Ω ใหม่ในไลน์อัพแพ็กเกจ DPAK ผลิตภัณฑ์ในซีรี่ส์ใหม่เหมาะสมสำหรับการใช้จ่ายพลังงานสำหรับอุปกรณ์ในอุตสาหกรรมและสำนักงานที่ต้องการประสิทธิผลสูงและขนาดเล็ก อแด็ปเตอร์ และที่ชาร์จสำหรับโน้ตบุ้ค PCs และอุปกรณ์มือถือ รวมถึง PCs และปริ้นเตอร์

ไลน์อัพและสเป็คหลักของ MOSFETs:

Absolute Maximum Rating

ชิ้นส่วนผลิตภัณฑ์

แพ็กเกจ

VDSS (V)

ID (A)

RDS(ON)

MAX.

(Ω)

@VGS=10V

Qg Typ.

(nC)

@VDD=400V

VGS=10V

ID=Maximum Rating

Ciss Typ.

(pF)

@VDS=300V

VGS=0V

f=100kHz

TK290A60Y

TO-220SIS

600

11.5

0.29

25

730

TK380A60Y

TO-220SIS

600

9.7

0.38

20

590

TK560A60Y

TO-220SIS

600

7.0

0.56

14.5

380

TK290P60Y

DPAK

600

11.5

0.29

25

730

TK380P60Y

DPAK

600

9.7

0.38

20

590

TK560P60Y

DPAK

600

7.0

0.56

14.5

380

TK290A65Y

TO-220SIS

650

11.5

0.29

25

730

TK380A65Y

TO-220SIS

650

9.7

0.38

20

590

TK560A65Y

TO-220SIS

650

7.0

0.56

14.5

380

TK290P65Y

DPAK

650

11.5

0.29

25

730

TK380P65Y

DPAK

650

9.7

0.38

20

590

TK560P65Y

DPAK

650

7.0

0.56

24.5

380

[1] ที่ 150 ถึง 210MHz โดยการใช้บอร์ดที่มีวิวัฒนาการของโตชิบา จากการสำรวจของโตชิบา หมายเหตุ

ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่และไลน์อัพของ MOSFET แรงดันระดับกลางถึงสูงได้ตามลิ้งค์ด้านล่าง

https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/product/mosfet/hv-mosfet.html

ลูกค้าติดต่อ:

Power Device Sales & Marketing Department

โทร: +81-3-3457-3933

https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/contact.html

*ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้ รวมถึงราคาและข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาการบริการและข้อมูลติดต่อ เป็นข้อมูลปัจจุบัน ณ วันที่ประกาศ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า 

เกี่ยวกับโตชิบา

โตชิบา คอร์ปอเรชั่น หนึ่งในบริษัท Fortune Global 500 นำเสนอผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์อันล้ำสมัย รวมถึงระบบต่างๆ ใน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ พลังงาน (Energy) เพื่อทุกวันของชีวิตที่สะอาดและปลอดภัยขึ้นอย่างยั่งยืน, โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) เพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน และการจัดเก็บข้อมูล (Storage) เพื่อสนับสนุนสังคมแห่งข้อมูลข่าวสารที่ก้าวล้ำ โตชิบาส่งเสริมการดำเนินงานทั่วโลก และสนับสนุนการสร้างสรรค์โลกเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของคนรุ่นต่อๆ ไป ภายใต้รากฐานความมุ่งมั่นของโตชิบา กรุ๊ป ที่ว่า “ความมุ่งมั่นต่อประชากร, ความมุ่งมั่นต่ออนาคต”

โตชิบาก่อตั้งขึ้นในโตเกียวเมื่อปี 1875 และปัจจุบันเป็นศูนย์กลางของกลุ่มบริษัทในเครือกว่า 550 แห่ง ด้วยจำนวนพนักงาน 188,000 คนทั่วโลก และยอดขายต่อปีกว่า 5.6 ล้านล้านเยน (5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) (ณ วันที่ 31 มีนาคม 2016) 

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโตชิบาได้ที่ www.toshiba.co.jp/index.htm

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ http://www.businesswire.com/news/home/20170131006508/en/

สื่อมวลชนติดต่อ:

Toshiba Corporation

Storage & Electronic Devices Solutions Company

Digital Marketing Department

Koji Takahata, +81-3-3457-4963

semicon-NR-mailbox@ml.toshiba.co.jp

โตชิบาเปิดตัว 600V/650V ซูเปอร์จังก์ชั่น เอ็น-แชแนล พาวเวอร์ MOSFETs โดยมีประสิทธิภาพ EMI ที่พัฒนาขึ้น

Logo

โตเกียว–(บิสิเนส ไวร์)–1 กุมภาพันธ์ 2017

บริษัท สตอเรจ แอนด์ อิเล็กทรอนิกส์ ดีไวเซส โซลูชันส์ (Storage & Electronic Devices Solutions Company) ในเครือของโตชิบา คอร์ปอเรชั่น (Tokyo:6502) วันนี้ประกาศเปิดตัว 600V/650V ซูเปอร์จังก์ชั่น เอ็น-แชแนล พาวเวอร์ MOSFETs โดยมีประสิทธิภาพ EMI ที่พัฒนาขึ้นสำหรับการใช้ในอุตสาหกรรมและอุปกรณ์สำนักงาน DTMOS V ซีรี่ส์จะเริ่มด้วยไลน์อัพผลิตภัณฑ์ 12 ตัว การส่งตัวอย่างริ่มตั้งแต่วันนี้ โดยจะส่งเป็นจำนวนมากได้กลางเดือนมีนาคม 

สามารถรับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่ http://www.businesswire.com/news/home/20170131006508/en/

logoโตชิบา: ซูเปอร์จังก์ชั่น เอ็น-แชแนล พาวเวอร์ MOSFETs (รูปภาพ: บิสิเนส ไวร์)

