Tag Archives: 2026

SIRBAI เปิดตัวเทคโนโลยีฝูงโดรนอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI แห่งแรกของตะวันออกกลางที่งาน UMEX 2026

Logo

แพลตฟอร์มใหม่นี้จะช่วยให้สามารถปฏิบัติการโดรนแบบประสานงานและอัตโนมัติได้ โดยออกแบบมาเพื่อสภาพแวดล้อมด้านการป้องกันประเทศสมัยใหม่

อาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–(BUSINESS WIRE)–20 มกราคม 2026

SIRBAI ในวันนี้ได้ประกาศเปิดตัวเทคโนโลยีฝูงโดรนอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI แห่งแรกของตะวันออกกลางอย่างเป็นทางการในงาน UMEX 2026 – ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มนิทรรศการระดับโลกสำหรับระบบไร้คนขับและความสามารถในการทำงานอัตโนมัติ โดยนับเป็นการเข้าสู่ภาคเทคโนโลยีด้านการป้องกันประเทศของบริษัท เทคโนโลยีนี้ได้รับการออกแบบมาสำหรับระบบอากาศยานไร้คนขับ (UAS) ที่จะช่วยให้โดรนหลายลำสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างอิสระในระดับสูง แม้ในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนและมีการแข่งขันสูง ในฐานะบริษัทแรกในภูมิภาคที่นำเสนอความสามารถขั้นสูงนี้ ทาง SIRBAI พร้อมที่จะกำหนดนิยามใหม่ของสนามรบสมัยใหม่ด้วยเทคโนโลยีอัตโนมัติที่ล้ำสมัยและปรับขนาดได้ สร้างมาตรฐานใหม่สำหรับระบบภารกิจที่ยืดหยุ่นและใช้งานง่ายสำหรับปฏิบัติการป้องกันประเทศสมัยใหม่

SIRBAI Launches Middle East’s First AI-Powered Autonomous Drone Swarm Technology at UMEX 2026 (Photo: AETOSWire)

SIRBAI เปิดตัวเทคโนโลยีฝูงโดรนอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI แห่งแรกของตะวันออกกลางที่งาน UMEX 2026 (ภาพ: AETOSWire)

SIRBAI ได้เข้าสู่ตลาดในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติเพื่อการป้องกันประเทศและเทคโนโลยีฝูงหุ่นยนต์อัจฉริยะ โดยทาง SIRBAI นั้นพัฒนาโดยวิศวกรกว่า 40 คนในด้าน AI ระบบอัตโนมัติ และหุ่นยนต์ โดยต่อยอดจากงานวิจัยขั้นสูงที่พัฒนาขึ้นในอาบูดาบี รวมถึงขีดความสามารถที่มาจากสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยี (TII) พันธกิจของ SIRBAI คือการช่วยเหลือประเทศต่างๆ ในการพัฒนาระบบป้องกันประเทศที่ปลอดภัยและยืดหยุ่นผ่านเทคโนโลยีฝูงอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่ใช้งานได้จริง โดยโมเดลที่เน้นซอฟต์แวร์เป็นหลักและเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเองทั้งหมดภายในองค์กรจะช่วยให้สามารถพัฒนาขีดความสามารถได้อย่างรวดเร็ว มีความมั่นใจด้านความปลอดภัยสูง และมีความยืดหยุ่นในการปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมการใช้งานต่างๆ

ดร. Najwa Aaraj ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ TII กล่าวว่า “การเปิดตัวเทคโนโลยีฝูงโดรนรุ่นใหม่ของ SIRBAI ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับระบบนิเวศเทคโนโลยีด้านการป้องกันประเทศของภูมิภาค ด้วยการผสมผสาน AI ขั้นสูงเข้ากับการปฏิบัติงานโดรนอัตโนมัติ SIRBAI กำลังสร้างมาตรฐานใหม่สำหรับระบบภารกิจที่ยืดหยุ่นและเน้นผู้ปฏิบัติงานเป็นศูนย์กลาง โดยทาง TII มีความภาคภูมิใจที่ได้สนับสนุนความสำเร็จนี้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของเราในการส่งมอบเทคโนโลยีขั้นสูงที่เสริมสร้างความมั่นคงของชาติและเพิ่มขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศทั่วโลก”

การเปิดตัวครั้งนี้เป็นการนำเสนอแนวทางที่ปรับขนาดได้และใช้งานง่ายสำหรับการปฏิบัติการฝูงโดรนอัตโนมัติ ซึ่งสนับสนุนภารกิจด้านการป้องกันประเทศตั้งแต่การเฝ้าระวังและการป้องกันไปจนถึงการทำงานร่วมกันระหว่างโดรนที่มีคนขับและโดรนไร้คนขับขั้นสูง ด้วยการบูรณาการการวางแผนภารกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI การตัดสินใจแบบกระจายอำนาจ และการประสานงานแบบเรียลไทม์ แพลตฟอร์มของ SIRBAI จะช่วยลดภาระงานของผู้ปฏิบัติงานในขณะที่เพิ่มประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นของภารกิจ ระบบแบบโมดูลาร์แบบครบวงจรนี้ได้รวมการวางแผนภารกิจ การสั่งการ และการดำเนินการฝูงโดรนไว้ในแพลตฟอร์มเดียว โดยจะช่วยเร่งวงจรการตัดสินใจและทำให้สามารถควบคุมฝูงโดรนได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยภาระทางความคิดที่ลดลง

ดร. Dario Albani ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ SIRBAI กล่าวว่า “SIRBAI จะช่วยเชื่อมช่องว่างระหว่างเจตนาของมนุษย์กับการปฏิบัติภารกิจอัตโนมัติ ทำให้เกิดการประสานงานอย่างราบรื่นระหว่างระบบที่มีคนควบคุมและระบบไร้คนควบคุม แพลตฟอร์มของเราจะช่วยให้มั่นใจได้ถึงความเป็นอิสระที่ยืดหยุ่น การไหลเวียนของข้อมูลอย่างต่อเนื่อง และการตอบสนองที่คล่องตัวในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมีความต้องการสูง ด้วยการเชื่อมต่อและทำงานร่วมกันระหว่างผู้ปฏิบัติงานและสินทรัพย์อัตโนมัติ SIRBAI จึงมอบความน่าเชื่อถือและข้อได้เปรียบในการปฏิบัติงานที่จำเป็นสำหรับภารกิจสมัยใหม่”

