บริการโอนเงินผ่านมือถือ “docomo Money Transfer” จะเพิ่มให้บริการในประเทศจีนและไทย

Logo

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–14 ธ.ค. 2018

NTT DOCOMO, INC.  ประกาศในวันนี้ว่าจะขยายบริการ docomo Money Transfer  หรือบริการการโอนเงินผ่านมือถือระหว่างประเทศไปยังประเทศจีนและประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม ซึ่งเป็นการเพิ่มจำนวนของประเทศและภูมิภาคปลายทางไปสู่ 42 ประเทศ โดยการโอนเงินไปสู่ ถึง 70 ธนาคารและสถาบันการเงินในจีนและ 28 ในประเทศไทยจะคิดค่าธรรมเนียมตายตัวที่ 1,000 เยน (ปลอดภาษี)

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณลักษณะด้านมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20181213005252/en/

docomo Money Transfer app image (Graphic: Business Wire)

ภาพจากแอพ docomo Money Transfer (รูป: Business Wire)

บริการโอนเงินต่างประเทศผ่านมือถือของ DOCOMO ซึ่งเปิดตัวในปี 2011 ช่วยให้ลูกค้าชาวญี่ปุ่นสามารถส่งเงินให้แก่เด็กที่กำลังเรียนอยู่ต่างประเทศหรือครอบครัวที่ทำงานในต่างประเทศได้ง่ายและสะดวก  นอกจากนี้ยังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นจากสมาชิกชาวต่างชาติของ DOCOMO ในญี่ปุ่นเพื่อส่งเงินกลับบ้านให้กับครอบครัว ปัจจุบันมีสมาชิกจำนวนมากที่ใช้บริการส่งเงินไปยังประเทศจีนและประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจที่สดใส

บริการโอนเงินต่างประเทศของ DOCOMO สามารถใช้ผ่านเว็บเบราเซอร์ทั้ง iOSTM และ AndroidTM บนโทรศัพท์ของ DOCOMO หรือสมาร์ทโฟนโดยสามารถให้บริการได้ตลอดเวลายกเว้นเวลา 3:00 น. ถึง 6:00 น. ตามเวลาประเทศญี่ปุ่น โดยหลังจากลงทะเบียนแล้วผู้ใช้จะสามารถฝากเงินสดเข้าบัญชี docomo Kouza ที่ตู้เอทีเอ็ม ธนาคาร หรือร้านสะดวกซื้อ หรือผ่าน Pay-easy ก่อนทำการโอนเงิน

"Android" เป็นเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Google Inc.

"iOS" เป็นเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Cisco ในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่น ๆ และถูกใช้ภายใต้ใบอนุญาต

เกี่ยวกับ NTT DOCOMO

NTT DOCOMO ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ชั้นนำของประเทศญี่ปุ่นซึ่งมีผู้สมัครสมาชิกกว่า 77 ล้านรายเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการเทคโนโลยีเครือข่ายโทรศัพท์มือถือระบบ 3G, 4G และ 5G รายแรกของโลก นอกเหนือจากบริการด้านการสื่อสารที่เป็นหลัก DOCOMO แล้ว DOCOMO ก็กล้าเผชิญกับความท้าทายใหม่ ๆ ด้วยการทำงานร่วมกันกับคู่ค้าที่เพิ่มขึ้น (คู่ค้า "+ d") ช่วยสร้างบริการที่มีมูลค่าเพิ่มที่น่าตื่นเต้นและสะดวกสบายซึ่งจะเปลี่ยนวิธีที่ผู้คนมีชีวิตและทำงาน ภายใต้แผนระยะปานกลางถึงปี 2020 และแผนที่ไกลออกไป DOCOMO ถือเป็นผู้บุกเบิกเครือข่าย 5G ระดับแนวหน้าที่อำนวยความสะดวกในการบริการระดับนวัตกรรมซึ่งจะสร้างความประหลาดใจและสร้างแรงบันดาลใจให้กับลูกค้าอย่างเกินความคาดหมาย DOCOMO จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (9437) www.nttdocomo.co.jp/english.

ดูเวอร์ชั่นต้นฉบับที่ businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20181213005252/en/

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

NTT DOCOMO

Mr. Michael Bristow หรือ Ms. Makiko Furuta

ฝ่ายประชาสัมพันธ์

โทร: + 81-3-5156-1366

โทรสาร: + 81-3-5501-3408

เว็บไซต์: www.nttdocomo.co.jp/english


บริการระบบประกันบนคลาวด์ของ Slice พร้อมให้บริการในสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรปแล้ว

Logo

นิวยอร์ก–(บิสิเนสไวร์)–13 ธันวาคม 2018

Slice Labs Inc. ผู้ให้บริการระบบประกันคลาวด์แบบ on-demand ที่ได้รับรางวัล ได้ประกาศว่าระบบประกันบนคลาวด์ (Insurance Cloud Services – ICS) มีบริการแล้วในสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป  ลูกค้ารายแรกที่ใช้ ICS ในสหราชอาณาจักรคือ Legal & General พร้อมกับระบบ homeshare ที่ชำระเงินแบบ on-demand และ pay-per-use  ผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่มีผ่านทางแพลตฟอร์ม Slice ICS มอบประสบการณ์ดิจิทัลที่เต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพที่รวดเร็วและยืดหยุ่น

ตามความตั้งใจของบริษัทในการขยายการให้บริการ ICS ทั่วโลกหลังจากที่ได้ระดมทุน Extended Series A เป็นจำนวน 20 ล้านเหรียญสหรัฐ  ประกันในสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรปสามารถสมัครสมาชิก ICS และเปิดตัวผลิตภัณฑ์ประกันภัย on-demand ตามความต้องการของพื้นที่ท้องถิ่น ภาษา และข้อมูลประชากร

Cheryl Agius ซีอีโอของแผนกการประกันภัยของ Legal & General กล่าวว่า “Legal & General มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับ Slice เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ n-demand ใหม่ ซึ่งเป็นธุรกิจที่เติบโตในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร”

Dr. Robin Kiera ซึ่งเป็น Influencer ของวงการเทคโนโลยีประกันภัยชาวยุโรปและซีอีโอของ DigitalScouting กล่าวเสริมว่า "การเปลี่ยนแปลงทางดิจิตอลนำไปสู่ความเป็นสากล ไม่เพียงแต่บริษัทประกันเท่านั้น สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีประกันภัยทั่วภูมิภาคแอตแลนติกก็เช่นกัน  ในยุโรป เรากำลังเห็นความร่วมมือและการร่วมสร้างที่เพิ่มขึ้นระหว่างสตาร์ทอัพประกันสุขภาพกับผู้ครอบครองตลาด  เราเห็น Slice เป็นตัวช่วยในการขยายไปสู่ตลาดใหม่ๆ"

นับตั้งแต่เปิดตัวแพลตฟอร์ม ICS ในเดือนมกราคมปี 2018 ผู้ให้บริการประกันภัยทั่วโลก 4 รายได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับ Slice เพื่อทำการทดลอง ทดสอบ และใช้งานผลิตภัณฑ์ประกันภัยของตนตามความต้องการทั้งในตลาดการประกันภัยแบบ homeshare และตลาดไซเบอร์

Tim Attia ซีอีโอของ Slice Labs กล่าวว่า “หลังจากประสบความสำเร็จในการพิสูจน์ความคุ้มค่าในการสร้างแบบจำลองประกันแบบดิจิตอลในอเมริกาเหนือแล้ว เรารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่ ICS สามารถมอบให้กับผู้ให้บริการในสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป  ความต้องการของลูกค้าสำหรับรูปแบบการบริการ on-demand หรือ pay-as-you-go เป็นสิ่งที่ไร้ขอบเขตเนื่องจากความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องของข้อมูลขนาดใหญ่และเทคโนโลยี AI  เรากำลังนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้กับบริษัทประกันในยุโรปเพื่อส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืนให้กับผู้ซื้อประกันภัยในทุกกลุ่มประชากรและตลาด"

เกี่ยวกับ Slice:

Slice Labs เป็นผู้ให้บริการชั้นนำด้านระบบประกันคลาวด์แบบ on-demand ที่ช่วยให้บริษัทประกันส่งมอบคุณค่าใหม่ให้กับลูกค้าผ่านการประกันภัยโดยตรงหรือตัวแทนประกันภัยโดยไม่ต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อจัดหาผลิตภัณฑ์ประกันภัยแบบ on-demand หรือ pay-as-you-go  แพลตฟอร์มบริการประกันภัยคลาวด์ (Insurance Cloud Services – ICS) ของ Slice ได้รับการสนับสนุนโดย machine learning และเทคโนโลยี big data ขั้นสูง พร้อมด้วยความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์พฤติกรรมระดับปริญญาเอก  ICS เป็นรากฐานสำหรับผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบดิจิตอลของบริษัทประกันภัยชั้นนำทั่วโลกและเป็นฐานสำหรับผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบดิจิตอลของ Slice ที่รองรับระบบเศรษฐกิจใหม่  Slice ดำเนินธุรกิจในสหรัฐฯ แคนาดา และสหราชอาณาจักร  หากต้องการทราบข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับ Slice โปรดไปที่ http://www.slice.is และติดตาม @SliceLabs บน Twitter

ดูเวอร์ชันของแหล่งที่มาใน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20181213005058/en/

ติดต่อ:

Emily Kosick

Slice Labs Inc.

pr@slice.is

กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล (CIMB-Principal Asset Management Group) ประกาศแต่งตั้งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประจำภูมิภาคอาเซียนคนใหม่

Logo

โดยซีอีโอประจำภูมิภาคอาเซียนคนเดิม Alejandro Echegorri จะย้ายไปดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Principal Asia

กัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย/ กรุงเทพ ประเทศไทย / จาการ์ตา อินโดนีเซีย, วันที่ 13 ธันวาคม 2561

กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล (CIMB-Principal Asset Management Group) ประกาศวันนี้ว่า Juan Ignacio Eyzaguirre จะดำรงตำแหน่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ประจำภูมิภาคอาเซียนซึ่งจะเป็นผู้ดูแลธุรกิจของกลุ่มบริษัทซึ่งประกอบไปด้วยบริษัทดังต่อไปนี้ CIMB-Principal Asset Management Berhad และ CIMB-Principal Islamic Asset Management Sdn Bhd ในมาเลเซีย, PT CIMB-Principal Asset Management ในอินโดนีเซีย, บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล จำกัด ในประเทศไทย และ  CIMB-Principal Asset Management Pte Ltd ในสิงคโปร์ การแต่งตั้งดังกล่าวต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ (Malaysia Securities Commission) และกรมการตรวจคนเข้าเมือง (Immigration Department) ของมาเลเซียด้วย 

กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิลนั้นเป็นบริษัทร่วมทุนกันระหว่างกลุ่มพรินซิเพิล ไฟแนนซ์เชียล  (Principal Financial Group: Principal) และกลุ่มซีไอเอ็มบี ประเทศมาเลเซีย (CIMB Group Holdings Berhad: CIMB)    "นี่เป็นช่วงเวลาที่น่ายินดีอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล เนื่องจากเราจะทำให้ธุรกิจของเราในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เติบโต ประสบการณ์จากการดำรงตำแหน่งเป็นผู้นำด้านการจัดการสินทรัพย์ การธนาคาร การประกันภัย และกองทุนบำนาญตลอด 30 ปีของ Juan จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจเพื่อการออมเงินและการเกษียณอายุในภูมิภาคในระยะยาว" Pedro Borda ประธานเจ้าหน้าที่บริหารประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดียของพรินซิเพิลกล่าว

Alejandro Echegorri ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารประจำภูมิภาคอาเซียนของกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิลมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2015 จะดำรงตำแหน่งใหม่เป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของพรินซิเพิล อินเตอร์เนชันแนล ( Principal International) ประจำภูมิภาคเอเชีย โดยจะมีผลตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2019 เป็นต้นไป

"ในการดำรงตำแหน่งใหม่ Alejandro จะทำงานร่วมกับฝ่ายการลงทุนภายในกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิลทั่วทั้งภูมิภาคเอเชีย เพื่อช่วยให้พรินซิเพิลสร้างประสบการณ์การลงทุนและผลิตภัณฑ์หลากหลายแก่นักลงทุน"  Luis Valdes ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานบริหารของพรินซิเพิล อินเตอร์เนชันแนล กล่าว

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเข้าไปที่ www.cimb-principal.com 

###

เกี่ยวกับ CIMB-Principal Asset Management Berhad

CIMB-Principal Asset Management Berhad ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในมาเลเซีย เป็นบริษัทจัดการสินทรัพย์เพื่อการลงทุนชั้นนำในภูมิภาค บริษัทก่อตั้งเมื่อปี 1995 และเป็นหนึ่งในบริษัทจัดการสินทรัพย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในมาเลเซีย และประสบความสำเร็จในสิงคโปร์ อินโดนีเซีย และประเทศไทย

เครือบริษัทซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล ประกอบด้วย CIMB-Principal Islamic Asset Management Sdn Bhd ในมาเลเซีย, PT CIMB-Principal Asset Management ในอินโดนีเซีย, บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล จำกัดในประเทศไทย และ CIMB-Principal Asset Management Pte Ltd ในสิงคโปร์

กลุ่มบริษัทมี ทรัพย์สินภายใต้การจัดการมูลค่า 80  พันล้านริงกิตมาเลเซีย ณ เดือนตุลาคม 2018 และเป็นหนึ่งในผู้จัดการหลักทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ซึ่งเสนอโซลูชันจัดการสินทรัพย์อย่างครบวงจร บริษัทผลิตและจัดจำหน่ายกองทุนรวมมากมาย รวมทั้งให้บริการบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนตามความต้องการของลูกค้าแก่บริษัท สถาบัน รัฐบาล และกองทุนบำเหน็จบำนาญ ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนที่ทำงานอย่างทุ่มเทประกอบด้วยผู้คนหลากหลายเชื้อชาติในภูมิภาค และมอบประสบการณ์ความชำนาญด้านตราสารทุน ตราสารหนี้ การบริหารจัดการเงินสด และการบริหารกองทุนตามหลักชะรีอะฮ์ผ่านทางบริษัท CIMB-Principal Islamic Asset Management Company

ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิลเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างกลุ่มซีไอเอ็มบี ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มธนาคารชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และกลุ่มบริษัทการเงินพรินซิเพิล สหรัฐอเมริกา บริษัทผู้ให้บริการทางการเงินที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq และติดอันดับ Fortune 500   

Principal และรูปแบบสัญลักษณ์ รวมทั้ง Principal Financial Group คือเครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการของ Principal Financial Services, In. ซึ่งเป็นสมาชิกของ Principal Financial Group

ฝ่ายประสานงานสื่อของพรินซิเพิล กรุณาติดต่อ:            

Kim Thean Soo, Principal International South Asia, +603 20842032, kim.theansoo@principal.com

ข่าวเผยแพร่: รับเมื่อ วันที่ 13 ธันวาคม 2561

  

Toshiba เปิดตัววงจรขับมอเตอร์แบบ H-bridge ที่มีแรงดันไฟต่ำเพียง 1.8V และกระแสไฟสูงถึง 4.0A

Logo

-ควบคุมมอเตอร์ด้วยแบตเตอรี่แห้งสองก้อน-

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–12 ธันวาคม 2561

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation (“Toshiba”) ประกาศเปิดตัววงจรขับมอเตอร์รุ่น “TC78H653FTG” เพื่อเข้ามาเติมเต็มไลน์ผลิตภัณฑ์วงจรขับมอเตอร์ประเภท dual-H-bridge[1] สำหรับมอเตอร์ DC แบบใช้แปรงถ่านและมอเตอร์แบบขั้นหรือสเต็ปเปอร์มอเตอร์ที่มีแรงดันไฟต่ำ (1.8V) และกระแสไฟสูง (4.0A)[2] ซึ่งจำเป็นสำหรับอุปกรณ์กำลังไฟต่ำที่ทำงานด้วยแบตเตอรี่แบบแห้ง เช่น อุปกรณ์มือถือ ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าสำหรับการใช้งานภายในบ้านและยูเอสบีไดรฟ์

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20181211006015/en/

Toshiba: New H-bridge driver IC "TC78H653FTG" supporting 1.8V low-voltage and 4.0A large-current dri ...

Toshiba: วงจรขับมอเตอร์แบบ H-bridge ใหม่ รุ่น "TC78H653FTG" ที่มีแรงดันไฟต่ำเพียง 1.8V และกระแสไฟสูงถึง 4.0A (รูปภาพ: Business Wire)

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เทคโนโลยี IoT มีความก้าวหน้าอย่างมาก ขณะที่มีการใช้งานของเทคโนโลยีไร้สายเพิ่มขึ้นในวงกว้าง เป็นเหตุให้ความต้องการใช้งานอุปกรณ์ที่สามารถความคุมได้จากระยะไกลผ่านสมาร์ตโฟนและเครื่องมืออื่น ๆ เพิ่มขึ้น โดยให้ความสนใจไปที่การควบคุมมอเตอร์ด้วยแบตเตอรี่

แนวโน้มนี้กระตุ้นให้เกิดความต้องการใช้งานวงจรขับมอเตอร์ที่สามารถขับเคลื่อนอุปกรณ์ได้แม้มีแรงดันไฟต่ำเพียง 1.8V (0.9V × แบตเตอรี่ 2 ก้อน ซึ่งถูกลดความจุให้เหลือ 1.5V, 1.2V และอื่น ๆ สำหรับเป็นแรงดันเริ่มต้น)

กระทั่งปัจจุบัน อุปกรณ์ที่มีการใช้กันอย่างแพร่หลายถูกผลิตให้ทำงานโดยวงจรขับมอเตอร์แบบ H-bridge และทรานซิสเตอร์ชนิดไบโพลาร์ ซึ่งให้การทำงานของอุปกรณ์มีความเสถียรแม้มีแรงดันไฟต่ำ อย่างไรก็ตาม มักพบปัญหาเกี่ยวกับการใช้กระแสไฟในปริมาณมาก ซึ่งทำให้อายุการใช้งานของแบตเตอรี่สั้นลง และเป็นการเพิ่มการสูญเสียกระแสในวงจร รวมถึงทำให้แรงบิดของมอเตอร์มีไม่เพียงพอ เนื่องจากแรงดันไฟที่ถูกส่งไปยังมอเตอร์ถูกลดลง

วงจรขับมอเตอร์แบบ dual-H-bridge รุ่นใหม่จาก Toshiba ใช้ระบบประมวลผล DMOS สำหรับส่งแรงดันไฟแบบต่ำที่ออกแบบเฉพาะโดย Toshiba เพื่อทำให้แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น และให้การทำงานของอุปกรณ์มีความเสถียรแม้มีแรงดันไฟต่ำ แรงบิดของมอเตอร์ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ยังทำให้การสูญเสียในวงจรลดลงจากการที่มีค่า on-resistance [3] ต่ำ ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้เหมาะสำหรับอุปกรณ์มอเตอร์ที่ทำงานด้วยแบตเตอรี่ที่มีแรงดันไฟค่อนข้างต่ำ (1.8V ถึง 7.0V)

คุณสมบัติหลัก

(1)