ซีรี่ส์ใหม่นี้ยังคงระดับของ on-resistance ต่ำและความสามารถในการสวิตชิ่งสูงของซีรี่ส์ “DTMOS IV series” ปัจจุบันของโตชิบา ในขณะที่กระบวนการออกแบบที่ดีขึ้นพัฒนาประสิทธิภาพ EMI ขึ้นประมาณ 3 ถึง 5dB[1] นอกจากนี้ ประสิทธิภาพในการลด on-resistance ต่อพื้นที่ (RON x A) ทำให้สามารถเพิ่มผลิตภัณฑ์ 650V 0.29Ω ใหม่ในไลน์อัพแพ็กเกจ DPAK ผลิตภัณฑ์ในซีรี่ส์ใหม่เหมาะสมสำหรับการใช้จ่ายพลังงานสำหรับอุปกรณ์ในอุตสาหกรรมและสำนักงานที่ต้องการประสิทธิผลสูงและขนาดเล็ก อแด็ปเตอร์ และที่ชาร์จสำหรับโน้ตบุ้ค PCs และอุปกรณ์มือถือ รวมถึง PCs และปริ้นเตอร์

ไลน์อัพและสเป็คหลักของ MOSFETs:

Absolute Maximum Rating

ชิ้นส่วนผลิตภัณฑ์

แพ็กเกจ

VDSS (V)

ID (A)

RDS(ON)

MAX.

(Ω)

@VGS=10V

Qg Typ.

(nC)

@VDD=400V

VGS=10V

ID=Maximum Rating

Ciss Typ.

(pF)

@VDS=300V

VGS=0V

f=100kHz

TK290A60Y

TO-220SIS

600

11.5

0.29

25

730

TK380A60Y

TO-220SIS

600

9.7

0.38

20

590

TK560A60Y

TO-220SIS

600

7.0

0.56

14.5

380

TK290P60Y

DPAK

600

11.5

0.29

25

730

TK380P60Y

DPAK

600

9.7

0.38

20

590

TK560P60Y

DPAK

600

7.0

0.56

14.5

380

TK290A65Y

TO-220SIS

650

11.5

0.29

25

730

TK380A65Y

TO-220SIS

650

9.7

0.38

20

590

TK560A65Y

TO-220SIS

650

7.0

0.56

14.5

380

TK290P65Y

DPAK

650

11.5

0.29

25

730

TK380P65Y

DPAK

650

9.7

0.38

20

590

TK560P65Y

DPAK

650

7.0

0.56

24.5

380

[1] ที่ 150 ถึง 210MHz โดยการใช้บอร์ดที่มีวิวัฒนาการของโตชิบา จากการสำรวจของโตชิบา หมายเหตุ

ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่และไลน์อัพของ MOSFET แรงดันระดับกลางถึงสูงได้ตามลิ้งค์ด้านล่าง

https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/product/mosfet/hv-mosfet.html

ลูกค้าติดต่อ:

Power Device Sales & Marketing Department

โทร: +81-3-3457-3933

https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/contact.html

*ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้ รวมถึงราคาและข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาการบริการและข้อมูลติดต่อ เป็นข้อมูลปัจจุบัน ณ วันที่ประกาศ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า 

เกี่ยวกับโตชิบา

โตชิบา คอร์ปอเรชั่น หนึ่งในบริษัท Fortune Global 500 นำเสนอผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์อันล้ำสมัย รวมถึงระบบต่างๆ ใน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ พลังงาน (Energy) เพื่อทุกวันของชีวิตที่สะอาดและปลอดภัยขึ้นอย่างยั่งยืน, โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) เพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน และการจัดเก็บข้อมูล (Storage) เพื่อสนับสนุนสังคมแห่งข้อมูลข่าวสารที่ก้าวล้ำ โตชิบาส่งเสริมการดำเนินงานทั่วโลก และสนับสนุนการสร้างสรรค์โลกเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของคนรุ่นต่อๆ ไป ภายใต้รากฐานความมุ่งมั่นของโตชิบา กรุ๊ป ที่ว่า “ความมุ่งมั่นต่อประชากร, ความมุ่งมั่นต่ออนาคต”

โตชิบาก่อตั้งขึ้นในโตเกียวเมื่อปี 1875 และปัจจุบันเป็นศูนย์กลางของกลุ่มบริษัทในเครือกว่า 550 แห่ง ด้วยจำนวนพนักงาน 188,000 คนทั่วโลก และยอดขายต่อปีกว่า 5.6 ล้านล้านเยน (5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) (ณ วันที่ 31 มีนาคม 2016) 

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโตชิบาได้ที่ www.toshiba.co.jp/index.htm

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ http://www.businesswire.com/news/home/20170131006508/en/

สื่อมวลชนติดต่อ:

Toshiba Corporation

Storage & Electronic Devices Solutions Company

Digital Marketing Department

Koji Takahata, +81-3-3457-4963

semicon-NR-mailbox@ml.toshiba.co.jp

โตชิบาเปิดตัว 600V/650V ซูเปอร์จังก์ชั่น เอ็น-แชแนล พาวเวอร์ MOSFETs โดยมีประสิทธิภาพ EMI ที่พัฒนาขึ้น

Logo

โตเกียว–(บิสิเนส ไวร์)–1 กุมภาพันธ์ 2017

บริษัท สตอเรจ แอนด์ อิเล็กทรอนิกส์ ดีไวเซส โซลูชันส์ (Storage & Electronic Devices Solutions Company) ในเครือของโตชิบา คอร์ปอเรชั่น (Tokyo:6502) วันนี้ประกาศเปิดตัว 600V/650V ซูเปอร์จังก์ชั่น เอ็น-แชแนล พาวเวอร์ MOSFETs โดยมีประสิทธิภาพ EMI ที่พัฒนาขึ้นสำหรับการใช้ในอุตสาหกรรมและอุปกรณ์สำนักงาน DTMOS V ซีรี่ส์จะเริ่มด้วยไลน์อัพผลิตภัณฑ์ 12 ตัว การส่งตัวอย่างริ่มตั้งแต่วันนี้ โดยจะส่งเป็นจำนวนมากได้กลางเดือนมีนาคม 

สามารถรับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่ http://www.businesswire.com/news/home/20170131006508/en/

logoโตชิบา: ซูเปอร์จังก์ชั่น เอ็น-แชแนล พาวเวอร์ MOSFETs (รูปภาพ: บิสิเนส ไวร์)

