Category Archives: Lifestyle

อเมริกัน เอ็กซ์เพรส ประกาศแผนขยายห้องรับรอง เดอะ เซ็นจูเรี่ยน (Centurion®) ในสนามบินหลักของสหรัฐฯ สองแห่ง และเตรียมกลับมาต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกครั้งภายใต้ระเบียบและแนวปฏิบัติด้านสุขภาพและความปลอดภัยฉบับใหม่

Logo

  • อเมริกัน เอ็กซ์เพรส เพื่อขยายและเพิ่มประสิทธิภาพห้องรับรอง เดอะเซ็นจูเรี่ยน ณ สนามบินลาการ์เดีย ในนิวยอร์กและท่าอากาศยานนานาชาติแมคคาร์แรนในลาสเวกัส
  • อเมริกัน เอ็กซ์เพรส ขอแนะนำ “ความมุ่งมั่นของห้องรับรอง เดอะเซ็นจูเรี่ยน” ภายใต้ระเบียบและแนวปฏิบัติด้านสุขภาพและความปลอดภัยฉบับใหม่

นิวยอร์ก–(BUSINESS WIRE)–16 กันยายน 2563

วันนี้ อเมริกัน เอ็กซ์เพรส (NYSE: AXP) ได้ประกาศแผนเตรียมขยายพื้นที่ห้องรับรอง เดอะ เซ็นจูเรี่ยน สองแห่ง และได้ประกาศให้ทราบเกี่ยวกับ Centurion Lounge Commitment ซึ่งเป็นระเบียบและแนวปฏิบัติด้านสุขภาพและความปลอดภัยฉบับใหม่ที่จะนำมาใช้กับห้องรับรอง เดอะ เซ็นจูเรี่ยน ทั้งหมดเมื่อกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง (บางแห่งจะเริ่มกลับมาให้บริการในช่วงต้นเดือนตุลาคม) ห้องรับรอง เดอะ เซ็นจูเรี่ยน ณ สนามบินลาการ์เดีย (LGA) ในนิวยอร์กจะย้ายไปอยู่ในบริเวณเทอร์มินอล B และมีขนาดกว้างขวางขึ้น และตามที่ได้ประกาศไปก่อนหน้านี้แล้ว ห้องรับรอง เดอะ เซ็นจูเรี่ยน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติแมคคาร์แรน (LAS) ในลาสเวกัสจะได้รับปรับโฉมใหม่และขยายให้ใหญ่ขึ้น

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยเนื้อหามัลติมีเดีย ดูอย่างเต็มรูปแบบที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20200916005291/en/

Rendering of Centurion Lounge at New York's LaGuardia Airport (Photo: Business Wire)

ภาพเรนเดอร์ของห้องรับรอง เดอะ เซ็นจูเรี่ยน ในสนามบินลาการ์เดียของนิวยอร์ก (รูปภาพ: Business Wire)

“เรายังคงให้ความสำคัญในเรื่องสุขภาพ ความปลอดภัย และความสบายสำหรับสมาชิกผู้ถือบัตรและเพื่อนร่วมงานเป็นอันดับต้น ๆ ระหว่างที่เตรียมเปิดห้องรับรอง เดอะ เซ็นจูเรี่ยน ที่เป็นไอคอนของเราเพิ่มและเตรียมความพร้อมกลับมาให้บริการทั่วโลกอีกครั้ง” Alexander Lee รองประธานด้านประสบการณ์ท่องเที่ยวและสิทธิประโยชน์ กล่าว “เราเชื่อว่าการเดินทางเป็นส่วนสำคัญในการใช้ชีวิตของสมาชิกบัตรของเรา และเช่นเดียวกันกับสมาชิกทั้งหลาย เราต่างตั้งตารอวันที่จะได้กลับมาเดินทางท่องโลกอีกครั้ง เราตื่นเต้นที่จะได้ต้อนรับสมาชิกที่ห้องรับรอง เดอะ เซ็นจูเรี่ยน ของเราอีกครั้ง เร็ว ๆ นี้”

ยกระดับประสบการณ์การใช้ห้องรับรอง เดอะ เซ็นจูเรี่ยน ณ สนามบิน LAS และ LGA:

การตกแต่งห้องรับรอง เดอะ เซ็นจูเรี่ยน ณ สนามบินลาการ์เดียในนิวยอร์กและท่าอากาศยานนานาชาติแมคคาร์แรนในลาสเวกัสจะเสร็จสมบูรณ์ในปี 2564 ห้องรับรองที่มีการขยายให้กว้างขวางขึ้นจะมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้สมาชิกบัตรได้เพลิดเพลินเมื่อกลับมาเดินทางท่องเที่ยวอีกครั้ง

  • ห้องรับรอง เดอะ เซ็นจูเรี่ยน ณ สนามบินลาการ์เดีย (LGA) จะมีขนาดใหญ่ขึ้นเป็นสองเท่าและจะย้ายเข้ามาอยู่ในพื้นที่เฉพาะสำหรับผู้ที่ผ่านจุดตรวจค้นสนามบินเข้าแล้วในบริเวณเทอร์มินอล B ซึ่งเป็นเทอร์มินอลสุดล้ำแห่งใหม่ของสนามบิน ห้องรับรองแห่งใหม่นี้โดดเด่นด้วยห้องสำหรับครอบครัว พื้นที่ทำงานที่ขยายให้กว้างขึ้น ห้องโทรศัพท์ส่วนตัว และวิวทิวทัศน์ของเส้นขอบฟ้าแห่งมหานครนิวยอร์ก
  • สำหรับ ห้องรับรอง เดอะ เซ็นจูเรี่ยน ซึ่งเปิดให้บริการ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติแมคคาร์แรน (LAS) เป็นที่แรกในปี 2556 จะมีการขยายพื้นที่จากเกือบ 9,000 ตารางฟุตเป็นกว่า 13,400 ตารางฟุต ห้องรับรองที่ได้รับการออกแบบใหม่จะมีพื้นที่อเนกประสงค์เพิ่มมากขึ้น มีห้องโทรศัพท์ส่วนตัวใหม่ บริเวณต้อนรับโฉมใหม่ รวมถึงพื้นที่ทำงานและอื่น ๆ อีกมากมาย

ในช่วงปลายปีนี้ อเมริกัน เอ็กซ์เพรส ยังเตรียมเปิดห้องรับรองเพิ่ม ณ ท่าอากาศยานจอห์น เอฟ. เคนเนดี ในนิวยอร์ก และท่าอากาศยานฮีทโธรว์และท่าอากาศยานนานาชาติเดนเวอร์ในลอนดอนอีกด้วย

สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีต่อสุขภาพและมีความปลอดภัยด้วย Centurion Lounge Commitment:

ขณะที่ห้องรับรอง เดอะ เซ็นจูเรี่ยน ยังคงต้องปิดให้บริการเนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID-19) อเมริกัน เอ็กซ์เพรส ได้ประกาศให้ทราบเกี่ยวกับระเบียบและแนวปฏิบัติด้านสุขภาพและความปลอดภัย (Centurion Lounge Commitment) ฉบับใหม่ ที่จะนำมาใช้เพื่อดูแลในเรื่องสุขภาพและความปลอดภัยของสมาชิกผู้ถือบัตรรวมถึงพนักงานเมื่อกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง จากรายงาน Amex Trendex* ซึ่งเป็นรายงานเกี่ยวกับแนวโน้มต่าง ๆ โดย อเมริกัน เอ็กซ์เพรส พบว่าผู้บริโภคเกือบ 2 ใน 3 ให้ความเห็นว่านโยบายและขั้นตอนปฏิบัติเกี่ยวกับด้านสุขภาพและความปลอดภัย (39%) หรือความยืดหยุ่น (25%) คือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่พวกเขาพิจารณาเมื่อวางแผนกลับมาเดินทางอีกครั้งในอนาคต

สมาชิกผู้ถือบัตรจะต้องปฏิบัติตามหลักปฏิบัติด้านสุขภาพและความปลอดภัยใหม่ เช่น การกำหนดที่นั่งโดยรักษาระยะห่างระหว่างบุคคล การลดจำนวนผู้เข้าใช้ การเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาด การบังคับให้สวมหน้ากากขณะเข้าใช้เลานจ์ การเสิร์ฟอาหารแทนการบริการแบบบุฟเฟต์ และอื่น ๆ สำหรับการเช็คอินแบบไร้การสัมผัส สมาชิกบัตรสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน American Express® มาเพื่อใช้เช็คอินผ่านโทรศัพท์มือถือ โดยจะมีการประเมินหลักปฏิบัติเหล่านี้เป็นระยะ ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ถือบัตรและข้อบังคับของรัฐบาลและหน่วยงานด้านสุขภาพในท้องถิ่นนั้น ๆ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่: thecenturionlounge.com/reopening

ขณะที่หลาย ๆ คนยังไม่พร้อมที่จะเดินทางท่องเที่ยวในขณะนี้ รายงาน Amex Trendex* พบกว่าผู้บริโภคกว่าครึ่ง (56%) ที่เดินทางท่องเที่ยวในประเทศเป็นปกติจะพร้อมเดินทางท่องเที่ยวไปยังจุดหมายปลายทางในประเทศอีกครั้งในอีก 6 เดือน อเมริกัน เอ็กซ์เพรส อยู่ระหว่างประเมินช่วงเวลาที่เหมาะสมในการกลับมาให้บริการห้องรับรอง เดอะ เซ็นจูเรี่ยน แต่ละแห่งอีกครั้งจากหลายปัจจัยรวมถึงการระบาดของ COVID-19 ในพื้นที่นั้น ๆ  และจะค่อย ๆ กลับมาให้บริการในแต่ละพื้นที่ต่อไป บริษัทคาดว่าจะสามารถเปิดห้องรับรอง เดอะ เซ็นจูเรี่ยน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติซีแอตเติล-ทาโคมา และท่าอากาศยานนานาชาติฟิลาเดลเฟียได้ในวันที่ 5 ตุลาคม 2563 นี้ ตามด้วยพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป

*วิธีทำแบบสำรวจโดย Amex Trendex:

แบบสำรวจออนไลน์นี้จัดทำโดย Morning Consult ระหว่างวันที่ 18-20 สิงหาคม 2563 โดยสำรวจจากกลุ่มตัวอย่าง 2,000 คนจากทั่วประเทศ โดยกลุ่มตัวอย่างเหล่านี้เป็นนักท่องเที่ยวทั่วไป มีรายได้อย่างน้อย 70,000 ดอลลาร์ต่อครัวเรือน และเป็นผู้ใหญ่ (อายุ 18 ปีขึ้นไป) ที่เดินทางโดยเครื่องบินอย่างน้อยหนึ่งครั้งในปี 2562 ผลการสำรวจมีส่วนต่างของข้อผิดพลาดบวกหรือลบ 2 เปอร์เซ็นต์

เกี่ยวกับ อเมริกัน เอ็กซ์เพรส

อเมริกัน เอ็กซ์เพรส เป็นบริษัทผู้ให้บริการระดับโลก ซึ่งช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงผลิตภัณฑ์ ข้อมูล รวมถึงประสบการณ์ที่เพิ่มคุณค่าให้กับชีวิตและสร้างความสำเร็จให้กับธุรกิจ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ americanexpress.com และติดตามความเคลื่อนไหวของเราได้ทาง facebook.com/americanexpressinstagram.com/americanexpresslinkedin.com/company/american-expresstwitter.com/americanexpress และ youtube.com/americanexpress

ลิงก์ไปยังผลิตภัณฑ์ บริการ และข้อมูลความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัท: ค่าธรรมเนียมและบัตรเครดิต บัตรเครดิตเพื่อธุรกิจ บริการด้านการเดินทาง บัตรของขวัญ บัตรเติมเงิน บริการร้านค้า Accertify InAuthบัตรสำหรับองค์กร การเดินทางเพื่อธุรกิจ และ ความรับผิดชอบต่อสังคม

เกี่ยวกับห้องรับรอง เดอะ เซ็นจูเรี่ยน

ห้องรับรอง เดอะ เซ็นจูเรี่ยน เป็นโปรแกรมห้องรับรองที่เป็นซิกเนเจอร์ภายใต้ คอลเลกชันห้องรับรองอเมริกันเอ็กซ์เพรสทั่วโลก ซึ่งให้สิทธิ์เข้าใช้ห้องรับรอง เดอะ เซ็นจูเรี่ยน โดยอเมริกัน เอ็กซ์เพรส ห้องรับรองอเมริกัน เอ็กซ์เพรสในประเทศต่าง ๆ  สิทธิ์ Delta Sky Club® สำหรับผู้ถือบัตรที่เดินทางกับสายการบินเดลตา สิทธิ์ Priority PassTM Select Lounges โดยต้องทำการลงทะเบียน สิทธิ์เข้าถึง Airspace Lounges, MAG U.S. Escape Lounges และ Plaza Premium Lounges รวมกว่า 1,300 แห่งใน 140 ประเทศ และกำลังเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ

สิทธิ์เข้าใช้ห้องรับรอง เดอะ เซ็นจูเรี่ยน เป็นเอกสิทธิ์ที่มอบให้เฉพาะสมาชิกผู้ถือบัตรแพลตตินัม สมาชิกห้องรับรองเซ็นจูเรี่ยน และสมาชิกบัตร Delta SkyMiles® Reserve เท่านั้น สมาชิกบัตรแพลตตินัมสามารถเข้าใช้ห้องรับรองพร้อมผู้ติดตามได้สูงสุดสองท่านโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม สมาชิกบัตรเซ็นจูเรี่ยนสามารถเข้าใช้ห้องรับรองพร้อมครอบครัว หรือ ผู้ติดตามได้สูงสุดสองท่าน สมาชิกบัตรแพลตตินัมและบัตรเซนจูเรียนสามารถซื้อสิทธิ์เข้าใช้ห้องรับรอง เดอะ เซ็นจูเรี่ยน ให้กับแขกที่นอกเหนือจากนี้ได้ในราคา 50 ดอลลาร์ต่อท่าน สมาชิกบัตร Delta SkyMiles® Reserve สามารถให้ผู้ติดตามเข้าใช้ได้สูงสุดสองท่านต่อการเข้าใช้หนึ่งครั้ง โดยมีค่าบริการเพิ่มเติมที่ 50 ดอลลาร์ต่อท่านต่อห้องรับรองแต่ละแห่ง

ที่ตั้ง: ทั่วโลก

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200916005291/en/

ติดต่อ

อเมริกัน เอ็กซ์เพรส
Margot Leeds
Margot.Leeds@aexp.com


KHOS™ คอนเซ็ปต์ที่พักแนวไลฟ์สไตล์โดย โรสวูด โฮเทล กรุ๊ป เผยความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับแบรนด์

Logo

ฮ่องกง–(BUSINESS WIRE)–16 กันยายน 2563

KHOS™ คอนเซ็ปต์ที่พักใหม่ล่าสุดจาก โรสวูด โฮเทล กรุ๊ป ผู้นำด้านบริการต้อนรับในระดับนานาชาติ มีความยินดีที่จะประกาศความคืบหน้าและวิวัฒนาการล่าสุดของแบรนด์นับตั้งแต่มีการเปิดตัวเป็นครั้งแรกไปเมื่อไตรมาสที่ 4 ของปี 2560 KHOS ถูกรังสรรค์ขึ้นเพื่อตอบรับรูปแบบการใช้ชีวิตที่ทันสมัยในปัจจุบัน พร้อมนำเสนอแนวคิดเกี่ยวกับโรงแรมสำหรับนักธุรกิจในรูปแบบใหม่ KHOS ถูกออกแบบมาสำหรับนักเดินทางรุ่นใหม่โดยเฉพาะ ซึ่งสำหรับนักเดินทางกลุ่มนี้ เส้นแบ่งระหว่างการทำงานและความสนุกสนานแบบเดิม ๆ ไม่มีอยู่อีกต่อไป

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้มีเนื้อหามัลติมีเดีย ดูอย่างเต็มรูปแบบที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20200915005397/en/

KHOS brand photo 1 (Photo: Business Wire)

KHOS brand photo 1 (รูปภาพ: Business Wire)

ปัจจุบัน แบรนด์มีโรงแรม 1 แห่ง และรีสอร์ท 1 แห่งตั้งอยู่ในเมืองที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ของประเทศจีน และเตรียมเปิดอสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ อีกในอนาคตอันใกล้นี้ โดยปรัชญาของแบรนด์ยังถูกหนุนด้วยรูปแบบการใช้ชีวิตอันแตกต่างที่ได้แรงบันดาลใจจากพลัง ศิลปะ ความสร้างสรรค์ สไตล์และความเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วของวันในยุคปัจจุบัน ด้วยโลกที่ยังคงเดินหน้าเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน บวกกับความต้องการที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ของคนในยุคดิจิทัล KHOS จึงอยู่ในตำแหน่งผู้นำของการเดินทางและบริการด้านธุรกิจยุคใหม่

“เราสร้าง KHOS ขึ้นเพื่อตอบสนองทุกความต้องการของนักเดินทางเจเนอเรชันใหม่อย่างทั่วถึง โดยนักเดินทางกลุ่มนี้มักเดินทางอยู่ตลอดเวลาและมองหาสถานที่พักที่เข้าใจ สามารถสะท้อน และรองรับไลฟ์สไตล์ที่รวดเร็วของพวกเขาได้” Sonia Cheng ประธานกรรมการบริหาร โรสวูด โฮเทล กรุ๊ป กล่าว “แนวคิดของเราสะท้อนการเรียงลำดับความสำคัญแบบใหม่และความพึงพอใจของคอมมิวนิตีนี้ และก้าวทันการเปลี่ยนแปลงพัฒนาที่ต่อเนื่องและรวดเร็วของยุคดิจิทัลไปพร้อม ๆ กับการบุกเบิกสไตล์การทำงานรูปแบบใหม่ที่มีความปลอดภัย”

โซลูชันที่เปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจสำหรับคนยุคใหม่

คำว่า KHOS มาจากภาษามองโกเลียซึ่งมีความหมายว่า “คู่” โดยคำว่า KHOS ได้แรงบันดาลใจจากความต้องการที่จะกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือกันในกลุ่มนักสร้างสรรค์ ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ออกแบบตามหลักการยศาสตร์อย่างยอดเยี่ยม ทั้งนี้เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้มีผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นทั่วโลก ไม่ว่าจะเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดของผู้ประกอบการ การหาความสนใจร่วมระหว่างธุรกิจ หรือการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคู่รัก ครอบครัว หรือเพื่อนฝูงผ่านการสร้างประสบการณ์ร่วมกัน KHOS ยินดีต้อนรับทั้งผู้คนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวจากต่างชาติให้มาร่วมกันออกสำรวจและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ และเติมพลังให้มีชีวิตชีวาอีกครั้งโดยมีฉากหลังเป็นวัฒนธรรมและชุมชนที่เต็มไปด้วยสีสัน ด้วยเหตุนี้ การผสมผสานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะระหว่างประโยชน์และฟังก์ชันภายใต้แนวคิดนี้ จึงทำหน้าที่เป็นเสมือนจุดนัดพบของโรงแรมธุรกิจ โรงแรมไลฟ์สไตล์ สโมสรทางสังคม และพื้นที่ทำงานร่วมกันในแง่มุมที่ดีที่สุด รวมกันเป็นระบบนิเวศแห่งการบริการที่ออกแบบมาได้อย่างตรงกับความต้องการของคนยุคใหม่ในวิถีชีวิตปัจจุบันที่สามารถสลับโหมดระหว่างการทำงานและการหาความสนุกเพลิดเพลินได้อย่างง่ายดาย

สิ่งที่เป็นหัวใจในหลักปรัชญาของ KHOS คือซิกเนเจอร์หลักที่เน้นย้ำการวางตำแหน่งของแบรนด์ในฐานะศูนย์กลางแห่งสีสันที่ธุรกิจและการพักผ่อนหย่อนใจ ผลิตภาพ ความสร้างสรรค์และสุขภาพที่ดีเชื่อมโยงเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ:

KHOS Connect ยกระดับพื้นที่ทำงานส่วนกลางไปอีกขั้นด้วยการออกแบบพื้นที่ทางสังคมที่มีความยืดหยุ่น และโปรแกรมกิจกรรมที่สร้างแรงบันดาลใจสำหรับผู้ใช้ภายในและผู้มาเยือนจากชุมชนในพื้นที่

The Commons พลิกโฉมบริเวณลอบบี้ที่มีความทางการแบบดั้งเดิมโดยเปลี่ยนเป็นพื้นที่กลางที่มีบรรยากาศผ่อนคลายมากขึ้น ออกแบบให้เกิดการสร้างแรงบันดาลใจและทำกิจกรรมร่วมกัน พื้นที่เพื่อการสื่อสารที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวานี้เปิดให้ทั้งผู้คนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าใช้

KHOS Eat & Drink เป็นโปรแกรมรับประทานอาหารและบาร์ของแบรนด์ที่ออกแบบมาเพื่อนำเสนอประสบการณ์การรับประทานอาหารร่วมสมัยในบรรยากาศสบาย ๆ

KHOS Gather เปลี่ยนรูปแบบการประชุมแบบเดิม ๆ ให้ทันสมัย โดยการออกแบบให้ ‘ห้องประชุม’ มีพื้นที่สำหรับรวมตัวกันของผู้ใช้ ซึ่งออกแบบมาเพื่อกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมใหม่ ๆ โดยเฉพาะ

KHOS Play เป็นพื้นที่สำหรับเด็ก ๆ ในการเรียนรู้ผ่านโปรแกรมโต้ตอบที่สนุกสนาน มีการจัดกิจกรรมที่หลากหลายทั้งในร่มและกลางแจ้งโดยมุ่งเน้นไปที่การผจญภัย ความยั่งยืน และภาพลักษณ์ในเชิงบวก

Downtime ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานสามข้อที่แตกต่าง แต่เป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ที่มีความสอดคล้องกัน ได้แก่ Retreat, Renew และ Recharge โดย Retreat หมายถึงการให้ผู้เข้าพักได้ผ่อนคลายและดื่มด่ำเครื่องดื่มที่จะเติมความสดชื่นกับกลุ่มเพื่อน Renew ให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสกับการชำระล้างร่างกายแบบโบราณโดยรวมเอาที่สุดของเอเชียมารวมไว้ที่เดียวกัน และ Recharge เป็นประสบการณ์การใช้ฟิตเนสที่เต็มไปด้วยการพบปะพูดคุยและพลัง มีชั้นเรียนแบบกลุ่มและการฝึกซ้อมส่วนตัวให้เลือกมากมาย

การเติบโตและการขยายตัวเชิงกลยุทธ์

กลยุทธ์การเติบโตของ KHOS ประกอบด้วยการลงทุนอย่างยั่งยืนโดย นิวเวิลด์ ไชนา บริษัทในเครือของโรสวูด โฮเทล กรุ๊ป ในอสังหาริมทรัพย์สามแห่งซึ่งกำลังเตรียมความพร้อมเปิดให้บริการในพื้นที่ต่าง ๆ ของจีน “KHOS ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากตลาดเป้าหมายของเรา และเมื่อเราเติบโตขึ้นเราจะพัฒนาคอนเซ็ปต์นี้ตามความต้องการและข้อเสนอแนะของแขกผู้เข้าพักต่อไป” คุณ Cheng กล่าวสรุป “เราเชื่อว่าแบรนด์ KHOS เข้ามาเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอของโรสวูด โฮเทล กรุ๊ป ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และเป็นเครื่องสะท้อนอย่างแท้จริงถึงผลงานของเราในการสร้างประสบการณ์อันยอดเยี่ยมจากดีไซน์สุดล้ำ เราตั้งตารอที่จะได้ต้อนรับแขกผู้เข้าพักสู่สถานที่พักทั้งหมดของเรา และมอบโอกาสให้ผู้เข้าพักได้สำรวจจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจไปพร้อมกับขอบเขตทางด้านความคิดและนวัตกรรมของพวกเขาอีกด้วย”

KHOS Langfang

KHOS Langfang เป็นที่พักแห่งแรกของแบรนด์ซึ่งอยู่ระหว่างมหานครปักกิ่งและเทียนจินของจีนที่มีความทันสมัยอย่างมาก ที่พักแห่งนี้ประกอบด้วยห้องทั้งหมด 294 ห้อง ตั้งอยู่ในทำเลอันยอดเยี่ยมของกว่างหยางซึ่งห่างจากหลางฝางแวนดาพลาซาเพียง 1.8 กิโลเมตร และห่างจากท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่งต้าซิงเพียง 30 กิโลเมตร เพื่อให้สอดคล้องกับชื่อเสียงของเมืองหลางฝางซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางแห่งอาหารชั้นเลิศ โรงแรมจึงได้จัดห้องอาหารที่เต็มไปด้วยสีสันไว้สามห้อง โดยมีห้องอาหารสำหรับธุรกิจและครอบครัว สำหรับการลิ้มลองอาหารท้องถิ่นของเมืองในรสชาติต้นตำหรับผ่านตัวเลือกเมนูอาหารที่ทั้งสดใหม่ อร่อย และหลากหลาย KHOS ในหลางฝางยังมีพื้นที่ the Commons ซึ่งออกแบบอย่างพิถีพิถันและเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างประสบการณ์การเข้าพักของโรงแรม โดย the Commons ซึ่งได้รับการปรับโฉมใหม่และมีการผสมผสานพื้นที่บริเวณต้อนรับส่วนหน้าและลอบบี้เข้าด้วยกัน เป็นการนำเสนอประสบการณ์โรงแรมรูปแบบใหม่อย่างสิ้นเชิง โดยมีการเพิ่มพื้นที่ค้าปลีกและพื้นที่ทำงานภายเข้าไป พร้อมเผยให้เห็นถึงการออกแบบแบบร่วมสมัยที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและความลื่นไหล

KHOS Qingyuan

เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา KHOS Qingyuan เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในเมืองกวางตุ้งทางตอนเหนือ และเป็นที่พักประเภทรีสอร์ทแห่งแรกของแบรนด์ สถานที่พักผ่อนที่สวยงามตระการตาตั้งอยู่ในทำเลสะดวกใกล้กับเมืองชิงหยวนที่เต็มไปด้วยสีสัน ที่พักแห่งนี้เหมาะสำหรับการพักผ่อนเพื่อแสวงหาความสุขแบบส่วนตัวอย่างแท้จริง KHOS Qingyuan ประกอบด้วยห้องพักและห้องชุดสุดหรูทั้งหมด 217 ห้อง ผ่านการออกแบบอย่างพิถีพิถันโดยใช้วัสดุธรรมชาติที่มีความยั่งยืนอย่างไม้และหิน ซึ่งทำให้โรงแรมมีบรรยากาศที่ผ่อนคลายและมีความสวยงามในสไตล์ญี่ปุ่น นอกจากจะมีสระว่ายน้ำกลางแจ้งที่เปิดให้บริการตามฤดูกาลและฟิตเนสที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงแล้ว KHOS Qingyuan ยังมีบ่อน้ำร้อนให้บริการเพื่อการผ่อนคลายและเติมความสดชื่น บ่อน้ำพุร้อนของ KHOS Qingyuan ได้รับการจัดอันดับโดย Nippon Onsen Research Institute ให้เป็นน้ำพุร้อนระดับเฟิรส์คลาส โดยแหล่งน้ำสำหรับบ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้มาจากน้ำพุใต้ดินตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าน้ำชนิดนี้สามารถช่วยผ่อนคลายร่างกายที่เมื่อยล้าและเติมความสดชื่นให้กับผิว ด้วยมีส่วนประกอบของพลังงานความร้อนใต้พื้นพิภพที่จะทำให้ทั้งร่างกายและจิตใจได้รับการผ่อนคลายขั้นสุด สำหรับผู้เข้าพักที่มาพร้อมกับเด็กเล็ก นี่คือโอกาสที่จะได้เสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวให้แข็งแรงด้วย KHOS Play ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ออกแบบมาให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้และเติบโตท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย สนุกสนาน และมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน นอกจากนี้ เพื่อเป็นการเอาใจใส่ดูแลเด็ก ๆ รุ่นใหม่ Play ยังได้จัดโครงสร้างพื้นที่ภายในและภายนอก รวมถึงพื้นที่ทำกิจกรรมขึ้นบนพื้นฐานด้านการเรียนรู้ การผจญภัย การเป็นตัวของตัวเองและอัตลักษณ์ในเชิงบวก

KHOS Shenyang

โรสวูด โฮเทล กรุ๊ป กำลังตั้งตารอการเปิดตัวของ KHOS Shenyang ที่พักแห่งที่สามภายใต้แบรนด์ KHOS ในประเทศจีนอย่างใจจดใจจ่อ โรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่ในบริเวณที่มีสีสันที่สุดของเมืองระดับ Tier 1 ในโกลเด้นคอร์ริดอร์ที่กำลังเติบโต ผู้เข้าพักสามารถเดินทางสู่สถานที่ต่าง ๆ อย่าง เสิ่นหยางเคอีเลฟเวนอาร์ตมอล เสิ่นหยางนิวเวิลด์เอ็กซ์โป สถานีรถไฟใต้ดิน ท่าอากาศยานนานาชาติเถาเซียนเสิ่นหยาง และสถานีรถไฟใต้ดินที่สำคัญ ๆ ได้โดยตรงโดยใช้เวลาขับรถเพียงไม่เกิน 20 นาที เมื่อเปิดให้บริการแล้ว KHOS Shenyang จะเผยให้เห็นห้องพักแขกทั้งหมด 400 ห้อง รวมถึงพื้นที่ the Commons และพื้นที่กิจกรรมขนาด 3,200 ตารางเมตร และเพื่อสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับบรรยากาศการรับประทานอาหารของเมือง KHOS Shenyang จะแนะนำจุดหมายปลางทางด้านอาหารที่เต็มไปด้วยสีสันและมีความหลากหลายตั้งแต่การรับประทานอาหารสไตล์เอเชียที่สนุกสนานไปจนถึงมื้ออาหารจีนส่วนตัวสุดหรู โดยจุดหมายปลายทางเหล่านั้นประกอบด้วย So Shenyang การรับประทานอาหารท่ามกลางบรรยากาศตลาดในเอเชีย Yu Mansion ภัตตาคารอาหารทะเลและอาหารจานเด็ดประจำกวางตุ้งที่มีห้องอาหารส่วนตัวในสวน Kao Grill House โรงเตี๊ยมสไตล์เอเชียที่มีชีวิตชีวา และ Zui บาร์เบียร์และค็อกเทล และเพื่อให้สอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ของ KHOS ที่ต้องการเป็นโรงแรมที่มีความล้ำสมัย KHOS Shenyang จึงได้จัดให้มี KHOS Connect เป็นพื้นที่ทำงานส่วนกลางซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ทำงานที่เต็มไปด้วยสีสัน ห้องทำงานส่วนตัวที่มีความสงบ และห้องประชุมที่มีรูปแบบหลากหลายสำหรับการระดมสมองไปจนถึงการพบปะลูกค้ารายสำคัญ

เกี่ยวกับ KHOS
KHOS เป็นคอนเซ็ปต์โรงแรมรูปแบบใหม่ที่รองรับรูปแบบการใช้ชีวิตที่แตกต่าง ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากพลัง ศิลปะ นวัตกรรม ความสร้างสรรค์ สไตล์และความเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วของวันในยุคปัจจุบัน KHOS เป็นจุดรวมตัวของชุมชนที่เชื่อมโยงถึงกันทั่วโลก ในสภาพแวดล้อมที่เน้นความสำคัญทางด้านการออกแบบเพื่อให้เกิดการพบปะพูดคุย การทำงานร่วมกัน และการสร้างสรรค์ KHOS คือ พื้นที่ที่ครบวงจนสำหรับการมอบประสบการณ์ให้กับนักเดินทางยุคใหม่

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชมที่ khos.com

เกี่ยวกับโรสวูด โฮเทล กรุ๊ป
โรสวูด โฮเทล กรุ๊ป ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทโรงแรมชั้นนำของโลก เป็นเจ้าของแบรนด์ภายในเครือทั้งหมดสามแบรนด์ ได้แก่ Rosewood Hotels & Resorts® อันหรูหราในอเมริกาเหนือ แคริบเบียน/แอตแลนติก ยุโรป ตะวันออกกลางและเอเชีย New World Hotels & Resorts ที่พักสุดหรูในจีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ KHOS แบรนด์โรงแรมแนวไลฟ์สไตล์และธุรกิจระดับโลก โดยมีโรงแรมภายใต้แบรนด์เหล่านี้กว่า 40 แห่งใน 19 ประเทศ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชมที่ rosewoodhotelgroup.com

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20200915005397/en/

ฝ่ายสื่อ โรสวูด โฮเทล กรุ๊ป:
Florence Chan
โทร: +852 2138 2262
อีเมล: florence.chan@rosewoodhotelgroup.com













เตรียมพบกับทะเลสาบลากูนสำหรับนักท่องเที่ยว Crystal Lagoons® Public Access Lagoons™ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Logo

***สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ์ของ PAL™ เป็นธุรกิจแห่งอนาคตสำหรับนักลงทุน โดยได้รับความสนใจจากความสำเร็จของ PAL ในสหรัฐฯ เนื่องจากผลตอบแทนที่สูงและความปลอดภัยในระยะยาวเพราะเป็นทางเลือกที่ป้องกันความเสี่ยงจาก Covid และ Amazon

ไมอามี–(บิสิเนสไวร์)–15 ก.ย. 2563

ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัทนวัตกรรมด้านน้ำข้ามชาติของสหรัฐฯ Crystal Lagoons® มีโครงการทะเลสาบลากูน 45 โครงการในขั้นตอนต่างๆ โดยโครงการใน อินโดนีเซีย และ ไทย นั้นมีความโดดเด่นเป็นพิเศษเพราะเป็นพื้นที่แห่งแรกของภูมิภาคที่มีการดำเนินการลากูนสาธารณะ (Public Access Lagoon)

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้มีมัลติมีเดีย อ่านฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20200907005386/en/

Crystal Lagoons is in negotiations with investors in Southeast Asia, enticed by its previously unseen returns, long-term project safety and limited risk, as a Covid and Amazon-proof business alternative. (Photo: Business Wire) Crystal Lagoons อยู่ระหว่างการเจรจากับนักลงทุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเล็งเห็นผลตอบแทนที่สูงอย่างไม่เคยมีมาก่อน ความปลอดภัยในระยะยาวและความเสี่ยงที่จำกัดของโครงการ โดยเป็นทางเลือกทางธุรกิจที่ป้องกันความเสี่ยงจากโควิดและ Amazon (ภาพ: Business Wire)

ขณะนี้ บริษัทกำลังขยายงานด้วยการปฏิวัติลากูนสาธารณะ Public Access Lagoons™ หรือที่เรียกว่า PAL™ โดยเสนอข้อตกลงการออกใบอนุญาตหลักสำหรับ PAL จำนวนหนึ่ง  Crystal Lagoons อยู่ระหว่างการเจรจากับ นักลงทุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเล็งเห็นผลตอบแทนที่สูงอย่างไม่เคยมีมาก่อน ความปลอดภัยในระยะยาวและความเสี่ยงที่จำกัดของโครงการ โดยเป็นทางเลือกทางธุรกิจที่ป้องกันความเสี่ยงจากโควิดและ Amazon

ความสนใจใน PAL ซึ่งเป็นศูนย์รวมของศตวรรษที่ 21    ได้เพิ่มขึ้นตามความสำเร็จของพวกเขาในประเทศญี่ปุ่น ประเทศที่มีความเจริญทางเทคโนโลยีมากที่สุดในโลก และในสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะในเท็กซัสและฟลอริด้าที่มีรายได้จากตั๋วรายวันเกิน $50,000 เหรียญสหรัฐ ผู้เข้าชม 1,200 รายและการจองตั๋วจนเต็ม

 ลากูนแบบ crystalline ที่ล้อมรอบด้วยหาดทรายสีขาวกลายเป็นสถานที่ที่สวยงามที่สุดในเมือง บริษัทนำเสนอรูปแบบการลงทุนที่มีโครงสร้างพื้นฐานมากขึ้นหรือน้อย โดยกับตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบที่สุดรวมมีช่องว่างสำหรับโรดโชว์ งานเปิดตัว งานแต่งงาน คอนเสิร์ตในหลายรูปแบบเช่นชายหาด ระเบียง โดม เช่นเดียวกับข้อเสนอการร้านอาหาร การค้าปลีก และอัฒจันทร์

ตลาดอื่นๆ ที่ได้ลงนามในข้อตกลงหลักที่เกี่ยวข้องกับ PAL จำนวนมาก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา(16 PAL) เกาหลี (30 PAL) ปากีสถาน (15 PAL) และ อเมริกากลาง (18 PAL)

 “นักลงทุนมองเห็นว่าเป็นโครงการเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นให้เป็นปิรามิดการเงิน และแม้จะมีการลงทุนเริ่มต้นที่ต่ำ บริษัทก็สามารถสร้าง มูลค่าปัจจุบันที่สูงได้” Francisco Matte ผู้อำนวยการภูมิภาค Crystal Lagoons กล่าว

“อุตสาหกรรมโรงแรมระบุว่ามีโรงแรมที่มีชายหาดมีมูลค่าการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มเพิ่มขึ้นถึง 200% เมื่อเทียบกับโรงแรมในอื่นๆ  นักลงทุนยืนยันว่าบนที่ดินที่มีมูลค่าต่ำนั้นโรงแรมที่มีชายหาดและองค์ประกอบของ PAL จะได้รับผลตอบแทนที่น่าดึงดูดใจมาก” เขากล่าวเสริม

ในประเทศกัมพูชาทางบริษัทอยู่ในการเจรจาต่อรองช่วงท้ายสำหรับ 12 ถึง 15 PAL ที่มีผู้พัฒนาจากประเทศภาษาอังกฤษใน  กรุงพนมเปญ บัตดัมบาง เสียมราฐ สีหนุวิลล์   นอกจากนี้ยังมีการเจรจาต่อรองในระดับภูมิภาค เช่นมาเลเซียและไทย

อ่านต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200907005386/en/

ติตด่อ:

Francisco Matte
fmatte@crystal-lagoons.com


Tommy Hilfiger เร่งการเดินทางสู่ความยั่งยืนด้วยโครงการ “สร้างขึ้นให้ได้”

Logo

ขับเคลื่อนด้วยวิสัยทัศน์ที่จะ 'ไม่สร้างขยะและต้อนรับทุกคน' โปรแกรมเพื่อความยั่งยืนของ Tommy Hilfiger ที่มีชื่อว่า Make it Possible (สร้างขึ้นให้ได้) กำหนดเป้าหมาย 24 ประการและมุ่งสู่ระบบหมุนเวียนและการต้อนรับทุกฝ่ายภายในปี 2573

  • Tommy Hilfiger เข้าใกล้ความยั่งยืนทั้งจากมุมมองด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมโดย Make it Possible มุ่งเน้นไปที่ระบบหมุนเวียนและการต้อนรับทุกฝ่ายตามลำดับ
  • ภารกิจของ Make it Possible คือการสร้างแฟชั่นที่ ‘Wastes Nothing and Welcomes All.’ (ไม่สร้างขยะและต้อนรับทุกคน)
  • โครงการนี้มี 24 เป้าหมายใน 4 เสาหลักภายในปี 2573
  • www.sustainability.tommy.com
  • #TommyHilfiger

AMSTERDAM–(อัมสเตอร์ดัม)–31 ส.ค. 2563

Tommy Hilfiger บริษัทของ PVH Corp. [NYSE: PVH] ประกาศโครงการ Make it Possible แนวทางเพื่อความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมซึ่งตอกย้ำความมุ่งมั่นขององค์กรในการสร้างสรรค์แฟชั่นที่ 'Wastes Nothing and Welcomes All'  ด้วย Make it Possible, Tommy Hilfiger มุ่งสู่ 24 เป้าหมายซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่ระบบหมุนเวียนและการต้อนรับทุกฝ่ายโดยสรุปไว้ในสี่เสาหลักภายในปี 2030:

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้มีมัลติมีเดีย อ่านฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20200830005002/en/

  • ระบบหมุนเวียนอย่างรอบด้าน: สร้างผลิตภัณฑ์ที่มีระบบหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบและเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่ที่ยั่งยืน
     
  • สร้างขึ้นเพื่อชีวิต: การดำเนินงานที่คำนึงถึงขอบเขตของโลก เช่นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การใช้ที่ดิน มลพิษทางน้ำจืดและเคมี จากสิ่งที่เราซื้อถึงที่ที่เราขาย
     
  • ต้อนรับทุกฝ่าย: เป็นแบรนด์ที่เหมาะสมสำหรับแฟน TOMMY ทุกคน โดยต้อนรับทุกฝ่ายและเข้าถึงได้เสมอ
     
  • โอกาสสำหรับทุกคน: สร้างการเข้าถึงโอกาสที่เท่าเทียมกันอย่างไม่มีอุปสรรคต่อความสำเร็จที่ Tommy Hilfiger
     

โครงการของ Tommy Hilfiger ขับเคลื่อนโดยของบริษัทแม่ PVH Corp ที่มีกลยุทธ์ Forward Fashion ซึ่งเป็นชุดลำดับความสำคัญ 15 ประการที่ออกแบบมาเพื่อลดผลกระทบด้านลบให้เป็นศูนย์ เพิ่มผลกระทบเชิงบวกถึง 100% และปรับปรุงชีวิตกว่า 1 ล้านคนในห่วงโซ่คุณค่าของบริษัท

“ผมเปิดร้านแห่งแรกของผม People's Place ในปี 1969 ในบ้านเกิดของผมที่ Elmira เพื่อให้ผู้คนจากทุกพื้นฐานได้มารวมตัวกันและแบ่งปันประสบการณ์วัฒนธรรมร่วมสมัยที่น่าตื่นเต้น” Tommy Hilfiger กล่าว “ในขณะที่แบรนด์ของเรามีการพัฒนาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยได้รับแรงผลักดันจากจิตวิญญาณการต้อนรับทุกฝ่ายนี้ เราจึงมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม  ด้วยโครงการ Make it Possible เราจะก้าวไปอีกขั้นด้วยความมุ่งมั่นของเรา  เรากำลังดำเนินการตามวิสัยทัศน์ของเราด้วยทั้งองค์กรที่มุ่งเน้นและจะบรรลุเป้าหมายนี้ให้ได้”

“ในช่วงวิกฤตด้านสุขภาพ มนุษย์ สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ เรามีความรับผิดชอบร่วมกันในการค้นหาวิธีการแก้ปัญหาที่เป็นนวัตกรรมที่จะส่งเสริมให้เกิดการรวมตัวกันและสร้างอนาคตที่เป็นระบบหมุนเวียนมากขึ้น” Martijn Hagman ซีอีโอของ Tommy Hilfiger Global และ PVH Europe กล่าว “เป็นธรรมชาติของเราที่จะขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงแม้ในช่วงเวลาที่ท้าทายที่สุด  ด้วยเหตุนี้เราจึงประกาศโครงการ Make it Possible ที่เป็นความทะเยอทะยานของเราโดยสรุปเป้าหมาย 24 ประการภายในปี 2573  Tommy Hilfiger มีประวัติยาวนานนับหลายสิบปีในการขับเคลื่อนอนาคตที่ยั่งยืนมากขึ้น รวมถึงการบุกเบิกกระบวนการผลิตยีนส์ที่มีผลกระทบต่ำ การสนับสนุนการดูแลน้ำ และการสร้างคอลเลกชันที่ต้อนรับทุกฝ่ายมากขึ้น  Make it Possible คือวิธีหนึ่งที่เราจะทำงานร่วมกันเพื่อสร้างอุตสาหกรรมแฟชั่นที่ยั่งยืนยึ่งขึ้น”

Make it Possible ถือเป็นก้าวล่าสุดในการเดินทางสู่ความยั่งยืนของ Tommy Hilfiger  ความสำเร็จที่สำคัญ ได้แก่ การเปิดตัว Tommy Hilfiger Adaptive ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้การแต่งกายง่ายขึ้นสำหรับผู้ใหญ่และเด็กที่มีความพิการและ Tommy Hilfiger Fashion Frontier Challenge ซึ่งเป็นโครงการระดับโลกที่มุ่งสนับสนุนธุรกิจสตาร์ทอัพและสเกลอัพที่พัฒนาโซลูชันที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมและความยั่งยืนในแฟชั่น  เมื่อไม่นานมานี้ Tommy Hilfiger ได้เปิดตัวโครงการ People's Place เพื่อพัฒนาตัวแทนของชุมชนคนผิวดำ คนพื้นเมือง และคนผิวสี (BIPOC) ในอุตสาหกรรมแฟชั่นและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์  ในปัจจุบันนักออกแบบ Tommy Hilfiger มากกว่า 80% ได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับกลยุทธ์การออกแบบระบบหมุนเวียนและในปี 2019 ผ้าฝ้าย 72% ที่ใช้ทั่วโลกมาจากแหล่งที่ยั่งยืน  นอกจากนี้ผ้ายีนส์กว่า 2 ล้านชิ้นยังได้รับการออกแบบให้ลดแรงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งช่วยลดปริมาณน้ำและพลังงานที่ใช้ตามฤดูกาล  แต่ละคอลเลกชั่นคอลเลกชั่นของ TOMMY HILFIGER มีสไตล์ที่ยั่งยืนมากขึ้นในคอลเลกชั่นโดยเห็นได้จากรูปแบบที่ยั่งยืนมากขึ้น 50% สำหรับฤดูใบไม้ผลิปี 2564 ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นสองเท่าจากฤดูใบไม้ผลิปี 2563

โดยตระหนักว่าไม่มีบริษัทใดสามารถเปลี่ยนแนวความยั่งยืนได้เพียงลำพัง Tommy Hilfiger ในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของ PVH Corp. ได้เข้าร่วมพันธมิตรในอุตสาหกรรมโดยการลงนาม The Fashion Pact ในเดือนสิงหาคม 2562 รวมทั้งเข้าร่วมโครงการ Ellen MacArthur Foundation Make Fashion Circular และ Jeans Redesign  ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Tommy Hilfiger ได้ร่วมมือกับ WWF เพื่อจัดการกับความเสี่ยงด้านน้ำในสถานที่ตั้งของห่วงโซ่อุปทานเชิงกลยุทธ์ ซึ่งรวมถึงการฝึกอบรมเกี่ยวกับการจัดการความเสี่ยงด้านน้ำสำหรับซัพพลายเออร์และนิคมอุตสาหกรรมในลุ่มแม่น้ำไท่หูของจีนและทำหน้าที่เป็นพันธมิตรผู้ก่อตั้งโครงการดูแลแหล่งน้ำใหม่ในเวียดนามในลุ่มน้ำโขง

ตลอดการเดินทาง Tommy Hilfiger จะแบ่งปันความคืบหน้า สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Make it Possible และภาพรวมความสำเร็จทั้งหมด ไปที่: sustainability.tommy.com

เกี่ยวกับ Tommy Hilfiger

ด้วยผลงานแบรนด์ที่มี TOMMY HILFIGER และ TOMMY JEANS, Tommy Hilfiger เป็นหนึ่งในดีไซเนอร์พรีเมี่ยมที่ได้รับการยอมรับที่สุดของโลก โดยมุ่งเน้นที่การออกแบบและจำหน่ายเสื้อผ้าและชุดกีฬาสำหรับผู้ชาย เครื่องแต่งกายและชุดกีฬาสำหรับผู้หญิง เสื้อผ้าเด็ก คอลเลกชันเดนิม ชุดชั้นใน (รวมทั้งเสื้อคลุม ชุดนอน และชุดใส่ในบ้าน) รองเท้าและเครื่องประดับ  Tommy Hilfiger ได้รับลิขสิทธิ์ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ที่ครบครันเช่นแว่นตา นาฬิกา น้ำหอม ชุดว่ายน้ำ ถุงเท้า เครื่องหนังขนาดเล็ก ของใช้ในบ้าน และกระเป๋าเดินทาง  กลุ่มผลิตภัณฑ์ TOMMY JEANS ประกอบด้วยชุดยีนส์และรองเท้าสำหรับผู้ชายและผู้หญิง เครื่องประดับและน้ำหอม Tommy Hilfiger    สินค้าภายใต้แบรนด์TOMMY HILFIGER และ TOMMY JEANS วางจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภคทั่วโลกผ่านทางเครือข่ายร้านค้าที่กว้างขวางของ Tommy Hilfiger และ TOMMY JEANS ร้านปลีกชั้นนำพิเศษและห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีกออนไลน์และ tommy.com

เกี่ยวกับ PVH Corp.