ใช้แรงดันไฟต่ำ ช่วยยืดอายุแบตเตอรี่

(ICC = 0.6 mA (typ.) ขณะทำงาน เมื่อ VM = 3.0V และ Ta = 25°C; ICC = 0 µA (typ.) ขณะอยู่ในโหมดสแตนด์บาย เมื่อ VM = 3.0V และ Ta = 25°C)

(2)

ค่า on-resistance ที่ต่ำช่วยลดการสูญเสียในวงจรที่เกิดจากแรงดันไฟที่ลดลงในตัวขับมอเตอร์ และเพิ่มแรงดันไฟที่ส่งไปยังมอเตอร์ ทำให้แรงบิดของมอเตอร์เพิ่มขึ้น

(Ron = 0.11Ω (typ.) (รวมทั้งด้านสูงและต่ำใน large mode เมื่อ VM = 5V และ Ta=25°C)

(3)

สามารถควบคุมความเร็วมอเตอร์ด้วยสัญญาณ PWM ที่ความเร็ว 500kHz ได้โดยแหล่งจ่ายไฟแบบสวิตชิงความเร็วสูง (ton = 90 ns, Toff = 90 ns)

การใช้งาน

อุปกรณ์มอเตอร์ที่ทำงานด้วยแบตเตอรี่ที่มีแรงดันไฟค่อนข้างต่ำ (1.8V ถึง 7.0V) อุปกรณ์เคลื่อนที่ (กล้อง แปรงสีฟันไฟฟ้า เครื่องพิมพ์) ที่ทำงานด้วยแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 3.7V ผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ภายในบ้าน เช่น ระบบล็อคไฟฟ้า เครื่องวัดอัจฉริยะ โถสุขภัณฑ์อัตโนมัติ และของเล่นที่ใช้แบตเตอรี่แบบแห้งขนาด 1.5V สองก้อน และอุปกรณ์ที่ใช้ไฟจากยูเอสบีขนาด 5V

ข้อมูลจำเพาะหลักของวงจรขับมอเตอร์แบบ H Bridge ที่มีแรงดันไฟต่ำเพียง 1.8V

ชื่อผลิตภัณฑ์

TC78H651FNG

TC78H653FTG

(ใหม่)

แรงดันของแหล่งจ่ายไฟ

(ช่วงในการใช้งาน)

1.8V ถึง 6.0V

1.8V ถึง 7.0V

กระแสไฟขาออก

(ค่าเฉลี่ยการทนกำลังไฟฟ้าได้สูงสุด)

1.6A

2.0A ใน small mode

4.0A ใน large mode

จำนวนช่องของ H-bridge

2ch

2ch ใน small mode

1ch ใน large mode

มอเตอร์ขับ

มอเตอร์ DC แบบใช้แปรงถ่าน (สามารถขับมอเตอร์ได้สองตัว)

มอเตอร์แบบขั้นชนิดไบโพลาร์

ความต้านทานขาออก

(รวมทั้งฝั่งสูงและต่ำ)

0.22Ω (typ.)

0.22Ω(typ.) ใน small mode

0.11Ω(typ.) ใน large mode

ฟังก์ชันตรวจจับข้อผิดพลาด

ระบบตรวจจับเมื่อมีกระแสไฟฟ้าเกิน ระบบหยุดการทำงานเมื่ออุปกรณ์มีความร้อนสูง และระบบหยุดการทำงานเมื่อแรงดันไฟตก

แพ็คเกจ

TSSOP16

(ขนาด: 5.0มม. x 6.4มม., ความห่างระหว่างขา: 0.65มม.)

QFN16

(ขนาด: 3.0มม.×3.0มม.)

คุณสมบัติอื่น ๆ

ฟังก์ชันสแตนด์บายในตัว: บริโภคไฟที่ 0μA (typ.)

ควบคุมความเร็วมอเตอร์ด้วยสัญญาณ PWM ความเร็วสูง

ตรวจสอบจำนวนและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์

ซื้อออนไลน์

ซื้อออนไลน์

หมายเหตุ:

[1] ใช้สำหรับควบคุมให้ไปข้างหน้าและหมุนกลับในทิศทางตรงข้ามสำหรับมอเตอร์ DC แบบใช้แปรงถ่านและมอเตอร์แบบขั้น ทรานซิสเตอร์และโหลดมีการจัดคอนฟิกเป็นรูปตัว H

[2] ระดับใน large mode และกระแสจริงของมอเตอร์ถูกจำกัดโดยเงื่อนไขในการใช้งาน เช่น อุณหภูมิแวดล้อมและแรงดันแหล่งจ่ายไฟ

[3] ชิ้นส่วนที่ทำหน้าที่ต้านทานกระแสที่ไหลเข้า ค่าความต้านทานที่ต่ำจะช่วยลดการสูญเสียที่เกิดจากการทำงานของมอเตอร์ และไม่ทำให้เกิดความร้อน

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่ โปรดเยี่ยมชมที่
https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/product/linear/motordriver/detail.TC78H653FTG.html

หากต้องการตรวจสอบจำนวนผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จำหน่ายทางออนไลน์ผ่านตัวแทน โปรดไปที่:
https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/buy/stockcheck.TC78H653FTG.html

ข้อมูลติดต่อสำหรับลูกค้า:
ฝ่าย System LSI Marketing Dept.II
โทร: +81-44-548-2188
https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/contact.html

ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้ รวมถึงราคาและข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาบริการ และข้อมูลการติดต่อ เป็นข้อมูล ณ ปัจจุบันในวันที่ประกาศ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เกี่ยวกับ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation เป็นบริษัทใหม่ที่เต็มไปด้วยพลังและประสบการณ์ นับตั้งแต่แยกตัวออกจากบริษัทเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2017 เราได้ก้าวสู่การเป็นหนึ่งในบริษัทผู้นำด้านอุปกรณ์ทั่วไป และได้นำเสนอโซลูชันเกี่ยวกับเซมิคอนดักเตอร์ ระบบ LSIs และ ระบบ HDD อันโดดเด่นให้กับลูกค้าและคู่ค้าทางธุรกิจของเรา

เรามีพนักงานจำนวน 22,000 คนทั่วโลก ซึ่งมีความตั้งใจร่วมกันที่จะเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ของเราให้ถึงระดับสูงสุด และให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับลูกค้า เพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์มูลค่าและตลาดใหม่ๆ ร่วมกัน เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะเพิ่มยอดขายต่อปีซึ่งปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 800 พันล้านเยน (7 พันล้านเหรียญสหรัฐ) ให้สูงขึ้น เพื่อสร้างอนาคตที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน

ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับเราที่ https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/top.html

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20181211006015/en/

ข้อมูลติดต่อสำหรับสื่อ:
Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation
แผนกการตลาดดิจิทัล
Chiaki Nagasawa
โทร: +81-3-3457-4963
semicon-NR-mailbox@ml.toshiba.co.jp

Tokopedia ได้รับเงินทุนสนับสนุน 1.1 พันล้านดอลลาร์ในการระดมทุนครั้งล่าสุด

Logo

  • ผู้เข้าร่วมการระดมทุนครั้งล่าสุด ได้แก่ กองทุน SoftBank Vision Fund ร่วมกับ Alibaba Group และกลุ่มนักลงทุนรายเดิม
  • Tokopedia วางแผนที่จะใช้เงินสนับสนุนในด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานในอินโดนีเซียเพื่อสนับสนุนการค้าเชิงพาณิชย์ การขนส่ง การดำเนินการตามความต้องการของลูกค้า การชำระเงิน และระบบนิเวศด้านการบริการทางการเงิน

จาการ์ต้า อินโดนีเซีย–(BUSINESS WIRE)–12 ธ.ค. 2018

PT Tokopedia ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของอินโดนีเซียwfhประกาศในวันนี้ว่า บริษัทได้รับเงินจำนวน 1.1 พันล้านดอลลาร์ในรอบการจัดหาเงินทุนครั้งล่าสุด

การระดมทุนดังกล่าวนำโดย SoftBank Vision Fund และ Alibaba Group โดยมี Softbank Ventures Korea และนักลงทุนรายเดิมอื่น ๆ เข้าร่วม

Tokopedia จะยังคงมุ่งเน้นไปที่ตลาดอินโดนีเซียและผลักดันการพัฒนาทางเศรษฐกิจและการผนวกรวมด้านการเงินในอินโดนีเซีย บริษัทคาดว่าจะใช้เงินไปในการสร้างเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยให้ธุรกิจในท้องถิ่นนับล้านเติบโตขึ้น พร้อม ๆ ไปกับการให้ประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า

William Tanuwijaya, CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท Tokopedia กล่าวว่า "ในช่วงเก้าปีแรกTokopedia มุ่งเน้นการสร้างตลาดที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซียสำหรับสินค้าที่จับต้องได้และสินค้าดิจิทัล ขณะที่เราก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 Tokopedia กำลังพัฒนาระบบนิเวศน์ของเราให้เป็นแบบโครงสร้างพื้นฐานในฐานะที่เป็นการบริการ ซึ่งหมายความว่าระบบลอจิสติกส์ การตอบสนองความต้องการลูกค้า การชำระเงิน และเทคโนโลยีด้านบริการทางการเงินของเราจะช่วยเพิ่มศักยภาพให้ธุรกิจการค้าทั้งที่เป็นแบบออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งการทำเช่นนี้จะขยายขอบเขตและการเข้าถึงของ Tokopedia ในขณะเดียวกันก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานให้ธุรกิจและคู่ค้าหลายล้านรายในระบบนิเวศน์ของเรา และช่วยขยายภารกิจของเราในการขยายการค้าผ่านทางเทคโนโลยีในประเทศอินโดนีเซีย

