Category Archives: Advertising

โครงการ “ซื่อสัตย์ เพื่อชาติ” ปล่อยเพลง “ความซื่อสัตย์” รณรงค์ให้คนไทยทำความดี ไม่ทุจริต

Logo

กรุงเทพฯ–(THAI BUSINESS NEWS)–9 กรกฎาคม 2563

imgโครงการ “ซื่อสัตย์ เพื่อชาติ” จัดทำ VDO เพลง “ความซื่อสัตย์” ซึ่งเป็นเพลงสั้น 45 วินาที มีเนื้อหารณรงค์ให้คนไทยทำความดีและมีความซื่อสัตย์ โดยสื่อสารผ่านเสียงร้องที่ไร้เดียงสาของเด็กๆ ใจความสำคัญว่า “ความซื่อสัตย์เป็นสมบัติของคนดี” เพื่อให้คนไทยตระหนักถึงความซื่อสัตย์และมองเห็นว่าการคดโกงเป็นสิ่งน่าอายต่อการใช้ชีวิตในสังคม และหากผู้ใหญ่มุ่งมั่นทำสิ่งที่ดี มีความซื่อสัตย์ต่อตนเองและสังคมแล้ว ก็จะสามารถนำไปสอนลูกหลานให้มีจิตสำนึก และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็กและเยาวชนที่กำลังเติบโตมาในสังคมไทยได้ สามารถติดตามฟังเพลงความซื่อสัตย์ได้ที่ https://bit.ly/2O4eBKm

ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท อินทิเกรเต็ดคอมมูนิเคชั่น จำกัด โทร. 0 2354 3588 www.incom.co.th

อุษณีย์ ถาวรกาญจน์ โทร.081 984 5500 Email: usanee@incom.co.th           

นูทานิคซ์เปิดตัวโซลูชั่น Remote IT เพื่อบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์

Logo

ทีมไอทีสามารถใช้งาน อัปเกรด และแก้ปัญหาซอฟต์แวร์คลาวด์ได้จากทุกที่

กรุงเทพฯ – 8 กรกฎาคม 2563 – นูทานิคซ์ (NASDAQ: NTNX) ผู้นำด้านคลาวด์คอมพิวติ้งสำหรับองค์กร ประกาศเปิดตัวโซลูชั่นใหม่ ๆ ที่จะช่วยให้ทีมไอทีสามารถใช้งาน อัปเกรด และแก้ไขปัญหาที่เกิดกับโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ อยู่ที่ใดก็สามารถทำงานได้ ไม่ว่าจะเป็นจากที่บ้านหรือจากสำนักงานใหญ่ โดยเฉพาะในสถานการณ์วิกฤตเช่นโควิด-19 ที่การส่งบุคลากรเข้าพื้นที่ศูนย์คอมพิวเตอร์เพื่อปฏิบัติงานเป็นความท้าทายอย่างมาก โซลูชั่นทั้งหมดนี้ทำงานผ่าน Nutanix Foundation Central, Insights และ Lifecycle Manager (LCM) ซึ่งมีอยู่ในซอฟต์แวร์โครงสร้างพื้นฐานไฮเปอร์คอนเวิร์จ (HCI) ของนูทานิคซ์ โดยลูกค้าไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม

แม้ว่าทีมไอทีจะต้องทำงานอย่างหนักเพื่อให้บริการโซลูชั่นการทำงานจากระยะไกลให้กับธุรกิจทั่วโลก ในช่วงที่โควิด-19 แพร่ระบาด แต่พวกเขาก็ไม่สามารถทำเช่นนี้ได้ตลอดเวลา เพราะการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานไอที การแก้ปัญหาต่าง ๆ และการอัปเดตซอฟต์แวร์ โดยมากต้องการให้ทีมไอทีเข้าทำงานที่ดาต้าเซ็นเตอร์ขององค์กร ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความท้าทายกับการที่ต้องรักษาระยะห่างทางสังคม

นายเกร็ก สมิธ รองประธานฝ่ายเทคนิคและการตลาดผลิตภัณฑ์ของนูทานิคซ์ กล่าวว่า “นูทานิคซ์ก่อตั้งขึ้นด้วยวิสัยทัศน์ที่ต้องการทำให้การบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานไอทีเรียบง่าย ง่ายจนเสมือนไร้ตัวตน คุณสมบัติใหม่ ๆ เหล่านี้จะมอบประสบการณ์การทำงานที่ราบรื่นมากขึ้นตั้งแต่วันแรกและวันต่อ ๆ ไป และสามารถทำงานได้จากทุกสถานที่ โครงสร้างพื้นฐานไอทีที่บริหารจัดการง่าย ปลอดภัยและยืดหยุ่นมากขึ้นของนูทานิคซ์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานจากบ้านหรือสถานที่ห่างไกล เป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากขึ้นในปัจจุบันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน”

โซลูชั่นเหล่านี้ของนูทานิคซ์จะช่วยให้ทีมไอทีสามารถจัดการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์จากระยะไกลได้ตลอดอายุการใช้งานของซอฟต์แวร์เหล่านี้

การใช้โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์แบบใหม่หรือแบบขยาย

การบริหารจัดการผ่านอินเทอร์เฟซของปริซึ่มใน Nutanix Foundation Central ช่วยให้ทีมไอทีสามารถใช้โครงสร้างพื้นฐานไพรเวทคลาวด์ในสเกลระดับโลกจากอินเทอร์เฟซเดียวและจากที่ใดก็ได้  หลังจากการติดตั้งอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องกำหนดค่าใด ๆ อีกบนอุปกรณ์หรือบนเซิร์ฟเวอร์เรียบร้อยแล้ว Foundation Central จะทำอิมเมจและกำหนดค่าในโหนดต่าง ๆ ของนูทานิคซ์ และติดตั้งโซลูชั่นซอฟต์แวร์ของนูทานิคซ์ทุกรายการ

นอกจากช่วยให้ใช้ซอฟต์แวร์โครงสร้างพื้นฐานได้โดยอัตโนมัติและเป็นแบบรวมศูนย์แล้ว Foundation Central ยังช่วยให้องค์กรต่าง ๆ ปรับขยายความสามารถของโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่แล้วได้อย่างง่ายดาย เพื่อก้าวให้ทันกับการเติบโตของธุรกิจ

การคาดการณ์สภาพระบบและการสนับสนุนอันชาญฉลาด

Nutanix Insights จะให้บริการในการคาดการณ์สถานะการทำงานและให้บริการสนับสนุนโดยอัตโนมัติเพื่อปรับปรุงการทำงานด้านไอทีทั่วโลกให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น บริการใหม่นี้จะวิเคราะห์การทำงานจากระยะไกล จากการใช้งานคลาวด์ของลูกค้า รวมถึงคลัสเตอร์ทั้งหมด ตำแหน่ง และพื้นที่ใช้งาน เพื่อแยกแยะปัญหาที่เกิดขึ้นและกำลังจะเกิดขึ้น ที่อาจกระทบต่อความพร้อมใช้ของแอปพลิเคชั่นและข้อมูล

