จุดเด่นงานแสดงสินค้าไฮเทคอันดับหนึ่งของจีน CHTF 2018

Logo

เซินเจิ้น, ประเทศจีน–(BUSINESS WIRE)–15 พฤศจิกายน 2561

งานแสดงสินค้าไฮเทคของจีน ครั้งที่ 20 (CHTF 2018) นั้นถูกจัดขึ้นไปเมื่อวันที่ 14-18 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ณ Shenzhen Convention and Exhibition Center โดยจัดขึ้นภายในหัวข้อ “กรอบความคิดการพัฒนาแบบใหม่เพื่อการเติบโตที่มีคุณภาพ” ปีนี้ภายในงานประกอบไปด้วย นิทรรศการ, การประชุมแสดงความคิดเห็น, การประชุมของผู้เชี่ยวชาญ, กิจกรรมส่งเสริม, การประชุมแลกเปลี่ยนความสามารถ, การแสดงสินค้าจากต่างประเทศ, การแสดงส่วนสำคัญในการผลิตแบบใหม่ที่ทันสมัย, เทคโนโลยีสารสนเทศรุ่นใหม่, เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI), ชีววิทยาศาสตร์, วัสดุแบบใหม่, แหล่งพลังงานแบบใหม่, รวมไปถึงการควบรวมของระบบเศรษฐกิจจริงและอุตสาหกรรมในอนาคต จุดเด่นของงานแสดงสินค้า CHTF 2018 มีดังนี้

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณลักษณะเป็นมัลติมีเดีย ดูข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับเต็มได้ที่นี่ https://www.businesswire.com/news/home/20181114005654/en/

International and Belt & Road Pavilion of CHTF (Photo: Business Wire)

หอแสดงสินค้านานาชาติและซุ้มแสดงสินค้าภายในงาน CHTF (รูปภาพ: Business Wire)

พื้นที่การจัดแสดงถูกแบ่งออกไปตามหัวข้อต่างๆโดยมุ่งเน้นตามจุดเด่นของอุตสาหกรรม

นิทรรศการ IT จัดแสดงพื้นที่ตามหัวข้อ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI), การผลิตอัจฉริยะ, สมาร์ทยานยนต์, เทคโนโลยีด้านกีฬา, Big data, cloud computing, loT และ blockchain นิทรรศการสิ่งแวดล้อม จัดแสดงจุดเด่นในเรื่องเทคโนโลยีสมัยใหม่เกี่ยวกับระบบการควบคุมน้ำ นิทรรศการผลิตสมัยใหม่ จัดแสดงพื้นที่พิเศษสำหรับ นิทรรศการเลเซอร์, การผลิตอัจฉริยะและหุ่นยนต์อุตสาหกรรม

การนำนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีไปใช้ในสถานการณ์ต่างๆ

งานแสดงสินค้า CHTF 2018 จัดแสดงเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่หน้าตื่นตาตื่นใจที่สุด สำหรับธุรกิจ, ชีวิตประจำวัน, การศึกษาและความบันเทิงในเหตุการณ์ต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น ระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ช่วยจดจำใบหน้า, ระบบห้องลองเสื้อผ้า 3 มิติ, ระบบการขับรถอัตโนมัติขั้นสูง, หุ่นยนต์การเรียนรู้แบบปัญญาประดิษฐ์ และ โดรนใต้น้ำ 

บริษัทชั้นนำของจีน

นอกจากบริษัทชั้นนำของโลกอย่าง Microsoft, Ten cent และ Baidu แล้ว บริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์รายอื่นก็เข้าร่วมในงานนี้ เช่น Cambrian, Horizon Robotics, SenseTime, iQiyi and Royale, เพื่อสร้างความประทับใจให้ผู้เข้าชมด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่น่าอัศจรรย์ที่สุดในขณะนี้ 

แพลตฟอร์มสำหรับบริษัทเกิดใหม่

นิทรรศการสำหรับบริษัทเทคโนโลยีเกิดใหม่นั้นถูกจัดแสดงขึ้นระหว่างงานแสดงสินค้า เพื่อเป็นตัวเชื่อมการสื่อสารและการทำงานร่วมกันระหว่างบริษัทเทคโนโลยีเกิดใหม่และสถาบันร่วมทุนทางการเงิน

นอกจากนี้ภายในวันที่ 14-16 พฤศจิกายน ภายในงานยังถูกจัดขึ้นโดยมุ่งความสนใจไปที่ นวัตกรรมเพื่อผลักดันการพัฒนาคุณภาพ, เทคโนโลยีการเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมอย่างพลิกผัน, วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่นำไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้น เวทีแห่งนี้ได้เชิญผู้มีบทบาทหลายท่าน ทั้งผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบล ผู้บริหาร และ เจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อสนทนาในประเด็นต่างๆที่จะช่วย ปรับรูปร่างอนาคตของเรา เช่น การปฏิวัติเทคโนโลยี, การเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมโลก, การสื่อสารแบบควอนตัม, ยุค 5G, การขับรถอัตโนมัติและอื่นๆ อีกมากมาย 

ข้อมูลเพิ่มเติมที่: http://www.chtf.com/english/Conferences/ChinaHTF/

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่: businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20181114005654/en/

ติดต่อ:

CHTF Organizing Committee
Ms. Peggie Wang
overseas@chtf.com

โรงพยาบาลในคอกส์บาซาร์ จะเสนอการช่วยเหลือทางการแพทย์ตลอด 24 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 7 วัน ให้แก่ผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญา 140,000 ราย

Logo

คอกส์บาซาร์, บังคลาเทศ–(BUSINESS WIRE)–14 พ.ย. 2018

โรงพยาบาลที่มีเตียง100 เตียงได้ถูกเปิดทำการในย่านคอกส์บาซาร์ของบังคลาเทศ คาดว่าจะให้บริการผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญา 140,000 คนจากค่าย Kutupalong

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณลักษณะเป็นมัลติมีเดีย ดูข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20181114005631/en/

Sheikh Sultan bin Ahmed Al Qasimi, humanitarian envoy of the foundation and chairman of SMC inaugura ...

Sheikh Sultan bin Ahmed Al Qasimi ทูตด้านมนุษยธรรมของมูลนิธิและประธาน SMC ได้เปิดโรงพยาบาลเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (รูปภาพ: Business Wire)

สถานที่ทำการแพทย์ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงนี้ถูกสร้างขึ้นและบริหารจัดการโดย Médecins Sans Frontières (MSF) ซึ่งก็คือ องค์กรแพทย์ที่ไร้พรมแดนที่ได้รับการสนับสนุนจาก มูลนิธิ The Big Heart Foundation หรือ TBH องค์กรด้านมนุษยธรรมระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่ในเมืองชาร์จาห์ โดยมุ่งจะรักษาผู้ป่วยจำนวน 7,200 คนในปีแรก

โครงการนี้ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการของ TBHF ในความพยายามที่จะขยายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไปสู่ผู้เปราะบางทั่วโลก ได้รับการสนับสนุนจาก 3 ล้านเหรียญเดอร์แฮมสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จาก Sharjah Media Corporation (SMC) ที่มาจากการระดมทุนสาธารณะเพื่อโครงการด้านการดูแลสุขภาพ และจะช่วยบรรเทาทุกข์แก่ชาวโรฮิงญา ซึ่งรวมถึงหญิงตั้งครรภ์ ทารกและเด็กเล็กที่ต้องทนทุกข์ทรมาน

โรงพยาบาลมีหน่วยดูแลผู้ป่วยหนัก แผนกกุมารเวชศาสตร์และแผนกคลอดบุตร ตลอดจนถึงแผนกผู้ป่วยนอกที่ให้บริการผู้ที่ตกเป็นเหยื่อทางเพศ

โรงพยาบาลยังมีระบบบำบัดน้ำสำหรับผู้อยู่อาศัยในพื้นที่และติดตั้งระบบเตือนภัยแบบไฮเทคเพื่อตรวจหาโรคติดเชื้อและสามารถตอบสนองและควบคุมโรคระบาด โรงพยาบาลพยายามที่จะเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบันของพื้นที่ในการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินตามสภาพทางระบาดวิทยาหรือภัยพิบัติทางธรรมชาติ

Sheikh Sultan bin Ahmed Al Qasimi ทูตด้านมนุษยธรรมของมูลนิธิและประธาน SMC ได้เปิดโรงพยาบาลเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

เขากล่าวว่า "การระดมทุนสำหรับโรงพยาบาลได้รับการรวบรวมผ่านโครงการระดมทุนผ่านสาธารณชนสำหรับโครงการด้านการดูแลสุขภาพ และเป็นการแสดงถึงแสดงความพยายามของชุมชนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในการเผยแพร่สาส์นด้านมนุษยธรรมทั่วโลก

โรงพยาบาลแห่งนี้แสดงออกถึงความเชื่อมโยงด้านมนุษยธรรมที่เชื่อมต่อชุมชนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไปยังประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก "

เป็นเวลามากกว่าหนึ่งปีนับจากภาวะวิกฤติในคอกส์บาซาร์จำนวนผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญามีจำนวนเกือบ 1 ล้านคนแล้ว ขนาดของการหลั่งไหลเข้าสู่ย่านคอกส์บาซาร์ และความขาดแคลนทรัพยากรทำให้เกิดเหตุฉุกเฉินด้านมนุษยธรรมที่เกินกว่าความสามารถของระบบในการจัดการกับชุมชนท้องถิ่นและอื่น ๆ จะจัดการอยู่

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20181114005631/en/

ติดต่อ:

National Network Communications (NNC)

NNCFadia Daouk, +971 52 617 2111

กลุ่มซีไอเอ็มบีเข้าร่วม RippleNet สนับสนุนการชำระเงินทันใจทั่วภูมิภาคอาเซียน

Logo

ธนาคารซีไอเอ็มบีเป็นหนึ่งในธนาคารแรกที่ใช้เทคโนโลยี blockchain ในการเจาะธุรกิจการส่งเงินในภูมิภาคที่มีมูลค่า 120 พันล้านเหรียญสหรัฐ

ซานฟรานซิสโก–(บิสิเนสไวร์)–15 พฤศจิกายน 2018

กลุ่มซีไอเอ็มบี ( "ซีไอเอ็มบี" หรือ "กลุ่ม") และ Ripple จับคู่เชิงยุทธศาสตร์เพื่อนำเสนอบริการชำระเงินข้ามพรมแดนได้ทันทีผ่านตลาดต่างๆ  ในส่วนของการเป็นหุ้นส่วนนี้ CIMB จะเข้าร่วมเครือข่าย Ripple ("RippleNet") ซึ่งจะช่วยให้สามารถเข้าถึงสมาชิก RippleNet อื่นๆ และช่วยให้ CIMB สามารถขยายธุรกิจด้านการชำระเงินข้ามพรมแดนได้

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณลักษณะด้านมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20181114006003/en/

Ripple's CEO Brad Garlinghouse and CIMB Group's CEO Tengku Dato’ Sri Zafrul Aziz celebrate their par ...

ซีอีโอของ Ripple Brad Garlinghouse และ ซีอีโอของ กลุ่มซีไอเอ็มบี Tengku Dato 'Sri Zafrul Aziz ฉลองการจับคู่ธุรกิจครั้งนี้ (รูปภาพ: บิสิเนสไวร์)

โซลูชั่น blockchain ของ Ripple ได้รับการติดตั้งเพื่อเพิ่มความเร็วให้แก่ Speedsend ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ส่งเงินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ CIMB  โซลูชั่นนี้จะเป็นการขยายเครือข่าย Speedsend ของ CIMB และเปิดทางเดินให้กับการชำระเงินใหม่ๆ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงผู้บริโภคข้ามพรมแดนทั้งในประเทศอาเซียนและขาออกไปต่างประเทศ  โซลูชั่นนี้ใช้งานได้แล้วกับ Speedsend ทำให้สามารถโอนเงินผ่านช่องทางเช่นออสเตรเลีย (ร่วมกับ InstaReM ซึ่งเป็นสมาชิกของ RippleNet) สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และฮ่องกง

"เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ RippleNet และหวังว่าจะได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับ Ripple โดยการใช้จุดแข็งและความสามารถของกันและกัน  นวัตกรรม blockchain นี้จะปฏิวัติการส่งเงินระหว่างประเทศและเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของซีไอเอ็มบีในการเพิ่มความสามารถในการให้บริการด้านการธนาคารแบบดิจิทัลด้วยการมอบโซลูชั่นที่รวดเร็วและคุ้มค่าแก่ลูกค้าของเราทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน” Tengku Dato 'Sri Zafrul Aziz, CEO กลุ่มซีไอเอ็มบีกล่าว

โดยเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานความร่วมมือโดยรวม ซีไอเอ็มมุ่งมั่นที่จะขยายโซลูชั่นนี้ไปสู่กรณีการใช้งานอื่นๆ ทั่วทั้งกลุ่ม  ปัจจุบันมีความต้องการใช้โซลูชั่นการชำระเงินข้ามพรมแดนที่เพิ่มมากขึ้น โดยธนาคารโลกคาดการณ์ว่าการส่งเงินไปที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเพิ่มขึ้นเป็น 120 พันล้านเหรียญสหรัฐภายในสิ้นปี 2561

"เราเห็นธนาคารและสถาบันการเงินจากทั่วโลกยันเข้าสู่โซลูชัน blockchain เพราะช่วยให้มีประสบการณ์ในการชำระเงินค่าใช้จ่ายที่โปร่งใส เร็วขึ้นและถูกลง" Brad Garlinghouse ซีอีโอ Ripple กล่าว "เครือข่ายของ CIMB มีอยู่แล้ว 15 ประเทศเกือบ 800 สาขาและมี Speedsend ซึ่งเป็นหนึ่งในโซลูชั่นที่ดีที่สุดในภูมิภาคอาเซียน  ตอนนี้ โดยการบูรณาการเทคโนโลยี blockchain ของ Ripple พวกเขาจะช่วยให้ลูกค้าสามารถส่งเงินทุนที่สำคัญให้กับครอบครัว เพื่อน และคนที่รักได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น  ด้วยการมุ่งเน้นนวัตกรรม CIMB จะยังคงเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญของภูมิภาคในอีกหลายปีต่อไป"

เกี่ยวกับ Ripple

Ripple มอบประสบการณ์ไร้แรงเสียดทานในการส่งเงินทั่วโลกโดยใช้พลังของ blockchain  สถาบันการเงินสามารถประมวลการชำระเงินของลูกค้าได้ทุกที่ในโลกอย่างรวดเร็ว เชื่อถือได้ และประหยัดค่าใช้จ่ายโดยการเข้าร่วมเครือข่ายทั่วโลกที่กำลังเติบโตของ Ripple  ธนาคารและผู้ให้บริการการชำระเงินสามารถใช้สินทรัพย์ดิจิทัล XRP เพื่อลดต้นทุนและเข้าถึงตลาดใหม่ๆ ได้  Ripple มีลูกค้ามากกว่า 100 รายทั่วโลกด้วยสำนักงานในซานฟรานซิสโก นิวยอร์ก ลอนดอน ลักเซมเบิร์ก มุมไบ สิงคโปร์ และซิดนีย์

เกี่ยวกับกลุ่มซีไอเอ็มบี

กลุ่มซีไอเอ็มบีเป็นหนึ่งในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ชั้นนำของอาเซียนและเป็นผู้ให้บริการทางการเงินรายใหญ่อันดับสองของมาเลเซียโดยสินทรัพย์  ซีไอเอ็มบีให้บริการธนาคารเพื่อผู้บริโภค ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารเพื่อการลงทุน ธนาคารอิสลาม และผลิตภัณฑ์และบริการด้านการจัดการสินทรัพย์  กลุ่มดังกล่าวมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์และมีสำนักงานอยู่ใน 9 ประเทศจาก 10 ประเทศในอาเซียน (มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ไทย กัมพูชา บรูไน เวียดนาม พม่า และลาว) นอกเหนือจากอาเซียน ทางกลุ่มมีตลาดในประเทศจีน ฮ่องกง อินเดีย ศรีลังกา เกาหลี สหรัฐอเมริกา และอังกฤษ

กลุ่มซีไอเอ็มบีมีเครือข่ายสาขาค้าปลีกที่กว้างขวางที่สุดในอาเซียน โดยมีประมาณ 800 สาขา ณ วันที่ 30 กันยายน 2018  นอกจากนี้ กลุ่มซีไอเอ็มบีมียังเป็นหนึ่งในธนาคารเพื่อการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยมีการวิจัยที่ครอบคลุมมากที่สุดประมาณ 700 หุ้นในภูมิภาคนี้

กลุ่มซีไอเอ็มบีดำเนินธุรกิจผ่านบริษัทหลัก 3 แห่งคือธนาคารซีไอเอ็บี ธนาคารเพื่อการลงทุนซีไอเอ็มบี และซีไอเอ็มบีอิสลาม  กลุ่มซีไอเอ็มบีเป็นผู้ถือหุ้นธนาคาร Bank CIMB Niaga ในอินโดนีเซียในสัดส่วน 92.5% และเป็นผู้ถือหุ้นของซีไอเอ็มบีไทยในสัดส่วน 94.1%

กลุ่มซีไอเอ็มบีจดทะเบียนใน Bursa Malaysia ผ่าน CIMB Group Holdings Berhad ณ วันที่ 30 กันยายน 2018 มีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 56.3 พันล้าน RM  ทางกลุ่มมีพนักงานประมาณ 36,000 คนใน 15 ประเทศ

ดูเวอร์ชันของแหล่งที่มาใน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20181114006003/en/

ติดต่อ:

Ripple

Tom Channick

press@ripple.com

หรือ

CIMB Group

Suria Zainal

suriawati.zainal@cimb.com

Jam City และดิสนีย์ประกาศการเป็นพันธมิตรร่วมกันพัฒนาเกมมือถือแบบหลายปี

Logo

Jam City จะเป็นผู้พัฒนาในอนาคตสำหรับเกมมือถือใหม่ ๆ ที่สร้างจากจาก Iconic Global Pixar และ Walt Disney Animation Studios IP และจะเข้ารับหน้าที่เป็นผู้เผยแพร่ เกม Disney Emoji Blitz เป็นที่นิยมบนมือถือ

ลอสแอนเจลิส–(BUSINESS WIRE)–14 พ.ย. 2018

Jam City ซึ่งเป็นผู้นำในความบันเทิงบนมือถือประกาศในวันนี้เกี่ยวกับความร่วมมือการพัฒนาเกมบนมือถือแบบหลายปีกับดิสนีย์ โดย Jame City จะเข้าเทคโอเวอร์เกมมือถือที่ได้รับความนิยมของดิสนีย์อย่าง Disney Emoji Blitz  ทั้งนี้ สมาชิกของสตูดิโอเกม Glendale ของดิสนีย์จะเข้าร่วมกับ Jam City และดำเนินการพัฒนา Disney Emoji Blitz ต่อไปในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของทีม Jam City นอกจากนี้ Jam City ยังมีสิทธิ์ในการพัฒนาเกมบนมือถือใหม่ ๆ ตามตัวละครชื่อดังและเรื่องราวจาก Pixar และ Walt Disney Animation Studios โดยเกมแรกที่ Jam City และดิสนีย์วางแผนจะพัฒนาคือเกมมือถือที่สร้างขึ้นจากภาคต่อของ Frozen จากดิสนีย์

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณลักษณะเป็นมัลติมีเดีย ดูข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับเต็มได้ที่นี่: http://www.businesswire.com/cgi-bin/mmg.cgi?eid=51897726&lang=en

Jam City and Disney Announce Multi-Year Mobile Games Development Partnership (Graphic: Business Wire ...

Jam City และดิสนีย์ประกาศความร่วมมือด้านการพัฒนาเกมมือถือแบบหลายปี (รูป: Business Wire)

"Jam City มีความภาคภูมิใจที่ได้ร่วมทีมกับดิสนีย์ "Chris DeWolfe ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ  Jam City กล่าว "ดิสนีย์เป็นผู้นำของโลกในการผลิตตัวละครที่เป็นที่รักและแบรนด์ที่มีส่วนร่วมกับแฟน ๆ มาหลายทศวรรษ ความเป็นผู้นำด้านความบันเทิงบนโทรศัพท์มือถือของ Jam City บนพื้นฐานความบันเทิงแบบ IP ที่เป็นต้นแบบ ทำให้บริษัทของเราเป็นพันธมิตรที่เหมาะสมในการพัฒนาเกมมือถือใหม่ ๆ กับเรื่องราวและเนื้อหาที่เป็นที่นิยมมากที่สุดของดิสนีย์ "

"ในขณะที่ธุรกิจลิขสิทธิ์ของเราสำหรับเกม Disney Animation และ Pixar เติบโตขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา และเรามีนักพัฒนาชั้นนำหลายรายที่สร้างเกมดิสนีย์ การเป็นพันธมิตรกันในครั้งนี้กับ Jam City เป็นโอกาสที่สำคัญในระยะยาวสำหรับธุรกิจเกมของเรา และสำหรับอนาคตของเหมของดิสนีย์และพิกซาร์" Kyle Laughlin รองประธานอาวุโสฝ่ายเกมและประสบการร์แบบอินเตอร์แอคทีฟของดิสนีย์ กล่าว "เรารอไม่ไหวแล้วที่จะดูกันว่า Jam City และทีมที่มีพรสวรรค์อย่างเหลือเชื่ออย่าง Disney Emoji Blitzซ์ จะทำให้เกมและแฟรนไชส์ที่ประสบความสำเร็จเติบโตได้อย่างไร และ Jam City จะนำความเชี่ยวชาญระดับโลกของพวกเขามาใช้ในการพัฒนาเกมบนมือถือที่ประสบความสำเร็จในอนาคตอย่างไร"

ด้วยการใช้ Disney Emoji Blitz ผู้เล่นสามารถเก็บสะสมและจับคู่อีโมจิของ Disney Animation, Pixar และ Star Wars จำนวนหลายร้อย ผู้เล่นของเกมนี้ยังได้รับรางวัล ทำภารกิจให้เสร็จสมบูรณ์ และค้นพบตัวละครอีโมจิใหม่ ๆ จากการ์ตูนแอนิเมชั่นของดิสนีย์อย่าง Wreck-It Ralph,   Mickey Mouse & Friends Disney Villains, Toy Story ของ Pixar  และอื่น ๆ อีกมากมาย โดย Disney Emoji Blitz จะดึงดูดผู้ใช้โดยการรวมเกมจับคู่แบบไม่เหมือนใครแบบ หรือ match-3 blitz กับ คอลเล็กชัน deep emoji collection mechanic

Disney Emoji Blitz มีวางจำหน่ายแล้วบน App Store และ Google Play ส่วนเกมมือถือที่ให้เล่นฟรีอื่น ๆ ที่พัฒนาภายใต้ข้อตกลง Jam City และ Disney จะมีวางจำหน่ายทั่วโลกใน App Store และ Google Play

เกี่ยวกับ Jam City

Jam City เป็นผู้นำด้านความบันเทิงบนมือถือโดยมอบเกมที่ไม่เหมือนใครและที่ดึงดูดผู้ชมทั่วโลก โดย Jam City ก่อตั้งขึ้นในปี 2009 โดยผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO ของ MySpace อย่าง Chris DeWolfe และอดีตผู้บริหาร 20th Century Fox อย่าง Josh Yguado ทั้งนี้ Jam City เป็นผู้อยู่เบื้องหลังความคิดสร้างสรรค์ของแฟรนไชส์เกมโลกโซเชียลที่มีรายได้สูงสุดและที่มีอายุยืนที่สุดสำหรับมือถือ ซึ่งรวมถึงเกม Cookie Jam(เกมแห่งปีของ Facebook ) และ Panda Pop นอกจากนี้ Jam City เป็นสตูดิโอฮอลลีวูดที่มีการพัฒนาเกมมือถือที่เต็มไปด้วยเนื้อหาสาระเกี่ยวกับแบรนด์บันเทิงที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น Harry Potter, Family Guy และ Marvel Avengers อนึ่ง Jam City มีสตูดิโอใน Los Angeles (สำนักงานใหญ่) ซานฟรานซิสโก ซานดิเอโก โบโกตา และบัวโนสไอเรส ทีมงาน Jam City เป็นที่รู้จักในด้านความเป็นเลิศด้านความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีในสาขาสำคัญ ๆ เช่น การเล่าเรื่อง ข้อมูลวิทยาศาสตร์ และข้อมูลเชิงลึกของผู้เข้าชม

เกี่ยวกับ Disney Parks ประสบการณ์ดิสนีย์ และผลิตภัณฑ์เพื่อผู้บริโภค หรือ Disney Parks, Experiences and Consumer Products

Disney Parks, Experiences and Consumer Products เป็นส่วนงานทางธุรกิจของบริษัทวอลต์ดิสนีย์ (NYSE: DIS) ที่นำความมหัศจรรย์ของเรื่องราว ตัวละคร และเนื้อหาของดิสนีย์เข้ามาสู่ชีวิตประจำวันของครอบครัวและแฟน ๆ ทั่วโลก โลกเพื่อสร้างความทรงจำที่มีอายุยาวนานทั้งชีวิต ธุรกิจท่องเที่ยวและสถานบันเทิงอันเป็นสัญลักษณ์ของบริษัท ประกอบด้วย รีสอร์ท 6 แห่งในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชีย เรือสำราญระดับต้น ๆ; รีสอร์ทริมชายหาดหรูหราในฮาวาย; โปรแกรม vacation ownership ที่เป็นที่นิยม; และธุรกิจการผจญภัยของครอบครัวที่ได้รับรางวัล ในส่วนของการดำเนินธุรกิจด้านผลิตภัณฑ์เพื่อผู้บริโภคทั่วโลกของบริษัทดิสนีย์ ประกอบด้วย ธุรกิจด้านการออกใบอนุญาตชั้นนำของโลก ผู้จัดพิมพ์สื่อรายใหญ่ที่สุดในโลกสำหรับเด็ก ๆ ร้าน Disney Store ทั่วโลก; และร้านค้าแพลตฟอร์มดิสนีย์อีคอมเมิร์ซ ประสบการณ์เหล่านี้ถูกสร้างขึ้นโดย Walt Disney Imagineering ซึ่งเป็นแรงผลักดันที่สร้างสรรค์ในการดูแลผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ระดับโลก ตั้งแต่ดินแดนในจินตนาการที่ดื่มด่ำ ไปจนถึง ของเล่นแบบโต้ตอบและอื่น ๆ อีกมากมาย

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/cgi-bin/mmg.cgi?eid=51897726&lang=en

ติดต่อ:

Jam City

Sarah Ross, 310-924-1404

sarahr@jamcity.com

หรือ

Disney

Amanda Gonzalez, 415-623- 1159

amanda.gonzalez@disney.com

งานหนังสือนานาชาติชาร์จาห์ 2018 ร่วมเฉลิมฉลองให้กับการอ่านและวัฒนธรรมด้วยผู้เข้าชมงาน 2.23 ล้านคน

Logo

ชาร์จาห์, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–(BUSINESS WIRE)–13 พฤศจิกายน 2018

เทศกาลหนังสือนานาชาติชาร์จาห์ (SIBF) งานหนังสือขนาดใหญ่อันดับสามของโลก ได้สร้างสถิติใหม่อีกครั้งในการจัดงานปีที่ 37 ภายใต้ธีม ‘A Tale of Letters’ และได้ทำฝันของผู้รักการอ่านให้เป็นจริงด้วยการรวบรวมงานเขียนกว่า 20 ล้านเล่มมาไว้ในงานเดียว

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20181113006044/en/

Sharjah International Book Fair 2018 - Provided by Sharjah Book Authority (Photo: Business Wire)

เทศกาลหนังสือนานาชาติชาร์จาห์ 2018 จัดโดย Sharjah Book Authority (รูปภาพ: Business Wire)

งาน SIBF 2018 จัดโดย Sharjah Book Authority (SBA) โดยสถานที่จัดงานอยู่ที่เมืองชาร์จาห์ ซึ่งเป็นเมืองหลวงด้านวัฒนธรรมของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ตลอดระยะเวลาการจัดงาน 11 วัน ได้ต้อนรับผู้มาเยือนราว 2.23 ล้านคน โดยในจำนวนนั้น เป็นนักเรียนราว 230,000 คนที่หลั่งไหลมาจากทั่วประเทศ

งานหนังสือนานาชาติชาร์จาห์ปีนี้มีสำนักพิมพ์ 1,874 แห่ง จาก 77 ประเทศเข้าร่วมงาน และนำหนังสือกว่า 1.6 ล้านเรื่องมาจัดแสดง โดย 80,000 เรื่องจากทั้งหมดเป็นการนำมาเปิดตัวที่งานนี้เป็นครั้งแรก นอกจากนี้ ยังมีเวทีสำหรับจัดกิจกรรมต่าง ๆ กว่า 1,800 เวทีที่ให้นักเขียนชื่อดังมาร่วมพูดคุย จัดสัมมนา แจกลายเซ็น จัดกิจกรรมเกี่ยวกับบทกลอนและการเล่าเรื่อง ละคร ศิลปะ ความบันเทิง และอื่นๆ อีกมากมาย

การจัดงานครั้งนี้ได้รับความสนใจทางสื่อสังคมอย่างมาก โดยมีผู้เข้าชมเนื้อหาถึง 2.7 พันล้านครั้ง ขณะที่มีการโพสต์แฮชแท็ก #SIBF18 บนสื่อโซเชียล 70,000 ครั้ง เข้าถึงผู้ใช้งานโซเชียลมีเดีย 300 ล้านบัญชี

ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรม SIBF Guest of Honour ซึ่งเป็นการสร้างสะพานเชื่อมวัฒนธรรมระหว่างสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กับทั่วโลก โดยในปีนี้ได้พุ่งความสนใจไปที่ประเทศญี่ปุ่น

ปีนี้ ยังได้มีการจัดงาน SIBF/ALA Library Conference ครั้งที่ห้า โดยความร่วมมือระหว่าง Sharjah Book Authority และสมาคมหอสมุดแห่งอเมริกา (ALA) โดยมีบรรณารักษ์และนักวิชาการกว่า 400 คนจากทั่วโลกเข้าร่วมการอภิปรายและกิจกรรมสร้างเครือข่ายที่จัดขึ้นใน 25 เวที เพื่อร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหัวข้อการเปลี่ยนแปลงบทบาทของบรรณารักษ์ในยุคที่สิ่งต่างๆ ถูกแปลงให้อยู่ในรูปดิจิทัล

นอกจากนี้ยังมีการจัดประชุมสำนักพิมพ์ SIBF ที่จัดขึ้นเป็นะระยะเวลาสามวัน ก่อนหน้าที่งานหนังสือจะเริ่มขึ้นและจัดต่อเนื่องเป็นเวลา 11 วัน โดยมีสำนักพิมพ์ 486 แห่งเข้าร่วมการจัดกลุ่มอภิปราย และมีการจัด “การประชุมจับคู่” สามพันครั้ง ซึ่งนำไปสู่การลงชื่อในข้อตกลงสิทธิด้านการแปลถึง 2,884 ครั้ง

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20181113006044/en/

ติดต่อ:

National Network Communications (NNC)
Fadia Daouk, +971 52 617 2111

CHTF 2018 รวบรวมวิสาหกิจและผู้ประกอบการทั่วโลก

Logo

เซินเจิ้น ประเทศจีน–(BUSINESS WIRE)–14 พฤศจิกายน 2018

งาน China Hi-Tech Fair (CHTF 2018) ครั้งที่ 20 ได้เริ่มขึ้นที่ศูนย์การประชุมและนิทรรศการเซินเจิ้นในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2018  โดยการนำเสนอผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีชั้นสูงที่ทันสมัยขององค์กรและสถาบันจากทั่วโลก CHTF 2018 เป็นผู้กำหนดแนวโน้มในอุตสาหกรรมไฮเทค

บริษัทด้านเทคโนโลยีจำนวนมากได้เกิดจาก CHTF ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา  ในปีที่ 20 CHTF 2018 ได้ดึงดูดผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการชั้นนำของโลกและได้รวบรวมบริษัทข้ามชาติ  บริษัท Fortune 500 และ บริษัทยูนิคอร์นเพื่อแสดงพัฒนาการด้านเทคนิคล่าสุด

บริษัทยักษ์ใหญ่ของจีน ได้แก่ China Mobile, China Unicom, China Telecom, China Electronics, CRRC บริษัทข้ามชาติ ได้แก่ Suez, Foxconn, Ricoh, Baidu, Tsinghua, Tongfang, TCL, Sogou, BOE บริษัทยูนิคอร์น ได้แก่ SenseTime, iQiyi, Royale, Orbbec, Qiniu Cloud, BITMAIN ฯลฯ  นอกจากนี้บริษัทสามแห่งที่มีชิป AI ชั้นนำ ได้แก่ Cambrian, Horizon Robotics และ Deephi Tech มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน

ฟอรั่มนวัตกรรม CHTF 2018 เชิญผู้ได้รับรางวัลโนเบลสองคนและอีก 70 ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมอื่นๆ รวมถึงผู้ประกอบการและนักวิชาการชั้นนำเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการพัฒนาเทคโนโลยีชั้นสูง  ในวันเปิดงาน Wu Xiaoqiu รองอธิการบดีมหาวิทยาลัย Renmin ประเทศจีนได้กล่าวสุนทรพจน์เรื่อง "ฉลองครบรอบ 40 ปีแห่งการปฏิรูปและการเปิดเสรีกับการพัฒนาทางการเงินของจีน" ในวันที่ 15 พฤศจิกายน ศาสตราจารย์ Robert Grubb ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีประจำปี 2005 จะแบ่งปันแนวคิดและประสบการณ์ใหม่ของเขาเกี่ยวกับเคมีอินทรีย์และวัสดุใหม่ๆ  ในวันที่ 16 พฤศจิกายน ศาสตราจารย์ Nakamura Shuji ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ประจำปี 2014 จะกล่าวถึงอนาคตของออพโตอิเล็คทรอนิคส์

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่อาวุโสจากบาห์เรน อาร์เจนตินา เอสโตเนีย เบลเยียม สวิตเซอร์แลนด์ สาธารณรัฐตาตาร์สถาน ฮังการี สาธารณรัฐเช็ก และมาเลเซียได้เข้าเยี่ยมชมงาน  ผู้จัดการอาวุโสจาก Microsoft, Amazon, SAP, Accenture, Philips, Bosch, Cisco และ Huawei ได้เข้าร่วมการประชุมเช่นกัน  คนดังอื่น ๆ ได้แก่ Henning Kagermann ผู้เสนอแนวคิด Industry 4.0 และอดีตประธานาธิบดี Acatech, Guo Guangcan นักวิชาการของ Chinese Academy of Sciences  และผู้อำนวยการ CAS Laboratory of Quantum Information, Xu Yangsheng นักวิชาการจาก Chinese Academy of Engineering และรองอธิการบดีของ Chinese University of Hong Kong

ในฐานะนิทรรศการเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดและมีอิทธิพลมากที่สุดในจีน CHTF 2018 มุ่งมั่นที่จะจัดหาแพลตฟอร์มและโอกาสสำหรับองค์กรด้านเทคโนโลยีชั้นนำทั่วโลก

ดูเวอร์ชันของแหล่งที่มาใน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20181113006310/en/

ติดต่อ:

CHTF Organizing Committee

Ms. Peggie Wang

overseas@chtf.com

P&G มุ่งเผชิญหน้าแก้ไขปัญหาความขาดแคลนน้ำสะอาด ความเสมอภาคทางเพศ และของเสียที่มาจากพลาสติกในปี 2018 ในรายงานความรับผิดชอบต่อสังคม

Logo

P&G มุ่งให้ความสำคัญไปที่การสร้างประโยชน์แก่สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมในรายงานพลเรือนฉบับใหม่ปี 2018

ซินซินแนติ–(BUSINESS WIRE)–13 พ.ย. 2018

บริษัท Procter & Gamble (NYSE: PG) ขยายประวัติอันยาวนานในการทำดีให้โลกด้วยการนำความสะดวกสบายภายในบ้านไปสู่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติอย่างต่อเนื่อง โดยการดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นให้เกิดการสนทนาเกี่ยวกับความหลากหลาย การยอมรับทางสังคม ความเท่าเทียมทางเพศ ผ่านการโฆษณาและ และการสร้างผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อสภาพแวดล้อมด้วยเป้าหมายใหม่ปี 2030 ซึ่งรวมถึงการมีวิสัยทัศน์เพื่อทำให้แน่ใจว่าไม่มีบรรจุภัณฑ์ใดๆ ของบริษัท ที่จะมีจุดจบเป็นขยะในมหาสมุทร

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณลักษณะเป็นมัลติมีเดีย ดูข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20181113005694/en/

P&G issued its 2018 Citizenship Report, which highlights the Company's progress in its Citizenship p ...

P & G ได้ออกรายงานการเป็นพลเมืองปี 2018 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความคืบหน้าของบริษัทในประเด็นที่บริษัทให้ความสำคัญด้านพลเมืองเกี่ยวกับ ผลกระทบด้านชุมชน ความหลากหลายและการยอมรับทางสังคม ความเสมอภาคทางเพศและความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม ซึ่งทั้งหมดมีรากฐานมาจากจรรยาบรรณและความรับผิดชอบขององค์กร (กราฟฟิก: Business Wire)

ข้อความนี้ถูกตัดตอนมาจาก รายงานการเป็นพลเมือง ปี 2018 ซึ่ว P&G ได้เน้นการจัดกิจกรรมที่เกิดขึ้นมาไม่นานนี้ที่มีความมุ่งมั่นจะทำให้บริษัทเป็นกำลังผลักดันในการสร้างคุณค่าความดีและในด้านการเติบโต

"ความปรารถนาของเรามีความชัดเจน เราต้องการแรงผลักดันที่ดีและแรงผลักดันให้เกิดความเติบโต เรารู้ว่ายิ่งเรารวมและสร้างความเป็นพลเมืองเข้าไปในการทำธุรกิจของเรามากเท่าใด เราก็จะสร้างผลกระทบได้มากยิ่งขึ้นเท่านั้นต่อคนที่เราให้บริการ ต่อชุมชนที่เราทำงานและอาศัยอยู่ และสังคมโลกในวงกว้าง ในทางกลับกันสิ่งนี้ก็จะช่วยในการเติบโตและสร้างธุรกิจของเรา "นาย David Taylor ประธานคณะกรรมการ ประธานใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ P&G กล่าว

บริษัทได้สร้างความคืบหน้าในเรื่องด้านพลเมืองทุกด้านที่บริษัทให้ความสำคัญ ไฮไลต์จากรายงานดังกล่าว รวมถึง

  • ผลกระทบทางชุมชน (Community Impact) ในปีนี้ บริษัทได้ฉลองความสำเร็จด้านโครงการน้ำดื่มที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก โดยได้แจกจ่ายน้ำดื่มสะอาดจำนวน 14 พันล้านลิตรแก่ผู้ที่ขาดแคลนมากที่สุด แบรนด์ P&G มีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น พายุเฮอริเคนฮาร์วีย์ เออร์มา มาเรีย และฟลอเรนซ์ และโครงการ Tide Loads of Hope ของเรา ซึ่งได้ซักเสื้อผ้ามากกว่า 3,800 ชิ้นเพื่อช่วยสร้างความรู้สึกที่เป็นปกติให้เกิดกับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ
  • ความหลากหลายและการยอมรับทางสังคม (Diversity & Inclusion): P&G กระตุ้นการสนทนาสำคัญ ๆ เกี่ยวกับความเท่าเทียมกันด้วยภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัลสองเรื่อง ได้แก่ "The Talk" เกี่ยวกับเรื่องอคติทางเชื้อชาติและภาพยนตร์เรื่อง "The Words Matter" เกี่ยวกับการยอมรับทางสังคมต่อกลุ่ม LGBT +  หรือ ผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ทั้งนี้แบรนด์ต่าง ๆ ในเครือของบริษัทได้เปิดตัวแคมเปญโฆษณาหลายตัว ซึ่งรวมถึงการแสดงเรื่องราวด้านบวกของครอบครัวที่มีความหลากหลาย และปัจเจกบุคคลที่มีความหลากหลาย ในส่วนของภายในบริษัท เราได้เพิ่มสิทธิประโยชน์เพื่อปรับปรุงนโยบายการลาเลี้ยงลูกจ้างของพนักงานซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Flex @ Work
  • ความเสมอภาคทางเพศ (Gender Equality): ในฐานะผู้นำของผู้ที่เรียกร้องให้เกิดความสนใจต่อความเท่าเทียมทางเพศ P&G ได้สร้างนิทรรศการใหม่เรื่อง "Women at Work: Myth With Reality" ซึ่งมีเนื้อหาท้าทายความคิดที่ล้าสมัยเกี่ยวกับผู้หญิงในที่ทำงาน นอกจากนี้ยังร่วมมือกับ Sesame Workshop และ the Muppets เพื่อกำหนดความคาดหวังใหม่ ๆ เกี่ยวกับเพศสำหรับเด็กชายและเด็กหญิงทั่วโลก และแนะนำแคมเปญการโฆษณาแบรนด์ใหม่ ๆ ที่สนับสนุนสิทธิและเสียงที่เท่าเทียมกัน และมีการนำเสนอทางสื่ออย่างเท่าเทียมกันสำหรับทุกคน
  • ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Sustainability) : ในเดือนเมษายน บริษัท ประกาศเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนสำหรับปี 2030 เนื่องจากบริษัทได้บรรลุเป้าหมายหลายประการสำหรับปี 2020 แล้ว ทางด้านสภาพอากาศ น้ำ และของเสีย กรอบความมุ่งมั่นปี 2030 ของP&G ที่มุ่งเน้นสิ่งที่จะทำให้บริษัทสามารถสร้างความแตกต่างได้มากที่สุดผ่าน ห่วงโซ่อุปทานสังคม และพนักงานของบริษัท บริษัทได้ให้ความสำคัญต่อขยะพลาสติกอีกครั้ง และหลายแบรนด์ภายใต้บริษัท กำลังเพิ่มการรีไซเคิลของบรรจุภัณฑ์ และใช้วัสดุรีไซเคิลมากขึ้น

"เป็นเวลายาวนานกว่า 180 ปี ที่บริษัท ฯ ได้รับปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน นี่คือตัวตนของเรา เป็นสิ่งที่เราทำ และเป็นแรงกระตุ้นให้เราทำต่อไป และเป็นแรงผลักดันที่ดี และเป็นกำลังสำหรับการเติบโตของโลก "Taylor กล่าว

 บทสรุปผู้บริหาร, ซึ่งเป็นเอกสารภาพรวม 24 หน้า เกี่ยวกับความคืบหน้าและเรื่องราว จะถูกเผยแพร่ ออนไลน์เช่นเดียวกับ รายงานอย่าวละเอียด วิดีโอที่เดวิดเทย์เลอร์ถกความคืบหน้าในการเป็นพลเมืองที่สามารถเข้าไปดูได้ ที่นี่ P&G เผยแพร่รายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นประจำทุกปีตั้งแต่ปี 1999 แต่ขยายขอบเขตในปี 2016 ให้ครอบคลุมภาพรวมมากขึ้นเกี่ยวกับนโยบายด้านพลเมืองที่สำคัญของบริษัท

เกี่ยวกับ Procter & Gamble

P&G ให้บริการผู้บริโภคทั่วโลกด้วยพอร์ตโฟลิโอที่แข็งแกร่งที่สุด ในฐานะของแบรนด์ที่มีคุณภาพและเป็นผู้นำที่น่าเชื่อถือ ตัวอย่างเช่น Always®, Ambi Pur®, Ariel®, Bounty®, Charmin®, Crest®, Dawn®, Downy®, Fairy®, Febreze®, Gain®, Gillette®, Head & Shoulders®, Lenor®, Olay®, Oral-B®, Pampers®, Pantene®, SK-II®, Tide®, Vicks®และWhisper® ทั้งนี้ ชุมชน P&G มีการดำเนินงานในกว่า 70 ประเทศทั่วโลก กรุณาเยี่ยมชม http://www.pg.com เพื่อรับข่าวสารและข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับ P&G และแบรนด์ต่างๆ ภายใต้ P&G

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20181113005694/en/

ติดต่อ:

Procter & Gamble

Damon Jones, 513-983-0190

Jones.dd@pg.com

หรือ

Julie deSylva, 513- 780-0006

Desylva.j@pg.com

Toshiba เปิดตัวแพลตฟอร์มพัฒนาอุปกรณ์ FFSA™ ระดับ 130nm มาพร้อมประสิทธิภาพที่สูงขึ้น การกินไฟที่น้อยลง และต้นทุนที่ต่ำ

Logo

– จะทำการผลิตโดยบริษัทสาขา เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ในระยะยาว

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–13 พฤศจิกายน 2018

วันนี้ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation (“Toshiba”) ประกาศเปิดตัวอุปกรณ์ FFSA™ (Fit Fast Structured Array) รุ่นใหม่ ที่มีโหนดประมวลผลระดับ 130nm เป็นแพลตฟอร์มพัฒนา SoC สุดล้ำที่สามารถออกแบบได้เอง มาพร้อมประสิทธิภาพขั้นสูง ใช้ต้นทุนต่ำ และบริโภคไฟน้อย[1]

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20181112005853/en/

Toshiba: 130nm FFSA(TM) development platform featuring high performance, low power and low cost stru ...

Toshiba: แพลตฟอร์มพัฒนา FFSA(TM) ระดับ 130nm มาพร้อมประสิทธิภาพขั้นสูง กินไฟต่ำ และใช้ต้นทุนต่ำ (Artist's impression)(รูปภาพ: Business Wire)

Toshiba เป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มวงจร ASIC (วงจรที่ผลิตแบบเฉพาะเจาะจง) และอุปกรณ์ FFSA™ ที่เหมาะกับสภาพแวดล้อมและความต้องการสำหรับธุรกิจของลูกค้า พร้อมส่งมอบโซลูชันที่มีประสิทธิภาพสำหรับการพัฒนาชิป SoC แบบทั่วไป อุปกรณ์ FFSA™ มีซิลิกอนแผ่นบาง ๆ ซึ่งเป็นส่วนประกอบโดยทั่วไปที่มากับชั้นโลหะด้านบน และมีไว้เพื่อการออกแบบให้ตรงตามความต้องการ หากมีการปรับเปลี่ยนหน้ากาก อุปกรณ์ FFSA™ จะช่วยลดต้นทุนประเภท NRE ได้มากกว่าการพัฒนา ASIC ได้อย่างมาก พร้อมทั้งทำให้สามารถจัดหาตัวอย่างและการผลิตจำนวนมากในระยะเวลาที่สั้นกว่า ASIC แบบทั่วไป นอกจากนี้อุปกรณ์ FFSA™ ยังมีประสิทธิภาพที่สูงกว่า ใช้ไฟน้อยกว่าอุปกรณ์ลอจิกแบบโปรแกรมได้หรือเอฟพีจีเอ (Field Programmable Gate Array) ที่ใช้ขั้นตอนการออกแบบและไลบรารีแบบ ASIC [1]

ผลิตภัณฑ์ประมวลผลระดับ 130nm จะช่วยเติมเต็มไลน์อัพปัจจุบันของ Toshiba ซึ่งประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ในระดับ 28nm 40nm และ 65nm ทำให้อุปกรณ์ FFSA™ เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับตลาดอุปกรณ์อุตสาหกรรมที่กำลังเติบโต

อุปกรณ์ FFSAระดับ 130nm ที่ได้รับการออกแบบบนแพลตฟอร์มนี้จะผลิตโดย Japan Semiconductor บริษัทย่อยของ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation ที่มีความเชี่ยวชาญอันเป็นที่ยอมรับมาอย่างยาวนานในการผลิตวงจร ASIC วงจร ASSP และไมโครคอมพิวเตอร์ สิ่งนี้คือเครื่องยืนยันถึงอุปทานในระยะยาว และแผนการตอบสนองความต้องการของธุรกิจของลูกค้าที่ต่อเนื่อง

ผลิตภัณฑ์ซีรีส์ใหม่นี้มาพร้อมประสิทธิภาพและการผสมผสานที่จำเป็นสำหรับเครื่องมืออุตสาหกรรม สิ่งอำนวยความสะดวกด้านการสื่อสาร อุปกรณ์ OA และผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค ซึ่งคาดว่าจะมีการขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง

ผลิตภัณฑ์ตระกูล FFSA™

เทคโนโลยีประมวลผล

130nm

65nm

40nm

28nm

จำนวนเกทสูงสุด[2]

912K

21M

25M

100M

ความจุ SRAM สูงสุด

664K บิต

19M บิต

30M บิต

207M บิต

ความเร็วทรานส์ซีฟเวอร์สูงสุด

12.5Gbps

28Gbps

จำนวนเลนส์ทรานส์ซีฟเวอร์สูงสุด

14

64

จำนวนขา I/O สูงสุด

337

1110

720

928

หมายเหตุ:

[1] การเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์เอฟพีจีเอแบบธรรมดาโดย Toshiba

[2] จำนวนเกทที่แสดงเป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น และจะแตกต่างกันออกไปในอุปกรณ์แต่ละชิ้น

* FFSA™ เป็นเครื่องหมายการค้าของ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation

* ชื่อบริษัท สินค้าและบริการทั้งหมด อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทนั้น ๆ ที่กล่าวถึง

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นี้ กรุณาดูที่:

https://toshiba.semicon-storage.com/jp/product/custom-soc/platform/ffsa.html

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับลูกค้า:

System LSI Marketing Center

โทร: +81-44-548-2753

https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/contact.html

ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้ รวมถึงราคาและข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาบริการ และข้อมูลการติดต่อ เป็นข้อมูล ณ ปัจจุบันในวันที่ประกาศ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เกี่ยวกับ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation เป็นบริษัทใหม่ที่เต็มไปด้วยพลังและประสบการณ์ นับตั้งแต่แยกตัวออกจากบริษัทเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2017 เราได้ก้าวสู่การเป็นหนึ่งในบริษัทผู้นำด้านอุปกรณ์ทั่วไป และได้นำเสนอโซลูชันเกี่ยวกับเซมิคอนดักเตอร์ ระบบ LSIs และ ระบบ HDD อันโดดเด่นให้กับลูกค้าและคู่ค้าทางธุรกิจของเรา

เรามีพนักงานจำนวน 19,000 คนทั่วโลก ซึ่งมีความตั้งใจร่วมกันที่จะเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ของเราให้ถึงระดับสูงสุด และให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับลูกค้า เพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์มูลค่าและตลาดใหม่ๆ ร่วมกัน เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะเพิ่มยอดขายต่อปีซึ่งปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 700 พันล้านเยน (6 พันล้านเหรียญสหรัฐ) ให้สูงขึ้น เพื่อสร้างอนาคตที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเราได้ที่ https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/top.html

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20181112005853/en/

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อ:
Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation
แผนกการตลาดดิจิทัล
Chiaki Nagasawa, +81-3-3457-4963
semicon-NR-mailbox@ml.toshiba.co.jp

การนำเสนอโครงการ UTON และการประชุมส่งเสริมการตลาดระหว่างประเทศ ถูกจัดขึ้นที่ Intercontinental Singapore

Logo

สิงคโปร์–(BUSINESS WIRE)–12 พ.ย. 2018

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 ได้มีการจัดการนำเสนอโครงการ UTON และการประชุมส่งเสริมการตลาดระหว่างประเทศที่โรงแรม Intercontinental Singapore โดยแขกผู้เข้าร่วมงานส่วนใหญ่เป็นผู้มีหน้ามีตาในสังคม และมีประสบการณ์ระดับสูงในด้านอุตสาหกรรมบล็อกเชนจาก สหรัฐอเมริกา สวิตเซอร์แลนด์เยอรมนี รัสเซีย เกาหลีใต้ สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย เป็นต้น

การประชุมครั้งนี้เป็นการแนะนำสถาปัตยกรรมระบบและระบบบัญชีของ LikeLib และแสดงให้เห็นถึงลักษณะทางเทคนิค โปรโตคอลการรักษาความปลอดภัย และโหมดการทำธุรกรรมที่ไม่ซ้ำแบบใครของ UTON ATM ซึ่งเป็นเครื่องแลกเปลี่ยนสินทรัพย์อัตโนมัติที่มีศักยภาพสูงซึ่งจะเปิดตัวเร็ว ๆ นี้ การประชุมได้ประกาศกรอบแนวคิดเกี่ยวกับกระเป๋าสตางค์ฮาร์ดแวร์ที่เข้ารหัส หรือ UTON ซึ่งเป็นโครงการกระเป๋าสตางค์ด้านฮาร์ดแวร์แบบโอเพนซอร์สแห่งแรกในประเทศจีน

ผู้เข้าร่วมแสดงความสนใจในผลิตภัณฑ์ชุดของ UTON และ LikeLib โดยแขกผู้มีเกียรติกล่าวว่าพวกเขาจะคอยจับตาดูการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และจะส่งเสริมและขายสินค้าในหลายประเทศทั่วโลก

ทีมงาน UTON มุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับผู้ปฏิบัติงานด้านบล็อคเชนทั่วโลกเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลทั่วโลกอย่างมีประสิทธิภาพ

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20181111005082/en/ บริษัท

ติดต่อ:

บริษัท Shanghai Heshu Software  จำกัด

Mr. Wang

http://www.heshuruanjian.com

การระดมทุน crowdfunding สำหรับนักท่องเที่ยวไทยที่ไปเยือนญี่ปุ่น คุณสามารถสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวญี่ปุ่นแบบเรียบง่ายและแท้จริง

Logo

การระดมทุนเริ่มต้นที่ Weeboon แพลตฟอร์ม crowdfunding ของประเทศไทย  มาปกป้องภาพลักษณ์ที่แท้จริงของญี่ปุ่นที่หายไปพร้อมการพัฒนาขนาดใหญ่และป้องกันปัญหาทางสังคม เช่นการลดลงของจำนวนประชากรในท้องถิ่นและการละทิ้งบ้านเรือน

โอซากะ ประเทศญี่ปุ่น–(BUSINESS WIRE)–12 พฤศจิกายน 2018

SEKAI HOTEL, Inc. ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองโอซากะ จังหวัดโอซากะ โดยมี Koichi Yano เป็นผู้ก่อตั้งและ CEO ได้เปิดสาขาใหม่ SEKAI HOTEL FUSE ซึ่งพัฒนา "Fuse Shopping Street Market" ให้เป็นโรงแรมในเมืองท้องถิ่นที่ใช้เวลาเดินทางประมาณสิบนาทีโดยรถไฟจากใจกลางเมืองโอซากะ – เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศญี่ปุ่น  ในขณะเดียวกัน เราจะเริ่มต้นการ crowdfunding กับ Weeboon ของประเทศไทยสำหรับนักท่องเที่ยวที่กำลังพิจารณาจะเดินทางไปญี่ปุ่นโดยเราจะตอบแทนด้วยที่พักที่คุณจะได้สัมผัสกับ “วัฒนธรรมญี่ปุ่นแบบเรียบง่าย“

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณลักษณะด้านมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: http://www.businesswire.com/cgi-bin/mmg.cgi?eid=51895699&lang=en

SEKAI HOTEL FUSE reception area. A gathering for locals as well, as it transforms to a coffee shop a ...

พื้นที่รับแขก SEKAI HOTEL FUSE ซึ่งเป็นจุดนัดพบสำหรับชาวบ้านเช่นกันเนื่องจากเปลี่ยนเป็นร้านกาแฟในเวลากลางวันและบาร์ในเวลากลางคืน (ภาพ: Business Wire)

การหายไปของชุมชนท้องถิ่น ความตระหนักถึงวิกฤติที่ทวีคูณมากขึ้น

เมื่อเร็วๆ นี้ความนิยมของการ์ตูนญี่ปุ่นอะนิเมะและมังงะได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเพิ่มมากขึ้น ในขณะสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศญี่ปุ่นพยายามสร้างเนื้อหาที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยว เราจึงเห็นพัฒนาการของเมืองที่มีร้านอาหารเครือใหญ่มาทดแทนร้านกาแฟท้องถิ่นซึ่งเป็นจุดรวมตัวของชาวบ้านมานานหลายสิบปี รวมทั้งร้านเล็กที่เคยมอบประสบการณ์และรสชาติอาหารญี่ปุ่นแบบบ้านๆ เป็นเวลาหลายปีต้องปิดลงเพราะไม่มีใครเหลือที่จะมาดำเนินการธุรกิจ  เพราะเหตุนี้จึงเกิดความตระหนักมากขึ้นเกี่ยวกับประเด็นทางสังคมที่ส่งผลต่อการสูญเสียวัฒนธรรมที่แท้จริงของประเทศญี่ปุ่น

แนวคิด: "ความเรียบง่าย" เป็นสิ่งที่ควรค่าที่จะสัมผัส โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ

SEKAI HOTEL เชื่อว่าการท่องเที่ยวนั้นมีคุณค่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งซึ่งสามารถพบได้อย่างแท้จริงในชีวิตปกติของคนญี่ปุ่น  ประสบการณ์การท่องเที่ยวที่แท้จริงที่มาจากความพยายามในการสื่อสารกับคนในท้องถิ่นนั้นเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น แม้ว่าจะเป็นการสื่อสารด้วยภาษาที่ไม่สมบูรณ์เท่าไรนักหรือการใช้ภาษามือก็ตาม  เรากำลังพยายามที่จะสร้างค่านิยมทางการท่องเที่ยวใหม่ๆ ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นความธรรมดาหรือเรียบง่าย และยังพยายามที่จะนำเสนอคุณค่าในสถานที่ที่ห่างไกลจากศูนย์กลางเมืองของญี่ปุ่นหรือที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว

วิธีการของเราคือการปฏิเสธการรวมคุณสมบัติของโรงแรมทั่วไป เช่น โต๊ะต้อนรับ ห้องรับแขก ร้านขายของกระจุกกระจิก และกิจกรรมต่างๆ ไว้ในตึกขนาดใหญ่แห่งเดียว  แทนการนี้ เราจะพัฒนาชุมชนทั้งแห่งให้กลายเป็นโรงแรมใหม่ โดยคืนชีพให้บ้านว่างเปล่าที่พบได้ในชุมชน  บ้านที่ว่างเปล่าจะได้รับการปรับปรุงและแปลงเป็นห้องพัก  สิ่งอำนวยความสะดวกที่คุณจะพบภายในโรงแรมเช่น สปา ร้านอาหาร และกิจกรรมต่างๆ จะถูกจัดเตรียมไว้ให้ควบคู่ไปกับธุรกิจท้องถิ่น โดยการพัฒนาโรงแรมในรูปแบบของชุมชนซึ่งผู้เข้าพักสามารถเพลิดเพลินกับการเดินเที่ยวชมหมู่บ้านนั้น

การเริ่มต้น Crowdfunding ครั้งแรก

เราจะเริ่มต้น crowdfunding กับ Weeboon ของประเทศไทยพร้อมกับการเปิดสาขาใหม่ของเรา โดยจะนำเสนอที่พักที่คุณสามารถสัมผัสกับ "วัฒนธรรมญี่ปุ่นแบบเรียบง่าย"  เรากำลังดำเนินการแก้ไขปัญหาที่กำลังสาหัสมากขึ้นในเขตนอกเมืองของญี่ปุ่น เช่น การละทิ้งบ้าน การไหลออกของคนหนุ่มสาวไปยังพื้นที่เขตเมือง และการชราภาพของพื้นที่ชนบท โดยการแพร่กระจายแนวคิดของ SEKAI HOTEL ซึ่งเป็น “ความเรียบง่าย" ไปทั่วโลก

เว็บไซต์ Crowdfunding: https://www.weeboon.com/en/campaign/-487616

ความท้าทายหลายอย่างในชนบทที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นกำลังกลายเป็นปัญหาในประเทศอื่นที่พัฒนาแล้วเช่นกันและ SEKAI HOTEL ซึ่งเริ่มต้นด้วยประเด็นในญี่ปุ่น มีแผนจะขยายไปสู่ต่างประเทศ

ดูเวอร์ชันของแหล่งที่มาใน businesswire.com: http://www.businesswire.com/cgi-bin/mmg.cgi?eid=51895699&lang=en

ติดต่อ:

SEKAI HOTEL Inc.

Koki Mitani, +81-6-6748-0750

Public Relations Manager

noborder@sekaihotel.com


Thai Herald