Category Archives: Advertising

การขจัดปัญหาความซับซ้อนของระบบซัพพลายเชน ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม

Logo

กรุงเทพฯ–(THAI BUSINESS NEWS)– 26 มีนาคม 2563

บทความโดย นายฟาบิโอ ทิวิติ รองประธานบริษัท อินฟอร์ อาเชียน

อุตสาหกรรมด้านอาหารและเครื่องดื่มต่างต้องต่อกรกับความต้องการที่ไม่เหมือนใครมาอย่างยาวนาน เช่น การที่ต้องบริหารจัดการกับอายุสินค้า ความซับซ้อนในการจัดตารางการผลิตรุ่นต่าง ๆ การตรวจสอบย้อนกลับ และปัจจัยอื่น ๆ อีกมาก นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนด้านภาษี แนวคิดเรื่องการทำธุรกิจอย่างยั่งยืน และกฎระเบียบที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ล้วนเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดความซับซ้อนมากขึ้น ปัญหาและแนวโน้มนานัปการเหล่านี้จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อระบบซัพพลายเชนที่บริษัทใช้อยู่ ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการจัดหา การผลิต จนถึงการจัดส่ง

เชื่อมต่อกับตลาดโลก

เรามักจำกัดตัวเราและให้ความสำคัญกับสิ่งที่สามารถควบคุมได้ อย่างไรก็ตาม ถึงเวลาแล้วที่เราควรพิจารณากระบวนการด้านซัพพลายเชนที่บริษัทใช้อยู่เสียใหม่ เพราะมันอาจไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรจะเป็น สองปีที่ผ่านมา อินฟอร์ได้สำรวจบริษัทที่อยู่ในเครือข่ายซัพพลายเชนทั่วโลกบนแพลตฟอร์ม Infor Nexus และพบว่าประมาณ 46% ของผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่าพวกเขาใช้เวลานานถึงสามวันเพื่อมองหาว่ามีผลิตภัณฑ์ที่ต้องการ
อยู่ที่ใดบ้าง และจะมีพร้อมวางตลาดเมื่อใด นั่นแสดงให้เห็นได้ชัดว่ายังไม่มีข้อมูลที่ทำให้บริษัทเหล่านั้น สามารถตัดสินใจได้อย่างสมเหตุสมผลในทันที นอกจากนี้ ยังมีช่องว่างเกี่ยวกับวิธีการที่ผู้ผลิตใช้ติดต่อกับลูกค้า ซัพพลายเออร์ และผู้ให้บริการภายนอกองค์กร เช่นการเชื่อมต่อแบบ point-to-point ที่หลากหลายผ่านการเชื่อมต่อผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับร่วมกัน (Electronic Data Interchange: EDI), พอร์ทัลที่ใช้ หรือสเปรดชีต หรืออีเมล และยังมีช่องทางการเชื่อมต่ออีกมากที่เหมือนจะไม่มีจุดสิ้นสุด และดูแลให้มีประสิทธิภาพได้ยาก 

บริษัทต่าง ๆ จึงจำเป็นจะต้องเชื่อมต่อกับคู่ค้าทั่วโลกด้วยวิธีที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เป็นที่รู้จัก การใช้แพลตฟอร์มเครือข่ายธุรกิจที่เชื่อมต่อกับองค์กรได้หลากหลายองค์กร จะช่วยให้บริษัทของคุณสามารถขจัดการทำงานแบบไซโล ซึ่งเกิดขึ้นไม่เพียงแต่ภายในองค์กรเท่านั้น แต่ระหว่างองค์กรของคุณกับผู้คนที่คุณทำธุรกิจด้วยเช่นกัน แพลตฟอร์มลักษณะนี้จะช่วยให้คุณสามารถรวบรวมและแบ่งปันข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและการตอบสนองทางธุรกิจโดยรวม

สามารถคาดการณ์และรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้น

การคาดการณ์และการตอบสนองต่อความผันผวน สามารถเริ่มได้จากเรื่องของประสิทธิภาพพื้นฐานและระบบอัตโนมัติในโรงงาน คุณต้องตอบคำถามว่า คุณจะเพิ่มประสิทธิภาพให้กับตารางการผลิตอย่างไร คุณจะจัดการกับปัญหาคอขวดต่าง ๆ เพื่อทำงานได้ดีขึ้นอย่างไร ทั้งงานที่อยู่ในกระบวนการดำเนินงานทั่วไป หรือความรวดเร็วของกระบวนการต่าง ๆ ภายในสายงานบรรจุของบริษัทฯ

เครื่องมือที่จะเข้ามาช่วยในการจัดตารางการทำงานต่าง ๆ ที่ให้ความสำคัญกับตัวแปรทั้งหมด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการผลิตเป็นเพียงคำตอบส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่เมื่อคุณนำโซลูชั่นด้านการจัดการสินทรัพย์ที่คุณมีอยู่มาใช้ร่วมกับโซลูชั่นในการจัดตารางเวลา คุณจะเข้าใจได้มากขึ้นว่า จะวางแผนการบำรุงรักษาอย่างไร เพราะคุณจะเห็นภาพที่ชัดเจนว่า อุปกรณ์ใดต้องการการบำรุงรักษาแบบใด โซลูชั่นด้านการจัดตารางการผลิตและการบริหารจัดการสินทรัพย์ มีผลต่อระบบซัพพลายเชนและความสามารถในการส่งมอบของผลิตภัณฑ์ของบริษัท และควรเป็นโซลูชั่นที่รวมอยู่ด้วยกันไม่ใช่เป็นระบบที่แยกกันบริหารจัดการ

เมื่อพูดถึงเรื่องของประสิทธิภาพและระบบอัตโนมัติ ยังมีความท้าทายในการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการขนส่งและการจัดการคลังสินค้าขององค์กร และความเข้าใจเรื่องของความซับซ้อนในการทำงานเหล่านี้ซึ่ง
ใช้เป็นช่องทางในการพัฒนาตลาด และสมรรถนะ ความต้องการบางอย่างเปลี่ยนไปไม่ว่าบริษัทของคุณจะทำอีคอมเมิร์ซเอง หรือทำงานร่วมกับบริษัทด้านอีคอมเมิร์ซอื่นๆ ในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้า บริษัทหลายแห่งกำลังมองหา เครื่องมือที่สามารถช่วยให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การปรับปรุงประสิทธิภาพเป็นตัวขับเคลื่อนในอุตสาหกรรมอาหารมานานหลายทศวรรษ แต่สิ่งที่มีความผันผวนมากที่สุดคือ แนวคิดเรื่องความยั่งยืนและความโปร่งใส สิ่งที่ผู้บริโภคกำลังมองหาส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง เดิมทีฉลากผลิตภัณฑ์จะระบุเพียงเช่นปราศจากไขมัน หรือไม่ได้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการตัดต่อพันธุกรรมหรืออื่น ๆ ที่คล้ายกัน แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ฉลากผลิตภัณฑ์จะต้องระบุให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะผู้บริโภคต้องการที่จะรู้ถึงส่วนผสมของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ และตอนนี้ แนวโน้มนี้ก็กำลังขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับเรื่องความยั่งยืนในวันนี้อาจรวมถึงสุขลักษณะของฟาร์ม ความยั่งยืนของวัตถุดิบที่ใช้ การใช้พลังงาน การลดการใช้พลาสติก และการใช้บรรจุภัณฑ์ให้น้อยที่สุด อินฟอร์มีลูกค้าหลายรายที่ให้ความสำคัญกับการตรวจวัดและรายงานเรื่องความยั่งยืน หนึ่งในนั้นคือการตั้งคำถามพื้นฐานด้านการเลี้ยงดูประชากรโลกที่กำลังเพิ่มขึ้นด้วยแนวทางที่ยั่งยืน ซึ่งส่วนหนึ่งที่จะช่วยได้ก็ด้วยการนำเสนอโซลูชั่นระดับโลกมาช่วยให้พวกเขาได้ใช้เพื่อให้ระบบซัพพลายเชนมีประสิทธิภาพมากขึ้น

img

ภาพโดย Peggy und Marco Lachmann-Anke จาก Pixabay

บริษัทแต่ละแห่งอาจมีวัตถุประสงค์และความต้องการที่แตกต่างกัน รวมทั้งมีวิธีการของตนเองในการแก้ไขปัญหาเรื่องความยั่งยืน สำหรับบางบริษัทอาจหมายถึงการมีระบบที่ดีขึ้นในการติดตามและสืบค้นย้อนกลับไปยังวัตถุดิบในการผลิต สำหรับบริษัทอื่น ๆ อาจจะหมายถึงการมีระบบที่ดีขึ้นในการวัดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือการจัดการน้ำเสีย ดังนั้น ความท้าทายของบริษัทต่าง ๆ อยู่ที่การกำหนดสิ่งที่พวกเขาต้องการตรวจวัด สิ่งที่ต้องการติดตามสืบค้นย้อนกลับ และในทางกลับกันก็ต้องมีเครื่องมือที่สามารถทำแบบนั้นได้เช่นกัน

ส่วนความผันผวนสุดท้ายที่พบเป็นเรื่องใหม่ ๆ ที่เราอาจไม่เคยทราบมาก่อน บริษัทผลิตอาหารและเครื่องดื่มต่างคุ้นเคยกับการวางแผนตามช่วงเทศกาล อายุของสินค้า และการส่งเสริมการขาย แต่เมื่อไม่นานมานี้ เราต้องรับมือกับความท้าทายที่เพิ่มขึ้นในด้านกฎระเบียบและพิกัดอัตราภาษีศุลกากรที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ ซึ่งรวมถึงเรื่องกำลังคนทำงานก็สำคัญเช่นกัน 

บริษัทด้านอาหารและเครื่องดื่มจะตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างไร หากบริษัทไม่สามารถหาคนมาทำงานในโรงงานได้ ดังนั้น เพื่อให้สามารถพิจารณาตัวแปรทั้งหมดได้อย่างถี่ถ้วนรอบด้าน บริษัทต่าง ๆ ต้องอาศัยเครื่องมือวางแผนขั้นสูงที่ค่อนข้างฉลาด บริษัทไม่อาจคาดเดาอะไรที่ถูกต้องและดีที่สุดได้เลยจากเครื่องมือธรรมดาที่มีอยู่ การเลือกใช้เทคโนโลยีที่ครบวงจร มีประสิทธิภาพ เป็นที่ยอมรับ และได้รับความไว้วางใจจากทั่วโลกจึงเป็นสิ่งสำคัญที่บริษัทด้านอาหารและเครื่องดื่มต้องพิจารณา


Trade Desk และ TikTok เปิดตัวพันธมิตรทางโฆษณาใหม่ในเอเชียแปซิฟิก

Logo

PepsiCo ในประเทศไทย จะเป็นแบรนด์ที่เปิดตัวแคมเปญแรกในการเข้าถึงคลังสินค้าบริการของ TikTok พรีเมี่ยมผ่านแพลตฟอร์ม The Trade Desk

สิงคโปร์–(BUSINESS WIRE)–19 มีนาคม 2563

Trade Desk (Nasdaq: TTD) และ TikTok สื่อปลายทางชั้นนำสำหรับวิดีโอบนมือถือแบบสั้นได้ประกาศความร่วมมือด้านการโฆษณาใหม่กับตลาดสำคัญในเอเชียแปซิฟิก ความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยให้ผู้โฆษณาสามารถเข้าถึงสินค้า TikTok พรีเมี่ยมได้โดยตรงทั่วเอเชียแปซิฟิกผ่านแพลตฟอร์ม The Trade Trade ทั้งนี้ TikTok เป็นแพลตฟอร์มวิดีโอสั้น ๆ ตัวแรกที่รวมการเสนอโฆษณาเข้ากับ The Trade Desk ทำให้เกิดการพัฒนาชั้นนำในอุตสาหกรรมที่ไม่เหมือนใครสำหรับแบรนด์ต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้

TikTok เป็นสื่อปลายทางสำหรับการสร้างและค้นหาวิดีโอบนโทรศัพท์มือถือรูปแบบสั้น ๆ ที่น่าสนใจและสนุกสนาน และแบรนด์ต่าง ๆ ตื่นเต้นกับโอกาสในการเชื่อมต่อกับผู้ใช้หลายล้านคนบนแพลตฟอร์มนี้ การรวม TikTok เข้ากับ The Trade Desk ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเทคโนโลยีโฆษณาชั้นนำระดับโลกจะช่วยให้ผู้โฆษณาสามารถรวม TikTok เข้ากับแคมเปญของพวกเขาได้ง่ายขึ้น โดย PepsiCo เป็นลูกค้ารายแรกที่เข้าถึงคลังโฆษณาของ TikTok ผ่านทาง The Trade Desk ซึ่งทำแคมเปญสำหรับพอร์ตโฟลิโอของ the Lays ในประเทศไทยร่วมกับตัวแทนสื่อของ Mindshare

"ในขณะที่เราขยายระดับโซลูชั่นการโฆษณาของเรา เรามักจะมองหาพันธมิตรกับผู้นำในอุตสาหกรรมเช่น The Trade Desk เพื่อนำเสนอตัวเลือกการโฆษณาที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพสูงให้กับแบรนด์ต่าง ๆ ในเอเชียแปซิฟิกตลอดจนไปถึงประเทศอินเดีย วัตถุประสงค์หลักของการทำเช่นนี้คือ การมุ่งใช้งานวิดีโอบนมือถือแบบสั้นของ TikTok ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ omni-channel ของพวกเขา" Sam Singh รองประธานฝ่ายการสร้างรายได้ของอินเดีย TikTok กล่าว

“เรามีความยินดีที่จะเปิดตัวความร่วมมือครั้งนี้กับ TikTok ทั่วเอเชียแปซิฟิก”

Mitch Waters รองประธานอาวุโสฝ่ายการค้าประจำภูมิภาคเอเชียใต้ ของ The Trade Desk กล่าว “ทุกคนในภูมิภาคนี้เข้าใจถึงขอบเขตการเข้าถึงของ TikTok โดยเฉพาะผู้ใช้สมาร์ทโฟนในอินเดียและอินโดนีเซีย แบรนด์ต่าง ๆ สามารถปรับขนาดแคมเปญของพวกเขาให้มีวิดีโอขนาดสั้นได้อย่างง่ายดายและปลอดภัย”

“ประชากรกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับสมาร์ทโฟนทั่วเอเชียนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อ PepsiCo” Arun Mehra ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท PepsiCo กล่าว “ ความร่วมมือระหว่าง TikTok และ The Trade Desk ทำให้การเข้าถึงผู้ชมกลุ่มนี้ง่ายขึ้นและแม่นยำยิ่งขึ้น ด้วยการเริ่มต้นในประเทศไทยเรากำลังมองหาโอกาสเพื่อขยายงานของเราผ่านการเป็นหุ้นส่วนทั่วภูมิภาค”

Manivannan Ramasamy กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคของ Mindshare กล่าวเสริมว่า“ แบรนด์ต่าง ๆ ได้ติดตามการเพิ่มขึ้นของวิดีโอมือถือแบบสั้นทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชีย ความร่วมมือระหว่าง TikTok และ The Trade Desk เป็นเส้นทางในการมีส่วนร่วมผ่านเทรนด์นี้ที่สามารถวัดผลได้ ไปพร้อม ๆ กับการสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของแบรนด์”

แคมเปญที่ทำงานบนแพลตฟอร์ม Trade Desk จะใช้นามแฝง ซึ่งหมายความว่าพวกเขาไม่ได้ระบุตัวบุคคลโดยตรง ห้ามมิให้ลูกค้าและพันธมิตรให้ข้อมูลส่วนบุคคลในแพลตฟอร์มของ The Trade Desk โดยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของ TikTok ต่อความเป็นส่วนตัว การเป็นหุ้นส่วนจะรวมความเชี่ยวชาญในคุณภาพของตลาด การปิดกั้นการแสดงผลที่ไม่ใช่มนุษย์ก่อนที่จะซื้อ ดังนั้นจึงสามารถมั่นใจในความปลอดภัยของแบรนด์ ปัจจุบันความร่วมมือระหว่าง The Trade Desk และ TikTok ครอบคลุมตลาดเอเชียแปซิฟิก 11 แห่ง (รวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น) รวมถึงรัสเซีย อีกด้วย

เกี่ยวกับ The Trade Desk

The Trade Desk™ เป็น บริษัท เทคโนโลยีที่ให้อำนาจผู้ซื้อโฆษณา ผู้ซื้อโฆษณาสามารถสร้างจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพแคมเปญโฆษณาดิจิตอลผ่านรูปแบบการบริการตนเองด้วยแพลตฟอร์มคลาวด์ การผสานรวมกับข้อมูลคลังที่สำคัญเข้ากับโฆษณาและพันธมิตรผู้เผยแพร่โฆษณาช่วยให้มั่นใจถึงความสามารถในการเข้าถึงและการตัดสินใจสูงสุด ส่วน API ขององค์กรบริษัททำให้สามารถใช้งานการพัฒนาที่กำหนดเองได้บนแพลตฟอร์ม ทั้งนี้ The Trade Desk มีสำนักงานใหญ่ในเวนทูรา แคลิฟอร์เนีย มีสำนักงานทั่วอเมริกาเหนือ ยุโรปและเอเชียแปซิฟิก หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเยี่ยมชม thetradedesk.com  หรือติดตามเราบน Facebook, Twitter, LinkedIn และ YouTube

เกี่ยวกับ TikTok

TikTok เป็นสื่อปลายทางชั้นนำสำหรับวิดีโอมือถือแบบสั้น ภารกิจของเราคือสร้างแรงบันดาลใจความคิดสร้างสรรค์และนำความสุขมาให้ผู้คน TikTok มีสำนักงานทั่วโลกรวมถึงลอสแองเจลิส, ซิลิกอนแวลเลย? นิวยอร์ก, ลอนดอน, ปารีส, เบอร์ลิน, ดูไบ, มุมไบ, สิงคโปร์, จาการ์ตา, โซล และโตเกียว www.tiktok.com.

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200318005437/en/

ติดต่อ:

John Mandeville

PR@thetradedesk.com

นักวิจัยของมหาวิทยาลัย NTHU พัฒนาแอพ AI เพื่อสร้างโฆษณาที่สะดุดตากลุ่มลูกค้า

Logo

ซินจู๋ ไต้หวัน–(บิสิเนสไวร์)–18 มี.ค. 2563

ทีมวิจัยสหวิทยาการจากมหาวิทยาลัย NTHU นำโดยรองศาสตราจารย์ Wu Shan-hung ของภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ รองศาสตราจารย์ Liu Yi-wen จากภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า และศาสตราจารย์ Cheng-shang จากสถาบันวิศวกรรมการสื่อสารได้พัฒนาระบบอัตโนมัติสำหรับการผลิตโฆษณาดิจิทัล  โดยใช้ข้อมูลที่ได้รับจากผู้ใช้ ระบบจะสร้างภาพและเพลงหลากหลายขึ้นมาให้มนุษย์ได้ปรับแต่งให้เป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเพื่อช่วยลดเวลาและต้นทุนในการผลิตโฆษณาอย่างมาก

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้มีมัลติมีเดีย อ่านฉบับเต็มได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20200318005022/en/

A research team led by Wu Shan-hung (left) and Liu Yi-wen of NTHU has developed an AI App for generating catchy ads. (Photo: National Tsing Hua University)

ทีมวิจัยนำโดย Wu Shan-hang (ซ้าย) และ Liu Yi-wen ของ NTHU ได้พัฒนาแอพ AI สำหรับสร้างเพื่อสร้างโฆษณาที่สะดุดตากลุ่มลูกค้า (ภาพ: National Tsing Hua University)

คุณ Wu และ Chang ได้ออกแบบแอพพลิเคชั่นเครือข่ายการผลิตโฆษณา conditional generative adversarial network (CGAN) ที่สามารถสร้างโฆษณาจากการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเก็บเกี่ยวข้อมูลจำนวนมากจากอินเทอร์เน็ต หลังจากนั้นเพียงให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการโฆษณาทำการแก้ไขโฆษณาและเพิ่มการตกแต่ง

คุณ Wu อธิบายว่าแอพพลิเคชั่นนี้ทำการวิเคราะห์เครือข่ายโซเชียลซึ่งกำหนดองค์ประกอบยอดนิยมและการตั้งค่าของผู้ใช้เพื่อสร้างโฆษณาดิจิทัลที่สะดุดตาและเค้าโครงหน้าจอที่ดีที่สุด ตัวอย่างเช่นผู้ใช้ป้อนภาพถ่ายของชุดเตียงที่มีวงกลมล้อมรอบเตียงและระบบจะสร้างโฆษณาที่หลากหลายโดยเน้นถึงลักษณะเฉพาะของเตียง

แอพพลิเคชันยังสามารถสร้างโฆษณาที่มีโมเดล ตัวอย่างเช่นผู้ใช้ป้อนภาพถ่ายของนักแสดงเคียนู รีฟส์แล้ววงกลมส่วนที่ต้องการเก็บไว้เช่นหน้าผากและดวงตาและระบบจะรวมคุณสมบัติเหล่านี้ไว้ในภาพใหม่ที่มีลักษณะคล้ายกัน

ทีมของ Wu ทำงานร่วมกับสตาร์ทอัพ AppFinca เพื่อออกแบบหน้าเว็บใหม่สำหรับแอพที่ชื่อว่า “Flora”  หลังการวิเคราะห์ทางทีมได้เปลี่ยนสโลแกนโฆษณาของ Flora เป็น “He grows trees, and you grow up” และยังได้ออกแบบธีมสีที่มีชีวิตชีวาเพื่อแทนธีมสีเก่าของเพจที่ค่อนข้างจืดชืด

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ส่งผลให้ Flora พุ่งขึ้นไปอยู่ในอันดับต้นๆ ของการจัดอันดับของเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพฟรีของ Apple App Store สำหรับไต้หวันโดยสูงกว่า Gmail  รองประธาน AppFinca Sun Zhen-wei กล่าวว่าได้ใช้งบเพียง 60% ของงบโฆษณาเดิม

นอกจากนี้ แอพพลิเคชั่นที่พัฒนาโดยทีมวิจัยยังสามารถแต่งจิงเกิ้ลได้ โดยได้รวบรวม 600 เพลงเพื่อใช้ในการฝึกระบบเพื่อสร้างจิงเกิ้ลตามเนื้อเพลงและทำนอง โดยสามารถปรับระดับเสียงและจังหวะได้  แม้ว่าจิงเกิ้ลที่แต่งขึ้นมานั้นอาจจะไม่ถึงขั้นชิงรางวัล Grammy Award แต่ก็ช่วยเร่งกระบวนการสร้างสรรค์ได้อย่างมีนัยสำคัญ

ทีมวิจัยได้ตีพิมพ์บทความทั้งหมด 19 เรื่องเกี่ยวกับงานวิจัยและยังได้นำเสนอผลงานในการประชุมการประมวลผลเสียงและการพูด Conference on Neural Information Processing Systems and the International Conference on Acoustics, Speech, and Signal Processing นอกจากนี้ ทางทีมกำลังเจรจากับ United Microelectronics, Asus เพื่อการใช้ระบบเพื่อการพาณิชย์

อ่านต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200318005022/en/

ติดต่อ:

Holly Hsueh
(886) 3-5162006
hoyu@mx.nthu.edu.tw

“ซิตี้แบงก์” พาส่องความหวานให้โลกอิจฉากับ 10 ร้านขนม บรรยากาศอบอุ่นเหมือนอยู่ในอ้อมกอดตลอดเวลา

กุมภาพันธ์เดือนแห่งความรัก ไม่ว่ามองไปทางไหนบรรยากาศก็อบอวนเต็มไปด้วยความรัก ไม่ว่าจะรักแบบคู่รัก รักแบบเพื่อน รักแบบพี่น้อง รักครอบครัว หรือรักตัวเอง ไม่ว่าจะรักแบบไหน เชื่อว่าทุกคนก็ต่างต้องการความหวานเพื่อมาเติมเต็มหัวใจด้วยกันทั้งนั้น แน่นอนว่าเป็นเดือนแห่งความรักทั้งที ซิตี้แบงก์ ก็ไม่พลาด ที่จะพาทุกคนไปเติมความหวานให้ใจเต็มอิ่มกับ 10 ร้านขนมชื่อดัง ตลอดเดือนแห่งความรักนี้ จะมีร้านไหนให้ไปเช็คอินบ้างนั้น ไปชมกันเลย 

เริ่มต้นที่ใครอยากจะพาคนที่เรารักไปจิบชา ทานขนม ต้องไม่พลาดกับร้าน ทไวนิงส์ ที บูติก (Twinings Tea Boutique) ร้านชาชื่อดังที่อิมพอร์ตตรงจากประเทศอังกฤษ ถือเป็นอีกหนึ่งร้านที่สายดื่มชาต้องไม่พลาด สามารถพาคนที่รักไปสัมผัสประสบการณ์พิเศษวัฒนธรรมการดื่มชาตามแบบฉบับของชาวอังกฤษ ด้วยเครื่องดื่มพิเศษที่ผ่านการคัดสรร และปรุงด้วยความพิถีพิถัน รวมถึงเบเกอรี่และอาหารว่างเลิศรสที่จะสร้างความประทับใจได้อย่างแน่นอน โดยร้านตั้งอยู่ที่บริเวณชั้น 1 โซนเอเทรี่ยม ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

         Divana ForRest Cafe คาเฟ่ที่มาในธีมธรรมชาติ ท่ามกลางแมกไม้ นานาพันธุ์ พร้อมลิ้มรสอาหารไทยง่ายๆ สไตล์ลักซ์ชัวรี เพิ่มเติมลูกเล่นเข้าไปในอาหารให้มีความน่าสนใจ และน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น ถือเป็นอีกหนึ่งร้านที่คอนเซ็ปต์มีความชัดเจน หากใครต้องการสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ อิ่มทั้งท้อง และยังอิ่มเอมกับความผ่อนคลายของบรรยากาศภายในร้านที่ต้องมาลองสักครั้ง โดยร้านตั้งอยู่บริเวณ ชั้น 1 โซนเอเทรี่ยม ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

            Divana Signature Café คาเฟ่ที่ยกสวนดอกไม้นานาชนิดมาวางไว้กลางห้าง ที่รอต้อนรับลูกค้าให้ได้เข้ามาสัมผัสกลิ่นธรรมชาติและดอกไม้ ไปพร้อมการลิ้มรสเมนูอาหาร ขนม เครื่องดื่มที่แสนอร่อย อีกทั้งแปลกใหม่ไม่เหมือนใครเพราะเป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน อีกทั้งสามารถเดินดูผลิตภัณฑ์สปาที่มีให้เลือกมากมาย เรียกได้ว่าหากใครต้องการพาคนที่รักไปสัมผัสบรรยากาศอันแสนอบอุ่นต้องแวะเวียนไป โดยร้านตั้งอยู่บริเวณ ชั้น 2 โซนเอเทรี่ยม ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ร้านอาหารฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงด้าน Crepes อย่างร้าน Crepes & Co โดยร้านนี้เป็นการผสมผสานอาหารจากหลากหลายสัญชาติ แน่นอนว่าเมนูของร้านเด่น คือเมนู Crepe ทั้งคาวและหวาน รวมถึงอาหารที่มีให้เลือกหลากหลายตามใจชอบ เป็นอีกร้านที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น เหมาะพาคนที่เรารักไปรับประทาน เพราะมีทั้งมุมโซฟาให้เลือกนั่งสบาย ๆ อีกทั้งมุมข้างนอกให้เลือกนั่งในช่วงเย็นๆ สัมผัสความร่มรื่นของต้นไม้รอบร้าน ที่ช่วยเสริมสร้างบรรยากาศในการทานอาหารให้ดียิ่งขึ้นไปอีก โดยมีสาขาหลังสวน และทองหล่อ ให้คุณพาคนที่รักไปเติมความหวานได้ตามสะดวก

           Chu Chocolate Bar & Cafe ร้านที่เต็มไปด้วยอาหาร และขนมอร่อย ๆ รวมถึงเครื่องดื่มสุดฟินมากมาย ภายใต้บรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง เหมาะที่จะพาคนรัก เพื่อน หรือครอบครัว ไปนั่งรับประทานอาหารและเครื่องดื่มให้เพลิดเพลินได้เป็นอย่างดี โดยร้านนี้ตั้งอยู่บริเวณตึก Exchange Tower อโศกนั่นเอง

           อีกหนึ่งร้านอาหารและเบเกอรี่สไตล์ฝรั่งเศสในตำนานอย่างร้าน Paul ที่พร้อมเชิญชวนให้ทุกคนได้พาคนที่รักไปลิ้มลองรสชาติ อาหาร ขนม และเครื่องดื่ม ที่ผ่านการคัดสรรและนำเข้าวัตถุดิบอย่างพิถีพิถันจากประเทศฝรั่งเศส ไปพร้อมกับเสน่ห์ของความคลาสสิกภายใต้บรรยากาศร้านที่ดูหรูหรา

         Bar Storia Del Caffe คาเฟ่ที่เต็มไปด้วยความลงตัวทั้งสถานที่ รสชาติอาหาร รวมถึงสไตล์การตกแต่งที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศคลาสสิกแบบยุโรป หากใครชื่นชอบคาเฟ่สไตล์นี้ต้องไม่พลาด โดยสามารถเลือกนั่งได้ทั้งด้านในและด้านนอก ในส่วนของเมนูก็มีทั้งอาคารคาวหวาน รวมถึงเครื่องดื่มสุดแสนอร่อยที่รอต้อนรับผู้มาเยือนให้ไปลิ้มลองทั้งที่สาขาอารีย์ เพลินจิต และสุขุมวิท 57

         IHOP Mega Bangna ร้านอาหารที่เสิร์ฟแพนเค้กชื่อดังจากอเมริกา โดยร้านนี้ตกแต่งในบรรยากาศแบบแคลิฟอร์เนีย ที่ให้ความรู้สึกสดใสของแสงอาทิตย์และชายหาด สามารถไปพาคนที่รักไปลิ้มลองรสชาติทั้งอาหารคาวหวาน และเครื่องดื่มสุดแสนอร่อยได้

           ร้าน Soft bee สาขาเซ็นทรัล แกรนด์ พระราม 9 เป็นร้าน soft ice cream สัญชาติเกาหลี แต่ไม่ได้ขายแค่ไอศกรีมเท่านั้น ยังมีขนมหวานยอดฮิตอย่างบิงซูหลากหลายรสชาติ รวมถึงเครื่องดื่มมากมายที่รอต้อนรับ เป็นอีกหนึ่งร้านที่เหมาะจะพาคนที่เรารักไปเติมความหวานกันให้เต็มอิ่มหัวใจแถมยังอิ่มท้องอีกด้วย

         Kad Kokoa (กาด โกโก้) คาเฟ่ที่คนรักโกโก้หรือช็อกโกแลตไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง โดยร้านนี้ทุกคนจะได้ดื่มด่ำไปกับเมนูขนมหวาน เครื่องดื่มมากมาย ที่ใช้ส่วนผสมจากเมล็ดโกโก้ที่ปลูกในเมืองไทย ที่สำคัญทุกคนยังจะได้เห็นขั้นตอนการผลิตช็อกโกแลตและจำหน่ายช็อกโกแลตแท่งที่ทำสดๆ ภายในร้านนี้อีกด้วย เรียกได้ว่าหากใครเป็นสายช็อกโกแลตเลิฟเวอร์ต้องไปลอง โดยร้านนี้ตั้งอยู่บริเวณซอยนราธิวาสฯ 17

         เป็นอย่างไรบ้างกับ 10 ร้านขนมชั้นนำที่ ซิตี้แบงก์ พาทุกคนไปเติมความหวานกัน โดยทั้ง 10 ร้านนี้ สำหรับลูกค้าผู้ถือบัตรเครดิตซิตี้แบงก์ สามารถรับสิทธิพิเศษ อาทิ ส่วนลดค่าอาหาร ขนม และเครื่องดื่ม หรือแลกรับขนม เครื่องดื่ม ฟรี ฯลฯ เป็นต้นได้ตลอดเดือนกุมภาพันธ์ นอกจากนี้ยังพบกับสิทธิประโยชน์พิเศษอื่น ๆ อีกมากมายที่คัดสรรเพื่อลูกค้าทุกคน โดยสามารถดูรายละเอียดได้ง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน “ซิตี้ โมบายล์ แอปพลิเคชัน” (Citi Mobile® Application) อีกด้วย

           สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย หรือที่ www.citibank.co.th

###

หมายเหตุถึงกองบรรณาธิการ

เกี่ยวกับ “ซิตี้”

ธนาคารชั้นนำของโลก ที่ให้บริการแก่ลูกค้ากว่า 200 ล้านราย ในกว่า 160 ประเทศและเขตปกครองทั่วโลก ซิตี้นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่หลากหลายให้กับลูกค้าบุคคล องค์กร ภาครัฐและสถาบันต่างๆ โดยธุรกิจหลักครอบคลุมการธนาคารและสินเชื่อเพื่อลูกค้าบุคคล (สายบุคคลธนกิจ) ธนาคารเพื่อองค์กรและการลงทุน (สายสถาบันธนกิจและวาณิชธนกิจ) ธุรกิจนายหน้าค้าหลักทรัพย์ บริการธุรกรรมทางการเงินต่างๆ รวมถึงบริการบริหารความมั่งคั่ง ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.citigroup.com | ทวิตเตอร์: @Citi | ยูทูป: www.youtube.com/citi | บล็อก: http://new.citi.com | เฟซบุ๊ก: www.facebook.com/citi | ลิงก์อิน: www.linkedin.com/company/citi

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน ติดต่อ

ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย

วันวิสาข์ โคมินทร์

+662 079 3251

wanvisa.komindr@citi.com

เจซีแอนด์โค พับลิครีเลชั่นส์  JC&CO PUBLIC RELATIONS

ณภัทร กาญจนะจัย / +668 1355 9221 / napatk@jcpr.co.th

นิกรณ์กานต์ วิจักษณ์ไพศาล / +669 7230 0528 / nikornkarnw@jcpr.co.th

MEDIA HOTLINE : 02-634-4557 / 6681-486-3407 (ฝ่ายสื่อมวลชนสัมพันธ์)

กสิกรไทย ยกระดับโมบาย แบงกิ้ง K PLUS ขึ้นแท่นเป็น “ไลฟ์สไตล์ แพลตฟอร์ม”

Logo

ธนาคารกสิกรไทย พัฒนาศักยภาพของแอปฯ K PLUS ที่ได้รับความนิยมมีคนใช้สูงถึง 7.5 ล้านราย เป็น        “ไลฟ์สไตล์ แพลตฟอร์ม” (Lifestyle Platform) ตอบโจทย์ทุกด้านของชีวิต เปิดตัว 4 ฟังก์ชันหมัดเด็ดที่โดนใจทั้งลูกค้ารายย่อยและเจ้าของร้านค้า จ่ายเงินรวดเร็วด้วย Quick Pay QR Code แถมเลือกช้อปสินค้าหลากหลายประเภทได้บน K PLUS ซื้อขายได้สะดวกมากยิ่งขึ้นสำหรับเจ้าของร้านค้า K PLUS SHOP ด้วยฟังก์ชันขายและเรียกเก็บเงินผ่านโซเชียลมีเดีย พร้อมเสริมศักยภาพธุรกิจด้วยสินเชื่อบุคคล ตั้งเป้ากวาดลูกค้า K PLUS เพิ่มเป็น 10.8 ล้านรายภายในสิ้นปีนี้

นายพัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า เป้าหมายของ K PLUS คือ การสร้างประสบการณ์การใช้บริการของลูกค้าอย่างไร้รอยต่อ ทั้งลูกค้าบุคคลและลูกค้าที่เป็นเจ้าของร้านค้ารายย่อยต่าง ๆ ธนาคารจึงได้พัฒนาดิจิทัล เทคโนโลยี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการให้บริการกับลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ด้วยการนำข้อมูลของลูกค้า (Big Data) มาวิเคราะห์เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจและปรับใช้กับกระบวนการหลังบ้าน เช่น การวิเคราะห์ข้อมูล การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยง การให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลและธุรกิจ ทำให้การให้บริการผ่านแอปฯ K PLUS เข้าถึงความต้องการลูกค้าเฉพาะกลุ่มได้ดียิ่งขึ้น

แอปฯ K PLUS ซึ่งได้รับความนิยมในการใช้งานมากที่สุด ปัจจุบันมียอดทำธุรกรรม 3 พันล้านรายการต่อปี มีปริมาณธุรกรรม 6.3 ล้านล้านบาท จากฐานลูกค้ามากถึง 7.5 ล้านราย และเป็นผู้เข้าใช้งานเป็นประจำ 80% โดยได้พัฒนา K PLUS ให้เป็น “ไลฟ์สไตล์ แพลตฟอร์ม” (Lifestyle Platform) ที่ใคร ๆ ก็ใช้ ตอบโจทย์ทุกด้านของชีวิต รวมทั้งตอบสนองความต้องการของลูกค้ารายย่อยและเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจขนาดเล็ก โดยได้เชื่อมโยงบริการของแอปฯ K PLUS SHOP เพื่อต่อยอดการเป็น  “ไลฟ์สไตล์ แพลตฟอร์ม” ของ K PLUS ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ซึ่งไตรมาสแรกของปีนี้ มีบริการใหม่รวม 4 ฟังก์ชัน ได้แก่

1) ฟังก์ชัน Quick Pay ลูกค้าสามารถจ่ายให้เงินกับร้านค้าได้รวดเร็วมากขึ้น  ไม่จำเป็นต้องล็อกอินเข้าระบบ แค่สแกนคิวอาร์โค้ดของร้านค้าที่ใช้ K PLUS SHOP สามารถจ่ายเงินได้ทันที ปัจจุบันมีลูกค้าใช้จ่ายด้วย QR Code ผ่าน K PLUS จำนวน 1.3 ล้านรายการ มีมูลค่าการทำธุรกรรม 811 ล้านบาท

2) ช้อปสินค้าบนแอปฯ K PLUS เปิดให้บริการในเดือนมีนาคมนี้ เป็นตลาดนัดออนไลน์ที่ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าหลากหลายประเภทได้บน K PLUS เป็นครั้งแรก เช่น ร้านค้าสินค้าเกษตรกรคุณภาพจากโครงการพรวนฝันและกลุ่มเกษตรกรจากจังหวัดต่าง ๆ  สินค้าจากผู้ประกอบการรายย่อยและกิจการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงสินค้าจากพันธมิตรทางธุรกิจของธนาคาร ทั้งบริการข่าวสารในรูปแบบดิจิทัล (Digital Content) และสินค้าอุปโภคบริโภค  ตั้งเป้าหมายส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้ากว่า 30 ล้านรายการภายในปีนี้ และมียอดการซื้อขายผ่านระบบอีมาร์เก็ตเพลสกว่า 600 ล้านบาทในระยะเวลา 1 ปีหลังจากเปิดให้บริการ

3) บริการสินเชื่อบุคคลบน K PLUS ธนาคารใช้ระบบคำนวณอัตราดอกเบี้ย โดยพิจารณาจากความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละราย ทำให้ธนาคารนำเสนอสินเชื่อส่วนบุคคล (K-Personal Loan) ที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าผ่านแอปฯ K PLUS ในช่วงนี้ได้เริ่มทดลองกับกลุ่มลูกค้าที่ได้ตรวจสอบล่วงหน้า (Pre-Qualify) แล้วว่ามีเครดิตที่ดีในการทำธุรกรรมการเงิน โดยลูกค้าสามารถกดเข้าไปเลือกวงเงินที่ต้องการกู้ ระบบจะแสดงวงเงินกู้สูงสุดที่ลูกค้าสามารถกู้ได้ กดรับสินเชื่อได้ วงเงินกู้จะเข้าในบัญชีทันที

4) ในฝั่งของร้านค้า มีร้านค้าใช้แอปฯ K PLUS SHOP จำนวน 800,000 ร้านค้า มีจำนวนธุรกรรม 1.4 ล้านรายการ และมีมูลค่าการทำธุรกรรมรวม 1,100 ล้านบาท และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 1 ล้านร้านค้าภายในสิ้นปีนี้ มุ่งเน้นให้ลูกค้าใช้คุ้นเคยกับการชำระเงินด้วยคิวอาร์โค้ด จึงได้ขยายฐานร้านค้าไปยังกลุ่มธุรกิจรายย่อยที่ขายสินค้าหรือบริการที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น ร้านอาหาร ร้านเสื้อผ้า การเดินทาง ล่าสุดได้พัฒนาฟังก์ชัน “ขายและเรียกเก็บเงินผ่านโซเชียลมีเดีย” (Social Payment) ให้ผู้ขายรับเงินจากลูกค้าผ่านทางโซเชียลมีเดีย เช่น เฟสบุ๊ค เมสเสนเจอร์, อินสตาแกรม, ไลน์, วอทแอพ ได้ทันที เพียงแค่ส่งบิลที่อยู่ในรูปแบบคิวอาร์โค้ดที่เป็นของร้านค้า ให้ลูกค้าสามารถชำระเงินผ่าน K PLUS หรือ  โมบายแบงกิ้งของทุกธนาคาร เพื่อซื้อสินค้าและบริการได้ทันที

ทั้งนี้ ธนาคารกสิกรไทยตั้งเป้าหมายมีผู้ใช้งานแอปฯ K PLUS เพิ่มเป็น 10.8 ล้านราย และแอปฯ K PLUS SHOP เพิ่มเป็น 1 ล้านร้านค้า ภายในสิ้นปี 2561

Interbrand นำเสนอราย งานแบรนด์ระดับโลกที่ดีที่สุดปี 2016: Apple และ Google ครองสองอันดับแ รก ในขณะที่ Tesla และ Dior ติดอันดับด้ว ย

 

Logo

New York – (Business Wire) – 5 October 2016

 

Interbrand, a leading brand consultant, places Apple, Google and Coca-Cola as the top 3 most valuable and valuable brands in the 2016 Best Global Brands report, with automotive and technology brands being the top. Tesla and Dior was also ranked in the Top 100 this year, which is the 17th year. The report reveals the Anatomy of Growth and shows the views of people in the industry that explain that a good brand can make a business that How to grow up

 

“ชัดเจนว่าแบรนด์ระดับโลกที่ดีที่สุดไม่ใช่เพียงเผชิญและผจญกับความเปลี่ยนแปลง แต่เป็นผู้ขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงนั้น” Jez Frampton ซึ่งเป็น CEO ของโลก ของ Interbrand กล่าว “พวกเขาเข้าใจว่า Anatomy of Growth ของเขานั้นซับซ้อน มีเอกลักษณ์ และเป็นเรื่องส่วนตัว พวกเขามองมาข้างในและมองไปด้านนอก ขยายไปที่ตลาดใหม่ๆ และสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นเพื่อการเติบโตของแบรนด์และธุรกิจ”

 

Apple และ Google ได้อันดับสูงสุดสี่ปีติดต่อกัน มูลค่าของแบรนด์ Apple เติบโต 5% อยู่ที่  $178,119 ล้านเหรียญ ในขณะที่มูลค่าของแบรนด์ Google ขึ้น 11% อยู่ที่ $133,252 ล้านเหรียญ Coca-Cola, Microsoft, Toyota, IBM, Samsung, Amazon, Mercedes-Benz และ GE ติด 10 อันดับแรก Dior และTesla ติดอันดับในรายงาน Best Global Brands นี้เป็นครั้งแรกที่ลำดับที่ #89 และ #100 ตามลำดับ

 

แบรนด์ที่เติบโตขึ้นติด 5 อันดับของโลก คือ Facebook (เติบโต 48%), Amazon (33%), LEGO (25%), Nissan (22%) และ Adobe (21%)

 

29 อันดับที่ได้ในรายงั้นนั้นเป็นของแบรนด์ด้านยานยนต์และเทคโนโลยี ค้าปลีกเป็นภาคส่วนที่เติบโตอันดับต้นๆ เพิ่มขึ้น 19% ตามด้วยภาคส่วนกีฬาและลักซ์ชัวรี่ ซึ่งทั้งสองได้เติบโตขึ้น 10%

 

แบรนด์ 100 อันดับได้รวมมูลค่าไว้ที่ $1,796,384 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 4.8% จากปี 2015 สำหรับการจัดอันดับ Top 100 และรายงานพร้อมการวิเคราะห์เจาะลึกในด้านการเติบโต ภาคส่วนธุรกิจและเทรนด์ของอุุตสาหกรรม สามารถรับชมได้ที่ www.bestglobalbrands.com

 

ระเบียบวิธี

รายงานประจำปีของ Interbrand ครั้งที่ 17 วิเคราะห์ว่าแบรนด์ช่วยทำให้ธุรกิจเตบโตได้อย่างไร จากการมอบความคาดหวังของลูกค้า ไปจนถึงการขับเคลื่อนมูลค่าทางเศรษฐกิจ ระเบียบวิธีนี้เป็นวิธีประเมินค่าแบรนด์เป็นครั้งแรกที่กลายมาเป็นการรับรอง ISO

 

การจัดอันดับนี้ขึ้นกับส่วนประกอบ 3 ประการที่ทำให้เกิดมูลค่าที่เพิ่มขึ้นของแบรนด์:

    •    ประสิทธิภาพทางการเงินของผลิตภัณฑ์และบริการของแบรนด์

    • The role that brands play in influencing customer selections 

    • The strength of the brand to get a premium price and guarantee the company’s revenue 

 

About Interbrand

At Interbrand, we believe that an organization can grow when it has a clear strategy and provides a great experience for customers. We do both Through the combination of strategies Creativity and technology that drives growth For the brand and business of our customers With a network of 29 offices in 22 countries, Interbrand is a global agency brand. And the powerful annual publisher of the Best Global Brands and Breakthrough Brands and Webby Award-winning brandchannel. Interbrand is part of the Omnicom agency network (NYSE: OMC).