ทันทีที่ระบุปัญหาได้ Insights สามารถให้คำแนะนำอย่างเฉพาะเจาะจง เพื่อทำให้สถานะและประสิทธิภาพการทำงานของโครงสร้างพื้นฐานอยู่ในสภาวะที่เหมาะสม  คำแนะนำเหล่านี้ได้มาจากแนวทางปฏิบัติด้านไอทีที่ดีที่สุดที่ได้รับการยอมรับแล้ว รวมกับความรู้เชิงลึกที่นูทานิคซ์สั่งสมไว้จากการให้การสนับสนุนองค์กรมากกว่า 16,000 แห่งทั่วโลก

img

นอกจากนี้ บริการ Insights ยังสามารถเปิดใช้ระบบ support ticket โดยอัตโนมัติ เพื่อช่วยแก้ปัญหาให้ลูกค้า ด้วยการกำหนด Systems Reliability Engineer (SRE) และเลือกเก็บรวบรวมและอัปโหลด log files ของลูกค้าที่เกี่ยวข้องเพื่อทำการวิเคราะห์ได้โดยไม่ต้องใช้คนลงมือทำ ข้อมูลภายในเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่า Insights ช่วยให้ลูกค้าสามารถแก้ปัญหาได้ประมาณ 30% โดยไม่ต้องเปิดบริการ support ticket ส่งผลให้มีเคสที่เกี่ยวกับสถานะการทำงานด้านไอทีและโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ที่ต้องให้การสนับสนุนช่วยเหลือน้อยลง

โอลิวิเยร์ มัสโซนี วิศวกรระบบของ Compass Group France กล่าวว่า “การไม่ต้องเปิดใช้บริการ support ticket เป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว แต่การที่เราสามารถรับทราบปัญหาที่อาจเกิดขึ้น และทราบวิธีการแก้ไขเป็นสิ่งที่ดีมาก ซึ่งก็คือหลักคิดเดียวกันกับการอัปเกรดได้ในคลิกเดียวซึ่งเป็นประโยชน์มาก”

อัปเกรดโครงสร้างพื้นฐานเพียงคลิกเดียวโดยไม่ต้องรบกวนการดำเนินงาน

การอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีทวีความซับซ้อนและเกิดข้อผิดพลาดได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย  การบรรเทาปัญหาการหยุดทำงานของแอปพลิเคชั่นสำคัญ ๆ ที่ต้องการการวางแผน การทดสอบ และการทำงานนอกเวลา ทำให้กระบวนการอัปเดตมีค่าใช้จ่ายสูง จึงส่งผลให้ทีมไอทีมักจะชะลอการอัปเกรดที่จำเป็นออกไป ซึ่งเป็นการเปิดช่องโหว่ที่อาจทำให้เกิดปัญหาด้านความปลอดภัยตามมา

Nutanix Lifecycle Manager (LCM) ช่วยให้การอัปเกรดซอฟต์แวร์สแต็กของนูทานิคซ์ รวมถึงเฟิร์มแวร์ของอุปกรณ์ต่าง ๆ ทำได้อย่างราบรื่นเพียงคลิกเดียว โดยไม่มีการหยุดชะงักการทำงานของแอปพลิเคชั่นหรือโครงสร้างพื้นฐาน  LCM สามารถระบุที่อยู่ของซอฟต์แวร์หรือเฟิร์มแวร์ได้โดยอัตโนมัติ ทำการอัปเดตตามลำดับความสำคัญได้อย่างชาญฉลาด และทำให้กระบวนการอัปเกรดทั้งหมดสอดคล้องกันทั้งระบบขจัดการคาดเดา และทำให้โครงสร้างพื้นฐานไอทีมีความปลอดภัยและยืดหยุ่นมากขึ้น  นอกจากนี้ LCM ยังสามารถบริหารจัดการสภาพแวดล้อมของนูทานิคซ์ทั่วโลกจากที่ใดก็ได้ เหมือนกับโซลูชั่นอื่น ๆ ของนูทานิคซ์

imgนายทอดด์ เบอร์ริส วิศวกรระบบบของ NetDocuments ซึ่งเป็นผู้นำด้านบริการคอนเท้นต์ และแพลตฟอร์มกล่าวว่า “NetDocuments มีดาต้าเซ็นเตอร์ที่ใช้ให้บริการลูกค้าทั่วโลก 12 แห่ง ดังนั้น ความเรียบง่าย ความยืดหยุ่น และความสามารถในการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานไอทีจากระยะไกลจึงสำคัญเป็นอย่างยิ่ง นูทานิคซ์มีคุณสมบัติตามที่เราต้องการทั้งหมด และช่วยให้ลูกค้าพึงพอใจกับบริการของเรา  Foundation Central และ LCM เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้เราสามารถใช้บริหารจัดการและแก้ไขปัญหาได้จากระยะไกล” 

นอกจากจะมอบประสบการณ์การบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานไอทีได้จากระยะไกลแล้ว ซอฟต์แวร์ของนูทานิคซ์ยังเป็นโซลูชั่นที่ปลอดภัย มีความยืดหยุ่น และสามารถใช้งานบนไพรเวทคลาวด์ได้อย่างง่ายดาย และยังได้รับรางวัล Top Rated Award 2020 จาก TrustRadius ด้าน Server Virtualization และ Virtual Desktop Infrastructure (VDI) ด้วยคะแนน 9.1 จากคะแนนเต็ม 10 จากการรีวิวที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว 125 รีวิว

Nutanix Foundation Central พร้อมให้บริการลูกค้าแล้ว สำหรับ Nutanix Insights และ LCM อยู่ระหว่างการพัฒนา กรุณาเยี่ยมชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชั่นของนูทานิคซ์ได้ที่นี่ 

ข้อมูลสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ

นภา สุทธิญาณโสภณ

บริษัท เอฟเอคิว จำกัด

โทรศัพท์ 02 970 6051

อีเมล: napa@pc-a.co.th


“จ๊อบไทย” เผยกลยุทธ์การบริหารบุคลากรของ 4 องค์กรชั้นนำ ไทยเบฟ – ธนาคารกสิกรไทย – ทรู – SCG พร้อมสำรวจคุณสมบัติที่มองหาจากคนทำงานรุ่นใหม่

