Kurita Water Industries ได้รับรางวัล Natural Resources and Energy Director-General’s Award ในงานรางวัล Energy Conservation Grand Prize ปี 2562 ด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อนด้วยเทคโนโลยี Dropwise Condensation

Logo

โตเกียว–(บิสิเนสไวร์)–17 ม.ค. 2563

Kurita Water Industries Ltd. (โตเกียว: 6370) (สำนักงานใหญ่: นาคาโนะ-คิว โตเกียว; ประธาน: Michiya Kadota; ต่อไปนี้เรียกว่า "Kurita") มีความยินดีที่จะประกาศว่าทางบริษัทได้รับรางวัลผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรธรรมชาติและพลังงาน (Natural Resources and Energy Director-General's Award) ในหมวดผลิตภัณฑ์และรูปแบบธุรกิจในรางวัลอนุรักษ์พลังงานปี 2562 (2019 Energy Conservation Grand Prize) ซึ่งจัดโดยศูนย์อนุรักษ์พลังงานประเทศญี่ปุ่น (Energy Conservation Center, Japan) (สนับสนุนโดยกระทรวงเศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น)  รางวัลนี้ได้ยกย่องการปรับปรุงประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อนด้วยเทคโนโลยี Dropwise Condensation ของ Kurita  เป็นครั้งที่สองที่ Kurita ได้รับรางวัล Energy Conservation Grand Prize หลังจากได้รับรางวัล Energy Conservation Center Chairman’s Award สำหรับเทคโนโลยี DReeM Polymer™ ในปี 2560

รางวัล Energy Conservation Grand Prize ตระหนักถึงความริเริ่มด้านการอนุรักษ์พลังงานในส่วนของผู้ประกอบการและสถานที่ รวมถึงผลิตภัณฑ์และรูปแบบธุรกิจที่แสดงให้เห็นถึงการอนุรักษ์พลังงานที่ยอดเยี่ยม  ความพยายามดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อขยายการรับรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงานในญี่ปุ่น ส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ประหยัดพลังงานอย่างกว้างขวาง และช่วยสร้างสังคมอนุรักษ์พลังงาน  ในปี 2562 รางวัล Energy Conservation Grand Prize ได้เชิดชูหัวข้อทั้งหมด 52 ประเด็น โดยมีเจ้าของรางวัล Agency of Natural Resources and Energy Director-General's Award ในหมวดหมู่รูปแบบผลิตภัณฑ์และธุรกิจจำนวนห้าราย

Kurita ได้รับการยอมรับด้านแนวคิดในการอนุรักษ์พลังงานผ่านทางเทคโนโลยี Dropwise Condensation และเทคโนโลยีพื้นฐาน  โดยทั่วไปแล้ว ปลายของเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบไอน้ำจะเกิดชั้นน้ำบนพื้นผิวโลหะเนื่องจากการควบแน่นของไอน้ำ  ชั้นน้ำนี้อาจลดประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อนอย่างมาก ก่อให้เกิดการสิ้นเปลืองพลังงานและประสิทธิภาพลดลงเนื่องจากต้องใช้ปริมาณไอน้ำมากขึ้น  เทคโนโลยี Dropwise Condensation ของ Kurita มอบคุณสมบัติกันน้ำให้กับพื้นผิวโลหะของเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนเพื่อกำจัดชั้นน้ำบนพื้นผิวโลหะและปรับปรุงประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อน  ผลลัพธ์นี้จะช่วยประหยัดพลังงานเนื่องจากปริมาณไอน้ำที่ใช้ลดลงและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ  ยิ่งกว่านั้น เนื่องจากผลลัพธ์นี้ทำได้โดยเพียงเพิ่มสารเคมีบำบัดน้ำที่มีคุณสมบัติกันน้ำในท่อไอน้ำก่อนการแลกเปลี่ยนความร้อน จึงสามารถนำโซลูชันนี้มาใช้กับโรงงานปัจจุบันได้

Kurita กำลังเปิดตัวโซลูชั่นที่ใช้เทคโนโลยีนี้ในหลายสาขาธุรกิจและได้รับรองผลลัพธ์ที่โรงงานกระดาษที่ได้ลดปริมาณการใช้ไอน้ำต่อหน่วยและได้ลดการปล่อยก๊าซ CO2 โดยเฉลี่ย 5-10% ต่อปี  นอกจากนี้ ยังสามารถปรับปรุงผลลัพธ์การการประหยัดให้ดีขึ้นได้ด้วยการใช้ร่วมกับเทคโนโลยีด้านไอทีและการตรวจจับ  ในอนาคต Kurita จะเปิดตัวโซลูชั่นเหล่านี้ในฐานะผู้รับเหมาโดยแบ่งปันผลประโยชน์ที่มีต่ออุปกรณ์การผลิตร่วมกับลูกค้า เช่น การใช้พลังงานที่ลดลงและปริมาณการผลิตที่สูงขึ้น

ภายใต้แผนการจัดการระยะกลาง MVP-22 Kurita มองว่า “การแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรน้ำ” และ “การใช้พลังงานอย่างยั่งยืน” เป็นประเด็นทางสังคมที่ต้องจัดลำดับความสำคัญและจะมุ่งเน้นการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม  Kurita Group มุ่งใส่ใจการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอุตสาหกรรม ส่งมอบการปรับปรุงประสิทธิภาพเชิงความร้อนทั่วทั้งโรงงาน และจะทำงานร่วมกับลูกค้าเพื่อแสวงหาการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน

การอ้างอิง: ข้อมูลและลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวที่มาบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200116005911/en/

ติดต่อ:

Kurita Water Industries Ltd.
Marketing Department1, Marketing Group, Solution Business Division (ฝ่ายการตลาด 1 กลุ่มการตลาด ฝ่ายโซลูชันธุรกิจ)
Mail: kwi_global_inquiry@kurita-water.com

Jeff Staple ดีไซเนอร์ระดับตำนานแห่งวงการสตรีทแวร์ จับมือ Overwatch League™ สร้างสรรค์ชุดแข่งสำหรับกีฬาอีสปอร์ตขึ้นเป็นครั้งแรก

Logo

ทีมใน Overwatch League ทั้ง 20 ทีมจะได้รับชุดแข่งทีมเหย้าและทีมเยือนที่มีเอกลักษณ์สำหรับลงแข่งในซีซัน 2020 ซึ่งจะเริ่มขึ้นวันที่ 8 กุมภาพันธ์ นี้

เออร์ไวน์, แคลิฟอร์เนีย–(BUSINESS WIRE)–17 มกราคม 2563

วันนี้ Overwatch League™ ประกาศจับมือกับดีไซเนอร์และพาวเวอร์เฮาส์ด้านสตรีทแวร์อย่าง Jeff Staple เพื่อร่วมกันเปลี่ยนภาพลักษณ์ ออกแบบ และพัฒนาชุดแข่งสำหรับนักกีฬาอีสปอร์ตขึ้นเป็นครั้งแรก โดยชุดที่ร่วมกันออกแบบขึ้นมาใหม่นี้ บรรดาผู้เล่นจาก Overwatch League ได้ร่วมออกความเห็นเพื่อให้ได้ลุคและสัมผัสที่มีเอกลักษณ์ทั้งในแง่ของการเล่นกีฬาแบบทั่วไปและกีฬาอีสปอร์ต ใช้ผ้าที่มีคุณภาพมากขึ้น ตกแต่งด้วยลวดลายที่ดูพรีเมียม พร้อมแทรกผ้าขยายช่วงตัวด้านข้างเพื่อให้สวมใส่ได้สบาย นอกจากนี้ยังมีการเลือกทรงและใช้วิธีการตัดเย็บที่มีคุณภาพเพื่อให้มีความทนทานต่อการสวมใส่ระหว่างเล่นเกม ทีมนักกีฬาทั้งหมด 20 ทีมของ Overwatch League จะได้เป็นเจ้าของชุดแข่งทีมเหย้าและทีมเยือนของตัวเองระหว่างทำการแข่งขันตลอดซีซัน 2020 ซึ่งมีกำหนดเริ่มขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ นี้

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยเนื้อหามัลติมีเดีย ดูอย่างเต็มรูปแบบได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20200116005551/en/

