PIVOT Fintech ได้รับใบอนุญาตการบริการด้านตลาดทุนจากผู้กำกับดูแลของสิงคโปร์

Logo

ใบอนุญาตนี้จะทำให้สามารถเปิดตัวบริการการจัดการความมั่งคั่งที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยตรงกับผู้บริโภค

สิงคโปร์–(BUSINESS WIRE)–24 มีนาคม 2019

PIVOT Fintech Pte. Ltd. (“PIVOT”)  ผู้ให้บริการเทคโนโลยีการจัดการความมั่งคั่งแบบดิจิทัลซึ่งได้รับการสนับสนุนโดย Pintec Technology Holdings Ltd. (“ PINTEC”; NASDAQ: PT) และ FWD Group ประกาศการได้รับใบอนุญาตบริการด้านตลาดทุน (Capital Markets Services – “CMS”) โดย Monetary Authority of Singapore (MAS)

ใบอนุญาต CMS ของ PIVOT ซึ่งมาหลังจากแนวทาง MAS ที่เผยแพร่เมื่อเร็วๆ นี้ในการให้บริการที่ปรึกษาทางดิจิทัลเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2018 ทำให้บริษัทสามารถให้บริการด้านการลงทุนที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยตรงกับลูกค้ารายย่อย

“ความสำเร็จครั้งสำคัญในสิงคโปร์ครั้งนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นของความมุ่งมั่นของ PIVOT ในการนำเสนอโซลูชั่นการบริหารความมั่งคั่งที่เป็นนวัตกรรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” Victor Lye CEO PIVOT กล่าว ซึ่งเป็นผู้สร้างแนววิเคราะห์การทำโปรไฟล์ความเสี่ยงที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ PIVOT

PINTEC ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นหลักของ PIVOT ได้พิสูจน์เทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญในการให้บริการการจัดสรรสินทรัพย์ทั่วโลกและบริการจัดการเงินให้แก่สถาบันการเงินที่ขับเคลื่อนโดย AI ในตลาดจีนที่มีการแข่งขันสูง  ด้วยการผนวกรวมการวิเคราะห์การทำโปรไฟล์ความเสี่ยงที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ PIVOT และพอร์ทัลออนบอร์ดลูกค้าเข้ากับเทคโนโลยี AI ของ Pintec ทำให้ PIVOT ได้พัฒนาบริการการจัดการการลงทุนแบบดิจิตอลแบบครบวงจรที่ขับเคลื่อนด้วยการเรียนรู้ด้วยเครื่อง AI

แบรนด์ผู้บริโภคของ PIVOT คือ“ SquirrelSave” ซึ่งออกแบบโซลูชั่นการจัดสรรสินทรัพย์โดยใช้พอร์ตการลงทุนแบบเรียลไทม์ที่ประกอบด้วย AI ซึ่งประกอบด้วยกองทุนแลกเปลี่ยนซื้อขาย (ETFs) และการวิเคราะห์ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวันตามความเสี่ยงที่ระบุของนักลงทุนแต่ละราย

“การเรียนรู้ด้วยเครื่องจักร AI สามารถติดตามและทำนายผลตอบแทนการลงทุนแบบเรียลไทม์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่ามนุษย์  SquirrelSave สามารถตอบสนองความต้องการด้านการจัดการความเสี่ยงของนักลงทุนที่มีอยู่และความต้องการของผู้ที่ยังไม่ได้รับการดูแลหรือผู้ด้อยการดูแลด้วยความเป็นมืออาชีพ ซื่อสัตย์สุจริต คุณค่า ความเป็นกลาง และความโปร่งใส” Victor Lye “การเข้าสู่ตลาดผู้บริโภคด้วยใบอนุญาต CMS สนับสนุนวิสัยทัศน์ของเราเกี่ยวกับการให้บริการทางการเงินที่คลอบคลุมโดยการก่อกวนเชิงสร้างสรรค์และสนับสนุนวิสัยทัศน์ของสิงคโปร์ในการเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมของฟินเทค”

เชิงกลยุทธ์ PIVOT จะเชื่อมประสบการณ์ Pintec ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในประเทศจีนและสิงคโปร์ เป้าหมายระยะสั้นคือ PIVOT ในการฝึกอบรมบุคลากรที่มีความสามารถ AI ในท้องถิ่นร่วมกับสถาบันการศึกษาของสิงคโปร์

ระบบการจัดสรรสินทรัพย์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของ Pintec นั้นมีชื่อว่า “POLARIS” ในประเทศจีน  POLARIS เปิดตัวในเดือนมิถุนายน 2016 และประสบความสำเร็จในการใช้งานเครื่องเรียนรู้แพลตฟอร์ม AI สำหรับสถาบันการเงินจีนที่สำคัญเช่น Minsheng Securities, Bank of Zhengzhou และ Guoyuan Securities

“ ที่ PINTEC เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนการเติบโตของ PIVOT ในสิงคโปร์ด้วยอัลกอริธึมการจัดสรรสินทรัพย์ที่ผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวดและมาตรฐานการปฏิบัติตามกฎระเบียบเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับพอร์ตที่ต้นทุนต่ำ โปร่งใส และมีการบริหารความเสี่ยง Zheng Yudong ซีอีโอของ ธุรกิจการบริหารความมั่งคั่งของ Pintec

“ในฐานะผู้ถือหุ้นหลัก PINTEC รู้สึกตื่นเต้นกับโอกาสที่ได้รับจากใบอนุญาต CMS ในสิงคโปร์และจะยังคงสนับสนุน PIVOT ในภารกิจในการให้บริการเทคโนโลยีการจัดการความมั่งคั่งดิจิทัลที่ขับเคลื่อนโดยปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้เครื่องจักรทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

เกี่ยวกับ PIVOT Fintech

PIVOT Fintech ซึ่งตั้งอยู่ในสิงคโปร์เปิดตัวในเดือนตุลาคม 2017 โดย ผู้ประกอบการบริษัท Victor Lye และกลุ่ม(PINTECwww.pintec.com) เพื่อให้บริการเทคโนโลยีการจัดการความมั่งคั่งดิจิตอล B2B & B2C ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งขับเคลื่อนโดย AI และการเรียนรู้ของเครื่องจักร  PIVOT เป็นกิจการแรกของ PINTEC ที่อยู่นอกประเทศจีนและได้รับการสนับสนุนจากกลุ่ม FWD ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทประกันชีวิตในเอเชียและนักลงทุนรุ่นแรก

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเยี่ยมชม www.pivotfintech.com

เกี่ยวกับ PINTEC

PINTEC เป็นแพลตฟอร์มเทคโนโลยีอิสระชั้นนำที่เปิดให้บริการทางการเงินในประเทศจีน  ด้วยการเชื่อมต่อกับพันธมิตรทางการเงินผ่านแพลตฟอร์ม PINTEC ช่วยให้สามารถให้บริการทางการเงินแก่ผู้ใช้ปลายทางได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล  บริษัทนำเสนอโซลูชันแบบเต็มรูปแบบที่กำหนดเองให้แก่คู่ค้า ตั้งแต่เงินทุน ณ จุดขาย สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อผ่อนชำระ ธุรกิจการบริหารความมั่งคั่ง และผลิตภัณฑ์ประกันภัย  โดยใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีที่ปรับขนาดได้และน่าเชื่อถือ PINTEC ให้บริการแก่อุตสาหกรรมที่หลากหลาย โดยครอบคลุมการเดินทางออนไลน์ อีคอมเมิร์ซ การสื่อสารโทรคมนาคม การศึกษาออนไลน์ แพลตฟอร์ม SaaS  เทคโนโลยีการเงิน การค้นหาทางอินเทอร์เน็ต  และผ่านพันธมิตรทางการเงินประเภทต่างๆ รวมถึงธนาคาร บรกเกอร์ บริษัทประกันภัย กองทุนรวม บริษัทสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค แพลตฟอร์มเพียร์ทูเพียร์ และสถาบันอื่นที่คล้ายคลึงกัน

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเยี่ยมชม www.pintec.com

ดูเวอร์ชั่นต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190324005011/en/

สื่อ:

PINTEC

Annie He

โทรศัพท์: +86 (10) 8564-3436

yini.he@pintec.com

ICR Inc .

Edmond Lococo

โทรศัพท์: +86 (10) 6583-7510

Edmond.Lococo@icrinc.com

ผู้ลี้ภัย 1.1 ล้านคนได้รับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากมูลนิธิ Big Heart ของเอมิเรตส์ในปี 2018

Logo

ชาร์จาห์ สหรัฐอาหรับเอมิเรต–(BUSINESS WIRE)–24 มีนาคม 2019

เงินมูลค่า 15.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 58 ล้านดีแรห์มได้ถูกใช้ในการช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมแก่ผู้ลี้ภัยจำนวน 1,091,000 คนบนพื้นที่ขัดแย้งใน 12 ประเทศทั่วโลก ผู้ลี้ภัยเหล่านี้เป็นผู้พลัดถิ่นและต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยเงินจำนวนนี้ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิ Big Heart (TBHF) ซึ่งเป็นองค์กรด้านมนุษยธรรมระดับนานาชาติ มีสำนักงานอยู่ที่รัฐชาร์ราห์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ปมีเนื้อหามัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20190324005019/en/

(TBHF Graphic)

(TBHF กราฟิก)

ภายใต้การนำของ Her Highness Sheikha Jawaher bint Mohammed Al Qasimi ผู้สนับสนุนทรงเกียรติประเด็นเด็กผู้ลี้ภัยของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR และประธานมูลนิธิ Big Heart องค์กรด้านมนุษยธรรมที่ไม่แสวงหาผลกำไรนอกรัฐชาร์ราห์ ซึ่งเป็นรัฐที่ใหญ่อันดับ 3 ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นมูลนิธิที่ระดมเงินทุนสนับสนุนและริเริ่ม 20 โครงการโดยร่วมมือกับ UNHCR เช่นโครงการ Doctor without Borders หรือ Médecins Sans Frontières ในหน่วยงานต่างๆ ด้านความปลอดภัยของอาหาร สุขภาพ และการศึกษา

ในปี 2018 มูลนิธิได้ให้ความช่วยเหลือครอบคลุม 12 ประเทศได้แก่ บังคลาเทศ อียิปต์ อิรัก จอร์แดน มาเลเซีย ปากีสถาน ปาเลสไตน์ ซีเรีย แทนซาเนีย มอริเตเนีย โซมาเลีย และเซาท์ซูดาน มูลนิธิไม่เพียงให้ความช่วยเหลือในกรณีเร่งด่วนเท่านั้น แต่ยังวางแผนการช่วยเหลือฟื้นฟูและพัฒนาชุมชนในระยะยาวโดยให้ผู้คนเข้าถึงสาธารณสุข การศึกษา และการจ้างงานที่ดีขึ้นด้วย

