PMI ประกาศหาประธานและซีอีโอคนใหม่

Logo

ฟิลาเดลเฟีย–(BUSINESS WIRE)–19 ตุลาคม 2018

Project Management Institute (PMI) ซึ่งเป็นองค์กรวิชาชีพชั้นนำของโลกสำหรับผู้จัดการโครงการได้ประกาศการร่วมกับ Heidrick & Struggles ในการหาประธานและซีอีโอคนใหม่  ผู้นำที่คล่องตัวท่านนี้จะดูแลการดำเนินการตามแผนกลยุทธ์ใหม่และนำองค์กรไปสู่อนาคตที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงการหลายพันคนทั่วโลกได้เร่งพัฒนาอาชีพและทำให้ความคิดของตนเป็นจริง  Heidrick & Struggles เป็นผู้ให้บริการชั้นแนวหน้าในการค้นหาผู้บริหาร การประเมินความเป็นผู้นำ และการพัฒนาประสิทธิภาพขององค์กรและทีมงาน และการสร้างวัฒนธรรมในระดับโลก

PMI จะทำการค้นหาผู้สมัครทั่วโลกทั้งภายในและภายนอกองค์กรอย่างครอบคลุมสำหรับตำแหน่งสำคัญนี้  ผู้ที่ได้รับคัดเลือกจะเป็นผู้ที่มีค่านิยมหลักของ PMI และมีทักษะที่จำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมายสำคัญขององค์กร  ประธานและซีอีโอคนใหม่ของ PMI จะช่วยดำเนินโครงการหลายปีที่ออกแบบมาเพื่อขัดเกลาทิศทางยุทธศาสตร์ของ PMI และเพิ่มขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีเพื่อรองรับแนวโน้มการทำงานที่เปลี่ยนแปลงและปรับปรุงกิจกรรมการดำเนินงานประจำวันของ PMI

ทางองค์กรจะมองหาประธานและซีอีโอคนใหม่เพื่อช่วยนำพาการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้และวางตำแหน่งองค์กรเพื่ออนาคตที่กว้างขวาง  กระบวนการค้นหามีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนประธานและซีอีโอที่ราบรื่นและสานต่อภารกิจของสถาบันในการสนับสนุนอาชีพ สมาชิก และผู้ถือใบประกาศนียบัตร  คณะกรรมการของ PMI จะทำการคัดเลือกผู้สมัครในรอบสุดท้าย  บุคคลที่สนใจควรส่งอีเมลแนะนำและคำถามไปที่ PMI-CEO@Heidrick.com

PMI เป็นสมาคมวิชาชีพที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ให้บริการผู้มีส่วนได้เสียมากกว่า 3 ล้านรายผ่านทางการรับรองมาตรฐานวิชาชีพและผ่านกลุ่มตัวแทนกว่า 300 กลุ่มในเกือบทุกประเทศทั่วโลก

เกี่ยวกับ Project Management Institute (PMI)

Project Management Institute (PMI) เป็นสมาคมชั้นนำของโลกสำหรับผู้ที่ถือว่าการจัดการโครงการหรือพอร์ตโฟลิโอคืออาชีพของตน  PMI ก่อตั้งขึ้นในปี 1969 โดยให้ความสำคัญกับผู้เชี่ยวชาญกว่า 3 ล้านคนที่ทำงานในเกือบทุกประเทศทั่วโลกผ่านการสนับสนุน การทำงานร่วมกัน การศึกษา และการวิจัย  เราพัฒนาอาชีพและความสำเร็จขององค์กรให้ดียิ่งขึ้นและพัฒนาอาชีพการบริหารโครงการผ่านมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก การรับรอง ชุมชน ทรัพยากร เครื่องมือ การวิจัยทางวิชาการ สิ่งตีพิมพ์ หลักสูตร การพัฒนาวิชาชีพ และโอกาสในเครือข่าย  ProjectManagement.com เป็นส่วนหนึ่งของเครือ PMI ที่สร้างชุมชนออนไลน์ทั่วโลกที่เสริมสร้างทรัพยากร เครื่องมือ เครือข่าย และมุมมองที่กว้างขึ้น

เยี่ยมชมเราที่ www.PMI.org, www.projectmanagement.com, www.facebook.com/PMInstitute และใน Twitter @PMInstitute.

ดูเวอร์ชันของแหล่งที่มาใน businesswire.comhttp://www.businesswire.com/cgi-bin/mmg.cgi?eid=51886203&lang=en

ติดต่อ:

Project Management Institute (PMI)

Karen Flanagan, +1 610-356-4600 x1092

karen.flanagan@pmi.org

BOF 2018 จัดงานรวมตัวดาว K-Pop ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดซึ่งรวมถึง EXO Wanna One Seventeen ในเมืองปูซาน โดยเปิดการแสดงในวันที่ 20 ตุลาคม

Logo

  • เพลิดเพลินไปกับการแสดง K-pop และประสบการณ์แนว K เป็นเวลา 9 วันจนถึงวันที่ 28 ตุลาคม

ปูซาน, เกาหลีใต้–(BUSINESS WIRE)–19 ตุลาคม 2018

งาน ปูซาน One Asia เทศกาล (BOF ปี 2018) จะจัดให้มีการเฉลิมฉลองวัฒนธรรมฮันรยูอันดับ 1 ของเอเชีย (คลื่นเกาหลี หรือ Korean Wave) ซึ่งจะเกิดขึ้น  9 วัน โดยมีการเปิดการแสดงที่งดงามตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีมัลติมีเดียดูข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20181018006026/en/

Asia's largest Hallyu festival the Busan One Asia Festival 2018 (BOF 2018) holds in Busan from Oct.  ...

งานเทศกาลฮัรยู ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย หรือ งาน Busan One Asia Festival 2018 (BOF 2018) จะถูกจัดขึ้นที่เมืองปูซานระหว่างวันที่ 20 – 28 ตุลาคม งานเปิดคอนเสิร์ต BOF จะเปิดฉากขึ้นเมื่อวันที่ 20 ตุลาคมโดยมีศิลปินแนวหน้าของ K-pop อย่างวง EXO, Wanna One, SEVENTEEN, NCT 127, Celeb Five, Mamamoo, EXID, GFriend, The Boyz, ACE และ (G) I-dle งาน BOF จะมีคอนเสิร์ตปิดในวันที่ 28 ตุลาคม โดยมีการแสดงโดย Red Velvet, NCT Dream, Favorite, Dynamic Duo, Rhythm Power, Teen Top, Astro, April, KARD, Mighty Mouth และ Spectrum ทั้งนี้ BOF จะจัดคอนเสิร์ตฟรีให้กับประชาชนทั่วไป คอนเสิร์ต BOF Park Concert คอนเสิร์ตแนวปิกนิกจะเกิดที่สวนสาธารณะ Busan Citizens Park ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ในวันที่ 21 ตุลาคม ในขณะที่โปรแกรม K-culture ต่าง ๆ ทั้งที่เกี่ยวกับ K-beauty, K-art และ K-fashion รวมทั้ง K-pop จะ จะถูกจัดขึ้นที่บริเวณ Gunam-ro ตลอดงาน BOF 2018 (รูปจาก Business Wire)

งานแสดงที่มีชื่อว่า "Hi Five Busan, BOF" จะเริ่มขึ้นในเวลา 19.00 น. ในวันเสาร์ที่ 20 ต.ค. ที่สนามกีฬา Busan Asiad Main Stadium โดยจะแนะนำเนื้อหาวัฒนธรรม K ที่แสดงให้เห็นถึงปูซาน โดยจะเริ่มด้วยการแสดงร่วมกันของ 'Celeb Five' ซึ่งเป็นกลุ่มนักแสดงตลกหญิงยอดนิยมห้าคน กับประชาชนเมืองปูซานอีกประมาณ 100 คน ส่วนการแสดงชิ้นต่อไปนี้จะเป็นของนักแสดงและนายแบบที่เกิดในเมืองปูซานอย่าง Bae Jung Nam โดยมีศิลปินอย่าง Kim Chung-jae ซึ่งเป็นผู้กำกับด้านการออกแบบ BOF 2018 BI และโปสเตอร์และนักร้องมากมายมารวมตัวกันบนเวที

ผู้ชมจะตื่นตาตื่นใจกับคอนเสิร์ตที่มีพรสวรรค์จากนักดนตรี K-pop ชั้นนำ ได้แก่ EXO, Wanna One, SEVENTEEN, NCT 127, Celeb Five, Mamamoo, EXID และ GFriend – และนักร้อง "ไอดอล" อย่างเช่น The Boyz, ACE และ ( G) I-DLE หลังจากนั้นการแสดงพิธีเปิดจะถูกออกอากาศอีกครั้ง

ในวันถัดไปซึ่งเป็นวันที่ 21 ตุลาคม งาน 'BOF Park Concert' จะทำให้ดวงตาและหูของคุณได้สัมผัสกับความรื่นรมย์กับดนตรีแนวต่าง ๆ ที่ทุกรุ่นชื่นชอบ คอนเสิร์ตปิกนิกจะเปิดแสดงเวลา 18.00 น. บนลานหญ้าที่สวนสาธารณะ Busan Citizens Park คณะนักร้องประสานเสียงเมืองปูซานจะร่วมแสดงกับKingston Rudieska ซึ่งเป็นวงดนตรีร็อคของเกาหลี โดยรายชื่อผู้ที่จะมาแสดงในคอนเสิร์ตประกอบด้วยประกอบด้วย K.will, Chung Ha, NU'EST W (วงผู้ชายสี่คน), Favorite (กลุ่มสาว 6 คน) และ Cherry On Top (กลุ่มสาว 4 คน)

"เราจะรวบรวมศิลปินเกาหลีที่ดีที่สุดอย่างแท้จริงของเกาหลีที่เมืองปูซานเพื่อเปิดการแสดง เราหวังว่า BOF จะช่วยขยายและเพิ่มมูลค่าแบรนด์ของเมืองปูซานให้เป็นเมืองที่มีเนื้อหาฮันรยูมากที่สุดในเอเชีย "BOF Project Group กล่าว " เราได้จัดเตรียมโปรแกรมต่างๆเพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสกับเนื้อหา K ซึ่ง เคป๊อป ก็เป็นหนึ่งในนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย เราหวังว่าคุณจะชอบพวกเขา "

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ BOF 2018 กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ (www.bof.or.kr) หรือ Facebook (www.facebook.com/BusanOneAsiaFestival)

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20181018006026/en/

ติดต่อ:

สำหรับเทศกาล Busan One Asia Festival

NPR Comm

LEE KYUNG, + 82-10-2325-6113

EUNkelee@nprcom.co .kr

Kaymera Technologies ผู้นำระดับโลกด้านความปลอดภัยบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ระดับไฮเอนด์ ขยายฐานผู้ใช้ระบบป้องกันภัยคุกคามบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่มีความยืดหยุ่น

Logo

เฮอร์เซอลียา, อิสราเอล–(BUSINESS WIRE)–18 ตุลาคม 2018

Kaymera Technologies ผู้นำด้านโซลูชันระดับไฮเอนด์สำหรับป้องกันภัยคุกคามจากการใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ ประกาศในวันนี้ว่า BGŻ BNP Paribas ได้เลือกแพลตฟอร์มป้องกันภัยคุกคามจากการใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ที่มีความยืดหยุ่นจาก Kaymera เพื่อใช้ป้องกันข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลทางธุรกิจที่ถูกส่งผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่โดยพนักงานและพันธมิตรทางธุรกิจ

เมื่อเร็วๆ นี้ได้มีการรายงานผลสำรวจเกี่ยวกับอาชีพทางด้านความปลอดภัยด้านไอทีเกี่ยวกับนโยบาย Bring Your Own Device (BYOD) ที่อนุญาตให้พนักงานนำอุปกรณ์เคลื่อนที่ส่วนตัวมาใช้ในงาน พบว่ามีองค์กรห้าแห่งที่ประสบปัญหาการละเมิดความปลอดภัยผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ผ่านมัลแวร์และมัลแวร์ที่แพร่กระจายผ่าน wi-fi เป็นหลัก นอกจากนี้ยังพบว่าร้อยละ 24 ขององค์กรยืนยันว่าอุปกรณ์เคลื่อนที่ของพวกเขามีการเชื่อมต่อผ่านเครือข่าย wi-fi ที่เป็นอันตราย ขณะที่ร้อยละ 48 ขององค์กรเหล่านั้นไม่แน่ใจว่า ก่อนหน้านี้มีเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับความปลอดภัยบนอุปกรณ์เคลื่อนที่เกิดขึ้นภายในองค์กรหรือไม่ ขณะที่มีความเป็นไปได้ว่าอุปกรณ์เคลื่อนที่หนึ่งอย่างน้อยหนึ่งชิ้นในองค์กรขนาดใหญ่ทุกแห่งถูกโจมตีด้วยมัลแวร์ และหนึ่งในสามของผู้บริหารประสบปัญหาการโจมตีผ่านเครือข่าย เป็นเหตุให้บริษัทหลายแห่งมองหาระบบป้องกันภัยคุกคามที่มีความแข็งแรง

“เรากำลังมองหาโซลูชันที่จะรองรับการใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ในองค์กรของเรา ด้วยการเพิ่มโครงสร้างความปลอดภัยในการใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ เราจึงได้ร่วมมือกับ Kaymera Technologies ซึ่งเป็นผู้คิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ และเป็นผู้นำด้านความปลอดภัยบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ เพื่อนำโซลูชันด้านความปลอดภัยสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่มีความยืดหยุ่นของพวกเขามาใช้กับพนักงานของเราอย่างครอบคลุม” นาย Krzysztof Słotwiński ผู้อำนวยการด้านความปลอดภัยและความต่อเนื่องทางธุรกิจของ BGŻ BNP Paribas กล่าว “เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ Fast Forward ของธนาคาร และเพื่อให้การเปลี่ยนแปลงเป็นองค์กรดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบของเรายังดำเนินต่อไปอย่างรวดเร็ว BGŻ BNP Paribas จึงมุ่งเน้นที่การร่วมมือกับบริษัทภายนอกองค์กร การเปิดตัวแพลตฟอร์มป้องกันภัยคุกคามบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ทีมีความยืดหยุ่นของ Kaymera จะช่วยให้ให้ข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลทางธุรกิจบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ของทั้งพนักงานธนาคารและพันธมิตรทางธุรกิจมีความปลอดภัย โซลูชันนี้จะช่วยปกป้องการสื่อสารทุกรูปแบบ ตรวจสอบการส่งข้อมูล ตรวจจับและทำลายการโจมตีที่พุ่งเป้ามายังอุปกรณ์เคลื่อนที่ ระบุภัยคุกคาม และป้องกันการเข้าถึงที่ไม่ได้รับอนุญาต หรือการติดตั้งซอฟต์แวร์ที่มุ่งประสงค์ร้ายต่างๆ”

แพลตฟอร์มป้องกันภัยคุกคามบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่มีความยืดหยุ่นของ Kaymera นำขั้นตอนแบบบูรณาการมาปรับใช้กับระบบความปลอดภัยบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ระดับองค์กร แพลตฟอร์มนี้มีการป้องกันแบบเชิงรุก และมีความชาญฉลาดในการคาดการณ์เพื่อช่วยให้องค์กรและผู้ใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ปลอดภัยจากการโจมตีทางไซเบอร์ และเป็นการปรับปรุงความปลอดภัยบนอุปกรณ์เคลื่อนที่โดยรวม ด้วยระบบระบุภัยคุกคามแบบมัลติเลเยอร์และขั้นตอนในการลดภัยคุกคาม รวมถึงพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ที่มีความยืดหยุ่นในการรองรับระดับความอ่อนไหว และตัวเลือกในการนำมาใช้ในเซกเมนต์ต่างๆ ขององค์กร แพลตฟอร์มของ Kaymera ที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์สั่งสมมาเป็นเวลาหลายปีในการส่งมอบระบบความปลอดภัยบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ระดับไฮเอนด์ที่ให้กับองค์กรเอกชนทั่วโลก จึงสามารถตรวจได้ทั้งภัยคุกคามที่รู้จักและไม่รู้จักได้แบบเรียลไทม์ โดยไม่กระทบต่อการใช้งานของผู้ใช้ปลายทางหรือความปลอดภัย ตั้งแต่โซลูชันความปลอดภัยสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่มาตรฐานเดียวกับที่ใช้ในวงการทหาร ที่ได้รับการออกแบบเพื่อมอบการป้องกันระดับสูงในเซกเมนต์ที่มีความเสี่ยงสูง ไปจนถึงโซลูชันความปลอดภัยสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่แบบแอปพลิเคชันสำหรับอุปกรณ์ BYOD (ทั้งที่บริหารจัดการและไม่ได้บริหารจัดการโดยองค์กร) ซึ่งควบคุมโดยศูนย์กลางที่มีความสามารถในการเข้าถึงและตรวจสอบทุกผลิตภัณฑ์ พอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ของ Kaymera มีการจัดกลุ่มที่ไม่เหมือนใคร เพื่อให้เจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยด้านไอทีเข้าถึงโครงสร้างความปลอดภัยบนอุปกรณ์มือถือที่มีความยืดหยุ่นมากที่สุดและมีองค์กรเป็นศูนย์กลาง

“เราตื่นเต้นที่ได้เพิ่ม BGŻ BNP Paribas ในรายชื่อฐานลูกค้าที่กำลังขยายอย่างรวดเร็วของเรา และรู้สึกขอบคุณสำหรับความไว้ใจของพวกเขาได้มอบให้เรา ในการช่วยให้พวกเขามีระบบความปลอดภัยบนอุปกรณ์มือถือที่สอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กร” นาย Avi Rosen ตำแหน่งซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Kaymera Technologies กล่าว “ในช่วงปีที่ผ่านมา เราได้ทำการวิเคราะห์กิจกรรมที่น่าสงสัยและรูปแบบพฤติกรรมที่ผิดปกติบนอุปกรณ์ เครือข่าย Wi-Fi และโทรศัพท์ไร้สายกว่าล้านแห่ง พบว่ามีการโจมตีหลายครั้งและแคมเปญที่พุ่งเป้ามาที่แพลตฟอร์มเคลื่อนที่ เป็นเรื่องสำคัญที่องค์กรจะได้เห็นภัยคุกคามบนอุปกรณ์เคลื่อนที่เหล่านั้น และมีการป้องกันพนักงานและโครงสร้างพื้นฐานในเชิงรุกที่เจอกับความเสี่ยงได้ในทันที”

