Category Archives: Technology

Featurespace เปิดตัวโครงข่ายพฤติกรรมเชิงลึกแบบอัตโนมัติ

Logo

ผู้นำโลกด้านการป้องกันอาชญากรรมทางการเงินระดับองค์กรเปิดตัวระบบป้องกันบัตรเครดิตและระบบชำระเงินที่ปลอดภัยขึ้นอีกขั้น

ลอนดอน & แอตแลนตา & สิงคโปร์–(BUSINESS WIRE)–25 กุมภาพันธ์ 2564

วันนี้ Featurespace ได้เปิดตัว Automated Deep Behavioral Networks สำหรับอุตสาหกรรมบัตรเครดิตและระบบชำระเงิน เพื่อมอบการป้องกันที่ลึกไปอีกขั้นสำหรับปกป้องผู้บริโภคจากการฉ้อโกง การปลอมแปลงบัญชี กลโกงเกี่ยวกับบัตรและการชำระเงิน ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายราว 4.2 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2563

“ความสำคัญของการพัฒนาครั้งนี้เป็นมากกว่าการชี้ให้เห็นถึงปัญหาอาชญากรรมทางการเงินขององค์กร นี่คือยุคใหม่ของเทคโนโลยี Machine Learning อย่างแท้จริง” Dave Excell ผู้ก่อตั้ง Featurespace กล่าว

การประดิษฐ์คิดค้น

การประดิษฐ์คิดค้นครั้งสำคัญของเทคโนโลยีการเรียนรู้เชิงลึกนี้ต้องใช้วิธีการทางด้านสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมการเรียนรู้ด้วยเครื่อง หรือ Machine Learning รูปแบบใหม่ทั้งหมดในการสร้างแพลตฟอร์มขึ้นมา โครงข่ายพฤติกรรมเชิงลึกแบบอัตโนมัติ หรือ Automated Deep Behavioral Networks เป็นโครงข่ายที่สร้างขึ้นใหม่จากสถาปัตยกรรมของโครงข่ายประสาทแบบวนซ้ำ หรือ Recurrent Neural Networks ที่มีเฉพาะในเวอร์ชันล่าสุดของ ARIC™ Risk Hub เท่านั้น

ความท้าทายและการค้นพบ

เทคโนโลยีการเรียนรู้เชิงลึกมีการประยุกต์ใช้อย่างหลากหลาย เช่น ในการประมวลผลภาษาธรรมชาติสำหรับการคาดเดาคำที่มาต่อท้ายประโยค อย่างไรก็ตาม การใช้งานของเทคโนโลยีดังกล่าวในการป้องการกลโกงเกี่ยวกับบัตรเครดิตและการตรวจจับการฉ้อโกงในระบบชำระเงินยังไม่มีการปรับใช้อย่างเหมาะสมเพื่อใช้ปกป้องบริษัทและผู้บริโภคจากการฉ้อโกงเกี่ยวกับบัตรและการชำระเงิน แต่นวัตกรรมที่สร้างขึ้นใหม่นี้จะเข้ามารับมือกับความท้าทายดังกล่าว

การทำธุรกรรมนั้นจะเกิดขึ้นเป็นช่วง ๆ ทำให้การเข้าใจบริบทของเวลามีความสำคัญต่อการทำนายพฤติกรรม ก่อนหน้านี้ ในการสร้างโมเดลการเรียนรู้ด้วยเครื่องที่มีประสิทธิภาพสำหรับการป้องกันการฉ้อโกง นักวิทยาศาสตร์ข้อมูลจำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญด้านโดเมนในระดับลึกเพื่อที่จะสามารถระบุและเลือกคุณลักษณะของข้อมูลได้อย่างเหมาะสม ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ยุ่งยากแต่สำคัญ

Featurespace Research ได้พัฒนาโครงข่ายพฤติกรรมเชิงลึกแบบอัตโนมัติขึ้นเพื่อให้การค้นหาคุณลักษณะเป็นไปโดยอัตโนมัติและช่วยให้เซลล์หน่วยความจำเรียนรู้ความเข้าใจดั้งเดิมเกี่ยวกับความสำคัญของเวลาในขั้นตอนการทำธุรกรรม ซึ่งจะปรับปรุงประสิทธิภาพระดับแถวหน้าของตลาดของการวิเคราะห์พฤติกรรมการปรับตัวของบริษัท การตรวจพบการโกงก่อนที่เงินในบัญชีของเหยื่อจะถูกดูดออกไปเป็นการป้องกันการฉ้อโกง การปลอมแปลงบัญชี และการโจมตีเกี่ยวกับบัตรเครดิตและการชำระเงินที่ดีที่สุด สำหรับประโยชน์ของโครงข่ายพฤติกรรมเชิงลึกแบบอัตโนมัติสำหรับกลุ่มต่าง ๆ มีดังนี้:

ผู้บริโภค:

  • ทำธุรกรรมที่ไม่มีความผิดปกติได้โดยมีกระบวนการตรวจสอบยืนยันที่ลดลง และ
  • สารถระบุการฉ้อโกง การปลอมแปลงบัญชี การโจมตีเพื่อฉ้อโกงเกี่ยวกับบัตรเครดิตและการชำระเงินโดยอัตโนมัติก่อนที่เงินของเหยื่อจะถูกดูดออกจากบัญชี

นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล:

  • สามารถค้นหาคุณลักษณะในการทำธุรกรรมได้โดยอัตโนมัติ
  • สามารถส่งต่อตรรกะการเรียนรู้ของเครื่องในแต่ละชั้นของโมเดลได้ตลอด
  • สามารถใช้ความผิดปกติของการกระทำต่าง ๆ ของมนุษย์ระบุพฤติกรรมที่ไม่ปกติ และ
  • สามรถเก็บรักษาการค้นพบทั้งหมดโดยการวิเคราะห์พฤติกรรมการปรับตัวของ Featurespace เอาไว้

อุตสาหกรรมบัตรเครดิตและการชำระเงิน:

  • ปรับปรุงความแน่นอนของคะแนนความเสี่ยงในการทำธุรกรรมทุกรูปแบบ (มีการตรวจจับการฉ้อโกงระหว่างการทำธุรกรรมเพิ่มขึ้น และระบุพฤติกรรมปกติได้อย่างถูกต้องเพื่อให้สามารถรับการทำธุรกรรมได้มากขึ้น)
  • ปรับปรุงประสิทธิภาพระบบชำระเงินประเภทต่าง ๆ รวมถึงบัตรเครดิตและระบบ ACH/BACS, การโอนเงิน, ระบบ P2P และการชำระเงินที่รวดเร็วขึ้น
  • ปรับปรุงการตรวจจับการฉ้อโกงแบบ high-value, low-volume (และการตรวจจับการฉ้อโกงแบบ low-value, high-volume)
  • ลดขั้นตอนในการยืนยันตัวตน
  • มีเอกสารกำกับสำหรับโมเดลที่มีความเข้มงวด พร้อมด้วยตรรกะที่อธิบายได้ การตัดสินใจและโค้ดเหตุผลที่เหมาะสม และ
  • การให้คะแนนแบบเรียลไทม์ที่มีความเสถียร ให้ปริมาณงานสูง และระยะเวลาในการตอบสนองที่มีความหน่วงต่ำสำหรับองค์กรที่มีความสำคัญทางธุรกิจ แม้ในช่วงที่มีการใช้งานสูง

