Category Archives: Lifestyle

เทศกาล Hong Kong Wine & Dine Festival 2021 โชว์รูมสำหรับมุมมองการทำอาหารใหม่ ๆ

Logo

ฮ่องกง–(BUSINESS WIRE)–20 ตุลาคม 2564

เทศกาล Hong Kong Wine & Dine Festival ซึ่งจัดโดยการท่องเที่ยวฮ่องกง เป็นงานมหกรรมอาหารประจำปีของฮ่องกงมาช้านานแล้ว ในปีนี้เทศกาลกำลังได้รับความนิยมอย่างมากจากการฟื้นตัวของเมือง โดยมาพร้อมกับการเฉลิมฉลองสุดตื่นเต้นตลอดเดือนพฤศจิกายน ซึ่งประกอบด้วยกิจกรรมผ่านทางดิจิทัลและกำหนดการที่จัดขึ้นในสถานที่จริง เทศกาลนี้จะทำหน้าที่เป็นเครื่องเตือนใจให้แก่นักชิมอาหารทั่วโลกว่าฮ่องกงจะยังคงเป็นสถานที่รับประทานอาหารอันดับต้น ๆ ในยุคหลังโควิด

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้มีเนื้อหามัลติมีเดีย ดูอย่างเต็มรูปแบบได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20211019006256/en/

Cocktail lovers and green lifestyle enthusiasts should not miss the “Sustainable Cocktail” online masterclass hosted by Agung Prabowo of Penicillin bar, winner of Asia's 50 Best Sustainable Bar Award for 2021. (Photo: Business Wire)

ผู้ชื่นชอบค็อกเทลและผู้ชื่นชอบไลฟ์สไตล์รักษ์โลกไม่ควรพลาดมาสเตอร์คลาสออนไลน์หัวข้อ “Sustainable Cocktail” ที่จัดโดย Agung Prabowo จากบาร์ Penicillin ผู้ชนะรางวัล Asia's 50 Best Sustainable Bar Award ประจำปี 2564 (ภาพ: Business Wire)

การชะงักงันที่เกิดจากการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 ไม่ได้ขวางกั้นความทะเยอทะยานในการเดินหน้าเพื่อความสำเร็จของฮ่องกง แม้จะมีความไม่แน่นอน แต่ก็มีร้านอาหารเปิดใหม่มากมายในปีที่ผ่านมา ซึ่งช่วยเพิ่มความหลากหลายและความมีชีวิตชีวาให้กับวงการอาหารและเครื่องดื่ม

ด้วยธีม “โชว์รูมสำหรับมุมมองการทำอาหารใหม่ ๆ” เทศกาลในปีนี้จะนำเสนอประสบการณ์สดใหม่มากมาย ซึ่งประกอบไปด้วยการยกระดับนวัตกรรมสำหรับอาหารจีน การจัดมาสเตอร์คลาสออนไลน์ที่สร้างแรงบันดาลใจ และรายชื่อบุคคลที่มีชื่อเสียงด้านอาหารและเครื่องดื่ม โดยเน้นย้ำถึงความฉลาดปราดเปรื่องที่ประณีตสร้างสรรค์กลุ่มเฉพาะใหม่ในวงการอาหารของฮ่องกง

ยุคใหม่ของบาร์เทนเดอร์

ผู้ชื่นชอบค็อกเทลและผู้ชื่นชอบไลฟ์สไตล์รักษ์โลกไม่ควรพลาด “Sustainable Cocktail” มาสเตอร์คลาสออนไลน์ที่จัดโดย Agung Prabowo จากบาร์ Penicillin ผู้ชนะรางวัล Asia's 50 Best Sustainable Bar Award ประจำปี 2564 รางวัลนี้ยกย่องความคิดสร้างสรรค์และความพยายามของ Prabowo และหุ้นส่วนของเขาในการลดของเสียและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของบาร์ ตัวอย่าง เช่น เปลือกมันฝรั่งจะนำมาสร้างสรรค์ให้เป็นอาหารว่างแบบแท่ง และส่วนเกินของขนมปังและชีสจะนำไปผสมลงในเหล้าสปิริตชนิดใหม่

ประสบการณ์ใหม่ในการทำอาหารจีน

สิ่งที่ไม่ควรพลาดคือ “Chinese Omakase by Masterchefs” ซึ่งเป็นประสบการณ์การรับประทานอาหารจีนระดับภัตตาคารแบบนอกกรอบและขับเคลื่อนด้วยแนวคิด แนวคิดนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากโอมากาเสะสไตล์ดั้งเดิม โดยแนวทางของอาหารจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเชฟ ให้เชฟมีอิสระในการสร้างสรรค์ และมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารที่น่าจดจำ เชฟระดับปรมาจารย์ 18 คนจากร้านอาหารจีนชื่อดังทั่วฮ่องกงจะเป็นผู้นำโครงการและแสดงความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคและนวัตกรรม ตัวอย่างเช่น เชฟ Chan Yan Tak จากร้านอาหาร Lung King Heen ระดับ 3 ดาวมิชลิน จะพานักชิมไปชิมอาหารรสชาติที่หลากหลาย ขณะที่ Chef Jayson Tang จากร้านอาหาร Man Ho ระดับ 1 ดาวมิชลินได้สร้างสรรค์เมนูนวัตกรรมที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันบนพื้นฐานความสัมพันธ์ระหว่างธาตุทั้ง 5 ได้แก่ ไม้ ไฟ ดิน โลหะ และน้ำ

พลังใหม่ที่เขย่าวงการรับประทานอาหารในฮ่องกง

รายชื่อนักทำอาหารดาวรุ่งมาแรงจะเป็นจุดเด่นในการรณรงค์เพื่อแสดงการยอมรับพรสวรรค์การนำเทรนด์ในฮ่องกง เชฟ Sandy Keung เป็นหนึ่งในผู้เล่นหญิงเพียงไม่กี่คนในอุตสาหกรรมเนื้อย่าง (siu mei) โดยมีแบรนด์ของเธอเองอย่าง Good BBQ ซึ่งเนื้อย่างมักจะถูกผูกขาดให้ดำเนินการโดยเชฟผู้ชาย

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทศกาล Hong Kong Wine & Dine Festival 2021 โปรดเข้าไปที่ www.discoverhongkong.com/winedinefestival

เข้าชมภาพได้ที่: https://assetlibrary.hktb.com/assetbank-hktb/action/browseItems?categoryId=660&categoryTypeId=2&cachedCriteria=1

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่นี่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20211019006256/en/

ติดต่อ:

Ms Candice Leung
อีเมล: candice.leung@hktb.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย



ไลฟ์สตรีม Tokushima International Consumer’s Forum 2021 ในวันที่ 26 ตุลาคม 2564

Logo

โทคุชิมะ ญี่ปุ่น–(บิสิเนสไวร์)–08 ต.ค. 2564

ฝ่ายนโยบายผู้บริโภคของจังหวัดโทคุชิมะกำลังส่งเสริมความคิดริเริ่มสำหรับการบริหารผู้บริโภคและการศึกษาโดยร่วมมือกับสำนักงานใหญ่เชิงกลยุทธ์ของหน่วยงานผู้บริโภคพรมแดนด้านนโยบายผู้บริโภคซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาลญี่ปุ่นที่จัดตั้งขึ้นในจังหวัดโทคุชิมะให้เป็นศูนย์กลางการพัฒนานโยบายระดับชาติ และการดำเนินงานระหว่างประเทศในการบริหารผู้บริโภค

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ประกอบด้วยมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20211007005054/en/

“Awa-Odori”, the one of the most famous “Bon-Odori”, originated in Tokushima prefecture and has the 400-year history. (Photo: Business Wire)

“Awa-Odori” หนึ่งใน “Bon-Odori” ที่มีชื่อเสียงที่สุด มีต้นกำเนิดในจังหวัดโทคุชิมะและมีประวัติยาวนาน 400 ปี (ภาพ: บิสิเนสไวร์)

Tokushima International Consumer's Forum 2021 ซึ่งจัดโดยรัฐบาลจังหวัดโทคุชิมะ นำเจ้าหน้าที่ของสำนักงานกิจการผู้บริโภคแห่งประเทศญี่ปุ่นและผู้เชี่ยวชาญในประเด็นผู้บริโภคจากยุโรป สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และประเทศอาเซียนมาหารือเกี่ยวกับปัญหาผู้บริโภคและ โซลูชั่นเพื่ออำนวยความสะดวกในกระบวนการสร้างสังคมที่ยั่งยืนภายใต้สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่กำลังดำเนินอยู่ และความก้าวหน้าของสังคมดิจิทัล

ฟอรัมจะไฟล์สตรีมบนเว็บไซต์ที่แสดงด้านล่าง  เราหวังว่าฟอรัมนี้จะอำนวยความสะดวกในการอภิปรายเชิงคาดการณ์ล่วงหน้าและสนับสนุนนโยบายผู้บริโภคระหว่างประเทศ และช่วยปรับปรุงชีวิตของผู้คนในฐานะผู้บริโภคทั่วโลก

  1. หัวข้อหลัก
    “เส้นทางสู่การแก้ปัญหาใหม่ที่ผู้บริโภคต้องเผชิญ” ในขณะที่เรามุ่งหวังให้เกิดสังคมที่ยั่งยืน
    – มองไปสู่สังคมดิจิทัลหลังยุค COVID-19 –
  2. วันที่และเวลา (เวลาญี่ปุ่น)
    26 ตุลาคม (วันอังคาร) 2564 เวลา 10:00-16:40 น. (ถ่ายทอดสด)
  3. ตาราง (เวลาญี่ปุ่น)
  • เวลา 10:00-10:10 น. พิธีเปิด
  • เวลา 10:10–11:30 น. คำปราศรัย
    โดยผู้นำชั้นนำของโลกเกี่ยวกับการบริโภคอย่างมีจริยธรรมจากสหราชอาณาจักร , ออสเตรเลีย, สหรัฐอเมริกา และฟิลิปปินส์
  • เวลา 11:40–12:50 น. เซสชั่น 1
    เซสชั่นโดยวิทยากร
  • เวลา 14:00–15:10 น. เซสชั่น 2
    เซสชั่นเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างรัฐบาลระดับชาติและระดับท้องถิ่นของประเทศอาเซียนและญี่ปุ่น
  • เวลา 15:20–16:30 น. เซสชั่น 3
    เซสชั่นการศึกษาผู้บริโภคเพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระหว่างมหาวิทยาลัยในประเทศอาเซียนและจังหวัดโทคุชิมะ
  • เวลา 16:30–16:40 น. ปิด

*สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ Tokushima International Consumer's Forum 2021 ที่แสดงด้านล่าง

Tokushima International Consumer's Forum 2021

https://www.pref.tokushima.lg.jp/en/world.consumer.forum/2021/

ข้อมูลการท่องเที่ยวของจังหวัดโทคุชิมะ (ภาษาอังกฤษ จีน และเกาหลี)

https://discovertokushima.net/en/

อ่านต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20211007005054/en/

ติดต่อ

Consumer Policy Division, Consumer Development and Safety Bureau,
Crisis Management and Environment Department
Tokushima Prefectural Government
TEL: +81-88-621-2499
Aya Miyamoto
Email: miyamoto_aya_2@pref.tokushima.jp

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

จังหวัดชุงชองเหนือ หรือ ชุงชองบุกโด จัดงาน ‘The Cosmetics & Beauty Expo Osong Korea 2021’ ทางออนไลน์และในสถานที่จัดพร้อมกัน

Logo

– งานเอ็กซ์โปจัดรายการที่หลากหลายภายใต้หัวข้อ 'K-beauty, from Osong in Chungcheongbuk-do to the World'

ชองจู เกาหลีใต้–(BUSINESS WIRE)–8 ตุลาคม 2564

งาน 'The Cosmetics & Beauty Expo Osong Korea 2021' ที่จัดขึ้นโดยเมืองชองจู จังหวัดชุงชองเหนือ และจัดงานโดยมูลนิธิ Osong Bio Promotion Foundation ซึ่งจะมีขึ้นเป็นเวลาห้าวันตั้งแต่วันที่ 19 ถึง 23 ตุลาคม บนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ (http://www.osongbeautyexpo.kr) และบริเวณสถานีรถไฟ Osong station ในจังหวัดชุงชองเหนือ ประเทศเกาหลีใต้

'The Cosmetics & Beauty Expo Osong Korea 2021,' hosted by Chungcheongbuk-do and Cheongju and organized by the Osong Bio Promotion Foundation, will take place from October 19th to 23rd on its official website and around the Osong station in Chungcheongbuk-do, South Korea. Under the theme of ‘K-beauty, from Osong in Chungcheongbuk-do to the World,’ the Business and Product Promotion Pavilions for Business to Business (B2B) will be open as ‘Online Exhibition,’ with ‘Offline Market Hall’ for Business to Consumer (B2C). Especially for B2C, online sales via NAVER Smartstore exhibitions and live commerce will also be conducted. Other various programs, such as ‘video export counseling services,’ ‘e-Conferences,’ and ‘online and offline events and experience’ will be provided. (Graphic: Business Wire)

งาน 'The Cosmetics & Beauty Expo Osong Korea 2021' ที่จัดขึ้นโดยเมืองชองจู จังหวัดชุงชองเหนือ และจัดงานโดยมูลนิธิ Osong Bio Promotion Foundation ซึ่งจะมีขึ้นเป็นเวลาห้าวันตั้งแต่วันที่ 19 ถึง 23 ตุลาคมบนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ ภายใต้หัวข้อ ‘K-beauty, from Osong in Chungcheongbuk-do to the World,’  ซุ้มนิทรรศการด้านการส่งเสริมทางธุรกิจและผลิตภัณฑ์สำหรับธุรกิจที่ดำเนินกิจการค้าขายระหว่างหน่วยงานภาคธุรกิจกับธุรกิจ (B2B) จะเปิดเป็น ‘นิทรรศการออนไลน์,’ กับ ‘ออฟไลน์มาร์เก็ตฮอลล์’ สำหรับธุรกิจที่ขายสินค้าหรือให้บริการแก่ผู้บริโภคโดยตรง (B2C) โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจแบบ B2C การขายออนไลน์ผ่านงานแสดงสินค้า NAVER Smartstore และการค้าพาณิชย์แบบไลฟ์สดจะดำเนินการอีกด้วย โปรแกรมที่หลากหลายอื่น ๆ อย่างเช่น ‘การบริการให้คำปรึกษาด้านการเผยแพร่วิดีโอ,’ ‘การประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์,’ และ ‘กิจกรรมและประสบการณ์ออนไลน์และออฟไลน์’ (กราฟิก: Business Wire)

งานเอ็กซ์โปจัดขึ้นตั้งแต่ปี 2556 เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและความงาม อุตสาหกรรมเชิงกลยุทธ์ของจังหวัดชุงชองเหนือ และเพื่อช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางรุกเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ

ในปีนี้ภายใต้หัวข้อ 'K-beauty, from Osong in Chungcheongbuk-do to the World' ซุ้มนิทรรศการด้านการส่งเสริมทางธุรกิจและผลิตภัณฑ์สำหรับธุรกิจที่ดำเนินกิจการค้าขายระหว่างหน่วยงานภาคธุรกิจกับธุรกิจ (B2B) จะเปิดเป็น ‘งานแสดงสินค้าออนไลน์,’ กับ ‘ออฟไลน์มาร์เก็ตฮอลล์’ สำหรับธุรกิจที่ขายสินค้าหรือให้บริการแก่ผู้บริโภคโดยตรง (B2C) งานเอ็กซ์โปมีกิจกรรมที่หลากหลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจแบบ B2C อย่างเช่น การขายออนไลน์ผ่านงานแสดงสิค้า NAVER Smartstore และการค้าพาณิชย์แบบไลฟ์สด

‘งานแสดงสินค้าออนไลน์,’ ซุ้มนิทรรศการด้านส่งเสริมการขายสำหรับองค์กรและผลิตภัณฑ์ที่เน้นที่ธุรกิจแบบ B2B ให้ข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับผู้เข้าร่วมและผลิตภัณฑ์ที่แสดงซึ่งแบ่งออกเป็นหมวดหมู่เครื่องสำอางแต่ละประเภท ดำเนินการด้วยทีมตรวจสอบผลิตภัณฑ์ในการนำเสนอความคิดเห็นของผู้ใช้

‘ออฟไลน์มาร์เก็ตฮอลล์,’ ที่เน้นด้วยธุรกิจแบบ B2C ซึ่งจัดตั้งขึ้นที่สถานีรถไฟ Osong station จะขายสินค้าที่แสดงในราคาที่เหมาะสม และจะมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายทางออนไลน์ผ่าน Smartstore ตลาดออนไลน์ของ NAVER และการค้าพาณิชย์แบบไลฟ์สด

นอกจากนี้งานเอ็กซ์โปยังมีโปรแกรมที่หลากหลาย อย่างเช่น ‘การบริการให้คำปรึกษาด้านการเผยแพร่วิดีโอ,’ ‘การประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์,’ และ ‘กิจกรรมและประสบการณ์ออนไลน์และออฟไลน์’

‘การบริการให้คำปรึกษาด้านการเผยแพร่วิดีโอ,’ เมื่อปีที่แล้วให้บริการเฉพาะในระหว่างงาน สำหรับปีนี้จะให้บริการออนไลน์เป็นเวลาสี่สัปดาห์โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน

โดยผ่าน ‘การประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์,’ ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องสำอางในประเทศและต่างประเทศจะนำเสนอวิดีโอบรรยายเกี่ยวกับข้อมูลความงามครั้งล่าสุด: ‘แนวโน้มการผลิตเครื่องสำอางปี 2564,’ ‘การเปลี่ยนแปลงนโยบายเครื่องสำอางในจีน,’ และ ‘แนวโน้มความงามของผู้บริโภคทั่วโลก’

“ในปีนี้เราได้เตรียมโปรแกรมที่หลากหลาย อย่างเช่น กิจกรรมและประสบการณ์ที่สามารถเข้าร่วมได้ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์” เจ้าหน้าที่จากจังหวัดกล่าวเสริมว่า “เราคาดหวังว่าผู้มาเยือนจะซื้อสินค้าคุณภาพสูงในราคาที่เหมาะสม และผู้ซื้อจากต่างประเทศได้รับข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทเครื่องสำอางในท้องถิ่นผ่านงานเอ็กซ์โปนี้”

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมคลังภาพ/มัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/52499701/en

ติดต่อ:

The Cosmetics & Beauty Expo Osong Korea 2021
KO JEONG SUK
+82-43-220-4552
wjdtnr31@korea.kr

“การท่องเที่ยวฮ่องกง” จับมือ “ซีเจ อีเอ็นเอ็ม” ปลุกกระแสเที่ยวฮ่องกงด้วยวัฒนธรรม “เคป็อป”

Logo

imgimg

การท่องเที่ยวฮ่องกง (Hong Kong Tourism Board: HKTB) ได้ลงนามข้อตกลงสามปีกับ บริษัท ซีเจ อีเอ็นเอ็ม (CJ ENM) หนึ่งในบริษัทผู้นำด้านอุตสาหกรรมบันเทิงแห่งเอเชีย ลงนามข้อตกลงสามปี ตั้งแต่ปี 2565 ถึง 2567 เพื่อสร้างมุมมองใหม่ต่อฮ่องกงในฐานะสถานที่น่าท่องเที่ยวผ่านซีรีส์ และรายการวาไรตี้เกาหลี และยังเป็นครั้งแรกที่องค์กรด้านการท่องเที่ยวได้ร่วมวางแผนกลยุทธ์ควบคู่กับบริษัทด้านความบันเทิงอย่างซีเจ อีเอ็นเอ็ม ซึ่งมีประสบการณ์ในการผลิตซีรีส์และวาไรตี้ที่ได้รับกระแสตอบรับล้นหลามในระดับโลกอย่าง ซีรีส์ปักหมุดรักฉุกเฉิน (Crash Landing On You), ก็อบลิน คำสาปรักผู้พิทักษ์วิญญาณ (Goblin: The Lonely and Great God), เพลย์ลิสต์ชุดกาวน์ (Hospital Playlist), วินเชนโซ่ ทนายมาเฟีย (Vincenzo) รวมทั้งรายการวาไรตี้อย่าง Youn's Kitchen และ New Journey to the West การร่วมมือในครั้งนี้ จะเป็นการกระตุ้นให้ผู้ชมได้นึกถึงฉากที่ชื่นชอบจากซีรีส์เกาลี และรายการวาไรตี้ต่างๆ ในบรรยากาศของสถานที่ท่องเที่ยวท้องถิ่นในฮ่องกง และยังเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวเมื่อสามารถเดินทางข้ามพรมแดนได้อีกครั้งด้วย

