Category Archives: Energy

Black & Veatch: ความไม่แน่นอนในการลงทุนและพลังงานหมุนเวียนสำหรับอุตสาหกรรมไฟฟ้าในเอเชีย

Logo

ความยืดหยุ่นในการปรับตัว ความสามารถในการจับจ่าย และแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อม จะเป็นตัวกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมในเอเชีย

กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย (18 พ.ย. 2563) – ความไม่แน่นอนของการลงทุนที่เกิดจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำและพลังงานหมุนเวียน เป็นสองความกังวลที่ใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรมไฟฟ้าในเอเชียในปัจจุบันนี้ จากรายงาน Strategic Directions: Electric Industry Asia 2563 ครั้งแรกของ Black & Veatch

จากข้อมูลที่ได้จากผู้นำระดับอาวุโสในอุตสาหกรรมพลังงาน ในรายงานชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องสร้างสมดุลระหว่างความสามารถในการจับจ่าย กับแรงกดดันในการลดปริมาณคาร์บอนในการผลิตไฟฟ้า ในขณะเดียวกันต้องสร้างระบบที่เชื่อถือได้และมีความหยืดหยุ่นที่พร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติ สภาพอากาศที่รุนแรง และความไม่ต่อเนื่องของพลังงานหมุนเวียน

สิ่งที่เป็นภัยต่อประสิทธิภาพของระบบโครงข่ายไฟฟ้าที่เชื่อถือได้ในตลาดไฟฟ้าในเอเชีย ได้แก่ :

  1. การลงทุนด้านกำลังการผลิตเครือข่ายไม่ทันกับความต้องการ
  2. การลงทุนที่น้อยเกินไปในเครือข่ายการส่งกระแสไฟที่เชื่อถือได้
  3. การนำพลังงานหมุนเวียนที่ไม่ต่อเนื่องมาใช้มากเกินไป
  4. ความจุในการจัดเก็บพลังงานไม่เพียงพอ
  5. ภัยพิบัติทางธรรมชาติ.

“การจัดหาเงินทุนและการบูรณาการพลังงานหมุนเวียนเป็นสิ่งที่น่ากังวลมากที่สุดสำหรับอุตสาหกรรมไฟฟ้าในภูมิภาคนี้ เนื่องจากเรายังคงดำเนินการอยู่ในช่วงที่ได้รับผลกระทบของ COVID-19” Narsingh Chaudhary รองประธานบริหารและกรรมการผู้จัดการของ Black & Veatch, Asia Power Business กล่าว “เราเห็นความจำเป็นในการใช้โซลูชันแบบบูรณาการมากขึ้นในการผลิต การส่งและการจัดจำหน่าย รวมไปถึงการขยายตัวของโรงไฟฟ้าระบบเชื้อเพลิงแก๊สธรรมชาติและการกักเก็บพลังงานเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นในการใช้พลังงาน”

การลงทุนที่จะเติบโตแบบเห็นได้ชัดที่สุด สำหรับกำลังการผลิตใหม่ ๆที่จะเกิดขึ้นในอีกสามถึงห้าปีข้างหน้าคาดว่าจะอยู่ในรูปแบบพลังงานหมุนเวียน ประกอบด้วย พลังงานแสงอาทิตย์ (บนพื้นดิน), การกักเก็บพลังงาน, พลังงานแสงอาทิตย์ (แบบลอยน้ำ), ลม (นอกชายฝั่ง) และไมโครกริด ซึ่งจะเป็นห้าอันดับแรกของการลงทุน ต้นทุนของพลังงานที่ถูกลงถูกมองว่าเป็นตัวขับเคลื่อนหลักสำหรับการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนโดยมีการปรับปรุงเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์โฟโตวอลเทอิก  (PV) แบบสองหน้าและการจัดแผงที่มีความล้ำหน้ามากขึ้นจะทำให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้นสำหรับโรงงานผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ทั่วโลก

นอกจากนี้ยังคาดว่าอนาคตของการผลิตไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิงจะดำเนินไปอย่างน้อยถึงปี 2578 โดย 66 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่าก๊าซจะยังเป็นองค์ประกอบสำคัญของโครงข่ายไฟฟ้า ในขณะที่มีเพียง 18 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่เห็นว่าถ่านหินจะยังคงมีบทบาทคล้ายกันในการผลิตไฟฟ้า บ่อยครั้งที่เราเห็นการใช้เชื้อเพลิงที่หลากหลาย ก๊าซจะทำหน้าที่เป็นพลังงานพื้ฐานหลักในการผลิตไฟฟ้าเพื่อสร้างเสถียรภาพของโครงข่ายไฟฟ้าควบคู่ไปกับการใช้งานระบบจัดเก็บพลังงานแบตเตอรี่ที่เพิ่มขึ้นตามคาดการณ์เอาไว้

“อุตสาหกรรมคาดว่าการลงทุนระยะใกล้จะเปลี่ยนไปให้ความสำคัญกับสินทรัพย์ที่มีอยู่ แทนที่จะเป็นการสร้างใหม่ หรือแม้แต่การเลื่อนการลงทุนออกไป” Harry Harji รองประธานฝ่ายที่ปรึกษาด้านการจัดการของ Black & Veatch ในเอเชีย “ COVID-19 ป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดการแปลงเข้าสู่ยุคดิจิทัล, ระบบควบคุมตรวจสอบจากระยะไกล และแนวทางการบริหารจัดการสินทรัพย์ร่วมกันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น”

เมื่อพิจารณาถึงความไม่แน่นอนในปี 2564 หน่วยงานกำกับดูแลของรัฐบาล (66%) ยังคงถูกมองว่าเป็นตัวแทนที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด ซึ่งเป็นการเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของพวกเขาในอีกหลายเดือนข้างหน้า สำหรับข้อมูลเชิงลึกโดยละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Electric Industry Asia 2564 ดาวน์โหลดที่นี่

คลิกที่นี่ และ ที่นี่ เพื่อดาวน์โหลดภาพประกอบ

หมายเหตุของบรรณาธิการ:

  • Strategic Directions: Electric Industry Asia 2564 เป็นรายงานอย่างเป็นทางการครั้งแรกของ Black & Veatch เกี่ยวกับอุตสาหกรรมไฟฟ้าในเอเชีย รายงานนี้ได้ข้อมูลจากผู้เข้าร่วมอาวุโสในอุตสาหกรรม 35 คนที่มีหน้าที่รับผิดชอบธุรกิจในพื่นที่ครอบคลุมเอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ / หรือเอเชียตะวันออก ระหว่างวันที่ 23 กรกฎาคม 2563 ถึง 21 สิงหาคม 2563
  • ซีรีย์รายงานการกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ของ Black & Veatch ให้ข้อมูลเชิงลึกและการวิเคราะห์ในแวดวงอุตสาหกรรมโดยอ้างอิงกับการวิจัยชั้นนำของตลาด ประกอบด้วยรายงานประจำปีหลายฉบับ รวมถึงระบบสาธารณูปโภคอัจฉริยะ น้ำและไฟฟ้า   โดยทำหน้าที่ให้ความรู้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมเกี่ยวกับประเด็นต่างๆที่มีความสำคัญ รวมถึงความท้าทายและโอกาสต่าง ๆ เยี่ยมชม http://bv.com/reports เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม

เกี่ยวกับ Black & Veatch

Black & Veatch เป็นบริษัทด้านวิศวกรรม การจัดซื้อ การให้คำปรึกษาและการก่อสร้างที่มีพนักงานเป็นเจ้าของซึ่งมีประวัติยาวนานกว่า 100 ปีในด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน ตั้งแต่ปี 2458 เราได้ช่วยทำให้ชีวิตผู้คนในกว่า 100 ประเทศดีขึ้น ด้วยการจัดการกับความสามารถในการฟื้นฟูและความน่าเชื่อถือของสินทรัพย์ด้านโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของโลก รายได้ของเราในปี 2562 อยู่ที่ 3.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ ติดตามเราได้ที่ www.bv.com และบนโซเชียลมีเดีย

ติดต่อสำหรับสื่อ

EMILY CHIA

+65 6761 3511 p

+65 9875 8907 m

ChiaLP@BV.com

ฮอตไลน์สำหรับสื่อติดต่อ 24 ชั่วโมง

+1 866 496 9149

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

NuScale Power ประกาศการเพิ่มขึ้น 25 เปอร์เซ็นต์ ของ NuScale Power Module™ เอาต์พุต ซึ่งเป็นโซลูชันโรงไฟฟ้าที่เพิ่มเติมเข้ามา

Logo

จากการวิเคราะห์ครั้งใหม่พบว่า NuScale Power Module™ สามารถเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าได้ถึง 77 MWe

พอร์ตแลนด์, โอเรกอน –(BUSINESS WIRE)–10 พฤศจิกายน 2563

NuScale Power ประกาศในวันนี้เกี่ยวกับความพยายามด้านคุณค่าวิศวกรรมเพิ่มเติม โดยการใช้เครื่องมือการทดสอบและการสร้างแบบจำลองขั้นสูง ทำให้ NuScale สามารถวิเคราะห์และสรุปได้ว่า NuScale Power Module™ (NPM) สามารถสร้างพลังงานเพิ่มขึ้น 25 เปอร์เซ็นต์ต่อโมดูล รวมเป็น 77 MWe ต่อโมดูล ( ขั้นต้น) ทำให้สร้างไฟฟ้าได้ 924 MWe สำหรับโรงไฟฟ้าเรือธงแบบ 12 โมดูล นอกจากนี้ NuScale กำลังยังได้ประกาศโซลูชันทางเลือกโรงไฟฟ้าขนาดเล็กในแบบสี่โมดูล (ประมาณ 308 MWe) และแบบหกโมดูล (ประมาณ 462 MWe)

วิศวกรของเราได้พิสูจน์อีกครั้งว่าเทคโนโลยีของ NuScale เป็นเทคโนโลยีระดับเฟิร์สคลาส ที่สามารถประหยัดต้นทุนและปรับแต่งได้เองในระดับที่ยังไม่เคยมีมาก่อนในตลาดพลังงานนิวเคลียร์” John Hopkins ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NuScale Power กล่าว“ ด้วยความก้าวหน้านี้ NuScale ยังคงแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำระดับโลกในการแข่งขันเพื่อทำการค้าเครื่องปฏิกรณ์แบบแยกส่วนขนาดเล็ก”

การเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าของโรงงานเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบแยกส่วนขนาดเล็ก NuScale (SMR) 12 โมดูลอีก 25 เปอร์เซ็นต์ ช่วยลดต้นทุนด้านค่าใช้จ่ายสิ่งอำนวยความสะดวกในราคาต่อกิโลวัตต์ ได้ในชั่วข้ามคืน จากที่คาดไว้ 3,600 ดอลลาร์ เหลืออยู่ที่ประมาณ 2,850 ดอลลาร์ นอกจากนี้โรงไฟฟ้า 12 โมดูลที่ปรับขนาดได้นี้ จะทำให้มันเข้าใกล้การเป็นคู่แข่งที่แท้จริงสำหรับตลาดขนาดกิกะวัตต์มากขึ้นไปอีก ทั้งนี้ กำลังผลิตที่เพิ่มขึ้นมา เกิดขึ้นได้โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญใด ๆ กับเทคโนโลยี NPM

โซลูชันโรงไฟฟ้าขนาดเล็กจะทำให้ลูกค้า NuScale มีตัวเลือกมากขึ้นทั้งในด้านขนาดกำลังการผลิต ความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน และต้นทุน นอกจากนี้ยังจะสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมลดลง ด้วยนวัตกรรมใหม่ที่มุ่งเน้นไปที่การทำให้การก่อสร้างง่ายขึ้น ลดระยะเวลาการก่อสร้าง (กำหนดการ) และลดต้นทุน โซลูชันใหม่นี้ช่วยให้ NuScale สามารถรองรับความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น รวมไปถึงความต้องการโครงข่ายไฟฟ้าขนาดเล็ก เช่น สำหรับประเทศบนเกาะ ชุมชนนอกโครงข่ายไฟฟ้าระยะไกล พื้นที่โรงงานอุตสาหกรรมและหน่วยงานรัฐบาล นอกจากนี้ การไม่ใช้พลังงานถ่านหินที่ทำให้ใช้พลังงานน้อยลงยังทำให้ลูกค้าปฏิบัติตามกฏทางด้านมลภาวะทางอากาศอีกด้วย

กระบวนการกำกับดูแลในการเพิ่มระดับกำลังเครื่องปฏิกรณ์สูงสุดที่โรงงานนิวเคลียร์สามารถทำงานได้นั้นเรียกว่าการเพิ่มกำลัง (power uprate) โดยการเพิ่มกำลังไฟฟ้าจะได้รับการตรวจสอบโดยคณะกรรมการกำกับดูแลด้านนิวเคลียร์ของสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับใช้มาตรฐาน Standard Design Approval (SDA) ของ NuScale  ซึ่ง NuScale มีกำหนดทำให้บรรลุภายในปี 2565

ผลิตภัณฑ์ใหม่ระดับเริ่มต้นของ NuScale จะเป็นโซลูชันโรงไฟฟ้าสี่และหกโมดูลโดยสามารถกำหนดค่าอื่น ๆ ได้อีกด้วย โซลูชันสำหรับโรงไฟฟ้าขนาดเล็กเหล่านี้มีความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจและได้รับการสนับสนุนและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี NPM ชั้นนำของอุตสาหกรรมและมาตรฐานความปลอดภัยที่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการกำกับดูแลด้านนิวเคลียร์ของสหรัฐอเมริกาแล้ว อนึ่ง เช่นเดียวกับโรงไฟฟ้า NuScale ที่เป็นเรือธง การกำหนดค่าที่เล็กลงเหล่านี้จะยังคงรักษาความสามารถในการส่งมอบโซลูชันโรงไฟฟ้าที่ปรับขนาดได้พร้อมคุณสมบัติความสามารถและประสิทธิภาพที่ไม่มีใน SMR อื่น ๆ ทั้งนี้ NuScale จะสามารถส่งมอบโมดูลแรกให้กับลูกค้าได้ในปี 2570

เกี่ยวกับ NuScale Power

NuScale Power ได้พัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบน้ำเบาแบบแยกส่วนเพื่อจัดหาพลังงานสำหรับการผลิตไฟฟ้า การให้ความร้อน การกรองน้ำทะเล และการใช้ความร้อนในกระบวนการอื่น ๆ โดยการออกแบบเครื่องปฏิกรณ์แบบแยกส่วนขนาดเล็ก (SMR) ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนี้มีการออกแบบโดยใช้กระบวนการ NuScale Power Module™ ที่ประดิษฐ์ขึ้นจากโรงงาน ซึ่งสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 77 เมกะวัตต์โดยใช้เทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์แบบน้ำแรงดันที่ปลอดภัยกว่า เล็กกว่า และปรับขนาดได้ ทั้งนี้การออกแบบที่ปรับขนาดได้ของ NuScale หมายความว่า โรงไฟฟ้าสามารถรองรับโมดูลไฟฟ้าได้ถึง 12 โมดูล ซึ่งมอบประโยชน์ในรูปแบบของพลังงานที่ปราศจากคาร์บอนและลดภาระผูกพันทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับโรงงานนิวเคลียร์ขนาดกิกะวัตต์ ผู้ลงทุนรายใหญ่ใน NuScale คือ Fluor Corporation ซึ่งเป็น บริษัท ด้านวิศวกรรมการจัดหาและการก่อสร้างระดับโลกที่มีประวัติ 60 ปีในด้านพลังงานนิวเคลียร์เชิงพาณิชย์

NuScale มีสำนักงานใหญ่ในพอร์ตแลนด์ โอเรกอน และมีสำนักงานใน คอร์วัลลิส โอเรกอน  ร็อควิลล์ แมรีแลนด์ ชาร์ล็อต  นอร์ธคาโรไลนา ริชแลนด์วอชิงตัน และลอนดอนสหราชอาณาจักร ติดตามเราได้ที่ Twitter: @NuScale_Power, Facebook: NuScale Power, LLC, LinkedIn: NuScale-Power,  และ Instagram: nuscale_power. NuScale มีโลโก้แบรนด์และ เว็บไซต์ ดู วิดีโอ สั้น

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20201110005452/en/

ติดต่อสำหรับสื่อ:

Diane Hughes รองประธานฝ่ายการตลาดและการสื่อสาร NuScale Power

dhughes@nuscalepower.com

(C) 503-270-9329

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

การติดตั้งโซลาร์รูฟที่ทรงพลังที่สุดในโลกเสร็จได้สมบูรณ์และเปิดดำเนินการที่ศูนย์คลังสินค้าและโลจิสติกส์ที่ทันสมัยของ PVH Europe

Logo

มอบพลังงานเพื่อตอบสนองความต้องการของอาคาร PVH Europe ทั้งหมดในเนเธอร์แลนด์ โดยความสำเร็จด้านความยั่งยืนนี้เป็นส่วนหนึ่งของ PVH Corp. ที่มีความมุ่งมั่นในการจัดหาไฟฟ้า 100% จากแหล่งพลังงานหมุนเวียนภายในปี 2573

อัมสเตอร์ดัม–(บิสิเนสไวร์)–06 ต.ค. 2563

PVH Europe ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ทั่วโลกของ Tommy Hilfiger และสำนักงานในยุโรปของ Calvin Klein ซึ่งทั้งสองแห่งมีเจ้าของเป็น PVH Corp. [NYSE: PVH] ประกาศการติดตั้งหลังคาโซลาร์รูฟที่คาดว่าทรงพลังที่สุดในโลก*ที่ศูนย์คลังสินค้าและโลจิสติกส์อันทันสมัยในเวนโล ประเทศเนเธอร์แลนด์  สร้างโดยแผงโซลาร์เซลล์มากกว่า 48,000 แผงหลังคาโซลาร์รูฟครอบคลุมการใช้ไฟฟ้าของศูนย์รวมทั้งให้พลังงานทางอ้อม 100% สำหรับคลังสินค้า สำนักงาน และร้านค้าของ PVH Europe ในเนเธอร์แลนด์ผ่านเครือข่ายไฟฟ้าสาธารณะของเนเธอร์แลนด์  Eneco ซึ่งเป็นพันธมิตรด้านพลังงานของ PVH Europe ได้รับรองว่าพลังงานทั้งหมดที่จำเป็นในการขับเคลื่อนอาคารเหล่านี้เกิดจากการติดตั้งบนชั้นดาดฟ้าใหม่  ศูนย์คลังสินค้าและโลจิสติกส์เวลโลเป็นของ Heylen Warehouses ซึ่งเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ด้านโลจิสติกส์ของเบลเยียม โดยร่วมทุนกับ AG Real Estate และมี IZEN เป็นพันธมิตรด้านการติดตั้งด้านเทคนิคสำหรับหลังคา

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยมัลติมีเดีย อ่านฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20201006005513/en/

PVH Europe Warehouse and Logistics Center in Venlo, the Netherlands, Solar roof (Photo: Business Wire)

แผงหลังคาโซลาร์รูฟของศูนย์คลังสินค้าและโลจิสติกส์ PVH Europe ในนเวนโล ประเทศเนเธอร์แลนด์ Solar roof (ภาพ: บิสิเนสไวร์)

ความสำเร็จครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวหนึ่งของการเดินทางของ PVH ในการจัดหาไฟฟ้า 100% จากแหล่งพลังงานหมุนเวียนสำหรับสำนักงาน คลังสินค้า และร้านค้าและเพื่อผลักดันการลดการปล่อยคาร์บอนในห่วงโซ่อุปทานลง 30% ภายในปี 2573  งานนี้เชื่อมโยงกับเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนตามหลักวิทยาศาสตร์ของ PVH ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการลดคาร์บอนตามที่กำหนดโดยข้อตกลงปารีส  นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในลำดับความสำคัญที่ระบุไว้ใน กลยุทธ์ความรับผิดชอบขององค์กร Forward Fashion ของบริษัทซึ่งมีเป้าหมายเพื่อลดผลกระทบด้านลบให้เป็นศูนย์เพิ่มผลกระทบเชิงบวกถึง 100% และปรับปรุงชีวิตกว่า 1 ล้านคนในห่วงโซ่คุณค่าของบริษัท

ข้อมูลสำคัญ:

  • คลังสินค้าเวนโลเป็นศูนย์กระจายสินค้าหลักของ PVH Europe ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 110,000 เมตร2
  • ได้รับรางวัลการประเมินความยั่งยืนของ BREEAM (Building Research Establishment Environmental Assessment Method) ระดับ “ดีมาก”
  • โซลาร์รูฟที่ทรงพลังที่สุดในโลกด้วยกำลังการผลิต 18 MWp (เมกะวัตต์สูงสุด)
  • อำนวยความสะดวกด้วยแผงโซลาร์เซลล์ประสิทธิภาพสูงกว่า 48,000 แผง
  • ขับเคลื่อนร้านค้า คลังสินค้า และสำนักงานของ PVH Europe ทั้งหมดในเนเธอร์แลนด์

“นี่เป็นความสำเร็จที่น่าทึ่งสำหรับศูนย์คลังสินค้าและโลจิสติกส์ของเราในเมืองเวนโลและสำหรับเป้าหมายความยั่งยืนของ PVH ในยุโรป” Martijn Hagman ซีอีโอของ Tommy Hilfiger Global และ PVH Europe กล่าว “เราได้มีส่วนร่วมในการติดตั้งสิ่งที่เราเชื่อว่เป็นโซลาร์รูฟที่มีประสิทธิภาพและใช้งานได้เต็มรูปแบบที่สุดในโลกซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่ในความมุ่งมั่นของเราที่จะขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าหมุนเวียน 100% ภายในปี 2573 และลดการปล่อยห่วงโซ่อุปทานลง 30% ภายในปี 2573  สิ่งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีทีมงานที่เก่งที่สุดในกลุ่มผู้ร่วมงาน PVH ที่มีความสามารถมีความกระตือรือร้นและความทุ่มเท”

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ 600,000 ชิ้นของ TOMMY HILFIGER และ CALVIN KLEIN จัดจำหน่ายทุกวันจากศูนย์คลังสินค้าและโลจิสติกส์ PVH Europe ในเวนโลไปยังจุดขาย รวมถึงร้านค้าที่ดำเนินการในยุโรปตะวันออกกลางและแอฟริกาและที่ส่งตรงถึงลูกค้า การจัดอันดับที่ดีมากของคลังสินค้าโดย BREEAM ได้รวมเอามาตรฐานที่เป็นแบบอย่างสำหรับพลังงาน น้ำ การขนส่ง วัสดุของเสีย มลพิษ นิเวศวิทยา สุขภาพ และความเป็นอยู่  สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นผ่านการประหยัดพลังงานในพื้นที่ 100% การใช้บรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการรับรอง FSC (Forest Stewardship Council) 100% และการรีไซเคิลกระดาษแข็งพลาสติกและสิ่งพิมพ์ทั้งหมด 100%

PVH เป็นสมาชิกของ RE100 ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มด้านไฟฟ้าหมุนเวียนขององค์กรที่นำโดย Climate Group และได้ให้คำมั่นว่า RE100 จะจัดหาไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน 100% ภายในปี 2573

Sam Kimmins หัวหน้า RE100 ของ Climate Group กล่าวว่า “ขอแสดงความยินดีแก่ PVH ในขั้นสุดท้ายของโครงการโซลาร์รูฟท็อปเวนโล  นี่เป็นอีกก้าวที่น่าตื่นเต้นในการทำงานและความร่วมมือระดับโลกเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย 2025 RE100 ของพวกเขา  โดยยกระดับมาตรฐานสำหรับพลังงานหมุนเวียนในสถานที่”

เราเชื่อว่าอาคารโลจิสติกส์จะเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์รุ่นต่อไป” Philippe Deschilder ซีอีโอของ Heylen Warehouses กล่าว “การเป็นพันธมิตรกับ PVH Europe สำหรับโครงการโซลาร์รูฟสนับสนุนความทะเยอทะยานของเราในการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้าโดยการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์”

เกี่ยวกับ PVH Corp.

PVH เป็นหนึ่งในบริษัทแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ที่ได้รับการชื่นชมมากที่สุดในโลก เราขับเคลื่อนแบรนด์ที่ขับเคลื่อนแฟชั่นไปข้างหน้า – เพื่อผลดี  ผลงานแบรนด์ของเราประกอบด้วย CALVIN KLEIN, TOMMY HILFIGER, Van Heusen, IZOD, ARROW, Warner's, Olga และแบรนด์ Geoffrey Beene ตลอดจนแบรนด์เน้นดิจิทัลเป็นศูนย์กลาง True & Co  เราทำจำหนายสินค้าที่หลากหลายภายใต้แบรนด์ที่เป็นเจ้าของและได้รับใบอนุญาตทั้งในและต่างประเทศ  PVH มีผู้ร่วมงานกว่า 40,000 คนที่ดำเนินงานในกว่า 40 ประเทศและมีรายได้ 9.9 พันล้านดอลลาร์ต่อปี  นั่นคือพลังของเรา  นั่นคือพลังของ PVH

ติดตามเราได้ที่ Facebook, Instagram, Twitter and LinkedIn

เกี่ยวกับ RE100

RE100 เป็นโครงการริเริ่มระดับโลกที่รวบรวมธุรกิจที่มีอิทธิพลมากที่สุดในโลกซึ่งมุ่งมั่นที่จะใช้พลังงานหมุนเวียน 100%  นำโดย Climate Group ร่วมกับ CDP กลุ่มนี้มีรายได้รวมกว่า 5.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐและดำเนินงานในหลากหลายภาคส่วน  พวกเขาร่วมกันส่งสัญญาณอันทรงพลังให้กับผู้กำหนดนโยบายและนักลงทุนเพื่อเร่งการเปลี่ยนแปลงไปสู่เศรษฐกิจที่สะอาด #RE100

* PVH ให้คำจำกัดความของ "หลังคาโซลาร์เซลล์ที่ทรงพลังที่สุดในโลก" ว่าเป็นหลังคาโซลาร์เซลล์ที่ทรงพลังที่สุดในปัจจุบันและติดตั้งบนโครงสร้างฐานเดียว

อ่านต้นฉบับใน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20201006005513/en/

ติดต่อ:

PVH Europe

Baptiste Blanc, +31 62904 2334
Sr. Director, Global Communications ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายสื่อสารระดับโลก
Baptiste.Blanc@tommy.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย


Blackstone Resources AG ได้ถือหุ้นมูลค่า 30 ล้านสวิสฟรังก์จาก GEM Global

Logo

เมือง BAAR, สวิตเซอร์ลนด์–(BUSINESS WIRE)–6 ต.ค. 2563

Blackstone Resources AG (SWX: BLS) (“ Blackstone”) มีความยินดีที่จะประกาศว่าบริษัท ได้ลงนามในข้อผูกมัดระยะเวลาสามปีกับ GEM Global Yield LLC SCS ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศลักเซมเบิร์ก

ข้อตกลงดังกล่าวจะทำให้ Blackstone สามารถใช้เงินได้สูงถึง 30 ล้านฟรังก์ตามดุลยพินิจของบริษัท ภายใต้เงื่อนไขในการแสวงหาเทคโนโลยีแบตเตอรี่และโลหะแบตเตอรี่ในเชิงพาณิชย์ การระดมทุนดังกล่าวช่วยเร่งการพัฒนาแบตเตอรีที่พิมพ์ในเชิงพาณิชย์ของ Blackstone เพื่อขยายการผลิตเป็นจำนวนมากเพื่อซื้อโรงงานและอุปกรณ์ที่สำคัญในการผลิตและเพื่อพัฒนาการลงทุนโลหะแบตเตอรี่

“ Blackstone เป็นตัวแทนของเทคโนโลยีแบตเตอรี่พิมพ์ 3 มิติแห่งอนาคตที่มีอิเล็กโทรไลต์แบบโซลิดสเตดและที่มีการผลิตจำนวนมาก” Ulrich Ernst ซีอีโอของ Blackstone กล่าว “ การจัดหาเงินทุนนี้ทำให้เราก้าวไปสู่การทำให้วิสัยทัศน์ในการเป็นผู้นำด้านการผลิตแบตเตอรี่เพื่อผลิตแบตเตอรี่ที่มีความหนาแน่นมากขึ้นเป็นจริง โดยใช้สายการผลิตที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าที่มีอยู่ในตลาด โครงสร้างของข้อตกลงช่วยให้เรามีความยืดหยุ่นอย่างมากในการสนับสนุนวิสัยทัศน์ของเราในเวลาที่เหมาะสมและคุ้มค่า”

ผ่านการใช้ Share Subscription Facility (SSF) ทาง Blackstone จะออกหุ้นใบสำคัญแสดงสิทธิ 2.5 ล้านหุ้น โดยมีราคาอยู่ที่ 3 สวิสฟรังก์ต่อหุ้น สิ่งนี้จะช่วยให้สามารถเริ่มการเพิ่มทุนที่จำเป็นได้ตามกำหนด

เกี่ยวกับ GEM

GEM Global Yield LLC SCS (“ GEM”) เป็นกลุ่มการลงทุนทางเลือกมูลค่า 3.4 พันล้านดอลลาร์ที่มีสำนักงานในปารีส นิวยอร์ก และลอสแองเจลิส โดย GEM จัดการชุดเครื่องมือการลงทุนที่หลากหลายโดยมุ่งเน้นไปที่ตลาดเกิดใหม่ซึ่งทำให้กรุ๊ปและนักลงทุนมีพอร์ตการลงทุนประเภทสินทรัพย์ที่หลากหลายซึ่งครอบคลุมขอบเขตการลงทุนภาคเอกชนทั่วโลก.

เกี่ยวกับ Blackstone Resources AG

Blackstone Resources AG เป็น บริษัท โฮลดิ้งของสวิสโดยมีภูมิลำเนาตามกฎหมายใน Baar, Kanton Zug และมุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีแบตเตอรี่และตลาดโลหะแบตเตอรี่ นอกจากนี้ยังจัดตั้งพัฒนาและบริหารโรงกลั่นที่ใช้สำหรับทองคำและโลหะแบตเตอรี่ บริษัทนำเสนอเทคโนโลยีแบตเตอรี่และการปฏิวัติโลหะแบตเตอรี่ที่ขับเคลื่อนโดยความต้องการของรถยนต์ไฟฟ้าที่ต้องการโลหะเหล่านี้ในปริมาณมาก ซึ่งนี่รวมถึงโคบอลต์ แมงกานีส กราไฟต์ นิกเกิล ทองแดงและลิเธียม นอกจากนั้น Blackstone Resources ยังได้เริ่มโครงการวิจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่ใหม่บนแบตเตอรี่โซลิดสเตตและกระบวนการผลิตของบริษัท

ข้อจำกัดความรับผิดชอบเป็นส่วนหนึ่งของข่าวประชาสัมพันธ์นี้ โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้อ่านข้อจำกัดความรับผิดชอบเพื่อทำความเข้าใจเนื้อหาทั้งหมด http://www.blackstoneresources.ch/investors/disclaimer/

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน  businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20201006005763/en/

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.blackstoneresources.ch or contact:

Blackstone Resources AG

Mrs. Doris Suta

Blegistrasse 5

CH-6340 Baar

สวิตเซอร์แลนด์

T: +41 41 449 61 63

F: +41 41 449 61 69

info@blackstoneresources.ch

ฝ่ายลงทุนสัมพันธ์

ir@blackstoneresources.ch

ติดต่อสอบถามสำหรับสื่อ

media@blackstoneresources.ch

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Flowserve Corporation เสนอซื้อหุ้นกู้ 1.250% ครบกำหนดปี 2565

Logo

แดลลัส–(บิสิเนสไวร์)–14 ก.ย. 2563

Flowserve Corporation (NYSE: FLS) (“ผู้เสนอซื้อ”) ซึ่งเป็นผู้นำด้านบริการผลิตภัณฑ์และบริการการควบคุมการไหลของสารเหลว (flow control) สำหรับตลาดโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกประกาศข้อเสนอซื้อหุ้นกู้ 1.250% ที่ครบกำหนด 17 มีนาคม 2565 (“หุ้นกู้”) จากผู้ที่กำลังถือหุ้นกู้ (“ผู้ถือหุ้นกู้” และ “กลุ่มผู้ถือหุ้นกู้”)  ตามข้อกำหนดและเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในบันทึกข้อเสนอซื้อลงวันที่ 14 กันยายน 2563 (เนื่องจากอาจมีการเพิ่มเติมหรือแก้ไขเป็นครั้งคราว) (“บันทึกข้อตกลงการเสนอซื้อ”) รวมถึงหนังสือแจ้งการรับประกันการส่งมอบ (“หนังสือแจ้งการรับประกันการส่งมอบ”) รวมถึงการบรรลุ (หรือการสละสิทธิ์) ของเงื่อนไขฉบับใหม่ (ตามที่อธิบายไว้ในที่นี้) ผู้ทำคำเสนอซื้อได้เชิญผู้ถือหุ้นกู้ (โดยเป็นไปตาม “ข้อจำกัดการเสนอซื้อและจัดจำหน่าย” ในบันทึกข้อตกลงการเสนอซื้อ) เพื่อซื้อหุ้นกู้ในราคาซื้อ  เงื่อนไขที่เป็นตัวพิมพ์ใหญ่ที่ใช้ในประกาศนี้แต่ที่ไม่ได้กำหนดไว้ในที่นี้มีความหมายตามที่ระบุไว้ในบันทึกข้อเสนอซื้อ

สำเนาบันทึกข้อตกลงการเสนอซื้อและหนังสือแจ้งการรับประกันการส่งมอบมีแจกให้กับผู้ถือหุ้นกู้ในลิงค์ดังกล่าว: http://www.lucid-is.com/flowserve

ข้อเสนอจะหมดอายุในเวลา 17.00 น. (ตามเวลานิวยอร์ก) ในวันที่ 21 กันยายน 2020 (“วันหมดอายุ”) เว้นแต่จะขยาย เปิดใหม่ ถอดถอน หรือยุติตามดุลยพินิจของผู้เสนอซื้อ แต่เพียงผู้เดียว

คำอธิบายของหุ้นกู้

ISIN

รวมจำนวนเงินต้นที่ค้างชำระ

ราคาซื้อ(1)

จำนวนเงินที่เป็นไปตามข้อเสนอ

หุ้นกู้ 1.250% ครบกำหนดปี 2565

("หุ้นกู้")

XS1196536731

€500,000,000

€1,000

ใดๆ และทั้งหมด

_________

  1. แสดงถึงราคาซื้อต่อจำนวนเงินต้นของหุ้นกู้ €1,000 (ราคาดังกล่าวคือ “ราคาซื้อ”)

เงื่อนไขการออกใหม่

นอกจากนี้ผู้ทำคำเสนอซื้อยังประกาศความตั้งใจเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2563 ที่จะออกหุ้นกู้อัตราคงที่ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (“หุ้นกู้ใหม่”) การซื้อหุ้นกู้ใดๆ ของผู้เสนอซื้อตามข้อเสนอจะขึ้นอยู่กับความสำเร็จของการเสนอขายหุ้นกู้ใหม่ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่เป็นที่พอใจของผู้เสนอซื้อตามดุลยพินิจของผู้ทำคำเสนอซื้อแต่เพียงผู้เดียวรวมถึง แต่ไม่ จำกัดเพียงจำนวนรายได้รวมที่ผู้เสนอซื้อได้รับจากการออกหุ้นกู้ใหม่นั้นเพียงพอที่จะใช้เป็นเงินทุนสำหรับการซื้อจำนวนเงินต้นรวมของหุ้นกู้ที่ได้รับการเสนอซื้ออย่างถูกต้องและที่ไม่ได้ถอนออกในหรือก่อนถึงกำหนดเวลาหมดอายุ (“เงื่อนไขการเสนอใหม่”) หรือการสละสิทธิ์ของเงื่อนไขฉบับใหม่ดังกล่าวขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้เสนอซื้อแต่เพียงผู้เดียว

เหตุผลในการเสนอซื้อ

วัตถุประสงค์ของข้อเสนอ รวมถึงการออกหุ้นกู้ใหม่คือการจัดการหนี้โดยรวมของผู้เสนอซื้อและเพื่อขยายอายุหนี้ของผู้เสนอซื้อ (ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของเงื่อนไขฉบับใหม่) .

รายละเอียดของข้อเสนอ

โดยขึ้นอยู่กับการกำหนดราคาขั้นต่ำของหุ้นกู้ ราคาที่ชำระต่อหุ้นกู้ €1,000 คือ € 1,000 (“ราคาซื้อ”) ในส่วนของหุ้นกู้ใดๆ ที่ได้ซื้อ ผู้เสนอซื้อจะจ่ายเป็นจำนวนเงินเท่ากับดอกเบี้ยที่ค้างชำระและรวมถึงวันที่จ่ายดอกเบี้ยก่อนวันที่ชำระทันทีไปจนถึงแต่ไม่รวมวันชำระหนี้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นวันที่ 23 กันยายน 2020 (“วันชำระหนี้”)

หุ้นกู้ที่ซื้อคืนจะถูกยกเลิก หุ้นกู้ที่ไม่ได้เสนอราคาอย่างถูกต้องในหรือก่อนกำหนดวันหมดอายุและได้รับการยอมรับสำหรับการซื้อตามข้อเสนอจะยังคงค้างอยู่หลังจากวันที่ชำระหนี้

ตารางเวลาสำหรับการเสนอซื้อ

วันที่

การดำเนินการ

14 กันยายน 2563

เริ่มต้นของข้อเสนอซื้อ

ประกาศข้อเสนอซื้อ บันทึกข้อเสนอมีแจกจากตัวแทนการรับซื้อ

21 กันยายน 2563

17:00 น.

(ตามเวลานิวยอร์ก)

วันหมดอายุ/วันหมดเขตการถอน

วันหมดอายุสำหรับการรับซื้อโดยตัวแทนรับซื้อเพื่อให้ผู้ถือหุ้นกู้สามารถเข้าร่วมในข้อเสนอและมีสิทธิ์ได้รับราคาซื้อและการดอกเบี้ยค้างจ่ายในวันที่ชำระหนี้และ โดยหุ้นกู้จะถูกถอนออกโดยผู้ถือหุ้นกู้ เว้นแต่จะมีกำหนดเวลาในภายหลังตามกฎหมายที่บังคับใช้ (ตามที่ผู้เสนอซื้อจะพิจารณาตามดุลยพินิจที่สมเหตุสมผล)

ทันทีที่สามารถทำได้อย่างสมเหตุสมผล

ใน

วันที่ 22 กันยายน 2563 การ

ประกาศผลการเสนอซื้อ

ผู้เสนอซื้อจะประกาศ (i) ว่าเงื่อนไขของข้อเสนอใหม่เป็นที่พึงพอใจหรือไม่และ (ii) ตัดสินใจว่าจะรับซื้อหุ้นกู้ที่ถูกต้องตามข้อเสนอหรือไม่ (ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจหรือการสละสิทธิ์ตามดุลยพินิจของผู้เสนอซื้อสำหรับเงื่อนไขฉบับใหม่หากยังไม่เป็นที่พอใจ) รวมถึงวันชำระหนี้และผลของข้อเสนอตามวิธีการที่กำหนดไว้ในบันทึกข้อตกลงการเสนอซื้อภายใต้หัวข้อ “ข้อตกลงและเงื่อนไขการเสนอ-ประกาศ”

23 กันยายน 2563

17:00 น. (เวลานิวยอร์ก)

กำหนดส่งมอบหุ้นกู้ที่จัดส่งตามการรับประกันการส่งมอบ

หากผู้ถือหุ้นกู้รายใดต้องการที่จะเสนอขายหุ้นกู้ของตนแต่ยังไม่สามารถมอบใบรับรองหุ้นกู้ได้ทันที ผู้ถือหุ้นกู้ดังกล่าวจะต้องเสนอตามขั้นตอนการรับประกันการส่งมอบที่อธิบายไว้ในบันทึกข้อตกลงการเสนอซื้อภายใต้หัวข้อ“ขั้นตอนการเข้าร่วมในข้อเสนอ” (ซึ่งต้องมีการส่งมอบหนังสือแจ้งการรับประกันการส่งมอบอย่างถูกต้องและดำเนินการไปยังตัวแทนรับซื้อและตัวแทนข้อมูลก่อนวันหมดอายุ) และส่งบันทึกภายในเวลา 17:00 น. (ตามเวลานิวยอร์ก) ในวันที่ 23 กันยายน 2563

23 กันยายน 2563

วันที่คาดว่าจะชำระหนี้

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจหรือการสละสิทธิ์ (ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้เสนอซื้อแต่เพียงผู้เดียว) วันที่คาดว่าจะชำระหนี้  การชำระหนี้และการจ่ายดอกเบี้ยค้างจ่ายสำหรับข้อเสนอ

24 กันยายน 2563

วันที่คาดว่าจะรับประกันการส่งมอบ

โดยขึ้นอยู่กับความพึงพอใจหรือการสละสิทธิ์ (ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้เสนอซื้อแต่เพียงผู้เดียว) ของเงื่อนไขการออกใหม่ วันที่คาดว่าจะชำระหนี้ของหุ้นกู้ที่เสนอตามขั้นตอนการรับประกันการส่งมอบภายใต้หัวข้อ "ขั้นตอนการเข้าร่วมในข้อเสนอการยื่นสรุปสิ่งที่ต้องดำเนินการ – ขั้นตอนของหุ้นกู้โดยใช้หนังสือแจ้งการรับประกันการส่งมอบ"

เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น การประกาศที่เกี่ยวข้องกับข้อเสนอจะทำโดยการส่งหนังสือแจ้งไปยังระบบหักบัญชีเพื่อสื่อสารไปยังผู้เข้าร่วมโดยตรง นอกจากนี้ยังอาจมีการประกาศโดยการออกข่าวประชาสัมพันธ์ไปยังบริการประกาศข่าวสาร นอกจากนี้ยังสามารถขอรับสำเนาประกาศและข่าวประชาสัมพันธ์ทั้งหมดได้จากตัวแทนการรับซื้อ  อาจเกิดความล่าช้าอย่างมีนัยสำคัญเมื่อมีการส่งหนังสือแจ้งไปยังระบบหักบัญชีและขอให้ผู้ถือหุ้นกู้ติดต่อตัวแทนรับซื้อสำหรับประกาศที่เกี่ยวข้องในระหว่างการทำข้อเสนอ

ข้อกำหนดการเสนอขาย

การซื้อการเสนอซื้อหุ้นกู้โดยผู้เสนอซื้อเป็นไปตามข้อเสนอและสามารถทำได้โดยการส่งคำเสนอขายที่ถูกต้องเท่านั้น  ผู้เสนอซื้อไม่มีภาระผูกพันใดๆ ที่จะต้องยอมรับการซื้อหุ้นกู้ที่เสนอตามข้อเสนอ  การตอบรับคำเสนอขายโดยผู้เสนอซื้อตามข้อเสนอจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้เสนอซื้อแต่เพียงผู้เดียวและผู้เสนอขายอาจถูกปฏิเสธโดยผู้เสนอซื้อไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม  ผู้เสนอซื้อขอสงวนสิทธิ์ตามดุลยพินิจของตนแต่เพียงผู้เดียวในการขยาย เปิดใหม่ ถอนหรือ ยุติข้อเสนอและแก้ไขหรือยกเว้นข้อกำหนดและเงื่อนไขใดๆ ของข้อเสนอเมื่อใดก็ได้หลังการประกาศข้อเสนอ รายละเอียดของการขยายเวลาการเปิดใหม่ การถอน การยกเลิก การแก้ไข หรือการสละสิทธิ์ดังกล่าวจะแจ้งให้ผู้ถือหุ้นกู้ทราบโดยเร็วที่สุดหลังจากการตัดสินใจดังกล่าว

ในการเสนอขายหุ้นกู้แก่ผู้เสนอซื้อ ผู้ถือหุ้นกู้ควรส่งมอบหรือให้มีการจัดส่งในนามของตนผ่านระบบหักบัญชีที่เกี่ยวข้องและเป็นไปตามข้อกำหนดของระบบหักบัญชีดังกล่าวซึ่งเป็นคำเสนอขายที่ถูกต้องที่ได้รับในแต่ละกรณีโดยตัวแทนรับซื้อภายในกำหนดเวลาหมดอายุ

จะต้องส่งคำเสนอขายตามจำนวนเงินต้นของหุ้นกู้ในจำนวนที่ไม่น้อยกว่ามูลค่าขั้นต่ำเป็น €100,000 และอาจส่งในรูปทวีคูณของ €1,000 หลังจากนั้น

ขอแนะนำให้ผู้ถือหุ้นกู้ตรวจสอบกับธนาคาร นายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ หรือตัวกลางอื่นๆ ที่พวกเขาถือหุ้นกู้ว่าตัวกลางดังกล่าวต้องการคำสั่งจากผู้ถือหุ้นกู้เมื่อไรจึงจะสามารถเข้าร่วมหรือถอนคำสั่งในการเข้าร่วมได้ก่อนกำหนดวันหมดอายุที่ระบุไว้ข้างต้น กำหนดวันหมดอายุที่กำหนดโดยตัวกลางดังกล่าวและแต่ละระบบหักบัญชีสำหรับการส่งและการถอนคำสั่งซื้อจะเร็วกว่ากำหนดเวลาที่เกี่ยวข้องที่ระบุไว้ข้างต้น

ขอแนะนำให้ผู้ถือหมายเหตุอ่านบันทึกข้อเสนอซื้ออย่างละเอียดเพื่อดูรายละเอียดทั้งหมดและข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนในการเข้าร่วมข้อเสนอ

BofA Securities, Inc. ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการตัวแทนจำหน่าย แต่เพียงผู้เดียว (“ผู้จัดการตัวแทนจำหน่าย”) สำหรับข้อเสนอและ Lucid Issuer Services Limited ทำหน้าที่เป็นตัวแทนจัดซื้อและให้ข้อมูล (“ตัวแทนรับซื้อและผู้ให้ข้อมูล”)

คำถามและคำร้องขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับข้อเสนออาจส่งไปที่ผู้จัดการตัวแทนจำหน่ายที่หมายเลข +44 207 996 5420, +1 (888) 292-0070 (โทรฟรีในสหรัฐอเมริกา), +1 (980) 387-3907 (เก็บจ่ายในสหรัฐอเมริกา ) หรือ DG.LM-EMEA@bofa.com

คำถามและคำร้องขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับการจัดส่งคำแนะนำในการประกวดราคาอาจถูกส่งไปยังตัวแทนรับซื้อและข้อมูลที่หมายเลข +44 20 7704 0880 หรือกระแสน้ำที่ @lucid-is.com

สำเนาบันทึกข้อตกลงการเสนอซื้อและหนังสือแจ้งการรับประกันการส่งมอบมีให้ผู้ถือหุ้นกู้ในลิงค์ต่อไปนี้: http://www.lucid-is.com/flowserve

คำแจ้งเตือน:

ประกาศนี้ไม่มีหรือเป็นการเสนอหรือการเชิญชวนให้ซื้อขายหรือสมัครสมาชิกกับหุ้นกู้ หู้นกู้ใหม่หรือหลักทรัพย์อื่นๆ ในสหรัฐอเมริกาหรือเขตอำนาจศาลอื่นใด ต้องอ่านประกาศนี้ควบคู่ไปกับบันทึกข้อเสนอซื้อ ประกาศนี้และบันทึกข้อเสนอซื้อมีข้อมูลสำคัญซึ่งควรอ่านอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจใดๆ หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเนื้อหาของประกาศนี้ ข้อเสนอ บันทึกข้อตกลงการเสนอซื้อ หรือการดำเนินการที่คุณควรกระทำ ให้คุณขอคำแนะนำทางการเงินและกฎหมายเอง รวมถึงคำแนะนำด้านภาษีที่เกี่ยวข้องกับผลทางภาษีทันทีจากนายหน้า ผู้จัดการธนาคาร ทนายความ นักบัญชี หรือที่ปรึกษาทางการเงินหรือกฎหมายอิสระอื่นๆ  บุคคลหรือ บริษัทใดๆ ที่ถือหุ้นกู้ในนามของนายหน้า ตัวแทนจำหน่าย ธนาคาร ผู้รับฝากทรัพย์สิน บริษัททรัสต์ หรือผู้เสนอชื่อหรือตัวกลางอื่นๆ จะต้องติดต่อหน่วยงานดังกล่าวหากต้องการเข้าร่วมในข้อเสนอ

ไม่มีผู้เสนอซื้อ ผู้จัดการตัวแทนจำหน่าย ผู้จัดซื้อ และตัวแทนข้อมูล หรือผู้ดูแลผลประโยชน์ภายใต้การกำกับดูแลหมายเหตุ (“ผู้ดูแลผลประโยชน์”) หรือกรรมการ เจ้าหน้าที่ พนักงาน ตัวแทนหรือ บริษัทในเครือใดๆ ที่เป็นตัวแทนหรือให้คำแนะนำใดๆ ทำหน้าที่เป็นตัวแทนหรือผู้ให้คำแนะนำใดๆ ทั้งสิ้นเกี่ยวกับประกาศนี้ บันทึกข้อเสนอซื้อ ข้อเสนอ หรือคำแนะนำใดๆ ว่าผู้ถือหุ้นกู้ควรซื้อหุ้นกู้ในข้อเสนอหรือสมัครรับหุ้นกู้ใหม่

ไม่มีผู้เสนอซื้อ ผู้จัดการ ตัวแทนจำหน่าย ผู้จัดซื้อ และตัวแทนข้อมูล ผู้ดูแลผลประโยชน์ หรือกรรมการเจ้าหน้าที่ พนักงาน ตัวแทน หรือบริษัทในเครือใดๆ ที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบต่อความถูกต้องหรือความสมบูรณ์ของข้อมูลเกี่ยวกับผู้เสนอซื้อหุ้นกู้หรือหุ้นกู้ใหม่ที่มีอยู่ในประกาศนี้หรือในบันทึกข้อเสนอซื้อ  ไม่มีผู้จัดการ ตัวแทนจำหน่าย ผู้จัดซื้อ และตัวแทนข้อมูล ผู้ดูแลผลประโยชน์ หรือกรรมการเจ้าหน้าที่ พนักงานตัวแทน หรือบริษัทในเครือใดๆ ที่ทำหน้าที่แทนผู้ถือหุ้นกู้ใดๆ หรือจะรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นกู้ใดๆ ในการให้ความคุ้มครองใดๆ แก่ลูกค้าหรือเพื่อให้คำแนะนำที่เกี่ยวข้องกับข้อเสนอ  ดังนั้นจึงไม่มีผู้จัดการ ตัวแทนจำหน่าย ผู้จัดซื้อ และตัวแทนข้อมูล ผู้ดูแลผลประโยชน์ หรือกรรมการเจ้าหน้าที่ พนักงาน ตัวแทนหรือบริษัท ในเครือของตนรับผิดชอบการที่ผู้เสนอซื้อมิได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผู้เสนอซื้อหรือหุ้นกู้ซึ่งมีสาระสำคัญในบริบทของข้อเสนอและที่ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ

ข้อจำกัดข้อเสนอและการจัดจำหน่าย

ประกาศนี้หรือบันทึกข้อเสนอซื้อไม่ถือเป็นการเชิญให้เข้าร่วมในข้อเสนอในเขตอำนาจศาลใดๆ หรือต่อบุคคลใด ที่การเชิญดังกล่าวผิดกฎหมายภายใต้กฎหมายหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง  การเผยแพร่ประกาศนี้และบันทึกข้อเสนอซื้อในบางเขตอำนาจศาลอาจถูกจำกัดโดยกฎหมาย  บุคคลที่มีประกาศนี้หรือบันทึกข้อตกลงในการเสนอซื้อแต่ละรายจะต้องรับทราบและปฏิบัติตามข้อจำกัดดังกล่าว

เกี่ยวกับ Flowserve: Flowserve Corp. เป็นหนึ่งในผู้นำบริการผลิตภัณฑ์และบริการการเคลื่อนที่ของสารเหลว  บริษัทดำเนินธุรกิจในกว่า 55 ประเทศโดยผลิตปั๊ม ซีล และวาล์วที่ได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมและอุตสาหกรรมตลอดจนบริการจัดการการไหลที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Flowserve สามารถหาได้โดยการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัทที่ www.flowserve.com

แถลงการณ์คาดการณ์ล่วงหน้า: ประกาศนี้มีข้อความคาดการณ์ล่วงหน้า เช่น "อาจ" "ควร" "คาดหวัง" "สามารถ" "ตั้งใจ" "วางแผน" "คาดการณ์" "ประมาณการ" "เชื่อว่า" "พยากรณ์" "คาดเดา" หรือคำอื่นๆ ที่คล้ายคลึงกัน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อระบุข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าซึ่งรวมถึง แต่ไม่จำกัดเพียงการคาดการณ์รายได้ แถลงการณ์ที่เกี่ยวข้องกับกลยุทธ์ทางธุรกิจของเรา และคำแถลงความคาดหวัง ความเชื่อ แผนการณ์และกลยุทธ์ในอนาคต และการพัฒนาที่คาดการณ์ไว้เกี่ยวกับอุตสาหกรรม ธุรกิจ การดำเนินงาน และผลการดำเนินงานทางการเงินของเรา

แถลงการณ์คาดการณ์ล่วงหน้าที่รวมอยู่ในการประกาศนี้มาจากการคาดการณ์ การประมาณการ และสมมติฐานในปัจจุบันของเรา  ข้อความเหล่านี้เป็นเพียงการคาดการณ์ ไม่ใช่การรับประกัน  ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าดังกล่าวอยู่ภายใต้ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนมากมายที่ยากจะคาดเดา  ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนเหล่านี้อาจทำให้ผลลัพธ์ที่แท้จริงแตกต่างอย่างมากจากที่คาดการณ์ไว้ในข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าดังกล่าวและรวมถึง แต่ไม่จำกัดเพียงสิ่งต่อไปนี้: ข้อความที่เกี่ยวข้องกับระยะเวลาที่คาดหวัง เงื่อนไขสุดท้าย และความสมบูรณ์ของข้อเสนอ และข้อความที่คล้ายคลึงกันที่เกี่ยวข้องกับการคาดการณ์ล่วงหน้า  เหตุการณ์ในอนาคตและความคาดหวังซึ่งข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์

ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าทั้งหมดที่รวมอยู่ในประกาศนี้อ้างอิงจากข้อมูลที่มีให้เราในวันที่นี้และเราไม่มีภาระผูกพันในการปรับปรุงข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าใด ๆ

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200914005559/en/

ข้อมูลติดต่อสำหรับสื่อมวลชน:
Lars Rosene, Lars Rosene, Vice President, Corporate Communications & Public Affairs (รองประธานฝ่ายสื่อสารองค์กรและกิจการสาธารณะ) (972) 443-6644

NuScale Power สร้างประวัติศาสตร์ในฐานะเครื่องปฏิกรณ์แบบโมดูลาร์ขนาดเล็กเครื่องแรกที่ได้รับการอนุมัติการออกแบบจากคณะกรรมการกำกับดูแลด้านนิวเคลียร์ของสหรัฐอเมริกา

Logo

ถือเป็นความสำเร็จก้าวสำคัญด้านกฎระเบียบ เนื่องจาก NuScale พร้อมแล้วที่จะนำเทคโนโลยี SMR ออกสู่ตลาดในทศวรรษนี้

พอร์ตแลนด์, โอเรกอน–(BUSINESS WIRE)–29 ส.ค. 2563

NuScale Power ประกาศในวันนี้ว่าคณะกรรมการกำกับดูแลด้านนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ หรือ the U.S. Nuclear Regulatory Commission  (NRC) ได้ตรวจสอบระยะที่ 6 ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายและขั้นสุดท้ายของแอปพลิเคชันการรับรองการออกแบบ หรือ the Design Certification Application (DCA)  เป็นที่เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้วสำหรับเครื่องปฏิกรณ์แบบแยกส่วนขนาดเล็ก หรือ small modular reactor (SMR) ที่ก้าวล้ำของบริษัท โดยมีการรายงานการประเมินความปลอดภัยขั้นสุดท้าย  หรือ Final Safety Evaluation Report (FSER) ให้ด้วย โดย FSER แสดงให้เห็นถึงการเสร็จสิ้นสมบูรณ์ของการตรวจสอบทางเทคนิคและการอนุมัติการออกแบบ NuScale SMR ซึ่งเมื่อขั้นตอนสุดท้ายของ DCA ของ NuScale เสร็จสมบูรณ์แล้ว ลูกค้าก็จะสามารถดำเนินการตามแผนการพัฒนาโรงไฟฟ้า NuScale ได้ด้วยความสบายใจว่า NRC ได้อนุมัติด้านความปลอดภัยของการออกแบบของ NuScale เรียบร้อยแล้ว

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้เป็นแบบมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่:https://www.businesswire.com/news/home/20200828005299/en/

An artist’s rendering of NuScale Power’s small modular nuclear reactor plant. Photo courtesy of NuScale

ศิลปินวาดภาพจำลองโรงปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบแยกส่วนขนาดเล็กของ NuScale Power  ภาพ ได้รับความอนุเคราะห์จาก NuScale

“นี่ไม่ใช่แค่เพียงก้าวที่สำคัญสำหรับ NuScale เท่านั้น แต่ยังเป็นก้าวที่สำคัญของภาคนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ ทั้งหมดและเทคโนโลยีนิวเคลียร์ขั้นสูงอื่น ๆ ที่จะตามมาอีกด้วย ความสำเร็จครั้งนี้เป็นการวางพื้นฐานความเป็นผู้นำของ NuScale และสหรัฐอเมริกาอย่างชัดเจนในการแข่งขันเพื่อนำ SMR ออกสู่ตลาด การได้รับอนุมัติด้านการออกแบบของ NuScale ถือเป็นความสำเร็จที่น่าเหลือเชื่อ และเราขอขอบคุณ NRC อย่างลึกซึ้งที่สุดสำหรับการตรวจสอบอย่างละเอียดและขอขอบคุณกระทรวงพลังงานของสหรัฐอเมริกา หรือ the U.S. Department of Energy (DOE) สำหรับความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการเป็นหุ้นส่วนระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนของเราที่ประสบความสำเร็จเพื่อนำ SMR เครื่องแรกของประเทศออกสู่ตลาด และเรายังขอขอบคุณบุคคลอื่น ๆ อีกมากมายที่ทุ่มเทเวลานับไม่ถ้วนเพื่อทำให้ช่วงเวลาพิเศษนี้เกิดขึ้นจริง” John Hopkins ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ NuScale กล่าว “นอกจากนี้การระดมทุนแบบแบ่งค่าใช้จ่ายโดยสภาคองเกรสในช่วงหลายปีที่ผ่านมายังได้ช่วยเร่งความก้าวหน้าของ NuScale ผ่านกระบวนการรับรองการออกแบบของ NRC สิ่งนี้คือสาเหตุที่โครงการ SMR ของกระทรวงพลังงานของสหรัฐอเมริกาถูกสร้างขึ้นมา และความสำเร็จของเราก็ยังเกิดขึ้นมาจากการได้รับการสนับสนุนจากสภาคองเกรสที่แข็งแกร่ง "

DCA ของ NuScale เสร็จสมบูรณ์ในเดือนธันวาคม 2559 และได้รับการยอมรับจาก คณะกรรมการกำกับดูแลด้านนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ หรือ  NRC ในเดือนมีนาคม 2017 กระบวนการตรวจสอบแสดงให้เห็นถึงทั้งความเรียบง่ายของการออกแบบ SMR ของ NuScale และความละเอียดถี่ถ้วนของแอปพลิเคชันของบริษัท ตัวอย่างเช่น ในระหว่างกระบวนการตรวจสอบขั้นตอนที่ 1 อย่างเข้มงวด ซึ่งรวมถึง 115,000 ชั่วโมงที่ใช้ในการตรวจสอบ DCA ทาง NRC ได้ออกคำขอข้อมูลเพิ่มเติมเป็นจำนวนน้อยกว่ามากเมื่อเทียบกับแอปพลิเคชันการรับรองของการออกแบบอื่น ๆ NuScale ใช้เงินไปกว่า 500 ล้านดอลลาร์โดยได้รับการสนับสนุนจาก Fluor และใช้ชั่วโมงแรงงานกว่า 2 ล้านชั่วโมงเพื่อพัฒนาข้อมูลที่จำเป็นในการเตรียมแอปพลิเคชัน DCA นอกจากนี้ บริษัทยังได้ส่งรายงานเฉพาะ Topical Reports อีก 14 ฉบับแยกต่างหาก นอกเหนือไปจากรายงานอีกหนึ่งฉบับว่าด้วยแอปพลิเคชัน DCA อีกกว่า 12,000 หน้า พร้อม ๆ กับให้ข้อมูลสนับสนุนมากกว่า 2 ล้านหน้าสำหรับการตรวจสอบ NRC

“NRC ยอมรับความท้าทายในการตรวจสอบ เครื่องปฏิกรณ์  DCA แบบแยกส่วนขนาดเล็กเป็นเครื่องแรก ซึ่งในเวลานั้นไม่เพียงแต่ถือเป็นก้าวสำคัญของ NuScale เท่านั้น แต่ยังเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมนิวเคลียร์โดยรวมด้วย NuScale ขอชื่นชมความทุ่มเท เวลา และความพยายามของ NRC ตลอดกระบวนการหลายปีนี้ ซึ่งมักจะมีการตรวจสอบเสร็จก่อนกำหนดเวลาเสมอ ในฐานะที่ผมเคยเป็นพนักงานของ NRC มาเป็นเวลานาน ซึ่งรวมถึงในฐานะผู้บริหารใน Office of New Reactors ผมสามารถพูดได้ว่าการออก FSER ในช่วงแรกนี้ต้องให้เครดิตสำหรับทุกคนใน NRC อย่างแท้จริง ซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่การตรวจสอบทางเทคนิคและเจ้าหน้าที่โครงการ ฝ่ายการจัดการ และคณะกรรมการ Tom Bergman รองประธานฝ่ายกำกับดูแลของ NuScale กล่าว

NuScale ยังคงรักษาโมเมนตัมโครงการที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องในการนำเทคโนโลยี SMR ไปใช้ในเชิงพาณิชย์ ซึ่งรวมถึงการพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน มาตรฐานการออกแบบโรงงาน การวางแผนกิจกรรม การส่งมอบ และแผนการด้านสตาร์ทอัพและการว่าจ้าง บริษัทได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากลูกค้าในประเทศและจากต่างประเทศจากที่มองว่าโรงไฟฟ้า NuScale เป็นโซลูชันระยะยาวสำหรับการจัดหาพลังงานคาร์บอนที่เชื่อถือได้ ปลอดภัย ราคาไม่แพงและมีความยืดหยุ่นในการใช้งานสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งนี้ NuScale ได้ลงนามในข้อตกลงกับหน่วยงานในสหรัฐอเมริกา แคนาดา โรมาเนีย สาธารณรัฐเช็ก และจอร์แดน และกำลังมีการเจรจาข้อตกลงที่คล้ายกันกับหน่วยงานอื่น ๆ เพิ่มเติม

เกี่ยวกับ NuScale Power

NuScale Power ได้พัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบน้ำเบาแบบแยกส่วนเพื่อจัดหาพลังงานสำหรับการผลิตไฟฟ้า การทำความร้อนแบบรวมศูนย์ การกรองน้ำทะเล และการใช้ความร้อนในกระบวนการอื่น ๆ ทั้งนี้การออกแบบเครื่องปฏิกรณ์แบบแยกส่วนขนาดเล็ก (SMR) ที่ก้าวล้ำนี้จะใช้คุณลักษณะ NuScale Power Module™ ที่ประดิษฐ์ขึ้นจากโรงงานโดยสมบูรณ์ซึ่งสามารถผลิตไฟฟ้าได้ 60 เมกะวัตต์โดยใช้เทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์แบบแรงดันน้ำที่ปลอดภัยกว่า ขนาดเล็กกว่า และปรับขนาดได้ การออกแบบที่ปรับขนาดได้ของ NuScale ทำให้โรงไฟฟ้าสามารถรองรับโมดูลไฟฟ้าได้ถึง 12 โมดูล ช่วยให้พลังงานที่ปราศจากคาร์บอนและลดภาระผูกพันทางการเงินที่มากับโรงงานนิวเคลียร์ขนาดกิกะวัตต์ ผู้ลงทุนหลักใน NuScale ได้แก่ Fluor Corporation ซึ่งเป็นบริษัทด้านวิศวกรรมการจัดหาและการก่อสร้างระดับโลกที่มีประวัติ 60 ปีในด้านพลังงานนิวเคลียร์เชิงพาณิชย์

NuScale มีสำนักงานใหญ่ในพอร์ตแลนด์ โอเรกอน และมีสำนักงานใน Corvallis,โอเรกอน; ร็อควิลล์, แมรีแลนด์; ชาร์ล็อต นอร์ธ คาโรไลนา; ริชแลนด์วอชิงตัน; และลอนดอน สหราชอาณาจักร ติดตามเราได้ที่ Twitter: @NuScale_Power, Facebook: NuScale Power, LLC, LinkedIn: NuScale-Power, and Instagram: nuscale_power. NuScale มีโลโก้แบรนด์และ เว็บไซต์ ใหม่ คลิกเพื่อดู วิดีโอ สั้น ๆ

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200828005299/en/

ติดต่อสำหรับสื่อ:

Diane Hughes, รองประธานฝ่ายการตลาดและการสื่อสาร

dhughes@nuscalepower.com

(C) 503-270-9329





Prumo bp และ Siemens ร่วมมือกับ SPIC ในโครงการด้านพลังงานต่าง ๆ ในบราซิล

Logo

  • SPIC เข้าซื้อหุ้นในกิจการจำนวน 33% ของโครงการต่าง ๆ ภายใต้ GNA I และ GNA II 3 GW LNG-to-power
  • เข้าร่วมสัญญาตกลงเพื่อเข้าร่วมการขยายตัวของโครงการในอนาคต GNA III และ GNA IV ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ด้านพลังงาน 6.4 GW และศูนย์กลางก๊าซในประเทศ ณ Port of Açu

ริโอเดจาเนโร–(BUSINESS WIRE)–10 ส.ค. 2563

Prumo ซึ่งเป็น บริษัทเอกชนของบราซิลที่อยู่ภายใต้การควบคุมของ EIG Global Energy Partners, bp และ Siemens ได้ลงนามในข้อตกลงที่มีผลผูกพันกับ SPIC Brasil ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว SPIC จะเข้าซื้อกิจการเป็นจำนวน 33% ของโครงการ LNG-to-power ของ GNA I และ GNA II  ซึ่งตั้งอยู่ที่ Port of Açu เมืองริโอเดจาเนโร นอกจากนี้ SPIC ยังได้ทำข้อตกลงเพื่อเข้าร่วมในโครงการการขยายตัวในอนาคตของโครงการ GNA III และ GNA IV ซึ่งคาดว่าจะได้รับแรงสนับสนุนจากการรวมตัวกันของ LNG และก๊าซในประเทศจากแหล่งสำรองก่อนชั้นเกลือ (pre-salt reserves) จำนวนมากในบราซิล

การสิ้นสุดของการตกลงนี้ ซึ่งถูกกำหนดเอาไว้ในไตรมาสที่สี่ของปี 2563 จะขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างบางประการซึ่งเป็นไปตามปกติของธุรกรรมลักษณะนี้ และเงื่อนไขอื่น ๆ ให้ครบถ้วน

GNA I และ GNA II เป็นโครงการก๊าซสู่พลังงานที่ใหญ่ที่สุดในละตินอเมริกาโดยมีกำลังการผลิตติดตั้ง 3 GW ซึ่งเพียงพอที่จะจ่ายพลังงานให้กับครัวเรือนได้ถึง 14 ล้านครัวเรือน นอกจากนี้ยังมีสถานี LNG ที่มีกำลังการผลิตรวม 21 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน โดยโครงการ GNA I ซึ่งมีกำลังการผลิตติดตั้ง 1.3 GW ถูกคาดว่าจะเริ่มดำเนินการในครึ่งปีแรกของปี 2564  ซึ่งข้อตกลงนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายโครงการ GNA III และ GNA IV ตลอดจนถึงโครงการกลยุทธ์ศูนย์กลางก๊าซในประเทศ และโครงการพลังงานหมุนเวียน ทั้งนี้ การลงทุนตามแผนในศูนย์ก๊าซและพลังงาน GNA จะมีมูลค่าโดยประมาณอยู่ที่ 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ

การมีส่วนร่วมของ SPIC Brasil ในความร่วมมือครั้งนี้มีศูนย์กลางอยู่ที่ความเชี่ยวชาญในการดำเนินงานและกลยุทธ์การบริหารโครงการในบราซิล  โดยหน่วยงานด้านการจัดหาเงินของ Siemens ที่มีชื่อว่า Siemens Financial Services จะร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับ Siemens Energy เพื่อการสนับสนุนด้านเงินทุน ด้านเทคโนโลยี ด้านนวัตกรรม และด้านความเชี่ยวชาญในการจัดการโครงการที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน นอกจากนี้ bp จะมีส่วนร่วมสนับสนุนพอร์ตโฟลิโอ LNG ทั่วโลก โดยทำหน้าที่เป็นผู้จัดหาก๊าซอย่างสมบูรณ์แบบในระดับนวัตกรรม ส่วน Prumo จะมีส่วนช่วยในโครงสร้างพื้นฐานท่าเรือทั้งหมด การดำเนินงาน การพัฒนา และการบูรณาการโครงการทั้งหมด ทั้งนี้การเป็นหุ้นส่วนจะช่วยอำนวยความสะดวกในการขยายโครงการต่าง ๆ และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะดำเนินด้านการลงทุนที่กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์

BofA Securities และ Lakeshore Partners ได้ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินของ GNA พร้อมกับเป็นผู้สนับสนุน ส่วน Itaú BBA ได้ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินแต่เพียงผู้เดียวให้กับ SPIC สำหรับ Mattos Filho ได้ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษากฎหมายให้กับ GNA และผู้สนับสนุนรายอื่น ๆ (sponsors) ส่วน Trench Rossi Watanabe ได้ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษากฎหมายให้กับ SPIC

Siemens AG (เบอร์ลินและมิวนิก) เป็นขุมพลังด้านเทคโนโลยีระดับโลกที่ยืนหยัดในความเป็นเลิศด้านวิศวกรรม นวัตกรรม ด้านคุณภาพ ความน่าเชื่อถือและความเป็นสากลมามากกว่า 170 ปี บริษัทมีการดำเนินงานทั่วโลกโดยมุ่งเน้นที่ด้านการผลิตและจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะให้กับอาคารและระบบพลังงานแบบกระจาย และระบบอัตโนมัติและการแปลงกระบวนการและอุตสาหกรรมการผลิตให้เป็นแบบดิจิตอล นอกจากนี้ Siemens ก็กำลังสร้างตลาดโลกในด้านการบริการผู้โดยสารและการขนส่งสินค้าผ่านบริษัทที่มีการจัดการแยกออกมาโดยเฉพาะอย่าง Siemens Mobility ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์ชั้นนำในด้านโซลูชันการเครื่องมือสื่อสารเคลื่อนที่อัจฉริยะสำหรับการขนส่งทางรถไฟและทางถนน  เนื่องจากการมีหุ้นส่วนใหญ่ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายใต้ Siemens Healthineers AG และ Siemens Gamesa Renewable Energy  ดังนั้น Siemens ยังเป็นซัพพลายเออร์ชั้นนำระดับโลกด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์และบริการด้านการดูแลสุขภาพแบบดิจิตอล ตลอดจนถึงโซลูชั่นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับการผลิตพลังงานลมบนบกและนอกชายฝั่ง โดยในปีงบประมาณ 2562 ซึ่งสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน 2562 Siemens สร้างรายได้ 86,800 ล้านยูโรและรายได้สุทธิ 5,600 พันล้านยูโร และ ณ สิ้นเดือนกันยายน 2562 บริษัทมีพนักงานประมาณ 385,000 คนทั่วโลก สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมบนอินเทอร์เน็ตที่ www.siemens.com.

Siemens Financial Services (SFS) ซึ่งเป็นบริษัทจัดหาเงินทุนของซีเมนส์ เป็นผู้จัดหาโซลูชั่นทางการเงินแบบธุรกิจกับธุรกิจ (b2b) การผสมผสานระหว่างความเชี่ยวชาญทางการเงิน การจัดการความเสี่ยงและความรู้ในอุตสาหกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้ SFS สามารถสร้างโซลูชันทางการเงินที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ๆ ได้ ด้วยเหตุนี้ SFS จึงสามารถอำนวยความสะดวกในการเติบโต การสร้างมูลค่า การเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและการช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ นอกจากนี้ SFS สนับสนุนการลงทุนด้วยการจัดหาเงินทุน อุปกรณ์และการเช่าซื้อ การให้กู้ยืมขององค์กร การลงทุนในตราสารทุนและโครงการ และการจัดหาเงินทุน โซลูชันการจัดหาเงินเพื่อการค้าและลูกหนี้ทำให้พอร์ตโฟลิโอ SFS มีความสมบูรณ์ ด้วยการมีเครือข่ายระหว่างประเทศจึงทำให้ SFS สามารถปรับเข้ากับข้อกำหนดทางกฎหมายเฉพาะของประเทศต่าง ๆ และสามารถให้บริการโซลูชั่นทางการเงินได้ทั่วโลก สำหรับ Siemens แล้ว SFS ถือเป็นที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญสำหรับความเสี่ยงทางการเงิน อนึ่ง Siemens Financial Services มีสำนักงานใหญ่ในมิวนิกประเทศเยอรมนี และมีพนักงานเกือบ 3,000 คนทั่วโลก www.siemens.com/finance.

SPIC Brasil เป็นบริษัทในเครือของ State Power Investment Corporation (SPIC) ซึ่งเป็น บริษัทผลิตพลังงานระดับโลกและบริษัทโครงการที่เกี่ยวข้องในบราซิล ซึ่งนี่หมายถึงการรวมกันระหว่างความเชี่ยวชาญและความแข็งแกร่งทางการเงินของกลุ่มชาวจีนขนาดใหญ่ และผู้บุกเบิกชาวออสเตรเลียที่มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปีในด้านพลังงานหมุนเวียน ปัจจุบันนี้ SPIC Brasil ดำเนินการโรงไฟฟ้าพลังน้ำชื่อว่า SãoSimão บนพรมแดนระหว่างรัฐ Minas Gerais และ Goiás, Millennium Wind Farm และ Vale dos Ventos Wind Farm ในรัฐ Paraíba ทั้งนี้ในบราซิล บริษัทมีพนักงานประมาณ 160 คนซึ่งอยู่ในเมืองเซาเปาโล (SP), นาตาล (RN), เซาซิมาโอ (GO) และมาตารากา (PB) อนึ่ง SPIC Global มีกำลังติดตั้งรวม 151 GW มีพนักงานมากกว่า 130,000 คนใน 64 ประเทศที่ดำเนินงาน

Prumo เป็นกลุ่มเศรษฐกิจหลายธุรกิจที่รับผิดชอบการพัฒนาเชิงกลยุทธ์ของท่าเรือ  Açu เราอยู่ภายใต้การควบคุมของ EIG Global Energy Partners ซึ่งเป็นกองทุนที่ตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกาที่มุ่งเน้นด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน และโดย Mubadala Investment Company ซึ่งเป็นนักลงทุนที่กระตือรือร้นและมีนวัตกรรมที่จัดสรรเงินทุนในหลากหลายกลุ่ม

ผ่านบริษัท 6 แห่งของกลุ่มบริษัท (Porto do Açu Operações, Ferroport, Açu Petróleo, GNA, Dome และ BP Prumo) ร่วมกับลูกค้าและคู่ค้าของเรา โดย Port of Açu ให้บริการน้ำมันและก๊าซ โลจิสติกส์ด้านท่าเรือ และด้านการขุด โครงสร้างพื้นฐานของกลุ่มมีศักยภาพพิเศษในการรองรับธุรกิจใหม่ ๆ และกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ

ด้วยมุมมองเชิงกลยุทธ์ของ Prumo ปัจจุบัน Açu เป็นหนึ่งในองค์กรที่ใหญ่ที่สุดและมีศักยภาพมากที่สุดในบราซิล ด้วยความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานรวมกับความแข็งแกร่งของวิสัยทัศน์ระยะยาวของกลุ่มบริษัท และระยะทางที่ใกล้ชิดกับอ่างสำรวจน้ำมันหลัก รวมกันทำให้ Açu เป็นโซลูชันที่ดีที่สุดสำหรับความต้องการที่ท้าทายที่สุด

bp เป็นธุรกิจพลังงานแบบบูรณาการที่มีการดำเนินงานในยุโรป อเมริกาเหนือและใต้ ออสตราเลเซีย เอเชีย และแอฟริกา เราดำเนินการใน 79 ประเทศ ด้วยประสบการณ์กว่า 100 ปีในโลกแห่งพลังงาน เราเข้าใจตลาดพลังงานอย่างลึกซึ้งและได้พัฒนาความสามารถเฉพาะในด้านการค้า การตลาด เทคโนโลยีและนวัตกรรม จุดประสงค์ใหม่ของ bp คือการจินตนาการถึงพลังงานสำหรับผู้คนและโลกของเราเพื่อให้ bp กลายเป็น บริษัทที่ไม่ปล่อยมลพิษ (net zero) ภายในปี 2593 หรือเร็วกว่านั้น และเพื่อช่วยให้โลกกลายเป็นโลกที่ไม่ปล่อยมลพิษ

EIG Global Energy Partners (“EIG”) เป็นนักลงทุนสถาบันชั้นนำของภาคพลังงานทั่วโลกด้วยเงิน     22 ,900 ล้านดอลลาร์ภายใต้การบริหาร ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2563 โดย EIG เชี่ยวชาญในการลงทุนภาคเอกชนในด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับพลังงานในระดับโลก ในช่วงประวัติศาสตร์ 38 ปี ที่ผ่านมา EIG ได้มอบเงินกว่า 34,200 ล้านดอลลาร์ให้กับภาคพลังงานผ่านโครงการต่าง ๆ หรือให้กับบริษัทมากกว่า 360 แห่งใน 36 ประเทศใน 6 ทวีป ลูกค้าของ EIG ประกอบด้วยผู้จัดทำแผนบำนาญชั้นนำ บริษัทประกันภัย บริษัทระกันชีวิต มูลนิธิและกองทุนเพื่อความมั่งคั่งแห่งชาติในสหรัฐอเมริกา เอเชีย และยุโรป EIG มีสำนักงานใหญ่ในวอชิงตันดีซีโดยมีสำนักงานในฮูสตัน ลอนดอน ซิดนีย์ ริโอเดจาเนโร ฮ่องกงและโซล สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดไปที่เว็บไซต์ของ EIG ที่ www.eigpartners.com.

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200810005361/en/

ติดต่อ

สำหรับสื่อ

Siemens

Priscilla Garcez: +55 11 98996-2610 – priscilla.garcez@siemens.com

Jillian Lukach: +1 (732) 512-7550 – jillian.lukach@siemens.com

Prumo

Thaina Halac: +55 (21) 3114-0779 – thaina@danthicomunicacoes.com.br

SPIC

PUBLICIS CONSULTANTS

Cibele Gandolpho: +55 11 96477-2701 – cibele.gandolpho@mslgroup.com

Thaís Thomaz: +55 11 3169-9373 – thais.thomaz@mslgroup.com

EIG

Sard Verbinnen & Co.

Kelly Kimberly/Brandon Messina: +1 212 687 8080

ภูมิภาคเอเชียประเมินกลยุทธ์การเปลี่ยนแปลงของธุรกิจพลังงานอีกครั้งเพื่อเร่งการผันตัวสู่ดิจิตอล

Logo

การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมนำเสนอความทันสมัยและโอกาสในการขยายธุรกิจในเอเชีย

กรุงเทพมหานคร–(BUSINESS WIRE)– 6 สิงหาคม 2563

ความยืดหยุ่นของระบบกริดของกระแสไฟฟ้าและ การบูรณาการพลังงานหมุนเวียน ยังคงเป็นพื้นที่หลักของการลงทุนในเอเชีย เนื่องจากภูมิภาคนี้ยังคงเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าระบบกริดเพื่อรองรับความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นจากอุตสาหกรรมและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ

“ผู้นำด้านพลังงานของเอเชียกำลังประเมินกลยุทธ์การเปลี่ยนแปลงพลังงานของพวกเขาอีกครั้ง โดยคำนึงถึงการแพร่ระบาดของโรคที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก ในขณะที่การหยุดการปลดปล่อยแก๊สเรือนกระจกและระบบผลิตไฟฟ้าแบบไม่รวมศูนย์ได้เพิ่มความซับซ้อนของกริดในทุกรูปแบบธุรกิจ วิศวกรรม และเทคโนโลยีพวกเขา แต่ในขณะดียวกันก็เป็นการนำเสนอโอกาสสำหรับภาคพลังงานในภูมิภาคนี้” Adrian Tan รองประธานฝ่ายขายและการตลาดที่ได้รับการแต่งตั้งจาก Black & Veatch, Power Business Asia กล่าว

Tan ระบุโอกาสสำคัญสำหรับภาคพลังงานของเอเชียไว้ดังนี้:

โครงสร้างพื้นฐานพลังงานแบบบูรณาการยังคงตอบสนองความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าของเอเชีย

เหล่าผู้นำด้านพลังงานของเอเชียยังคงลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอย่างต่อเนื่องเพื่อปรับสมดุลพอร์ตการลงทุนด้านพลังงานของตนเพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการปล่อยกระแสไฟฟ้าและการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน โครงสร้างพื้นฐานพลังงานแบบบูรณาการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีการส่งและการกระจายที่แตกต่างกันเพื่อช่วยให้ระบบสาธารณูปโภคสามารถเอาชนะข้อผิดพลาดของโครงสร้างพื้นฐานที่เริ่มล้าหลัง ในขณะเดียวกันก็สามารถที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นในด้านพลังงานที่ยั่งยืนและที่น่าเชื่อถือได้ ช่องทางโอกาสในขณะนี้คือการใช้ประโยชน์จากยุคที่ให้ความสำคัญกับการการกระจายตัวทางพลังงาน เช่น ไมโครกริดและพลังงานโซลาร์บนหลังคา เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการใช้พลังงานไฟฟ้าและการพัฒนาอย่างยั่งยืนในกลุ่มประเทศหมู่เกาะต่าง ๆ เช่น อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์

ระบบการจัดเก็บพลังงานแบตเตอรี่ช่วยเพิ่มเสถียรภาพของกริด ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานของเอเชีย

เหล่าผู้นำด้านพลังงานระดับภูมิภาคกำลังเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานโดยการกระจายเชื้อเพลิงและแหล่งพลังงานหลักที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้า แหล่งพลังงานแหล่งหนึ่งที่ภูมิภาคนี้กำลังลงทุนอยู่คือแหล่งพลังงานหมุนเวียน โดยปัจจุบันมีโอกาสในการสร้างสมดุลของพลังงานทดแทนที่แปรผันตามระบบจัดเก็บแบตเตอรี่พลังงาน  หรือ Battery Energy Storage Systems (BESS) และความสามารถในการส่งพลังงาน หรือ larger transmission capacities ที่มากขึ้นเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับกริด

ภาคพลังงานในเอเชียเร่งการผันตัวสู่ระบบดิจิตอล

รัฐบาลในภูมิภาคนี้กำลังเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีดิจิตอล และระบบสมาร์ทกริดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพผลลัพธ์เชิงบวกของเทคโนโลยีส่วนบุคคลในด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงานแบบบูรณาการ การเปลี่ยนแปลงสู่ระบบดิจิตอลนำเสนอโอกาสในการรับมือกับความท้าทายหลักด้านความเสถียรของกริด การจัดการโหลดสูงสุด ความยืดหยุ่นของระบบ และความน่าเชื่อถือในระบบองค์รวม

ระบบสมาร์ทกริดช่วยบูรณาการการสร้างพลังงานทดแทนในกริด และช่วยจัดการด้านอุปสงค์และอุปทาน

การบำรุงรักษาโดยการคาดคะเนอัตราการเสื่อมของเครื่องจักรหรือ predictive asset maintenance ช่วยให้ผู้ประกอบการโรงงานคาดการณ์สถานะของอุปกรณ์เพื่อให้สามารถกำหนดการบำรุงรักษาได้ การคาดการณ์และการตรวจสอบแบบเรียลไทม์แก้ไขปัญหาด้านความยั่งยืนและความน่าเชื่อถือของกริดไฟฟ้า พร้อม ๆ ไปกับการลดการสูญเสียค่าใช้จ่ายและปัญหาความล้มเหลวของอุปกรณ์อื่น ๆ

Tan นำประสบการณ์กว่า 20 ปี ทั้งด้านการขาย, วิศวกรรมและการดำเนินงานในอุตสาหกรรมพลังงาน เข้ามาร่วมงานกับ Black & Veatch ในฐานะรองประธานฝ่ายขายและการตลาดของธุรกิจไฟฟ้าในภูมิภาคเอเชีย ที่ Black & Veatch โดยจะรับผิดชอบในการนำเสนอโซลูชั่นให้กับลูกค้าในบริการ EPC แบบครบวงจรทั้งในรูปแบบโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนแบบดั้งเดิม,  โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน, การผลิตกระแสไฟฟ้าแบบกระจาย, ระบบสายส่งไฟฟ้าม,  ระบบไมโครกริด และ ระบบ behind-the-meter services อนึ่ง Tan ประจำอยู่ที่กรุงเทพ

กดที่นี่ เพื่อดาวน์โหลดภาพที่เกี่ยวข้อง

หมายเหตุบรรณาธิการ

  • รายงานประจำปี Engineering News-Record’s (ENR) annual “Top 500 Design Firms” Sourcebook จัดอันดับให้ธุรกิจพลังงานของ Black & Veatch เป็นอันดับ 1 ในธุรกิจบริการสำหรับพลังงานแสงอาทิตย์ อันดับ 3 ในด้านการสายส่งและการกระจายไฟฟ้า และอันดับ 7 ในธุรกิจบริการสำหรับพลังงานลม ซึ่งนี่สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของบริษัท ในการช่วยให้ลูกค้าติดตามความยั่งยืนและความยืดหยุ่นที่มากขึ้นผ่านการสร้างพลังงานทดแทนและการปรับใช้โครงสร้างพื้นฐานแบบกระจายในสเกลที่กว้างขึ้น
  • ในปี 2019 ลำพัง Black & Veatch ได้สร้างสถานีย่อยแล้วเสร็จสิ้นกว่า 1,900 สถานี และโครงการส่งไฟฟ้า500 แห่ง ทั่วโลก
  • Black & Veatch ได้ใช้พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมมากกว่า 100 GW ผ่านบริการและความสามารถด้าน EPC อย่างเต็มรูปแบบ บริษัทมีประสบการณ์การจัดเก็บพลังงานแบตเตอรี่มากกว่า 100 MW และได้ติดตั้งระบบกระจายพลังงานมามากกว่า 700 รายการ

เกี่ยวกับ Black & Veatch

Black & Veatch เป็นบริษัทด้านวิศวกรรม, การจัดซื้อ, การให้คำปรึกษาและการก่อสร้างที่มีพนักงานเป็นเจ้าของซึ่งมีประวัติยาวนานกว่า 100 ปีในด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน ตั้งแต่ปี 2458 เราได้ช่วยทำให้ชีวิตผู้คนในกว่า 100 ประเทศดีขึ้น ด้วยการจัดการกับความยืดหยุ่นและความน่าเชื่อถือของสินทรัพย์ด้านโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของโลก รายได้ของเราในปี 2562 อยู่ที่ 3.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ ติดตามเราได้ที่ www.bv.com และบนโซเชียลมีเดีย

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200728006064/en/

ติดต่อ:

Black & Veatch

EMILY CHIA | +65 6761 3511 p | +65 9875 8907 m | ChiaLP@BV.com

สายด่วนสื่อ 24 ชั่วโมง | +1 866 496 9149

พีแอนด์จีใช้พลังจากแนวทางบรรเทาปัญหาสภาพภูมิอากาศด้วยธรรมชาติเป็นตัวเร่งความก้าวหน้าการแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง และจะดำเนินธุรกิจโดยปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ตลอดทศวรรษนี้

Logo

ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 50% และซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนมาใช้ 100% ในทุกฐานการผลิตภายในปี 2573

และ

เร่งพัฒนาแนวทางบรรเทาปัญหาสภาพภูมิอากาศด้วยธรรมชาติที่จะเป็นประโยชน์ทางด้านคาร์บอนและปริมาณก๊าซเรือนกระจกปัจจุบันจากการดำเนินธุรกิจ

ซินซินนาติ–(BUSINESS WIRE)–16 กรกฎาคม 2563

พรอคเตอร์แอนด์แกมเบิลคอมปะนี (NYSE:PG) ประกาศ ให้คำมั่นครั้งใหม่ที่จะให้การดำเนินธุรกิจทั่วโลกของบริษัทบนเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (carbon neutral) ในทศวรรษนี้ ผ่านความพยายามยับยั้งในรูปแบบต่าง ๆ ที่จะเป็นการปกป้อง ปรับปรุง และฟื้นฟูธรรมชาติ จาการที่เล็งเห็นว่าทศวรรษที่กำลังจะมาถึงนี้เป็นช่วงเวลาที่โลกมีความไวต่อการพัฒนา (critical window) และสามารถเร่งให้เกิดความก้าวหน้าด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ พีแอนด์จี จึงจะเดินหน้าให้ไกลกว่าเป้าหมายที่อ้างอิงจากวิทยาศาสตร์ที่ตั้งไว้เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 50% ด้วยการเร่งพัฒนาแนวทางบรรเทาปัญหาสภาพภูมิอากาศด้วยธรรมชาติให้มีความคืบหน้ายิ่งขึ้น ความพยายามเหล่านี้จะส่งผลให้เกิดประโยชน์ทางด้านคาร์บอนซึ่งลดทอนการปล่อยก๊าซที่เหลืออยู่ตลอดช่วง 10 ปีนับจากนี้ ทำให้การดำเนินการของพีแอนด์จีปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ตลอดทศวรรษนี้ จากการประเมิน ณ ปัจจุบัน บริษัทจำเป็นต้องชดเชยคาร์บอนให้ได้ 30 ล้านเมตริกตัน ระหว่างปี 2563 ถึง 2573 นี้

สิ่งที่พีแอนด์จีให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ ยังเป็นการลดการปล่อยก๊าซ เป้าหมาย ณ ปัจจุบันของพีแอนด์จียังครอบคลุมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 50% และซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 100% ภายในปี 2573 และยังอยู่บนเส้นทางที่จะทำตามความมุ่งมั่นนี้ได้สำเร็จภายในปี 2573 นอกจากนี้ พีแอนด์จี จะเดินหน้าดำเนินการโครงการด้านพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานความร้อนใต้พิภพใหม่ ๆ เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานหมุนเวียนให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ความพยายามเหล่านี้สอดคล้องกับสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศได้กล่าวไว้ว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นเพื่อช่วยสร้างความมั่นใจว่าบริษัทได้ทำหน้าที่ในส่วนของตัวเองในการหยุดไม่ให้อุณหภูมิของโลกสูงไปกว่านี้ และจะเดินหน้าต่อไปหลังปี 2573 อย่างไรก็ตาม จากเทคโนโลยีที่มีในปัจจุบัน ยังคงมีการปล่อยก๊าซบางชนิดที่ไม่สามารถลดลงได้ภายในปี 2573 การลงทุนทางด้านโซลูชันสภาพภูมิอากาศธรรมชาติของบริษัท จะช่วยให้เร่งสร้างความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในช่วง 10 ปีถัดจากนี้

ช่วงเวลาที่โลกไวต่อการพัฒนา

รายงานเมื่อไม่นานมานี้ได้เน้นย้ำว่าโลกของเราไม่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ตามเป้าหมายที่ต้องการ และนั่นทำให้ทศวรรษที่จะถึงนี้เป็นช่วงเวลาที่สำคัญในการลดการปล่อยก๊าซ และคงอยู่บนเส้นทางที่จะนำไปสู่เป้าหมายในการจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิไว้ที่ 1.5 องศาเซลเซียส ภารกิจนี้จะยากยิ่งขึ้นไปอีกหากสังคมไม่เริ่มควบคุมการปล่อยก๊าซก่อนสิ้นสุดทศวรรษนี้ ภายในปี 2593 การปล่อยคาร์บอนจะต้องเป็นศูนย์หรือใกล้เคียง หากไม่เริ่มตั้งแต่ตอนนี้จะทำให้อผู้คนในเจเนอเรชันถัดไปอยู่ในความเสี่ยงที่เกิดจากผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศอย่างมาก และทำให้ความตกลงปารีสบรรลุตามเป้าหมายเป็นเรื่องที่ยากมากขึ้น

"การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศเป็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ และเราต้องลงมือตอนนี้” David Taylor ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารแห่งพีแอนด์จี กล่าว “การลดคาร์บอนฟุตปรินต์และการลงทุนในแนวทางบรรเทาปัญหาสภาพภูมิอากาศด้วยธรรมชาติของเราจะพาเราสู่การเป็นองค์กรที่มีการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ในทุกธรุกิจตลอดทศวรรษนี้ และช่วยปกป้องระบบนิเวศอันเปราะบางรวมถึงชุมชนทั่วโลก”

แนวทางบรรเทาปัญหาสภาพภูมิอากาศด้วยธรรมชาติ: “ธรรมชาติเพียงอย่างเดียวสามารถแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้เพียงหนึ่งในสาม”

พีแอนด์จีจะร่วมกับองค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนานาชาติและกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) เพื่อระบุปัญหาและลงทุนในโครงการต่าง ๆ ที่มีเป้าหมายในการปกป้อง ปรับปรุง และฟื้นฟูระบบนิเวศที่เสื่อมโทรมอย่างหนัก เช่น ป่าไม้ พื้นที่ชุ่มน้ำ ทุ่งหญ้าและพื้นที่ดินพรุ นอกเหนือจากการหยุดการก่อคาร์บอนอย่างสิ้นเชิงแล้ว อีกแง่มุมที่สำคัญของแนวทางบรรเทาปัญหาสภาพภูมิอากาศด้วยธรรมชาติก็คือศักยภาพในการสร้างสิ่งประโยชน์ร่วมทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ที่จะปกป้องและสร้างธรรมชาติให้ดีขึ้น รวมถึงพัฒนาความเป็นอยู่ของชุมชนในท้องถิ่น ขณะที่พีแอนด์จีกำลังเดินไปข้างหน้า บริษัทจะมุ่งค้นหา ตรวจสอบ และสื่อสารผลประโยชน์ร่วมที่เกี่ยวข้องนั้นจากการลงทุนทางด้านธรรมชาติของบริษัท

พีแอนด์จีกำลังพัฒนาพอร์ตโฟลิโอโครงการที่มีรายละเอียดและลงทุนในโครงการต่างๆ ทั่วโลก โครงการที่ได้รับการยืนยันแล้ว มีดังนี้:

– โครงการอนุรักษณ์เกาะปาลาวันในฟิลิปปินส์ร่วมกับองค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนานาชาติ – เพื่อเป็นการปกป้อง ปรับปรุง และฟื้นฟูป่าชายเลยและระบบนิเวศที่เสื่อมโทรมของเกาะปาลาวัน เกาะปาลาวันเป็นพื้นที่ “ที่ไม่สามารถทดแทนได้” อันดับที่สี่ของโลกที่มีสัตว์ป่าที่มีลักษณะเฉพาะและกำลังถูกคุมคาม

– แผนฟื้นฟูป่าแอตแลนติกร่วมกับกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล – ในป่าแอตแลนติกทางชายฝั่งตะวันออกของประเทศบราซิล วางรากฐานสำหรับการฟื้นฟูภูมิทัศน์ป่าไม้ที่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความหลากหลายทางชีวภาพ น้ำ ความมั่นคงด้านอาหาร และผลประโยชน์ร่วมอื่น ๆ สำหรับชุมชนท้องถิ่น

– Evergreen Alliance ร่วมกับมูลนิธิ Arbor Day – นำให้บริษัท ชุมชน และประชาชนมารวมตัวกัน เพื่อดำเนินการที่สำคัญเกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ซึ่งได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้แก่ การปลูกต้นไม้เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ที่ถูกทำลายจากไฟป่าในแคลิฟอร์เนียตอนเหนือ และการปรับปรุงป่าในเยอรมนี

“ธรรมชาติจะต้องเป็นส่วนสำคัญในทุกกลยุทธ์ที่จะต่อสู้กับวิกฤตทางสภาพภูมิอากาศนี้” Dr. M. Sanjayan ซีอีโอขององค์กรอนุรักษณ์สิ่งแวดล้อมนานาชาติ กล่าว “งานวิจัยชี้ให้เห็นแล้วว่าเราไม่สามารถบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศได้นอกจากว่าเราจะปกป้อง ฟื้นฟู และพัฒนาการจัดการระบบนิเวศที่เต็มไปด้วยคาร์บอนนี้ให้ดีขึ้น หากเราสามารถทำได้อย่างเหมาะสม ความพยายามเหล่านี้จะช่วยลดการปล่อยก๊าซได้ถึงหนึ่งในสาม ซึ่งเราต้องการสิ่งนี้เพื่อบรรลุเป้าหมายภายในทศวรรษหน้า และที่สำคัญ เพื่อเป็นการช่วยเหลือการดำรงชีวิตของชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศกว่าใคร เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมกับพรอคเตอร์แอนด์แกมเบิลในการปกปักธรรมชาติ ซึ่งเป็นการลงทุนที่เป็นชัยชนะสำหรับทั้งผู้คนและโลกใบนี้”

“ที่ผ่านมาเราได้ร่วมกับพีแอนด์จีในการขับเคลื่อนให้เกิดความก้าวหน้าทางด้านสภาพภูมิอากาศและปกป้องผืนป่ามาตลอดทศวรรษ ด้วยขอบเขตทางธุรกิจของพวกเขาทำให้พวกเขาสามารถสร้างผลลัพธ์ในระดับที่สำคัญได้” Carter Roberts ประธานแห่งสหรัฐฯ และซีอีโอของกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล กล่าว “ที่สำคัญ ความก้าวหน้านั้นไม่ได้ถูกจำกัดอยู่ที่เรื่องคาร์บอนฟุตปรินต์ของบริษัทเท่านั้น พีแอนด์จีเป็นพันธมิตรรุ่นบุกเบิกของ Renewable Energy Buyers Alliance ซึ่งได้ช่วยเพิ่มการซื้อพลังงานหมุนเวียนในองค์กรทั่วทั้งสหรัฐอเมริกา การประกาศในวันนี้แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าไปอีกขั้น ด้วยการเพิ่มความสำคัญลงไปที่บทบาทของธรรมชาติ ที่ไม่ใช่เพียงแค่การดูดซับคาร์บอนที่ถูกปล่อยออกมาเท่านั้น แต่รวมถึงการจัดหาบริการและทรัพยากรที่จะช่วยให้สิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้คงอยู่ เราหวังที่จะได้ทำงานร่วมกับพีแอนด์จีเพื่อบรรลุความมุ่งมั่นใหม่เหล่านี้ตลอดทศวรรษหน้า”

แบรนด์ภายใต้พีแอนด์จีเป็นผู้นำในการลดคาร์บอนฟุตปรินต์และกระตุ้นการเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อสภาพภูมิอากาศที่ดีขึ้น

การมุ่งมั่นที่จะดำเนินการให้เกินเป้าหมายตามวิทยาศาสตร์เพื่อลดการปล่อยมลพิษจากการประกอบธุรกิจนั้นเป็นสิ่งสำคัญ แต่บริษัทจะไม่หยุดเพียงแค่นั้น เป็นเวลากว่าสองทศวรรษที่พีแอนด์จีมุ่งมั่นที่จะเชื่อมโยงความเคร่งครัดด้านวิทยาศาสตร์ของการประเมินวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ของบริษัท เพื่อเข้าใจให้มากยิ่งขึ้นเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซจากซัพพลายเชนของบริษัทและผู้บริโภคที่ใช้ผลิตภัณฑ์ (ขอบเขตที่ 3) โดยการปล่อยก๊าซภายใต้ขอบเขตที่ 3 ของพีแอนด์จีสูงสุด 85% เกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์ของผู้บริโภค พีแอนด์จีเข้าถึงผู้คนราวห้าพันล้านคนผ่านผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ภายในเครือ และด้วยจำนวนที่มากขนาดนี้ย่อมต้องมีความรับผิดชอบในการสร้างอำนาจให้ผู้บริโภคในการลดคาร์บอนฟุตปรินต์ของพวกเขาด้วยผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการออกแบบมาให้ช่วยประหยัดพลังงาน น้ำ และทรัพยากรธรรมชาติ

– กว่า 60% ของฟุตปริต์ที่เกิดจากผลิตภัณฑ์ซักผ้าเกิดขึ้นในช่วงที่ผู้บริโภคใช้งาน โดยส่วนใหญ่แล้วจะเกี่ยวข้องกับเรื่องพลังงานที่ถูกใช้ในการทำน้ำร้อน แบรนด์ Ariel และ Tide ได้ทำการปรับปรุงสูตรผลิตภัณฑ์ซักผ้าให้ดีขึ้น เพื่อประสิทธิภาพในการซักที่สูงในการซักผ้าด้วยน้ำอุณหภูมิต่ำ และสร้างแรงกระตุ้นเพื่อรณรงค์ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการซักผ้าผ่านแคมเปญ “Turn to 30” และ “Cold Water Wash” โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ 70% ของการทำงานของเครื่องซักผ้าเป็นการซักผ้ารอบพลังงานต่ำ ซึ่งโดยรวมแล้วบรรลุเป้าหมายด้วยการให้ความรู้กับผู้บริโภคในสหรัฐอเมริกาในช่วงสิบปีที่ผ่านมาถึงประโยชน์ทีได้จากการซักด้วยรอบพลังงานต่ำ พีแอนด์จีประเมินว่านับตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา การหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซโดยผู้บริโภคด้วยการซักผ้าด้วยรอบพลังงานที่ต่ำทีเพิ่มขึ้น ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ราว 15 ล้านเมตริกตัน ซึ่งเท่ากับถนนที่มีรถน้อยลงถึงสามล้านคัน

– แบรนด์ Cascade ได้เปลี่ยนความเชื่อแบบเดิม ๆ ด้วยการทำให้ผู้บริโภคเห็นว่าเครื่องล้างจานนั้นถูกออกแบบมาเพื่อให้ช่วยประหยัดน้ำและพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการล้างจานในอ่างล้าง Cascade และเม็ดทำความสะอาดจานอัตโนมัติของ Fairy ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถข้ามขั้นตอนล้างน้ำสะอาดขั้นแรกและประหยัดน้ำและพลังงานที่ต้องใช้ในการทำให้น้ำร้อน ขณะที่พลังในการลดคาบมันของน้ำยาล้างจาน Fairy และ Dawn ช่วยประหยัดน้ำและพลังงาน และการลดอุณหภูมิน้ำลงมาที่ 20 องศาเซลเซีส (36 องศาฟาเรนไฮต์) ผู้บริโภคจะสามารถลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดถึง 50% ทุกครั้งที่ล้างจาน

“บทบาทของเราในฐานะผู้นำคือการสร้างระบบเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิตที่ลดการปล่อยก๊าซลงให้เกิดขึ้น รวมถึงเข้าถึงได้ และเป็นที่น่าพึงพอใจสำหรับทุกคน” Virginie Helias ผู้อำนวยการด้านความยั่งยืนของพีแอนด์จี กล่าว “สิ่งนี้เป็นความรับผิดชอบของเรา ที่จะปกป้อง critical carbon reserves และลงทุนในการหาทางออกที่จะสร้างโลกของเราให้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง ผู้บริโภคนั้นก็ต้องการที่จะมีส่วนร่วมมากขึ้นในการสะท้อนปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศนี้ ในฐานะบริษัท เราเข้าถึงผู้คนกว่าห้าพันล้านคนผ่านแบรนด์ของเรา เรามุ่งมั่นที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในทุก ๆ วัน ด้วยการกระตุ้นให้เกิดการบริโภคอย่างรับผิดชอบด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพและจะทำให้เกิดพฤติกรรมใหม่ ๆ ในการลดการปล่อยก๊าซโดยอัตโนมัติ”

วันนี้ เวลา 8.00 น. ตามเวลามาตรฐานตะวันออก และ 14.00 น. ตามเวลามาตรฐาน พีแอนด์จีจะรวมรวมผู้เชี่ยวชาญและผู้นำด้านสภาพภูมิอากาศเพื่อมาร่วมในการ อภิปรายที่มี National Geographic เป็นเจ้าภาพ เพื่อร่วมพูดคุยเกี่ยวกับพลังของธรรมชาติในการแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศ ผู้เข่าร่วมประกอบด้วย David Taylor ซีอีโอของพีแอนด์จี Virginie Helias ผู้อำนวยการด้านความยั่งยืนของพีแอน์จี Dr. M. Sanjayan ซีอีโอขององค์กรอนุรักษณ์สิ่งแวดล้อมนานาชาติ Carter Roberts ซีอีโอของกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล สหรัฐอเมริกา และนักรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมอย่าง Clover Hogan, Jiaxuan Zhang, Kehkashan Basu และ Vanessa Nakate

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับพันธกิจใหม่ของพีแอนด์จี เพื่อเร่งพัฒนาแนวทางบรรเทาปัญหาสภาพภูมิอากาศด้วยธรรมชาติและเป็นองค์กรที่ปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ตลอดทศวรรษได้ที่ Multi Media Release site.

เกี่ยวกับพรอคเตอร์แอนด์แกมเบิล

พีแอนด์จีให้บริการผู้บริโภคทั่วโลกด้วยการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งและหลากหลาย มีคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และเป็นผู้นำที่มีชื่อเสียงของโลก อันได้แก่ Always®, Ambi Pur®, Ariel®, Bounty®, Charmin®, Crest®, Dawn®, Downy®, Fairy®, Febreze ®, Gain®, Gillette®, Head & Shoulders®, Lenor®, Olay®, Oral-B®, Pampers®, Pantene®, SK-II®, Tide®, Vicks® และ Whisper® ชุมชน P & G มีการดำเนินงานในกว่า 70 ประเทศทั่วโลก กรุณาเยี่ยมชม https://www.pg.com/ เพื่อรับข่าวสารล่าสุดและข้อมูลเกี่ยวกับพีแอนด์จีและแบรนด์ต่าง ๆ

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20200716005294/en/

ติดต่อ:

สื่อพีแอนด์จี:
Maria Burquest
พีแอนด์จี, ฝ่ายสื่อสารทั่วโลก
Burquest.mh@pg.com

Loukia Tzekaki
พีแอนด์จี, ฝ่ายสื่อสาร ภูมิภาคยุโรป
Tzekaki.l@pg.com

เทคโนโลยีส่งกำลังที่ก้าวล้ำสามารถเพิ่มเครือข่ายกระจายและเพิ่มกำลังการผลิตในเอเชียให้สูงขึ้น

Logo

Black & Veatch พลิกโฉมโอกาสในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของเอเชีย ในฐานะผู้ให้บริการออกแบบสายส่งกำลังที่เป็นนวัตกรรมของ BOLD® แต่เพียงผู้เดียว

กรุงเทพฯ–(BUSINESS WIRE)–4 มิถุนายน 2563

เอเชียกำลังยกระดับระบบเชื่อมโยงไฟฟ้า (power grid) อย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการด้านพลังงานที่มากขึ้นและขยายเครือข่ายกระจายไฟฟ้าในภูมิภาค การลงทุนหลักในภูมิภาคนี้อยู่ที่เรื่องความน่าเชื่อถือของระบบเชื่อมโยงไฟฟ้าและการรวมพลังงานหมุนเวียนเข้าในระบบไฟฟ้า (renewable energy integration)

ภูมิภาคเอเชียอยู่ระหว่างการประเมินเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการส่งไฟฟ้าและความน่าเชื่อถือของระบบเชื่อมโยงผ่านเทคโนโลยีส่งกำลังที่มีความก้าวล้ำและส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมโยงอย่างมีประสิทธิภาพและความยั่งยืน ทั้งนี้เพื่อยกระดับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของเอเชีย Black & Veatch จึงได้ขยายบริการที่ปรึกษาการออกแบบสายส่งแบบเดินลอยใหม่ล่าสุด (Breakthrough Overhead Line Design® หรือ BOLD) ไปยังประเทศอินเดีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ไทยและเวียดนาม โดย Black & Veatch เป็นผู้ให้คำปรึกษาด้านการออกแบบเทคโนโลยีสายส่งที่เป็นนวัตกรรมของ BOLD® แต่เพียงผู้เดียวในเอเชีย

“แนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าหรือ Right-of-Way (ROW) ปัจจุบันมีความหนาแน่นและมีความเป็นไปได้ในการขยายที่จำกัด ระบบสาธารณูปโภคในเอเชียเผชิญความยากลำบากมากขึ้นในการขยายแนวเขตสำหรับสายส่งสายใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่เขตเมือง แต่สามารถสร้างโอกาสได้จากการปรับปรุงการใช้แนวเขตระบบโครงข่ายเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตให้ได้ตามความต้องการของผู้บริโภคไปพร้อมกับการรวมพลังงานหมุนเวียนเข้าในระบบ การรวมการออกแบบสายส่งที่ทันสมัยของ BOLD เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและการติดตั้งที่เป็นที่ยอมรับของ Black & Veatch จึงเป็นหนึ่งในการเล็งเห็นถึงโอกาสนี้” Narsingh Chaudhary รองกรรมการผู้อำนวยการและกรรมการผู้จัดการด้านธุรกิจพลังงานในเอเชียแห่ง Black & Veatch กล่าว

โครงสร้างและคุณสมบัติจำเพาะของ BOLD® มีศักยภาพในการส่งมอบพลังงานได้เพิ่มขึ้นทำให้สามารถส่งไฟฟ้าได้มากขึ้นไปพร้อมกับลดผลกระทบต่อชุมชนโดยใช้โครงสร้างที่มีความสูงน้อยกว่าและมีการลดฟุตปรินต์จากการใช้ขั้นตอนแบบดั้งเดิม นั่นหมายถึงมีการใช้พื้นที่ลดลงเพื่อเติมเต็มความต้องการกำลังการผลิต

เทคโนโลยีการออกแบบที่ BOLD® เป็นเจ้าของใช้แขนเกี่ยวไขว้แบบโค้งเพียงชิ้นเดียวเพื่อยึดวงจรสองตัว การจัดวางวงจรที่กะทัดรัดและการประกอบฉนวนที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้มีความสูงลดลง ซึ่งช่วยให้ทำให้กระบวนการติดตั้งและการหาพื้นที่เป็นเรื่องง่ายขึ้น การออกแบบสามารถเพิ่มแนวเขตระบบโครงข่ายปัจจุบันด้วยการแทนที่สายส่งเก่าด้วยสายส่งของ BOLD® ที่มีขีดความสามารถสูงกว่าและมีปริมาณฟุตปรินต์ที่ลดลง

โครงสร้างของ BOLD® ยังช่วยลดขนาดความกว้างโดยรวมของแนวเขตระบบโครงข่ายแห่งใหม่ด้วย แนวเขตระบบโครงข่ายขนาด 150’ ที่ใช้โครงสร้างของ BOLD® สามารถส่งไฟฟ้าได้เกือบ 2000 เมกะวัตต์ (MW) ขณะที่โครงสร้างแบบทั่วไปจำเป็นต้องใช้ ROW ขนาด 450’ เพื่อจัดส่งไฟฟ้าได้ในปริมาณที่ใกล้เคียงกับตัวเลขนี้

เมื่อเทียบกับสายไฟแบบดั้งเดิมขนาด 345 กิโลโวลต์ BOLD ให้กำลังการผลิตที่สูงกว่าถึง 60 เปอร์เซ็นต์และลดการสูญเสียของสายลงได้มากถึง 33 เปอร์เซ็นต์ และลดความสูงของโครงสร้างได้มากถึง 30 เปอร์เซ็นต์ การใช้การจัดเรียงเฟสแบบเดลต้าที่มีขนาดกะทัดรัดของดีไซน์แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการลดสนามแม่เหล็กระดับพื้นดินลงถึง 50 เปอร์เซ็นต์ สายส่งแบบวงจรคู่ขนาด 345 กิโลวัตต์ ของ BOLD® เพียง 1 สายมีสามารถส่งไฟฟ้าได้เท่ากับสายแบบวงจรเดียวขนาด 345 กิโลโวลต์ ถึง 3 สาย

เทคโนโลยี BOLD® ยังช่วยลดความซับซ้อนและค่าชดเชยรวมถึงนำวงจรแบบใหม่และวงจรทดแทนมาสู่การบริการได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

“เทคโนโลยีส่งกำลังเป็นเสาหลักในกลยุทธ์โครงสร้างพื้นฐานการรวมพลังงานของเอเชีย” Chaudhary กล่าว “โครงสร้างพื้นฐานพลังงานแบบรวมจำเป็นต้องใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีในการส่งและกระจายพลังงานรุ่นต่าง ๆ เพื่อช่วยให้ระบบสาธารณูปโภคสามารถก้าวข้ามกับดักทางด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เริ่มมีอายุ พร้อมกับตอบสนองความต้องการด้านพลังงานหมุนเวียนที่มีความน่าเชื่อถือของผู้บริโภคที่กำลังเพิ่มขึ้นได้”

ผู้นำด้านโครงสร้างการส่งและกระจายไฟฟ้าในตลาดอย่าง Black & Veatch นำเสนอบริการที่ครบครัน ประกอบด้วยบริการที่ปรึกษา บริการด้านวิศวกรรม ไปจนถึงบริการวิศวกรรม จัดหา และก่อสร้าง (EPC) อย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงบริการระบบตรวจสอบและซ่อมบำรุงพร้อมขีดความสามารถในการควบรวมโซลูชันพลังงานหมุนเวียนตามความต้องการของลูกค้าทางด้านความเสถียรของเครือข่ายการส่งและกระจายและความน่าเชื่อถือ

คลิกที่นี่ เพื่อดาวน์โหลดภาพประกอบ

หมายเหตุบรรณาธิการ:

  • Black & Veatch ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวกับการส่งและสถานีส่งไฟฟ้ามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2483 เฉพาะในปี 2562 บริษัทก่อสร้างสถานีส่งไฟฟ้าไปกว่า 1,900 สถานี และโครงการส่งไฟฟ้า 500 โครงการทั่วโลก
  • บริการ EPC อย่างเต็มรูปแบบทางด้านสถานีไฟฟ้าแบบใช้ฉนวนก๊าซ (GIS) ซึ่งสนับสนุนทางด้านสถาปัตยกรรม เมืองและโครงสร้าง และความสามารถในการส่งกำลังอย่างเต็มรูปแบบ
  • Black & Veatch เคยเป็นส่วนหนึ่งของสมาคมที่สร้างสถานีไฟฟ้าแบบใช้ฉนวนก๊าซขนาด 500 kV และ 230 kV รวมถึงสถานีไฟฟ้าขนาด 115 kV แห่งใหม่ที่สถานีฉะเชิงเทรา 2 ให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับกรุงเทพมหานคร
  • ในสิงคโปร์ บริษัทเป็นผู้ให้บริการด้านแนวคิดและรายละเอียดทางวิศวกรรมในการก่อสร้างสถานีไฟฟ้าแบบใช้ฉนวนก๊าซขนาด 230/66 กิโลโวลต์ให้กับ Integrated Waste Management Facility ของ Singapore National Environment Agency
  • Black & Veatch มีส่วนร่วมในโครงการสถานีอพยพ Lontar ขนาด 150 กิโลโวลต์ของ Indonesia Perusahaan Listrik Negara
  • Jawa Satu Power ในประเทศอินโดนีเซีย แต่งตั้งให้ Black & Veatch เป็นวิศวกรสำหรับสถานีอพยพขนาด 500 กิโลโวลต์และสายส่งระหว่างเมือง Chilamaya และ Cibatu
  • ประสบการณ์ของบริษัทรวมถึงการก่อสร้างโครงสร้างคอนกรีตและไม้ทั้งแบบเป็นโครงตาข่ายเหล็กและท่อเหล็กทุกรูปแบบที่มี Black & Veatch ให้บริการทางด้านวิศวกรรมและการออกแบบในพื้นที่เมืองและพื้นที่ห่างไกลที่มีแรงดันระหว่าง 66 ถึง 765 กิโลโวลต์ ประสบการณ์ด้านจุดเชื่อมต่อและสถานีรวบรวมมีตั้งแต่เซอร์กิตที่มีการจัดเรียงแบบบัส (bus configurations) และแรงดันในระดับต่าง ๆ สูงสุด 765 กิโลโวลต์

เกี่ยวกับ Black & Veatch

Black & Veatch เป็นบริษัทที่พนักงานร่วมเป็นเจ้าของและเป็นผู้นำระดับโลกในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญสำหรับความต้องการของมนุษย์ทั้งทางด้านพลังงาน ทรัพยากรน้ำ โทรคมนาคม และการบริการของภาครัฐ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2458 บริษัทได้ให้บริการแก่ลูกค้าของบริษัทในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากรในกว่า 100 ประเทศ โดยให้คำปรึกษา การออกแบบทางวิศวกรรม การดำเนินการก่อสร้าง และการบริหารโครงการ ในปี 2562 บริษัทมีรายได้รวมในการดำเนินงาน เท่ากับ 3.7 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ติดตามเราได้ที่ www.bv.com และทางโซเชียลมีเดีย

เกี่ยวกับ BOLD®

BOLD® เป็นการออกแบบการส่งไฟฟ้าที่มีขนาดกะทัดรัด ซึ่งมีกำลังการผลิตที่สูงกว่า การสูญเสียพลังงานที่น้อยลง และโครงสร้างขนาดเล็ก รวมถึงผลกระทบทางทัศนคุณภาพที่ลดลง BOLD® ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มการใช้ประโยชน์ของแนวเขตระบบโครงข่าย (right-of-way) และลดความซับซ้อนในอุปกรณ์เฉพาะทาง เช่น ตัวเก็บประจุแบบอนุกรม ปัจจุบันมีการติดตั้งดังกล่าวในสายส่งหลายเส้นในสหรัฐอเมริกา เรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่ boldtransmission.com

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20200527005970/en/

ติดต่อ:

Black & Veatch
EMILY CHIA | +65 6761 3511 p | +65 9875 8907 m | ChiaLP@BV.com
สายด่วน 24 ชั่วโมงสำหรับสื่อ | +1 866 496 9149