"นับตั้งแต่ก่อตั้ง บริษัท Tokopedia ได้ช่วยบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลางหรือ SMEs ในอินโดนีเซียหลายล้านรายขายผลิตภัณฑ์แบบดิจิทัล" Lydia Jett นักลงทุนอาวุโสของ SoftBank Investment Advisers และ Tokopedia Board กล่าว " ขณะนี้ Tokopedia ได้ให้บริการผู้บริโภคนับล้านให้สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้มากกว่า 100 ล้านรายการ และบริษัทก็มีความพร้อมที่จะให้บริการแก่ผู้ใช้นับล้านที่กำลังเพิ่มขึ้นเนื่องจากการที่ระบบอินเทอร์เน็ตแพร่หลายเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคอย่างรวดเร็ว เราเชื่อมั่นในการสนับสนุนผู้ประกอบการในประเทศและมองเห็นเส้นทางที่ยาวไกลสำหรับการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริษัท"

"เรามองภารกิจของเรา ว่าเป็นการทำให้ธุรกิจของคุณง่ายขึ้นทุกที่ ซึ่งก็เป็นไปตามวิถีของ Tokopedia " Kenny Ho หัวหน้าฝ่ายการลงทุนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดียที่อาลีบาบากรุ๊ป กล่าว "เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะกระชับความสัมพันธ์ของเรากับ Tokopedia ในการช่วยสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กในอินโดนีเซียและเร่งการพัฒนาทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย"

Tokopedia ให้บริการ 93% ของเขตต่าง ๆ ในอินโดนีเซียทั่วเกาะ 17,000 เกาะ ในปีที่ผ่านมาบริษัทได้ทำยอดเพิ่มมูลค่าสินค้ารวมเพิ่มเป็นขึ้นเป็นสี่เท่า และบริษัทก็มีการให้บริการจัดส่งภายในวันเดียวกันได้ถึง 25% ของสินค้า Tokopedia มุ่งมั่นที่จะให้บริการประเทศอินโดนีเซียและจะทำงานร่วมกับคู่ค้าในการสร้างเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานที่ดีที่สุดเพื่อปลดล็อกศักยภาพและโอกาสสำหรับผู้ใช้นับร้อยล้านคนต่อ ๆ ไป

เกี่ยวกับ Tokopedia

Tokopedia เป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีของอินโดนีเซียที่มีภารกิจในการแพร่ขยายการค้าผ่านเทคโนโลยี บริษัทมีแพลตฟอร์มการตลาดชั้นนำในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งช่วยเพิ่มศักยภาพให้ผู้ค้าและผู้บริโภคนับล้านสามารถมีส่วนร่วมในอนาคตของการค้าเชิงพาณิชย์ได้ วิสัยทัศน์ของ Tokopedia คือการสร้างระบบนิเวศที่ทุกคนสามารถเริ่มต้นและค้นพบสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20181211006019/en/

สำหรับสื่อมวลชน

สื่ออินโดนีเซีย: Antonia Adega | antonia.adega@tokopedia.com

สื่อต่างประเทศ: Priscilla Anais | priscilla@tokopedia.com

กองทัพอังกฤษประสบความสำเร็จในการทดลองใช้ยานภาคพื้นไร้คนขับ (UGV) ของ Milrem Robotics

Logo

ซาลส์เบอรี่ อังกฤษ–(บิสิเนสไวร์)–12 ธันวาคม 2018

UGV 4 คันของ Milrem Robotics และ QinetiQ Titan ได้ถูกทดสอบอย่างเข้มงวดโดยกองทัพอังกฤษในช่วงการทดสอบการสู้รบของกองทัพบก (Army Warfighting Experiment 2018 – AWE18) – Autonomous Warrior (Land) เป็นเวลา 3 สัปดาห์  Milrem Robotics เป็นผู้ผลิต UGV ที่มีจำนวนยานพาหนะมากที่สุดในการซ้อมรบที่ 4 คัน

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณลักษณะด้านมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20181211005852/en/

With four vehicles, Milrem Robotics was the most represented UGV manufacturer at the Army Warfightin ...

Milrem Robotics เป็นผู้ผลิต UGV ที่มีจำนวนยานพาหนะมากที่สุดในการซ้อมรบที่ 4 คัน (ภาพข่าว: บิสิเนสไวร์)

Juri Pajuste ผู้อำนวยการโครงการที่ Milrem Robotics ซึ่งมีส่วนร่วมในการซ้อมรบ กล่าวว่า “เป้าหมายหลักของการทดลอง ซึ่งสิ้นสุดลงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คือการค้นหาว่าเทคโนโลยีไร้กำลังคนใหม่ๆ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและการอยู่รอดของทหารได้อย่างไรในสนามรบปัจจุบัน"

การทดสอบดำเนินการในสามขั้นตอน ได้แก่: ดำเนินการต่อสู้โดยไม่ได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ๆ  ดำเนินการต่อสู้โดยใช้เทคโนโลยีใหม่แต่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงยุทธวิธี  และสุดท้ายคือ ดำเนินการต่อสู้โดยใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ และปรับกลยุทธ์ตามความสามารถที่เทคโนโลยีใหม่มอบให้  พาหนะ UGV ถูกใช้ในบทบาทที่แตกต่างกันในภารกิจเขตเมือง พื้นที่เปิดกว้าง และป่า

Pajuste กล่าวเสริมว่า “ผู้ใช้ได้ให้ข้อเสนอเชิงบวกมากมายและรู้สึกประทับใจถึงความว่องไวและทนทานของ UGV ของ Milrem”  สำหรับพาหนะ UGV 4 คันของ Milrem Robotics ทางบริษัทเองได้บังคับใช้ 2 คัน และอีกสองคันถูกใช้โดย QinetiQ  พาหนะคันแรกที่ Milrem ใช้มีระบบการอพยพและการสนับสนุนด้านลอจิสติกส์เข้าไว้ด้วยกันและพาหนะที่สองมีการติดตั้งระบบจอดโดรนหลายลำของ Threod Systems

1 ใน 4 ของ UGV คือ TITAN Strike ระบบต้นแบบที่มีสถานีอาวุธระยะไกล Kongsberg ซึ่งมีผู้ควบคุมจากระยะไกลและใช้ระบบ Pointer ของ QinetiQ เพื่อเป็นเครื่องมือในการบูรณาการความสามารถกับทหารราบ  ระบบที่สอง TITAN Sentry ซึ่งใช้ระบบ Pointer เช่นกัน มีชุดเซนเซอร์ Hensoldt ซึ่งประกอบด้วยกล้องภาพออพติคอล กล้องจับความร้อน และเรดาร์สนามรบ

Keith Mallon ผู้จัดการโครงการของ QinetiQ กล่าวว่า "AWE 18 เป็นข้อสรุปของการทำงานหนักนานหลายเดือนในการพัฒนาระบบ TITAN Sentry และ TITAN Strike  เรามีความยินดีที่ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับ Milrem Robotics และรอคอยการร่วมมือกันในอนาคต โดยทำงานร่วมกับแพลตฟอร์ม THeMIS ชั้นนำของโลก "

นอกจากนี้ QinetiQ ยังใช้แพลตฟอร์ม TITAN 2 ระบบในการกำหนดโลจิสติกส์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานในการซ้อมรบ Autonomous Last Mile Resupply ของสหราชอาณาจักร โดยสาธิตควบคู่กับ AWE18

ดูเวอร์ชันของแหล่งที่มาใน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20181211005852/en/

ติดต่อ:

Gert Hankewitz

ผู้อำนวยการฝ่ายส่งออก

gert.hankewitz@milrem.com

แฮรี่ พอตเตอร์: Hogwarts Mystery ชวนผู้เล่นประดับโถงต้อนรับคริสต์มาสใน Wizarding World

Logo

แฟนๆ สามารถโหวตให้กับอุปกรณ์ตกแต่งคริสต์มาสที่ชื่นชอบที่สุดกับกิจกรรม “Christmas with Hogwarts Mystery” ได้ตั้งแต่ 6 ถึง 12 ธันวาคมนี้

–(BUSINESS WIRE)–06 ธันวาคม 2561

Jam City:

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: http://www.businesswire.com/cgi-bin/mmg.cgi?eid=51908643&lang=en

Harry Potter: Hogwarts Mystery Invites Players to Deck the Halls for Christmas in the Wizarding Worl ...

แฮรี่ พอตเตอร์: Hogwarts Mystery ชวนผู้เล่นประดับห้องโถงต้อนรับคริสต์มาสใน Wizarding World  (กราฟิก: Business Wire)

ใคร:

Jam City สตูดิโอผลิตเกมมือถือจากลอสแอนเจลีส ร่วมกับ Portkey Games ค่ายเกมภายใต้ Warner Bros. Interactive Entertainment ผู้มุ่งเน้นด้านการสร้างสรรค์เกมมือถือและวิดีโอเกมแห่งโลกเวทมนต์ ที่ให้ผู้เล่นเข้าถึงใจกลางการผจญภัยซึ่งได้แรงบันดาลใจจากเรื่องราวที่เขียนขึ้นโดย เจ. เค. โรว์ลิง

ทำอะไร:

ในเกมมือถือสุดฮิต Harry Potter: Hogwarts Mystery ผู้เล่นจะมีโอกาสได้สร้างตัวละครและเข้าเรียนที่โรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์เป็นครั้งแรก สำหรับการเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสใน Wizarding World ห้องนั่งเล่นรวมของทุกบ้านที่ฮอกวอตส์จะประดับประดาไปด้วยต้นคริสต์มาสในสีประจำบ้าน ได้แก่ สีแดงสำหรับบ้านกริฟฟินดอร์ สีเขียวสำหรับบ้านสลิธีริน สีน้ำเงินสำหรับบ้านเรเวนคลอ และสีเหลืองสำหรับบ้านฮัฟเฟิลพัฟ

ผู้เล่นสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่งบ้านในช่วงเทศกาลวันหยุดที่ฮอกวอตส์ได้แล้ววันนี้ ด้วยการโหวตให้กับอุปกรณ์ประดับตกแต่งที่ชื่นชอบที่สุด เริ่มตั้งแต่วันที่ 6 ไปจนถึง 12 แฟนๆ สามารถไปที่ FacebookTwitter หรือ Instagram ของ Harry Potter: Hogwarts Mystery เพื่อชมและโหวตให้กับเครื่องประดับตกแต่งที่พวกเขาชื่นชอบ ชิ้นที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดจะถูกนำไปประดับต้นคริสต์มาสประจำบ้านทุกบ้าน ซึ่งจะได้รับการเปิดเผยในเกมวันที่ 13 ธันวาคม นี้

วิดีโอนี้จะได้รับการเผยแพร่ผ่านช่องทางสื่อของ Harry Potter: Hogwarts Mystery เพื่อนำความตื่นเต้นของวันคริสต์มาสจากฮอกวอตส์มาสู่โลกของมักเกิล พร้อมกับการเผยโฉมต้นคริสต์มาสในเกม สร้างความน่าสนใจให้กับอุปกรณ์ประดับประดาสำหรับวันหยุดเทศกาลทั้งหมด ซึ่งจะเป็นธีมของเกมในเดือนธันวาคมนี้ นอกจากนี้ วิดีโอยังจะเปิดตัวภารกิจย่อยสำหรับตระกูลวีสลีย์อันเป็นที่รักของ Wizarding World ซึ่งจะมีในช่วงเวลาจำกัดเท่านั้น โดยนำเรื่องราวมาจากประวัติของครอบครัวในด้านการทำของขวัญแฮนด์เมด วิดีโอเกมยังจะให้แฟน ๆ ใช้คำสั่ง do-it-yourself สร้างแบบจำลองในโลกความเป็นจริงของเครื่องประดับที่ได้รับการโหวตสูงสุดจากกิจกรรมในช่วงเทศกาลนี้

บทสัมภาษณ์:

“ผู้เล่น Harry Potter: Hogwarts Mystery จะได้มีส่วนร่วมกับเกมอย่างมาก ไม่เพียงเฉพาะในเรื่องราวที่เป็นความลับต่าง ๆ การร่ายมนต์ หรือการเข้าชั้นเรียนที่ฮอกวอตส์ แต่ยังรวมไปถึงพิธีกรรมต่างและการเฉลิมฉลอง” Josh Yguado ประธานและหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการของ Jam City กล่าว “เทศกาลวันหยุดในฤดูหนาวเป็นช่วงเวลาพิเศษที่ฮอกวอตส์ และเราขอเชิญชวนผู้เล่นให้มาเป็นส่วนหนึ่งกับเรา ด้วยการนำความสนุกสนานและการประดับตกแต่งนี้มาสู่โรงเรียนในตำนาน เราตื่นเต้นที่จะได้ฉลองวันหยุดนี้กับแฟน ๆ ทุกคน และตั้งตารอที่จะได้สนุกกับการผจญภัยต่าง ๆ ที่รออยู่”

ที่มา:

Harry Potter: Hogwarts Mystery เป็นเกมมือถือเกมแรกที่ให้ผู้เล่นสร้างตัวละครได้เอง และสัมผัสประสบการณ์การเป็นนักเรียนฮอกวอตส์ผ่านการผจญภัยที่มีการบรรยายเนื้อเรื่องและองค์ประกอบของเกมที่เล่นตามบทบาท หรือ RPG ผู้เล่นสามารถสร้างร่างอวตารในรูปของนักเรียน เข้าเรียนในชั้นเรียนวิชาต่าง ๆ ฝึกทักษะเวทย์มนตร์ และสร้างมิตรหรือศัตรูกับนักเรียนคนอื่น ๆ ในเกม ผู้เล่นจะเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องสำคัญ ๆ ที่ส่งอิทธิพลต่อตัวละครภายใต้โครงเรื่องของพวกเขาที่ฮอกวอตส์ เกมยังมาพร้อมระบบ encounter รูปแบบใหม่ ซึ่งการตัดสินใจของผู้เล่นและการกระทำต่าง ๆ จะส่งผลต่อภารกิจที่พวกเขาจะได้รับ เพื่อให้แฟน ๆ แฮรี่ พอตเตอร์ ได้สวมบทบาทพ่อมดหรือแม่มดและสร้างเรื่องราวในแบบฉบับของตนเอง

ร่วมกิจกรรมประดับประดา “Christmas with Hogwarts Mystery” และพบปะกับแฟนคนอื่น ๆ ได้ที่ www.facebook.com/HPHogwartsMysterywww.twitter.com/HogwartsMystery และ www.instagram.com/hphogwartsmystery สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชมที่ www.HarryPotterHogwartsMystery.com/

บทบรรณาธิการ:

หากต้องการดาวน์โหลดส่วนเสริมสำหรับเกม Harry Potter: Hogwarts Mystery กรุณาไปที่: https://app.box.com/v/HPHM-HogwartsChristmas2018

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.comhttp://www.businesswire.com/cgi-bin/mmg.cgi?eid=51908643&lang=en

ติดต่อ:

Jam City
Sarah Ross, 310-924-1404
sarahr@jamcity.com
หรือ
Dana Whitney, 415-359-7006
dwhitney@jamcity.com
หรือ
ONE PR Studio (ตัวแทนของ Jam City ในสหรัฐฯ)
Kjell Vistad | Gilberto Williams-Gamboa
510-893-3271
jamcity@oneprstudio.com


Toshiba เพิ่มโมเดลใหม่สำหรับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มฮาร์ดไดร์ฟซีรีส์ N300 NAS และ X300 Performance ขนาด 12 TB และ 14 TB ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Helium-Sealed

Logo

ผลิตภัณฑ์ล่าสุดรุ่น 14 TB มาพร้อมความจุที่มากขึ้นถึง 40% และลดการใช้พลังงานได้มากกว่ารุ่น 10 TB ในปัจจุบัน

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–06 ธันวาคม 2561

วันนี้ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation (“Toshiba”) ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ขนาด 12TB และ 14TB เพิ่มเติมสำหรับฮาร์ดไดร์ฟซีรีส์ N300 NAS และ X300 Performance

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยมัลติมีเดีย ดูเวอร์ชันต้นฉบับได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20181205005906/en/

Toshiba: Artist's impresson of new 12TB and 14TB helium-sealed models in the N300 NAS and X300 Perfo ...

ความประทับใจของศิลปินที่มีต่อฮาร์ดไดร์ฟซีรีส์ N300 NAS และ X300 Performance ในความจุขนาด 12TB และ 14TB และเทคโนโลยี helium-sealed (ภาพ: Business Wire)

ฮาร์ดไดร์ฟรุ่นใหม่ในขนาด 12TB และ 14TB นี้ใช้เทคโนโลยี helium-sealed จากเทคโนโลยีการเชื่อมด้วยเลเซอร์และการดีไซน์เคสสำหรับฮาร์ดไดร์ฟจาก Toshiba ช่วยผนึกก๊าซฮีเลียมไว้ด้านในอย่างปลอดภัย มาในขนาด 3.5 นิ้ว เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บและลดการใช้พลังงานลง 

ฮาร์ดไดร์ฟรุ่นใหม่ในขนาด 12TB และ 14TB นี้มาพร้อมความเร็วรอบที่ 7,200 RPM และดาต้าบัฟเฟอร์ขนาดใหญ่ถึง 256 MB ผลิตภัณฑ์ซีรีส์ N300 NAS และ X300 นี้ใช้เทคโนโลยี Stable Platter ขั้นสูงจาก Toshiba เพื่อลดการสั่นสะเทือน โดยเพิ่มเสถียรภาพให้กับเพลากลางของมอเตอร์ที่ปลายทั้งสองด้านเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการติดตาม และทำให้การเขียนและอ่านข้อมูลมีประสิทธิภาพสูงสุด

ฮาร์ดไดร์ฟซีรีส์ N300 NAS มีเซนเซอร์ rotational vibration (RV) และความเร็วสูงสุดในการถ่ายโอนข้อมูลอยู่ที่ 260 MB/s สำหรับรุ่น 14TB หรือความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 253 MB/s สำหรับรุ่น 12TB เนื่องจากผู้ใช้งาน NAS จำเป็นจะต้องพัฒนาการจัดเก็บข้อมูล ข้อมูลจำนวนมากจะต้องได้รับการจัดเก็บอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถเข้าถึงได้อยู่เสมอ ฮาร์ดไดร์ฟซีรีส์ N300 นี้จึงรองรับระบบ 8[2] HDD multi-RAID ที่สามารถปรับเปลี่ยนขนาดได้ตามการใช้งาน

“ไดร์ฟเวอร์รุ่นล่าสุดนี้มาพร้อมประสิทธิภาพ การจัดเก็บข้อมูล ความน่าเชื่อถือ และการประหยัดพลังงานอันยอดเยี่ยม โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูงที่ช่วยเพิ่มพื้นที่การจัดเก็บ ทำให้ Toshiba เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมในการจัดเก็บข้อมูล” ฟูจิกิ ฮิโรฮิสะ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์จัดเก็บข้อมูลและการตลาดของ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation กล่าว

ฮาร์ดไดร์ฟซีรีส์ N300 ออกแบบมาสำหรับการใช้งานเฉพาะบุคคลที่ต้องการประสิทธิภาพสูงและองค์กรขนาดเล็ก มาพร้อมอุปกรณ์ในการจัดเก็บข้อมูลอย่างเช่นระบบ RAID ที่สามารถปรับเปลี่ยนขนาดได้ตามต้องการ ยกระดับประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือและความทนทานสำหรับการจัดเก็บข้อมูลจำนวนมากที่ต้องปฏิบัติการตลอด 24 ชั่วโมง

ฮาร์ดไดร์ฟซีรีส์ X300 Performance มาพร้อมประสิทธิภาพขั้นสุด และการจัดเก็บข้อมูลที่มีสเถียรภาพสำหรับงานสร้างสรรค์หรืองานระดับมืออาชีพอย่างงานกราฟิกดีไซน์ งานแอนิเมชัน งานปรับแต่งภาพและวิดีโอ และเกม PC ด้วยความจุสูงถึง 14TB ฮาร์ดไดร์ฟรุ่นล่าสุดนี้สามารถจัดเก็บและเข้าถึงข้อมูลได้อย่างง่ายดาย แม้ว่าจะใช้ไลบรารีที่เร็วที่สุดในการเขียนเกม

ผลิตภัณฑ์พร้อมความจุใหม่นี้จะพร้อมวางจำหน่ายในเดือนธันวาคม 2561 หากต้องการข้อมูลและรายละเอียดผลิตภัณฑ์จัดเก็บข้อมูลประเภทฮาร์ดไดร์ฟทั้งหมดของเราเพิ่มเติม โปรดไปที่ http://www.canvio.jp/sp_ihdd/en.htm

หมายเหตุ:
[1] 1 กิกะไบต์ (GB) หมายถึง 1,000,000,000 ไบต์ และ 1 เทระไบต์ (TB) หมายถึง 1,000,000,000,000 ไบต์ อย่างไรก็ตาม ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์จะรายงานขนาดความจุแบบ 1TB = 240 = 1,099,511,627,776 ไบต์ ดังนั้นค่าที่แสดงจึงน้อยกว่าขนาดความจุ ความจุข้อมูลที่ใช้ได้จริง (รวมถึงตัวอย่างของไฟล์มีเดียประเภทต่างๆ) จะมีความแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับขนาดของไฟล์ รูปแบบ การตั้งค่า ซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการ และ/หรือ ซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งไว้ก่อนหน้า หรือเนื้อหาของมีเดีย ขนาดความจุหลังทำการฟอร์แมตแล้วอาจมีความแตกต่างกันออกไป

[2] สำหรับ “Drive Bays Supported” โปรดติดต่อผู้ให้บริการโซลูชันของคุณ เนื่องจากความเข้ากันได้กับอุปกรณ์อาจแต่กต่างกันออกไป โดยขึ้นอยู่กับระบบ RAID

* ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้ รวมถึงราคาและข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาบริการ และข้อมูลการติดต่อ เป็นข้อมูล ณ ปัจจุบันในวันที่ประกาศ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
* ภาพที่ใช้บนแบนเนอร์ใช้เพื่อการจำลองให้เห็นภาพเท่านั้น และไม่ใช่สินค้าจริง ภาพที่ใช้มีเจตนาเพื่อช่วยให้เห็นภาพและการทำงานของผลิตภัณฑ์เท่านั้น
* ชื่อบริษัท สินค้าและบริการทั้งหมด อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทนั้น ๆ ที่กล่าวถึง

สอบถามเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์:
Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation
ฝ่ายผลิตภัณฑ์จัดเก็บข้อมูล
https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/contact.html

เกี่ยวกับ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation เป็นบริษัทใหม่ที่เต็มไปด้วยพลังและประสบการณ์ นับตั้งแต่แยกตัวออกจากบริษัทเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2017 เราได้ก้าวสู่การเป็นหนึ่งในบริษัทผู้นำด้านอุปกรณ์ทั่วไป และได้นำเสนอโซลูชันเกี่ยวกับเซมิคอนดักเตอร์ ระบบ LSIs และ ระบบ HDD อันโดดเด่นให้กับลูกค้าและคู่ค้าทางธุรกิจของเรา

เรามีพนักงานจำนวน 22,000 คนทั่วโลก ซึ่งมีความตั้งใจร่วมกันที่จะเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ของเราให้ถึงระดับสูงสุด และให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับลูกค้า เพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์มูลค่าและตลาดใหม่ๆ ร่วมกัน เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะเพิ่มยอดขายต่อปีซึ่งปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 800 พันล้านเยน (7 พันล้านเหรียญสหรัฐ) ให้สูงขึ้น เพื่อสร้างอนาคตที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน
ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับเราได้ที่ https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/top.html

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20181205005906/en/

ข้อมูลติดต่อสำหรับสื่อ:
Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation
แผนกการตลาดดิจิทัล
Chiaki Nagasawa
โทร: +81-3-3457-4963
semicon-NR-mailbox@ml.toshiba.co.jp



รัฐบาลเบลเยี่ยมและอาลีบาบากรุ๊ปร่วมกันส่งเสริมการค้าทั่วโลกแบบครบวงจรภายใต้โครงการ eWTP

Logo

ศูนย์กลางการขนส่งอัจฉริยะในเมืองลีแยฌ เป็นองค์ประกอบสำคัญของความเป็นหุ้นส่วนแบบ eWTP

ลีแยฌ เบลเยียม–(BUSINESS WIRE)–5 ธ.ค. 2018

รัฐบาลกลางของประเทศเบลเยียม (“รัฐบาลของประเทศเบลเยี่ยม”) และอาลีบาบากรุ๊ปโฮลดิ้งจำกัด (NYSE BABA“Alibaba Group”) ประกาศในวันนี้ว่าได้ร่วมตกลงที่จะส่งเสริมการค้าแบบครอบคลุมภายใต้แพลตฟอร์มElectronic World Trade Platform (“eWTP”) โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในการร่วมสร้างแพล็ตฟอร์มเวทีการค้าที่ครบวงจรและเป็นนวัตกรรมใหม่ซึ่งจะช่วยให้สามารถเข้าถึงโอกาสทางการค้าข้ามพรมแดนได้มากขึ้นและเท่าเทียมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับหน่วยธุรกิจขนาดกลางและเล็ก (SMEs)

วันนี้นาย Kris Peeters รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าและเศรษฐกิจและการบริโภคแห่งประเทศเบลเยี่ยม และนาย James Song ผู้อำนวยการอาวุโสกลุ่ม Alibaba Group ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกัน โดยมีนาย Charles Michel นายกรัฐมนตรี และ Angel Zhao ประธานกลุ่มธุรกิจระดับโลกของอาลีบาบาร่วมเป็นพยาน

นายกรัฐมนตรี Charles Michel กล่าวว่า "ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ eWTP สู่เบลเยี่ยม และความมุ่งมั่นของอาลีบาบาในการปรับปรุงขีดความสามารถในการแข่งขันของบริษัทในเบลเยี่ยมและยุโรปในเวทีการค้าโลก สำหรับการเป็นหุ้นส่วนนี้ถือเป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่ในการส่งเสริมการส่งออกซึ่งจะนำไปสู่ประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่กว้างขึ้นแก่สังคมโดยรวม ซึ่งรวมถึงโอกาสการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นในเมืองลีแยฌ

การเข้าร่วมใน eWTP เป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์ของประเทศของเราที่ต้องการจะช่วยให้บริษัทขนาดเล็กและขนาดกลางในประเทศสามารถแข่งขันในตลาดโลกในยุคดิจิทัลได้มากขึ้น นี่เป็นโอกาสไม่ใช่แค่ธุรกิจขนาดเล็กและคนหนุ่มสาวในเบลเยี่ยมเท่านั้น แต่รวมไปถึงทั่วยุโรป "

การเป็นหุ้นส่วนกับรัฐบาลเบลเยี่ยมจะเป็นความพยายามครั้งแรกของอาลีบาบาในการส่งเสริมการค้าโลกที่ครบวงจรในยุโรป โดยอาศัยการสานต่อจากความร่วมมือแบบ eWTP ใน ภูมิภาคเอเชีย และ แอฟริกา ในช่วงสองปีที่ผ่านมา

"ผมดีใจที่รัฐบาลเบลเยียมมีความมั่นใจต่อวิสัยทัศน์ eWTP และแบ่งปันพันธกรณีของเรา ด้วยความจริงที่ว่ากว่า 98% ของ บริษัทในยุโรปเป็นธุรกิจขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นการเริ่มโครงการและการขยายความพยายามของเราในการเสริมสร้างโอกาสทางการค้าที่ครอบคลุมสำหรับธุรกิจเหล่านี้ในเบลเยียมและทั่วยุโรป เราเชื่อมั่นว่าภายใต้ eWTP เราจะเปิดโอกาสอันยิ่งใหญ่ให้กับธุรกิจในยุโรปที่จะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการค้าข้ามพรมแดนทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดจีนซึ่งความต้องการสินค้าในยุโรปอยู่ในระดับสูง "นาย Daniel Zhang ประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาลีบาบา กล่าว

องค์ประกอบสำคัญของข้อตกลง eWTP ที่ลงนามในวันนี้ในเบลเยียมคือการจัดตั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านลอจิสติกส์เพื่อสนับสนุนการค้าข้ามพรมแดน บริษัท Cainiao Smart Logistics Network Ltd. ("Cainiao Network") ซึ่งเป็นบริษัทด้านโลจิสติกส์ของ Alibaba Group และสนามบินลีแยฌ ได้เซ็นสัญญาเช่าพื้นที่รวมกัน 220,000 ตารางเมตรเพื่อสร้างศูนย์กลางการขนส่งอัจฉริยะระดับโลกที่สนามบินลีแยฌ การลงทุนครั้งแรกจะมีมูลค่า 75 ล้านยูโร โดยเฟสแรกจะเปิดดำเนินการในช่วงต้นปี 2021 ศูนย์การขนส่งอัจฉริยะของ ลีแยฌ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์โดยรวมเพื่อช่วย SMEs ในการจัดการการส่งออกของบริษัทตน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซมีการขยายตัวทั่วโลกในปัจจุบัน

ศูนย์กลางการขนส่งอัจฉริยะใหม่จะเป็นรากฐานที่สำคัญของความร่วมมือด้านโครงสร้างพื้นฐาน eWTP โดยอาลีบาบามีบทบาทสำคัญในการอำนวยความสะดวกด้านการค้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเข้าถึงตลาดจีนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของกลุ่มที่จะทำหน้าที่เป็น "Gateway to China หรือประตูสู่จีน" และช่วยนำเข้าสินค้าที่มีคุณภาพมูลค่ากว่า 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐจากทั่วโลกไปยังจีนภายในห้าปีถัดไป

"โครงการ eWTP ของอาลีบาบาเป็นการตอกย้ำความน่าดึงดูดใจของประเทศและภูมิภาคของเรา บริษัทจากจีนโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทในกลุ่มเทคโนโลยีกำลังเข้ามาลงทุนในเบลเยี่ยม ขณะที่การค้าโลกยังคงขยายตัวอยู่อย่างต่อเนื่อง Wallonia จะเป็นศูนย์กลางการขนส่งที่เหมาะสำหรับบริษัทระดับโลก เนื่องจากเป็นผู้นำในด้านความเชี่ยวชาญด้านการบรรทุกสินค้าและการเชื่อมต่อสำหรับรถไฟและท่าเรือ ข้อตกลงนี้จะช่วยปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อตอบสนองการส่งออกผลิตภัณฑ์จากเบลเยียมไปยังประเทศจีนให้เพิ่มขึ้น " Pierre-Yves Jeholet รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจการค้าและการลงทุนกล่าว

Luc Partoune, CEO ของสนามบินลีแยฌ กล่าวว่า "การมาถึงของ Cainiao Network  ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสนามบินของเรา มีบริษัทจีนหลายแห่งที่อยู่ที่นี่แล้ว และบริษัทอื่น ๆ ก็จะให้ความสนใจเพิ่มเพราะการมาถึงของ Cainiao และโอกาสในการเติบโตที่เพิ่มขึ้นด้านอีคอมเมิร์ซระหว่างยุโรปและจีน "

นอกจากนี้ รัฐบาลเบลเยียมและอาลีบาบาจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ ๆที่จะส่งเสริมการนำไปสู่ระบบดิจิทัลของขั้นตอนด้านศุลกากรและการทำให้พีธีการศุลกากรมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะมีความสำคัญต่อการค้าโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ SMEs

อาลีบาบาและหน่วยงานด้านการค้าและการลงทุนของเบลเยี่ยมจะทำงานร่วมมือกันเพื่อเพิ่มโอกาสในการขายผลิตภัณฑ์เบลเยียมที่มีคุณภาพบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซภายในระบบนิเวศของอาลีบาบา ซึ่งจะรวมถึงการโปรโมตผลิตภัณฑ์การตลาดและการนำเข้าโดยตรงโดยแพลตฟอร์มของอาลีบาบาบา

อาลีบาบายังได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับรัฐบาลเบลเยี่ยมในการส่งเสริมให้เบลเยียมเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีน

Charles Michel นายกรัฐมนตรีเบลเยี่ยม และ Jack Ma ประธานกลุ่มอาลีบาบากรุ๊ปได้พบกันในเดือนกรกฎาคมปีนี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับโครงการ eWTP โดยนายกรัฐมนตรีได้แสดงความสนใจให้เบลเยียมเข้ามาเป็นหุ้นส่วนของ eWTP และส่งเสริมวิสัยทัศน์นี้ ด้านรองนายกรัฐมนตรีเบลเยียม Kris Peeters ยืนยันความสนใจนี้ในระหว่างการพบปะกับ Daniel Zhang จาก Alibaba Group ที่งาน China International Import Expo (CIIE) ในเซี่ยงไฮ้ ทั้งสองฝ่ายได้ทำงานอย่างไม่ลดละตลอดหกเดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดการลงนามในสัญญาร่วมกันในวันนี้

# # # # #

เกี่ยวกับ eWTP

อิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์มการค้าโลก หรือ The Electronic World Trade Platform (eWTP) เป็นโครงการที่นำโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากเอกชนหลายรายที่รวมตัวกันเพื่อเพิ่มศักยภาพในการเจรจาระหว่างภาครัฐและเอกชนที่จะร่วมกันสร้างการปฏิบัติที่ดีที่สุด สร้างกฎการค้าใหม่ๆ และส่งเสริมนโยบายที่มีการบูรณาการและครอบคลุมผู้คนมากขึ้น เพื่อส่งเสริมการพัฒนาด้านการค้าเชิงพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และเศรษฐกิจดิจิทัลในยุคอินเทอร์เน็ต

eWTP ถูกก่อตั้งเป็นครั้งแรกโดย Jack Ma ผู้ก่อตั้งอาลีบาบากรุ๊ป Jack Ma ในปี 2016 และได้รับการยอมรับว่าเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่สำคัญของธุรกิจ 20 หรือ Business 20 (B20) และได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการในแถลงการณ์ร่วมของผู้นำ G20 ในปี 2016 ความคิดริเริ่มนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยให้บริษัทขนาดเล็กและกลางและประเทศที่เข้าร่วมโครงการได้บรรลุศักยภาพทางเศรษฐกิจ ด้วยการลดอุปสรรคทางการค้าและทำให้องค์กรธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง (SMEs) สามารถขยายขีดความสามารถทางการค้าทั่วโลกได้ง่ายขึ้น

การพัฒนาจะขับเคลื่อนโดยองค์กรธุรกิจด้วยการสนับสนุนจากรัฐบาล ธุรกิจต่าง ๆ สามารถสร้างฮับสำหรับอีคอมเมิร์ซและรัฐบาลสามารถสร้างเขตการค้าเสรีแบบฟรีสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก พัฒนากฎระเบียบการค้าอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ แบ่งปันแนวทางปฏิบัติที่ดี และอำนวยความสะดวกในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริการด้านอีคอมเมิร์ซ โดยการส่งเสริมภายใต้โครงการ “4Ts” trade, tourism, training and technology หรือ การค้า การท่องเที่ยง การฝึกฝน และเทคโนโลยีจะช่วยส่งเสริมให้มีการบูรณาการเพิ่ม รวมไปถึงการพัฒนาด้านสภาพแวดล้อมสำหรับการค้าอิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน

อาลีบาบากรุ๊ปได้จัดตั้งฮับ eWTP สามแห่งนอกประเทศจีน ในมาเลเซีย รวันดา และเบลเยี่ยม ตามลำดับ เหตุการณ์สำคัญเหล่านี้เกิดขึ้นตามการร่วมมือของอาลีบาบากับทั้งสามประเทศเพื่อทำงานร่วมกันเพื่อให้ SMEs สามารถได้รับประโยชน์จากการค้าโลก

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ eWTP กรุณาเยี่ยมชม:

https://www.alizila.com/electronic-world-trade-platform/

เกี่ยวกับ Alibaba Group

อาลีบาบากรุ๊ปมีเป้าหมายในการทำธุรกิจได้ทุกที่ และบริษัท มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืน เป็นเวลา 102 ปี สำหรับปีงบการเงินที่สิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2018 บริษัท มีรายได้ 39,900 ล้านเหรียญสหรัฐ

เกี่ยวกับเครือข่าย Cainiao

Cainiao Network ทุ่มเทเพื่อตอบสนองวิสัยทัศน์ด้านการขนส่งของอาลีบาบากรุ๊ปในการปฏิบัติตามคำสั่งซื้อของผู้บริโภคภายใน 24 ชั่วโมงในประเทศจีน และภายใน 72 ชั่วโมงจากที่ใด ๆ ในโลก โดยใช้แพลตฟอร์มเพื่อสร้างเครือข่ายการปฏิบัติการณ์ทั่วประเทศเพื่อยกระดับขีดความสามารถและศักยภาพของคู่ค้าด้านโลจิสติกส์ เพื่อเสนอบริการโลจิสติกส์แบบครบวงจรทั้งในและต่างประเทศ พร้อม ๆ ไปกับการนำเสนอโซลูชั่นการจัดการซัพพลายเชนเพื่อตอบสนองความต้องการด้านโลจิสติกส์ต่าง ๆ ของผู้ค้าและผู้บริโภค ทั้งนี้ Cainiao Network เป็นธุรกิจของกลุ่มอาลีบาบา

เกี่ยวกับสนามบินลีแยฌ

สนามบินลีแยฌ สนามบินขนส่งสินค้าลำดับที่ 8 ในยุโรปและอันดับ 1 ในเบลเยียม เป็นสนามบินในยุโรปเพียงแห่งเดียวที่ให้ความสำคัญการขนส่งสินค้าอย่างเต็มรูปแบบ (#freightersfirst) สนามบินแห่งนี้เชี่ยวชาญด้านการขนส่งเร่งด่วน การขนส่งพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ผลิตภัณฑ์ยา และสินค้าที่เน่าเสียง่าย รวมทั้งสัตว์ที่มีชีวิต สนามบินลีแยฌ และแบรนด์ Flexpress เปิดตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่มีข้อจำกัด และให้บริการที่ยืดหยุ่นและรวดเร็วตลอดการเดินทางโดยรถบรรทุกไปยังสามหัวเมืองใหญ่ ๆ อย่าง อัมสเตอร์ดัม – ปารีส – แฟรงค์เฟิร์ต เพื่อให้บริการผู้บริโภคกว่า 400 ล้านคน

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20181205005291/en/

ติดต่อ:

รัฐบาลเบลเยียม

Miet Deckers

+32 475 766526

Miet.Deckers@peeters.fed.be

กลุ่มอาลีบาบา

Deborah Binks-Moore

+44 7470 691277

d.binks-moore@alibaba-inc.com

หน่วยงานการค้าและการลงทุนของเบลเยียม

Arnaud Collette – AWEX

+32 476 570130

arnaud.collette@icloud.com

สนามบินลีแยฌ

Christian Delcourt ผู้จัดการฝ่ายการสื่อสาร

+32 496 53 06 15

cde @ liegeairport.com

Diligent เปิดตัวคลังสมองเกี่ยวกับการกำกับดูแล Diligent Institute

Logo

ด้วยเครือข่ายคณะกรรมการและผู้เชี่ยวชาญด้านการกำกับดูแลกว่า 500,000 คนทั่วโลก บริษัทผู้นำด้านการบริหารจัดการองค์กรใช้ประโยชน์จากอิทธิพลและมุมมองตนในการมอบแพลตฟอร์มการวิจัยใหม่ให้กับชุมชนคณะกรรมการ

นิวยอร์ก–(บิสิเนสไวร์)–05 ธันวาคม 2018

Diligent Corporation ได้เปิดตัว Diligent Institute ถังสมองรูปแบบใหม่เพื่อตอบโจทย์คณะกรรมการบริหารในปัจจุบันในแง่ของการกำกับดูแลระดับโลก

Diligent Institute มอบการวิจัยระดับโลกในด้านการกำกับดูแลให้กับคณะกรรมการบริหารและทีมผู้บริหารเพื่อให้สามารถตัดสินใจด้วยความรู้มากขึ้น จึงทำให้องค์กรต่างๆ สามารถผลักดันประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมและการสร้างมูลค่าระยะยาว  ด้วยความสามารถในการเข้าถึงคณะกรรมการมากกว่าบริษัทใดในโลก Diligent มีความโดดเด่นในการแบ่งปันความรู้โดยรวมของชุมชนแห่งนี้เพื่อปรับปรุงแนวทางการกำกับดูแลทั่วโลก

การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางปีที่เต็มไปด้วยนวัตกรรมจาก Diligent และแสดงให้เห็นถึงการลงทุนอย่างต่อเนื่องของบริษัทในการสร้างขีดความสามารถในการกำกับดูแลกิจการทั่วโลก  สถาบันวิจัยใหม่นี้นำเสนอมุมมองที่ประสิทธิภาพจากนักคิดแนวหน้าให้กับคณะกรรมการเพื่อให้เกิดการตัดสินใจและกลยุทธ์ที่จะช่วยขับเคลื่อนความสำเร็จทางธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น

"ในฐานะผู้นำด้านซอฟต์แวร์การกำกับดูแล เราตัดสินใจที่จะมอบ Diligent Institute ให้กับชุมชนคณะกรรมการทั่วโลก” Brian Stafford ซีอีโอของ Diligent กล่าว  "สิ่งที่สำคัญสำหรับคณะกรรมการในวันนี้แตกต่างจากปีที่ผ่านมา  สถาบันที่โดดเด่นแห่งนี้มอบข้อมูลและวิจัยที่จะช่วยพลิกเกมให้กับผู้นำ ทำให้พวกเขามีเครื่องมือที่ก่อให้เกิดการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่ลึกซึ้งมากขึ้นและช่วยผลักดันธุรกิจของพวกเขาให้ก้าวไปข้างหน้า"

อิทธิพลทั่วโลกของ Diligent ช่วยให้มีการวิจัยที่แตกต่างและได้มาจากประสบการณ์จริงในทุกภาคส่วนและภูมิศาสตร์  จากการสำรวจเชิงปริมาณ กรณีศึกษา และการสัมภาษณ์มืออาชีพชั้นนำและผู้เชี่ยวชาญ สถาบันจะช่วยเพิ่มความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และประสิทธิภาพของธุรกิจทั่วโลก  ทางสถาบันได้ให้ข้อมูลเชิงลึกที่ได้มาจากคณะกรรมการนานาชาติเกี่ยวที่ตอบคำถามเร่งรัดมากมายจากเพื่อนร่วมงานในชุดคำถาม Ask a Director  ทางสถาบันยังได้จัดตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาด้วยที่มีสมาชิกมาจากอุตสาหกรรมและภูมิศาสตร์ที่หลากหลาย  คณะกรรมการที่ปรึกษามอบมุมมองที่แตกต่างเพื่อเป็นแนวทางให้กับสถาบัน  คณะกรรมการประกอบด้วย:

  • Anastassia Lauterbach ผู้อำนวยคถะกรรมการ Dun & Bradstreet, Wirecard และ Censhare, ที่ปรึกษาอาวุโสของ McKinsey and Company, และผู้เขียน The Artificial Intelligence Imperative: A Practical Roadmap for Business
  • David Larcker ศาสตราจารย์บัญชีคณะ James Irvin Miller และผู้อำนวยการ Corporate Governance Research Initiative ที่ Stanford Graduate School of Business
  • Dottie Schindlinger, รองประธานและผู้สนับสนุนเทคโนโลยีการกำกับดูแลที่ Diligent Corporation, ผู้ร่วมเขียน Governance in the Digital Age, นักพูดเรืองชื่อเกี่ยวกับประเด็นการกำกับดูแล, และผู้ก่อตั้ง BoardEffect.
  • Peter Gleason, ประธานและซีอีโอของ National Association of Corporate Directors
  • Susan Kilsby, กรรมการของ Shire plc. และกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารของ Diageo, Goldman Sachs International, Fortune Brand Home & Security, และ BBA Aviation
  • Susan Forrester ผู้อำนวยการคณะกรรมการ G8 Education Ltd, Over the Wire, และ Xenith IP Group และประธาน National Veterinary Care Ltd.
  • TK Kerstetter, ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ Boardroom Resources บรรณาธิการรับเชิญของ  Corporate Board Member, และพิธีกรรายการ “Inside America’s Boardrooms”
  • Brian Stafford, ซีอีโอของ Diligent Corporation และผู้ร่วมเขียน Governance in the Digital Age

"Diligent Institute มุ่งเป้าไปที่ปัญหาระดับโลกที่คณะกรรมการในปัจจุบันต้องเผชิญ" Anastassia Lauterbach สมาชิกคณะกรรมการที่ปรึกษาของ Diligent Institute กล่าว “เป็นเรื่องยากขึ้นเรื่อยๆ ที่จะรับมือกับประเด็นความสามารถในการแข่งขันขององค์กร การโตมูลค่าของธุรกิจในยุคของปัญญาประดิษฐ์ ความวิตกกังวลทั่วโลกเกี่ยวกับความเสมอภาค และความสับสนเกี่ยวกับผลกระทบของข้อมูลที่มีต่อชีวิตและการตัดสินใจของเรา  Diligent Institute มอบเวทีที่ยอดเยี่ยมในการให้ความรู้แก่คณะกรรมการเกี่ยวกับกรณีการใช้งาน แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด และการสนับสนุนกรรมการในกระบวนการตัดสินใจ”

Diligent Institute เป็นหน่วยงานวิจัยด้านการกำกับดูแลระดับโลกของ Diligent Corporation  บุคคลมากกว่า 500,000 รายในกว่า 14,000 องค์กรทั่ว 90 ประเทศใช้งานผลิตภัณฑ์การกำกับดูแลของ Diligent Institute  ทางสถาบันจะดำเนินธุรกิจแยกต่างหากจากธุรกิจหลักของบริษัท  ผลการวิจัยฟรีสามารถดูได้ที่ DiligentInstitute.com.

เกี่ยวกับ Diligent Institute

Diligent Institute ก่อตั้งขึ้นในปี 2018 เพื่อเสนอมุมมองทั่วโลกเกี่ยวกับหัวข้อการกำกับดูแลที่ซับซ้อนและปฏิรูปวงการที่คณะกรรมการและทีมผู้บริหารกำลังเผชิญในปัจจุบัน  สถาบันทำหน้าที่เป็นหน่วยงานวิจัยด้านการกำกับดูแลระดับโลกของ Diligent Corporation ซึ่งเป็นผู้ให้บริการด้านการกำกับดูแลกิจการระดับแนวโดยมอบโซลูชั่นการกำกับดูแลกิจการร่วมที่ปลอดภัยให้กับคณะกรรมการและผู้บริหารระดับสูง  Diligent Institute ได้รับเงินสนับสนุนจาก Diligent Corporation เพียงรายเดียว

เกี่ยวกับ Diligent

Diligent เป็นผู้ให้บริการด้านการกำกับดูแลกิจการระดับแนวโดยมอบโซลูชั่นการกำกับดูแลกิจการร่วมที่ปลอดภัยให้กับคณะกรรมการและผู้บริหารระดับสูง  ลูกค้ามากกว่า 14,000 รายในกว่า 90 ประเทศและในทุก 7 ทวีปพึ่งพา Diligent ในการจัดจำหน่ายวัสดุคณะกรรมการอย่างปลอดภัย ตลอดจนการส่งข้อความที่ปลอดภัย การปฏิบัติตามข้อกำหนดแบบบูรณา การการประเมินคณะกรรมการและการจัดการนิติบุคคล  Governance Cloud เป็นโซลูชั่นที่ตอบสนองความต้องการด้านการกำกับดูแลที่เปลี่ยนอย่างต่อเนื่องขององค์กรชั้นนำ ไปที่ www.diligent.com เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม

ดูเวอร์ชันของแหล่งที่มาใน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20181205005043/en/

ติดต่อ:

สำหรับ Diligent Corporation

Greg Nyhan, 646-215-6884

gnyhan@mww.com

Thai Herald