การท่องเที่ยวฮ่องกง และบริษัทสัญชาติเกาหลีอย่าง ซีเจ อีเอ็นเอ็ม ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ซึ่งจะทำให้ฮ่องกงได้เป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหารายการมากมายที่ผลิตโดย ซีเจ อีเอ็นเอ็ม ตั้งแต่ปี 2565 ถึง 2567 โดยจะนำเสนอภาพของไลฟ์สไตล์และวัฒนธรรมฮ่องกงอันเป็นเอกลักษณ์ สู่สายตาผู้ชมทั่วโลก ในปัจจุบัน คอนเทนต์อันโด่งดังที่ทางซีเจ อีเอ็นเอ็มผลิตขึ้นนั้น ถ่ายทอดไปแล้วกว่า 200 ประเทศ และมีการรับชมทั่วโลกผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งชื่อดังระดับโลกที่เป็นพันธมิตรกับซีเจ อีเอ็นเอ็มอีกด้วย

เมื่อการจำกัดการเดินทางสิ้นสุดลง ภาพบรรยากาศของฮ่องกงก็จะได้รับการถ่ายทอดออกไปในฐานะฉากหลังของละครและรายการวาไรตี้หลายประเภทที่ผลิตโดยบริษัท ซีเจ อีเอ็นเอ็ม ที่เคยฝากผลงานการผลิตซีรีส์สุดฮิตและได้รับกระแสตอบรับที่ดีทั่วโลก อย่าง ซีรีส์ปักหมุดรักฉุกเฉิน (Crash Landing On You), ก็อบลิน คำสาปรักผู้พิทักษ์วิญญาณ (Goblin: The Lonely and Great God), เพลย์ลิสต์ชุดกาวน์ (Hospital Playlist), วินเชนโซ่ ทนายมาเฟีย (Vincenzo) รวมทั้งรายการวาไรตี้อย่าง Youn's Kitchen และ New Journey to the West

หุ้นส่วนทั้งสองจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อก่อให้เกิดความกลมกลืนของผลงาน ซึ่งรวมถึงการให้คำแนะนำด้านสถานที่และมุมมองทางวัฒนธรรมของฮ่องกงที่จะปรากฏในแต่ละรายการ ซึ่งจะทำให้ฮ่องกงติดอันดับลิสต์สถานที่น่าท่องเที่ยวของคอซีรีส์เกาหลีอย่างแน่นอน

ดร. วายเค แปง ประธานการท่องเที่ยวฮ่องกง ผู้ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกความเข้าใจออนไลน์ ระหว่าง นายเดน เฉิง ผู้อำนวยการบริหารการท่องเที่ยวฮ่องกง และ นายลี ซังมู รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายขายโฆษณา และพันธมิตรทางธุรกิจ บริษัท ซีเจ อีเอ็นเอ็ม กล่าวว่า “การท่องเที่ยวฮ่องกงรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้เป็นองค์กรด้านการท่องเที่ยวแรกที่มีการร่วมมือเชิงกลยุทธ์ลักษณะนี้กับบริษัท ซีเจ อีเอ็นเอ็ม เป้าหมายของเราคือการสอดแทรกฮ่องกงในเนื้อหาซีรีส์และรายการวาไรตี้เกาหลีชื่อดัง ซึ่งจะช่วยเสริมสถานะให้ฮ่องกงเป็นจุดหมายการท่องเที่ยวที่น่าตื่นเต้นและน่าสนใจที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เมื่อสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้อีกครั้ง เราคาดการณ์ว่าการแข่งขันในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะทวีความเข้มข้นขึ้นเมื่อโรคระบาดนี้สิ้นสุดลง ดังนั้น การท่องเที่ยวฮ่องกงจึงออกตัวก่อนด้วยการร่วมมือกับพันธมิตรที่ทรงอิทธิพลในด้านสื่อ เพื่อให้ฮ่องกงยังคงอยู่ในสายตาและความสนใจของผู้ชมทั่วโลกอยู่เสมอ”

นายลี ซังมู รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายขายโฆษณาและพันธมิตรทางธุรกิจ บริษัท ซีเจ อีเอ็นเอ็ม กล่าวปิดท้ายว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่จะได้เป็นพันธมิตรกับการท่องเที่ยวฮ่องกง และหยิบยกเสน่ห์ และความน่าตื่นตาตื่นใจของฮ่องกง ออกสู่สายตาของผู้ชมผ่านซีรีส์และรายการวาไรตี้ที่เป็นที่นิยมของเรา และด้วยคอนเทนต์ระดับพรี
เมียมของซีเจ อีเอ็นเอ็ม ที่ผ่านการพิสูจน์ทั้งยอดการรับชมและอิทธิพลในระดับโลก เรายังคงมุ่งมั่นที่จะขยายผลงานสู่ตลาดนานาชาติผ่านกลยุทธ์การร่วมมือจากทั่วโลก”

###

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับท่านสื่อมวลชน

เกี่ยวกับการท่องเที่ยวฮ่องกง

การท่องเที่ยวฮ่องกง (The Hong Kong Tourism Board: HKTB) เป็นหน่วยงานที่ก่อตั้งโดยภาครัฐบาล มีสำนักงาน 15 แห่งทั่วโลก และมีสำงานตัวแทนใน 7 ภูมิภาค โดยมีภารกิจหลักเพื่อขยายผลผลิตทางเศษฐกิจและสังคมของฮ่องกงจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และร่วมกันผลักดันให้ฮ่องกงเป็นหนึ่งในจุดมุ่งหมายการท่องเที่ยวระดับโลก การท่องเที่ยวฮ่องกงทำงานอย่างใกล้ชิดกับภาครัฐบาล ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และพันธมิตร เพื่อประชาสัมพันธ์ฮ่องกงออกสู่สายตานานาชาติ รวมถึงขยายรูปแบบของบริการดีๆ ในฮ่องกงให้มีความหลากหลาย ยกระดับมาตรฐานการบริการ และส่งเสริมประสบการณ์ของผู้ที่มาเยี่ยมเยือน

ติดตามข่าวสาร discoverhongkong.com Facebook: www.facebook.com/hk.discoverhongkong/

Instagram: www.instagram.com/discoverhongkong/ 3

เกี่ยวกับบริษัท ซีเจ อีเอ็นเอ็ม จำกัด

บริษัท ซีเจ อีเอ็นเอ็ม เป็นบริษัทผู้นำทางด้านบันเทิงและไลฟ์สไตล์ มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลี ตั้งแต่ปี 2538 โดยบริษัทเป็นผู้ดำเนินธุรกิจที่หลายหลากในอุตสาหกรรมบันเทิงตั้งแต่ คอนเทนต์ในสื่อ, ดนตรี, ภาพยนตร์, ศิลปะการแสดง รวมไปถึงอนิเมชั่น ซึ่งผลิตผลงานชั้นนำออกสู่หลากหลายแพลตฟอร์ม ซีเจ อีเอ็นเอ็มได้สร้างสรรค์ ดำเนินการผลิต รวมถึงจัดจำหน่าย รายการชื่อดังที่ได้รับกระแสตอบรับดีในระดับโลก รวมไปถึงภาพยนตร์ที่ชนะรางวัลคานส์อย่าง ชนชั้นปรสิต(Parasite) และ ชนะรางวัล โทนี่ อวอร์ด สาขาละครเพลงอย่าง จับหัวใจมาใส่เกือก(Kinky Boots) รวมไปถึงภาพยนตร์ที่ทุบสถิติบ็อกซ์ออฟฟิศของเกาหลีอย่าง ยีซุนชิน ขุนพลคลื่นคำราม(Roaring Currents), ภารกิจทอดไก่ ซุ่มจับเจ้าพ่อ(Extreme Job), กี่หมื่นวัน…ไม่ลืมคำสัญญาพ่อ(Ode to My Father) รวมไปถึง ซีรีส์และรายการโทรทัศน์ที่ทุกคนต่างติดตามอย่าง ปักหมุดรักฉุกเฉิน(Crash Landing On You), สุภาพบุรุษตะวันฉาย(Mr. Sunshine), ก็อบลิน คำสาปรักผู้พิทักษ์วิญญาณ(Guardian: The Lonely and Great God), ป๋าซ่าพาซิ่ง(Grandpas over Flowers), นักร้องซ่อนแอบ(I Can See Your Voice) และอื่นๆ อีกมากมาย และเพื่อที่จะนำเสนอประสบการณ์แห่งวัฒนธรรมเกาหลีในระดับนานาชาติ  ซีเจ อีเอ็นเอ็ม ยังภูมิใจนำเสนอ KCON/KCON:TACT มหกรรมที่รวบรวมวัฒนธรรมเกาหลีที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเทศกาลการเฉลิมฉลอง Hallyu รวมถึง เอ็มเน็ต เอเชี่ยน มิวสิค อวอร์ด (MAMA) งานประกาศรางวัลด้านดนตรีที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย และยังมีสำนักงานระดับภูมิภาคในเอเชีย ยุโรป และอเมริกา ปัจจุบันซีเจ อีเอ็นเอ็ม มีพนักงานมากกว่า 3,600 คน

ลิงก์สำหรับดาวน์โหลดไฟล์ภาพขนาดใหญ่

https://hktb.filecamp.com/s/2021_MOU_signing_between_HK/fo

###

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย


การวิจัยของ OAG ระบุว่า เกือบ 3 ใน 4 ของผู้เดินทางในสหรัฐฯ สนับสนุนการใช้วัคซีนพาสปอร์ต

Logo

70% ของผู้เดินทางทั้งหมดสนับสนุนวัคซีนพาสปอร์ตระหว่างประเทศ โดย 56% ของผู้เดินทางที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนจะไม่รับการฉีดวัคซีนแม้จะมีการบังคับใช้เพื่อเดินทาง

สิงคโปร์–(BUSINESS WIRE)–14 กันยายน 2564

จากการสำรวจของ OAG กับผู้เดินทางชาวอเมริกันมากกว่า 1,800 คนในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม พบว่านักเดินทางกำลังจะได้เดินทางทางอากาศอีกครั้ง แต่การเดินทางทางอากาศในอนาคตอันใกล้ยังมีความไม่แน่นอนสูง ความสามารถในการรองรับผู้เดินทางภายในประเทศในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 81% ตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม ปี 2564 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว การเพิ่มขึ้นนี้เกิดจากความต้องการอันแรงกล้าของผู้บริโภค โดย 70% ของผู้บริโภคที่สำรวจโดย OAG ได้จองเที่ยวบินล่วงหน้าไว้แล้ว