Watch the original news at businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20161004006720/en/

contact:

Interbrand

Paola Norambuena, + 1-212-798-7590

Chief Content Officer

paola.norambuena@interbrand.com

 

Light Reaction เปิดตัวในเวียดนาม

Logo

โฮจิมินห์ซิตี, เวียดนาม–(บิสิเนส ไวร์)–4 ตุลาคม 2016

– ธุรกิจเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระดับโลกรับประกันผลลัพธ์ผ่านโมเดลสื่อที่สร้างสรรค์และในรูปแบบของ Pay-for-Performance

Light Reaction ธุรกิจโฆษณาที่เน้นผลสัมฤทธิ์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Xaxis ประกาศวันนี้ในการเปิดการปฏิบัติงานที่เวียดนาม โมเดลสื่อแบบ pay-for-performance ของ Light Reaction ให้นักโฆษณาได้มีทางในการขับเคลื่อนให้ได้ผลลัพธ์แบบไม่มีความเสี่ยง เช่นเรื่องการขาย การสมัครสมาชิก และการมีส่วนร่วมกันในวิธีอื่นๆ โดยจ่ายเมื่อได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน และในวันนี้ที่เปิดตัวในเวียดนาม Light Reaction ได้มีในตลาด 32 แห่งทั่วอเมริกาเหนือ ยุโรป เอเชีย และตะวันออกกลาง

Light Reaction ให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดที่สามารถทำได้โดยการใช้ประโยชน์สูงสุดสำหรับปัจจัยหลักในการสร้างประสิทธิภาพที่รวมถึงเวลาในการเข้าถึงเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง ในสถานที่และเวลาที่เหมาะสม และ placement ID ที่ให้จุดของสถานที่ที่ดีที่สุดบนเว็บเพจหรือแอพสำหรับเป้าหมายของแคมเปญที่เฉพาะเจาะจง

นอกจากเทคโนโลยีที่มากมายในการทำงาน ข้อมูลของ Light Reaction ทั้งหมด รวมถึงการใช้เครื่องมือและวิธีการได้มีการแลกเปลี่ยนอย่างเปิดเผยกับลูกค้า แสดงให้เห็นถึงเส้นทางที่แม่นยำและการตัดสินใจที่นำไปสู่ผลลัพธ์

“Light Reaction ได้ทำให้นักโฆษณาของโลกได้รับผลลัพธ์ที่มีความหมาย โดยไม่มีความเสี่ยง รวมถึงความสามารถในการสเกลผลลัพธ์ในช่องทางต่างๆ ได้” Auke Boersma ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการของเอเชียแปซิฟิคของ Light Reaction กล่าว “โฟกัสอยู่ที่การระบุถึงผู้เข้าชมที่สามารถให้ผลลัพธ์แง่บวกได้ในเวลาที่ถูกต้องเหมาะสมไม่ว่ากลุ่มผู้ชมจะรับสื่อจากช่องทางไหน ซึ่งจะเป็นการทำให้แบรนด์ได้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ในการได้รับการตอบรับจากลูกค้าในขณะที่สามารถเชื่อมโยงได้โดยตรงระหว่างโฆษณาและผลลัพธ์”

นอกจากการใช้ข้อมูลของผู้ชมที่เป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ สื่อที่มีประสิทธิภาพสูง รวมถึงเทคโนโลยีโปรแกรมแบบเรียลไทม์ ทำให้ผลิตภัณฑ์ของ Light Reaction เข้าได้กับช่องทางต่างๆ ผู้โฆษณาสามารถรันแคมเปญผ่านช่องทางหลากหลายเพื่อวัดผลลัพธ์ที่ไหนก็ได้ที่ต้องการ

“แทรฟฟิคเป็นสิ่งสำคัญ แต่ปัจจัยอย่างการขาย มาร์จิ้น และการดำเนินธุรกิจที่เกิดการซื้อต่อเนื่องเป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดความสำเร็จทางธุรกิจ” Michel de Rijk ซึ่งเป็น CEO ของ Xaxis เอเชียแปซิฟิคกล่าว “ความงามของ Light Reaction คือพวกเราและโฆษณาของเรามีความชาญฉลาดขึ้น ผลลัพธ์ของผู้ชมได้รับการวัดว่าการส่งผ่านคุณค่าไปยังผู้ชมนั้นสำเร็จเพียงใดและสามารถส่งกลับมาที่ระบบเป็นดั่ง learning event ข้อมูลที่ส่งผ่านมานี้ทำให้เราสามารถพัฒนาความแม่นยำในการจับคู่ระหว่างผู้ชมและผลลัพธ์ที่ปราราถนาและมีคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่องเป็นมาตรฐาน”

เกี่ยวกับ Light Reaction

Light Reaction รับประกันผลลัพธ์ที่แท้จริงสำหรับแบรนด์โดยการรวมสื่อที่เป็นกรรมสิทธิ์ ข้อมูล และเทคโนโลยี วิธีการของบริษัทในการทำการตลาดเพื่อประสิทธิภาพได้เข้าถึงผู้บริโภคในช่องทางอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดผลลัพธ์ที่แท้จริงสำหรับแบรนด์ Light Reaction มีอยู่ใน 32 ตลาดทั่วอเมริกาเหนือ ยุโรป เอเชีย และตะวันออกกลาง สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.lightreaction.com

เกี่ยวกับ Xaxis

Through the expert use of proprietary data and advertising technology along with unparalleled media relationships, Xaxis delivers results for over 3,000 clients in 46 markets across North America, Europe, Asia Pacific, Latin America and the Middle East. Advertisers working with Xaxis achieve exceptionally high return on advertising spend through the company’s proprietary media products, as well as through its specialist companies, Light Reaction and plista. For more information, visit www.xaxis.com.

Xaxis เป็นผู้ให้บริการด้านการซื้อสื่อแบบเลือกผู้ชมรายใหญ่ที่สุดของโลก ที่สามารถเชื่อมต่อนักโฆษณากับผู้ชมในทุกช่องทางที่เข้าถึง Xaxis ให้ผลลัพธ์กับลูกค้ากว่า 3,000 รายใน 46 ตลาดทั่วอเมริกาเหนือ ยุโรป เอเชียแปซิฟิค ลาตินอเมริกาและตะวันออกกลาง นักโฆษณาทำงานกับ Xaxis เพื่อได้สิ่งตอบแทนอย่างสูงในการใช้จ่ายเพื่อการโฆษณาผ่านผลิตภัณฑ์สื่อของบริษัท รวมถึงผ่านบริษัทที่เป็นผู้เชี่ยวชาญอย่าง Light Reaction และ plista สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเยี่ยมชมเวบไซต์ www.xaxis.com

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20161003006649/en/

ติดต่อ:

Harmonica / Xaxis

Peter Epstein หรือ Rabeeah Patail

+1-323-251-3567 หรือ +1-310-935-3886

peter@harmonica.co หรือ rabeeah@harmonica.co