FPT Software เปิดสำนักงานใหม่ในประเทศไทย ตั้งเป้าเป็นบริษัทไอที 30 อันดับแรกของประเทศ

Logo

BANGKOK–(BUSINESS WIRE)–1 ธันวาคม 2022

เมื่อเร็วๆ นี้ FPT Software ผู้ให้บริการโซลูชันไอทีชั้นนำของเวียดนาม ได้ประกาศเปิดสำนักงานแห่งใหม่ในกรุงเทพฯ ประเทศไทย สาขานี้มีเป้าหมายที่จะเป็นบริษัทไอทีชั้นนำ 30 อันดับแรกในประเทศไทย โดยช่วยเหลือการปรับเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์ของ FPT Software เพื่อขยายการดำเนินงานไปทั่วโลก

FPT Software’s representatives and distinguished guests at the Appreciation Dinner to celebrate the office opening on November 22 (Photo: Business Wire)

ตัวแทนของ FPT Software และแขกผู้มีเกียรติในงานเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเฉลิมฉลองการเปิดสำนักงานในวันที่ 22 พฤศจิกายน (ภาพ: Business Wire)

ฯพณฯ Phan Chi Thanh เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามประจำประเทศไทย, วรนุช เดชะไกศยะ ประธาน KBTG, จรุง เกียรติสุภาพงศ์ รองประธาน KBTG, CHRO Nguyen Tuan Minh ของ FPT Software, Nguyen Hoang Trung รองประธานของ FPT Software, FPT Greater Bay Indochina (FPT GBI – บริษัทในเครือของ FPT Software ) CEO Levi Nguyen และแขกผู้มีเกียรติท่านอื่น ๆ ได้เข้าร่วมพิธีเปิด

ในงาน ฯพณฯ Phan Chi Thanh เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามประจำประเทศไทย ได้เน้นย้ำถึงความร่วมมืออย่างรอบด้านระหว่างไทยและเวียดนาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเศรษฐกิจดิจิทัล เอกอัครราชทูตยังเชื่อว่าด้วยความสามารถด้านไอทีของ FPT Software บริษัทสามารถมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างความสัมพันธ์นี้และเร่งการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลได้

โดยมีการคาดว่าสาขากรุงเทพฯ จะตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลในประเทศไทยได้ Levi Nguyen CEO ของ FPT GBI กล่าวว่า “เราตั้งเป้าที่จะขยายกำลังแรงงานในท้องถิ่นของเราให้เป็นวิศวกรไอทีคุณภาพสูง 500 คนในอีก 3 ปีข้างหน้า และร่วมงานกับบริษัทไทยจากหลากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งรวมถึงการค้าปลีก, BFSI, การผลิต และอื่น ๆ อีกมากมาย”

ตามที่ CEO ของ FPT GBI กล่าวว่า สำนักงานใหม่จะช่วยให้ FPT Software ทำงานอย่างใกล้ชิดกับองค์กรชั้นนำในประเทศไทยในโครงการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล “ปรัชญาของบริษัทของเราคือการอยู่ใกล้ชิดกับลูกค้า ดังนั้นสำนักงานนี้จะช่วยให้เราสามารถให้บริการได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น” กล่าวโดย Levi

CEO ของ FPT GBI กล่าวเสริมว่า “นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถที่แข็งแกร่งและทรัพยากรของบริษัทในแพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น Make ของธนาคารกสิกรไทย Alive & Vitality ของ AIA ตลอดจนเทคโนโลยีอื่น ๆ เช่น Cloud, Data, Artificial Intelligence และ Cyber ​​Security”

วรนุช เดชะไกศยะ ประธาน KBTG กล่าวในงานว่า “ดิฉันเคยไปเยี่ยมชมวิทยาเขตของ FPT Software ในเวียดนามมาก่อน และไม่เห็นความแตกต่างจาก Silicon Valley ในสหรัฐอเมริกามากนัก ดิฉันดีใจที่ได้สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับบริษัทไอทีชั้นนำอย่าง FPT Software พวกเขามีผู้เชี่ยวชาญกว่า 100 คนที่อุทิศตัวเพื่อสนับสนุนแพลตฟอร์มดิจิทัลและระบบหลักของเรา และเราวางแผนที่จะเพิ่มเป็นสองเท่าในปี 2023″

เวียดนามและไทยกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล โดยรัฐบาลทั้งสองได้แนะนำกรอบการทำงานและโครงการต่าง ๆ ในการปลดล็อกศักยภาพการทำงานร่วมกันระหว่างบริษัทของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะในภาคส่วนไอซีที ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศจะคิดเป็น 20% ถึง 30% ของ GDP ภายในปี 20301 ในฐานะบริษัทไอทีชั้นนำของเวียดนาม FPT Software มุ่งมั่นที่จะส่งเสริมความร่วมมือระยะยาวในการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลระหว่างเวียดนามและไทย

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา FPT Software ดำรงอยู่อย่างแข็งแกร่งใน 7 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย ออสเตรเลีย เวียดนาม ไทย อินโดนีเซีย และจีน (รวมถึงฮ่องกง) ทำให้สามารถให้บริการด้านไอทีแบบครบวงจรแก่ธุรกิจทุกภาคส่วน บริษัทตั้งเป้าหมายที่จะเป็นหนึ่งใน 50 อันดับแรกของผู้ให้บริการการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลระดับโลกภายในปี 2030

สำนักงานใหม่ของ FPT Software ตั้งอยู่ที่อาคารธนภูมิ ชั้น 10 โซน C ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร

เกี่ยวกับ FPT Software

FPT Software เป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีและไอทีระดับโลกที่มีสำนักงานใหญ่ในเวียดนาม โดยมีรายได้มากกว่า 632.5 ล้านดอลลาร์และพนักงาน 25,500 คนใน 28 ประเทศ ในฐานะผู้บุกเบิกการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล บริษัทได้ให้บริการระดับโลกในโรงงานอัจฉริยะ แพลตฟอร์มดิจิทัล RPA, AI, IoT, คลาวด์, AR/VR, BPO และอื่น ๆ ซึ่งให้บริการลูกค้ามากกว่า 1,000 รายทั่วโลก โดยหลายร้อยรายเป็นบริษัทที่ติดอันดับ Fortune Global 500 ในด้านยานยนต์ การธนาคารและการเงิน โลจิสติกส์และการขนส่ง สาธารณูปโภค และอื่น ๆ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชมที่ http://www.fpt-software.com

_________________________
1 เศรษฐกิจดิจิทัลของไทยมีแนวโน้มคิดเป็น 30% ของ GDP ภายในปี 2030: รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(https://www.nationthailand.com/blogs/in-focus/40008944)

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ติดต่อ

สื่อ
Mai Duong (Ms.)
FPT Software
ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์
อีเมล: MCP.PR@fsoft.com.vn
เว็บไซต์: https://www.fpt-software.com/newsroom/

แหล่งที่มา: FPT Software

Eco Expo Asia 2022 กลับมาอีกครั้งในเดือนธันวาคมด้วยธีม “นวัตกรรมเพื่อความเป็นกลางของระดับคาร์บอน”

Logo

แนวโน้มที่ดีขึ้นเมื่อฮ่องกงยุติการกักบริเวณในโรงแรม

ฮ่องกง–(BUSINESS WIRE)–28 พฤศจิกายน 2022

งาน Eco Expo Asia 2022 ซึ่งจัดร่วมกันโดยองค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกงและ Messe Frankfurt (HK) Ltd และร่วมจัดโดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมและนิเวศวิทยาภาครัฐของเขตปกครองพิเศษฮ่องกง เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 14 ถึง 17 ธันวาคม ที่ศูนย์การประชุมและนิทรรศการฮ่องกง งานแสดงสินค้าจัดขึ้นภายใต้รูปแบบไฮบริด EXHIBITION+ รูปแบบใหม่ล่าสุด โดยนอกจากจะให้ผู้แสดงสินค้าและผู้ซื้อติดต่อกันแบบเจอตัวกันจริงๆ แล้ว ก็ยังมีช่องทางให้พูดคุยกันผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ “Click2Match” อีกด้วย โดยงานนี้จะจัดถึงวันที่ 24 ธันวาคม โดยเปิดโอกาสให้องค์กรต่างๆ พบกับ “หนทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” ทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ในเชิงรุก

Eco Expo Asia 2022 returns in December (Photo: Business Wire)

Eco Expo Asia 2022 กลับมาอีกครั้งในเดือนธันวาคมนี้ (ภาพ: Business Wire)

ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน รัฐบาลเขตปกครองพิเศษฮ่องกงจะขอยุติการกักตัวสำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศด้วยนโยบายใหม่ “0+3” ผู้เดินทางเข้าประเทศไม่ต้องทดสอบ PCR ก่อนบินและไม่ต้องกักตัวในโรงแรมที่กำหนดอีกต่อไป ผู้เดินทางเข้าประเทศที่มีรหัสสีเหลืองในช่วงสามวันของการเฝ้าระวังทางการแพทย์จะได้รับอนุญาตให้เข้างานแสดงที่เกี่ยวข้องทางธุรกิจได้

ธีมของ Eco Expo Asia 2022 คือ “นวัตกรรมสะอาดเพื่อความเป็นกลางของระดับคาร์บอน” โดยมุ่งเน้นนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่สามารถช่วยลดคาร์บอนในโลก ในฐานะงานสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมสิ่งแวดล้อม งานแสดงสินค้าในปีนี้จะประกอบด้วยผู้จัดแสดงสินค้ากว่า 200 รายจากเก้าประเทศและภูมิภาคโดยแบ่งออกเป็นเก้าโซนพิเศษ ซึ่งมีตั้งแต่หมวดการขนส่งจนถึงการเงินที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และอีกมากมาย เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้เกิดการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือระหว่างอุตสาหกรรมต่างๆ โดยที่รักษาความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

โซนพิเศษสำหรับสามประเทศและภูมิภาคจะกลับมาอีกครั้งในปีนี้ ซึ่งประกอบด้วยแคนาคา ฮ่องกง และญี่ปุ่น โซนญี่ปุ่นจะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นมาก โดยมีผู้แสดงสินค้าประมาณ 30 รายที่มาพร้อมผลิตภัณฑ์ โซลูชันและเทคโนโลยีล่าสุดด้านการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การอัปไซเคิลทรัพยากร รวมถึงการเงินที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและ ESG ซึ่งเป็นการนำเสนอนวัตกรรมของญี่ปุ่นที่ดีที่สุด

งานประชุม Eco Asia ปีนี้เป็นงานที่พลาดไม่ได้ เพราะในงานจะมีวิทยากรรุ่นใหญ่มาแบ่งปันมุมมองในหัวข้อต่างๆ เช่น รูปแบบธุรกิจหมุนเวียน” “เศรษฐกิจไฮโดรเจน” “การดัดแปลงให้อาคารใช้พลังงานได้มีประสิทธิภาพและการเงินที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

งานนี้จะเปิดให้คนทั่วไปเข้าชมในวันสุดท้ายเพื่อส่งเสริมการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยผู้เข้าชมสามารถเข้าร่วมเวิร์กช็อปด้านสิ่งแวดล้อม ตลาดสีเขียว และงานสัมมนาต่างๆ ได้

นักธุรกิจ: ลงทะเบียนเลยตอนนี้เพื่อรับบัตรฟรี https://bit.ly/3OKv9Wo

คนทั่วไป: ลงทะเบียนเลยตอนนี้เพื่อสัมผัสชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม https://bit.ly/3FacHDn

เว็บไซต์ : www.ecoexpoasia.com

ดูเวอร์ชันของแหล่งข้อมูลใน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20221128005301/en/

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ข้อมูลติดต่อ

โปรดติดต่อฝ่ายจัดนิทรรศการของ HKTDC:
Jojo Li
โทร: (852) 22404136
อีเมล: jojo.ty.li@hktdc.org

แหล่งข้อมูล: Hong Kong Trade Development Council

การประเมิน IRAP ของออสเตรเลียยอมรับว่า Boomi มอบการควบคุมความปลอดภัยที่ครอบคลุม

Logo

  • Boomi เสร็จสิ้นการประเมินอิสระสำหรับการควบคุมความปลอดภัยบนคลาวด์ภายใต้กรอบ IRAP ของรัฐบาลออสเตรเลีย

เชสเตอร์บรูค เพนซิลเวเนีย–(BUSINESS WIRE)–29 พฤศจิกายน 2022

Boomi™ ผู้นำด้านการเชื่อมต่ออัจฉริยะและระบบอัตโนมัติ ประกาศในวันนี้ว่า Boomi AtomSphere™ Platform ได้รับการประเมินอิสระสำหรับการรักษาความปลอดภัยบนคลาวด์เทียบกับการควบคุมที่ได้รับการป้องกันโดยคู่มือความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (ISM) ของรัฐบาลออสเตรเลีย

Australia’s IRAP Assessment Recognizes Boomi to Provide Comprehensive Security Controls (Graphic: Business Wire)

การประเมิน IRAP ของออสเตรเลียยอมรับว่า Boomi มอบการควบคุมความปลอดภัยที่ครอบคลุม (กราฟิก: Business Wire)

การประเมินนี้ดำเนินการภายใน Australian Signals Directorate (ASD) Information Security Registered Assessors Program (IRAP) ซึ่งเป็นกรอบการทำงานทั่วไปที่ได้รับการยอมรับจากหน่วยงานรัฐบาลออสเตรเลียในการประเมินท่าทางความปลอดภัยของผู้ขาย ที่เป็นการสานต่อ โมเมนตัมของ Boomi ในตลาดภาครัฐ

“การเร่งการประสานงานของภาครัฐของออสเตรเลียให้ความสำคัญกับการจัดลำดับความสำคัญของการใช้ข้อมูลในการตัดสินใจและการกำหนดข้อมูลให้เป็นทรัพย์สินของชาติที่ใช้ร่วมกัน” กล่าวโดย Nathan Gower ผู้อำนวยการ ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ของ Boomi “การมีมาตรฐานที่จำเป็นสำหรับการปกป้องข้อมูล และการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่มีอยู่ทั่วหน่วยงานและเขตอำนาจศาลนั้นมีความสำคัญในโลกของคลาวด์ในปัจจุบัน และการผ่านการประเมิน IRAP ของเราถือเป็นการยืนยันว่าเทคโนโลยีของเราพร้อมใช้งานสำหรับภาครัฐของออสเตรเลียและสามารถดำเนินการได้อย่างปลอดภัยในระดับที่ได้รับการปกป้องภายในสภาพแวดล้อมคลาวด์ของพวกเขา”

การประเมินที่ระดับ PROTECTED ถือว่า Boomi มอบการควบคุมความปลอดภัยที่ครอบคลุมในการออกแบบระบบและประสิทธิภาพการดำเนินงานทั่วทั้งแพลตฟอร์มบูรณาการแบบใช้โค้ดน้อยในฐานะบริการ (iPaaS) ซึ่งรวมถึง Master Data Hub, การจัดการ B2B/EDI, การจัดการ API และการจัดการกระแสงาน

มาตรการรักษาความปลอดภัยของ Boomi ในการจัดเก็บ ประมวลผล และสื่อสารข้อมูลช่วยให้หน่วยงานรัฐบาลสามารถซื้อแพลตฟอร์ม Boomi AtomSphere ได้โดยไม่ต้องทำการประเมินด้วยตนเอง นอกจากนี้ยังสนับสนุนการขยายงานเชิงพาณิชย์กับองค์กรหลายแห่งในออสเตรเลียที่ยอมรับ IRAP เป็นมาตรฐานสูงสุดสำหรับการประเมินความปลอดภัยของระบบคลาวด์

Boomi ฉลองรางวัลมากมายสำหรับความเป็นเลิศด้านผลิตภัณฑ์และวัฒนธรรม รวมถึงรางวัล  Gold Globee® Award ในประเภท Platform as a Service (PaaS), รางวัล Stevie® ระดับนานาชาติสองรางวัลสำหรับบริษัทยอดเยี่ยมแห่งปีและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ โดยเป็นหนึ่งในสถานที่ทำงานที่ดีที่สุดของนิตยสาร Inc. และรางวัล Comparably สองรางวัลสำหรับสุดยอด CEO สำหรับความหลากหลายและบริษัทที่ดีที่สุดสำหรับการเติบโตในสายอาชีพ

Boomi ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีที่เติบโตเร็วที่สุดและมีนวัตกรรมมากที่สุดในอเมริกาในรายชื่อ Deloitte Technology Fast 500™ และ Inc. 5000 ล่าสุด Boomi ได้สร้างสถิติอุตสาหกรรมสำหรับฐานลูกค้าที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาผู้จำหน่ายแพลตฟอร์มบูรณาการ เพิ่มผู้นำระดับโลก และขยายขอบเขตไปทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง

Boomi ได้รับตำแหน่งผู้นำใน Gartner® Magic Quadrant™ สำหรับการบริการแพลตฟอร์มระดับองค์กร (EiPaaS) เป็นเวลาแปดปีติดต่อกัน

ในฐานะบริษัทชั้นนำด้านการบริการซอฟต์แวร์ (SaaS) ระดับโลก Boomi นำเสนอชุมชนผู้ใช้ที่กำลังเติบโตซึ่งมีสมาชิกมากกว่า 100,000 ราย และเป็นหนึ่งในอาร์เรย์ของผู้รวมระบบระดับโลก (GSI) ที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่แพลตฟอร์มรวมการบริการ (iPaaS) บริษัทมีเครือข่ายพันธมิตรทั่วโลกประมาณ 800 ราย ซึ่งรวมถึง Accenture, Deloitte, SAP และ Snowflake และเป็นพันธมิตรกับผู้ให้บริการคลาวด์ไฮเปอร์สเกลเลอร์รายใหญ่ที่สุด ซึ่งรวมถึง Amazon Web Services, Google และ Microsoft เป็นต้น

แพลตฟอร์มแบบเนทีฟคลาวด์ที่ใช้ low-code ของ Boomi ช่วยให้องค์กรต่าง ๆ ในทุกอุตสาหกรรมเชื่อมต่อแอปพลิเคชันข้อมูล ปรับปรุงกระแสงาน และมอบประสบการณ์ลูกค้าที่บูรณาการมากขึ้น

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

ข้อจำกัดความรับผิดชอบของ Gartner:

Gartner, Magic Quadrant for Enterprise Integration Platform as a Service, Eric Thoo, Keith Guttridge, Bindi Bhullar, Shameen Pillai, Abhishek Singh, 29 กันยายน 2021.

Gartner ไม่รับรองผู้จำหน่าย ผลิตภัณฑ์ หรือบริการใด ๆ ที่ปรากฎในเอกสารเผยแพร่งานวิจัยของบริษัท และไม่แนะนำให้ผู้ใช้เทคโนโลยีเลือกเฉพาะผู้จำหน่ายที่มีคะแนนสูงสุดหรือตำแหน่งอื่น ๆ เอกสารเผยแพร่งานวิจัยของ Gartner ประกอบด้วยความคิดเห็นขององค์กรวิจัยของ Gartner และไม่ควรได้รับการตีความว่าเป็นข้อเท็จจริง Gartner ปฏิเสธการรับประกันทั้งหมด ไม่ว่าโดยชัดแจ้งหรือโดยปริยาย ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยนี้ รวมถึงการรับประกันใด ๆ ของความสามารถในการขายหรือความเหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เฉพาะ GARTNER และ Magic Quadrant เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนและเครื่องหมายบริการของ Gartner, Inc. และ/หรือบริษัทในเครือในสหรัฐอเมริกาและต่างประเทศ และนำมาใช้ในที่นี้โดยได้รับอนุญาต ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมด ไปใช้ ทำซ้ำ ดัดแปลง แก้ไข ก่อนได้รับอนุญาต หมายเหตุ: Boomi เป็นที่รู้จักในนาม Dell Boomi ตั้งแต่ปี 2014 ถึง 2019

เกี่ยวกับ Boomi

Boomi มุ่งมั่นที่จะทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้นด้วยการเชื่อมต่อทุกคนเข้ากับทุกสิ่งและทุกที่ Boomi เป็นผู้บุกเบิกแพลตฟอร์มรวมการบริการ (iPaaS) และปัจจุบันเป็นบริษัทซอฟต์แวร์เชิงบริการ (SaaS) ชั้นนำระดับโลก Boomi นำเสนอฐานลูกค้าที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาผู้จำหน่ายแพลตฟอร์มการผสานรวมและเครือข่ายทั่วโลกของพันธมิตรกว่า 800 ราย ซึ่งรวมถึง Accenture, Capgemini, Deloitte, SAP และ Snowflake องค์กรระดับโลกหันมาใช้แพลตฟอร์มที่ได้รับรางวัลของ Boomi เพื่อค้นหา บริหาร และจัดการข้อมูล ขณะที่เชื่อมต่อแอปพลิเคชัน กระบวนการ และผู้คนเพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้นและรวดเร็วขึ้น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ http://www.boomi.com

© 2022 Boomi, LP. Boomi, โลโก้ 'B', Boomiverse และ AtomSphere เป็นเครื่องหมายการค้าของ Boomi, LP หรือบริษัทย่อยหรือบริษัทในเครือ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมด ไปใช้ ทำซ้ำ ดัดแปลง แก้ไข ก่อนได้รับอนุญาต ชื่อหรือเครื่องหมายอื่น ๆ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของเจ้าของที่เกี่ยวข้อง

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20221128005027/en/

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ข้อมูลติดต่อ

สื่อ:

Jasmine Ee

หัวหน้าฝ่ายสื่อและนักวิเคราะห์สัมพันธ์ใน APJ ที่ Boomi
jasmine.ee@boomi.com

แหล่งที่มา: Boomi

รายงาน Emerging Trends in Real Estate® ของ ULI และ PwC พบว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเอเชียพบความหวังแม้ในช่วงซบเซา

Logo

ฮ่องกงและสิงคโปร์–(BUSINESS WIRE)–24 พฤศจิกายน 2022

รายงาน Emerging Trends in Real Estate® Asia Pacific ฉบับที่ 17 ซึ่งเป็นการคาดการณ์อสังหาริมทรัพย์ระดับภูมิภาคที่จัดพิมพ์ร่วมกันโดย Urban Land Institute (ULI) และ PwC เผยให้เห็นความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ลดลง เนื่องจากความกังวลเรื่องต้นทุนหนี้ที่เพิ่มขึ้น อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น และภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก โดยรายงานชิ้นนี้อ้างอิงจากการสำรวจผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ 233 คน และการสัมภาษณ์นักลงทุน นักพัฒนา ตัวแทนบริษัทอสังหาริมทรัพย์ และนายหน้าผู้ปล่อยกู้ 101 คน

เงินเฟ้อทั่วโลก เศรษฐกิจที่ถดถอย และความเสื่อมโทรมของตัวชี้วัดทั่วโลกยังคงมีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นต่อไป ทำให้นักลงทุนเลือกที่จะระงับการซื้อจนกว่าจะเห็นชัดขึ้นว่าผลกระทบจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกนั้นจะเป็นอย่างไร เห็นได้ชัดว่าปริมาณธุรกรรมในภูมิภาคลดลง โดยจำนวนธุรกรรมในไตรมาสที่สามในเอเชียแปซิฟิกลดลง 38% เมื่อเทียบเป็นรายปีเหลือ 32,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นปริมาณการซื้อขายในไตรมาสสามที่ต่ำที่สุดในรอบ 10 ปีในภูมิภาคนี้ จีนแผ่นดินใหญ่มีสัดส่วนการลดลงมากที่สุดโดยลดลง 23% เมื่อเทียบเป็นรายปี

David Faulkner, President of ULI Asia Pacific กล่าวว่า “อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นและเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวกำลังเริ่มส่งผลกระทบต่อการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ในภูมิภาค และเปลี่ยนวิธีที่นักลงทุนประเมินดีลที่จะเกิดขึ้น ในฐานะการป้องกันเงินเฟ้อในระยะยาว อสังหาริมทรัพย์จะยังคงดึงเงินทุน แต่ขณะเดียวกันก็มีแนวโน้มที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เนื่องจากสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่มีการพัฒนาและวิธีที่ผู้คนใช้สภาพแวดล้อมที่สร้างขึ้นที่เปลี่ยนแปลงไป”

ตลาดชั้นนำสำหรับโอกาสการลงทุนในภูมิภาคนี้มีลักษณะเป็นตลาดที่มีสภาพคล่องสูงและวิธีแบบ Flight-to-Safety สิงคโปร์ โตเกียว และซิดนีย์ยังคงครองตำแหน่งตลาดสามอันดับแรก ด้วยวิกฤตสภาพคล่องอย่างต่อเนื่องในภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีนแผ่นดินใหญ่และความเข้มงวดที่เป็นผลจากการแพร่ระบาดที่ยังไม่จบลง สิงคโปร์จึงได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนทิศทางของเงินทุนที่อาจถูกวางไว้ในสินทรัพย์ในจีนแผ่นดินใหญ่และเขตบริหารพิเศษฮ่องกง โตเกียวยังคงได้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมที่อัตราดอกเบี้ยใกล้ศูนย์ ซึ่งช่วยให้แน่ใจว่าต้นทุนการกู้ยืมจะลดลงและส่วนต่างที่เป็นบวกจะมากกว่าต้นทุนของหนี้ แม้จะมีการผ่อนปรนกฎต่างๆ เกี่ยวกับโรคโควิดในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง แต่สถานะของตลาดการค้าและที่อยู่อาศัยที่แพงที่สุดในเอเชียแปซิฟิกทำให้เกิดความเสี่ยงท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เศรษฐกิจถดถอยซึ่งมีอัตราเงินเฟ้อสูงในปัจจุบัน

Stuart Porter, Asia Pacific Real Estate Tax Leader กล่าวว่า “สภาวะตลาดที่แตกแยกที่ยังไม่สิ้นสุดทำให้สิงคโปร์และโตเกียวสามารถรักษาตำแหน่งสูงสุดในฐานะเมืองที่มีแนวโน้มการลงทุนที่สดใสที่สุด แม้ว่าปัจจัยเสริมแต่ละเมืองจะแตกต่างกันอย่างชัดเจน เมื่อสำรวจโอกาสในภูมิภาคนี้ นักลงทุนควรใช้แนวทางที่ระมัดระวังมากขึ้นในการซื้อสินทรัพย์ใหม่ในตลาดเอเชียบางแห่ง และเปลี่ยนความสนใจจากประเภทสินทรัพย์ทั่วไปเป็นพื้นที่เฉพาะที่หลากหลายซึ่งดูแล้วมีอนาคตกว่าแทน ซึ่งรวมถึงสินทรัพย์กันชนและธีมเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเบี่ยงเบนความสนใจไปจากสินทรัพย์กระแสหลัก เช่น สำนักงานและภาคการค้าปลีกที่ได้รับความนิยมมาแต่เดิม”

นักลงทุนได้เริ่มปรับกลยุทธ์ไปยังอสังหาริมทรัพย์กันชนที่ทนทานต่อแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่ไม่ปกติ และหันไปหาสินทรัพย์ที่สามารถเสนอคุณลักษณะต่างๆ เช่น การจัดทำดัชนีค่าเช่า ระยะเวลาการเช่าที่สั้นลง และรายได้ประจำที่น่าเชื่อถือ ครอบครัวหลายครอบครัว โรงแรม บ้านพักคนชรา และภาคส่วนโลจิสติกส์ถือเป็นสินทรัพย์กันชนที่ดี ภาคส่วนย่อยของเศรษฐกิจใหม่ เช่น ศูนย์ข้อมูล โครงสร้างพื้นฐานห้องเย็น สิ่งอำนวยความสะดวกด้านชีววิทยาศาสตร์ และพื้นที่จัดเก็บด้วยตนเอง ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในฐานะเครื่องมือการลงทุนที่ทนต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอย เนื่องจากปัจจัยต่างๆ ที่รวมกัน ไม่ว่าจะเป็นการครอบครอง 5G ที่เพิ่มขึ้น โครงสร้างที่ไม่เพียงพอเพื่อรองรับ อุปสงค์และวิวัฒนาการของห่วงโซ่อุปทานที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น ด้วยการระดมทุนใหม่ 16,000 ล้านเหรียญสหรัฐสำหรับกลยุทธ์ที่ฉวยโอกาสในภาคส่วนย่อยเหล่านี้ในเอเชียแปซิฟิก ซึ่งมากกว่าสามเท่าของยอดรวมทั้งหมดในปี 2021 ลอจิสติกส์น่าจะยังคงความน่าสนใจต่อไปสำหรับนักลงทุนที่จะเข้าสู่ปี 2023

ด้วยแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มความเสี่ยงในการพัฒนา โครงการพัฒนาที่กินเวลายาวนานจึงถูกระงับไว้ก่อน นักลงทุนยังปรับเปลี่ยนการรับประกันภัยโดยการตั้งส่วนสำรองสำหรับอัตราการออกที่สูงขึ้น การลดการใช้หนี้ การซื้อวัสดุล่วงหน้า รวมถึงการใช้แนวทาง “วิศวกรรมมูลค่า” เพื่อค้นหาความประหยัดผ่านการวิเคราะห์พารามิเตอร์สรุปการออกแบบที่เข้มงวดมากขึ้น

ภาคสำนักงานยังคงเป็นประเภทสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้ ทรัพย์สินที่สำคัญในเขตธุรกิจและเขตต่างๆ มักจะขาดตลาดอยู่เสมอ และเป็นเป้าหมายของกองทุนหลักระดับภูมิภาคที่แข่งขันกันเพื่อวางทุน ในขณะเดียวกัน ก็คาดว่าจะยังคงมีช่องว่างด้านราคาที่กว้างระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายต่อไปอีกระยะหนึ่ง

ดูรายงานฉบับเต็มได้ที่นี่

เกี่ยวกับ Urban Land Institute

พันธกิจของ Urban Land Institute (ULI) คือการกำหนดอนาคตของสภาพแวดล้อมที่สร้างขึ้นสำหรับผลกระทบด้านการเปลี่ยนแปลงในชุมชนทั่วโลก ULI มีสมาชิกมากกว่า 2,600 รายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ULI Asia Pacific ที่ asia.uli.org

เกี่ยวกับ PwC – ทั่วโลก

ที่ PwC จุดประสงค์ของเราคือการสร้างความไว้วางใจในสังคมและแก้ปัญหาที่สำคัญ เราเป็นเครือข่ายบริษัที่อยู่ใน 152 ประเทศ โดยมีพนักงานเกือบ 328,000 คนที่มุ่งมั่นที่จะให้บริการด้านการรับประกัน ที่ปรึกษา และภาษีที่มีคุณภาพ ดูข้อมูลเพิ่มเติมและบอกเราถึงสิ่งที่สำคัญสำหรับคุณได้ที่ www.pwc.com

PwC หมายถึงเครือข่าย PwC และ/หรือบริษัทสมาชิกหนึ่งแห่งขึ้นไป ซึ่งแต่ละแห่งเป็นนิติบุคคลแยกต่างหาก โปรดดู www.pwc.com/structure เพื่ออ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ข้อมูลติดต่อ

ULI Media Enquiries: media@uli.org

แหล่งข้อมูล: Urban Land Institute

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่https://www.businesswire.com/news/home/52977613/en

Toshiba เป็นผู้ชนะรางวัล World Electronics Achievement Awards ของ AspenCore

Logo

KAWASAKI, Japan–(BUSINESS WIRE)–24 พฤศจิกายน 2022

Toshiba Devices & Storage (Shanghai) Co., Ltd. บริษัทสาขาในเซี่ยงไฮ้ของ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation (“Toshiba”) เป็นผู้ชนะเลิศประเภท “Power Semiconductor/Driver of the Year” ในงาน World Electronics Achievement Awards (WEAA) 2022 โดย Toshiba Devices & Storage (Shanghai) Co., Ltd. ได้เข้ารับรางวัลในพิธีซึ่งจัดขึ้นที่เมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2022

Toshiba is a Winner at AspenCore World Electronics Achievement Awards (Photo: Business Wire)

Toshiba เป็นผู้ชนะรางวัล World Electronics Achievement Awards ของ AspenCore (ภาพ: Business Wire)

AspenCore ซึ่งตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกาเป็นหนึ่งในกลุ่มสื่อเทคโนโลยีชั้นนำของโลก และทุก ๆ ปี WEAA ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจะมีการยกย่องบริษัทและบุคคลที่มีส่วนร่วมอย่างโดดเด่นในด้านนวัตกรรมและการพัฒนาอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ในปีนี้ XPQR3004PB MOSFET ของ Toshiba ซึ่งเป็นทรานซิสเตอร์สนามไฟฟ้าของสารกึ่งตัวนำโลหะออกไซด์แรงดันต่ำเชิงกลยุทธ์ ได้รับรางวัล “Power Semiconductor/Driver of the Year”

Tsutomu Nomura ประธานบริษัท Toshiba Devices & Storage (Shanghai) Co., Ltd. กล่าวว่า “เรามีความยินดีที่ได้รับการยกย่องจาก WEAA อันทรงเกียรติ โดยเป็นปีที่ห้าติดต่อกันที่ผลิตภัณฑ์ของเราได้รับรางวัล Toshiba มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการจัดหาอุตสาหกรรมยานยนต์และภาคส่วนอื่น ๆ ด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กำลังที่ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของอุปกรณ์และเพิ่มความเป็นกลางทางคาร์บอน”

XPQR3004PB ที่เปิดตัวในปีงบประมาณนี้ เป็น MOSFET แรงดันต่ำ 40V ที่มี N-channel สำหรับการใช้งานในยานยนต์ เหมาะสำหรับสวิตช์แบตเตอรี่ในรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและมอเตอร์ช่วยขับขี่ในรถยนต์ไฮบริด ทั้งยังเป็นแม่พิมพ์ UMOS IX ที่ก้าวหน้าที่สุดของ Toshiba และรวมอยู่ในแพ็คเกจ L-TOGL™ ซึ่ง AspenCore รับรองว่า มีกระแสไฟฟ้าสูง ความสามารถในการกระจายความร้อนสูง และความน่าเชื่อถือสูง

จากนี้ Toshiba จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในธุรกิจสารกึ่งตัวนำกำลัง (power semiconductor) ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความสามารถในการประหยัดพลังงานสูง และนำไปสู่สังคมที่ใช้พลังงานต่ำและความเป็นกลางทางคาร์บอน

* TOGL™ เป็นเครื่องหมายการค้าของ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation

* ชื่อบริษัท ชื่อผลิตภัณฑ์ และชื่อบริการอื่น ๆ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทนั้น ๆ

* ข้อมูลในเอกสารนี้ รวมถึงราคาและข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาบริการ และข้อมูลติดต่อ เป็นข้อมูลปัจจุบัน ณ วันที่ประกาศ แต่อาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เกี่ยวกับ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation ซัพพลายเออร์ชั้นนำด้านโซลูชันเซมิคอนดักเตอร์และอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลขั้นสูง ระดมประสบการณ์และนวัตกรรมกว่าครึ่งศตวรรษเพื่อนำเสนอเซมิคอนดักเตอร์แบบแยก ระบบ LSI และผลิตภัณฑ์ HDD ให้กับลูกค้าและคู่ค้าทางธุรกิจ

พนักงานของบริษัทจำนวน 23,000 คนทั่วโลกมีความมุ่งมั่นร่วมกันในการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ให้สูงสุด และส่งเสริมความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับลูกค้าในการสร้างมูลค่าร่วมกันและการเปิดตลาดใหม่ ปัจจุบัน Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation ที่มียอดขายต่อปีทะลุ 8.5 แสนล้านเยน (7.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ) ตั้งตารอที่จะสร้างและมีส่วนร่วมเพื่ออนาคตที่ดีกว่าสำหรับผู้คนทุกหนทุกแห่ง

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/top.html

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/52977612/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ติดต่อ

Customer Inquiries:
ติดต่อเรา

รายชื่อติดต่อหากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมด้านสื่อ:
K.Tanaka, S.Mihashi
กลุ่มงานสื่อสารองค์กรและข่าวกรองการตลาด
ฝ่ายวางแผนกลยุทธ์
Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation
โทร: +81-44-548-2122
อีเมล: tdsc-publicrelations@ml.toshiba.co.jp

แหล่งที่มา: Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation

หมู่บ้านชอนจูฮันอกพร้อมนำเสนอทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่สวยงาม

Logo

ชอนจู เกาหลีใต้–(BUSINESS WIRE)–24 พฤศจิายน 2022

Jeonju City ประกาศว่า “โครงการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกทางวัฒนธรรมหมู่บ้านฮันอกและตรอกซอกซอยยามค่ำคืน” เสร็จสมบูรณ์แล้ว

Jeonju Hanok Village offers a new unique atmosphere to its night view: Jeonju Daesaseupcheong (Photo: Business Wire)

หมู่บ้านชอนจูฮันอกนำเสนอบรรยากาศใหม่ที่ไม่ซ้ำใครสำหรับทิวทัศน์ยามค่ำคืนของหมู่บ้าน: Jeonju Daesaseupcheong (รูปภาพ: Business Wire)

ขณะนี้ได้มีการให้บริการนักท่องเที่ยวและประชาชนให้สามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่สวยงามได้อย่างปลอดภัย โดยคาดว่าหมู่บ้านฮันอกจะมีการเพิ่มให้บริการทัวร์รอบดึกด้วย

Jeonju City ได้ติดตั้งไฟตกแต่งสวนที่ถนนแทโจ ถนนสายหลักของหมู่บ้านฮันอก และอุปกรณ์ให้แสงสว่าง รวมถึงโคมไฟแบบดั้งเดิมในสถานที่ทางวัฒนธรรมและตรอกซอกซอย เพื่อช่วยให้ผู้มาเยือนได้เพลิดเพลินกับบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์ของหมู่บ้านชอนจูฮันอกในตอนกลางคืน

โคมไฟชองซาโชรง (Cheongsachorong) ที่ติดไว้ตามทางเข้าหมู่บ้านสร้างโซนเงาหลังจากปิดไฟในร้านค้า และเพื่อรับรองความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและผู้มาเยือน Jeonju City ได้ปรับปรุงสภาพแวดล้อมของหมู่บ้านผ่านโครงการปรับปรุงทิวทัศน์ยามค่ำคืน

ทั้งยังมีการติดตั้งแสงสว่างภายนอกในสถานที่ต่าง ๆ ทางวัฒนธรรม เช่น ศูนย์วัฒนธรรม Jeonju Fan, พิพิธภัณฑ์วรรณกรรม Choi Myeong Hee, Daesaseupcheong, Marudal, ศูนย์วัฒนธรรม Wanpanbon และพื้นที่ศิลปะสร้างสรรค์ต่าง ๆ เพื่อเพิ่ม “แสงไฟอันอบอุ่น” ให้กับสถานที่ต่างๆ ทางวัฒนธรรมที่ฮันอก

นอกจากนี้ Jeonju City ยังมีการติดตั้งโคมไฟแบบดั้งเดิมและโคมไฟติดผนังเพื่อเปลี่ยนตรอกซอกซอยที่เงียบสงบให้เป็นถนนที่ปลอดภัยซึ่งเต็มไปด้วยแสงไฟอันอบอุ่น

“เราได้ปรับเปลี่ยนหมู่บ้านชอนจูฮันอก ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเกาหลีและระดับโลก ผ่านโครงการนี้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลินกับความงามและเสน่ห์ของหมู่บ้านในยามค่ำคืน” ผู้อำนวยการ Heo Gap-su จากแผนกสนับสนุนหมู่บ้านฮันอกของ Jeonju City กล่าว “เราจะทุ่มเทความพยายามของเราต่อไปในการปรับปรุงภูมิทัศน์เพื่อให้หมู่บ้านชอนจูฮันอกเป็นที่จดจำของนักท่องเที่ยวและเป็นสถานที่ที่พวกเขาจะกลับมาเยี่ยมชมอีกครั้งทั้งในยามกลางวันและกลางคืน”

แกลเลอรีรูปภาพ/มัลติมีเดีย: https://www.businesswire.com/news/home/52977732/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ติดต่อ

JEONJU CITY
Inuk Hwang
+82-63-281-2226
inuk0614@korea.kr

แหล่งข้อมูล: JEONJU CITY


Mary Kay ให้ความสำคัญในการยกระดับการพัฒนาผู้ประกอบการที่เป็นสตรีทั่วโลกผ่านความร่วมมือกับพันธมิตร

Logo

เพื่อเป็นการรำลึกถึงวันผู้ประกอบการสตรี (Women’s Entrepreneurship Day) Mary Kay มีการผสานงานร่วมมือกันกับพันธมิตรเพื่อปลดล็อกศักยภาพของผู้ประกอบการที่เป็นสตรีในทุกแห่งหน

DALLAS–(BUSINESS WIRE)–23 พฤศจิกายน 2022 

Mary Kay Inc. ผู้สนับสนุนหลักในการเสริมสร้างพลังอำนาจทางเศรษฐกิจให้แก่สตรีและความเท่าเทียมทางเพศ จัดงานวันผู้ประกอบการสตรีขึ้นในวันนี้ โดยยืนยันความมุ่งมั่นระดับสากลที่มีต่อผู้ประกอบการที่เป็นสตรีผ่านความร่วมมือจากพันธมิตรต่าง ๆ ที่มุ่งเน้นการยกระดับและพัฒนาผู้ประกอบการที่เป็นสตรี

Deborah Gibbins, Mary Kay’s Chief Operating Officer (Photo courtesy: Mary Kay Inc.)

Deborah Gibbins ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฎิบัติการของ Mary Kay (เอื้อเฟื้อภาพโดย Mary Kay Inc.)

Mary Kay ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาผู้ประกอบการที่มีการดำเนินการในเกือบ 35 ประเทศ เป็นผู้สนับสนุนหลักในการส่งเสริมสตรีและสนับสนุนแรงบันดาลใจในการเป็นผู้ประกอบการมาเกือบ 60 ปี โดยบริษัทมีการร่วมมือกันกับพันธมิตรต่าง ๆ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มุ่งเน้นให้มีผลระดับสากล และช่วยขจัดอุปสรรคในการเสริมสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจของสตรี และผสานรวมพลังของสตรีในระบบนิเวศของผู้ประกอบการ

ศักยภาพและความท้าทายในการเป็นผู้ประกอบการที่เป็นสตรี

การขยายการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของผู้หญิงจะช่วยยกระดับครอบครัว เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับชุมชน และทำให้สังคมมีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น จากข้อมูลรายงานแสดงให้เห็นว่า ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะลงทุนเพิ่มสูงถึง 90% จากรายได้ในครอบครัวและชุมชนท้องถิ่น 1 การวิจัยยังแสดงให้เห็นว่า ธุรกิจที่ผู้หญิงเป็นเจ้าของสามารถฟื้นตัวได้ไว มีความคล่องตัว และมีความยั่งยืนสูง แม้จะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ไม่เสถียร 2 ธุรกิจที่ผู้หญิงเป็นเจ้าของมักจะตอบสนองต่อวิกฤตการณ์ด้วยนวัตกรรมในการจัดการกับความท้าทายระดับสากลที่มีความเสี่ยงสูง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ

นอกเหนือจากผลกระทบทวีคูณในการเป็นผู้ประกอบการที่เป็นสตรี สตรีในธุรกิจยังคงเผชิญกับอุปสรรคทั่วโลกอันเป็นผลมาจากโอกาสในการเข้าถึงเงินทุนที่ไม่เท่าเทียมกัน การศึกษาระดับมืออาชีพ การมีส่วนร่วมในห่วงโซ่คุณค่าระดับโลก และการเข้าถึงตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์และบริการของพวกเธอ ทั้งหมดนี้เป็นอุปสรรคจากกฎหมายความไม่เท่าเทียมกัน 2022 Women, Business and the Law Report พบว่า ผู้หญิงในวัยทำงานกว่า 2.4 พันล้านคนยังคงไม่ได้รับสิทธิทางเศรษฐกิจเท่ากันกับผู้ชาย 3

ความท้าทายนี้เป็นวงกว้างมากจน 2022 Global Gender Gap Report มีการระบุว่า จะต้องใช้เวลาถึง 151 ปีกว่าจะสามารถปิดช่องว่างสำหรับการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจและช่องว่างระว่างเพศได้ 4

เมื่อผู้หญิงถูกกีดกันจากระบบนิเวศของการเป็นผู้ประกอบการ นั่นหมายถึง บริษัทและนักลงทุนกำลังพลาดโอกาสในการลงทุนครั้งใหญ่ อย่างเช่นในยุโรป มีผลจากการศึกษาว่า ถึงแม้ว่าผู้หญิงจะได้รับเงินลงทุนน้อยกว่าผู้ชายกึ่งหนึ่ง แต่บริษัทของพวกเธอก็สามารถสร้างรายได้สูงกว่าเป็นสองเท่าสำหรับทุกดอลลาร์ที่ลงทุนไป 5

โดยสอดคล้องกับพันธกิจในการส่งเสริมให้ผู้หญิงมีชีวิตที่ดีขึ้น Mary Kay และพันธมิตรมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาผู้ประกอบการที่เป็นสตรีและสนับสนุนผู้ประกอบการที่เป็นสตรีในทุกแห่งหน

การตระหนักว่า การเสริมกำลังอำนาจของผู้หญิงและความเท่าเทียมทางเพศเป็นปัจจัยสำคัญในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ซึ่งเป็นกลยุทธ์ความยั่งยืน 10 ปีของ Mary Kay ที่เปิดตัวในปี 2021 ในเรื่อง การสร้างเสริมชีวิตในวันนี้ให้ดียิ่งขึ้นเพื่อความยั่งยืนในอนาคต ถือเป็นการสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศและความมุ่งมั่นหลักในการเสริมศักยภาพให้แก่สตรี 5 ล้านคนทั่วโลกภายในปี 2030 ผ่านการริเริ่มและความร่วมมือที่สำคัญ การส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจของสตรีให้ก้าวหน้าไม่เพียงส่งผลดีต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน แต่ยังทำให้มั่นใจได้ว่า ทุกคนจะมีชีวิตที่ดีและเท่าเทียมกัน ซึ่งเป็นหลักการสำคัญสำหรับวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนในปี 2030

“ด้วยแรงบันดาลใจจากพันธกิจของเราในฐานะที่เป็นบริษัทพัฒนาผู้ประกอบการที่ก่อตั้งขึ้นโดยสตรีเพื่อสตรี เราเชื่อว่าการลงทุนและการส่งเสริมสตรีให้ตระหนักถึงประโยชน์ที่พวกเขาจะได้รับจากการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจ ไม่เพียงเฉพาะในเชิงเศรษฐกิจ แต่ยังรวมถึงสังคมโดยรวมด้วยเช่นกัน เรากำลังปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์สำหรับผู้ประกอบการที่เป็นสตรีโดยการจัดการกับอุปสรรคที่พวกเธอจะต้องเผชิญ โดยผ่านพันธมิตรหลักเพื่อยกระดับสถานะที่เป็นอยู่ให้ดียิ่งขึ้น” Deborah Gibbins ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฎิบัติการของ Mary Kay Inc. กล่าว

ความร่วมมือที่สำคัญซึ่งดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาผู้ประกอบการที่เป็นสตรีทั่วโลก ได้แก่

  • โครงการหมู่บ้านนำร่อง SDG ในประเทศจีนเป็นโครงการพัฒนาเพื่อลดความยากจนที่มุ่งเน้นสตรี
    • การตระหนักในการพัฒนาชีวิตของผู้หญิงในชนบท ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการต่อสู้กับความยากจนและการบรรลุการพัฒนาอย่างยั่งยืน UNDP China และ Mary Kay ร่วมมือกับรัฐบาลจีน ภาครัฐ และพันธมิตร NGO ได้เปิดตัว โครงการหมู่บ้านนำร่อง SDG ใน Waipula มณฑลยูนนาน ประเทศจีน ในปี 20176 โดยโครงการร่วมดังกล่าวเป็นการขจัดอุปสรรคในการพัฒนาผู้ประกอบการที่เป็นสตรีโดยสร้างเสริมการคุ้มครองทางสังคมและการสร้างโอกาสในการเป็นผู้ประกอบการรายใหม่ ด้วยการสนับสนุนการยกระดับความเป็นผู้นำที่เป็นสตรีให้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจสำหรับชุมชน
    • อันเป็นผลจากโครงการที่มุ่งเน้นทางเพศ (เฟส I: 2017-2021):
      • อัตราความยากจนในท้องถิ่นภายในหมู่บ้านลดลงจาก 28% ในปี 2017 เป็น 0% ในปี 2020
      • ด้วยการฝึกอบรมและสร้างเสริมศักยภาพ 60 ครัวเรือน และ 193 รายที่เคยมีความเป็นอยู่ยากแค้นได้มีชีวิตที่ดีขึ้นและไม่อยู่ในกลุ่มยากจนในปี 2020
      • แรงงานข้ามชาติตามฤดูกาล 210 ราย และแรงงานข้ามชาติถาวร 120 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานสตรี สามารถกลับไปทำงานที่ภูมิลำเนาหรือเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง และกลับไปอยู่ร่วมกับลูกหลานและครอบครัวได้
      • ผู้หญิงในท้องถิ่น 607 ราย มีงานทำและมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยบางคนได้รับโอกาสเป็นผู้นำชุมชน มีบทบาทเป็นสมาชิกของคณะกรรมการหมู่บ้าน และเป็นผู้จัดการในงานต้อนรับและศิลปะในท้องถิ่น
      • รายได้ต่อหัวประชากรเพิ่มขึ้นเป็น 14,128 หยวน / 2,107 ดอลลาร์ ในปี 2021
      • โครงการขยายการพัฒนาหมู่บ้าน SDG 12 แห่ง จาก 17 แห่ง
  • The WE Empower UN SDG Challenge – การสนับสนุนผู้ประกอบการทางสังคมที่เป็นสตรี
    • นับจากปี 2019 Mary Kay เป็นพันธมิตรหลักของ The WE Empower UN SDG Challenge โดยมีความคิดริเริ่มที่นำโดย Vital Voices และ Global Futures Laboratory ที่ Arizona State University ซึ่งการแข่งขันประจำปีนี้จะเป็นการคัดหาผู้ประกอบการที่เป็นสตรี 5 รายที่พัฒนา SDG ในชุมชนของพวกเขาและผู้ชนะจะได้รับการฝึกอบรมการสร้างเสริมศักยภาพและเข้าพบปะกับผู้เชี่ยวชาญทางธุรกิจทั่วโลก
  • The Women’s Entrepreneurship Accelerator
    • ในปี 2019 ร่วมกับ 6 หน่วยงานของ UN Mary Kay ได้จัดตั้ง Women’s Entrepreneurship Accelerator (WEA) ขึ้น โดยมีพันธกิจในการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการทำงานสำหรับผู้ประกอบการที่เป็นสตรี
    • หน่วยงานของ UN ทั้ง 6 หน่วยงานที่ร่วมก่อตั้ง WEA ขึ้นประกอบด้วย International Labour Organization (ILO), International Trade Centre (ITC), International Telecommunication Union (ITU), UN Global Compact (UNGC), the United Nations Development Programme (UNDP) และ UN Women

ความสำเร็จขั้นสำคัญผ่านโปรแกรม WOMEN’S ENTREPRENEURSHIP ACCELERATOR ได้แก่

  • การพัฒนานโยบายผู้ประกอบการในเม็กซิโกและบราซิล
    • ในช่วงปี 2020 และ 2021 ILO ได้ดำเนินการและทำรายงานการประเมินเงื่อนไขเชิงนโยบาลเกี่ยวกับการพัฒนาผู้ประกอบการที่เป็นสตรี (WED) ซึ่งมีผลกระทบต่อการเป็นผู้ประกอบการที่เป็นสตรีในภาคเชิงพาณิชย์และภาคอุตสาหกรรมในเม็กซิโกซิตี้ ด้วยการสนับสนุนจาก WEA การประเมินนี้ประกอบด้วยชุดคำแนะนำที่สามารถนำไปปฏิบัติได้ 19 ข้อสำหรับการรับมือกับช่องว่างทางสถาบันที่มีอยู่สำหรับผู้ประกอบการที่เป็นสตรี ในบราซิล ILO มีการทำงานร่วมกับ Serviçio Nacional de Aprendizagem Industrial (SENAI) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาผู้ประกอบการที่เป็นสตรีผ่านการสื่อสารและการรณรงค์เพื่อสร้างความตระหนัก การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างศักยภาพ และกิจกรรมต่าง ๆ
  • การเปิดตัว Women’s Entrepreneurship EXPO
    • ในปี 2021 Women’s Entrepreneurship EXPO ครั้งแรกที่จัดขึ้นโดย UN Women โดยได้รับการสนับสนุนจาก Mary Kay ได้จัดค่ายฝึกปฏิบัติทั่วภูมิภาคยุโรปและเอเชียกลาง (ECA) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการที่เป็นสตรีในการดึงดูดการลงทุน โดย Investors Pitch Finale สิ้นสุดลงในเดือนเมษายน ปี 2022 ซึ่งมีผู้ประกอบการที่เป็นสตรี 25 คนจาก 9 ประเทศ (ตุรกี บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา จอร์เจีย คาซัคสถาน โคโซโว คีร์กีซสถาน มาซิโคเนียเหนือ มอลโดวา และเซอร์เบีย) เข้าร่วมนำเสนอแผนธุรกิจตั้งต้นและการเริ่มต้นธุรกิจและเผชิญกับปัญหาความท้าทายที่ผู้ประกอบการที่เป็นสตรีต้องเผชิญในการขยายธุรกิจ นั่นก็คือ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน หลังการนำเสนอ นักลงทุนได้ให้การสนับสนุนทางการเงิน คำปรึกษา และโอกาสในการสร้างเครือข่ายให้แก่ผู้ประกอบการที่เป็นสตรีเพื่อช่วยในการขยายธุรกิจของพวกเขา
    • ในเดือนนี้ Women’s Entrepreneurship EXPO ครั้งที่สอง ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่าง PricewaterhouseCoopersEuropean Bank for Reconstruction and Development และ Yildiz Holding ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Women’s Entrepreneurship Accelerator และได้รับการสนับสนุนจาก Mary Kay โดยมีการนำผู้ประกอบการที่เป็นสตรีและพันธมิตรทางธุรกิจเข้ามารวมตัวกัน เพื่อระดมความคิดและดำเนินการอย่างเฉพาะเจาะจงในการพัฒนาภูมิทัศน์สำหรับการพัฒนาผู้ประกอบการที่เป็นสตรี
  • การพัฒนาทักษะทางธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ไฟแรง
    • ITC SheTrades เปิดคอร์สออนไลน์ฟรีโปรแกรมแรก โปรแกรมประกาศนียบัตรการเป็นผู้ประกอบการ โดยได้รับการสนับสนุนจาก WEA ในเดือนมกราคม ปี 2022 และจัดทำโดย Mary Kay โดยลักสูตรดิจิทัล 27 โมดูลซึ่งครอบคลุม 7 ชั้นตอนหลักของเส้นทางการเป็นผู้ประกอบการ มีให้บริการทั้งภาษาอังกฤษ สเปน ฝรั่งเศส และเร็ว ๆ นี้จะมีการขยายบริการในภาษาอาหรับ รัสเซีย และจีน หลักสูตรนี้ประกอบด้วย 200 วิดีโอ และมีเป้าหมายเพื่อสอนทักษะในการออกแบบและเริ่มต้นธุรกิจ โดยผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้วิธีการปรับใช้วัฒนธรรมการเป็นผู้ประกอบการ พัฒนาแนวคิดทางธุรกิจ และเรียนรู้วิธีการเริ่มต้นธุรกิจ จัดเตรียมโมเดลธุรกิจ ออกแบบการนำเสนอ ระบุแหล่งเงินทุน ค้นหาพันธมิตรและที่ปรึกษาที่เหมาะสม และการสร้างทีม
    • ในปี 2022 ITU ได้พัฒนาโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาช่องว่างทางทักษะด้านดิจิทัลในเพศต่าง โดยนำเสนอให้ผู้หญิงและเด็กสามารถเข้าร่วมโครงการได้ฟรี สามารถเรียนรู้ในโมดูลที่มีคุณภาพสูง ซึ่งจำเป็นต่อการพัฒนาเศรษฐกิจด้านดิจิทัล โครงการนี้จะมีการแปลเป็นหลายภาษาในปี 2023 โดยได้รับการสนับสนุนจาก Mary Kay ซึ่งโครงการนี้จะประกอบด้วย โมดูลออนไลน์ 17 โมดูล ตัวอย่างเช่น การฝึกอบรมทักษะด้านดิจิทัลโดยทั่วไปในภาคสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ที่เป็นสตรี และทักษะด้านการจัดการด้านเทคโนโลยีสำหรับผู้ประกอบการที่เป็นสตรี ซึ่งโมดูลการเรียนรู้เหล่านี้จะมีการฝึกอบรมวิชาชีพในวงกว้างสำหรับผู้ประกอบการที่เป็นสตรีทุกคน โดยไม่คำนึงถึงสถานที่หรือจุดมุ่งเน้นทางธุรกิจ
  • การเปิดตัว Global Advocacy Brief เพื่อให้ภาคเอกชนสามารถมีส่วนร่วมใน Gender-Responsive Procurement (GRP)
    • ในปี 2022 UN Women ได้มีการเปิดตัว Advocacy Brief เพื่อสนับสนุน WEA หัวข้อกลยุทธ์ในการจัดซื้อจัดจ้าง เหตุผลที่การจัดซื้อจัดจ้างที่ครอบคลุมทุกเพศทุกวัยมีความเหมาะสมทางธุรกิจ และรวมถึงคำกล่าวจาก Deb Gibbins ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฎิบัติการของ Mary Kay บทสรุปนี้มุ่งเน้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและความยืดหยุ่นในการรับมือวิกฤตการณ์ในกรณีที่ผู้หญิงและผู้ชายมีสิทธิเท่าเทียมกัน นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับประโยชน์ในการสร้างเสริมการมีส่วนร่วมของผู้หญิงในห่วงโซ่อุปทานของภาคเอกชน เพื่อส่งเสริมการเติบโตและการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยจะมีการพูดคุยท่ามกลางผู้มีส่วนร่วม 374 รายเพื่อสร้างแนวทางธุรกิจที่ควรใช้ GRP
  • เปิดตัวการแข่งขันด้านนวัตกรรมในการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่ครอบคลุมทุกเพศทุกวัย
    • ITU ที่สนับสนุนโดย Mary Kay จะมีการจัดการแข่งขันด้านนวัตกรรมแบบเปิดในเดือนหน้า โดยคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญจะเลือกแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดทางดิจิทัล 10 แนวทาง และโซลูชันดิจิทัลเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ครอบคลุมทุกเพศทุกวัยสำหรับสตาร์ทอัพและสเกลอัพเพื่อรับมือกับหลายอุปสรรคที่ผู้ประกอบการที่เป็นสตรีจะต้องเผชิญในการพัฒนาเทคโนโลยี ผู้ชนะจะได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึงโปรแกรมระบบนิเวศนวัตกรรมดิจิทัล และจะได้รับการเสริมสร้างศักยภาพและได้รับการให้คำปรึกษาเฉพาะด้าน

เกี่ยวกับ Mary Kay

Mary Kay Ash หนึ่งในผู้บุกเบิกเพดานกระจกดั้งเดิม ได้สานฝันของตัวเองในการตั้งบริษัทเสริมความงามในปี 1963 โดยมีเป้าหมายเดียวคือ การทำให้ผู้หญิงมีชีวิตที่ดียิ่งขึ้น และขยายฝันกลายเป็นบริษัทมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ที่มีพนักงานขายอิสระหลายล้านคนในเกือบ 40 ประเทศในทุกวันนี้ ในฐานะบริษัทพัฒนาผู้ประกอบการ Mary Kay มุ่งมั่นที่จะส่งเสริมผู้หญิงผ่านการศึกษา การให้คำปรึกษา การสนับสนุน การสร้างเครือข่าย และนวัตกรรม Mary Kay ทุ่มเทในการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์ที่เป็นเบื้องหลังของความงามและการผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ทันสมัย เครื่องสำอาง อาหารเสริม และน้ำหอม Mary Kay เชื่อมั่นในการทำให้ชีวิตดีขึ้นในวันนี้เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน โดยมีการร่วมมือกับองค์กรต่าง ๆ จากทั่วโลกที่มุ่งเน้นการส่งเสริมความเป็นเลิศทางธุรกิจ สนับสนุนการวิจัยโรคมะเร็ง ยกระดับความเท่าเทียมทางเพศ ปกป้องผู้ได้รับการละเมิดในครอบครัว สร้างเสริมชุมชนให้ดียิ่งขึ้น และสนับสนุนเด็ก ๆ ให้ทำตามความฝันของตัวเอง เรียนรู้เพิ่มเติมได้ ที่ marykayglobal.com ค้นหาเราได้ที่ FacebookInstagram และ LinkedIn หรือติดตามเราได้ที่ Twitter

________________

1 Harvard Business Review. 2013. “The Global Rise of Female Entrepreneurs.”
2 BNP Paribas Wealth Management. 2020. “2020 Global Entrepreneur Report.” จากรายงานปี 2020 54% ของผู้ประกอบการที่เป็นสตรีระบุว่า นอกเหนือจากรายได้แล้ว การลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ยังเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จสูงสุดในการลงทุน เมื่อเทียบกับผู้ชายที่มีเพียง 41 เปอร์เซ็นต์
3 World Bank. 2022. “Women, Business and the Law 2022.”
4 World Economic Forum. 2022. “Global Gender Gap Report 2022.”
5 European Investment Bank. 2020. “Funding women entrepreneurs: How to empower growth.”
6 พันธมิตร ได้แก่ The China Women’s Development Foundation, the China International Center for Economic and Technical Exchanges, the Women’s Federation of Yunnan Province and Yongren County Government.

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/52976803/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ติดต่อ

Mary Kay Inc. Corporate Communications
marykay.com/newsroom
972.687.5332 or media@mkcorp.com

แหล่งข้อมูล: Mary Kay Inc.

พนักงานมีความสุขเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกฉลองวันผู้ปกครอง

Logo

ฮานอย เวียดนาม–(BUSINESS WIRE)–21 พฤศจิกายน 2022

ในขณะที่ทั่วโลกกำลังปลดพนักงานด้านเทคโนโลยี FPT Software ซึ่งเป็นธุรกิจไอทีชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ต้อนรับผู้ปกครองของพนักงานหลายพันคนมาที่สำนักงานเพื่อแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจและมุ่งมั่นที่จะมอบสภาพการทำงานที่ดีที่สุดให้กับพนักงาน

Thousands of employees’ parents are welcomed at FPT Software’s offices across the country (Photo: Business Wire)

ผู้ปกครองของพนักงานหลายพันคนได้รับการต้อนรับที่สำนักงานของ FPT Software ทั่วประเทศ (ภาพ: Business Wire)

ตั้งแต่ปี 2006 วันที่ 19 พฤศจิกายนได้กลายเป็นวันผู้ปกครองสำหรับ FPT Software เพื่อแสดงความขอบคุณต่อผู้ปกครองของพนักงาน โดยจัดขึ้น 1 วันก่อนวันครูของเวียดนามโดยมีความคิดที่ว่าผู้ปกครองควรได้รับเกียรติก่อน ซึ่งบ่งบอกถึงวัฒนธรรมประจำชาติ

งานปีนี้ใช้ธีม “พาผู้ปกครองไปทำงาน” และจัดขึ้นในสี่เมืองใหญ่ โดยมีผู้ปกครองหลายพันคนมาเยี่ยมบริษัท FPT Software ถึงที่ ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีแห่งแรกในเวียดนามที่ริเริ่มแนวคิดนี้ร่วมกับ Google หรือ LinkedIn

ผู้ปกครองของพนักงานจะได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับสถานที่ทำงานของลูก ๆ หลาน ๆ จากจุดนั้นก็จะได้สัมผัสกับงานทำงานตลอดวัน ตั้งแต่การประชุมบริษัทไปจนถึงพื้นที่รับประทานอาหารกลางวันของบริษัท สิ่งนี้ทำให้ผู้ปกครองมีโอกาสได้เห็นกับตาตัวเองว่าลูก ๆ หลาน ๆ ทำอะไรกันบ้างเมื่อมาทำงาน ซึ่งช่วยให้ครอบครัวคุยกันรู้เรื่องมากขึ้น

วันผู้ปกครองเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นที่สุดของปี ไม่เพียงแต่พนักงานของ FPT Software เท่านั้น แต่ผู้ปกครองก็ด้วย พนักงานชาวเวียดนามหลายพันคนที่ทำงานในสาขาต่าง ๆ ทั่วโลก แม้จะไม่สามารถกลับบ้านได้ แต่ก็ได้เชิญผู้ปกครองให้มาร่วมงาน

ในเช้าวันที่อากาศแจ่มใส ทุก ๆ พื้นที่ทำงานของ FPT Software มีผู้ปกครองที่ภาคภูมิใจมากมายนับไม่ถ้วนแวะเวียนกันมา พร้อมเสียงหัวเราะ ความสนุกสนาน และความสุข น้ำตาหลั่งไหลและรับฟังถ้อยคำกันอย่างจริงใจ

Ms. Chu Thi Thanh Ha ประธานบริษัท FPT Software กล่าวในงานว่า “ความสำเร็จของ FPT Software ไม่อาจเกิดขึ้นได้หากปราศจากความทุ่มเทของพนักงานทุกคนและการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากผู้ปกครอง” และสนับสนุนให้พนักงานบริษัทใช้เวลากับครอบครัวมากขึ้น “สำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่ ไม่มีอะไรยาใจได้ดีไปกว่าการได้รับข้อความหรือได้รับโทรศัพท์จากลูก ๆ ทุกวัน”

FPT Software มุ่งมั่นที่จะจัดหาสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีที่สุดให้กับพนักงาน โดยบริษัทกำลังสร้างระบบแคมปัสตามมาตรฐานของบริษัทไอทีชั้นนำอย่าง Google หรือ Facebook นอกจากนี้ พนักงานและครอบครัวยังได้รับการสนับสนุนด้วยดอกเบี้ยเงินกู้ที่อยู่อาศัยและรถยนต์ การดูแลสุขภาพ และการศึกษาจาก FPT Group ด้วย

ความทุ่มเทนี้ทำให้ FPT Software ได้รับรางวัลจาก Great Place to Work® ในฐานะหนึ่งใน “สถานที่ทำงานที่ดีที่สุดในเอเชีย” บริษัทไอทีแห่งนี้ได้รับการยอมรับในด้านวัฒนธรรมองค์กรเชิงบวก โดยพิจารณาจากการดูแลและการสนับสนุนบุคลากรของบริษัทอย่างแท้จริง ตั้งแต่ความปลอดภัยทางร่างกายไปจนถึงสุขภาพจิตและอารมณ์ที่ดี

เนื่องในโอกาสวันผู้ปกครองนี้ บริษัทขอยืนยันคำมั่นสัญญาที่มีต่อพนักงาน และสร้างความมั่นใจให้กับผู้ปกครองว่าลูก ๆ หลาน ๆ จะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และพนักงานจะใช้โอกาสนี้เพื่อขอบคุณคนที่อยู่เคียงข้างมาโดยตลอด

สิบหกปีนับตั้งแต่ที่มีการจัดวันผู้ปกครอง กิจกรรมนี้ก็ยิ่งใหญ่ขึ้นตามการเติบโตของบริษัท โดยเผยแพร่ข้อความแห่งความรักของ FPT Software ให้ผู้คนได้สัมผัสกันมากขึ้น บริษัทมีความมุ่งมั่นในระยะยาวที่จะทำให้พนักงานเป็นหัวใจของการทำธุรกิจ และรักษาสภาพแวดล้อมการทำงานที่เป็นเอกลักษณ์ของบริษัทไอทีชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อไป

FPT Software เป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีและไอทีระดับโลกที่มีสำนักงานใหญ่ในเวียดนาม โดยมีรายได้มากกว่า 632.5 ล้านเหรียญสหรัฐ และพนักงาน 25,500 คนใน 28 ประเทศ ในฐานะผู้บุกเบิกการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล บริษัทนี้ให้บริการระดับสากลแก่ลูกค้ามากกว่า 1,000 รายทั่วโลก ผลิตภัณฑ์ของ FPT Software มีอยู่ทั่วโลก ในธุรกิจระดับแนวหน้าของทุกพื้นที่ เช่น อีคอมเมิร์ซ ยานยนต์ การบิน หรือบริการด้านสุขภาพ เป็นต้น

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/52973966/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ข้อมูลติดต่อ

Media contact
Mai Duong (Ms.)
FPT Software
PR Manager
อีเมล: MCP.PR@fsoft.com.vn

Dzung Duong (Ms.)
Corporate Branding Manager
อีเมล: DungDTH1@fsoft.com.vn

เว็บไซต์: https://www.fpt-software.com/newsroom/

แหล่งที่มา: FPT Software

การทดลองวิ่งรถไฟความเร็วสูงสายจาการ์ตา-บันดุงประสบความสำเร็จ

Logo

จาการ์ตา อินโดนีเซีย–(BUSINESS WIRE)–21 พฤศจิกายน 2022

รถไฟความเร็วสูง (HSR) สายจาการ์ตา-บันดุงที่เชื่อมต่อเมืองหลวงจาการ์ตาของอินโดนีเซียกับบันดุง เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสี่ในประเทศ เป็นโครงการสำคัญภายใต้โครงการริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (BRI) ที่เสนอโดยจีน และนับเป็นการนำระบบรถไฟความเร็วสูงเต็มรูปแบบของจีนไปใช้ในต่างประเทศเป็นครั้งแรก

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2022 การทดลองวิ่งรถไฟความเร็วสูงสายจาการ์ตา-บันดุงบนเส้นทางระหว่างสถานี Tegalluar และ Casting Yard No. 4 ประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์ ประธานาธิบดีของชาวอินโดนีเซีย Joko Widodo และประธานาธิบดีของจีน Xi Jinping ร่วมเป็นสักขีพยานในการทดลองใช้งานรถไฟความเร็วสูงสายจาการ์ตา-บันดุง นอกรอบการประชุมทวิภาคีหลังการประชุมสุดยอด G20 ที่บาหลี

ในระหว่างการทดลองใช้งาน รถไฟความเร็วสูงสำหรับตรวจสอบแบบเบ็ดเสร็จได้ดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดเกี่ยวกับชั้นลดระดับ ราง การสื่อสาร สัญญาณ แหล่งจ่ายไฟสำหรับการลากจูง และระบบอื่น ๆ ตัวชี้วัดที่ได้รับทั้งหมดชี้ให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่ดี นับเป็นความสำเร็จของการดำเนินการทดลองครั้งแรกของรถไฟความเร็วสูงสายจาการ์ตา-บันดุงที่จีนและอินโดนีเซียได้พัฒนาร่วมกัน ด้วยความเร็วที่ออกแบบไว้ 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รถไฟจะลดระยะเวลาการเดินทางระหว่างจาการ์ตาและบันดุงจาก 3 ชั่วโมงเหลือประมาณ 40 นาที

นอกเหนือจากการมอบความสะดวกสบายในการเดินทางให้กับคนในท้องถิ่นแล้ว โครงการนี้คาดว่าจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและความก้าวหน้าทางสังคมของอินโดนีเซียอย่างมาก และช่วยยกระดับเทคโนโลยีรถไฟของอินโดนีเซียและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย

โครงการภายใต้ BRI ที่สร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีและอุปกรณ์ของจีนมีกำหนดจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือนมิถุนายน 2023 เมื่อถึงเวลานั้น อินโดนีเซียจะกลายเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีรถไฟความเร็วสูง

หลังจากโครงการก้าวสำคัญนี้ รถไฟจีน สะพานจีน และถนนของจีนจำนวนมากได้เผยแพร่ไปต่างประเทศในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บริษัท PowerChina ยักษ์ใหญ่ด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้พัฒนา HSR สายจาการ์ตา-บันดุง ซึ่งรับหน้าที่วางรางรถไฟหลักระยะทาง 279.4 กิโลเมตร เปิดเผยว่ามูลค่าสัญญารวมระหว่างการก่อสร้างของ PowerChina ในอินโดนีเซียมีมูลค่าเกิน 3 พันล้านดอลลาร์ ในขณะเดียวกันก็มุ่งมั่นที่จะพัฒนาและก่อสร้างโครงการพลังงานสีเขียวในท้องถิ่นในอินโดนีเซีย ลาว เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ตลอดจนภูมิภาคและประเทศอื่น ๆ

ด้วยการพัฒนาต่อยอดของ BRI การผลิตและเทคโนโลยีของจีนจะไม่เพียงสร้าง “มาตรฐานจีน” ใหม่ให้กับโลกใบนี้เท่านั้น แต่ยังนำประโยชน์ที่แท้จริงมาสู่ประเทศต่าง ๆ ตามเส้นทางหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางด้วย

ข้อมูลติดต่อ

Shi Pei
651538233@qq.com

แหล่งที่มา: PowerChina

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

teamLab Planets TOKYO: ตั๋วที่ซื้อจากต่างประเทศมีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 136% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดือนเดียวกันในปี 2019 (ก่อนการแพร่ระบาดของ COVID-19) โดยหนึ่งในสามของผู้เข้าชมมาจากต่างประเทศ

Logo

มีการเปิดตัวพื้นที่แห่งใหม่ในระหว่างการแพร่ระบาด รวมถึงชิ้นงานศิลปะใน Garden Area ซึ่งมีสวนกล้วยไม้ลอยน้ำกว่า 13,000 ต้น และร้านราเมนมังสวิรัติ ที่คุณสามารถดื่มด่ำได้พร้อมเสพงานศิลปะภายในพื้นที่งานศิลปะของ teamLab

TOKYO–(BUSINESS WIRE)–19 พฤศจิกายน 2022

teamLab Planets เป็นพิพิธภัณฑ์ที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ สายน้ำ และหมู่สวน ซึ่งผู้คนสามารถผสานรวมเป็นหนึ่งกับดงดอกไม้ พิพิธภัณฑ์เชิงประสบการณ์แห่งนี้ได้เปิดต้อนรับผู้เข้าชมโดยรวมแล้วกว่า 3 ล้านคน นับตั้งแต่เปิดทำการในเดือนกรกฎาคม ปี 2018

teamLab, Floating Flower Garden; Flowers and I are of the Same Root, the Garden and I are One © teamLab

teamLab, สวนดอกไม้ลอยน้ำ ดอกไม้และผู้คนจากรากฐานเดียวกัน ตัวฉันและส่วนร่วมเป็นหนึ่งเดียว © teamLab

[เปิดพื้นที่ใหม่หลายแห่งในระหว่างการแพร่ระบาด]

แม้จะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าในปี 2020 มีการเปิดพื้นที่ใหม่ภายในพิพิธภัณฑ์ตามที่มีการแสดงบนสื่อต่างๆ เช่น CNN ในช่วงที่มีการแพร่ระบาด รวมถึงชิ้นงานศิลปะขนาดใหญ่สองชิ้นใน Garden Area และร้านราเมนมังสวิรัติที่อยู่ภายในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งมีต้นกำเนิดจาก Kyoto

[การเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เนื่องจากการเปิดประเทศสำหรับการเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นส่วนบุคคล และการขยายพื้นที่ใหม่]

ในวันที่ 11 เดือนตุลาคม ปี 2022 รัฐบาลญี่ปุ่นมีการผ่อนปรนมาตรการควบคุม COVID-19 อย่างมีนัยสำคัญ เปิดประเทศสำหรับการเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นส่วนบุคคล มีการยกเว้นวีซ่าเหมือนเดิม และยกเลิกการจำกัดจำนวนคนเข้าประเทศญี่ปุ่นในแต่ละวัน และการท่องเที่ยวญี่ปุ่นกลับมาดำเนินการเป็นปกติครั้งแรกในรอบสองปีครึ่ง

หนึ่งเดือนโดยประมาณนับตั้งแต่การเปิดประเทศสำหรับการเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นส่วนบุคคลในวันที่ 11 เดือนตุลาคม ปี 2022 แสดงข้อมูลตั๋วที่นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศซื้อมีปริมาณเพิ่มขึ้น 136% เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนเดียวกันในปี 2019 (ก่อนเกิด COVID-19) โดยหนึ่งในสามของผู้เข้าชมมาจากต่างประเทศ (*1)
ผู้เข้าชมมากกว่าครึ่งจากต่างประเทศมีการซื้อตั๋วก่อนเดินทางมาญี่ปุ่น และมีแนวโน้มว่า พิพิธภัณฑ์เป็นหนึ่งในจุดประสงค์ของผู้เดินทางมาญี่ปุ่น (*2)
ในแบบสอบถามสำหรับผู้เข้าชม ได้รับความคิดเห็นเชิงบวกจากผู้เข้าชมจากต่างประเทศ เช่น “ฉันอยากไปพิพิธภัณฑ์ตั้งแต่ได้รับการต่ออายุ”

(*1) ตามข้อมูลการสั่งซื้อตั๋วเข้าชมจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ teamLab Planets: ช่วงระยะเวลาสำรวจ – วันที่ 11 เดือนตุลาคม (อ.) ถึงวันที่ 6 เดือนพฤศจิกายน (อา.) ปี 2022 และวันที่ 11 เดือนตุลาคม (อ.) ถึงวันที่ 6 เดือนพฤศจิกายน (พ.) ปี 2019
(*2) ตามข้อมูลการสั่งซื้อตั๋วเข้าชมจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ teamLab Planets: ช่วงระยะเวลาสำรวจ – วันที่ 11 เดือนตุลาคม (อ.) และวันที่ 6 เดือนพฤศจิกายน (อา.) ปี 2022

[การตอบรับอย่างดีจากนิตยสารท่องเที่ยว]

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีการตีพิมพ์เกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ในสื่อสิ่งพิมพ์ที่มีชื่อเสียง เช่น Lonely Planet หนังสือนำเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก ซึ่งมีการแนะนำพิพิธภัณฑ์เป็นหนึ่งใน “พิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุด 7 แห่งในโตเกียวที่แม้แต่ชาวโตเกียวก็ตั้งตารอ” รวมถึงเป็นหนึ่งใน “กิจกรรมที่ไม่ควรพลาด 26 รายการในโตเกียว” โดย Condé Nast Traveler

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวในโตเกียวเข้าสัมผัสพิพิธภัณฑ์ซึ่งได้รับการพัฒนาผ่านพื้นที่งานศิลปะใหม่ๆ

พิพิธภัณฑ์จะยังคงมอบประสบการณ์ให้กับผู้คนจากทั่วโลกตามแนวคิดของ teamLab Planets “ดื่มด่ำผสมผสานร่างกายของคุณ เข้ากับผู้คนอื่นๆ ร่วมเป็นหนึ่งเดียวในโลก”

Garden Area

Garden Area มีการเปิดตัวในเดือนกรกฎาคม ปี 2021 โดยมีชิ้นงานศิลปะขนาดใหญ่สองชิ้นงาน รวมถึงสวนกล้วยไม้สดกว่า 13,000 ต้น และพื้นที่ศิลปะธรรมชาติเหนือจริงรูปทรงไข่ ซึ่งกระจายอยู่ทั่วพื้นปูปกคลุมด้วยตะไคร่น้ำจริง สามารถเข้าสัมผัสพื้นที่งานศิลปะใหม่เหล่านี้ได้ที่นี่เท่านั้น และสำรวจความสัมพันธ์ของผู้คนกับธรรมชาติและโลกผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล ด้วยการผสมผสานแสงธรรมชาติจากอวกาศ ชิ้นงานแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างวันและหลังพระอาทิตย์ตกดิน

สวนดอกไม้ลอยน้ำ ดอกไม้และผู้คนจากรากฐานเดียวกัน ตัวฉันและสวนร่วมเป็นหนึ่งเดียว
ชิ้นงานศิลปะ: https://planets.teamlab.art/tokyo/ew/ffgarden_planets/

สวนตะไคร่น้ำแห่งพิภพสะท้อนแสงขนาดเล็ก แสงสีสะท้อน พระอาทิตย์ขึ้น และยามอัสดง
ชิ้นงานศิลปะ: https://planets.teamlab.art/tokyo/ew/resonating_microcosms_mossgarden_planets/

อาหารและศิลปะ: เพลิดเพลินกับราเมนมังสวิรัตในพื้นที่แสดงงานศิลปะ

Vegan Ramen UZU Tokyo เป็นร้านราเมนมังสวิรัติที่มีต้นกำเนิดจาก Kyoto ซึ่งมีการเปิดให้บริการในเดือนตุลาคม ปี 2021 ในสถานที่เดียวกันกับ teamLab Planets ลูกค้าสามารถเพลิดเพลินกับราเมนในพื้นที่แสดงงานศิลปะ Reversible Rotation – Non-Objective Space ของ teamLab เช่นเดียวกับ Table of Sky and Fire และ One Stroke Bench ด้านนอกร้านอาหาร Vegan Ramen UZU Tokyo ยังมีบริการไอศกรีมมังสวิรัติและชาต่างๆ ที่มีเฉพาะในโตเกียวเท่านั้น สามารถเข้าทานอาหารในร้านโดยไม่ต้องเข้า teamLab Planets

Vegan Ramen UZU Tokyo: https://vegan-uzu.com/pages/uzu-tokyo

ชิ้นงานศิลปะสาธารณะที่ทุกคนสามารถเข้าร่วมชมได้

จักรวาลดาวอัคคีหล่นจากท้องฟ้า เป็นชิ้นงานศิลปะสาธารณะที่สื่อถึงเปลวไฟ โดยมีการจัดแสดงตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 2021 เปลวไฟซึ่งเป็นปรากฎการณ์ของแสงและความร้อนที่เกิดจากการเผาไหม้ โดยเป็นชุดลายเส้นที่วาดขึ้นสัมพันธ์กับการไหลของแก๊สเผาไหม้ จะมีการจัดแสดงชิ้นงานนี้ในพื้นที่กลางแจ้ง และทุกคนสามารถเข้าชมได้ โดยไม่จำเป็นต้องซื้อตั๋วเข้าพิพิธภัณฑ์

จักรวาลดาวอัคคีหล่นจากท้องฟ้า
ชิ้นงานศิลปะ: https://planets.teamlab.art/tokyo/ew/universe_fireparticles_falling/

[ teamLab Planets TOKYO DMM ]

teamLab Planets เป็นพิพิธภัณฑ์ที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ สายน้ำ และดงดอกไม้ โดยจะมีพื้นที่จัดนิทรรศการขนาดใหญ่อยู่สี่แห่งและสวนสองแห่ง

คุณสามารถดื่มด่ำงานศิลปะมากมายหลากหลาย ผสานรวมร่างกายของคุณเข้ากับธรรมชาติ ละลายตัวคุณเอง ผู้คน และโลกเข้าเป็นหนึ่ง และมุ่งเน้นการสำรวจความสัมพันธ์ใหม่โดยไม่มีขอบเขตระหว่างตัวเราเองกับโลก

เข้าร่วมชมเท้าเปล่า ผสานรวมตัวคุณเองกับทุกคนในพื้นที่งานศิลปะ และร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับโลกใบนี้

[รายละเอียดนิทรรศการ]

teamLab Planets TOKYO DMM
ที่ตั้ง: teamLab Planets TOKYO, 6-1-16 Toyosu, Koto-ku, Tokyo

[เวลาเปิดทำการ]

(เดือนพฤศจิกายน – มกราคม)
จ. – ศ. 10:00 – 20:00
วันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 9:00 – 21:00
* วันที่ 26 เดือนธันวาคม (จ.) – วันที่ 30 เดือนธันวาคม (ศ.), วันที่ 2 เดือนมกราคม (จ.) – วันที่ 6 เดือนมกราคม (ศ.) 9:00 – 21:00
* วันที่ 31 เดือนธันวาคม (ส.), วันที่ 1 เดือนมกราคม (อา.) 9:00 – 20:00
* เคาน์เตอร์จะปิด 1 ชั่วโมงก่อนปิดทำการ

ปิดทำการ:
วันที่ 8 เดือนธันวาคม (พฤ.), วันที่ 11 เดือนมกราคม (พ.)

*เวลาเปิดทำการอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดดูอัปเดตล่าสุดจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ: https://planets.teamlab.art/tokyo/jp/
ไฮไลท์วิดีโอของ teamLab Planets: https://youtu.be/oiQoe9Ow9o0

*teamLab Planets จะเปิดใน Toyosu, Tokyo ปลายปี 2023

[ตั๋วเข้าชม]

ผู้ใหญ่: 3,200 เยน
นักเรียนชั้นมัธยมต้นและมัธยมปลาย: 2,000 JPY
เด็ก (อายุ 4 ถึง 12 ปี): 1,000 JPY
เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี: Free
ส่วนลดสำหรับผู้ทุพพลภาพ: 1,600 JPY

เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วของ teamLab Planets TOKYO DMM: https://teamlabplanets.dmm.com

[มาตรการป้องกันการแพร่กระจายของ COVID-19]

โปรดเข้าดูรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการป้องกันการติดเชื้อใน teamLab Planets ที่ลิงก์ด้านล่าง:
https://teamlabplanets.dmm.com/covid-19

[HP/โซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการ]

เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ: https://planets.teamlab.art/tokyo/
Instagram: https://www.instagram.com/teamlab.planets/
Facebook: https://www.facebook.com/TL.Planets/
Twitter: https://twitter.com/teamLab_net
#teamLabPlanets

[อาหาร & ร้านค้า]

Vegan Ramen UZU Tokyo: https://vegan-uzu.com/pages/uzu-tokyo
teamLab Flower Shop & Art
*โปรดเข้าดูเวลาเปิดทำการจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
*ปิดทำการในวันเดียวกันกับ teamLab Planets

[มาตรการควบคุมโคโรน่าไวรัสใหม่ (กำหนดใช้กับอาหาร & ร้านค้า)]

  • ดำเนินการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อเป็นประจำ
  • ฆ่าเชื้อที่นั่งหลังจากลูกค้าแต่ละรายใช้งาน
  • มีน้ำยาฆ่าเชื้อที่มือที่ทางเข้า
  • จำกัดจำนวนคนในพื้นที่
  • มีการจัดสรรระยะห่างระหว่างที่นั่งอย่างถูกต้อง
  • พนักงานทุกคนสวมหน้ากากอนามัย
  • ไม่มีสินค้าวางบนโต๊ะ
  • มีการควบคุมและวัดค่าอุณหภูมิ

[เอกสารสื่อ]

https://goo.gl/tQXMLm

[PLANETS Co., Ltd.]

ก่อตั้งขึ้นในปี 2017 ดำเนินการและบริหาร teamLab Planets TOKYO
ที่ตั้ง: Tokyo Nihonbashi Tower 10F, 2-7-1 Nihonbashi, Chuo-ku, Tokyo
ตัวแทน: Takumi Nomoto

[teamLab]

teamLab (f. 2001) เป็นกลุ่มศิลปะนานาชาติ โดยมีการทำงานร่วมกันเพื่อผสานรวมศิลปะ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และโลกธรรมชาติ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญสหวิทยาการ รวมถึงศิลปิน โปรแกรมเมอร์ วิศวกร แอนิเมเตอร์ CG นักคณิตศาสตร์ และสถาปนิก มุ่งสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองและโลก รวมถึงการรับรู้รูปแบบใหม่ผ่านศิลปะ

เพื่อทำความเข้าใจในโลกรอบตัว ผู้คนมีการแยกโลกออกเป็นหน่วยอิสระ โดยมีขอบเขตการรับรู้ระหว่างผู้คนและโลก teamLab มุ่งเน้นที่จะก้าวข้ามขอบเขตการรับรู้เกี่ยวกับโลก ความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองและโลก และความต่อเนื่องของเวลา ทุกสิ่งดำรงอย่างยาวนาน เปราะบาง ทว่าน่าอัศจรรย์ไร้พรมแดน

teamLab มีการจัดนิทรรศการขึ้นในเมืองต่างๆ ทั่วโลก รวมถึง นิวยอร์ก ลอนดอน ปารีส สิงคโปร์ ซิลิคอนแวลเล่ย์ ปักกิ่ง และเมลเบิร์น พิพิธภัณฑ์ของ teamLab และนิทรรศการขนาดใหญ่อย่างถาวร รวมถึง teamLab Borderless และ teamLab Planets ในโตเกียว, teamLab Borderless Shanghai, และ teamLab SuperNature Macao และยังมีเปิดตัวในเมืองต่างๆ อีกมากมาย ทั้งที่อาบูดาบี ปักกิ่ง ฮัมบูร์ก เจดดาห์ และอูเทร็คท์

ผลงานของ teamLab อยู่ในคอลเลคชันแบบถาวรในพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยที่ลอสแองเจลิส หอศิลป์แห่งนิวเซาธ์เวลส์ที่ซิดนีย์ หอศิลป์แห่งเซาท์ออสเตรเลียที่แอดิแลด พิพิธภัณฑ์ศิลปะเอเชียที่ซานฟรานซิสโก พิพิธภัณฑ์สังคมเอเชียที่นิวยอร์ก คอลเลคชันศิลปะร่วมสมัยที่ Borusan จากอิสตันบูล หอศิลป์แห่งชาติวิกตอเรียที่เมลเบิร์น และ Amos Rex ที่ Helsinki

teamLab: https://www.teamlab.art/
Instagram: https://instagram.com/teamlab/
Facebook: https://www.facebook.com/teamLab.inc
Twitter: https://twitter.com/teamLab_net
YouTube: https://www.youtube.com/c/teamLabART

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/52971993/en

ติดต่อ

[Inquiries regarding releases and interviews]
PLANETS Co., Ltd. Public Relations Department
E-mail: pr-info@planets.art
Interview: https://forms.gle/fAtnDKLpQKFME6XR9

แหล่งข้อมูล: PLANETS Co., Ltd.

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย




Thai Herald

Thai Herald