Tag Archives: futures”

Roland และ Musical Futures International นำเสนอการศึกษาดนตรีอิเล็กทรอนิกส์แบบลงมือปฏิบัติจริงสู่ห้องเรียนด้วยโครงการ Roland ASPIRE

Logo

ซิดนีย์–(BUSINESS WIRE)–29 มกราคม 2026

Roland Corporation และ Musical Futures International ในวันนี้ได้ประกาศโครงการ Roland ASPIREซึ่งเป็นโครงการการศึกษาดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ที่อิงจากการวิจัย ที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการสร้างสรรค์ดนตรีแบบลงมือปฏิบัติจริงโดยใช้ฮาร์ดแวร์ที่สัมผัสได้และเข้าถึงได้ง่ายในห้องเรียนจริง

โดยโปรแกรมนี้ได้พัฒนาขึ้นสำหรับครูผู้สอนจากหลากหลายพื้นฐานทางดนตรี โดยให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์ดนตรีในทางปฏิบัติมากกว่าความรู้ทางเทคนิคที่มีอยู่ก่อนแล้ว ในปัจจุบันโครงการนี้ได้ดำเนินการอยู่ในกรุงเทพฯ เมลเบิร์น และสิงคโปร์

หัวใจสำคัญของโปรแกรมคือชุดเครื่องดนตรี Roland AIRA Compactสำหรับใช้ในห้องเรียน ซึ่งมอบให้แก่โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเป็นระยะเวลาหกสัปดาห์ พร้อมด้วยการอบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับครู คู่มือการสอน และแหล่งข้อมูลดิจิทัล โดยอุปกรณ์เครื่องมือเหล่านี้จะช่วยสนับสนุนนักเรียนในระดับประสบการณ์ทางดนตรีที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ผู้เริ่มต้นจนถึงผู้ที่มีความมั่นใจในการสร้างสรรค์ผลงานมากขึ้น

โดยอาศัยข้อมูลจากการวิจัยด้านการสอนดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ โปรแกรมนี้จะเชื่อมโยงความรู้เชิงวิชาการและการสร้างสรรค์ดนตรีในโลกแห่งความเป็นจริงเข้ากับการปฏิบัติในห้องเรียน โดยกิจกรรมการเรียนรู้จะเน้นการสำรวจ การฟัง การทำงานร่วมกัน และการตัดสินใจอย่างสร้างสรรค์ แหล่งข้อมูลจะประกอบด้วยบทช่วยสอนที่ชัดเจนและกิจกรรม “สร้างเพลงขึ้นใหม่” ที่เชื่อมโยงกับรูปแบบดนตรีสมัยนิยมที่นักเรียนรู้จักและชื่นชอบ

“เยาวชนจะเชื่อมโยงกับดนตรีได้อย่างลึกซึ้งที่สุดเมื่อพวกเขาได้รับโอกาสในการสร้างสรรค์ในรูปแบบที่ตรงกับความสนใจของพวกเขา” David Whitehead ผู้จัดการฝ่ายการตลาดเชิงกลยุทธ์ของ Roland Asia Pacific กล่าว “โครงการ Roland ASPIRE จะมอบเครื่องมือที่ใช้งานได้จริงและความมั่นใจให้แก่ครูผู้สอน เพื่อสนับสนุนกระบวนการสร้างสรรค์นั้นในห้องเรียนของพวกเขา”

ครูผู้สอนสามารถสำรวจแหล่งข้อมูลและเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ Roland ASPIRE ได้ที่ https://musicalfuturesinternational.org/article/roland-aspire-project-inspiring-the-next-generation-of-music-makers/.