PVH เป็นหนึ่งในแบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ได้รับความชื่นชมมากที่สุดในโลก  เรานำแบรนด์ที่ขับเคลื่อนแฟชั่นไปข้างหน้า โดยแบรนด์ของเราประกอบด้วย CALVIN KLEIN, TOMMY HILFIGER, Van Heusen, IZOD, ARROW, Warner's, Olga และ Geoffrey Beene แบรนด์ตลอดจนแบรนด์เน้นดิจิทัล True&Co.  เราจำหน่ายสินค้าที่หลากหลายภายใต้แบรนด์โด่งดังที่เหล่านี้ทั้งในและต่างประเทศ  PVH มีผู้ร่วมงานกว่า 40,000 คนที่ดำเนินงานในกว่า 40 ประเทศและมีรายได้ 9.9 พันล้านดอลลาร์ต่อปี  นั่นคือพลังของเรา นั่นคือพลังของ PVH

ติดตามเราได้ที่ Facebook, Instagram, Twitter และ LinkedIn

อ่านต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200830005002/en/

ติดต่อ:

Tommy Hilfiger
Baptiste Blanc
Sr. Director, Communications and Earned Media (ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการสื่อสาร)
Baptiste.Blanc@tommy.com
+31 62904 2334

การท่องเที่ยวฮ่องกง เตรียมนำเทศกาล Hong Kong Wine & Dine Festival สู่โลกออนไลน์

Logo

ฮ่องกง–(BUSINESS WIRE)–21 สิงหาคม 2563

ด้วยสถานการณ์ความไม่แน่นอนจากวิกฤติการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 การท่องเที่ยวฮ่องกงได้ประกาศเตรียมจัดงานใหญ่ประจำปีอย่างเทศกาล “Hong Kong Wine & Dine Festival” ในรูปแบบออนไลน์เป็นครั้งแรก

Hong Kong Wine & Dine Festival (Photo: Business Wire)

Hong Kong Wine & Dine Festival (รูปภาพ: Business Wire)

ดร.วาย เค แปง (Dr YK Pang) ประธานการท่องเที่ยวฮ่องกง กล่าวถึงการจัดงานรูปแบบใหม่ครั้งนี้ว่า “เทศกาล Hong Kong Wine & Dine ถือเป็นหนึ่งในอีเว้นท์ที่มีชื่อเสียงที่สุดสำหรับทั้งชาวฮ่องกงและนักท่องเที่ยวตลอดช่วงสิบปีที่ผ่านมานับตั้งแต่มีการจัดงานขึ้นเป็นครั้งแรก แม้ต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในปีนี้ เราก็หวังว่าผู้คนจะยังได้สัมผัสประสบการณ์ด้านวัฒนธรรมอาหารที่มีเอกลักษณ์ของฮ่องกง พร้อมกับช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของฮ่องกงท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่มีความท้าทายเช่นนี้ การจัดงานในรูปแบบเทศกาลออนไลน์ในปีนี้จะช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดการด้านสาธารณสุขและความปลอดภัย”

ดร. แปง กล่าวเพิ่มเติมว่า “เทศกาล Hong Kong Wine & Dine ในรูปแบบออนไลน์นี้ จะยังคงบรรยากาศที่สนุกสนานและมีชีวิตชีวาอันเป็นสเน่ห์ของงานนี้เอาไว้อย่างครบถ้วน ด้วยการมอบประสบการณ์การลิ้มรสอาหารและไวน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟนำเสนอโดยกูรูผู้เชี่ยวชาญ นอกจากนี้ ด้วยรูปแบบงานเทศกาลออนไลน์ เราได้ขยายระยะเวลาของเทศกาลออกไป จากปกติ 4 วันเป็นหลายสัปดาห์ เพื่อให้ผู้คนสามารถร่วมงานได้จากทุกที่ทุกเวลามากยิ่งขึ้น”

เพื่อรักษากลิ่นอายและเอกลักษณ์แบบฉบับของเทศกาลให้ได้มากที่สุด การท่องเที่ยวฮ่องกงเลยสร้างพื้นที่ออนไลน์เพื่อเป็นศูนย์กลางรวบรวมโปรแกรมและกิจกรรมต่าง ๆ ของเทศกาลที่จะเกิดขึ้นเข้าไว้ด้วยกัน บริษัทผู้จัดจำหน่ายไวน์หลากหลายแบรนด์เตรียมมอบส่วนลดพิเศษ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่คัดสรรมาสำหรับเทศกาลนี้โดยเฉพาะ โดยผู้ร่วมงานสามารถเลือกดูและซื้อผลิตภัณฑ์ได้ผ่านช่องทางออนไลน์ตามความสะดวก นอกจากนี้ จะมีการเชิญนักวิจารณ์อาหารและไวน์ที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ รวมถึงเชฟและผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์ มาบรรยายแนะนำการจับคู่ไวน์กับเมนูอาหารชั้นเลิศในรูปแบบของกิจกรรมเวิร์กชอปและคลาสออนไลน์ด้วย

งานเทศกาล Hong Kong Wine & Dine Festival เริ่มจัดขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2552 หลังจากฮ่องกงและเมืองบอร์กโดซ์ (Bordeaux) ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจเพื่อความร่วมมือด้านธุรกิจที่เกี่ยวกับไวน์ร่วมกัน เทศกาลกลางแจ้งขนาดใหญ่นี้เลยกลายเป็นทอล์ค ออฟ เดอะทาวน์ในเวลาอันรวดเร็ว และได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน10เทศกาลอาหารและไวน์นานาชาติที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกโดยนิตยสาร Forbes Traveler

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับงาน “Hong Kong Wine & Dine Festival” สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์การท่องเที่ยวฮ่องกง DiscoverHongKong.com

-จบ –

สื่อมวลชนสามารถดาวน์โหลดรูปภาพ ได้จากลิงก์ด้านล่างนี้

หากสื่อมวลชนต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ

คุณวันดี เลิศสุพงศ์กิจ หรือคุณกมลพิชญ์ พรมบาง

ศูนย์ข้อมูลข่าวสารการท่องเที่ยวฮ่องกงสำหรับสื่อมวลชน

แฟรนคอม เอเชีย

02 233 4329 ต่อ 17 หรือ pr@francomasia.com

Mary Kay Inc. สนับสนุนให้เกิดการเสริมสร้างพลังให้กับผู้หญิงและสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีความปลอดภัยและให้เกียรติกันระหว่างการสัมมนาออนไลน์ International Women’s Forum โดย TIME’S UP UK

Logo

ดัลลัส–(BUSINESS WIRE)–22 กรกฎาคม 2563

เมื่อ 21 พฤษภาคม ที่ผ่านมา Mary Kay Inc. ผู้สนับสนุนเพื่อการเสริมสร้างพลังและการเป็นผู้ประกอบการของผู้หญิง ได้เข้าร่วมสัมมนาออนไลน์ International Women's Forum (IWF) ในหัวข้อ “SAFE SETS: An online panel discussion with TIME’S UP UK”

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยเนื้อหามัลติมีเดีย ดูอย่างเต็มรูปแบบที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20200722005187/en/

Carolyn Passey, General Manager, Mary Kay United Kingdom & Ireland (Photo: Mary Kay Inc.)

Carolyn Passey ผู้จัดการทั่วไปของ Mary Kay ประจำสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ (รูปภาพ: Mary Kay Inc.)

การสัมนาออนไลน์ดังกล่าวเป็นการต่อสู้กับปัญหาที่ผู้หญิงทั่วโลกต้องเผชิญในปัจจุบัน ได้แก่ การล่วงละเมิดทางเพศและการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมในสถานที่ทำงาน TIME’S UP UK ได้เน้นย้ำให้เห็นถึงความสำคัญอันยิ่งยวดของการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมเพื่อให้สถานที่ทำงานเป็นที่ที่ปลอดภัยและปราศจากการล่วงละเมิด และกล่าวถึงกิจกรรมที่กำลังดำเนินการเพื่อสร้างนิยามความปลอดภัยสำหรับผู้หญิงในภาพยนตร์ผ่านแนวทางปฏิบัติในฉากที่นักแสดงต้องมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด

ผู้ที่มาร่วมพูดแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับ TIME’S UP UK ประกอบด้วย:

  • Dame Heather Rabbatts ประธานของ TIME’S UP UK กรรมการผู้จัดการแห่ง Cove Pictures ประธานแห่ง Soho Theatre และคณะกรรมการที่ไม่ได้เป็นผู้บริหารของ Arts Alliance
  • Ita O’Brien ผู้ดูแลฉากความสัมพันธ์ใกล้ชิดชื่อดังของสหราชอาณาจักร และเป็นผู้ก่อตั้ง Intimacy on Set ซึ่งเป็นบริษัทที่เธอมีส่วนในการสร้างแนวปฏิบัติที่ดีในฉากนู้ดและฉากความสัมพันธ์ใกล้ชิดทั้งในงานภาพยนตร์ โทรทัศน์ และโรงละคร และเธอยังใช้สถานที่แห่งนี้จัดการฝึกอบรมให้กับผู้ดูแลฉากความสัมพันธ์ใกล้ชิดอื่น ๆ จากทั่วโลกอีกด้วย

“ความพยายามของ TIME’S UP จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในสถานที่ทำงานสำหรับผู้หญิงทั่วทั้งโลกและในทุกอุตสาหกรรม” Carolyn Passey ผู้จัดการทั่วไปของ Mary Kay ประจำสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ กล่าว “ในฐานะหนึ่งในองค์กรชั้นนำผู้ให้การสนับสนุนการเสริมสร้างพลังให้กับผู้หญิง Mary Kay มีความภาคภูมิใจที่ร่วมกับ IWF ให้การสนับสนุนผู้นำหญิงที่ลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อเป็นกระบอกเสียงให้เพื่อนหญิง ช่วยให้พวกเขาเปิดรับความเป็นตัวตน และรู้ขอบเขตของตัวเอง”

“สิ่งที่เห็นชัดขึ้นระหว่างการสนทนาก็คือ อิทธิพลอันมากมหาศาลในทางบวกที่แคมเปญ #MeToo และ TIME’S UP มีต่อการเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานด้านการผลิตและการเปลี่ยนแปลงสู่แนวทางปฏิบัติใหม่ ๆ ที่ดีขึ้นหลาย ๆ ด้าน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อบทบาทใหม่ของผู้ดูแลฉากความสัมพันธ์ใกล้ชิด” Dame Heather Rabbatts กล่าว “บทสนทนาเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยคือการพูดคุยถึงวิธีที่เราจะสร้างความเปลี่ยนแปลงในวัฒนธรรม เริ่มจากอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่งและขยายสู่อุตสาหกรรมอื่นต่อไป จนกระทั่งเราไม่จำเป็นต้องนำเรื่องนี้มาพูดคุยกันอีกเลย”

“‘ใช่’ ก็คือใช่ ‘ไม่’ ก็คือไม่ และ ‘อาจจะ’ ก็คือไม่ เราให้ความสำคัญและอ้าแขนรับการกล่าวปฏิเสธด้วยคำว่า ‘ไม่’” Ita O’Brien กล่าวย้ำเมื่อพูดถึงกระบวนการระหว่างที่นักแสดงสามารถแสดงความสะดวกใจเมื่อต้องถ่ายทำในฉากที่มีความสัมพันธ์ใก้ลชิดกับนักแสดงรายอื่น บริษัทซึ่งก่อตั้งขึ้นโดย O’Brien อย่าง Intimacy on Set ได้นำแนวปฏิบัติมาใช้เพื่อให้มีช่องทางในการสื่อสารอย่างชัดเจนและการยินยอมไม่เพียงเฉพาะระหว่างนักแสดงเอง แต่รวมถึงทุก ๆ คนที่เกี่ยวข้องในการถ่ายทำฉากที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดและฉากอารมณ์ “ขอบเขตที่ชัดเจนทำให้เกิดอิสระ และช่วยให้เกิดความเข้าใจว่าอะไรที่เหมาะสำหรับคุณ”

“เส้นทางนี้จะนำไปสู่ส่วนที่เป็นหัวใจสำคัญของเรื่องนี้ และวิธีที่เราทั้งหมดจะได้เรียนรู้เพื่อแสดงให้เห็นว่าอะไรคือขอบเขตของเราและไม่กลัวที่จะแชร์สิ่งนั้นกับผู้อื่น” Dame Heather Rabbatts สรุป “การมีกลไกบางอย่างในการปกป้องตัวเองเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ เพราะเราจะได้รู้ว่าเราสามารถที่จะกล่าวปฏิเสธด้วยคำว่า ‘ไม่’ ได้ สิ่งนี้ควรเสริมสร้างพลังให้กับในทุกสถานการณ์ที่มีความกระอักกระอ่วนใจและยากลำบากที่เกิดขึ้นในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องการทำงาน”

“มันน่าชื่นมื่นที่ได้เห็นงานที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดความเปลี่ยนแปลง ซึ่งผู้นำทางความคิดและผู้สนับสนุนหญิงสร้างขึ้นจนสำเร็จตลอดหลายปีที่ผ่านมาเพื่อให้เกิดความก้าวหน้าในเรื่องความปลอดภัยและความมั่นคงในสถานที่ทำงานของผู้หญิง ผู้หญิงเหล่านี้ บางคนเป็นผู้นำทางความคิดที่ทรงอิทธิพลที่สุดในสหราชอาณาจักร ต่างกำลังทำภารกิจในการสนับสนุนผู้หญิงในรุ่นถัดไปให้เป็นผู้นำในอนาคต” Marty Wikstrom สมาชิกองค์กร IWF ประจำสหราชอาณาจักรและประธานร่วมของ Cornerstone Conference กล่าว “IWF ได้ทำงานเพื่อขับเคลื่อความเป็นผู้นำของผู้หญิงให้ก้าวหน้ามาอย่างต่อเนื่อง และสนับสนุนให้เกิดความเท่าเทียมทั่วโลกมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2517 และ Mary Kay เองก็ได้สนับสนุนผู้ประกอบการหญิงและความเป็นผู้นำมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2506 การสัมมนานี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจที่เหมือนกัน และเราภาคภูมิใจที่ได้แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือที่เกิดจากพลังขับเคลื่อนของผู้หญิงนี้”

เกี่ยวกับ Mary Kay

Mary Kay Ash คือหนึ่งในผู้ที่สามารถก้าวข้ามอุปสรรคที่มองไม่เห็น และก่อตั้งบริษัทความงามของตัวเองขึ้นเมื่อ 56 ปีที่แล้ว โดยมีเป้าหมาย 3 ข้อได้แก่ มอบโอกาสให้กับผู้หญิง ผลิตสินค้าที่เป็นที่ต้องการ และสร้างโลกให้น่าอยู่ ความฝันของเธอได้เบ่งบานขึ้นกลายเป็นบริษัทที่เติบโตทางการเงินมูลค่าหลายพันล้าน พร้อมพนักงานขายอิสระกว่าล้านคนใน 40 ประเทศ Mary Kay ทุ่มเทให้กับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังความงามและผลิตสินค้าบำรุงผิว เครื่องสำอาง อาหารเสริมเพื่อสุขภาพและน้ำหอมมากมาย และยังทุ่มเทกับการช่วยให้ผู้หญิงและครอบครัวของพวกเขามีพลังด้วยการร่วมกับองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลกให้ความสำคัญและสนับสนุนกับการวิจัยด้านมะเร็ง ปกป้องผู้รอดชีวิตจากความรุนแรงในครอบครัว ทำให้ชุมชนของเราสวยงาม และส่งเสริมให้เด็ก ๆ ทำตามความฝัน วิสัยทัศน์ดั้งเดิมของ Mary Kay Ash ยังคงเปล่งประกายและพาเธอสู่ความสำเร็จไปทีละขั้น เรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่ MaryKay.com

เกี่ยวกับ International Women’s Forum (IWF) และ Leadership Foundation

IWF เป็นองค์กรที่สงวนเฉพาะสมาชิกที่ได้รับเชิญ ประกอบด้วยผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จและมาจากพื้นเพที่หลากหลายมากกว่า 7,000 ราย ใน 33 ชาติทั่วโลก IWF ได้ทำงานเพื่อขับเคลื่อความเป็นผู้นำของผู้หญิงให้ก้าวหน้ามาอย่างต่อเนื่องและสนับสนุนให้เกิดความเท่าเทียมทั่วโลกด้วยการเชื่อมโยงผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จจากทั้งในประเทศและทั่วโลกเข้าด้วยกัน สมาชิกนั้นประกอบด้วยผู้บริหารในองค์กรที่ได้รับการจัดอันดับฟอร์จูน 500 ผู้นำรัฐบาลจากทั้งระดับท้องถิ่นและระดับสูงสุด ผู้นำองค์กรไม่แสวงหากำไรในระดับนานาชาติ และ ผู้มีชื่อเสียงจากสมาคม ทางด้านศิลปะ และวิทยาศาสตร์: www.iwforum.org

เกี่ยวกับ TIME’S UP UK

TIME’S UP เป็นองค์กรที่รณรงค์ให้เกิดงานที่มีความปลอดภัย ยุติธรรม และมีเกียรติสำหรับผู้หญิงทุกกลุ่ม เพื่อตอบสนองต่อความเคลื่อนไหวที่เพิ่มขึ้นของ TIME’S UP ในสหรัฐอเมริกา กลุ่มผู้หญิงจากสหราชอาณาจักรซึ่งประกอบด้วยนักแสดง ผู้ผลิต นักเขียนบท และผู้อยู่ในแวงวงภาพยนตร์ โทรทัศน์ และโรงละครอื่น ๆ ได้ริเริ่มให้เกิดโครงการพี่โครงการน้องขึ้นในสหราชอาณาจักรขึ้น เพื่อให้เกิดผลกระทบสูงสุด ได้มีการจัดตั้งโครงการดังกล่าวขึ้นภายใต้ชื่อของ TIME’S UP และตั้งเป้าเป็นกระบอกเสียงในการสื่อสารข้อความที่มีการรณรงค์ไปแล้วในสหรัฐฯ ให้ดังและทรงพลังมากขึ้น

การเคลื่อนไหวในสหราชอาณาจักรมุ่งที่จะต่อยอดองค์ประกอบที่เป็นหัวใจของแถลงการเพื่อความเป็นหนึ่งเดียวที่เผยแพร่โดย TIME’S UP และการแถลงโดยนักเคลื่อนไหวที่เข้าร่วมกิจกรรม Globes ซึ่งเป็นการเน้นย้ำถึงความจำเป็นต่อการให้ความสำคัญถึงความเชื่อมโยงระหว่างการเปิดเผยเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศในฮอลลีวูด กับลักษณะโดยทั่วไปที่มีความเป็นระบบและเกิดขึ้นในวงกว้างของการล่วงละเมิดทางเพศและความรุนแรงต่อผู้หญิงในทุกอุตสาหกรรม บริบทและประเทศ พร้อมกับการเล็งเห็นว่าปัญหานี้เป็นปัญหาในระดับสากล เราต้องการเห็นพลังในความสามัคคีและความร่วมมือในระดับสูงสุด แถลงการณ์ของนักเคลื่อนไหวยังชี้ให้เห็นถึงแนวทางซึ่งโครงการ TIME’S UP ได้ร่วมกับองค์กร การเคลื่อนไหว และผู้นำที่เติบโตอย่างต่อเนื่องอื่น ๆ ในการทำงานร่วมกันเพื่อหยุดความรุนแรงทางเพศ การทำงานขององค์กรในสหราชอาณาจักรนั้นยืดหยัดเป็นหนึ่งเดียวกับการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และขณะนี้ TIME’S UP UK ได้ถูกก่อตั้งขึ้นเป็นองค์กรการกุศล และในฐานะองค์กรการกุศล เราจะสามารถสานต่องานของเราได้ด้วยการสนับสนุนและการบริจาคเท่านั้น เราทุกคนตระหนักว่าเราต่างกำลังเผชิญกับความท้าทายที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ขณะที่ TIME’S UP มุ่งให้ความสำคัญกับผู้หญิงทุกคนเรื่องความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน และขยายรวมถึงความปลอดภัยที่บ้านในตอนนี้ เราหวังว่าท่านจะสามารถให้การสนับสนุนเราผ่านทาง www.timesupuk.org

เกี่ยวกับ Intimacy on Set

Intimacy on Set ก่อตั้งขึ้นในปี 2561 และเป็นผู้ให้บริการต่าง ๆ ด้านโทรทัศน์ ภาพยนตร์ และโรงละครในการจัดการกับฉากที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดของนักแสดง เนื้อหาทางเพศ และฉากเปลือย ผู้ก่อตั้งซึ่งเป็นผู้ดูแลฉากความสัมพันธ์ใกล้ชิดชื่อดังของสหราชอาณาจักรอย่าง Ita O’Brien เป็นผู้ริเร่มบทบาทของผู้ดูแลฉากความสัมพันธ์ใกล้ชิดมาตั้งแต่ปี 2557 และได้สร้างแนวปฏิบัติที่ดีซึ่งเป็นคู่มือปฏิบัติสำหรับการเข้าฉากที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด และมีการนำไปใช้อย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรม นอกจากจะได้รับการสนับสนุนโดย TIME’S UP และการเคลื่อนไหวอื่น ๆ บริษัทยังได้รณรงค์เกี่ยวกับการทำงานที่ปลอดภัย ยุติธรรม และมีเกียรติสำหรับทุกคน O’Brien ได้ร่วมงานในกองถ่ายภาพยนต์ชื่อดังหลายเรื่อง รวมถึง Normal People (BBC3/Hulu), Sex Education 1&2 (Netflix), Gangs of London (Sky Atlantic), The Great (Hulu) และ I May Destroy You (BBC/HBO) รวมถึงได้รับเชิญให้เป็นวิทยากรเพื่อให้ผู้ทางด้านนี้โดยสื่อทั้งในและต่างประเทศ: www.intimacyonset.com/

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20200722005187/en/

ติดต่อ:

ฝ่ายสื่อสารองค์กร Mary Kay Inc.
marykay.com/newsroom
972.687.5332 or media@mkcorp.com


Tara Swennen สไตล์ลิสต์ชื่อดัง และ Stephanie Sprangers ผู้ก่อตั้ง Glamhive เตรียมเชิญเหล่าคนดังด้านสไตล์ แฟชัน ความงามและการสร้างพลังให้ผู้หญิงจากทั่วโลกให้มารวมตัวกันอีกครั้งในงาน Glamhive Digital Summer Bazaar ซึ่งเป็นการจัดงานในรูปแบบดิจิทัลเป็นครั้งแรก

Logo

ซีแอตเทิล–(BUSINESS WIRE)–09 กรกฎาคม 2563

Tara Swennen สไตล์ลิสต์ชื่อดัง และ Stephanie Sprangers ผู้ก่อตั้ง Glamhive เตรียมเชิญเหล่าคนดังด้านสไตล์ แฟชัน ความงามและการสร้างพลังให้ผู้หญิงจากทั่วโลกให้มารวมตัวกันอีกครั้งในงาน Glamhive Digital Summer Bazaar ซึ่งเป็นการจัดงานในรูปแบบดิจิทัลเป็นครั้งแรก

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยเนื้อหามัลติมีเดีย ดูอย่างเต็มรูปแบบที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20200708005857/en/

Adir Abergel, Celebrity Hair Stylist (Photo: Glamhive)

Adir Abergel สไตล์ลิสต์ผมชื่อดัง (รูปภาพ: Glamhive)

ระหว่างงาน Glamhive LIVE Style Summit ซึ่งเป็นการจัดงาน Glamhive ในรูปแบบดิจิทัลเป็นครั้งแรก ผู้ชมได้รับการเชื้อเชิญให้มีส่วนร่วมกับผู้ร่วมวงเสวนาผ่านกิจกรรมถามตอบแบบสด โดยบทสนทนาครอบคลุมตั้งแต่คำถามที่มีความเป็นส่วนตัวสูงอย่างเช่นวิธีทลายอุปสรรคทางเพศเมื่อเริ่มต้นธุรกิจ ไปจนถึงการเริ่มต้นธุรกิจด้วยการตลาด และด้วยความสำเร็จอันล้นหลามของกิจกรรมดังกล่าว Swennen และ Sprangers จึงได้ตัดสินใจยกระดับมาตรฐานการจัดงานระดับโลกของพวกเขาในครั้งถัดไป

“สไตล์ ความงาม และคอมมิวนิตีของดีไซเนอร์มีความใกล้ชิดกันอย่างมาก พวกเราหลายคนเคยร่วมงานกันมาก่อนหรือรู้จักกันมาเป็นเวลาหลายปี และปีนี้เป็นปีที่ยากลำบากสำหรับพวกเรา ฉันตื่นเต้นอย่างมากกับโอกาสที่จะได้นำพวกเราทุกคนให้มารวมตัวกันและแบ่งปันสิ่งที่พวกเราถนัด ประสบการณ์ และคำแนะนำให้กับทุกคนที่ต้องการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในคอมมิวนิตีของเรา” Tara Swennen สไตล์ลิสต์ชื่อดัง กล่าว Swennen ได้รับเชิญให้อยู่ในคณะ Costume Designers Guild ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน 25 สไตล์ลิสต์ที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดโดย The Hollywood Reporter ต่อเนื่องกันเป็นเวลาสี่ปี และได้รับมอบรางวัล Best Vegan Fashion Stylist จากงาน Vegan Fashion Week ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรก ลูกค้าของเธอมีตั้งแต่ Kristen Stewart, Matthew McConaughey, Lana Condor รวมถึง Allison Janney และเธอยังเคยทำงานให้กับแคมเปญที่สำคัญ ๆ ของ Chanel, Ralph Lauren, Neutrogena, E!, Target และ Netflix นอกจากนี้ผลงานของเธอยังปรากฎให้เห็นใน FlauntInStyleNylonTeen VogueEsquire UKMaxim และอีกมากมาย

งาน Glamhive Digital Summer Bazaar ได้รับการยกย่องว่าเป็นการรวมตัวในรูปแบบดิจิทัลของเหล่าผู้มากความสามารถแห่งวงการแฟชัน สไตล์ และความงานที่ใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งบุคคลเหล่านี้มารวมตัวกันเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นโดยมีผู้เข้าชมร่วมพูดคุยด้วย การประชุมครั้งนี้ประกอบด้วยเนื้อหาในสามสาขาหลัก ๆ ผู้ร่วมเสวนา 32 คน และผู้บรรยายกว่า 100 คน รวมถึงมีการจัดกิจกรรม “มาสเตอร์คลาส” สุดเข้มข้น โดยจะเน้นในที่เฉพาะด้านและมีการพูดคุยกันแบบเชิงลึกแบบหมดเปลือกกับผู้เชี่ยวชาญที่เป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก

“วิสัยทัศน์ของ Glamhive คือการได้ทำให้ทุกคนจากทุกที่ทั่วโลกสามารถเข้าถึงบริการดูแลภาพลักษณ์ได้ และงานที่จัดขึ้นในรูปแบบดิจิทัลของเรานี้เป็นการต่อยอดอันงดงามจากวิสัยทัศน์นั้น ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผู้คนที่สนใจเรื่องแฟชันและความงามหรือทำงานในอุตสาหกรรมนี้ได้เรียนรู้จากบรรดากูรูในธรุกิจนี้” Stephanie Sprangers ผู้ก่อตั้ง Glamhive กล่าว โดย Sprangers เป็นผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหารแห่ง Glamhive ผู้ให้บริการดูแลภาพลักษณ์ส่วนบุคคลออนไลน์ที่ให้ทุกคนได้เข้าถึงสไตล์ลิสต์และช่างแต่งหน้าผู้เชี่ยวชาญที่ส่งตรงจากฮอลลีวูดและอินสตาแกรม Glamhive ได้พัฒนาซอฟต์แวร์ที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เอง ซึ่งให้สไตล์ลิสต์มอบประสบการณ์ดูแลภาพลักษณ์ให้กับลูกค้าผ่านทางออนไลน์ได้แบบ 100% ให้ผู้คนสามารถร่วมงานกับสไตล์ลิสต์ได้จากทุกที่ทั่วโลก

ค่าบัตรร่วมงานประชุมครั้งนี้อยู่ที่ 99 ดอลลาร์ ขณะที่บัตรราคา 149 ดอลลาร์จะมาพร้อมกล่องของขวัญวีไอพี Glamhive จะมอบรายได้ 15% จากการจำหน่ายตั๋วครั้งนี้ให้กับสมาคมแห่งชาติเพื่อความก้าวหน้าของผู้คนหลาก (NAACP) สำหรับผู้ที่ใช้โค้ดส่วนลด GLAMHIVEGLOBAL จะได้รับส่วนลด 25 เปอร์เซ็นต์เมื่อซื้อตั๋วประเภททั่วไป 

สำหรับการจัดงาน Glamhive Digital Summer Bazaar ครั้งนี้มี Mary Kay และ Mary Kay Global Design Studio เป็นผู้ให้การสนับสนุน รวมถึงผู้สนับสนุนรายอื่น ได้แก่ 11 Honore, Michael Stars และอื่น ๆ

สาขาที่ 1: ภาพลักษณ์ส่วนบุคคล

ภาพลักษณ์ส่วนบุคคลคือการแสดงออก การสื่อสาร การสร้างสัมพันธ์ และการให้คุณค่ากับตัวเองมากพอที่จะไปถึงศักยภาพสูงสุดในตัว ในสาขานี้ ภาพลักษณ์ส่วนบุคคลคือสิ่งที่แต่ละคนมีไม่เหมือนกัน

  • Every BODY is Welcome Here—Size Inclusive Dressing ผู้บรรยายประกอบด้วย Brooke Jaffe, Mary Katrantzou, Mary Alice Haney, Amber Tolliver, Amanda Lim และ Sarah Ahmed
  • Pivot to Success—A discussion of pivoting your company in times of change ผู้บรรยายประกอบด้วย Andrew Bevan, Ripley Rader, Cynthia Sakai, Emily P Wheeler, Victor Glemaud และ Suzanne Lerner
  • Glow Up: Express Yourself Through Hair and Makeup—ผู้บรรยายประกอบด้วย Mark Townsend, Kira Nasrat, Mary Wiles และ Christine Symonds
  • Leading the Change—Female founder perspective on building a purpose-driven business ผู้บรรยายประกอบด้วย Rose Apodaca, Arianne Phillips, Carineh Martin, Jill Lincoln, Jordan Johnson, Camila Alves McConaughey, Adir Abergel และ Melisse Shaban
  • Routines and Rituals—A step by step guide to skincare and makeup ผู้บรรยายประกอบด้วย Kelly Atterton, Sarah Akram, Jamie Greenberg และ Tamah Krinsky
  • Shape Matters—A discussion on loving yourself and loving your shape ผู้บรรยายประกอบด้วย Simone Harouche, Jamie Mizrahi, Andrea Racey, Laurel Berman และ Christian Juul Nielsen
  • Stuart Weitzman— Stuart Weitzman—Maximize your look with accessories ผู้บรรยายประกอบด้วย Edmundo Castillo, Sharon Kanter, Kesha McLoud และ Dani Michelle
  • Professional Style in the Age of Zoom ผู้บรรยายประกอบด้วย Shaye Strager

สาขาที่ 2: ธุรกิจด้านแฟชัน

นวัตกรรม ความสร้างสรรค์ ความยั่งยืน ความหลากหลาย ธุรกิจแฟชันทั่วโลกมีมูลค่าถึง 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ ผู้บริโภค ครีเอทีฟ ผู้มีใจรักเพื่อนมนุษย์ ผู้ประกอบการและธุรกิจต่าง ๆ จำเป็นต้องส่งเสียงที่มีพลังยิ่งกว่านี้ในการกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมนี้ให้ดีขึ้น

  • The Future of Fashion—How innovations in tech will change the industry ผู้บรรยายประกอบด้วย Stephanie Sprangers, Andrew Bevan, David Schottenstein, Lindsay Albanese, Irina Sulemanovic, Alexandra Mandelkorn และ David Sheinkopf
  • Fashion in the Age of Globalization ผู้บรรยายประกอบด้วย Louise Roe, Aimee Croysdill และ Elisa Nalin
  • Looking Forward, Acting Now—A conversation on sustainability ผู้บรรยายประกอบด้วย Marcy Medina , Evet Sanchez, Tara Swennen, Umberto De Marco, Jennifer Stucko, Vanessa Barboni Hallick, Saima Chowdhurry และ Samata
  • The Future We Choose-Representation in Fashion—The leaders we need when it comes to the progress of diversity in fashion ผู้บรรยายประกอบด้วย Booth Moore, Courtney Mays, Joan Reidy, Tracy Reese, Mecca Cox, Jeanne Yang และ Kibwe Chase Marshall
  • The Conscientious Consumer—Shop from your heart and use your dollars to shape the marketplace ผู้บรรยายประกอบด้วย Booth Moore, Stefan Siegel, Sasha Skoda, and Dana Rebecca, Negar Ali Kline และ Chloe Gosselin
  • Stand Up, Stand Out, Stand Proud! ผู้บรรยายประกอบด้วย Scott Studenberg, Ruthie Davis, Kimberly Van Schoyck-Riojas, Rebecca Lay, Sam Ratelle, Christina Pacelli, Brett Heyman และ Nicolas Bru
  • Women in Fashion-Female Leadership ผู้บรรยายประกอบด้วย Melinda Maria, Dani Michelle, Lindsey Dupuis, Stephanie Walters Abramow และ Mollie Faithe Good
  • Makeup prep ผู้บรรยายประกอบด้วย Tracy O’Connor และ Megumi Asai