(Photo: Business Wire)

(รูปภาพ: Business Wire)

Staple ได้ร่วมทำงานกับนักกีฬาของ Overwatch League ตลอดกระบวนการออกแบบ เพื่อให้มั่นใจว่าชุดแข่งที่ออกมานั้นสวมใส่สบาย เป็นชุดเครื่องแบบที่ใช้งานได้จริงสำหรับการแข่งขันและยังมีดีไซน์ที่สวยงามตามแบบฉบับของ Staple ชุดแข่งใหม่นี้นำผ้าตาข่ายที่รูตาข่ายมีขนาดเล็กมากและมีคุณภาพมากขึ้นมาใช้ตัดเย็บเสื้อเพื่อให้มีน้ำหนักเบาและระบายอากาศได้ดี ช่วยกระจายความร้อยและให้อุณหภูมิร่างกายของผู้เล่นมีความสมดุล เพื่อมอบความสบายสูงสุดขณะสวมใส่ โดยเซ็ตชุดแข่งสำหรับนักกีฬาทั้งหมด 20 ทีมในลีกจะประกอบด้วยเสื้อแข่งแขนสั้น เสื้อแข่งแขนยาว เสื้อแจ็คเก็ต ปลอกรัดแขน หมวก และหมวกบีนี่

“การร่วมมือในแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นที่ไหนมาก่อนนี้เป็นตัวสะท้อนอย่างดีถึงวิวัฒนาการของกีฬาอีสปอร์ตที่เข้ามามีส่วนในรูปแบบการดำเนินชีวิตของผู้คน สิ่งนี้ไม่ใช่เพียงชัยชนะของ Overwatch League เท่านั้น แต่รวมถึงแฟน ๆ ของเรา และอุตสาหกรรมอีสปอร์ตด้วย” Daniel Cherry ผู้อำนวยการสูงสุดด้านการตลาดของ Activision Blizzard Esports กล่าว “พวกเราตื่นเต้นกันอย่างมากที่จะได้ร่วมงานกับผู้ที่เป็นทั้งเพื่อนของเราและตำนานแห่งวงการสตรีทแวร์อย่าง Jeff Staple ในการออกแบบชุดทีมเหล่านี้ ความเป็นพันธมิตรที่มีความใกล้ชิดระหว่างผู้เล่นของเราและ Jeff สามารถเห็นและสัมผัสได้ผ่านองค์ประกอบในการออกแบบต่าง ๆ ที่ถูกนำมาใช้ในเสื้อผ้าเหล่านั้น เราต่างตั้งตารอที่จะได้เห็นชุดเหล่านี้ถูกสวมใส่ตามท้องถนนในเมืองต่าง ๆ ที่มีทีมจาก Overwatch League ของเราอยู่ในซีซันนี้”

“ผมเฝ้ามองวงการกีฬาอีสปอร์ตมาเป็นเวลาหลายปีและเป็นแฟนตัวยงของสิ่งที่ Overwatch League ได้สร้างเอาไว้ เมื่อผมได้รับคำเชิญให้ออกแบบชุดแข่งใหม่ให้พวกเขา ผมตื่นเต้นมาก” Staple กล่าว “นี่คือโอกาสครั้งเดียวในชีวิตที่จะได้นำสิ่งที่ดีที่สุดจากโลกอีสปอร์ตและโลกสตรีแวร์มารวมกัน เพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่มีความแตกต่างและไม่เคยเกิดขึ้นที่ไหนมาก่อน ชุดแข่งเหล่านั้นจะถูกพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษเพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้เล่น ไม่เพียงเท่านั้นยังจะได้รับการออกแบบให้ดูดีเมื่อสวมใส่นอกสถานที่จัดการแข่งขันด้วย”

Staple โลดแล่นอยู่ในวงการมากว่าสองทศวรรษ และได้ร่วมงานกับแบรนด์ระดับแนวหน้ามากมายทั้งในวงการดีไซน์ ไลฟ์สไตล์และบันเทิง สไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา รวมถึงแบรนด์ Staple Pigeon ที่โด่งดังทั่วโลก จะนำรูปโฉมใหม่มาสู่แบรนด์ของแต่ละทีม

แฟน ๆ สามารถสั่งซื้อเสื้อแข่ง OWL X STAPLE ใหม่ล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม นี้ ที่ shop.overwatchleague.com

รูปภาพและวิดีโอลิงก์

เกี่ยวกับ Overwatch League™

Overwatch League™ คือ ลีกการแข่งขันอีสปอร์ตมืออาชีพระดับโลกเจ้าแรก และมีทีมจากเมืองต่าง ๆ ทั่วทั้งเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ Overwatch® ก่อตั้งขึ้นโดยผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเกมที่ได้รับการยอมรับระดับโลกอย่าง Blizzard Entertainment (ภายใต้ Activision Blizzard—Nasdaq: ATVI) ซึ่งแฟรนไชส์ที่มีชื่อเสียงของบริษัทได้ช่วยวางรากฐานและผลักดันวงการอีสปอร์ตมืออาชีพมาตลอด 15 ปีที่ผ่านมา ในฐานะน้องใหม่ที่เข้ามาร่วมวงเกมที่ได้รับความนิยมอันดับ 1 [1] ทั้ง 21 เกมของ Blizzard Overwatch ถูกสร้างขึ้นเพื่อการแข่งขันเกมออนไลน์ โดยมีตัวละครที่น่าจดจำและรูปแบบการเล่นที่รวดเร็ว ซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบสนองการเล่นเกมที่เข้าถึงผู้เล่นมากที่สุดและประสบการณ์ของผู้รับชม เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Overwatch League ได้ที่ www.overwatchleague.com

[1] ยอดขายและ/หรือยอดดาวน์โหลด ข้อมูลจากบันทึกภายในของบริษัทและรายงานจากตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่

เกี่ยวกับ Blizzard Entertainment, Inc.

Blizzard Entertainment, Inc. (https://www.blizzard.com) สร้างชื่อจากเกมฮิตระดับบล็อกบัสเตอร์อย่าง World of Warcraft®, Hearthstone®, Overwatch®, the Warcraft®, StarCraft® และ Diablo® รวมถึงเกมที่มีแฟรนไชส์มากมายอย่าง Heroes of the Storm® และเป็นบริษัทในเครือของ Activision Blizzard (NASDAQ: ATVI) ซึ่งเป็นผู้พัฒนาและจำหน่ายซอฟต์แวร์ด้านความบันเทิงที่ได้รับการยอมรับในด้านการสร้างสรรค์เกมต่าง ๆ ที่เป็นที่กล่าวถึงมากที่สุดของอุตสาหกรรม เครื่องการันตีผลงานของ Blizzard Entertainment ประกอบด้วยเกมที่ได้รับความนิยมอันดับ 1* ทั้งหมด 21 เกม และรางวัล Game of the Year ที่คว้ามาได้มากมาย บริการด้านเกมออนไลน์ของบริษัทอย่าง Blizzard Battle.net® เป็นหนึ่งในบริการด้านเกมออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดของโลก และมีผู้เล่นกว่าล้านคนในปัจจุบัน

*ยอดขายและ/หรือยอดดาวน์โหลด ข้อมูลจากบันทึกภายในของบริษัทและรายงานจากตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่

เกี่ยวกับ Activision Blizzard Esports

Activision Blizzard Esports (ABE) เป็นผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับการพัฒนา การดำเนินการ และการจัดจำหน่ายทรัพย์สินประเภทเกมของ Activision Blizzard ประกอบด้วย Overwatch League™, the Call of Duty® League™, Call of Duty Challengers™, Hearthstone® Masters, StarCraft® II esports, Warcraft® III: Reforged™ และ the World of Warcraft® Arena World Championship รวมถึง Mythic Dungeon International และอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ ABE ยังเป็นผู้จัดการแข่งขันอีสปอร์ตระดับสถาบันศึกษารายการชั้นนำอย่าง Tespa วิสัยทัศน์ของ ABE คือการเป็นผู้พัฒนาด้านความบันเทิงด้านการแข่งขันระดับโลก ที่มีคุณค่า พร้อมขยายขนาด และมีความล้ำมากที่สุด

โลโก้ OVERWATCH, OVERWATCH LEAGUE และ the OVERWATCH LEAGUE เป็นเครื่องหมายการค้า หรือ เครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Blizzard Entertainment, Inc. ในสหรัฐอเมริกา และ/หรือประเภทอื่น ๆ ชื่ออื่น ๆ เป็นเครื่องหมายการค้าของเจ้าของที่เกี่ยวข้อง

ข้อควรระวังเกี่ยวกับคำแถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้า: ข้อมูลในเอกสารประชาสัมพันธ์นี้ที่เกี่ยวข้องกับควมคาดหวัง แผน ความตั้งใจ หรือ กลยุทธ์ในอนาคตของ Overwatch League ซึ่งรวมถึงคำแถลงการณ์เกี่ยวกับความร่วมมือกับ Jeff Staple และวันจัดกิจกรรมของ Overwatch League ในซีซัน 2020 ถือเป็นคำแถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้าที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริงและเกี่ยวข้องกับปัจจัยและความไม่แน่นอนหลายประการ ปัจจัยที่อาจส่งผลให้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงในอนาคตของ ของ Overwatch League แตกต่างจากที่กล่าวในคำแถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้าที่รวมอยู่ในเอกสารประชาสัมพันธ์นี้ ประกอบด้วย ความล่าช้าของผลิตภัณฑ์ที่คาดไม่ถึง และปัจจัยอื่น ๆ ที่ระบุภายใต้หัวข้อปัจจัยเสี่ยงในรายงานประจำปีฉบับล่าสุดของ Activision Blizzard ในฟอร์ม 10-K และรายงานประจำไตรมาสที่จัดทำในเวลาต่อมาในฟอร์ม 10-Q คำแถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้าในเอกสารประชาสัมพันธ์นี้จัดทำขึ้นโดยใช้ข้อมูล ณ ปัจจุบันที่ Overwatch League และ Activision Blizzard มี ในวันที่เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ถูกเผยแพร่ ทั้ง Overwatch League และ Activision Blizzard ไม่มีหน้าที่ที่จะต้องปรับปรุงคำแถลงการณ์เชิงคาดการณ์นี้ให้เป็นปัจจุบัน ถ้อยคำในคำแถลงการณ์เชิงคาดการณ์ที่ถือว่ามีความถูกต้องในวันที่จัดทำนี้อาจพบว่าไม่ถูกต้องในภายหลัง ถ้อยคำเหล่านี้ไม่สามารถการันตีถึงผลการดำเนินงานในอนาคตของ Overwatch League หรือ Activision Blizzard ได้ และขึ้นอยู่กับความเสี่ยง ความไม่แน่นอน และปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ซึ่งบางอย่างเหนือการควบคุมของบริษัท และอาจส่งผลให้ ผลลัพธ์ที่แท้จริงของเราอาจแตกต่างไปอย่างมากจากที่คาดการณ์ในปัจจุบัน

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20200116005551/en/

ติดต่อ:

Mark Van Lommel
Overwatch League
949-955-1380 x61147
MVanLommel@overwatchleague.com

Kevin Scarpati
Overwatch League
949-955-1380 x61298
Kscarpati@overwatchleague.com





ViaBTC ถือส่วนแบ่งการขุด BSV ที่มากที่สุดรองรับระบบ“ One-Click Switch หรือการกดครั้งเดียวเพื่อเปลี่ยน” และเสนออัตราเรตที่ 0 และการแบ่งปันรางวัลจากการขุด BSV

Logo

สิงคโปร์–(BUSINESS WIRE)–16 มกราคม 2563

จากข้อมูลของ CoinExแล้ว  BSV พุ่งขึ้นร้อยละ 321 ในหนึ่งสัปดาห์ ตลาดคาดว่า BSV จะนำไปสู่แนวโน้มการฮาล์ฟวิ่ง (halving)ในปี 2563 ผลักดันมูลค่าของโทเค็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวโยงกับการฮาล์ฟวิ่ง

จากข้อมูล ณ วันที่ 15 มกราคม 2563 ของ miningpoolstats (https://miningpoolstats.stream/)  BSV ของ ViaBTC ที่สูงที่สุดแตะ 717.52PH/s คิดเป็นร้อยละ 54.8 ของแฮชเรทของเครือข่าย BSV ทั้งหมดและมี BSV ทั้งหมด 40,000 เหรียญ ถูกขุด ทำให้เป็นแหล่งขุดที่มีแฮ็ชเรตสูงสุด

จากข้อมูลของเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ ViaBTC ผลตอบแทนต่อ T อยู่ที่ประมาณ 2.08 หยวนต่อวัน อัตราสูงสุดสูงกว่าอัตราผลตอบแทน BTC อยู่ที่ร้อยละ 106  และสูงกว่าอัตราผลตอบแทน BCH ประมาณร้อยละ 59.2ViaBTC ประกาศว่าผู้ใช้สามารถสลับแฮชเรท BSV ได้ด้วยการคลิกเพียงครั้งเดียว ภายในเวลาหนึ่งเดือนจากวันที่ 15 มกราคม ผู้ใช้สามารถเพลิดเพลินกับอัตรา ที่ 0 ในการขุด ทั้งนี้ BSV ViaBTC กำลังจะเปิดตัวกิจกรรมของรางวัลการขุด BSV แบบแบ่งปันที่ผ่านมาด้วย

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดรับข้อมูลจากการประกาศอย่างเป็นทางการของ ViaBTC ล่าสุด อ่านรายละเอียด กดที่นี่>>>

ViaBTC ประกาศว่าผู้ใช้สามารถสลับ BSV, BCH และ BTC แฮ็ชเรท โดยเพียงแค่ “กดที่นี่ครั้งเดียว

เกี่ยวกับ ViaBTC

ในฐานะที่เป็นแหล่งรวมการขุดสกุลเงินดิจิตอลที่ให้บริการผู้ใช้ทั่วโลก ViaBTC ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจาก Bitmain นอกจากนี้ซีอีโอ Yang Haipo ได้ดำเนินการปรับใช้และพัฒนาแหล่งขุด ViaBTC อย่างเป็นอิสระและเป็นผู้บุกเบิกรูปแบบการกระจายรายได้ PPS + นับตั้งแต่เปิดตัวสระขุดมา มีการใช้งานได้ในระดับร้อยละ 99.99 โดยมีอัตราบล็อกกำพร้าต่ำที่สุด ประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมดังกล่าวทำให้ ViaBTC เป็นหนึ่งในห้าแหล่งรวมการขุดของโลก โดย ณ ขณะนี้แหล่งขุด ViaBTC ได้ให้บริการขุดสกุลเงินดิจิตอลอย่างมืออาชีพ มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และมั่นคงแก่ผู้ใช้เกือบหนึ่งล้านคนในกว่า 130 กว่าประเทศและภูมิภาคทั่วโลกด้วยมูลค่าตลาดของการขุดสะสมเป็นหลายพันล้านดอลลาร์

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200116005308/en/

ติดต่อ:

Phneos Peng

ฝ่าย PR ของ ViaBTC

pengweijie@viabtc.com

กสิกรไทย แจ้งเตือนให้ลูกค้าอัปเดตระบบปฏิบัติการเวอร์ชัน iOS และ Android เป็นเวอร์ชันล่าสุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน K PLUS และใช้งานได้ต่อเนื่อง

Logo

กรุงเทพฯ–(THAI BUSINESS NEWS)–16 มกราคม 2563

ธนาคารกสิกรไทย แจ้งให้ลูกค้าอัปเดตระบบปฏิบัติการเวอร์ชันล่าสุดของทั้ง iOS และ Android เพื่อยกระดับความมั่นคงปลอดภัยของการใช้ K PLUS และป้องกันความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ รวมถึงสามารถใช้งานฟีเจอร์ใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง

เพื่อใช้งาน K PLUS ได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง ธนาคารกสิกรไทยแนะนำให้ลูกค้า K PLUS

อัปเดตระบบปฏิบัติการ iOS ตั้งแต่ 10.0 ขึ้นไป และ Android ตั้งแต่ 6.0 ขึ้นไป

หากลูกค้าไม่ทำการอัปเดตระบบปฏิบัติการเวอร์ชันล่าสุดจะเกิดผลกระทบ ดังนี้

  • ลูกค้าที่ใช้ K PLUS ในระบบปฏิบัติการ iOS ที่ต่ำกว่า 10.0   ตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม 2563 เป็นต้นไป จะยังสามารถใช้งานต่อไปได้ แต่จะไม่สามารถอัปเดตเวอร์ชัน  K PLUS ใหม่ได้ ซึ่งทำให้ไม่สามารถใช้งานฟีเจอร์ใหม่ที่จะออกมาในอนาคตได้  
  • ลูกค้าที่ใช้ K PLUS ในระบบปฎิบัติการ Android ที่ต่ำกว่า 6.0 ตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป จะไม่สามารถใช้งาน K PLUS ได้อีกต่อไป

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ K-Contact Center 02-888-8888 ต่อ 03

วิธี

ระบบ iOS

ระบบ Android

ตรวจสอบเวอร์ชันของระบบปฏิบัติการที่ใช้งานอยู่

ต้องเป็นระบบปฏิบัติการ iOS ตั้งแต่ 10.0 ขึ้นไป

  • เข้าไปที่เมนู Setting (การตั้งค่า)
  • เลือก General (ทั่วไป)
  • เลือก About (เกี่ยวกับ) > ดูที่ Software Version (เวอร์ชันซอฟต์แวร์)

ต้องเป็นระบบปฏิบัติการ Android ตั้งแต่ 6.0 ขึ้นไป

  • เข้าที่ไปที่เมนู Setting (การตั้งค่า)
  • เลือก About Phone (เกี่ยวกับโทรศัพท์)
  • เลือก Software Info. (ข้อมูลซอฟต์แวร์) 
  • ดูที่ Android Version (เวอร์ชัน Android)

อัปเดตเวอร์ชันระบบปฏิบัติการ​

ควรอัปเดตเวอร์ชันระบบปฎิบัติการล่าสุดของสมาร์ทโฟนอย่างสม่ำเสมอ

  • เข้าไปที่เมนู Setting (การตั้งค่า)
  • เลือก General (ทั่วไป)
  • เลือก Software Update (รายการอัปเดตซอฟต์แวร์)

ควรอัปเดตเวอร์ชันระบบปฎิบัติการล่าสุดของสมาร์ทโฟนอย่างสม่ำเสมอ

  • เข้าไปที่เมนู Setting (การตั้งค่า)
  • เลือก Software Update (อัปเดตซอฟต์แวร์)


ฟูจิ ซีร็อกซ์ เตรียมยุติข้อตกลงความร่วมมือด้านเทคโนโลยีกับ ซีร็อกซ์ คอร์ปอเรชั่น ตามเงื่อนไขและระยะเวลาที่กำหนด

Logo

  • ข้อตกลงด้านเทคโนโลยี ที่ครอบคลุมถึงการอนุญาตเรื่องแบรนด์และเทคโนโลยี พื้นที่ในการทำตลาดจะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 มีนาคม 2564
  • ฟูจิ ซีร็อกซ์ จะยังคงเป็นผู้จัดหาผลิตภัณฑ์ให้กับ ซีร็อกซ์ คอร์ปอเรชั่น ต่อไปแม้ข้อตกลงจะสิ้นสุดลง

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–16 มกราคม 2563

บริษัท ฟูจิ ซีร็อกซ์ จำกัด ได้ตัดสินใจยุติข้อตกลงด้านเทคโนโลยีกับ ซีร็อกซ์ คอร์ปอเรชั่น ตามข้อตกลงหมดอายุใน วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2564 และได้แจ้งให้ ซีร็อกซ์ คอร์ปอเรชั่น ทราบถึงการตัดสินใจครั้งนี้แล้ว ข้อตกลงด้านเทคโนโลยีดังกล่าวครอบคลุมการอนุญาตใช้เทคโนโลยีและแบรนด์ รวมถึงพื้นที่ในการทำการตลาดที่ได้กำหนดให้แต่ละบริษัท

ทั้งนี้ ภายใต้ข้อตกลงทางเทคโนโลยีได้กำหนดพื้นที่ในการขายของแต่ละบริษัทไว้ โดย ฟูจิ ซีร็อกซ์ สามารถดำเนินกิจกรรมทางการตลาดในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ภายใต้ชื่อแบรนด์ “ฟูจิ ซีร็อกซ์” ขณะที่ ซีร็อกซ์ คอร์ปอเรชั่น ดำเนินการตลาดภายใต้ชื่อแบรนด์ “ซีร็อกซ์” ในภูมิภาคอื่น ทั้งนี้การตัดสินใจสิ้นสุดข้อตกลงด้านเทคโนโลยี จะส่งผลให้ข้อกำหนดพื้นที่ในการทำการตลาดสิ้นสุดลง ตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป ซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายในการขยายธุรกิจทั่วโลกของ ฟูจิ ซีร็อกซ์ ภายใต้แบรนด์ใหม่

หลังจากข้อตกลงด้านเทคโนโลยีหมดอายุลง ทาง ฟูจิ ซีร็อกซ์ จะเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น “ฟูจิฟิล์ม บิซิเนส อินโนเวชั่น คอร์ปอเรชั่น” โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป นอกจากนี้ บริษัทจะเร่งเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งในธุรกิจด้านการจัดการเอกสารและธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการขยายโอกาสไปสู่ธุรกิจใหม่ ๆ ทั้งนี้ ฟูจิ ซีร็อกซ์ ได้วางเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมไปพร้อมกับบริษัทในเครือ ฟูจิฟิล์ม กรุ๊ป ด้วยการเร่งเปิดตัวโซลูชันและบริการต่าง ๆ สู่ตลาดให้มากขึ้น มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับระบบคลาวด์ ปัญญาประดิษฐ์ และอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง หรือ IoT

 “วันนี้ ฟูจิ ซีร็อกซ์ อยู่ในสถานะที่มั่นคงในการดำเนินธุรกิจ และมีอิสระมากขึ้นในการทำธรุกิจในระดับโลก” Kouichi Tamai ประธานและผู้แทนคณะกรรมการ ของ ฟูจิ ซีร็อกซ์ กล่าว “การประกาศสิ้นสุดข้อตกลงทางเทคโนโลยีกับ ซีร็อกซ์ คอร์ปอเรชั่น ในวันนี้ จะทำให้หลังจากเมษายน 2564 เป็นต้นไป ทาง ฟูจิ ซีร็อกซ์ จะใช้เทคโนโลยีของเราเอง ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านั้นเป็นไปในทิศทางเดียวกับเทคโนโลยีของบริษัทในเครือ ฟูจิฟิล์ม กรุ๊ป เพื่อผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นต่าง ๆ ภายใต้แบรนด์ใหม่ของเราไปทั่วโลก นอกจากนี้ การที่บริษัท ฟูจิฟิล์ม โฮลดิ้งส์ คอร์ปอเรชั่น เป็นเจ้าของทั้งหมดตามที่ประกาศไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ช่วยทำให้การตัดสินใจทางธุรกิจของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในแง่ของการลงทุนในธุรกิจใหม่ ๆ การสร้างพันธมิตรใหม่ และโอกาสในการเข้าถือครองธุรกิจระดับโลก นี่คือ อีกก้าวสำคัญที่น่าตื่นเต้นสำหรับลูกค้าของเรา ทั้งลูกค้าปัจจุบันที่อยู่ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกและลูกค้าใหม่ในสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป เราจะมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นที่มีความทันสมัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้ลูกค้าของเราแก้ปัญหาด้านความท้าทายทางธุรกิจต่อไป”

ข้อตกลงในการจัดหาผลิตภัณฑ์ให้กับ ซีร็อกซ์ คอร์ปอเรชั่น จะยังคงมีผล แม้ข้อตกลงทางเทคโนโลยีจะสิ้นสุดลง ทาง ฟูจิ ซีร็อกซ์ และ ซีร็อกซ์ คอร์ปอเรชั่น จะยังคงสถานะผู้จัดหาผลิตภัณฑ์ของกันและกันต่อไป

ความเป็นมาของบริษัท ฟูจิ ซีร็อกซ์ จำกัด
บริษัท ฟูจิ ซีร็อกซ์ จำกัด เป็นบริษัทในเครือ ฟูจิฟิล์ม กรุ๊ป ซึ่งก่อตั้งขึ้นในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี พ.ศ. 2505 นับตั้งแต่เริ่มต้นบริษัทด้วยธุรกิจเครื่องถ่ายเอกสาร ฟูจิ ซีร็อกซ์ ได้ปฏิวัติการทำงานประเภทสำนักงานมาอย่างต่อเนื่องและยังคงนำเสนอโซลูชั่นที่จะช่วยเพิ่มผลิตภาพในการทำงาน ปัจจุบัน บริษัทเติบโตเป็นธรุกิจมูลค่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และเป็นกิจการที่ ฟูจิฟิล์ม โฮลดิ้งส์ คอร์ปอเรชั่น เป็นผู้ดำเนินการเองทั้งหมด นับตั้งแต่ 8 พฤศจิกายน 2562 เป็นต้นมา
http://www.fujixerox.com

  • Xerox, Xerox and Design และ Fuji Xerox and Design เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน หรือ เครื่องหมายการค้าของ ซีร็อกซ์ คอร์ปอเรชั่น ในประเทศญี่ปุ่น และ/หรือประเทศอื่น ๆ
  • ชื่อบริการและผลิตภัณฑ์ที่กล่าวถึงเอกสารประชาสัมพันธ์นี้เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน หรือ เครื่องหมายการค้าของบริษัทที่เกี่ยวข้อง

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/52151343/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ข้อมูลติดต่อสำหรับสื่อ
สำหรับสื่อในสหรัฐฯ
Kekst CNC
Ruth Pachman: ruth.pachman@kekstcnc.com
Kimberly Kriger: kimberly.kriger@kekstcnc.com

ข้อมูลติดต่อสำหรับสื่อในประเทศที่นอกเหนือจากสหรัฐฯ:
กลุ่มประชาสัมพันธ์ ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท ฟูจิ ซีร็อกซ์ จำกัด
อีเมล: pr@fujixerox.co.jp

ฟูจิ ซีร็อกซ์ ประกาศเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น ฟูจิฟิล์ม บิซิเนส อินโนเวชั่น คอร์ปอเรชั่น

Logo

ขยายธุรกิจทั่วโลกภายใต้แบรนด์ฟูจิฟิล์ม

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–16 มกราคม 2563

วันนี้ บริษัท ฟูจิ ซีร็อกซ์ จำกัด ได้ประกาศเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น ฟูจิฟิล์ม บิซิเนส อินโนเวชั่น คอร์ปอเรชั่น (FUJIFILM Business Innovation Corp.) โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป บริษัทในเครือ ฟูจิ ซีร็อกซ์ และบริษัทด้านการขายทั้งในและนอกประเทศญี่ปุ่นจะเริ่มเปลี่ยนชื่อภายในวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2564 โดยจะประกาศชื่อใหม่ให้ทราบภายหลังจากวันดังกล่าว

ชื่อใหม่ของบริษัทสะท้อนถึงพันธสัญญาของ ฟูจิ ซีร็อกซ์ ในเครือ ฟูจิฟิล์ม กรุ๊ป ซึ่งสนับสนุนสโลกแกนของบริษัทที่ว่า “Value from Innovation” หรือ คุณค่าจากนวัตกรรม เพื่อขยายธุรกิจกลุ่มต่าง ๆ ที่มีอยู่อย่างหลากหลายให้เดินหน้า และเพื่อเดินหน้าส่งมอบนวัตกรรมทางธุรกิจต่อไป

ฟูจิ ซีร็อกซ์  วางเป้าหมายที่จะขับเคลื่อนนวัตกรรมไปพร้อมกับบริษัทอื่น ๆ ในเครือ ฟูจิฟิล์ม กรุ๊ป ด้วยการเร่งการเปิดตัวโซลูชั่นและบริการต่าง ๆ สู่ตลาด  โดยพัฒนาขึ้นจากเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับระบบคลาวด์ ปัญญาประดิษฐ์ และอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง หรือ IoT นอกจากนี้ ฟูจิ ซีร็อกซ์ จะเร่งเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งในธุรกิจด้านการจัดการเอกสารและธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการขยายโอกาสไปสู่ธุรกิจใหม่ ๆ และสร้างนวัตกรรมทางธุรกิจด้วยการสนับสนุนให้พนักงานใช้และแบ่งปันความรู้ เพื่อนำไปสู่การเพิ่ม ผลิตและประสิทธิภาพในการทำงานต่อไป

เกี่ยวกับ ฟูจิ ซีร็อกซ์:

บริษัท ฟูจิ ซีร็อกซ์ จำกัด ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2505 และเป็นบริษัทชั้นนำที่นำเสนอวิธีอันชาญฉลาดในการทำงานด้วยโซลูชันและบริการด้านเอกสารต่าง ๆ รวมถึงอุปกรณ์สำนักงานแบบมัลติฟังก์ชันระดับโลก เครื่องพิมพ์ และเครื่องพิมพ์สำหรับกระบวนการผลิตซึ่งบริษัทเป็นผู้พัฒนาและผลิตเพื่อจำหน่ายทั่วโลก

ฟูจิ ซีร็อกซ์ เป็นบริษัทย่อยของ ฟูจิฟิล์ม โฮลดิ้งส์ คอร์ปอเรชั่น ที่รายงานงบการเงินรวมกับบริษัทแม่ โดยมีหน่วยขายตรงครอบคลุมประเทศญี่ปุ่นและประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมทั้งประเทศจีน บริษัทมีมูลค่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์และมีการจ้างงานพนักงานราว 40,000 คนทั่วโลก รวมถึงมีบริษัทในเครือและบริษัทย่อยทั้งในและต่างประเทศรวมกว่า 80 แห่ง

http://www.fujixerox.com

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/52151342/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สำหรับสื่อในสหรัฐฯ:
Kekst CNC
Ruth Pachman: ruth.pachman@kekstcnc.com
Kimberly Kriger: kimberly.kriger@kekstcnc.com

ข้อมูลติดต่อสำหรับสื่อประเทศอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากสหรัฐฯ:
งานประชาสัมพันธ์ ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท ฟูจิ ซีร็อกซ์ จำกัด
pr@fujixerox.co.jp

กสิกรไทยใส่ใจสิ่งแวดล้อม ก้าวสู่ Zero-Carbon Organization เปลี่ยนขวดน้ำดื่มพลาสติกเป็นกล่องน้ำกระดาษ

Logo

กรุงเทพฯ–(THAI BUSINESS NEWS)–15 มกราคม 2563

img

ธนาคารกสิกรไทยเป็นธนาคารแห่งความยั่งยืนที่มุ่งเน้นการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง และเห็นความสำคัญในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Change ที่มีความรุนแรงมากขึ้น โดยตั้งเป้าหมายองค์กรก้าวแรกสู่การเป็น Zero-Carbon Organization  และจัดทำโครงการนำร่องก้าวแรกของการลดใช้พลาสติกในองค์กร ตั้งแต่ 15 มกราคมนี้  ด้วยการยกเลิกการใช้ขวดน้ำพลาสติกของธนาคาร (น้ำดื่มตรากสิกรไทย) ทดแทนด้วยการใช้กล่องน้ำกระดาษขนาด 330 มล. ที่ได้จากป่าปลูก ภายใต้มาตรฐานการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน โดยองค์การจัดการด้านป่าไม้ (Forest Stewardship Council: FSC) ที่จะช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และช่วยบรรเทาปัญหา Climate Change ที่กำลังทวีความรุนแรง เป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด และส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศ  ซึ่งธนาคารตระหนักและให้ความสำคัญอย่างมากและต้องการดำเนินการให้เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนทั้งองค์กร นับตั้งแต่การกำหนดยุทธศาสตร์ ปรับกระบวนการทำงานและการให้บริการต่างๆ  รวมทั้งเร่งสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการปรับพฤติกรรมของพนักงานในองค์กร  โดยในปีนี้จะมีนโยบายและการดำเนินงานเกี่ยวการจัดการขยะ การลดใช้พลาสติกอย่างต่อเนื่อง การใช้พลังงาน และสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ เพื่อเข้าสู่การเป็น Zero-Carbon Organization อย่างแท้จริงต่อไป

 

LEGO® Education ฉลอง 40 ปีแห่งการเนรมิตรูปแบบการเรียนรู้ของเด็กด้วยโซลูชั่นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ STEAM แบบใหม่ LEGO® Education SPIKE™ โซลูชั่นชั้นนำใหม่สำหรับโรงเรียนมัธยมมีวางจำหน่ายแล้ว เปิดรับสมัครโครงการ 2020 LEGO Education Master Educator Program

Logo

บิลลันด์ เดนมาร์ก–(บิสิเนสไวร์)–14 ม.ค. 2563

LEGO® Education ฉลองครบรอบ 40 ปีด้วยการเปิดตัวโซลูชั่นการเรียนรู้ล่าสุดทั่วโลก LEGO® Education SPIKE™ Prime  โดย SPIKE Prime เป็นการรวมบล็อกเลโก้ ฮับแบบหลายพอร์ตที่ตั้งโปรแกรมได้ เซ็นเซอร์ และมอเตอร์ที่ขับเคลื่อนโดยแอพพลิเคชั่น SPIKE โดยใช้ภาษาโปรแกรม Scratch และแผนการสอน 32 ฉบับ  SPIKE Prime จะเป็นการต่อยอดประวัติของ LEGO Education ตั้งแต่ปี 2523 ในฐานะผู้นำการเรียนรู้ภาคปฏิบัติและการบุกเบิกรูปแบบการเรียนรู้วิชา STEAM ให้กับนักเรียน

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีฟีเจอร์มัลติมีเดีย อ่านข่าวเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20200114005279/en/

LEGO® Education SPIKE™ Prime Build: The Coach (Photo: Business Wire)

LEGO® Education SPIKE™ Prime Build: The Coach (รูปภาพ: บิสิเนสไวร์)

นับตั้งแต่เปิดตัวในเดือนเมษายนปี 2562 LEGO Education SPIKE Prime เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการรอคอยมากที่สุดจาก LEGO Education, SPIKE Prime มอบประสบการณ์การเรียนรู้ที่ใช้งานง่าย ปรับตัวได้ตามธรรมชาติ และครอบคลุมอย่างสูงที่จะช่วยให้นักเรียนสร้างความมั่นใจและพัฒนาทักษะ STEAM ที่จำเป็นและทักษะศตวรรษที่ 21 ที่สำคัญในการประสบความสำเร็จในสังคมแรงงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว  Education SPIKE Prime วางจำหน่ายแล้ววันนี้ในราคา $329.95 และจะจัดแสดงที่ Bett Show ในลอนดอนในวันที่ 22-25 มกราคมนี้

ด้วยหลักสูตรฝึกอบรมครู คู่มือเริ่มต้นใช้งาน และแผนการสอนฟรี SPIKE Prime ออกแบบเพื่อการใช้งานที่ง่ายดายสำหรับทั้งครูและนักเรียน  นอกจากนี้ ยังมีหลักสูตรฝึกอบรมแบบตัวต่อตัวสามหลักสูตรที่จัดทำโดยครูฝึกที่ได้รับการรับรองจาก LEGO Education Academy เพื่อให้มั่นใจว่าครูสามารถรวม SPIKE Prime เข้ากับหลักสูตรและแผนการสอนที่มีอยู่อย่างมั่นใจและสำเร็จ

“ในฐานะนักการศึกษาที่แสวงหาวิธีการสอนหัวข้อ STEAM แบบใหม่อยู่เสมอ ผมตื่นเต้นกับ LEGO Education SPIKE Prime เพราะเป็นโซลูชั่นที่สอดคล้องกับแนวคิดของผู้สร้างและองค์ประกอบเชิงสร้างสรรค์ที่ช่วยให้นักเรียนทุกระดับมีส่วนลงมือทำในห้องเรียน” Jon Bishop ผู้ประสานงาน STEM K-12 สำหรับเขตโรงเรียนเทศบาล Canton Public School District และ LEGO Master Educator กล่าว “เราทุกคนรู้ว่าวิชา STEAM มีความสำคัญและด้วย SPIKE Prime คุณสามารถนำวิชาเหล่านั้นเข้าสู่ชั้นเรียนใดๆ – ไม่ว่าจะเป็นชั้น STEAM หรือหุ่นยนต์โดยเฉพาะหรือวิทยาศาสตร์  คณิตศาสตร์ หรือหลักสูตรภาษาอังกฤษ  ความหลากหลายของ SPIKE Prime ทำให้ผมตื่นเต้นที่จะนำมาใช้ในเขตการศึกษาของผม”

SPIKE Prime รวมตัวกับ 40 ปีแห่งการเรียนรู้ของ LEGO Education ในการมอบโซลูชั่นการเรียนรู้ภาคปฏิบัติแบบควบวิชา ง่ายต่อการใช้งาน และสามารถปรับแต่งให้เหมาะสมกับความต้องการของห้องเรียนใดๆ จาก K-12  ผลิตภัณฑ์ LEGO Education ทั้งหมดซึ่งรวมถึง SPIKE Prime ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้นักเรียนได้ลงมือกับบทเรียนที่ท้าทาย เพื่อให้คิดอย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์ เพื่อแก้ปัญหาและสื่อสารกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ด้วยโซลูชั่นการเรียนรู้ภาคปฏิบัติมากมาย LEGO Education ช่วยให้ครูนำการเรียนรู้ STEAM แบบลงมือทำมาสู่ห้องเรียนเพื่อดึงดูดนักเรียนทุกคนและสร้างความมั่นใจในการเรียนรู้

“ในขณะที่มีการเปลี่ยนแปลงมากมายในช่วง 40 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่มีการสร้าง LEGO Education ภารกิจที่เรามุ่งมั่นนั้นยังคงมั่นคงอยู่ทุกวันนี้” Esben Stærk ประธานบริษัท LEGO Education กล่าว “การเรียนรู้ที่สนุกสนานเป็นหัวใจสำคัญของบริษัทและเราเชื่อเสมอว่าการเรียนรู้ด้วยมือจะสร้างความมั่นใจและทักษะที่เด็กต้องการ  ด้วยการพัฒนาของปัญญาประดิษฐ์ Internet of Things และระบบอัตโนมัติ การมอบโซลูชั่นเช่น SPIKE Prime ให้แก่ครูในการกระตุ้นการเรียนรู้ภาควิชา STEAM และพัฒนาทักษะที่จำต่อสังคมแรงงานในศตวรรษที่ 21 นั้นจึงเป็นประเด็นที่สำคัญยิ่งกว่าเดิม”

โปรแกรม LEGO Education Master Educator

ในการฉลองครบรอบ 40 ปีของ LEGO Education ได้มีการยกย่องครูที่สร้างแรงบันดาลใจและพัฒนาผู้สร้างของวันพรุ่งนี้  โปรแกรม LEGO Education Master Educator Program ตระหนักถึงครูผู้ที่ร่วมภารกิจของ LEGO Education ในการสร้างความเชื่อมั่นและทักษะศตวรรษที่ 21 ของนักเรียน  เหล่า Master Educator เป็นวีรบุรุษในชีวิตประจำวันที่ส่งผลกระทบต่อห้องเรียนของพวกเขาด้วยการเรียนรู้ LEGO แบบปฏิบัติและยังเป็นนักเรียนทั้งชีวิตโดยมองหาวิธีการใหม่ในการดึงดูดนักเรียน  ผ่านโปรแกรมMaster Educator Program ครูที่มีใจเดียวกันสามารถแบ่งปันความรู้และแนวคิดเพื่อความสำเร็จของนักเรียนพร้อมการสนับสนุนจากเพื่อนร่วมงานและ LEGO Education

หลักสูตรครูสำหรับปีการศึกษา 2563 ได้เปิดรับสมัครแล้ว  ครูในออสเตรเลีย รัสเซีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกาที่สนใจสามารถสมัครได้ถึงวันที่ 30 เมษายน 2563  ศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับโปรแกรม ขั้นตอนการสมัคร และคุณสมบัติการได้รับคัดเลือกได้ที่: LEGOeducation.com/MasterEducators

รับชมวิดีโอนี้เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับประวัติ 40 ปีของ LEGO  หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชั่นใหม่ LEGO Education โปรดไปที่: www.legoeducation.com/meetSPIKEprime

เกี่ยวกับ LEGO® Education SPIKE™ Prime

  • ออกแบบมาสำหรับเด็กอายุ 10 ปีขึ้นไป, เกรด 6-8
  • ราคา $329.95 ต่อชุด, ซึ่งนักเรียนสามารถแบ่งใช้ได้ที่ละสองคน
  • มีพื้นฐานตามแพลตฟอร์มการเขียนโปรแกรม Scratch สำหรับ iOS, Chrome, Windows10, Mac และ Android
  • 32 บทเรียนช่วยให้ครูสามารถเริ่มต้นและรวม SPIKE Prime เข้ากับวิชาเรียนที่หลากหลาย ตั้งแต่วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ไปจนถึงสังคมศึกษาและศิลปะภาษาได้อย่างง่ายดาย
  • ด้วยเวลาการสร้างและอธิบาย 45 นาทีทำให้มั่นใจได้ว่าห้องเรียนหลายๆ ห้องสามารถใช้ชุด ร่วมกัน
  • SPIKE Prime รวม 11 องค์ประกอบนวัตกรรมใหม่ที่พัฒนาโดย LEGO Education และ LEGO Group เป็นครั้งแรก
  • สามารถสั่งซื้อได้บนเว็บไซต์ของ LEGO Education หรือผ่านตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาต
  • นำความคิดสร้างสรรค์ของ STEAM และการมีส่วนร่วมมาในกิจกรรมนอกห้องเรียนกับ LEGO® Education SPIKE™ Prime Expansion Set by LEGO Education (จำหน่ายแยก)
  • ชุด  Expansion Set และ Competition Ready พร้อมให้ทีมแข่งขันหุ่นยนต์ใช้งานแล้ว รวมถึง FIRST® LEGO® League และ World Robot Olympiad

เกี่ยวกับ LEGO® Education

LEGO® Education มอบประสบการณ์การเรียนรู้ STEAM เชิงปฏิบัติบนของ LEGO พื้นฐานระบบบล็อก ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และเนื้อหาสำหรับนักเรียนและครูของเขาในช่วงการศึกษาปฐมวัย ประถมศึกษา และมัธยมศึกษาเช่นเดียวกับโปรแกรมหลังเลิกเรียนและการแข่งขัน  โซลูชั่นเหล่านี้สร้างสภาพแวดล้อมสำหรับการเรียนรู้ที่สามัคคีและกระตือรือร้นซึ่งนักเรียนจะได้สร้างทักษะเพื่ออนาคต ความรักต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต และความมั่นใจในการเรียนรู้และแก้ไขปัญหา

LEGO, โลโก้ LEGO, โลโก้ SPIKE, MINDSTORMS และโลโก้ MINDSTORMS เป็นเครื่องหมายการค้าและ/หรือลิขสิทธิ์ของ LEGO Group. ©2020 The LEGO Group. สงวนลิขสิทธิ์.

อ่านต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200114005279/en/

ติดต่อ:

Kelley Brescia
Kelley.brescia@LEGO.com


กสิกรไทย แจกซองอั่งเป่า “มั่ง มี ศรี สุข” 3 ล้านซอง ฉลองตรุษจีนปีชวด

Logo

กรุงเทพฯ–(THAI BUSINESS NEWS)–13 มกราคม 2563

img

ธนาคารกสิกรไทย ต้อนรับเทศกาลตรุษจีนปีชวด จัดทำซองอั่งเปา “มั่ง มี ศรี สุข” รูปหนูอ้วนท้วนสมบูรณ์ แสดงถึงความอยู่ดีกินดี ในรูปแบบศิลปะการตัดเย็บกระดาษมงคลของจีน นั่งชูขาหน้าทั้งสองขึ้น หางงอเป็นรูปตะขอคอยเกี่ยวทรัพย์ รายล้อมด้วยเงินโบราณของจีนทั้งแบบเหรียญและแบบง่วนป๋อ ด้านบนเป็นท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดอกไม้ไฟแห่งการเฉลิมฉลองแสดงถึงความสุขและการเริ่มต้นด้วยความสว่างไสวเข้าสู่ปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง โดยผลิตจำนวน 3,000,000 ซอง เพื่อมอบให้แก่ลูกค้าของธนาคาร ติดต่อรับได้ที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 17 ม.ค. 63 เป็นต้นไป

ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์ ประกาศชื่อธุรกิจเพื่อสังคมที่เข้ารอบสุดท้ายในกิจกรรม ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์ แฟชั่น ฟรอนเทียร์ ชาเลนจ์

Logo

อัมสเตอร์ดัม–(BUSINESS WIRE)–13 มกราคม 2563

ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์ (Tommy Hilfiger) ซึ่งมี พีวีเอชคอร์ป เป็นเจ้าของ [NYSE: PVH] ประกาศรายชื่อหกทีมผู้เข้ารอบสุดท้ายในกิจกรรม ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์ แฟชั่น ฟรอนเทียร์ ชาเลนจ์ ประจำปี 2562 สำหรับการจัดกิจกรรมในปีที่สอง รายการระดับโลกนี้มีเป้าหมายสนับสนุนผู้เริ่มต้นธุรกิจและธุรกิจที่กำลังขยายในการพัฒนาโซลูชั่นที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนเชิงบวกครอบคลุมทุกด้านของธุรกิจแฟชั่น การคัดเลือกทีมผู้เข้ารอบสุดท้ายคือขั้นถัดไปของการชี้ให้เห็นและสนับสนุนโอกาสด้านนวัตกรรมที่จะนำไปสู่ความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมนี้ ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 หกทีมผู้เข้ารอบสุดท้ายจะเดินทางไปยัง Campus of the Future ของ ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์ ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เพื่อนำเสนอแนวคิดธุรกิจของตนให้คณะกรรมการจากธุรกิจทั้งภายในและภายนอกรวมถึงผู้นำด้านความยั่งยืนได้ทราบในกิจกรรมระดับโลก ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์ แฟชั่น ฟรอนเทียร์ ชาเลนจ์ รอบสุดท้าย

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้มีเนื้อหามัลติมีเดีย ดูอย่างเต็มรูปแบบได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20200112005011/en/

TOMMY HILFIGER Fashion Frontier Challenge Finalists 2018 (Photo: Business Wire)

ผู้เข้ารอบสุดท้ายการประกวดทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์ แฟชั่น ฟรอนเทียร์ ชาเลนจ์ ปี 2561 (รูปภาพ: Business Wire)

ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์ กล่าวว่า “การได้เห็นกิจกรรม ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์ แฟชั่น ฟรอนเทียร์ ชาเลนจ์ ในปีที่สองได้รับความสนใจจากผู้สมัครที่ทำงานเพื่อให้อุตสาหกรรมแฟชั่นมีความเป็นหนึ่งเดียวและยั่งยืนมากขึ้นเป็นเรื่องที่สร้างแรงบันดาลใจอย่างมาก พวกเรามีความตั้งใจที่จะสนับสนุนการสร้างสรรค์โซลูชันที่ทันสมัยและชาญฉลาด สำหรับรับมือกับความท้าทายบางประการที่อุตสาหกรรมนี้ต้องเผชิญ และผมตั้งตารอที่จะได้กลับมาเป็นคณะกรรมการตัดสินผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรมปีนี้ ความหวังและความตั้งใจต่ออนาคตที่สดใสที่พวกเขามีร่วมกันควรสร้างแรงบันดาลใจให้กับพวกเราทุกคนร่วมมือกันเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น”

ตลอดกระบวนการต่าง ๆ ที่กินระยะเวลาทั้งหมดสี่เดือน ทีมผู้สมัครกว่า 420 ทีมถูกคัดเลือกให้เหลือเพียงหกทีมสุดท้าย ซึ่งได้รับเชิญให้ร่วมพัฒนาและปรับปรุงแก้ไขแผนธุรกิจของตนให้ดียิ่งขึ้น โดยรับความสนับสนุนจากทีมผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจเพื่อสังคมที่มุ่งมั่น ณ Campus of the Future สำหรับทีมที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายประกอบด้วย:

  • ธุรกิจจากบังกลาเทศที่กำลังขยายขนาด Apon Wellbeing เปิดร้านจำหน่ายสินค้า ซึ่งเป็นข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นในชีวิตประจำวันภายในโรงงานในราคายุติธรรม โดยสินค้ามีราคาถูกกว่าที่จำหน่ายภายนอก 10% และมีโปรแกรมสะสมแต้มที่คนงานสามารถสะสมเพื่อนำไปแลกประกันสุขภาพหรือใช้บริการทางสุขภาพได้ฟรี
  • ธุรกิจจากอเมริกาที่กำลังขยายขนาด Stony Creek Colors เป็นผู้จัดหาพืชที่ให้สีครามธรรมชาติกับเกษตรกรผู้ทำไร่ยาสูบขนาดเล็กและขนาดกลาง ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะสูญเสีรายได้เนื่องจากยอดขายยาสูบที่ตกต่ำ พืชที่ทำรายได้ที่จัดหาให้โดย Stony Creek Colors ช่วยให้เกษตรกรสามารถเลี้ยงชีพได้
  • ธุรกิจสตาร์ทอัพสัญชาติดัชต์ A Beautiful Mess ประกอบธุรกิจพื้นที่สร้างสรรค์เพื่อช่วยผู้ลี้ภัยให้สามารถเลี้ยงตัวเองและใช้ชีวิตในสังคมได้ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกายที่มีความยั่งยืน
  • บริษัทสตาร์ทอัพจากสหรัฐอเมริกา Lab 141 ตัดเย็บเสื้อผ้าขนาดพอดีกับผู้สวมใส่ในปริมาณน้อยโดยใช้เทคโนโลยีการพิมพ์แบบสามมิติ ด้วยวิธีการเช่นนี้ Lab 141 ได้ช่วยสนับสนุนและทำให้แนวคิดของแฟชั่นเสื้อผ้า “ที่ไม่ระบุขนาด” เกิดขึ้นจริง
  • บริษัทชุดนอนสัญชาติอินเดียที่กำลังขยายขนาด Sudara พัฒนาทักษะอาชีพและทักษะการเย็บในกลุ่มผู้หญิงที่หนีจากหรือมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกค้ามนุษย์ในธุรกิจทางเพศ
  • บริษัทจากฝรั่งเศสที่กำลังขยายขนาด Constant & Zoe สร้างสรรค์เสื่อผ้าที่มีความทันสมัยและใช้งานได้หลากหลายสำหรับผู้ชาย ผู้หญิง และเด็กที่มีความพิการ

คณะกรรมการผู้ทรงเกียรติที่ทำหน้าที่ตัดสินในรอบสุดท้าย ประกอบด้วย:

  • Tommy Hilfiger
  • Ankiti Bose ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอจาก Zilingo
  • Noor Tagouri นักข่าว นักรณรงค์ และวิทยากร
  • Daniel Grieder ซีอีโอจาก Tommy Hilfiger Global และ PVH Europe
  • Martijn Hagman ซีเอฟโอจาก Tommy Hilfiger Global และ COO จาก Tommy Hilfiger Global และ PVH Europe
  • Willemijn Verloop ผู้ร่วมก่อตั้ง Social Impact Venture
  • Steven Serneels ซีอีโอและกรรมการบริหาร EVPA
  • Katrin Ley กรรมการผู้จัดการ Fashion for Good

คณะกรรมการผู้ตัดสินจะมอบเงินรางวัลมูลค่า 150,000 ยูโรให้กับทีมผู้ชนะสองทีมเพื่อนำไปเป็นทุนสำหรับข้อเสนอทางธุรกิจ ผู้ชนะยังจะได้รับคำปรึกษาตลอดเวลาหนึ่งปีจาก ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์ และผู้เชี่ยวชาญระดับโลกจาก INSEAD รวมถึงพื้นที่ในโครงการผู้ประกอบการเพื่อสังคม (ISEP) ของ INSEAD นอกจากนี้ยังมีรางวัลเงินสดเพิ่มเติมมูลค่า 10,000 ยูโรสำหรับมอบให้กับทีมผู้เข้ารอบสุดท้ายที่ชนะ “การโหวตผลงานที่ชื่นชอบจากผู้ชม”

วิสัยทัศน์ของ ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์ คือการได้สร้างอุตสาหกรรมแฟชั่นที่เปิดกว้างและปิดช่องว่างในด้านต่าง ๆ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับความตั้งใจด้านความยั่งยืนในระยะยาวของแบรนด์ โดยเฉพาะด้านการมีส่วนร่วมของคนทุกกลุ่มและการหมุนเวียน ได้ที่ https://global.tommy.com/en_int/about-us-corporate-sustainability

ขอเชิญเพื่อน ๆ และผู้ที่ติดตามแบรนด์ เข้าเป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนาผ่านสื่อสังคมโดยใช้แฮชแท็ก #TommyHilfiger, #FashionFrontierChallenge, #MakeNewPossible และ @TommyHilfiger

# # #

เกี่ยวกับ ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์

ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์ ประกอบด้วยแบรนด์ TOMMY HILFIGER และ TOMMY JEANS เป็นหนึ่งในแบรนด์แฟชั่นไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของโลก มุ่งเน้นการออกแบบและจำหน่ายเสื้อผ้าและชุดกีฬาคุณภาพสูงสำหรับบุรุษ คอลเลกชั่นเครื่องแต่งกายและชุดกีฬาสตรี เครื่องแต่งกายเด็ก คอลเลกชั่นเสื้อผ้าเดนิม ชุดชั้นใน (รวมชุดคลุม ชุดนอน และชุดลำลองสำหรับใส่ในบ้าน) รองเท้าและเครื่องประดับ ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์ ยังเป็นผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ เช่น แว่นตา นาฬิกา น้ำหอม ชุดว่ายน้ำ ถุงเท้า เครื่องหนังชิ้นเล็ก ๆ ของใช้ภายในบ้าน รวมถึงกระเป๋าเดินทาง ไลน์ผลิตภัณฑ์ TOMMY JEANS ประกอบด้วยชุดยีนและรองเท้าสำหรับบุรุษและสตรี เครื่องประดับและน้ำหอม ผู้บริโภคทั่วโลกสามารถเลือกซื้อสินค้าภายใต้แบรนด์ TOMMY HILFIGER และ TOMMY JEANS ได้ที่เครือข่ายร้านค้าปลีกของ TOMMY HILFIGER และ TOMMY JEANS ที่มีอยู่มากมาย รวมถึงห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ร้านค้าปลีกออนไลน์ และที่ tommy.com

เกี่ยวกับ พีวีเอชคอร์ป

พีวีเอช เป็นผู้กำหนดมาตรฐานให้กับสไตล์ ในฐานะหนึ่งในบริษัทแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก เราสนับสนุนแบรนด์ที่ขับเคลื่อนแฟชั่นให้เดินหน้า ผลงานที่โดดเด่นของเราประกอบด้วยแบรนด์ต่าง ๆ อย่างเช่น TOMMY HILFIGERCALVIN KLEINVan HeusenIZODARROWSpeedo*, Warner’sOlga และ Geoffrey Beene รวมถึงแบรนด์ชุดชั้นในที่มีความเป็นดิจิทัลสูงอย่าง True & Co. เราจำหน่ายสินค้าที่หลากหลายภายใต้แบรนด์เหล่านี้ และแบรนด์ตนเป็นเจ้าของและได้รับอนุญาตให้จัดจำหน่ายซึ่งมีชื่อเสียงทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ พีวีเอช มีพนักงานกว่า 38,000 คนในกว่า 40 ประเทศ และมีรายรับต่อปีเกือบ 9.7 พันล้านดอลลาร์ฯ ทั้งหมดนี่คือพลังของ พีวีเอช

*แบรนด์ Speedo ได้รับอนุญาตในอเมริกาเหนือและแคริบเบียนแบบถาวรจาก Speedo International Limited

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20200112005011/en/

ข้อมูลติดต่อ ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์
Baptiste Blanc
ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายสื่อสารและสื่อประเภท Earned Media
อีเมล: Baptiste.Blanc@tommy.com
โทร: +31 62904 2334

Thai Herald