เกี่ยวกับ Roland Corporation

กว่า 50 ปีที่ผ่านมา เครื่องดนตรีอิเล็กทรอนิกส์และผลิตภัณฑ์มัลติมีเดียที่เป็นนวัตกรรมของ Roland ได้จุดประกายแรงบันดาลใจให้กับศิลปินและผู้สร้างสรรค์ทั่วโลก ได้รับการยอมรับจากทั้งผู้เล่นดนตรีสมัครเล่นและมืออาชีพ อุปกรณ์ที่ทันสมัยของบริษัทครอบคลุมหลายประเภท ตั้งแต่เปียโน ซินเธไซเซอร์ ผลิตภัณฑ์กีตาร์ ผลิตภัณฑ์กลองและเครื่องเคาะจังหวะ คอนโทรลเลอร์ดีเจ โซลูชันด้านเสียง/วิดีโอ มิกเซอร์เกม ผลิตภัณฑ์สำหรับการถ่ายทอดสด และอื่นๆ อีกมากมาย เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาไปเรื่อยๆ Roland และแบรนด์ในเครือที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง รวมถึง BOSS, V-MODA, Drum Workshop (DW), PDP, Latin Percussion (LP) และ Slingerland ยังคงเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมสำหรับผู้สร้างสรรค์ดนตรี โดยนำเสนอโซลูชันที่ทันสมัยและเวิร์กโฟลว์การสร้างสรรค์ที่ราบรื่นระหว่างผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์พกพา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ Roland.com หรือติดต่อตัวแทนจำหน่าย Roland ในพื้นที่ของคุณ ติดตาม Roland ได้ที่ Facebook , X ( @RolandGlobal ) และ Instagram ( @RolandGlobal )

เกี่ยวกับ Musical Futures International

Musical Futures International (MFI) เป็นองค์กรการศึกษาดนตรีที่ไม่แสวงหาผลกำไร ที่ช่วยครูสอนดนตรีในโรงเรียนในการจัดการเรียนการสอนดนตรีที่มุ่งเน้นอนาคต เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง และสร้างความน่าสนใจ MFI ทำงานร่วมกับโรงเรียนกว่า 1,000 แห่งในออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และภูมิภาคเอเชีย เพื่อบุกเบิกแนวทางใหม่ในการสอนดนตรีที่สะท้อนให้เห็นถึงวิธีการเรียนรู้ของนักดนตรีสมัยใหม่ ซึ่ง MFI ทำเช่นนี้โดยการจัดหาแพลตฟอร์มทรัพยากรแบบสมัครสมาชิกขนาดใหญ่สำหรับครู โดยรวมถึงทรัพยากรสำหรับการสอนดนตรีร็อก/ป๊อป ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ และ AI เพื่อเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ (ไม่ใช่การทดแทน!) นอกจากนี้ MFI ยังจัดเวิร์คช็อปเชิงปฏิบัติการสำหรับครูมากกว่า 20 ครั้งต่อปี รวมถึงการประชุมยอดนิยมอย่าง Big Gig สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ musicalfuturesinternational.org หรือติดตามเราได้ทาง Facebook , LinkedIn หรือ Instagram

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260129251600/en

Contacts

ข้อมูลติดต่อ Roland:
Rebecca Genel
+1 (323) 890-3718
rebecca.genel@roland.com

ข้อมูลติดต่อ Musical Futures International:
Chris Koelma
+61 (492) 867-872
chris@musicalfuturesinternational.org

ที่มา: Roland Corporation

PT Valbury Asia Futures เปิดตัวการซื้อขายหุ้นสหรัฐฯ ร่วมกับ Alpaca เพิ่มโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึงตลาดได้มากขึ้น

Logo

นิวยอร์ก และจาการ์ตา อินโดนีเซีย–(BUSINESS WIRE)–21 มกราคม 2026

บริษัท PT Valbury Asia Futures (“Valbury”) บริษัทนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ชั้นนำของอินโดนีเซียที่มีประสบการณ์ 30 ปีในการซื้อขายฟอเร็กซ์และสินค้าโภคภัณฑ์ ประกาศเปิดตัวการซื้อขายหุ้นสหรัฐฯ ในวันนี้ การเปิดตัวครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนโดย Alpaca ผู้นำระดับโลกด้าน API โครงสร้างพื้นฐานสำหรับนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ซึ่งให้บริการเข้าถึงออปชั่น หุ้น ETF และตราสารหนี้

PT Valbury Asia Futures Launches US Stock Trading with Alpaca, Increasing Access for Investors

PT Valbury Asia Futures เปิดตัวการซื้อขายหุ้นสหรัฐฯ ร่วมกับ Alpaca เพิ่มโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึงตลาดได้มากขึ้น