Logo

กรุงเทพฯ–(THAI BUSINESS NEWS)–7 กรกฎาคม 2563

imgความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่พัฒนารวดเร็วอย่างก้าวกระโดด ทำให้โลกของการทำงานต้องเปลี่ยนไปจากในอดีต ในฝั่งขององค์กรต้องปรับกลยุทธ์รับกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเพื่อนำองค์กรก้าวไปข้างหน้า ฝั่งคนทำงานก็จำเป็นต้องรู้เท่าทันเทรนด์โลกที่เปลี่ยนไป โดยต้องมีทักษะความสามารถ และมุมมองแนวคิด ที่ตอบโจทย์กับความต้องการของโลกการทำงานมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ จ๊อบไทย (JobThai) ในฐานะผู้นำด้านการหางาน สมัครงาน ออนไลน์ ของประเทศไทย จึงได้พาคนทำงานไปดูกลยุทธ์และแนวทางการบริหารบุคลากรขององค์กรชั้นนำในฝันของหลาย ๆ คน ว่ามีการส่งเสริม พัฒนาทักษะของบุคลากร เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจในยุคดิจิทัล ดิสรัปชัน (Digital Disruption) อย่างไร พร้อมทั้งสำรวจว่าองค์กรเหล่านี้มองหาอะไรจากคนทำงานรุ่นใหม่

“ไทยเบฟ” สร้างโอกาสให้พนักงานแบบไร้ขีดจำกัด

แนะคนทำงานต้องรู้จักงานและรับผิดชอบ โชว์ความสามารถออกมาให้เห็น

ดร.เอกพล ณ สงขลา รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และผู้บริหารสูงสุดกลุ่มทรัพยากรบุคคล บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จํากัด (มหาชน) ผู้นำด้านธุรกิจเครื่องดื่มและอาหารของไทยและอาเซียน มีพนักงานในเครือทั้งในไทยและต่างประเทศกว่า 60,000 คน กล่าวว่า ไทยเบฟมีแนวทางบริหารคนด้วยคำว่า “โอกาสไร้ขีดจำกัด” (Limitless Opportunity) ด้วยการสร้างโอกาสให้พนักงานทุกคน ไม่ว่าจะเป็นโอกาสในการเรียนรู้ โอกาสในการเติบโตในสายอาชีพของตัวเอง โอกาสในการเชื่อมเครือข่าย และโอกาสในการทำประโยชน์ให้กับสังคม โดยไทยเบฟจะส่งเสริมให้พนักงานพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ผ่านการอบรมและปฏิบัติจริง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาทักษะที่สำคัญในอนาคต (Future Skills) คือให้พนักงานทุกคนมีความสามารถในการอยู่ร่วมกับเทคโนโลยีในอนาคตได้โดยไม่กลัวการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล ดิสรัปชัน (Digital Disruption) และทำให้พนักงานทุกคนมีแรงจูงใจอยากจะพัฒนาทักษะ (Upskills) ตัวเองอยู่เสมอ

ขณะเดียวกัน พนักงานของไทยเบฟจะยึดวัฒนธรรมองค์กร 3C ได้แก่ 1) Collaboration หรือการผสานพลัง โดยนำจุดแข็งของตัวเองไปผสานกับคนอื่นเพื่อให้งานออกมามีประสิทธิภาพมากที่สุด 2) Creating Values หรือการสร้างสรรค์คุณค่า ซึ่งไม่ใช่แค่ด้านธุรกิจเท่านั้นแต่ยังส่งเสริมให้พนักงานสร้างสรรค์คุณค่าหลากหลายด้าน เช่น ศิลปวัฒนธรรม การพัฒนาชุมชน 3) Caring for Stakeholders หรือว่าการเอาใจใส่ต่อผู้เกี่ยวข้อง เพราะไทยเบฟให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน จึงมีความละเอียดอ่อนต่อการใส่ใจผู้เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นงานในบริษัท หรือคู่ค้า ต้องมีความพึงพอใจร่วมกันเพื่อสร้างและรักษาความสัมพันธ์ที่ดี            

ในเรื่องคุณสมบัติของคนทำงานนั้น ดร.เอกพล กล่าวว่า ไทยเบฟมองหาคนที่สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ (Collaboration) และต้องการเข้ามาลงมือทำ ร่วมสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ พร้อมแนะนำให้คนรุ่นใหม่ต้องรู้จักงานของตัวเอง รับผิดชอบงานตัวเองให้ได้เป็นอย่างดี วางตัวให้เป็นที่รักของคนอื่น จะทำให้การทำงานราบรื่นขึ้น และต้องแสดงความสามารถที่มีให้เห็น สุดท้ายต้องรู้จักแบ่งปันความรู้ให้กับผู้อื่น ซึ่งสอดคล้องไปกับวัฒนธรรมองค์กรของไทยเบฟ

ธนาคารกสิกรไทย เชื่อว่าทุกอย่างเป็นไปได้

ต้องการคนดี ใฝ่เรียนรู้ และมี Can Do Attitude

คุณนฤมล อัศวทองกุล ผู้ร่วมบริหารฝ่ายบริหารงานทรัพยากรบุคคล ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นองค์กรที่มุ่งมั่นในการเป็นผู้นำด้านดิจิทัล เพื่อตอบโจทย์และสร้างคุณค่าที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้า กล่าวว่า พนักงานของธนาคารเป็นหัวใจหลักในการสร้างสรรค์นวัตกรรมต่าง ๆ ธนาคารจึงให้ความสำคัญในเรื่องของคนด้วยแนวคิด Possibility to Learn and Grow เชื่อว่าทุกอย่างเป็นไปได้ที่นี่ โดยมีการพัฒนาคนอย่างเป็นระบบ (Training Roadmap) ผ่านการอบรมในห้องเรียน (Classroom Training) ด้วยการเรียนออนไลน์ โดยมีหลักสูตรหลากหลายให้พนักงานเลือกตามความสนใจ และยังมี KBank Digital Academy ที่ส่งเสริมความสามารถในการนำเทคโนโลยีและดิจิทัลมาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน นอกจากนี้ ยังมีเวทีให้พนักงานได้แสดงศักยภาพมากมาย

นอกจากนี้ ธนาคารกสิกรไทยยังมี K-Culture ซึ่งเป็นแนวทางให้พนักงานยึดเป็นหลักในการทำงาน ประกอบด้วย               1) Customer at Heart ทำงานโดยนึกถึงลูกค้าเป็นสำคัญ 2) Collaboration การทำงานร่วมกับผู้อื่น 3) Agility ทำงานอย่างรวดเร็ว 4) Innovativeness สร้างสรรค์นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า                                              

คุณนฤมล กล่าวเสริมอีกว่า ธนาคารกสิกรไทยมีความท้าทายกับโจทย์ทางธุรกิจใหม่ ๆ ดังนั้นผู้ที่ต้องการเข้ามาร่วมงานกับธนาคารกสิกรไทยนอกจากจะต้องเป็นคนดี มีจริยธรรม เพราะธุรกิจธนาคารต้องโปร่งใส ต้องใฝ่เรียนรู้ ไม่ปิดโอกาสตัวเอง ที่สำคัญต้องมี Can Do Attitude ต้องคิดว่าสามารถทำได้ และเชื่อว่าทุกอย่างเป็นไปได้