สาขาที่ 3: ธุรกิจความงาม

ความงามเฉพาะบุคคลเป็นความงามรูปแบบใหม่ และธุรกิจกำลังปรับเปลี่ยนสู่การสร้างธุรกิจ กลุ่มสินค้า และด้านต่าง ๆ ของธรุกิจให้มีความเฉพาะและแตกต่างเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค

  • New Beauty: How Ethics Are Changing the Industry—Highlighting new innovations and how the future of beauty looks. ผู้บรรยายประกอบด้วย Amy Nadine, Jill Crosby และ Frédéric Fekkai
  • All Hair is Good Hair—Breaking the beauty ideal. ผู้บรรยายประกอบด้วย Saisha Beecham, Miles Jeffries, Marc Mena, Ken O’Rourke และ Ben Skervin
  • Filling the Void: Advocating for Inclusivity—A discussion of skin tone palettes, varying hair types, and what it means to the beauty industry. ผู้บรรยายประกอบด้วย Riley Blanks, Amber Amos, Vincent Oquendo, Georgie Eisdell, Anastasia Stylianou และ Tasha Reiko Brown
  • Breaking into Beauty—Hear founders and leaders on how they carved out a piece of the pie for themselves. ผู้บรรยายประกอบด้วย Camara Aunique, Etienne Ortega, Kelsey Deenihan, Allan Avendaño และ Tracey Cunningham
  • This Is Who I Am—Inner beauty vs. outer beauty: a discussion of what the idea truly means. ผู้บรรยายประกอบด้วย Molly Stern, Joey Maalouf, Alexx Mayo, Pati Dubroff, Sheridan Ward, Anton Khachaturian และ Kara Yoshimoto Bua
  • Staying Safe: From Set to Salon—The new rules, from working on set, to getting a blow out at a salon. ผู้บรรยาย Ted Gibson, Jason Backe, Laura Rugetti, Denis De Souza และ Mikey Koffman
  • Facing Change—How artists and leaders have pivoted to face the world head on ผู้บรรยายประกอบด้วย Marcy Medina, Beau Nelson, Africa Miranda, Tracy O’Connor และ Matthew Collins

กิจกรรมมาสเตอร์คลาส

สาขาสุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้ครอบคลุมเนื้อหาที่หลากหลายตั้งแต่การสร้างแบรนด์เพื่อเริ่มธุรกิจ การให้ความสำคัญกับข้อมูลวงใน และการทลายอุปสรรคใด ๆ เพื่อเริ่มต้น สร้างการเติบโต และเพิ่มพูนความรู้ด้านแฟชัน ความงาม และสไตล์

  • Here Comes the Bride ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย Micaela Erlanger, Mark Badgley & James Mishka
  • Paths to Success—Paving YOUR OWN way to becoming a stylist ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย Meg Chapman, Jordan LaValle, Shani Thomas, Shatora Adrell และ Tiffany Gifford
  • The ROI of Style—How standout personal style leads to confidence and life success ผู้บรรยายประกอบด้วย Andrew Weitz และ Quentin Thrash
  • Nubra Style Out โดย Jennifer Rade
  • Media Mastery Workshop—Learn how to develop a digital presence that gets you noticed and gets you paid โดย Africa Miranda
  • Creating Your Brand—How to create your brand, build an audience, and authentically express who you are โดย Carrie Colbert
  • Building Your Styling Business—Learn how to turn your current business into a profitable one โดย Sarah Cohen ผู้ก่อตั้ง The Styling Advisory
  • The Essential “How to Guide” to Styling—Find your calling in the creative and styling field โดย Kesha McCloud

บทสัมภาษณ์จากผู้บรรยาย/ผู้ร่วมการเสวนา

Pati Dubroff ช่างแต่งหน้าชื่อดัง
Dubroff ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในช่างแต่งหน้าระดับตำนานและเป็นที่เคารพสูงสุดตลอดกาลแห่งฮอลลีวูด
“ฉันตื่นเต้นมากที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของบรรดาบุคคลอันน่าประทับใจซึ่งเป็นที่เป็นที่สุดแห่งที่สุดในโลกแห่งความงาม แฟชัน และการออกแบบ ที่จะมารวมตัวกันเพื่อแบ่งปันและสร้างแรงบันดาลใจ ถึงแม้จะต้องรักษาระยะห่าง แต่เรายังสามารถส่งต่อความสร้างสรรค์ และมาร่วมกันเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกับคอมมิวนิตี Glamhive อันยอดเยี่ยมนี้ได้”

Adir Abergel สไตล์ลิสต์ผมชื่อดัง
Abergel เป็นผู้สร้างสรรค์ทรงผมที่เป็นที่จดจำให้กับศิลปินผู้มากความสามารถแห่งฮอลลีวูดอย่าง Gwyneth Paltrow, Anne Hathaway, Kristen Stewart, Jennifer Garner, Charlize Theron และอีกมากมาย
“ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของบรรดาผู้หญิงเก่งและเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจที่เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมของเรา”

Africa Miranda พิธีกรรายการทีวี | นักประพันธ์ | ผู้ประกอบการความงาม | ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างตัวตนผ่านสื่อดิจิทัล | ผู้ก่อตั้ง Beauty by Africa Miranda
นักพูดมากความสามารถ พิธีกร นักแสดง และนางแบบที่มีสไตล์เป็นของตัวเองและความปราดเปรียว รวมถึงดาวรุ่งพุ่งแรงจากละครเรื่อง “The New Atlanta” แห่ง Bravo TV
“สำหรับครีเอทีฟ ไม่ว่าจะทางด้านใดก็ตาม หากพวกเขาต้องการเพิ่มบทบาทด้านดิจิทัลอย่างเต็มที่ พวกเขาจะสามารถทำได้อย่างไม่สิ้นสุด ฉันรู้สึกเป็นเกียรติและตื่นเต้นที่ได้ร่วมกับ Glamhive ในฐานะผู้บรรยายในงาน Digital Summer Bazaar ครั้งนี้ นี่คือโอกาสที่ยอดเยี่ยมสำหรับสไตล์ลิสต์และผู้ที่หลงใหลในแฟชันที่จะได้เพิ่มความรู้เกี่ยวกับขั้นตอนต่าง ๆ และสร้างแบรนด์ของพวกเขาให้เติบโต”

Mark Badgley ผู้ร่วมก่อตั้ง Badgley Mischka
James Mischka ผู้ร่วมก่อตั้ง Badgley Mischka

Badgley และ Mischka ได้รับการชื่นชมโดย Vogue ว่าเป็นหนึ่งใน “10 ที่สุดแห่งอเมริกันดีไซเนอร์” และเป็นขวัญใจของวงการฮอลลีวูด คู่หูนักออกแบบได้สร้างชื่อเสียงของพวกเขาตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา
“พวกเราตื่นเต้นที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของงาน GlamHive Live Digital Summer Bazaar” Mark Badgley กล่าว “การได้ร่วมพูดคุยกับ Micaela และแบ่งปันความรู้และความคิดของพวกเราในทุก ๆ เรื่องเกี่ยวกับเจ้าสาวจะต้องสนุกแน่นอน เราตื่นเต้นที่จะได้พบกับแฟน ๆ แฟชันที่น่ารัก” James Mischka เสริม

เกี่ยวกับ Glamhive

Glamhive ก่อตั้งขึ้นโดยนักธุรกิจที่ชื่อ Stephanie Sprangers ในปี 2560 พร้อมวิสัยทัศน์ที่จะให้ผู้คนสามารถเข้าถึงบริการสร้างภาพลักษณ์เฉพาะบุคคลได้อย่างเท่าเทียม และข้อสนับสนุนที่ว่าความมั่นใจทีเกิดจากความงามจะต้องไม่ถูกจำกัดไว้เฉพาะกลุ่มคนรวยและผู้ที่มีชื่อเสียงเท่านั้น ประสบการณ์สร้างบุคลิกภาพออนไลน์ให้ใครก็ตามที่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้สามารถเข้าถึงสไตล์ลิสต์ที่จะคอยให้การสนับสนุนต่าง ๆ ตามที่พวกเขาต้องการเพื่อพัฒนาตัวเองในแบบที่ดีที่สุด สำหรับสไตล์ลิสต์ นี่คือแพลตฟอร์มที่มีความครบวงจรและไร้รอยต่อ ที่ช่วยให้พวกเขาขยายเครือข่ายและธุรกิจให้เติบโตได้แบบ 100%

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20200708005857/en/

ติดต่อ:

Stephanie Sprangers
206-851-0446
steph@glamhive.com






Mary Kay Inc. ยังคงให้การสนับสนุนแฟชั่นความงามและการออกแบบในกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้นทั่วทั้งเอเชีย ยุโรป และสหรัฐอเมริกา

Logo

ดัลลัส–(BUSINESS WIRE)–8 ก.ค. 2563

ไม่นานมานี้ Mary Kay Inc. และ Mary Kay Global Design Studio ได้ให้การสนับสนุนและเข้าร่วมในกิจกรรมความงามแฟชั่นและการออกแบบต่าง ๆ ทั่วโลก โดยมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมศิลปะของปัจเจกชน ความงามที่หลากหลาย และยังสนับสนุนศิลปินด้านความงามอีกด้วย ซึ่งนี่ถือเป็นการปูทางสำหรับเทรนด์และแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นสำหรับฤดูกาลที่จะมาถึง

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณสมบัติเป็นมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20200707005913/en/

Mary Kay beauty experts were on hand to tailor looks before the 27th Czech Lion Awards Show (Photo: Mary Kay)

ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามของ Mary Kay พร้อมที่จะปรับแต่งลุคความงามต่าง ๆ ก่อนงาน Czech Lion Awards Show ครั้งที่ 27 (ภาพ: Mary Kay)

Glamhive Live และ  Glamhive Digital Summer Bazaar

Mary Kay เป็นผู้สนับสนุนพรีเซ็นเตอร์สำหรับการเปิดตัว Glamhive Live Digital Summit ครั้งแรก ในวันที่ 9 พฤษภาคม ทั้งนี้ Glamhive ซึ่งเป็นบริษัทแฟชั่นดิจิตัลซึ่งเริ่มต้นก่อตั้งโดย Stephanie Sprangers ผู้เป็นสไตลิสต์เซเลบริตี้ Glamhive ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้สามารถได้รับคำแนะนำจากสไตลิสต์ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกผ่านช่องทางออนไลน์ สไตลิสต์ของ Glamhive รวมถึง Tara Swennen, Ilaria Urbinati, Nicole Chavez, Jeanne Yang, Samantha McMillen, Sonia Young, Micah Schifman และ Jason Bolden ตลอดจนถึงผู้เชี่ยวชาญที่กำลังมาแรงผู้ที่รู้ว่าอะไรกำลังเป็นเทรนด์อยู่ในขณะนั้น

การประชุมสุดยอดดิจิตอลครั้งนี้ ได้นำเสนอหัวข้อที่หลากหลาย ซึ่งรวมถึงแฟชั่นที่ยั่งยืน ความงาม และวิธีการใช้ชีวิตในฝันของคุณผ่านการเป็นผู้ประกอบการ วิทยากรรับเชิญที่มาจากอุตสาหกรรมแฟชั่น อุตสาหกรรมการออกแบบ อุตสาหกรรมโทรทัศน์ และอุตสาหกรรมเครื่องประดับยังได้พูดถึงการเอาชนะและการทำลายอุปสรรค ผู้ดำเนินรายการและผู้บรรยายในงานประกอบด้วย Livia Firth, Louise Roe, Rebecca Minkoff, Kendra Scott, Jezlan Moyet, Jessica Paster, Cindy Eckert, Lela Rose, Anita Patrickson, Jenny Packham, Olivier Theyskens, Babi Ahluwalia, Sonia Young, Erica Cloud, Cynthia Rowley, Ilaria Urbinati, Jennifer Fisher และ Lisa Levinson และอื่น ๆ อีกมากมาย

Martelle ศิลปินด้านความงามของ Mary Kay Ukraine ซึ่งเป็นทูตความงามและช่างแต่งหน้าทางโทรทัศน์ได้ทำหน้าที่เป็นผู้บรรยายในงาน Glamhive Live โดยในระหว่างการอภิปรายโต๊ะกลมหัวข้อ “ Beauty x Fashion” Martelle เน้นถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันและการสื่อสารที่ชัดเจนกับนักออกแบบและสไตลิสต์เวลาแต่งหน้านางแบบ ลูกค้า หรือคนดังของเธอสำหรับการถ่ายภาพหน้าปกแฟชั่นโชว์สำคัญ ๆ งานเดินพรมแดง และอื่น ๆ

15% ของรายได้จากการประชุมสุดยอด Glamhive Live Digital ได้บริจาคให้กับ Feeding America เพื่อสนับสนุนความพยายามบรรเทาทุกข์ COVID-19 โดยเครือข่าย Feeding America เป็นองค์กรบรรเทาทุกข์ด้านการขาดอาหารภายในประเทศที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ

Mary Kay และ Mary Kay Global Design Studio จะเป็นผู้สนับสนุนการนำเสนอ Glamhive Digital Summer Bazaar อีกครั้งในวันที่ 11 กรกฎาคม ซึ่งนั่นจะเป็นครั้งแรกที่ประสบการณ์ดิจิตอลสดใหม่นี้จะขยายตัวไปทั่วโลก เพื่อให้เป็นจุดนัดพบระดับโลกสำหรับมืออาชีพในอุตสาหกรรม ผู้ที่ชื่นชอบสนใจด้านความงามและสไตล์ ทั้งนี้ ผู้พูดและผู้ดำเนินรายการจะมาจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งรวมถึงแคนาดา สหราชอาณาจักร เบลเยียม ฝรั่งเศส อิตาลี อินเดีย เวียดนามและแอฟริกาใต้

เหล่าสไตลิสต์ ช่างแต่งหน้า และช่างทำผมตัวท็อปที่ทำงานกับดาราซึ่งรวมถึง Kristen Stewart, Lupita Nyong'o, Tom Brady และอีกหลาย ๆ คน จะมาแบ่งปันประสบการณ์ในอุตสาหกรรมนี้ รวมไปถึงความเชี่ยวชาญและข้อมูลเชิงลึกออนไลน์ ในฐานะส่วนหนึ่งของ Glamhive Digital Summer Bazaar

ตั๋วสำหรับงานอีเวนท์ทั้งวันจะมีประสบการณ์สามประสบการณ์มานำเสนอ ได้แก่, พาเนลกว่า 32 พาเนล, ผู้พูด 100 คนที่ไม่ซ้ำกัน และ "มาสเตอร์คลาส" ที่เข้มข้นซึ่งเน้นไปที่หัวข้อเฉพาะต่าง ๆ ด้วยการสนทนาเชิงลึกและการได้ใกล้ชิดกับผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงระดับโลก หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมโปรดไปที่ https://www.glamhive.com/live. Glamhive จะบริจาคร้อยละ 15 ของยอดขายตั๋วทั้งหมดให้กับ NAACP.