ขณะที่ผู้เดินทางที่ปรารถนาเดินทางด้วยเครื่องบินมีจำนวนเพิ่มขึ้นนั้น สายพันธุ์เดลต้า อัตราการแพร่เชื้อของโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้น และความต้องการในการฉีดวัคซีนนั้นมีผลอย่างมากต่อสถานการณ์ระยะใกล้และระยะกลาง ผู้บริโภคส่วนใหญ่ที่สำรวจโดย OAG รายงานว่าได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วนแล้ว อย่างไรก็ตาม OAG พบว่ามีเพียง 15% ของผู้ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนที่วางแผนจะรับการฉีดวัคซีนก่อนการเดินทางครั้งต่อไป

สายการบินและจุดหมายปลายทางหลายแห่งกำลังพิจารณาออกกฎให้นักท่องเที่ยวฉีดวัคซีนเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจและกับป้องกันการแพร่เชื้อ โดย 68% ของผู้ตอบแบบสำรวจทั้งหมดกล่าวว่าพวกเขาสนใจหรือต้องการวัคซีนพาสปอร์ตสำหรับการเดินทางในประเทศ และ 70% เชื่อว่าควรบังคับใช้วัคซีนพาสปอร์ตสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ ที่น่าตกใจคือ  56% ของผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนกล่าวว่าพวกเขายังคงไม่ได้รับการฉีดวัคซีน แม้ว่าสายการบิน สนามบิน หรือจุดหมายปลายทางมีการคับใช้สำหรับการเดินทางก็ตาม

Mayur Patel หัวหน้า OAG ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “ข้อบังคับการฉีดวัคซีนเป็นดาบสองคม สายการบิน รัฐบาล และจุดหมายปลายทางหลายแห่งกำลังพิจารณาอย่างจริงจังว่าจะออกข้อบังคับให้ฉีดวัคซีนก่อนบินหรือเข้าพื้นที่ได้ และผู้เดินทางส่วนใหญ่ก็สนับสนุนการใช้วัคซีนพาสปอร์ต แม้จะเป็นการเพิ่มเชื้อเพลิงให้กับไฟที่ร้อนจัดก็ตาม แต่ความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นอย่างต่อเนื่องของตลาดการเดินทางทั้งหมดนั้นเกี่ยวข้องโดยตรงกับจำนวนการฉีดวัคซีนที่สูงขึ้นและอัตราการแพร่เชื้อที่ลดลง”

ประเด็นอื่น ๆ จากการวิจัยของ OAG ประกอบด้วย:

  • ความกังวลเกี่ยวกับโรคโควิด-19 ยังคงทำให้นักเดินทางบางส่วนต้องชะลอการเดินทาง จาก 30% ของผู้ตอบแบบสอบถามที่ยังไม่ได้จองเที่ยวบิน จำนวน 40% กำลังรอให้อัตราการฉีดวัคซีนและข้อบังคับดีขึ้น และ 30% กำลังรอการบังคับใช้วัคซีนพาสปอร์ต
  • แนวโน้มการเดินทางเพื่อธุรกิจยังคงไม่ชัดเจน มีเพียง 62% ของผู้เดินทางเพื่อธุรกิจกล่าวว่าบริษัทกำลังวางแผนเดินทางทางอากาศในอีก 12 เดือนข้างหน้า ขณะที่ 38% กล่าวว่าบริษัทยังไม่มีแผนการ (20%) หรือยังไม่ได้ระบุแผน (18%)
  • มีการคาดการณ์ว่าการท่องเที่ยวในวันหยุดจะกลับมา ฤดูกาลการท่องเที่ยวในวันหยุดปี 2564 จะคึกคักกว่าปี 2563 มาก จากผู้เดินทาง 38% ที่สำรวจโดย OAG ที่กล่าวว่าพวกเขามักจะบินในช่วงวันหยุด ในกลุ่มนี้จะมีเพียง 40% เท่านั้นที่ทำเช่นเดียวกันในปี 2563 โดยในปีนี้ กลุ่มที่ตั้งใจจะบินเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวถึง 85% การรองรับผู้เดินทางที่วางแผนไว้สำหรับสัปดาห์วันขอบคุณพระเจ้า (Thanksgiving) ก็เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน ซึ่งขณะนี้มีการจองที่ตั๋วในประเทศเพิ่มขึ้น 47% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
  • พฤติกรรมการจองตั๋วเครื่องบินยังเอาแน่เอานอนไม่ได้ นักท่องเที่ยวเกือบครึ่งที่ทำแบบสำรวจยังคงจองตั๋วล่วงหน้าอย่างกระชั้นชิด (ระหว่าง 2 สัปดาห์ถึง 1 เดือนล่วงหน้า) และอีกครึ่งหนึ่งจะจองระหว่าง 2-6 เดือนหรือนานกว่านั้น โดย 80% คาดว่าราคาตั๋วจะเพิ่มขึ้นในอีก 12 เดือนข้างหน้า

สำหรับข้อมูลเชิงลึกจากการสำรวจฉบับเต็ม ดูได้จากรายงานที่นี่ https://www.oag.com/us-traveler-survey เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ OAG ได้ที่ https://www.oag.com/

เกี่ยวกับ OAG

OAG เป็นผู้ให้บริการข้อมูลการเดินทางชั้นนำระดับโลกที่เสริมสร้างการเติบโตและนวัตกรรมของระบบนิเวศการเดินทางทางอากาศตั้งแต่ ปี 2472 OAG มีสำนักงานใหญ่ในสหราชอาณาจักร มีการดำเนินงานทั่วโลกทั้งในสหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ลิทัวเนีย และจีน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดดูที่: www.oag.com และสามารถติดตามเราทาง Twitter ได้ที่ @OAG Aviation

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20210913005030/en/

ติดต่อ:

Chrissy Azevedo 
Corporate Ink ตัวแทนของ OAG 
pressoffice@oag.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Mary Kay Inc. เผยแพร่รายงานสรุปกลยุทธ์ความยั่งยืนและผลกระทบทางสังคมประจำปี 2563-64 โดยเน้นที่เป้าหมายความยั่งยืนระดับโลกและผลกระทบทางสังคมจนถึงปี 2573

Logo

ในหัวข้อ “Enriching Lives Today for A Sustainable Tomorrow” รายงานสรุปฉบับแรกที่เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และความรับผิดชอบต่อสังคม

แดลลัส–(BUSINESS WIRE)–13 กันยายน 2564

Mary Kay Inc. ผู้สนับสนุนระดับโลกด้านความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร ในวันนี้ได้เผยแพร่กลยุทธ์ความยั่งยืนในหัวข้อ Enriching Lives Today for a Sustainable Tomorrow และรายงานสรุปกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนและผลกระทบทางสังคมประจำปี 2563-64

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ประกอบด้วยมัลติมีเดีย รับชมฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20210913005253/en/

Enriching Lives Today For A Sustainable Tomorrow logo (Graphic: Mary Kay Inc.)

โลโก้ Enriching Lives Today For A Sustainable Tomorrow (กราฟิก: Mary Kay Inc.)

“มันเป็นเรื่องที่มากกว่าคำว่าเรา—และมันเป็นแบบนั้นมาโดยตลอด” Deborah Gibbins ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Mary Kay Inc. กล่าว “อุตสาหกรรมเครื่องสำอางและการดูแลส่วนบุคคลกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านเมื่อบริษัทต่าง ๆ พัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นสำหรับความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม การดำเนินงานที่โปร่งใส และผลิตภัณฑ์ที่สะอาดและมีจริยธรรม Mary Kay เชื่อและสนับสนุนในวิวัฒนาการนี้”

Enriching Lives Today for a Sustainable Tomorrow ขยายวิสัยทัศน์ของ Mary Kay ไปสู่ปี 2573 และปีต่อ ๆ ไป โดยสร้างภาพลักษณ์ว่าอะไรที่ดี “หน้าตาเป็นอย่างไร” สำหรับ Mary Kay ที่ปรึกษาด้านความงามอิสระ ลูกค้า และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือโลกใบนี้ Enriching Lives Today for a Sustainable Tomorrow ได้รับการพัฒนาร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักของ Mary Kay และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ ทำให้ Mary Kay เป็นส่วนสำคัญของกลุ่มพันธมิตรระดับโลกเพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่า

“ในขณะที่มีการริเริ่มที่มีความหมายเกิดขึ้นทั่วทั้งอุตสาหกรรม—และในตัวของ Mary Kay—ยังมีงานอีกมากในการค้นหาแนวทางแก้ไขระยะยาวสำหรับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจและสังคมที่รออยู่ข้างหน้า” Gibbins กล่าวเสริม “เป็นเวลาเกือบ 60 ปีที่ Mary Kay มุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างชีวิตของผู้หญิง พัฒนาด้านสุขภาพผิว และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนทั่วโลก เราตื่นเต้นมากที่ได้ก้าวต่อไปที่สำคัญในการเดินทางของเรา”

จุดเด่นของรายงานความยั่งยืนประกอบด้วย:

  • Mary Kay ประกาศกลยุทธ์ความยั่งยืนระดับโลก: Enriching Lives Today for a Sustainable Tomorrow แนวทางแบบองค์รวมของเราครอบคลุมสามเสาหลักของความยั่งยืน—เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม—ผ่านห้าเสาหลัก ขับเคลื่อนด้วยความมุ่งมั่น 15 ประการเพื่อส่งมอบทศวรรษแห่งการดำเนินการที่ยั่งยืน
  • Mary Kay จะมีส่วนร่วมใน 15 จาก 17 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ที่กำหนดโดยสหประชาชาติ และได้ดำเนินการตามลำดับความสำคัญและภาระผูกพันในบริบทของการมอบอำนาจชั้นนำระดับโลก ซึ่งรวมถึง: หลักการสิบประการของข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ หลักการสร้างเสริมอำนาจสตรีเจ็ดประการ CEO Water Mandate, and the Sustainable Ocean Principles หรือ หลักการฟื้นฟูมหาสมุทรอย่างยั่งยืน
  • เป้าหมายความมุ่งมั่นที่สำคัญเพื่อให้บรรลุภายในปี 2573:
    • ลดปริมาณ 30%: ความเข้มของพลาสติก คาร์บอน (ขอบเขต 1 และ 2) และการใช้น้ำ
    • ส่งเสริมผู้หญิงจำนวน 5 ล้านคนทั่วโลกผ่านการพัฒนาทักษะการเป็นผู้ประกอบการ
    • ให้การสนับสนุนผู้รอดชีวิตจากความรุนแรงทางเพศและในครอบครัวมากกว่า 10 ล้านคนทั่วโลก