“ทรู” เปิดกว้าง เน้นสร้างประสบการณ์จริง

มองหาคนทำงานที่มี Mindset ดี มี Passion

คุณศรินทร์รา วงศ์ศุภลักษณ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้บุกเบิกและผู้นำด้านคอนเวอร์เจนซ์ที่พร้อมตอบสนองและเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล กล่าวว่า กลุ่มทรูเป็นองค์กรที่เปิดกว้าง มีการเรียนรู้ ยืดหยุ่น สามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา กลุ่มทรูเน้นการพัฒนาคน โดยให้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง สร้างประสบการณ์จริง ผ่าน Strategic Program for Leadership Development หรือ SPLD ซึ่งเป็นการนำพนักงานในหน่วยงานต่าง ๆ มาทำงานแบบ Cross Functional เพื่อเรียนรู้ แบ่งปัน ทักษะความสามารถหลากหลายด้าน นอกจากนี้ ยังมี True Digital Academy ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนทักษะต่าง ๆ ในด้านดิจิทัล และมีเครื่องมือในการทำงานที่ทันสมัยพร้อมสำหรับการทำงานในยุคปัจจุบัน

ในการทำงานร่วมกันของพนักงานกลุ่มทรูนั้นจะยึดวัฒนธรรมองค์กร 4 ข้อ ได้แก่ 1) Caring เอาใจเขามาใส่ใจเรา คิดถึงส่วนร่วมมากกว่าส่วนตน 2) Credible มีความน่าเชื่อถือ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน 3) Creative มีความคิดสร้างสรรค์ ตลอดเวลา ซึ่งกลุ่มทรูได้มีการทำออฟฟิศใหม่ในธีม Createch Space เพื่อสร้างบรรยากาศในการทำงานที่ส่งเสริมให้พนักงานได้สร้างสรรค์ผลงานอย่างเต็มที่ 4) Courageous กล้าพูด กล้าแสดงออก กล้าทำสิ่งต่าง ๆ ให้เกิดขึ้นจริง

“กลุ่มทรูเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและมีความเปลี่ยนแปลงเร็ว จึงมองหาคนที่เปิดรับโอกาสในการทำงานที่หลากหลาย อยากจะพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ มี Mindset ที่ดี และมี Passion ที่อยากจะทำสิ่งต่าง ๆ ให้ประสบความสำเร็จ” คุณศรินทร์รา กล่าวทิ้งท้าย

SCG” ส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยหลัก 10-20-70

คนทำงานควรเรียนรู้ตลอดเวลา ไม่ยึดติด ยอมรับการเปลี่ยนแปลง

คุณเฑวิณฑร์ สมงาม ผู้อำนวยการสำนักงานการบุคคลกลาง บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCG ซึ่งดำเนินธุรกิจคู่สังคมไทยมากว่า 100 ปี ปัจจุบันประกอบด้วย 3 ธุรกิจหลักคือ ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ธุรกิจเคมิคอลส์ และธุรกิจแพคเกจจิ้ง กล่าวว่า SCG ส่งเสริมให้พนักงานทำงานตามคำมั่นสัญญา Passion for Better ไม่หยุดที่จะเรียนรู้และพัฒนาสิ่งใหม่ ๆ ที่จะมาตอบโจทย์ความต้องการที่ดีกว่า และ SCG เชื่อมั่นว่าการพัฒนาคนให้เข้มแข็ง ด้วยการเพิ่มขีดความสามารถ ดูแลคุณภาพชีวิต และสร้างความรักผูกพันกับองค์กร จะส่งเสริมให้คนเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนา SCG ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย SCG ได้ส่งเสริมการเรียนรู้พัฒนาทักษะผ่านการปฏิบัติงานจริง ด้วยหลัก 70-20-10 คือ เน้นการลงมือปฏิบัติจริง 70% การเรียนรู้ผ่านการโค้ช 20% และ การเรียนรู้ในรูปแบบห้องเรียน 10% นอกจากนี้ SCG ยังได้ทำเรื่องดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชัน (Digital Transformation) โดยทำโครงการ Hatch Walk Fly ซึ่งเป็นการนำแนวคิดและวิธีการทำงานของสตาร์ทอัพมาปรับใช้ พัฒนาสตาร์ทอัพภายในองค์กร (Internal Startup) สำหรับอุดมการณ์ในการทำงานของพนักงาน SCG มี 4 ข้อ ได้แก่ 1) ตั้งมั่นในความเป็นธรรม 2) มุ่งมั่นในความเป็นเลิศ 3) เชื่อมั่นในคุณค่าของคน 4) ถือมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคม คุณเฑวิณฑร์ กล่าวต่ออีกว่า SCG มองหาคนที่ชอบเรียนรู้ตลอดเวลาไม่ยึดติดและยอมรับการเปลี่ยนแปลง (Eager to Learn) ทำงานโดยใช้ข้อมูล (Data-driven) นึกถึงความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก (Customer-Centric) มีความรู้ความสามารถด้านดิจิทัล (Digital Skills) การทำงานเป็นทีม (Collaboration) และทำงานแบบอไจล์ (Agile) พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนตลอดเวลา        

จากข้อมูลที่จ๊อบไทยได้ไปสำรวจมาจากองค์กรชั้นนำทั้ง 4 แห่ง จะเห็นว่าในภาคธุรกิจให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะของบุคลากร ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร เพื่อสร้างโอกาสในการขยายตัวทางธุรกิจท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว เพราะฉะนั้นคนทำงานทุกคนควรมีทักษะที่ตอบโจทย์รูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมและสอดคล้องกับโลกการทำงานในปัจจุบันมากขึ้น

จ๊อบไทยยังมีบทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อคนทำงานอีกมากมาย โดยผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.jobthai.com

###

ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท อินทิเกรเต็ด คอมมูนิเคชั่น จำกัด โทร. 0 2354 3588 www.incom.co.th

อุษณีย์ ถาวรกาญจน์ โทร. 081 984 5500 Email: usanee@incom.co.th

8 – 19 กรกฎาคมนี้ บำรุงราษฎร์จัดมหกรรมสุขภาพ “Bumrungrad Health Fair 2020” เอาใจคนรักสุขภาพยุค new normal โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