เทคโนโลยีของ SIRBAI ได้รับการออกแบบมาเพื่อสร้างผลกระทบในการปฏิบัติงานและรองรับการขยายขนาดในอนาคต โดยสามารถผสานรวมได้อย่างราบรื่นในแพลตฟอร์มที่หลากหลาย ตั้งแต่โดรนทางยุทธวิธีขนาดกะทัดรัดไปจนถึงยานรบทางอากาศไร้คนขับขั้นสูง (UCAV) โดยระบบนี้ได้รับการสร้างขึ้นมาเพื่อรับมือกับสภาพแวดล้อมที่มีการแข่งขันสูงและการขาดสัญญาณ GPS โดยใช้ระบบนำทางที่ยืดหยุ่นเพื่อรักษาการปฏิบัติการแบบฝูงที่ประสานงานกันภายใต้การรบกวนหรือการเชื่อมต่อที่ลดลง ในขณะเดียวกันก็ยังคงสามารถควบคุมดูแลโดยผู้ปฏิบัติงานได้เมื่อจำเป็น

ที่มา: AETOSWire

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260120186459/en

Contacts

Jinan Warrayat
jinan.warrayat@tii.ae

ที่มา: SIRBAI

โรงเรียน Ruamrudee International คว้ารางวัล Zayed Sustainability Prize ประจำปี 2026 ในประเภทโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายระดับโลก – เอเชียตะวันออกและแปซิฟิก

Logo

อาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–(BUSINESS WIRE)–15 มกราคม 2026

โรงเรียน Ruamrudee International ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศไทย ได้รับรางวัล Zayed Sustainability Prize ประจำปี 2026 ในประเภทโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายระดับโลก – เอเชียตะวันออกและแปซิฟิก โดยโรงเรียนได้รับการยกย่องจากโครงการ ‘Future of Good Life’ ซึ่งมุ่งแก้ไขผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการทำนาข้าวด้วยเทคนิคการประหยัดน้ำและกลยุทธ์ลดการปล่อยคาร์บอนที่เป็นนวัตกรรมใหม่

2026 Zayed Sustainability Prize Awards Ceremony (Photo: AETOSWire)

พิธีมอบรางวัล Zayed Sustainability Prize ประจำปี 2026 (ภาพ: AETOSWire)

โครงการนี้แนะนำวิธีการปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้ง (Alternate Wetting and Drying: AWD) และเซ็นเซอร์ราคาประหยัดซึ่งมีชื่อว่า RiceSense ซึ่งพัฒนาโดยนักศึกษา เซ็นเซอร์นี้จะติดตามระดับน้ำและข้อมูล GPS เพื่อช่วยเกษตรกรลดการปล่อยก๊าซมีเทนและมีสิทธิ์ได้รับเครดิตคาร์บอน นอกจากนี้ นักศึกษายังเป็นผู้นำในการฝึกอบรมและสร้างความตระหนักรู้แก่เกษตรกรเพื่อส่งเสริมแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืนทั่วประเทศ

โครงการนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์แก่นักเรียนประมาณ 1,200 คนและครู 150 คน รวมถึงให้การฝึกอบรมแก่เกษตรกรเพื่อขยายการนำไปใช้และส่งเสริมการมีส่วนร่วมในโครงการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน ช่วยให้เกษตรกรลดการปล่อยก๊าซมีเทนได้มากถึง 40% และประหยัดน้ำได้ประมาณ 750 ลูกบาศก์เมตรต่อรอบการเพาะปลูก

Dr. Lamya Fawwaz ผู้อำนวยการบริหารรางวัล Zayed Sustainability Prize กล่าวชื่นชมความสำเร็จของโรงเรียนว่า “รางวัล Zayed Sustainability Prize ช่วยส่งเสริมให้เยาวชนคิดใหม่เกี่ยวกับระบบที่ค้ำจุนเรา นักเรียนของโรงเรียน Ruamrudee International ได้ผสมผสานนวัตกรรมและความรู้ในท้องถิ่นเพื่อทำให้การเกษตรมีความยั่งยืนและยืดหยุ่นมากขึ้น พวกเขาพิสูจน์ให้เห็นว่าผู้เรียนในวันนี้สามารถเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนในวันพรุ่งนี้ได้”

Dr. James (Jim) O’Malley ผู้อำนวยการโรงเรียน Ruamrudee International กล่าวว่า “เรารู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งในตัวนักเรียนของเราที่สร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนของเราในระดับโลกผ่านโครงการ ‘Future of Good Life’ ความสามารถของพวกเขาในการผสมผสานความคิดสร้างสรรค์และความเห็นอกเห็นใจเข้าด้วยกันจนเปลี่ยนแปลงความหมายของการเกษตรแบบยั่งยืน เป็นอะไรที่น่าทึ่งมาก การได้รับการยอมรับให้เป็นผู้เข้ารอบสุดท้ายของรางวัล Zayed Sustainability Prize เป็นแรงบันดาลใจให้ชุมชนโรงเรียนของเราทั้งหมดมุ่งมั่นที่จะพัฒนาผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนต่อไป”

เงินรางวัลจำนวน 150,000 ดอลลาร์สหรัฐ จะช่วยให้โรงเรียนสามารถขยายเทคโนโลยีเซ็นเซอร์ พัฒนาโครงการการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม และเสริมสร้างความร่วมมือกับเกษตรกรในท้องถิ่นเพื่อขยายการปลูกข้าวอย่างยั่งยืนทั่วประเทศไทย