Excell กล่าวต่อว่า “เพราะการชำระเงินแบบเรียลไทม์ การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล และความต้องการของผู้บริโภคต้องการการเคลื่อนย้ายของเงินอย่างทันที บทบาทของเราคือการสร้างความมั่นใจว่าอุตสาหกรรมนี้มีเครื่องมือที่ดีที่สุดสำหรับการปกป้ององค์กรของพวกเขาและผู้บริโภคจากอาชญากรรมทางการเงิน ผมภูมิใจอย่างมากในทีมวิจัยของเราและความมุ่งมั่นของพวกเขาในการเป็นตัวแทนของผู้บริโภคสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ของเครื่อง”

เกี่ยวกับ Featurespace – www.featurespace.com

Featurespace™ เป็นผู้นำระดับโลกในการป้องกันอาชญากรรมทางการเงินระดับองค์กรสำหรับการฉ้อโกงและการต่อต้านการฟอกเงิน Featurespace ได้คิดค้นการวิเคราะห์พฤติกรรมการปรับตัว หรือ Adaptive Behavioral Analytics และสร้างแพลตฟอร์ม ARIC™ ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์การเรียนรู้ของเครื่อง หรือ Machine Learning แบบเรียลไทม์ที่ระบุคะแนนความเสี่ยงของสถานการณ์ในกว่า 180 ประเทศ เพื่อป้องกันการฉ้อโกงและอาชญากรรมทางการเงิน

ARIC™ Risk Hub ใช้การตรวจจับความผิดปกติขั้นสูงที่อธิบายได้เพื่อให้สถาบันการเงินสามารถระบุความเสี่ยงโดยอัตโนมัติ ตรวจจับการโจมตีจากการฉ้อโกงใหม่ ๆ และระบุกิจกรรมที่น่าสงสัยในแบบเรียลไทม์ สถาบันการเงินรายใหญ่ระดับโลกกว่า 30 แห่งใช้ ARIC เพื่อปกป้องธุรกิจและลูกค้าของตน ลูกค้าของ ARIC ที่เปิดเผยตัวต่อสาธารณะ ได้แก่ HSBC, TSYS, Worldpay, NatWest Group, Contis, Danske Bank, ClearBank, AK Bank และ Permanent TSB

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20210225005221/en/

ติดต่อ:

Michael Touchton, Featurespace
ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์และสื่อสาร
Michael.touchton@featurespace.com
+1 (423) 364-5491

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Vault Micro: CameraFi Live แอปถ่ายทอดสดของ Android เปิดตัวฟีเจอร์สตรีมมิ่งแนวตั้ง DSLR สำหรับ Live E-Commerce

Logo

โซล เกาหลีใต้–(BUSINESS WIRE)–26 กุมภาพันธ์ 2564

Vault Micro ผู้พัฒนาแอปถ่ายทอดสด CameraFi Live ประกาศว่าแอปได้เปิดตัวการอัปเดตของการเชื่อมต่อ DSLR ในโหมดแนวตั้งสำหรับการถ่ายทอดสดในการการไลฟ์ขายของทางออน์ไลน์คุณภาพสูง ช่วยให้ผู้ใช้ CameraFi Live สามารถใช้ DSLR หรือกล้องวิดีโอเพื่อถ่ายทอดวิดีโอคุณภาพระดับมืออาชีพสำหรับการซื้อของแบบไลฟ์สดในแนวตั้ง

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20210225005057/en/

Mobile App,

แอปบนอุปกรณ์มือถือ “CameraFi Live” โดย Vault Micro (กราฟิก: Business Wire)

การระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้ชีวิตของเราเปลี่ยนไป รวมถึงวิธีการจับจ่ายใช้สอย เนื่องจากมีข้อจำกัดในการเข้าถึงร้านค้า ผู้คนจึงเปลี่ยนมาซื้อสินค้าทางออนไลน์ ผู้บริโภคเริ่มหันมาดูวิดีโอการขายแบบถ่ายทอดสดเพื่อสัมผัสประสบการณ์ในการโต้ตอบแบบเรียลไทม์เหมือนปกติที่เคยใช้จ่ายในร้านค้า ในขณะที่เทรนด์ดังกล่าวพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก ผู้ค้าปลีกเริ่มมองหาโซลูชันการถ่ายทอดสดแบบมืออาชีพเพื่อดึงดูดให้ลูกค้าสนใจและขายสินค้าได้มากขึ้น อย่างไรก็ตามผู้ค้าขายรายย่อยไม่สามารถเช่าสตูดิโอและซื้ออุปกรณ์สตรีมมิ่งคุณภาพสูงได้

เนื่องจากวิดีโอการซื้อของแบบไลฟ์สดส่วนใหญ่เป็นแนวตั้ง และความต้องการของผู้ค้าปลีกในการสตรีมมิ่งคุณภาพสูงจึงเพิ่มขึ้น CameraFi Live ได้อัปเดตเพื่อรองรับการออกอากาศแนวตั้ง DSLR ซึ่งแตกต่างจากสมาร์ทโฟน ส่วนกล้อง DSLR จะใช้เซ็นเซอร์ภาพขนาดใหญ่ทำให้ได้ความละเอียดและความคมชัดที่ดีกว่า ยิ่งไปกว่านั้น DSLR ยังรองรับการซูมเข้าหรือออกและโฟกัสที่คมชัดเพื่อแสดงรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ DSLR ยังมีในรูปแบบระยะและโฟกัสที่หลากหลาย มุ่งเน้นเพื่อให้ผู้ขายสามารถตอบสนองต่อคำขอของลูกค้าได้อย่างยืดหยุ่น

CameraFi Live เป็นแอปการถ่ายทอดสดสำหรับผู้ใช้ Android  โดยนำวิธีง่ายๆ ในการขายสินค้าผ่านการถ่ายทอดสดพร้อมวิดีโอระดับมืออาชีพบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ เช่น Facebook, YouTube และ Instagram แอปนี้สามารถทำการถ่ายทอดสดได้ประมาณ 30,000 รายการทุกวันจากส่วนต่างๆ ของทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศไทย อินโดนีเซีย และประเทศในอเมริกาใต้ CameraFi Live ยังมอบเอฟเฟกต์การซื้อของแบบเรียลไทม์ โดยให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์ เช่น ชื่อสินค้า ราคาสินค้า กิจกรรมลดราคา และรายละเอียดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องระหว่างการออกอากาศ ด้วยฟังก์ชันเหล่านี้จึงได้รับการประเมินว่าเป็นหนึ่งในเครื่องมือการไลฟ์ขายของที่มีประโยชน์มากที่สุด

Seongil Kim ประธานบริหารของ Vault Micro กล่าวว่า “การถ่ายทอดสดเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการช่วยให้ลูกค้าเข้าใจผลิตภัณฑ์ได้ดียิ่งขึ้น และได้รับความจงรักภักดีของพวกเขาซึ่งสามารถนำไปสู่การขายได้มากขึ้น ผมหวังว่า CameraFi Live จะช่วยให้ผู้ใช้ขายผลิตภัณฑ์ทางออนไลน์และเชื่อมต่อกับลูกค้าออนไลน์ผ่านการออกอากาศแบบเรียลไทม์” นอกจากนี้เขายังเน้นย้ำว่าเขามีแผนที่จะร่วมมือกับแพลตฟอร์มไลฟ์อีคอมเมิร์ซต่อไป เพื่อให้ผู้ใช้ที่ไม่ใช่มืออาชีพสามารถเริ่มการถ่ายทอดสดได้โดยไม่ยาก

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20210225005057/en/

ติดต่อ:

Eunji Lee
ฝ่ายการตลาด (ผู้จัดการ)
+82-70-8676-7740
leeeunji@vaultmicro.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Sangfor NGAF ได้รับการจัดอันดับ ‘AAA’ จาก CyberRatings.org ใน Enterprise Firewall + SSL / TLS