ยูเครนแฟชันวีค (Ukraine Fashion Week)

Ukrainian Fashion Week(UFW) ได้เกิดขึ้นในวันที่ 1 – 5 กุมภาพันธ์ในเมืองเคียฟ เมืองหลวงของประเทศ มีผู้เข้าร่วมประชุมมากกว่า 16,000 คน ที่มาชื่นชมกับการสร้างสรรค์ของนักออกแบบแฟชั่นชาวยูเครน โดยได้  Martelle ผู้นำด้านการแต่งหน้าจาก  Mary Kay Ukraine มาแต่งหน้าในลุคนำสมัย ทั้งนี้ Martelle พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านความงามของ Mary Kay ได้แต่งหน้าให้นางแบบมากกว่า 50 คน ที่ใส่เครื่องแต่งกายที่มาจากการออกแบบล่าสุดจาก Elena Burenina, Iryna DIl, Przhonskaya, Ksenia Schnaider, Sonya Monina, Chuprina, ARaise, Kass, Kami Kami และอีกมากมาย

Mary Kay Ukraine ยังได้ร่วมมือกับ Dastish Fantastish นักออกแบบแฟชั่นแนวสตรีทแฟชั่นเพื่อสร้างคอลเล็กชั่นแคปซูล (capsule collection) สำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านความงามของ Mary Kay โดยคอลเล็กชั่น Mary Kay Dastish Fantastish ยังรวมถึงการรวมเอาสไตล์คลาสสิกเชิงธุรกิจที่มีอยู่แล้วในแบรนด์ Mary Kay เข้ากับแนวโน้มแฟชั่นที่กำลังมาแรงในช่วงนั้น ได้แก่ แนวอนาคตและแนวสตรีต สีหลักของคอลเล็กชันคือเฉดสี "สีชมพูบานเย็น" และ "สีแดงคลาสสิก" นอกจากนี้คอลเล็กชันพิเศษนี้ยังรวมเอาการเย็บปักถักร้อย เสื้อผ้าทรงโคร่ง และการใช้หนังสัตว์ เป็นองค์ประกอบด้วย

นิวยอร์กแฟชันวีค (New York Fashion Week)

New Fashion Fashion Week (NYFW) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-9 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ Angel Orensanz Foundation ในแมนฮัตตัน โดย Mary Kay ได้เป็นหุ้นส่วนด้านการแต่งหน้าอย่างเป็นทางการสำหรับสองโชว์ โดยร่วมมือกับแบรนด์แฟชั่นสุดหรู Monse (จัดขึ้นที่ย่านการเงิน) และ Adam Lippes (จัดขึ้นที่ Veronika ในชั้นบนของ Fotografiska New York) Luis Casco ซึ่งเป็นทูตความงามระดับโลกของ Mary Kay เป็นหัวหน้าช่างแต่งหน้าในการแสดงโชว์ทั้งสองโชว์ เขานำทีมช่างแต่งหน้าเพื่อการทำงานอย่างใกล้ชิดกับดีไซเนอร์เพื่อสร้างลุคที่จะเติมเต็มและปลุกชีวิตให้กับคอลเล็กชั่นแต่ละคอลเล็กชัน

งานประกาศผลรางวัล Czech Lion Awards

Mary Kay  ผู้สนับสนุนองค์กรด้านแฟชั่นและศิลปะมานานยังสนับสนุนรางวัล Czech Lion Awards ณ เมืองปราก สาธารณรัฐเช็ก ซึ่งเป็นสถานที่เฉลิมฉลองความสำเร็จของผลงานภาพยนตร์ของประเทศประจำปี ในงานประกาศผลรางวัล Czech Lion Awards ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ปี 2536 ซึ่งเทียบเท่ากับรางวัลออสการ์ของสหรัฐอเมริกาสำหรับศิลปินสาธารณรัฐเช็ก

งานประกาศผลรางวัล Czech Lion Awards ครั้งที่ 27 ได้รับการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์แห่งชาติสาธารณรัฐเช็กเมื่อวันที่ 7 มีนาคม จากโรงแรม Rudolphinum อันเก่าแก่ในเมืองปราก มีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 1,200 คน สุดยอดศิลปินของประเทศเช็กได้เข้าร่วมเพื่อค้นหาผู้ชนะรางวัล Czech Lion Awards ซึ่งในปีนี้ Mary Kay เป็นหุ้นส่วนด้านการแต่งหน้าอย่างเป็นทางการ โดยทีม ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามของ Mary Kay ได้ทำการแต่งหน้าและตบแต่งรายละเอียดบนใบหน้าให้กับเหล่าดารา

#Shero Style Fashion Trends กับ Mary Kay China

เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปีที่ ทาง Mary Kay China ได้ถ่ายทอดสด #Shero Style Fashion Trends : พลังแห่งความงาม, พลังแห่งเทคโนโลยี, พลังแห่งสุขภาพ และพลังแห่งความโดดเด่น หรือ Power of Beauty, Power of Technology, Power of Health, and Power of Shine ทั้งนี้ แฟชั่นโชว์ดิจิตอลได้รับการสนับสนุนจาก Mary Kay Global Design Studio, นิตยสาร Baazar, Swarovski และอื่น ๆ

The Mary Kay Foundation℠ กับ Kendra Scott

ในปีนี้ The Mary Kay Foundation℠ ได้ร่วมมือกับ Kendra Scott เพื่อเสนอต่างหูที่สวยงามให้กับผู้อำนวยการฝ่ายขายอิสระ รายได้ทั้งหมดจากต่างหูได้สร้างประโยชน์ให้กับมูลนิธิ Mary Kay ในการสนับสนุนโลกที่ผู้หญิงมีอำนาจมีสุขภาพดีและมีความปลอดภัย โดยรวมรายได้ทั้งหมดเกือบ 200,000 เหรียญสหรัฐ

Mary Kay เป็นหุ้นส่วนกับนักออกแบบผู้เซ็ตเทรนด์สำหรับเครื่องแต่งกายสำหรับการทำงานและอุปกรณ์เสริมเครื่องแต่งกาย

เป็นเวลานานกว่า 55 ปีที่ Mary Kay ได้ร่วมมือกับนักออกแบบชั้นนำในแต่ละยุคเพื่อร่วมมือจัดทำเครื่องแต่งกายสำหรับการทำงาน โดย ชุดและอุปกรณ์เครื่องแต่งกายเสริมได้ถูกนำเสนอให้กับที่ปรึกษาด้านความงามอิสระในระดับต่างๆของธุรกิจอิสระของพวกเขา เมื่อเร็ว ๆ นี้ Mary Kay ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับ:

  • St. John x Mary Kay / NSD Suit Option Unveil – US Leadership
  • Nicole Miller x Mary Kay / 2564-2565 Suit Unveil
  • Ted Baker x Mary Kay US / Star 2563 Prize Collection
  • Kate Spade x Mary Kay US / Kendra Scott X Mary Kay US – Gifting
  • Kendra Scott x Mary Kay / Rock it in Red Jacket Challenge 2563

การเปลี่ยนแปลงกิจกรรมอันเป็นผลมาจาก COVID-19

เนื่องจากการระบาดใหญ่ของ COVID-19 ทั่วโลก อีเวนท์ความงามแฟชั่นและการออกแบบที่ได้รับการสนับสนุนจาก Mary Kay จำนวนมากได้ถูกเลื่อนออกไปหรือถูกยกเลิกในปี 2563 ซึ่งรวมถึง:

ถูกยกเลิก

  • Mercedes-Benz Fashion Week รัสเซีย ฤดูใบไม้ผลิ 2563 การแสดงสำหรับฤดูใบไม้ร่วง / ฤดูหนาว 2563/64
  • งาน GLOW Beauty Convention ประเทศเยอรมนี
  • Bratislava Fashion Days จัดโดย Mercedes-Benz – โชว์ฤดูใบไม้ผลิ 2563 สำหรับฤดูใบไม้ร่วง / ฤดูหนาว 2564

ถูกเลื่อน

  • Anketa OTO 2020 – เลื่อนออกไปจนกว่าจะมีประกาศ

เหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์แฟชั่น Mary Kay

  • 25 ปีที่แล้ว หรือปี 2538 Mary Kay ได้รับรางวัลแฟชั่นและรางวัลด้านสิ่งแวดล้อมจากโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติเป็นครั้งแรก
  • 30 ปีที่แล้ว หรือ ปี 2533: ความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างมากของเครื่องแต่งกายทำ
  • งานในหมู่สมาชิกขององค์กร Mary Kay สะท้อนออกมาภายนอกบริษัท ชุด Mary Kay® Sales Director ได้รับรางวัล“ ครื่องแต่งกายทำงานแห่งทศวรรษ” ที่โดดเด่นในทศวรรษ 1980
  • 40 ปีที่แล้ว หรือปี 2523 : โครงการ The Red Jacket เกิดขึ้นในปี 2516 เมื่อ Star Recruiters สวมเสื้อแจ็คเกตแดงในสนามบอลเพื่อเป็นเกียรติแก่พระคาร์ดินัลเซนต์หลุยส์ใน“ Mary Kay Night” ครั้งแรก  และในปีพ. ศ. 2523 บริษัท ได้ดำเนินโครงการ Red Jacket Program เป็นเครื่องแต่งกายอย่างเป็นทางการ
  • 55 ปีที่แล้ว หรือปี 2508: ชุดผู้อำนวยการฝ่ายขายอิสระชุดแรก  หรือ Independent Sales Director ถูกเปิดตัว – ชุดสูทถักขนสัตว์สองชิ้นสีดำพร้อมหมวกคาวบอยสไตล์เท็กซัส

เกี่ยวกับ Mary Kay

Mary Kay ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลที่ฉีกกฎเกณฑ์แบบเดิมได้ก่อตั้งบริษัทด้านความงามของเธอมานานกว่า 56 ปี โดยมีเป้าหมายสามประการ คือ มอบโอกาสที่คุ้มค่าสำหรับผู้หญิง ผลิตภัณฑ์ที่ไม่อาจต้านทานได้ และการทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้น ความฝันดังกล่าวได้กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์โดยมีพนักงานขายอิสระหลายล้านคนในเกือบ 40 ประเทศ Mary Kay ทุ่มเทให้กับการค้นคว้าวิทยาศาสตร์เบื้องหลังความงามและเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ทันสมัยเครื่องสำอางค์สี น้ำหอม และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Mary Kay มุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างศักยภาพของผู้หญิงและครอบครัวด้วยการร่วมมือกับองค์กรต่าง ๆ จากทั่วโลกโดยมุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนการวิจัยโรคมะเร็ง การปกป้องผู้รอดชีวิตจากความรุนแรงภายในครัวเรือน การทำให้ชุมชนของเราสวยงาม และการส่งเสริมเด็ก ๆให้ทำตามความฝันของตน ดังนั้นวิสัยทัศน์อันดั้งเดิมของ Mary Kay Ash ในคอนเซปท์ ก้าวไปด้วยกันทีละลิปสติกยังคงส่องสว่างนำทางต่อไป อ่านเพิ่มเติมได้ที่   MaryKay.com.

เกี่ยวกับ The Mary Kay Foundation

โดยการทำตามความฝันของ Mary Kay Ash ที่จะยกระดับชีวิตของผู้หญิงทุกหนทุกแห่ง มูลนิธิ The Mary Kay FoundationSM ได้ระดมทุนและจัดสรรกองทุนเพื่อการลงทุนในการวิจัยโรคมะเร็งขั้นสูงเพื่อค้นหาวิธีรักษาโรคมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิงและยุติความรุนแรงในครอบครัวต่อสตรี ตั้งแต่ปี 2539 มูลนิธิ The Mary Kay FoundationSM ได้บริจาคเงินกว่า 80 ล้านเหรียญสหรัฐให้กับองค์กรที่มีภารกิจสอดคล้อง นอกจากนี้มูลนิธิยังสนับสนุนโครงการริเริ่มสร้างจิตสำนึก โครงการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ชุมชน และสนับสนุนกฎหมายเพื่อให้ผู้หญิงมีสุขภาพที่ดีและได้รับความปลอดภัย โดยการทำงานร่วมกันเราสามารถทำให้โลกนี้ดีขึ้นสำหรับผู้หญิง หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการให้การศึกษา การสนับสนุน การเป็นอาสาสมัคร และการบริจาคและการเข้าร่วมงานช่วยชีวิตและเพื่อสนับสนุนและเพิ่มขีดความสามารถของผู้หญิง เยี่ยมชมได้ที่ marykayfoundation.org, ค้นหาเราบน Facebook และ Instagram หรือติดตามเราบน Twitter

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200707005913/en/

ติดต่อ:

ฝ่ายการสื่อสารองค์กร Mary Kay Inc.

marykay.com/newsroom

972.687.5332 หรือ media@mkcorp.com





OPPLE ร่วมมือกับ 4 แบรนด์สินค้าตกแต่งบ้านเพื่อก่อตั้งพันธมิตรแบรนด์ชั้นนำของจีนระดับโลก (GACTB) มุ่งสู่การพัฒนาช่องทางการขายในต่างประเทศ

Logo

เซี่ยงไฮ้–(บิสิเนสไวร์)–23 มิ.ย. 2563

วันที่ 18 มิถุนายน 2563 ได้มีการก่อตั้งพันธมิตรแบรนด์ชั้นนำของจีนระดับโลก (Global Alliance of Chinese Top BrandsGACTB) เป็นครั้งแรกโดย OPPLE, Dongpeng, Micoe, Robam และHolike  ทั้งห้าเป็นบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมการตกแต่งบ้าน โดยได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือผ่านระบบคลาวด์เนื่องจากการระบาดของโรค Covid-19  GACTB มุ่งมั่นที่จะให้บริการผู้บริโภคทั่วโลกด้วยโซลูชั่นแบบครบวงจรสำหรับบริการตกแต่งบ้านที่มีคุณภาพสูง

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้มีมัลติมีเดีย อ่านฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20200623005619/en/

Founding of the Global Alliance of Chinese Top Brands (Graphic: Business Wire)

การก่อตั้งพันธมิตรแบรนด์ชั้นนำของจีนระดับโลก (กราฟิก: บิสิเนสไวร์)

เพื่อขยายช่องทางการขายผ่านพันธมิตรแบรนด์

เมื่อชีวิตและการทำงานกลับสู่ภาวะปกติหลังจากการแพร่ระบาดของโรค Covid-19 เจ้าของบ้านในต่างประเทศจะให้ความสำคัญกับวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดี  เพราะเหตุนี้ชื่อเสียงของแบรนด์และคุณภาพของผลิตภัณฑ์จะเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกในกระบวนการตัดสินใจของลูกค้า  GACTB จะรักษาคุณค่าของการสร้างแบรนด์ สังคม ลูกค้าและสมาชิก เพิ่มช่องทางการขายในต่างประเทศโดยการแบ่งปันทรัพยากรลูกค้า และเพิ่มความร่วมมือในการพัฒนาตลาดใหม่ การประมูลโครง การเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการจัดจำหน่าย และส่งเสริมแบรนด์บนพื้นฐานประโยชน์ส่วนรวม

เพื่อเพิ่มการรับรู้แบรนด์ในตลาดโลกผ่านการทำงานร่วมกันอย่างราบรื่น

เนื่องจากสมาชิก GACTB แต่ละรายมีส่วนแบ่งการตลาดที่ใหญ่โต มีชื่อเสียงที่โด่งดัง และมีความพรีเมียมของแบรนด์ในภาคธุรกิจของตนนั้น GACTB จะส่งเสริมอิทธิพลของแต่ละแบรนด์ต่อไป  นอกจากนี้สมาชิกแต่ละรายมีความสามารถในการวิจัยและพัฒนาการสร้างผลิตภัณฑ์สีเขียวเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

“จีนเป็นผู้นำระดับโลกในอุตสาหกรรมไฟ เรามุ่งที่จะร่วมมือกับสมาชิก GACTB และเปลี่ยนประสิทธิภาพการผลิตที่แข็งแกร่งของจีนให้มีอิทธิพลในระดับโลก โดยมอบผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้นสำหรับผู้บริโภคทั่วโลกในราคาที่ต่ำลง” Jin Xin ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายธุรกิจระหว่างประเทศของ OPPLE Lighting กล่าว

เกี่ยวกับ OPPLE

OPPLE ก่อตั้งขึ้นในปี 2539 โดยมีส่วนร่วมในการวิจัยและพัฒนา การผลิต การจัดจำหน่าย และบริการหลังการขายของแสงไฟ การติดตั้ง และการควบคุมแสงสว่าง โดยดำเนินธุรกิจในกว่า 70 ประเทศและภูมิภาคในเอเชียแปซิฟิก ยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกาใต้  OPPLE ขยายสายผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องไปยังสวิตช์ศิลปะ การตกแต่งบ้านแบบรวม ห้องครัว และเครื่องใช้ในห้องน้ำและอุปกรณ์เสริม ด้วยเป้าหมายในการเป็นผู้ให้บริการระบบแสงและอุปกรณ์ในบ้านแบบครบวงจรชั้นนำในอุตสาหกรรม  OPPLE มีร้านค้ากว่า 100,000 แห่งที่ขายสินค้าหลากหลายประเภท  OPPLE เป็นบริษัทจดทะเบียนในปี 2559

อ่านที่มาบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200623005619/en/

ติดต่อ:

OPPLE Lighting
Jenny Qian, +86 21 38550000
Globalservice@opple.com


Hilton CleanStay มาตรฐานการบริการทางด้านความสะอาดแบบใหม่เพื่อการท่องเที่ยวทั่วโลก

Logo

มาตรฐานการบริการใหม่จากการพัฒนาร่วมกันกับ RB ผู้ผลิต Lysol และ Dettol พร้อมกันทั่วโลก 15 มิถุนายนนี้

