Category Archives: Advertising

นูทานิคซ์เปิดตัว Kubernetes Platforma-Service เพื่อการใช้งานกับมัลติคลาวด์

Logo

Karbon Platform Services มอบการบริหารจัดการที่ช่วยให้การใช้งานแอปพลิเคชั่นแบบ Container-Based บนคลาวด์ทุกประเภทเป็นไปอย่างรวดเร็ว 

กรุงเทพฯ 14 กันยายน 2563 – ณ งาน .NEXT ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 8-11 กันยายน 2563 –
นูทานิคซ์ (NASDAQ: NTNX) ผู้นำด้านเอ็นเตอร์ไพรซ์คลาวด์คอมพิวติ้งประกาศเปิดตัว Karbon Platform Services ซึ่งเป็นการให้บริการรูปแบบ Platform-as-a-Service (PaaS) เป็นแพลตฟอร์มมัลติคลาวด์ที่ทำงานกับ Kubernetes มาพร้อมระบบจัดการด้านความปลอดภัยอัตโนมัติ เพื่อช่วยให้การพัฒนาและการใช้งานไมโครเซอร์วิสแอปพลิเคชั่นทำงานได้เร็วขึ้นไม่ว่าจะอยู่บนคลาวด์ประเภทใดก็ตาม ซึ่งช่วยให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ได้รับประสบการณ์จากบริการแบบครบวงจร (managed services)
ที่พร้อมใช้งาน ไม่ว่าจะใช้งานที่ on-premises บนพับลิคคลาวด์ และที่อุปกรณ์ปลายทาง (edge)
เพื่อสร้างและรันคลาวด์เนทีฟแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ รวมถึงสามารถแยกแอปพลิเคชั่นออกจากกันอย่างเป็นอิสระจากโครงสร้างพื้นฐานหลัก  นอกจากนี้ยังช่วยให้ทีมงานด้านไอที มีระบบบริหารจัดการไลฟ์ไซเคิลของแอปพลิเคชั่นและกรอบการทำงานด้านความปลอดภัยที่ใช้งานง่ายและสอดคล้องกัน การเปิดตัวครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของนูทานิคซ์ที่มีต่อเป้าหมายในการขยายบริการและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อช่วยให้องค์กรทุกแห่งสามารถใช้งานคลาวด์เนทีฟได้เร็วขึ้น

imgองค์กรต่าง ๆ ที่ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะต้องได้รับประโยชน์จากการเริ่มดำเนินการด้านดิจิทัล มักต้องใช้ความพยายามเพื่อให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ขององค์กรปลดปล่อยศักยภาพสูงสุดออกมา และใช้กระบวนการ DevOps ที่คล่องตัว ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่องค์กรจำเป็นต้องทำให้เป็นจริง  Kubernetes ที่ทำงานควบคู่กับเทคโนโลยีคลาวด์เนทีฟต่าง ๆ มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วมาอย่างต่อเนื่อง เพิ่มความยากในการนำไปใช้งานเพราะขาดทรัพยากรทางเทคนิคที่จำเป็นต้องขยายเพิ่มตามความยากนั้น ๆ นอกจากนี้ องค์กรต่าง ๆ ต้องได้รับประโยชน์จากการใช้งาน Kubernetes ทั้งที่อยู่ที่ on-premises และบนพับลิค คลาวด์ โดยยังคงความสามารถในการบริหารจัดการดาต้า แอปพลิเคชั่น ประสิทธิภาพและความไม่ยุ่งยากในการใช้ทรัพยากรด้านไอทีของตนไว้ได้

นายราจีฟ มิรานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยีของนูทานิคซ์ กล่าวว่า “ทรัพยากรไอทีเป็นกลไกที่ขับเคลื่อนองค์กรดิจิทัล แต่เมื่อบริษัทต้องการขยาย ต้องใช้ไฮบริดคลาวด์ และต้องจัดการกับแอปพลิเคชั่นที่มีจำนวนมากขึ้น การรองรับความต้องการต่าง ๆ ทางวิศวกรรมอาจกลายเป็นความท้าทายด้านไอทีได้ เราตั้งเป้าให้ Karbon Platform Services ช่วยลดความซับซ้อนในการพัฒนาและจัดระเบียบการทำงานของแอปพลิเคชั่นให้สอดคล้องกัน ในขณะเดียวกัน ก็ช่วยทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างทีมไอทีและทีมพัฒนาเป็นไปอย่างราบรื่น เพื่อการสนับสนุนกลยุทธ์ DevOps ของลูกค้าของเรา”

คลาวด์เนทีฟ PaaS ใหม่นี้จะช่วยให้วิศวกรซอฟต์แวร์พัฒนาและจัดระเบียบการทำงานให้กับแอปพลิเคชั่นอย่างราบรื่นสอดคล้องกัน โดยไม่จำเป็นต้องจัดการกับโครงสร้างพื้นฐานหลัก  Karbon Platform Services สร้างอยู่บนระบบการจัดการไลฟ์ไซเคิลหลักของ Kubernetes ที่เริ่มเปิดตัวกับ Karbon ในลักษณะผสานเป็นส่วนหนึ่งของซอฟต์แวร์ HCI ของนูทานิคซ์  Karbon Platform Services เป็นระบบอัตโนมัติ มีระบบบริหารจัดการด้านความปลอดภัยและ multi-tenancy ที่โครงสร้างซอฟต์แวร์ชุดหนึ่งสามารถบริการผู้ใช้ได้หลายราย เพื่อใช้ในการรันไมโครเซอร์วิสแอปพลิเคชั่นได้หลากหลายบนโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์หลายประเภท

นายเดเมียน พาสกวิเนลลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยีของ Hardis Group กล่าวว่า “เรา
กำลังมองหาแพลตฟอร์ม PaaS หนึ่งเดียวที่สามารถโฮสต์ Reflex และ Vision Insights ของเราได้ทั้งที่ edge และบนไพรเวทคลาวด์ของเรา เพื่อใช้ประโยชน์จาก distributed architecture ของสภาพแวดล้อม ทั้งสอง และสนับสนุนการพัฒนาซอฟต์แวร์และการฝึกอบรมการใช้เครื่องจักรบนพับลิคคลาวด์  Karbon Platform Services มีบริการมากมายและมีทุกสิ่งที่เราต้องการจากโซลูชั่น PaaS ทั้งยังบริหารจัดการง่ายและสะดวกบนคลาวด์ทุกประเภท ซึ่งเป็นคุณสมบัติของนูทานิคซ์ที่เป็นที่รู้จักกันดี  การใช้ Karbon Platform Services ทำให้การพัฒนา Vision Insight และทีม DevOps ของเราสามารถเริ่มทำงานจากศูนย์จนสำเร็จเป็นตัวต้นแบบได้ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งในสี่จากที่เคยใช้มา  ลูกค้าที่ใช้งานซอฟต์แวร์นี้บน Karbon Platform Services ได้แก่ Schneider Electric ผู้เชี่ยวชาญชั้นนำระดับโลกด้านการจัดการพลังงาน และระบบอัตโนมัติ เป็นต้น

ประโยชน์หลักของ Karbon Platform Services

  • Managed Services ที่ครบครัน: PaaS ที่นำเสนอนี้ช่วยให้การพัฒนาและการใช้งานแอปพลิเคชั่นเป็นไปอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชั่นแบบ stateful containerized
    ที่เรียบง่ายไปจนถึง web-scale applications ที่ซับซ้อน โดยใช้ประโยชน์จากบริการแบบ
    open abstraction ที่หลากหลายและเรียบง่าย นอกจากนี้ Karbon Platform Services
    ยังประกอบด้วย managed Kubernetes (K8s-aaS), Containers-as-a-Service (CaaS), serverless Functions, AI, message bus, ingress, service mesh, ความสามารถในการสังเกตเพื่อประเมินสถานการณ์ (observability) และบริการด้านการรักษาความปลอดภัย
  • การทำงานลักษณะ SaaS บนมัลติคลาวด์: ทีมปฏิบัติการจะได้รับประโยชน์จากการทำงานที่เรียบง่ายและ uniform application ข้อมูล และการบริหารจัดการไลฟ์ไซเคิลด้านความปลอดภัย โดยไม่ต้องคำนึงว่าจะทำงานอยู่บนคลาวด์ประเภทใด โดยใช้ประโยชน์จากการบริหารจัดการไลฟ์ไซเคิลโครงสร้างพื้นฐานที่เป็น SaaS  ส่วนนักพัฒนาแอปพลิเคชั่นจะได้ประโยชน์จากบริการแพลตฟอร์มที่พรั่งพร้อมเพื่อใช้ในการเขียนแอปพลิเคชั่นและใช้งานได้ทันทีบนคลาวด์ผ่านระบบบริหารจัดการไลฟ์ไซเคิลของแอปพลิเคชั่นที่เป็น SaaS
  • ไฮบริด PaaS ที่ขยายได้: Karbon Platform Services มีความสามารถในการเคลื่อนย้ายข้อมูลข้ามระบบคลาวด์ และการจัดการไฮบริดแอปพลิเคชั่น ผ่านช่องทางที่โปร่งใสในการส่งข้อมูลแบบ WAN-optimized และ data interface ที่ปรับขยายได้ ซึ่งคุณลักษณะนี้จะช่วยให้องค์กรมีความยืดหยุ่นในการนำบริการของตนเองมาทำงานบนแพลตฟอร์ม และใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศ Kubernetes ที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
  • เพิ่มการรักษาความปลอดภัย – Karbon Platform Services ช่วยให้ทีมไอทีสามารถใช้ประโยชน์จาก API และการรักษาความปลอดภัยที่มีความเหนียวแน่น พร้อมความสามารถที่เป็นหนึ่งเดียวในการสังเกต และตรวจสอบข้อมูลและแอปพลิเคชั่นโดยรวมบนคลาวด์  นอกจากนี้ยังรวมถึงบริการที่ครอบคลุมการรักษาความปลอดภัยแบบอัตโนมัติ พร้อม multi-tenancy และ role-based access control (RBAC) ที่ติดตั้งไว้ในตัวอีกด้วย

นายบ๊อบ ลาลิเบอตี้ Practice Director และนักวิเคราะห์อาวุโสของ ESG Research กล่าวว่า “ความซับซ้อนในการจัดการ Kubernetes และโครงสร้างพื้นฐานมัลติคลาวด์ ไม่เพียงทำให้ทีมปฏิบัติการไอที
มีงานล้นมือเท่านั้น แต่ยังทำให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์แอปพลิเคชั่นสมัยใหม่มีทรัพยากรและเครื่องมือใช้อย่างจำกัด  Karbon Platform Services ช่วยแยกความซับซ้อนด้านโครงสร้างออก และให้การจัดการ Kubernetes คอนเทนเนอร์ และโฮสต์บริการต่าง ๆ ที่จำเป็นสำหรับนักพัฒนาในสภาพแวดล้อมแบบ PaaS ที่ง่ายและพร้อมใช้งาน  และจากการสำรวจ[1]ที่เราทำเมื่อเร็ว ๆ นี้ พบว่า ลูกค้า 70% ชอบการรวมพับลิคคลาวด์กับไพรเวทดาต้าเซ็นเตอร์ไว้ด้วยกันสำหรับการใช้ containerized applications มากกว่า  ซึ่ง Karbon Platform Services ตอบสนองความต้องการนั้นได้จากความยืดหยุ่นด้วยความสามารถในการควบคุมได้ทั้งหมดและบริหารจัดการมัลติคลาวด์ได้อย่างเรียบง่าย

Karbon Platform Services ของนูทานิคซ์พร้อมให้บริการกับลูกค้าแล้ว กรุณาเยี่ยมชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่

นอกจาก Karbon Platform Services แล้ว นูทานิคซ์ยังได้ประกาศเปิดตัว Xi Calm ที่เป็นโฮสต์โซลูชั่นในการจัดการและจัดระเบียบแอปพลิเคชั่น เพื่อสนับสนุนการทำงานของทีม DevOps ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา

 


[1] Source: ESG Master Survey Results, Trends in Modern Application Environments, December 2019

DITP ชวนร่วมงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2020 “The Hybrid Edition” ครั้งแรกของงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ผสานออฟไลน์และออนไลน์ ตอบรับชีวิต New Normal

Logo

กรุงเทพฯ–(THAI BUSINESS NEWS)–7 กันยายน 2563

imgกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ร่วมด้วยหอการค้าไทย (TCC) และโคโลญเมสเซ่ (KM) ขอเชิญนักธุรกิจด้านอาหารและเครื่องดื่ม ร่วมงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม THAIFEX-ANUGA ASIA 2020 “The Hybrid Edition” ครั้งแรกของการผสานการจัดงาน 2 รูปแบบ ออฟไลน์และออนไลน์เข้าด้วยกัน โดยเป็นการจัดงานแบบปกติให้เยี่ยมชมคูหาจริงที่อิมแพค เมืองทองธานี ซึ่งจะจัดขึ้นภายใต้มาตรการดูแลสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด ภายในงานพบกับผู้ประกอบการสินค้าอาหารและเครื่องดื่มจากไทยและต่างชาติที่มาเปิดเจรจาการค้ากว่า 1,800 คูหา พร้อมชมนิทรรศการภายใต้แนวคิด EAT RESPONSIBLY เพื่อนำเสนอแนวโน้มของการบริโภคยุคใหม่ที่ลงลึกไปถึงที่มาของวัตถุดิบ กรรมวิธี หรือเรื่องราวที่เป็นเอกลักษณ์ของอาหารจานนั้น ผ่านประเภทการจัดแสดง 8 กลุ่ม ได้แก่ Future Food, Free from Food, Food Ingredients,  Asia’s Herb to the World, New Protein Source, Thailand Trust Mark, Style Bangkok Popup Showcase (สินค้าเครื่องใช้ในครัวเรือน) และ Halal to the World และในส่วนของออนไลน์จะจัดให้มีการซื้อขายผ่าน www.thaifex-vts.com  ที่ให้ความรู้สึกเสมือนเดินชมงานจริง ดูรายละเอียดสินค้าได้แบบ 360 องศา รวมทั้งพูดคุยผ่านการ Chat, Call และ VDO Call ได้ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังมีการสัมมนาออนไลน์ กิจกรรม Live Streaming และ Virtual Meet เป็นต้น  

งาน THAIFEX-ANUGA ASIA 2020 “The Hybrid Edition” จะจัดขึ้น 5 วัน แบ่งเป็นวันเจรจาการค้าในวันที่ 22-26 กันยายน 2563 และวันจำหน่ายปลีกในวันที่ 25-26 กันยายน 2563 ผู้ที่จะเข้าชมงานสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ www.thaifex-anuga.com กำหนดเข้าชมงานวันละ 2 รอบ ได้แก่ 10.00-14.00 น. และ 14.00-18.00 น. รอบละไม่เกิน 15,000 คน

ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ

ฝ่ายประชาสัมพันธ์  บริษัท อินทิเกรเต็ด คอมมูนิเคชั่น จำกัด โทร. 0 2354 3588 www.incom.co.th

อุษณีย์ ถาวรกาญจน์  โทร. 081 984 5500 Email: usanee@incom.co.th

“ซิตี้แบงก์” สมทบทุนอุปกรณ์การแพทย์

Logo

imgกรุงเทพฯ 7 กันยายน 2563 –  นายปวิณ รอดลอยทุกข์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานรัฐกิจสัมพันธ์ ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย (คนที่ 4 จากซ้าย) พร้อมด้วยนางสาววันวิสาข์ โคมินทร์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายสื่อสารองค์กร ธนาคารซิตี้แบงก์ประเทศไทย และตัวแทนพนักงานซิตี้แบงก์ ประเทศไทย (คนที่ 5 จากซ้าย) มอบเงินบริจาคจำนวน 362,057 บาท สมทบทุนมูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี เพื่อจัดซื้อเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์การแพทย์ โดยเงินดังกล่าวได้รับการบริจาคภายในองค์กรภายใต้กิจกรรม “วันชุมชนซิตี้ 2563” หรือ Citi Global Community Day 2020 ที่มีเป้าหมายเพื่อยกระดับสังคมในหลากหลายมิติ โดยมีนพ.อุดม เชาวรินทร์ กรรมการผู้จัดการมูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี เป็นผู้รับมอบเมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี  กรุงเทพฯ

###

เกี่ยวกับ “ซิตี้”

ธนาคารชั้นนำของโลก ที่ให้บริการแก่ลูกค้ากว่า 200 ล้านราย ในกว่า 160 ประเทศและเขตปกครองทั่วโลก ซิตี้นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่หลากหลายให้กับลูกค้าบุคคล องค์กร ภาครัฐและสถาบันต่างๆ โดยธุรกิจหลักครอบคลุมการธนาคารและสินเชื่อเพื่อลูกค้าบุคคล (สายบุคคลธนกิจ) ธนาคารเพื่อองค์กรและการลงทุน (สายสถาบันธนกิจและวาณิชธนกิจ) ธุรกิจนายหน้าค้าหลักทรัพย์ บริการธุรกรรมทางการเงินต่างๆ รวมถึงบริการบริหารความมั่งคั่ง ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.citibank.co.th | เฟซบุ๊ก: Citi Thailand  | LINE: Citi Thailand

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน ติดต่อ

ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย

วันวิสาข์ โคมินทร์

+662 079 3251

 wanvisa.komindr@citi.com

เจซีแอนด์โค พับลิครีเลชั่นส์  JC&CO PUBLIC RELATIONS

ณภัทร กาญจนะจัย / +668 1355 9221 / napatk@jcpr.co.th  

นิกรณ์กานต์ วิจักษณ์ไพศาล / +669 7230 0528 / nikornkarnw@jcpr.co.th  

MEDIA HOTLINE : 02-634-4557 / 6663-641-9549 (ฝ่ายสื่อมวลชนสัมพันธ์)

“บัตรเครดิตกสิกรไทย-ช้อปปี้” จัดโปรแรง “ช้อปปี้ 9.9 ซูเปอร์ ช้อปปิ้ง เดย์” แจกโค้ดส่งฟรี และส่วนลดสูงสุดถึง 2,499 บาท

Logo

กรุงเทพฯ–(THAI BUSINESS NEWS)–3 กันยายน 2563

imgบัตรเครดิตกสิกรไทย-ช้อปปี้ ออกโปรโมชั่นให้ลูกค้าได้เฮ กับแคมเปญจัดหนัก “ช้อปปี้ 9.9 ซูเปอร์ ช้อปปิ้ง เดย์” (Shopee 9.9 Super Shopping Day) วันที่ 9 เดือน 9 รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 2,499 บาท เมื่อ ช้อปขั้นต่ำ 7,999 บาท และรับโค้ดส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำ ตลอดเดือนกันยายนนี้ เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ข้อมูลเพิ่มเติมโปรโมชัน หรือสนใจสมัครบัตรเครดิตกสิกรไทย-ช้อปปี้ กดได้ที่ลิงค์นี้ https://kbank.co/2XBU5Wy

ข้อมูลการติดต่อสำหรับสื่อมวลชน

บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด

อมรเทพ อักษร (ตื้น) โทร. 081-489-4242 หรือ คณิติน ทัศพินิจ (แมนนี่) โทร. 085-319-8916

อีเมล์: media.th@shopee.com

ติดต่อธนาคารกสิกรไทย (สำหรับสื่อมวลชน):

ส่วนบริหารเครือข่ายสื่อ : 02-470-2654-8

kbankpr@kasikornbank.com / kbankpr@gmail.com

โคนามิ จะปล่อยเกม PES 2021 วันที่ 15 กันยายนนี้ในราคาพิเศษ เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 25 ปี PES และประกาศเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับสโมสรฟุตบอลโรม่ารวมทั้งไทยลีกด้วย

Logo

กรุงเทพฯ–(THAI BUSINESS NEWS)–31 สิงหาคม 2563

imgบริษัท โคนามิ ดิจิตอล เอ็นเตอร์เทนเมนต์ จำกัด (Konami Digital Entertainment Limited) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการในวันนี้  (28 สิงหาคม 2563)  ถึงการลงนามเป็นพันธมิตรทางธุรกิจในระยะยาวกับสโมสรฟุตบอลโรม่า (AS Roma) ซึ่งเป็นสโมสรฟุตบอลชั้นนำของประเทศอิตาลี

ชื่อทีม ตราสัญลักษณ์ และชุดของสโมสรฟุตบอลโรม่าที่จะเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของเกมในซีรีส์ eFootball PES เท่านั้น จึงทำให้ eFootball PES 2021 SEASON UPDATE (PES 2021) เป็นวิดีโอเกมฟุตบอลบนเครื่องคอนโซลเพียงเกมเดียวที่จะนำเสนอความยิ่งใหญ่ของอิตาลีทันทีที่เปิดตัวในวันที่ 15 กันยายนนี้

นอกจากนี้ สตาดีโอโอลิมปีโก (Stadio Olimpico) ซึ่งเป็นสนามฟุตบอลที่มีมายาวนาน และเปรียบเสมือนบ้านของสโมสรฟุตบอลโรม่า ก็จะเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของเกม eFootball PES 2021 เท่านั้น โดยจะถูกสร้างสรรค์ขึ้นในเกมโดยนักออกแบบที่มีความสามารถของบริษัทโคนามิ ซึ่งมีความน่าเชื่อถือเป็นหัวใจสำคัญของบริษัท ดังนั้น โคนามิ จึงมีความมุ่งมั่นที่จะส่งมอบประสบการณ์ที่จะทำให้ อี จัลโลรอสซี (I Giallorossi) หรือ ทีมเหลือง-แดงได้ภาคภูมิใจ

โจนัส ไลการ์ด กรรมการผู้จัดการอาวุโสด้านการพัฒนาแบรนด์และธุรกิจของ บริษัทโคนามิ ดิจิตอล เอ็นเตอร์เทนเมนต์ จำกัด ได้กล่าวไว้ว่า “พวกเรามีประวัติศาสตร์อันยาวนานในการเป็นแชมป์ฟุตบอลอิตาลีซึ่งถูกนำเสนอผ่านซีรีส์ eFootball PES และพวกเราภูมิใจและรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่สโมสรฟุตบอลโรม่า ได้มาเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์เป็นทีมล่าสุด สำหรับ PES 2021 ในปีนี้จะเป็นวิดีโอเกมบนเครื่องคอนโซลเพียงเกมเดียวที่สามารถนำเสนอสโมสรได้ ซึ่งนับเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเป็นพาร์ทเนอร์กันในระยะยาว”

โคนามิ และสโมสรฟุตบอลโรม่า มีความตั้งใจที่จะใช้ประโยชน์จากการร่วมมือกันครั้งนี้อย่างเต็มที่ ในการโปรโมทฟุตบอลโรมันสู่ผู้ชมทั่วโลกผ่านโครงการริเริ่มหลายโครงการ รวมถึงการมีส่วนร่วมในโปรเจกต์ eSports ในอนาคตอีกด้วย

“พวกเรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับโคนามิ ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกในด้านการออกแบบและพัฒนาวิดีโอเกมและ eSports มาเป็นครอบครัวของเรา” จอร์จิโอ แบรมบิลล่า CRO ของสโมสรฟุตบอลโรม่าได้กล่าวไว้ “ด้วยข้อตกลงนี้ พวกเราจะสามารถสร้างประสบการณ์ที่ทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์และความเชื่อมโยงกันของนวัตกรรมใหม่ ๆ ของเหล่าแฟนของจัลโลรอสซีทั่วโลกได้ พวกเรากำลังทำงานกันอย่างหนักกับพาร์ทเนอร์ใหม่ของเราเพื่อจัดเตรียมกิจกรรมสำหรับไม่กี่เดือนข้างหน้า และเพื่อสนับสนุนการเปิดตัวของ PES 2021 ด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย และทางสโมสรก็มั่นใจว่าโคนามิจะเป็นพาร์ทเนอร์ในเชิงกลยุทธ์ที่ดีพร้อมที่สุด สำหรับการพัฒนากิจกรรมต่าง ๆ ที่จะเกี่ยวข้องกับทีม eSports ของสโมสรฟุตบอลโรม่า โดยจะมุ่งเน้นไปที่การเจาะกลุ่มคนที่ชื่นชอบในการเล่นวิดีโอเกมฟุตบอลมากยิ่งขึ้น”

สโมสรฟุตบอลโรม่า (AS Roma) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1927 ดำเนินการอย่างต่อเนื่องด้วยมาตรฐานสูงสุด ของฟุตบอลอิตาลี และเป็นหนึ่งในสโมสรที่ได้รับความนิยิมสูงสุดในภูมิภาคอีกด้วย นอกจากนี้ ทางสโมสรยังเคยคว้าชัยชนะในการแข่งขัน เซเรีย อา (Serie A) ถึง 3 ครั้ง โกปปาอีตาเลีย (Coppa Italia) ถึง 9 ครั้ง และซูแปร์โกปปาอีตาเลียนา (Supercoppa Italiana) ถึง 2 ครั้ง

eFootball PES 2021 SEASON UPDATE จะเปิดให้เล่นบนแพลทฟอร์ม PlayStation®4, Xbox One™ และ PC STEAM ในวันที่ 15 กันยายนนี้  โดยได้เปิดให้แฟนๆ สั่งพรีออเดอร์ตัวเกมล่วงหน้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของวิดีโอเกมที่บนปกเกมจะมีภาพของสองนักฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่าง ลิโอเนล เมสซิ จากสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา และคริสเตียโน โรนัลโด จากสโมสรฟุตบอลยูเวนตุส นอกจากนี้ eFootball PES ก็ยังคงสนับสนุนนักเตะรุ่นเยาว์ที่มีความสามารถอย่างมาร์คัส แรชฟอร์ด จากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และอัลฟอนโซ่ เดวีส์ จากสโมสรฟุตบอลไบเอิร์น โดยแอมบาสเดอร์ทั้งสี่คนจะอยู่บนปกของ Club Editions ตัวใหม่ล่าสุด     

STANDARD & CLUB EDITIONS

  • STANDARD EDITION – ด้วยหน้าปกเกมที่โดดเด่น ซึ่งมีภาพของหนึ่งในนักฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลอย่าง ลิโอเนล เมสซิ โดยเกม PES 2021 Standard Edition นี้ จะวางจำหน่ายทั้งในร้านค้าทั่วไปและร้านค้าออนไลน์ในราคา 790 บาท
  • PARTNER CLUB EDITIONS – เป็นครั้งแรกที่เหล่าบรรดาแฟน ๆ จะสามารถซื้อ PES 2021 ในรูปแบบพิเศษ Club Editions ผ่านดิจิตอลแพลตฟอร์ม ซึ่งมีทั้งสโมสรบาร์เซโลน่า, ยูเวนตุส, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, บาเยิร์นมิวนิค และอาร์เซนอล โดย Club Editions เหล่านี้จะรวบรวมเนื้อหาพิเศษของสโมสรต่าง ๆ เช่น   myClub  squads, Iconic Moment Series players, exclusive kits, branded menus และอื่นๆ โดยเกม PES 2021 Club Editions เหล่านี้จะวางจำหน่ายในราคา 922 บาท
  • LOYALTY DISCOUNT – สำหรับผู้เล่นที่เคยมีข้อมูลจากเวอร์ชั่น PES 2020 จะได้รับส่วนลด 20% เมื่อพรีออเดอร์เกม PES 2021 ในรูปแบบ Club Edition ผ่านตัวเกมเดิม PES 2020 รวมถึงผู้ที่เล่นในเวอร์ชั่น LITE อีกด้วย (จนถึงวันที่ 29 ตุลาคม)
  • VETERAN'S BONUS – นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่เล่น myClub ใน eFootball PES 2020 ก็จะได้รับ Vateran's Bonus พร้อมกับรางวัลต่างๆ มากมายตาม Milestone ที่ทำได้ในเกม ซึ่งรายละเอียดของรางวัลและ Milestone สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์หลักของเกม

คุณสมบัติเด่น

  • SEASON UPDATE – เป็นเวอร์ชั่นอัพเดตของตัวเกม eFootball PES 2020 ซึ่งจะมีข้อมูลผู้เล่นและรายชื่อสโมสรล่าสุด (รวมถึงไทยลีกด้วย) เนื่องจากหลายลีกได้มีการเลื่อนการจบฤดูการแข่งขันออกไป ทำให้ข้อมูลล่าสุดของทีมและลีกที่ได้รับไลเซนส์จำเป็นจะต้องมีการอัพเดตผ่านแพทช์ในวันแรก (จำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต)
  • EXCLUSIVE UEFA EURO 2020™ CONTENT – ก่อนการแข่งขันจริงในปี 2021 เนื้อหาของ UEFA EURO 2020™ จะอยู่ใน PES 2021 ด้วย โดยจะมีโหมด Tournament ของ  UEFA EURO 2020™  ที่มี 55 ทีมชาติในสังกัดยูฟ่า แข่งในสนามชื่อดังอย่างเวมบลีย์ และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการจำลองการแข่งขันทั้งก่อนและหลังการเปิดตัวในช่วงฤดูร้อน
  • ICONIC MOMENT SERIES – ย้อนอดีตช่วงเวลาที่น่าจดจำของบรรดานักฟุตบอลซุปเปอร์สตาร์ ทั้งนักฟุตบอลในปัจจุบันและในอดีต ด้วยซีรีส์ myClub ตัวใหม่นี้

สามารถติดตามข่าวสารล่าสุดจาก eFootball PES และข้อมูลเพิ่มเติมได้จากช่องทางต่อไปนี้:

===============================

"e-Football" and "eFootball logo" are registered trademarks or trademarks of Konami Digital Entertainment Co., Ltd. in Japan and other countries or regions.

Official product manufactured and distributed by KONAMI under license granted by A.S. Roma S.p.A and Soccer s.a.s. di Brand Management S.r.l. All other copyrights or trademarks are the property of their respective owners and are used under license.  ©Konami Digital Entertainment.

===============================

หมายเหตุบรรณาธิการ:

เนื้อหาของเกมรวมถึงภาพและวิดีโอสามารถพบได้ที่นี่: https://www.konami-assets.com/

เกี่ยวกับโคนามิ กรุ๊ป (Konami Group)

Konami Group ก่อตั้งขึ้นในปี 1973 โดยเริ่มจากการเป็นผู้ผลิตเครื่องเล่น สำหรับร้านค้า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บริษัทได้เติบโตขึ้นโดยมีหน่วยธุรกิจที่แตกต่างกันในตลาดต่างๆ ในปัจจุบัน KONAMI HOLDINGS CORPORATION ประกอบไปด้วยธุรกิจบันเทิงดิจิตอล  ความบันเทิง  เกมพร้อมระบบ และธุรกิจด้านกีฬา  บริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ (Osaka Securities Exchange) ในปี 1984, ตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (Tokyo Stock Exchange) ในปี 1988 และตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน (London Stock Exchange) ในปี 1999 สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: www.konami.com/en

เกี่ยวกับโคนามิ ดิจิตอล เอ็นเตอร์เทนเมนท์ (Konami Digital Entertainment)

Konami Digital Entertainment   เป็นบริษัทหลักของ Konami Group โดยเป็นบริษัทที่พัฒนาเนื้อหาความบันเทิง   บนมือถือ คอนโซล และการ์ดเกม   มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับในแฟรนไชส์ระดับโลก เช่น PES, Metal Gear, Silent Hill, Castlevania และ Contra รวมถึง Yu-Gi-Oh! ชุดเกมการ์ดซื้อขาย: www.konami.com/games/corporate/en/

รายละเอียดเพิ่มกรุณาติดต่อ

บริษัท เอ็ม วัน เน็ตเวิร์ค จำกัด  

คุณจงกลณี ทรัพย์รื่นรวย

อีเมลล์: jongkolnee.s@m1network.co.th

โทร: 081-854-3836

ผู้บริโภคเพิ่มแรงกดดันทำให้เกิดนวัตกรรม ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม

Logo

กรุงเทพฯ–(THAI BUSINESS NEWS)–28 สิงหาคม 2563

บทความโดย นายฟาบิโอ ทิวิติ รองประธานบริษัท อินฟอร์ อาเชียน

imgผู้บริโภคจำนวนมากเอาจริงเอาจังกับเรื่องคุณภาพอาหารที่จะบริโภค ผลกระทบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องถึงสุขภาพ และสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากผู้ผลิตอาหาร เพื่อตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มจึงจำต้องเร่งให้มีการแนะนำ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองที่เปลี่ยนไปในเรื่องของความสดใหม่ ผลดีต่อสุขภาพ และความใส่ใจในกระบวนการผลิต เทคโนโลยีสามารถเข้ามาช่วยทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้  ปัจจัยที่ผลักดันให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยเรื่องอาหารการกินในทุกวันนี้ ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องรสชาติ ความสดใหม่ และความสะดวกสบายเท่านั้น  เมื่อต้องเลือกซื้ออาหารให้กับครอบครัว ผู้บริโภคจะใช้วิจารณญาณให้ความสำคัญในประเด็นสุขภาพ ประโยชน์ต่อร่างกายและเหตุปัจจัยทางสังคมอีกด้วย  โดยพวกเขาจะอ่านฉลากโภชนาการ หาข้อมูลตัวตนหรือความเป็นมาของซัพพลายเออร์ การคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์ และการรักษาความยั่งยืนของสภาพแวดล้อม  มาตรฐานต่าง ๆ ที่ผู้บริโภคคาดหวังไว้เหล่านี้ ล้วนเพิ่มแรงกดดันให้กับผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่ม ทว่าบริษัททั้งหลายที่มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยก็ควรจะไขว่คว้าโอกาสนี้ไว้  เพราะการตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่มีความตระหนักรู้และรับผิดชอบต่อสังคม จะช่วยให้บริษัทสร้างความแตกต่างที่คุ้มค่าได้

ความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นในด้านต่าง ๆ

เริ่มต้นจากแหล่งเพาะปลูก – ปัจจุบันผู้บริโภคต้องการทราบข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งที่มาของอาหารและเส้นทางที่เริ่มต้น จากแหล่งเพาะปลูกมาจนถึงจานอาหารมากขึ้น  จากรายงาน “แนวโน้มทิศทางอุตสาหกรรมอาหารของตลาดประเทศอาเซียนและจีน” ระบุถึงการที่ประชากรในเขตเมืองจะยอมจ่ายเพิ่มเพื่อคุณภาพที่ดีกว่า รวมถึงการเพิ่มขึ้นของผู้สูงอายุชาวไทยและชาวสิงคโปร์ ทำให้ประชากรใส่ใจเรื่องสุขภาพและข้อมูลอาหารมากขึ้น  มูลนิธิ The International Food Information Council (IFIC) ระบุในรายงานล่าสุดเกี่ยวกับแนวโน้มด้านอาหาร ปี 2562 ว่า “ชาวอเมริกันมีความต้องการเสพข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับอาหารที่พวกเขาบริโภคเพิ่มมากขึ้นตลอดเวลา และเทคโนโลยีก็ช่วยผู้ที่ชมชอบการรับประทานอาหารได้มากอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน…นอกจากนี้ยังได้ช่วยผลักดันให้เกิดความโปร่งใสด้านซัพพลายเชนอาหารอีกด้วย” 

โภชนเภสัช ไม่ใช่คนรุ่นมิลเลนเนียลเท่านั้นที่มองหาทางเลือกที่เกี่ยวกับสุขภาพอย่างจริงจัง  คนทุกวัยต่างหันมาใช้วิตามิน เกลือแร่ และส่วนประกอบอื่น ๆ ที่อาจจะเป็นประโยชน์ต่อกระดูก ข้อต่อ ระบบภูมิคุ้มกัน การย่อยอาหาร และสุขภาพสมองของตน  จากงานวิจัยของ Mintel ระบุว่า 20% ของผู้บริโภคชาวอเมริกันที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ใช้อาหารเสริมเพื่อสุขภาพเกี่ยวกับข้อต่อ และเนื่องจากผู้บริโภคต่างเสาะหาผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มต่าง ๆ ที่ช่วยลดอาการอักเสบได้ ดังนั้นจึงเกิดผลิตภัณฑ์มากมายหลายชนิดที่มีส่วนผสมของขิง ขมิ้น สารสกัดชาเขียว และเห็ดต่าง ๆ ที่สามารถใช้รักษาโรคได้

เมื่อสุขภาพและความงามไปด้วยกัน – ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มสามารถใช้ประโยชน์จากงานวิจัยที่จัดทำโดยอุตสาหกรรมความงามซึ่งครั้งหนึ่งเคยเปิดเผยถึงผลเบอรี่และเครื่องเทศบางชนิดที่ให้ประโยชน์ในการชะลอวัยได้  นอกจากนี้สิ่งที่ได้รับความสนใจอื่น ๆ ได้แก่กรดไขมันโอเมก้า-3 ไบโอติน อโลเวร่า และโคเอนไซม์คิวเท็น ซึ่งเป็นสารอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อหัวใจ  ที่ผ่านมาบริษัทต่าง ๆ ไม่ค่อยเต็มใจลงทุนทางด้านนี้มากเท่าใดนัก เนื่องจากข้อจำกัดในการอ้างอิงถึงคุณประโยชน์ต่าง ๆ ด้านสุขภาพ  ปัจจุบันผู้บริโภคที่มีข้อมูลพร้อม ต้องการข้อมูลพื้นฐานและคำอธิบายต่าง ๆ บนบรรจุภัณฑ์น้อยลง ดังนั้นความท้าทายของผู้ผลิตจึงอยู่ที่การตัดสินใจเลือกส่วนผสมให้เหมาะกับชนิดของผลิตภัณฑ์มากกว่า

ความยั่งยืน – มูลนิธิ IFIC ระบุว่า “ความเคลื่อนไหวด้านความยั่งยืนนั้นเกิดขึ้นเป็นวัฎจักร เนื่องจากมีวิธีใหม่ ๆ ในการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ครอบคลุมตลอดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ นับตั้งแต่เรื่องแหล่งวัตถุดิบไปจนถึงการออกแบบบรรจุภัณฑ์ การกำจัดขยะ หรือการนำกลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง วิธีการแบบ 360 องศานี้สะท้อนให้เห็นถึงหลักการของเศรษฐกิจหมุนเวียนที่มีการรักษาทรัพยากรต่าง ๆ ไว้ใช้งานให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เป็นการนำเอาคุณค่าของทรัพยากรมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และนำวัสดุกลับไปใช้งานใหม่อีกครั้งเมื่อหมดอายุการใช้งาน”

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้พลาสติก – วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ทำจากพลาสติกได้กลายเป็นหัวข้อร้อนแรงระดับโลก ซึ่งผลักดันให้เกิดความต้องการด้านนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ใหม่ ๆ  วัสดุบรรจุภัณฑ์ชีวฐานจะกลายเป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตบรรจุภัณฑ์รุ่นใหม่ ๆ ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม  ความคิดริเริ่มต่าง ๆ เช่น โครงการ “Loop” หรือ “Upcycling SE Project” ก็กำลังพยายามที่จะนำแนวความคิดเรื่องบรรจุภัณฑ์ที่สามารถส่งคืนและนำกลับมาใช้ใหม่ได้ กลับมาอีกครั้งหนึ่ง

ขยะน้อยลง – ในปี 2561 ได้เกิดความตระหนักรู้เกี่ยวกับ “ผลผลิตที่ไม่น่ากิน: ugly produce” ขึ้น พืชผักผลไม้ที่มีคุณสมบัติไม่ตรงตามข้อกำหนดที่ผู้ค้าปลีกระบุได้รับโอกาสอีกครั้งหนึ่ง โดยทางเทสโก้ได้กลายเป็นผู้ค้าปลีกพิเศษแต่เพียงผู้เดียวที่จำหน่ายน้ำผลไม้ประเภท “Waste NOT” หลากหลายชนิดซึ่งล้วนแล้วแต่ทำมาจากผลผลิตที่ถูกระบุว่า “ไม่น่ากิน” ทั้งสิ้น

การอนุรักษ์ดิน – ดินดีอุดมสมบูรณ์ด้วยสารอาหารเป็นรากฐานของอาหารเพื่อสุขภาพ  บริษัทต่าง ๆ ควรเข้ามามีบทบาทในการทำให้ดินอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ เช่น แบรนด์สินค้าอาหารสำหรับทารกของประเทศอเมริกา “Gerber” ที่กำลังหวังว่าแนวทางแบบองค์รวมและเกษตรอินทรีย์ที่อยู่ในสายผลิตภัณฑ์ “Clean Field Farming” ของบริษัทฯ จะประสบความสำเร็จ และช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งช่วยปรับปรุงระบบนิเวศให้ดีขึ้นด้วย  นอกจากนี้ Annie’s Homegrown ก็ยังเป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่ช่วยสร้างความรับรู้ให้แก่ผู้บริโภคในเรื่องนี้

การลดน้ำตาล – จากรายงานคำแนะนำในการบริโภคอาหารสำหรับชาวอเมริกัน ปี 2558-2563 (Dietary Guidelines for Americans 2015-2020) พบว่าคนจำนวนมากเชื่อคำแนะนำในการให้รับประทานน้ำตาลน้อยลง โดย 77% กล่าวว่าพวกเขากำลังค่อย ๆ จำกัดหรือหลีกเลี่ยงน้ำตาลในอาหาร และอีก 59% เห็นว่าน้ำตาลเป็นของไม่ดี  สารให้ความหวานจากพืชแบบใหม่หรือที่ได้จากผลิตภัณฑ์นม กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ให้กับผู้ผลิตในการปรับปรุงผลิตภัณฑ์แบบคลาสสิกให้ดีขึ้น

มังสวิรัติ – การรับประทานอาหารที่มาจากพืชเป็นหลักยังคงได้รับการยอมรับเพิ่มมากขึ้น โดยยอดขายอาหาร “ทางเลือกมังสวิรัติ” เพิ่มขึ้นถึง 20% ตั้งแต่ปี 2560  จากโพลล์ของ Gallup พบว่ามีชาวอเมริกันเพียง 5% เท่านั้นที่ระบุว่าเป็นมังสวิรัติ และอีก 3% เป็นวีแกน แต่สำหรับคนอื่น ๆ มีการเพิ่มผักชนิดต่าง ๆ และลดการบริโภคโปรตีนเพื่อประโยชน์ด้านสุขภาพทั่วไป สำหรับประเทศไทยพบว่ามีชาวไทยเพียง 3.3% ที่เป็นมังสวิรัติ

แล้วเทคโนโลยีช่วยให้ผู้ผลิตก้าวทันความต้องการผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างไร

เพื่อให้ก้าวทันต่อเหตุการณ์ ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มจะต้องทันเทรนด์ต่าง ๆ และอัปเดตการนำเสนอ ผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเทคโนโลยีสามารถช่วยได้หลากหลายวิธีดังนี้

นวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์ – การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อย่างรวดเร็วถือเป็นเรื่องที่จำเป็น  กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ แสดงถึงทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพได้ อีกทั้งยังมีการเพิ่มแร่ธาตุและสารอาหารที่เกี่ยวข้องกับความสมดุลของสุขภาพเข้าไปในผลิตภัณฑ์ด้วย  การลดน้ำตาล สีสังเคราะห์ และวัตถุกันเสียในผลิตภัณฑ์สามารถดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภคยุคใหม่จำนวนมากได้เช่นกัน  โซลูชั่นด้านการวางแผนทรัพยากรองค์กรที่ทันสมัย (enterprise resource planning – ERP) สำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มโดยเฉพาะจะช่วยจัดการเรื่องสูตรอาหาร วัตถุดิบ และสูตรในการผลิตต่าง ๆ ทำให้มั่นใจว่าสามารถรักษาคุณภาพให้ตรงตามมาตรฐานที่กำหนด  ส่วนโซลูชั่นในการจัดการวงจรการผลิต (Product lifecycle management – PLM) ยังช่วยเร่งความเร็วในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ จัดการขั้นตอนต่าง ๆ พร้อมปรับปรุงการบริหารจัดการโครงการ การทำงานร่วมกัน และการทดสอบผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้น

ฉลากชัดเจน (Clean labels) – ความโปร่งใสและความชัดเจนในกระบวนการผลิตอาหารกำลังทวีความ สำคัญมากยิ่งขึ้น ฉลากสินค้าเป็นกลยุทธ์สำคัญในการถ่ายทอดข้อความต่าง ๆ (ที่ต้องการสื่อถึงผู้บริโภค) บริษัทที่ปรึกษาด้านอุตสาหกรรม RSM กล่าวว่า “ปัจจุบันผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทันที หากเขาไม่เข้าใจหรือไม่สามารถหาข้อมูลได้ว่าผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ผลิตขึ้นมาอย่างไรและมีอะไรอยู่ในนั้นบ้าง ก็มีแนวโน้มว่าพวกเขาจะไม่สนใจผลิตภัณฑ์นั้น ๆ  ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มสามารถหันมาใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยจัดรูปแบบและเนื้อหาของป้ายกำกับแบบ clean label ให้เป็นไปตามข้อบังคับปัจจุบัน  โซลูชั่น PLM ช่วยปรับปรุงกระบวนการทำงานให้ง่าย และเป็นไปอย่างถูกต้องครบถ้วนตามข้อกำหนด

การวางแผนด้านซัพพลาย – เมื่อผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ออกสู่ตลาด และเริ่มเป็นที่ต้องการมากขึ้น ความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วคือสินค้ามีไม่เพียงพอต่อการจำหน่าย  บริษัทต่าง ๆ ต้องทำงานอย่างใกล้ชิดกับซัพพลายเออร์ และใช้ประโยชน์จากเครื่องมือการวางแผนด้านซัพพลายเชน เพื่อให้ผู้ค้าปลีกสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้

การสามารถตรวจสอบย้อนกลับระบบซัพพลายเชน – มูลนิธิ  International Food Information Council (IFIC) ระบุว่าเรื่องนี้ติดหนึ่งในห้าอันดับแรกของแนวโน้มด้านอาหารในปี 2562 และคาดว่าจะยังเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของผู้บริโภคต่อไปอีก และจะทำให้เกิดความต้องการโซลูชั่นที่สามารถให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจน  ผู้ผลิตอาหารจำนวนมากขึ้นทราบดีว่าเทคโนโลยีต่าง ๆ มีราคาถูกลง และสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเหล่านั้นในการจัดการกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับซัพพลายเชนได้  โซลูชั่นการจัดการซัพพลายเชนสมัยใหม่ถือเป็นสิ่งสำคัญต่อการมองภาพรวมและการติดตามตรวจสอบซัพพลายเออร์

การวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ – โซลูชั่นธุรกิจอัจฉริยะ (business intelligence – BI) ที่ทันสมัยที่มีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ติดตั้งมาด้วย จะช่วยให้บริษัทต่าง ๆ คาดการณ์แนวโน้ม และความต้องการของตลาด  ข้อมูลเชิงลึกที่วิเคราะห์ถึงอนาคตจะช่วยในการเตรียมวัตถุดิบ และวางแผนการใช้ทรัพยากรต่าง ๆ ได้ เช่น ด้านเครื่องจักร บรรจุภัณฑ์ และบุคลากร

สรุปประเด็นสำคัญ

โลกของการผลิตอาหารและเครื่องดื่มมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เรื่องรสชาติเป็นเพียงหนึ่งในปัจจัย หลากหลายประการที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภค ทุกวันนี้ประเด็นด้านสุขภาพ ความสมดุลของร่างกาย และเหตุปัจจัยทางสังคม เช่น ความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม ต่างก็มีความสำคัญเท่าเทียมกัน ขึ้นอยู่กับว่าผู้ผลิตจะเห็นเรื่องนี้เป็นความท้าทายหรือเป็นโอกาสในการปรับให้เข้ากับลูกค้า และด้วยการมีเทคโนโลยีทันสมัยพร้อมใช้งานจะช่วยให้บริษัทต่าง ๆ สามารถคว้าโอกาสในการเร่งเปิดตัว และนำเสนอกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อดึงดูดใจผู้บริโภค ซึ่งจะเป็นตัวช่วยนำพาบริษัทก้าวไปสู่ความเจริญเติบโตในอนาคต 

น้องม.ปลายพร้อมไหม โครงการ “สหพัฒน์แอดมิชชั่น” ครั้งที่ 23

Logo

กรุงเทพฯ–(THAI BUSINESS NEWS)–28 สิงหาคม 2563

imgน้องม.ปลายพร้อมไหม โครงการ “สหพัฒน์แอดมิชชั่น” ครั้งที่ 23 เขาเตรียมจัดตารางติวเข้มให้น้อง ๆ ไปลุยสอบเข้ามหาวิทยาลัยกันเต็มที่ แถมปีนี้บอสหญิงแห่งสหพัฒน์ ชัยลดา ตันติเวชกุล ยังประกาศปรับเปลี่ยนการติวให้เป็นออนไลน์ Live Streaming Class ติวฟรีแบบใหม่ อยู่ไหนก็ติวได้อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้เข้าถึงน้อง ๆ ทั่วประเทศ และยังขนกองทัพติวเตอร์ชื่อดังมาติดอาวุธความรู้ให้น้อง ๆ พร้อมแนะแนวอาชีพที่น่าสนใจ แถมน้อง ๆ คนไหนติวจบ จะได้รับ Online Certificate เพื่อนำไปแนบในพอร์ตกันด้วย งานนี้บอกเลยว่าพลาดไม่ได้ สำหรับน้อง ๆ นักเรียนที่สนใจติวเข้มออนไลน์ สามารถลงทะเบียนได้ทาง www.sahapatadmission.com หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 064-163-3449 และ 064-836-3990

ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ

ฝ่ายประชาสัมพันธ์  บริษัท อินทิเกรเต็ด คอมมูนิเคชั่น จำกัด โทร. 0 2354 3588 www.incom.co.th

อุษณีย์ ถาวรกาญจน์  โทร.081 984 5500 Email: usanee@incom.co.th

โค้งสุดท้าย! มูลนิธิเอสซีจี ชวนน้องประถมฯ ประกวดวาดภาพระบายสี “เด็กไทยสู้ภัยโควิด”

Logo

กรุงเทพฯ–(THAI BUSINESS NEWS)–26 สิงหาคม 2563

imgใกล้ปิดรับสมัครแล้ว สำหรับการประกวดวาดภาพระบายสี ในโครงการประกวดวาดภาพระบายสี “เด็กไทยสู้ภัยโควิด” (Thai Kids Fight COVID) ซึ่งจัดโดย มูลนิธิเอสซีจี ร่วมกับ มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ ขอเชิญชวนน้อง ๆ นักเรียนระดับประถมศึกษาทั้งโรงเรียนรัฐบาลและเอกชน เข้าร่วมการประกวดวาดภาพระบายสี ในหัวข้อการดูแลตัวเองที่โรงเรียน ให้ห่างไกลจากโควิด -19 เพื่อให้เด็กนักเรียนได้เห็นความสำคัญของการป้องกันตนเอง  รวมไปถึงการปลูกฝังเรื่องสุขลักษณะในชีวิตประจำวัน เช่น การสวมหน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่างทางกายภาพ การล้างมือ เป็นต้น โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคม 2563