ซีรี่ส์ใหม่นี้ยังคงระดับของ on-resistance ต่ำและความสามารถในการสวิตชิ่งสูงของซีรี่ส์ “DTMOS IV series” ปัจจุบันของโตชิบา ในขณะที่กระบวนการออกแบบที่ดีขึ้นพัฒนาประสิทธิภาพ EMI ขึ้นประมาณ 3 ถึง 5dB[1] นอกจากนี้ ประสิทธิภาพในการลด on-resistance ต่อพื้นที่ (RON x A) ทำให้สามารถเพิ่มผลิตภัณฑ์ 650V 0.29Ω ใหม่ในไลน์อัพแพ็กเกจ DPAK ผลิตภัณฑ์ในซีรี่ส์ใหม่เหมาะสมสำหรับการใช้จ่ายพลังงานสำหรับอุปกรณ์ในอุตสาหกรรมและสำนักงานที่ต้องการประสิทธิผลสูงและขนาดเล็ก อแด็ปเตอร์ และที่ชาร์จสำหรับโน้ตบุ้ค PCs และอุปกรณ์มือถือ รวมถึง PCs และปริ้นเตอร์

ไลน์อัพและสเป็คหลักของ MOSFETs:

Absolute Maximum Rating

ชิ้นส่วนผลิตภัณฑ์

แพ็กเกจ

VDSS (V)

ID (A)

RDS(ON)

MAX.

(Ω)

@VGS=10V

Qg Typ.

(nC)

@VDD=400V

VGS=10V

ID=Maximum Rating

Ciss Typ.

(pF)

@VDS=300V

VGS=0V

f=100kHz

TK290A60Y

TO-220SIS

600

11.5

0.29

25

730

TK380A60Y

TO-220SIS

600

9.7

0.38

20

590

TK560A60Y

TO-220SIS

600

7.0

0.56

14.5

380

TK290P60Y

DPAK

600

11.5

0.29

25

730

TK380P60Y

DPAK

600

9.7

0.38

20

590

TK560P60Y

DPAK

600

7.0

0.56

14.5

380

TK290A65Y

TO-220SIS

650

11.5

0.29

25

730

TK380A65Y

TO-220SIS

650

9.7

0.38

20

590

TK560A65Y

TO-220SIS

650

7.0

0.56

14.5

380

TK290P65Y

DPAK

650

11.5

0.29

25

730

TK380P65Y

DPAK

650

9.7

0.38

20

590

TK560P65Y

DPAK

650

7.0

0.56

24.5

380

[1] ที่ 150 ถึง 210MHz โดยการใช้บอร์ดที่มีวิวัฒนาการของโตชิบา จากการสำรวจของโตชิบา หมายเหตุ

ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่และไลน์อัพของ MOSFET แรงดันระดับกลางถึงสูงได้ตามลิ้งค์ด้านล่าง

https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/product/mosfet/hv-mosfet.html

ลูกค้าติดต่อ:

Power Device Sales & Marketing Department

โทร: +81-3-3457-3933

https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/contact.html

*ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้ รวมถึงราคาและข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาการบริการและข้อมูลติดต่อ เป็นข้อมูลปัจจุบัน ณ วันที่ประกาศ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า 

เกี่ยวกับโตชิบา

โตชิบา คอร์ปอเรชั่น หนึ่งในบริษัท Fortune Global 500 นำเสนอผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์อันล้ำสมัย รวมถึงระบบต่างๆ ใน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ พลังงาน (Energy) เพื่อทุกวันของชีวิตที่สะอาดและปลอดภัยขึ้นอย่างยั่งยืน, โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) เพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน และการจัดเก็บข้อมูล (Storage) เพื่อสนับสนุนสังคมแห่งข้อมูลข่าวสารที่ก้าวล้ำ โตชิบาส่งเสริมการดำเนินงานทั่วโลก และสนับสนุนการสร้างสรรค์โลกเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของคนรุ่นต่อๆ ไป ภายใต้รากฐานความมุ่งมั่นของโตชิบา กรุ๊ป ที่ว่า “ความมุ่งมั่นต่อประชากร, ความมุ่งมั่นต่ออนาคต”

โตชิบาก่อตั้งขึ้นในโตเกียวเมื่อปี 1875 และปัจจุบันเป็นศูนย์กลางของกลุ่มบริษัทในเครือกว่า 550 แห่ง ด้วยจำนวนพนักงาน 188,000 คนทั่วโลก และยอดขายต่อปีกว่า 5.6 ล้านล้านเยน (5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) (ณ วันที่ 31 มีนาคม 2016) 

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโตชิบาได้ที่ www.toshiba.co.jp/index.htm

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ http://www.businesswire.com/news/home/20170131006508/en/

สื่อมวลชนติดต่อ:

Toshiba Corporation

Storage & Electronic Devices Solutions Company

Digital Marketing Department

Koji Takahata, +81-3-3457-4963

semicon-NR-mailbox@ml.toshiba.co.jp

โตชิบาเปิดตัวพาวเวอร์แอมพลิไฟเออร์ IC ป้อนกลับด้วยกระแสสำหรับเสียงในรถยนต์ พร้อมมีตัวจับออฟเซ็ตตลอดเวลาแบบบิลด์อิน

Logo

โตเกียว–(บิสิเนส ไวร์)–25 มกราคม 2017

บริษัท สตอเรจ แอนด์ อิเล็กทรอนิกส์ ดีไวเซส โซลูชันส์ (Storage & Electronic Devices Solutions Company) ในเครือของโตชิบา คอร์ปอเรชั่น (Tokyo:6502) วันนี้ประกาศเปิดตัว “TCB502HQ” พาวเวอร์แอมพลิไฟเออร์ IC 4 ช่อง ที่สามารถจับแรงดันเอ้าต์พุตออฟเซ็ต ที่เป็นปัจจัยในการทำให้เกิดความล้าของสปีกเกอร์ การผลิตจำนวนมากเริ่มทำในวันนี้

สามารถรับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: http://www.businesswire.com/news/home/20170125005472/en/

โตชิบา: “TCB502HQ” พาวเวอร์แอมพลิไฟเออร์ IC 4 ช่องสำหรับเสียงในรถยนต์ ที่สามารถจับแรงดันเอ้าต์พุตออฟเซ็ต ที่เป็นปัจจัยในการทำให้เกิดความล้าของสปีกเกอร์ (รูปภาพ: บิสิเนส ไวร์)logo

IC ใหม่นี้นำเอาวงจรการจับออฟเซ็ตที่ได้รับการพัฒนาใหม่ ที่สามารถจับแรงดันเอ้าต์พุตออฟเซ็ตแม้ในช่วยที่กำลังผลิตเสียงซ้ำ ทำให้ช่วยลดความล้าของสปีกเกอร์

โรงงานมักหาสิ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค โดยการพัฒนาคุณภาพเสียงในรถและ IC ใหม่ที่สนับสนุนสิ่งนี้ด้วยการบูรณาการนำเอาระบบการป้อนกลับด้วยกระแสมาใช้ ที่จะทำให้เกิดเสียงที่ดี จะช่วยลดการทำลายคุณภาพเสียงหากมีช่วงความถี่ของคลื่นวิทยุสูงและช่วยประกันคุณภาพเสียงที่คงที่

สเป็คหลัก
หมายเลขชิ้นส่วน TCB502HQ
เอ้าต์พุตพาวเวอร์สูงสุด 49Wx4ch (Vcc=15.2V,RL=4Ω, JEITA max)
แรงดันซัพพลายในการปฏิบัติงาน 6V ถึง 18V
แรงดันเอ้าต์พุตออฟเซ็ต 70mV
แรงดันเอ้าต์พุตน้อยส์ 33uV (BW=A-weight)
ฟังก์ชั่นและฟีเจอร์
  • เอ้าต์พุตสูงและการดีสทอร์ต่ำ
  • ฟังก์ชั่นเงียบและสแตนบายแบบบิลด์อิน จับออฟเซ็ต จับกระแสไฟฟ้าขาด และจับกระแสไฟฟ้าครึ่งหนึ่ง
  • การปฏิบัติงาน 6V (ความสามารถในการลดการพักเครื่อง)
  • วงจรปกป้อง (ความร้อน, แรงดันมากไป, เอ้าต์พุตไปที่ VCC, เอ้าต์พุตไปที่ GND, เอ้าต์พุตไปที่การป้องกันเอ้าต์พุต)
ราคาตัวอย่างแพ็กเกจ (รวมภาษี) 500 เยน

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ กรุณาติดต่อ:

https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/product/automotive/power-amp.html

ลูกค้าติดต่อ

Mixed Signal IC Sales and Marketing Department

โทร: +81-44-548-2821

https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/contact.html

*ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้ รวมถึงราคาและข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาการบริการและข้อมูลติดต่อ เป็นข้อมูลปัจจุบัน ณ วันที่ประกาศ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เกี่ยวกับโตชิบา

โตชิบา คอร์ปอเรชั่น หนึ่งในบริษัท Fortune Global 500 นำเสนอผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์อันล้ำสมัย รวมถึงระบบต่างๆ ใน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ พลังงาน (Energy) เพื่อทุกวันของชีวิตที่สะอาดและปลอดภัยขึ้นอย่างยั่งยืน, โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) เพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน และการจัดเก็บข้อมูล (Storage) เพื่อสนับสนุนสังคมแห่งข้อมูลข่าวสารที่ก้าวล้ำ โตชิบาส่งเสริมการดำเนินงานทั่วโลก และสนับสนุนการสร้างสรรค์โลกเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของคนรุ่นต่อๆ ไป ภายใต้รากฐานความมุ่งมั่นของโตชิบา กรุ๊ป ที่ว่า “ความมุ่งมั่นต่อประชากร, ความมุ่งมั่นต่ออนาคต”

โตชิบาก่อตั้งขึ้นในโตเกียวเมื่อปี 1875 และปัจจุบันเป็นศูนย์กลางของกลุ่มบริษัทในเครือกว่า 550 แห่ง ด้วยจำนวนพนักงาน 188,000 คนทั่วโลก และยอดขายต่อปีกว่า 5.6 ล้านล้านเยน (5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) (ณ วันที่ 31 มีนาคม 2016)

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโตชิบาได้ที่ www.toshiba.co.jp/index.htm

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20170125005472/en/

สื่อมวลชนติดต่อ:

Toshiba Corporation

Storage & Electronic Devices Solutions Company

Chiaki Nagasawa, +81-3-3457-4963

semicon-NR-mailbox@ml.toshiba.co.jp

กสิกรไทยผนึกกำลัง 3 สายงานชูธงเป็นธนาคารอันดับ 1 ในใจลูกค้าด้วยบริการที่ประทับใจยิ่งกว่าเดิม

Logo

กสิกรไทยจัดทัพใหม่เสริมความแข็งแกร่ง ดูแลลูกค้า 3 กลุ่ม ให้ลูกค้าได้รับบริการที่ดีขึ้นและประทับใจยิ่งกว่าเดิม ตั้งเป้าปี 2560 สินเชื่อขนาดใหญ่และสินเชื่อเอสเอ็มอีเติบโต 4-6% เพิ่มฐานลูกค้าบุคคลเป็น 14.1 ล้านราย หรือเติบโต    5-6% เพิ่มลูกค้า Mobile Banking Application เป็น 7.1 ล้านราย หวังเป็นที่ 1 ในใจลูกค้าทุกกลุ่ม

ธนาคารกสิกรไทยมอบหมายให้นายพัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ดูแล 3 สายงานธุรกิจ ทั้งสายงานธุรกิจลูกค้าบรรษัท สายงานธุรกิจลูกค้าผู้ประกอบการ และสายงานธุรกิจลูกค้าบุคคลและเครือข่ายการให้บริการ ร่วมกับ 3 รองกรรมการผู้จัดการ เพื่อให้บริการลูกค้าแต่ละกลุ่มได้ตรงตามความต้องการ เชื่อมโยงการให้บริการลูกค้าธุรกิจและลูกค้าบุคคลทำให้ลูกค้าได้รับบริการที่ประทับใจยิ่งขึ้น

นายสุวัฒน์ เตชะวัฒนวรรณา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของสายงานธุรกิจลูกค้าบรรษัทซึ่งดูแลลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ เติบโตกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดย ณ สิ้นปี 2559 มียอดสินเชื่อรวม 511,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% มีรายได้รวม 21,400 ล้านบาท เพิ่ม 7% จากปีก่อนหน้า สำหรับในปี 2560 ตั้งเป้าหมายยอดสินเชื่อเติบโต 4-6% และรายได้เติบโต 1-2% โดยอุตสาหกรรมที่น่าจะเติบโตได้ดี ได้แก่ อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ก่อสร้าง บริการสุขภาพ และยานยนต์

ทั้งนี้ ธนาคารกสิกรไทยมองว่าลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ควรเตรียมความพร้อมที่สำคัญ คือ การระดมทุนผ่านตลาดทุนเพื่อเพิ่มโอกาสใหม่ ๆ การจัดสรรเงินลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ที่จะเอื้อต่อการบริหารจัดการธุรกิจให้มีประสิทธิภาพและสร้างโอกาสทางการตลาดเพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น โดยในปี 2560 สายงานธุรกิจลูกค้าบรรษัทยังคงมุ่งมั่นเป็นผู้ให้บริการหลัก (Main Bank) เพื่อตอบทุกโจทย์ธุรกิจขนาดใหญ่ผ่าน 2 กลยุทธ์หลัก คือ การเป็นธนาคารที่ให้บริการด้านแหล่งทุนที่ดีที่สุด ด้วยการระดมทุนที่หลากหลาย และเป็นผู้ให้บริการด้านธุรกรรมการเงินที่ดีที่สุด เพื่อเชื่อมโยงช่องทางการรับและจ่ายเงินของลูกค้าด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมล้ำสมัย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทางการแข่งขันให้กับลูกค้าและในห่วงโซ่ธุรกิจ (Value Chain) ของลูกค้า รองรับการทำธุรกรรมจำนวนมากได้ทุกที่ ทุกเวลา ทั้งสกุลเงินกลุ่ม AEC+3 และสกุลเงินหลักทั่วโลก

ด้านนายสุรัตน์ ลีลาทวีวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่าในปี 2559 สายงานธุรกิจลูกค้าผู้ประกอบการมียอดสินเชื่อรวม 657,000 ล้านบาท เติบโต 6% มีรายได้รวมอยู่ที่ 43,100 ล้านบาท เติบโตกว่า 1% โดยธนาคารกสิกรไทยยังคงครองความเป็นอันดับหนึ่งด้วยส่วนแบ่งตลาดสินเชื่อเอสเอ็มอีอยู่ที่ 28% สำหรับปี 2560      ตั้งเป้ายอดสินเชื่อขยายตัว 4-6% รายได้เติบโต 2-3% โดยธนาคารมองว่ากลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอีที่มีแนวโน้มเติบโตดีในปีนี้ ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้าง ธุรกิจท่องเที่ยวบริการด้านสุขภาพ และธุรกิจออนไลน์

ในปีที่ผ่านมาธนาคารยังคงมุ่งเน้นการดูแลลูกค้าในทุกห่วงโซ่ธุรกิจ (Value Chain) ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ใน   3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ การบริโภค อุตสาหกรรมหนัก และโครงสร้างพื้นฐาน/พลังงาน ให้ได้รับเงินทุน ทั้งเงินกู้ระยะยาวและเงินทุนหมุนเวียน ซึ่งการสนับสนุนตลอดห่วงโซ่ธุรกิจและการบริหารเงินทั้งขารับและขาจ่ายในห่วงโซ่นั้นๆ จะทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น

สำหรับปี 2560 ธนาคารต้องการตอกย้ำความเป็นอันดับ 1 ทั้งในด้านตลาดสินเชื่อและเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุด ด้วยการมุ่งมั่นดูแลลูกค้าในทุกเรื่องธุรกิจ ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก คือ

การตอบโจทย์ลูกค้าเอสเอ็มอีแบบครบวงจรในทุกมิติ ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบสนองลูกค้าเฉพาะกลุ่มรวมถึงกลุ่มธุรกิจแฟรนไชส์ และยังคงมุ่งเน้นการดูแลลูกค้าในรูปแบบห่วงโซ่ธุรกิจ พร้อมทั้งสนับสนุนลูกค้าในด้านองค์ความรู้ นำเสนอเครื่องมือหรือเทคโนโลยีที่ช่วยบริหารจัดการธุรกิจ เพื่อให้ธุรกิจเอสเอ็มอีมีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และที่สำคัญคือการสร้างเครือข่ายคู่ค้าเพื่อสนับสนุนให้ลูกค้าเอสเอ็มอีต่อยอดธุรกิจและสร้างมูลค่าเพิ่มได้

การพัฒนานวัตกรรมการเงินดิจิทัลแบงกิ้ง เพื่อสนับสนุนให้ลูกค้าทำธุรกิจได้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เช่น   การรับจ่ายเงิน การค้าระหว่างประเทศ และบริการหนังสือค้ำประกันผ่านช่องทางดิจิทัล รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ดิจิทัลเพื่อตอบโจทย์กลุ่มธุรกิจออนไลน์ และการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานด้วยการนำเทคโนโลยี    มาปรับปรุงกระบวนการทำงานของพนักงานให้มีประสิทธิภาพและลดต้นทุน รวมถึงสามารถส่งมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้า

นางนพวรรณ เจิมหรรษา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่าผลการดำเนินงานด้านธุรกิจลูกค้ารายย่อยธนาคารกสิกรไทยในปี 2559 ยังเป็นไปตามที่คาดการณ์และทำได้ในระดับเดียวกันกับภาพรวมของตลาดมียอดสินเชื่อลูกค้ารายย่อย 374,000 ล้านบาทเติบโต 2% รายได้ค่าธรรมเนียม 31,000 ล้านบาทเติบโตกว่า 1% สำหรับในปี 2560 ธุรกิจลูกค้ารายย่อยยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อทำให้ลูกค้า “ประทับใจยิ่งกว่าเดิม” และเป็นธนาคารที่ลูกค้าใช้เป็นหลักโดยมุ่งเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการของธนาคารที่ทันสมัย รวมถึงขยายความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อพร้อมบริการในทุกเรื่องการเงินในทุกเวลาที่ลูกค้าต้องการในทุกที่ที่ลูกค้าไปใน 4 ด้าน คือ

ดิจิทัลแบงกิ้ง เน้นการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ ๆ บนแพลทฟอร์มโมบายแบงกิ้งให้ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมการเงินด้วยตัวเองทุกที่ทุกเวลาบน K-Mobile Banking PLUS โดยในปีนี้ฟีเจอร์ใหม่ที่กำลังจะเปิดตัว คือการออกบัตรเดบิตได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องไปสาขา

ระบบการชำระเงินรูปแบบใหม่ (New Payment) ตอกย้ำความเป็นผู้นำอันดับ 1 ในธุรกิจรับชำระเงินด้วยการเป็นธนาคารพาณิชย์แห่งแรกที่ร่วมมือกับ Alipay และ WeChat พันธมิตรระดับโลกให้ร้านค้าสามารถรับชำระค่าสินค้าและบริการจากลูกค้าชาวจีนที่มาท่องเที่ยวไทย ซึ่งขณะนี้เปิดให้บริการ Alipay แล้วในธุรกิจค้าปลีกชั้นนำ เช่น ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล โรบินสัน และแบรนด์ร้านค้าที่เข้าร่วมภายใต้กลุ่มธุรกิจเซ็นทรัลคลับ 21 กลุ่มจัสปาล ส่วน WeChat สามารถใช้บริการได้ที่คิง เพาเวอร์ โดยในปี 2560 จะเพิ่มการให้บริการในอีกหลายบริการ

เค-เซอร์วิส (K-Service) สร้างเครือข่ายการให้บริการรับชำระบิลผ่านเคาน์เตอร์พันธมิตรของธนาคารโดยในเดือน ก.พ.นี้ ลูกค้าจะสามารถจ่ายบิลได้ที่สาขาของเจมาร์ท (Jaymart) ทั่วประเทศและกำลังอยู่ระหว่างดำเนินการกับพันธมิตรรายอื่น ๆ เพิ่มขึ้น

การเป็นที่ปรึกษา (Advisory) ยกระดับคุณภาพการเป็นที่ปรึกษาเพิ่มช่องทางการให้คำปรึกษาของ K-Expert ให้หลากหลายมากยิ่งขึ้น รวมถึงยกระดับคุณภาพการบริการผ่านสาขาเทียบเท่ามาตรฐานโลก

ทั้งนี้ธนาคารกสิกรไทยได้ตั้งเป้าหมายการเติบโตฐานลูกค้าบุคคลในปี 2560 เป็น 14.1 ล้านรายหรือเติบโต 5-6% เพิ่มลูกค้า Mobile Banking Application เป็น 7.1 ล้านราย รักษาความเป็นผู้นำอันดับ 1 ดิจิทัลแบงกิ้งอย่างต่อเนื่อง

อสังหาริมทรัพย์ของ Picasso ถูกขายให้กับประธานของ Scepter คุณ Rayo Withanage

Logo

มูแกงส์, ฝรั่งเศส–(บิสิเนส ไวร์)–27 มกราคม 2017

อสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่และบ้านหลังสุดท้ายของ Pablo Picasso ในมูแกงส์ ประเทศฝรั่งเศส ได้ขายให้กับ Rayo Withanage นักการเงินชาวบรูไน ในราคาที่ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ นายกเทศมนตรีของมูแกงส์คอนเฟิร์มในข่าวประชาสัมพันธ์เรื่องการขาย รายงานโดย The Wall Street Journal

สามารถรับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่ http://www.businesswire.com/news/home/20170127005359/en/

L'Antre du Minotaure ในมูแกงส์ ประเทศฝรั่งเศส (รูปภาพ: บิสิเนส ไวร์)logo

Mr. Withanage ซึ่งเป็นประชากรของเบอร์มิวดาและลอนดอน เป็นผู้ก่อตั้งและประธานของ Scepter Partners ซึ่งเป็นผู้ลงทุนและเป็นธนาคารสำหรับนักลงทุนภาครัฐ เขาเป็นผู้ก่อตั้ง The BMB Group กับเจ้าชาย HH Prince Abdul Ali Yil Kabier ของราชวงศ์บรูไนอีกด้วย

อสังหาริมทรัพย์ระดับสูง L’Antre du Minotaure (the Den of The Minotaur) นี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในฝรั่งเศสตอนใต้ 

อสังหาริมทรัพย์นี้ ที่ได้รับการตกแต่งใหม่ให้สวยงามภายในการนำโดยสถาปนิกชื่อดังอย่าง Axel Vervoordt ครอบคลุม 3 เฮกเตอร์ด้วยป่ามะกอกที่มีอายุมากกว่า 500 ปี อสังหาริมทรัพย์นี้มีขนาดใหญ่ที่สุดในพื้นที่นั้นๆ 

Picasso ได้เก็บสตูดิโอของเขาอยู่ในตัวบ้าน โดยอาศัยอยู่ที่นั่นกับภรรยา Jacqueline และลูกสาว Cathérine บ้านและสวนนี้ได้รับการออกแบบเองโดย Picasso และยังเก็บงานศิลปะและเฟอร์นิเจอร์แบบดั้งเดิมเอาไว้ เมื่อเขาเสียชีวิตไป บ้านหลังนี้ได้เป็นที่เก็บงานศิลปะมูลค่ามากกว่า 1 พันล้านเหรียญ 

ก่อนหน้านี้ที่ Picasso จะเป็นเข้าของ บ้านหลังนี้เป็นของตระกูล Guinness และมีชื่อเสียงในการเป็นบ้านพักตากอากาศฤดูร้อนของ Winston Churchill ที่วาดภาพอสังหาริมทรัพย์นี้มากมาย เดิมที บ้านหลังนี้ย้อนยุคไปมากกว่าพันปี และอยู่ติดกับ Notre-Dame-De-Vie ซึ่งเป็นโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดในภูมิภาค สวนนี้ได้รับการยกย่องในฝรั่งเศสว่ามีต้นวีสทีเรียที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปและมีดอกไม้นานาพันธุ์ปลูกโดย Picasso เอง

ภายใต้เจ้าของคนใหม่ อสังหาริมทรัพย์นี้จะใช้เพื่อการกุศลโดยมูลนิธิในท้องถิ่น และเป็นการโปรโมทงานศิลปะผ่านกิจกรรมต่างๆ ซึ่งการบริจาคเงินก็เพื่อสนับสนุนโครงการพัฒนาแบบยั่งยืนทั้งหลายที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่โมนาโก

อสังหาริมทรัพย์นี้มีเจ้าของก่อนหน้าคือนักธุรกิจชาวดัตช์ Tom Moeskops และ BMB Alliance การขายนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้าง BMB Group ซึ่งหมุนเวียนสินทรัพย์เพื่อสร้าง Scepter Partners และเซ็นสัญญาแล้วปลายปีที่แล้ว 

เกี่ยวกับ Rayo Withanage

Rayo Withanage เป็นผู้ก่อตั้งและประธานของ Scepter Partners ซึ่งเขาได้รับการฝึกฝนเป็นนักกฎหมาย M&A โดยมีปริญญาโทจาก London School of Economics เขาเป็นผู้ขับเคลื่อนการพัฒนาของการธนาคารวาณิชธนกิจและธุรกิจการลงทุนของ Scepter Partners ซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านเงินทุนของครอบครัวและนักลงทุนภาครัฐ ทีมบริหารระดับสูงของ Scepter หมุนเวียนมาจาก Blackstone Group ภายใต้การนำของ Anthony Steains ในปี 2015 บริษัท Scepter มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เบอร์มิวดาโดยมีสำนักงานอยู่ในนิวยอร์กและฮ่องกง ได้รับการสนับสนุน 1.4 หมื่นล้านเหรียญ ในสินทรัพย์ และ ก่อตั้งขึ้นเพื่อซื้อสินทรัพย์แบบ large cap โดยมุ่งในด้านทรัพยากรธรรมชาติ โครงสร้างพื้นฐาน อสังหาริมทรัพย์ และสื่อรวมถึงโทรคมนาคม Mr. Withanage เป็นคนศรีลังกาและโปรตุเกส เกิดบนเกาะฟิจิและโตในเบอร์มิวดา นิวซีแลนด์ และบรูไน

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20170127005359/en/

ติดต่อ:

Hill+Knowlton Strategies

Caleb Barnhart, 212-885-0310

caleb.barnhart@hkstrategies.com




International Coalition นำคดีไปฟ้องร้องที่ศาลชั้นต้นของรอตเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการคอรัปชั่นและฉ้อโกงที่ถูกกล่าวหาของตัวแทนจำนวนหนึ่งและผู้บริหารของ Petroleo Brasiliero

Logo

รอตเตอร์ดัม, เนเธอร์แลนด์–(บิสิเนส ไวร์)–24 มกราคม 2017

กองกำลังพันธมิตรนานาชาติประกาศวันนี้ว่าได้นำคดีไปฟ้องร้องที่ศาลดัชท์เมื่อวานนี้ โดยเป็นตัวแทนของกลุ่มนักลงทุนที่ต้องสูญเสียหลายพันล้านเหรียญสหรัฐในการลงทุนใน Petroleo Brasiliero SA (“Petrobras”) กองกำลังพันธมิตรมองหาคำสั่งศาลแสดงสิทธิ์ของโจทก์อันเป็นผลจากการคอรัปชั่นของบริษัทและผู้บริหารที่ได้รับกล่าวหาไป ทางกองกำลังพันธมิตรเป็นตัวแทนของนักลงทุนที่ซื้อหลักทรัพย์ Petrobras ในตลาด BM&FBOVESPA ในบราซิลและหลักทรัพย์อื่นๆ ที่ซื้อผ่านการซื้อขายของ (แต่ไม่ครอบคลุมโดย) การดำเนินคดีในสหรัฐอเมริกา กลุ่มนักลงทุนที่ได้รับความเสียหายเชื่อว่าเนเธอร์แลนด์มีอำนาจศาลที่เหมาะสมในการดำเนินคดีทางกฎหมายได้ ซึ่งเป็นที่ที่ Petrobras Global Finance B.V. และบริษัทและภาคส่วนอื่นๆ ของ Petrobras ตั้งอยู่ นอกจากนี้ ระบบกฎหมายของดัชท์ได้เป็นแบบอย่างของโลกสำหรับนักลงทุนนานาชาติที่มองหาค่าชดเชยจากความสูญเสียที่เกิดจากการฉ้อโกงและการฝ่าฝืนกฎหมายหลักทรัพย์นานาชาติ

ในหมายศาล 172 หน้ากล่าวหาว่า เมื่อการฉ้อโกงและการติดสินบนที่ซับซ้อนกระทำโดยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของ Petrobras ได้เปิดเผยขึ้นสู่สาธารณะในปี 2014 นั้น นักลงทุนได้สูญเสียหลายพันล้านเหรียญสหรัฐ ยูโร และเงินเรียลของบราซิล อันเป็นผลจากการลดมูลค่าทางบัญชีของทรัพย์สินอันเป็นสาระสำคัญลงและการลดลงอย่างมากในราคาหุ้น Petrobras 

หมายศาลนี้ได้ออกโดย Stichting Petrobras Compensation Foundation (“Foundation”) ของดัชท์ ที่มีตัวแทนคือกองกำลังพันธมิตรสถาบันทนายของดัชท์ อเมริกา บราซิล และอังกฤษ และได้รับการสนับสนุนโดยนักลงทุนนานาชาติกลุ่มใหญ่ และองค์กร International Securities Associations and Foundations Management Company Ltd. (“ISAF”) ทาง Foundation ไม่ใช่องค์กรแสวงหากำไรที่เป็นตัวแทนของนักลงทุน Petrobras ที่ได้รับความเสียหาย ทาง Foundation นี้นำโดยคณะกรรมการผู้มีประสบการณ์สูงและเป็นอิสระ ประกอบไปด้วย: Mr. H. Th. Bouma (ประธาน), อดีตพาร์ทเนอร์นักกฎหมายที่ Pels Rijcken & Droogleever Fortuijn และอดีตรองผู้พิพากษาที่ศาลอุทธรณ์ในเดอะเฮก; Mr. A.H. Korthals อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของรัฐบาลดัชท์; Mr. C.J. Vriesman อดีตนายกเทศมนตรีของเดน เฮลเดอร์และอดีตผู้อำนวยการทั่วไปของ National Forest Service และ the Ministry of Housing, Spatial Planning and the Environment