Mariam Al Hammadi ผู้อำนวยการมูลนิธิ Big Heart ได้อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมจากการที่มูลนิธิ Big Heart ดำเนินการในปี 2018 และจะคงดำเนินการต่อไปในอนาคตว่า “ความช่วยเหลือของเราเน้นไปที่สองปัจจัยหลัก นั่นคือการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน และการฟื้นฟูและสร้างชุมชนผ่านการศึกษา การพัฒนาอาชีพ และการจ้างงาน สิ่งนี้จะช่วยให้ผู้ลี้ภัยเหล่านี้เข้าถึงเครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเป็นในอนาคต และจะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้ทั่วโลกตระหนักต่อแผนการของเป้าหมายปี ค.ศ. 2030 ของสหประชาชาติ”

มูลนิธิ Big Heart ดำเนินโครงการผ่าน 6 กองทุนภายใต้แหล่งสนับสนุนเดียวกัน ในปี 2018 กองทุน MENA ได้จัดสรรงบประมาณในการพัฒนาอาคารหลักของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ (NCI) ในกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ส่วนกองทุน Refugees and IDP ได้เสริมความแข็งแกร่งการบริการดูแลสุขภาพแก่ผู้ลี้ภัยชาวซีเรียจำนวน 24,000 ณ Big Heart Clinic ใน Zaatari Camp ประทศจอร์แดน รวมทั้งได้จัดสรรงบประมาณเพื่อการก่อสร้างโรงพยาบาลขนาด 100 เตียงใน Cox’s Bazar แก่ผู้อพยพโรงฮิงญาด้วย

ด้านกองทุน Palestinian Children ช่วยก่อตั้งโรงเรียนมัธยมแก่เด็กนักเรียนหูหนวกจำนวน 45,000 คนในปาเลสไตน์ กองทุนนี้ยังสนับสนุนความช่วยเหลือทางการแพทย์ฉุกเฉินแก่เด็กในสำนักงานบรรเทาทุกข์และจัดหางานของสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ หรือ UNRWA อีกด้วย

ส่วนกองทุน Zakat ในมูลนิธิ Big Heart ได้ก่อตั้งศูนย์บริการชุมชนแก่นักเรียนพลัดถิ่นในเมืองอเลปโปเพื่อสนับสนุนความพยายามของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ในการสร้างกิจกรรมคุ้มครองระยะยาว ขณะที่กองทุน Emergency ได้ทำงานร่วมกับโครงการอาหารโลกขององค์การสหประชาชาติ (WFP) เพื่อขยายความช่วยเหลือเร่งด่วนไปยังชุมชนเปราะบางในประเทศเซ้าท์ซูดาน และกองทุน Ameera ได้มอบเงินช่วยเหลือจำนวน 16% จากเงินช่วยเหลือทั้งหมดของมูลนิธิ Big Heart ในปี 2018 ไปยังโครงการและแคมเปญจำนวนมากเพื่อกระทุ้งและสร้างการรับรู้เกี่ยวกับภัยของโรคมะเร็ง

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20190324005019/en/

ติดต่อ:

Mousa Nimer
+971 50 222 0561
m.nimer@nncpr.com

Murphy Oil Corporation ประกาศขายพอร์ตโฟลิโอที่มาเลเซียอย่างมีชั้นเชิงทางกลยุทธ์ โดยมีมูลค่าการทำธุรกรรมที่เป็นเงินสด 2.127 พันล้านเหรียญสหรัฐ

Logo

ยุทธศาสตร์การถอนตัวออกจากมาเลเซียเป็นการแสดงจุดยืนของบริษัทในการโฟกัสไปที่่ทรัพย์สินจากซีกโลกตะวันตกมากขึ้น

เงินสดที่ได้รับจะถูกจัดสรรให้กับการซื้อหุ้นคืน, การลดหนี้ และ

การสนับสนุนการเติบโตแบบถ่วงน้ำหนักกับน้ำมัน (oil-weighted growth)

คณะกรรมการอนุมัติโครงการซื้อคืนหุ้น 500 ล้านเหรียญสหรัฐ

เอลโดราโด, อาร์คันซอ–(บิสิเนสไวร์)–21 มี.ค. 2019

Murphy Oil Corporation (NYSE: MUR) (“ Murphy”) ประกาศในวันนี้ว่า บริษัทในเครือแห่งหนึ่งได้ลงนามในข้อตกลงการซื้อขาย เพื่อขายหุ้นสามัญที่ออกจำหน่ายอย่างเต็มที่ของบริษัทหลักสองแห่งในมาเลเซียได้แก่ Murphy Sabah Oil Co. , Ltd. และ บริษัท Murphy Sarawak Oil จำกัด ให้แก่บริษัทย่อยของ บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (“ ปตท.สผ. ”)  โดย ปตท.สผ. จะจ่ายเงินให้ Murphy 2.127 ล้านเหรียญสหรัฐ ในการทำธุรกรรมเงินสดเบ็ดเสร็จเมื่อปิดการซื้อขาย และอาจมีการปรับเปลี่ยนตามธรรมเนียม และอาจมีโบนัสสูงถึง 100 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งขึ้นอยู่กับอนาคตของผลการขุดเจาะสำรวจก่อนถึงเดือนตุลาคม 2020

การทำธุรกรรมมีผลผูกพันตามมูลค่าทางเศรษฐกิจในวันที่ 1 มกราคม 2019 โดยคาดว่าจะปิดการซื้อขายภายในท้ายไตรมาสที่สองของปี 2019 การปิดธุรกรรมจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขตามธรรมเนียมก่อนหน้านี้ รวมถึงการอนุมัติตามกฎระเบียบที่จำเป็น โดยภายใต้เงื่อนไขของการทำธุรกรรมครั้งนี้ Murphy จะออกจากประเทศมาเลเซีย

ปลายปี 2018 Murphy มีปริมาณสำรองพิสูจน์แล้ว (1P) สุทธิ อยู่ที่ 816 ล้านบาร์เรล (million barrels of oil equivalent  หรือ Mmboe) ซึ่งถือเป็น ร้อยละ 16 หรือ 129 Mmboe ซึ่งเป็นของมาเลเซียจากปริมาณสำรองที่พิสูจน์แล้ว 129 Mmboe มีอยู่ 70 Mmboe ที่ยังไม่ได้รับการพัฒนา ปริมาณสำรองที่พิสูจน์แล้วประกอบด้วยก๊าซธรรมชาติ 468 พันล้านลูกบาศก์ฟุต (Bcf) และของเหลว 51 ล้านบาร์เรล (Mmbbl) ปริมาณการผลิตสุทธิทั้งหมดของเมอร์ฟีในปี 2018 สำหรับน้ำมันและสิ่งที่ที่จะขายได้ทั้งหมดนั้นมีปริมาณมากกว่า 48,000 บาร์เรลต่อวัน หรือ barrel of oil equivalent per day (Boepd) ซึ่งประกอบด้วยของเหลว 62 เปอร์เซ็นต์

รายได้การจากการทำธุรกรรม

Murphy ตั้งใจที่จะจัดสรรเงินที่ได้จากการทำธุรกรรมเพื่อความก้าวหน้าเชิงกลยุทธ์ ซึ่งรวมถึงการคืนเงินสดให้แก่ผู้ถือหุ้นด้วยการซื้อหุ้นคืน และการเสริมความแข็งแกร่งให้งบดุลของบริษัทโดยการลดหนี้

คณะกรรมการบริหารของ Murphy ได้อนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งจะหมดอายุในวันที่ 31 ธันวาคม 2020 โดยมีแผนจะดำเนินการประมาณ 300 ล้านเหรียญสหรัฐ ในคราวแรก ส่วนที่เหลืออีก 200 ล้านเหรียญสหรัฐในครั้งที่สอง นอกจากนี้บริษัทตั้งใจที่จะใช้รายได้ส่วนหนึ่งเพื่อการชำระหนี้ประมาณ  750 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเงินจำนวน 325 ล้านเหรียญสหรัฐ จะถูกจัดสรรเพื่อชำระหนี้ไม่ด้อยสิทธิ (senior credit facility) ของเมอร์ฟีให้เป็นศูนย์ ส่วนยอดคงเหลือ 425  ล้านเหรียญสหรัฐ มีเป้าหมายเพื่อการซื้อคืนหรือการไถ่ถอนตราสารไม่ด้อยสิทธิของ Murphy

บริษัทวางแผนที่จะดำเนินกลยุทธ์การถ่วงน้ำหนักน้ำมันในปัจจุบันต่อไป ทั้งที่ Eagle Ford Shale และอ่าวเม็กซิโก ในขณะที่ยังคงมุ่งเน้นแผนการสำรวจเอาไว้ ด้วยเหตุนี้เงินจำนวน 750 ล้านเหรียญสหรัฐจากเงินที่เหลือ จะยังคงอยู่ในงบดุลที่จัดสรรไว้สำหรับโอกาสถ่วงน้ำหนักน้ำมันของสหรัฐ ผ่านการเข้าซื้อกิจการที่มีศักยภาพและ / หรือการระดมทุนของโครงการน้ำลึก และโอกาสในชายฝั่งสหรัฐ หรือแบบ on shore ทั้งนี้บริษัทจะยังคงใช้กฏระเบียบต่อการจัดสรรทุนเพื่อสร้างมูลค่าสูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้นของ Murphy เหมือนเดิม

Murphy คาดว่าจะมีกำไรจากการขาย ระหว่าง 900 ล้านเหรียญสหรัฐถึง 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ และวางแผนที่จะส่งเงินikpwfhทั้งหมดกลับคืนสู่สหรัฐเป็นหลัก

“หลังจากประสบความสำเร็จในการดำเนินงานในประเทศมาเลเซียเป็นเวลา 20 ปี ผมยินดีที่จะประกาศการทำธุรกรรมขายทั้งหมดด้วยเงินสดครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้นของเรา การปรับตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ของเมอร์ฟีช่วยให้เราลดความซับซ้อนทางธุรกิจ และมุ่งเน้นไปที่สินทรัพย์หลักของเราในซีกโลกตะวันตก การทำธุรกรรมขายครั้งนี้จะช่วยให้เรามีความยืดหยุ่นทางการเงินมากขึ้น และช่วยให้เราสามารถคืนเงินให้แก่ผู้ถือหุ้นของเราต่อไปผ่านการซื้อหุ้นคืน” Roger W. Jenkins ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารให้ความเห็นเอาไว้ “ เราขอแสดงความยินดีกับการซื้อของ ปตท.สผ. และเราจะสนับสนุนพวกเขาในการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจให้ราบรื่นในช่วงเดือนข้างหน้า ผมขอขอบคุณพันธมิตรที่ยาวนานของเราในมาเลเซียทั้ง PETRONAS, PETRONAS Carigal และ Pertamina และที่สำคัญที่สุดคือผมขอขอบคุณพนักงานชาวมาเลเซียที่ทุ่มเทให้กับการทำงานอย่างหนัก และการอุทิศตนให้กับบริษัทของเราอย่างไม่หยุดยั้ง และเราหวังว่าจะได้เห็นความสำเร็จในการเปลี่ยนการบริหารไปเป็นของ ปตท.สผ. ”

