Category Archives: Real Estate

คฤหาสน์เบลแอร์ระดับประวัติศาสตร์ของ Conrad Hilton ถูกนำเข้าสู่ตลาดในราคา 225 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Logo

เบเวอร์ลีฮิลส์ แคลิฟอร์เนีย–(BUSINESS WIRE)–17 ตุลาคม 2562

Casa Encantada คฤหาสน์ของ Conrad Hilton ซึ่งเปิดตัวเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษนับตั้งแต่ถูกก่อตั้งขึ้นมาในปี 2481 เป็นอสังหาริมทรัพย์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ถูกสร้างขึ้นมาในยุคทองของฮอลลีวู้ด  โดยในสมัยนั้น Louis B. Mayer และ Jack Warner ได้นำเสียงและภาพเคลื่อนไหวมาสู่วงการภาพยนตร์ ซึ่งมีดาราดังอย่าง Greta Garbo, Joan Crawford, Clark Gable, Katherine Hepburn และ Spencer Tracy นำแสดง คฤหาสน์นี้เป็นมรดกทางสถาปัตยกรรมที่เป็นเครื่องตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการดูแลรักษาอย่างพิถีพิถันซึ่งสามารถมองเห็นผ่านทุกแง่มุมของอสังหาริมทรัพย์ที่ล้ำค่าแห่งนี้

ผลงานชิ้นเอกสไตล์จอร์เจียนอันทันสมัยขนาด 40,000 ตารางฟุตที่ได้รับการปรับปรุงใหม่แห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินที่ยื่นออกไปสู่ทะเลที่มีขนาดพื้นที่กว่าแปดเอเคอร์ในเบลแอร์ ซึ่งอยู่ห่างจากเบเวอร์ลี่ฮิลส์เพียง 10 นาที โดยสถาปนิกชื่อดัง James E. Dolena ออกแบบให้สถานที่ที่มีห้องพัก 60 ห้องแห่งนี้มาพร้อมกับวิวเมือง วิวทะเล และวิวสวน การตกแต่งและการออกแบบภายในถูกออกแบบอย่างมีเอกลักษณ์โดย T. H. Robsjohn-Gibbings เพื่อกำหนดมาตรฐานใหม่สำหรับการออกแบบบ้านที่หรูหรา สถานที่แห่งนี้เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นงานอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยชิ้นสำคัญที่สุดของนักออกแบบผู้นี้

Conrad Hilton เป็นเจ้าของบ้านมานานกว่าสองทศวรรษ คฤหาสน์และพื้นที่แห่งนี้ได้เป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมทางสังคมการกุศลและการเมืองที่สำคัญที่สุดในสหรัฐอเมริกา เช่นการต้อนรับประธานาธิบดีหลายคนและดาวดังของฮอลลีวูดในช่วง 80 ปีที่ผ่านมา

ถึงแม้ว่าประชากรของลอสแองเจลิสจะเติบโตจาก2 ล้านคนในปี 2481 เป็น 10 ล้านคนในปัจจุบัน แต่ทุกวันนี้คฤหาสน์หลังนี้ยังคงไร้เพื่อนบ้านและมีพื้นที่กว้างขวางที่เป็นส่วนตัวและปลอดภัย

Gary Winnick ผู้บุกเบิกไฟเบอร์ออปติกและผู้ที่ชอบช่วยเหลือสังคม และ Karen ภรรยาของเขาที่คบกันมานานกว่า 45 ปี ได้ว่าจ้าง Peter Marino สถาปนิกและนักออกแบบที่มีทีมช่างฝีมือในสังกัดกว่า 250 คน โดยใช้เวลามากกว่าสองปีในการฟื้นฟูอสังหาริมทรัพย์ที่มีคุณค่าระดับพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ สามีภรรยาคู่นี้ ยังเป็นเจ้าของบ้านมาเกือบสองทศวรรษและได้รับเกียรติให้เป็นโฮสต์ของบ้านแห่งนี้อีกด้วย

Casa Encantada ยินดีต้อนรับแขกด้วยความรู้สึกใกล้ชิดที่เป็นกันเองอย่างเหลือล้น ตั้งแต่ที่ก้าวพ้นประตูเหล็กโค้งสง่างามที่ออกมาจากฐานหิน  ถนนทางเข้าจะพาคุณผ่านสภาพแวดล้อมที่เขียวชอุ่มซึ่งนำผู้มาเยือนสู่อ้อมกอดอันอบอุ่นของที่พักหลัก โถงทางเข้าอันน่าทึ่งนำไปสู่เพดานสูง 18 ฟุตซึ่งเปิดออกสู่โถงต้อนรับอันงดงามรวมไปถึงห้องรับประทานอาหารและพื้นที่นั่งเล่น ชั้นที่สองของคฤหาสน์ประกอบไปด้วยห้องนั่งเล่นที่ถูกสร้างให้กลมกลืนไปกับเรื่องราวความบันเทิงซึ่งเป็นธีมของที่พักตั้งแต่ชั้นหนึ่งของคฤหาสน์

ห้องริมสระว่ายน้ำระดับสถาปัตยกรรม ประกอบไปด้วยห้องฉายภาพยนตร์ระดับมืออาชีพ บาร์ที่สามารถใช้งานได้อย่างเป็นทางการ และทิวทัศน์ของสวนกุหลาบและที่อื่น ๆ สิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ได้แก่ สนามเทนนิส สนามบาสเกตบอล สร้างแยกออกมาต่างหาก เกสต์เฮาส์เต็มรูปแบบและโรงเรือนเพาะชำหลายแห่ง บ่อปลาคาร์ฟ และภูมิทัศน์ที่ไม่เหมือนใคร ช่วยทำให้อสังหาริมทรัพย์แห่งนี้เป็นหนึ่งในอสังหาริมทรัพย์ที่ดีที่สุดในโลก

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์กรุณาติดต่อ Jeff Hyland of Hilton & Hyland ที่ jeff@jeffhyland.com หรือ (310) 278-3311.

เกี่ยวกับ Winnick & Company

Winnick & Company เป็นบริษัทการลงทุนภาคเอกชนในลอสแองเจลิส ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดย Gary Winnick นักการเงินและผู้ที่ทำงานเพื่อสังคม โดย Winnick & Company ร่วมมือกับบริษัทหลายแห่งที่เกี่ยวข้องกับโซลูชั่นที่สร้างความเปลี่ยนแปลงที่สร้างสรรค์

ดูเวอร์ชั่นต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20191017005875/en/

ติดต่อ:

Tracy Williams

310.824.9000

tracy@olmsteadwilliams.com

‘โมริ บิลดิง’ เปิดตัวโครงการฟื้นฟูเมืองขนาดใหญ่ใจกลางกรุงโตเกียว

Logo

 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่เตรียมสร้าง ‘เมืองภายในเมือง’ ที่อุดมด้วมความเขียวขจี

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–22 ส.ค. 2562

บริษัท โมริ บิลดิง จำกัด (Mori Building Co., Ltd.) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเขตเมืองชั้นนำได้เริ่ม “โครงการฟื้นฟูเมืองงย่านโทะระโนะมง-อะซะบุได ชั้น 1”  (Toranomon-Azabudai Category 1) ซึ่งเป็นโครงการฟื้นฟูเมืองขนาดใหญ่ที่มุ่งคืนชีวิตแก่พื้นที่ขนาดใหญ่ใจกลางกรุงโตเกียว  โดยพิธีลงเสาเอกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา และคาดว่าโครงการนี้จะแล้วเสร็จช่วงปลายเดือนมีนาคม 2566

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้มีฟีเจอร์มัลติมีเดีย ดูข่าวเต็มรูปแบบได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20190821005445/en/

Image of Office Lobby (Graphic: Business Wire)

รูปภาพของล็อบบี้ (กราฟิก: Business Wire)

แนวคิดหลักของโครงการฟื้นฟูเมืองย่านโทะระโนะมง-อะซะบุได คือ "หมู่บ้านกลางเมืองสมัยใหม่” อันเป็นย่านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผสมผสานความสลับซับซ้อนของความเป็นมหานคร เข้ากับความผูกพันธ์ใกล้ชิดตามแบบฉบับของหมู่บ้านขนาดเล็ก โดยนำมาไว้ที่ใจกลางกรุงโตเกียว  โครงการนี้ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 8.1 เฮกเตอร์ หรือใกล้เคียงกับพื้นที่ของ Rockefeller Center ในมหานครนิวยอร์ก โดยโครงการมีพื้นที่สีเขียว 24,000 ตารางเมตร ซึ่งรวมถึงพื้นที่จัตุรัสกลางขนาด 6,000 ตารางเมตรด้วย พื้นที่ใช้สอยของโครงการมีทั้งสิ้น 860,400 ตารางเมตร แบ่งเป็นพื้นที่สำนักงาน 213,900 ตารางเมตร และที่พักอาศัย 1,400 ยูนิต โดยโครงการนี้สามารถรองรับพนักงานได้ถึง 20,000 คน และรองรับผู้พักอาศัยถึง 3,500 คน คาดว่าในแต่ละปีจะมีผู้มาเยี่ยมชมเมืองแห่งใหม่นี้ประมาณ 25-30 ล้านคน 

โครงสร้างของอาคารภายในโครงการนี้ ถูกออกแบบด้วยเทคโนโลยีที่ทนทานต่อแผ่นดินไหว และมีโรงไฟฟ้าที่สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับพื้นที่ภายในโครงการทั้งหมด  นอกจากนี้โครงการยังถูกออกแบบให้เป็นเมืองที่ปลอดภัย โดยผู้คนจะสามารถดำเนินชีวิตและทำงานได้โดยปกติแม้เกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ในระดับเดียวกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อปี 2011  ด้วยมาตรการด้านความปลอดภัยที่รัดกุมที่สุดของโมริ บิลดิง โครงการนี้ถูกออกแบบเพื่อให้เป็นเมืองหลบภัยมากกว่าจะเป็นเมืองที่ผู้คนต้องเร่งอพยพออกไปในยามเกิดภัยพิบัติ

พื้นที่สีเขียวและความเป็นอยู่ที่ดี ยกระดับไลฟ์สไตล์

โครงการฟื้นฟูเมืองย่านโทะระโนะมง-อะซะบุได ได้สร้าง "พื้นที่อันเป็นเอกลักษณ์ที่มีผู้คนเป็นศูนย์กลาง" โดยผสานองค์ประกอบที่หลากหลายและสร้างโลกใบใหม่ขึ้นมา  โครงการนี้คือการถักทอสถานที่ทำงาน ที่พักอาศัย โรงแรม โรงเรียนนานาชาติ ร้านค้าปลีก ร้านอาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวกทางวัฒนธรรมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เหมาะสำหรับชีวิตประจำวันของผู้คนที่ต้องทำงาน เรียนรู้ พักผ่อนหย่อนใจ มีปฏิสัมพันธ์ และผ่อนคลาย โครงการนี้ถูกสรรค์สร้างด้วยนวัตกรรม ซึ่งประกอบด้วยพลาซาขนาดใหญ่ที่ห้อมล้อมไปด้วยความเขียวขจีเสมือนดั่งหมู่บ้าน ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อสร้างพื้นที่เมืองที่ผู้คนรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับทั้งธรรมชาติและเพื่อนมนุษย์ที่พวกเขามีปฏิสัมพันธ์สร้างแรงบันดาลใจให้แก่กันและกันอย่างสร้างสรรค์  โครงการนี้เป็นมากกว่ากลุ่มอาคาร เพราะเป็นโครงการที่สามารถบรรลุถึงความผสมผสานกลมเกลียวของระบบนิเวศวิทยาเชิงสังคมที่ยึดเอาผู้คนเป็นศูนย์กลาง