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคณะกรรมการของ Foundation สามารถอ่านได้ที่เว็บไซต์ของ Foundation (http://www.pbcompensation.com/)

เป้าหมายของการดำเนินคดีและการทดแทนความเสียหาย 

การดำเนินคดีในเนเธอร์แลนด์ได้รับการสนับสนุนและช่วยด้านการเงินโดย ISAF และให้พาหนะสำหรับนักลงทุนที่ได้รับความเสียหายเพื่อการดำเนินคดีเรียกร้องค่าเสียหาย และเพื่อก่อให้เกิดการจัดการหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินคดี นักลงทุน Petrobras ที่มีสิทธิมีส่วนร่วมในฐาน “ค่าความสำเร็จเท่านั้น" โดยไม่มีความเสี่ยงหรือค่าใช้จ่ายใดๆ ทาง Foundation เชิญ Petrobras ในการร่วมหารือถึงการแก้ปัญหาจากความสูญเสียนี้ที่เกิดขึ้นกับนักลงทุน ที่มีตัวแทนคือ Foundation จนถึงปัจจุบันนี้ คำเชิญนั้นยังไม่ได้รับการตอบรับ ดังนั้นการดำเนินคดีจึงได้เริ่มขึ้น

อำนาจในการตัดสินคดี

เนเธอร์แลนด์มีอำนาจในการตัดสินคดีสำหรับการฟ้องร้อง Petrobras ในกรณีนี้ 

นักลงทุนดัชท์และนานาชาติมองหาการดำเนินคดีทางกฎหมายผ่านทาง Foundation ในประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่ที่ Petrobras Global Finance B.V. และบริษัทและภาคส่วนอื่นๆ ของ Petrobras ตั้งอยู่ นอกจากนี้ ผลกระทบของการฉ้อโกงที่กล่าวหานี้ขยายมาสู่เนเธอร์แลนด์ การดำเนินคดีและการหาข้อยุติของ Foundation ครอบคลุมถึงหลักทรัพย์หลักของ Petrobras ซื้อขายใน BM&FBOVESPA ในเซาเปาโลและผ่านทางตลาดที่เกี่ยวเนื่องกัน เช่น Latibex ที่ตลาดหลักทรัพย์มาดริด และตราสารหนี้สกุลยูโร สเตอร์ลิง และดอลลาร์สหรัฐ ที่อิชชูผ่าน Petrobras Global Finance B.V. การตัดสินใจของกำลังพันธมิตรในการดำเนินคดีในเนเธอร์แลนด์ ยังพิจารณาข้อเท็จจริงที่ว่าถ้าแต่ละฝ่ายตัดสินใจที่จะยอมความระหว่างการดำเนินดี ระบบกฎหมายของดัชท์มีบรรทัดฐานของโลกสำหรับนักลงทุนต่างชาติที่หาค่าทดแทนที่เกิดจากกรณีฉ้อโกงหรือการขัดต่อกฎหมายหลักทรัพย์นานาชาติ

คดีความหลักทรัพย์สหรัฐอเมริกา 

คดีความที่ฟ้องร้องในอเมริกาแทนนักลงทุน ครอบคลุมถึงการสูญเสียใน American Depository Shares ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กและตราสารหนี้ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งหมายความว่านักลงทุนสูญเสียตั้งแต่หุ้นที่ซื้อใน BM&FBOVESPA และบอนด์อื่นๆ รวมถึงยูโร ที่ไม่ได้รวมอยู่ในการดำเนินคดีของสหรัฐและคดีความ opt-out

อนุญาโตตุลาการบราซิล

ISAF และการร่วมมือสัมพันธมิตรกับสำนักงานทนาความนานาชาติได้ทำการค้นคว้าวิจัยถึงโปรสเป็คของอนุญาโตตุลาการระหว่างนักลงทุนที่ได้รับความเสียหายและ Petrobras ก่อน Market Arbitration Chamber ของตลาดหลักทรัพย์ BM&FBOVESPA ในบราซิล การวิเคราะห์นี้ บวกกับการวิเคราะห์โดยนักลงทุนที่เป็นอิสระจาก ISAF นำพาไปสู่บทสรุปว่ากลยุทธ์การดำเนินคดีของดัชท์จัดโดย Foundation และ ISAF เป็นเส้นทางที่ถูกต้องที่จะนำไปสู่การช่วยเหลือที่มีความหมายต่อนักลงทุนที่ได้รับความเสียหาย

เกี่ยวกับ Shareholder Foundation

องค์กร Foundation: Stichting Petrobras Compensation Foundation ซึ่งเป็นองค์กรที่ตั้งอยู่ประเทศเนเธอร์แลนด์ที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของนักลงทุน Petrobras ที่ได้รับความเสียหาย ได้แต่งตั้ง ISAF ให้ติดต่อกับนักลงทุน สำนักกฎหมาย ผู้ให้บริการและสื่อมวลชนในการทำหน้าที่ต่างๆ รวมถึงการเก็บข้อมูลการซื้อขายของลูกค้า การคำนวณความเสียหาย ใบรับรองการสูญเสีย และเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ISAF จะให้เงินสนับสนุนค่าดำเนินคดี รวมถึงค่าทนาย ค่าผู้เชี่ยวชาญ กระบวนการ การเกิ็บข้อมูล ค่าธุรการ ค่าธุรการเกี่ยวกับการร้องเรียน 

สำนักงานทนายความ: Lemstra Van der Korst N.V. ซึ่งเป็นสำนักทนายความชั้นนำของดัชท์เป็นตัวแทนของ Foundation และให้คำปรึกษากับสำนักการดำเนินคดีความหลักทรัพย์คือ Motley Rice และ Lowey Dannenberg Cohen & Hart และ Withers LLP และสำนักกฎหมายบราซิล

การวิเคราะห์ข้อร้องเรียนและกระบวนการ: Battea Class Action Services, LLC ซึ่งเป็นผู้นำนานาชาติในด้านการร้องเรียนด้านหลักทรัพย์ยังเก็บข้อมูลลูกค้าและทำการคำนวณความสูญเสียของนักลงทุน

 สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20170123006220/en/

ติดต่อ:

ISAF

Adam Foulke, +1 203-252-3378

media@isafpetrobras.com

Thai Herald