จุดเด่นที่สำคัญ:

ในปี 2563 และครึ่งแรกของปี 2564 Mary Kay ยังคงสานต่อมรดกแห่งความยั่งยืนและการสนับสนุน ด้านล่างนี้คือจุดเด่นที่สำคัญบางส่วน

ความเป็นเลิศทางธุรกิจ

  • 100% ของผู้อำนวยการที่อยู่ในสหรัฐฯ และตำแหน่งสูงกว่านั้นสำเร็จการฝึกอบรมภาคบังคับเรื่องความมีอคติโดยไม่รู้ตัว
  • ความหลากหลายทางเพศในสถานที่ทำงาน: 54% ของทีมผู้บริหารทั่วโลกของ Mary Kay เป็นผู้หญิง 61% ของพนักงานทั่วโลกของ Mary Kay เป็นผู้หญิง และ 54% ของรองประธานระดับโลกขึ้นไปเป็นผู้หญิง 59% ของกรรมการขึ้นไปเป็นผู้หญิง (มีนาคม 2564)
  • ดำเนินการตรวจสอบธุรกิจบุคคลที่สามและรายงานข้อมูลความหลากหลายเพื่อแจ้งห่วงโซ่อุปทานปัจจุบันของเราที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ผู้หญิง ชนกลุ่มน้อย หรือทหารผ่านศึกเป็นเจ้าของ: ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2564 (ข้อมูลห่วงโซ่อุปทานในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น): 12% ของผู้ซัพพลายเออร์ทางอ้อมของ Mary Kay เป็นผู้หญิง ชนกลุ่มน้อย หรือทหารผ่านศึกที่เป็นเจ้าของ; 5% ของซัพพลายเออร์โดยตรงของ Mary Kay เป็นผู้หญิง ชนกลุ่มน้อย หรือทหารผ่านศึก
  • ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ระดับโลกของเรา ปัจจุบันเรานำเสนอรองพื้นมากกว่า 80 ชนิด—ในเฉดสีและฟินิชที่หลากหลาย—เพื่อให้เข้ากับสเปกตรัมที่สวยงามของโทนสีผิวได้ดีที่สุด
  • 77% ของศิลปินที่มีส่วนร่วมในแคมเปญการตลาดทั่วโลกของเราเป็นธุรกิจที่ผู้หญิงเป็นเจ้าของ (ช่างภาพ ผู้อำนวยการ นักออกแบบ ช่างแต่งหน้า ช่างทำผม โปรดิวเซอร์ ฯลฯ)

การดูแลผลิตภัณฑ์

  • เข้าร่วมเป็นสมาชิกของกลุ่มผู้ผลักดันบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนในกลุ่มอุตสาหกรรมความงาม หรือSustainable Packaging Initiative for Cosmetics (SPICE) ภารกิจของ SPICE คือการขับเคลื่อนอนาคตของบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนสำหรับเครื่องสำอางให้มีความก้าวหน้าที่สำคัญในสามด้านหลัก: กำหนดนโยบายบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน ขับเคลื่อนนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ และให้ความโปร่งใสในผู้บริโภค
  • เข้าร่วมมูลนิธิ Ellen MacArthur Foundation ในฐานะสมาชิกของเครือข่าย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นในการเป็นธุรกิจหมุนเวียนที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น

การผลิตอย่างมีความรับผิดชอบ

  • สำนักงานใหญ่ระดับโลก โรงงานผลิตทั่วโลก และการจัดจำหน่ายทั่วโลกและระบบการจัดเก็บและดึงข้อมูลอัตโนมัติ (ASRS) ของ Mary Kay ซึ่งทั้งหมดตั้งอยู่ในรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา โดยใช้พลังงานหมุนเวียน 100 เปอร์เซ็นต์
  • การวิเคราะห์พื้นฐานโดยละเอียดเริ่มต้นขึ้นในปี 2562 และดำเนินต่อไปในปี 2563 เพื่อกำหนดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของเรา จากระยะแรกของการวิเคราะห์ เป้าหมายของการลดก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด (GHG) 30% สำหรับขอบเขต 1 และ 2 ได้ถูกนำมาใช้เป็นเป้าหมายด้านความยั่งยืน ในปี 2564 ระยะที่ 2 ซึ่งประกอบด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับก๊าซเรือนกระจกสำหรับขอบเขตที่ 3 ได้เริ่มต้นขึ้นโดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาเป้าหมายภายในไตรมาสแรกของปี 2565
  • สมาชิกผู้ก่อตั้งโครงการริเริ่มระดับโลกสองโครงการร่วมกับมูลนิธิ Arbor Day Foundation: Evergreen Alliance และ Time for Trees Initiative; และเป็นสมาชิกของ Trillion Tree Initiative
  • เป็นผู้ลงนามในสาเหตุสำคัญสองประการในการปกป้องน่านน้ำของโลก: โครงการ CEO Water Mandate และหลักการมหาสมุทรที่ยั่งยืนของ United Nations Global Compact

การเสริมสร้างพลังอำนาจของผู้หญิง

  • กลายเป็นผู้ให้คำมั่นสัญญาของกลุ่มพันธมิตรปฏิบัติการในแนวร่วมปฏิบัติด้านความเท่าเทียมรุ่นที่สี่: ความรุนแรงบนฐานของเพศสภาพ; ความยุติธรรมและสิทธิทางเศรษฐกิจ; ปฏิบัติการสตรีนิยมเพื่อความยุติธรรมด้านสภาพอากาศ; และเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อความเท่าเทียมทางเพศ (ปี 2564-2569)
  • เปิดตัว Women's Entrepreneurship Accelerator ในปี 2562 ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มระดับโลกเพื่อนำผู้ประกอบการผ่านการศึกษาและส่งเสริมผู้ประกอบการสตรีผ่านเส้นทางสู่การสร้างเสริมพลัง 4 เส้นทาง ได้แก่ การศึกษา การให้ทุน การสนับสนุน และการมีส่วนร่วม ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวเร่งการเป็นผู้ประกอบการสำหรับผู้หญิงทุกคนในทุกที่
  • สนับสนุนข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ หรือ UN Global Compact ในการพัฒนาชุดเครื่องมือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) สำหรับหลักการเสริมสร้างพลังอำนาจของผู้หญิงตั้งแต่ องค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ หรือ UN Women ไปจนถึงการเป็นสมาชิก SMEs จำนวน 6,000 ราย และการใช้งานทั่วไปสำหรับบริษัททั่วโลกเพื่อสนับสนุนความเท่าเทียมกันของผู้หญิง

ผลกระทบทางสังคมระดับโลกและชุมชนท้องถิ่น

  • มูลนิธิ Mary Kay Ash Foundation มีโครงการวิจัยด้านมะเร็งและการทดลองทางคลินิกเกือบ 40 โครงการ และนักวิจัยที่อยู่ในขั้นตอนของโครงการ 42% ของโครงการวิจัยมะเร็งที่เป็นนวัตกรรมใหม่นำโดยผู้หญิง และในขณะที่ 100 เปอร์เซ็นต์ของการทดลองทางคลินิกนำโดยผู้หญิง
  • Mary Kay Inc. และมูลนิธิ Mary Kay Ash Foundation สนับสนุนองค์กร 667 แห่งที่มุ่งมั่นทำงานช่วยชีวิตขององค์กรที่สนับสนุนการขจัดความรุนแรงบนฐานเพศสภาพและให้ทุนแก่สถานพักพิงสตรีที่ให้บริการความช่วยเหลือที่สำคัญ โดยเข้าถึงผู้หญิงและเด็กผู้หญิงกว่า 2 ล้านคนผ่านโครงการที่ไม่ซ้ำกัน 786 โครงการ ในกว่า 138 ประเทศ
  • ตั้งแต่ปี 2551 โครงการ Pink Changing Lives ทั่วโลกของ Mary Kay ได้ก่อให้เกิดโปรแกรมสร้างพลังอำนาจส่งผลกระทบต่อผู้หญิงมากกว่าหกล้านคนและครอบครัวของพวกเขาด้วยการเป็นพันธมิตรกับองค์กรกว่า 3,000 แห่งทั่วโลก โดยบริจาคเงินกว่า 16 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2563 มีการบริจาคมากกว่า 775,000 ดอลลาร์สหรัฐให้กับองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลก

เติมเต็มชีวิตในวันนี้เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน
ภาพรวม 5 เสาหลักและพันธสัญญา 15 ข้อ
ความเป็นเลิศทางธุรกิจ

  • คนของเรา: ปลูกฝังการมีส่วนร่วมของพนักงาน หรือ EMPLOYEE ENGAGEMENT โดยดำเนินชีวิตตามค่านิยมของบริษัทและหล่อเลี้ยงวัฒนธรรมองค์กรของเรา
  • ความหลากหลาย ความเสมอภาค และการรวมเข้าด้วยกัน: ทำความเข้าใจผ่านความรู้ หรือ KNOWLEDGE เรียกร้องให้ดำเนินการ หรือ ACTION  รับรองการเปลี่ยนแปลง หรือ CHANGE ที่ยั่งยืนและยาวนาน
  • ความโปร่งใสและการสนับสนุน: นำไปสู่ความโปร่งใส หรือ TRANSPARENCY และการช่วยเหลือผ่านผู้สนับสนุนสัมพันธ์ หรือ ADVOCACY

การดูแลผลิตภัณฑ์

  • พลาสติกและบรรจุภัณฑ์: ลด หรือ REDUCE ความเข้มของพลาสติกลง 30%
  • การรีไซเคิลและเศรษฐกิจหมุนเวียน: 90% ของบรรจุภัณฑ์กระดาษที่ทำจากการใช้วัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้อีก หรือ RECYCLED CONTENT
  • การจัดหาที่ยั่งยืน: ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของเราให้เหลือน้อยที่สุด หรือ MINIMIZE สนับสนุนธุรกิจขนาดเล็ก และส่งเสริมผลประโยชน์ของชุมชน

การผลิตอย่างมีความรับผิดชอบ

  • คาร์บอน: ลด หรือ REDUCE คาร์บอน (ขอบเขต 1 และ 2) 30%
  • น้ำ: ลด หรือ REDUCE การใช้น้ำ 30%
  • ของเสียจากการปฏิบัติงาน: เบี่ยงเบน หรือ DIVERT 60% ของของเสียจากการปฏิบัติงานจากการฝังกลบ

การเสริมสร้างพลังอำนาจของผู้หญิง

  • ความเท่าเทียมกัน: พัฒนา หรือ DEVELOP วาระนโยบาย 10 ปีเพื่อแก้ไขปัญหาสิทธิสตรี
  • การเสริมสร้างพลังอำนาจทางเศรษฐกิจ: เพิ่มพลังอำนาจ หรือ EMPOWER ให้ผู้หญิง 5 ล้านคนทั่วโลก
  • การศึกษา: เข้าถึง หรือ ACCESS การศึกษาสำหรับเด็กหญิงและสตรี 250,000 คนทั่วโลก

ผลกระทบทางสังคม

  • การวิจัยโรคมะเร็ง: กองทุน หรือ FUND รวมกว่า 400,000 ชั่วโมงในการวิจัย
  • ความรุนแรงตามเพศสภาพ: สนับสนุน หรือ SUPPORT ผู้หญิงกว่า 10 ล้านคนทั่วโลกด้วยบริการความช่วยเหลือ
  • การสนับสนุนชุมชนและผลกระทบทางสังคมทั่วโลก: ร่วมมือกัน หรือ COLLABORATE เพื่อการเปลี่ยนแปลงกับองค์กรกว่า 500 แห่ง

เกี่ยวกับ Mary Kay

Mary Kay Ash คือหนึ่งในผู้ที่สามารถก้าวข้ามอุปสรรคที่มองไม่เห็น และก่อตั้งบริษัทความงามของตัวเองขึ้นเมื่อ 58 ปีที่แล้ว โดยมีเป้าหมาย 3 ข้อได้แก่ มอบโอกาสให้กับผู้หญิง ผลิตสินค้าที่เป็นที่ต้องการ และสร้างโลกให้น่าอยู่ ความฝันของเธอได้เบ่งบานขึ้นกลายเป็นบริษัทที่เติบโตทางการเงินมูลค่าหลายพันล้าน พร้อมพนักงานขายอิสระกว่าล้านคนในเกือบ 40 ประเทศ Mary Kay ทุ่มเทให้กับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังความงาม และผลิตสินค้าบำรุงผิว เครื่องสำอาง อาหารเสริมเพื่อสุขภาพและน้ำหอมมากมาย และยังทุ่มเทกับการช่วยให้ผู้หญิงและครอบครัวของพวกเขามีพลังด้วยการร่วมกับองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลกให้ความสำคัญและสนับสนุนกับการวิจัยด้านมะเร็ง ปกป้องผู้รอดชีวิตจากความรุนแรงในครอบครัว ทำให้ชุมชนของเราสวยงาม และส่งเสริมให้เด็ก ๆ ทำตามความฝัน วิสัยทัศน์ดั้งเดิมของ Mary Kay Ash ยังคงเปล่งประกายและพาเธอสู่ความสำเร็จไปทีละขั้น สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่ MaryKayGlobal.com

รับชมเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20210913005253/en/

ติดต่อ:

Mary Kay Inc. Corporate Communications
Marykay.com/newsroom
(+1) 972.687.5332 or media@mkcorp.com








คุมาโมโตะและผลการฟื้นตัวจากแผ่นดินไหว 5 ปีต่อมา

Logo

ความคืบหน้าของการฟื้นตัวจากแผ่นดินไหวในคุมาโมโตะและแนวคิดสำหรับโตเกียว 2020 “โอลิมปิกและพาราลิมปิกเกมส์แห่งการฟื้นฟู”

คุมะโมะโตะ ญี่ปุ่น–(บิสิเนสไวร์)–31 ส.ค. 2564

เป้าหมายของการประมูลโอลิมปิกและพาราลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียวคือเพื่อให้งานนี้เป็นสัญญาณของการฟื้นตัวของญี่ปุ่นหลังจากเกิดแผ่นดินไหวและสึนามิครั้งใหญ่ในโทโฮกุในปี 2554

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้มีเนื้อหามัลติมีเดีย อ่านฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20210831005307/en/

Post-Earthquake Recovery, Kumamoto 5 years later (Graphic: Business Wire)

คุมาโมโตะและผลการฟื้นตัวจากแผ่นดินไหว 5 ปีต่อมา (กราฟิก: บิสิเนสไวร์)

การแพร่กระจายที่คาดการณ์ไม่ได้ของ COVID-19 ได้ทำให้การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกล่าช้าไปถึงหนึ่งปีและทำให้การแข่งขันต้องจัดขึ้นโดยไม่มีผู้ชม  นี่หมายความว่าความคืบหน้าหลังแผ่นดินไหวทั้งหมดในญี่ปุ่น ซึ่งตั้งใจจะเปิดเผยต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติในระหว่างการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกส่วนใหญ่ไม่ได้มีใครสังเกต

ในปี 2559 คุมาโมโตะได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวหลายครั้ง  โดยเป็นแผ่นดินไหวรุนแรงที่สุดสองครั้งวัดขนาด 6.2 และ 7.0 ริกเตอร์  คุมาโมโตะเองก็ตั้งหน้าตั้งตารอการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเพื่อเป็นมาตรการในการฟื้นตัวจากภัยพิบัติของตัวเอง

แต่เช่นเดียวกับในภาคตะวันออกของญี่ปุ่น โควิด-19 ได้ขัดขวางไม่ให้ผู้มาเยือนจากต่างประเทศได้เข้ามาดูความคืบหน้าด้วยตนเอง  เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง เราต้องการแสดงสิ่งที่คุมาโมโตะประสบความสำเร็จในช่วงห้าปีที่ผ่านมาให้คุณได้เห็นในเว็บไซต์ของเรา

การฟื้นฟูแผ่นดินไหวในคุมาโมโตะ 5 ปีต่อมา ได้แก่

  1. การฟื้นฟูพื้นที่ภูเขาอาโสะ ภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นและบริเวณแคลดีรา
    ภูเขาอาโสะ หนึ่งในพื้นที่ท่องเที่ยวชั้นนำของญี่ปุ่น ได้รับความเดือดร้อนอย่างมากจากแผ่นดินไหว  ห้าปีต่อมา ความพยายามในการฟื้นฟูได้สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นและการเปิดสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งอีกครั้ง หากการระบาดไม่ได้เป็นปัญหา พื้นที่ภูเขาอาโสะจะอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ในการต้อนรับผู้มาเยือนจำนวนมาก
  2. การสร้างปราสาทคุมาโมโตะขึ้นใหม่
    ปราสาทคุมาโมโตะคุมาโมโตะ ซึ่งสร้างขึ้นในปี 2150 เป็นสัญลักษณ์ หัวใจ และจิตวิญญาณของชาวคุมาโมโตะ  แผ่นดินไหวทำให้อาคารถล่ม กระเบื้องหลังคาแตก และทำให้กำแพงหินกลายเป็นซากปรักหักพัง  ตอนนี้ การบูรณะปราสาทยังคงดำเนินต่อไป โดยได้เสร็จสิ้นการสร้างทางยกกระดับเพื่อให้เข้าถึงภายในปราสาทได้ และตอนนี้หอปราสาทเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมแล้ว
  3. มังงะและอนิเมะยอดนิยม “วันพีซ” มอบความช่วยเหลือในการสร้างใหม่
    เรื่องราวดั้งเดิมของวันพีซ “Hinokuni Recovery” ถูกสร้างขึ้นเพื่อสนับสนุนคุมาโมโตะ  ในนั้น ตัวละครแต่ละตัว (ลูฟี่และสมาชิก 9 คนของกลุ่มหมวกฟาง) ใช้พลังของพวกเขาเพื่อช่วยคุมะโมะโตะ รูปปั้นทองสัมฤทธิ์ของตัวละครแต่ละตัวกำลังถูกเปิดเผยผ่านจังหวัดคุมาโมโตะ

    กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราสำหรับรายละเอียด
    https://kumamoto.guide/en/season/detail/145

อ่านต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20210831005307/en/

ติดต่อ:

Kumamoto Prefectural Tourism Federation (การท่องเที่ยวแห่งคุมาโมโตะ)
Takayuki Kubo
โทร: 81 -96-382-2660
อีเมล: kubo@minamiaso.info

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Seafood Legacy Co. Ltd. ประกาศเปิดให้ลงทะเบียนการประชุม Tokyo Sustainable Seafood Summit ประจำปี 2564

Logo

สร้างเศรษฐกิจสีน้ำเงินสู่ปี 2573: พลิกโฉมอุตสาหกรรมอาหารทะเลญี่ปุ่นผ่านการลงทุนแบบ DX และ ESG

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–27 สิงหาคม 2564

การประชุม Tokyo Sustainable Seafood Summit ประจำปี 2564 (TSSS2021) จะจัดขึ้นระหว่างวันจันทร์ที่ 11 ถึงวันพุธที่ 13 ตุลาคม 2564 โดย Seafood Legacy Co., Ltd. (จากนี้เรียก “Seafood Legacy '') และ Nikkei ESG ร่วมกับ Walton Family Foundation และ David and Lucile Packard Foundation

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้มีเนื้อหาแบบมัลติมีเดีย ดูอย่างเต็มรูปแบบที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20210826005032/en/

(Graphic: Business Wire)

(กราฟิก: Business Wire)

ธีมของการประชุมในปีนี้คือ “สร้างเศรษฐกิจสีน้ำเงินสู่ปี 2573: พลิกโฉมอุตสาหกรรมอาหารทะเลของญี่ปุ่นผ่านการลงทุนแบบ DX และ ESG” จากการให้ความสำคัญต่อเศรษฐกิจสีน้ำเงินและความสำเร็จตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ภายในปี 2573 การประชุมจึงมุ่งเน้นไปที่การนำเทคโนโลยีมาดำเนินธุรกิจ (DX) และการลงทุนที่คำนึงถึงการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) ที่มุ่งเร่งการขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืนในอุตสาหกรรมอาหารทะเลของญี่ปุ่น

การประชุม Tokyo Sustainable Seafood Summit ต่อยอดมาจาก Tokyo Sustainable Seafood Symposium ที่จัดก่อนหน้า โดยจัดขึ้นทุกปีตั้งแต่ปี 2558 และได้เติบโตขึ้นเป็นหนึ่งในการประชุมชั้นนำที่ใหญ่ที่สุดของเอเชียที่เคลื่อนไหวเกี่ยวกับอาหารทะเลที่ยั่งยืน โดยมีอัตราการเข้าร่วมที่เพิ่มขึ้นทุกปี ปีที่แล้วมีผู้บรรยาย 108 คน และผู้เข้าร่วมประชุม 3,800 คน (ยอดชมทางออนไลน์)