รางวัล Zayed Sustainability Prize มอบให้แก่องค์กรและโรงเรียนมัธยมปลายที่ขับเคลื่อนโซลูชันที่มีผลกระทบและสร้างสรรค์ในหมวดหมู่ต่างๆ ได้แก่ สุขภาพ อาหาร พลังงาน น้ำ การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และโรงเรียนมัธยมปลายระดับโลก นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง รางวัลนี้ได้สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชีวิตของผู้คนกว่า 400 ล้านคนทั่วโลก สืบสานมรดกแห่งวิสัยทัศน์ของ Sheikh Zayed bin Sultan Al Nahyan บิดาผู้ก่อตั้งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

นับตั้งแต่ปี 2013 รางวัลนี้ได้มอบรางวัลให้กับโรงเรียนมัธยมปลาย 68 แห่งในหมวดหมู่โรงเรียนมัธยมปลายระดับโลก จากประเทศต่างๆ ในภูมิภาคต่อไปนี้: ทวีปอเมริกา แอฟริกาใต้ทะเลทรายซาฮารา ตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ยุโรปและเอเชียกลาง เอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก จนถึงปัจจุบัน ผู้ชนะรางวัลโรงเรียนมัธยมปลายระดับโลก ได้สร้างผลกระทบต่อชีวิตของนักเรียนกว่า 56,599 คน และผู้คนในชุมชนโดยรอบอีก 480,660 คน

ที่มา: AETOSWire

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260114467929/en

Contacts

Thomas Hagan
thomas.hagan@panterra.global

ที่มา: Zayed Sustainability Prize

CES 2026: GIGABYTE คือ “AI Forward” ที่นำเสนอโซลูชัน AI Factory, Physical AI และ Agentic AI โซลูชัน

Logo

ไทเป–(BUSINESS WIRE)–06 มกราคม 2569

GIGABYTE Technology ผู้นำระดับโลกที่ได้รับการยอมรับในด้านความเป็นเลิศทางวิศวกรรมในด้านการประมวลผลประสิทธิภาพสูงและเซิร์ฟเวอร์ AI ที่ยังคงเสริมสร้างตำแหน่งของตนในฐานะหนึ่งในผู้คิดค้นนวัตกรรมเซิร์ฟเวอร์ที่เน้น AI มากที่สุดของไต้หวัน โดยในงาน CES 2026 GIGABYTE จะนำเสนอระบบนิเวศการประมวลผลแบบครบวงจรภายใต้ธีม AI Forward — ที่จะช่วยเน้นย้ำว่าเทคโนโลยีเหล่านี้เป็นแกนหลักด้านการคำนวณของโครงสร้างพื้นฐาน AI รุ่นใหม่ ที่ช่วยสนับสนุนการพัฒนา AI ในระบบคลาวด์ อุปกรณ์ปลายทาง และอุปกรณ์ส่วนบุคคล ตลอดจนโซลูชันแบบครบวงจรที่จะช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถใช้งาน AI ได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และขยายขนาดได้มากขึ้น

CES 2026: GIGABYTE is “AI Forward,” Showcasing AI Factory, Physical AI, and Agentic AI Solutions

CES 2026: GIGABYTE คือ “AI Forward” ที่นำเสนอโซลูชัน AI Factory, Physical AI และ Agentic AI โซลูชัน

สร้าง AI Factory ที่พร้อมสำหรับอนาคต

GIGABYTE เปิดตัวโซลูชันศูนย์ข้อมูล AI แบบครบวงจรด้วย GIGAPOD ซึ่งเป็น “Building-Block Design” แบบโมดูลาร์ที่ผสานรวมเซิร์ฟเวอร์ประสิทธิภาพสูง เครือข่ายความเร็วสูง และซอฟต์แวร์ GIGABYTE POD Manager (GPM) ที่จะช่วยปรับปรุงการออกแบบ การใช้งาน และการตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐาน AI ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยเร่งการสร้าง AI Factory ระดับองค์กร

ในแกนหลักของระบบ GIGAPOD จะใช้เซิร์ฟเวอร์ระบายความร้อนด้วยของเหลวโดยตรงในรุ่น G4L4 / G4L3 ที่รองรับโพรเซสเซอร์ Intel® Xeon® 6 และอิงตามระบบ NVIDIA HGX B300 และโพรเซสเซอร์ AMD EPYC™ 9005/9004 พร้อมตัวเร่งความเร็ว AMD Instinct™ MI355X เซิร์ฟเวอร์เหล่านี้ผสานรวมความหนาแน่นในการประมวลผลขั้นสูงเข้ากับประสิทธิภาพการระบายความร้อนขั้นสูง นอกจากนี้ GIGABYTE ยังได้แนะนำสวิตช์จัดการแร็คที่พัฒนาขึ้นเองภายในบริษัท ซึ่งรวมศูนย์การจัดการสำหรับแร็ค DLC ได้มากถึงแปดแร็คภายในฟอร์มแฟคเตอร์ 1U ขนาดกะทัดรัด รองรับโปรโตคอลการสื่อสาร CDU จากหลายผู้จำหน่าย และการตรวจจับการรั่วไหลที่แม่นยำ ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของระบบและประสิทธิภาพการจัดการอย่างมาก สร้างมาตรฐานใหม่สำหรับศูนย์ข้อมูล AI อัจฉริยะที่ปรับขนาดได้

GIGABYTE ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์สำหรับศูนย์ข้อมูลทุกขนาดเพิ่มเติม โดยมีรุ่นเรือธง NVIDIA Grace Blackwell Ultra NVL72 — ซึ่งเป็นโหนดประมวลผลระดับแร็คที่มีซีพียู NVIDIA Grace จำนวน 72 ตัว เสริมด้วยเครือข่าย NVIDIA Quantum-X800 InfiniBand และ NVIDIA Spectrum-X Ethernet สามารถมอบประสิทธิภาพการประมวลผลแบบอนุมานได้สูงสุดถึง 50 เท่า เมื่อเทียบกับ NVIDIA Hopper รุ่นก่อนหน้า