แผนการใหม่ปี 2019

แผนใหม่ประจำปี 2019 สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของบริษัท ในการกำหนดเป้าหมายการใช้จ่ายภายในกระแสเงินสด บริษัทได้ประกาศแนวทางการผลิตประจำปีก่อนหน้านี้ไว้ที่ 202 ถึง 210 Mboepd ซึ่ง 46 ถึง 48 Mboepd นั้นเป็นของมาเลเซีย ก่อนหน้านี้เมอร์ฟีได้ประกาศแผนทุนสำหรับปี 2019 :ซึ่งคาดว่าจะอยู่ในช่วง 1.25 ถึง 1.45 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่ง 106 ล้านเหรียญสหรัฐเป็นของมาเลเซีย

เริ่มตั้งแต่การเปิดตัวผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2019 การดำเนินงานของมาเลเซียจะถูกรายงานว่าเป็น“ การดำเนินงานที่ถูกยกเลิกแล้ว” และจัดประเภทเป็น“ รอการขาย” เพื่อการรายงานทางการเงิน

แผนการหลายปี

บริษัท อยู่ในตำแหน่งที่ดีสำหรับการสร้างมูลค่าระยะยาว หลังการขายกิจการของมาเลเซีย การอนุมัติซื้อคืนหุ้น 500 ล้านเหรียญสหรัฐ และการลดหนี้ 750 ล้านเหรียญสหรัฐ บริษัทเชื่อว่าสามารถสร้างกระแสเงินสดอิสระกว่า 1.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ ก่อนที่จะจ่ายเงินปันผลระหว่างปี 2019-2023  โดยเมื่อใช้ราคา WTI flat rate 55 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นก็มีแผนจะสร้างอัตราการเติบโตต่อปีประมาณร้อยละ ร้อยละ 8 จากสินทรัพย์หลักสามแห่งในชายฝั่งสหรัฐอเมริกา ในชายฝั่งแคนาดา และนอกชายฝั่งอเมริกาเหนือ

“ กลยุทธ์ของเราในการเพิ่มการผลิตในระดับปานกลางในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า และการสร้างกระแสเงินสดอิสระสูงกว่าระดับเงินปันผลที่เราวางแผนไว้อย่างต่อเนื่อง โดยใช้ราคาน้ำมันแบบอนุรักษ์นิยม จะดำเนินต่อไป แม้หลังจากการสร้างรายได้ที่ไม่มีความเสี่ยงของการขายสินทรัพย์ในมาเลเซียแล้วก็ตาม เราจะดำเนินการตามแผนของเราในการลงทุนในส่วนต่างกำไรที่สูงในโอกาสทางน้ำมันในซีกโลกตะวันตกของเรา โดยเฉพาะที่ Eagle Eagle Shale และอ่าวเม็กซิโก พร้อม ๆ ไปกับการมุ่งเน้นไปที่่โปรแกรมการสำรวจต้นทุนต่ำของเรา” Jenkins กล่าวเสริม

Bank of America Merrill Lynch ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับ Murphy ในการทำธุรกรรมและudor, Pickering, Holt & Co. ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินของเมอร์ฟี Gibson, Dunn & Crutcher LLP ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายให้กับ Murphy

การเรียกประชุมทางไกลและการออกอากาศทางเว็บสำหรับวันที่ 21 มีนาคม 2019

เมอร์ฟีจะเป็นเจ้าภาพการประชุมทางไกลและการออกอากาศทางเว็บเพื่อหารือเกี่ยวกับการทำธุรกรรมในวันที่ 21 มีนาคม 2019 เวลา 8:30 น. (EDT) การเข้าถึงสามารถทำได้ผ่านทางอินเทอร์เน็ต ผ่านส่วนนักลงทุนสัมพันธ์ในเว็บไซต์ของเมอร์ฟีที่ http://ir.murphyoilcorp.com หรือทางโทรศัพท์โดยโทรมาที่ 1-888-886-7786 (โทรฟรีในอเมริกาเหนือ) หรือ 1- 800-81-7426 (โทรฟรีมาเลเซีย) หมายเลขสำรอง คือ 01850616

เกี่ยวกับ MURPHY OIL CORPORATION

Murphy Oil Corporation เป็น บริษัทสำรวจและผลิตก๊าซธรรมชาติและน้ำมันอิสระระดับโลก ฐานทรัพยากรที่หลากหลายของบริษัท รวมถึงการผลิตบนฝั่งอเมริกาเหนือใน Eagle Ford Shale, Kaybob Duvernay และ Montney รวมถึงอ่าวเม็กซิโก การผลิตนอกชายฝั่งแคนาดา และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถหาได้บนเว็บไซต์ของบริษัท ที่ http://www.murphyoilcorp.com.

ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้า

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยแถลงการณ์คาดการณ์ล่วงหน้าตามความหมายของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์เอกชนปฏิรูปการฟ้องร้องปี 1995 แถลงการณ์คาดการณ์ล่วงหน้าจะมีการระบุโดยทั่วไป โดยรวมถึงการใช้คำ เช่น“จุดมุ่งหมาย”“คาดการณ์ว่า”“เชื่อ” , "ขับเคลื่อน", "ประเมิน", "คาดหวัง", "แสดงความมั่นใจ", "คาดการณ์", "อนาคต", "เป้าหมาย", "แนวทาง", "ตั้งใจ", "อาจ", "วัตถุประสงค์", "มุมมอง", "แผน", "ตำแหน่ง", "ศักยภาพ", "โครงการ", "แสวงหา", "ควร", "กลยุทธ์", "เป้าหมาย", "จะ" หรือรูปแบบของคำและรูปแบบอื่น ๆ ที่คล้ายกัน ข้อความเหล่านี้ซึ่งแสดงมุมมองปัจจุบันของผู้บริหารเกี่ยวกับเหตุการณ์หรือผลลัพธ์ในอนาคต ซึ่งมีความเสี่ยงและความไม่แน่นอน ปัจจัยที่อาจทำให้เหตุการณ์หรือผลลัพธ์ในอนาคตเหล่านี้อย่างน้อยหนึ่งเหตุการณ์ไม่เกิดขึ้นตามที่ระบุตามแถลงการณ์การคาดการณ์ล่วงหน้าใด ๆ ซึ่ง รวมถึง แต่ไม่ จำกัด เพียง การที่เราไม่สามารถดำเนินการถอนการลงทุนในมาเลเซียให้เสร็จสมบูรณ์ได้  เพราะความล้มเหลวของคู่สัญญาของเราในการปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้ข้อตกลงการทำธุรกรรม ความล้มเหลวในการปฏิบัติตามเงื่อนไขการปิดบัญชีทั้งหมดหรืออื่น ๆ , ความผันผวนหรือลดลงในระดับของน้ำมันดิบและราคาก๊าซธรรมชาติ, การเสื่อมสภาพในอัตราความสำเร็จของโครงการสำรวจของเรา หรือในความสามารถของเราในการรักษาอัตราการผลิตและแทนที่ปริมาณสำรอง ต้องการของลูกค้าสำหรับผลิตภัณฑ์ของเราลดลงเหตุผลด้านสิ่งแวดล้อมกฎระเบียบเทคโนโลยีหรืออื่น ๆ การเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่พึงประสงค์ ความไม่แน่นอนทางการเมืองและกฎระเบียบในตลาดที่เราทำธุรกิจ อันตรายจากธรรมชาติที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของเรา การเสื่อมสภาพอื่น ๆ ในธุรกิจตลาดหรือกลุ่มเป้าหมายของเรา ความล้มเหลวในการขอรับการอนุมัติตามกฎระเบียบที่จำเป็น การไม่สามารถให้บริการหรือรีไฟแนนซ์หนี้คงค้างของเราหรือเข้าถึงตลาดตราสารหนี้ในราคาที่ยอมรับได้ และการพัฒนาที่ไม่พึงประสงค์ในสหรัฐอเมริกาหรือตลาดทุนทั่วโลก ตลาดสินเชื่อ หรือตลาดเศรษฐกิจโดยทั่วไป สำหรับการอภิปรายเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัจจัยที่อาจทำให้เหตุการณ์ในอนาคตหรือผลลัพธ์เหล่านี้อย่างน้อยหนึ่งเหตุการณ์ ตามข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าใด ๆ สามารถหาดูข้อมูลได้ที่“ ปัจจัยเสี่ยง หรือ “Risk Factors”” ในรายงานประจำปีล่าสุดของเราในแบบฟอร์ม 10-K ที่ยื่นต่อหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา และในรายงานต่อมาใด ๆ ประจำไตรมาสเกี่ยวกับการรายงาน Form 10-Q หรือ รายงานปัจจุบันเกี่ยวกับ Form 8-K ที่เรายื่นได้จากเว็บไซต์ของสำนักงานหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา และในเว็บไซต์ของ Murphy Oil Corporation ที่ http://ir.murphyoilcorp.com ทั้งนี้ Murphy Oil Corporation ไม่มีหน้าที่รับผิดชอบต่อการอัพเดทหรือแก้ไขแถลงการณ์ที่เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าใด ๆ

มาตรการทางการเงินแบบ non-GAAP

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยมาตรการทางการเงินแบบ non-GAAP ที่ผู้บริหารเชื่อว่าเป็นเครื่องมือที่ดีสำหรับการใช้งานภายในและชุมชนการลงทุน ในการประเมินผลการดำเนินงานทางการเงินโดยรวมของ Mur[hy มาตรการทางการเงินแบบ non-GAAP เหล่านี้มีการใช้อย่างกว้างขวางในการประเมินมูลค่าและการเปรียบเทียบระหว่างบริษัทในอุตสาหกรรมน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ แม้ว่าจะไม่ใช่ทุกบริษัทที่กำหนดมาตรการเหล่านี้ในลักษณะเดียวกัน นอกจากนี้มาตรการทางการเงินแบบ non-GAAP เหล่านี้ไม่ได้ใช้แทนมาตรการทางการเงินที่จัดทำขึ้นตามมาตรฐาน GAAP ดังนั้นจึงควรพิจารณาว่าเป็นเพียงส่วนเสริมของมาตรการทางการเงินแบบ GAAP ดังกล่าวเท่านั้น

ดูเอกสารต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190321005328/en/

การติดต่อสำหรับนักลงทุน:

Kelly Whitley, kelly_whitley@murphyoilcorp.com, 281-675-9107

Bryan Arciero, bryan_arciero @ murphyoilcorp com, 832-319-5374

Emily McElroy, emily_mcelroy@murphyoilcorp.com, 870-864-6324

Tommy Hilfiger ประกาศให้ผู้ประกอบการทางสังคมเข้าร่วมการแข่งขัน Tommy Hilfiger Fashion Frontier Challenge

Logo

อัมสเตอร์ดัม–(BUSINESSWIRE)–21 มี.ค.2019

Tommy Hilfiger ซึ่งมี PVH Corp. เป็นเจ้าของ [NYSE: PVH] มีความยินดีที่จะประกาศว่าการรับสมัครเข้าแข่ง Fashion Frontier Challenge ปีที่สอง ของTommy Hilfiger ได้เปิดรับสมัครแล้ว โครงการระดับโลกนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการธุรกิจในระยะเริ่มต้น หรือสตาร์ทอัพและธุรกิจขนาดขยายตัวเพื่อขั้นตอนการพัฒนาโซลูชั่นที่ส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงที่ครอบคลุมและเป็นบวกในด้านแฟชั่น ซึ่งหลังจากประสบความสำเร็จในปีแรก บริษัท รู้สึกตื่นเต้นที่จะทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อหาโอกาสสนับสนุนความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมแฟชั่น

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณสมบัติเป็นมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20190321005068/en/

The prestigious jury panel and TOMMY HILFIGER Challenge winners at the Final Event. (Photo: Business ...

คณะกรรมการลูกขุนที่มีชื่อเสียงและผู้ชนะ TOMMY HILFIGER Challenge ในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ (รูปภาพ: Business Wire)

“บทแรกของความคิดริเริ่มระดับโลกนี้คือการเดินทางที่สร้างแรงบันดาลใจซึ่งให้ความสำคัญกับความคิดที่น่าทึ่งที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คนผ่านโลกของแฟชั่นที่เป็นบวกมากขึ้น” Tommy Hilfiger กล่าว “ด้วยโครงการ Tommy Hilfiger Fashion Frontier Challenge เรายังคงให้คำปรึกษาและสนับสนุนผู้ประกอบการทางสังคมที่ทำงานทั้งหัวใจและจิตวิญญาณของพวกเขาในสิ่งที่พวกเขาเชื่อมั่น นี่ถือเป็นการเฉลิมฉลองจิตวิญญาณของผู้ประกอบการและการมองโลกในแง่ดีที่เป็นหัวใจของดีเอ็นเอของแบรนด์ของเรา”

ธุรกิจที่สนใจ จะถูกเชิญให้ส่งข้อเสนอโครงการที่มุ่งเน้นแฟชั่นที่ครอบคลุมคนทุกกลุ่ม ผู้สมัครจะถูกตัดจำนวนลงจนเหลือหกคนสุดท้ายที่จะได้รับเชิญให้พัฒนาแผนการโครงการของพวกเขาด้วยการสนับสนุนจากทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านจาก Tommy Hilfiger ที่ Campus of Future ใน อัมสเตอร์ดัม ประเทศ เนเธอร์แลนด์ พวกเขาจะนำเสนอแนวคิดสรุปสุดท้ายของพวกเขาที่งาน Tommy Hilfiger ระดับโลก การแข่งขัน Fashion Frontier Challenge รอบชิงชนะเลิศในต้นปี 2020 ซึ่งคณะลูกขุนที่มีชื่อเสียงจะมอบรางวัล 150,000 ยูโร กับทั้งสองผู้ชนะเพื่อสนับสนุนการลงทุนของพวกเขา ผู้ชนะจะได้รับการให้คำปรึกษาเป็นเวลาหนึ่งปีกับผู้เชี่ยวชาญของ Tommy Hilfiger ทั่วโลก และผู้เชี่ยวชาญของ INSEAD นอกเหนือไปจากการได้เข้าร่วมโปรแกรม INSEAD Social Entrepreneurship Program (ISEP)แล้ว เงินรางวัลเพิ่มเติม 10,000 ยูโรจะถูกมอบให้กับผู้เข้ารอบสุดท้ายที่ชนะรางวัล“ Favorite Favorite Vote หรือ ขวัญใจผู้ชม”

รอบตัดสินในเดือนมกราคม 2019 ที่มีคณะลูกขุนมีชื่อเสียงผู้เชี่ยวชาญที่รวมถึงนาย Tommy Hilfiger; Arizona Muse นางแบบและนักเคลื่อนไหว, Daniel Grieder ซึ่งเป็น CEO, Tommy Hilfiger Global และ PVH Europe; Martijn Hagman ซึ่งเป็น CFO และ COO ของ Tommy Hilfiger Global และ PVH Europe, Willemijn Verloop ผู้ร่วมก่อตั้ง, กิจการเพื่อสังคม, Filipe Santos ศาสตราจารย์และประธานคณะผู้ประกอบการทางสังคมที่ Católica-Lisbon และ Katrin Ley; และกรรมการผู้จัดการ, Fashion for Good คณะลูกขุนได้ให้รางวัลรวมกัน 210,000 กับผู้ชนะทั้งสามคนรวมถึง Selina Wamucii, doctHERs และ Auf Augenhoehe

ภารกิจของ Tommy Hilfiger คือการเป็นหนึ่งในบริษัท ไลฟ์สไตล์ออกแบบชั้นนำอย่างยั่งยืน ผ่านวิธีการสร้างผลิตภัณฑ์ การจัดการการดำเนินงานและเชื่อมต่อกับชุมชนและผู้มีส่วนได้เสีย ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิวัฒนาการที่ยั่งยืนของ Tommy Hilfiger สามารถดูได้ที่: http://global.tommy.com/int/th/about/corporate-responsibility/16

การเปิดรับสมัครเริ่มตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม 2019 ถึง 12 พฤษภาคม 2019 และสามารถส่งได้ ที่นี่

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Tommy Hilfiger Fashion Frontier Challenge รวมถึงวิธีการสมัครมีอยู่ที่นี่: http://global.tommy.com/int/th/about/corporate-responsibility/16

เพื่อน ๆ และผู้ติดตามของแบรนด์ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการสนทนาบนโซเชียลมีเดียโดยใช้ แฮชแท็ก #TommyHilfiger, #FashionFrontierChallenge, #MakeNewPossible และ @TommyHilfiger

เกี่ยวกับ Tommy Hilfiger

ด้วยพอร์ตโฟลิโอของแบรนด์ที่มีทั้ง TOMMY HILFIGER และ TOMMY JEANS จึงทำให้ TOMMY HILFIGER เป็นหนึ่งในดีไซเนอร์ไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลก โดยมุ่งเน้นการออกแบบและการตลาดเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายสำหรับบุรุษ เสื้อผ้าสตรี ชุดกีฬาเสื้อผ้าเด็ก เสื้อผ้าคอลเล็คชั่น ผ้ายีนส์ ชุดชั้นใน (รวมถึงชุดนอนชุดนอนและชุดคลุมเล็บ) รองเท้าและอุปกรณ์เสริม ที่มีคุณภาพสูง Tommy Hilfiger นำเสนอผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์เสริม เช่น แว่นตา นาฬิกา น้ำหอม เครื่องแต่งกายกีฬา ชุดกอล์ฟและชุดว่ายน้ำ) ถุงเท้า เครื่องหนังชิ้นเล็ก ๆ สินค้าไลฟ์สไตล์ และกระเป๋าเดินทาง สายผลิตภัณฑ์ TOMMY JEANS ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ยีนส์และรองเท้าสำหรับผู้ชายและผู้หญิง เครื่องประดับ และน้ำหอม สินค้าภายใต้แบรนด์ TOMMY HILFIGER และ TOMMY JEANS มีให้บริการสำหรับผู้บริโภคทั่วโลกผ่านเครือข่ายร้านค้าปลีก TOMMY HILFIGER และ TOMMY JEANS ตามห้างร้าน ห้างสรรพสินค้า และร้านค้าปลีกออนไลน์บน tommy.com

เกี่ยวกับ PVH Corp.

ด้วยประวัติย้อนหลังไปกว่า 135 ปี PVH มีชื่อเสียงด้านแบรนด์และธุรกิจที่เติบโตไปพร้อมกับมรดกทางวัฒนธรรมของอเมริกาที่ยิ่งใหญ่ และกลายเป็นบริษัทด้านเครื่องแต่งกายที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เรามีพนักงานกว่า 35,000 คนที่ดำเนินงานในกว่า 40 ประเทศและรายได้ต่อปีกว่า 8 พันล้านเหรียญ เราเป็นเจ้าของแบรนด์ชั้นนำอย่างCALVIN KLEINTOMMY HILFIGERVan HeusenIZODARROWSpeedo*Warner’s และ Olgaเช่นเดียวกับแบรนด์ด้านดิจิตอลอย่างTrue & Co. และจำหน่ายสินค้าหลากหลายประเภทภายใต้แบรนด์ที่ได้รับอนุญาตและเป็นที่รู้จักในระดับประเทศและในระดับสากล

*แบรนด์ The Speedo ได้รับใบอนุญาตในแถบอเมริกาเหนือและคาริบเบียน ภายใต้อนุญาตของ Speedo International Limited

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190321005068/en/

ติดต่อ Tommy Hilfiger

Baptiste Blanc

ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารทั่วโลกระดับสูง

อีเมล: Baptiste.Blanc@tommy.com

โทร: +31 62904 2334

Corsair Infrastructure Partners (CIP) ประกาศการลงทุนระยะยาวโดย HarbourVest Partners

Logo

HarbourVest ลงทุนในกองทุนที่จัดการโดย CIP สามแห่ง ที่มุ่งเน้นโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง

นิวยอร์ก–(BUSINESS WIRE)–20 มี.ค. 2019

Corsair Infrastructure Partners (“ CIP”) ธุรกิจการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกของ Corsair Capital (“ Corsair”) ประกาศในวันนี้ว่า HarbourVest Partners (“ HarbourVest”) ซึ่งเป็นนักลงทุนสถาบันชั้นนำที่ลงทุนในในสินทรัพย์หลายรูปแบบ และภูมิศาสตร์หลายแห่ง ได้ลงทุนในกองทุนที่จัดการโดย CIP ใหม่สามกองทุน ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อปรับใช้เงินทุนในภาคการบิน ท่าเรือ และถนน

เมื่อต้นปีที่ผ่านมาเงินทุนใหม่ของ CIP ได้ตกลงเสร็จสิ้นเพื่อลงทุนกับผู้ถือหุ้นในบริษัทแพลตฟอร์มสามแห่ง ได้แก่ กลุ่มผู้พัฒนาสนามบิน Vantage Airport Group,  DP World Australia ผู้ขนส่งทางเรือจากออสเตรเลีย และผู้ประกอบการทางพิเศษของสเปน Itínere Infraestructuras จากผู้ถือหุ้นหลายราย ซึ่งรวมถึง Gateway Infrastructure Investments ยานพาหนะระดับตำนานที่ได้รับการจัดการโดย CIP โดยการลงทุนจาก HarbourVest นั้นมาจากแหล่งเงินทุนระยะยาวที่ทุ่มเทให้กับการสนับสนุนผู้ที่สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานเช่น CIP และจะมีบทบาทสำคัญในการดำเนินกลยุทธ์การเติบโตของ CIP สำหรับแพลตฟอร์มทั้งสาม

Hari R. Rajan กรรมการผู้จัดการของ Corsair และประธานของ CIP กล่าวว่า“ เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ต้อนรับ HarbourVest ในฐานะนักลงทุนชั้นนำในกองทุนใหม่ของเรา HarbourVest มีชื่อเสียงที่แข็งแกร่งและแสดงให้เห็นถึงประวัติที่ทำงานร่วมกับหุ้นส่วนทั่วไปในด้านโครงสร้างพื้นฐานและ เราหวังว่าจะมีความสัมพันธ์ที่ยาวนานและก่อให้เกิดประสิทธิผลร่วมกัน”

Kevin Warn-Schindel กรรมการผู้จัดการของ HarbourVest กล่าวว่า“ เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมงานกับ Corsair ในการลงทุนครั้งนี้ เนื่องจากเราเชื่อว่าพอร์ตโฟลิโอของสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานคุณภาพสูงที่บริหารโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนที่มีประสบการณ์ของ Corsair นั้นเป็นการลงทุนที่น่าดึงดูดใจสำหรับกลยุทธ์โครงสร้างพื้นฐานของ HarbourVest เราหวังว่าจะได้ทำงานร่วมกับ Corsair และทีมผู้บริหารเพื่อการเติบโตอย่างต่อเนื่องในการลงทุนบนแพลตฟอร์มในระยะยาว”

เกี่ยวกับ Corsair Capital และ Corsair Infrastructure Partners

ก่อตั้งขึ้นในปี 1992 Corsair Capital เป็นบริษัทนักลงทุนชั้นนำระดับโลก โดย Corsair มีแพลตฟอร์มที่ได้รับการยอมรับอย่างสูงจากภาคเอกชน ซึ่งลงทุนในภาคบริการทางการเงินทั้งหมด ซึ่งรวมถึงการบริหารความมั่งคั่งและสินทรัพย์ การชำระเงิน และเทคโนโลยีทางการเงิน บริการประกันภัย และธนาคาร และการเงินพิเศษ นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา เราได้เป็นผู้นำหรือร่วมลงทุนในภาคเอกชนที่มีมูลค่ากว่า 8 พันล้านดอลลาร์ บริษัทยังมีโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกที่สนับสนุนการลงทุนและธุรกิจการจัดการการลงทุน สำหรับ Corsair Infrastructure Partners นั้น ก่อตั้งขึ้นในปี 2015 และบริหารกองทุนโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 2,900 ล้านดอลลาร์ หาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Corsair Infrastructure Partners ได้ที่ www.corsair-infrastructure.com

เกี่ยวกับ HarbourVest Partners

HarbourVest เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนในตลาดเอกชนระดับโลกที่มีประสบการณ์ 36 ปี และมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารกว่า 58,000 ล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2018 แพลตฟอร์มระดับโลกที่มีประสิทธิภาพของบริษัทได้มอบโอกาสการลงทุนแก่ลูกค้าผ่านกองทุนหลัก การลงทุน และการร่วมลงทุนโดยตรงในกองทุนรวมหรือบัญชีที่จัดการแยกต่างหาก HarbourVest มีพนักงานมากกว่า 500 คน รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนมากกว่า 100 รายทั่วทั้งเอเชีย ยุโรป และอเมริกา ทีมงานระดับโลกมีความมุ่งมั่นในการดูแลกองทุนมูลค่ามากกว่า 35,000 ล้านดอลลาร์ ที่จัดตั้งขึ้นใหม่ มีการซื้อต่อแบบ secondary purchase เสร็จสมบูรณ์กว่า 19,000 ล้านดอลลาร์ และมีการลงทุนมากกว่า 9 พันล้านโดยตรงในบริษัทที่ดำเนินงานอยู่ การเป็นพันธมิตรกับ HarbourVest ทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงโซลูชันที่กำหนดเองได้ ตลอดจนไปถึง ความสัมพันธ์ที่ยาวนาน ข้อมูลเชิงลึกที่สามารถนำไปดำเนินการได้ และผลลัพธ์ที่พิสูจน์แล้ว

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190320005503/en/

สื่อ:

Sard Verbinnen & Co

Matt Benson / David Millar / Danya Al-Qattan, +1 212-687-8080

Conrad Harrington, +44 20 7467 1050

uLab Systems ประกาศความร่วมมือกับ Dental Assist เพื่อขยายการวางจำหน่ายซอฟต์แวร์วางแผนการรักษาในญี่ปุ่น

Logo

เรดวูดซิตี้ แคลิฟอร์เนีย–(บิสิเนสไวร์)–20 มี.ค. 2019

uLab Systems ผู้สร้างซอฟแวร์การวางแผนการรักษาทันตกรรมจัดฟันในสำนักงาน ประกาศความร่วมมือกับ Dental Assist เพื่อการค้าในประเทศญี่ปุ่น  Dental Assist เป็นผู้ผลิตชั้นนำสำหรับผู้จัดฟันสำหรับทันตแพทย์จัดฟันและคลินิกทันตกรรมในประเทศญี่ปุ่น

Charlie Wen ประธานของ uLab Systems กล่าวว่า “Dental Assist ช่วยให้เรามีโอกาสที่ดีในการช่วยขยายสู่ตลาด aligner ในญี่ปุ่น  เริ่มแรก Dental Assist ได้ติดต่อเราเพื่อหาวิธการขยายผลการผลิตในห้องปฏิบัติการดิจิตอลของพวกเขา  ในเวลาเพียงไม่กี่เดือน เราสามารถเพิ่มการผลิตด้วยซอฟต์แวร์ uLab  ผลลัพธ์ของเราเสริมคุณค่าและพลังที่ซอฟต์แวร์ uLab Systems สามารถนำไปสู่กระบวนการผลิต aligner”

Dental Assist มุ่งเน้นไปที่ผู้ผลิต aligner เป็นหลักและมีประสบการณ์มากมายกับซอฟต์แวร์การวางแผน aligner  เมื่อ Dental Assist เปลี่ยนไปใช้ uLab System พวกเขารู้สึกตื่นเต้นที่พบซอฟต์แวร์ aligner ที่ทรงพลังและใช้งานง่าย  Dr. Naozumi Matsumoto ซีอีโอของ Dental Assist กล่าวว่า “ความร่วมมือของเรากับ uLab ช่วยเปลี่ยนกระบวนการพัฒนา aligner  ซอฟต์แวร์ uLab System เกินความคาดหวังของเราและเราหวังว่าจะได้เห็นนวัตกรรมเพิ่มเติมในอนาคตที่จะก้าวหน้าและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับบริการของเรา”

uLab กำลังเตรียมที่จะขยายการเปิดตัวของพวกเขาโดยการมอบใบอนุญาติให้กับทันตแพทย์จัดฟันที่การประชุม  American Association of Orthodontists ประจำปีในเดือนพฤษภาคม  หากคุณต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ uLab Systems หรือสนใจที่จะร่วมงานกับ uLab นอกอเมริกาเหนือ โปรดไปที่เว็บไซต์ www.ulabsystems.com หรือติดต่อเราผ่านข้อมูลด้านล่าง

เกี่ยวกับ uLab Systems

uLab โดยผู้ประกอบการและนักเทคโนโลยีที่มุ่งมั่นที่จะให้บริการชุมชนทันตกรรมจัดฟันและผู้ป่วยของพวกเขาโดยคืนการควบคุมกลับไปที่ทันตแพทย์จัดฟัน  uLab Systems ตั้งอยู่ในเรดวูดซิตี้ แคลิฟอร์เนียและก่อตั้งขึ้นในปี 2015 โดย Charlie Wen และ Amir Abolfathi

ดูเวอร์ชั่นต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190320005102/en/

ติดต่อ:

Joe Breeland

ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพาณิชย์

joe@ulabsystems.com

Toshiba เปิดตัวเรกูเลเตอร์แบบ LDO ขนาดเล็กที่กินไฟน้อยลง และช่วยให้อุปกรณ์ที่ใช้แบตเตอรี่ทำงานได้นานขึ้น

Logo

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–20 มีนาคม 2019

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation ("Toshiba") เปิดตัววงจรควบคุมแรงดันไฟฟ้าแบบแรงดันตกคร่อมต่ำ (เรกูเลเตอร์แบบ LDO) ขนาดเล็กใหม่สองซีรีส์ สำหรับทำหน้าที่เป็นแหล่งจ่ายไฟในอุปกรณ์เคลื่อนที่ ผลิตภัณฑ์ถ่ายภาพและผลิตภัณฑ์กลุ่มภาพและเสียง วงจร 40 ชิ้นในผลิตภัณฑ์ซีรีส์ TCR5BM รองรับค่าแรงดันตกคร่อมต่ำสุดที่ 100mV และกระแสเอาต์พุตสูงสุด 500mA และ อีกกว่า 40 ชิ้นในผลิตภัณฑ์ซีรีส์ TCR8BM สามารถรองรับค่าแรงดันตกคร่อมและกระแสเอาต์พุตได้มากกขึ้นถึง 170mV และ 800mA ตามลำดับ ทั้งผลิตภัณฑ์ซีรีส์ TCR5BM และ TCR8BM สามารถรองรับแรงดันเอาท์พุตที่ต่ำถึง 0.8V หรือสูงถึง 3.6V

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20190319005402/en/

Toshiba: New small surface mount LDO regulators TCR5BM and TCR8BM series for application in the powe ...

Toshiba: เรกูเลเตอร์แบบ LDO ขนาดเล็ก ซีรีส์ TCR5BM และ TCR8BM สำหรับใช้เป็นแหล่งจ่ายไฟให้อุปกรณ์เคลื่อนที่ ผลิตภัณฑ์ถ่ายภาพและผลิตภัณฑ์กลุ่มภาพและเสียง (รูปภาพ: Business Wire)

ทั้งสองซีรีส์เหมาะสำหรับการใช้งานกับอุปกรณ์ที่มีแหล่งจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ประเภทไมโครคอนโทรลเลอร์ อุปกรณ์ประเภทคลื่นความถี่วิทยุ เซ็นเซอร์กล้อง CMOS ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ หรืออุปกรณ์ถ่ายภาพและอุปกรณ์กลุ่มภาพและเสียง ซึ่งมีความนิยมในการใช้แรงดันที่ต่ำถึง 1V มากขึ้น

การผลิตจำนวนมากเพื่อจำหน่ายได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา สำหรับการจัดส่งได้เริ่มขึ้นแล้ววันนี้

ผลิตภัณฑ์ทั้งสองซีรีส์ใช้มอสเฟตชนิด N-channel ที่มีค่า on-resistance ต่ำ ใช้กระบวนการผลิตเจเนอเรชันใหม่ล่าสุดและทำให้เกิดแรงดันไบอัสภายนอก ทั้งสองซีรีส์มีแรงดันตกคร่อมซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้สูญเสียไฟฟ้าที่ต่ำกว่าผลิตภัณฑ์รุ่นปัจจุบันของ Toshiba ถึง 67% [1] ทำให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีแรงดันตกคร่อมต่ำที่สุดในขณะนี้[2]

นอกจากจะมีอัตราขจัดสัญญาณกระเพื่อมที่ 98 dB (typ.) แล้ว ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ยังมีความต้านทานไฟฟ้าขณะทำงานที่เสถียรและทนต่อสัญญาณรบกวนจากสิ่งแวดล้อมภายนอกที่มีความถี่สูง และตัวแปลงสัญญาณ DC-DC ซึ่งเป็นสาเหตุให้การการทำงานผิดพลาด นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ทั้งสองชิ้นยังมีการตอบสนองเชิงเวลาที่รวดเร็ว ซึ่งช่วยป้องกันการทำงานผิดพลาดอันมีสาเหตุจากการสลับโหมดการทำงานของวงจรที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

กระแสในสภาวะปกติ (quiescent current) ต่ำกว่าเรกูเลเตอร์แบบ LDO ที่มีกระแสสูงอื่น ๆ ที่จำหน่ายอยู่ในตลาดประมาณ 50%[2] ทำให้อุปกรณ์กินไฟน้อยลง และทำให้อุปรกรณ์ที่ใช้แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้นานขึ้น

ผลิตภัณฑ์ทั้งสองซีรีส์บรรจุอยู่ในแพ็คเกจ DFN5B[3] ขนาดเล็กเพียง 1.2×1.2 มม. ซึ่งเหมาะกับอุปกรณ์ที่มีพื้นที่จำกัด ผลิตภัณฑ์ซีรีส์ TCR5BM รองรับกระแสสูงสุดเอาท์พุตสูงสุด 500mA ชณะที่ผลิตภัณฑ์ซีรีส์ TCR8BM รองรับสูงถึง 800mA ช่วยให้ผู้ใช้สามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ได้ง่ายขึ้น

การใช้งาน

อุปกรณ์เคลื่อนที่ อุปกรณ์ถ่ายภาพและอุปกรณ์กลุ่มภาพและเสียง

  • แหล่งจ่ายไฟเซ็นเซอร์ CMOS
  • แหล่งจ่ายไฟอุปกรณ์ MCU
  • แหล่งจ่ายไฟอุปกรณ์ RF

คุณสมบัติ

  • มีค่าแรงดันตกคร่อมต่ำ:

    VDO = 100 mV (typ.) (ซีรีส์ TCR5BM)

    VDO = 170 mV (typ.) (ซีรีส์ TCR8BM)

  • อัตราขจัดสัญญาณกระเพื่อม: R.R. = 98 dB (typ.)
  • คุณสมบัติในการตอบสนองที่รวดเร็วทำให้การทำงานมีความเสถียรเมื่อมีการสลับโหมดการทำงาน

คุณสมบัติจำเพาะหลัก

หมายเลขชิ้นส่วน

แพ็คเกจ

แรงดันไฟฟ้าขาออก

คุณสมบัติทางไฟฟ้า (@Tj=25 ℃)

ชื่อ

ขนาด

typ.

(มม.)

กระแสที่จุดไบอัส

IBIAS(ON)

typ.

(μA)

แรงดันคร่อมตก

VDO typ.

อัตราขจัด

สัญญาณกระเพื่อม

R.R.

typ.

(dB)

(mV)

@IOUT

(mA)

ซีรีส์ TCR5BM

DFN5B

1.2×1.2

0.8 ถึง 3.6 V

และ 36 โวลต์

19

100

500

98

ซีรีส์ TCR8BM

0.8 ถึง 3.6 V

และ 36 โวลต์

20

170

800

98

ตรวจสอบสต็อกและสั่งซื้อ

ซีรีส์ TCR5BM สั่งซื้อออนไลน์

 

ซีรีส์ TCR8BM สั่งซื้อออนไลน์

กลุ่มผลิตภัณฑ์

ที่

แรงดันไฟ

ขาออก

VOUT

typ.

(V)

หมายเลขชิ้นส่วน

ที่

แรงดันไฟ

ขาออก

VOUT

typ.

(V)

หมายเลขชิ้นส่วน

ซีรีส์ TCR5BM

ซีรีส์ TCR8BM

ซีรีส์ TCR5BM

ซีรีส์ TCR8BM

1

0.8

TCR5BM08A*

TCR8BM08A*

21

1.9

TCR5BM19A*

TCR8BM19A*

2

0.85

TCR5BM085A*

TCR8BM085A*

22

2.0

TCR5BM20A*

TCR8BM20A*

3

0.9

TCR5BM09A*

TCR8BM09A*

23

2.1

TCR5BM21A*

TCR8BM21A*

4

0.95

TCR5BM095A*

TCR8BM095A*

24

2.2

TCR5BM22A*

TCR8BM22A*

5

1.0

TCR5BM10

TCR8BM10

25

2.3

TCR5BM23A*

TCR8BM23A*

6

1.0

TCR5BM10A*

TCR8BM10A*

26

2.4

TCR5BM24A*

TCR8BM24A*

7

1.05

TCR5BM105

TCR8BM105

27

2.5

TCR5BM25A*

TCR8BM25A*

8

1.05

TCR5BM105A*

TCR8BM105A*

28

2.6

TCR5BM26A*

TCR8BM26A*

9

1.1

TCR5BM11

TCR8BM11

29

2.7

TCR5BM27A*

TCR8BM27A*

10

1.1

TCR5BM11A*

TCR8BM11A*

30

2.8

TCR5BM28A*

TCR8BM28A*

11

1.15

TCR5BM115A*

TCR8BM115A*

31

2.85

TCR5BM285A*

TCR8BM285A*

12

1.2

TCR5BM12

TCR8BM12

32

2.9

TCR5BM29A*

TCR8BM29A*

13

1.2

TCR5BM12A*

TCR8BM12A*

33

2.95

TCR5BM295A*

TCR8BM295A*

14

1.25

TCR5BM125A*

TCR8BM125A*

34

3.0

TCR5BM30A*

TCR8BM30A*

15

1.3

TCR5BM13A*

TCR8BM13A*

35

3.1

TCR5BM31A*

TCR8BM31A*

16

1.4

TCR5BM14A*

TCR8BM14A*

36

3.2

TCR5BM32A*

TCR8BM32A*

17

1.5

TCR5BM15A*

TCR8BM15A*

37

3.3

TCR5BM33A*

TCR8BM33A*

18

1.6

TCR5BM16A*

TCR8BM16A*

38

3.4

TCR5BM34A*

TCR8BM34A*

19

1.7

TCR5BM17A*

TCR8BM17A*

39

3.5

TCR5BM35A*

TCR8BM35A*

20

1.8

TCR5BM18A*

TCR8BM18A*

40

3.6

TCR5BM36A*

TCR8BM36A*

หมายเลขชิ้นส่วนที่มีเครื่องหมายดอกจันต่อท้ายมีฟังก์ชัน under-voltage lockout ในตัว

หมายเหตุ:

[1] เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ซีรีส์ TCR5AM ของ Toshiba

[2] จากการสำรวจเมื่อ 20 มีนาคม 2019 โดย Toshiba

[3] แพ็คเกจ DFN5B ขนาด 1.2×1.2 มม. (typ.)

ตรวจสอบการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่ผ่านตัวแทนทางออนไลน์ โปรดไปที่:

ซีรีส์ TCR5BM

https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/buy/stockcheck.TCR5BM.html

ซีรีส์ TCR8BM

https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/buy/stockcheck.TCR8BM.html

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่ โปรดไปที่:

ซีรีส์ TRC5BM

https://toshiba.semicon-storage.com/list/index.php?p=&h=&sort=3%2Casc&code=param_610&region=apc&lang=en&cc=&scroll_x=0&scroll_y=0&t%5B%5D=0%7CTCR5BM

ซีรีส์ TCR8BM

https://toshiba.semicon-storage.com/list/index.php?p=&h=&sort=3%2Casc&code=param_610&region=apc&lang=en&cc=&scroll_x=0&scroll_y=0&t%5B%5D=0%7CTCR8BM

ข้อมูลติดต่อสำหรับลูกค้า:
แผนกขายและการตลาดอุปกรณ์สัญญาณขนาดเล็ก
โทร: +81-3-3457-3411
https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/contact.html

ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้ รวมถึงราคาและข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาบริการ และข้อมูลการติดต่อ เป็นข้อมูล ณ ปัจจุบันในวันที่ประกาศ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เกี่ยวกับ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation

เป็นบริษัทใหม่ที่เต็มไปด้วยพลังและประสบการณ์ นับตั้งแต่แยกตัวออกจากบริษัทเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2017 เราได้ก้าวสู่การเป็นหนึ่งในบริษัทผู้นำด้านอุปกรณ์ทั่วไป และได้นำเสนอโซลูชันเกี่ยวกับเซมิคอนดักเตอร์ ระบบ LSIs และ ระบบ HDD อันโดดเด่นให้กับลูกค้าและคู่ค้าทางธุรกิจของเรา

เรามีพนักงานจำนวน 22,000 คนทั่วโลก ซึ่งมีความตั้งใจร่วมกันที่จะเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ของเราให้ถึงระดับสูงสุด และให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับลูกค้า เพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์มูลค่าและตลาดใหม่ๆ ร่วมกัน เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะเพิ่มยอดขายต่อปีซึ่งปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 800 พันล้านเยน (7 พันล้านเหรียญสหรัฐ) ให้สูงขึ้น เพื่อสร้างอนาคตที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน

เรียนรู้เกี่ยวกับเราเพิ่มเติมที่ https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/top.html

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20190319005402/en/

ข้อมูลติดต่อสำหรับสื่อ:
Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation
แผนกการตลาดดิจิทัล
Chiaki Nagasawa
โทร: +81-3-3457-4963
semicon-NR-mailbox@ml.toshiba.co.jp


Kohler ฉลองรายละเอียดการออกแบบที่ Milan Design Week 2019

Logo

โคห์เลอร์ วิสคอนซิน–(บิสิเนสไวร์)–19 มีนาคม 2019

Kohler แบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับโลกจะกลับมาอีกครั้งที่ Milan Design Week เพื่อนำเสนอประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสอันที่น่าหลงใหลภายในปราสาท Palazzo Del Senato (ผ่าน Senato, 10, 20121 Milan, Italy)  นิทรรศการขนาดใหญ่ที่แสดงให้เห็นถึงแนวทางที่ชัดเจนของ Kohler ในการออกแบบและผลิตภัณฑ์ที่น่าทึ่งที่สุดของแบรนด์ผ่านการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างน้ำ เทคโนโลยี ลวดลาย และสี  นิทรรศการจะเริ่มขึ้นในวันที่ 9 เมษายนถึง 13 เมษายนตั้งแต่เวลา 10:00 น. – 19:00 น. ทุกวัน

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณสมบัติด้านมัลติมีเดีย ดูการเปิดตัวแบบเต็มรูปแบบได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20190318005858/en/

The large-scale immersive exhibit showcases Kohler’s bold approach to design and the brand’s most st ...