ประเทศไทย–(BUSINESS WIRE)–12 มิถุนายน 2563

Hilton แนะนำมาตรฐานการบริการใหม่ทางด้านความสะอาดและการฆ่าเชื้อ ภายใต้ชื่อ Hilton CleanStay ซึ่งเกิดจากความร่วมมือกันระหว่าง Hilton, RB ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ Lysol และ Dettol และ Mayo Clinic ในการพัฒนามาตรฐานการบริการและแนวทางการปฏิบัติ เพื่อการส่งมอบความมั่นใจ และประสบการณ์ในการเข้าพักที่สะอาดและปลอดภัยให้แก่แขกผู้เข้าพักในโรงแรมฮิลตันทั่วโลก โดยจะเริ่มต้นมาตรฐานการบริการแบบใหม่นี้ภายในสัปดาห์หน้า

img

Hilton CleanStay มาตรฐานการบริการทางด้านความสะอาดแบบใหม่เพื่อการท่องเที่ยวทั่วโลก)

การร่วมมือกันระหว่าง Hilton และ RB ในครั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างมาตรฐานการบริการเดียวกัน รวมถึงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความไว้วางใจจาก RB ในโรงแรมในเครือฮิลตันทั่วโลก

“กว่า 100 ปีที่ผ่านมา ความปลอดภัยของแขกและพนักงานเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกเสมอมา ในธุรกิจการโรงแรมที่ความคาดหวังของแขกได้เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันจากไวรัสโคโรนานี้ มาตรฐานการบริการ Hilton CleanStay จึงได้ถูกพัฒนาขึ้น ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความอุ่นใจและความมั่นใจให้กับแขกตลอดการท่องเที่ยว รวมทั้งการดูแลพนักงานของเราด้วยเช่นกัน” คริส นาสเซตตา ประธานและประธานกรรมการบริหารฮิลตัน กล่าว

“แม้ว่าการต้อนรับของเราอาจมีการเปลี่ยนแปลงในช่วงระยะเวลาเพียงสั้น ๆ นี้ แต่เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่จะได้ต้อนรับทุกท่านอีกครั้งที่โรงแรมฮิลตันทั่วโลก พร้อมทั้งส่งมอบประสบการณ์อันแสนประทับใจ และเป็นไปตามความคาดหวังของแขกทุกท่าน”

แขกผู้เข้าใช้บริการทุกท่าน สามารถสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของการบริการภายในโรงแรมฮิลตันทั้งหมด 18 แบรนด์ทั่วโลก ที่จะต้อนรับทุกท่านด้วยมาตรฐานการบริการแบบใหม่ Hilton CleanStay ภายในกลางเดือนกรกฎาคมนี้

มาตรฐานการบริการ Hilton CleanStay เพื่อดูแลแขกทุกท่านตั้งแต่เช็คอินถึงเช็คเอาท์

  • ออนไลน์: เพื่อการวางแผนก่อนการเดินทาง รายละเอียดเกี่ยวกับ Hilton CleanStay จะปรากฏอยู่บนเว็บไซต์ Hilton.com/cleanstay และบนหน้าเว็บไซต์ของแต่ละโรงแรม เพื่อให้แขกทุกท่านได้รับทราบถึงข้อมูลของมาตรฐานการบริการดังกล่าวในส่วนต่าง ๆ ตลอดการเข้าพัก

  • ล็อบบี้: แอปพลิเคชัน Hilton Honors เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับแขกที่มีความประสงค์ในการเลี่ยงการสัมผัสในขั้นตอนการเช็คอิน โดยให้บริการการเช็คอินแบบดิจิทัล บริการเลือกห้องพัก ดิจิทัลคีย์ เพื่อใช้แทนคีย์การ์ดในการเข้า-ออกห้องพัก และเช็คเอาท์ได้บนโทรศัพท์มือถือ ทางเลือกในการเช็คอินเลี่ยงการสัมผัสนี้ สามารถใช้บริการได้กว่า 4,700 โรงแรมในเครือฮิลตันทั่วโลก ในกรณีที่แขกทำการสำรองห้องพักของโรงแรมผ่านทางแอปพลิเคชัน Hilton Honors หรือบนเว็บไซต์ Hilton.com หากท่านใดมีความประสงค์เช็คอินด้วยการให้บริการจากพนักงาน จะมีมาตรการการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล เพื่อการเช็คอินและเช็คเอาท์อย่างปลอดภัย

  • ห้องพัก: Hilton CleanStay Room Seal หรือ แผ่นปิดหน้าห้องพักพร้อมสัญลักษณ์ Hilton CleanStay จะถูกปิดผนึกไว้ที่หน้าประตูห้องพักแขกทุกห้อง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าห้องพักได้ถูกทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว ห้องพักแขกจะได้รับการฆ่าเชื้อ โดยเฉพาะบริเวณพื้นผิวที่มีการสัมผัสบ่อย เช่น สวิตช์ไฟ มือจับประตู รีโมตโทรทัศน์ แผงควบคุมอุณหภูมิ และอื่น

  • การบริการทำความสะอาดห้องพัก: ห้องพักจะได้รับการทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออย่างละเอียดระหว่างเข้าพัก โดยการบริการทำความสะอาดห้องพักจะขึ้นอยู่กับความประสงค์ของแขกแต่ละท่าน ในกรณีที่แขกบางท่านอาจไม่ต้องการให้พนักงานเข้ามาภายในห้องพัก สิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องพัก เช่น ผ้าปูที่นอน และเครื่องใช้ภายในห้องน้ำ จะให้บริการเมื่อแขกมีความประสงค์ และส่งมอบให้แก่แขกในบรรจุภัณฑ์เพื่อปกป้องสิ่งของเหล่านั้น โดยวางไว้ที่หน้าประตูห้องพัก
  • พื้นที่สาธารณะ: พื้นที่สาธารณะจะได้รับการดูแลและเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาด สำหรับห้องออกกำลังกายได้มีการจัดตารางเวลาทำความสะอาดบ่อยครั้ง รวมถึงการจัดวางอุปกรณ์ต่าง ๆ โดยเน้นระยะห่างระหว่างบุคคล และจำกัดจำนวนผู้เข้าใช้บริการในแต่ละครั้งด้วย เช่นเดียวกันกับสระว่ายน้ำและบริเวณโดยรอบ ที่มีการทำความสะอาดบ่อยครั้งในระหว่างวัน และมีการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล นอกจากนี้ ยังได้มีการจัดวางเจลแอลกอฮอล์ และแผ่นเช็ดทำความสะอาดฆ่าเชื้อไว้ให้บริการที่บริเวณทางเข้า และจุดต่าง ๆ ที่มีการสัญจรไปมาบ่อยอีกด้วย
  • อาหารและเครื่องดื่ม: ภายในห้องอาหารของโรงแรมจะมีการจัดวางโต๊ะและเก้าอี้ให้มีระยะห่างระหว่างบุคคล เลือกใช้อุปกรณ์รับประทานอาหารที่สามารถย่อยสลายได้หรือใช้ครั้งเดียว และให้บริการเมื่อแขกมีความประสงค์ นำเสนอตัวเลือกในการให้บริการอาหารเช้า ไม่ว่าจะเป็น การนำกลับไปรับประทานที่อื่น การคลุมอุปกรณ์รับประทานอาหาร การให้บริการอาหารแบบตามสั่ง หรือการให้บริการอาหารที่โต๊ะโดยพนักงาน สำหรับการสั่งอาหารมารับประทานที่ห้องพัก จะเน้นการลดการสัมผัสระหว่างบุคคลเป็นสำคัญ โดยอาหารและบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ครั้งเดียว จะถูกวางไว้ที่ด้านหน้าประตูห้องพัก
  • การจัดประชุมและการจัดอีเว้นท์: โปรแกรม Hilton EventReady with CleanStay เป็นโปรแกรมที่จัดทำขึ้นเพื่อแนะนำมาตรฐานใหม่ในการให้บริการการจัดประชุมและการจัดอีเว้นท์ภายในโรงแรมฮิลตัน โดยมุ่งเน้นถึงความสะอาด ความยืดหยุ่น ความปลอดภัย และการรับผิดชอบต่อสังคม รวมถึงการให้บริการอาหารและเครื่องดื่มที่สร้างสรรค์ การให้บริการเทคโนโลยีที่ทันสมัย และแนวทางการปฏิบัติที่ยั่งยืน พนักงานของเรามีความพร้อมในการดูแลอย่างเต็มความสามารถและทันท่วงทีในทุกขั้นตอนของการประชุมตั้งแต่การวางแผนตลอดจนการดำเนินการโดยคำนึงถึงสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีเป็นหลัก

นับตั้งแต่การประกาศความร่วมมือระหว่าง Hilton และ RB ในการพัฒนา Hilton CleanStay เพื่อเป็นมาตรฐานการบริการใหม่ทั่วโลก ในประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศแคนาดา ได้มีการใช้ผลิตภัณฑ์จาก Lysol และ Dettol และดำเนินการตามมาตรฐานการบริการ Hilton CleanStay ในขณะเดียวกัน Lysol และ Dettol จะถูกนำไปใช้ในโรงแรมฮิลตันในประเทศต่าง ๆ รวมถึง Sagrotan ในประเทศเยอรมนี และ Napisan ในประเทศอิตาลีอีกด้วย

ผู้เชี่ยวชาญทางด้านวิทยาศาสตร์ของ RB มีความมั่นใจในผลิตภัณฑ์ซึ่งสามารถช่วยให้ผู้บริโภคมีความปลอดภัยในการดำรงชีวิต โดยมีการอ้างอิงจากการศึกษาโดย American Journal of Infection Control ส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ Dettol และ Lysol มีความสามารถในการยับยั้งเชื้อโวรัสโควิด-19 ได้

“การปกป้องผู้คนจากการเจ็บป่วยเป็นหัวใจสำคัญของ RB และแบรนด์ต่าง ๆ ทั่วโลกของเรา” ราฮุล คาเดียน รองประธานบริหารด้านสุขอนามัยและครัวเรือนประจำอเมริกาเหนือ กล่าว “แบรนด์ของเราเกิดขึ้นจากความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ ประสิทธิภาพทางวิทยาศาสตร์ และความมุ่งมั่นในการให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้บริโภคทั่วโลก เพื่อช่วยยับยั้งการแพร่เชื้อโรค การร่วมมือกันในครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดี ที่เราจะได้ส่งมอบมาตรฐานสูงสุดทางด้านสุขอนามัย เพื่อให้ผู้บริโภคได้มั่นใจและได้รับประสบการณ์ที่ดีที่โรงแรมฮิลตันด้วย”

ตลอดการพัฒนามาตรฐานการบริการ Hilton CleanStay นี้ Mayo Clinic ได้ให้การสนับสนุนและให้คำแนะนำทางการแพทย์ เพื่อการพัฒนาการฝึกอบรม ถึงแนวทางการปฏิบัติในการทำความสะอาด และการประกันคุณภาพ นอกจากนี้ Mayo Clinic ยังได้ให้ความรู้ทางด้านเทคโนโลยีและวิธีการใหม่ในอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ ที่เป็นประโยชน์ต่อการทำความสะอาดและการฆ่าเชื้อภายในโรงแรมฮิลตันอีกด้วย

“ความปลอดภัยส่วนบุคคลเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากที่สุด เมื่อธุรกิจและกิจกรรมต่าง ๆ กลับมาดำเนินการอีกครั้ง” สเตซี่ ริซซา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ Mayo Clinic กล่าว “เรามีความภาคภูมิใจที่ได้นำความเชี่ยวชาญและความรู้มารับมือกับโรคโควิด-19 ทั้งในระดับประเทศและระดับโลก และรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมงานกับ Hilton ในการให้คำแนะนำหลักสูตรการฝึกอบรมด้วย”

มาตรฐานการบริการ Hilton CleanStay ได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้การดูแลแขกทุกท่านตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวเข้ามาภายในโรงแรม และตลอดระยะเวลาที่ใช้บริการ เพื่อให้มั่นใจถึงสุขอนามัยที่ดีของแขกและพนักงาน โดยยังคงให้การต้อนรับและการบริการด้วยมิตรไมตรีจิตแบบที่ฮิลตันได้ปฏิบัติตลอดมา

การฝึกอบรมเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของมาตรฐานการบริการแบบใหม่ทางด้านความสะอาดและการฆ่าเชื้อนี้ เพื่อเป็นการยืนยันว่าพนักงานของเราได้รับทราบถึงขั้นตอนของการให้บริการ รวมถึงความปลอดภัยของพนักงานและผู้อื่น พนักงานของเราพร้อมให้การต้อนรับ ทักทาย และให้บริการอย่างมีมิตรไมตรีจิต ในขณะที่พวกเขาใส่อุปกรณ์ป้องกันตนเอง และให้ความสำคัญในการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลด้วย

###

เกี่ยวกับฮิลตัน
ฮิลตัน (NYSE: HLT) บริษัทชั้นนำด้านธุรกิจโรงแรมแห่งหนึ่งของโลก ที่มีแบรนด์โรงแรมระดับโลกภายใต้การบริหารของบริษัทถึง 18 แบรนด์ มากกว่า 6,100 แห่ง และมีห้องพักเกือบ 977,000 ห้อง ใน 118 ประเทศและเขตการปกครองอื่น ๆ ฮิลตัน ทุ่มเทอย่างยิ่งเพื่อให้บรรลุพันธกิจในการเป็นบริษัทชั้นนำด้านธุรกิจการบริการที่ดีที่สุดในโลก ฮิลตัน ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสถานที่ทำงานที่ดีที่สุดของโลกปี 2561 และเป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมระดับโลกจากกลุ่มดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ปี 2561 และได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวกว่า 3 พันล้านคนตลอดระยะเวลา 100 ปีของการเปิดให้บริการ ตลอดจนการบริหารโปรแกรมสมาชิกฮิลตัน ออนเนอร์ส ซึ่งมีสมาชิกกว่า 106 ล้านคนสำรองห้องพักผ่านช่องทางของฮิลตันโดยตรง และได้รับสิทธิประโยชน์โดยทันที รวมไปถึงบริการเช็คอินแบบดิจิทัลและบริการเลือกห้องพัก ดิจิทัลคีย์ และคอนเนครูม ติดตามข้อมูลของฮิลตันได้ที่ newsroom.hilton.com หรือติดตามผ่าน Facebook, TwitterLinkedInInstagram และ YouTube

เกี่ยวกับ RB

RB* ขับเคลื่อนด้วยวัตถุประสงค์ในการปกป้องรักษาเพื่อสรรสร้างโลกที่สะอาดและมีสุขภาพดีอย่างไม่หยุดยั้ง เราต่อสู้เพื่อการเข้าถึงสุขอนามัยที่มีคุณภาพอย่างสูงสุด ทั้งในเรื่องของสุขภาพ และการดูแล ที่ไม่ใช่เป็นเพียงแค่สิทธิพิเศษ แต่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม RB มีความภูมิใจในแบรนด์ครัวเรือนที่เชื่อถือได้และได้รับความไว้วางใจกว่า 190 ประเทศ โดยแบรนด์ครัวเรือนเหล่านี้ รวมไปถึง Enfamil, Nutramigen, Nurofen, Strepsils, Gaviscon, Mucinex, Durex, Scholl, Clearasil, Lysol, Dettol, Veet, Harpic, Cillit Bang, Mortein, Finish,  Calgon, Woolite, Air Wick และอื่น ๆ ผลิตภัณฑ์ของเราถูกจัดซื้อและจำหน่ายโดยผู้บริโภคทั่วโลก กว่า 20 ล้านชิ้นต่อวัน

RB คำนึงถึงผู้บริโภคและบุคคลทั่วไปก่อนเป็นหลักในการแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ เพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศในทุก ๆ ด้านที่เราสรรสร้าง โดยร่วมมือกับกลุ่มพันธมิตรในการก้าวไปสู่ความสำเร็จ เราทำในสิ่งที่ถูกต้อง เป็นตัวกำหนดและชี้นำเราเสมอ ต่อแนวทางการทำงานของเพื่อนพนักงานกว่า 40,000 คน ที่หลากหลายและมีพรสวรรค์ทั่วทุกมุมโลก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดตามได้ที่ http://www.rb.com

*RB คือชื่อการค้าของกลุ่ม บริษัท Reckitt Benckiser

เกี่ยวกับ Mayo Clinic

Mayo Clinic เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร มุ่งเน้นเพื่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมในเวชปฏิบัติ การศึกษา และการวิจัย โดยมีผู้เชี่ยวชาญในการตอบปัญหาและชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจต่อผู้ต้องการเข้ารับการรักษา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและข่าวสาร สามารถติดตามได้ที่ Visit the Mayo Clinic News Network  และ An Inside Look at Mayo Clinic

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/52234394/en