ในอดีต นักลงทุนรายย่อยชาวอินโดนีเซียเผชิญกับข้อจำกัดในการเข้าถึงการลงทุนในระดับโลก เนื่องจากค่าธรรมเนียมสูง กฎระเบียบที่ซับซ้อน และอุปสรรคอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ด้วยจำนวนนักลงทุนรายย่อยที่คาดว่าจะแตะ 17 ล้านคนในปี 2025 แสดงให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของความรู้ทางการเงินและการมีส่วนร่วมในตลาด Valbury กำลังใช้ประโยชน์จากแรงผลักดันนี้โดยทำให้หุ้นสหรัฐฯ เข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับผู้คนในวงกว้าง

บริการนี้ช่วยให้ลูกค้าของ Valbury สามารถซื้อขายหุ้นของบริษัทใหญ่ๆ ในสหรัฐอเมริกาได้ในราคาเริ่มต้นเพียง 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยยังคงปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านกฎระเบียบของอินโดนีเซีย ซึ่งช่วยลดอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาดสำหรับนักลงทุนในท้องถิ่นได้อย่างมาก ทำให้พวกเขาสามารถกระจายพอร์ตการลงทุนในตลาดทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้

“ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดึงดูดนักลงทุนชาวอินโดนีเซียเป็นอย่างมาก แต่พวกเขามักต้องมีบัญชีหลายบัญชีในแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อเข้าถึงทั้งสินทรัพย์ในประเทศและต่างประเทศ” Caroline Haryono ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของ PT Valbury Asia Futures กล่าว “ด้วยการเปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่ของเรา ลูกค้าของ Valbury สามารถรวมสินทรัพย์ทั้งหมดไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ช่วยลดความยุ่งยาก ปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้า และทำให้การลงทุนในระดับโลกเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ไม่ใช่แค่เฉพาะกลุ่มคนร่ำรวยเท่านั้น”

Valbury ใช้ Broker API ของ Alpaca เพื่อขับเคลื่อนบริการซื้อขายหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงการใช้เทคโนโลยี OmniSub ของ Alpaca ด้วย ซึ่งรวมถึงการใช้เทคโนโลยี OmniSub ของ Alpaca ซึ่งเป็นแบบจำลองบัญชีแยกประเภทย่อยที่ออกแบบมาเพื่อปรับปรุงการดำเนินงานเบื้องหลังให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น OmniSub ช่วยให้ Valbury ปฏิบัติตามกฎระเบียบของอินโดนีเซียได้อย่างถูกต้อง ในขณะเดียวกันก็ช่วยลดความซับซ้อนของการทำบัญชีที่ซับซ้อน รวมถึงการจัดการตำแหน่ง การกระทบยอด การดำเนินการของบริษัท และการจับคู่การซื้อขาย

“เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะสนับสนุน Valbury ในการนำเสนอโอกาสการลงทุนระดับโลกแก่นักลงทุนในอินโดนีเซีย” Yoshi Yokokawa ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Alpaca กล่าว “ด้วยเทคโนโลยี Broker API และ OmniSub ของเรา เราช่วยให้โบรกเกอร์สามารถเข้าถึงตลาดทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้มากขึ้นและรวดเร็วยิ่งขึ้น”

เกี่ยวกับ Alpaca

Alpaca เป็นบริษัทโบรกเกอร์-ดีลเลอร์ที่ดำเนินการชำระบัญชีด้วยตนเอง มีสำนักงานใหญ่ในสหรัฐอเมริกา และเป็นผู้นำระดับโลกด้าน API โครงสร้างพื้นฐานการซื้อขายหลักทรัพย์ ซึ่งช่วยให้เข้าถึงหุ้น ETF ออปชั่น และตราสารหนี้ได้ Alpaca นำเสนอโซลูชันทางการเงินที่สามารถปรับแต่งได้สำหรับการให้ยืมหลักทรัพย์ที่ชำระเงินเต็มจำนวน เงินสดผลตอบแทนสูง การซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์ การลงทุนที่สอดคล้องกับหลักชะรีอะฮ์ และอื่นๆ ปัจจุบัน Alpaca ให้บริการบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กว่า 9 ล้านบัญชีผ่านฟินเทคและสถาบันต่างๆ หลายร้อยแห่งในกว่า 40 ประเทศ ด้วยเงินทุนกว่า 320 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชมที่ alpaca.markets

เกี่ยวกับ Valbury

ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปีในการช่วยเหลือนักลงทุนชาวอินโดนีเซียในการซื้อขายในตลาดฟิวเจอร์ส และชื่อเสียงด้านบริการที่เป็นเลิศ Valbury Asia Futures ได้สร้างชื่อเสียงที่มั่นคงในฐานะโบรกเกอร์และพันธมิตรการซื้อขายที่น่าเชื่อถือที่สุดในอินโดนีเซีย Valbury ได้รับใบอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Badan Pengawas Perdagangan Berjangka Komoditi (BAPPEBTI) อย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ยังเป็นสมาชิกของ Jakarta Futures Exchange และ PT Kliring Berjangka Indonesia (KBI) สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเข้าชมที่ valbury.co.id/en/

ผลิตภัณฑ์ OmniSub นำเสนอโดย AlpacaDB, Inc. ในฐานะบริการเทคโนโลยีสำหรับการบัญชีย่อยที่เกี่ยวข้องกับบริการหักบัญชีแบบ omnibus การอนุมัติบริการเทคโนโลยีนี้ขึ้นอยู่กับการตรวจสอบวิเคราะห์สถานะโดย Alpaca Securities LLC

บริษัท Alpaca และ PT Valbury Asia Futures ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดๆ กัน และจะไม่รับผิดชอบต่อหนี้สินของผู้อื่น

บริการนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ให้บริการโดย Alpaca Securities LLC ซึ่งเป็นสมาชิกของ FINRA / SIPC ซึ่งเป็นบริษัทในเครือที่ AlpacaDB, Inc. เป็นเจ้าของทั้งหมด

การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูที่ Disclosure Library

การซื้อขายหุ้นแบบเศษส่วนช่วยให้ลูกค้าสามารถซื้อและขายหุ้นในปริมาณและมูลค่าเป็นเศษส่วนของหลักทรัพย์บางประเภทได้ การซื้อขายหุ้นแบบเศษส่วนมีความเสี่ยงเฉพาะตัวและอยู่ภายใต้ข้อจำกัดบางประการที่คุณควรทราบก่อนที่จะดำเนินการดังกล่าว โปรดดู Alpaca Customer Agreement สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม

AlpacaDB, Inc. ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Alpaca Securities LLC ให้บริการและเทคโนโลยี รวมถึง API โครงสร้างพื้นฐานการซื้อขายหลักทรัพย์ที่สนับสนุนบริการทางการเงินของ Alpaca

นี่ไม่ใช่ข้อเสนอ การชักชวนให้เสนอซื้อหรือขาย หรือคำแนะนำในการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือการเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ในเขตอำนาจศาลใดๆ ที่บริษัท Alpaca Securities ไม่ได้จดทะเบียนหรือได้รับใบอนุญาตตามที่กำหนด

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260120190817/en

Contacts

สื่อสัมพันธ์
Patrick Valoppi
press@alpaca.markets

ที่มา: Alpaca

NIQ, World Data Lab และ SPATE เปิดตัวรายงาน “Beauty Futures” – คู่มือการเดินทางของผู้ซื้อผลิตภัณฑ์ความงามทั่วโลก

Logo

รายงานฉบับสมบูรณ์ที่จะเปิดเผยถึงแนวโน้มการใช้จ่ายและความชอบด้านความงามของกลุ่มคนในช่วงอายุต่างๆ

• กลุ่มคนในรุ่นมิลเลนเนียลจะเป็นแรงผลักดันในการเติบโตสูงสุดอยู่ที่ 193 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยจะแซงหน้าคนรุ่น X ภายในปี 2034

• กลุ่มคนรุ่น X เป็นผู้นำการใช้จ่ายด้านความงามในปี 2024 โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 150 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในทศวรรษหน้า