การจัดแสดงขนาดใหญ่แสดงให้เห็นถึงแนวทางการออกแบบและผลิตภัณฑ์ที่น่าทึ่งที่สุดของ Kohler ผ่านการผสมผสานระหว่าง เทคโนโลยี ลวดลาย และสี ในงานจะมีการเปิดตัวสินค้าทั่วโลกของผลิตภัณฑ์จาก KOHLER, KALLISTA, ANN SACKS และ ROBERN (รูปภาพ: บิสิเนสไวร์)

“Milan Design Week เป็นการเฉลิมฉลองขั้นสุดยอดของความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมในชุมชนการออกแบบระดับโลก” Jim Lewis รองประธานฝ่ายการตลาดทั่วโลกของ Kohler Kitchen and Bath กล่าว “พลังงานและจิตวิญญาณของงานทำให้เป็นสถานที่ที่เหมาะในการสำรวจความคิดใหม่ๆ และเฉลิมฉลองการแสดงการออกแบบล่าสุดของเรากับผู้ชมนักออกแบบที่สร้างแรงบันดาลใจทั่วโลก”

ธรรมชาติมีบทบาทสำคัญในการรวม "สวนดิจิตอล" ที่ทางเข้าของนิทรรศการ รวมถึงสวนอินฟินิตี้ที่นำผลงานคอลเล็กชั่น Smart Home ของ Kohler มาจัดแสดงอย่างวิจิตร  พื้นที่ของ Kohler ยังมีโซนบาร์และเลานจ์สำหรับแขกที่ต้องการผ่อนคลายและเติมพลัง

นอกจากนี้ Kohler จะใช้ Palazzo เป็นแพลตฟอร์มสำหรับการเปิดตัวธีมออกแบบระดับโลกที่สองของบริษัท คือ Experiential Luxury การค้นหารายละเอียดและเลเยอร์ที่สร้างสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์แบบและมีชีวิตชีวา  ผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นในงานแสดงสินค้าในปีนี้ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ล่าสุดจากแบรนด์ Kohler ซึ่งได้แก่ KOHLER, KALLISTA, ANN SACKS และ ROBERN  สื่อที่สนใจในทัวร์หรือมีส่วนร่วมในกิจกรรมให้กับสื่อจะต้องติดต่อกับทีมประชาสัมพันธ์ของ Kohler

Smart Home

Intelligent Toilets นำเสนอการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างการออกแบบที่ทันสมัยและเทคโนโลยีที่ไม่มีใครเทียบได้เพื่อมอบความสบายและการทำความสะอาดส่วนบุคคลที่ดีที่สุด  ความสามารถในการปรับแต่งอย่างกว้างขวาง – ตั้งแต่แสงรอบข้างและเพลงไร้สาย ไปจนถึงการควบคุมอุณหภูมิสร้างประสบการณ์ส่วนตัวอย่างแท้จริง

Digital Showering แปลงกิจวัตรประจำวันของผู้ใช้โดยสามารถการปรับแต่งได้ถึงรายละเอียดที่เล็กน้อยที่สุด  ชุดผลิตภัณฑ์นี้เชิญชวนให้ผู้ใช้สร้างประสบการณ์สเปรย์ไอน้ำและแสงเพื่อสร้างสถานที่ส่วนตัว  ผลงานผลิตภัณฑ์ Smart Room ของ Kohler ช่วยสร้างห้องน้ำที่ฉลาดที่สุดในโลก

สี วัสดุ การเคลือบผิว

ด้วยสีที่หลากหลาย การเคลือบผิวของ Kohler จึงกำหนดโทนสีให้เหมาะกับเรื่องราวของแต่ละพื้นที่และถ่ายทอดบุคลิกภาพที่ไม่เหมือนใคร การเคลือบผิวก๊อกน้ำ Etch – ซึ่งเปิดตัวใน Components Collection – มีการไล่สองสีที่สวยงามด้วยลวดลายกราฟฟิกที่แม่นยำ  ความหลากหลายของสีและกราฟิกที่มีรายละเอียดยังคงดึงดูดสายตาเพื่อให้ได้ผลกระทบที่สวยงาม

Kensho มีแพร่หลายในวัฒนธรรมญี่ปุ่นและถ่ายทอดเรื่องราวของการตกแต่งที่รู้จักกันในชื่อ sashiko โดยใช้ลวดลายที่ฝังอยู่ในหิน  นอกจากนี้ยังใช้เทคนิคการแกะสลักของอิตาลีที่รู้จักกันในชื่อ acqueforti  โดยเป็นการรวมกันระหว่างโลหะและหินอ่อนเพื่อสร้างระดับการตกแต่งที่โดดเด่น  หินแท้นี้มีรูปทรงที่งดงามและรูปแบบเทคนิคการตกแต่งที่น่าทึ่ง

ด้วยงานตัดที่แม่นยำและพื้นผิวที่แบนเป็นพิเศษคอลเลคชั่นก๊อกน้ำ Parallel และอุปกรณ์เสริมจะนำความซับซ้อนมาสู่ห้องน้ำอันทันสมัยผ่านการแสดงออกที่พอดี  รูปทรงกลมและสี่เหลี่ยมถูกหลอมเข้าด้วยกันด้วยมุมที่มีลักษณะเฉพาะที่ให้การสะท้อนที่สวยงามและการจัดเรียงที่แม่นยำ  รายละเอียดที่เล็กน้อยจะส่งผลให้มีคุณลักษณะที่มีความเป็นเอกลักษณ์และยกระดับคอลเลคชั่นนี้ให้สูงขึ้น

ด้วยความร่วมมือกับบริษัทแม่ Kohler Co., ANN SACKS เปิดตัว The Crackle Collection by Kohler WasteLAB ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ของกระเบื้องที่ใช้เครื่องปั้นดินเผาที่ไม่ได้รับการเผาของ Kohler เป็นสื่อกลาง  คอลเล็กชั่น bespoke ประดิษฐ์ขึ้นด้วยมือใน WasteLAB ที่ตั้งอยู่ในโรงงานโคห์เลอร์ วิสคอนซิน และเป็นหนึ่งในความคิดริเริ่มที่จากโปรแกรม Kohler Innovation for Good  มิลานเป็นเมืองสำหรับเปิดตัวคอลเลกชันนี้ทั่วโลก รวมถึงรอบปฐมทัศน์ของเส้นทางสีใหม่ล่าสุด

เกี่ยวกับ Kohler Co.

โดยก่อตั้งขึ้นในปี 1873 และมีสำนักงานใหญ่ที่โคห์เลอร์ วิสคอนซิน Kohler Co. เป็นหนึ่งในบริษัทเอกชนที่เก่าแก่ที่สุดและใหญ่ที่สุดในอเมริกาซึ่งประกอบไปด้วยพนักงานเกือบ 37,000 คน  ด้วยสถานที่ผลิตมากกว่า 50 แห่งทั่วโลก Kohler เป็นผู้นำระดับโลกในด้านการออกแบบนวัตกรรมและการผลิตเครื่องครัวและผลิตภัณฑ์อาบน้ำ เครื่องยนต์และระบบไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ระดับหรูและกระเบื้อง และเป็นเจ้าของ/ผู้ดำเนินการรีสอร์ทระดับห้าดาวสองแห่งในโคห์เลอร์ วิสคอนซิน และเซนต์แอนดรูว์ สกอตแลนด์  สนามกอล์ฟ Whistling Straits ของ Kohler จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันไรเดอร์คัพในปี 2020 สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาเยี่ยมชม kohlercompany.com

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190318005858/en/

ติดต่อ:

Vicki Valdez Hafenstein

victoria.valdezhafenstein@kohler.com

+ 1-920-457-4441 ต่อ 1 70519


ผลสำรวจ: ผู้บริหารโครงการจำเป็นต้องใช้ PMTQ ให้มากขึ้น

Logo

รายงาน Pulse of the Profession ประจำปี 2019 ขององค์กร PMI ระบุถึงข้อบกพร่อง และวิธีแก้ไขปัญหาสำหรับการบริหารโครงการการวัดผลตอบแทนการลงทุน (ROI) ที่ด้อยประสิทธิภาพ

ฟิลาเดลเฟีย–(BUSINESS WIRE)–18 มีนาคม 2019

วันนี้ องค์กร Project Management Institute (PMI) ได้ออกรายงาน Pulse of the Profession® ที่เปิดเผยถึงการสูญเสียเงินลงทุนเกือบถึง 12% ในการทำโครงการเมื่อปีที่ผ่านมา เนื่องจากความด้อยในด้านประสิทธิภาพ โดยตัวเลขนี้แทบจะไม่ขยับมากว่าตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ในฐานะที่เป็นองค์กรที่ช่วยแก้ไขปัญหา ทาง PMI ได้ชักชวนผู้บริหารโครงการจากทั่วโลกให้มีการยกระดับและสนับสนุนการใช้เทคโนโลยี Project Management Technology Quotient หรือ PMTQ โดยมีองค์กร PMI เป็นผู้พัฒนาทฤษฎี PMTQ โดยใช้แบบร่างข้อมูลเชิงลึกจากบริษัทผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมต่าง ๆ ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาความรู้และทักษะด้านดิจิตอลเป็นอันดับแรก ควบคู่ไปกับพันธสัญญาที่ยึดมั่นในการบริการโครงการอย่างเข้มแข็ง

PMTQ จะเพิ่มโครงสร้างอีกชั้นในการบริหารโครงการให้เป็นไปตามคอนเซ็ปต์ของการพัฒนาความสามารถในการใช้เทคโนโลยี (technology quotient) ซึ่งนั่นหมายถึงความสามารถของบุคคลในการปรับตัว จัดการ และเชื่อมโยง ให้เข้ากับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเพื่อใช้ในโครงการหรือองค์กร

 “สำหรับงานต่าง ๆ ในอนาคต ทีมงานของโครงการจำเป็นจะต้องมีความสามารถในด้านเทคโนโลยีที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งในฐานะหัวหน้าทีมหรือในฐานะสมาชิกของทีมก็ตาม” Murat Bicak รองประธารอาวุโสฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ของ PMI กล่าว “การมี PMTQ ที่แข็งแกร่งและมีความคล่องแคล่วในการใช้เทคโนโลยีจะเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากสำหรับบุคคลที่มีหน้าที่เปลี่ยนกลยุทธ์ที่เขียนไว้ให้เป็นความจริงขึ้นมาได้”

ข้อมูลจากแบบสำรวจความเป็นมืออาชีพในการบริหารโครงการจากทั่วโลกประจำปีของ PMI หรือ Pulse of the Profession ปี 2019 ถูกนำมาใช้เพื่อระบุ PMTQ Innovators องค์กรผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมต่าง ๆ ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะด้านดิจิตอลในการบริหารโครงการเป็นอันดับแรก เมื่อเปรียบเทียบกับ Laggards องค์กรที่ไม่ได้ให้ความสำคัญด้านเทคโนโลยีมากนัก

องค์ประกอบสำคัญของ PMTQ

  • มีความสงสัยใคร่รู้อยู่เสมอ: ผู้บริหารโครงการที่มี PMTQ สูง จะมีความสนใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปและพยายามลองค้นหาวิธี ความคิด ทัศนคติ และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการนำเสนอโครงการ ข้อมูลจาก Pulse เปิดเผยว่าองค์กรที่เป็น PMTQ Innovators จะมีความสามารถในการปฏิบัติงานให้เสร็จได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ อันที่จริง 60% ขององค์กรแสดงให้เห็นว่ามีการใช้วิธีการบริหารโครงการแบบผสมผสาน เมื่อเปรียบเทียบกับ 29% ขององค์กรที่เป็น PMTQ Laggards
  • มีความเป็นผู้นำรอบด้านผู้บริหารที่มี PMTQ สูง ไม่เพียงแค่สามารถบริหารคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังสามารถจัดการกับเทคโนโลยี รวมถึงคนที่ต้องทำงานกับเทคโนโลยีได้อย่างดีอีกด้วย องค์กรที่เป็น PMTQ Innovators 78% ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาความสามารถทางธุรกิจในการบริหารโครงการ อ้างอิงจากข้อมูลของ Pulse
  • มีบุคลากรพร้อมความสามารถที่ทันสมัยองค์กรที่เป็น PMTQ Innovators จะคัดสรรและรักษาบุคคลที่มีความสามารถ พร้อมด้วยทักษะที่จำเป็นในการทำงานแบบดิจิตอลเอาไว้ นั่นหมายถึงลูกจ้างหรือพนักงานที่รู้จักเทรนด์ใหม่ ๆ และสามารถพัฒนาศักยภาพของตัวเองให้สอดคล้องกัน อ้างอิงจากข้อมูลของ Pulse 82% ขององค์กรที่เป็น PMTQ Innovators (เมื่อเปรียบเทียบกับ 9% ขององค์กรที่เป็น PMTQ Laggards) จะให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาทักษะด้านเทคนิคในการบริหารโครงการ และ 81% มีการฝึกอบรมผู้บริหารโครงการ (เมื่อเปรียบเทียบกับ 34% ขององค์กรที่เป็น PMTQ Laggards)

การใช้ประโยชน์และรักษามาตรฐานสูงสุดของ PMTQ เอาไว้จำเป็นจะต้องได้รับความร่วมมือจากบุคลากรทุกระดับในองค์กร ในขณะที่ผู้นำทางธุรกิจควรจะแสดงให้เห็นว่ามีความต้องการบุคลากร ที่มีความรู้ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ยังมีความไม่สัมพันธ์กันเกิดขึ้นตรงที่ผู้นำส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรเพื่อให้มีบุคลากรเหล่านี้เพิ่มขึ้น ในความเป็นจริงแล้วบริษัท Accenture พบว่าผู้นำทางธุรกิจ 60% มีงบประมาณลงทุนกับ AI เพิ่มมากขึ้นในปี 2017 และมีเพียง 3% เท่านั้นที่จะลงทุนกับโปรแกรมการฝึกฝนและพัฒนาทักษะตลอดปี 2020 ผู้นำขององค์กรจะต้องมองเห็นความสำคัญของการสร้างทักษะด้านดิจิตอลในองค์กร เพื่อให้ผู้จัดการโครงการ สามารถทำให้งานที่ได้รับมอบหมายให้ลุล่วงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะที่เหล่าผู้นำทางธุรกิจกำลังจดบันทึก และผู้จัดการฝ่ายสนับสนุนโครงการกำลังปฏิบัติภาระกิจ PMTQ ข้อมูลจาก Pulse of the Profession แสดงให้เห็นว่าองค์กรที่เป็น PMTQ Innovator ทำผลงานของโครงการออกมาได้ดีในระดับต้น ๆ โครงการของพวกเขาดูเหมือนจะประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ตั้งแต่ต้น และทำงานได้สำเร็จตรงเวลา และอยู่ในงบประมาณที่วางไว้ อีกทั้งยังช่วยลดขอบเขตของงานที่ขยายออกไปและความผิดพลาดโดยรวมอีกด้วย

PMTQ Innovators ไม่เพียงแค่สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มระดับความพอใจของผู้ถือหุ้นเท่านั้น แต่ถ้าหากโครงการเกิดความล้มเหลวขึ้นมา อัตราความสูญเสียที่เกิดขึ้นจะน้อยกว่าองค์กรที่เป็น PMTQ Laggards (8.5% เมื่อเปรียบเทียบกับ 16.3%)

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ PMTQ ในแบบสำรวจ Pulse of the Profession ล่าสุดในหัวข้อ The Future of Work: Leading the Way With PMTQ ได้ที่ www.PMI.org/Pulse

เกี่ยวกับแบบสำรวจ Pulse of the Profession® จาก PMI

แบบสำรวจ Pulse of the Profession Survey ได้ทำการสำรวจออนไลน์ตั้งแต่เดือนพฤษจิกายนจนถึงเดือนธันวาคม 2018 จากรายงานได้เน้นให้เห็นถึงความคิดเห็นและข้อมูลเชิงลึกจากผู้บริหารจัดการโครงการมืออาชีพ 3,133 คน ผู้บริหารหน่วยงานกลางขององค์กร (Project Management Office) 441 คน และผู้นำฝ่ายบริหาร 368 คนจากองค์กรหลากหลายประเภทอย่างองค์กรเทคโนโลยีสารสนเทศ ผู้ให้บริการทางการเงิน โรงงานผลิต รัฐบาล อุตสาหกรรมพลังงาน องค์กรสาธารณสุข อุตสาหกรรมกาอสร้างและองค์กรโทรคมนาคมจากทั่วโลก

เกี่ยวกับ Project Management Institute (PMI)

Project Management Institute (PMI) เป็นสมาคมชั้นนำของโลกสำหรับผู้ที่มองหาการจัดการผลงาน โปรแกรม หรือโครงการเพื่อพัฒนาอาชีพ PMI ก่อตั้งขึ้นในปี 1969 สร้างบุคลากรมืออาชีพมาแล้วกว่า 3 ล้านคนเกือบทุกประเทศในโลกผ่านการสนับสนุน ความร่วมมือ การศึกษา และการวิจัย บริษัทมุ่งยกระดับอาชีพ ปรับปรุงพัฒนาความสำเร็จขององค์กร และสร้างความเติบโตในอาชีพผ่านมาตรฐาน การรับรอง ชุมชน ทรัพยากร เครื่องมือ การวิจัยทางวิชาการ การตีพิมพ์ คอร์สการพัฒนามืออาชีพ และช่องทางเครือข่ายที่ยอมรับในระดับสากล ทาง ProjectManagement.com ได้สร้างชุมชนออนไลน์จากทั่วโลกเพื่อส่งมอบแหล่งข้อมูล อุปกรณ์ที่ดีกว่า เครือข่ายที่ใหญ่กว่าและมุมมองความคิดที่กว้างไกลออกไปในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว PMI เยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราได้ที่ www.PMI.orgwww.projectmanagement.com,www.facebook.com/PMInstitute และบนทวิตเตอร์ @PMInstitute.

i Reworking the Revolution, Accenture (2018)

ดูเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20190318005462/en/

ติดต่อ:

Mary Ortega
ผู้เชี่ยวชาญฝ่ายสื่อมวลชนสัมพันธ์
Project Management Institute
14 Campus Blvd.
Newtown Square, PA 19073
โทร: +1 610 356 4600 X7030
อีเมล: mary.ortega@pmi.org
เว็บไซต์: www.pmi.org

GBS ปรับปรุงการจดทะเบียนธุรกิจในเวียดนามสำหรับธุรกิจต่างชาติ

Logo

โฮจิมินห์, เวียดนาม–(BUSINESS WIRE)–18 มีนาคม 2019

บริษัทที่ปรึกษาด้านกฎหมายธุรกิจ GBS กำลังปรับการจัดตั้งธุรกิจในเวียดนามให้ทำได้ง่ายขึ้นโดยการปรับปรุงประสิทธิภาพบริการจดทะเบียนธุรกิจ

บริการดังกล่าวจะสนับสนุนธุรกิจต่างชาติให้ลงทุนในธุรกิจหลายประเภทและจดทะเบียนภาษี ทั้งยังพร้อมให้บริการในเว็บไซต์ https://gbs.com.vn แล้ว โดยบริการในแพ็กเกจดังกล่าวจะมีทั้งการตรวจสอบชื่อบริษัทที่ใช้ได้ การออกใบรับรองการจดทะเบียนการลงทุน (IRC) การออกใบรับรองการจดทะเบียนวิสาหกิจ (ERC) การออกใบรับรองการจดทะเบียนตราประทับ การจัดทำตราประทับและกำหนดรหัสภาษีของบริษัท รวมถึงการเปิดบัญชีธนาคาร ซึ่งนั่นหมายความว่าธุรกิจต่างชาติไม่จำเป็นต้องติดต่อกับเอเจนซีอื่น ๆ เพื่อจดทะเบียนอีกต่อไป

โครงการเหล่านี้เกิดขึ้นหลังนักลงทุนต่างชาติแสดงความไม่พอใจเกี่ยวกับกระบวนการในการจดทะเบียนธุรกิจในเวียดนาม และต้องการให้มีการปรับปรุง โดยที่ยังมีความท้าทายหลาย ๆ อย่าง

การปรับปรุงการจดทะเบียนธุรกิจจะเป็นผลดีต่อนักลงทุนต่างชาติที่ต้องการจัดตั้งธุรกิจในเวียดนามหรือเพิ่มการจดทะเบียนนอกเหนือจากธุรกิจที่มีอยู่แล้ว

บริการจดทะเบียนธุรกิจสำหรับการจดทะเบียนธุรกิจและบริษัทจะช่วยให้ธุรกิจต่าง ๆ จดทะเบียนได้โดยไม่ต้องติดต่อกับเอเจนซี เนื่องจาก GBS จะเป็นผู้ติดต่อกับเอเจนซีเหล่านั้นในนามของลูกค้าเอง

GBS จะให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจนในคราวเดียว โดยจะเป็นผู้ร่างใบสมัครของ IRC ร่างสัญญาการจัดตั้ง และโครงร่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อตั้งบริษัท และส่งเอกสารดังกล่าวไปยังเอเจนซีต่างๆ หลังจากยืนยันกับธุรกิจแล้ว รวมถึงติดตามผลเพื่อยืนยันสถานะของการสมัครและเก็บ IRC ไว้ในนามของธุรกิจ ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นเกิดขึ้น

Ms. Sophie Dao พาร์ทเนอร์ของ GBS ได้กล่าวว่า “ประเทศเวียดนามยังคงเดินหน้าเพื่อเป็นจุดหมายปลายทางในการลงทุนที่น่าดึงดูดสำหรับธุรกิจหลายๆ ประเภท มีการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศหลั่งไหลเข้ามาในประเทศจนเกิดเป็นสถิติใหม่ขึ้นในปี 2018 เรายินดีที่จะสนับสนุนวิสาหกิจจากทั่วทุกมุมโลกที่ชาวต่างชาติเป็นเจ้าของ เพื่อระบุโอกาสทางธุรกิจและขยายการประกอบธุรกิจในประเทศ”

ประเภทของนิติบุคคลที่ต้องการจัดตั้งมากที่สุดในเวียดนาม คือ บริษัทจำกัด (LLC) และการร่วมหุ้นในบริษัท (JSC) ทั้งนี้ ธุรกิจต่างๆ อาจเปิดสำนักงานตัวแทนในเวียดนามหรือสาขาหากมีธุรกิจอยู่ในประเทศอื่นแล้ว

หากต้องการขอรับคำปรึกษาเกี่ยวกับการจัดตั้งธุรกิจที่ลงทุนโดยชาวต่างชาติในเวียดนาม โปรดติดต่อ Ms. Sophie Dao โดยตรงผ่าน info@gbs.com.vn สายด่วน +84903189033 หรือเว็บไซต์ของบริษัทที่ https://gbs.com.vn

เกี่ยวกับ GBS:

GBS เป็นบริษัทที่ปรึกษากฎหมายที่มีชื่อเสียงที่สุดบริษัทหนึ่งในเวียดนาม ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2002 มีเครือข่ายอยู่ทั้งในภูมิภาคเอเชียและยุโรป โดย GBS พร้อมให้ข้อมูลแก่ธุรกิจและคอยช่วยเหลือธุรกิจในด้านของการประกอบธุรกิจ สร้างกำไร พัฒนาและขยายธุรกิจ รวมถึงทำตามและเข้าถึงกลุ่มตลาดใหม่

ดูเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20190318005436/en/

ติดต่อ:

Ms. Sophie Dao
sophie@gbs.com.vn
หมายเลขโทรศัพท์: +84903189033

Thai Herald