สำหรับการฝึกอบรม การจำลอง และการประมวลผลปริมาณมาก GIGABYTE ได้นำเสนอ G894-SD3-AAX7 และซูเปอร์คอมพิวเตอร์ XL44-SX2-AAS1 ที่เร่งความเร็วด้วย NVIDIA HGX B300 และ NVIDIA RTX PRO™ 6000 Blackwell Server Edition GPU ตามลำดับ โดยทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับโพรเซสเซอร์ Intel® Xeon® 6 สองตัว หน่วยความจำ DDR5 และการเชื่อมต่อ InfiniBand/Ethernet ความเร็วสูง พร้อมทั้งผสานรวม NVIDIA BlueField-3 DPU เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของข้อมูลและประสิทธิภาพการคำนวณ เวิร์กสเตชัน โดย W775-V10-L01 จะนำเสนอประสิทธิภาพ GPU ระดับเซิร์ฟเวอร์และระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวแบบวงปิดให้กับครีเอเตอร์และองค์กรขนาดเล็กที่ใช้งานเวิร์กโฟลว์ AI ในองค์กร

โซลูชัน Compact Edge สำหรับ Physical AI

GIGABYTE ขยายขีดความสามารถของ AI จากศูนย์ข้อมูลสู่การใช้งานจริงผ่านระบบฝังตัวและพีซีอุตสาหกรรม — ที่สร้างขึ้นเพื่อสภาพแวดล้อมที่มีความหน่วงต่ำ ความน่าเชื่อถือ และการประมวลผลแบบ Edge ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ที่เป็นสิ่งที่มีความสำคัญ โดยในงาน CES วิสัยทัศน์นี้ได้ปรากฏเป็นรูปธรรมผ่านการจัดแสดงคลังสินค้าอัจฉริยะ ซึ่งประกอบด้วย

  • คอมพิวเตอร์ Compact Edge สำหรับการประมวลผล AI ระดับสูง
  • ระบบฝังตัวพลังงานต่ำสำหรับการประสานงานกลุ่มยานพาหนะ AGV/AMR
  • พีซีอุตสาหกรรมสำหรับแขนหุ่นยนต์และระบบลำเลียง และ
  • ดีไซน์อเนกประสงค์พร้อมพอร์ตอินพุต/เอาต์พุตที่ครบครันสำหรับเซนเซอร์และแมชชีนวิชั่น

โซลูชันเหล่านี้จะช่วยให้ AI สามารถคิดและลงมือทำในที่ที่มีการสร้างข้อมูลได้ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการไปสู่ ​​Physical AI

สร้าง AI Agent ในชีวิตประจำวัน

ขณะที่โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค Agentic AI ทาง GIGABYTE ได้แนะนำซีรีส์ AI TOP ประกอบด้วยAI TOP ATOM, AI TOP 100 Z890 และ AI TOP 500 TRX50 ที่เป็นคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อประดับพรีเมียมที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งช่วยให้สามารถอนุมาน LLM/LMM ในพื้นที่ ปรับแต่งและใช้งาน RAG ได้ โดยใช้ระบบไฟฟ้ามาตรฐานได้ ทำให้มั่นใจได้ถึงความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย และราคาที่เหมาะสม นอกจากฮาร์ดแวร์ที่ยอดเยี่ยมแล้ว GIGABYTE ยังแนะนำซอฟต์แวร์ AI TOP Utility ซึ่งช่วยให้การตั้งค่าทำได้ง่ายขึ้น มีอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่าย และช่วยปรับปรุงเวิร์กโฟลว์ AI สำหรับการจัดการและการใช้งานโมเดลให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

GIGABYTE ยังขยายขีดความสามารถด้านการประมวลผลสำหรับลูกค้าที่ปรับแต่งด้วย AI ด้วยแล็ปท็อปที่ผสานรวม GiMATE AI companion ไว้ด้วย ซึ่งให้ความช่วยเหลือบนอุปกรณ์สำหรับครีเอเตอร์และมืออาชีพ นอกจากนี้ AORUS RTX 5090 AI BOX รุ่นใหม่ ที่มาพร้อมการเชื่อมต่อ Thunderbolt™ 5 และ GPU GeForce RTX™ 5090 ยังช่วยให้ผู้ใช้โน้ตบุ๊กสามารถเข้าถึงประสิทธิภาพ AI และกราฟิกที่ใกล้เคียงกับเดสก์ท็อปได้อีกด้วย

LVCC North Hall บูทหมายเลข 8519
https://www.gigabyte.com/Events/CES

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20251224890815/en

Contacts

Michael Pao brand@GIGABYTE.com

ที่มา: GIGABYTE

Xsolla กลับมาเป็นผู้สนับสนุนหลักของ Global Game Jam 2026 เพื่อสนับสนุนผู้สร้างสรรค์และส่งเสริมการเติบโตของชุมชนทั่วโลก

Logo

ความร่วมมือนี้ช่วยเสริมสร้างการศึกษา ทรัพยากรสำหรับนักพัฒนา และการมีส่วนร่วมระดับโลกในงานสร้างเกมที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ลอสแอนเจลิส–(BUSINESS WIRE)–24 ธันวาคม 2025

Xsolla บริษัทชั้นนำระดับโลกด้านการค้าวิดีโอเกม ซึ่งให้ความช่วยเหลือนักพัฒนาเกมในการเปิดตัว ขยายการเติบโต และสร้างรายได้จากเกมของพวกเขา ได้ประกาศความร่วมมือครั้งใหม่กับ Global Game Jam (GGJ) ในฐานะผู้สนับสนุนหลักสำหรับการจัดงานในปี 2026 ความร่วมมือนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ Xsolla ในการสนับสนุนนักพัฒนาเกมทุกระดับประสบการณ์ และขยายโอกาสสำหรับผู้สร้างสรรค์ในชุมชนการพัฒนาเกมระดับนานาชาติ

(Graphic: Xsolla)

(กราฟฟิก: Xsolla)

Global Game Jam เป็นกิจกรรมที่รวบรวมผู้เข้าร่วมหลายหมื่นคนจากทั่วโลกในแต่ละปี เพื่อร่วมกันสร้างเกม เรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ และทำงานร่วมกันในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อความคิดสร้างสรรค์และการสนับสนุนซึ่งกันและกัน ผ่านความร่วมมือนี้ Xsolla และ GGJ จะนำเสนอประสบการณ์การเรียนรู้ใหม่ ๆ เนื้อหาที่จัดทำร่วมกันภายใต้แบรนด์เดียวกัน รวมถึงการสนับสนุนโดยตรงที่เข้าถึงนักพัฒนาหน้าใหม่และผู้สร้างสรรค์ที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว

หัวข้อหลักของการประกวดในปีนี้คือ การเล่นข้ามแพลตฟอร์ม (Cross-Platform Play) ซึ่งส่งเสริมให้ทีมต่างๆ ออกแบบและสร้างเกมที่เชื่อมต่อกันได้อย่างราบรื่นในทุกแพลตฟอร์ม รวมถึงพีซี เว็บ และมือถือ รูปแบบการเล่นหลักยังคงเหมือนเดิม ในขณะที่ส่วนติดต่อผู้ใช้ (UI) และการควบคุมสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามอุปกรณ์ ทีมต่างๆ สามารถเชื่อมโยงแนวคิดและเกมของตนกับหัวข้ออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องของ GGJ เพื่อเพิ่มความคิดสร้างสรรค์และโอกาสในการค้นพบเกมของตนได้มากขึ้น

เพื่อเป็นการสนับสนุนเหล่าครีเอเตอร์ Xsolla จะเป็นเจ้าภาพจัดงาน GGJ ที่สำนักงานของพวกเขาในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย และจัดเวิร์คช็อปเพิ่มเติม พร้อมทั้งจัดหาสิ่งต่างๆ ที่จำเป็นเพื่อช่วยให้พวกเขาเปิดตัว เติบโต และประสบความสำเร็จ

“Global Game Jam สะท้อนจิตวิญญาณแห่งความคิดสร้างสรรค์ การทดลอง และชุมชน ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนอุตสาหกรรมของเราไปข้างหน้า” Berkley Egenes ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดและการเติบโตของ Xsolla กล่าว “เรารู้สึกภาคภูมิใจที่ได้สนับสนุนเหล่านักพัฒนาที่ยอดเยี่ยมซึ่งมารวมตัวกันทุกปีเพื่อเรียนรู้ ร่วมมือ และสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ เรามุ่งเน้นที่จะมอบเส้นทางที่ชัดเจนและทรัพยากรที่ใช้งานได้จริง เพื่อช่วยให้ผู้สร้างสามารถพัฒนาโครงการของตนต่อไปได้แม้หลังจากจบการแข่งขันแล้ว”

Global Game Jam ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องในฐานะจุดเริ่มต้นที่สำคัญสำหรับผู้มีความสามารถหน้าใหม่ และเป็นสถานที่รวมตัวระดับนานาชาติสำหรับนักพัฒนา นักการศึกษา นักเรียน และสตูดิโอต่างๆ ความร่วมมือระหว่าง Xsolla และ GGJ ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างการเรียนรู้ การสร้างสรรค์ และโอกาสระยะยาวสำหรับผู้เข้าร่วมทั่วโลก

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Global Game Jam สถานที่จัดงาน และรายละเอียดการเข้าร่วม โปรดเยี่ยมชม:globalgamejam.org

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสนับสนุน Global Game Jam ของ Xsolla โปรดเยี่ยมชม:https://xsolla.pro/globalgamejam2026

เกี่ยวกับ Xsolla

Xsolla เป็นบริษัทพาณิชย์ระดับโลกที่มีเครื่องมือและบริการอันแข็งแกร่งเพื่อช่วยนักพัฒนาแก้ไขปัญหาสำคัญต่างๆ ของอุตสาหกรรมวิดีโอเกม ตั้งแต่เกมอินดี้ไปจนถึงเกมระดับ AAA บริษัทต่างๆ ร่วมมือกับ Xsolla เพื่อช่วยระดมทุน จัดจำหน่าย ทำการตลาด และสร้างรายได้ให้กับเกมของพวกเขา ด้วยความเชื่อมั่นในอนาคตของวิดีโอเกม Xsolla มุ่งมั่นในพันธกิจที่จะเชื่อมโยงโอกาสต่างๆ เข้าด้วยกัน และจัดหาทรัพยากรใหม่ๆ ให้กับเหล่าครีเอเตอร์อย่างต่อเนื่อง โดย Xsolla มีสำนักงานใหญ่และจดทะเบียนในลอสแอนเจลิส แคลิฟอร์เนีย โดยดำเนินงานในฐานะผู้ค้าเกม และได้ช่วยเหลือนักพัฒนาเกมมากกว่า 1,500 คน ให้เข้าถึงผู้เล่นได้มากขึ้นและขยายธุรกิจไปทั่วโลก ด้วยเส้นทางสู่ผลกำไรและหนทางสู่ชัยชนะที่มากขึ้น นักพัฒนาเกมจึงมีทุกสิ่งที่จำเป็นสำหรับการเพลิดเพลินไปกับเกม

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชม:xsolla.com

เกี่ยวกับ Global Game Jam

Global Game Jam (GGJ) เป็นกิจกรรมสร้างเกมที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยรวบรวมนักพัฒนา ศิลปิน และผู้สร้างสรรค์ผลงานทุกระดับประสบการณ์มาร่วมสร้างสรรค์ ทดลอง และพัฒนาเกมภายในระยะเวลา 48 ชั่วโมง GGJ ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ การทำงานร่วมกัน และการเรียนรู้ภายในชุมชนผู้สร้างเกมระดับโลก

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชม:globalgamejam.org

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:
https://www.businesswire.com/news/home/20251223955533/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ผู้ประสานงานสื่อ
Derrick Stembridge
รองประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์ระดับโลก บริษัท Xsolla
d.stembridge@xsolla.com

ที่มา: Xsolla


Mercer เผยค่าเฉลี่ยเงินเดือนในประเทศไทยคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 5.2% ในปี 2026

Logo

ข่าวประชาสัมพันธ์

ข้อมูลติดต่อสำหรับสื่อมวลชน
Fei Tierney
Marsh McLennan
โทรศัพท์: +65 98009984
อีเมล: fei.tierney@mmc.com

วันที่ 19 ธันวาคม 2025—Mercer ซึ่งเป็นธุรกิจในเครือ Marsh McLennan (NYSE: MMC) และเป็นผู้นำระดับโลกในการช่วยให้องค์กรบรรลุเป้าหมายด้านการลงทุน กำหนดทิศทางอนาคตของการทำงาน และยกระดับผลลัพธ์ด้านสุขภาพและการเกษียณอายุของพนักงาน เผยว่าค่าเฉลี่ยเงินเดือนของพนักงานในประเทศไทยคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 5.2% ในปี 2026 สูงกว่าเล็กน้อยจาก 5% ในปี 2025

การสำรวจค่าตอบแทนรวม (Total Remuneration Survey) ปี 2025 ของ Mercer จัดทำการวิเคราะห์แนวโน้มและนโยบายด้านค่าตอบแทนในตำแหน่งงานมากกว่า 5,400 ตำแหน่ง จากบริษัทกว่า 815 แห่งในประเทศไทยที่ครอบคลุมทุกภาคอุตสาหกรรม ซึ่งผลการวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่าแม้อัตราการเพิ่มขึ้นของเงินเดือนจะชะลอลงเมื่อเทียบกับปี 2025 แต่เกือบทุกบริษัทที่เข้าร่วมการสำรวจ (99.6%) มีแผนจะปรับขึ้นเงินเดือนในปี 2026 ใกล้เคียงกับ 99.7% ในปี 2025

จากการวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่าปัจจัยหลักที่มีอิทธิพลต่อการปรับขึ้นเงินเดือนในปี 2026 ได้แก่ การแข่งขันเพื่อดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถ โดยเฉพาะในหลายภาคส่วนที่ต้องการทักษะเฉพาะทาง และการให้ความสำคัญกับค่าตอบแทนตามผลงาน (merit-based compensation) อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยองค์กรต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับทั้งประสิทธิภาพการทำงานและความคุ้มค่าในด้านต้นทุน ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาในมุมอุตสาหกรรมนั้น ภาคพลังงานเป็นผู้นำด้วยอัตราการเพิ่มขึ้นของเงินเดือนเฉลี่ยที่คาดไว้ที่ 6.0% รองลงมาคือกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่ 5.7% และกลุ่มยานยนต์ที่ 5.5%

ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่มีท้าทายอย่างต่อเนื่องส่งผลกระทบต่อโครงสร้างแรงงานในปัจจุบัน ทำให้ในปี 2025 มีจำนวนพนักงานประจำลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งต่ำกว่าระดับในปี 2021 ที่เป็นช่วงการระบาดของโควิด-19 อย่างไรก็ตาม ผลกระทบดังกล่าวแตกต่างกันไปในแต่ละอุตสาหกรรม ตัวอย่างเช่น ในภาคพลังงานและวิทยาศาสตร์ชีวภาพ (Life Sciences) ที่มีจำนวนพนักงานประจำเพิ่มขึ้น

เพื่อตอบสนองต่อตลาดแรงงานที่มีการแข่งขันสูง รวมถึงความคาดหวังที่เปลี่ยนแปลงไป รายงานยังชี้ให้เห็นว่า บริษัทต่าง ๆ ในประเทศไทยกำลังวางแผนปรับกลยุทธ์ด้านค่าตอบแทนในปีหน้า โดยปัจจุบัน 95.3% ขององค์กรที่เข้าร่วมการสำรวจมีแผนจูงใจระยะสั้น เช่น โบนัส ขณะที่สัดส่วนของบริษัทที่เสนอแรงจูงใจระยะยาว เช่น หุ้นพนักงาน เพิ่มขึ้นจาก 19.3% ในปี 2024 เป็น 38.2% ในปี 2025

นอกจากนี้ยังมีบริษัทจำนวนเพิ่มมากขึ้น (23.5%) ได้นำเสนอสวัสดิการแบบยืดหยุ่นเป็นส่วนหนึ่งของแพ็กเกจค่าตอบแทนสำหรับพนักงาน โดยมีทั้งการประกันสุขภาพ (89.5%) สมาชิกสันทนาการ/สปอร์ตคลับ (76.6%) และการตรวจสุขภาพ (64.9%) เป็นองค์ประกอบสิทธิประโยชน์และบริการหลักภายใต้แผนสวัสดิการแบบยืดหยุ่น

คุณธีระ เหล่าลัทธพล ผู้นำด้าน Data Intelligence & Academy Solution ของ Mercer ประเทศไทย กล่าวว่า “การเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลเห็นได้ชัดมากขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการปรับโครงสร้างองค์กรในประเทศไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เมื่อกลยุทธ์องค์กรพัฒนาไปอย่างรวดเร็วควบคู่กับนวัตกรรมด้านทรัพยากรบุคคล ข้อมูลจึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้องค์กรยังคงสามารถแข่งขันได้ในตลาดแรงงาน รวมถึงสามารถตอบสนองต่อความคาดหวังของพนักงานที่มีการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อที่องค์กรจะสามารถดึงดูดและรักษาบุคลากรชั้นนำไว้ได้ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนมากขึ้น”

เกี่ยวกับ Mercer
Mercer เป็นบริษัทในเครือของ Marsh McLennan (NYSE: MMC) ผู้นำระดับโลกในการสนับสนุนลูกค้าให้บรรลุเป้าหมายด้านการลงทุน กำหนดอนาคตของการทำงาน และยกระดับผลลัพธ์ด้านสุขภาพและการเกษียณอายุของพนักงาน โดย Marsh McLennan เป็นผู้นำระดับโลกด้านการบริหารความเสี่ยง กลยุทธ์ และบุคลากร โดยให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าในกว่า 130 ประเทศทั่วโลก ผ่านธุรกิจหลักทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ Marsh, Guy Carpenter, Mercer และ Oliver Wyman ซึ่ง Marsh McLennan มีความมุ่งมั่นในการช่วยให้องค์กร “มั่นใจในการเติบโตอย่างยั่งยืน” ผ่านมุมมองเชิงลึกและการให้คำปรึกษาที่สร้างผลลัพธ์จริง ซึ่งองค์กรมีรายได้ต่อปีมากกว่า 24 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และพนักงานกว่า 90,000 คนทั่วโลก ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ mercer.com หรือติดตามข่าวสารทาง LinkedIn และ X

Resident Evil Requiem ของ Capcom ซึ่งเป็นภาคล่าสุดของซีรีส์ เตรียมวางจำหน่ายในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2026!

Logo

– ภาคใหม่ที่ทุกคนรอคอยจะเปิดตัวในการเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปี ของซีรีส์ –

โอซากะ ประเทศญี่ปุ่น–(BUSINESS WIRE)–09 มิถุนายน 2025

Capcom Co., Ltd. (TOKYO:9697) ประกาศในวันนี้ว่า Resident Evil Requiem ซึ่งเป็นภาคล่าสุดใน Resident Evil มีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2026

Resident Evil Requiem Logo

โลโก้ Resident Evil Requiem

Resident Evil Requiem เป็นเกมสยองขวัญเอาชีวิตรอดที่เป็นภาคหลักลำดับที่ 9 ของซีรีส์นี้ เกมดังกล่าวได้รับการพัฒนาโดยใช้ RE ENGINE ซึ่งเป็นเอนจินเกมที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ Capcom และใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาของ Capcom ที่ได้สั่งสมมาจากเกมดังๆ มากมาย โดยความแม่นยำของกราฟิกได้รับการพัฒนาเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การนำเสนอภาพที่มีความสมจริงราวกับภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละครได้อย่างชัดเจน และมอบระดับความดื่มด่ำที่ไม่เคยมีมาก่อน บริษัทกำลังพัฒนาเกมดังกล่าวอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความคาดหวังที่สูงจากแฟนๆ ของซีรีส์ที่ติดตามมาอย่างยาวนานและกลุ่มผู้เล่นเกมทั่วโลก รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเกมดังกล่าวจะประกาศให้ทราบในอนาคต

Capcom ยังคงมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ที่จะตอบสนองความคาดหวังของผู้ใช้ทุกคนโดยใช้ประโยชน์จากความสามารถในการพัฒนาเกมชั้นนำของอุตสาหกรรมเพื่อสร้างประสบการณ์การเล่นเกมที่สนุกสนานอย่างยิ่ง

เกี่ยวกับซีรีส์ Resident Evil

แฟรนไชส์ ​​Resident Evil นำเสนอเกมสยองขวัญเอาชีวิตรอดที่ผู้เล่นต้องใช้อาวุธและสิ่งของต่างๆ เพื่อเอาชีวิตรอดในสถานการณ์สุดสยองขวัญ ด้วยการสนับสนุนจากฐานแฟนคลับที่หลงใหลทั่วโลก ทำให้ยอดขายเกมสะสมนับตั้งแต่เกมแรกในซีรีส์หลักนี้ที่เปิดตัวในปี 1996 ทะลุ 170 ล้านชุด*

*ณ วันที่ 31 มีนาคม 2025

เกี่ยวกับ CAPCOM

Capcom เป็นผู้พัฒนา ผู้จัดพิมพ์ และผู้จัดจำหน่ายเกมความบันเทิงแบบโต้ตอบชั้นนำระดับโลกสำหรับคอนโซลเกม พีซี อุปกรณ์พกพา และอุปกรณ์ไร้สาย บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 1983 และได้สร้างเกมมาแล้วหลายร้อยเกม รวมถึงแฟรนไชส์ที่ก้าวล้ำอย่าง Resident Evil™, Monster Hunter™, Street Fighter™, Mega Man™, Devil May Cry™ และ Ace Attorney™ Capcom มีการดำเนินงานในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เยอรมนี ฝรั่งเศส ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ และโตเกียว โดยมีสำนักงานใหญ่ของบริษัทตั้งอยู่ในโอซากะ ประเทศญี่ปุ่น สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Capcom ได้ที่ https://www.capcom.co.jp/ir/english/

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20250609946595/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ฝ่ายประชาสัมพันธ์และนักลงทุนสัมพันธ์ของ Capcom
+81-6-6920-3623

ที่มา: Capcom Co., Ltd.


เกมแอ็กชันผจญภัยแนวไซไฟใหม่จาก Capcom PRAGMATAเตรียมเปิดตัวในปี 2026!

Logo

– Capcom สร้าง IP ใหม่ทั้งหมดโดยมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว –

โอซากะ, ญี่ปุ่น–(BUSINESS WIRE)–05 มิถุนายน 2025

Capcom Co., Ltd. (TOKYO:9697) ประกาศในวันนี้ว่า PRAGMATA ซึ่งเป็น IP ใหม่ทั้งหมดที่ทุกคนต่างรอคอยอย่างมาก มีกำหนดเปิดตัวแล้วในปี 2026

PRAGMATA Key Art

คีย์อาร์ตของ PRAGMATA

PRAGMATA เป็นเกมแอ็กชันผจญภัยแนวไซไฟที่เกิดขึ้นบนดวงจันทร์ในโลกอนาคตอันใกล้นี้ โดยในเกมมีตัวละครหลักที่น่าสนใจสองตัว ได้แก่ Hugh ในชุดอวกาศและ Diana สาวน้อยหุ่นแอนดรอยด์ ซึ่งช่วยกันฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ผ่านการผจญภัยที่มอบประสบการณ์การเล่นเกมที่น่าตื่นเต้นและมีกลยุทธ์เฉพาะตัว โดยนอกเหนือจากแฟรนไชส์ที่มีอยู่แล้ว Capcom ยังจัดสรรทรัพยากรเฉพาะสำหรับการสร้าง IP ใหม่ๆ และกำลังพัฒนา PRAGMATA โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้าง IP ใหม่ทั้งหมด บริษัทวางแผนที่จะประกาศข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเนื้อหาของเกมและวันที่วางจำหน่ายในอนาคต

Capcom ยังคงมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ที่จะตอบสนองความคาดหวังของผู้ใช้ทุกคนโดยใช้ประโยชน์จากความสามารถในการพัฒนาเกมที่เป็นผู้นำในอุตสาหกรรม เพื่อสร้างประสบการณ์การเล่นเกมที่สนุกสนานอย่างยิ่งขึ้น

