Aeneas Capital และ Pyrinas เปิดตัวกองทุนปิดมูลค่า 120 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ พัฒนา Co-Working Laboratory สำหรับบริษัทสตาร์ตอัพด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพในสหรัฐฯ

Logo

ฮ่องกง–(BUSINESS WIRE)–16 พฤษภาคม 2019

  • Aeneas Capital และ Pyrinas เป็นบริษัทในเครือของ Aptorium Group Ltd (NASDAQ: APM) เปิดตัวกองทุนครั้งใหญ่ในชื่อ Pyrinas US Healthcare Real Estate Fund 1 SP เพื่อครอบครองและพัฒนา Co-working Space และเครื่องอำนวยความสะดวกสำหรับการเริ่มต้นบ่มเพาะวิทยาศาสตร์ชีวภาพในสหรัฐฯ
  • การได้รับโอกาสในการลงทุนกับหนึ่งในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังมาแรงในสหรัฐฯ ปัจจุบันยังไม่ค่อยเกิดขึ้นในประเทศแถบเอเชียแปซิฟิค ซึ่งเอเชียแปซิฟิคมีภูมิศาสตร์และความหลากหลายของทรัพย์สินที่เยี่ยมยอดเหมาะแก่การลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์
  • การเข้าเจาะตลาดวิทยาศาตร์ชีวภาพ ซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งในอุปสรรคความท้าทายสูงสุดท่ามกลางบรรดาอุตสาหกรรมต่าง ๆ
  • โดยทีมการจัดการและให้คำปรึกษามากประสบการณ์และความชำนาญเฉพาะพร้อมผลงานการดำเนินงานที่ประจักษ์

Aeneas Capital Limited (“ACL”) และ Pyrinas Real Estate Management Limited (“Pyrinas”) มีสำนักงานอยู่ในฮ่องกง ได้เปิดตัวกองทุนปิดทางนวัตกรรมอสังหาริมทรัพย์มูลค่า 120 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ในชื่อ Pyrinas US Healthcare Real Estate Fund 1 SP โดยมีเป้าหมายเป็นกลุ่มประเทศในทวีปอเมริกาเหนือผ่านการสนับสนุนทางนิเวศวิทยาจากบริษัทในเครืออย่าง Aptorum Group (NASDAQ: APM) จุดประสงค์หลัก ๆ ของการลงทุนในกองทุนนี้คือการครอบครองและพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นห้องแล็บส่วนรวมและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจสตาร์ตอัพภาควิทยาศาสตร์ชีวภาพ ซึ่งเป็นธุรกิจแขนงหนึ่งที่กำลังมาแรงในอเมริกาเหนือ โดยกองทุนจะเน้นการลงทุน 4 เมืองในอเมริกาเหนือเป็นหลัก (เคมบริดจ์ บอสตัน ฮูสตัน และซานฟรานซิสโกในสหรัฐ และโตรอนโตในแคนนาดา)

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ประกอบด้วยเนื้อหามัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่ https://www.businesswire.com/news/home/20190515005721/en/

Existing laboratory facilities managed by Pyrinas (Photo: Business Wire)

ห้องแล็บอำนวยความสะดวกปัจจุบันดูแลโดย Pyrinas (ภาพ: Business Wire)

Matthew Wong ประธานกรรมการบริหารหรือซีอีโอแห่ง Pyrinas กล่าวว่า “สาเหตุที่เลือกเมืองเหล่านี้เพราะว่าเรามองเห็นถึงปัจจัยสำคัญหลายข้อที่เราเชื่อว่าสามารถปักหลักและใช้ประโยชน์จากการเติบโตของอุตสาหกรรมวิทยาศาสตร์ชีวภาพอันแข็งแกร่ง กองทุนจะเน้นการครอบครองและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เหมาะกับภาคการดูแลสุขภาพและวิทยาศาสตร์ชีวภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้องแล็บปฏิบัติการที่มาในรูปแบบ Co-working Space ทางเรามองเห็นความต้องการพื้นที่มากขึ้นจากบริษัทสตาร์ตอัพและองค์กรวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ซึ่งเป็นผู้ที่มีความสนใจในตลาดการลงทุนร่วมในอเมริกาเหนือ

กองทุนจะเปิดตัวด้วยมูลค่า 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ พร้อมผลตอบแทนที่ตั้งเป้าไว้ 15-19% ต่อปี (อัตราผลตอบแทนภายในของการลงทุนสุทธิ) ภายในระยะเวลา 4 ปีข้างหน้าและขยายเพิ่มอีก 1 ปี ปัจจุบัน Pyrinas กำลังอยู่ในช่วงเจรจากับนักลงทุนและพันธมิตรทางธุรกิจจากสถาบันต่าง ๆ

จากการดำเนินงานไปพร้อมกันกับบริษัทในเครืออย่าง Aptorum Group Limited (Nasdaq: APM) และ Aeneas Capital กองทุนนี้จะถูกนำไปใช้ในการวิจัยทางการแพทย์ การพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญา และการร่วมมือระหว่างนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย นักลงทุน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรม พร้อมทั้งมอบโซลูชั่นส์ทางอสังหาริมทรัพย์ที่กรองรับระบบนิเวศแก่การเรียนการสอนระหว่างอุตสาหกรรม นักลงทุน รัฐบาล และมหาวิทยาลัย

กองทุนนี้มีเป้าหมายเฉพาะนักลงทุนมืออาชีพและสถาบันเท่านั้น และสามารถเปลี่ยนแปลงตามข้อบังคับภายในขอบเขตอำนาจการตัดสินใจได้

เกี่ยวกับ About the Group

Pyrinas Real Estate Management Limited (”Pyrinas”) บริษัทอสังหาริมทรัพย์ภายใต้การดูแลของ Aeneas Group และเป็นบริษัทในเครือของ Aptorum Group ก่อตั้งขึ้นในปี 2018 ปัจจุบัน Pyrinas มีห้องแล็บในการดูแล 2 แห่ง และคลินิกอำนวยความสะดวก 1 แห่งในฮ่องกง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Pyrinas เข้าเยี่ยมชมได้ที่ www.pyrinasgroup.com.

Aeneas Group Limited บริษัทแม่ของ Aeneas Capital Limited (“ACL”) สถาบันการเงินที่มีสาขาหลายแห่งและมาพร้อมกับบริการทางเทคโนโลยีและความสามารถการโอนเงินข้ามพรมแดน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Aeneas Group Limited เข้าเยี่ยมชมได้ที่ www.aeneasgroup.com.

Aptorum Group Limited (Nasdaq : APM) บริษัทยาชีวภาพที่ปัจจุบันพัฒนาผลงานด้านบุคลากรเกี่ยวกับยารักษาโรค เครื่องมือทางการแพทย์ และเดินหน้าพัฒนาผลงานด้านเทคโนโลยีเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนยารักษาโรคทั่วโลก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Aptorum Group Limited เข้าเยี่ยมชมได้ที่ www.aptorumgroup.com.

คำสงวนสิทธิ์และการปฎิเสธความรับผิดชอบ ข้อมูลที่รวมอยู่ในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ไม่อนุญาตให้ตีความไปในทางเชิญชวนเพื่อการลงทุนในธุรกิจหลักทรัพย์หรือเครื่องมือทางการเงินอื่น ๆ ที่อยู่ในขอบเขตอำนาจการตัดสินใจขององค์กร

ดูเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20190515005721/en/

ติดต่อ:

Pyrinas
อีเมล: info@pyrinasgroup.com
โทรศัพท: +852 3469 7903


บริษัท The We Company เปิดตัว ARK ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการจัดหาและจัดการอสังหาริมทรัพย์ใหม่

Logo

  • ARK จะเริ่มใช้เงินทุนโดยรวมประมาณ 2.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • แพลตฟอร์มเพื่อปรับสินทรัพย์ให้เหมาะสม และผลักดันนวัตกรรมตลอดทั่วทั้งพอร์ตโฟลิโอโดยใช้ยุทธศาสตร์องค์กร และกลยุทธ์ของผู้เช่าหลัก
  • Ivanhoé Cambridge จะเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ร่วมก่อตั้งในการลงทุนของ ARK

นิวยอร์ก–(BUSINESS WIRE)–15 พฤษภาคม 2019

The We Company มีความยินดีที่จะประกาศเปิดตัว ARK ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการซื้อและการจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก

วิวัฒนาการของกลยุทธ์การลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ของ The We Company

ARK สร้างขึ้นบนรากฐานที่แข็งแกร่งในการซื้อและการจัดการอสังหาริมทรัพย์โดย WeWork Property Advisors ที่ปรึกษาการลงทุนในเครือ บริษัท The We Company และ Rhône Group และจะรวมกับ ARK ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการเปิดตัว

ARK จะมุ่งเน้นไปที่การได้รับการพัฒนาและการจัดการสินทรัพย์ด้านอสังหาริมทรัพย์ในเมืองที่เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อระดับโลก ตลอดจนถึงตลาดรองที่มีการเติบโตสูงซึ่งจะได้รับประโยชน์จากการตั้งอยู่ของ WeWork โดย WeWork จะปรับใช้โมเดล space-as-a-service ในอสังหาริมทรัพย์ที่ Ark เป็นเจ้าของหรือที่ Ark ดำเนินการแทนบริษัทที่เป็นสมาชิกของเรา รวมไปถึงธุรกิจองค์กรที่กำลังเติบโตของเรา ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกทั่วโลกกว่า 40%  ร่วมกับกลยุทธ์ผู้เช่าหลักของเรา

ARK จะใช้ประโยชน์จากการเข้าถึงกระบวนการคัดเลือกสถานที่ และเทคโนโลยีที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ The We Company รวมถึงความสัมพันธ์กับพันธมิตรและบริษัทสมาชิกในองค์กร เพื่อเข้าถึงโอกาสด้านอสังหาริมทรัพย์ที่หลากหลาย

ARK มุ่งมั่นที่จะทำให้สินทรัพย์มีเสถียรภาพทันทีโดยดำเนินการตามแผนธุรกิจที่ได้รับการพิสูจน์แล้วและจะใช้โซลูชั่นแบบองค์รวมของ The We Company สำหรับเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ตามความสามารถของThe We Company ในการจัดตั้ง จัดหา สร้างอาคาร บรรจุ และการดำเนินงาน

Rich Gomel หุ้นส่วนผู้จัดการของ ARK กล่าวว่า“ เราได้เห็นและสัมผัสกับคุณค่าที่ระบบนิเวศ WeWork สามารถสร้างขึ้นสำหรับเจ้าของบ้านและพันธมิตรด้านอสังหาริมทรัพย์ การเปิดตัว ARK จะช่วยผลักดันการเติบโตโดยใช้ประโยชน์จากประสบการณ์ด้านอสังหาริมทรัพย์และเครือข่ายของ The We Company ที่กว้างขวาง ทั้งนี้ ARK ได้รับการจัดตั้งขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์จากโอกาสนั้นและช่วยให้เรามีทางเลือกในการเป็นหุ้นส่วนที่แตกต่างกันสำหรับชุมชนด้านอสังหาริมทรัพย์ เพื่อมีส่วนร่วมในการเติบโตและการขยายตัวของ บริษัท We Company”

Ivanhoé Cambridge – พันธมิตรเชิงกลยุทธ์

ARK ยินดีที่จะประกาศว่า Ivanhoé Cambridge ซึ่งเป็นบริษัทในเครืออสังหาริมทรัพย์ของ Caisse de dépôt et location du Québec และเป็นหนึ่งในนักลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดและได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลก ได้จัดหาเงินทุนจำนวนมากและสนับสนุนแพลตฟอร์มดังกล่าวของเรา

Ivanhoé Cambridge วางแผนที่จะร่วมมือกับ ARK ในการซื้ออสังหาริมทรัพย์และการจัดการอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลก ทำให้แพลตฟอร์มนี้ได้รับประโยชน์จากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่สำคัญของ Ivanhoé Cambridge ในภาคอสังหาริมทรัพย์

Sylvain Fortier ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนและนวัตกรรมที่ Ivanhoé Cambridge กล่าวว่า “ เช่นเดียวกับที่ The We Company เราเชื่อว่าประโยชน์มหาศาลกำลังรออยู่จากการทำลายข้อจำกัดบรรทัดฐานดั้งเดิมด้านอสังหาริมทรัพย์ เราแบ่งปันวิสัยทัศน์เดียวกันในด้านความมุ่งมั่นต่อความรับผิดชอบต่อสังคม และแนวทางระยะยาวต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทำให้การเป็นหุ้นส่วนครั้งนี้เป็นไปอย่างธรรมชาติ และเรามั่นใจว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกสำหรับทั้งสองบริษัท บริษัท The We Company  นำความสามารถที่สร้างสรรค์ นวัตกรรม พร้อมด้วยความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและการออกแบบ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการตอบสนองความคาดหวังใหม่ของพื้นที่อสังหาริมทรัพย์ไม่ว่าจะเป็นในเชิงพาณิชย์หรือที่อยู่อาศัย โดย ARK นำทีมที่แข็งแกร่งในด้านการจัดหามาซึ่งสินทรัพย์ การบริหารสินทรัพย์ และความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับบริษัท The We Company ดังนั้น ผมคิดว่าเราจะเติมเต็มซึ่งกันและกันอย่างสวยงาม”

ทีมผู้บริหารและพันธมิตร

ในระยะแรก ARK จะเริ่มใช้เงินทุนมูลค่า 2.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ หลังจากที่มีการรวมกันกับที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ของ WeWork โดยบริษัท The We Company จะเป็นเจ้าของโดยหุ้นส่วนใหญ่ของ ARK

Steven Langman กรรมการผู้จัดการใหญ่ของ Rhône Group และสมาชิกของคณะกรรมการบริหารบริษัท The We Company จะทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการบริหารของ ARK และจะทำหน้าที่ในคณะกรรมการการลงทุนของ ARK อีกด้วย

นอกเหนือไปจาก Mr. Langman และ Mr. Gomel แล้วWendy Silverstein ซึ่งอดีตเคยอยู่กับ New York Reit และ Vornado Realty Trust จะทำหน้าที่เป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ ARK ทั้งนี้ ความเป็นผู้นำของ ARK ได้รับการสนับสนุนโดยกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ที่มีประสบการณ์ซึ่งมีความเชี่ยวชาญหลากหลายในด้านการซื้อ การพัฒนา และการจัดการด้านอสังหาริมทรัพย์

เกี่ยวกับ:

The We Company

ก่อตั้งขึ้นโดย Adam และ Rebekah Neumann และ Miguel McKelvey ในปี 2010 The We Company ประกอบด้วยสามสายธุรกิจที่แตกต่างกัน ได้แก่ WeWork, WeLive และ WeGrow ที่ส่งเสริมภารกิจของเราเพื่อยกระดับจิตสำนึกต่อโลก ภารกิจของ WeWork คือการสร้างโลกที่ผู้คนทำงานเพื่อสร้างชีวิตไม่ใช่แค่การมีชีวิต ภารกิจของ WeLive คือการสร้างโลกที่ไม่มีใครรู้สึกโดดเดี่ยว และภารกิจของ WeGrow คือการปลดปล่อยพลังอำนาจของมนุษย์ทุกคน บริษัท The We Company  เริ่มต้นเมื่อปี 2019 ด้วยจำนวนสถานที่ตั้ง 425 แห่งใน 100 เมืองทั่ว 27 ประเทศและมีสมาชิกมากกว่า 400,000 คนซึ่งรวมกันมากกว่า 30% ของ Fortune 500 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเยี่ยมชม www.we.co

ARK

ARK เป็น บริษัท ในเครือของ The We Company และทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มการซื้อและการจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับโลกแห่งใหม่ในมหานครนิวยอร์ก โฟกัสของ ARK คือการจัดหา พัฒนา และจัดการสินทรัพย์ด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับการคัดเลือกในเมืองเกตเวย์ระดับโลกและในตลาดรองที่มีการเติบโตสูง ทั้งนี้ ARK ร่วมมือกับ The We Company เพื่อนำผลิตภัณฑ์ของเราทั้งที่มีอยู่แล้ว และผลิตภัณฑ์ใหม่ และที่กำลังพัฒนาของบริษัทมาใช้ ร่วมกับการนำการสร้างวิธีการจัดการชุมชนและการจัดการพื้นที่มาใช้กับอสังหาริมทรัพย์ของ ARK และใช้ประโยชน์จากความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทกับพันธมิตรและบริษัทสมาชิกขององค์กรเพื่อสร้างระบบนิเวศ

หมายเหตุ:

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้อาจมีแถลงการณ์คาดการณ์ล่วงหน้าซึ่งไม่ควรถูกเชื่อถือฝังใจ และอาจมีการเปลี่ยนแปลง ไม่มีสิ่งใดที่มีอยู่ในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ที่ควรถือเป็นสัญญาการรับประกันหรือการเป็นตัวแทนเกี่ยวกับผลการดำเนินงานที่ผ่านมาหรือในอนาคตของบริษัท นิติบุคคลหรือยานพาหนะ หรือผลลัพธ์ที่ตรงเป้าหมายอื่น ๆ เหตุการณ์และเงื่อนไขที่แท้จริงอาจปรากฏออกมาอย่างแตกต่างมาก

กิจกรรมที่อธิบายไว้ในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีความเสี่ยงสูง และไม่ถือเป็นการการรับประกันว่า The We Company หรือ ARK หรือ บริษัทในเครือของพวกเขาใด ๆ จะสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ได้  วัตถุประสงค์หรือเป้าหมายใด ๆ ที่อธิบายไว้ในข่าวประชาสัมพันธ์นี้เป็นเพียงสมมุติฐาน และอยู่บนพื้นฐานของความเชื่อข้อสมมติฐาน และข้อมูลในปัจจุบัน และแสดงออกมาเพื่อจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการพยากรณ์หรือทำนายเหตุการณ์ในอนาคต ความไม่แน่นอนอื่น ๆ เงินทุนที่ถูกบริหารโดย ARK นั้นบางกรณีมีการบริหารร่วมกันกับผู้จัดการบุคคลที่สามของสถาบันอื่น ๆ และอยู่ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ระบุไว้ในข้อตกลงขั้นสุดท้ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับทุนหุ้นนั้น ไม่มีสิ่งใดในข่าวประชาสัมพันธ์นี้ถือเป็นการเสนอขาย และไม่ได้แสวงหาการเสนอซื้อหลักทรัพย์ หรือเป็นการให้คำปรึกษาการลงทุน หรือบริการ หรือการจัดการการลงทุน ไม่ว่าจะอยู่ในเขตอำนาจศาลใด ๆ

ทั้ง บริษัท บริษัท ARK และ บริษัทในเครือของพวกเขา ไม่ว่าโดยชัดแจ้งหรือโดยนัย ไม่ได้เป็นตัวแทนและไม่ได้รับประกัน เกี่ยวกับความถูกต้องหรือความสมบูรณ์ของข้อมูลที่มีอยู่ในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ ข่าวประชาสัมพันธ์นี้ไม่ได้เป็นข้อเสนอขายและไม่ได้แสวงหาข้อเสนอในการซื้อหลักทรัพย์ในเขตอำนาจศาลใด ๆ ผู้รับของข่าวประชาสัมพันธ์นี้ควรติดต่อตัวแทนของบริษัท The We Company และ ARK เพื่อหารือเกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีการ (รวมถึงข้อสมมุติฐาน) ที่ข้อความเหล่านี้ตั้งอยู่ และควรดำเนินการสืบสวนและประเมินอิสระด้วยตนเอง และขอคำแนะนำเพื่อการพิจารณาเพิ่มด้วยตนเอง เกี่ยวกับความถูกต้องของข้อมูลที่มีอยู่ในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้และผลกระทบของมันต่อสถานการณ์เฉพาะของตนเอง

ดูเวอร์ชั่นต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190515005296/en/

สื่อมวลชนติดต่อ

Dominic McMullan / Arif Shah

press@wework.com

Q3 Medical Devices Limited ทำข้อตกลงการจัดจำหน่ายกับ Medtronic เพื่อใช้ขดลวดตาข่ายสำหรับท่อทางเดินน้ำดีและตับอ่อนที่ย่อยสลายทางชีวภาพได้

Logo

ดับลิน–(บิสิเนสไวร์)–15 พฤษภาคม 2019

Q3 Medical Devices Limited (“ Q3 Medical”) ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ประกาศว่าบริษัทได้ลงนามในข้อตกลงการจัดจำหน่ายกับ Medtronic plc สำหรับ ARCHIMEDES ขดลวดตาข่ายสำหรับท่อทางเดินน้ำดีและตับอ่อนที่ย่อยสลายทางชีวภาพได้ ซึ่งเป็นทางเลือกแรกนอกจากการใช้ขดลวดพลาสติกแบบดั้งเดิม

ธุรกิจระบบทางเดินอาหารและตับของ Medtronic ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม Minimally Invasive Therapies Group และ Q3 Medical ได้ทำข้อตกลงหกปีในการจัดจำหน่ายขดลวด ARCHIMEDES ในยุโรปตะวันตก สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น โดยมีสิทธิ์ในการขยายไปยังภูมิภาคอื่นๆ  Q3 Medical จะยังคงขยายการดำเนินงานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ละตินอเมริกา ยุโรปตะวันออก และตะวันออกกลาง

โดยทั่วไปแล้ว ขดลวดตาข่ายสำหรับท่อทางเดินน้ำดีและตับอ่อนทำจากพลาสติกหรือโลหะ  อย่างไรก็ตามขดลวด ARCHIMEDES ทำจากวัสดุผสมที่ละลายได้ซึ่งทำให้อัตราการย่อยสลายแตกต่างกันโดยขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ป่วย  การใช้วัสดุที่ย่อยสลายได้ในขดลวดช่วยลดความจำเป็นต้องผ่าซ้ำและช่วยให้ไม่ต้องมีขั้นตอนการกำจัดขดลวดซึ่งมักจะทำกับขดลวดพลาสติกและโลหะในปัจจุบัน  ARCHIMEDES มีเครื่องหมาย CE. 

Eric Mangiardi ประธานและซีอีโอของ Q3 Medical กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นและโชคดีที่ได้ร่วมมือกับองค์กรอุปกรณ์การแพทย์ชั้นนำระดับโลกอย่าง Medtronic  การเข้าร่วมในข้อตกลงนี้เป็นขั้นตอนสำคัญสู่เป้าหมายของเราในการเป็นผู้พัฒนาชั้นนำระดับโลกด้านการปลูกถ่ายอวัยวะที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ” Mangiardi กล่าวเพิ่มเติมว่า “สัญญาของ ARCHIMEDES  คือศักยภาพในการขจัดขั้นตอนการกำจัดที่สองที่จำเป็นสำหรับขดลวดพลาสติกแบบดั้งเดิมซึ่งสามารถลดค่าใช้จ่ายนับพันล้านจากระบบดูแลสุขภาพทั่วโลกและปรับปรุงการดูแลผู้ป่วย”

เกี่ยวกับ Q3 Medical Devices

Q3 Medical Devices Limited บริษัทโฮลดิ้งของไอร์แลนด์ที่เน้นการลงทุนใน ธุรกิจอุปกรณ์การแพทย์ใหม่ที่มีรายรับต่อปีสูงถึง 10 ล้านยูโร  บริษัทโฮลดิ้ง ผ่านการขยายการดำเนินงานใน วินเซน ประเทศเยอรมนี (QualiMed Innovative Medizinprodukte GmbH, AMG International GmbH); เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน (Q-San); และ ชาร์ลอตต์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา (QualiMed-USA) มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาการผลิตและการกระจายของอุปกรณ์ที่มีการฝังตัวที่รุกล้ำน้อยที่สุดสำหรับการรักษาผู้ป่วยที่มีโรคหัวใจ  หลอดเลือดต่อพ่วง และโรคที่ไม่เกี่ยวกับหลอดเลือด 

บริษัท ที่เป็นเจ้าของทั้งหมดมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาระดับโลกอย่างต่อเนื่องและการค้าของเทคโนโลยี Core, Micro Invasive, Biodegradable, & Drug Delivery  ผลิตภัณฑ์ของบริษัทมีจำหน่ายในกว่า 50 ประเทศทั่วโลกผ่าน OEM, Private Label และเครือข่ายแบรนด์ของตัวเอง  Q3 Medical ผ่านบริษัทย่อย มุ่งเน้นไปที่สามแนวดิ่งที่สำคัญที่ตนจะแข่งขัน; รากฟันเทียมที่ย่อยสลายได้ เทคโนโลยีการฝังตัวขนาดเล็ก และแพลตฟอร์มการนำส่งยา

Q3 Medical Devices Limited ก่อตั้งขึ้นโดยกลุ่มผู้ประกอบการระดับโลก ผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย แพทย์ในอุตสาหกรรม และนักลงทุนที่มุ่งเน้นการพัฒนาและการเข้าซื้อกิจการของอุปกรณ์ทางการแพทย์  บริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าโดยการช่วยเหลือผู้คน

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเยี่ยมชม http://www.q3medical.com/

“ การสร้างคุณค่าด้วยการช่วยเหลือผู้คน”

ดูเวอร์ชั่นแหล่งที่มาบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190514006144/th/

ติดต่อ:

Eric Mangiardi

ประธานและซีอีโอ

Q3 Medical Devices Limited

+353867827296 (ไอร์แลนด์)

emangiardi @ q3medical .com

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงบรรยายเรื่อง “สร้างป่า สร้างรายได้”

Logo

กรุงเทพฯ–(THAI BUSINESS NEWS)–13 พฤษภาคม 2562

logo

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นประธานในงานสัมมนา “รักษ์ป่าน่าน” ครั้งที่ ๔ และทรงบรรยายเรื่อง “สร้างป่า สร้างรายได้” โดยมีนายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย พร้อมด้วยผู้บริหารจากหน่วยงานราชการ เอกชน และผู้นำชุมชนเข้าร่วมสัมมนา ซึ่งร่วมจัดโดยสำนักงานโครงการสมเด็จพระเทพฯ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กองทัพบก มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดน่าน และสนับสนุนโดยธนาคารกสิกรไทย ณ ศูนย์การเรียนรู้และบริการวิชาการ เครือข่ายแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จ.น่าน เมื่อเร็ว ๆ นี้

เมื่อวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ณ ศูนย์การเรียนรู้และบริการวิชาการ เครือข่ายแห่งจุฬาฯ จ.น่าน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นประธานในงานสัมมนา “รักษ์ป่าน่าน” ครั้งที่ ๔ และทรงบรรยายเรื่อง “สร้างป่า สร้างรายได้”

นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย ในฐานะผู้สนับสนุนและอำนวยการสัมมนา เปิดเผยว่า ธนาคารกสิกรไทยได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้เป็นผู้สนับสนุนและประสานงานการจัดสัมมนาวิชาการในโครงการ “รักษ์ป่าน่าน” อันมีสำนักงานโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีเป็นผู้อำนวยการโครงการ โดยมีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กองทัพบก มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และจังหวัดน่าน ร่วมเป็นผู้ดำเนินการโครงการ ซึ่งหน่วยงานที่ร่วมในโครงการ “รักษ์ป่าน่าน” จะได้นำเสนอความคืบหน้า และผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินงานในรอบสองปีที่ผ่านมาต่อที่ประชุม

การจัดงานสัมมนาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ในอันที่จะแสวงหาความร่วมมือในการฟื้นฟูป่าต้นน้ำน่าน พร้อมทั้งส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนในจังหวัดน่านได้ประกอบสัมมาอาชีพที่สร้างสรรค์ และพอเพียง ทำให้สามารถดำรงชีพที่มีคุณภาพร่วมอยู่กับป่าได้ ตลอดจนปลูกจิตสำนึกให้เด็กและเยาวชนน่าน ให้รับช่วงต่อไปในการรักษาทรัพยากรอันเป็นสมบัติแผ่นดินสืบไปในภายภาคหน้า

การสัมนนาจะเริ่มจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงบรรยายเรื่อง “สร้างป่า สร้างรายได้” และตามด้วยการบรรยายเรื่อง “สิ่งดีดีกำลังจะเกิดขึ้นที่น่าน” โดย ดร.วิจารย์ สิมาฉาย ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย ต่อด้วยการเสวนาเรื่อง “วิถีคนน่านอยู่ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืน” โดยนายอรรถพล เจริญชันษา อธิการบดีกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นางฑิฆัมพร กองสอน ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลบัวใหญ่ อำเภอนาน้อย และนายถนัด ใบยา รองประธานมูลนิธิฮักเมืองน่าน

การสัมมนาครั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องผู้นำชุมชนและประชาชนชาวน่านเข้าร่วมฟังการสัมมนากว่า ๔๐๐ คน ซึ่งคาดว่าจะร่วมกันระดมความรู้ความสามารถและประสบการณ์ เพื่อหาแนวทางและวิธีการที่จะหยุดยั้งการตัดไม้ทำลายป่าน่านอย่างแท้จริง อีกทั้งหาวิธีการที่ให้ประชาชนผู้อยู่อาศัยกับป่าสามารถดำรงชีพมีวิถีชีวิตการทำมาหากินกับป่าได้ ซึ่งแนวทางการดำเนินการต่าง ๆ นั้น จะมีการถ่ายทอดสู่เยาวชน เพื่อให้การ “รักษ์ป่าน่าน” ได้ดำเนินต่อไปอย่างยั่งยืน

Toshiba เปิดตัวเลนส์ย่อภาพความคมชัด 5340 พิกเซล พร้อมเซ็นเซอร์ด้านหลัง 3 เส้นสำหรับใช้ในสำนักงานอัตโนมัติและอุปกรณ์ทางอุตสาหกรรม

Logo

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–09 พฤษภาคม 2019

วันนี้ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation ("Toshiba") เปิดตัวเลนส์ย่อภาพรุ่น "TCD2569BFG" มีความคมชัดขนาด 5340 พิกเซล พร้อมเซ็นเซอร์พิกเซลตอบสนอง (CCD) ด้านหลัง 3 เส้นสำหรับใช้ในสำนักงานอัตโนมัติและอุปกรณ์ทางอุตสาหกรรม โดยให้ความละเอียด 24 เส้นคู่ต่อมิลลิเมตรสำหรับเอกสารขนาด A4 โดยจะเริ่มจัดส่งผลิตภัณฑ์เพื่อจำหน่ายตั้งแต่วันนี้

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยเนื้อหามัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20190508005323/en/

Toshiba: a lens reduction type, 5340-pixel by 3-line color CCD linear image sensor "TCD2569BFG" (Pho ...

Toshiba: เลนส์ย่อภาพรุ่น "TCD2569BFG" มีความคมชัดขนาด 5340 พิกเซล พร้อมเซ็นเซอร์พิกเซลตอบสนอง (CCD) ด้านหลัง 3 เส้น (ภาพ: Business Wire)

ผู้คนจำนวนมากต่างมองหาเครื่องพิมพ์ขนาด A4 ที่มีฟังก์ชันการทำงานหลากหลายและให้ภาพความละเอียดสูง รวมถึงการทำงานที่รวดเร็วเท่ากับรุ่น A3 โดยเฉพาะการสแกนวัตถุที่นอกจากเอกสารได้ เช่น วัตถุ 3 มิติที่มีแรงสะท้อนสูงและความมันวาว การสแกนวัตถุเหล่านี้ด้วยเลนส์ย่อภาพที่มีเซ็นเซอร์พิกเซลตอบสนอง (CCD) แบบปกติมักส่งผลให้เซ็นเซอร์แตกกระจายและภาพเป็นริ้วไม่สวย นอกจากนั้นกระแสไฟฟ้าขาออกบริเวณที่เซ็นเซอร์แตกกระจายมักสูงกว่าจุดสูงสุดของแรงดันไฟฟ้าขาเข้าของส่วนควบคุมการทำงานของภาครับ-ส่งสัญญาณวงจรรวม

“ผลิตภัณฑ์รุ่น TCD2569BFG” ให้ภาพคุณภาพสูงพร้อมการพิมพ์สอดสีที่น้อยจากการเข้าไปลดความห่างระหว่างชั้นของสี (แดง-เขียว, เขียว-น้ำเงิน) พร้อมทั้งติดตั้งวงจรสุ่มและคงค่ามาในตัวสำหรับยืดระยะเวลาการส่งสัญญาณภาพออกของเซ็นเซอร์ และช่วยให้การออกแบบการทำงานของเครื่องสแกนที่ใช้กับอุปกรณ์อัตโนมัติสำหรับสำนักงานและอุปกรณ์ที่ใช้ในงานอุตสาหกรรมทำได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น นอกจากนี้ แรงดันไฟฟ้าขาออกชนิดอิ่มตัวขนาด 4 โวลต์ในชิพรีจิสเตอร์ของเซ็นเซอร์พิกเซลตอบสนอง (CCD) จะเข้าไปลดการแตกกระจายของเซ็นเซอร์ และยังมีการติดตั้งฟังก์ชันคลิปปิ้งเพื่อควบคุมแรงดันไฟฟ้าขาออกให้อยู่ที่ 1.8 โวลต์ ซึ่งจะป้องกันแรงดันไฟฟ้าขาออกไม่ให้สูงกว่าจุดสูงสุดของแรงดันไฟฟ้าขาเข้าของส่วนควบคุมการทำงานของภาครับ-ส่งสัญญาณวงจรรวม

คุณสมบัติหลัก

  • ระยะห่างระหว่างชั้นของพิกเซล 2 เส้น (แดง-เขียว, เขียว-น้ำเงิน)
  • ระยะสัญญาณวิดีโอเอาต์พุตนานขึ้น มีวงจรสุ่มและคงค่า (Sample and Hold) ในตัว
  • แรงดันไฟฟ้าขาออกสูงสุดควบคุมไว้ที่ 1.8 โวลต์พร้อมฟังก์ชันคลิปปิ้ง

ตัวอย่างการใช้งาน
เครื่องพิมพ์ขนาด A4 ที่มีฟังก์ชันการทำงานหลายแบบ เครื่องสแกนภาพ อุปกรณ์รับข้อมูลเข้าสำหรับเครื่องวัดไฟฟ้า และเครื่องแยกสี

ข้อมูลจำเพาะหลัก

หมายเลขชิ้นส่วน

TCD2569BFG

ขนาดพิกเซล

5.25μm by 5.25μm

ระยะห่างเส้น

2 line spacing (10.5μm)

จำนวนพิกเซลประสิทธิผล

5340 pixels by 3 lines

ความไว
(A light source + CM500S)

Red: 13.2 V/lx∙s; Green: 15.0 V/lx∙s;

Blue: 5.9 V/lx∙s

ความถี่สูงสุดของวงจรนับ (Clock Pulse)

35MHz

แรงดันการจ่ายไฟฟ้า

(ระยะการทำงาน)

9.5V to 10.5V

แรงดันไฟฟ้าส่งออกสูงสุด

1.8V

แรงดันไฟฟ้าขาออกชนิดอิ่มตัว

ของอุปกรณ์ถ่ายเทประจุในชิพรีจิสเตอร์

4.0V (ต่ำสุด)

อื่น ๆ / คุณสมบัติเพิ่มเติม

วงจรสุ่มและคงค่า

วงจรปรับระดับแรงดันไฟฟ้า

การลดแรงกระเพื่อมขึ้นลงของไฟฟ้าขาออกเมื่อเปิดเครื่อง

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวใหม่นี้ โปรดดูที่:
https://toshiba.semicon-storage.com/info/lookup.jsp?pid=TCD2569BFG&lang=en

* ชื่อบริษัท ผลิตภัณฑ์ และบริการ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทเหล่านั้น

ข้อมูลติดต่อสำหรับลูกค้า:
แผนกการตลาดอุปกรณ์ระบบ II
โทร: +81-3-3457-3332
https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/contact.html

ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้ รวมถึงราคาและข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาบริการ และข้อมูลการติดต่อ เป็นข้อมูล ณ ปัจจุบันในวันที่ประกาศ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เกี่ยวกับ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation
เป็นบริษัทใหม่ที่เต็มไปด้วยพลังและประสบการณ์ นับตั้งแต่แยกตัวออกจากบริษัทเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2017 เราได้ก้าวสู่การเป็นหนึ่งในบริษัทผู้นำด้านอุปกรณ์ทั่วไป และได้นำเสนอโซลูชันเกี่ยวกับเซมิคอนดักเตอร์ ระบบ LSIs และ ระบบ HDD อันโดดเด่นให้กับลูกค้าและคู่ค้าทางธุรกิจของเรา

เรามีพนักงานจำนวน 22,000 คนทั่วโลก ซึ่งมีความตั้งใจร่วมกันที่จะเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ของเราให้ถึงระดับสูงสุด และให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับลูกค้า เพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์มูลค่าและตลาดใหม่ๆ ร่วมกัน เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะเพิ่มยอดขายต่อปีซึ่งปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 800 พันล้านเยน (7 พันล้านเหรียญสหรัฐ) ให้สูงขึ้น เพื่อสร้างอนาคตที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเราได้ที่ https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/top.html

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20190508005323/en/

ข้อมูลติดต่อสำหรับสื่อ:
Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation
แผนกการตลาดดิจิทัล
Chiaki Nagasawa
โทร: +81-3-3457-4963
semicon-NR-mailbox@ml.toshiba.co.jp

The We Company แจ้งผลประกอบการทางการเงิน Q1 2019

Logo

นิวยอร์ก–(บิสิเนสไวร์)–08 พฤษภาคม 2019

WeWork Companies Inc. (“บริษัท”) ในฐานะผู้ออกหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ 7.875% กำหนดชำระปี 2025 (“หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ”) จะมีการประชุมสายโทรศัพท์ในวันพุธที่ 15 พฤษภาคม 2019 เวลา 16.00 น. เวลา US Eastern Time สำหรับประโยชน์ของผู้เข้าร่วมเพื่อหารือเกี่ยวกับผลประกอบการทางการเงินของบริษัทสำหรับไตรมาสแรกของปี 2019

ผู้ถือปัจจุบันและเจ้าของผลประโยชน์ของหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ผู้ซื้อหุ้นกู้ในอนาคตที่เป็นผู้ซื้อสถาบันที่มีคุณสมบัติ (ตามกฎ 144A ภายใต้กฎหมายหลักทรัพย์ Securities Act ปี 1933) หรือบุคคลภายนอกสหรัฐอเมริกา (ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ S ภายใต้ Securities Act ปี 193) นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ และสถาบันผู้ดูแลสภาพคล่องการซื้อขายสามารถเข้าถึงข้อมูลการโทรสำหรับการประชุมทางโทรศัพท์โดยการ ลงทะเบียนบนเว็บไซต์ที่ปลอดภัยของบริษัทที่ investors.wework.com ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการโทร (รวมถึงหมายเลขโทรศัพท์) จะมีให้ในเว็บไซต์ที่ปลอดภัย

ผู้ที่ขอเข้าถึงเว็บไซต์ที่ปลอดภัยของบริษัทจะต้องให้การรับรองและการรับประกันบางอย่างเพื่อยืนยันสถานะของพวกเขาในฐานะผู้ถือหรือเจ้าของผลประโยชน์ของหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ผู้ซื้อหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิสถาบันที่มีคุณสมบัติเหมาะสม หรือนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ หรือผู้ดูแลสภาพคล่องการซื้อขาย และข้อมูลจากเว็บไซต์ที่ปลอดภัยของบริษัทจะถือว่าเป็นความลับ

ดูที่มาบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190508005656/en/

สอบถามข้อมูลสำหรับนักลงทุน:

Aristaia Vasilakis

Investor@wework.com

สอบถามข้อมูลสำหรับสื่อ:

Dominic McMullan

Press@wework.com

การวิจัยการพัฒนาของ Mary Kay เปิดตัวกับผลกระทบของสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินซีต่อสุขภาพและความงามของผิว

Logo

Mary Kayได้นำเสนอผลการวิจัยจากการศึกษาทั้งสองวิจัย ณ the Reunión Anual de Dermatólogos Latinoamericanos และ ณ การประชุมประจำปีครั้งที่ 77 ของสมาคมเพื่อการสืบสวนโรคผิวหนัง (the Society for Investigative Dermatology)

ดัลลัส–(BUSINESS WIRE )–8 พค 2019

Mary Kay Inc. บริษัท ด้านความงามระดับโลกและผู้นำในด้านนวัตกรรมการดูแลผิวยังคงให้การสนับสนุนในด้านความงามและชุมชนทางวิทยาศาสตร์อย่างต่อเนื่อง โดยการเข้าร่วมการประชุมโรคผิวหนังทั่วโลกสองครั้งในฤดูใบไม้ผลิปีนี้ ทั้งนี้ Mary Kay เข้าร่วมงานอันทรงเกียรติใน Reunión Anual de Dermatólogos Latinoamericanos (RADLA) ในวันที่ 4-7 พฤษภาคมในเมืองบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ซึ่ง Mary Kay จะนำเสนอการค้นพบที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบของมลภาวะต่อสุขภาพผิว นอกจากนี้บริษัท Mary Kay  จะสนับสนุนการ ประชุมประจำปีครั้งที่ 77 ของ the Society for Investigative Dermatology (SID) ในชิคาโก ระหว่างวันที่ 8-11 พฤษภาคม ซึ่งจะมีการเปิดเผยการวิจัยล่าสุดเกี่ยวกับวิธีการสกัดสารสกัดจากผลไม้ห้าชนิดที่มีวิตามินซีเพื่อช่วยให้ผิวดูดีขึ้น

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณสมบัติด้านมัลติมีเดีย ดูข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20190508005528/en/

Lucy Gildea, Chief Scientific Officer at Mary Kay Inc. presenting at RADLA. (Photo: Mary Kay Inc.)

Lucy Gildea ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิทยาศาสตร์ของ Mary Kay Inc. นำเสนอที่ RADLA (ภาพ: Mary Kay Inc. )

ในระหว่างการประชุม RADLA ประจำปีครั้งที่ 37 ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผิวชั้นนำจากทั่วโลกได้เข้าร่วมประชุมเพื่อสำรวจหัวข้อต่าง ๆ ซึ่งรวมไปถึงผลกระทบของการรุกรานสิ่งแวดล้อมจากภายนอกต่อสุขภาพผิว Mary Kay นำเสนองานวิจัยที่มุ่งเน้นเรื่องผิวที่เกิดจากอนุภาคไอเสียดีเซล (DEP) ในสภาพแวดล้อม การสัมผัสกับ DEP อย่างต่อเนื่องเพิ่มอนุมูลอิสระในเซลล์ผิวซึ่งในที่สุดสามารถส่งผลกระทบต่อสัญญาณก่อนวัยอันควรของริ้วรอยผิว เช่น จุดด่างดำ และความหมองคล้ำ แต่โชคดีที่ Mary Kay ยังนำเสนอผลการวิจัยเกี่ยวกับสารต้านอนุมูลอิสระที่สามารถช่วยชะลอสัญญาณก่อนวัยที่เกิดจากผลกระทบของ DEP โดยเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำนี้ซึ่งพบได้ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิว Mary Kay® TimeWise® Miracle Set 3D ช่วยมอบสูตรการต่อต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลังด้วยวิธีการพิเศษสามมิติที่รอการจดสิทธิบัตรเพื่อการปกป้องการเกิดริ้วรอยบนผิวหนัง

“นักวิทยาศาสตร์ของ Mary Kayใช้เวลาหลายปีในการค้นคว้านวัตกรรมและส่วนผสมล่าสุดเพื่อพัฒนาคอลเล็กชั่นการดูแลผิวใหม่ล่าสุดของเรา ที่ป้องกันอนุมูลอิสระและช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควรอันเนื่องมาจากความเครียดจากสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น ไอเสียรถยนต์ และมลพิษทางอากาศ” Lucy Gildea หัวหน้าเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์ที่ Mary Kay Inc. กล่าว

ในขณะที่เข้าร่วม SID ในสัปดาห์นี้ Tiffany Carle หัวหน้านักวิทยาศาสตร์จาก Mary Kay จะนำเสนอข้อมูลใหม่ที่เก็บรวบรวมในขณะที่วิเคราะห์ผลกระทบของเซรั่มที่ประกอบด้วยสารสกัดจากผลไม้ห้าชนิดที่เป็นที่รู้กันว่ามีความรุ่มรวยของวิตามินซีบนผิว ในการศึกษานี้นักวิจัยของ Mary Kay ได้ทำการรักษาเนื้อเยื่อผิวหนังด้วยเซรั่มนี้และใช้วิธีจีโนมเพื่อทำความเข้าใจว่าเซรั่มส่งผลต่อผิวอย่างไร การประเมินจีโนมนี้เผยให้เห็นการมีส่วนร่วมของยีนสี่ประเภทที่สำคัญต่อความกระชับของผิวหนัง นอกจากนี้การศึกษาแสดงให้เห็นว่าการรักษาด้วยซีรั่มเพิ่มการผลิตคอลลาเจนโปรตีนจากผิวหนังชั้นนอกและลามิเนตที่รองรับความกระชับของผิว การศึกษาครั้งนี้เป็นการยืนยันว่าเซรั่มทำงานอย่างไรเพื่อช่วยปรับปรุงคุณภาพผิวและความยืดหยุ่น

ทีมวิจัยและพัฒนาของ Mary Kay ประกอบด้วยนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงซึ่งจบปริญญาเอกและปริญญาขั้นสูงอื่น ๆ ในหลากหลายสาขาวิชา ได้แก่ ชีววิทยาผิวหนัง ผิวหนังเซลล์ ชีววิทยาเคมี ชีวเคมี และอื่น ๆ ทีมนักวิทยาศาสตร์เหล่านี้มีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินการวิจัยขั้นสูงอย่างต่อเนื่องและแบ่งปันผลการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพผิวกับชุมชนวิทยาศาสตร์และความงามไปอย่างทั่วถึง

“ทีมวิจัยและพัฒนาของเรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาเทคโนโลยีในผลิตภัณฑ์ของเราเพื่อให้เราสามารถช่วยปรับปรุงสุขภาพผิวและมอบความมั่นใจด้านผิวหนังแก่ผู้หญิงทั่วโลก ดังที่พวกเขาสมควรได้รับ” ดร. Gildea กล่าว “ การมีส่วนร่วมในงาน เช่น ที่ RADLA และ SID ช่วยให้เราเรียนรู้และแบ่งปันการวิจัยที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เราสามารถส่งมอบประโยชน์ที่มีความหมายและผลิตภัณฑ์ที่น่าทึ่งแก่ผู้บริโภค”

ทุกปี Mary Kay ทำการทดสอบทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ส่วนผสม มาตรฐานสูงสุดของความปลอดภัยคุณภาพ และประสิทธิภาพ Mary Kay ถือครองสิทธิบัตรมากกว่า 1,500 รายการสำหรับผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีและการออกแบบบรรจุภัณฑ์ในพอร์ตโฟลิโอทั่วโลก เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัท ประกาศการเปิดโรงงานผลิตและวิจัยและพัฒนาที่ทันสมัย มูลค่ากว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ ในลูอิสวิลล์ รัฐเท็กซัส

เกี่ยวกับ MARY KAY

ด้วยความเป็นผู้ที่เชื่อว่าไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้ Mary Kay Ash  ก่อตั้งบริษัทด้านความงามของเธอมานานกว่า 55 ปีโดยมีเป้าหมาย 3 ข้อ คือ เสนอโอกาสที่คุ้มค่าสำหรับผู้หญิง ผลิตผลิตภัณฑ์ที่ไม่อาจต้านทาน และการทำให้โลกเป็นสถานที่ที่ดีขึ้น ความฝันดังกล่าวได้กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์โดยมีพนักงานขายอิสระหลายล้านคนในเกือบ 40 ประเทศ Mary Kay ทุ่มเทให้กับการค้นคว้าวิทยาศาสตร์เบื้องหลังความงามและเพื่อผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ล้ำสมัย เครื่องสำอางสี และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ทั้งนี้ Mary Kay ได้มอบเงินผ่านทางมูลนิธิ Mary KaySM เพื่อการวิจัยโรคมะเร็งและ ที่พักอาศัยสำหรับผู้ประสบความรุนแรงในครอบครัว วิสัยทัศน์ดั้งเดิมของ Mary Kay Ash ยังคงส่องแสงนำทาง ด้วยสโลแกน ก้าวไปทุกครั้งที่ทาลิปสติก (one lipstick at a time)

ดูเวอร์ชั่นต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190508005528/en/

ติดต่อ:

ฝ่ายสื่อสารองค์กร Mary Kay Inc.

marykay.com/newsroom

972.687.5332 หรือ media@mkcorp.com

VinaPhone เลือก KoolSpan ให้ขับเคลื่อนโซลูชัน ProCall เพื่อความปลอดภัยทางการสื่อสาร

Logo

การร่วมมือระหว่าง VinaPhone และ KoolSpan นับเป็นจุดเปลี่ยนในการเพิ่มความปลอดภัยทางการสื่อสารทั้งข้อมูล ข้อความ และเสียงผ่านโทรศัพท์มือถือในประเทศเวียดนาม

ฮานอย, เวียดนาม & เบเธสดา, แมริแลนด์–(BUSINESS WIRE)–07 พฤษภาคม 2019

VinaPhone (http://vinaphone.com.vn) ผู้นำด้านเทคโนโลยีการสื่อสารและบริการขั้นสูงแก่หน่วยงานรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และผู้บริโภคทั่วไปในประเทศเวียดนาม วันนี้ประกาศความร่วมมือทางธุรกิจกับบริษัท KoolSpan (https://KoolSpan.com) ในการให้บริการ VinaPhone ProCallTM (http://procall.vn/en/) โซลูชันความปลอดภัยทางการสื่อสารผ่านโทรศัพท์มือถือในประเทศเวียดนาม

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยเนื้อหามัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20190507005117/en/

ด้วยผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ที่คาดการณ์ไว้มากกว่า 700,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และประชากรที่มากกว่า 100 ล้านคน ประเทศเวียดนามจะกลายเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมสำคัญที่รวมบริษัทด้านการผลิต เทคโนโลยีการสื่อสาร และพลังงานที่กำลังเติบโตไว้ด้วยกัน

ปัจจุบันเครือข่ายการสื่อสารทั่วโลกมีแนวโน้มถูกจารกรรมได้ง่ายเมื่อมีการส่งข้อความและการโทรผ่านโทรศัพท์มือถือ ซึ่งกระทำโดยอาชญากรทางไซเบอร์ แฮกเกอร์ และรัฐชาติต่าง ๆ บุคคลเหล่านี้จะจารกรรมข้อมูลขององค์กร ขโมยทรัพย์สินทางปัญญาและข้อมูลลับทางการเงิน สอดส่องการโทรเข้าโทรออกและส่งข้อความ แม้กระทั่งสร้างความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยแก่ผู้คนทั่วโลก

ด้วย ProCall เจ้าหน้าที่รัฐบาล นักธุรกิจ และผู้บริโภคในประเทศเวียดนามจะสามารถป้องกันการสอดส่องเมื่อมีการโทรศัพท์และการแชตผ่านโทรศัพท์มือถือ โดยมีเป้าหมายเป็นข้อมูลของรัฐบาลหรือการสืบหาผลประโยชน์ทางธุรกิจที่ไม่เป็นธรรมผ่านการจารกรรมทางธุรกิจหรือองค์กรได้

ProCall ให้บริการเข้ารหัสที่แม่นยำตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางเมื่อมีการโทรและการแชตผ่านโทรศัพท์มือถือ โดยใช้เทคโนโลยีที่พัฒนาโดยบริษัท KoolSpan, Inc ณ เมืองเบเธสดา รัฐแมริแลนด์

ProCall เป็นโซลูชันชั้นนำสำหรับส่งรหัสตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางของการโทรและการส่งข้อความหรือแชตในประเทศเวียดนาม ProCall ให้บริการความปลอดภัยในการโทรด้วยเสียงความละเอียดสูงผ่านวิธีการใช้ที่ง่ายดายและโซลูชันที่ไม่ซับซ้อน ผู้ใช้งาน ProCall ยังสามารถทำให้การโทรที่ไม่ปลอดภัยให้ปลอดภัยและดีขึ้นเป็นปกติ

“Mr Dzung Manh Do ผู้อำนวยการแผนกการจัดการผลิตภัณฑ์ VNPT-VinaPhone Business Customer Company กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ KoolSpan ด้วยเทคโนโลยีของ KoolSpan ทาง VinaPhone จะช่วยป้องกันอาชญากรรมทางไซเบอร์แก่ผู้ใช้งานตั้งแต่การสื่อสารระดับองค์กรไปจนถึงการสื่อสารที่เป็นส่วนตัว”

“Nigel Jones ประธานกรรมการบริหารหรือซีอีโอแห่ง KoolSpan กล่าวว่า “KoolSpan รู้สึกภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับ VinaPhone การร่วมมือกันครั้งนี้จะให้บริการการสื่อสารผ่านโทรศัพท์มือถือที่ปลอดภัยแก่ตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็ว และเป็นก้าวสำคัญในการเติบโตของ KoolSpan อีกด้วย”

เกี่ยวกับ VinaPhone

เครือข่ายโทรศัพท์มือถือ VNPT VinaPhone ได้ตอบแทนสังคมอย่างยิ่งใหญ่และให้บริการเกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือแก่ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศเวียดนาม จากการเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือรายแรกที่ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศในปี 1999 และครอบคลุมทุกอำเภอในปี 2006 ไม่เว้นแม้แต่หมู่เกาะและภูเขา VNPT VinaPhone ยังคงเดินหน้านำร่องเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการทางการสื่อสารแบบไร้พรมแดน และจากการเปิดตัวความร่วมมือในการให้บริการสัญญาณดาวเทียมอย่างเป็นทางการกับบริษัท Thuraya Telecommunications Company ทาง VNPT VinaPhone จึงยังคงความเป็นผู้นำตลาดในอุตสาหกรรมการสื่อสาร พร้อมสานต่อนโยบายสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของประเทศในอนาคต

เกี่ยวกับ KoolSpan

KoolSpan เป็นผู้นำด้านความปลอดภัยทางการสื่อสารข้ามแพลตฟอร์มและเชื่อถือได้ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางบนโทรศัพท์มือถือทั่วโลก KoolSpan TrustCall ให้บริการถอดรหัสตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางสำหรับการโทร ส่งข้อความหรือแชตบนอุปกรณ์ระบบแอนดรอยด์และไอโฟน ลูกค้าประกอบด้วยหน่วยงานรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และบุคคลมากกว่า 60 ประเทศ TrustCall ผ่านการรับรองมาตรฐานการเข้ารหัสข้อมูล FIP 140-2 และได้รับสิทธิบัตร 33 ใบ และยังรอการรับรองอีกกว่าหลายสิบใบ KoolSpan เป็นบริษัทที่เปิดให้บริการโดยเอกชน ตั้งอยู่ในเมืองเบเธสดา รัฐแมริแลนด์ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม เข้าชมที่ www.koolspan.com หรือติดตาม KoolSpan ทาง Twitter ที่ @KoolSpan

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20190507005117/en/

ติดต่อ:

Rebecca Shen
rshen@koolspan.com

เควิชั่น จับมือองค์กรจากเวียดนาม ผลักดันสตาร์ทอัพไทยลุยเวียดนาม

Logo

กรุงเทพฯ–(THAI BUSINESS NEWS)–7 พฤษภาคม 2562

logo

นายพัฒนพงศ์ ตัณฑ์สมบูรณ์ (ที่ 2 จากขวา) กรรมการผู้จัดการ บริษัท กสิกร วิชั่น จำกัด และนางสาวฮาง เหงียน (ที่ 2 จากซ้าย) รองผู้อำนวยการโครงการ Business Startup Support Center (BSSC) ประเทศเวียดนาม ร่วมลงนามความร่วมมือเพื่อแลกเปลี่ยนและให้ความรู้กับสตาร์ทอัพไทยที่ต้องการเข้าไปทำธุรกิจในประเทศเวียดนาม โดยมีนายภัทรพงศ์ กันหสุวรรณ (ขวา) ประธานกรรมการ บริษัท กสิกร วิชั่น จำกัด และนางสาวลอร่า พาน (ซ้าย) ผู้อำนวยการโครงการ BSSC ร่วมเป็นสักขีพยาน   ณ อาคารเกษร ทาวเวอร์ เมื่อเร็วๆ นี้

บริษัท กสิกร วิชั่น จำกัด หรือ เควิชั่น บริษัทด้านการลงทุนสตาร์ทอัพและแสวงหานวัตกรรมในระดับภูมิภาคของธนาคารกสิกรไทย จับมือ BSSC จากเวียดนาม ร่วมกันจัดงานสัมมนาให้ความรู้กับสตาร์ทอัพไทยขยายธุรกิจสู่เวียดนาม เฟ้นหาสตาร์ทอัพที่มีคุณภาพของไทยบุกตลาดเวียดนามเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจในตลาดที่มีโอกาสเติบโตสูง พร้อมเตรียมแผนเงินร่วมทุนในสตาร์ทอัพไทย-เทศกว่า 245 ล้านดอลลาร์

นายภัทรพงศ์ กันหสุวรรณ ประธานกรรมการ บริษัท กสิกร วิชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันสตาร์ทอัพไทยที่มีคุณภาพมีจำนวนมาก หลายรายมีศักยภาพที่จะขยายและเติบโตในตลาดต่างประเทศได้ โดยเฉพาะเวียดนาม ประเทศที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงอย่างต่อเนื่อง และวงการสตาร์ทอัพในประเทศนี้ก็มีการตื่นตัวสูงมากที่สุดแห่งหนึ่งในอาเซียน โดยมีการร่วมลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพในปี 2561 มีมูลค่ามากถึง 889 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เติบโตถึง 3 เท่าจากปี 2560 ซึ่งถือเป็นโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจของสตาร์ทอัพหน้าใหม่

เควิชั่น บริษัทด้านการลงทุนสตาร์ทอัพและแสวงหานวัตกรรมในระดับภูมิภาคของธนาคารกสิกรไทย จึงได้ร่วมลงนามความร่วมมือกับ Business Startup Support Center (BSSC) ซึ่งเป็นองค์กรด้านการสนับสนุนและพัฒนาสตาร์ทอัพของรัฐบาลเวียดนาม ร่วมกันคัดเลือกสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพของไทยในการขยายธุรกิจเข้าไปตลาดเวียดนาม ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างโอกาสให้สตาร์ทอัพไทยก้าวไปดำเนินธุรกิจในระดับภูมิภาคโดยมีเควิชั่น และ BSSC ร่วมเป็นที่ปรึกษา โดยเฉพาะ BSSC ที่เข้าใจตลาดเวียดนามอย่างลึกซึ้งจะช่วยให้สตาร์ทอัพไทยเพิ่มโอกาสในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จในเวียดนามมากขึ้น

ทั้งนี้ BSSC ร่วมกับเควิชั่นจัดสัมมนาในหัวข้อเรื่อง VIETNAM: A NEW GREENFIELD MARKET WITH EXPONENTIAL GROWTH เพื่อให้ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับสตาร์ทอัพไทย ที่ต้องการเข้าไปทำธุรกิจในเวียดนาม ผ่านวิทยากรที่มีความรู้ทั้งจากภาครัฐและเอกชนของประเทศไทยและเวียดนาม รวมถึงสตาร์ทอัพไทยที่มีประสบการณ์ในการทำธุรกิจในประเทสเวียดนามโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการธุรกิจ การทำการตลาด การให้คำปรึกษาในการดำเนินงาน รวมถึงการให้การสนับสนุนด้านการเงิน เพื่อพัฒนาธุรกิจด้านสตาร์ทอัพสู่เวทีโลกในอนาคต โดยเฉพาะเวียดนามยังมีช่องว่างในเติบโตได้อีกมาก

นายภัทรพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศเวียดนามเป็นเหมือน Greenfield หรือหญ้าพื้นใหม่ ซึ่งสตาร์ทอัพหน้าใหม่มีโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจ เนื่องจากเวียดนามมีความพร้อมในด้านการตลาด มีอัตราเติบโตในด้านการนำเทคโนโลยีมาใช้ในชีวิตประจำวันสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งยังยอมเปิดรับสิ่งใหม่ๆที่จะเข้ามาปรับใช้ และความพร้อมด้านทรัพยากรมนุษย์ที่มีบุคคลากรด้านวิศวกรรมและ IT ค่อนข้างมาก อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนด้านการพัฒนาสตาร์ทอัพจากรัฐบาลอย่างมากมายและต่อเนื่อง ซึ่งทาง BSSC เป็นองค์กรของรัฐบาลองค์กรแรกที่สนับสนุนการเติบโตของสตาร์ทอัพในเวียดนาม ที่ช่วยสนับสนุนทั้งด้านความรู้ ให้คำปรึกษา และช่วยเหลือเงินทุนในการขยายธุรกิจของบริษัทให้เติบโต และมีศักยภาพในการแข่งขันทั้งในเวียดนามและในภูมิภาคอาเซียน โดยมีเครือข่ายกับหน่วยงานรัฐบาล 63 แห่ง มหาวิทยาลัยมากกว่า 100 แห่ง หน่วยงานลงทุนมากกว่า 1,000 แห่ง ในปี 2561 ที่ผ่านมา BSSC ได้รับเงินทุนสนับสนุนจาก People Committee จำนวน 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมีสตาร์ทอัพที่สนใจเข้ามาอยู่ในโครงการจำนวน 1,482 แห่ง และมีผู้เข้าร่วมงานรวมทั้งสิ้น 28,000 คน

โดยหนึ่งในกิจกรรมที่น่าสนใจของ BSSC คือ Vietnam Startup Wheel 2019 ซึ่งจัดเป็นปีที่ 7 ในวันที่ 23-24 สิงหาคม 2562 ที่นครโฮจิมินห์ แต่ที่พิเศษในครั้งนี้คือมีการเปิดรับผู้สมัครชาวต่างชาติ โดยผู้สมัครสามารถเข้าไปดูวิธีการสมัครและคุณสมบัติผู้สมัครเพิ่มเติมได้ที่ startupwheel.vn/en/registration โดยจะเปิดรับสมัครถึง 31 พฤษภาคม 2562 นี้

นายภัทรพงศ์ กล่าวในต้อนท้ายว่า สำหรับ เควิชั่น เป็นบริษัทด้านการลงทุนสตาร์ทอัพและแสวงหานวัตกรรมในระดับภูมิภาคของธนาคารกสิกรไทย มุ่งเน้นในการหา Tech Startups และบุคคลากรที่มีศักยภาพด้านเทคโนโลยีในกลุ่มประเทศทีมีความโดดเด่นด้านเทคโนโลยี 4 ประเทศ ได้แก่อิสราเอล อินโดนีเซีย เวียดนาม และสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่สามารถสนับสนุนธนาคารกสิกรไทยในการทำธุรกิจในกลุ่มประเทศ AEC +3

เทคโนโลยีท่อน้ำทิ้งของฟิลิปปินส์จะติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมเพื่อทำให้สอดคล้องกับระเบียบสิ่งแวดล้อมที่รัดกุมยิ่งขึ้น

Logo

Black & Veatch จะถ่ายทอดความรู้ทางเทคนิคสู่มืออาชีพจาก Manila Water Company และหุ้นส่วนในอุตสาหกรรม แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเสริมสร้างศักยภาพของพนักงานท้องถิ่น

มะนิลา ฟิลิปปินส์–(BUSINESS WIRE)–6 พฤษภาคม 2019

บริษัท Manila Water Company, Inc. (MWCI) มอบหมายให้ Black & Veatch ทำการฝึกอบรมผู้เชี่ยวชาญและหุ้นส่วนอุตสาหกรรมน้ำ ในการกำจัดสารอาหารชีวภาพ (Biological Nutrient Removal หรือ BNR) ในการบำบัดน้ำเสีย

ดร. James Barnard ผู้นำระดับโลกด้านการปฏิบัติและเทคโนโลยีสำหรับธุรกิจน้ำของ Black & Veatch และ ดร. Andrew Shaw รองประธานรองของ Black & Veatch เป็นผู้นำในการถ่ายทอดความรู้ ดร. Barnard เป็นผู้ชนะรางวัลด้านน้ำปี 2011 ของ  Lee Kuan Yew Water Prize

การประชุมเทคโนโลยีสองวันมีผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำเข้าร่วมกว่า 70 คน โดยกว่า 50 คนมาจาก MWCI ดร. Barnard และ ดร. Shaw แบ่งปันข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเทคโนโลยี ประสบการณ์เชิงปฏิบัติ และคำแนะนำโดยมุ่งเน้นที่การพัฒนาขีดความสามารถของฟิลิปปินส์ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

"การถ่ายโอนความรู้เป็นองค์ประกอบสำคัญของโครงการของเรา เราเชื่อว่าการทำงานร่วมกันอย่างแข็งแกร่ง และการแบ่งปันความรู้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกับระบบสาธารณูปโภคทางน้ำ อย่างเช่นของ Manila Water จะสามารถช่วยแก้ปัญหาความซับซ้อนที่สาธารณูปโภคท้องถิ่นต้องเผชิญ William Yong รองประธานและกรรมการผู้จัดการของธุรกิจน้ำของ Black & Veatch ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว

Yong กล่าวเพิ่มเติมว่าการถ่ายโอนความรู้ช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำของ Manila Water มีความรู้และความตระหนักมากขึ้นในการขับเคลื่อนเพื่อให้เป็นไปตามกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น การทำความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดของ BNR ยังช่วยให้ทีมในท้องถิ่นมีความสามารถในการระบุและลดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงน้ำเสียที่มีอยู่ และการสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่

การสร้างและบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตของประเทศ ด้วยการพัฒนาความสามารถและทักษะที่เป็นแกนหลักของนวัตกรรมและความสำเร็จของการดำเนินงาน โปรแกรมการถ่ายโอนความรู้ของ Black & Veatchให้ประโยชน์กับลูกค้าทั่วโลกในประเทศในเขตที่หลากหลาย เช่น เอเชีย แอฟริกา และตะวันออกกลาง

คลิกที่นี่ เพื่อดาวน์โหลดภาพสนับสนุน

หมายเหตุบรรณาธิการ:

  • ดร. James L. Barnard เป็นที่รู้จักกันทั่วโลกในฐานะบิดาแห่ง BNR ซึ่งเป็นวิธีการบำบัดน้ำเสียที่ไม่ใช้สารเคมีซึ่งกำจัดไนโตรเจนและ / หรือฟอสฟอรัสออก ดร. Barnard ได้พัฒนา BNR มานานกว่า 40 ปีและปัจจุบันได้มีการนำไปใช้ทั่วโลกในระบบบำบัดน้ำเสียหลายพันแห่งในสภาพภูมิอากาศที่หลากหลาย
  • MWCI เป็นผู้รับสัมปทานให้บริการน้ำและท่อน้ำทิ้งไปยังเขตตะวันออกของเมืองมะนิลา พื้นที่สัมปทานรวมไปถึง Pasig, Taguig, Pateros, Mandaluyong, San Juan, Marikina, บางส่วนของ Makati, Quezon City มะนิลา และทั่วทั้งจังหวัด Rizal แนวคิดของการประชุมทางเทคโนโลยีเกิดขึ้นเมื่อ MWCI แต่งตั้ง Black & Veatch โดยความร่วมมือกับ DCCD Engineering Corporation เพื่อแปลงโรงบำบัดน้ำเสีย (STP) 40 แห่ง ให้เป็นโรงงาน BNR วัตถุประสงค์ของโครงการนี้คือการปฏิบัติตามมาตรฐานการปล่อยของเสียของกรมสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติใหม่เพื่อกำจัดสารอาหาร (ไนโตรเจนและฟอสฟอรัส) ในน้ำเสีย ทั้งนี้แนวทางเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์รวมไปถึงการติดตั้งเพิ่มกระบวนการ การรวมพืช (plant consolidation) และการเปลี่ยนการไหล (flow diversion) Black & Veatch จะสนับสนุนความพยายามของ MWCI ผ่านการตรวจสอบดำเนินการออกแบบอย่างละเอียดและดำเนินการบริการสนับสนุนการจัดซื้อ

  • MWCI กำลังจัดงานการตรวจสอบความสนใจในด้านการลงทุรในเดือน พ.ค. 2019 สำหรับแพ็คเกจเครือข่ายระบายน้ำสองรูปแบบ ได้แก่ระบบระบายน้ำทิ้ง: San Mateo-Rodriguez South Sewerage System; และ Mandaluyong West – San Juan South – Quezon City South Sewerage แต่ละโครงการทั้งสองรวมมาพร้อมกับ STP ใหม่ที่มีกระบวนการบำบัด BNR

  • Black & Veatch เปิดดำเนินการในฟิลิปปินส์มาตั้งแต่ทศวรรษ 1960 โครงการติดตั้งเพิ่มเติมเป็นส่วนหนึ่งของ กรอบการให้คำปรึกษาห้าปี ที่กลุ่ม บริษัท Black & Veatch / DCCD ชนะการประมูลมาในปี 2018

เกี่ยวกับ Black & Veatch

Black & Veatch เป็นผู้นำระดับโลกในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับมนุษย์ที่สำคัญในด้านพลังงานน้ำโทรคมนาคม และบริการภาครัฐ เราได้ช่วยลูกค้าปรับปรุงชีวิตผู้คนในกว่า 100 ประเทศ ตั้งแต่ปี 1915 ผ่านการให้คำปรึกษา การวิศวกรรม การก่อสร้าง การดำเนินงาน และการจัดการโปรแกรม รายได้ของเราในปี 2018 มีจำนวน 3.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ ติดตามเราได้ที่ www.bv.com และในโซเชียลมีเดีย

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190506005303/th/

ติดต่อ:

Black & Veatch

EMILY CHIA | +65 6761 3511 p | +65 9875 8907 m | ChiaLP@BV.com

สายฮ็อตไลน์สำหรับสื่อตลอด 24 ชั่วโมง | +1 866 496 9149

Thai Herald