ชิคาโก–(BUSINESS WIRE)–09 ธันวาคม 2024

NielsenIQ (NIQ) ร่วมมือกับ World Data Lab และ SPATE เพื่อเผยแพร่รายงานฉบับสมบูรณ์สำหรับกลุ่มคนในช่วงอายุต่างๆ โดยมุ่งเน้นเฉพาะตลาดความงามในทศวรรษหน้า

รายงานดังกล่าวได้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญเกี่ยวกับความชอบของกลุ่มคนในช่วงอายุต่างๆ นิสัยการใช้จ่าย ค่านิยม ลำดับความสำคัญ แรงจูงใจ พฤติกรรมการซื้อ และอิทธิพลที่มีต่อแนวโน้มในอุตสาหกรรมความงามทั่วโลก รายงานดังกล่าวได้เน้นย้ำถึงบทบาทที่สำคัญของคนแต่ละรุ่นที่มีต่อการกำหนดความชอบและการใช้จ่ายของผู้บริโภคในทศวรรษหน้า

โดยกลุ่มคนรุ่นมิลเลนเนียลจะเป็นผู้นำในเทรนด์นี้โดยขับเคลื่อนการใช้จ่ายด้านความงามทั่วโลกเกือบครึ่งหนึ่งอยู่ที่ 193 พันเหรียญสหรัฐฯ โดยกลุ่มคนรุ่น Gen Z ตามมาเป็นอันดับสองที่ 158 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ อุตสาหกรรมความงามทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนที่ 1.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยคาดการณ์การเติบโตอยู่ที่ 700 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี 2034 โดยภูมิภาคเอเชียจะเป็นผู้มีส่วนสนับสนุนอยู่ที่ 310 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

แคลร์ มาร์ตี้ รองประธาน NIQ Beauty แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการวิจัยดังกล่าวว่า “ที่ NIQ เราตระหนักดีว่าการทำความเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างวัยเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมความงามที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป นี่คือโอกาสสำหรับบริษัทต่างๆ ที่จะก้าวข้ามแนวทางแบบ “เหมารวม” และปรับกลยุทธ์ให้เหมาะกับกลุ่มคนในแต่ละรุ่น ข้อมูลแนวโน้มผู้บริโภคและยอดขายของเราจะช่วยให้แบรนด์ความงามค้นพบความต้องการที่ยังไม่ได้รับการตอบรับ เข้าใจคุณค่าของผู้บริโภค และนำทางไปสู่การค้าปลีก”

ข้อมูลสำคัญด้านความงามจากกลุ่มคนในรุ่นต่างๆ:

คนรุ่นมิลเลนเนียลจะครองอุตสาหกรรมความงามในช่วงทศวรรษหน้า:

• คนรุ่นมิลเลนเนียลที่เกิดระหว่างปี 1977 – 1995 จะเป็นผู้นำการเติบโตของตลาดความงามทั่วโลกในอีก 10 ปีข้างหน้า และจะแซงหน้าคนรุ่น X ในฐานะผู้มีอิทธิพลในการใช้จ่ายด้านความงามในปี 2034 โดยคิดเป็น 24% ของการใช้จ่ายทั่วโลก

• การใช้จ่ายของกลุ่มคนรุ่นมิลเลนเนียลด้านผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเส้นผมในปี 2024 จะแซงหน้าตลาดโดยรวมทั้งในสหรัฐอเมริกาและในภูมิภาคอื่นของโลก โดยคนรุ่นมิลเลนเนียลมากกว่าครึ่งหนึ่ง (56%) มักคิดถึงรูปลักษณ์ของตนเองเป็นส่วนใหญ่ และมักจะใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติหรือผลิตภัณฑ์อาหารทดแทนในกิจวัตรด้านความงาม

• การใช้จ่ายของกลุ่มคนรุ่นมิลเลนเนียลด้านบริการความงามจะเติบโตมากที่สุดภายในปี 2034 โดยภูมิภาคยุโรปจะเป็นผู้นำในเทรนด์นี้ โดยกลุ่มคนรุ่นมิลเลนเนียล 57% ในยุโรปจะใช้จ่ายด้านความงามไปกับบริการเสริมสวย และมีเพียง 6% สำหรับการแต่งหน้า เมื่อเทียบกับกลุ่มคนรุ่นมิลเลนเนียลในอเมริกาเหนือที่มีสัดส่วนของการแต่งหน้าคิดเป็น 11% ของการใช้จ่ายทั้งหมด