เกี่ยวกับ CAPCOM

Capcom เป็นผู้พัฒนา ผู้จัดพิมพ์ และผู้จัดจำหน่ายเกมความบันเทิงแบบโต้ตอบชั้นนำระดับโลกสำหรับคอนโซลเกม พีซี อุปกรณ์พกพา และอุปกรณ์ไร้สาย บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 1983 และได้สร้างเกมมาแล้วหลายร้อยเกม รวมถึงแฟรนไชส์ที่ก้าวล้ำอย่าง Resident Evil™, Monster Hunter™, Street Fighter™, Mega Man™, Devil May Cry™ และ Ace Attorney™ Capcom มีการดำเนินงานในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เยอรมนี ฝรั่งเศส ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ และโตเกียว โดยมีสำนักงานใหญ่ของบริษัทตั้งอยู่ในเมืองโอซากะ ประเทศญี่ปุ่น สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Capcom ได้ที่ https://www.capcom.co.jp/ir/english/  

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย 

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20250605459835/en

Contacts

ฝ่ายประชาสัมพันธ์และนักลงทุนสัมพันธ์ของ Capcom
+81-6-6920-3623

ที่มา: Capcom Co., Ltd.


Al Zorah ประกาศความร่วมมือกับ Four Seasons เพื่อเปิดรีสอร์ทริมชายหาดสุดหรูที่ Al Zorah, Ajman ในปี 2026

Logo

AJMAN, United Arab Emirates–(BUSINESS WIRE)–28 เมษายน 2025

บริษัท Al Zorah Development ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาล Ajman และ Solidere International ร่วมกับ Four Seasons ได้ประกาศแผนเปิดตัว Four Seasons Resort Ajman ที่ Al Zorah ในปี 2026 รีสอร์ทสุดหรูริมชายหาดแห่งนี้จะได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่จากทรัพย์สินที่มีอยู่เดิม รวมถึงการอัปเกรดที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะ

From left: George Saad, CEO of Al Zorah Development Company, and Adrian Messerli, Area President, Hotel Operations, EMEA at Four Seasons, during the signing of the agreement. (Photo: AETOSWire)

จากซ้าย: George Saad, CEO ของบริษัท Al Zorah Development และ Adrian Messerli ประธานฝ่ายปฏิบัติการโรงแรม EMEA ประจำพื้นที่ ที่ Four Seasons ในระหว่างการลงนามข้อตกลง (ภาพถ่าย: AETOSWire)

รีสอร์ทแห่งนี้มีวิลล่า 23 หลัง ห้องพัก 74 ห้อง และห้องชุด โดยทุกห้องมีระเบียงส่วนตัวที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพอันสวยงามของ Arabian Gulf รีสอร์ทตั้งอยู่ห่างจากสนามบินนานาชาติดูไบเพียง 25 นาที พร้อมบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเงียบสงบตามธรรมชาติอันเป็นเอกลักษณ์

George Saad, CEO ของบริษัท Al Zorah Development Company เปิดเผยว่า โครงการนี้ถือเป็นโอกาสในการยกระดับทรัพย์สินที่มีอยู่เดิมให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางสุดหรูที่ผสมผสานวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้ากับมาตรฐานระดับโลกของ Four Seasons โดยคาดหวังที่จะดึงดูดความสนใจจากนานาชาติและเพิ่มความน่าดึงดูดใจให้กับภูมิภาคนี้

Bart Carnahan ประธานฝ่ายพัฒนาธุรกิจระดับโลก การจัดการพอร์ตโฟลิโอ และที่พักอาศัยของ Four Seasons เผยถึงความกระตือรือร้นในการขยายแบรนด์ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นอกจากนี้เขายังกล่าวเสริมว่า การร่วมมือกับ Al Zorah Development มีเป้าหมายเพื่อมอบประสบการณ์สุดหรูระดับโลกที่เน้นย้ำถึงการบริการอันเลื่องชื่อของ Four Seasons

รีสอร์ทแห่งนี้ได้รับการออกแบบมาโดยผสมผสานสถาปัตยกรรมสมัยใหม่เข้ากับสวนอันเขียวชอุ่ม พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลายที่ตอบโจทย์ผู้เข้าพักทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นศูนย์ออกกำลังกายที่ทันสมัย สปาอันหรูหรา ชายหาดส่วนตัว และสระว่ายน้ำอินฟินิตี้ยาว 280 ฟุต (85 เมตร) โดยแบ่งเป็นโซนแยกสำหรับผู้ใหญ่และเด็ก

นอกจากนี้ แขกจะได้เพลิดเพลินกับกิจกรรมต่างๆ ที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี เช่น โปรแกรมสำหรับเด็ก ทริปดำน้ำ และทัวร์นำเที่ยวเพื่อสำรวจป่าชายเลนและลำธารธรรมชาติ ผู้ที่ชื่นชอบกอล์ฟสามารถใช้บริการ Al Zorah Golf and Yacht Club ซึ่งมีสนามกอล์ฟระดับแชมเปี้ยนชิพ 18 หลุมที่ออกแบบโดย Jack Nicklaus

รีสอร์ทแห่งนี้ยังมอบประสบการณ์อาหารชั้นเลิศ รวมถึงห้องอาหารที่ให้บริการอาหารนานาชาติ พร้อมทัศนียภาพของทะเลแบบพาโนรามา บาร์ริมชายหาด และห้องอาหารที่คุณสามารถเพลิดเพลินกับบรรยากาศท้องถิ่น และห้องอาหารอิตาลีที่ผสมผสานรสชาติของท้องถิ่นและนานาชาติเข้าด้วยกัน พร้อมทิวทัศน์อันสวยงามตระการตา Four Seasons Resort ใน Al Zorah, Ajman มุ่งเน้นที่ความหรูหราและการบริการที่เป็นเลิศ เพื่อมอบประสบการณ์การต้อนรับที่ไม่มีใครเทียบได้ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

แหล่งข้อมูล: AETOSWire

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:
https://www.businesswire.com/news/home/20250428436866/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

Mahmoud Kabakibi – Account Manager
m.kabakibi@saharapr.com
00971552505214

ที่มา: Al Zorah