การเคลื่อนไหวต่อความยั่งยืนในอุตสาหกรรมอาหารทะเลและเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่อิงกับทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งมีการเติบโตขึ้นจากความสนใจเกี่ยวกับความยั่งยืนที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก และเป็นสัญลักษณ์จากแนวคิด “เศรษฐกิจสีน้ำเงิน”

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแก้ไขพระราชบัญญัติการประมงของญี่ปุ่นที่มีผลบังคับใช้ในเดือนธันวาคม 2563 โดยมีการออกกฎหมายเพื่อปรับใช้และปรับปรุงการจำหน่าย (พระราชบัญญัติการค้าสัตว์และพืชเฉพาะทางทะเลในประเทศ) นโยบายดังกล่าวสร้างความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการปรับปรุงความยั่งยืน นอกจากการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้แล้ว ยังมีสัญญาณว่าการนำเทคโนโลยีทางดิจิทัลมาใช้จะช่วยส่งเสริมความยั่งยืนในอุตสาหกรรมอาหารทะเล ส่วนสถาบันการเงินก็ได้เปิดตัวโครงการที่สนับสนุนการลงทุนที่คำนึงถึงการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) เพื่อปรับปรุงความยั่งยืนของอุตสาหกรรมอีกด้วย

ชื่องานได้ถูกเปลี่ยนจาก “การประชุมสัมมนา” เป็น “การประชุมสุดยอด” เพื่อให้สะท้อนถึงเป้าหมายในการตระหนักถึงการเคลื่อนไหวที่ได้ผลมากขึ้น โดยเป้าหมายคือการทำให้การประชุมเป็นงานที่นอกจากจะมุ่งเน้นไปที่การลงทุนโดยใช้เทคโนโลยีทางดิจิทัลและคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาลแล้ว เรายังสามารถพูดคุยกับผู้บรรยายและผู้เข้าร่วมเกี่ยวกับวิธีสร้างเศรษฐกิจสีน้ำเงินให้ดีที่สุดภายใน 10 ปีจนถึงปี 2573 ได้อีกด้วย

นอกจากการแบ่งปันข้อมูลล่าสุดที่เคยทำในการประชุมก่อนหน้าแล้ว การประชุมในปีนี้จะใช้ฟังก์ชันออนไลน์ ซึ่งเป็นพื้นที่ให้กับผู้ที่ต้องการส่งเสริมความยั่งยืนในอุตสาหกรรมอาหารทะเลได้สามารถโต้ตอบกัน

การประชุมครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศหารือกับบุคคลที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับอุตสาหกรรมอาหารทะเลของญี่ปุ่นเป็นเวลา 3 วัน โดยมีเป้าหมายในการส่งต่อทรัพยากรทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์และเศรษฐกิจที่ยั่งยืนไปสู่รุ่นต่อไป เราขอขอบคุณสำหรับการแบ่งปันข้อมูลนี้ผ่านสื่อของท่าน

โครงร่างการประชุม

  • หัวข้อ: การประชุม Tokyo Sustainable Seafood Summit ประจำปี 2564 (TSSS2021)
  • ธีม: สร้างเศรษฐกิจสีน้ำเงินสู่ปี 2573: พลิกโฉมอุตสาหกรรมอาหารทะเลญี่ปุ่นผ่านการลงทุนแบบ DX และ ESG
  • วัน/เวลา: วันจันทร์ที่ 11 ถึงวันพุธที่ 13 ตุลาคม 2564
  • สถานที่: ออนไลน์
  • ค่าธรรมเนียมการเข้าร่วม: 5,000 เยนต่อคนสำหรับ 3 วันเต็ม (ไม่รวมภาษี)
  • บริการล่ามแปลภาษา ญี่ปุ่น-อังกฤษ พร้อมกันในงาน

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและการลงทะเบียน โปรดดูที่: https://sustainableseafoodnow.com/2021/en/

ระหว่างการประชุม เราจะจัดงานมอบรางวัล Japan Sustainable Seafood Award ครั้งที่ 3 ซึ่งจะยกย่องถึงความพยายามในการกระตุ้นการเคลื่อนไหวทางอาหารทะเลที่ยั่งยืนของญี่ปุ่น

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20210826005032/en/

ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับประกาศได้ที่:
Miki Yamaoka miki.yamaoka@seafoodlegacy.com
Mariko Arikawa mariko.arikawa@seafoodlegacy.com
โทร: +81-80-3550-2920
Seafood Legacy Co., Ltd.

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย


Dole Food & Beverages Group พลิกโฉมการวางแผนและทัศนวิสัยในห่วงโซ่อุปทานแบบดิจิทัลด้วย Blue Yonder

Logo

บริษัท CPG ระดับโลกจะปรับปรุงการคาดการณ์และประสานกระบวนการ S&OP และ S&OE ทั่วทั้งองค์กรด้วย Luminate Control Tower และ Luminate Planning

สิงคโปร์และสก็อตส์เดล แอริโซนา–(BUSINESS WIRE)–26 สิงหาคม 2564

ในช่วงการระบาดใหญ่ของ COVID-19 บริษัทสินค้าอุปโภคบริโภค (CPG) ได้เห็นการหยุดชะงักอย่างมีนัยสำคัญในด้านอุปสงค์และอุปทานของห่วงโซ่อุปทานของพวกเขา ส่งผลให้เกิดความต้องการความสามารถในการคาดการณ์ความต้องการของผู้ซื้อเพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป การเพิ่มขีดความสามารถในด้านบริการให้เหนือกว่า และสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ปรับเปลี่ยนได้พร้อมการแสดงภาพแบบครบวงจร นั่นเป็นแรงผลักดันให้ Dole Food & Beverages Group เปลี่ยนแปลงห่วงโซ่อุปทานแบบดิจิทัลเพื่อคาดการณ์ความล่าช้าในการจัดส่งและความล่วงรู้ กำหนดและเพิ่มประสิทธิภาพความต้องการซื้อ โดยเปิดใช้งานด้วยโซลูชันระบบคลาวด์ Blue Yonder สองรายการคือ: กลุ่มผลิตภัณฑ์ Luminate™ Control Tower และ Luminate Planning

Dole Food & Beverages Group เป็นส่วนหนึ่งของ The Dole Sunshine Company ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและนักการตลาดรายใหญ่ที่สุดของโลกในผลไม้สดบรรจุภัณฑ์และผลิตภัณฑ์จากผลไม้ที่มีคุณภาพสูง บริษัทกำลังมองหาทัศนวิสัยและการคาดการณ์แบบครบวงจร การวางแผนการขายและการดำเนินงาน (S&OP) และกระบวนการขายและการดำเนินการ (S&OE) และความสามารถของการบริหารจัดการ โดย Dole Food & Beverages Group เป็นลูกค้า Blue Yonder มามากกว่า 20 ปีได้ผ่านขั้นตอนการประเมินที่ครอบคลุมเพื่อเลือกผู้ให้บริการซัพพลายเชนที่มีมายาวนานสำหรับโซลูชันที่สามารถตอบสนองความต้องการที่ใหม่กว่าและสนับสนุนการเดินทางสู่ Dole Promise

โครงการเปลี่ยนโฉมสู่ดิจิทัลจะช่วยให้ Dole Food & Beverages Group สร้างห่วงโซ่อุปทานที่คล่องตัวโดยมุ่งเน้นที่องค์ประกอบหลักสามประการ ได้แก่ บุคลากร กระบวนการ และระบบ โดยการใช้โซลูชัน Blue Yonder ที่ขับเคลื่อนโดย Luminate Platform บริษัทมีแผนดังนี้:

  • จัดโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานในอนาคตด้วยการบริหารจัดการระดับโลกและระดับท้องถิ่นที่ทำงานร่วมกันอย่างราบรื่นเพื่อให้ได้รับความรับผิดชอบตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางตลอดห่วงโซ่อุปทาน
  • เพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าและการประหยัดต้นทุนด้วยระดับสินค้าคงคลังที่ลดลงและการเพิ่มประสิทธิภาพสินค้าคงคลัง
  • เพิ่มความยืดหยุ่นและความคล่องตัวในกระบวนการวางแผน
  • เปิดใช้งานความสามารถในการตัดสินใจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลผ่านแพลตฟอร์มแบบบูรณาการแบบครบวงจร
  • ปรับปรุง S&OP การวางแผนสถานการณ์และการเงิน รวมถึงงบกำไรขาดทุนและกระแสเงินสด
  • ปรับปรุงการแสดงภาพทั่วทั้งห่วงโซ่อุปทาน

“ตอนมองหาการบริหารจัดการและโซลูชันในการวางแผนห่วงโซ่อุปทาน เป้าหมายของเราคือการเปิดใช้งานกระบวนการซัพพลายเชนข้ามสายงานที่คล่องตัวและตอบสนอง ซึ่งช่วยให้ผู้คนมีความสามารถในการตัดสินใจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลโดยอิงจากพื้นฐานของแพลตฟอร์มเทคโนโลยีบูรณาการแบบครบวงจร Luminate Planning และ Luminate Control Tower ของ Blue Yonder มอบโซลูชันที่เหมาะสมแก่เราเพื่อการตัดสินใจทางธุรกิจที่รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งช่วยปรับปรุงการดำเนินงานของเรา ส่งผลให้ต้นทุนลดลงและเพิ่มเวลาในการวางแผน” Fritz Zeh รองประธานฝ่ายการผลิตทั่วโลก กลุ่มอาหารและเครื่องดื่มของ Dole กล่าว

แพลตฟอร์ม Luminate เป็นรากฐานสำคัญของระบบนิเวศนี้ โดยนำเสนอระบบอัตโนมัติอัจฉริยะและความสามารถในการขยาย ความสม่ำเสมอของข้อมูล และประสบการณ์ที่มีส่วนร่วมและเป็นหนึ่งเดียวที่ขับเคลื่อนการทำงานร่วมกันและการตัดสินใจ แพลตฟอร์มดังกล่าวจะขับเคลื่อนความสามารถในทัศนวิสัยและการวางแผนสำหรับ Dole Food & Beverages Group ซึ่ง Luminate Control Tower ที่ทำงานบนคลาวด์ของ Microsoft Azure จะช่วยให้บริษัทสามารถดำเนินการด้วยตนเองโดยอัตโนมัติ เข้าถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อจัดการและปรับขนาดระดับสินค้าคงคลังให้เหมาะสม และทัศนวิสัในห่วงโซ่อุปทานได้ ด้วย Luminate Planning บริษัทสามารถสร้างการคาดการณ์ที่แม่นยำยิ่งขึ้น โดยคำนวณจากตัวแปรหลายร้อยตัวที่ขับเคลื่อนอุปสงค์และในทางกลับกันก็บรรลุการคาดการณ์อุปสงค์เดียวที่เป็นกลาง การคำนวณอัตโนมัติและการสร้างการคาดการณ์แบบองค์รวมช่วยให้บริษัทปลดล็อกประสิทธิภาพการวางแผนที่ดียิ่งขึ้น

“เรารู้สึกตื่นเต้นที่ Dole Food & Beverages Group มอบความไว้วางใจในโซลูชันระบบคลาวด์ของเรา เพื่อช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงห่วงโซ่อุปทานดิจิทัล พวกเขาจะสามารถนำความสามารถในการคาดการณ์และการวางแผนธุรกิจของพวกเขาไปสู่อีกระดับ ในขณะที่มองเห็นผ่านการบริหารจัดการ” Vishal Dhawan รองประธานกลุ่ม Growth Markets ของ Blue Yonder กล่าว

บริษัทที่สนใจเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการโยกย้ายโซลูชันซัพพลายเชนของตนไปยังระบบคลาวด์เพื่อเปิดใช้งานการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลสามารถเยี่ยมชมได้ที่: blueyonder.com/services/cloud-transformation

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม:

เกี่ยวกับ Dole Food & Beverages Group

Dole Food & Beverages Group เป็นผู้นำในการจัดหา แปรรูป จัดจำหน่าย และทำการตลาดผลิตภัณฑ์ผลไม้และขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพไปทั่วโลก Dole จำหน่ายผลิตภัณฑ์ผลไม้แช่แข็งและแห้งบรรจุกระป๋อง โหล ถ้วย และเป็นผู้ริเริ่มในด้านบรรจุภัณฑ์และผลไม้แปรรูปในรูปแบบใหม่

ที่ Dole เราเชื่อว่าในทุก ๆ วัน ควรจะได้รับแสงแดดที่มากขึ้น เพราะแสงแดดที่มากขึ้นหมายถึงรอยยิ้มที่มากขึ้น พลังงานที่มากขึ้น และชีวิตที่สดใสและมีสุขภาพดีที่มากขึ้นที่คุณทำงานอย่างหนักเพื่อให้ได้มา และเพื่อช่วยให้ดวงอาทิตย์ส่องแสงในทุกที่ เรามุ่งมั่นสู่ความยั่งยืนในการดำเนินงานทั้งหมดของเรา โดยมุ่งเน้นไปที่สี่เสาหลัก: การจัดการน้ำ คาร์บอนฟุตพริ้นท์ การอนุรักษ์ดิน และการลดของเสีย เรามั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นของเรามีความสดใสมีชีวิตชีวา ดังนั้นคุณสามารถเพิ่มแสงแดดให้วันของคุณเองได้ทุกวัน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมที่ dolesunshine.com

เกี่ยวกับ Blue Yonder

Blue Yonder เป็นผู้นำระดับโลกในห่วงโซ่อุปทานดิจิทัลและการเติมเต็มการค้าผ่านทุกช่องทาง แพลตฟอร์มอัจฉริยะแบบครบวงจรของเราช่วยให้ผู้ค้าปลีก ผู้ผลิต และผู้ให้บริการด้านลอจิสติกส์สามารถคาดการณ์ เปลี่ยนแปลง และตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างราบรื่น ด้วย Blue Yonder คุณสามารถทำการตัดสินใจทางธุรกิจที่ทำกำไรได้โดยอัตโนมัติ ที่มอบการเติบโตที่มากยิ่งขึ้นและมอบประสบการณ์ของลูกค้าในจินตนาการใหม่ Blue Yonder – Fulfill your PotentialTM blueyonder.com

Blue Yonder” เป็นเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Blue Yonder Group, Inc. ชื่อการค้า ผลิตภัณฑ์ หรือบริการใดๆ ที่อ้างอิงในเอกสารนี้โดยใช้ชื่อ “Blue Yonder” เป็นเครื่องหมายการค้าและ/หรือทรัพย์สินของ Blue Yonder Group, Inc. ชื่อบริษัทและผลิตภัณฑ์อื่นๆ ทั้งหมดอาจเป็นเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายการค้าจดทะเบียน หรือเครื่องหมายบริการของบริษัทที่เกี่ยวข้อง

รับชมเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20210825005736/en/

ติดต่อประชาสัมพันธ์ Blue Yonder:
Jolene Peixoto รองประธานฝ่ายสื่อสารองค์กร
โทร: +1 978-475-0524, jolene.peixoto@blueyonder.com

Marina Renneke APR ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร
โทร: +1 480-308-3037, marina.renneke@blueyonder.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Agthia เปิดตัว eZad ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการประมูลออนไลน์ครั้งแรกสำหรับอินทผลัม

Logo

  • eZad ช่วยให้เกษตรกรชาวสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ขายอินทผลัมได้โดยตรงกับผู้ซื้ออินทผลัมทั่วโลก แพลตฟอร์มนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้การซื้อและขายที่เร็วขึ้น โปร่งใสมากขึ้น และให้ผลกำไรสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด
  • eZad ยังนำเสนอโซลูชั่นห่วงโซ่คุณค่าที่สมบูรณ์เพียงปลายนิ้วสัมผัส

อาบูดาบี, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–(BUSINESS WIRE)–22 ส.ค. 2564

Agthia Group PJSC บริษัทอาหารและเครื่องดื่มชั้นนำระดับภูมิภาค ประกาศเปิดตัว eZad ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม eAuction ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ สะดวก และมีประสิทธิภาพ สำหรับรูปแบบทางธุรกิจที่เกิดขึ้นระหว่างผู้ประกอบการด้วยกันเอง หรือ b2b ซึ่งผู้ซื้อจากทั่วโลกสามารถซื้ออินทผลัมจำนวนมากจากผู้ขายในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นแบมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20210822005026/en/

eZad, the First of its Kind Online Auction Platform for Dates (Photo: AETSOWire)

eZad แพลตฟอร์มการประมูลออนไลน์แห่งแรกสำหรับอินทผลัม (ภาพ: AETSOWire)

eZad ทำให้การซื้อและขายอินทผลัมเร็วขึ้น โปร่งใสมากขึ้น และให้ผลกำไรสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด แพลตฟอร์มนี้มุ่งมั่นที่จะช่วยให้เกษตรกรปลูกอินทผลัมได้ดีขึ้น ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้ผู้ซื้ออินทผลัมแบบขายส่งสามารถขยายธุรกิจได้

ในระยะแรก eZad จะจัดหาอินทผลัมจากเกษตรกรในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเริ่มลงรายการตั้งแต่ต้นฤดูเก็บเกี่ยวในเดือนสิงหาคม จากนั้นจะมีการขยายขอบเขตของ eZad ไปยังประเทศอื่น ๆ

เกษตรกรจะลงรายการอินทผลัมสำหรับการประมูลใน eZad ผ่านระบบการรับรองที่น่าเชื่อถือ ซึ่งจัดเกรดให้กับอินทผลัมภายใต้มาตรฐานตลาดที่เชื่อถือได้ สนับสนุนโดยการรับประกันคุณภาพที่สร้างขึ้นจากประสบการณ์ที่กว้างขวางและที่มีชื่อเสียงที่สืบทอดมาจาก Al Foah

รายการประมูลจะเปิดให้มีการประมูลบนแพลตฟอร์ม eZad สำหรับผู้ซื้อทั่วโลกเป็นเวลา 48 ชั่วโมง ผู้ซื้อจะสามารถค้นหาและกรองรายการสินค้าตามความชอบ เช่น ราคา ประเภทของอินทผลัม ปริมาณ และคุณภาพ

ผู้ซื้อสามารถรวบรวมอินทผลัมจากคลังสินค้าแห่งใดแห่งหนึ่งของ eZad หรือเลือกจากบริการเสริมที่มีให้ รวมถึงการจัดเก็บ บรรจุภัณฑ์ การบรรจุขนส่ง การรมควัน การล้าง และการส่งมอบอินผลัมไปยังสถานที่ทั่วโลก

Alan Smith ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Agthia Group กล่าวว่า “แพลตฟอร์ม eZad ได้รับการสร้างขึ้นเพื่อนำความโปร่งใส ความสะดวก และมาตรฐานมาสู่อุตสาหกรรมวันที่ ผ่านเทคโนโลยีและบริการที่เราจัดหาให้ เป้าหมายของเราคือเชื่อมโยงเกษตรกรรายเล็กและรายใหญ่โดยตรงกับผู้ซื้ออินทผลัมจำนวนมากผ่านแพลตฟอร์มเดียวที่เรียบง่ายและเป็นนวัตกรรมใหม่ การสร้างลิงก์โดยตรงเช่นนี้จะทำให้ส่วนต่างที่ถูกซ่อนเอาไว้ก่อนหน้านี้รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทางหมดไป จึงเป็นการนำเสนอโซลูชั่นที่คุ้มค่าแก่ผู้ซื้อ”

เขากล่าวเสริมว่า: “แพลตฟอร์มที่ปรับแต่งมาโดยเฉพาะจะจัดการกับจุดอ่อนทางธุรกิจ ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่คุณค่า เราให้เกษตรกรและลูกค้าเป็นหัวใจของทุกสิ่งที่เราทำมาโดยตลอด และเราจะยังคงทำเช่นนั้นเพื่อสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่เป็นธรรมและผลประโยชน์สำหรับทุกคน”

eZad ตั้งเป้าที่จะเป็นช่องทางการขายชั้นนำสำหรับเกษตรกรและในขณะเดียวกันก็มอบประสบการณ์ที่ปราศจากความยุ่งยากให้กับผู้ซื้อ ลงทะเบียนและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ezad.ae

LinkedIn

*แหล่งที่มา: AETOSWire

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20210822005026/en/

ติดต่อ:

Sanghamitra Sajil

ผู้จัดการบัญชีอาวุโส

+971554048224

smitra@quillmena.com

www.quillmena.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย