Energous ได้รับการอนุมัติด้่นกฎระเบียบเป็นรายแรกในอุตสาหกรรมสำหรับเทคโนโลยี WattUp สุดล้ำหน้าด้านการชาร์จแบบไร้สายในญี่ปุ่น

Logo

เทคโนโลยีการชาร์จแบบไร้สาย 2.0 ของ บริษัท ได้รับการอนุมัติให้ถูกจัดส่งได้ใน 112 ประเทศทั่วโลก

ซานโฮเซ่ คาลิฟอร์เนีย.–(BUSINESS WIRE)– 27 กุมภาพันธ์ 2563

วันนี้ Energous Corporation  (Nasdaq: WATT) ผู้พัฒนา WattUp® ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการชาร์จแบบไร้สายที่ปฏิวัติวงการ 2.0 ประกาศว่าเทคโนโลยีการชาร์จแบบไร้สาย WattUp Near Field  ของบริษัทได้รับการอนุมัติด้านกฎระเบียบในญี่ปุ่น

Stephen R. Rizzone ประธานและซีอีโอของ Energous Corporation กล่าวว่า“ การที่เทคโนโลยีการชาร์จแบบไร้สายของ WattUp ได้รับการอนุมัติด้านกฎระเบียบในญี่ปุ่นนั้นเป็นก้าวที่สำคัญสำหรับ Energous “นี่เป็นการเปิดประตูสู่การขายผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานร่วมกับ WattUp ในตลาดเอเชียแปซิฟิกที่สำคัญแห่งหนึ่ง”

เทคโนโลยีการชาร์จไร้สาย WattUp ของ Energous ได้รับการทดสอบโดยห้องปฏิบัติการทดสอบที่ได้รับการรับรองและได้รับการรับรองว่าสอดคล้องกับข้อกำหนดทั้งหมดในญี่ปุ่น

Dan Lawless รองประธานฝ่ายกำกับดูแลของ Energous Corporation กล่าวว่า“ การอนุมัติ WattUp ในญี่ปุ่นเป็นก้าวสำคัญสำหรับ Energous และลูกค้าของเรา “ เรากำลังกำหนดกรอบการกำกับดูแลสำหรับการปรับใช้ขนาดใหญ่ของการชาร์จไร้สาย 2.0 ผ่านการมีส่วนร่วมที่สำคัญของเราในองค์กรคลื่นความถี่และมาตรฐานระหว่างประเทศที่สำคัญ ร่วมไปกับการทำงานโดยตรงของเรากับรัฐบาลทั่วโลก”

“ปัจจุบัน เทคโนโลยีการชาร์จแบบไร้สาย – โซลูชั่นการชาร์จแบบไม่ใช้ขดลวดโดยเฉพาะยังไม่ได้เจาะไปที่ตลาดญี่ปุ่น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพราะในอดีตมีการพบว่าญี่ปุ่นมีกระบวนการอนุมัติที่เข้มงวดมากกว่าที่อื่น ตอนนี้ Energous Corporation กำลังปูทางสำหรับอุตสาหกรรมในตลาดญี่ปุ่นด้วยการได้รับการอนุมัติเทคโนโลยีการชาร์จไร้สาย WattUp เป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรม ด้วยความสำเร็จครั้งนี้ Energous ยังคงแสดงความก้าวหน้าในการพัฒนาเทคโนโลยี WattUp เพื่อตอบสนองความต้องการของบริษัท คู่ค้าและลูกค้า” Dinesh Kithany นักวิเคราะห์อุตสาหกรรม พลังงานไร้สายและแหล่งจ่ายไฟของ Omdia กล่าว.

ประโยชน์บางประการของเทคโนโลยี WattUp ของ Energous สำหรับผู้ผลิต ได้แก่ :

  • ขนาดที่เล็กช่วยให้ WattUp สามารถรวมเข้ากับผลิตภัณฑ์หลากหลายฟอร์มแฟ็คแตอร์รวมถึงอุปกรณ์ขนาดเล็กที่มีขอบโค้งหรือไม่มีพื้นผิวเรียบ
  • อิสระรอบทิศทางและการรองรับมุม 90 องศาการตรวจจับวัตถุแปลกปลอมกำจัดปัญหาเรื่องความร้อนด้วยโลหะและวัสดุอื่น ๆ
  • สามารถทำงานร่วมกันกับผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานร่วมกับ WattUp ทั้งหมด แม้กระทั่งจากผู้ผลิตที่แตกต่างกัน

จนถึงปัจจุบัน Energous ได้รับการรับรองด้านความปลอดภัยสำหรับเทคโนโลยีการชาร์จแบบไร้สายของ WattUp ในประเทศต่อไปนี้:

อัฟกานิสถาน

แอลเบเนีย

อันดอร์รา

แองโกลา

แอนติกาและบาร์บูดา

อาร์เจนตินา

อาร์เมเนีย

อารูบา

ออสเตรเลีย

ออสเตรีย

อาเซอร์ไบจาน

บาฮามาส

บาร์เบโดส

เบลารุส

เบลเยียม

เบลีซ

เบอร์มิวดา

โบลิเวีย

บอสเนียและเฮอร์เซโก

บอตสวานา

บราซิล

บรูไน

บัลแกเรีย

บูร์กินาฟาโซ

กัมพูชา

แคนาดา

เกาะเคย์แมน

สาธารณรัฐอัฟริกากลาง

ชิลี

โคลอมเบีย

คอสตาริกา

โครเอเชีย

คูราเซา

ไซปรัส

สาธารณรัฐเช็ก

เดนมาร์ก

จิบูตี

สาธารณรัฐโดมินิกัน

โดมินิกา

เอกวาดอร์

อียิปต์

เอลซัลวาดอร์

เอริเทรี

เอสโตเนีย

สาธารณรัฐเอธิโอเปีย

ฟินแลนด์

ฝรั่งเศส

จอร์เจีย

เยอรมัน

กานา

กรีซ

เกรเนดา

กัวเตมาลา

กายอานา

ฮอนดูรัส

ฮังการี

ประเทศไอซ์แลนด์

อินเดีย

อินโดนีเซีย

ไอร์แลนด์

อิตาลี

เกาะจาเมกา

ญี่ปุ่น

จอร์แดน

โคโซโว

ลัตเวีย

นสไตน์

ลิธัวเนีย

ลักเซมเบิร์ก

มาซิโดเนีย

มาลาวี

มัลดีฟส์

เกาะมอลตา

เม็กซิโก

โมนาโก

มองโกเลีย

มอนเตเนโก

โมซัมบิก

เมียนมาร์ (เดิมชื่อพม่า)

เนปาล

เนเธอร์แลนด์

นิวซีแลนด์

นิการากัว

นอร์เวย์

ปานามา

เปรู

ฟิลิปปินส์

โปแลนด์

โปรตุเกส

โรมาเนีย

เซอร์เบีย

สโลวีเนีย

เกาะโซโลมอน

สโลวะเกีย

แอฟริกาใต้

สเปน

ซูรินาเม

สวีเดน

สวิสเซอร์แลนด์

ไต้หวัน

ทาจิกิสถาน

แทนซาเนีย

ประเทศไทย

ตรินิแดดและโตเบโก

ไก่งวง

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ยูกันดา

สหราชอาณาจักร

สหรัฐ

อุรุกวัย

อุซเบกิ

เวเนซุเอลา

Energous คาดว่าจะได้รับการอนุมัติตามกฎระเบียบในหลายตลาดเพิ่มเติมในปีนี้

หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Energous กรุณาเยี่ยมชม Energous.com หรือติดตามบริษัทบน Twitter, Facebook และ LinkedIn.

เกี่ยวกับ Energous Corporation

Energous Corporation (Nasdaq: WATT) เป็นผู้นำการชาร์จไร้สายรุ่นแห่งอนาคต – การชาร์จแบบไร้สาย 2.0 – ด้วยเทคโนโลยี WattUp® ที่ได้รับรางวัล ซึ่งสนับสนุนการชาร์จที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพการติดต่อ รวมไปถึงการชาร์จในระยะไกล WattUp เป็นเทคโนโลยีการชาร์จแบบไร้สายที่ปรับขนาดได้ตาม RF ซึ่งมีการปรับปรุงประสิทธิภาพการชาร์จแบบใช้การสัมผัสการตรวจจับวัตถุแปลกปลอม อิสระรอบทิศทาง และประสิทธิภาพการระบายความร้อนเมื่อเปรียบเทียบกับเทคโนโลยีการชาร์จแบบเก่าที่ใช้ขดลวด เทคโนโลยีดังกล่าวสามารถออกแบบเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดต่าง ๆ สำหรับบ้านและสำนักงานรวมไปถึงอุตสาหกรรมทางการแพทย์ อุตสาหกรรมค้าปลีก และยานยนต์และช่วยให้สามารถทำงานร่วมกันระหว่างผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้ Energous พัฒนาเทคโนโลยีการถ่ายโอนพลังงานแบบไร้สาย (WPT) ที่ใช้ซิลิคอนและการออกแบบอ้างอิงที่ปรับแต่งได้ ซึ่งรวมไปถึงชิปซิลิกอน นวัตกรรมเสาอากาศ และซอฟต์แวร์สำหรับแอพพลิเคชั่นที่หลากหลาย เช่น สมาร์ทโฟน fitness tracke rอุปกรณ์เก็บข้อมูลเซ็นเซอร์ทางการแพทย์และอื่น ๆ Energous ได้รับการรับรองจาก FCC Part 18 เป็นรายแรกของโลกสำหรับการชาร์จแบบไร้สายระยะไกลและ บริษัท ได้รับสิทธิบัตร 220 รางวัลสำหรับเทคโนโลยีการชาร์จแบบไร้สายของ WattUp ในปัจจุบัน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเยี่ยมชม Energous.com.

แถลงการณ์ Safe Harbor

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยแถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้าที่อธิบายถึงแผนการและความคาดหวังในอนาคตของเรา ข้อความเหล่านี้โดยทั่วไปใช้คำเช่น "เชื่อ" "คาดหวัง" "อาจ" "จะ" "อาจจะ" "ควร" "น่าจะ" "แสวงหา" "ตั้งใจ" "วางแผน" "ประเมิน" "คาดการณ์" หรือเงื่อนไขอื่น ๆ ที่คล้ายกัน ตัวอย่างของแถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้าของเราในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ประกอบด้วยแถลงการณ์ของเราเกี่ยวกับการพัฒนาเทคโนโลยี การพัฒนาผลิตภัณฑ์ของคู่ค้า และนวัตกรรมการชาร์จแบบไร้สาย แถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้าของเราจะมีผลเฉพาะวันนี้เท่านั้น ข้อมูลจะขึ้นอยู่กับความคาดหวังในปัจจุบันและเราไม่มีหน้าที่ในการอัพเดท ปัจจัยที่อาจทำให้ผลลัพธ์ที่แท้จริงแตกต่างจากที่เราคาดไว้ ซึ่งได้แก่ เวลาที่ไม่แน่นอนของการอนุมัติตามกฎระเบียบที่จำเป็น ช่วงเวลาของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของลูกค้า และความสำเร็จของตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ของลูกค้า การพึ่งพาคู่ค้าสำหรับการจัดจำหน่ายของเรา และการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่รุนแรง เราขอให้คุณพิจารณาปัจจัยเหล่านั้นและความเสี่ยงและความไม่แน่นอนอื่น ๆ ที่อธิบายไว้ในรายงานประจำปีล่าสุดของเราในแบบฟอร์ม 10-K และรายงานรายไตรมาสที่ตามมาในแบบฟอร์ม 10-Q ในการประเมินข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าของเรา

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200226005882/en/

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ Energous

PR@energous.com

(408) 963-0200

ฝ่ายลงทุนสัมพันธ์ Energous

Mike Bishop

(415) 894-9633

IR@energous.com

กสิกรไทยติดตั้ง Thermoscan 5 อาคารหลัก ปกป้องลูกค้าและพนักงานจากไวรัสโคโรนา 2019

Logo

กรุงเทพฯ–(THAI BUSINESS NEWS)–27 กุมภาพันธ์ 2563

imgธนาคารกสิกรไทย ยกระดับการดูแลลูกค้าและพนักงานจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) ที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความปลอดภัยของลูกค้าและพนักงานธนาคาร  โดยติดตั้งจุดคัดกรองด้วยเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย (Thermoscan)  เพื่อดูแลผู้ที่เข้า 5 อาคารขนาดใหญ่ของธนาคาร ได้แก่ อาคารราษฎร์บูรณะ อาคารพหลโยธิน อาคารแจ้งวัฒนะ อาคาร KBTG และอาคารสีลม ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไป กรณีผู้ที่ผ่านเครื่อง Thermoscan แล้วพบว่ามีอุณหภูมิร่างกายตั้งแต่ 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป จะไม่อนุญาตให้ขึ้นอาคารเพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของเชื้อโรค ซึ่งมาตรการใหม่นี้จะทำให้ผู้ที่จะขึ้นอาคารทั้ง 5 แห่ง อาจจะไม่ได้รับความสะดวกเช่นเดิม เนื่องจากต้องเข้า-ออกอาคารผ่านประตูที่กำหนดที่มีการติดตั้งเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายเท่านั้น

สำหรับพนักงานที่ปฏิบัติงานในสาขาได้มีการจัดเตรียมหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ พร้อมทั้งเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดพื้นที่โดยรอบการใช้งานมากขึ้น และธนาคารมีการกำหนดแนวทางดูแลพนักงานและข้อปฏิบัติที่เข้มงวดที่พนักงานต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด โดย ณ ขณะนี้ยังไม่มีพนักงานของธนาคารที่ตรวจพบว่าติดเชื้อ COVID-19


นูทานิคซ์ช่วยธุรกิจในเอเชีย จัดการกับผลกระทบที่รุนแรงจากโควิด-19

Logo

ด้วยการให้องค์กรธุรกิจใช้บริการเวอร์ชวลเดสก์ท็อปฟรี เพื่อช่วยให้พนักงานที่ติดขัดเรื่องการเดินทางสามารถทำงานได้  และธุรกิจต่าง ๆ ดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่อง

กรุงเทพฯ – 27 กุมภาพันธ์ 2563 – นูทานิคซ์ (Nasdaq: NTNX) ผู้นำด้านระบบปฏิบัติการคลาวด์สำหรับองค์กร ประกาศให้องค์กรธุรกิจในเอเชียได้ทดลองใช้เฟรม (Frame) ซึ่งเป็นโซลูชั่นบริการเดสก์ท็อป (Desktop as a Service: DaaS) โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายในส่วนของไลเซนส์ซอฟต์แวร์ สำหรับบริษัทที่ประสบกับความท้าทายจากสถานการณ์โควิด-19 ช่วยให้พนักงานที่ไม่สามารถเข้ามาทำงานที่สำนักงานได้ ยังคงทำงานได้อย่างต่อเนื่อง

การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากธุรกิจในภูมิภาคนี้ ต่างต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านการเดินทางของพนักงานและการร่วมประชุมกลุ่มใหญ่ต่าง ๆ เพื่อป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19 ที่ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง

Nutanix Frame เป็นโซลูชั่นที่ทำงานบนระบบคลาวด์ ในลักษณะเป็นเวอร์ชวลเดสก์ท็อป ที่มีความยืดหยุ่น และมีการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด ทั้งยังสามารถเข้าถึงเพื่อใช้งานได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาหรือใช้ฮาร์ดแวร์ใด ๆ

แน่นอนว่าเทคโนโลยีคลาวด์ได้ช่วยให้การทำธุรกิจมีความต่อเนื่อง การใช้บริการพับลิค ไพรเวท และไฮบริดคลาวด์ทำให้การเข้าถึงข้อมูลสำคัญและความพร้อมใช้งานของข้อมูลสำคัญยังคงอยู่

ในขณะเดียวกัน การเปลี่ยนผ่านจากการทำงานบนฮาร์ดแวร์ไปเป็นการใช้โครงสร้างพื้นฐานที่การควบคุมการทำงานด้วยซอฟต์แวร์ ทำให้ไม่มีความจำเป็นต้องเดินทาง หรือเข้าถึงดาต้าเซ็นเตอร์โดยตรง และสามารถบริหารจัดการได้จากระยะไกล หรือด้วยพนักงานหลักเพียงคนเดียว ดังนั้น องค์กรต่าง ๆ ยังคงทำงานได้อย่างต่อเนื่องด้วยสิ่งเหล่านี้ 

การที่ Frame เป็นโซลูชั่นที่ทำงานบนระบบคลาวด์ เป็นเวิร์คสเปซแบบเสมือนสำหรับพนักงาน ทีมงาน ลูกค้า หรือพาร์ทเนอร์ ที่สามารถติดตั้งและเริ่มทำงานได้ภายในหนึ่งชั่วโมง ดังนั้น พนักงานที่ไม่สามารถเดินทางมาทำงานได้จะสามารถเข้าใช้แอปพลิเคชั่นใด ๆ ได้อย่างปลอดภัยและง่ายดาย จากเว็บบราวเซอร์ที่บ้านของพวกเขา โดยไม่ต้องมีการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์หรือการอัปเกรดใด ๆ ทั้งสิ้น

ทั้งนี้ประโยชน์ที่แท้จริงที่องค์กรจะได้รับคือ ช่วยให้พนักงานทำงานได้อย่างคล่องตัว และมีความยืดหยุ่น ในขณะที่ข้อมูลทางธุรกิจยังคงมีความปลอดภัย และไม่กระทบต่อผลงานหรือประสิทธิภาพ ระบบช่วยให้พนักงานทำงานได้จากทุกที่ บนอุปกรณ์ทุกประเภทอย่างปลอดภัย และสามารถเข้าใช้งานเดสก์ท็อป ไฟล์ และเน็ตเวิร์คของพวกเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

นายแมตต์ ยัง รองประธานอาวุโส นูทานิคซ์ เอเชียแปซิฟิคและประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า “เราพยายามที่จะมีส่วนร่วมในการทำให้แน่ใจว่า ธุรกิจและเศรษฐกิจของเอเชียจะยังคงสามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาที่ยากจะคาดการณ์เช่นนี้ได้ ความปลอดภัยและความมั่นใจของพนักงานเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอย่างแรก และเราสามารถช่วยให้พวกเขามีส่วนร่วมและทำงานผ่านซอฟต์แวร์ที่มีและเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย”