• คนรุ่นมิลเลนเนียลได้รับอิทธิพลจากเทรนด์ TikTok โดยแฮชแท็ก #makeupover30 เป็นแฮชแท็ก TikTok อันดับหนึ่ง โดยเติบโตถึง 194.9% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งสะท้อนถึงการค้นหาเคล็ดลับและผลิตภัณฑ์เฉพาะตามความกังวลและความต้องการในวัยของพวกเขา ตัวอย่างเช่น การค้นหาบน TikTok ที่จะเน้นไปที่ความสนใจที่เพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับการใช้ไขมันวัวในการดูแลผิว โดยมียอดดูเฉลี่ย 14.1 ล้านครั้งต่อสัปดาห์

Gen X เป็นกลุ่มที่ใช้จ่ายด้านความงามมากที่สุด:

• Gen X ซึ่งเกิดระหว่างปี 1965-1980 เป็นกลุ่มที่มีมูลค่าสูงสุดในการใช้จ่ายด้านความงามในปี 2024 ถึงปี 2034 โดยจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 150 พันล้านดอลลาร์ในอีก 10 ปีข้างหน้า โดยภูมิภาคอเมริกาเหนือและเอเชียแปซิฟิกจะเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตสำหรับกลุ่ม Gen X มากกว่าครึ่งหนึ่ง โดยมีชนชั้นกลางของประเทศจีนและคนรวยของประเทศอินเดียเป็นผู้มีส่วนสนับสนุนหลัก

• Gen X มีส่วนร่วมอย่างมากในด้านความงาม โดยมีการเข้าถึงที่สูงกว่าประชากรทั้งหมดใน 80% ของหมวดหมู่ความงามที่ได้รับการวิเคราะห์ สกินแคร์เป็นหมวดหมู่ที่เติบโตเร็วที่สุดในอีก 10 ปีข้างหน้า โดยเติบโต 4.9% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว (26 พันล้านดอลลาร์)

• ความสะดวกสบายมาเป็นอันดับแรกในฐานะช่องทางที่คนรุ่น X เลือก และมีแนวโน้มว่าจะซื้อสินค้าในสถานที่แบบครบวงจร เช่น Amazon และ Hypermarket ต่างๆ

• ยอดดู TikTok ของคนรุ่น Gen X ที่เกี่ยวกับเครื่องสำอางเพิ่มขึ้นเป็น 53% โดย #over40makeup กลายเป็นแฮชแท็กยอดนิยม (6.9 ล้านครั้ง) ในปี 2024 โดยผลิตภัณฑ์ เช่น Guide Beauty Wand สำหรับผู้บริโภคที่ชอบโปรโมชั่นกำลังได้รับความนิยมในหมู่ผู้สร้างคอนเทนต์คนรุ่น X บน TikTok

“เราคาดการณ์ว่านี่เป็นครั้งแรกที่อุตสาหกรรมความงามทั่วโลกจะมีมูลค่าเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ” วูล์ฟกัง เฟิงเลอร์ ซีอีโอของ World Data Lab กล่าว “ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความต้องการของผู้บริโภคในทุกวัยและทุกประเทศที่ต้องการใช้เครื่องสำอางและบริการความงาม”

“การทำความเข้าใจเทรนด์ดิจิทัลบนแพลตฟอร์มอย่าง TikTok และ Google Search ถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับแบรนด์ต่างๆ ที่ต้องการก้าวไปข้างหน้า เพราะจะเผยให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงแบบเรียลไทม์ในความสนใจและความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละรุ่น” Yarden Horwitz ผู้ก่อตั้งร่วมของ SPATE กล่าว

เนื่องจากคนรุ่นมิลเลนเนียลและ Gen Z นั้นให้ความสำคัญกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อม พวกเขาจึงพิจารณาถึงความยั่งยืนในผลิตภัณฑ์ความงามในแง่มุมต่างๆ คนรุ่นมิลเลนเนียลมีแนวโน้มที่จะเลือกผลิตภัณฑ์หรือบริการเนื่องจากมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยหรือไม่มีเลย (+3.2 คะแนน) ในขณะที่กลุ่มคนในรุ่น Gen Z จะซื้อผลิตภัณฑ์ที่ให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมทางสังคมหรือสนับสนุนชุมชนที่มีความเสี่ยงหรือชนกลุ่มน้อย (+1.2 คะแนน)

รายงาน Beauty Futures ที่เป็นคู่มือการเดินทางของผู้ซื้อผลิตภัณฑ์ความงามทั่วโลกในช่วงอายุต่างๆ เป็นรายงานเรือธงของ NIQ ที่ให้มุมมองที่ครอบคลุมเกี่ยวกับผู้บริโภคของผลิตภัณฑ์ความงามทั่วโลก โดยรายงานจะครอบคลุมถึง:

– การคาดการณ์สำหรับอุตสาหกรรมความงามทั่วโลกในอีก 10 ปีข้างหน้า

– ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนพฤติกรรมการซื้อสำหรับทุกช่วงอายุ

– เทรนด์ความงามใหม่ๆ จาก Google และ TikTok

หากคุณต้องการสำเนา โปรดคลิกที่นี่

เกี่ยวกับ NIQ

NielsenIQ (NIQ) เป็นบริษัทด้านข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผู้บริโภคชั้นนำของโลก ซึ่งมอบความเข้าใจที่ครอบคลุมที่สุดเกี่ยวกับพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคและเปิดเผยเส้นทางใหม่ๆ สู่การเติบโต โดย NIQ ได้รวมตัวกับ GfK ในปี 2023 โดยการนำผู้นำอุตสาหกรรมทั้งสองรายที่มีการเข้าถึงทั่วโลกที่ไม่มีใครเทียบได้มาอยู่รวมกัน ปัจจุบัน NIQ มีการดำเนินงานในกว่า 95 ประเทศ ครอบคลุม 97% ของ GDP ด้วยการอ่านข้อมูลการค้าปลีกแบบองค์รวมและข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภคที่ครอบคลุมที่สุด ซึ่งได้นำเสนอด้วยการวิเคราะห์ขั้นสูงผ่านแพลตฟอร์มที่ทันสมัยของ ​​NIQ ผ่าน Full ViewTM

เกี่ยวกับ World Data Lab

World Data Lab ได้สร้างข้อมูลเฉพาะที่มีการคาดการณ์ล่วงหน้าเพื่อวัดและคาดการณ์แนวโน้มของผู้บริโภค การใช้จ่ายของผู้บริโภค การเปลี่ยนแปลงทางประชากร และความคืบหน้าสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนจนถึงปี 2034 แนวทางวิทยาศาสตร์ข้อมูลขั้นสูงของเรา ซึ่งได้รับการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญและเผยแพร่ใน Nature นั้นได้อบความแม่นยำ ความสดใหม่ และความสอดคล้องที่ไม่มีใครเทียบได้ในทุกกลุ่มประชากรใน 180 ประเทศและมากกว่า 6,000 เมือง

 เกี่ยวกับ SPATE

Spate เป็นแพลตฟอร์มวิจัยตลาดที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งวิเคราะห์สัญญาณการค้นหามากกว่า 20,000 ล้านสัญญาณและวิดีโอ TikTok มากกว่า 60 ล้านวิดีโอทั่วโลก โดยมอบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับภาพรวมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ด้วยข้อมูลของ Spate ทำให้แบรนด์ต่างๆ เข้าใจโลกแห่งความงามที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้ดีขึ้น โดยมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับอายุ เช่น ความสนใจที่เพิ่มขึ้นในการแต่งหน้าสำหรับผิวในวัยผู้ใหญ่บน Google Search และ TikTok

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ชื่อผลิตภัณฑ์และบริษัททั้งหมดเป็น trademarks™ หรือ registered® ของผู้ถือที่เกี่ยวข้อง การใช้เครื่องหมายการค้าเหล่านี้ไม่ได้หมายความถึงความเกี่ยวข้องหรือการรับรองจากผู้ถือเครื่องหมายการค้านั้นๆ

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

รายชื่อผู้ติดต่อ

Sweta Patra
sweta.patra@nielseniq.com

ที่มา: NielsenIQ