การประกวดเป็น 2 ประเภท คือ ระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้น ปีที่ 1 – 3  และ ระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลาย ปีที่ 4 – 6 โดยวาดภาพผลงานลงบนกระดาษขนาด A3 ไม่จำกัดเทคนิคการวาด สามารถใช้สีได้ทุกประเภท ซึ่งจะคัดเลือกผู้เข้ารอบจำนวน ประเภทละ 20 ภาพ โดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในวันที่ 5 กันยายน 2563 แล้วเปิดให้ทางบ้านร่วมโหวตผ่าน Facebook มูลนิธิเอสซีจี ระหว่างวันที่  6 – 18 กันยายน โดยภาพที่มียอด Like สูงสุดจะได้รับรางวัลขวัญใจมหาชน ซึ่งรอบสุดท้ายจะตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และประกาศผลผู้ชนะรางวัลในวันที่ 19 กันยายน 2563 ผู้ชนะจะได้รับเงินรางวัลจำนวน 20,000 บาท รวมเงินรางวัล 160,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลและประกาศนียบัตรจาก ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ เกษม วัฒนชัย นอกจากนี้โรงเรียนต้นสังกัดของนักเรียนที่ได้รับรางวัลทั้งหมด จะได้รับชุดอุปกรณ์ป้องกันโควิด-19 ประกอบไปด้วย เครื่องวัดอุณหภูมิ โรงเรียนละ 2 เครื่อง และสเปรย์แอลกอฮอล์ โรงเรียนละ 100 ขวด

น้อง ๆ นักเรียนระดับประถมศึกษาที่สนใจ รีบคลิกดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ www.scgfoundation.org และส่งภาพผลงานมาที่ มูลนิธิเอสซีจี หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2586 2042 และ 0 2586 1190 และเฟซบุ๊กมูลนิธิเอสซีจี https://www.facebook.com/SCGFoundation/

ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ มูลนิธิเอสซีจี โทร 0 2586 2042 หรือ 0 2586 1190

ฝ่ายประชาสัมพันธ์  บริษัท อินทิเกรเต็ด คอมมูนิเคชั่น จำกัด โทร. 0 2354 3588 www.incom.co.th
อุษณีย์ ถาวรกาญจน์ โทร.081 984 5500 Email: usanee@incom.co.th

JMT เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ ต่อผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือผู้ลงทุนรายใหญ่ รุ่นอายุ 3 ปี ดอกเบี้ย 4.00% ต่อปี และรุ่นอายุ 3 ปี 6 เดือน ดอกเบี้ย 4.40% ต่อปี เสนอขายวันที่ 28 และ 31 สิงหาคม และ 1 กันยายน นี้

Logo

กรุงเทพฯ–(THAI BUSINESS NEWS)–24 สิงหาคม 2563

imgบริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน)  (“บริษัท” หรือ “JMT”) เสนอขายหุ้นกู้ อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.00% ต่อปี และรุ่นอายุ 3 ปี 6 เดือน ดอกเบี้ย 4.40% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน จองซื้อขั้นต่ำ 1 แสนบาทสำหรับผู้ลงทุนรายใหญ่ และทวีคูณครั้งละ 1 แสนบาท ผู้ที่สนใจสามารถจองซื้อได้ที่ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์เอเซีย พลัส จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ อาร์เอชบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน) โดยจะเสนอขายหุ้นกู้วันที่ 28 และ 31 สิงหาคม และ 1 กันยายน 2563 นี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้และร่างหนังสือชี้ชวนที่ www.sec.or.th

บริษัทฯ ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เพื่อเสนอขายหุ้นกู้ โดยเสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่ โดยบริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ที่ “BBB” แนวโน้ม “Stable” โดย บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2563

สำหรับการเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้ บริษัทฯ มีวัตถุประสงค์ที่จะนำเงินที่ได้รับจากการออกและเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้ไปใช้ในการลงทุนเพิ่ม และ/หรือดำเนินการทั่วไปของบริษัท นายสุทธิรักษ์ ตรัยชิรอาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) กล่าว่า “บริษัทฯ มองว่าในช่วงนี้ ถือเป็นโอกาสดีที่บริษัทฯ จะซื้อหนี้เข้ามาบริหารเพิ่มเติม เราพร้อมเป็นพาร์ทเนอร์กับสถาบันการเงินทุกแห่ง ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมาบริษัทสามารถบริหารจัดการให้สามารถมีผลประกอบการได้ตามเป้าหมายได้ สามารถทำกำไรรายไตรมาสเป็นสถิติสูงสุด และมีกระแสเงินสดที่จัดเก็บจากลูกหนี้ที่เติบโตกว่าร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับช่วง 6 เดือนของปีที่แล้ว”

JMT เป็นบริษัทในเครือ เจมาร์ท ซึ่ง JMT ดำเนินธุรกิจให้บริการติดตามเร่งรัดหนี้สิน และ ซื้อหนี้ด้อยคุณภาพจากสถาบันการเงินมาบริหาร โดยปัจจุบันบริษัทมีกองหนี้ด้อยคุณภาพที่อยู่ภายใต้การบริหารมากกว่า 189,000 ล้านบาท ซึ่งถือได้ว่าเป็นผู้นำในการบริหารหนี้ด้อยคุณภาพอันดับต้นของประเทศ ที่มีทิศทางผลการดำเนินงานของบริษัทเติบโตอย่างต่อเนื่อง และยังมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ มามากกว่า 20 ปี โดยล่าสุด ในไตรมาสที่ 2 ปี 2563 บริษัทมีกำไรสุทธิ 227 ล้านบาท หรือคิดเป็นการขยายตัวที่ 52% จากช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 762 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการขยายตัวที่ 29% จากช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า โดยบริษัทยังมีแผนเดินหน้าซื้อหนี้เข้ามาบริหารเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง จากการที่หนี้ด้อยคุณภาพในระบบยังมีอยู่เป็นจำนวนมาก สำหรับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 นั้น ยังไม่ได้ส่งผลกระทบในการจัดเก็บหนี้ของบริษัท โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2563 นั้น บริษัทมียอดจัดเก็บหนี้ (Cash Collection) เท่ากับ 1,699 ล้านบาท หรือเท่ากับอัตราการขยายตัวที่ 20% จากช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า

“สหพัฒน์” เปิดโครงการ “สหพัฒน์แอดมิชชั่น” ครั้งที่ 23 จัดติวฟรีออนไลน์รูปแบบใหม่ให้น้อง ม.ปลายก่อนเข้ามหาวิทยาลัย

Logo

กรุงเทพฯ–(THAI BUSINESS NEWS)–24 สิงหาคม 2563

imgนางชัยลดา ตันติเวชกุล รองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัทสหพัฒนพิบูลย์ จำกัด (มหาชน) และ นายฉัตรชัย ภู่โคกหวาย  กรรมการผู้จัดการ บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมด้วย คุณนฤมล ชวเลขยางกูร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ฟร็อกดิจิตอล กรุ๊ป จำกัด เปิดโครงการ “สหพัฒน์แอดมิชชั่น” ครั้งที่ 23 ซึ่งเป็นครั้งแรกของการติวฟรีรูปแบบใหม่ Live Streaming Class ติวฟรีแบบใหม่ อยู่ไหนก็ติวได้” ผ่านระบบ Interactive Video Platform บนเว็บไซต์ Sahapat Admission ณ ลานอเนกประสงค์ เนชั่นทีวี เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายทั่วประเทศ ได้เตรียมความพร้อมก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัยอย่างเข้มข้นไปพร้อมกัน

#SahatpatAdmission23

#ติวฟรีแบบใหม่อยู่ไหนก็ติวได้

###

ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ

ฝ่ายประชาสัมพันธ์  บริษัท อินทิเกรเต็ด คอมมูนิเคชั่น จำกัด โทร. 0 2354 3588 www.incom.co.th

อุษณีย์ ถาวรกาญจน์  โทร. 081 984 5500 Email: usanee@incom.co.th