Logo

กรุงเทพฯ–(THAI BUSINESS NEWS)–7 กรกฎาคม 2563

imgโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ตอบโจทย์วิถีสุขภาพแบบ new normal จัดมหกรรมสุขภาพ Bumrungrad Health Fair 2020” สร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนเพื่อสุขภาพที่ดีแบบองค์รวม พร้อมเชิญชวนผู้รักสุขภาพเข้าร่วมงาน ในวันที่ 8 – 19 กรกฎาคม 2563 เวลา 10.00 – 19.00 น. ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ชั้น G ภายในงาน มีกิจกรรมตรวจสุขภาพเบื้องต้น อาทิ ตรวจวัดความดันโลหิตสูง ตรวจวัดวิเคราะห์องค์ประกอบมวลสารในร่างกาย ฯลฯ พร้อมอัพเดทเทรนด์ความรู้นวัตกรรมใหม่ๆ เกี่ยวกับสุขภาพเชิงป้องกัน ด้วยเทคโนโลยีการตรวจหาความผิดปกติของยีนเพื่อวิเคราะห์โอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคในอนาคต ชมนิทรรศการความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งตับ การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ การผ่าตัดรักษาภาวะสายตาสั้นและเอียงด้วยนวัตกรรม ReLEx SMILE และปัญหาทางการได้ยิน รวมถึงมีแพคเกจตรวจสุขภาพพิเศษซื้อ 1 แถม 1 กว่า 20 โปรแกรม พร้อมเชิญรับฟังเสวนาสุขภาพจากแพทย์ผู้ชำนาญการหลากหลายสาขา โดยมีแขกรับเชิญ ตั๊ก-มยุรา เศวตศิลา โดยไม่มีค่าใช้จ่ายตลอดงาน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บำรุงราษฎร์ โทร. 1378

———————————————————-

กรณีต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ

คุณกุนธิรา ณัฐวัฒนานนทน์

ที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์

Tel: 094 1545698

E-mail: khuntira4pr@gmail.com

กสิกรไทยชวนออมด้วยบัญชีเงินฝากทวีทรัพย์ KBank x BLACKPINK ดอกเบี้ยสูงสุด 1.50% ต่อปี ปลอดภาษี พิเศษ! รับฟรีกระเป๋า KBank x BLACKPINK เมื่อฝาก 2,000 บาทขึ้นไปต่อเดือน

Logo

กรุงเทพฯ–(THAI BUSINESS NEWS)–7 กรกฎาคม 2563

imgธนาคารกสิกรไทย ชวนคนรุ่นใหม่และผู้ที่สนใจออมเงินอย่างสม่ำเสมอและออมเงินเพื่อเป้าหมาย รับเงินก้อนใหญ่ในอนาคต  ด้วยบัญชีเงินฝากทวีทรัพย์ KBank x BLACKPINK รับดอกเบี้ยสูงสุด 1.50% ต่อปีขึ้นอยู่กับวงเงินฝาก เป็นดอกเบี้ยปลอดภาษี ออมง่าย เพียงฝากเงินขั้นต่ำเดือนละ 500 บาท สูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท ฝากเท่ากันทุกเดือน เดือนละ 1 ครั้ง ติดต่อกัน 24 เดือน และสมัครบริการนำฝากเงินอัตโนมัติด้วยการหักบัญชีเงินฝากออมทรัพย์หรือกระแสรายวัน พิเศษ สำหรับลูกค้าที่ฝากเงินตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไปต่อเดือน รับกระเป๋าพร้อมสายคล้องมือ KBank x BLACKPINK ฟรี 1 ใบ ทันทีที่สาขา

ทั้งนี้ บัญชีเงินฝากทวีทรัพย์ดังกล่าว มีเงื่อนไขวงเงินฝากต่อเดือนและอัตราดอกเบี้ยต่อปี ดังนี้ ฝาก 500-9,999 บาท รับอัตราดอกเบี้ย 1.35% และฝาก 10,000-25,000 บาท รับอัตราดอกเบี้ย 1.50% โดยลูกค้าที่มีอายุ 12 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป  สามารถเปิดบัญชีได้ในชื่อตนเอง เพียงใช้บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง ส่วนพ่อหรือแม่ที่ต้องการเปิดบัญชีให้ลูกที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี สามารถเปิดบัญชีในชื่อลูกได้ โดยใช้เอกสารประกอบการเปิดบัญชี คือ บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงของพ่อหรือแม่ ทะเบียนบ้านฉบับจริง และ บัตรประจำตัวประชาชนของลูกหรือสูติบัตรตัวจริง

บัญชีเงินฝากทวีทรัพย์ KBank x BLACKPINK สามารถเปิดบัญชีได้แล้วตั้งแต่วันนี้-31 ตุลาคม 2563 ที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา โดยไม่ต้องจองคิวล่วงหน้า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ K-Contact Center 02-8888888 กด 02 หรือคลิก https://kbank.co/2VkgyWR

“มาม่า” ดึง ไบร์ท – วิน Live ในงาน SAHAGROUP Fair Online กระแสมาแรงติดอันดับ 1 ในเทรนด์ทวิตเตอร์

Logo

กรุงเทพฯ–(THAI BUSINESS NEWS)–6 กรกฎาคม 2563

imgหลังจาก มาม่า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอันดับ 1 ของประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญ “MY own MAMA CUP” ให้ทุกคนได้สร้างมาม่าคัพในแบบฉบับของตัวเองเป็นครั้งแรก โดยนำภาพถ่ายสุดประทับใจมาใส่ไว้บนถ้วยมาม่าคัพของคุณ ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากบรรดาแฟนคลับของมาม่า พร้อมทั้งดึงคู่จิ้นสุดหล่อ ไบร์ท-วชิรวิชญ์ ชีวอารี และ วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร มาไลฟ์สดพูดคุยในงาน SAHAGROUP Fair Online เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา ทำให้บรรดาแฟนคลับทั่วโลกเข้ามาชมไลฟ์กันอย่างล้นหลาม จนเป็นกระแสดัง #MamacupxBrightWin ติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1 ในประเทศไทยไปในที่สุด นอกจากนี้ยังติดอันดับ 5 ในเทรนด์โลกของทวิตเตอร์ รวมถึงอันดับ 3 ในประเทศอินโดนีเซีย และอันดับ 29 ในประเทศญี่ปุ่น ทำให้แฟนคลับต่างพากันสั่งซื้อมาม่าคัพ รุ่นพิเศษ MY own MAMA CUP หลังจากเปิดตัวไปได้เพียง 2 วันเท่านั้น

สำหรับใครที่สนใจดีไซน์มาม่าคัพให้เป็นของตัวเองเพียงถ้วยเดียวในโลก สามารถกดสั่งซื้อมาม่าคัพ รุ่น MY own MAMA CUP ได้จนถึงวันที่ 5 กรกฎาคม 2563 ทางเว็บไซต์ https://www.sahagroupfair.com/ ในราคา 99 บาท ฟรีค่าจัดส่งเฉพาะงานนี้เท่านั้น สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Line Official Account มาม่าอร่อย และ MamaloverFanPage

#MYOWNMAMACUP #MamacupxBrightWin #Sahagroupfaironline #มาม่าอร่อย

###

ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท อินทิเกรเต็ด คอมมูนิเคชั่น จำกัด โทร. 0 2354 3588 www.incom.co.th

อุษณีย์ ถาวรกาญจน์ โทร. 081 984 5500 Email: usanee@incom.co.th

กสิกรไทยปลื้ม โครงการช่วยลูกค้าสู้โควิด-19 รุดหน้า เร่งช่วยต่อเนื่องหลังคลายล็อกดาวน์

Logo

กรุงเทพฯ–(THAI BUSINESS NEWS)–3 กรกฎาคม 2563

imgธนาคารกสิกรไทยเดินหน้าเต็มที่ช่วยลูกค้าช่วงโควิด-19 พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยให้กับลูกค้าบุคคลและลูกค้าธุรกิจ 650,000 ราย ยอดสินเชื่อคงค้าง 828,000 ล้านบาท และให้เงินทุนเพิ่มกับลูกค้า 94,000 ราย เพื่อเสริมสภาพคล่องในช่วงวิกฤต จำนวนเงินรวม 156,000 ล้านบาท อีกทั้งยังดำเนินการโครงการพิเศษ ช่วยให้ธุรกิจรักษาการจ้างพนักงาน ภายใต้โครงการ “เถ้าแก่ใจดี เจ้าหนี้มีใจ” และ “สินเชื่อ 0% เพื่อรักษาคนงานเอสเอ็มอี” โดยได้ช่วยไปแล้ว 1,144 ล้านบาท รักษาการจ้างพนักงาน 49,000 ราย และธนาคารฯ เร่งดำเนินการช่วยลูกค้าต่อเนื่องหลังคลายล็อกดาวน์

นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ตามที่ธนาคารฯ ได้ให้การช่วยเหลือลูกค้าในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมา ด้วยการพักชำระหนี้ให้กับลูกค้าบุคคลและลูกค้าธุรกิจ 650,000 ราย ยอดสินเชื่อคงค้าง 828,000 ล้านบาท และการให้เงินทุนเพิ่มเพื่อเสริมสภาพคล่องสำหรับลูกค้าธุรกิจ 94,000 ราย จำนวน 156,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นยอดการปล่อยสินเชื่อที่เติบโตขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 30% โดยธนาคารฯ ยังคงเดินหน้าให้ความช่วยเหลือลูกค้าอย่างต่อเนื่องสำหรับลูกค้าที่ยังเดือดร้อนให้สามารถดำเนินธุรกิจอยู่รอดต่อไปจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

นอกจากความช่วยเหลือที่สอดรับตามนโยบายของภาครัฐแล้ว ธนาคารฯ ยังดำเนินการโครงการพิเศษ โดยมีเจตนารมณ์เพื่อช่วยเหลือพนักงานของธุรกิจให้อยู่รอด โดยใช้งบประมาณจำนวน 1,500 ล้านบาท ภายใต้โครงการ “เถ้าแก่ใจดี เจ้าหนี้มีใจ” โดยธนาคารฯ ลดดอกเบี้ยให้กับธุรกิจที่ยังมีกำลังอยู่ เพื่อให้เจ้าของนำเงินส่วนนี้ไปจ่ายเงินเดือนพนักงาน และโครงการ “สินเชื่อ 0% เพื่อรักษาคนงานเอสเอ็มอี” เป็นการให้เงินทุนแก่ธุรกิจขนาดเล็ก ในอัตราดอกเบี้ย 0% 10 ปี โดยปีแรกไม่ต้องจ่ายคืนทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย เพื่อนำไปจ่ายเงินเดือนให้กับพนักงาน ซึ่งทั้ง 2 โครงการได้ผลตอบรับที่ดีและเป็นไปตามเจตนารมณ์ที่ธนาคารฯ ตั้งไว้ โดยให้เงินช่วยลูกค้าไปแล้วรวม 1,144 ล้านบาท สามารถช่วยรักษาการจ้างพนักงานได้จำนวน 49,000 ราย ส่วนหนึ่งต้องขอบคุณน้ำใจจากเจ้าของธุรกิจบางรายที่ปฏิเสธความช่วยเหลือของธนาคารฯ เนื่องจากมองว่าตัวเองยังไหวและเข้าใจดีว่าธนาคารฯ ไม่สามารถช่วยเหลือได้ทุกคน จึงเสียสละเพื่อให้ธนาคารฯ นำเงินไปช่วยเหลือธุรกิจที่เดือดร้อนกว่า

ในช่วงตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันลูกค้าธุรกิจของธนาคารฯ มียอดรวมเงินฝากเพิ่มขึ้น 13% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าลูกค้าบางส่วนยังมีกำลังพอที่จะชำระหนี้หลังครบกำหนดพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย ธนาคารฯ ติดต่อลูกค้าเพื่อให้ความช่วยเหลือโดยใช้ข้อมูลในการวิเคราะห์หรือดูความจำเป็นของลูกค้าเพื่อนำเสนอความช่วยเหลือที่เหมาะสม ทั้งนี้หากลูกค้าท่านใดที่ต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อเข้ามาที่ธนาคารฯ ได้ ธนาคารฯ มีความตั้งใจเต็มที่จะช่วยให้ลูกค้าที่เดือดร้อนด้วยเงินทุนที่ธนาคารฯ มีอยู่

นายพัชร กล่าวทิ้งท้ายว่า แม้ในช่วงวิกฤตที่ต้องเผชิญกับความยากลำบาก แต่ลูกค้ายังมีวินัยทางการเงินและมีการชำระหนี้เข้ามา ธนาคารฯ ขอขอบคุณลูกค้าทุกคน หากทุกคนช่วยเหลือและร่วมมือกันเราจะฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างแน่นอน

เครือสหพัฒน์ ทุ่มเอาใจขาช้อป นำใบเสร็จชิงรางวัลสุดว้าว รวมกว่า 9 แสนบาท จับมือ LAZADA SHOPEE และ JD CENTRAL มอบโปรโมชันจัดเต็ม ในงาน “สหกรุ๊ปแฟร์ออนไลน์ ปี 63” วันนี้ – 5 ก.ค.นี้

Logo

กรุงเทพฯ–(THAI BUSINESS NEWS)–3 กรกฎาคม 2563

imgเครือสหพัฒน์ เอาใจขาช้อปออนไลน์ในงานมหกรรมช้อปหยุดโลก สหกรุ๊ปแฟร์ออนไลน์ ปี 63 จัดขึ้น ตั้งแต่วันนี้ถึง  5 กรกฎาคม 2563 โดยผู้ที่ซื้อสินค้าจากแพลตฟอร์ม LAZADA SHOPEE และ JD CENTRAL ทุกบิลที่ซื้อสามารถนำมากรอกข้อมูลชิงรางวัลใน www.sahagroupfair.com จำนวนกว่า 3,000 รางวัลรวมกว่า 9 แสนบาท  

นายธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานจัดงานสหกรุ๊ปแฟร์ออนไลน์ ปี 63 กล่าวว่า รางวัลที่จัดเตรียมาเอาใจขาช้อปให้ได้ร่วมลุ้นกันมีทั้งโทรศัพท์ Samsung Galaxy Z Flip (Mirror Gold) ตู้เย็น Samsung side by side RS63 หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Starwars Limited edition-Darthvader นอกจากนี้ยังมี Voucher และ Gift Set ต่าง ๆ อีกมากมาย

ทาง LAZADA SHOPEE และ JD CENTRAL ซึ่งเป็นช่องทางการขายในงานสหกรุ๊ปแฟร์ออนไลน์ ปี 63 ก็ได้มอบโปรโมชันจัดเต็มให้กับผู้ซื้อ โดย LAZADA มีสินค้าซื้อ 1 แถม 1, ของแถม, คูปองส่วนลด, ส่วนลดจากธนาคาร ส่วน SHOPEE จะแจกคูปอง, แจก CION เพื่อนำมาเป็นส่วนลด และยังมีโปรโมชันส่งฟรีด้วย ด้าน JD CENTRAL ก็เอาใจคนเพื่อนเยอะด้วย Share Buy ซื้อเป็นกลุ่มคุ้มกว่า และ Joy Pay ผู้ที่แชร์ให้เพื่อนมาซื้อจะได้รับค่าตอบแทน  

ช้อปให้จุใจกับกองทัพสินค้าจากเครือสหพัฒน์ที่นำมาจำหน่ายกว่า 100 แบรนด์ กว่า 20,000 รายการ ไม่ว่าจะเป็นสินค้านวัตกรรม สินค้าใหม่ สินค้าขายดี และสินค้า Clearance ลดพิเศษสูงสุดถึง 80% ตลอด 24 ชั่วโมง แล้วอย่าลืมมาร่วมลุ้นรางวัลใหญ่จากงานสหกรุ๊ปแฟร์ออนไลน์ ปี 63 ทาง www.sahagroupfair.com

สื่อมวลชนที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ

ฝ่ายประชาสัมพันธ์  บริษัท อินทิเกรเต็ด คอมมูนิเคชั่น จำกัด โทร. 0 2354 3588 www.incom.co.th

อุษณีย์ ถาวรกาญจน์  โทร.081 984 5500 Email: usanee@incom.co.th

         

มาม่า จัดแคมเปญประทับใจ MY OWN MAMA CUP ชวนผู้บริโภคสร้างมาม่าคัพถ้วยเดียวในโลก ในงาน SAHAGROUP Fair Online เท่านั้น

Logo

กรุงเทพฯ–(THAI BUSINESS NEWS)–29 มิถุนายน 2563

img“มาม่า” บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอันดับ 1 ของประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญ MY OWN MAMA CUP”     เพื่อมอบประสบการณ์ความประทับใจให้ผู้บริโภคได้สร้างมาม่าคัพในแบบฉบับของตัวเอง โดยมาม่าได้นำนวัตกรรมการผลิตมาม่าคัพแบบ Customize ที่สามารถผลิตมาม่าคัพตามสไตล์คุณได้ถ้วยเดียวในโลกได้      ซึ่งภาพถ่ายสุดประทับใจของทุกคนจะได้มาอยู่บนถ้วยมาม่าคัพเพียงถ้วยเดียวเท่านั้น และนอกจากจะเก็บไว้เป็นความประทับใจแล้ว ยังสามารถส่งมอบความรู้สึกดี ๆ ให้กับผู้อื่นได้ด้วย

กิจกรรม MY OWN MAMA CUP จะเริ่มขึ้นในวันที่ 2 – 5 กรกฎาคม 2563 เฉพาะในงาน SAHAGROUP Fair Online เท่านั้น ผู้ที่สนใจอยากมีมาม่าคัพที่ไม่เหมือนใคร สามารถกดสั่งซื้อมาม่าคัพรุ่น MY own MAMA CUP ได้จากทาง www.sahagroupfair.com ในราคา 99 บาท ฟรีค่าจัดส่งเฉพาะงานนี้เท่านั้น สามารถคุณอัปโหลดรูป พร้อมตกแต่งภาพและพิมพ์ข้อความได้ ในแบบของตัวเอง จากนั้นกดยืนยัน สั่งซื้อสินค้า เพียงเท่านี้ก็จะได้มาม่าคัพสุดพิเศษ ถ้วยเดียวในโลกที่เป็นของคุณเท่านั้น และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Line Official Account มาม่าอร่อย และ Facebook Mamalover

###

ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท อินทิเกรเต็ด คอมมูนิเคชั่น จำกัด โทร. 0 2354 3588 www.incom.co.th

อุษณีย์ ถาวรกาญจน์ โทร.081 984 5500 Email: usanee@incom.co.th

แพทย์ชี้ 4 สัญญาณเตือน เสี่ยงเป็น “โรคต้อกระจก” แนะตรวจสุขภาพตาปีละ1 ครั้ง รู้เท่าทัน รีบป้องกันก่อนตาบอด

Logo

กรุงเทพฯ–(THAI BUSINESS NEWS)–26 มิถุนายน 2563

imgหลายคนไม่อาจปฏิเสธได้ว่า  การมองเห็น” มีความสำคัญกับชีวิต นอกจากการทำให้เราได้ใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติสุขแล้ว ยังทำให้เราได้เห็นหน้าคนที่เรารัก ได้เห็นโลกกว้าง ได้อ่านหนังสือ ได้เดินทางท่องเที่ยวด้วยตนเองโดยไม่ต้องเป็นภาระกับใคร  หลายคนจึงกลัวที่จะสูญเสียการมองเห็น  หลายคนกลัวหากต้องอยู่ในโลกมืด  ดังนั้น การดูแลสุขภาพ “ดวงตา” ให้ดีอยู่เสมอจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ  เพราะ“ดวงตา” เป็นอวัยวะที่บอบบาง และหากสูญเสียมันไปแล้วไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้

โรคต้อกระจก” เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้ตาบอด  โดยผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีภาวะเลนส์ตาขุ่น  และจะมีอาการหลักคือ ตามัว มองเห็นภาพไม่ชัด สายตาเลือนราง  ซึ่งลักษณะการมองเห็นภาพไม่ชัดนั้นมีหลายแบบ แต่ส่วนมากแล้วอาการต่าง ๆ จะค่อยเป็นค่อยไป ใช้เวลาเป็นเดือนหรืออาจเป็นปี เมื่อมีอาการมากขึ้นจะส่งผลทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ซึ่งในเรื่องนี้ แพทย์หญิงพรรักษ์ ศรีพล แพทย์เฉพาะทางจักษุ ด้านการผ่าตัดต้อกระจก ต้อหิน และจอประสาทตา โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ โรงพยาบาลในเครือ “พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์” จะมาให้ข้อมูลที่น่าสนใจ วิธีสังเกตอาการ และสัญญาณเตือนของ “โรคต้อกระจก” รวมไปถึงแนวทางการรักษามาฝากกัน 

สาเหตุของการเกิดต้อกระจก

สาเหตุของการเกิดต้อกระจกมาจาก อายุที่มากขึ้น โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป ยิ่งมีความเสี่ยงที่จะเป็นต้อกระจกได้ง่าย  รวมไปถึงผู้ที่ใช้ยาสเตียรอยด์ (Steroid) โดยกลุ่มที่มีโอกาสได้รับยา กลุ่มนี้ ได้แก่  ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้, โรคแพ้ภูมิตัวเอง หรือโรคเอสแอลอี (SLE) นอกจากนี้ผู้ที่รับประทานยาต้ม        ยาหม้อ ยาสมุนไพร ซึ่งอาจมีส่วนผสมของสารสเตียรอยด์ การได้รับอุบัติเหตุทางตา และการได้รับแสงอัลตราไวโอเลต (UV) เหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุของการเกิดต้อกระจกทั้งสิ้น

4 อาการเสี่ยงเข้าข่ายเป็นโรคต้อกระจก

สำหรับ 4 สัญญาณเตือนของโรคต้อกระจก มีดังนี้ 1.มองเห็นภาพไม่ชัด 2.มองเห็นภาพซ้อน 3.มองเห็นภาพมัวในที่ ๆ มีแสงจ้า  4.สายตาเปลี่ยนบ่อย  ไปวัดแว่นทีไรไม่ชัดสักที  เมื่อมีอาการดังกล่าวข้างต้น อย่านิ่งนอนใจควรรีบพบแพทย์ทันที  หรือ แม้จะไม่มีสัญญาณเตือน แต่เราก็ควรที่จะตรวจสุขภาพตาอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อค้นหาภาวะผิดปกติ

ภาวะแทรกซ้อน อันตรายที่ต้องเฝ้าระวัง

ในผู้ป่วยที่เป็นต้อกระจกมานานจนสุกแล้ว อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน นั่นคือ “ภาวะต้อหินจากต้อกระจกที่บวมเป่ง (Phacomorphic Glaucoma)” เกิดจากเลนส์ตาสุกเต็มที่แล้วบวม จนปิดทางระบายน้ำในลูกตา ทำให้น้ำในลูกตาระบายไม่ได้ ทำให้ผู้ป่วยจะมีอาการปวดตาเฉียบพลัน  ตาแดง เมื่อส่องไฟจะเห็นเลยว่า ตาดำจะขาวผิดปกติ หากปวดในกรณีนี้ไม่มียาที่สามารถระงับอาการปวดได้และถือว่าอันตรายมาก

ผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตา วิธีรักษาที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

โรคต้อกระจก มีวิธีการรักษาเพียงวิธีเดียวคือ การผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตา ซึ่งถือว่าเป็นวิธีการรักษามาตรฐานในปัจจุบันทั่วโลก และวิธีที่นิยมมากที่สุดคือ การทำเฟโกอีมัลซิฟิเคชั่น (Phacoemulcification) ด้วยการใช้เครื่องเสียงความถี่สูงเข้าไปสลายเลนส์ตาเก่าให้มีขนาดเล็กแล้วใส่เลนส์ตาใหม่เข้าไป ทำให้มีแผลผ่าตัดขนาดเล็กมากเพียง 3 มิลลิเมตร ส่วนใหญ่จึงไม่ต้องมีการเย็บปิดแผล  นับเป็นวิธีที่ค่อนข้างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย โดยใช้เวลาเฉลี่ยเพียง 10 – 30 นาทีเท่านั้น  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดและความยากของเคส

ปัจจุบัน โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ มีการรักษาโรคต้อกระจกด้วยเครื่องมือทันสมัย โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ  ซึ่งคนไข้ที่เข้ามารับการผ่าตัดโรคตาต้อกระจกกับทางโรงพยาบาล  ไม่เพียงแต่จะได้การรักษาที่มีประสิทธิภาพ สามารถกลับมามองเห็นได้ชัดขึ้น  แต่ยังได้มีส่วนร่วมในการทำบุญอย่างยิ่งใหญ่ ในโครงการปันโลกสดใส ภายใต้โครงการแพทย์ผู้ให้  ด้วยการเปิดโอกาสในการมองเห็นให้กับผู้ที่ขาดโอกาสเข้าถึงการรักษาดวงตาอีก 1 คน  โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ เปรียบเสมือนการผ่าตัด 1 ได้เห็น 2

ชีวิตใหม่หลังผ่าตัดต้อกระจก

หลังจากได้รับการผ่าตัดต้อกระจกแล้ว ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะรู้สึกเหมือนได้ชีวิตใหม่  เนื่องจากสามารถมองเห็นได้ชัดมากขึ้นกว่าเดิม  ซึ่งการผ่าตัดต้อกระจกไม่เพียงแต่ทำให้กลับมามองโลกสดใส แต่ยังเป็นการแก้ไขภาวะสายตาสั้น ยาว เอียง หรือสายตามองใกล้ที่ผิดปกติได้  รวมทั้งช่วยลดความดันตาในผู้ป่วยต้อหินอีกด้วย

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคต้อกระจก หรือเรื่องสุขภาพอื่น ๆ สามารถขอคำปรึกษาจาก ทีมแพทย์โรงพยาบาลในเครือบริษัท พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ จำกัด  ได้ทั้ง 9 แห่ง ใน 8 จังหวัด ได้แก่ โรงพยาบาล พริ้นซ์ สุวรรณภูมิ  จังหวัดสมุทรปราการ  โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ 1  และโรงพยาบาล พริ้นซ์ ปากน้ำโพ 2 จังหวัดนครสวรรค์ โรงพยาบาลพริ้นซ์ อุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี โรงพยาบาลพิษณุเวช จังหวัดพิษณุโลก โรงพยาบาลพิษณุเวช อุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์   โรงพยาบาลพิษณุเวช พิจิตร จังหวัดพิจิตร โรงพยาบาล ศิริเวชลำพูน จังหวัดลำพูน  และโรงพยาบาลวิรัชศิลป์ จังหวัดชุมพร  และสามารถติดตามสาระดี ๆ เกี่ยวกับการแพทย์ได้ที่เฟซบุ๊ก : Principal Healthcare Company

ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ

ฝ่ายประชาสัมพันธ์  บริษัท อินทิเกรเต็ด คอมมูนิเคชั่น จำกัด โทร. 0 2354 3588 www.incom.co.th

อุษณีย์ ถาวรกาญจน์  โทร.081 984 5500 Email: usanee@incom.co.th