หัวใจหลักของโครงการนี้ คือจัตุรัสกลางที่มีขนาดถึง 6,000 ตารางเมตร ซึ่งเป็น “พื้นที่สีเขียวและพื้นที่ของความเป็นอยู่ที่ดี”  ที่ทำให้ผู้คนที่หลากหลายได้มาพบปะ   พื้นที่ในอัตราส่วนที่มีนัยยะสำคัญ เช่น หลังคาของอาคารจะถูกปกคลุมไปด้วยต้นไม้สีเขียว ซึ่งนับเป็นการใช้ประโยชน์จากสถาปัตยกรรมแบบขั้นบันได  โครงการนี้มีพื้นที่สีเขียวกว่า 2 เฮกเตอร์รวมทั้งพื้นที่จัตุรัสกลางที่จะกลายเป็นโอเอซิสใจกลางเมืองอันอุดมด้วยต้นไม้ ดอกไม้ และผืนน้ำ

พลังงานไฟฟ้าทั้งหมดในโครงการมาจากแหล่งพลังงานสะอาด ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายที่กำหนดในข้อริเริ่มด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ RE100 ซึ่งถูกผลักดันโดยองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมของสหราชอาณาจักร  ความเป็นอยู่ที่ดีทั้งทางร่างกายและจิตใจของผู้คนในโครงการนี้จะได้รับการการันตีด้วยด้วยโครงสร้างพื้นฐานทางสุขภาพอันได้แก่ สถานพยาบาล สถานออกกำลัง ตลาด ร้านอาหาร และสิ่งแวดล้อมบริเวณจัตุรัสกลาง นอกจากนี้โมริ บิลดิงยังเตรียมยื่นจดทะเบียนมาตรฐาน WELL Building Standard™ ซึ่งเป็นมาตรฐานของ International WELL Building Institute™ ให้แก่โครงการนี้อีกด้วย

เมืองที่ผู้คนที่หลากหลายสามารถเชื่อมกันได้อย่างไร้รอยต่อ

โครงการฟื้นฟูเมืองย่านโทะระโนะมง-อะซะบุได จะสร้างสภาพแวดล้อมแบบเมืองที่หลากหลายแง่มุมของชีวิต เช่น การทำงาน การใช้ชีวิต การผ่อนคลาย การสังสรรค์ การเรียนรู้ และการละเล่น  สามารถเชื่อมกันได้แบบไร้รอยต่อ โมริ บิลดิง เลือกที่จะสร้างเมืองจากมุมมองของการใช้ชีวิต และนำกำแพงที่กั้นกลางระหว่างสิ่งต่างๆ ออกไป แทนที่จะจัดแบ่งเมืองตามรูปแบบการใช้ประโยชน์อย่างสถานที่ทำงาน ที่พักอาศัย และโรงแรม ดังนั้น ภายในโครงการแห่งนี้ สถานที่ต่างๆ จึงถูกออกแบบให้มีปฏิสัมพันธ์และส่งเสริมซึ่งกันและกัน ก่อให้เกิดไลฟ์สไตล์แบบใหม่ ที่ผู้คนสามารถใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติ สามารถพบปะและใช้ชีวิตร่วมกันเป็นชุมชน สามารถมีชีวิตที่สร้างสรรค์และมีชีวิตชีวาได้ เมืองที่เต็มไปด้วยความเขียวขจีแห่งนี้ คือ สถานที่แห่งการเรียนรู้ ที่ทำงาน บ้าน และสนามเด็กเล่น

สร้าง“หมู่บ้านกลางเมืองที่ทันสมัย” ให้เป็นจริง

บริษัทชั้นนำของโลกได้มารวมตัวกันเพื่อสร้าง “หมู่บ้านกลางเมืองที่ทันสมัย” ไม่เหมือนใครแห่งนี้ โดยโมริ บิลดิง มีบทบาทสำคัญในโครงการนี้ ขณะที่ Heatherwick Studio จากสหราชอาณาจักร ซึ่งมี Thomas Heatherwick ผู้ออกแบบกระถางไฟกีฬาในโอลิมปิก 2012 ที่กรุงลอนดอนเป็นผู้ออกแบบพื้นที่สาธารณะและบริเวณชั้นล่างของอาคารในโครงการ นอกจากนี้ตึกระฟ้า 3 แห่งภายในโครงการยังออกแบบโดย Pelli Clarke Pelli Architects จากสหรัฐฯ ซึ่งมีสถาปนิกชื่อดังอย่าง César Pelli และ (Fred Clarke) เป็นนักออกแบบคนสำคัญ  พื้นที่ค้าปลีกออกแบบโดย Sou Fujimoto Architects จากญี่ปุ่น ซึ่งมีสถาปนิกชื่อก้อง Sou Fujimoto นอกจากนี้ยังมีสถาปนิกชั้นนำจากทั่วโลกเข้าร่วมในโครงการนี้อีกด้วย

สถาปนิก นักออกแบบ และดีไซเนอร์หลักของโครงการ

• Thomas Heatherwick

ผู้ก่อตั้ง Heatherwick Studio

• César Pelli (dec.)

Pelli Clarke Pelli Architects

• Fred Clarke

Pelli Clarke Pelli Architects

• Sou Fujimoto

Sou Fujimoto Architects (ญี่ปุ่น)

• Glenn Pushelberg และ George Yabu,

Yabu Pushelberg (แคนาดา)

• Marco Costanzi,

Marco Costanzi Architects (อิตาลี)

• Soo K. Chan, SCDA (สิงคโปร์)

Tyler Brûlé, Winkreative (สหราชอาณาจักร)

เชื่อมต่อ “ย่าน” สร้างหัวใจทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจใหม่ของโตเกียว

พื้นที่ใจกลางเขตมินาโตะ กรุงโตเกียว เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ธ์ของโมริ บิลดิ้ง  ซึ่งรวมถึงพื้นที่ของโครงการฟื้นฟูเมืองย่านโทะระโนะมง-อะซะบุไดพื้นที่นี้มีบรรยากาศของความเป็นสากลมาอย่างยาวนาน จึงเป็นพื้นที่ที่ได้รับความสนใจจากบริษัทที่มีความเป็นสากล และยังเป็นพื้นที่ที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่มาก  ด้วยกลิ่นอายความเป็นสากล ความหลากหลาย และวัฒนธรรมทำให้พื้นที่ใจกลางเขตมินาโตะมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นศูนย์กลางการค้าระหว่างประเทศแห่งใหม่ของกรุงโตเกียว

โครงการฟื้นฟูเมืองย่านโทะระโนะมง-อะซะบุไดตั้งอยู่ติดกับห้างสรรพสินค้า ARK Hills complex ของโมริ บิลดิง  ซึ่งตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างรปปงหงิ ฮิลส์ (Roppongi Hills) ซึ่งนับเป็นเป็น “หัวใจของวัฒนธรรมของกรุงโตเกียว” และ โทะระโนะมง ฮิลส์ (Toranomon Hills) ซึ่งเป็น “ศูนย์กลางธุรกิจนานาชาติ”  โดยรปปงหงิ ฮิลส์ และโทะระโนะมง ฮิลส์ จะถูกเชื่อมเข้าด้วยกันด้วยโครงการฟื้นฟูเมืองย่านโทะระโนะมง-อะซะบุได  ซึ่งจะช่วยยกระดับพื้นที่บริเวณนี้ทั้งหมด สร้างจุดยุทธศาสตร์ของเมืองนานาชาติแห่งใหม่ และสร้างศูนย์กลางทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจแห่งใหม่ขึ้นในย่านใจกลางกรุงโตเกียว

ภาพรวมโครงการ

ชื่อโครงการ:

โครงการฟื้นฟูเมืองย่านโทะระโนะมง-อะซะบุได ชั้น 1

ผู้บริหารโครงการ:

สมาพันธ์ฟื้นฟูเมืองย่านโทะระโนะมง-อะซะบุได

พื้นที่โครงการ:

ประมาณ 8.1 เฮกเตอร์

พื้นที่ชั้นล่าง:

ประมาณ 63,900 ตารางเมตร

พื้นที่ทั้งอาคาร:

ประมาณ 860,400 ตารางเมตร

อาคาร

ที่พักอาศัย (1,400 ยูนิต), สำนักงาน (ประมาณ 213,900 ตารางเมตร) พื้นที่ค้าปลีก (ประมาณ 150 ร้านค้า) โรงแรม (ประมาณ 120 ห้อง) โรงเรียนนานาชาติ (ประมาณ 14,000 ตารางเมตร) จัตุรัสกลาง (ประมาณ 6,000 ตารางเมตร) สิ่งอำนวยความสะดวกทางวัฒนธรรม (ประมาณ 9,000 ตารางเมตร)

พื้นที่สีเขียว:

ประมาณ 2.4 เฮกเตอร์

ที่จอดรถ:

ประมาณ 1,880 คัน

ต้นทุนโครงการ:

ประมาณ 580,000,000,000 เยน

สมาชิก:

ผู้ถือสิทธิ 285 ราย (จำนวนล่าสุด เดือนมีนาคม 2562)

เริ่มการก่อสร้าง:

5 สิงหาคม 2562

เสร็จสิ้น:

31 มีนาคม 2566

หากคุณต้องการแก้ไขภาพหรือต้องการวัสดุที่ไม่รวมอยู่ในลิงก์ดาวน์โหลดนี้ (เช่นภาพถ่ายของนักออกแบบ) โปรดติดต่อ Weber Shandwick Japan ทางอีเมลที่ moribldg@webershandwick.com

ลิงค์ดาวน์โหลด: (ภายในวันที่ 23 ก.ย. 2562)

https://bit.ly/2TKtmUu

รหัสผ่าน: mori20xx

เกี่ยวกับโมริ บิลดิง

โมริ บิลดิง เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเมืองที่ตั้งอยู่ที่กรุงโตเกียว บริษัทมุ่งมั่นที่จะเสริมเสน่ห์ดึงดูดของเมืองด้วยการสร้างและรักษาความปลอดภัยเน้นความยั่งยืน และสร้างความเป็นเมืองที่เป็นสากล โดยนำแนวคิด “เมืองแห่งสวนแนวดิ่ง” (Vertical Garden City) สำหรับอาคารสูงที่เป็นศูนย์กลางทางธุรกิจ การศึกษา การพักผ่อนหย่อนใจ และการพักอาศัยมาใช้  โดยโมริ บิลดิงได้นำแนวคิดดังกล่าวไปใช้ในโครงการชั้นนำหลายโครงการ เช่น ห้าง ARK Hills  รปปงหงิ ฮิลส์ และโทะระโนมง ฮิลส์ (Roppในกรุงโตเกียว รวมไปถึงอาคาร Shanghai World Financial Center ที่นครเซี่ยงไฮ้  โมริ บิลดิง มีประสบการณ์ด้านการปล่อยเช่าอสังหาริมทรัพย์ การบริหารจัดการโครงการ และการให้คำปรึกษา  โปรดเข้าชม  www.mori.co.jp/en

ดูแหล่งที่มาบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190821005445/en/

สอบถามสำหรับสื่อต่างประเทศ

การประชาสัมพันธ์ Mori Building Co., Ltd.

โทร +81 (0) 3-6406-6606

แฟกซ์ +81 (0) 3-6406-9306

อีเมล koho@mori.co.jp

Weber Shandwick Japan

Kaya Tanabe (โทร: +81 (0) 90 7726 7027), Reina Matsushita (+81 (0) 80 2375 0295),

Mayuko Harada (+81 (0) 90 9006 4968) หรือ Masashi Nonaka (+81 (0) 80 1037 7879)

อีเมล moribldg@webershandwick.com












Hankyu Hanshin Holdings Group เข้าสู่ธุรกิจการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ในต่างประเทศด้วยการลงทุนในอาคารโด่งดังในจาการ์ตา

Logo

โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น–(BUSINESS WIRE)–04 กรกฎาคม 2019

Hankyu Hanshin Properties Corp. (“Hankyu Hanshin Properties”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย 100% ของ Hankyu Hanshin Holdings, Inc. (“Hankyu Hanshin Holdings”) กำลังเข้าสู่ธุรกิจการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ในต่างประเทศด้วยการเข้าเป็นหุ้นส่วนกับอสังหาสองแห่งในอินโดนีเซีย  Plaza Indonesia Complex และ fX Sudirman ซึ่งเป็นอาคารอเนกประสงค์ที่โดดเด่นในจาการ์ตา Hankyu Hanshin Properties ได้กลายเป็นหุ้นส่วนเมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมาโดยการเข้าซื้อหุ้นในนิติบุคคลท้องถิ่น

จาการ์ตาเป็นหนึ่งในเมืองชั้นนำระดับโลกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอสังหาทั้งสองแห่งนี้ตั้งอยู่บนเส้นทางสัญจรหลักของย่านธุรกิจของจาการ์ตา โดยอยู่ถัดจากสถานีรถไฟสายเหนือ – ใต้ของ MRT ระบบรถไฟใต้ดินแห่งแรกของอินโดนีเซียที่เปิดใช้งานในเดือนเมษายน 2019  การจัดการอาคารจะดำเนินการร่วมกับ Bumi Serpong Damai (“BSD”) บริษัทย่อยของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของอินโดนีเซีย Sinarmas Land และฝ่ายอื่นๆ  BSD มีประสบการณ์ที่กว้างขวางเกี่ยวกับการพัฒนาเชิงพาณิชย์ สำนักงาน และอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่อื่นๆ ทั้งในและรอบจาการ์ตา รวมถึงการพัฒนาเมือง Bumi Serpong Damai 

Hankyu Hanshin Properties ได้ลงทุนในคอนโดมิเนียมที่อยู่อาศัยนอกประเทศญี่ปุ่นมาตั้งแต่ปี 2015 และปัจจุบันมีผลงานมากกว่า 26,000 ยูนิตในห้าประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  บริษัทมุ่งมั่นที่จะสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยและดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และให้เช่านอกประเทศญี่ปุ่น

เกี่ยวกับ Hankyu Hanshin Holdings, Inc.

Hankyu Hanshin Holdings, Inc. ก่อตั้งขึ้นในเดือนตุลาคม 2006 จากการควบรวมกิจการของ Hankyu Holdings กับ Hanshin Electric Railway  บริษัทดำเนินธุรกิจในพื้นที่ธุรกิจหลักเจ็ดอย่าง ได้แก่ การขนส่งในเมือง อสังหาริมทรัพย์ ความบันเทิง เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร การเดินทาง การขนส่งระหว่างประเทศ และโรงแรม โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ภูมิภาคคันไซของญี่ปุ่น

เกี่ยวกับ Hankyu Hanshin Properties Corp.

Hankyu Hanshin Properties Corp. มีธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจลีสซิ่งที่กว้างขวาง โดยมุ่งเน้นทำเลที่อยู่ติดกับเครือข่ายทางรถไฟในโอซาก้า โดยเฉพาะย่านอุเมดะสาย Hankyu และ Hanshin  บริษัทมีประสบการณ์เชิงลึกเกี่ยวกับคุณสมบัติการดำเนินงานและการเพิ่มประสิทธิภาพของรายได้จากการให้เช่าและใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญและทรัพยากรเพื่อพัฒนาธุรกิจในตลาดใหม่ เช่นเขตโตเกียวและประเทศนอกประเทศญี่ปุ่น

ดูเวอร์ชั่นต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190703005587/th/

สื่อมวลชนติดต่อ:

Ashton Consulting +81-3-5425-7220

Daniel Fath (d.fath@ashton.jp) / Mika Chuma (m.chuma@ashton.jp)

บริษัท The We Company เปิดตัว ARK ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการจัดหาและจัดการอสังหาริมทรัพย์ใหม่

Logo

  • ARK จะเริ่มใช้เงินทุนโดยรวมประมาณ 2.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • แพลตฟอร์มเพื่อปรับสินทรัพย์ให้เหมาะสม และผลักดันนวัตกรรมตลอดทั่วทั้งพอร์ตโฟลิโอโดยใช้ยุทธศาสตร์องค์กร และกลยุทธ์ของผู้เช่าหลัก
  • Ivanhoé Cambridge จะเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ร่วมก่อตั้งในการลงทุนของ ARK

นิวยอร์ก–(BUSINESS WIRE)–15 พฤษภาคม 2019

The We Company มีความยินดีที่จะประกาศเปิดตัว ARK ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการซื้อและการจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก

วิวัฒนาการของกลยุทธ์การลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ของ The We Company

ARK สร้างขึ้นบนรากฐานที่แข็งแกร่งในการซื้อและการจัดการอสังหาริมทรัพย์โดย WeWork Property Advisors ที่ปรึกษาการลงทุนในเครือ บริษัท The We Company และ Rhône Group และจะรวมกับ ARK ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการเปิดตัว

ARK จะมุ่งเน้นไปที่การได้รับการพัฒนาและการจัดการสินทรัพย์ด้านอสังหาริมทรัพย์ในเมืองที่เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อระดับโลก ตลอดจนถึงตลาดรองที่มีการเติบโตสูงซึ่งจะได้รับประโยชน์จากการตั้งอยู่ของ WeWork โดย WeWork จะปรับใช้โมเดล space-as-a-service ในอสังหาริมทรัพย์ที่ Ark เป็นเจ้าของหรือที่ Ark ดำเนินการแทนบริษัทที่เป็นสมาชิกของเรา รวมไปถึงธุรกิจองค์กรที่กำลังเติบโตของเรา ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกทั่วโลกกว่า 40%  ร่วมกับกลยุทธ์ผู้เช่าหลักของเรา

ARK จะใช้ประโยชน์จากการเข้าถึงกระบวนการคัดเลือกสถานที่ และเทคโนโลยีที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ The We Company รวมถึงความสัมพันธ์กับพันธมิตรและบริษัทสมาชิกในองค์กร เพื่อเข้าถึงโอกาสด้านอสังหาริมทรัพย์ที่หลากหลาย

ARK มุ่งมั่นที่จะทำให้สินทรัพย์มีเสถียรภาพทันทีโดยดำเนินการตามแผนธุรกิจที่ได้รับการพิสูจน์แล้วและจะใช้โซลูชั่นแบบองค์รวมของ The We Company สำหรับเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ตามความสามารถของThe We Company ในการจัดตั้ง จัดหา สร้างอาคาร บรรจุ และการดำเนินงาน

Rich Gomel หุ้นส่วนผู้จัดการของ ARK กล่าวว่า“ เราได้เห็นและสัมผัสกับคุณค่าที่ระบบนิเวศ WeWork สามารถสร้างขึ้นสำหรับเจ้าของบ้านและพันธมิตรด้านอสังหาริมทรัพย์ การเปิดตัว ARK จะช่วยผลักดันการเติบโตโดยใช้ประโยชน์จากประสบการณ์ด้านอสังหาริมทรัพย์และเครือข่ายของ The We Company ที่กว้างขวาง ทั้งนี้ ARK ได้รับการจัดตั้งขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์จากโอกาสนั้นและช่วยให้เรามีทางเลือกในการเป็นหุ้นส่วนที่แตกต่างกันสำหรับชุมชนด้านอสังหาริมทรัพย์ เพื่อมีส่วนร่วมในการเติบโตและการขยายตัวของ บริษัท We Company”

Ivanhoé Cambridge – พันธมิตรเชิงกลยุทธ์

ARK ยินดีที่จะประกาศว่า Ivanhoé Cambridge ซึ่งเป็นบริษัทในเครืออสังหาริมทรัพย์ของ Caisse de dépôt et location du Québec และเป็นหนึ่งในนักลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดและได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลก ได้จัดหาเงินทุนจำนวนมากและสนับสนุนแพลตฟอร์มดังกล่าวของเรา

Ivanhoé Cambridge วางแผนที่จะร่วมมือกับ ARK ในการซื้ออสังหาริมทรัพย์และการจัดการอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลก ทำให้แพลตฟอร์มนี้ได้รับประโยชน์จากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่สำคัญของ Ivanhoé Cambridge ในภาคอสังหาริมทรัพย์

Sylvain Fortier ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนและนวัตกรรมที่ Ivanhoé Cambridge กล่าวว่า “ เช่นเดียวกับที่ The We Company เราเชื่อว่าประโยชน์มหาศาลกำลังรออยู่จากการทำลายข้อจำกัดบรรทัดฐานดั้งเดิมด้านอสังหาริมทรัพย์ เราแบ่งปันวิสัยทัศน์เดียวกันในด้านความมุ่งมั่นต่อความรับผิดชอบต่อสังคม และแนวทางระยะยาวต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทำให้การเป็นหุ้นส่วนครั้งนี้เป็นไปอย่างธรรมชาติ และเรามั่นใจว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกสำหรับทั้งสองบริษัท บริษัท The We Company  นำความสามารถที่สร้างสรรค์ นวัตกรรม พร้อมด้วยความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและการออกแบบ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการตอบสนองความคาดหวังใหม่ของพื้นที่อสังหาริมทรัพย์ไม่ว่าจะเป็นในเชิงพาณิชย์หรือที่อยู่อาศัย โดย ARK นำทีมที่แข็งแกร่งในด้านการจัดหามาซึ่งสินทรัพย์ การบริหารสินทรัพย์ และความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับบริษัท The We Company ดังนั้น ผมคิดว่าเราจะเติมเต็มซึ่งกันและกันอย่างสวยงาม”

ทีมผู้บริหารและพันธมิตร

ในระยะแรก ARK จะเริ่มใช้เงินทุนมูลค่า 2.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ หลังจากที่มีการรวมกันกับที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ของ WeWork โดยบริษัท The We Company จะเป็นเจ้าของโดยหุ้นส่วนใหญ่ของ ARK

Steven Langman กรรมการผู้จัดการใหญ่ของ Rhône Group และสมาชิกของคณะกรรมการบริหารบริษัท The We Company จะทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการบริหารของ ARK และจะทำหน้าที่ในคณะกรรมการการลงทุนของ ARK อีกด้วย

นอกเหนือไปจาก Mr. Langman และ Mr. Gomel แล้วWendy Silverstein ซึ่งอดีตเคยอยู่กับ New York Reit และ Vornado Realty Trust จะทำหน้าที่เป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ ARK ทั้งนี้ ความเป็นผู้นำของ ARK ได้รับการสนับสนุนโดยกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ที่มีประสบการณ์ซึ่งมีความเชี่ยวชาญหลากหลายในด้านการซื้อ การพัฒนา และการจัดการด้านอสังหาริมทรัพย์

เกี่ยวกับ:

The We Company

ก่อตั้งขึ้นโดย Adam และ Rebekah Neumann และ Miguel McKelvey ในปี 2010 The We Company ประกอบด้วยสามสายธุรกิจที่แตกต่างกัน ได้แก่ WeWork, WeLive และ WeGrow ที่ส่งเสริมภารกิจของเราเพื่อยกระดับจิตสำนึกต่อโลก ภารกิจของ WeWork คือการสร้างโลกที่ผู้คนทำงานเพื่อสร้างชีวิตไม่ใช่แค่การมีชีวิต ภารกิจของ WeLive คือการสร้างโลกที่ไม่มีใครรู้สึกโดดเดี่ยว และภารกิจของ WeGrow คือการปลดปล่อยพลังอำนาจของมนุษย์ทุกคน บริษัท The We Company  เริ่มต้นเมื่อปี 2019 ด้วยจำนวนสถานที่ตั้ง 425 แห่งใน 100 เมืองทั่ว 27 ประเทศและมีสมาชิกมากกว่า 400,000 คนซึ่งรวมกันมากกว่า 30% ของ Fortune 500 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเยี่ยมชม www.we.co

ARK

ARK เป็น บริษัท ในเครือของ The We Company และทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มการซื้อและการจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับโลกแห่งใหม่ในมหานครนิวยอร์ก โฟกัสของ ARK คือการจัดหา พัฒนา และจัดการสินทรัพย์ด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับการคัดเลือกในเมืองเกตเวย์ระดับโลกและในตลาดรองที่มีการเติบโตสูง ทั้งนี้ ARK ร่วมมือกับ The We Company เพื่อนำผลิตภัณฑ์ของเราทั้งที่มีอยู่แล้ว และผลิตภัณฑ์ใหม่ และที่กำลังพัฒนาของบริษัทมาใช้ ร่วมกับการนำการสร้างวิธีการจัดการชุมชนและการจัดการพื้นที่มาใช้กับอสังหาริมทรัพย์ของ ARK และใช้ประโยชน์จากความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทกับพันธมิตรและบริษัทสมาชิกขององค์กรเพื่อสร้างระบบนิเวศ

หมายเหตุ:

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้อาจมีแถลงการณ์คาดการณ์ล่วงหน้าซึ่งไม่ควรถูกเชื่อถือฝังใจ และอาจมีการเปลี่ยนแปลง ไม่มีสิ่งใดที่มีอยู่ในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ที่ควรถือเป็นสัญญาการรับประกันหรือการเป็นตัวแทนเกี่ยวกับผลการดำเนินงานที่ผ่านมาหรือในอนาคตของบริษัท นิติบุคคลหรือยานพาหนะ หรือผลลัพธ์ที่ตรงเป้าหมายอื่น ๆ เหตุการณ์และเงื่อนไขที่แท้จริงอาจปรากฏออกมาอย่างแตกต่างมาก

กิจกรรมที่อธิบายไว้ในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีความเสี่ยงสูง และไม่ถือเป็นการการรับประกันว่า The We Company หรือ ARK หรือ บริษัทในเครือของพวกเขาใด ๆ จะสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ได้  วัตถุประสงค์หรือเป้าหมายใด ๆ ที่อธิบายไว้ในข่าวประชาสัมพันธ์นี้เป็นเพียงสมมุติฐาน และอยู่บนพื้นฐานของความเชื่อข้อสมมติฐาน และข้อมูลในปัจจุบัน และแสดงออกมาเพื่อจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการพยากรณ์หรือทำนายเหตุการณ์ในอนาคต ความไม่แน่นอนอื่น ๆ เงินทุนที่ถูกบริหารโดย ARK นั้นบางกรณีมีการบริหารร่วมกันกับผู้จัดการบุคคลที่สามของสถาบันอื่น ๆ และอยู่ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ระบุไว้ในข้อตกลงขั้นสุดท้ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับทุนหุ้นนั้น ไม่มีสิ่งใดในข่าวประชาสัมพันธ์นี้ถือเป็นการเสนอขาย และไม่ได้แสวงหาการเสนอซื้อหลักทรัพย์ หรือเป็นการให้คำปรึกษาการลงทุน หรือบริการ หรือการจัดการการลงทุน ไม่ว่าจะอยู่ในเขตอำนาจศาลใด ๆ

ทั้ง บริษัท บริษัท ARK และ บริษัทในเครือของพวกเขา ไม่ว่าโดยชัดแจ้งหรือโดยนัย ไม่ได้เป็นตัวแทนและไม่ได้รับประกัน เกี่ยวกับความถูกต้องหรือความสมบูรณ์ของข้อมูลที่มีอยู่ในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ ข่าวประชาสัมพันธ์นี้ไม่ได้เป็นข้อเสนอขายและไม่ได้แสวงหาข้อเสนอในการซื้อหลักทรัพย์ในเขตอำนาจศาลใด ๆ ผู้รับของข่าวประชาสัมพันธ์นี้ควรติดต่อตัวแทนของบริษัท The We Company และ ARK เพื่อหารือเกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีการ (รวมถึงข้อสมมุติฐาน) ที่ข้อความเหล่านี้ตั้งอยู่ และควรดำเนินการสืบสวนและประเมินอิสระด้วยตนเอง และขอคำแนะนำเพื่อการพิจารณาเพิ่มด้วยตนเอง เกี่ยวกับความถูกต้องของข้อมูลที่มีอยู่ในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้และผลกระทบของมันต่อสถานการณ์เฉพาะของตนเอง

ดูเวอร์ชั่นต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190515005296/en/

สื่อมวลชนติดต่อ

Dominic McMullan / Arif Shah

press@wework.com

IWBI ประกาศผู้เข้าร่วม WELL Portfolio รายแรก

Logo

Pathway ใหม่ช่วยเพิ่มความคล่องตัวและเพิ่มพูนการอัพเกรดสุขภาพและสุขภาพข้ามพอร์ต

นิวยอร์ก–(BUSINESS WIRE)–25 กันยายน 2018

International WELL Building Institute™ (IWBI™) ประกาศว่าผู้เข้าร่วม WELL Portfolio ™ รายแรก ซึ่งเป็นเส้นทางใหม่ในการรับรอง WELL Certification™ สำหรับอาคารใหม่และที่มีอยู่แล้วหลายแห่งและพื้นที่เช่าในส่วนงานเดียว  โดยปล่อยตัวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนำร่อง WELL v2™ ซึ่งเป็นการย้ำครั้งล่าสุดของ WELL Building Standard™ (WELL™) เป็นส่วนหนึ่งของชุดการปรับปรุงของ WELL เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นทั่วทั้งอุตสาหกรรมอาคารสำหรับโปรแกรมที่ช่วยให้เจ้าของ ผู้พัฒนา และผู้เช่าปรับปรุงและทำการปรับปรุงด้านสุขภาพให้กับสินทรัพย์อสังหาริมทรัพย์ของตน

การประกาศเกิดขึ้นภายหลังการเปิดตัว WELL v2 ซึ่งเป็นโครงการตัวที่สองของ WELL Building Standard ของ IWBI  การเพิ่มกระบวนการตรวจสอบเฟสต้นเพื่อให้โครงการต่างๆสามารถแสวงหาการแต่งตั้ง WELL D&O™ ซึ่งได้ริเริ่มใน WELL v2 ทำให้โครงการในพอร์ตโฟลิโอสามารถดำเนินการผ่านกระบวนการรับรองได้อย่างคล่องตัวและเป็นระบบมากขึ้น โดยมุ่งเน้นนโยบาย โปรแกรม และแนวทางการจัดซื้อ  WELL Portfolio Pathway จะสนับสนุนให้เจ้าของมองเส้นทางสู่ WELL เป็นกระบวนการแทนที่จะเป็นจุดหมายปลายทางและทำการปรับปรุงพอร์ตโฟลิโอต่างๆ ตลอดเวลาเพื่อติดตามความคืบหน้าของพวกเขาทั้งกระบวนการ

ผู้เช่า ผู้พัฒนา และนักลงทุนจากยุโรป อเมริกาเหนือ ออสเตรเลีย และเอเชียต่างแสดงความสนใจในการเดินตามเส้นทางของ WELL Portfolio Pathway  หลายคนเคยใช้ WELL สำหรับอาคารแต่ละแห่งแล้วและต้องการนำเสนอคุณค่าและประสิทธิภาพตามหลักฐานเดียวกันกับพอร์ตของตนตัวอย่าง โดยแสดงตัวอย่างความมุ่งมั่นของพวกเขาในการปรับปรุงสุขภาพคนในระดับใหญ่โต

ภายหลังการประชุมโต๊ะกลม การอภิปรายโดยผู้เชี่ยวชาญ และการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย องค์กรต่างๆ จากทั่วโลกมีพันธะสัญญาที่จะนำตัวอย่างผลงานของอาคารที่มีคุณสมบัติเหมาะสม   การมีส่วนร่วมของพวกเขาในการพัฒนาเส้นทางนี้ผ่านกระบวนการนำร่องช่วยให้มั่นใจได้ว่าโครงการจะมอบผลประโยชน์ทันทีและสามารถวัดได้สำหรับทั้งผู้ใช้งานช่วงต้นและผู้ที่เข้ามาภายหลัง

ตัวอย่างองค์กร:

Barclays

Brandywine Realty Trust

CBRE Global Investors and CBRE

Charter Hall

Forest City Realty Trust

Gro

Investa

JLL Asia Pacific

The Lendlease managed Australian Prime Property Fund (APPF) Commercial

Miron Construction Co., Inc.

Prologis, Inc.

Shaw Industries

SL Green Realty Corp

ความตื่นเต้นเกี่ยวกับ WELL Portfolio Pathway ในบรรดาผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการใช้อาคารของเราเป็นส่วนหนึ่งของชุดเครื่องมือเพื่อปรับปรุงสุขภาพของเราและเพิ่มความเป็นอยู่ที่ดีของเรา” ซีอีโอและประธาน IWBI Rick Fedrizzi กล่าว “องค์กรต่างๆ รู้ดีว่าการเปลี่ยนแปลงที่มีประสิทธิภาพนั้นเกินขึ้นในระดับใหญ่โต และนั่นคือแรงผลักดันในการริเริ่มนี้"

Fedrizzi ระบุว่าการอนุญาตให้มีการใช้คุณลักษณะ WELL ในหลายอาคารในพอร์ทโฟลิโอจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นและยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในวิธีที่เจ้าของสามารถติดตามการรับรอง WELL ได้  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นโครงการ WELL Portfolio Pathway จะได้รับดัชนีชี้วัดที่กำหนดเอง ซึ่งเหมาะสำหรับพอร์ตอาคารที่เกี่ยวข้อง และจะได้รับคำแนะนำในการปรับปรุงผลงานตลอดช่วงเวลา  เจ้าของอาคารจะสามารถกำหนดเกณฑ์ประสิทธิภาพด้านสุขภาพและการสร้างอาคารที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพได้ ทั้งจากพอร์ตการลงทุนของตนเองและพอร์ตการลงทุนของบุคคลอื่นๆ

เนื่องจากความยั่งยืนของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน WELL Building Standard ได้รับการออกแบบมาให้สามารถทำงานร่วมกันได้ด้วยมาตรฐานอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทั่วโลก  นักพัฒนาและผู้จัดการทรัพย์สินที่มีความมุ่งมั่นในการสร้างอาคารสีเขียวโดยใช้ LEED, BREEAM, Green Star หรือ Living Building Challenge อยู่ในสถานะที่เหมาะสำหรับการใช้ประโยชน์จากสิ่งต่างๆ มากมายที่มีอยู่ในอาคาร WELL Certified™

“ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของอาคารที่ต้องการแยกแยะพื้นที่ของเขาเพื่อทำให้น่าสนใจยิ่งขึ้นสำหรับผู้เช่า หรือ บริษัทที่ต้องการรักษาและดึงดูดบุคลากร เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน หรือลดต้นทุนด้านการดูแลสุขภาพ ผลประโยชน์ที่ได้รับจากพนักงานที่มีสุขภาพดีและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นคุ้มค่าอย่างยิ่งกับการลงทุนในอาคารเพียงครั้งเดียว  ผลการพิสูจน์ของ WELL กลายเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้นำทั่วโลกที่ต้องการออกแบบพื้นที่ให้กับตัวเองหรือผู้เช่าให้มอบประโยชน์ต่อสุขภาพในทันทีและสามารถวัดผลได้สำหรับทุกคนในอาคาร” Fedrizzi กล่าว

คำพูดของผู้เข้าร่วม

"SL Green ประสบความสำเร็จอย่างมากกับโครงการ LEED Volume Program ของ USGBC ซึ่งช่วยให้เราปรับปรุงกระบวนการรับรองได้ง่ายกว่าในพื้นที่ 15 แห่งเพื่อให้เราสามารถเห็นประโยชน์ของ WELL Portfolio" Laura Vulaj รองประธานอาวุโสและผู้อำนวยการด้านความยั่งยืนของ SL Green กล่าว "เรากำลังริเริ่ม WELL ที่ One Vanderbilt และเราจะสามารถใช้บทเรียนที่ได้เรียนรู้กับโครงการนำร่องนี้ได้ในระดับกว้างๆ  ที่สำคัญที่สุด เรามุ่งมั่นที่จะรักษาสุขภาพผู้อยู่อาศัยและความเป็นอยู่ที่ดีผ่านความร่วมมือกับ IWBI"

“JLL Asia Pacific รู้สึกตื่นเต้นที่จะมีส่วนร่วมใน Pilot Portfolio Pilot ซึ่งเราใช้ในการมุ่งเน้นที่อสังหาของ JLL และเพื่อช่วยลูกค้าของเราในการมุ่งสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น” Matthew Clifford หัวหน้าภาคพลังงานและบริการเพื่อความยั่งยืน JLL Asia Pacific กล่าว "เครื่องมือใหม่นี้มีศักยภาพที่จะช่วยสร้างโอกาสทางสุขภาพในสภาพแวดล้อมที่สร้างขึ้นเพื่อมอบประโยชน์อันมหาศาลให้กับชีวิตของพนักงานลูกค้าและประชาชน"

Nina James ผู้จัดการทั่วไปด้านการพัฒนาความยั่งยืนของบริษัทที่ Investa กล่าวว่า "Investa มองว่าสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้เช่าของเราถือเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการสร้างสถานที่ทำงานที่เจริญรุ่งเรืองทั่วประเทศและเพื่อความสำเร็จขององค์กรที่เราเป็นเจ้าภาพ  Portfolio pathway การจะช่วยให้เราสามารถระบุแนวทางปฏิบัติด้านสุขภาพและผลการดำเนินงานที่ดีที่สุดโดยใช้ WELL v2 scorecard.  Investa รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการนำร่องนี้ด้วยการทำงานร่วมกับองค์กรชั้นนำของโลกในการร่วมสร้างโซลูชั่น WELL ที่มีศักยภาพสำหรับอาคารที่มีอยู่"

"การมีส่วนร่วมในโครงการนำร่อง WELL Portfolio Pilot ซึ่งรวมสุขภาพของพนักงานและองค์ประกอบด้านสุขภาพเข้ากับการออกแบบอาคารอย่างลงตัวนั้น เหมาะสมกับแนวทางของ Prologis ในการดูแลสิ่งแวดล้อม ความรับผิดชอบต่อสังคม และการดูแลองค์กร" Grant Stevens กรรมการผู้จัดการบริษัท Global Construction and Development Services, Prologis กล่าว "อาคารที่สร้างขึ้นเพื่อมาตรฐานการออกแบบอย่างยั่งยืนสูงสุดไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานให้กับลูกค้าและบริษัทของเรา แต่ยังส่งเสริมสุขภาพและประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานด้วย”

“ทั่วโลก เราเห็นนักลงทุนใช้ผลงานด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมไม่ใช่แค่เพื่อเป็นพลเมืองที่ดี แต่เพื่อเป็นตัวบ่งชี้ในการส่งมอบผลตอบแทนที่ได้รับในระยะยาว" Josh McHutchison กรรมการผู้จัดการของ Lendlease Investment Management Australia กล่าว “สภาพการเป็นอยู่คือหนึ่งในปัจจัยที่ผลักดันการสร้างเขตที่ดีที่สุดที่ผู้คนอยากทำงาน และผู้เช่าของเราเห็นสุขภาพเป็นวิธีการดึงดูดและรักษาคนที่ดีที่สุด”

“พื้นที่ที่เราอาศัย ทำงาน เล่น เรียนรู้ และพักผ่อนมีผลกระทบอย่างมากต่อชีวิตของเรา  การออกแบบ รวมทั้งผลิตภัณฑ์ที่เข้ามามีส่วนสำคัญในการทำงานของเราทุกวัน” Susan Farris รองประธานฝ่ายการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการสื่อสารองค์กรที่เมืองชอว์กล่าว "ความมุ่งมั่นของเราในการออกแบบ Cradle to Cradle ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาเป็นจุดสนใจที่สำคัญของเรา การมีส่วนร่วมใน WELL Portfolio เป็นตัวอย่างที่แสดงถึงความมุ่งมั่นของเราต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของมนุษย์ผ่านทางสภาพแวดล้อมที่สร้างขึ้น  เช่นเดียวกับลูกค้าจำนวนมากของเรา เราตระหนักถึงโอกาสที่จะช่วยให้ผู้คนเจริญเติบโตและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ผ่านพื้นที่ทำงานที่ปลอดภัยและมีสุขภาพดีที่เรามีให้แก่พนักงานของเรา“ Farris กล่าวต่อ

เกี่ยวกับ the International WELL Building Institute

International WELL Building Institute (IWBI) เป็นผู้นำการเคลื่อนไหวทั่วโลกในการแปลงอาคารและชุมชนให้ผู้คนได้เจริญเติบโต  โครงการริเริ่ม WELL v2 เป็นหนึ่งในรุ่นที่เปิดตัวจาก WELL Building Standard ยอดนิยม พร้อมกับโครงการนำร่อง WELL Community Standard ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับเขตที่กำหนดมาตรฐานระดับโลกใหม่สำหรับชุมชนที่มีสุขภาพดี  WELL มุ่งเน้นวิธีการที่สิ่งปลูกสร้างและชุมชน และทุกสิ่งทุกอย่างในพื้นที่เหล่านี้สามารถปรับปรุงความสะดวกสบายของเรา ผลักดันทางเลือกที่ดีกว่า และเสริมสร้าง แทนที่จะขัดขวาง สุขภาพและความเป็นอยู่ของเรา  IWBI รวบรวมและระดมพลเมืองด้านสุขภาพผ่านการจัดการของข้อมูลประจำตัว WELL AP การแสวงหาการวิจัยที่เกี่ยวข้อง การพัฒนาทรัพยากรทางการศึกษา และการสนับสนุนนโยบายที่ส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ทุกแห่ง

สามารถชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ WELL ได้ที่นี่.

ดูเวอร์ชั่นต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20180925006028/en/

ติดต่อสำหรับสื่อ:

Jamie Matos

516.941.7176

jamie.matos@wellcertified.com

Cushman & Wakefield ประกาศปิดการเสนอขายไอพีโอหุ้นสามัญของบริษัท

Logo

ชิคาโก้–(BUSINESS WIRE)–06 สิงหาคม 2018

Cushman & Wakefield plc (“Cushman & Wakefield”) ประกาศในวันนี้ว่าได้ปิดการเสนอขายหุ้นสามัญแก่ประชาชนทั่วไปครั้งแรก หรือ ไอพีโอ จำนวน 45,000,000 หุ้น ที่ราคาหุ้นละ 17.00 ดอลลาร์ ในการเสนอขายหุ้นไอพีโอครั้งนี้ ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ได้ใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 6,750,000 หุ้น จาก Cushman & Wakefield ทำให้มีจำนวนหุ้นรวมทั้งหมด 51,750,000 หุ้น โดยหุ้นดังกล่าวจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กและทำการซื้อขายภายใต้สัญลักษณ์ "CWK"

Cushman & Wakefield ยังได้ประกาศปิดการลงทุนในหุ้นที่ออกใหม่แก่บุคคลในวงจำกัดโดย Vanke Service (HongKong) Co., Limited ซึ่งเป็นหุ้นสามัญในสัดส่วนร้อยละ 4.9 ของหุ้นสามัญทั้งหมดหลังการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไป และการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์อย่างเต็มรูปแบบ

Cushman & Wakefield คาดว่าจะนำเงินสุทธิจากการเสนอขายหุ้นสามัญมาลดภาระหนี้ โดยเฉพาะหนี้สินประเภท second lien เพื่อชำระหนี้ค้างชำระที่มีกําหนดเวลาซึ่งเกี่ยวข้องกับการซื้อ Cassidy Turley และนำเงินสุทธิที่เหลือมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทั่วไปขององค์กร

Morgan Stanley, J.P. Morgan, Goldman Sachs & Co. LLC และ UBS Investment Bank ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ร่วมและตัวแทนของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์สำหรับการเสนอขาย ขณะที่ Barclays Capital Inc., BofA Merrill Lynch, Citigroup Global Markets Inc., Credit Suisse Securities (USA) LLC และ William Blair & Company, L.L.C. ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ร่วมสำหรับการเสนอขาย และ TPG Capital BD, LLC, HSBC Securities (USA) Inc., Credit Agricole Securities (USA) Inc., JMP Securities LLC, China Renaissance Securities (US) Inc., Fifth Third Securities, Inc., Academy Securities, Inc., Loop Capital Markets LLC, Samuel A. Ramirez & Company, Inc., Siebert Cisneros Shank & Co., L.L.C. และ The Williams Capital Group, L.P. ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ผู้จัดจำหน่ายร่วม

การเสนอขายหุ้นทำโดยใช้หนังสือชี้ชวนที่เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของใบแจ้งการจดทะเบีย ผู้สนใจสามารถขอสำเนาของหนังสือชี้ชวนที่เกี่ยวข้องกับการเสนอขายได้ที่แผนกหนังสือชี้ชวน Morgan Stanley & Co. LLC ตั้งอยู่ที่ 180 Varick Street, 2nd Floor, New York, NY 10014, J.P. แผนก Broadridge Financial Solutions  Morgan Securities LLC ตั้งอยู่ที่ 1155 Long Island Avenue, Edgewood, NY 11717 อีเมล: prospectus-eq_fi@jpmchase.com แผนกหนังสือชี้ชวน Goldman Sachs & Co. LLC ตั้งอยู่ที่ 200 West Street, New York, NY 10282 หมายเลขโทรศัพท์: (866) 471-2526 หรือ อีเมล: prospectus-ny@ny.email.gs.com และ แผนกหนังสือชี้ชวน UBS Securities LLC ตั้งอยู่ที่ 1285 Avenue of the Americas, New York, NY 10019 หมายเลขโทรศัพท์: 888-827-7275 หรือ อีเมล: olprospectusrequest@ubs.com

แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์เหล่านี้มีผลอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2018 โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เอกสารประชาสัมพันธ์นี้จักไม่นำไปสู่การเสนอขาย หรือการชักชวนให้เกิดการเสนอซื้อ และจักไม่มีการขายหลักทรัพย์เหล่านี้ในรัฐหรือเขตอำนาจศาลใด ๆ ที่ข้อเสนอการขายหรือการชักชวนดังกล่าวจะไม่ชอบด้วยกฎหมายก่อนการจดทะเบียนหรือการได้สิทธิตามกฎหมายหลักทรัพย์ในรัฐหรือเขตอำนาจศาลดังกล่าว

เกี่ยวกับ Cushman & Wakefield

Cushman & Wakefield (NYSE: CWK) เป็นบริษัทที่ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับแนวหน้าของโลก ผู้ส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีความแตกต่างให้กับลูกค้าด้วยการสร้างสรรค์ไอเดียต่าง ๆ ให้เกิดขึ้นจริงสำหรับผู้ครอบของและเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ Cushman & Wakefield เป็นหนึ่งในบริษัทที่ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุด มีพนักงานทั้งหมด 48,000 คน ทำงานอยู่ในสำนักงานราว 400 แห่งใน 70 ประเทศทั่วโลก ในปี 2017 บริษัทมีรายได้ 6.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากบริการหลักๆ ในด้านอสังหาริมทรัพย์ การบริหารจัดการโครงการและสิ่งก่อสร้าง การเช่าซื้อ ตลาดทุน การประเมินมูลค่าและบริการอื่นๆ

ข้อควรระวังเกี่ยวกับแถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้า

ข้อความใด ๆ ในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ ซึ่งไม่ใช่ข้อเท็จจริงในอดีตหรือปัจจุบัน เป็นแถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้า แถลงการณ์คาดการณ์ล่วงหน้าเป็นการสื่อสารความคาดหวังในปัจจุบันของ Cushman & Wakefield หรือการคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคต แถลงการณ์คาดการณ์ล่วงหน้าเกี่ยวกับความเสี่ยงที่ไม่อาจทราบได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจทำให้ผลลัพธ์ที่แท้จริง ผลการปฏิบัติงาน หรือผลลัพธ์ที่แท้จริงของ Cushman & Wakefield แตกต่างไปอย่างมากจากผลการปฏิบัติงานหรือผลลัพธ์ในอนาคตในแถลงการณ์ที่เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้า ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนดังกล่าวได้มีการอธิบายไว้ในหัวข้อ “Risk Factors” และ “Cautionary Note Regarding Forward-Looking Statements” ในแบบฟอร์ม S-1 นอกจากจะมีการบังคับโดยกฎหมาย Cushman & Wakefield ไม่จำเป็นต้องเผยแพร่หรือแก้ไขแถลงการณ์คาดการณ์ล่วงหน้าใด ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์หรือเหตุการณ์หลังจากวันที่ในเอกสารประชาสัมพันธ์ฉบับนี้

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20180806005543/en/

ติดต่อ:

Cushman & Wakefield
Brad Kreiger
+1 312 424 8010
Brad.Kreiger@cushwake.com

Cushman & Wakefield ประกาศราคาเสนอขายหุ้นสามัญให้แก่ประชาชนทั่วไป

Logo

ชิคาโก–(BUSINESS WIRE)–02 สิงหาคม 2018

Cushman & Wakefield ("Cushman & Wakefield") ประกาศการกำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญแก่ประชาชนทั่วไปจำนวน 45,000,000 หุ้นในราคาหุ้นละ 17.00 ดอลลาร์ต่อหุ้น  หุ้นดังกล่าวจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กและจะขึ้นเครื่องหมาย "CWK" ในวันที่ 2 สิงหาคม 2018  นอกจากนี้ Cushman & Wakefield ยินยอมให้ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์มีเวลา 30 วันในการซื้อหุ้นสามัญเพิ่มเติมจำนวน 6,750,000 หุ้นในราคาเสนอขายหลักทรัพย์สาธารณะโดยหักส่วนลดผู้จัดจำหน่ายและค่าคอมมิชชั่น

Cushman & Wakefield คาดว่าจะใช้เงินสุทธิที่ได้รับจากการเสนอขายหุ้นสามัญเพื่อลดภาระหนี้ที่ค้างชำระ โดยเฉพาะเงินกู้ที่สอง หนี้ค้างชำระที่เกี่ยวข้องกับการซื้อ Cassidy Turley และนำรายได้สุทธิที่เหลือเพื่อวัตถุประสงค์ทั่วไปขององค์กร

Morgan Stanley, J.P Morgan, Goldman Sachs & Co. LLC และ UBS Investment Bank ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการการเงินและตัวแทนผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์สำหรับการเสนอขายหุ้นสามัญ  Barclays Capital Inc., BofA Merrill Lynch, Citigroup Global Markets Inc., Credit Suisse Securities (USA) LLC และ William Blair & Company, L.L.C. เป็นผู้จัดการการเงินสำหรับการเสนอขายหุ้นสามัญ  TPG Capital BD, LLC, HSBC Securities (USA) Inc., Credit Agricole Securities (USA) Inc., JMP Securities LLC, China Renaissance Securities (US) Inc., Fifth Third Securities, Inc., Academy Securities, Inc., Loop Capital Markets LLC, Samuel A. Ramirez & Company, Inc., Siebert Cisneros Shank & Co. L.L.C. และ The Williams Capital Group, L.P. เป็นผู้จัดการการเงินร่วมสำหรับการเสนอขายหุ้นสามัญ

การเสนอขายหุ้นทำโดยใช้หนังสือชี้ชวนที่เป็นส่วนหนึ่งของใบแจ้งการจดทะเบียน  เมื่อตีพิมพ์แล้ว สามารถขอสำเนาของหนังสือชี้ชวนที่เกี่ยวข้องกับการเสนอขายได้ที่: Morgan Stanley & Co. LLC, Attention: Prospectus Department, 180 Varick Street, 2nd Floor, New York, NY 10014, J.P. Morgan Securities LLC, Attention: Broadridge Financial Solutions, 1155 Long Island Avenue, Edgewood, NY 11717, อีเมล: prospectus-eq_fi@jpmchase.com, Goldman Sachs & Co. LLC, Attention: Prospectus Department, 200 West Street, New York, NY 10282, โทร: (866) 471-2526 หรืออีเมล: prospectus-ny@ny.email.gs.com และ UBS Securities LLC, Attention: Prospectus Department, 1285 Avenue of the Americas, New York, NY 10019, โทร: 888-827-7275 หรืออีเมล: olprospectusrequest@ubs.com.

คำประกาศเกี่ยวกับการจดทะเบียนหลักทรัพย์ดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2018 โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์  ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ไม่ถือเป็นการเสนอขายหรือการชักชวนการเสนอซื้อ และจะไม่มีการขายหลักทรัพย์เหล่านี้ในรัฐหรือเขตอำนาจศาลใด ๆ ที่ข้อเสนอการขายหรือการชักชวนดังกล่าวจะไม่ชอบด้วยกฎหมายก่อนการจดทะเบียนหรือการได้สิทธิตามกฎหมายหลักทรัพย์ในรัฐหรือเขตอำนาจศาลดังกล่า

เกี่ยวกับ Cushman & Wakefield

Cushman & Wakefield เป็น บริษัท ชั้นนำด้านการให้บริการอสังหาริมทรัพย์ระดับโลกที่มอบคุณค่าที่โดดเด่นด้วยการนำความคิดไปสู่การดำเนินการสำหรับผู้ครอบครองและเจ้าของอสังหาริมทรัพย์  Cushman & Wakefield เป็นหนึ่งในบริษัทให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่สุดที่มีพนักงาน 48,000 คนในสำนักงานประมาณ 400 แห่งและ 70 ประเทศ ในปี 2017 บริษัท มีรายได้ 6.9 พันล้านดอลลาร์ในบริการหลักของอสังหาริมทรัพย์ อาคารและการจัดการโครงการ ลีสซิ่ง ตลาดทุน การประเมินค่า และบริการอื่น ๆ

ข้อควรระวังเกี่ยวกับแถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้า

ข้อความใด ๆ ในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ซึ่งไม่ใช่ข้อเท็จจริงในอดีตหรือปัจจุบันเป็นแถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้า  แถลงการณ์คาดการณ์ล่วงหน้าแสดงถึงความคาดหวังในปัจจุบันของ Cushman & Wakefield หรือการคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคต  แถลงการณ์คาดการณ์ล่วงหน้าอิงกับความเสี่ยงที่ไม่อาจทราบได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจทำให้ผลลัพธ์ที่แท้จริงผล การปฏิบัติงาน หรือผลลัพธ์ที่แท้จริงของ Cushman & Wakefield แตกต่างไปอย่างมากจากผลการปฏิบัติงานหรือผลลัพธ์ในอนาคตในแถลงการณ์ที่เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้า  ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนดังกล่าวได้มีการอธิบายไว้ในหัวข้อ “Risk Factors” และ “Cautionary Note Regarding Forward-Looking Statements” ในแบบฟอร์มการลงทะเบียนใน Form S-1  นอกจากจะถูกบังคับโดยกฎหมาย Cushman & Wakefield ไม่จำเป็นต้องเผยแพร่หรือแก้ไขแถลงการณ์คาดการณ์ล่วงหน้าใดๆ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์หรือเหตุการณ์หลังจากวันที่ในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้

ดูเวอร์ชันของแหล่งที่มาใน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20180801006113/en/

ติดต่อ:

Cushman & Wakefield

Brad Kreiger

Corporate Communications

+1 312 424 8010

brad.kreiger@cushwake.com

Cushman & Wakefield เตรียมเข้าซื้อบริษัทในเครือสัญชาติไอร์แลนด์จาก Sherry FitzGerald Group

Logo

  • ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์กว่า 100 รายในดับลิน ลิเมอริก และกัลเวย์จะเข้าร่วมหนึ่งในบริษัทที่ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดของโลก
  • Aidan Gavin กรรมการผู้จัดการ จะได้รับตำแหน่งหัวเรือใหญ่ผู้ดูแลธุรกิจ Cushman & Wakefield ในไอร์แลนด์ และเป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริหารธุรกิจในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์

ดับลิน–(BUSINESS WIRE)–16 กรกฎาคม 2018

บริษัทผู้ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับโลกอย่าง Cushman & Wakefield ประกาศในวันนี้ว่าได้บรรลุข้อตกลงในการเข้าซื้อกิจการบริษัทอสังหาเชิงพาณิชย์ในเครือ Sherry FitzGerald Group ในสาธารณรัฐไอร์แลนด์ ข้อตกลงนี้คาดว่าจะดำเนินการได้สมบูรณ์ในช่วงต้นเดือนกันยายนปีนี้

โดยปัจจุบัน Cushman & Wakefield ถือหุ้น 20% ในธุรกิจอสังหาเชิงพาณิชย์สัญชาติไอร์แลนด์นี้อยู่แล้ว โดยบริษัทดังกล่าวดำเนินการในฐานะบริษัทสาขาในไอร์แลนด์ และได้ทำการรีแบรนด์ดิ้งเป็น Cushman & Wakefield Ireland ไปก่อนหน้านี้เมื่อสองปีที่แล้ว บริษัทมีผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาเชิงพาณิชย์กว่า 100 คน และมีสำนักงานตั้งอยู่ในดับลิน ลิเมอริก และกัลเวย์ และจะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับ Cushman & Wakefield อย่างเต็มรูปแบบ โดย Cushman & Wakefield เป็นหนึ่งในบริษัทที่ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีพนักงาน 48,000 คนประจำอยู่ที่สำนักงานราว 400 แห่งใน 70 ประเทศ

Aidan Gavin ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ จะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวเรือใหญ่แห่ง Cushman & Wakefield ในไอร์แลนด์ รวมถึงได้นั่งในบอร์ดกรรมการบริหารของบริษัทในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์

Cushman & Wakefield จะยังคงรักษาความสัมพันธ์อันดีในฐานะบริษัทในเครือกับ Sherry FitzGerald Group ซึ่งมีสำนักงาน 97 แห่งทั่วทั้งไอร์แลนด์

Colin Wilson ตำแหน่ง Chief Executive Officer, EMEA แห่ง Cushman & Wakefield กล่าวว่า: “นี่คือขั้นถัดไปที่น่าตื่นเต้นของความสัมพันธ์อันแสนวิเศษซึ่งได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อ 20 ปีที่แล้ว และยังสะท้อนถึงการเพิ่มขึ้นอย่างมากของโครงการที่มีการดำเนินการข้ามพรมแดนซึ่งทีมของพวกเราได้ร่วมมือกัน ในขณะที่เศรษฐกิจของไอร์แลนด์แข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่องและพวกเราได้มารวมกันเป็นบริษัทเดียวอย่างเต็มรูปแบบ เราหวังจะได้เห็นการเติบโตที่มากขึ้นพร้อมการดำเนินการที่ราบรื่นระหว่างไอร์แลนด์และสหราชอาณาจักร พวกเราจะยังคงมุ่งมั่นต่อการสร้างการเติบโตที่ก่อให้เกิดผลกำไรทั้งในด้านขนาดและการปฏิบัติงานของธุรกิจ EMEA เพื่อส่งมอบผลลัพธ์อันโดดเด่นให้กับลูกค้าของเรา”

Aidan Gavin ตำแหน่ง Head of Ireland ของ Cushman & Wakefield กล่าว่า: “ธุรกิจของเราแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่ได้เข้าร่วมกับแบรนด์ Cushman & Wakefield และพวกเราได้สร้างโมเมนตัมให้กับตลาดอย่างแท้จริง ขณะนี้ เรามีโอกาสที่จะเดินหน้าสู่ขั้นต่อไป ด้วยการนำทรัพยากรของเครือข่ายที่เรามีอยู่ทั่วโลกมาใช้ให้เกิดประโยชน์เพื่อร่วมกันออกแบบอนาคตของวงการอสังหาของไอร์แลนด์”

Steven McKenna ตำแหน่ง Chief Executive Officer แห่ง Sherry FitzGerald Group กล่าวว่า“สำหรับ Sherry FitzGerald Group แล้ว การขายธุรกิจครั้งนี้มอบโอกาสให้เราได้สนับสนุนแผนการอันทะเยอทะยานที่จะพัฒนาธุรกิจหลักของ Sherry FitzGerald อย่างต่อเนื่อง เร็วๆ นี้ เราจะเปิดสำนักงานแห่งที่ 100 ในไอร์แลนด์และจะให้ความสำคัญกับการส่งมอบธุรกิจที่ชาญฉลาดมากขึ้นผ่านเทคโนโลยีที่เต็มไปด้วยจินตนาการ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของลูกค้าของเรา ถือว่าเป็นเรื่องที่สมเหตสมผลแล้วในการที่ Cushman & Wakefield จะเป็นเจ้าของธุรกิจเชิงพาณิชย์สัญชาติไอร์แลนด์นี้แต่เพียงผู้เดียว พอๆ กับการที่พวกเราจะได้มีโครงสร้างการเป็นเจ้าของที่เข้าใจง่ายและดำเนินกิจการเป็นแบรนด์เดี่ยว โดยพวกเรายินดีที่จะเดินหน้าความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับ Cushman & Wakefield Ireland ต่อไป”

นอกจากการตกลงซื้อกิจการจาก Sherry FitzGerald Group แล้ว Cushman & Wakefield จะเข้าเป็นผู้ถือหุ่นส่วนน้อยในธุรกิจในเครือด้านอสังหาเชิงพาณิชย์ในเมืองคอร์กและเบลฟาสต์ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อกรรมสิทธิ์หุ้นปัจจุบันซึ่งถือครองโดยผู้บริหารที่ถือครองหุ้น

เกี่ยวกับ Cushman & Wakefield

Cushman & Wakefield เป็นบริษัทที่ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับแนวหน้าของโลก ผู้ส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีความแตกต่างให้กับลูกค้าด้วยการสร้างสรรค์ไอเดียต่างๆ ให้เกิดขึ้นจริงสำหรับผู้ครอบของและเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ Cushman & Wakefield เป็นหนึ่งในบริษัทที่ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุด มีพนักงานทั้งหมด 48,000 คน ทำงานอยู่ในสำนักงานราว 400 แห่งใน 70 ประเทศทั่วโลก ในปี 2017 บริษัทมีรายได้ 6.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากบริการหลักๆ ในด้านอสังหาริมทรัพย์ การบริหารจัดการโครงการและสิ่งก่อสร้าง การเช่าซื้อ ตลาดทุน การประเมินมูลค่าและบริการอื่นๆ ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับเราได้ที่ www.cushmanwakefield.com หรือติดตามเราบน Twitter ที่ @CushWake

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20180716005412/en/

ติดต่อ:

Cushman & Wakefield
Richard Coleman, +44 (0)203 296 4326
หัวหน้าฝ่ายสื่อสาร EMEA
richard.coleman@cushwake.com
หรือ
Sherry FitzGerald Group
Jill O’Neill, +353 86 252 3277
ผู้อำนวยการ, ฝ่ายสื่อสารภายนอกองค์กร
jill.oneill@sherryfitz.ie

THE FIRST GROUP จับมือ IQI Global ล่านักลงทุนในเอเชียแปซิฟิก

Logo

บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำจากดูไบจับมือบริษัทที่ปรึกษาด้านการลงทุนแถวหน้า เพื่อนำเสนอพอร์ตโฟลิโอให้กับลูกค้าระดับวีไอพีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่กำลังเติบโต

ดูไบ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–(BUSINESS WIRE)–16 พฤษภาคม 2018

The First Group หนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดของดูไบ จับมือ IQI Global ที่ปรึกษาการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ที่สำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อนำเสนอพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ที่กำลังขยายให้ครอบคลุมอสังหาริมทรัพย์ประเภทโรงแรมและอพาร์ตเมนต์โฮเทลให้กับลูกค้าของ IQI Global ทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20180516005689/en/

Rob Burns, The First Group’s Chief Executive Officer (Photo: AETOSWire)

Rob Burns ซีอีโอแห่ง The First Group (รูปภาพ: AETOSWire)

IQI Global เป็นหนึ่งในบริษัทที่ปรึกษาการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำที่มีชื่อเสียงระดับภูมิภาค และมีบทบาทสำคัญในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังเติบโตอย่างมาเลเซีย สิงคโปร์ ไทย ฟิลิปปินส์และเวียดนาม

พอร์ตโฟลิโออสังหาริมทรัพย์ที่หลากหลายของ The First Group ประกอบด้วยโครงการต่างๆ ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะสมและได้รับความนิยมสูงสุดของดูไบ รวมถึงพื้นที่ในเขต Business Bay, Jumeirah Village, Dubai Marina และ Palm Jumeirah

The First Group เป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งของบริษัทบริหารโรงแรมระดับโลกหลายแห่ง อย่างเช่น Wyndham Hotel Group บริษัทบริหารจัดการด้านโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดของโลก และ Millennium Hotels & Resorts ธุรกิจโรงแรมอันมีชื่อเสียงของสิงคโปร์ อสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวกับโรงแรมของบริษัทซึ่งตั้งอยู่ในดูไบประกอบด้วย TRYP by Wyndham ที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก และโรงแรมคุณภาพพรีเมียมระดับ 3-4 ดาวในเครือ Millennium เป็นการสร้างโอกาสให้นักลงทุนได้รับผลตอบแทนและผลประโยชน์ที่มากกว่า เมื่อเทียบกับทรัพย์สินที่ไม่มีชื่อเสียง (หรือทรัพย์สินประเภท “อื่นๆ”) ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

The First Group ที่มีผลงานอันจับต้องได้จากการพัฒนาโครงการโฮเทลอพาร์ตเมนต์ในดูไบมาตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ได้เริ่มวางระบบเชื่อมโยงอสังหาริมทรัพย์โรงแรมใหม่ ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างในพื้นที่สำคัญๆ ทั่วทั้งดูไบเพื่อดึงดูดผู้ที่สนใจในการลงทุนจากทั่วทั้งเอเชียแปซิฟิก

Rob Burns ซีอีโอแห่ง The First Group แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเข้าเป็นพันธมิตรกับ IQI Global ว่า ทางบริษัทมุ่งมั่นที่จะขยายธุรกิจสู่ตลาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก ด้วยวิสัยทัศน์ที่จะยกระดับดูไบให้เป็นหนึ่งในจุดหมายในการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ที่สำคัญเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

“การเติบโตของดูไบเป็นเมืองตะวันออกกลางแห่งแรกของโลก สร้างโอกาสที่ไม่มีเมืองอื่นๆ สู้ได้ให้กับนักลงทุนที่มีศักยภาพผู้กำลังมองหาโอกาสทำเงินจากการเติบโตอันน่าเหลือเชื่อของเมืองนี้” เขากล่าว “เราจะทำงานร่วมกับ IQI Global เพื่อแสดงให้เห็นถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์อสังหาริมทรัพย์โรงแรมระดับกลางบน (upper midscale) ที่มีการขับเคลื่อนอยู่ตลอดเวลาให้กับนักลงทุนในตลาดหลักๆ ทั่วทั้งเอเชียแปซิฟิก ตลอดจนเดินหน้าสร้างชื่อเสียงของเราให้เป็นหนึ่งในบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุดในดูไบ”

Kashif Anasari ซีอีโอของ IQI Global กล่าวว่า “เป็นเกียรติ” อย่างมากที่ได้ร่วมงานกับทาง The First Group ซึ่งเขาให้คำนิยามว่าเป็น “ผู้นำในธุรกิจการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ด้านโรงแรมในดูไบ”

“ผมรู้สึกว่าดูไบยังไม่ถูกนำเสนอในตลาดด้านอสังหาฯ อย่างเหมาะสมเท่าไรนัก ในขณะที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีประชากรมากกว่า 600 ล้านคน ซึ่งหลายๆ คนในจำนวนนั้นสนใจลงทุนด้านอสังหาฯ” เขากล่าว

“ดูไบได้กลายมาเป็นจุดหมายสำคัญสำหรับนักลงทุนด้านอสังหาฯ จากทั่วโลก อสังหาริมทรัพย์ในดูไบมีแบรนด์เป็นของตัวเอง และด้วยการริเริ่มจัดกิจกรรมต่างๆ โดยรัฐบาล เช่น งาน Expo 2020 และการทำธุรกรรมทางด้านบล็อกเชน เรามั่นใจว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในดูไบจะต้องเติบโตขึ้นได้อีกอย่างแน่นอน”

“ด้วยทีมงานอันแข็งขันจากทั้ง IQI Global และ TFG ที่ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ผมมั่นใจว่าเราจะสามารถทำให้ The First Group ประสบผลสำเร็จในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตรงตามวิสัยทัศน์ของเราและได้รับโอกาสเดียวกันกับที่ได้รับในดูไบ”

เกี่ยวกับ THE FIRST GROUP

The First Group ประกอบธุรกิจโรงแรมและบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับสากล สร้างความเชี่ยวชาญและความสำเร็จในตลาดทั่วโลกมากว่า 30 ปี ทีมผู้บริหารของ The First Group มีความแกร่งและประสบการณ์ในด้านต่างๆ ครอบคลุมอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ การเงิน การควบรวมกิจการ การตลาด และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั่วโลก ด้วยความเชี่ยวชาญในการมองเห็นประโยชน์ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังเติบโต และการเป็นหุ้นส่วนที่ดีกับบริษัทชั้นนำทำให้ลูกค้าของเรามีความเชื่อมั่นในความปลอดภัยและได้รับผลตอบแทนที่น่าพอใจจากหนึ่งในธุรกิจโรงแรมชั้นนำระดับโลก สำนักงานใหญ่ของ The First Group ตั้งอยู่ในดูไบ รวมทั้งมีการดำเนินธุรกิจในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นแอลจีเรีย อาเซอร์ไบจาน จีน กาน่า อินเดีย คาซัคสถาน ไนจีเรีย โอมาน รัสเซีย ซาอุดิอาระเบียและตุรกี ขณะที่ฐานลูกค้าของ The First Group กำลังขยายอย่างรวดเร็ว สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมได้ที่ www.thefirstgroup.com.

*ที่มาAETOSWire

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20180516005689/en/

The First Group
Eve Humphreys, +97144387458
ผู้อำนวยการฝ่ายแบรนด์และสื่อสารการตลาด
Eve.Humphreys@thefirstgroup.com



Madison Realty Capital ให้เงินกู้เพื่อการก่อสร้างมูลค่า 297 ล้านดอลลาร์สำหรับ Fortis Property Group ในการพัฒนา River Park ใน Cobble Hill Brooklyn

Logo

MRC ให้สินเชื่อเพื่อก่อสร้างโครงการสร้างอาคารแบบผสมผสาน 3 ตึกพร้อมด้วยคอนโดหรู 172 ห้องตั้งอยู่ที่บริเวณ Long Island College Hospital

นิวยอร์ก – (BUSINESS WIRE) – 13 ก.ย. 2017

Madison Realty Capital (MRC) สรุปการให้เงินกู้มูลค่า 297 ล้านเหรียญให้กับ River Park โครงการพัฒนาอาคารแบบผสมผสาน 3 ตึกใน Cobble Hill, Brooklyn ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ขายประมาณ 325,000 ตารางฟุตรวมถึงคอนโดมิเนียมหรู 172 หน่วย พื้นที่ชุมชนจำนวน 66,900 ตารางฟุต และที่จอดรถ 328 แห่ง  MRC ซึ่งเป็นบริษัทการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ที่มุ่งเน้นการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์และการให้เงินกู้กับบริษัทขนาดกลาง ได้ให้เงินกู้สำหรับโครงการสามอาคารนี้ที่ตั้งติดกันในพื้นที่ที่เคยเป็น Long Island College Hospital (LICH)  การพัฒนาโครงการนี้อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของ Fortis Property Group ซึ่งเคยเป็นผู้กู้จาก MRC มาก่อน

"เราตื่นเต้นมากที่ได้ร่วมงานกับ Fortis อีกครั้งในการก่อสร้างอาคาร Cobble Hill" Josh Zegen ผู้ร่วมก่อตั้งและ Managing Principal ของ MRC กล่าว "เราเชื่อว่าผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่อย่างจำกัดในตลาด Cobble Hill และ Brooklyn Heights รวมกับผลิตภัณฑ์พิเศษที่ Fortis นำเสนอจะทำให้เป็นโครงการเลิศหรูอย่างยิ่งสำหรับเมือง Brooklyn"

"MRC ยังให้ประสบการณ์การซื้อแบบครบวงจรในตลาดจัดหาอสังหาริมทรัพย์ “นาย Zegen กล่าวเสริม "เราเชื่อว่าเรากำลังเสนอกระบวนการให้กู้ยืมที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยอาศัยความเข้าใจในสิ่งที่สปอนเซอร์ต้องการและความรู้ลึกซึ้งของเราเกี่ยวกับเมืองนิวยอร์กในระดับตลาดขนาดเล็ก  ในกรณีนี้เราได้ให้เงินกู้แก่ Fortis ในช่วงแรกของการซื้อที่ดินและการพัฒนาเบื้องต้นและเรายินดีที่จะยังคงอยู่ในข้อตกลงสำหรับโครงการโปรไฟล์สูงนี้"

"เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะดำเนินการก่อสร้างโครงการ River Park ที่สวยงามของเรา" Jonathan Landau, CEO ของ Fortis Property Group กล่าว "การทำงานร่วมกับ Josh Zegen และ MRC ช่วยให้เราสามารถเจรจาราคาที่เหมาะสมสำหรับการพัฒนาสถานที่ที่สำคัญนี้  River Park 1, 2 และ 5 จะเป็นศูนย์กลางของย่าน Brooklyn Waterfront แห่งใหม่และนำระดับการใช้ชีวิตที่หรูหรามาสู่ Cobble Hill"

ในปี 2015 Fortis ได้ตกลงที่จะซื้ออาคาร 18 แห่งที่ประกอบด้วยวิทยาเขตเดิมของ LICH เป็นมูลค่า 240 ล้านเหรียญผ่านกระบวนการ RFP ที่มีการแข่งขันสูงโดยมีผู้ขายเป็น State University of New York.  Fortis ได้รับเงินกู้ระยะสั้นจาก MRC ในช่วงแรกของการซื้อกิจการเป็นจำนวน 107.25 ล้านเหรียญ  เงินกู้ยืมใหม่จาก MRC จะนำไปใช้ในการตัดหนี้เงินกู้ที่ผ่านมาและการก่อสร้างอาคารชุดพักอาศัยใหม่ทั้ง 3 อาคารให้เสร็จสมบูรณ์ รวมถึงอาคารริมน้ำที่ตั้งอยู่ที่ 350 Hicks Street (“1 River Park"); อาคารที่ตั้งอยู่ที่ 95 Pacific Street ("2 River Park"); และอาคารที่ตั้งอยู่ที่ 349 Henry Street / 112 Pacific Street ("5 River Park")

เกี่ยวกับ Madison Realty Capital (MRC)

MRC เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนในนิวยอร์กที่แสวงหาอสังหาริมทรัพย์และการลงทุนหนี้ในตลาดระดับกลาง  MRC ได้ก่อตั้งขึ้นในปี 2004 โดยได้ลงทุนในธุรกรรมจำนวนประมาณ 6.0 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในธุรกิจที่อยู่อาศัยรวม ค้าปลีก สำนักงานอุตสาหกรรม และโรงแรม

เกี่ยวกับ Fortis Property Group

Fortis Property Group, LLC เป็นบริษัทด้านการลงทุน การดำเนินงาน และการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ได้ซื้อและบริหารจัดการโครงการอสังหาริมทรัพย์เกี่ยวกับคอนโดมิเนียมที่อยู่อาศัย สำนักงานระดับชั้น A ที่อยู่อาศัยรวม และโรงงานรวมมากกว่า 5.0 พันล้านเหรียญสหรัฐ / 8 ล้านตารางฟุตโดยเน้นพื้นที่ในนิวยอร์ก บอสตัน และเมืองดัลลัส

ดูเวอร์ชั่นของแหล่งที่มาใน businesswire.comhttp://www.businesswire.com/news/home/20170913006567/en/

ติดต่อ:

Great Ink Communications
Tom Nolan, 212-741-2977
tom@greatink.com
หรือ
Eric Waters, 212-741-2977
eric.waters@greatink.com