นูทานิคซ์ยินดีที่จะให้องค์กรธุรกิจในเอเชียได้ทดลองใช้ Frame ฟรีเป็นเวลา 30 วัน โดยไม่จำกับจำนวนผู้ใช้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ว่าจะพัฒนาไปอย่างไร

เอเชียเป็นภูมิภาคหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก และมีแรงกดดันมากมายมาสู่ธุรกิจในภูมิภาคนี้ทั้งจากระดับท้องถิ่น ในประเทศ และต่างประเทศ นูทานิคซ์มีความแน่วแน่ที่จะช่วยให้องค์กรธุรกิจได้เข้าถึงการใช้งานเทคโนโลยีรุ่นล่าสุด เพื่อช่วยให้ธุรกิจในเอเชียก้าวผ่านสถานการณ์ยากลำบากที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนี้ไปด้วยกันได้

###########

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเสนอในการใช้ Frame ฟรี เพิ่มเติมได้ที่นี่ (https://docs.frame.nutanix.com/account-management/sign-up.html)

เกี่ยวกับนูทานิคซ์

นูทานิคซ์เป็นหนึ่งในผู้นำระดับโลกด้านซอฟต์แวร์ระบบคลาวด์และโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานแบบไฮเปอร์คอนเวิร์จ ช่วยให้ฝ่ายไอทีไม่ต้องกังวลเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน และสามารถมุ่งเน้นกับความสำคัญบนแอปพลิเคชั่นและบริการที่เป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ บริษัททั่วโลกใช้ซอฟต์แวร์ Enterprise Cloud OS ของนูทานิคซ์ เพื่อให้บริหารจัดการแอปพลิเคชั่นได้ในคลิกเดียวและสามารถโยกย้ายไปมาได้ทั้งพับลิคคลาวด์ ไพรเวทคลาวด์ และดิสทริบิวเต็ดเอจด์คลาวด์ ดังนั้นจึงสามารถใช้แอปพลิเคชั่นได้ทุกขนาดและทุกรูปแบบด้วยต้นทุนรวมที่ลดลงอย่างมาก ส่งผลให้องค์กรสามารถให้บริการสภาพแวดล้อม
ไอทีประสิทธิภาพสูงตามความต้องการได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ดูแลการทำงานของแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ สัมผัสประสบการณ์เสมือนคลาวด์อย่างแท้จริง ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.nutanix.com หรือติดตามเราได้ที่ทวิตเตอร์ @nutanix

© 2020 Nutanix, Inc. All rights reserved. Nutanix, the Nutanix logo and all Nutanix product and service names mentioned herein are registered trademarks or trademarks of Nutanix, Inc. in the United States and other countries. All other brand names mentioned herein are for identification purposes only and may be the trademarks of their respective holder(s). This release may contain links to external websites that are not part of Nutanix.com. Nutanix does not control these sites and disclaims all responsibility for the content or accuracy of any external site. Our decision to link to an external site should not be considered an endorsement of any content on such a site.

การรักษาโรคมะเร็งแบบใหม่ถูกพัฒนาขึ้นที่ NTHU

Logo

HSINCHU, ไต้หวัน–(BUSINESS WIRE)– 27 กุมภาพันธ์ 2563

ทีมวิจัยนำโดยดร. Yunching Chen และ Tsai-Te Lu จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติ Tsing Hua หรือ National Tsing Hua University ได้พัฒนาวิธีการรักษาโรคมะเร็งขึ้นมาใหม่ซึ่งเส้นเลือดภายในเนื้องอกมะเร็งนั้นจะถูกปรับค่าให้เป็นปกติโดยการฉีดนาโนโมเดลที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษสำหรับไนตริกออกไซด์ (NanoNO) ซึ่งอำนวยความสะดวกในการส่งมอบยารักษาโรคมะเร็งและอิมมูโนไซต์เข้าไปในเนื้องอก งานวิจัยที่ก้าวล้ำของพวกเขาได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Nature Nanotechnology.อันทรงเกียรติ

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณสมบัติด้านมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20200226005036/en/

Dr. Yunching Chen (left) and Tsai-Te Lu of NTHU have recently developed a new treatment for cancer. (Photo: National Tsing Hua University)

ดร. Yunching Chen (ซ้าย) และ Tsai-Te Lu แห่ง NTHU เพิ่งพัฒนาวิธีการรักษาโรคมะเร็งใหม่ (ภาพ: มหาวิทยาลัยแห่งชาติซิงหัว)

Chen เปรียบครงสร้างของร่างกายมนุษย์เหมือนเป็นเมือง และเปรียบเซลล์มะเร็งให้เป็นแก๊งของนักเลงที่อยู่ในเมือง การปล่อยสาร angiogenesis ชักนำให้หลอดเลือดโดยรอบหาสารอาหารที่ขยายตัวเองเพื่อป้องกันเนื้อร้าย hypoxic ของเซลล์มะเร็ง ในปัจจุบันรูปแบบของการรักษาโรคมะเร็ง เช่น เคมีบำบัดและการใช้กลุ่มยาเป้าหมายส่วนใหญ่จะใช้วิธีการฆ่าเซลล์มะเร็งหรือเส้นเลือดที่มีเนื้องอก แต่ก็ก่อให้เกิดความผิดปกติในการทำงานและโครงสร้างของหลอดเลือด นอกจากนี้เมื่อเซลล์มะเร็งใด ๆ รอดชีวิตมากได้ พวกมันจะดื้อรั้นเพิ่มขึ้น เฉกเช่นเดียวกับ นักเลงที่ยิ่งฮึกเหิม จึงเพิ่มโอกาสของการกำเริบหรือการแพร่กระจาย

สิ่งที่ทำให้การรักษาที่เป็นนวัตกรรมนี้น่าสนใจเป็นพิเศษคือการใช้เส้นเลือดเนื้องอกซึ่งได้รับการมองว่าเป็นสิ่งที่ส่งเสริมเซลล์มะเร็งโดยตรง Chen อธิบายว่าหลังจากที่เส้นเลือดมะเร็งถูกปรับค่าให้ปกติ พวกมันสามารถช่วยเสริมการทำงานของยาต้านมะเร็งและเซลล์ภูมิคุ้มกัน

เป็นช่วงที่กำลังพิจารณาวิธีที่จะรับมือกับเส้นเลือดที่น่ากลัวนี่เอง ที่ Chen ไปพบกับ Lu โดย Lu กล่าวว่าไนตริกออกไซด์สามารถส่งเสริมการขยายตัวของหลอดเลือดและเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ดังนั้นจึงใช้ในการรักษากรณีต่าง ๆ เช่น กล้ามเนื้อหัวใจตายและความดันโลหิตสูงในปอด อย่างไรก็ตามเนื่องจากอายุการใช้งานที่สั้นของไนตริกออกไซด์ ส่วนใหญ่จึงถูกใช้ในการรักษาอาการเฉียบพลัน และใช้ไม่ได้ผลสำหรับโรคเรื้อรังอย่างเช่นมะเร็ง

ทีมพัฒนาระบบ nanodelivery ที่ใช้โพลีเมอร์ซึ่งประกอบด้วยกรดแลคติคและกรดไกลโคลิกเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับสารประกอบทางเคมี biomimetic dinitrosyl iron complex (DNIC) ซึ่งปล่อยไนตริกออกไซด์ ดังนั้นจึงขยายเวลาที่โมเลกุลของไนตริกออกไซด์ถูกปลดปล่อยอย่างมีประสิทธิภาพจากระดับนาทีไปสู่ระดับวัน ช่วยให้มันสามารถสะสมอยู่ในเนื้อเยื่อเนื้องอกและฟื้นฟูเส้นเลือดที่ผิดปกติให้เป็นปกติ เมื่อมาถึงจุดนี้ยาต้านมะเร็งและเซลล์ภูมิคุ้มกันสามารถเจาะเข้าไปในเนื้องอกทำลายเซลล์มะเร็งในคราวเดียว

Immunotherapy ได้กลายเป็นหัวข้อสำคัญในการวิจัยการรักษามะเร็งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Chen กล่าวว่าทีมของเธอได้ใช้ท่อนาโนไนตริกออกไซด์ร่วมกับภูมิคุ้มกันเพื่อกำจัดเนื้องอกตับในหนูได้สำเร็จ

Lu กล่าวว่า biomimetic DNIC ซึ่งเป็น carrier ตัวใหม่สำหรับไนตริกออกไซด์ สามารถสังเคราะห์ได้ง่ายในสามขั้นตอน และการทำสูตรก็สามารถทำให้เสร็จสมบูรณ์ได้ด้วยการเพิ่มขั้นตอนเพียงหนึ่งขั้นตอน ทำให้เหมาะสำหรับการผลิตเป็นจำนวนมาก ทางทีมได้ยื่นขอจดสิทธิบัตรในไต้หวันและสหรัฐอเมริกาเพื่อพัฒนา nanocarrier ไนตริกออกไซด์ และพวกเขากำลังตรวจสอบความเป็นไปได้สำหรับความร่วมมือกับโรงพยาบาลในประเทศและบริษัทยาต่างประเทศ

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200226005036/en/

ติดต่อ:

Holly Hsueh

National Tsing Hua University

(886)3-5162006

hoyu@mx.nthu.edu.tw

HeadSpin ประกาศการระดมทุนรอบ Series C 60 ล้านดอลลาร์ที่การประเมินมูลค่า 1 พัน 16 ล้านดอลลาร์และเพิ่ม Nikesh Arora เป็นประธานคณะกรรมการ

Logo

โดยคาดว่าจะบรรลุเป้ารายได้ประจำปี 100 ล้านดอลลาร์ในต้นปี 2563 ในเวลาเพียงกว่าสี่ปีหลังจากการลงทะเบียน โดยการลงทุนใหม่จะช่วย HeadSpin ในการเสริมสร้างตำแหน่งบริษัทในระบบนิเวศของคลาวด์

พาโล อัลโต แคลิฟอร์เนีย–(บิสิเนสไวร์)–26 ก.พ. 2563

HeadSpin บริษัท ที่สร้างประสบการณ์ระบบเชื่อมต่อที่ไร้ที่ติผ่านเว็บ มือถือ IoT และ 5G ประกาศในวันนี้ถึงการระดมทุนรอบ Series C 60 ล้านดอลลาร์นำโดย Dell Technologies Capital และ ICONIQ Capital โดยมีส่วนร่วมจากนักลงทุนสถาบัน Tiger Global Management, Kearny Jackson และ Alpha Square Group  การระดมทุนรอบนี้ได้ระดมเงินกว่า 117 ล้านดอลลาร์  HeadSpin จะใช้เงินทุนเพื่อพัฒนาข้อเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ ขยายกิจการไปยังกลุ่มตลาดใหม่ และวางตำแหน่งในระบบนิเวศของคลาวด์ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ HeadSpin ยังประกาศว่า Nikesh Arora ประธานกรรมการบริหารของ Palo Alto Networks ได้เข้าร่วมคณะกรรมการในฐานะประธานคณะกรรมการบริษัท  คุณ Arora เป็นอดีตประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจของ Google และล่าสุดดำรงตำแหน่งประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ SoftBank ก่อนที่จะร่วมงานกับ Palo Alto Networks

นอกจากนี้ รอบการลงทุนนี้ยังมีนักลงทุน angel investor ชั้นนำ ได้แก่ Jeff Weiner ของ LinkedIn, Shiva Rajaraman ของ We, Alex Will ของ Calm, Akshay Kothari ของ Notion, Derek Callow ของ Bumble, Gokul Rajaram, Manik Gupta ของ Uber, Amber Feng ของ Stripe, Kevin Weil และ Andrea Moore ของ Facebook, Sheila Tran ของ OpenDoor, Sunil Pai ของ AngelList, Jason Sew Hoy ของ Supercast, Michael Katz ของ mParticle, Cheryl Sew Hoy ของ SVB, Thejo Kote ของ AirBase, John Bonten ของ Spotify, Lisa Kleinsorge ของ Twitter และ Ali Altaf ของ Pinterest

“เทคโนโลยีพิเศษของ HeadSpin ได้ทำลายกำแพงและกำหนดขอบเขตใหม่ของการทดสอบ ตรวจสอบ และการวิเคราะห์ข้ามอุปกรณ์ สถานที่ และเครือข่ายเพื่อทำความเข้าใจประสบการณ์การเชื่อมต่อของลูกค้า ซึ่งหมายความว่าทีมธุรกิจ พัฒนา พัฒนาการปฏิบัติ และผลิตภัณฑ์ จะสามารถทำงานแบบบูรณาการและมุ่งเน้นที่สิ่งที่สำคัญที่สุด ซึ่งก็คือการมอบประสบการณ์นวัตกรรมดิจิทัลที่มีคุณภาพสูงผ่านเว็บ มือถือ IoT และ 5G” Nikesh Arora กล่าว

HeadSpin เข้าใจว่าประสบการณ์การเชื่อมต่อผ่านเทคโนโลยีเว็บ มือถือ IoT และ 5G ได้กลายเป็นจุดหลักของการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างบริษัทและลูกค้าและได้พัฒนา Connected Intelligence Platform™ ระบบแรกของโลกเพื่อรวมการทดสอบ ตรวจสอบและการวิเคราะห์ผ่านแอพพลิเคชั่น อุปกรณ์ และเครือข่าย  สิ่งนี้ช่วยให้บริษัทต่างๆ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและประสบการณ์การเชื่อมต่อตลอดทั้งวงจรการพัฒนาและระบบนิเวศที่ซับซ้อนมากขึ้นผ่านซอฟต์แวร์และโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้เพื่อเข้าถึงผู้ชมทั่วโลกในปัจจุบัน

"HeadSpin นั้นมีผลลัพธ์ที่น่าทึ่งในเวลาเพียงสี่ปี" Deepak Jeevankumar กรรมการผู้จัดการของ Dell Technologies Capital กล่าว "ทีมงานได้จัดการการดำเนินการขายที่ยอดเยี่ยมและได้สร้างหมวดหมู่โซลูชั่นใหม่ขึ้นมาเป็นมาตรฐานสำหรับผู้บริโภคและองค์กร G2000 ให้มีประสบการณ์การเชื่อมต่อที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ใช้และลูกค้าของพวกเขา  ในวันนี้ HeadSpin เป็นหนึ่งในบริษัทซอฟต์แวร์ที่ขยายตัวได้เร็วที่สุกที่ผมเคยเห็นใน 10 ปีของการลงทุนและมีศักยภาพในการเติบโตอย่างแท้จริง”

นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2558 HeadSpin เพิ่มรายได้ต่อปีเป็นสองเท่าในปีที่ผ่านมาและได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า องค์กร และผู้ประกอบการกว่า 1,000 ราย  ลูกค้าใหม่ขององค์กร HeadSpin ได้แก่ Microsoft, Tik Tok, Bandai Namco Studios, Yahoo!, Uber, DeNA AirBnB, Kohls, ByteDance, BYJUs, Optus, Australian Post, Telefonica และ Walmart  โดยเป็นส่วนหนึ่งของการขยายธุรกิจในต่างประเทศ บริษัทเพิ่งเปิดสำนักงานภูมิภาคในกรุงลอนดอน เทลอาวีฟ เบอร์ลิน และเคปทาวน์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นในยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา

“HeadSpin อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่จะใช้ประโยชน์จากโอกาสทางการตลาดที่ใหญ่โตนี้ในช่วงที่ผู้ประกอบการหันมามอบบริการเทคโนโลยีดิจิตอลและโทรศัพท์มือถือคุณภาพสูงขึ้น” Manish Lachwani ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ HeadSpin กล่าว “เรามีโอกาสที่จะสามารถโตบริษัทด้วยทีมหุ้นส่วนและนักลงทุนที่ยอดเยี่ยมของเรา”

HeadSpin มีสำนักงานใหญ่ในพาโล อัลโต สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ไปที่ www.headspin.io หรือติดตาม HeadSpin บน Twitter (@headspin_io) and LinkedIn

เกี่ยวกับ HeadSpin

HeadSpin ให้บริการระบบ Connection Intelligence Platform™ รายแรกของโลกที่ให้บริการเว็บ มือถือ IOT และ 5G เพื่อรวมการทดสอบ ตรวจสอบ และการวิเคราะห์ข้ามแอปพลิเคชัน อุปกรณ์ และเครือข่าย  HeadSpin เสริมสร้างการพัฒนา QA การดำเนินงาน และทีมผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพประสบการณ์การเชื่อมต่อและสร้างความมั่นใจในความสำเร็จของธุรกิจดิจิตอล เรียนรู้ถึงความเชื่อถือที่โลกมีต่อ HeadSpin ได้ที่ https://www.headspin.io บน Twitter @HeadSpin_IO และบน LinkedIn ที่ https://www.linkedin.com/company/headspin/

เกี่ยวกับ Dell Technologies Capital

Dell Technologies Capital เป็นบริษัทร่วมทุนระดับโลกของ Dell Technologies  ทีมการลงทุนสนับสนุนผู้ก่อตั้งขั้นต้นที่ผลักดันนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีสำหรับองค์กร  นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งในปี 2555 ทีมงานได้ลงทุนอย่างต่อเนื่องโดยมีอัตราการเติบโต 150 ล้านดอลลาร์ต่อปีและลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพกว่า 100 แห่งโดย 40 แห่งได้ถูกซื้อกิจการและ 5 แห่งได้จดทะเบียนสาธารณะแล้ว  บริษัทในพอร์ตโฟลิโอยังสามารถเข้าถึงตลาดของ Dell Technologies (Dell, Dell EMC, VMWare, Pivotal, RSA, Secureworks) การลงทุนที่โดดเด่นได้แก่ Adallom, Arista Networks, Cylance, Docusign, Graphcore, JFrog, MongoDB, Netskope, Nutanix, RedLock, RiskRecon, TwistLock, Wavefront และ Zscaler.  Dell Technologies Capital มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่พาโลอัลโต รัฐแคลิฟอร์เนีย และมีสำนักงานสาขาในบอสตัน ออสติน และอิสราเอล  สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ www.delltechcapital.com

เกี่ยวกับ ICONIQ Capital

ICONIQ Capital เป็นบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินและการลงทุนเอกชนและเป็นหุ้นส่วนที่ผู้ประกอบการผู้นำและสถาบันที่โดดเด่นทั่วโลกเลือก  ทางบริษัทลงทุนในสินทรัพย์เทคโนโลยีที่เติบโตและและอสังหาริมทรัพย์และมีระบบนิเวศที่โดดเด่นเพื่อสร้างธุรกิจที่ยั่งยืน  ICONIQ เป็นที่ปรึกษาที่เชื่อถือได้ที่เสริมสร้างความสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์ที่มีความหมายทั่วทั้งอุตสาหกรรมเพื่อจัดหาแนวคิดที่ทรงพลัง ขยายผลกระทบทั่วโลก และสนับสนุนผู้ประกอบการและบริษัทรุ่นใหม่ สำหรับรายการการลงทุนที่ทำโดย Iconiq Growth บริษัทในเครือของ Iconiq ทุนกรุณาไปที่นี่

อ่านต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200225005402/en/

ติดต่อ:

Sriram Krishnan
sriram@headspin.io 
+1-408-601-0523

มอสเฟตกำลังชนิด N-channel 100V รุ่นใหม่ของ Toshiba ช่วยลดการบริโภคพลังงานของอุปกรณ์ยานยนต์

Logo

– ผลิตภัณฑ์ซีรีส์ U-MOS X-H ใช้การประมวลผลเจเนอเรชันใหม่ล่าสุดจาก Toshiba –

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–25 กุมภาพันธ์ 2563

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation (“Toshiba”) ได้เปิดตัวมอสเฟตกำลังชนิด N-channel ขนาด 100V ใหม่ รุ่น “XK1R9F10QB” สำหรับใช้งานกับอุปกรณ์ยานยนต์ขนาด 48V เช่น โหลดสวิตซ์ การสลับแหล่งจ่ายไฟ และการขับมอเตอร์ โดยจะเริ่มการจัดส่งตั้งแต่วันนี้

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้มีลักษณะเป็นมัลติมีเดีย ดูอย่างเต็มรูปแบบได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20200224006003/en/

Toshiba: New 100V N-channel power MOSFET “XK1R9F10QB” for automotive equipment. (Photo: Business Wire)

Toshiba: มอสเฟตกำลังชนิด N-channel ขนาด 100V รุ่น “XK1R9F10QB” สำหรับอุปกรณ์ยานยนต์ (รูปภาพ: Business Wire)

สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่นี้เป็นมอสเฟตรุ่นแรกจากซีรีส์ใหม่อย่าง U-MOS X-H ของ Toshiba ที่มีโครงสร้างแบบราง และผลิตขึ้นโดยใช้ระบบประมวลผลเจเนอเรชันใหม่ล่าสุด[1] ของบริษัท ติดตั้งบนแพ็คเกจ TO-220SM(W) ที่มีความต้านทานต่ำ และให้ค่า On-resistance[2] ต่ำที่สุดของอุตสาหกรรม พร้อมค่า On-resistance สูงสุดที่ 1.92mΩ ซึ่งลดลงราว 20% เมื่อเทียบกับรุ่น “TK160F10N1L” ที่จำหน่ายในปัจจุบัน ความก้าวล้ำนี้ช่วยลดการบริโภคพลังงานของอุปกรณ์ นอกจากนี้ยังช่วยลดเสียงขณะสลับการจ่ายพลังงานเนื่องจากได้มีการปรับปรุงคุณสมบัติในการเก็บประจุไฟฟ้าให้ทำงานได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น ซึ่งช่วยลด EMI[3] ของอุปกรณ์ลง นอกจากนี้ ความกว้างแรงดันขีดเริ่มถูกทำให้แคบลงที่ 1V เพื่อเพิ่มการสลับการซิงโครไนเมื่อมีการใช้ควบคู่กัน

การใช้งาน
อุปกรณ์ยานยนต์ (โหลดสวิตช์ การสลับแหล่งจ่ายไฟ ตัวขับมอเตอร์และอื่น ๆ)

คุณสมบัติ
・มอสเฟตตระกูล U-MOS X-H ที่มีโครงสร้างแบบราง
・ค่า On-resistance ต่ำสุดในอุตสาหกรรม
  RDS(ON)=1.92mΩ (สูงสุด) @VGS=10V
・ผ่านการรับรอง AEC-Q101

คุณสมบัติจำเพาะหลัก

(เมื่อTa=25°C)

หมายเลขชิ้นส่วน

กระแส

ไฟฟ้า

ระดับค่าสูงสุดสัมบูรณ์

ค่า On-resistance

RDS(ON) สูงสุดของขาเดรน-ขาซอส

(mΩ)

ค่าอิมพีแดนซ์ความร้อนชาแนล-เคส

Zth(ch-c)

สูงสุด

(℃/W)

แพ็คเกจ

ซีรีส์

แรงดันขาเดรน-ขาซอส

VDSS

(V)

กระแสขาเดรน

(DC)

ID

(A)

กระแสขาเดรน

(pulsed)

IDP

(A)

อุณหภูมิชาแนล

Tch

(℃)

@VGS

=6V

@VGS

=10V

XK1R9F10QB

ชนิด N-channel

100

160

480

175

3.31

1.92

0.4

TO-220SM(W)

U-MOS X-H

หมายเหตุ:
[1] ข้อมูลเมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2563
[2] เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ที่มีค่า VDSS สูงสุดเท่ากันและแพ็คเกจประเภทเดียวกัน อ้างอิงจากผลสำรวจโดย Toshiba เมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2563
[3] EMI (สัญญาณรบกวนที่เกิดจากสนามแม่เหล็กไฟฟ้า)

ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่ได้จากลิงก์ด้านล่างนี้
https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/product/mosfet/detail.XK1R9F10QB.html

ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับมอสเฟตสำหรับยานยนต์จาก Toshiba ได้จากลิงก์ด้านล่างนี้
https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/product/automotive/automotive-mosfet.html

*ชื่อบริษัท ชื่อผลิตภัณฑ์ และชื่อบริการอาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับลูกค้า:
ฝ่ายขายและการตลาดอุปกรณ์กำลัง
โทร: +81-3-3457-3933
https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/contact.html

ข้อมูลในเอกสารนี้ รวมถึงราคาและคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาเกี่ยวกับบริการและข้อมูลติดต่อ เป็นข้อมูลปัจจุบันในวันที่เผยแพร่เอกสารนี้ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เกี่ยวกับ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation
Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation เป็นบริษัทใหม่ที่เต็มไปด้วยพลังและประสบการณ์ นับตั้งแต่แยกตัวออกจากบริษัทเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2560 เราได้ก้าวสู่การเป็นหนึ่งในบริษัทผู้นำด้านอุปกรณ์ทั่วไป และได้นำเสนอโซลูชันเกี่ยวกับเซมิคอนดักเตอร์ ระบบ LSIs และ ระบบ HDD อันโดดเด่นให้กับลูกค้าและคู่ค้าทางธุรกิจของเรา

พนักงานจำนวน 24,000 คนทั่วโลกของเรามีความตั้งใจที่จะเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ของเราให้ถึงระดับสูงสุด และให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับลูกค้า เพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์มูลค่าและตลาดใหม่ ๆ ร่วมกัน บริษัทตั้งเป้าเพิ่มยอดขายต่อปีซึ่งปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 7.5 แสนล้านเยน (6.8 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ) ให้สูงขึ้น เพื่อสร้างอนาคตที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน
เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation ได้ที่ https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/top.html

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20200224006003/en/

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อ:
Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation
ฝ่ายการตลาดดิจิทัล
Chiaki Nagasawa
โทร: +81-3-3457-4963
semicon-NR-mailbox@ml.toshiba.co.jp

Vesta ว่าจ้าง Shabab Muhaddes เป็นผู้นำในการขยายธุรกิจสู่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

Logo

ผู้ช่ำชองด้านการชำระเงินจาก Visa เข้ามาร่วมช่วยสำนักงานแห่งใหม่ที่สิงคโปร์ในฐานะผู้จัดการทั่วไป

LAKE OSWEGO, โอเรกอน.–(BUSINESS WIRE)–25 กุมภาพันธ์ 2563

Vesta, บริษัทผู้บุกเบิกในการชำระเงินที่ปลอดภัยและการตรวจจับการฉ้อโกงขณะนี้กำลังผลักดันให้เกิดความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกด้วยการเปิดสำนักงานใหม่ในสิงคโปร์ โดยมีผู้นำในอุตสาหกรรมการชำระเงินอย่าง Shabab Muhaddes ซึ่งเคยทำงานให้กับ Visa และ Mastercard เป็นหัวหอกในการขยายงานในฐานะผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Vesta

เนื่องจากการเติบโตของการทำธุรกรรมที่ไม่ใช้บัตรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วทั้งภูมิภาค การจัดการการฉ้อโกงจึงเป็นปัญหาสำหรับองค์กรเป็นพิเศษ แม้จะการฉ้อโกงจะเพิ่มขึ้น ซึ่งรวมไปถึง การครอบงำบัญชี, การทำธุรกรรมฉ้อโกง, e-skimming และการโจมตีอันดุเดือดซึ่งขับเคลื่อนโดยวงอาชญากรรมระดับมืออาชีพ แต่องค์กรส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพากลยุทธ์แบบเกิดก่อนแล้วค่อยแก้ (reactive strategies) ทำให้มีการสูญเสียรายได้และส่งผลให้เกิดประสบการณ์ของผู้บริโภคที่ไม่ดี

“เอเชียแปซิฟิกเป็นภูมิภาคที่มีพลวัตรและมีความหลากหลายและการผสมผสานทางเศรษฐกิจและการเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งก่อให้เกิดความต้องการอย่างฉับพลันสำหรับการมีประกันด้านการป้องกันการฉ้อโกงและการชำระเงิน” Ron Hynes ซีอีโอของ Vesta กล่าว “ เรายังเข้าใจด้วยว่าการสร้างพันธมิตรที่แข็งแกร่งจะเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จของเรา และความรู้เชิงลึกของ Shabab เกี่ยวกับระบบการชำระเงินทั่วโลกและบันทึกการทำงานร่วมกันในตลาดต่าง ๆ ในภูมิภาคนั้นหาใครเปรียบไม่ได้ เขาเข้าใจถึงความแตกต่างของการทำธุรกิจในระดับท้องถิ่นและรู้วิธีสร้างและขยายความร่วมมือระหว่างตลาดเพื่อสร้างคุณค่าให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง”

Muhaddes ซึ่งมีประสบการณ์มากกว่าหนึ่งทศวรรษในการสร้างความสัมพันธ์ทั่วทั้งภูมิภาค มีข้อมูลเชิงลึกในระดับท้องถิ่นและระดับโลกด้านการบริการทางการเงิน ระบบนิเวศการชำระเงินและฟินเทค โดย Muhaddes เคยเป็นหัวหน้าของหุ้นส่วนด้านวีซ่าและกิจการดิจิทัลของ APAC ในช่วงเวลากว่าห้าปีที่เขาอยู่กับบริษัท เขาได้ผลักดันการเติบโตที่โดดเด่นในภูมิภาคโดยเน้นการพัฒนาโอกาสในการเป็นหุ้นส่วนที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในตลาดที่มุ่งเน้น ก่อนหน้าที่จะจะทำงานให้ Visa เขาทำงานแปดปีกับ Mastercard ในบทบาทที่หลากหลายในการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์เพื่อผลักดันการเติบโตในตลาดเกิดใหม่และการพัฒนากลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ ตลอดระยะเวลาการทำงานในอุตสาหกรรมการชำระเงิน Muhaddes ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถที่แข็งแกร่งในการสร้างข้อเสนอแบบ win-win  สำหรับลูกค้าบริษัท คู่ค้า และลูกค้าในตลาดเอเชียแปซิฟิกที่มีการเติบโตสูง

“Vesta เป็นบริษัทระดับโลกที่มอบเทคโนโลยีการเรียนรู้ด้วยเครื่องจักรอัตโนมัติแบบเรียลไทม์แก่องค์กรที่ต้องการตรวจจับและป้องกันการฉ้อโกง เพิ่มรายได้ ลดต้นทุน และมอบประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพให้แก่ลูกค้า ผมหวังว่าจะนำเสนอผลกระทบเชิงบวกที่เป็นรูปธรรมเหล่านี้ให้กับองค์กรและผู้บริโภคทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก” Muhaddes กล่าว “เพราะทำงานกับ Ron ที่ Mastercard มาก่อน ผมมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมในวิสัยทัศน์และความเป็นผู้นำที่อยู่เบื้องหลังVesta และการที่เราจะประสบความสำเร็จในการขยายตัวสู่เอเชียแปซิฟิกผ่านศูนย์กลางแห่งใหม่ในสิงคโปร์”

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Vesta และชุดโซลูชั่นการป้องกันการฉ้อโกงและการปรับปรุงการอนุมัติ สามารถดูได้ที่ www.trustvesta.com และข้อมูลเกี่ยวกับโอกาสในการทำงานกับเราเข้าไปดูที่  trustvesta.com/company/about-us

เกี่ยวกับ Vesta

Vesta เป็นผู้นำในด้านการให้การรับประกันด้านการป้องกันการฉ้อโกงและโซลูชันการชำระเงินเพื่อการพาณิชย์ที่ช่วยให้ผู้ออก ผู้ซื้อ ผู้ประมวลผลเกตเวย์ บริษัทด้านการสื่อสาร พ่อค้า และกระเป๋าเงิน สามารถเพิ่มรายได้โดยไม่ต้องกลัวการฉ้อโกง ทั้งนี้ Vesta ก่อตั้งขึ้นในปี 2538 เป็นผู้บุกเบิกการทำธุรกรรมการชำระเงินแบบไม่ใช้บัตร บริษัทประสบความสำเร็จในการขึ้นเป็นผู้นำด้วยวิทยาการข้อมูลที่ทันสมัยและความสามารถในการเรียนรู้ของเครื่องจักรที่แม่นยำเหนือชั้นในการตรวจจับการฉ้อโกงทั่วโลก วันนี้ Vesta รับประกันธุรกรรมมากกว่า 15,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี โซลูชั่นการชำระเงินที่ปลอดภัยของ Vesta ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยการรับประกันความปลอดภัยจากการฉ้อโกง 100% จะช่วยให้ร้านค้าสามารถสร้างรายได้ด้วยการส่งมอบธุรกรรมที่ไม่มีแรงเสียดทานซึ่งช่วยเพิ่มการยอมรับและปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้าในขณะเดียวกันก็ขจัดความกลัว สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดเยี่ยมชมwww.trustvesta.com.

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200224005971/en/

ติดต่อ:

LANE, บริษัทหนึ่งใน Finn Partners Company

Pete Johnson

+1-503-546-7880

Vesta@finnpartners.com

Aptorum Group เริ่มทำการผลิตเม็ดยา Dioscorea Opposita ที่ออกฤทธิ์ทางชีวภาพและลงนามข้อตกลงจัดจำหน่ายในฮ่องกง

Logo

นิวยอร์ก–(บิสิเนสไวร์)–24 ก.พ. 2563

Aptorum Group Limited (“Aptorum Group”) บริษัท เวชภัณฑ์ที่มุ่งเน้นการพัฒนาวิธีการรักษาแบบใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการทางการแพทย์ทั่วโลกประกาศการวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนและอาการที่เกี่ยวข้อง  อาหารเสริมทำขึ้นจากส่วนผสมที่ออกฤทธิ์ทางชีวภาพสกัดจากผงฮ่วยซัวจีนที่มี “DOI” ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ใช้ฮอร์โมนของ Aptorum Group เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มและความกังวลเกี่ยวกับโภชนาการของผู้บริโภค  คาดว่าผู้หญิงกว่า 1.2 พันล้านทั่วโลกจะเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนหรืออยู่วัยหลังหมดประจำเดือนภายในปี 2030ตลาดอาหารเสริมสุขภาพผู้หญิงทั่วโลกสำหรับอาการหมดประจำเดือนคาดว่าจะมีมูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในปี 2568 ด้วยอัตรา CAGR ที่ 16.4% (2016-2025)ในระยะแรก อาหารเสริมนี้จะวางจำหน่ายในฮ่องกง โดยทางบริษัทกำลังขออนุญาติด้านกฎระเบียบในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในเขตอำนาจศาลที่สำคัญอื่นๆ

Aptorum Group ได้ทำสัญญาการจัดจำหน่ายในระดับภูมิภาคผ่านบริษัทในเครือ Nativus Life Sciences Limited ของตนกับ Multipak Limited บริษัทแบรนด์สินค้าในครัวเรือนฮ่องกงที่รวมถึงถุงชา Luk Yu® และสินค้าด้านสุขภาพอื่นๆ

โดยผ่าน Multipak นั้น Aptorum Group จะสามารถเพิ่มการเข้าถึงของผลิตภัณฑ์ไปยังฐานผู้บริโภคขนาดใหญ่ในระดับภูมิภาค  การผลิตเม็ดยา dioscorea opposita ที่ออกฤทธิ์ทางชีวภาพของ Aptorum Group นั้นได้เริ่มต้นขึ้นในแคนาดาและจะวางตลาดภายใต้ชื่อแบรนด์ NativusWellTM ในเร็วๆ นี้

เม็ดยา NativusWellTM ของ Nativus นั้นเป็นอาหารเสริมธรรมชาติที่ไม่ใช่ฮอร์โมนที่มี DOI ผงฮ่วยซัวที่มี DOI นี้ใช้วิธีการที่ไม่ใช้ฮอร์โมนเพื่อเพิ่มสุขภาพทั่วไปของผู้หญิงที่อยู่ในวัยหมดประจำเดือน  การศึกษาทางวิทยาศาสตร์จากรายอื่นๆ ระบุว่า DOI ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติส่วนผสมออกฤทธิ์ทางชีวภาพฮ่วยซัวนั้นก่อให้เกิดการสังเคราะห์ estradiol กระตุ้น estradiol และ progesterone และเพิ่มความหนาแน่นเพิ่มขึ้นของกระดูกซึ่งอาจตอบโต้การลุกลามของโรคกระดูกพรุน3 ซึ่งเป็นหนึ่งในอาการที่พบบ่อยในวัยหมดประจำเดือน4

สำหรับการนำเสนอทั่วไป: http://ir.aptorumgroup.com/static-files/bcf77574-7bd6-4b9d-8110-d53837238f16

สำหรับการนำเสนอทางเทคนิค: http://ir.aptorumgroup.com/static-files/66346f79-7a03-474a-89be-0eaafaa00d9d

เกี่ยวกับ Aptorum Group Limited

Aptorum Group Limited (Nasdaq: APM) เป็นบริษัทเวชภัณฑ์ที่อุทิศตนเพื่อการพัฒนา และนำเทคโนโลยีการรักษาและวินิจฉัยมาใช้ในเชิงพาณิชย์เพื่อจัดการกับความต้องการด้านการแพทย์  Aptorum Group กำลังดำเนินโครงการด้านการรักษาและวินิจฉัยโรคที่พบได้น้อย โรคติดต่อ โรคทางเมตาบอลิซึม และและโรคอื่นๆ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Aptorum Group กรุณาไปที่ www.aptorumgroup.com

หมายเหตุเกี่ยวกับการคาดการณ์ล่วงหน้า

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ประกอบด้วยแถลงการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ Aptorum Group Limited และความคาดหวังในอนาคต แผน และโอกาสในอนาคตซึ่งเป็น “แถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้า” ภายใต้ความหมายของกฎหมาย Private Securities Litigation Reform Act ปี 1995 ข้อความที่มีอยู่ในเอกสารฉบับนี้ซึ่งไม่ใช่แถลงการณ์ของข้อเท็จจริงในอดีตอาจถือเป็นข้อความคาดการณ์ล่วงหน้า ในบางกรณีคุณสามารถระบุข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าโดยใช้คำเช่น“ อาจ” “ควร” “คาดว่า” “มีแผนจะ” “คาดการณ์” “อาจจะทำได้” “ตั้งใจว่า” “มีเป้าหมายว่า” “มีโครงการว่า" "พิจารณาจะ" "เชื่อว่า" "ประเมินว่า" "พยากรณ์" "มีศักยภาพจะ" หรือ "จะดำเนินการต่อ"  หรือคำตรงข้ามของคำเหล่านี้หรือสำนวนอื่นๆ ที่คล้ายกัน  Aptorum Group ได้ใช้แถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้าเหล่านี้โดยส่วนใหญ่มาจากความคาดหวังและการคาดการณ์ในปัจจุบันเกี่ยวกับเหตุการณ์และแนวโน้มในอนาคตซึ่งบริษัท เชื่อว่าอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงาน  ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าเหล่านี้กล่าวมาเมื่อวันของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้และอยู่ภายใต้ความเสี่ยงความไม่แน่นอนและข้อสันนิษฐาน รวมถึง แต่ไม่จำกัด เพียง ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการจัดการที่ประกาศไว้และการเปลี่ยนแปลงองค์กร การให้บริการอย่างต่อเนื่อง  ความสามารถในการขยายการจัดประเภทผลิตภัณฑ์โดยการนำเสนอผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมสำหรับกลุ่มผู้บริโภคเพิ่มเติม กลยุทธ์การเติบโตของบริษัทที่คาดการณ์ไว้ แนวโน้มและความท้าทายที่คาดการณ์ไว้ในธุรกิจของบริษัท และความคาดหวังเกี่ยวกับเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานและความเสี่ยงอย่างเต็มที่อธิบายไว้ในแบบฟอร์ม 20-F ของ Aptorum Group และเอกสารอื่นๆ ที่ Aptorum Group อาจทำกับ SEC ในอนาคต  Aptorum Group ไม่มีข้อผูกมัดในการปรับปรุงแถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้าที่มีอยู่ในข่าวประชาสัมพันธ์นี้อันเป็นผลมาจากข้อมูลใหม่ เหตุการณ์ในอนาคต หรืออื่นๆ


1 World Health Technical Report Series. Research on the Menopause in the 1990's. Geneva, Switzerland: World Health Organization; 1996

2 https://www.grandviewresearch.com/press-release/global-isoflavones-market

3 https://www.ke.hku.hk/story/innovation/the-magic-of-chinese-yam-for-treatment-of-menopausal-syndrome; ดูเพิ่มเติมที่รายงานทางวิทยาศาสตร์, 5-10179

4 https://www.everydayhealth.com/menopause/osteoporosis-and-menopause.aspx

อ่านฉบับที่มาบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200224005232/en/

สำหรับนักลงทุน:
โทร: +852 2117 6611
อีเมล: investor.relations@aptorumgroup.com

สำหรับสื่อ:
โทร: +852 2117 6611
อีเมล: info@aptorumgroup.com

Kioxia ผลิตโซลิดสเตตไดรฟ์ PCIe® 4.0 รายแรก

Logo

ลูกค้ากำลังทดสอบ SSD รุ่น PCIe®/NVMe™ ล่าสุดที่ขับเคลื่อนประสิทธิภาพเหนือชั้นสำหรับองค์กรศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่

โตเกียว–(บิสิเนสไวร์)–21 ก.พ. 2563

PCI Express® 4.0 ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของลูกค้าเซิร์ฟเวอร์ และระบบจัดเก็บข้อมูลเป็นสองเท่าด้วยความเร็วที่สูงถึง 16.0GT/s (ความเร็ว throughout กิกะทรานส์เฟอร์ต่อวินาทีต่อเลน) โดยเพิ่มระดับประสิทธิภาพใหม่ให้กับแอปพลิเคชันคลาวด์และองค์กร  วันนี้ Kioxia Corporation ผู้นำระดับโลกในด้านโซลูชั่นหน่วยความจำได้ประกาศว่าโซลิดสเตตไดรฟ์ (SSD) PCIe® 4.0 NVMe™ สำหรับองค์กรและศูนย์ข้อมูลนั้นพร้อมจัดส่งให้กับลูกค้าแล้ว[1]

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้มีมัลติมีเดีย อ่านฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20200220005997/en/

Kioxia Corporation: PCIe(R) 4.0 NVMe(TM) Enterprise and Data Center SSDs (Photo: Business Wire)

Kioxia Corporation: SSD รุ่น PCIe(R) 4.0 NVMe(TM) สำหรับองค์กรและศูนย์ข้อมูล (ภาพ: บิสิเนสไวร์)

โดยเป็นผู้นำยาวนานในการพัฒนา SSD รุ่น PCIe®4.0 NVMe™, Kioxia ได้ผลักดันขีดจำกัดของประสิทธิภาพการจัดเก็บข้อมูลแบบแฟลช  Kioxia เป็นบริษัทแรกที่ได้นำเสนอ SSD รุ่น PCIe® 4.0 ต่อสาธารณะ[2] และตอนนี้เป็นบริษัทแรกที่เริ่มจัดจำหน่ายไดรฟ์รุ่นใหม่นี้

SSD รุ่น NVMe ซีรี่ส์ CM6 สำหรับองค์กร

SSD รุ่น PCIe® 4.0, Gen4 4lane (หรือพอร์ตคู่ 2lane) และ NVMe™ 1.4 ซีรี่ส์ CM6 สำหรับองค์กรของ Kioxia นั้นมีพอร์ตคู่สำหรับความพร้อมระดับสูงและมอบประสิทธิภาพ read/write แบบ sequential และ random  ที่ดีที่สุดในหมู่รุ่นเดียวกันที่มีความเร็วถึง 6.9 GB/s และ 1.4M IOPS นับเป็นการเพิ่มความเร็วจาก PCIe® 3.0 รุ่นก่อนถึงสองเท่าและเร็วกว่าไดรฟ์ SATA ทั่วไปถึง 12 เท่า[4]  

CM6 นั้น ถูกออกแบบมาสำหรับการใช้งานในองค์กรและกรณีการใช้งานที่รวมถึงการประมวลผลประสิทธิภาพสูง ปัญญาประดิษฐ์ เลเยอร์แคช การเทรดและการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน โดยมีความจุได้ถึง 30.72TB[5]

SSD รุ่น NVMe ซีรี่ส์ CD6 สำหรับศูนย์ข้อมูล

SSD รุ่น PCIe® 4.0, Gen4 4lane และ NVMe™ 1.4 ซีรี่ส์ CD6 สำหรับศูนย์ข้อมูลนั้นมีพอร์ตเดี่ยวสำหรับเซิร์ฟเวอร์และออกแบบมาสำหรับศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่และการใช้งานทั่วไปเช่นฐานข้อมูล สภาพแวดล้อมคลาวด์/คอนเทนเนอร์ เว็บเซิร์ฟเวอร์ และการสตรีมสื่อ  ซีรีย์ CD6 นั้นมีความจุสูงถึง 15.36TB พร้อมความเร็ว through สูงสุด 6.2GB/s และประสิทธิภาพ random access 1.0 M IOPS

ทั้งซีรีส์ CM6 และ CD6 มี 1 DWPD (Drive Write per Day) และ 3 DWPD[6] และมีตัวเลือกความปลอดภัยและการเข้ารหัสมากมาย[7]  นอกจากนี้ SSD ใหม่ยังผ่านการปฏิบัติตาม PCI-SIG Workshop ได้สำเร็จและอยู่ในรายชื่ออุปกรณ์ NVMe™ 1.4 ที่สนับสนุนของ UNH-IOL Integrator

หมายเหตุ

[1] ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ 30.72TB มีกำหนดให้วางจำหน่ายหลังจากเดือนมิถุนายน
[2] จัดแสดงในงาน Flash Memory Summit ในเดือนสิงหาคม 2562
[3] ข้อมูล ณ วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2020 ในหมวดหมู่ของ SSD ระดับองค์กร  จากการสำรวจของ Kioxia Corporation
[4] เทียบกับผลิตภัณฑ์ Kioxia อินเตอร์เฟส SATA ที่มีอยู่  จากการสำรวจของ Kioxia Corporation การประเมินประสิทธิภาพเป็นข้อมูลเบื้องต้นและอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
[5] คำจำกัดความของความจุ: Kioxia Corporation กำหนดเมกะไบต์ (MB) เป็น 1,000,000 ไบต์ กิกะไบต์ (GB) เป็น 1,000,000,000 ไบต์ และเทราไบต์ (TB) เป็น 1,000,000,000,000 ไบต์  อย่างไรก็ตามระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์รายงานความจุหน่วยเก็บข้อมูลโดยใช้กำลัง 2 สำหรับคำจำกัดความ 1GB = 2 ^ 30 ไบต์ = 1,073,741,824 ไบต์, 1TB = 2 ^ 40 ไบต์ = 1,099,511,627,776 ไบต์ ดังนั้นจึงมีความจุหน่วยเก็บข้อมูลน้อยลง  พื้นที่เก็บข้อมูลที่มีอยู่ (รวมถึงตัวอย่างของไฟล์สื่อต่างๆ) จะแตกต่างกันไปตามขนาดไฟล์ การจัดรูปแบบ การตั้งค่าซอฟต์แวร์ และระบบปฏิบัติการเช่นระบบปฏิบัติการ Microsoft® และ/หรือแอปพลิเคชันซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งล่วงหน้าหรือเนื้อหาสื่อ  ความจุที่ฟอร์แมตจริงอาจแตกต่างกันไป
[6] รุ่น 1DWPD จะมีขนาดความจุ 960GB ถึง 30.72TB ในขณะที่รุ่น 3DWPD จะมีขนาดความจุ 800GB ถึง 12.8TB
[7] ความพร้อมใช้งานของตัวเลือกความปลอดภัย/การเข้ารหัสอาจแตกต่างกันไปตามภูมิภาค

* PCI Express และ PCIe เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ PCI-SIG
* NVMe เป็นเครื่องหมายการค้าของ NVM Express, Inc.
* Microsoft เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนหรือเครื่องหมายการค้าของ Microsoft Corporation ในสหรัฐอเมริกาและ/หรือประเทศอื่น ๆ
* ชื่อบริษัท ชื่อผลิตภัณฑ์ และชื่อบริการที่กล่าวถึงในที่นี้อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทนั้น ๆ

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง:

* CM6 Series ใหม่และ SSD สำหรับองค์กรของ Kioxia https://business.kioxia.com/en-jp/ssd/enterprise-ssd.html
* CD6 Series ใหม่และ SSD สำหรับศูนย์ข้อมูลของ Kioxia
https://business.kioxia.com/en-jp/ssd/data-center-ssd.html

สอบถามข้อมูลสำหรับลูกค้า:
Kioxia Corporation
Sales Promotion Division (ฝ่ายสนับสนุนการขาย)
โทร: +81-3-6478-2427
https://business.kioxia.com/en-jp/buy/global-sales.html

*ข้อมูลในเอกสารนี้ รวมถึงราคาและข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาของบริการ และข้อมูลการติดต่อถูกต้องในวันที่ประกาศ แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า .

ดูต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200220005997/en/

สอบถามสำหรับสื่อ:
Kioxia Corporation
Sales Strategic Planning Division (ฝ่ายวางแผนกลยุทธ์การขาย)
Koji Takahata
โทร: +81-3-6478-2404

การศึกษาของ HKBU เผยอีโมติคอนส่งผลต่อการรับรู้เกี่ยวกับการบริการลูกค้า

Logo

ฮ่องกง–(BUSINESS WIRE)–20 กุมภาพันธ์ 2563

ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันสัญลักษณ์รูปแสดงอารมณ์หรืออีโมติคอนได้รับความนิยมพุ่งสูงขึ้นและขยายเข้าไปอยู่ในวงการการค้าเป็นที่เรียบร้อย แต่อีโมติคอนในความสัมพันธ์เชิงพาณิชย์นี้ได้รับการต้อนรับจากลูกค้าหรือไม่ ในงานวิจัยชิ้นใหม่ Dr. Shirley Xueni Li และ Prof. Kimmy Wa Chan แห่งสถาบัน Hong Kong Baptist University School of Business พบว่าอีโมติคอนที่ใช้ในบทสนทนาของการบริการเชิงพาณิชย์มีส่วนกำหนดการรับรู้ของลูกค้าต่อธุรกิจนั้น

ผู้ให้บริการที่ใช้อีโมติคอนถูกมองว่ามีความเป็นมิตรมากกว่าแต่มีความสามารถน้อยกว่า

การศึกษาดังกล่าวพบว่าการใช้อีโมติคอนของพนักงานบริการลูกค้าให้ผลที่มีความขัดแย้งกัน จากโพลสำรวจผู้เข้าร่วม พบว่าพนักงานบริการลูกค้าที่ใช้อีโมติคอนมีความเป็นมิตรมากกว่าแต่ก็มีความสามารถน้อยกว่าพนักงานที่หลีกเลี่ยงการใช้อีโมติคอน ผลสรุปนี้เป็นจริงไม่ว่าพนักงานบริการลูกค้าจะใช้อีโมติคอนแบบภาพหรือแบบข้อความ (เช่น 🙂 ) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพลังของอีโมติคอนนั้นไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยกราฟิกและสีสันที่สะดุดตาเพียงอย่างเดียว

ความชอบส่วนตัวของผู้รับสารส่งผลอย่างมากต่อการรับรู้ผ่านอีโมติคอน

ความชอบและความคาดหวังส่วนบุคคลของลูกค้าต่อรูปแบบที่ควรจะเป็นของความสัมพันธ์ในการให้บริการมีบทบาทอย่างมากต่อการที่ผู้ส่งอีโมติคอนจะถูกมองในท้ายที่สุด ลูกค้าที่มีแนวโน้มชอบสังคม (เช่น ลูกค้าที่ชอบความสัมพันธ์ที่เป็นมิตรมากกว่าจากแบรนด์) มักมองผู้ให้บริการที่ใช้อีโมติคอนว่ามีความเป็นมิตรมากกว่า ซึ่งทำให้พวกเขารู้สึกพึงพอใจกับบริการมากขึ้น ตรงกันข้าม ลูกค้าที่มีแนวโน้มแลกเปลี่ยนซื้อขายอย่างเดียว (เช่น ลูกค้าที่มีความสัมพันธ์กับแบรนด์เพื่อการซื้อขายเพียงอย่างเดียว) มักมองพนักงานบริการลูกค้าที่ใช้อีโมติคอนว่ามีความสามารถน้อยกว่าทำให้พวกเขามีแนวโน้มที่จะรู้สึกพึงพอใจน้อยกว่า ผลกระทบเหล่านี้พบกับการใช้อีโมติคอนทุกแบบ ไม่ว่าจะเป็นอีโมติคอนเชิงบวกหรือเชิงลบ

ในสถานการณ์ที่เกิดความไม่พึงพอใจในบริการ การใช้อีโมติคอนยิ่งจะทำให้เกิดผลในทางลบมากขึ้น

เมื่อบริการมีแนวโน้มสร้างความไม่พึงพอใจและมีความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหา การศึกษานี้อธิบายว่าลูกค้าทุกราย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้ากลุ่มที่ต้องการมีปฏิสัมพันธ์หรือลูกค้าที่ต้องการแลกเปลี่ยนบริการเท่านั้น จะยิ่งให้ความสำคัญกับเรื่องความสามารถมากกว่าเรื่องความเป็นมิตร ในสถานการณ์เหล่านี้ การใช้อีโมติคอนโดยตัวแทนบริการลูกค้ามักทำให้สถานการณ์แย่ลงกว่าเดิม

เมื่อมีการส่งมอบบริการที่เป็นเลิศ การใช้อีโมติคอนช่วยกระตุ้นพฤติกรรมในการซื้อสินค้าของลูกค้า

เมื่อพนักงานบริการลูกค้าสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้แบบเกินคาด (เช่น แสดงออกถึงการให้ดูแลเป็นพิเศษอย่างกระตือรือร้น หรือด้วยความรู้อย่างมืออาชีพ) พร้อมข้อความที่มีอีโมติคอนอยู่ด้วย การศึกษาพบว่าลูกค้ามีแนวโน้มที่จะซื้อสินค้า ด้วยตระหนักเช่นนี้ บริษัทต่าง ๆ จะได้รับประโยชน์จากการสนับสนุนการใช้อีโมติคอนในกลุ่มตัวแทนบริการลูกค้าของบริษัทอย่างแน่นอน หากบริษัทมั่นใจว่าพวกเขาสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ด้วยบริการอันเป็นเลิศ

การวิจัยยังชี้ให้เห็นว่าธุรกิจควรตระหนักถึงการนำอีโมติคอนมาใช้ในการสร้างปฏิสัมพันธ์ด้านการบริการ เมื่อการบริการถูกส่งมอบอย่างเต็มความสามารถและในเวลาที่เหมาะสม ผู้รับบริการจะมองทั้งพนักงานและแบรนด์โดยรวมว่ามีความเป็นมิตร ช่วยเหลือได้ และเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น แต่หากนำไปใช้อย่างผิด ๆ อีโมติคอนสามารถทำให้สถานการณ์แย่ลงได้ และส่งผลให้ความสามารถของพนักงานและบริษัทถูกมองว่าลดลง

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://bus.hkbu.edu.hk.

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20200220005312/en/

สื่อ:
HKBU School of Business
Eva Sham
อีเมล: Evasham@hkbu.edu.hk

Thai Herald

Do NOT follow this link or you will be banned from the site!