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมและข้อมูลเกี่ยวกับวิธีที่ Kaymera ได้ช่วยปกป้ององค์กรและป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ โดยไม่กระทบต่อประสิทธิภาพการใช้งานอุปกรณ์มือถือและความเป็นส่วนตัว โปรดเยี่ยมชมที่ www.kaymera.com

เกี่ยวกับ Kaymera

Kaymera ก่อตั้งโดยกลุ่มผู้ที่คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมความปลอดภัยทางไซเบอร์ ซึ่งมีความรู้เชิงลึกและความเชี่ยวชาญในระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์สำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ การโจมตีทางไซเบอร์ และเทคนิคในการรวบรวมข้อมูลที่ชาญฉลาด

Kaymera เป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์สำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่มีความล้ำหน้ามากที่สุดของโลก ออกแบบให้ปกป้ององค์กร หน่วยงานรัฐบาลและผเจ้าหน้าที่ในสายอาชีพต่างๆ จากภัยคุกคามบนอุปกรณ์มือถือทุกชนิด

แพลตฟอร์มจาก Kaymera มีระบบตรวจจับภัยคุกคามอัจฉริยะที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรม ในการ คาดการณ์ ป้องกัน ตรวจจับ และปกป้องผู้ใช้จากภัยคุกคามทั้งที่รู้จักและไม่รู้จักที่ครอบคลุมที่สุด ด้วยระบบเรียนรู้ด้วยตัวเองอันทรงพลังและกลไกวิเคราะห์ความเสี่ยงที่เป็นหัวใจสำคัญ พอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ของแพลตฟอร์มจึงสามารถยกระดับให้เทียบเท่าระดับความปลอดภัยตามที่ระดับความเสี่ยงและความอ่อนไหวของผู้ใช้ต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่กระทบต่อการทำงานหรือความเป็นส่วนตัวของผูใช้งานปลายทาง

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20181018005529/en/

ติดต่อ:

Kaymera Technologies
David Sarfati
VP of WW Sales
info@kaymera.com
+972-73-2395651

ลอนดอนตอกย้ำความเป็นผู้นำ นิวยอร์กไต่ลำดับขึ้นอย่างรวดเร็ว ในขณะที่โตเกียวอยู่ในอันดับ 3 เช่นเดิม

Logo

ดัชนี GPCI 2018 ของ The Mori Memorial Foundation จัดอันดับ 44 เมืองที่น่าสนใจที่สุดในโลก

โตเกียว–(BUSINESS WIRE )–18 ต.ค. 2018

ลอนดอน, นิวยอร์ก, โตเกียว และปารีสถูกจัดอันดับให้เป็นเมืองที่มีเสน่ห์โดยรวมมากที่สุดในโลก ตามลำดับที่ได้กล่าวไป โดยดัชนี the Global Power City Index (GPCI) 2018 ได้มีการตีพิมพ์รายงานของโดยสถาบัน Mor Memorial สำหรับยุทธศาสตร์การจัดการชุมชนเมือง ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยที่ก่อตั้งขึ้นโดย Mori Building ซึ่งเป็นบริษัทผู้พัฒนาเมืองชั้นนำในโตเกียว รายงานประจำปีของ GPCI ได้จัดอันดับ 44 เมืองใหญ่ ๆ ในแง่ของ "ความมีเสน่ห์ดึงดูด" หรืออำนาจโดยรวมในการดึงดูดบุคคลที่สร้างสรรค์และองค์กรต่างๆจากทั่วโลกตั้งแต่ปี 2008 โดยเมืองต่าง ๆ ได้รับการจัดอันดับโดยใช้ 70 ตัวชี้วัดจาก 6 หมวด ได้แก่ เศรษฐกิจการวิจัยและพัฒนา ปฏิสัมพันธ์ด้านวัฒนธรรม ความน่าอยู่อาศัย สิ่งแวดแวดล้อม และความสามารถในการเดินทางเข้าถึง

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณลักษณะเป็นมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่:

https://www.businesswire.com/news/home/20181017005307/en/

กรุงลอนดอนยังเป็นหนึ่งเดียว นิวยอร์กไต่อันดับขึ้นอย่างรวดเร็ว โตเกียวมีความแตกแยกในสาขาต่าง ๆ และปารีสกระเตื้องคืนมา

เมืองชั้นนำ 4 แห่งยังคงไม่เปลี่ยนแปลงจากปีที่แล้ว โดยมีลอนดอน, นิวยอร์ก, โตเกียวและปารีสที่ดำรงตำแหน่งในอันดับที่หนึ่งถึงสี่เหมือนเดิม ลอนดอนยังคงนำหน้าต่อไป แถมยังได้คะแนนเพิ่มด้วยแรงผลักดันที่ยังไม่อ่อนแรงหลังจากกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิกในปี 2012 นอกจากนี้ลอนดอนยังได้ปรับปรุงหมวดหมู่ที่อ่อนแอที่สุดของตนก่อนหน้านี้ อย่างด้านความน่าอยู่อาศัย (Livability) และยังคงแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องในด้านการมีปฏิสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม (Cultural Interaction)

ปัจจุบัน ในขณะที่ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักรทำให้เกิดการเกลี่ยสมดุลของจุดแข็งในหลายประเภท แต่ก็ทำให้ลอนดอนมีโอกาสในการแสดงศักยภาพที่จะเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาส ทำให้สามารถสานต่อความเป็นผู้นำ และก้าวต่อไปข้างหน้าในฐานะเมืองที่ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับที่สูงที่สุด

หลังจากที่วิกฤตการเงินของโลกได้ผ่านพ้นไป นิวยอร์กทำคะแนนได้สูงที่สุดภายในหนึ่งปีนับตั้งแต่เริ่มมีการจัดอันดับ GPCI เนื่องจากได้รับประโยชน์จากผลกระทบของการประเมินผลที่แข็งแกร่ง ในด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับสตาร์ทอัพ และความหลากหลายของตัวเลือกสถานที่ทำงาน นิวยอร์กยังดำรงตำแหน่งสูงสุดในด้านการวิจัยและพัฒนา และเศรษฐกิจ เนื่องจากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นในอัตราภาษีนิติบุคคล ผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้นต่อการเติบโตของ GDP ในสหรัฐฯ เนื่องจากความขัดแย้งทางการค้าอาจส่งผลต่อการจัดอันดับในอนาคตของนิวยอร์กและสภาพแวดล้อมและความน่าอยู่อาศัยยังคงเป็นจุดอ่อนที่สำคัญ โตเกียวซึ่ง ซึ่งติดอยู่ใน 10 อันดับแรกในทุกด้าน ยกเว้นด้านสิ่งแวดล้อม ไต่ขึ้นสู่ท็อป 10 เป็นครั้งแรกในด้านความน่าอยู่อาศัย ด้วยการปรับปรุงด้านเวลาการทำงานที่ดีขึ้น โตเกียวมีคะแนนเพิ่มขึ้นทุกปีตั้งแต่ปี 2015 แต่ยังมีความมุ่งมั่นในการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศค่อนข้างน้อย โดยตกจากอันดับที่ 12 ไปสู่อันดับที่ 29 ในด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ เช่นเดียวกับลอนดอนในปี 2012 โตเกียวเองก็หวังว่าจะสร้างคะแนนก่อนและหลังการเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิกเกมในปี 2020 สำหรับ ปารีส หลังจากตกไปอยู่ที่อันดับที่สี่ เพราะมีการโจมตีของผู้ก่อการร้ายหลายครั้งในปี 2015 ก็เริ่มฟื้นตัวขึ้นในด้านคะแนนรวม ซึ่งรวมทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นด้วย  เมื่อมาถึงตอนนี้ที่ปารีสโอลิมปิกและพาราลิมปิกเกมส์ ปี 2024 ได้ถูกประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ ปารีสน่าจะต้องแข่งขันกับโตเกียวเพื่อการเติบโตที่อิงจากโอลิมปิกเกมส์

ไฮไลท์อื่น ๆ (เมืองตั้งแต่อันดับที่ 5 ลงไป)

  • สิงคโปร์ (# 5) ซึ่งเป็นเมืองที่มีความแข็งแกร่งทางด้านเศรษฐกิจเสรี อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล และการประชุมระหว่างประเทศ ตอนนี้อยู่ที่อันดับแรกของโลกในด้านความพึงพอใจในการทำงานของพนักงาน และเป็นอันดับหนึ่งในเอเชียสำหรับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสำหรับสตาร์ตอัพ ยอดจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศและในจำนวนผู้อยู่อาศัยในสิงคโปร์จากต่างประเทศ ทำให้สิงคโปร์กลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศชั้นนำของเอเชีย

  • อัมสเตอร์ดัม (# 6) ยังคงได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองที่เป็นมิตรในเชิงที่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีสำหรับการทำธุรกิจ เมืองนี้อยู่ในอันดับหนึ่งในด้านความเตรียมพร้อมด้านไอซีทีและเป็นอันดับ 8 ในด้านสภาพแวดล้อมสำหรับสตาร์ตอัพ และได้รับการประเมินว่าเป็นเมืองที่ให้คุณภาพชีวิตที่ดีเยี่ยม รวมทั้งการเป็นอันดับที่สองในด้านความพึงพอใจในชีวิตของพนักงาน ซึ่งเป็นรองแค่สิงคโปร์เท่านั้น อัมสเตอร์ดัมและเมืองใกล้เคียงอย่าง แฟรงค์เฟิร์ต (# 15) ยังได้ถูกจันลำดับให้อยู่ในอันดับต้น ๆ ในด้านการเข้าถึง (อันดับโดยรวมที่อันดับ 6)

  • โซล (#7) ยังอยู่ในอันดับต้น ๆ ด้านการวิจัยและพัฒนาอีกครั้ง โดยอยู่ที่อันดับที่สามในด้านจำนวนนักวิจัย อันดับที่ห้าในด้านการใช้จ่ายเพื่อการวิจัยและพัฒนา และอันดับที่สองในด้านจำนวนสิทธิบัตร ในด้านสิ่งแวดล้อม โซลเป็นผู้นำทุกเมืองในเอเชียในด้านความมุ่งมั่นในการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศ (อยู่อันดับที่ 14 โดยรวม) และอัตราการรีไซเคิลขยะ (อันดับที่ 1)

  • เบอร์ลิน (# 8) ประสบความสำเร็จในการจัดอันดับสูงสุดในด้านความน่าอยู่อาศัย และอยู่ในอันดับหกในด้านการมีส่วนร่วมทางวัฒนธรรม เพราะมีโอกาสที่มากมายในด้านนี้ เบอร์ลินมีจุดแข็งด้านสิ่งแวดล้อม โดยเป็นอันดับหนึ่งในยุโรป (อันดับที่สี่โดยรวม) ในด้านอัตราการรีไซเคิลขยะ (Waste Recycle Rate) และเป็นอันดับหนึ่งใน 10 อันดับแรก (อันดับห้าโดยรวม) ในด้านความครอบคลุมในการใช้พลังงานเขียว (Green Coverage)

  • ฮ่องกง (# 9) อยู่ในอันดับที่ 5 โดยรวมในหมวดเศรษฐกิจ นโยบายที่เป็นมิตรกับธุรกิจทำให้เมืองนี้เป็นอันดับหนึ่งในด้านเสรีภาพทางเศรษฐกิจ และเป็นอันดับสองในด้านอัตราภาษีนิติบุคคล และเพราะการมีท่าเรือที่มีประสิทธิภาพสูงทำให้ฮ่องกงเป็นอันดับแรกในการขนส่งแบบ International Freight Flows และเป็นอันดับหนึ่งในเอเชีย (อันดับสามโดยรวม) ในด้านมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก

  • ซิดนีย์ (# 10) อยู่อันดับที่ห้าในด้านเสรีภาพทางเศรษฐกิจ และอันดับที่เจ็ดในด้านความหลากหลายของทางเลือกในด้านสถานที่ทำงาน นอกจากนี้ซิดนีย์ยังเป็นเลิศด้านสิ่งแวดล้อม เป็นอันดับหนึ่งในกลุ่ม GPCI ท็อป 10 คุณภาพอากาศที่ดีเยี่ยมของซิดนีย์ได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งในด้านความเข้มข้นของ SO2 และ NO2 และอันดับสี่ในด้านความเข้มข้นของ SPM นอกจากนี้ซิดนีย์อยู่ในอันดับที่หกในด้านความมุ่งมั่นในการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20181017005307/en/

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม:

มูลนิธิ Mori Memorial Foundation

สถาบันด้านยุทธศาสตร์การจัดการชุมชนเมือง Institute for Urban Strategies

Peter Dustan + 81-3-6406-6800

แฟ็กซ์ : + 81-3-3578-7051

info@mori-m-foundation.or.jp

http://mori-m-foundation.or.jp/english/ius2/gpci2/

หรือ

สำหรับสื่อจากต่างประเทศติดต่อ

Weber Shandwick

Reina Matsushita / Kaya Tanabe,

โทร: + 81- (0) 80-2375-0295 / +81 (0) 90-7726-7027

อีเมล: moribldg@webershandwick.com

Nadia Murad เตรียมขึ้นกล่าวในงานประชุมที่ชาร์จาห์เพื่อสร้างโอกาสให้กับเยาวชนใน MENA

Logo

งานประชุม ‘Investing in the Future’ จะเป็นเวทีที่ให้เยาวชนในภูมิภาคได้ส่งเสียงของพวกเขาในระดับนานาชาติ

ชาร์จาห์, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–(BUSINESS WIRE)–17 ตุลาคม 2018

ก่อนงานประชุมครั้งสำคัญของภูมิภาค MENA ซึ่งให้ความสำคัญในการระบุถึงอุปสรรคในการพัฒนาและปัญหาเรื่องมนุษยธรรมจะเริ่มต้นขึ้น การประชุม ‘Investing in the Future’ หรือ IIFMENA ครั้งที่สาม จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-25 ตุลาคม ในเมืองชาร์จาห์ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยมี Nadia Murad นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนจากอิรัก เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปี 2018 เป็นหนึ่งในผู้ร่วมงาน

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20181017005371/en/

Nadia Murad (Archive)

Nadia Murad (คลังภาพ)

งานประชุม IIFMENA 2018 ที่มีองค์กรอย่าง UNHCR, UNICEF, UNDP และ NAMA-UN Women เป็นพันธมิตรหลัก จะช่วยสร้างความสนใจมากขึ้นต่อแนวทางที่รัฐบาล ภาคประชาสังคม องค์กรนานาชาติ หน่วยงานด้านวิชาการและภาคเอกชนสามารถร่วมมือกันเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนในภูมิภาคเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้นต่อเรื่องกระบวนการปรึกษา กำหนดนโยบาย และตัดสินใจ เพื่อทำให้เกิดวิธีการที่มีความครอบคลุมและมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการต่อสู้กับความอุปสรรคและการหาทางออกที่มีประโยชน์และต่อยอดได้

นับตั้งแต่นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุยชนชาวอิรักวัย 25 ปี รายนี้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปี 2018 เป็นต้นมา การขึ้นพูดในงาน IIFMENA 2018 ในเมืองชาร์จาห์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จะเป็นการปรากฎตัวในที่สาธารณะอย่างเป็นทางการครั้งแรกของเธอ สำหรับงานจะจัดขึ้นภายใต้ธีม ‘Youth – Crisis Challenges and Development Opportunities’ และจัดโดยองค์กรด้านมนุษยชนระดับโลกอย่าง The Big Heart Foundation (TBHF) ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

หญิงสาวเจ้าของงานเขียนเรื่อง The Last Girl: My Story of Captivity, and My Fight Against the Islamic State กล่าวว่า “ฉันรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการแก้ไขปัญหาความยากลำบากของเยาวชนในเขต MENA และกำลังนำผู้นำและผู้เชี่ยวชาญระดับโลกมารวมตัวกัน เพื่อต่อสู้กับวิกฤตเรื่องเยาวชนที่เกิดขึ้นที่นี่ ฉันตั้งตารอโอกาสที่จะได้ใช้เวทีระดับโลกแห่งนี้ส่งสารไปยังหนุ่มสาวอีกหลายล้านคนที่ตกเป็นเหยื่อสงคราม ความรุนแรง และความโหดร้ายทารุณเช่นเดียวกับฉัน และให้ความหวังกับพวกเขาในการสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับพวกเขาเองด้วยการบอกเล่าเรื่องราวของฉันกับพวกเขา หากฉันทำได้ พวกเขาก็ทำได้เช่นกัน”

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชมที่: http://iifmena.org/

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20181017005371/en/

ติดต่อ:

National Network Communications (NNC)
Fadia Daouk, +971 52 617 2111

project44 และ Gatehouse Logistics ประกาศความร่วมมือเอกสิทธิ์

Logo

ข้อตกลงข้ามชาตินี้นำมาสู่การแสดงผลของเส้นทางการขนส่งทั่วทั้งยุโรปและอเมริกาเหนือ

ชิคาโก และ NØRRESUNDBY เดนมาร์ก–(BUSINESS WIRE)—17 ตุลาคม 2018

project44 (p44) และ Gatehouse Logistics ประกาศการลงนามในข้อตกลงระหว่างประเทศแบบเอกสิทธิ์ที่จะก่อให้เกิดการแสดงผลของเครือข่ายการขนส่งที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือและยุโรป  สุดท้ายแล้ว การเร่งความสามารถสำหรับผู้ให้บริการเทคโนโลยีทั้งสองจะเพิ่มโซลูชั่นการมองเห็นผ่านโหมดการขนส่งและภูมิศาสตร์ต่างๆ

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณลักษณะด้านมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20181017005211/en/

การมองเห็นห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจรเป็นสิ่งสำคัญสำหรับองค์กรระดับโลกที่ต้องการติดตามการดำเนินงานทั่วโลก เพิ่มประสิทธิภาพ และปรับปรุงประสบการณ์โดยรวมของลูกค้า  การเป็นหุ้นส่วนข้ามชาติครั้งแรกนี้ช่วยให้มองเห็นกระบวนการขนส่งที่สำคัญเพื่อให้มั่นใจว่าองค์กรระดับโลกจะสามารถมองเห็นและตอบสนองต่อเหตุการณ์ทั้งหมดในห่วงโซ่อุปทานได้อย่างถูกต้องตามได้อย่าง “เร็วดั่งใจ"

ซีอีโอของ Gatehouse Logistics Jesper Bennike กล่าวว่า "project44 และ Gatehouse Logistics ได้ให้ความสำคัญกับข้อมูลความซื่อสัตย์สูงเป็นเวลาหลายปี  การทำงานร่วมกันนี้สอดคล้องกับคำมั่นสัญญาหลักของบริษัททั้งสองที่จะนำเสนอเครื่องมือการแสดงผลระดับโลกที่ครอบคลุมที่สุดโดยใช้ข้อมูลที่มีความปลอดภัย มีคุณภาพสูง และเรียลไทม์"

ตั้งแต่ปี 1992, Gatehouse Logistics ได้เป็นผู้นำในการแบ่งปันข้อมูลอย่างปลอดภัยในห่วงโซ่อุปทานโดยการนำเสนอการรับส่งข้อมูลขาเข้าและขาออกที่จำเป็น  ghTrack เป็นบริการข้อมูลร่วมที่เป็นไปตามข้อกำหนดของ GDPR ที่ทำให้ Gatehouse Logistics สามารถสร้างเครือข่ายระบบสื่อสารทางไกลทั่วยุโรปได้มากที่สุด  ในทำนองเดียวกัน project44 ได้กลายเป็นผู้นำในการแสดงผลของอเมริกาเหนือโดยการสร้างเครือข่ายผู้ให้บริการความจุที่ใหญ่ที่สุดและครอบคลุมที่สุดโดยเชื่อมต่อผ่าน ELD, telematics การเชื่อมต่อ API โดยตรง การติดตามแอปพลิเคชัน หรือแอพพลิเคชันสมาร์ทโฟน

ด้วยการเป็นหุ้นส่วนนี้ ลูกค้าของ project44 และ Gatehouse Logistics สามารถเข้าถึงเครือข่ายผู้ให้บริการระบบ multimodal ได้ 175,000 รายซึ่งประกอบด้วยผู้ให้บริการความจุ 90,000 รายในอเมริกาเหนือและ 85,000 รายในยุโรป  นอกจากนี้ยังได้เร่งรัดกระบวนการเพื่อให้ลูกค้าสามารถเริ่มใช้งานได้อย่างรวดเร็วและไร้รอยต่อและสร้างมูลค่าอย่างรวดเร็ว

“การแสดงผลคือประเด็นที่สำคัญที่สุดของห่วงโซ่อุปทาน  เราเห็นบริษัทในอเมริกาเหนือและยุโรปในจำนวนสูงเป็นประวัติการณ์เข้าลงทุนในแพลตฟอร์มการแสดงผลข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อใช้ทั้ง stand-alone หรือแบบ TMS, CRM, WMS หรือ ERP” ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ Jett McCandless กล่าว" “ความร่วมมือครั้งนี้ช่วยเร่งความเร็วที่ผู้ผลิต ผู้ค้าปลีก ผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ซ ผู้จัดจำหน่าย ผู้จัดส่งสินค้า และบริษัท 3PL จะสามารถรับรู้ถึงประโยชน์ของการแสดงผลแบบควบวงจรโดยการทำงานร่วมกับผู้ให้บริการเจ้าเดียวสำหรับการจัดส่งทั้งหมดโดยไม่คำนึงถึงที่ตั้งทางภูมิศาสตร์”

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับความร่วมมือเอกสิทธิ์นี้หรือนัดเวลาชมการสาธิตได้ที่ https://get.project44.com/ghl-partnership/

ผู้บริหารจาก project44 และ Gatehouse Logistics จะเข้าร่วมการประชุม International Supply Chain Conference ครั้งที่ 35 ที่กรุงเบอร์ลินระหว่างวันที่ 17-19 ตุลาคม 2018 ซึ่งจัดโดย BVL. บรรณาธิการที่เข้าร่วมการประชุม BVL ได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานเลี้ยงต้อนรับใน Gartenlounge II เวลา 14:00 น. ในวันที่ 17 ตุลาคมเพื่อรับฟังการบรรยายพิเศษ

เกี่ยวกับ project44:

project44 เป็นแพลตฟอร์มการแสดงผลขั้นสูงชั้นนำของโลกสำหรับผู้จัดส่งสินค้าและบริษัทขนส่ง  project44 ทำการเชื่อมต่อ ทำงานโดยอัตโนมัติ และแสดงกระบวนการขนส่งที่สำคัญเพื่อเร่งการสรุปข้อมูลเชิงลึกและลดระยะเวลาที่ใช้ในการเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกเหล่านั้นไปสู่การปฏิบัติงาน  องค์กรต่างๆ สามารถใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มระบบคลาวด์ของ project44 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ลดค่าใช้จ่าย ปรับปรุงประสิทธิภาพในการจัดส่ง และมอบประสบการณ์ดั่ง Amazon ให้กับลูกค้าของตน  โดยเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการทั่วโลกกว่า 175,000 รายและครอบคลุมอุปกรณ์ ELD และ telematics ทั้งหมดในตลาด project44 สนับสนุนโหมดการขนส่งและประเภทการจัดส่งทั้งหมด รวมถึงพัสดุภัณฑ์ Final-Mile, Less-than-Truckload, Volume Less-than-Truckload, Truckload, ระบบราง, Intermodal, และทะเล  เรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่  www.project44.com

เกี่ยวกับ GateHouse Logistics A/S:

GateHouse Logistics เป็นเจ้าของแบรนด์ของ ghTrack ซึ่งเป็นบริการแบ่งปันข้อมูลแบบคลาวด์ที่เป็นกลางและเป็นอิสระอย่างสมบูรณ์ โดยเป็นผู้นำทางข้อมูลสำคัญทางธุรกิจที่มีการใช้ร่วมกันอย่างปลอดภัยทั่วทั้งห่วงโซ่อุปทาน  นอกจากนี้ยังเป็นรากฐานที่สมบูรณ์แบบสำหรับอุตสาหกรรมอัจฉริยะที่เกิดขึ้นใหม่ซึ่งรวมถึงการพัฒนา IoT.  ghTrack นำการแสดงแบบ end-to-end แบบเรียลไทม์ให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายในห่วงโซ่อุปทาน  ghTrack รวบรวมข้อมูลตำแหน่งและข้อมูลเซ็นเซอร์จากการขนส่งทุกรูปแบบและแสดงให้เห็นเป็นสตรีมข้อมูลแบบครบวงจรและเข้าใจได้เพื่อให้สามารถรวมเข้ากับระบบธุรกิจได้ง่ายดาย  ghTrack เป็นบริการแบ่งปันข้อมูลที่ใช้กันอย่างแพร่หลายและปลอดภัยในยุโรป  เยี่ยมชมเว็ปไซต์ได้ที่  www.ghTrack.com

ดูเวอร์ชันของแหล่งที่มาใน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20181017005211/en/

ติดต่อสำหรับสื่อในอเมริกาเหนือ:

project44

Ally Lynch, VP Marketing

Phone: 1-312-300-4899

Email: ally@project44.com

หรือ

ติดต่อสำหรับสื่อในยุโรป:

GateHouse Logistics

Mette Lilkær, Strategic Sales & Marketing Manager

Landline: + 45 7020 1909. Mobile + 45 2920 2383

Email: mdl@gatehouse.dk

IWBI เปิดตัวเครือข่ายที่ปรึกษาจากทั่วโลกสำหรับ WELL Portfolio

Logo

–ผู้เชี่ยวชาญชั้นนำจะให้คำปรึกษาด้านการออกแบบและการริเริ่มของโครงการนำร่องใหม่ๆ ให้กับหลายๆ อาคารในแต่ละพอร์ตโฟลิโอ

นิวยอร์ก–(BUSINESS WIRE)–16 ตุลาคม 2018

International WELL Building Institute™ (IWBI™) ประกาศในวันนี้เรื่องการรวมทีมที่ปรึกษาจากทั่วโลกเพื่อช่วยให้การเริ่มโครงการนำร่อง WELL Portfolio™ เป็นรูปเป็นร่างและมีความก้าวหน้ามากขึ้น โดยโครงการดังกล่าวเป็นแนวทางใหม่ที่มีประสิทธิภาพที่ WELL Certification™ นำมาใช้กับอาคารทั้งที่สร้างขึ้นใหม่และอาคารที่มีอยู่ในปัจจุบัน รวมถึงพื้นที่สำหรับเช่าในแต่ละพอร์ตโฟลิโอ

หลังจากที่มีการประกาศไปเมื่อเดือนที่แล้ว ขณะนี้ WELL Portfolio ได้รับการเปิดตัวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนำร่อง WELL v2™ ซึ่งเป็นโครงการ WELL Building Standard™ (WELL™) ชิ้นใหม่ล่าสุด สิ่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของอีกหลายวิธีการที่จะยกระดับ WELL ซึ่งได้แสดงให้เห็นถึงความต้องการที่มากขึ้นทั่วทั้งอุตสาหกรรมของโปรแกรมที่จะช่วยให้เจ้าของอสังหา ผู้พัฒนาและผู้เช่าสามารถยกระดับการพัฒนาด้านสุขภาพและสุขภาวะของอสังหาริมทรัพย์ให้มีประสิทธิภาพและขยายในวงกว้างมากขึ้น ทั้งนี้ ทีมที่ปรึกษาประกอบด้วยทีมงานมืออาชีพ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ และผู้เชี่ยวชาญจากหลายอุตสาหกรรมและภาคส่วน โดยแต่ละคนจะมีวาระหนึ่งปี

“นับตั้งแต่วันที่เราเปิดตัว WELL เป็นครั้งแรก เราได้รับความสนใจอย่างมหาศาลจากบริษัททั่วโลกที่ต้องการได้รับประโยชน์ด้านสุขภาพแบบเดียวกันนี้” นาย Rick Fedrizzi ตำแหน่ง Chairman และ CEO ของ IWBI กล่าว “ความมุ่งมั่นของผู้ที่บุกเบิกเรื่องนี้เป็นรายแรกๆ ซึ่งปัจจุบันได้แบ่งปันความรู้ของพวกเขาในฐานะที่ปรึกษาของเรา คือสิ่งที่จะทำให้กระบวนการนี้ขับเคลื่อนไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลกระทบกับบริษัทในจำนวนที่มากขึ้น และสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับผู้คนทั่วทุกมุมโลกในจำนวนที่มากขึ้น”

ในเดือนที่ผ่านมา IWBI ได้ประกาศรายชื่อบริษัทผู้เข้าร่วมกลุ่มแรก ประกอบด้วย Barclays, Brandywine Realty Trust, CBRE Global Investors and CBRE, Charter Hall, Forest City Realty Trust, Gro, Investa, JLL Asia Pacific, the Lendlease managed Australian Prime Property Fund (APPF) Commercial, Milliken, Miron Construction Co., Inc., Prologis, Inc., Shaw Industries, และ SL Green Realty Corp

ช่วงต้นปีที่ผ่านมา IWBI ได้ประกาศรายชื่อในทีมที่ปรึกษา ซึ่งประกอบด้วยเครือข่ายของผู้คนจากหลากหลายอาชีพที่จะเข้ามาช่วยค้นหา สร้างความเข้าใจ และท้ายที่สุดแล้วระบุผลกระทบด้านสุขภาพในแต่ละหัวข้อของ 10 WELL Concepts ได้อย่างถูกต้องแม่นยำยิ่งขึ้น ซึ่งประกอบด้วยผลกระทบด้านอากาศ น้ำ โภชนาการ แสงสว่าง การเคลื่อนที่ อุณหภูมิที่เหมาะสม วัสดุ เสียง จิตใจและชุมชน

“เราเปิดตัว WELL เวอร์ชันที่สองเพราะเล็งเห็นว่าเราสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพได้ตลอดไม่มีสิ้นสุด” Fedrizzi กล่าวเสริม “การรับฟังกลุ่มนักคิดและผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้และความมุ่งมั่นของเรา ได้พาเราก้าวไปอีกขั้นสู่การเดินทางที่จะทำให้การก่อสร้างโดยคำนึงถึงสุขภาพของผู้คนมีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น”

ทีมที่ปรึกษา WELL Portfolio ประกอบด้วย:

Rahul Agrawal ตำแหน่ง Head of Workplace Strategy, Planning and Projects จาก BNP Paribas (นิวยอร์ก, นิวยอร์ก); Jennifer Berthelot-Jelovic ตำแหน่ง President and CEO, A SustainAble Production จาก LLC (ASAP) (ลอสแอนเจลิส, แคลิฟอร์เนีย); Frances Cabrera ตำแหน่ง Operational Governance Manager, VP, CRES and Location Strategy จาก Barclays (นิวยอร์ก, นิวยอร์ก); Matthew Clifford ตำแหน่ง Head of Energy and Sustainability Services จาก JLL Asia Pacific (ออสเตรเลีย); Andrew Cole ตำแหน่ง General Manager Sustainability, Investment Management จาก Lendlease (ออสเตรเลีย); Tim Conway ตำแหน่ง VP Sustainability จาก Shaw Industries (โคลัมบัส, โอไฮโอ); Duane Desiderio (วอชิงตัน, ดีซี); Jessica Elengical ตำแหน่ง Head of ESG Strategy, Alternatives จาก DWS Group (นิวยอร์ก, นิวยอร์ก); Billy Grayson ตำแหน่ง Executive Director, Center for Sustainability and Economic Performance จาก Urban Land Institute (วอชิงตัน, ดีซี); Alex Grella ตำแหน่ง General Manager of University City จาก Brandywine Realty Trust (ฟิลาเดเฟีย, เพนซิลเวเนีย); Tim Habraken ตำแหน่ง Associate Director Sustainability จาก CBRE (อัมสเตอร์ดัม, เนเธอร์แลนด์); Tom Hicks ตำแหน่ง Founding Principal and Managing Director จาก The Mabus Group (วอชิงตัน, ดีซี); Philip Ivey ตำแหน่ง Global Strategic Sustainability Leader จาก Milliken’s Global Floor Covering Division (แอตแลนตา, จอร์เจีย); Nina James ตำแหน่ง General Manager, Corporate Sustainability จาก Investa (ออสเตรเลีย); Theresa Lehman ตำแหน่ง Director of Sustainable Services จาก Miron Construction (นีนาห์, ไวโอมิง); John Mandyck ตำแหน่ง CEO จาก Urban Green Council (นิวยอร์ก, นิวยอร์ก); Kelly McCarthy ตำแหน่ง Director, IRIS, Impact Measurement & Management จาก Global Impact Investing Network (GIIN) (นิวยอร์ก, นิวยอร์ก); Joyce Mihalik ตำแหน่ง VP Design Services จาก Forest City Realty Trust (คลีฟแลนด์, โอไฮโอ); Chris Moriarty ตำแหน่ง Director of Insight จาก British Institute of Facilities Management (BIFM) (สหราชอาณาจักร); Lara Muller ตำแหน่ง CEO จาก Blue Building Institute (BBI), (เดอะเฮก, เนเธอร์แลนด์); Ryan Picarella ตำแหน่ง CEO จาก Wellness Council of America (WELCOA) (โอมาฮา, เนแบรสกา); Oliver Pye ตำแหน่ง Associate Director จาก Evora Global (สหราชอาณาจักร); Tony Short ตำแหน่ง Workplace Project Manager จาก Charter Hall (ออสเตรเลีย); Grant Stevens ตำแหน่ง Managing Director, Global Construction Management and Development จาก Prologis, Inc (เดนเวอร์, โคโลราโด); Laura Vulaj ตำแหน่ง Senior Vice President and Director of Sustainability จาก SL Green (นิวยอร์ก, นิวยอร์ก); Dick Watson ตำแหน่ง Director, Wellbeing Operations จาก Aetna (ฮาร์ตฟอร์ด, คอนเนตทิคัต)

เกี่ยวกับ IWBI และ WELL

International WELL Building Institute™ (IWBI™) คือผู้นำการเคลื่อนไหวที่จะพาโลกสู่การเปลี่ยนแปลงในด้านอาคารและชุมชน ด้วยวิธีการที่จะช่วยให้ผู้คนประสบความสำเร็จในเรื่องต่างๆ มากขึ้น โครงการนำร่อง WELL v2™ ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อไม่นานมานี้ เป็นเวอร์ชันล่าสุดของโครงการ WELL Building Standard™ (WELL™) อันโด่งดัง ที่บริษัทนำเสนอให้กับตลาด พร้อมกับโครงการนำร่อง WELL Community Standard™ ซึ่งเป็นระบบให้คะแนนในระดับเขตที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการสร้างชุมชนสุขภาพดีทั่วโลก WELL มุ่งมั่นที่จะหาวิธีการเพื่อทำให้อาคารและชุมชน และทุกสิ่งที่อยู่ในนั้น มีความสบายมากขึ้น สร้างทางเลือกที่ดีกว่า และยกระดับสุขภาพกายและสุขภาพใจของผู้คนให้ดีขึ้น IWBI เป็นแหล่งรวมและขับเคลื่อนชุมชนอสังหาริมทรัพย์ที่มีสุขภาวะที่ดี ผ่านการจัดการของ WELL AP™ ซึ่งมีหน้าที่ในการแสวงหางานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การพัฒนาของทรัพยากรด้านการศึกษา และการสนับสนุนให้เกิดนโยบายที่จะช่วยสร้างสุขภาพและสุขภาวะที่ดีให้เกิดขึ้นในทุกที่ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ IWBI และ WELL โปรดดูที่นี่

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20181016005935/en/

สื่อ
International WELL Building Institute
Jamie Matos
jamie.matos@wellcertified.com

เทศกาล Busan One Asia Festival 2018 งานเฉลิมฉลองวัฒณธรรมฮันรยูครั้งยิ่งใหญ่ จะเริ่มในวันที่ 20 ต.ค. สามารถพบกับดารายอดนิยม K-pop ได้ในเมืองปูซาน

Logo

เมืองปูซาน เกาหลีใต้–(BUSINESS WIRE)–11 ต.ค. 2018

งานเทศกาลฮันรยูที่ใหญ่ที่สุดจะถูกจัดขึ้นในปูซานตั้งแต่วันที่ 20-28 ตุลาคม

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีลักษณะเป็นมัลติมีเดีย ดูข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20181011005291/en/

งานเทศกาลปูซานหนึ่งเอเชียในปีพ. ศ. 2561 (BOF) จัดโดย BUSAN METROPOLITAN CITY จะมีการนำเสนอ K-pop และกระแสเกาหลี หรือ Korean Wave อื่น ๆ (ฮันรยู)

คอนเสิร์ตเปิดงาน BOFเปิด  จะเริ่มเปิดฉากในวันที่ 20 ตุลาคม โดยมีดาวเด่น เคป๊อป ซึ่งรวมทั้ง EXO, Wanna One, NCT 127, Celeb Five, Mamamoo, EXID, GFriend, The Boyz, A.C.E และ (G)I-dle.

เทศกาลซึ่งจะถูกจัดขึ้น 9 วัน จะมีงานปิดเป็น คอนเสิร์ตปิด BOF Closing Concert ในวันที่ 28 ตุลาคม โดยมีการแสดงของ Red Velvet, NCT Dream, Favorite, Dynamic Duo, Rhythm Power, Teen Top, Astro, April, KARD, Mighty Mouth และ Spectrum

นอกจากนี้ที่งาน BOF จะมีการแสดงคอนเสิร์ตฟรีแก่สาธารณชน โดย 'BOF Park Concert' ซึ่งจะจัดแบบคอนเสิร์ตปิกนิก จะเริ่มต้นที่สวน Busan Citizens Park ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ในวันที่ 21 ตุลาคม คุณสามารถนำอุปกรณ์ปิกนิกของคุณมาเอง แล้วนั่งเอนหลังและเพลิดเพลินกับการแสดงดนตรีสดจาก K.will Chung Ha NU'EST W , Favorite และ Cherry On Top ส่วนคอนเสิร์ต 'BOF On-stage' ซึ่งเป็นคอนเสิร์ตบนถนน Gunam-ro, ย่าน Haeundae ในเมืองปูซาน จะถูกจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-27 ต.ค. โดยจะมีเพลงแนวต่าง ๆ จาก NoBrain, Crying Nut, Zion.T, Paul Kim และ Nilo ส่วนงาน 'SNAP' การแสดงมายากลแบบไม่มีบทพูด จะจัดขึ้นที่ Busan Cinema Center ในวันที่ 23 – 26 ต.ค.

กิจกรรมวัฒนธรรม K-cultural, ศิลปะ K-art และแฟชัน K-fashion รวมไปถึง K-pop จะถูกจัดขึ้นในพื้นที่ Gunam-ro ทั่วทั้งเฟสติวัล BOF2018

ในดินแดน 'BOF Land' คุณสามารถเข้าร่วมรายการทอล์คโชว์ four-man ของศิลปิน Kim Chung-jae ผู้รับผิดชอบในการกำกับการออกแบบเฟสติวัล B.I และโปสเตอร์ ศิลปินwebtoonอย่าง Gian84 และ Joo Ho-min และศิลปินแนวสตรีท Kim Se-dong ทั้งนี้ BOF Land ยังเป็นสถานที่สำหรับการสนทนาเกี่ยวกับการโค้ชเรื่องแฟชั่นกับนักออกแบบชื่อดัง Han Hye-yeon และมีเวทีแสดงงานให้กับศิลปินคนใหม่หนึ่งคนด้วย

"BOF2018 เป็นเทศกาลที่สนุกกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับฮันรยู ดังนั้นเราจึงได้สร้างความเข้มแข็งให้กับกิจกรรมทางวัฒนธรรม เพื่อที่ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสไม่เพียงแต่ K-pop แต่ยังรวมไปถึงแง่มุมอื่น ๆ ของวัฒนธรรม K เช่นศิลปะ ความงามและแฟชั่น เราหวังว่าเทศกาลนี้จะเป็นเทศกาลที่ดีที่สุดในเอเชียที่นักเดินทางทุกคนที่มาเมืองปูซานอยากจะเข้าร่วม และต้องการมีความสุขกับคนท้องที่ "BOF Project Group กล่าว

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ BOF2018 กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเทศกาล (www.bof.or.kr) หรือ Facebook (www.facebook.com/BusanOneAsiaFestival)

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20181011005291/en/

ติดต่อ:

สำหรับงาน Busan One Asia Festival

NPR Comm

LEE KYUNG EUN + 82-10-2325-6113

kelee@nprcom.co .kr

งาน TEDxWeekend 2019 ในเมืองไทเป ประเทศไต้หวัน

Logo

ไทเป, ไต้หวัน–((BUSINESS WIRE)–11 ต.ค. 2018

TED องค์กรที่พยายามที่จะเปลี่ยนโลกด้วยความคิดภายใต้สโลแกน“ความคิดน่าเผยแพร่” ได้เลือกไทเป, ไต้หวันเป็นหนึ่งในห้าเมืองที่จะจัดงาน TEDxWeekend ในปี 2019 เพื่อเฉลิมฉลอง TED ครบรอบ 10 ปี

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณลักษณะเป็นมัลติมีเดีย ดูข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20181010006043/en/ งาน

TEDx event - Ideas worth spreading. TEDxDaanPark in Taipei, Taiwan. ‘An idea is anything that edits  ...

งาน TEDx – แนวคิดที่น่าเผยแพร่ TEDxDaanPark ในไทเปประเทศไต้หวัน 'ความคิดคืออะไรก็ได้ที่แก้ไขโลกของตัวเอง' – Chris Anderson ภัณฑารักษ์ ของ TED (ภาพ: Business Wire))

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา TED ได้เชื่อมต่อชุมชนทั่วโลกผ่านการจัดงาน TEDx เพื่อสร้างแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีผู้รับชมหลายพันล้านคน

ดร. Luke Lee ทูตของ TEDx และผู้จัดงาน TEDxWeekend กล่าวว่า TED ได้ใช้พลังการกระจายอำนาจศูนย์กลางของเว็บเพื่อพัฒนาการมีส่วนร่วมของพลเมือง โดยใช้วิธีการจากล่างขึ้นบน หรือ bottom-up ซึ่งทำให้ TEDx กลายเป็นตัวอย่างของแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดแนวทางหนึ่งสำหรับนวัตกรรมดิจิทัล ในขณะเดียวกันไต้หวันก็ได้กลายเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือจัดงาน อีกทั้งยังเป็นสถานที่ที่ความคิดต่าง ๆ ได้ถูกนำมาใช้งาน

TEDxWeekend ได้รับการตอบรับเชิงบวกจากภาคธุรกิจและภาครัฐ โดย Hochen Tan อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและการสื่อสาร กล่าวว่า สังคมไต้หวันซึ่งเปิดกว้างและมีความหลากหลายได้ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งและส่งเสริม TED

ความสามารถในการแข่งขันทางภูมิศาสตร์ยังช่วยให้ไต้หวันสามารถเชื่อมโยงข้อมูลการสื่อสารและเทคโนโลยีของเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือรวมทั้งผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่เกิดจากประชากรที่หลากหลายเชื้อชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไต้หวันมองไปข้างหน้าว่าจะมีบทสนทนาที่หลากหลายผ่านการรวมอารยธรรมของทวีปเอเชียและวัฒนธรรมทางมหาสมุทรของไต้หวัน Hochen กล่าว

ประธาน Jan Hung-tze จาก PChome Online Inc. และคณะทำงานที่ปรึกษาด้านธุรกิจดิจิทัลและนวัตกรรมของ APEC ชี้ว่า TED แสดงให้เห็นถึงการแบ่งปันความรู้ความร่วมมือและการมีส่วนร่วมผ่านการแบ่งปันข้ามสาขา ทำให้ไอเดียและความคิดได้ถูกแสดงออกมา และสร้างโอกาสและพื้นที่ให้กับชนกลุ่มน้อยในการบรรลุความเสมอภาค

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม Cheng Li-chiun กล่าวว่าเทคโนโลยีดิจิทัลมีอิทธิพลต่อเครื่องมือเศรษฐกิจ และโอกาสและความท้าทายสำหรับไต้หวันและโลก เธอเชื่อว่า TED จะแสดงการผสมผสานของนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ และช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนความรู้ในไต้หวันและประเทศอื่น ๆ

เมื่อเผชิญกับนวัตกรรมทางเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก ที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และชีวิต รัฐบาลรัฐวิสาหกิจ และพนักงานต้องเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับ "การเปลี่ยนโลก" และผลักดันการปฏิรูปนโยบายเพื่อคว้าโอกาสเอาไว้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ดร.Chen Mei-ling จากสภาพัฒนาแห่งชาติ กล่าว

ด้วยวิธีนี้การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอาจได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางและเพื่อให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจแบบดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง TED จะมีส่วนร่วมอย่างมากในแง่ของการหาสมดุลระหว่างเทคโนโลยีและมนุษยชาติ ดร. Chen Mei-ling กล่าว

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20181010006043/en/

ติดต่อ:

TED

Lisa Lu

TEDxWeekendTaiwan@gmail.com

โทรศัพท์มือถือ: 886-905-121209

โทร: 886-2-7728-7680 ต่อ 11

Delos และ EDGE Technologies ร่วมพัฒนาระบบการจัดการอาคาร Smart-Healthy

Logo

มิวนิค–(BUSINESS WIRE)–10 ตุลาคม 2018

EDGE Technologies และ Delos ประกาศความร่วมมือในการสำรวจการผสานรวมแพลตฟอร์มและความสามารถของตนเพื่อพัฒนาระบบการจัดการอาคาร smart-healthy สำหรับอาคารพาณิชย์  DARWIN Wellness Intelligence ของ Delos พร้อมกับแพลตฟอร์มเทคโนโลยีอาคารรวมทุกประเภทของ EDGE Technologies มีศักยภาพในการรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และการเพิ่มประสิทธิภาพพื้นที่แบบ realtime เพื่อประโยชน์ต่อผู้ใช้และเจ้าของในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์

การทำงานร่วมกันที่น่าตื่นเต้นนี้ส่วนหนึ่งมาจากการรับรู้ว่าผู้ใช้อาคาร ผู้เช่าเชิงพาณิชย์ เจ้าของพื้นที่ และกิจการในยุคนี้มีความต้องการที่จะใช้ข้อมูลอย่างชาญฉลาดเพื่อกำหนดและปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้พื้นที่  EDGE Technologies และ Delos คาดหวังว่าการทำงานร่วมกันจะนำไปสู่การโครงการริเริ่ม EDGE-DARWIN ในโครงการอาคารพาณิชย์ภายในกลางปี 2019  เทคโนโลยีที่ครอบคลุมและข้อมูลนี้จะรวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพของอากาศ แสง เสียงสะท้อน และคุณลักษณะอื่นๆ ที่สำคัญต่อมนุษย์เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของผู้คนซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจ

“แม้ว่าในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมนุษย์จะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ภายนอก แต่ตอนนี้เราใช้เวลาเกือบ 90% ในบ้านและอาคาร และลงทุน 90% ของค่าใช้จ่ายทางธุรกิจในบุคลากร  อย่างไรก็ตาม เราไม่ค่อยให้ความสำคัญกับผลกระทบที่สภาพแวดล้อมภายในอาคารสามารถมีต่อสุขภาพ ความเป็นอยู่ และผลการดำเนินงานโดยรวม  ด้วยการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ละเอียด รวมถึงการทดสอบในโลกแห่งความเป็นจริงและการวิเคราะห์ข้อมูล เราสามารถลดปัจจัยเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและส่งผลให้เกิดพฤติกรรมที่ดีต่อสุขภาพภายในสภาพแวดล้อมการทำงานเพื่อเพิ่มคุณภาพความเป็นอยู่ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน “ประธานและ COO Delos Peter Scialla กล่าว  “แพลตฟอร์ม DARWIN ของ Delos ที่ร่วมกับ EDGE Technologies จะรวมคุณสมบัติและเทคโนโลยีด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ในสำนักงานเพื่อดึงประโยชน์ของสภาพธรรมชาติกลางแจ้งเข้ามาไว้ภายในอาคาร  เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมงานกับ EDGE Technologies เพื่อผสานรวมเทคโนโลยีด้านความเป็นอยู่เข้ากับสภาพแวดล้อมในสถานที่ทำงานที่หลากหลาย"

“เป็นเวลานานกว่าทศวรรษที่เราได้บังคับใช้การปฏิบัติอย่างยั่งยืนในสภาพแวดล้อมที่สร้างขึ้น  เพราะเหตุนี้ แนวโน้มใหม่ๆ ได้เกิดขึ้นในไม่กี่ปีที่ผ่านมา – หลังจากที่เกิดอาคารที่ใช้พลังงานอย่างยั่งยืนขึ้น ผู้ใช้ของเราต้องการทำงานและดำเนินธุรกิจในสภาพแวดล้อมที่ดีต่อสุขภาพ  ขณะนี้ธุรกิจจำนวนมากได้ให้ความสำคัญกับการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีเป็นอันดับหนึ่ง  "ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ EDGE Technologies Coen van Oostrom กล่าว  “นี่คือเหตุผลที่เราได้มุ่งเป้าไปที่ WELL Certification  อันดับสูงสุดของ WELL Building Institute ให้กับโครงการของเรา เช่น โครงการปรับปรุง EDGE Olympic ขอเราในอัมสเตอร์ดัมและ EDGE Grand Central ในเบอร์ลิน  เรามองเห็นความร่วมมือด้านความรู้อันทรงพลังนี้กับ Delos และความพยายามเหล่านี้เป็นก้าวสำคัญในการนำคุณลักษณะด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีมาสู่อาคาร EDGE ที่มีอยู่และอาคารในอนาคตของเรา"

เมื่อไม่นานมานี้ Delos ได้เปิดตัวแพลตฟอร์ม DARWIN Wellness Intelligence สำหรับที่อยู่อาศัยและอาคารหลายครอบครัว  การร่วมมือกันครั้งนี้เป็นการสร้างแอพพลิเคชันตัวแรกของแพลตฟอร์มเพื่อให้บริการอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์  EDGE Technologies เป็นผู้นำตลาดอาคารที่ดีต่อสุขภาพและยั่งยืนที่ทันสมัย  ผู้นำทางด้านอุตสาหกรรมทั้งสองจะร่วมกันตรวจสอบและสร้างสภาพแวดล้อมทางกายภาพ (อากาศ น้ำ แสง ความสะดวกสบาย เสียง) และแจ้งถึงทางเลือกด้านพฤติกรรม (โภชนาการ การเคลื่อนไหว การปฏิสัมพันธ์ส่วนตัว) เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของคนในอาคารพาณิชย์ใหม่และที่มีอยู่

เกี่ยวกับ Delos

Delos เป็นบริษัทด้านอสังหาริมทรัพย์และเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพที่กำลังเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คนทั่วโลกโดยการสร้างพื้นที่ที่พักอาศัยและพาณิชยกรรมที่ออกแบบมาเพื่อปรับปรุงสุขภาพ ความเป็นอยู่ และประสิทธิภาพ  โดยใช้ผลวิจัยนาน 7 ปีและการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมต่อสุขภาพอย่างเข้มงวด Delos และบริษัทในเครือนำเสนอเทคโนโลยีที่ทันสมัย การให้คำปรึกษา และการออกแบบสำหรับพื้นที่พักอาศัยและพาณิชยกรรม  บริษัท International WELL Building Institute pbc ในเครือของ Delos เป็นผู้มอบ WELL Building Standard™ ซึ่งเป็นมาตรฐานชั้นนำสำหรับอาคาร พื้นที่ภายใน และชุมชนที่ต้องการใช้ ตรวจสอบ และวัดคุณสมบัติต่างๆ ที่สนับสนุนและพัฒนาสุขภาพและความเป็นอยู่ของมนุษย์  คณะกรรมการที่ปรึกษาของ Delos ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญชั้นนำด้านอสังหาริมทรัพย์ นโยบายของรัฐบาล ยา และความยั่งยืน รวมทั้งนักจิตวิทยาชื่อดัง Deepak Chopra และผู้ให้การสนับสนุนความยั่งยืน Leonardo DiCaprio

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Delos กรุณาเยี่ยมชม www.delos.com.

เกี่ยวกับ EDGE Technologies

EDGE Technologies เป็นบริษัทเทคโนโลยีด้านอสังหาริมทรัพย์ที่มุ่งพัฒนาอาคารที่เหนือกว่าซึ่งมีส่วนช่วยในการรักษาสุขภาพของผู้คนและโลกใบนี้  เรารวมประสบการณ์หลายสิบปีในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน  ทีมของเรามุ่งมั่นที่จะสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแล้วเสริมสร้างความชาญฉลาดและสุขภาพที่ดีขึ้นด้วยวิธีการที่เน้นผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง  EDGE Technologies ถือครองโดย OVG Real Estate โดยมีสำนักงานในกรุงอัมสเตอร์ดัม เบอร์ลิน ฮัมบูร์ก และนิวยอร์ก และรวมแพลตฟอร์มการดำเนินงานที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีซึ่งมอบอาคารและโซลูชั่นที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้าที่มีความทะเยอทะยานทั่วโลก

ดูเวอร์ชันของแหล่งที่มาใน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20181010005168/en/

ติดต่อ:

EDGE Technologies

Frank Jansen

fj@edge.tech

edge.tech

หรือ

ติดต่อ Delos

Amelise Lane, 212-546-7830

alane@webershandwick.com

Thai Herald