Logo

ฮ่องกง–(BUSINESS WIRE)–25 กุมภาพันธ์ 2564

Sangfor Technologies มีความภูมิใจที่จะประกาศการจัดอันดับ AAA ในการจัดอันดับผลิตภัณฑ์ Enterprise Firewall + SSL / TLS ของ CyberRatings.org ในปี 2564 ซึ่งเผยแพร่ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 Sangfor NGAF ให้การป้องกันและมีประสิทธิภาพที่ดีที่สุด โดยได้รับคะแนนประสิทธิภาพความปลอดภัยสูงสุดที่ 99.7% ต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของ (TCO) สูงกว่าราคาที่กำหนด และได้รับคะแนนสูงที่ี่สุดในกลุ่มผู้ขาย 11 รายที่ได้รับการจัดอันดับ

CyberRatings.org เป็นองค์กรสมาชิกใหม่ โดยให้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการจัดการกับความเสี่ยงด้านความปลอดภัยต่อชุมชนในความปลอดภัยทางไซเบอร์ ก่อตั้งโดยอดีตประธานบริหารของ NSS Labs และ CyberRatings.org ให้การจัดอันดับที่เป็นกลาง รายงานทางเทคนิค และการวิเคราะห์อุตสาหกรรมสำหรับเทคโนโลยีความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่หลากหลาย

 “ประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยของ Sangfor นั้นโดดเด่นด้านการป้องกันเป็นอย่างมาก ด้วยความสามารถในการป้องกันการหลบหลีก 264 จาก 264 ครั้งและ 2325 จาก 2331 ในการป้องกันช่องโหว่ต่างๆ”  Vikram Phatak ประธานบริหารของ CyberRatings.org กล่าว “การสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้ามากเท่าไร จะทำให้ผลิตภัณฑ์ของพวกเขาเป็นทางเลือกที่จริงจังให้ผู้ขายเป็นที่ยอมรับมากขึ้น”

การระบาดใหญ่ครั้งนี้ทำให้โลกของเราเปลี่ยนแปลงไปแทบทุกด้าน ทั้งทางธุรกิจ การเดินทาง ที่อยู่อาศัย และแม้แต่โลกของไอทีเองได้เปลี่ยนไปอย่างมาก โดยองค์กรต่างๆ ได้ถูกขับเคี่ยวให้ก้าวไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลให้เร็วขึ้น แนวโน้มเทรนด์การทำงานจากระยะไกล ส่งผลให้มีการนำระบบคลาวด์เข้ามาใช้มากขึ้น ซึ่งหมายถึงความยืดหยุ่นที่มากขึ้นในการรักษาธุรกิจที่ต่อเนื่องและสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตามการโจมตีทางไซเบอร์มีความซับซ้อนที่มากขึ้น ดังนั้นทีมไอทีขององค์กรจำเป็นต้องนำกลยุทธ์การรักษาความปลอดภัยแบบใหม่มาใช้อย่างรวดเร็วเพื่อปกป้องทรัพย์สินจากการโจมตีทางไซเบอร์ภายใต้งบประมาณที่จำกัด หรือ TCO ที่ต่ำกว่าซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่ต้องพิจารณาเมื่อเลือกไฟร์วอลล์รุ่นใหม่ (NGFW)

รายงานที่น่าเชื่อถือจากองค์กรอิสระที่ไม่แสวงหาผลกำไรต่อผู้ขายรายใดรายหนึ่ง ซึ่งคำแถลงหรือผลการทดสอบเหล่านี้ี จะช่วยให้คุณได้ทราบข้อมูลต่างๆ และผลการทดสอบที่ไม่มีความเอนเอียงหรืออคติ ในขณะที่ผู้ขายทุกรายอ้างว่าเทคโนโลยีของตนสามารถทำให้เครือข่ายของลูกค้าปลอดภัย แต่ก็ไม่สามารถมั่นใจได้อย่างเต็มที่ หากไม่มีการตรวจสอบหรือผลการทดสอบจากองค์กรอิสระ

ผลการทดสอบที่สำคัญ:

  • ประสิทธิภาพการรักษาความปลอดภัย:
    • อัตราการบล็อก 99.7% สำหรับตัวอย่างทั้งหมด 2331 ตัวอย่าง
    • อัตราการบล็อก 100% สำหรับทุกเทคนิคการหลบหลีกเช่น HTTP Evasions, IP Packet Fragmentation/TCP Segmentation และ Combination of Evasions
  • SSL/TLS: รองรับชุดการเข้ารหัสมาตรฐานทั้งหมด
  • ความเสถียรและความน่าเชื่อถือ: ทำงานได้ 100% ในการทดสอบทั้งหมด พิสูจน์ความเสถียรของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของ NGAF ในขณะที่การตรวจจับและแจ้งเตือนได้อย่างต่อเนื่องเมื่อตรวจพบการใช้งานที่เป็นอันตราย

Sangfor Security Solutions

บริษัทชั้นนำด้านการรักษาความปลอดภัย Sangfor มุ่งเน้นไปที่ความเชี่ยวชาญในการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด ป้องกันลูกค้าจากภัยคุกคามทางไซเบอร์โดยใช้ฟังก์ชันการจัดการความปลอดภัยที่ครอบคลุมเฉพาะของ NGAF

กรอบงานความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ XDDR ของ Sangfor ผสานรวม Sangfor NGAFEndpoint SecureNeural-X และ Cyber Command เพื่อส่งมอบการป้องกันที่ดีที่สุดในระดับเดียวกัน ระบบรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติ และการจัดการควบคุมวงปิดตามความต้องการ

Sangfor NGAF เป็น NGFW (Next Generation Firewall) + WAF (Web Application Firewall) ที่เปิดใช้งาน AI ตัวแรกของโลก และมีการป้องกันแบบครบวงจร เป็นโซลูชันไฟร์วอลล์ที่ปลอดภัยและเรียบง่ายอย่างแท้จริง โดยให้ภาพรวมแบบองค์รวมของเครือข่ายการรักษาความปลอดภัยขององค์กรพร้อมความสะดวกในการจัดการสำหรับการดูแล การดำเนินการ และการบำรุงรักษา

Sangfor NGAF เป็นโซลูชัน Enterprise Firewall Protection แบบครบวงจรที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันผู้ใช้จากภัยคุกคามภายใน ภายนอก และภัยคุกคามในอนาคตโดยการอัปเดตเป็นประจำเพื่อช่วยให้เครือข่ายของคุณปลอดภัย

ทำไมต้อง Sangfor Technologies?

คลิกที่นี่ เพื่อดาวน์โหลดรายงานเต็มจาก CyberRatings.org หรือไปที่หน้าโซลูชันการรักษาความปลอดภัยของ Sangfor เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมว่า Sangfor NGAF สามารถป้องกันธุรกิจของคุณในอนาคตได้อย่างไร และเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีทางไซเบอร์ครั้งต่อไป

Sangfor Technologies เป็นผู้จำหน่ายโซลูชันโครงสร้างพื้นฐานไอทีชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยของเครือข่าย และการประมวลผลแบบคลาวด์ เยี่ยมชมเราได้ที่ www.sangfor.com  เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชันการรักษาความปลอดภัยของ Sangfor และทำให้ไอทีของคุณง่าย ปลอดภัย และมีคุณค่ามากขึ้น

รับชมเวอรชันต้นฉบับได้ที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20210223006227/en/

ติดต่อ:

Sunny Sun
marketing@sangfor.com
+8675586560605

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Toshiba เปิดตัวโมดูล MOSFET ซิลิคอนคาร์ไบด์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและการย่อขนาดของอุปกรณ์อุตสาหกรรม

Logo

โตเกียว–(บิสิเนสไวร์)–25 ก.พ. 2564

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation (“โตชิบา”) ได้เปิดตัว “MG800FXF2YMS3” โมดูล MOSFET ซิลิคอนคาร์ไบด์ (SiC) ที่รวมชิป SiC MOSFET แบบสองช่องที่พัฒนาขึ้นใหม่ โดยมีค่า 3300V และ 800A สำหรับงานอุตสาหกรรม  ปริมาณการผลิตจะเริ่มต้นพฤษภาคม 2021

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีมัลติมีเดีย อ่านฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20210224006218/en/

Toshiba: MG800FXF2YMS3, a silicon carbide (SiC) MOSFET module for industrial applications including railways vehicle and renewable energy power generation systems. (Graphic: Business Wire)

Toshiba: MG800FXF2YMS3 โมดูล MOSFET ซิลิคอนคาร์ไบด์ (SiC) สำหรับการใช้งานในอุตสาหกรรม รวมถึงยานพาหนะทางรถไฟและระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน (กราฟฟิค: บิสิเนสไวร์)

เพื่อให้ได้อุณหภูมิของช่องที่ 175°C ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ใช้แพ็คเกจ iXPLV (Intelligent fleXible Package Low Voltage) พร้อมด้วยเทคโนโลยีการเชื่อมภายในด้วยการหลอมด้วยเงินเพื่อสนับสนุนการติดตั้งอย่างกว้างขวาง  โมดูลใหม่นี้ตอบสนองความต้องการอุปกรณ์ขนาดกะทัดรัดที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับงานอุตสาหกรรม เช่นตัวแปลงและอินเวอร์เตอร์สำหรับยานพาหนะทางรถไฟและระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน

การใช้งาน

  • อินเวอร์เตอร์และตัวแปลงสำหรับยานพาหนะรถไฟ
  • ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทน
  • อุปกรณ์ควบคุมมอเตอร์อุตสาหกรรม

คุณสมบัติ

  • พิกัดแรงดันไฟฟ้าจากแหล่งระบาย: VDSS=3300V
  • กระแสระบาย: ID= 800Aคู่
  • ช่วงอุณหภูมิ: Tch=175°C
  • การสูญเสียต่ำ:
    Eon=250mJ (typ.)
    Eoff=240mJ (typ.)
    VDS(on)sense=1.6V (typ.)
  • Stray inductance ต่ำ: Ls= 12nH (typ.)
  • แพคเกจพลังงานสูง iXPLV ขนาดเล็ก

ข้อมูลจำเพาะหลัก

( ยกเว้นที่ระบุไว้เป็นอย่างอื่น @Tc=25°C)

หมายเลขชิ้น

MG800FXF2YMS3

แพคเกจ

iXPLV

ค่าสูงสุด

แรงดัน Drain-source VDSS (V)

3300

แรงดัน Gate-source VGSS (V)

+25/-10

กระแสระบาย (DC) ID (A)

800

กระแสร (pulsed) IDP (A)

1600

อุณหภูมิช่อง Tch (°C)

175

แรงดันแยกตัว VISOL (Vrms)

6000

คุณลักษณะไฟฟ้า

กระแส Drain-source แบบ on-voltage (sense)

VDS(on)sense typ. (V)

@VGS= +20V,

ID=800A

1.6

กระแส Source-drain แบบ on-voltage (sense)

VSD(on)sense typ. (V)

@VGS= +20V,

IS=800A

1.5

กระแส Source-drain แบบ off-voltage (sense)

VSD(off)sense typ. (V)

@VGS= -6V,

IS=800A

2.3

โมดูล Stray inductance LSPN typ. (nH)

12

การสูญเสียเมื่อเปิดเครื่อง Eon typ. (mJ)

@VDD=1800V,

ID=800A,

Tch=150°C

250

การสูญเสียเมื่อปิดเครื่อง Eoff typ. (mJ)

@VDD=1800V,

ID=800A,

Tch=150°C

240

ตามลิงค์ด้านล่างสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่

MG800FXF2YMS3 https://toshiba.semicon-storage.com/info/lookup.jsp?pid=MG800FXF2YMS3

ตามลิงค์ด้านล่างเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลุ่มผลิตภัณฑ์พลังงาน SiC ของ Toshiba

SiC Power Devices https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/semiconductor/product/sic-power-devices.html

สอบถามข้อมูลสำหรับลูกค้า
Small Signal Device Sales & Marketing Dept. (ฝ่ายขายและการตลาดอุปกรณ์สัญญาณขนาดเล็ก)
โทร: + 81-3-3457-3411
https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/contact.html

* ชื่อบริษัท ชื่อผลิตภัณฑ์ และชื่อบริการอาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทที่เกี่ยวข้อง

* ข้อมูลในเอกสารนี้ รวมถึงราคาและข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์เนื้อหาของบริการและข้อมูลการติดต่อเป็นปัจจุบัน ณ วันที่ประกาศ แต่อาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เกี่ยวกับ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation รวมความกระตือรือร้นของบริษัทใหม่เข้ากับประสบการณ์ที่ยาวนาน  ตั้งแต่ได้แยกจาก Toshiba Corporation ในเดือนกรกฎาคมปี 2560 เราได้เข้าเป็นบริษัทชั้นนำด้านอุปกรณ์ทั่วไปและนำเสนอโซลูชันที่โดดเด่นให้กับลูกค้าและคู่ค้าทางธุรกิจในเซมิคอนดักเตอร์ ระบบ LSI และ HDD

พนักงานของเราจำนวน 24,000 คนทั่วโลกมีความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ของเราและให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับลูกค้าเพื่อส่งเสริมการร่วมสร้างสรรค์มูลค่าและตลาดใหม่ ๆ  เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะต่อยอดจากยอดขายรายปีที่ในขณะนี้สูงกว่า 750 พันล้านเยน (6.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ) และเพื่อเอื้อให้เกิดอนาคตที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation ได้ที่ https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/top.html

อ่านต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20210224006218/en/

สอบถามข้อมูลสำหรับสื่อ:
Chiaki Nagasawa
Digital Marketing Department  (แผนกการตลาดดิจิทัล) Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation
โทร: + 81-3-3457-4963
semicon-NR-mailbox@ml.toshiba.co.jp

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

NVMe™ SSD ล่าสุดจาก Kioxia พร้อมใช้งานบนเซิร์ฟเวอร์ Supermicro PCIe® 4.0 และแพลตฟอร์มจัดเก็บข้อมูล

Logo

KIOXIA CM6, CD6 Series PCIe® 4.0 NVMe™ SSD ผ่านการรับรองว่าสามารถเร่งประสิทธิภาพการทำงานของแอพพลิเคชันบน Supermicro Systems รุ่นใหม่ได้

โตเกียว–(บิสิเนสไวร์)–25 ก.พ. 2564

การเปลี่ยนไปใช้ PCIe® 4.0 ได้ดำเนินอย่างเต็มที่และ Kioxia Corporation ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกในด้านผลิตภัณฑ์หน่วยความจำ  ได้ประกาศว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์ KIOXIA CM6 และ โซลิดสเตตไดรฟ์ (SSD) CD6 Series PCIe® 4.0 NVM Express™ (NVMe) สำหรับองค์กรและศูนย์ข้อมูล ได้รับการรับรองว่าสามารถใช้งานร่วมกับแพลตฟอร์ม Super Micro Computer, Inc. (Supermicro) ที่ใช้ PCIe® 4.0 รวมถึงระบบแร็คเมาท์ที่พร้อมใช้งานสำหรับองค์กรซึ่งประกอบด้วย Ultra, WIO, BigTwin, FatTwin, SuperBlade, 1U/2U NVMe™ all flash arrays, ระบบเร่ง GPU และ SuperWorkstations

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยมัลติมีเดีย อ่านฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20210224006220/en/

KIOXIA CM6, CD6 Series PCIe® 4.0 NVMe™ SSDs (Photo: Business Wire)

KIOXIA CM6, CD6 Series PCIe® 4.0 NVMe ™ SSD (รูปภาพ: บิสิเนสไวร์)

ผู้ใช้กำลังเปลี่ยนไปใช้งาน NVMe™ SSD เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของข้อกำหนดด้านประสิทธิภาพขององค์กร สถาปัตยกรรมศูนย์ข้อมูลบนคลาวด์ และแอพพลิเคชันที่เน้นประสิทธิภาพและการใช้งานแบบ latency-sensitive  ที่ศูนย์กลางของเทรนด์นี้คือความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับหน่วยเก็บข้อมูลที่ใช้ NVMe™โดยที่ PCIe® 4.0 เป็นการอัพเกรดประสิทธิภาพล่าสุดและ SSD CM6 และ CD6 Series ของ Kioxia กำลังมอบความสามารถที่เพิ่มขึ้นเหล่านี้

ในขณะที่ NVMe™ SSD กำลังเจาะแพลตฟอร์มเซิร์ฟเวอร์มากขึ้น ความสามารถในการทำงานร่วมกันเป็นสิ่งที่สำคัญ  ความมุ่งมั่นของ Kioxia ในการนำนวัตกรรมมาสู่ลูกค้ารวมถึงการสร้างความมั่นใจว่าการจัดเก็บข้อมูลของลูกค้าจะทำงานได้ตามที่คาดหวังและ Kioxia ได้ร่วมมือกับซัพพลายเออร์เช่น Supermicro เพื่อให้ได้มาซึ่งการทำงานที่เหมาะสมและเต็มประสิทธิภาพ

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง:

* KIOXIA CM6 Enterprise SSD: https://business.kioxia.com/en-jp/ssd/enterprise-ssd.html#cm6

* KIOXIA CD6 Data Center SSD: https://business.kioxia.com/en-jp/ssd/data-center-ssd.html#cd

* PCIe เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ PCI-SIG

* NVMe และ NVM Express เป็นเครื่องหมายจดทะเบียนหรือไม่ได้จดทะเบียนของ NVM Express, Inc. ในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ

* Supermicro, BigTwin, FatTwin และ SuperBlade เป็นเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Super Micro Computer, Inc. หรือบริษัทในเครือในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ

* ชื่อบริษัท ชื่อผลิตภัณฑ์ และชื่อบริการอื่นๆ ที่กล่าวถึงในที่นี้อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษั นั้น ๆ

เกี่ยวกับ Kioxia

Kioxia เป็นผู้นำระดับโลกในด้านผลิตภัณฑ์หน่วยความจำ โดยทุ่มเทให้กับการพัฒนา ผลิต และจำหน่ายหน่วยความจำแฟลชและโซลิดสเตตไดรฟ์ (SSD)  ในเดือนเมษายน 2560 Toshiba Memory ได้แยกตัวออกจาก Toshiba Corporation ซึ่งเป็นบริษัทที่คิดค้นหน่วยความจำแฟลช NAND ในปี 2530  Kioxia มุ่งมั่นที่จะยกระดับโลกด้วยหน่วยความจำด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ และระบบที่สร้างทางเลือกให้กับลูกค้าและมีคุณค่าต่อสังคม เทคโนโลยีหน่วยความจำแฟลช 3D ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ของ Kioxia คือ BiCS FLASH™ โดยกำลังกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมการจัดเก็บข้อมูลในแอพพลิเคชั่นความหนาแน่นสูง รวมถึงสมาร์ทโฟนขั้นสูง พีซี SSD ยานยนต์ และศูนย์ข้อมูล

สอบถามข้อมูลสำหรับลูกค้า:
Kioxia Corporation
Sales Promotion Division (ฝ่ายส่งเสริมการขาย)
โทร: + 81-3-6478-2427

https://business.kioxia.com/en-jp/buy/global-sales.html

* ข้อมูลในเอกสารนี้ รวมถึงราคาและคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาของบริการ และข้อมูลการติดต่อถูกต้อง ณ วันที่ประกาศ แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

อ่านต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20210224006220/en/

สอบถามข้อมูลสำหรับสื่อมวลชน:

Kioxia Corporation
Sales Strategic Planning Division (ฝ่ายกลยุทธ์การขาย)
Koji Takahata
โทร: + 81-3-6478-2404

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Jellyfish เข้าซื้อกิจการ 5 บริษัท เร่งการขับเคลื่อนการขยายตัวทั่วโลกด้วยความสามารถทางดิจิทัลใหม่ ๆ

Logo

Jellyfish ขยายฐานรากระดับโลกด้วยข้อมูลและความสามารถในการวิเคราะห์ที่ถูกปรับปรุงเพิ่มเติมด้วยข้อเสนอใหม่ในด้านอีคอมเมิร์ซ การสร้างเนื้อหา ความคิดสร้างสรรค์ และการปรับให้เข้ากับท้องถิ่น (localization)

ลอนดอน–(BUSINESS WIRE)–23 ก.พ. 2564

Jellyfish พันธมิตรด้านการตลาดดิจิทัลของแบรนด์ชั้นนำระดับโลก อาทิเช่น Samsung, Uber, Nestle, Deckers, Spotify และ eBay ได้ประกาศถึงการเข้าซื้อกิจการ 5 บริษัท ซึ่งแต่ละแห่งเป็นผู้นำในด้านพื้นที่ดิจิทัลซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี โดยการขยายตัวอย่างรวดเร็วของ Jellyfish เกิดขึ้นจากบริบทของการร่วมมือกัน และการต้องการแก้ปัญหาที่อุตสาหกรรมเอเจนซี่แบบเดิมต้องเผชิญ ทั้งนี้เป็นเพราะความสามารถของบริษัทจะขึ้นอยู่กับการช่วยเหลือแบรนด์ต่างในเส้นทางการเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบดิจิทัล การขยายตัวของ Jellyfish เกิดขึ้นสืบเนื่องจากการเข้าซื้อกิจการก่อนหน้านี้ ด้วยการลงทุนครั้งใหญ่จาก Fimalac Group ในปี 2562 อนึ่ง บริษัท Jelly Fish เป็นตัวแทนของธุรกิจดิจิทัลรูปแบบใหม่ที่บริการด้านเอเจนซี่จะถูกรวมกับการให้คำปรึกษา การฝึกอบรม และเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อมอบผลลัพธ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า บริษัท Jellyfish ซึ่งเปิดตัวในปี 2548 ได้กลายเป็นหนึ่งในพันธมิตรไม่กี่แห่งของ Google Marketing Platform ที่ได้รับการคัดเลือกมาจากบริษัททั่วโลก โดยมีการเติบโตเฉลี่ย 45% ต่อปีอย่างต่อเนื่องในช่วงแปดปีที่ผ่านมา

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้เป็นแบบมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20210223005716/en/

Rob Pierre, Chief Executive Officer, Jellyfish (Photo: Business Wire)

Rob Pierre, ซีอีโอของ Jellyfish (ภาพ: Business Wire)

การคาดการณ์ของ eMarketer ในปัจจุบันระบุว่าการใช้จ่ายด้านโฆษณาสื่อทั้งหมดคาดว่าจะสูงถึง 6 แสนล้านในปี 2564 ดังนั้นเพื่อให้มีความสามารถด้านการแข่งขันในตลาดที่สูงและเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านสื่อ บริษัทต่าง ๆ จะต้องรีบฉวยโอกาสจากภูมิทัศน์ดิจิทัลที่กำลังอิ่มตัว พร้อมกับให้การสื่อสารที่ราบรื่นและสอดคล้องในทุกช่องทางและจุดติดต่อ  การเร่งตัวของการเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบดิจิทัลเพื่อตอบสนองต่อการแพร่ระบาดของ Covid-19 ทำให้แบรนด์ต่าง ๆ มีความต้องการมากขึ้นที่จะร่วมมือกับบริษัทต่าง ๆ ที่สามารถช่วยนำทางและตอบสนองความท้าทายในการขับเคลื่อนการเติบโตและความยั่งยืน

“ภารกิจของเราคือการตรวจสอบให้แน่ใจว่าลูกค้าของเรามีทรัพยากรทั้งหมดที่จำเป็นในการรองรับการเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบดิจิทัลอย่างเต็มที่และบรรลุผลลัพธ์ที่อยู่เหนือทุกความคาดหวัง นับจากหนึ่งปีแห่งการหยุดชะงักและการเปลี่ยนแปลงอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในการตลาดดิจิทัลที่ผ่านมา Jellyfish เติบโตอย่างต่อเนื่องทั่วโลกและได้เข้าสู่ตลาดใหม่ในออสเตรเลียและเม็กซิโกและมีการเพิ่มความรับรู้ของแบรนด์มากขึ้นในฝรั่งเศส บราซิล และสหรัฐอเมริกา ซึ่งเพิ่มขีดความสามารถและมุ่งหาทรัพยากรบุคคลหน้าใหม่ที่โดดเด่นทั่วโลก บริษัทมุ่งเน้นไปที่การสร้างเนื้อหาและการปรับให้เข้ากับท้องถิ่น (localization) งานด้านอีคอมเมิร์ซ ความคิดสร้างสรรค์ และการเพิ่มประสิทธิภาพข้อมูล” Rob Pierre CEO ของ Jellyfish กล่าว “การเข้าซื้อกิจการเหล่านี้เป็นกุญแจสำคัญในการผลักดันความโดดเด่นและการเติบโตในตลาด เราเชื่อว่าไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้หรืออยู่ไกลเกินเอื้อมสำหรับลูกค้าของเรา” Pierre กล่าวเสริม

“การเข้าซื้อกิจการเหล่านี้นำมาซึ่งการปรับปรุงที่มีประสิทธิภาพให้กับกลุ่มบริการของเราโดยการขยายความเชี่ยวชาญเชิงลึก การเข้าถึงทางภูมิศาสตร์และข้อเสนอของเราในหลายทวีปและภูมิภาค” Chris Lee, ซีโอโอ จาก Jellyfish กล่าว

ความเชี่ยวชาญที่เพิ่มขึ้นด้านเทคโนโลยี:

Seelk

ซอฟต์แวร์และการให้ปรึกษาสำหรับ Amazon Marketplace

Splash

เทคโนโลยีและบริการที่สร้างสรรค์พร้อมการแปลทั่วโลก

Quill

เนื้อหาประสิทธิภาพระดับโลกสำหรับอีคอมเมิร์ซ

Webedia Brand Services

การทำ Gamification เนื้อหาข้อมูล บริการเทคโนโลยี และกลยุทธ์ข้อมูลระดับองค์กร

การขยายตัวทั่วโลก:

Data Runs Deep – ออสเตรเลีย

การให้คำปรึกษา การนำไปใช้ และการฝึกอบรมสำหรับโซลูชันข้อมูล

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัทที่ Jellyfish ซื้อกิจการคลิก ที่นี่

การเข้าซื้อกิจการล่าสุดอื่น ๆ ที่ขยายขอบเขตทั่วโลกของเรา:

Reamp – บราซิล

การตลาดแบบเป็น programmatic marketing,  มาร์เกตติ้งอัตโนมัติ (marketing automation) และ digital campaign performance (ได้มา ณ H2 ปี 2563)

San Pancho – เม็กซิโกและโคลอมเบีย

ความสามารถด้านการตลาดดิจิทัลแบบเต็มช่องทางและความเชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ (ได้มา ณ H2 ปี 2563)

เกี่ยวกับ Jellyfish

Jellyfish ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Fimalac Group ซึ่งเป็นพันธมิตรระดับโลกในด้านการตลาดดิจิทัลและการเปลี่ยนแปลงของแบรนด์ชั้นนำของโลก เช่น Samsung, Uber, Nestle, Orange, Spotify และ eBay โดย Jellyfish เป็นธุรกิจดิจิทัลรูปแบบใหม่ที่มีการรวมบริการด้านเอเจนซี่เข้ากับการให้คำปรึกษาการฝึกอบรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อมอบผลลัพธ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ด้วยการมีพนักงานมากกว่า 2,000 คนในสำนักงาน 40 แห่งทั่วโลกและด้วยการขยายขอบเขตต่อไปเรื่อย ๆ นอกจากนี้ Jellyfish ตั้งเป้าที่จะเป็นพันธมิตรระดับโลกตัวเลือกแรกสำหรับความต้องการด้านดิจิทัลสำหรับทุก ๆ แบรนด์  Jellyfish เปิดตัวในปี 2548 และกลายเป็นหนึ่งในไม่กี่พันธมิตรทางการตลาดของ Google ที่มีการจัดการทั่วโลกที่ถูกคัดเลือกมา ทั้งนี้ Jellyfish ซึ่งมีการเติบโตโดยเฉลี่ย 45% ต่อปีอย่างต่อเนื่องในช่วงแปดปีที่ผ่านมา ภูมิใจที่ได้อยู่แถวหน้าของเศรษฐกิจดิจิทัลของโลก

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20210223005716/en/

สำหรับสื่อมวลชนกรุณาติดต่อ

Julia Angelen Joy, Media Frenzy Global

julia@mediafrenzyglobal.com

208.996.9844

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Hillstone Networks ช่วยศูนย์ข้อมูลในการทำลายอุปสรรคด้านความปลอดภัย

Logo

X8180 ที่ในรูปแบบของ 3U ฟอร์มแฟคเตอร์ มอบประสิทธิภาพการทำงานที่สูง บริการด้านความปลอดภัย และประสิทธิภาพโดยรวม

ซานตาคลาร่า, แคลิฟอร์เนีย–(BUSINESS WIRE)–24 ก.พ. 2564

Hillstone Networks ผู้ให้บริการชั้นนำด้านความปลอดภัยเครือข่ายระดับองค์กรและโซลูชันการจัดการความเสี่ยง ได้ประกาศเกี่ยวกับความสำเร็จแบบกระโดดในด้านความปลอดภัยของศูนย์ข้อมูลด้วยผลิตภัณฑ์ Hillstone Networks X8180 นับจากวันนี้ลูกค้าจะสามารถรักษาความปลอดภัยเครือข่ายของตนด้วยประสิทธิภาพที่มากขึ้นแต่ใช้พลังงานที่ลดลง พร้อม ๆ ไปกับการเพิ่มขึ้นด้านความเสถียร ความสามารถในการปรับขนาด และความสามารถในการปรับแต่งที่อยู่ในรูปแบบของฟอร์มแฟคเตอร์ขนาดเล็ก

ภูมิทัศน์ด้านความปลอดภัยในปัจจุบันมีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของการทำงานทางไกล การย้ายไปสู่ระบบคลาวด์ การแพร่กระจาย IoTและ การเพิ่มขึ้นของพื้นที่สำหรับการโจมตี

“ความปลอดภัยยังคงเป็นปัญหาอันดับ 1 ขององค์กร มันเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาความปลอดภัยให้กับศูนย์ข้อมูล แต่ที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือการตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าในปัจจุบัน” Tim Liu, CTO และผู้ร่วมก่อตั้ง Hillstone Networks กล่าว “ เรารับฟังลูกค้าของเราและภูมิใจที่จะนำเสนอ x8180 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่แข็งแกร่งที่ราคาไม่สูง”

X8180 ตัวนี้ได้ลด CAPEX และ OPEX ลง แต่ไม่ลดทอนคุณสมบัติระดับองค์กร ส่วนการใช้ 3RU ทำให้ได้ปริมาณงานต่อ RU ที่สูง และใช้พลังงาน  Gbps ต่ำต่อปริมาณงาน โดยมีสัดส่วนพลังงานต่อปริมาณงานอยู่ที่ 2.9  เมื่อใช้ระดับพลังงานภายใต้การใช้พลังงานสูงสุดที่ 1000W จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ให้บริการองค์กรขนาดใหญ่ รัฐบาล และเครือข่ายผู้ให้บริการ ทั้งนี้ X8180 มีวางจำหน่ายทั่วไปอย่างเต็มรูปแบบ และรองรับระบบเสมือนจริงจำนวนมาก และมาพร้อมกับคุณสมบัติที่สมบูรณ์แบบเพื่อปกป้องเครือข่ายศูนย์ข้อมูล

จุดเด่น

  • ขนาดเล็กแต่ประสิทธิภาพสูง: ปริมาณงานต่อหน่วยเวลา หรือ throughput อยู่ที่ 450 Gbps; 130 ล้านเซสชันพร้อมกัน และ 2.5 ล้านเซสชันใหม่ / วินาที
  • ขยายและปรับเปลี่ยนได้: อินเทอร์เฟซ 10/100GE พร้อมรองรับ 25/40GE ใช้งานได้กับระบบเสมือนมากถึง 1,000 ระบบ อาทิเช่น dual-stack, tunnel, DNS64 / NAT64 เป็นต้น
  • Intelligence2: สถาปัตยกรรมที่ยืดหยุ่นรองรับ SDS สามารถป้องกัน Botnet C&C ช่วยให้เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มคลาวด์อย่างราบรื่น

ข้อมูลเพิ่มเติม

สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประโยชน์ทั้งหมดสำหรับ Hillstone X8180 ได้ ที่นี่

เกี่ยวกับ Hillstone Networks

โซลูชันการรักษาความปลอดภัยและการจัดการความเสี่ยงของเครือข่ายองค์กรของ Hillstone Networks ได้มอบการมองเห็นข้อมูลข่าวกรองและการป้องกัน เพื่อทำให้แน่ใจว่าองค์กรต่าง ๆ สามารถสังเกตเห็นและเข้าใจภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้อย่างทั่วถึง และสามารถดำเนินการตอบโต้ได้อย่างรวดเร็ว โซลูชันของ Hillstone ซึ่งได้รับการยอมรับจากนักวิเคราะห์ชั้นนำและได้รับความไว้วางใจจากองค์กรระดับโลก สามารถครอบคลุมทั่วทั้งองค์กรตั้งแต่ระดับแนวหน้าไปจนถึงระบบคลาวด์ และยังสามารถช่วยลดต้นทุนโดยรวมในการเป็นเจ้าของอีกด้วย หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมไปที่ www.hillstonenet.com

ติดต่อ:

Zeyao Hu

ผู้จัดการฝ่ายการตลาด

inquiry@hillstonenet.com

Guru IoT พัฒนาวีลแชร์ซึ่งขับเคลื่อนด้วยตัวเองแบบดิจิทัลสำหรับผู้ด้อยโอกาส

Logo

โซล, เกาหลีใต้–(BUSINESS WIRE)–22 กุมภาพันธ์ 2564

Guru IoT (ประธาน Song Su-han) ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ Internet-of-Things จากเกาหลีกล่าวว่า ขณะนี้พวกเขากำลังพัฒนาระบบเคลื่อนที่อัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเองโดยใช้ข้อมูลแผนที่ดิจิทัลแฝด หรือ digital-twin map data

เนื่องจากเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบันซึ่งใช้ในการเคลื่อนที่ด้วยตนเองนั้นใช้เซ็นเซอร์ LiDAR เพื่อสร้างแผนที่แบบเรียลไทม์จึงไม่สามารถผลิตขึ้นสำหรับตลาดมวลชน (mass market) ได้ แต่รถวีลแชร์แบบขับเคลื่อนด้วยตนเองที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลแผนที่ 3 มิติแบบดิจิทัลซึ่งอยู่ภายใต้การพัฒนาของ Guru IoT ได้ใช้เทคโนโลยีในการซิงโครไนซ์ข้อมูลแผนที่ที่เซิร์ฟเวอร์จัดเก็บภายในช่วงเวลาหนึ่งในเซิร์ฟเวอร์ซึ่งสามารถใช้แทนที่ข้อมูลเซ็นเซอร์ พร้อม ๆ ไปกับการปรับปรุงความแม่นยำในการขับขี่ด้วยตนเองด้วยการปรับเปลี่ยนข้อมูลเซ็นเซอร์

วีลแชร์ที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเองของ Guru IoT สามารถนำทางผ่านฝูงชนหรือสิ่งกีดขวางทางกายภาพได้โดยการลดความเร็ว การหลีกเลี่ยงอุปสรรค และการหยุด นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติด้านความปลอดภัยเช่นฟังก์ชั่นป้องกันการสั่นสะเทือนและการพลิกคว่ำที่ไม่มีในรถเข็นไฟฟ้าอื่น ๆ ตัวอย่างเช่น รถเข็นหุ่นยนต์ขับเคลื่อนด้วยตัวเองสามารถรักษาความเร็วคงที่บนทางลาดชันโดยการให้คนขับดึงด้วยสองมือ หากผู้ขับขี่สูญเสียการยึดเกาะรถเข็นจะหยุดเอง

วีลแชร์ที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเองได้เพิ่มความปลอดภัยด้วยการเพิ่มคุณสมบัติต่าง ๆ เช่นการบำรุงรักษาระยะปลอดภัยการเปลี่ยนโหมดการขับขี่ที่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การเบรกฉุกเฉินและสัญญาณเตือนการทำงานผิดปกติตามมาตรฐานความปลอดภัยในการขับขี่ด้วยตนเองตามที่กระทรวงที่ดินและการขนส่งเสนอ ตลอดจนการตรวจสอบเส้นทางผ่านข้อมูลที่ซิงโครไนซ์กับเซิร์ฟเวอร์อีกด้วย

Song Su-han ประธาน Guru IoT กล่าวว่า“ วีลแชร์ที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเองของเราเป็นตัวอย่างที่สำคัญในการแสดงให้เห็นว่าหุ่นยนต์และมนุษย์สามารถทำงานร่วมกันได้ดีจากมุมมองด้านการปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับหุ่นยนต์ พวกเราที่ Guru IoT จะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้เกิดผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ ที่สามารถช่วยเหลือผู้คนได้มากขึ้นด้วยการผสมผสานแนวคิดดี ๆ เข้ากับเทคโนโลยีที่เรากำลังพัฒนาอยู่ “

ติดต่อ:

Guru IoT Co., Ltd.

Seongsu Yeo

+82-2-6953-9610

ssyeo@guruiot.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

หุ่นยนต์ดูแลสัตว์เลี้ยง PEDDY ดึงดูดความสนใจจากเจ้าของสัตว์เลี้ยง

Logo

โซล เกาหลีใต้–(BUSINESS WIRE)–18 กุมภาพันธ์ 2564

PEDDY หุ่นยนต์ดูแลสัตว์เลี้ยงที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากจากเจ้าของสัตว์เลี้ยงเพื่อเป็นของขวัญชิ้นเยี่ยมสำหรับสัตว์เลี้ยงที่มีค่าของพวกเขา

ตามที่สถาบันเศรษฐกิจชนบทของเกาหลี (KREI) ระบุว่าตลาดที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงในปี 2564 จะสูงขึ้นถึง 3,000.2 พันล้านวอนจาก 2,332.2 พันล้านวอนในปี 2560 ตลาดจะเติบโตเป็น 4,173.9 พันล้านวอนในปี 2565 และเป็น 6,005.5 พันล้านวอนภายในปี 2570 อัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีสำหรับช่วงปี 2564-2570 อยู่ที่ประมาณ 14.5%

หุ่นยนต์ดูแลสัตว์เลี้ยงที่พัฒนาโดย Guru IoT เป็นบริษัทที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ IoT ซึ่งเป็นเพื่อนเล่นที่ดีสำหรับแมวและสุนัขที่บ้าน โดยหลังจากวางสมาร์ทโฟนบนหุ่นยนต์และสร้างการเชื่อมต่อผ่านแอปแล้วจะมีฟังก์ชันการทำงานทั้งหมดของสมาร์ทโฟนเช่น วิดีโอแชทแบบเรียลไทม์ การบันทึกการเล่นวิดีโอเล่นซ้ำ การเล่นเพลงซ้ำ และการถ่ายภาพ ซึ่งมีอยู่ในหุ่นยนต์

นอกจากนี้ยังสามารถให้อาหารสัตว์เลี้ยงในช่วงเวลาที่กำหนดไว้ล่วงหน้าตามจำนวนที่ต้องการ ด้วยเซ็นเซอร์ที่ตรวจจับอุณหภูมิ ความชื้น และเสียง โดยหุ่นยนต์สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว หรือจากเสียงเห่าของสุนัขหรือแมวเหมียวได้

เจ้าหน้าที่ของ Guru IoT กล่าวว่า “เนื่องจากจำนวนเจ้าของสัตว์เลี้ยงในเกาหลีมีมากกว่า 10 ล้านคน ระดับความนิยมของเครื่องใช้สัตว์เลี้ยงจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในฤดูใบไม้ผลิที่จะมาถึงนี้ เราขอแนะนำให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงตัดสินใจซื้อหุ่นยนต์ดูแลสัตว์เลี้ยง PEDDY สำหรับให้เป็นเพื่อนของพวกเขา”

หุ่นยนต์พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยง PEDDY มีอยู่บนเว็บไซต์ของ Guru IoT (https://en.guruiot.com/)

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ติดต่อ:

Guru IoT Co., Ltd.
Seongsu Yeo
+82-2-6953-9610
ssyeo@guruiot.com

SYNERGY & iNube ร่วมเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์เพื่อนำผู้ให้บริการด้านดิจิทัลและ E-insurance แบบใหม่มาสู่ธุรกิจประกันภัย

Logo

ฮ่องกง–(BUSINESS WIRE)–18 กุมภาพันธ์ 2564

SYNERGY Strategic Solutions Limited ผู้ให้บริการด้านการให้คำปรึกษาด้านดิจิทัลและอินชัวร์เทคในฮ่องกงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ iNube Software Solutions Pvt. Ltd. ซึ่งเป็นผู้ให้บริการชั้นนำด้านโซลูชันการประกันภัยดิจิทัล เพื่อขยายข้อเสนอปัจจุบันสำหรับการประกันภัยด้วยผลิตภัณฑ์ดิจิทัลเฉพาะกลุ่มและแพลตฟอร์มการประกันภัยรายย่อย (micro-insurance) ที่เปิดใช้งานผ่านสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-Insurance)

ความร่วมมือกับ iNube ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ SYNERGY สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับบริการให้คำปรึกษาเท่านั้น แต่ยังนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และโซลูชันสำเร็จรูปให้กับบริษัทประกันภัยทั่วฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เวียดนาม และไทย ด้วยความร่วมมือครั้งนี้หลายบริษัทคาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นระหว่าง 20%-30% ตามเกณฑ์ที่เพิ่มขึ้นในอีก 5 ปีข้างหน้า

ในส่วนของความร่วมมือดังกล่าว Pradeep Satya ประธานบริหารและผู้ก่อตั้ง SYNERGY กล่าวว่า “ด้วยเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญมากขึ้นในทุก ๆ ด้านของธุรกิจประกันภัย บริษัทประกันภัยแบบเดิมได้ตระหนักถึงความจำเป็นในการเร่งการเดินทางสู่ดิจิทัลเพื่อให้ยังคงสามารถแข่งขันได้ในธุรกิจประกันภัยนี้ โดยยังมีความจำเป็นที่ต้องพัฒนาสำหรับโซลูชันหลักแบบแยกส่วน (Modular) และแนวคิดในการทำงานยุคใหม่ที่เน้นการตัดสินใจและทำงานอย่างรวดเร็ว (Agile) เรามองหาผลิตภัณฑ์หลักที่กำหนดค่าได้ง่าย ปรับใช้งานได้อย่างรวดเร็ว และดูแลรักษาง่าย กลุ่มผลิตภัณฑ์ของ iNube เหมาะสมอย่างยิ่งกับเรา ในขณะที่ลูกค้าของเราได้เริ่มต้นช่องทางการกระจายแบบใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่แสดงความสนใจที่ตรงหรือใกล้เคียง (affinity) และ อีคอมเมิร์ซ (e-commerce) เราตั้งใจที่จะร่วมกันสร้างโซลูชันที่ดีที่สุดในระดับเดียวกันและหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้เป็นพันธมิตรในการสร้างมูลค่าให้กับลูกค้าของเรา”

Vinodkumar A Iyer ประธานบริหารของ iNube Software Solutions ให้ความเห็นเกี่ยวกับการเป็นหุ้นส่วนกล่าวว่า “เมื่อรวมกับความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีที่แข็งแกร่งและความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับอุตสาหกรรมประกันภัย ทำให้ iNube ได้นำเสนอโซลูชันซอฟต์แวร์ที่ทันสมัยซึ่งมีความสำคัญต่อความสำเร็จทางธุรกิจอย่างต่อเนื่องของบริษัทประกันภัย ด้วยความร่วมมือครั้งนี้ iNube จะใช้ประโยชน์จากโอกาสที่ได้ในการเสริมสร้างสถานะในตลาดเอเชียและการค้นหาลูกค้าใหม่ สำหรับกลุ่ม Digital Insurance Solutions ของเรานั้นเมื่อรวมกับคำแนะนำของ SYNERGY ในด้านนวัตกรรมและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเรา พวกเรามั่นใจในการร่างแผนงานที่จะช่วยให้เราเพิ่มคุณค่าและประโยชน์ให้กับลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ได้มากขึ้น เราตื่นเต้นมากกับความร่วมมือครั้งนี้และหวังว่าจะได้นำเสนอคุณค่าและประโยชน์ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นให้กับธุรกิจประกันภัย”

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อเราที่ media@synergysolutions.asia

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20210218005638/en/

ติดต่อ

Anita Bhat
media@synergysolutions.asia

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย