Category Archives: Food & Beverage

Seafood Legacy Co. Ltd. ประกาศเปิดให้ลงทะเบียนการประชุม Tokyo Sustainable Seafood Summit ประจำปี 2564

Logo

สร้างเศรษฐกิจสีน้ำเงินสู่ปี 2573: พลิกโฉมอุตสาหกรรมอาหารทะเลญี่ปุ่นผ่านการลงทุนแบบ DX และ ESG

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–27 สิงหาคม 2564

การประชุม Tokyo Sustainable Seafood Summit ประจำปี 2564 (TSSS2021) จะจัดขึ้นระหว่างวันจันทร์ที่ 11 ถึงวันพุธที่ 13 ตุลาคม 2564 โดย Seafood Legacy Co., Ltd. (จากนี้เรียก “Seafood Legacy '') และ Nikkei ESG ร่วมกับ Walton Family Foundation และ David and Lucile Packard Foundation

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้มีเนื้อหาแบบมัลติมีเดีย ดูอย่างเต็มรูปแบบที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20210826005032/en/

(Graphic: Business Wire)

(กราฟิก: Business Wire)

ธีมของการประชุมในปีนี้คือ “สร้างเศรษฐกิจสีน้ำเงินสู่ปี 2573: พลิกโฉมอุตสาหกรรมอาหารทะเลของญี่ปุ่นผ่านการลงทุนแบบ DX และ ESG” จากการให้ความสำคัญต่อเศรษฐกิจสีน้ำเงินและความสำเร็จตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ภายในปี 2573 การประชุมจึงมุ่งเน้นไปที่การนำเทคโนโลยีมาดำเนินธุรกิจ (DX) และการลงทุนที่คำนึงถึงการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) ที่มุ่งเร่งการขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืนในอุตสาหกรรมอาหารทะเลของญี่ปุ่น

การประชุม Tokyo Sustainable Seafood Summit ต่อยอดมาจาก Tokyo Sustainable Seafood Symposium ที่จัดก่อนหน้า โดยจัดขึ้นทุกปีตั้งแต่ปี 2558 และได้เติบโตขึ้นเป็นหนึ่งในการประชุมชั้นนำที่ใหญ่ที่สุดของเอเชียที่เคลื่อนไหวเกี่ยวกับอาหารทะเลที่ยั่งยืน โดยมีอัตราการเข้าร่วมที่เพิ่มขึ้นทุกปี ปีที่แล้วมีผู้บรรยาย 108 คน และผู้เข้าร่วมประชุม 3,800 คน (ยอดชมทางออนไลน์)

การเคลื่อนไหวต่อความยั่งยืนในอุตสาหกรรมอาหารทะเลและเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่อิงกับทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งมีการเติบโตขึ้นจากความสนใจเกี่ยวกับความยั่งยืนที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก และเป็นสัญลักษณ์จากแนวคิด “เศรษฐกิจสีน้ำเงิน”

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแก้ไขพระราชบัญญัติการประมงของญี่ปุ่นที่มีผลบังคับใช้ในเดือนธันวาคม 2563 โดยมีการออกกฎหมายเพื่อปรับใช้และปรับปรุงการจำหน่าย (พระราชบัญญัติการค้าสัตว์และพืชเฉพาะทางทะเลในประเทศ) นโยบายดังกล่าวสร้างความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการปรับปรุงความยั่งยืน นอกจากการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้แล้ว ยังมีสัญญาณว่าการนำเทคโนโลยีทางดิจิทัลมาใช้จะช่วยส่งเสริมความยั่งยืนในอุตสาหกรรมอาหารทะเล ส่วนสถาบันการเงินก็ได้เปิดตัวโครงการที่สนับสนุนการลงทุนที่คำนึงถึงการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) เพื่อปรับปรุงความยั่งยืนของอุตสาหกรรมอีกด้วย

ชื่องานได้ถูกเปลี่ยนจาก “การประชุมสัมมนา” เป็น “การประชุมสุดยอด” เพื่อให้สะท้อนถึงเป้าหมายในการตระหนักถึงการเคลื่อนไหวที่ได้ผลมากขึ้น โดยเป้าหมายคือการทำให้การประชุมเป็นงานที่นอกจากจะมุ่งเน้นไปที่การลงทุนโดยใช้เทคโนโลยีทางดิจิทัลและคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาลแล้ว เรายังสามารถพูดคุยกับผู้บรรยายและผู้เข้าร่วมเกี่ยวกับวิธีสร้างเศรษฐกิจสีน้ำเงินให้ดีที่สุดภายใน 10 ปีจนถึงปี 2573 ได้อีกด้วย

นอกจากการแบ่งปันข้อมูลล่าสุดที่เคยทำในการประชุมก่อนหน้าแล้ว การประชุมในปีนี้จะใช้ฟังก์ชันออนไลน์ ซึ่งเป็นพื้นที่ให้กับผู้ที่ต้องการส่งเสริมความยั่งยืนในอุตสาหกรรมอาหารทะเลได้สามารถโต้ตอบกัน

การประชุมครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศหารือกับบุคคลที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับอุตสาหกรรมอาหารทะเลของญี่ปุ่นเป็นเวลา 3 วัน โดยมีเป้าหมายในการส่งต่อทรัพยากรทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์และเศรษฐกิจที่ยั่งยืนไปสู่รุ่นต่อไป เราขอขอบคุณสำหรับการแบ่งปันข้อมูลนี้ผ่านสื่อของท่าน

โครงร่างการประชุม

  • หัวข้อ: การประชุม Tokyo Sustainable Seafood Summit ประจำปี 2564 (TSSS2021)
  • ธีม: สร้างเศรษฐกิจสีน้ำเงินสู่ปี 2573: พลิกโฉมอุตสาหกรรมอาหารทะเลญี่ปุ่นผ่านการลงทุนแบบ DX และ ESG
  • วัน/เวลา: วันจันทร์ที่ 11 ถึงวันพุธที่ 13 ตุลาคม 2564
  • สถานที่: ออนไลน์
  • ค่าธรรมเนียมการเข้าร่วม: 5,000 เยนต่อคนสำหรับ 3 วันเต็ม (ไม่รวมภาษี)
  • บริการล่ามแปลภาษา ญี่ปุ่น-อังกฤษ พร้อมกันในงาน

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและการลงทะเบียน โปรดดูที่: https://sustainableseafoodnow.com/2021/en/

ระหว่างการประชุม เราจะจัดงานมอบรางวัล Japan Sustainable Seafood Award ครั้งที่ 3 ซึ่งจะยกย่องถึงความพยายามในการกระตุ้นการเคลื่อนไหวทางอาหารทะเลที่ยั่งยืนของญี่ปุ่น

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20210826005032/en/

ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับประกาศได้ที่:
Miki Yamaoka miki.yamaoka@seafoodlegacy.com
Mariko Arikawa mariko.arikawa@seafoodlegacy.com
โทร: +81-80-3550-2920
Seafood Legacy Co., Ltd.

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย


Dole Food & Beverages Group พลิกโฉมการวางแผนและทัศนวิสัยในห่วงโซ่อุปทานแบบดิจิทัลด้วย Blue Yonder

Logo

บริษัท CPG ระดับโลกจะปรับปรุงการคาดการณ์และประสานกระบวนการ S&OP และ S&OE ทั่วทั้งองค์กรด้วย Luminate Control Tower และ Luminate Planning

สิงคโปร์และสก็อตส์เดล แอริโซนา–(BUSINESS WIRE)–26 สิงหาคม 2564

ในช่วงการระบาดใหญ่ของ COVID-19 บริษัทสินค้าอุปโภคบริโภค (CPG) ได้เห็นการหยุดชะงักอย่างมีนัยสำคัญในด้านอุปสงค์และอุปทานของห่วงโซ่อุปทานของพวกเขา ส่งผลให้เกิดความต้องการความสามารถในการคาดการณ์ความต้องการของผู้ซื้อเพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป การเพิ่มขีดความสามารถในด้านบริการให้เหนือกว่า และสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ปรับเปลี่ยนได้พร้อมการแสดงภาพแบบครบวงจร นั่นเป็นแรงผลักดันให้ Dole Food & Beverages Group เปลี่ยนแปลงห่วงโซ่อุปทานแบบดิจิทัลเพื่อคาดการณ์ความล่าช้าในการจัดส่งและความล่วงรู้ กำหนดและเพิ่มประสิทธิภาพความต้องการซื้อ โดยเปิดใช้งานด้วยโซลูชันระบบคลาวด์ Blue Yonder สองรายการคือ: กลุ่มผลิตภัณฑ์ Luminate™ Control Tower และ Luminate Planning

Dole Food & Beverages Group เป็นส่วนหนึ่งของ The Dole Sunshine Company ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและนักการตลาดรายใหญ่ที่สุดของโลกในผลไม้สดบรรจุภัณฑ์และผลิตภัณฑ์จากผลไม้ที่มีคุณภาพสูง บริษัทกำลังมองหาทัศนวิสัยและการคาดการณ์แบบครบวงจร การวางแผนการขายและการดำเนินงาน (S&OP) และกระบวนการขายและการดำเนินการ (S&OE) และความสามารถของการบริหารจัดการ โดย Dole Food & Beverages Group เป็นลูกค้า Blue Yonder มามากกว่า 20 ปีได้ผ่านขั้นตอนการประเมินที่ครอบคลุมเพื่อเลือกผู้ให้บริการซัพพลายเชนที่มีมายาวนานสำหรับโซลูชันที่สามารถตอบสนองความต้องการที่ใหม่กว่าและสนับสนุนการเดินทางสู่ Dole Promise

โครงการเปลี่ยนโฉมสู่ดิจิทัลจะช่วยให้ Dole Food & Beverages Group สร้างห่วงโซ่อุปทานที่คล่องตัวโดยมุ่งเน้นที่องค์ประกอบหลักสามประการ ได้แก่ บุคลากร กระบวนการ และระบบ โดยการใช้โซลูชัน Blue Yonder ที่ขับเคลื่อนโดย Luminate Platform บริษัทมีแผนดังนี้:

  • จัดโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานในอนาคตด้วยการบริหารจัดการระดับโลกและระดับท้องถิ่นที่ทำงานร่วมกันอย่างราบรื่นเพื่อให้ได้รับความรับผิดชอบตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางตลอดห่วงโซ่อุปทาน
  • เพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าและการประหยัดต้นทุนด้วยระดับสินค้าคงคลังที่ลดลงและการเพิ่มประสิทธิภาพสินค้าคงคลัง
  • เพิ่มความยืดหยุ่นและความคล่องตัวในกระบวนการวางแผน
  • เปิดใช้งานความสามารถในการตัดสินใจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลผ่านแพลตฟอร์มแบบบูรณาการแบบครบวงจร
  • ปรับปรุง S&OP การวางแผนสถานการณ์และการเงิน รวมถึงงบกำไรขาดทุนและกระแสเงินสด
  • ปรับปรุงการแสดงภาพทั่วทั้งห่วงโซ่อุปทาน

“ตอนมองหาการบริหารจัดการและโซลูชันในการวางแผนห่วงโซ่อุปทาน เป้าหมายของเราคือการเปิดใช้งานกระบวนการซัพพลายเชนข้ามสายงานที่คล่องตัวและตอบสนอง ซึ่งช่วยให้ผู้คนมีความสามารถในการตัดสินใจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลโดยอิงจากพื้นฐานของแพลตฟอร์มเทคโนโลยีบูรณาการแบบครบวงจร Luminate Planning และ Luminate Control Tower ของ Blue Yonder มอบโซลูชันที่เหมาะสมแก่เราเพื่อการตัดสินใจทางธุรกิจที่รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งช่วยปรับปรุงการดำเนินงานของเรา ส่งผลให้ต้นทุนลดลงและเพิ่มเวลาในการวางแผน” Fritz Zeh รองประธานฝ่ายการผลิตทั่วโลก กลุ่มอาหารและเครื่องดื่มของ Dole กล่าว

แพลตฟอร์ม Luminate เป็นรากฐานสำคัญของระบบนิเวศนี้ โดยนำเสนอระบบอัตโนมัติอัจฉริยะและความสามารถในการขยาย ความสม่ำเสมอของข้อมูล และประสบการณ์ที่มีส่วนร่วมและเป็นหนึ่งเดียวที่ขับเคลื่อนการทำงานร่วมกันและการตัดสินใจ แพลตฟอร์มดังกล่าวจะขับเคลื่อนความสามารถในทัศนวิสัยและการวางแผนสำหรับ Dole Food & Beverages Group ซึ่ง Luminate Control Tower ที่ทำงานบนคลาวด์ของ Microsoft Azure จะช่วยให้บริษัทสามารถดำเนินการด้วยตนเองโดยอัตโนมัติ เข้าถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อจัดการและปรับขนาดระดับสินค้าคงคลังให้เหมาะสม และทัศนวิสัในห่วงโซ่อุปทานได้ ด้วย Luminate Planning บริษัทสามารถสร้างการคาดการณ์ที่แม่นยำยิ่งขึ้น โดยคำนวณจากตัวแปรหลายร้อยตัวที่ขับเคลื่อนอุปสงค์และในทางกลับกันก็บรรลุการคาดการณ์อุปสงค์เดียวที่เป็นกลาง การคำนวณอัตโนมัติและการสร้างการคาดการณ์แบบองค์รวมช่วยให้บริษัทปลดล็อกประสิทธิภาพการวางแผนที่ดียิ่งขึ้น

“เรารู้สึกตื่นเต้นที่ Dole Food & Beverages Group มอบความไว้วางใจในโซลูชันระบบคลาวด์ของเรา เพื่อช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงห่วงโซ่อุปทานดิจิทัล พวกเขาจะสามารถนำความสามารถในการคาดการณ์และการวางแผนธุรกิจของพวกเขาไปสู่อีกระดับ ในขณะที่มองเห็นผ่านการบริหารจัดการ” Vishal Dhawan รองประธานกลุ่ม Growth Markets ของ Blue Yonder กล่าว

บริษัทที่สนใจเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการโยกย้ายโซลูชันซัพพลายเชนของตนไปยังระบบคลาวด์เพื่อเปิดใช้งานการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลสามารถเยี่ยมชมได้ที่: blueyonder.com/services/cloud-transformation

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม:

เกี่ยวกับ Dole Food & Beverages Group

Dole Food & Beverages Group เป็นผู้นำในการจัดหา แปรรูป จัดจำหน่าย และทำการตลาดผลิตภัณฑ์ผลไม้และขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพไปทั่วโลก Dole จำหน่ายผลิตภัณฑ์ผลไม้แช่แข็งและแห้งบรรจุกระป๋อง โหล ถ้วย และเป็นผู้ริเริ่มในด้านบรรจุภัณฑ์และผลไม้แปรรูปในรูปแบบใหม่

ที่ Dole เราเชื่อว่าในทุก ๆ วัน ควรจะได้รับแสงแดดที่มากขึ้น เพราะแสงแดดที่มากขึ้นหมายถึงรอยยิ้มที่มากขึ้น พลังงานที่มากขึ้น และชีวิตที่สดใสและมีสุขภาพดีที่มากขึ้นที่คุณทำงานอย่างหนักเพื่อให้ได้มา และเพื่อช่วยให้ดวงอาทิตย์ส่องแสงในทุกที่ เรามุ่งมั่นสู่ความยั่งยืนในการดำเนินงานทั้งหมดของเรา โดยมุ่งเน้นไปที่สี่เสาหลัก: การจัดการน้ำ คาร์บอนฟุตพริ้นท์ การอนุรักษ์ดิน และการลดของเสีย เรามั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นของเรามีความสดใสมีชีวิตชีวา ดังนั้นคุณสามารถเพิ่มแสงแดดให้วันของคุณเองได้ทุกวัน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมที่ dolesunshine.com

เกี่ยวกับ Blue Yonder

Blue Yonder เป็นผู้นำระดับโลกในห่วงโซ่อุปทานดิจิทัลและการเติมเต็มการค้าผ่านทุกช่องทาง แพลตฟอร์มอัจฉริยะแบบครบวงจรของเราช่วยให้ผู้ค้าปลีก ผู้ผลิต และผู้ให้บริการด้านลอจิสติกส์สามารถคาดการณ์ เปลี่ยนแปลง และตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างราบรื่น ด้วย Blue Yonder คุณสามารถทำการตัดสินใจทางธุรกิจที่ทำกำไรได้โดยอัตโนมัติ ที่มอบการเติบโตที่มากยิ่งขึ้นและมอบประสบการณ์ของลูกค้าในจินตนาการใหม่ Blue Yonder – Fulfill your PotentialTM blueyonder.com

Blue Yonder” เป็นเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Blue Yonder Group, Inc. ชื่อการค้า ผลิตภัณฑ์ หรือบริการใดๆ ที่อ้างอิงในเอกสารนี้โดยใช้ชื่อ “Blue Yonder” เป็นเครื่องหมายการค้าและ/หรือทรัพย์สินของ Blue Yonder Group, Inc. ชื่อบริษัทและผลิตภัณฑ์อื่นๆ ทั้งหมดอาจเป็นเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายการค้าจดทะเบียน หรือเครื่องหมายบริการของบริษัทที่เกี่ยวข้อง

รับชมเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20210825005736/en/

ติดต่อประชาสัมพันธ์ Blue Yonder:
Jolene Peixoto รองประธานฝ่ายสื่อสารองค์กร
โทร: +1 978-475-0524, jolene.peixoto@blueyonder.com

Marina Renneke APR ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร
โทร: +1 480-308-3037, marina.renneke@blueyonder.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Agthia เปิดตัว eZad ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการประมูลออนไลน์ครั้งแรกสำหรับอินทผลัม

Logo

  • eZad ช่วยให้เกษตรกรชาวสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ขายอินทผลัมได้โดยตรงกับผู้ซื้ออินทผลัมทั่วโลก แพลตฟอร์มนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้การซื้อและขายที่เร็วขึ้น โปร่งใสมากขึ้น และให้ผลกำไรสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด
  • eZad ยังนำเสนอโซลูชั่นห่วงโซ่คุณค่าที่สมบูรณ์เพียงปลายนิ้วสัมผัส

อาบูดาบี, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–(BUSINESS WIRE)–22 ส.ค. 2564

Agthia Group PJSC บริษัทอาหารและเครื่องดื่มชั้นนำระดับภูมิภาค ประกาศเปิดตัว eZad ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม eAuction ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ สะดวก และมีประสิทธิภาพ สำหรับรูปแบบทางธุรกิจที่เกิดขึ้นระหว่างผู้ประกอบการด้วยกันเอง หรือ b2b ซึ่งผู้ซื้อจากทั่วโลกสามารถซื้ออินทผลัมจำนวนมากจากผู้ขายในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นแบมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20210822005026/en/

eZad, the First of its Kind Online Auction Platform for Dates (Photo: AETSOWire)

eZad แพลตฟอร์มการประมูลออนไลน์แห่งแรกสำหรับอินทผลัม (ภาพ: AETSOWire)

eZad ทำให้การซื้อและขายอินทผลัมเร็วขึ้น โปร่งใสมากขึ้น และให้ผลกำไรสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด แพลตฟอร์มนี้มุ่งมั่นที่จะช่วยให้เกษตรกรปลูกอินทผลัมได้ดีขึ้น ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้ผู้ซื้ออินทผลัมแบบขายส่งสามารถขยายธุรกิจได้

ในระยะแรก eZad จะจัดหาอินทผลัมจากเกษตรกรในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเริ่มลงรายการตั้งแต่ต้นฤดูเก็บเกี่ยวในเดือนสิงหาคม จากนั้นจะมีการขยายขอบเขตของ eZad ไปยังประเทศอื่น ๆ

เกษตรกรจะลงรายการอินทผลัมสำหรับการประมูลใน eZad ผ่านระบบการรับรองที่น่าเชื่อถือ ซึ่งจัดเกรดให้กับอินทผลัมภายใต้มาตรฐานตลาดที่เชื่อถือได้ สนับสนุนโดยการรับประกันคุณภาพที่สร้างขึ้นจากประสบการณ์ที่กว้างขวางและที่มีชื่อเสียงที่สืบทอดมาจาก Al Foah

รายการประมูลจะเปิดให้มีการประมูลบนแพลตฟอร์ม eZad สำหรับผู้ซื้อทั่วโลกเป็นเวลา 48 ชั่วโมง ผู้ซื้อจะสามารถค้นหาและกรองรายการสินค้าตามความชอบ เช่น ราคา ประเภทของอินทผลัม ปริมาณ และคุณภาพ

ผู้ซื้อสามารถรวบรวมอินทผลัมจากคลังสินค้าแห่งใดแห่งหนึ่งของ eZad หรือเลือกจากบริการเสริมที่มีให้ รวมถึงการจัดเก็บ บรรจุภัณฑ์ การบรรจุขนส่ง การรมควัน การล้าง และการส่งมอบอินผลัมไปยังสถานที่ทั่วโลก

Alan Smith ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Agthia Group กล่าวว่า “แพลตฟอร์ม eZad ได้รับการสร้างขึ้นเพื่อนำความโปร่งใส ความสะดวก และมาตรฐานมาสู่อุตสาหกรรมวันที่ ผ่านเทคโนโลยีและบริการที่เราจัดหาให้ เป้าหมายของเราคือเชื่อมโยงเกษตรกรรายเล็กและรายใหญ่โดยตรงกับผู้ซื้ออินทผลัมจำนวนมากผ่านแพลตฟอร์มเดียวที่เรียบง่ายและเป็นนวัตกรรมใหม่ การสร้างลิงก์โดยตรงเช่นนี้จะทำให้ส่วนต่างที่ถูกซ่อนเอาไว้ก่อนหน้านี้รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทางหมดไป จึงเป็นการนำเสนอโซลูชั่นที่คุ้มค่าแก่ผู้ซื้อ”

เขากล่าวเสริมว่า: “แพลตฟอร์มที่ปรับแต่งมาโดยเฉพาะจะจัดการกับจุดอ่อนทางธุรกิจ ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่คุณค่า เราให้เกษตรกรและลูกค้าเป็นหัวใจของทุกสิ่งที่เราทำมาโดยตลอด และเราจะยังคงทำเช่นนั้นเพื่อสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่เป็นธรรมและผลประโยชน์สำหรับทุกคน”

eZad ตั้งเป้าที่จะเป็นช่องทางการขายชั้นนำสำหรับเกษตรกรและในขณะเดียวกันก็มอบประสบการณ์ที่ปราศจากความยุ่งยากให้กับผู้ซื้อ ลงทะเบียนและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ezad.ae

LinkedIn

*แหล่งที่มา: AETOSWire

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20210822005026/en/

ติดต่อ:

Sanghamitra Sajil

ผู้จัดการบัญชีอาวุโส

+971554048224

smitra@quillmena.com

www.quillmena.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

CKE Restaurants เปิดร้านอาหารที่ต่างประเทศแห่งที่ 1,000

Logo

การเปิดร้านอาหารใหม่นับเป็นก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์สากล 40 ปีของ CKE

แฟรงคลิน รัฐเทนเนสซี–(BUSINESS WIRE)–10 พ.ค. 2564

CKE Restaurants Holdings, Inc. ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Carl’s Jr.และ Hardee’s ประกาศเปิดร้านอาหารในต่างประเทศแห่งที่ 1,000 ในเมืองมาดริด ประเทศสเปน โดยพวกเขาจะยังคงนำเสนอแฮมเบอร์เกอร์และอาหารหลากหลายที่น่าลิ้มลองไปทั่วทุกมุมโลกไปพร้อม ๆ กัน การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์ในการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศอย่างต่อเนื่องไปทั่วยุโรป อเมริกา เอเชียตะวันออกกลาง ออสเตรเลีย และที่อื่น ๆ

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้เป็นแบบมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20210510005062/en/

CKE Restaurants Opens 1,000th International Restaurant (Photo: Business Wire)

CKE Restaurants เปิดร้านอาหารในต่างประเทศแห่งที่ 1,000 (รูปภาพ: Business Wire)

การเปิดร้านอาหาร Carl’s Jr. แห่งใหม่ในมาดริดจะนับเป็นร้านลำดับที่ 23 ในสเปน ทั้งนี้ CKE กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่องในตลาดยุโรปโดยนำเสนอประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้แก่ลูกค้าอย่างสร้างสรรค์ และเมนูที่เต็มไปด้วยรสชาติที่ไม่อาจมองข้ามได้

“การเปิดสาขาในต่างประเทศเป็นสาขาที่ 1000 ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจที่ทำให้ CKE อยู่ในอันดับต้น ๆ ของเครือข่ายร้านอาหารระดับโลก” Ned Lyerly ซีอีโอของ CKE Restaurants  กล่าว “เรากำลังมีโมเมนตัมเนื่องจากเรามีแผนที่จะเพิ่มสาขาในต่างประเทศเป็นสองเท่าในอีกห้าปีข้างหน้า เราจะเร่งการเติบโตโดยมุ่งเน้นไปที่การเป็นพันธมิตรกับผู้ประกอบการแฟรนไชส์ที่โดดเด่นซึ่งแบ่งปันวิสัยทัศน์ของเราในการนำเสนอนวัตกรรมอาหารรสชาติดีที่สุดในอุตสาหกรรมของเรา”

CKE ยังคงขยายธุรกิจใน 6 ทวีปและยังคงรักษายอดขายของสาขาเดิมทั่วโลกมาเกือบทศวรรษ เมื่อต้นปีที่ผ่านมาบริษัทประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติในระดับสำคัญ ซึ่งรวมถึงการเปิดร้านอาหารแห่งที่ 300 ในเม็กซิโก การฉลองครบรอบ 40 ปีของการดำเนินธุรกิจในตะวันออกกลาง การขยายสาขาไปทั่วออสเตรเลียด้วยการเปิดร้านอาหารระดับเรือธงในซิดนีย์ และปลายฤดูร้อนนี้บริษัทจะเปิดร้านอาหารในสนามบินชาร์ลส์เดอโกลโดยเน้นความเร็วและความสะดวกสบายด้วยการใช้สถานี “Grab & Go” ซึ้งเป็นซุ้มที่สั่งบริการได้เองพร้อมทั้งบริการอื่น ๆ

“ร้านอาหารนานาชาติแห่งที่ 1,000 ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของบริษัทของเรา และเรารู้สึกตื่นเต้นที่จะสามารถมอบรสชาติอันเป็นสัญลักษณ์ของแคลิฟอร์เนียให้กับคนทั่วโลกได้อย่างต่อเนื่อง” Mike Woida ประธาน CKE International กล่าว “โลเคชั่นแห่งใหม่ของ Carl’s Jr. ในสเปนแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ CKE ในการปรับตัวให้เข้ากับภูมิทัศน์ผู้บริโภคและนำเสนอประสบการณ์ใหม่ ๆ ในขณะที่ยังคงรสชาติที่น่าลิ้มลอง”

ด้วยนวัตกรรมการทำอาหารระดับแนวหน้า CKE Restaurants จะยังคงนำเสนอรสชาติที่ชวนน้ำลายสอซึ่งตอกย้ำชื่อเสียงของแบรนด์ของพวกเขา โดยมีเบอร์เกอร์เนื้อแองกัสย่าง (Chargrilled Angus Beef Burgers), ไก่ Hand-Breaded Chicken Tenders™ เป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของพวกเขาที่ทุกคนรู้จักและชื่นชอบ และนอกจากนี้ CKE จะสร้างอาหารพิเศษที่ดัดแปลงให้เหมาะสมกับท้องที่เฉพาะภูมิภาค เช่น Morita Burger ในเม็กซิโก Poutine ในแคนาดา และอื่น ๆ อีกมากมาย

ติดตาม Carl’s Jr. และ Hardee’s บนโซเชียลมีเดียเพื่อรับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และข้อเสนอส่งเสริมการขาย

Twitter: @CarlsJr และ @Hardees

Instagram: @CarlsJr และ @Hardees

Facebook: www.facebook.com/carlsjr และ www.facebook.com/hardees

เกี่ยวกับ CKE Restaurants Holdings, Inc.

CKE Restaurants Holdings, Inc. (“ CKE”) ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนที่ตั้งอยู่ในแฟรงคลิน รัฐเทนเนสซี ดำเนินการและดำเนินงานโดย Carl's Jr. และ Hardee's สองแบรนด์ระดับภูมิภาคอันเป็นที่รักซึ่งเป็นที่รู้จักในด้านรายการเมนูระดับพรีเมียมและนวัตกรรมที่ไม่เหมือนใคร เช่น Black Angus Thickburgers® 100 เปอร์เซ็นต์, Made from Scratch™ Biscuits and Hand-Breaded Chicken Tenders™, Carl’s Jr. Restaurants LLC และ Hardee’s Restaurants LLC ด้วยการดำเนินธุรกิจทั้งในสหรัฐอเมริกาและต่างประเทศจึงทำให้มีร้านอาหารแฟรนไชส์หรือที่ดำเนินการโดยบริษัทมากกว่า 3,900 แห่งใน 44 รัฐ และในต่างประเทศ 40 แห่งและเขตแดนของสหรัฐอเมริกา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ CKE กรุณาเยี่ยมชม www.ckr.com หรือที่เว็บไซต์ของแบรนด์ที่ www.carlsjr.com และ www.hardees.com.

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20210510005062/en/

ติดต่อสำหรับสื่อ

LaFORCE

Julia Engelbrecht

jengelbrecht@laforce.nyc

347-882-1570

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

วิดีโอแนะนำระบบเพื่อการรับรองทักษะการปรุงอาหารญี่ปุ่น เผยแพร่โดย TOW Co. Ltd. (โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น) หน่วยงานการรับสมัครการรับรอง/การจัดการ (the Certification Application/Management Body)

Logo

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–30 มีนาคม 2564

TOW Co., Ltd.:

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยมัลติมีเดีย รับชมฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20210329005028/en/

 [https://tow.co.jp/certification/]
ไปที่ลิงก์นี้เพื่อดูสารคดีที่แสดงให้เห็นถึงคุณค่าของระบบการรับรองผ่านเรื่องราวของเชฟชาวต่างชาติที่พยายามทดสอบ Gold Certification ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ระบุไว้สูงสุดของระบบ

กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และการประมงญี่ปุ่น ได้กำหนดแนวทางการรับรองทักษะการปรุงอาหารสำหรับอาหารญี่ปุ่นในต่างประเทศเมื่อเดือนเมษายน 2559

ระบบนี้กำหนดมาตรฐานเฉพาะที่องค์กรเอกชนอาจใช้เพื่อยกย่องเชฟชาวต่างชาติที่ได้รับระดับความรู้และทักษะการปรุงอาหารที่จำเป็นสำหรับการเตรียมการปรุงอาหารญี่ปุ่น เพื่อช่วยให้มั่นใจได้ว่าอาหารญี่ปุ่นและวัฒนธรรมการบริโภคอาหารจะดึงดูดความสนใจตลอดจนผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและทางทะเลของญี่ปุ่นได้รับการสื่อสารอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิผลทั่วโลก *

และด้วยวิธีการนี้ ภาคเอกชนสามารถวางตำแหน่งตัวเองโดยเป็นแรงผลักดันในการส่งเสริมความพยายามในการรับรองทักษะการปรุงอาหารญี่ปุ่น การเพิ่มจำนวนผู้ได้รับการรับรองรายบุคคล และส่งเสริมการเติบโตของเชฟชาวต่างชาติที่ได้รับความรู้และทักษะที่เหมาะสมสำหรับการเตรียมการปรุงอาหารญี่ปุ่น ทั้งหมดนี้มีเป้าหมายสูงสุดในการเสริมสร้างชื่อเสียงระดับโลกของอาหารญี่ปุ่นและวัฒนธรรมการบริโภคอาหารและขยายการบริโภคผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและทางทะเลของญี่ปุ่น

ด้วยเหตุนี้ TOW Co. , Ltd. จึงมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในฐานะระบบการรับรองของหน่วยงานการรับสมัคร/การจัดการ  (Application/Management Body of the Certification System) ในเดือนมีนาคม 2564 บริษัทได้อนุมัติหน่วยงานรับรอง 11 แห่ง ซึ่งได้รับการยอมรับเชฟ 14 คน ว่ามีคุณสมบัติตรงตามมาตรฐานการรับรองระดับโกลด์ โดย 187 คนได้รับรางวัลระดับซิลเวอร์ และระดับบรอนซ์ 389 คน

แม้ว่าการระบาดใหญ่ของ COVID-19 จะส่งผลกระทบอย่างมากต่ออุตสาหกรรมการบริการด้านอาหารทั่วโลก TOW Co. , Ltd. ยังคงมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามภารกิจของบริษัท และสนับสนุนให้เชฟชาวต่างชาติทุกคนที่ต้องการได้รับความรู้และทักษะในการเตรียมการปรุงอาหารญี่ปุ่น โดยบริษัทหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการสร้างและแบ่งปันวิดีโอแนะนำระบบการรับรองทักษะการปรุงอาหารสำหรับอาหารญี่ปุ่นจะช่วยให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว

* มาตรฐานการรับรอง

ระดับทอง

ผู้ที่มีประสบการณ์ประมาณสองปีในร้านอาหารญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีหัวหน้าเชฟเป็นชาวญี่ปุ่นและถือว่าได้รับความรู้และทักษะตามที่ระบุไว้

ความรู้และทักษะที่จะได้รับ

• ความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมการบริโภคอาหารของญี่ปุ่น

ความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมการบริโภคอาหารของญี่ปุ่น อาหารญี่ปุ่น สไตล์การทาน สาเกและชาญี่ปุ่น

• ความรู้เกี่ยวกับการจัดการสุขอนามัย

ประเภทและการป้องกันอาหารเป็นพิษ เสื้อผ้า การจัดการส่วนประกอบอาหาร การทำความสะอาดและการฆ่าเชื้อภาชนะและอุปกรณ์ในการปรุงอาหาร ส่วนประกอบอาหารและอาหารที่ต้องใช้ความร้อน

• เทคนิค

วิธีการใช้ภาชนะและอุปกรณ์ทำอาหารญี่ปุ่น วิธีการเลือกส่วนผสมอาหาร วิธีหั่นและปลอกส่วนประกอบอาหาร ขั้นตอนและชั่วโมงที่ต้องใช้ในการปรุงอาหาร ระดับความร้อน /กลไกการใช้ความร้อน วิธีทำดาชิ (น้ำซุปญี่ปุ่น) การผสมอัตราส่วนของเครื่องปรุง การนำเสนอวิธีการถนอมอาหาร การจัดเตรียมเมนู

• ความใส่ใจในการบริการ (โอโมเทนาชิ)

ถ้อยคำ คำทักทาย ข้อควรคำนึง มารยาท วิธีการจัดวางอาหาร

ระดับซิลเวอร์

ผู้ที่เรียนและได้รับความรู้และทักษะเกี่ยวกับอาหารญี่ปุ่นระบุไว้ประมาณหนึ่งปีที่โรงเรียนสอนทำอาหารที่ตั้งอยู่ในและนอกประเทศของตน และจบการศึกษาจากโรงเรียนดังกล่าว

หรือ

ผู้ที่มีประสบการณ์ประมาณหนึ่งปีในร้านอาหารญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีหัวหน้าเชฟเป็นชาวญี่ปุ่นและถือว่าได้รับความรู้และทักษะตามที่ระบุไว้

ความรู้และทักษะที่จะได้รับ

• ความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมการบริโภคอาหารของญี่ปุ่น

ความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมการบริโภคอาหารของญี่ปุ่น อาหารญี่ปุ่น สไตล์การทาน

• ความรู้เกี่ยวกับการจัดการสุขอนามัย

ประเภทและการป้องกันอาหารเป็นพิษ เสื้อผ้า การจัดการส่วนประกอบอาหาร การทำความสะอาดและการฆ่าเชื้อภาชนะและอุปกรณ์ในการปรุงอาหาร ส่วนประกอบอาหารและอาหารที่ต้องใช้ความร้อน

• เทคนิค

วิธีการใช้ภาชนะและอุปกรณ์ทำอาหารญี่ปุ่น วิธีการเลือกส่วนผสมอาหาร วิธีหั่นและปลอกส่วนประกอบอาหาร การผสมอัตราส่วนของเครื่องปรุง ขั้นตอนและชั่วโมงที่ต้องใช้ในการปรุงอาหาร ระดับความร้อน /กลไกการใช้ความร้อน วิธีทำดาชิ (น้ำซุปญี่ปุ่น) การนำเสนอวิธีการถนอมอาหาร

• ความใส่ใจในการบริการ (โอโมเทนาชิ)

มารยาท วิธีการจัดวางอาหาร

ระดับบรอนซ์

ผู้ที่ได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับความรู้และทักษะที่ระบุไว้ในช่วงระยะสั้น ฯลฯ ซึ่งจัดโดยโรงเรียนสอนทำอาหารญี่ปุ่นและ /หรือหน่วยงานเอกชนที่ตั้งอยู่ในและนอกประเทศของตนและผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานที่รับรอง

ความรู้และทักษะที่จะได้รับ

• ความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมการบริโภคอาหารของญี่ปุ่น

ความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมการบริโภคอาหารของญี่ปุ่น

• ความรู้เกี่ยวกับการจัดการสุขอนามัย

การป้องกันอาหารเป็นพิษ เสื้อผ้า การจัดการส่วนประกอบอาหาร การทำความสะอาดและการฆ่าเชื้อภาชนะและอุปกรณ์ในการปรุงอาหาร ส่วนประกอบอาหารและอาหารที่ต้องใช้ความร้อน

• เทคนิค

วิธีการใช้ภาชนะและอุปกรณ์ทำอาหารญี่ปุ่น วิธีการเลือกส่วนผสมอาหาร วิธีหั่นและปลอกส่วนประกอบอาหาร การผสมอัตราส่วนของเครื่องปรุง ขั้นตอนและชั่วโมงที่ต้องใช้ในการปรุงอาหาร การนำเสนอ วิธีการถนอมอาหาร

• ความใส่ใจในการบริการ (โอโมเทนาชิ)

มารยาท

รับชมเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20210329005028/en/

ติดต่อ:

Japanese Cuisine Cooking Skill Certification Application/Management Body:
TOW Co., Ltd. Secretariat
Aya Hamasuna
Mail: nihonshoku.ginou@tow.co.jp

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

MG Foods เรียกคืนผลิตภัณฑ์แซนด์วิชไก่งวงหลายรายการ เนื่องจากอาจมีการปนเปื้อนเชื้อลิสทีเรีย โมโนไซโตจีเนส

Logo

ชาร์ล็อต, นอร์ทแคโรไลนา–(BUSINESS WIRE)–11 มีนาคม 2564

บริษัท MG Foods แห่งเมืองชาร์ล็อต รัฐนอร์ทแคโรไลนา ได้ทำการเรียกคืนผลิตภัณฑ์แซนด์วิชไก่งวงหลายรายการเนื่องจากอาจมีการปนเปื้อนเชื้อลิสทีเรีย โมโนไซโตจีเนส โดย ลิสทีเรีย โมโนไซโตจีเนส เป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถทำให้เกิดการติดเชื้อแบบรุนแรง และบางครั้งถึงแก่ชีวิตในเด็กเล็ก ผู้ที่ร่างกายอ่อนแอ หรือผู้สูงอายุ และผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ หรือแม้แต่ผู้ที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงเองอาจมีอาการเจ็บป่วยในระยะสั้น ๆ โดยจะมีอาการ เช่น ไข้สูง ปวดหัวอย่างหนัก ปวดเมื่อยร่างกาย คลื่นไส้ ปวดท้องและท้องเสีย การติดเชื้อ โมโนไซโตจีเนส ลิสทีเรีย ยังอาจเป็นสาเหตุของการแท้งบุตรหรือการเสียชีวิตในครรภ์ของทารก

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยเนื้อหามัลติมีเดีย ดูอย่างเต็มรูปแบบได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20210310005930/en/

Images are of the labels of the recalled pre-packaged turkey sandwiches sold between March 3-5, 2021 at the Charlotte Douglas Airport and via vending machines and micro markets located in Georgia, North Carolina, South Carolina, and West Virginia. (Graphic: Business Wire)

ภาพฉลากผลิตภัณฑ์แซนด์วิชไก่งวงที่ถูกเรียกคืนก่อนอยู่ในบรรจุภัณฑ์ซึ่งจำหน่ายระหว่างวันที่ 3-5 มีนาคม 2564 ณ สนามบินชาร์ล็อตดักลาส และตู้จำหน่ายอาหารอัตโนมัติ และตลาดเล็ก ๆ ในจอร์เจีย นอร์ธแคโรไลนา เซาธ์แคโรไลนา และเวสต์เวอร์จิเนีย (กราฟิก: Business Wire)

ผลิตภัณฑ์ได้ถูกกระจายออกไประหว่างวันที่ 3 มีนาคม 2564 และ 5 มีนาคม 2564 และบรรจุอยู่ในกล่องพลาสติกใสและถุงกระดาษ และมีการจำหน่าย ณ ร้านค้าของตัวแทนจำหน่ายซึ่งตั้งอยู่ในสนามบินชาร์ล็อตดักลาส และผ่านทางตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ และตลาดหลายแห่งในย่านธุรกิจของจอร์เจีย นอร์ธแคโรไลนา เซาธ์แคโรไลนา และเวสต์เวอร์จิเนีย บริษัทได้ดำเนินการอย่างรวดเร็วและระงับการขายผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดในทุกพื้นที่เมื่อสิ้นสุดวันที่ 5 มีนาคม 2564

ขณะนี้ยังไม่มีรายงานการเจ็บป่วย

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2564 ระหว่างทำการทดสอบด้านสิ่งแวดล้อมตามปกติ บริษัทได้ตรวจพบเชื้อ ลิสทีเรีย บนพื้นผิวของบริเวณที่มีการผลิตผลิตภัณฑ์ที่ถูกเรียกคืน MG Foods จึงได้ทำการเรียกคืนผลิตภัณฑ์เนื่องจากอาจมีบางชิ้นที่มีการปนเปื้อนเชื้อ ลิสทีเรีย โมโนไซโตจีเนส ตามมาตรการป้องกันสูงสุด

ผลิตภัณฑ์ที่ถูกเรียกคืนจากร้านค้าในสนามบินชาร์ล็อตดักลาส มีดังนี้:

ผลิตภัณฑ์

ขนาด

UPC

บรรจุภัณฑ์

วันหมดอายุ

MG Foods Combo Half & Half

6.82 ออนซ์

1 00000 50069 9

กล่องพลาสติก

9 มี.ค. 2564

MG Foods Turkey & Cheddar BLT

6.9 ออนซ์

1 00000 50068 2

กล่องพลาสติก

7 มี.ค. 2564

MG Foods Turkey & Swiss Croissant

7.5 ออนซ์

1 00000 50011 8

ถุงกระดาษ

7 มี.ค. 2564

ผลิตภัณฑ์ที่ถูกเรียกคืนจากตู้จำหน่ายอาหารอัตโนมัติและตลาดในจอร์เจีย นอร์ธแคโรไลนา เซาธ์แคโรไลนา และเวสต์เวอร์จิเนีย มีดังนี้:

ผลิตภัณฑ์

ขนาด

UPC

บรรจุภัณฑ์

วันหมดอายุ

Fresh to You Club on Toast

10.3 ออนซ์

MGF0930

ห่อพลาสติก

7 มี.ค. 2564

Fresh to You Club Panini

8.50 ออนซ์

MGF9844

ห่อพลาสติก

7 มี.ค. 2564

Fresh to You Club Sub

9.14 ออนซ์

C0932

ห่อพลาสติก

7 มี.ค. 2564

Fresh to You Club Sub

9.14 ออนซ์

MGF9100

ห่อพลาสติก

7 มี.ค. 2564

Fresh to You Deluxe Triple Decker Club

12.17 ออนซ์

MGF9719

ห่อพลาสติก

7 มี.ค. 2564

Fresh to You Ham & Turkey Combo

5.85 ออนซ์

MGF3054

กล่องพลาสติก

9 มี.ค. 2564

Fresh to You Ham & Turkey Combo on 12 Grain

7.20 ออนซ์

MGF6011

กล่องพลาสติก

9 มี.ค. 2564

Fresh to You Jumbo Turkey & Cheese Sub

6.74 ออนซ์

MGF1002

ห่อพลาสติก

9 มี.ค. 2564

Fresh to You Market Club

11.85 ออนซ์

MGF9800

ห่อพลาสติก

7 มี.ค. 2564

Fresh to You Market Ham & Turkey Combo

5.85 ออนซ์

MGF23054

ห่อพลาสติก

9 มี.ค. 2564

Fresh to You Market Shaved Turkey & Cheese

4.55 ออนซ์

MGF25571

กล่องพลาสติก

9 มี.ค. 2564

Fresh to You Shaved Turkey & Cheese

4.55 ออนซ์

MGF5571

กล่องพลาสติก

9 มี.ค. 2564

Fresh to You Turkey & Baby Swiss on a Honey Brown Roll

9.42 ออนซ์

MGF9703

ห่อพลาสติก

7 มี.ค. 2564

Fresh to You Turkey & Cheddar Club

10.02 ออนซ์

MGF9710

กล่องพลาสติก

7 มี.ค. 2564

Fresh to You Turkey & Cheese Cut

6.56 ออนซ์

MGF0596

กล่องพลาสติก

9 มี.ค. 2564

Fresh to You Turkey & Cheese Hoagie

6.35 ออนซ์

MGF0597

ห่อพลาสติก

9 มี.ค. 2564

Fresh to You Turkey & Sun-Dried Tomato Aioli on Pita

8.29 ออนซ์

MGF9806

ห่อพลาสติก

7 มี.ค. 2564

Fresh to You Turkey & Swiss on a Kaiser Roll

8.1 ออนซ์

MGF9712

ห่อพลาสติก

7 มี.ค. 2564

Fresh to You Turkey & Swiss on a Wheat Roll

5.22 ออนซ์

MGF0854

ห่อพลาสติก

9 มี.ค. 2564

Fresh to You Turkey & Swiss on Whole Wheat

3.9 ออนซ์

MGF0283

กล่องพลาสติก

9 มี.ค. 2564

Fresh to You Turkey Club Croissant

7.94 ออนซ์

MGF9103

กล่องพลาสติกสี่เหลี่ยม

7 มี.ค. 2564

Fresh to You Turkey Cranberry Pita

9.0 ออนซ์

MGF9804

ห่อพลาสติก

7 มี.ค. 2564

Fresh to You Turkey Melt Croissant

6.7 ออนซ์

MGF3032

ห่อพลาสติก

9 มี.ค. 2564

Fresh to You Tuscan Turkey Ciabatta

9.18 ออนซ์

MGF9810

ห่อพลาสติก

7 มี.ค. 2564

MG Foods Combo Half & Half

6.82 ออนซ์

1 00000 50069 9

กล่องพลาสติก

9 มี.ค. 2564

MG Foods The Club Sub

8.5 ออนซ์

1 00000 50002 6

ถุงกระดาษ

9 มี.ค. 2564

MG Foods Turkey & Cheddar BLT

6.9 ออนซ์

1 00000 50068 2

กล่องพลาสติก

7 มี.ค. 2564

MG Foods Turkey & Pepperjack Sub

7.9 ออนซ์

1 00000 50055 2

ถุงกระดาษ

7 มี.ค. 2564

MG Foods Turkey & Provolone BLT

8.1 ออนซ์

1 00000 50065 1

กล่องพลาสติก

7 มี.ค. 2564

MG Foods Turkey & Provolone on 12 Grain

8.9 ออนซ์

1 00000 50066 8

กล่องพลาสติก

7 มี.ค. 2564

MG Foods Turkey & Swiss Croissant

7.5 ออนซ์

1 00000 50011 8

ถุงกระดาษ

7 มี.ค. 2564

ผลิตภัณฑ์มีการติดฉลากสินค้าเพื่อระบุรายละเอียด

ผู้บริโภคที่ซื้อผลิตภัณฑ์เหล่านี้ขอให้ทิ้งผลิตภัณฑ์ที่เหลืออยู่ทั้งหมด โดยผู้บริโภคสามารถติดต่อ MG Foods ได้ที่ 1-855-424-8390 ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 07.00 – 19.00 น. เขตเวลาตะวันออก หากมีคำถามเกี่ยวกับการเรียกคืนครั้งนี้ หรือเพื่อขอรับเงินคืนแบบเต็มจำนวน

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่นี่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20210310005930/en/

ติดต่อ:

Kristin Elder, Hill+Knowlton Strategies ตัวแทนของ MG Foods
Kristin.Elder@hkstrategies.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย










Monde Nissin ส่งใบยื่นขอลงทะเบียนสำหรับการเสนอขายต่อสาธารณะครั้งแรก กับสำนักงาน ก.ล.ต. ของฟิลิปปินส์

Logo

ห้ามเผยแพร่หรือจัดจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา พื้นที่เศรษฐกิจยุโรป สหราชอาณาจักร แคนาดา ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย

เมืองมาคาติ, ฟิลิปปินส์–(BUSINESS WIRE)–4 มี.ค. 2564

Monde Nissin Corporation (“ Monde Nissin”) ประกาศในวันนี้ว่า บริษัท ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของฟิลิปปินส์ เกี่ยวกับการเสนอขายหุ้นสามัญแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (“การเสนอขาย”) โดย Monde Nissin วางแผนที่จะออกหุ้นมากถึง 3,600 ล้านหุ้น ในราคาสูงถึง 17.50 เปโซต่อหุ้น คาดว่าอาจจะได้รับรายได้รวมสูงสุด 63,000 ล้านเปโซ จากการเสนอขายนี้ที่ไม่รวมรายได้จากการใช้สิทธิในการจัดสรรหุ้นเกินมูลค่าสูงสุด 15% ของจำนวนหุ้นที่เสนอขายจำนวน 3,600 ล้านหุ้น โดยปกติแล้วส่วนลดและค่าคอมมิชชั่นในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการเสนอขายอื่น ๆ ที่ Monde Nissin ต้องชำระ จะถูกหักออกจากรายได้รวมของการเสนอขาย รายได้สุทธิที่ได้รับจะถูกนำไปใช้ในการขยายและเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตและเทคโนโลยีรวมถึงธุรกิจในสหราชอาณาจักรและตลาดสำคัญอื่น ๆ ระยะเวลาของการเสนอขาย สำหรับราคาเสนอสุดท้าย จำนวนหุ้นเสนอซื้อสุดท้าย และการจัดสรรเงินนั้นจะขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด สถานการณ์รอบ ๆ ข้อเสนอ และขึ้นอยู่กับการได้รับการอนุมัติตามกฎข้อบังคับที่จำเป็น อีกด้วย

UBS AG สาขาสิงคโปร์จะทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานระดับโลกร่วมแบบ Lead Left  ส่วน Citigroup Global Markets Limited, Credit Suisse (Singapore) Limited และ J.P. Morgan Securities plc จะทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานร่วมระดับโลกสำหรับการเสนอขาย ส่วน BDO Capital & Investment Corporation, BPI Capital Corporation และ First Metro Investment Corporation จะเป็นผู้นำการจัดจำหน่ายในท้องถิ่น

ได้มีการยื่นร่างหนังสือเวียนการเสนอขายเบื้องต้นพร้อมแบบแสดงรายการข้อมูลเพื่อตรวจสอบและอนุมัติของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฟิลิปปินส์และตลาดหลักทรัพย์ฟิลิปปินส์ไว้แเลว สำเนาของแบบร่างข้อเสนอเบื้องต้นเกี่ยวกับข้อเสนอมีอยู่ในเว็บไซต์ของ Monde Nissin ที่ www.mondenissin.com.

แบบแสดงรายการข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์เหล่านี้ได้ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของฟิลิปปินส์แล้ว แต่ยังไม่มีผลบังคับใช้ ห้ามขายหลักทรัพย์เหล่านี้หรือตอบรับข้อเสนอขายก่อนเวลาที่แบบแสดงรายการข้อมูลจะมีผลบังคับใช้ ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ไม่ถือเป็นการเสนอขายหรือการชักชวนให้เสนอซื้อ และจะไม่มีการขายหลักทรัพย์เหล่านี้ในเขตอำนาจศาลใด ๆ ซึ่งการเสนอการชักชวนหรือการขายดังกล่าวจะไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น ๆ ก่อนที่จะมีการจดทะเบียนหรือมีคุณสมบัติภายใต้กฎหมายหลักทรัพย์ของเขตอำนาจศาลดังกล่าว

เอกสารฉบับนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับการแจกจ่ายไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในหรือในสหรัฐอเมริกา (รวมถึงดินแดนและทรัพย์สินรัฐใด ๆ ของสหรัฐอเมริกาและ District of Columbia) การสื่อสารนี้ไม่ใช่ข้อเสนอและไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเสนอขายหลักทรัพย์ใด ๆ ในสหรัฐอเมริกาหรือที่อื่น ๆ หลักทรัพย์ที่อ้างถึงในที่นี้ยังไม่ได้รับและจะไม่ได้รับการจดทะเบียนภายใต้พระราชบัญญัติหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกาปี 2476 (พระราชบัญญัติหลักทรัพย์) หรือกับหน่วยงานกำกับดูแลหลักทรัพย์ของรัฐหรือเขตอำนาจศาลอื่น ๆ ของสหรัฐอเมริกาและไม่สามารถเสนอขายหรือขายได้ภายในสหรัฐอเมริกายกเว้น มีข้อยกเว้นหรือในการทำธุรกรรมที่ไม่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดการจดทะเบียนของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ จะไม่มีการร้องขอเงินหลักทรัพย์หรือสิ่งตอบแทนอื่นใดจากการสื่อสารของเอกสารนี้หรือข้อมูลที่มีอยู่ในที่นี้ และจะไม่มีการยอมรับการเสนอตอบใด ๆ ที่เกิดจากการสื่อสารครั้งนี้หรือจากข้อมูลที่อยู่ในที่นี้

เกี่ยวกับ Monde Nissin

Monde Nissin Corporation เป็นบริษัทอาหารและเครื่องดื่มระดับโลกซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในฟิลิปปินส์ โดยมีพอร์ตโฟลิโอผลงานที่มีแบรนด์ชั้นนำที่มีชื่อเสียงมากมายและหลากหลายตลาดในหมวดหมู่ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งรวมไปถึง ก๋วยเตี๋ยว Lucky Me! , แครกเกอร์ SkyFlakes, แครกเกอร์ Fita, ขนมอบ Monde และผลิตภัณฑ์ทางเลือกแทนการใช้เนื้อสัตว์ Quorn โดย บริษัทมุ่งมั่นที่จะพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คนและโลกใบนี้และสร้างโซลูชันที่ยั่งยืนสำหรับความมั่นคงด้านอาหาร ความทะเยอทะยานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเราอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีรสชาติอร่อย มีคุณค่าทางโภชนาการดีขึ้น และเป็นผลดีสำหรับโลกใบนี้ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.mondenissin.com.

เกี่ยวกับ Quorn

Quorn Foods เป็นผู้นำตลาดระดับโลกในด้านโปรตีนที่ดีต่อสุขภาพและมีความยั่งยืน บริษัทซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในเมือง Stokesley รัฐนอร์ทยอร์กเชียร์ในสหราชอาณาจักร นำเสนอผลิตภัณฑ์รสชาติยอดเยี่ยมมากมายเพื่อดึงดูดกลุ่มคนที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วที่ต้องการลดการบริโภคเนื้อลง บริษัทมีพนักงานประมาณ 1,000 คนและส่งออกไปยัง 20 ประเทศทั่วโลก รวมถึงออสเตรเลีย สิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา Quorn®เป็นหนึ่งในแบรนด์ FMCG 40 อันดับแรกของสหราชอาณาจักร ส่วน Quorn Foods Ltd เป็นกลุ่มบริษัทซึ่งรวมถึงบริษัทการค้าหลักอย่าง Marlow Foods Ltd. อนึ่ง Quorn Foods Ltd ครอบคลุมการดำเนินงานระหว่างประเทศทั้งหมดของ Quorn® และ Cauldron™ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  www.quorn.co.uk.

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20210304005416/en/

ติดต่อสำหรับสื่อ:

สื่อจากฟิลิปปินส์

Monde Nissin

Mark Tiangco

corp.comm@mondenissin.com

สื่อต่างประเทศ

Sard Verbinnen & Co

Ron Low, Jay Qin และ Eve Young

MondeNissin-SVC@sardverb.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ลูกค้า NZMP™ เตรียมพบกับจากผลิตภัณฑ์ที่มีคาร์บอนเป็นศูนย์

Logo

แบรนด์ผลิตภัณฑ์นม Fonterra จะเริ่มจำหน่ายเนยออร์แกนิก NZMP™ ที่ได้รับการรับรองว่ามีส่วนผสมคาร์บอนเป็นศูนย์

โอ๊คแลนด์ นิวซีแลนด์–(บิสิเนสไวร์)–03 มี.ค. 2564

NZMP™ แบรนด์ผลิตภัณฑ์นมของ Fonterra ได้เปิดตัวเนยออร์แกนิคสูตรใหม่ที่ได้รับการรับรองว่ามีคาร์บอนเป็นศูนย์  เนยออร์แกนิกใหม่ที่เปิดตัวในอเมริกาเหนือจะช่วยให้ลูกค้าของ NZMP บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนมากขึ้น

ผู้บริโภคทั่วโลก 72 เปอร์เซ็นต์แสดงความสนใจในแบรนด์ที่สื่อสารถึงความสำเร็จด้านความยั่งยืน1 การประกาศส่วนผสมที่มีคาร์บอนเป็นศูนย์จึงเป็นหนึ่งในวิธีที่ลูกค้า NZMP™ สามารถใช้ประโยชน์จากผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืนของ Fonterra

ส่วนผสมที่มีคาร์บอนเป็นศูนย์ที่ได้รับการรับรองเป็นครั้งแรกของ NZMP™ ได้รับการตรวจสอบและรับรองโดย Toitū Envirocare ซึ่งเป็นผู้รับรองอิสระ

Lara Phillips ผู้จัดการอาวุโสของ Fonterra Sustainability Solutions กล่าวว่า “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นหนึ่งในความท้าทายที่เร่งด่วนที่สุดในยุคของเราและเรามุ่งมั่นที่จะค้นหาแนวทางแก้ไขเพื่อลดผลกระทบของเราซึ่งเป็นเป้าหมายด้านความยั่งยืนของเรา”

“เพื่อให้ได้รับการรับรองส่วนผสมคาร์บอนเป็นศูนย์ ทาง Toitū ได้ตรวจสอบการปล่อยคาร์บอนของส่วนผสมนั้นทั่วทั้งห่วงโซ่อุปทาน  นอกจากนี้เรายังต้องแสดงให้เห็นว่าเราได้ลดการปล่อยมลพิษจนถึงปัจจุบันและในอนาคต”

“ขั้นตอนสุดท้ายในการรับรองคือการชดเชยการปล่อยคาร์บอนด้วยคาร์บอนเครดิตคุณภาพสูงที่ได้รับการอนุมัติจาก Toitū เช่นจากโครงการฟื้นฟูป่าไม้หรือโครงการพลังงานหมุนเวียน  การทำตามขั้นตอนนี้จะช่วยให้ลูกค้าลดการปล่อยมลพิษในห่วงโซ่อุปทานและทำให้ผู้บริโภคสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ที่สร้างความแตกต่างได้

“การได้รับการรับรองส่วนผสมคาร์บอนเป็นศูนย์สำหรับผลิตภัณฑ์เช่นเนยออร์แกนิคเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการช่วยเหลือลูกค้าและสิ่งแวดล้อมในระยะสั้นระหว่างที่เราทำงานเพื่อให้การดำเนินของเราทั้งหมดมีค่าการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์”

Kelvin Wickham ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AMENA เชื่อว่าส่วนผสมที่มีคาร์บอนเป็นศูนย์เช่นเนยออร์แกนิคของ NZMP™ สามารถช่วยปลดล็อกผลประโยชน์ที่แท้จริงให้กับลูกค้าของเรา โดยช่วยให้บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน ส่งสัญญาณคุณค่าด้านสิ่งแวดล้อม และเพิ่มความชื่นชอบในแบรนด์และส่วนแบ่งการตลาดผ่านผลิตภัณฑ์ที่แตกต่าง

“Fonterra New Zealand มีรอยเท้าคาร์บอนในฟาร์มต่ำที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยน้อยกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกประมาณ 1 ใน 3 ทำให้ NZMP™ อยู่ในตำแหน่งที่แข็งแกร่งในการนำเสนอผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืนที่ช่วยให้ลูกค้าลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและมีความได้เปรียบในตลาด”

เนยออร์แกนิค NZMP™ พร้อมใบรับรองคาร์บอนเป็นศูนย์มีจำหน่ายสำหรับลูกค้าในสหรัฐอเมริกา  เพื่อรองรับความต้องการและความต้องการของลูกค้า NZMP™ ในอนาคต จะขยายผลงานไปยังหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์และภูมิภาคอื่นๆ

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเนยออร์แกนิก NZMP™ ที่ได้รับการรับรอคาร์บอนเป็นศูนย์ โปรดไปที่ https://www.nzmp.com/global/en/products/ingredients/types/dairy-fats/butter/organic-unsalted-butter-carbonzero.html


1 รายงานการวิจัยความยั่งยืนของ FMCG Gurus ปี 2562

อ่านต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20210303005210/en/

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ Sophie Coley, Porter Novelli ในนามของ NZMP
Sophiec@porternovelli.kiwi 
+64 22 565 8919

ป๊อกกี้ ได้รับการรับรองโดย GUINNESS WORLD RECORDS™ ในฐานะแบรนด์ขนมปังเคลือบช็อกโกแลตที่ขายดีที่สุดในโลก (*) เริ่ม 11 ตุลาคม นี้

Logo

เตรียมสร้างรอยยิ้มทั่วโลกระหว่างการจัดกิจกรรม “วันป๊อกกี้” ประจำปีครั้งที่ 5 เริ่ม 11 ตุลาคม นี้

โอซาก้า, ญี่ปุ่น–(BUSINESS WIRE)–15 ตุลาคม 2563

ป๊อกกี้ (Pocky) ได้รับการรับรองจาก กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด (GUINNESS WORLD RECORDS) ว่าเป็นแบรนด์ขนมปังอบกรอบเคลือบช็อกโกแลตที่ขายดีที่สุดของโลก*

Special Packages with the GUINNESS WORLD RECORDS record holder logo from Around the Globe (Graphic: Business Wire)

แพ็คเกจพิเศษจากทั่วโลกที่มีโลโก้ของ GUINNESS WORLD RECORDS อยู่ด้วย (กราฟิก: Business Wire)

Pocky ซึ่งกลายเป็นที่โปรดปรานของลูกค้าจำนวนนับไม่ถ้วนตั้งแต่ออกสู่ตลาดครั้งแรกในปี 2509 เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่วางขายยาวนานที่สุดของ เอซากิ กูลิโกะ (Glico) นับตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา กูลิโกะ ได้เสริมแกร่งความพยายามด้านการบริหารจัดการตราสินค้าของแบรนด์ป๊อกกี้ทั่วโลก โดยใช้กลยุทธ์การตลาดที่มีความเข้าใจผู้บริโภคในแต่ละตลาดทั่วโลกมากขึ้น และปรับปรุงโฆษณาให้มีความถูกต้องเหมาะสม

และที่พิเศษ กูลิโกะ ได้เตรียมเฉลิมฉลองวันป๊อกกี้ (Pocky Day) ในวันที่ 11 พฤศจิกายน นี้ โดยกิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการจัดแคมเปญประจำปีภายใต้สโลแกน “Share happiness!” ซึ่งเป็นสารที่ ป๊อกกี้ ใช้ขับเคลื่อนกิจกรรมของแบรนด์ให้เกิดขึ้นทั่วโลก และปีนี้ซึ่งครบรอบ 5 ปีของการจัดแคมเปญวันป๊อกกี้ทั่วโลก กูลิโกะ จะเปิดตัวแคมเปญระดับโลกที่มีชื่อว่า “Say Pocky! Cheer Street View” โดยมีเป้าหมายเพื่อนำรอยยิ้มกลับคืนสู่เมืองและหมู่บ้านต่าง ๆ ที่สูญเสียกำลังกายและใจไปเนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID-19) กิจกรรมนี้จะเริ่มต้นขึ้นวันที่ 11 ตุลาคม พร้อมกันใน 11 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา จีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ ไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย นอกจากนี้ กูลิโกะ จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ป๊อกกี้ ในแพ็คเกจที่มีการออกแบบพิเศษ โดยมีโลโก้ของ กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด อยู่ด้วย

ขณะที่มีการรณรงค์ให้ผู้คนทั่วโลกหลีกเลี่ยงการรวมตัวกันเพื่อรักษาระยะห่างทางสังคมในช่วงที่มีการระบาดของ COVID-19 กูลิโกะ ต้องการสร้างโอกาสให้ผู้คนมีความรู้สึกใกล้ชิดกับบุคคลอันเป็นที่รักผ่านการมองที่รอยยิ้มของกันและกัน ซึ่งจะเป็นการย่นระยะห่างทางอารมณ์ของพวกเขาให้แคบลงในช่วงที่ต้องมีการรักษาระยะห่างทางกายภาพ ผ่านแคมเปญที่ชื่อว่า “Say Pocky! Cheer Street View”

(*) แบรนด์ขนมปังอบกรอบเคลือบช็อกโกแลตที่ใหญ่ที่สุด – จากราคาขายปลีกปัจจุบัน (ยอดขายโดยประมาณอยู่ที่ 589,900,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2562 อ้างอิงจากข้อมูลวิจัยตลาดต่างประเทศ)
(*) ขนมปังอบกรอบเคลือบครีมรวมอยู่ในการจำแนกข้อมูลตามการวิจัยตลาดต่างประเทศ

– รายละเอียดการรับรอง ป๊อกกี้ โดย กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด
ชื่อ: แบรนด์ขนมปังอบกรอบเคลือบช็อกโกแลตที่ใหญ่ที่สุด — จากราคาขายปลีกปัจจุบัน
ปีที่ได้รับการบันทึก: 2562
ยอดขายทั่วโลก: 589.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (อ้างอิงข้อมูลจากการวิจัยตลาดต่างประเทศ)
วันที่ได้รับการรับรอง: 22 มิถุนายน 2563
หน่วยงานผู้รับรอง: กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด

– “Share happiness!” ข้อความที่แบรนด์ ป๊อกกี้ ใช้สื่อสารทั่วโลก
กูลิโกะ ใช้ข้อความ “Share happiness!” เพื่อสื่อสารผลิตภัณฑ์แบรนด์ ป๊อกกี้ ทั่วโลก ภายใต้ข้อความดังกล่าว ผู้ผลิตขนมหวานรายนี้มีความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มการรับรู้ของชื่อ ป๊อกกี้ ในตลาดหลายแห่งทั่วโลก และได้จัดแคมเปญทางการตลาดที่หลากหลายเพื่อให้การสื่อสารระหว่างผู้บริโภคกับแบรนด์มีความลึกซึ้งมากขึ้น นอกจากนี้ กูลิโกะ ยังได้จัดแคมเปญ “Pocky day” ซึ่งจัดเป็นแคมเปญหลักของแบรนด์ที่จัดขึ้นทั่วโลกทุกปีนับตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา เพื่อช่วยให้ลูกค้าได้แบ่งปันความสุขกับคนที่รัก

สำหรับปีนี้ เนื่องจากมีการแพร่ระบาดของ COVID-19 ผู้คนทั่วโลกต้องรักษาระยะห่างระหว่างกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีข้อบังคับต่าง ๆ เกี่ยวกับการออกนอกเคหะสถานและการเดินทาง ซึ่งทำให้เมืองหลายเมืองและพื้นที่ใช้สอยต่าง ๆ ร้างผู้คน

ขณะที่คนในสังคมได้มาร่วมกันทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อก้าวข้ามวิกฤตครั้งนี้ ที่ ป๊อกกี้ เราเชื่อว่าข้อความ “Share happiness!” ที่เราใช้สื่อสารมายาวนาน และ “รอยยิ้ม” ซึ่งเป็นคุณค่าทางประสบการณ์ ควรได้รับการส่งต่อให้กับผู้คนมากกว่าครั้งไหน ๆ มีข้อความหนึ่งกล่าวว่า “หากคุณยิ้ม คุณจะได้ความสุขกลับมาในชีวิตทุก ๆ วัน”

– แคมเปญวันป๊อกกี้ปีนี้จะจัดขึ้นภายใต้ชื่อ “Say Pocky! Cheer Street View”
กิจกรรมส่วนหนึ่งที่จะจัดในวันป๊อกกี้ปีนี้ ซึ่งจัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 5 กูลิโกะ จะเริ่มฉลองวันป๊อกกี้ในที่ต่าง ๆ พร้อมกันภายใต้ชื่อ “Say Pocky! Cheer Street View” โดยตั้งเป้านำรอยยิ้มกลับคืนสู่เมืองและหมู่บ้านต่าง ๆ ที่ต้องสูญเสียกำลังใจไปเนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 กิจกรรมนี้จะเริ่มต้นขึ้นวันที่ 11 ตุลาคม พร้อมกันใน 11 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา จีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ ไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย

โรคระบาดที่เกิดขึ้นในตอนนี้อาจทำให้รอยยิ้มถูกลบเลือนจากใบหน้าของผู้คนในหมู่บ้านและเมืองต่าง ๆ แต่เราได้เตรียมจัดแคมเปญที่จะนำรอยยิ้มกลับคืนมาด้วยการเชิญชวนให้ผู้คนถ่ายภาพพร้อมกล่าวคำมหัศจรรย์ที่ว่า “Pocky!” และอัปโหลดภาพบน Google Street View ผ่านทางเว็บไซต์แคมเปญของเรา เราหวังว่าการแต่งแต้มรอยยิ้มบนแผนที่ออนไลน์ครั้งนี้ จะเป็นการให้กำลังใจและปลอบประโลมกันและกันจนกว่าจะถึงวันที่เราจะได้พบเจอบุคคลอันเป็นที่รักอีกครั้ง

นอกจากนี้เราจะจัดกิจกรรม “Smile Relay” ซึ่งต้องการให้เพื่อนฝูงและครอบครัวได้ส่งต่อโพสต์ของพวกเขาเป็นทอด ๆ นอกเหนือจากการโพสต์ภาพรอยยิ้มของพวกเขาเดี่ยว ๆ ทีมที่สามารถส่งต่อภาพรอยยิ้มได้นานที่สุดในสถานที่หนึ่ง ๆ จะได้รับเลือกไปแสดงบนป้ายโฆษณาของกูลิโกะแห่งย่านโดตมโบริ และบนเว็บไซต์ของแคมเปญในวันที่ 11 พฤศจิกายนด้วย

แคมเปญ “Say Pocky! Cheer Street View” ตั้งเป้าที่จะมอบรอยยิ้มและความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับทุกคนที่เผชิญกับความอ่อนล้าและความเครียดอันเกิดจากความกังวลที่เกิดขึ้นในแต่ละวันในช่วงเวลาที่ไม่สามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้ตามใจ ณ ขณะนี้

ชื่อ: Say Pocky! Cheer Street View
ระยะเวลา: 11 ตุลาคม ถึง 30 พฤศจิกายน 2563
พื้นที่: ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา จีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ ไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย
เว็บไซต์: https://pocky-day2020.glico.com/

– ถ่ายภาพของคุณพร้อมพูดคำมหัศจรรย์ “Pocky!” แล้วอัปโหลดบน Google Street View!
เมื่อถ่ายภาพพร้อมพูดประโยคฮิตติดปาก “Pocky!” คุณจะได้ภาพที่มีรอยยิ้มสดใส คุณสามารถแต่งแต้มเมืองด้วยรอยยิ้มโดยการโพสต์ภาพของคุณพร้อมรอยยิ้มในแบบ Pocky! บน Google Street View ที่เว็บไซต์แคมเปญของเรา และแชร์ภาพเหล่านั้นกับคนที่คุณรัก

ขั้นตอนร่วมกิจกรรม:
1. ถ่ายภาพยิ้มของคุณขณะพูดคำว่า “Pocky” และอัปโหลดบนเว็บไซต์ของแคมเปญ
2. ปัก “หมุดรอยยิ้ม” ลงบนจุดที่คุณต้องการโดยเลือกจากพื้นที่ต่าง ๆ 59 จุดที่กำหนดไว้บนแผนที่ Google Street View หรือ Google Maps
3. ดาวน์โหลด “หมุดรอยยิ้ม” และแชร์ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์
4. ชวนคนในครอบครัวและเพื่อนฝูงของคุณมาส่งต่อรอยยิ้มกับกิจกรรม "Smile Relay"

– ส่งต่อรอยยิ้มผ่านกิจกรรม “Smile Relay!” การมีส่วนร่วมของเพื่อนและคนรู้จักจะช่วยส่งต่อรอยยิ้มให้กระจายออกไป
ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรม “Smile Relay” ซึ่งให้ผู้คนร่วมสนุกกับเพื่อนฝูงและคนรู้จัก สามารถแชร์หมุดรอยยิ้มสีเดียวกันกับเพื่อน ๆ และคนรู้จักได้ โดยสัญลักษณ์แบบเดียวกันจะแสดงบนภาพของเพื่อน ๆ และคนรู้จักที่เข้าร่วมกิจกรรม Smile Relay ด้วยกัน ผู้ร่วมกิจกรรมสามารถส่งต่อภาพรอยยิ้มเป็นทอด ๆ ด้วยการแชร์กับเพื่อน ๆ ผ่านลิงก์ที่สร้างขึ้นมาเป็นพิเศษ ซึ่งผู้ร่วมกิจกรรมจะได้รับหลังจากอัปโหลดภาพลงบนแผนที่และมีเพื่อนเข้าร่วมในแคมเปญเพื่อส่งต่อลิงก์ให้กับคนอื่น ๆ ต่อไป

จากประเทศที่ร่วมกิจกรรมทั้งหมด 11 ประเทศ สำหรับทีมผู้ร่วมกิจกรรมจากสิงคโปร์ ไทย ไต้หวัน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซียที่สามารถส่งต่อรอยยิ้มตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม ถึง 10 พฤศจิกายน ได้มากที่สุด รอยยิ้มที่พวกเขาส่งต่อถึงกันจะถูกนำไปเป็นส่วนหนึ่งของสไลด์โชว์บนป้ายโฆษณากูลิโกะที่ย่านโดตมโบริ พร้อมกับแสดงบนเว็บไซต์ของแคมเปญตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน เป็นต้นไป

– สองกิจกรรมออนไลน์จะเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาแคมเปญ
กูลิโกะ จะจัดกิจกรรมออนไลน์สองช่วงระหว่างการจัดแคมเปญ ครั้งแรกวันที่ 11 ตุลาคม และอีกครั้งในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 (วันป๊อกกี้) บริษัทจะทำให้กิจการส่งต่อรอยยิ้มทั่วโลกคึกคักยิ่งขึ้นด้วยการเชิญอินฟลูเอนเซอร์ให้มาร่วมเปิดงานด้วย

เกี่ยวกับป๊อกกี้
ป๊อกกี้ เป็นขนมเคลือบช็อกโกแลตที่ได้รับความนิยมและเป็นที่โปรดปรานของผู้คนทั่วโลกนับตั้งแต่ออกวางจำหน่ายเป็นครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 2509 โดยทำจากขนมปังอบกรอบชนิดหนึ่งและเคลือบด้วยครีมช็อกโกแลต กูลิโกะ มุ่งมั่นที่จะปรับปรุงกรอบบริหารจัดการตราสินค้าทั่วโลกนับตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา และได้รับการรับรองโดย GUINNESS WORLD RECORDS™ ว่ามียอดขายสูงสุดของโลก* ในปี 2563 (ชื่อ: แบรนด์ขนมปังอบกรอบเคลือบช็อกโกแลตที่ใหญ่ที่สุด – จากราคาค้าปลีกปัจจุบัน/มียอดขาวราว 589,900,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2562 อ้างอิงจากข้อมูลวิจัยตลาดต่างประเทศ)

เกี่ยวกับวันป๊อกกี้
เอซากิ กูลิโกะ ได้กำหนดให้วันที่ 11 พฤศจิกายน ของทุกปีเป็นวันป๊อกกี้ หรือ Pocky Day ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะส่งต่อความสุขด้วยการแบ่งปันป๊อกกี้ของผู้คนทั่วโลก วันที่ 11 พฤศจิกายน ถูกเลือกให้เป็นวันป๊อกกี้เนื่องจากขนมป๊อกกี้มีลักษณะเป็นแท่งคล้ายกับเลข “1” (ในญี่ปุ่น วันที่ 11 พฤศจิกายน ได้รับการรับรองโดย Japan Anniversary Association ให้เป็น "วันป๊อกกี้และขนมอบกรอบ หรือ Pocky & Pretz Day")

ในวันป๊อกกี้ บริษัทหวังว่าผู้คนทั่วโลกจะได้นึกถึงบุคคลอันเป็นที่รัก รู้สึกขอบคุณกันและกัน และทำสิ่งที่จะสร้างร้อยยิ้มให้เกิดขึ้นบนใบหน้าของคนที่พวกเขารักกันมากขึ้น

– “‘Pocky’ คือคำมหัศจรรย์ที่จะสร้าง ‘รอยยิ้มพิมพ์ใจ’”
อันที่จริงแล้ว การสร้างรอยยิ้มที่จะนำมาซึ่งความประทับใจและคงอยู่ในความทรงจำตลอดไป คุณจำเป็นต้องวอร์มกล้ามเนื้อก่อน การยืดกล้ามเนื้อเลียนแบบ “การนอนหลับ” (การแสดงออกทางสีหน้า) ก่อนยิ้มจะช่วยให้คุณสร้างรอยยิ้มที่เรียกว่า Duchenne Smile หรือที่เรียกกันว่า รอยยิ้มที่จริงใจ (*1) ได้อย่างง่ายดาย

(*1) การยิ้มเช่นนี้ถูกเรียกโดยทั่วไปว่า Duchenne (ตั้งชื่อตาม Duchenne de Boulogne นักประสาทวิทยาชาวฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 19) ซึ่งรอยยิ้มเช่นนี้จะแสดงถึงการแสดงออกทางสีหน้าอย่างเต็มใจ โดยดวงตาจะยิ้มไปด้วย และกล้ามเนื้อรอบปากและดวงตาจะขยับไปพร้อมกัน

เมื่อคุณพูดคำว่า “Pocky” จังหวะที่พูดคำว่า “Po” ตาของคุณจะเบิกกว้างและกล้ามเนื้อแก้มจะยืดออกซึ่งเป็นการแสดงความประหลาดใจผ่านทางสีหน้า จากนั้นเมื่อพูดว่า “cky” คุณจะสามารถแสดงออกทางสีหน้าคล้ายกับการยิ้มได้อย่างง่ายดาย ระหว่างการวอร์ม กล้ามเนื้อแก้มจะยกมุมปากขึ้นและช่วยให้คุณสร้างรอยยิ้มพิมพ์ใจ คุณอาจกล่าวได้ว่าการออกเสียงคำว่า “Pocky” อาจเป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่สามารถนำไปใช้ได้ทันทีเมื่อต้องการถ่ายภาพรอยยิ้มของคุณ

เกี่ยวกับนักศึกษา 200 คนที่ร่วมทำการทดลอง
เพื่อเป็นการทดสอบว่ารอยยิ้มที่เกิดจากการพูดคำว่า “Pocky” ขณะถ่ายภาพสามารถสร้าง “รอยยิ้มพิมพ์ใจ” ได้ เราได้ทำการทดลองโดยได้รับความช่วยเหลือจากนักศึกษา 200 คน ในการทดลอง เราได้ทดลองพูดคำต่าง ๆ 7 คำขณะถ่ายภาพเพื่อทำการเปรียบเทียบ โดยคำทั้ง 7 เป็นคำที่ใช้ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ดังนี้ “Cheese” (สหรัฐฯ) “Kimchi” (เกาหลี) “Tequila” (เม็กซิโก) “Spaghetti” (เยอรมนี) “Whiskey” (แอฟริกา) และ “Qiezi” (“หมายถึงมะเขือยาว” ในจีนแผ่นดินใหญ่) รวมถึงคำว่า “Pocky” เราได้ขอให้นักศึกษาแต่ละคนพูดคำต่าง ๆ และดูว่าคำเหล่านั้นทำให้พวกเขายิ้มได้มากแค่ไหน โดยให้คะแนนจาก 1 ถึง 100 และผลสำรวจที่ออกมาแสดงให้เห็นว่าคำว่า “Pocky” ได้คะแนนเฉลี่ย 77 คะแนน ขณะที่คะแนนเฉลี่ยของคำอื่น ๆ อยู่ที่ 60 คะแนน คำว่า “Pocky” เอาชนะคำอื่น ๆ ได้อย่างง่ายดายในการทำให้ผู้ตอบแบบสำรวจยิ้ม นักศึกษาส่วนใหญ่ตอบว่า “เสียงที่เกิดขึ้นขณะออกเสียง po- ทำให้รู้สึกดี และทำให้ยิ้มแบบธรรมชาติได้ง่าย” และ “เสียง -y ในตอนท้ายช่วยให้ยิ้มง่ายขึ้น”

นอกจากนี้ ภายใต้การควบคุมของศาสตราจารย์ Sugahara นักวิจัยด้ายการยิ้ม เราได้ทำการทดลองโดยใช้เครื่องอ่านใบหน้าวิเคราะห์รอยยิ้มจากการพูดประโยคต่าง ๆ ขณะถ่ายรูป และพบว่า คำว่า “Pocky” สามารถสร้าง “รอยยิ้มที่พิมพ์ใจ” ซึ่งเป็นมาตรฐานรอยยิ้มในอุดมคติได้ง่ายกว่าคำอื่น ๆ

นำโดย Dr. Toru Sugahara นักวิจัยด้านการยิ้มที่ได้รับการยอมรับ
Dr. Toru Sugahara เกิดในเมืองดาไซฟุ จังหวัดฟุกุโอกะ สำเร็จหลักสูตรปริญญาเอกจากคณะชีววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสิ่งทอจากโครงการสหวิทยาการระดับบัณฑิตศึกษา สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยชินชู และได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิต (วิศวกรรมศาสตร์) ในปี 2548 เคยดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยวาเซดะ ตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งศิลปะมนุษย์และวิทยาศาสตร์ และอาจารย์ประจำศูนย์การศึกษาต่อเนื่องและอาจารย์สัญญาจ้างประจำคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยวาเซดะ ปัจจุบัน ท่านดำรงตำแหน่งนักวิจัยรับเชิญของศูนย์วิจัยขั้นสูง คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยวาเซดะ อาจารย์สัญญาจ้างประจำคณะสารสนเทศและศิลปกรรม และนักวิจัยรับเชิญของสถาบันวิจัยด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรมของมหาวิทยาลัยโตโย ที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมของสถาบันวิจัยทางเทคโนโลยีอุตสาหกรรมแห่งมหานครโตเกียว และกรรมการบริหารสมาคมวิทยาศาสตร์การยิ้ม หรือ Society of Smile Science และท่านยังมีส่วนใน “การวิจัยด้านกลไกและการสร้างรอยยิ้มแบบ kansei” และได้รับรางวัลทางวิชาการมากมายจากงานวิจัยชิ้นนี้

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อ โปรดติดต่อ
Hirohisa Tamai (Mr.), Assistant Global Brand Manager, Glico Co., Ltd.
Yuko Takatani (Ms.), Regional PR Manager, Glico Asia Pacific Pte. Ltd.
อีเมล: glico-singapore@glico.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย










Starbucks เปิดประสบการณ์กาแฟระดับพรีเมี่ยมอย่างเต็มอิ่มสี่ชั้นในโตเกียว

Logo

ในใจกลางย่าน Nakameguro, Starbucks Reserve ™ Roastery Tokyo ได้สร้างคำนิยามใหม่ของร้านค้าปลีกเพื่อขยายความมุ่งมั่นด้านนวัตกรรมกาแฟในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตลาดแรกนอกทวีปอเมริกาเหนือ

ลูกค้าสามารถเพลิดเพลินกับเครื่องดื่มกาแฟและชาที่ไม่เหมือนใครมากกว่า  100 รายการและสินค้าที่หาซื้อได้เฉพาะที่ Reserve Roastery Tokyo เท่านั้น

Starbucks Reserve Roastery Tokyo เป็นที่ตั้งของ Teavana™ Bar ที่ใหญ่ที่สุดและอิตาเลียนเบเกอรี่แบรนด์  Princi ™ที่แรกในญี่ปุ่น

Starbucks เปิดตัวเลาจน์ AMU Inspiration Lounge เต็มรูปแบบ และได้รับการวางแผนให้เป็นสถานที่ฝึกอบรมสมาคมกาแฟพิเศษ หรือ Specialty Coffee Associationแห่งแรกในสตาร์บัคในญี่ปุ่น ในอนาคตอันใกล้นี้

โตเกียว – (BUSINESS WIRE) – 27 ก.พ. 2019

วันนี้ Starbucks (NASDAQ: SBUX) ฉลองการเปิดตัวของ Starbucks Reserve® Roastery Tokyo ซึ่งเป็นสถานที่ให้บริการลูกค้าที่มีสี่ชั้นในด้านกาแฟคุณภาพ นวัตกรรมต่าง ๆ และการเชื่อมต่อกันของเพื่อนมนุษย์ นี่จะเป็น Roastery ลำดับที่ห้าในโลก ซึ่งจะเปิดให้บริการสาธารณชนในวันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์เวลา 7.00 น. ตามเวลา ท้องที่ญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นการยืนยันความมุ่งมั่น 23 ปีของ บริษัท ที่มีต่อประเทศญี่ปุ่น Roastery ถือเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นถึงบทบาทสำคัญที่สตาร์บัคส์ญี่ปุ่นมีต่อการสร้างรากฐานการเติบโตของ บริษัททั่วโลก  โดย The Roastery ได้แนะนำลูกค้าให้รู้จักกับเครื่องดื่มกาแฟและชาที่มีเอกลักษณ์มากกว่า 100 รายการ รวมถึงเมนูอาหารอิตาเลียนจาก Princi ซึ่งเปิดเป็นครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังเป็นการเฉลิมฉลองวัฒนธรรมการเชื่อมต่อระหว่างกันของมนุษย์ และงานฝีมือของญี่ปุ่นผ่าน เลาจน์ AMU Inspiration Lounge แห่งแรกจากญี่ปุ่น โดย“ amu” ในภาษาญี่ปุ่น หมายถึง“ ถักทอเอาไว้ด้วยกัน”จึงเหมือนเป็นสัญลักษร์ของการเป็นเจ้าภาพ ในการจัดกิจกรรมของชุมชนและวางแผนที่จะเป็นสถานฝึกอบรมกาแฟแห่งแรก ในประเทศญี่ปุ่น .

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณสมบัติเป็นมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20190226005289/en/

Starbucks Reserve Roastery Tokyo opens on February 28, 2019 as a four-story tribute to coffee qualit ...

Starbucks Reserve Roastery Tokyo เปิดตัวเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2019 เพื่อเป็นอาคารสี่ชั้นที่เป็นของขวัญตอบแทนด้านคุณภาพและนวัตกรรมของกาแฟต่อลูกค้า และจะทำหน้าที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสำหรับของการเติบโตในญี่ปุ่น ของ Starbucks คลื่นลูกใหม่ (ภาพ: บิสิเนสไวร์)

“ในฐานะตลาดต่างประเทศแห่งแรกที่อยู่นอกทวีปอเมริกาเหนือ สตาร์บัคญี่ปุ่นได้สนับสนุนนวัตกรรมมากตลอด 23 ปีให้กับ บริษัททั่วโลก” Kevin Johnson ซีอีโอ บริษัท กาแฟสตาร์บัคส์ กล่าว “ การเปิดตัวของ Tokyo Roastery จะช่วยขยายสิ่งที่สตาร์บัคส์ญี่ปุ่นได้ทำในทุกร้านค้าในตลาดมานานกว่าสองทศวรรษ นั่นคือการ คิดค้นและส่งมอบกาแฟคุณภาพดีเลิศเรื่อย ๆ ไปทีละคน ทีละถ้วย และทีละละแวก”

Takafumi Minaguchi, ซีอีโอสตาร์บัคส์ญี่ปุ่นกล่าวเสริมว่า“ The Roastery จะขยายและสร้างแรงบันดาลใจให้กับร้านกาแฟของสตาร์บัคส์ทุกสาขา และจะทำหน้าที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสำหรับการเติบโตของคลื่นลูกใหม่โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ประสบการณ์และความหลงใหลในกาแฟและบริการของลูกค้า โดยจะเริ่มต้นด้วยแคมเปญ "Make it Yours" แคมเปญที่จะเริ่มในทุกสาขาในญี่ปุ่นเมื่อเปิด Roastery เป็นครั้งแรกที่ลูกค้าจะได้ถูกเชิญให้สัมผัสกับกาแฟสตาร์บัคที่คั่วเฉพาะในโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น พร้อมกับเครื่องดื่มกาแฟหลากหลาย สไตล์”

การออกแบบที่เน้นการผสมผสานร่วมกันแสดงให้เห็นความงามตามธรรมชาติของญี่ปุ่นเป็นพิเศษ

Raostery ตั้งอยู่ในย่านที่มีชีวิตชีวาและสร้างสรรค์ของโตเกียวที่นากาเมะกุโระ ได้รับการออกแบบที่มีเสน่ห์ โดยได้แรงบันดาลใจจากต้นซากุระที่โด่งดัง ที่เรียงรายไปตามแม่น้ำเมะกุโระ ผนังกระจกและพื้นระเบียงของอาคารนั้นกลมกลืนไปกับทัศนียภาพของย่านนั้นอย่างกลมกลืน ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสกับดอกซากุระและแม่น้ำสี่ฤดูที่สะท้อนความงามตามธรรมชาติและความกลมกลืนที่พบได้ทั่วประเทศญี่ปุ่น

The Tokyo Roastery เป็นสถานที่แห่งเดียวในสตาร์บัคส์ ซึ่งออกแบบโดยความร่วมมือของสถาปนิกท้องถิ่นตั้งแต่ต้นจนจบ การตกแต่งภายนอกได้รับความร่วมมือจากสถาปนิกชาวญี่ปุ่นชื่อดัง Kengo Kuma ทั้งนี้โดยเป็นผลมาจากวิสัยทัศน์ของ  Liz Muller หัวหน้าแผนกออกแบบของ Starbucks และนักออกแบบจากทั้ง 5 Roastery ทั่วโลก ทั้งนี้ The Roastery เน้นการทำงานของช่างฝีมือและผู้หญิงท้องถิ่นเพื่อสร้างจุดหมายปลายทางที่มีเสน่ห์สำหรับการสำรวจและค้นพบกาแฟ และ The Tokyo Roastery ได้ผสมผสานการออกแบบแบบดั้งเดิมและทันสมัยเข้าด้วยกัน เพื่อมอบประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครและเป็นแรงบันดาลใจซึ่งพบได้ตลอดทั้งสี่ชั้นของอาคารนี้

เมื่อเข้ามาใน Roastery ลูกค้าจะได้รับการต้อนรับด้วยถังกาแฟสตาร์บัคส์ Roastery ที่ใหญ่ที่สุดในโลก สี่ชั้นและสูงกว่า 55 ฟุตเคลือบด้วยทองแดงบลัชออน ที่ประดับด้วยดอกซากุระทองแดงที่ทำด้วยมือ ซึ่งเปลี่ยนเฉดสีตลอดทั้งวัน ถังที่กว้างขวางถูกสร้างขึ้นโดยใช้เทคนิคของ ซึชิเมะ หรือ tsuchime ซึ่งเป็นประเพณีการตีทองแดง โดยที่แต่ละคนที่เกี่ยวข้องในการสร้าง Roastery ได้รับโอกาสมรการตอกตะปูส่วนหนึ่งเพื่อสร้างพื้นผิวและลวดลายของมัน สีที่เป็นเอกลักษณ์ของถังนั้นมีความสมดุลกับไม้เนื้ออ่อนซึ่งอยู่ภายในอาคาร เพื่อให้ร้านมีความสว่างตามแบบสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม

ตลอดการสร้าง Roastery ช่างฝีมือและผู้หญิงในท้องถิ่นได้มารวมตัวกันเพื่อรวมความเชี่ยวชาญและงานฝีมือแบบดั้งเดิมของพวกเขาให้เข้ากับองค์ประกอบการออกแบบ เพดานซึ่งปูด้วยกระเบื้อง ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะการพับกระดาษ ออริกามิ ซึ่งให้ความสวยงามในยามมอง พื้นที่มีแสงสว่างและอากาศถ่ายเทได้สะดวกโดยการนำไม้เนื้ออ่อนมาใช้ตั้งแต่ด้านนอกสู่ด้านในเพื่อมอบประสบการณ์ออร่าที่น่าหลงใหล ไม้ที่ได้จากท้องถิ่นนั้นได้รับการรักษาด้วยเทคนิคแบบดั้งเดิมซึ่งป้องกันไม่ให้แก่ก่อนวัย จึงมั่นใจได้ว่าแสงจะคงอยู่ภายในและภายนอกไปอย่างเนินนาน

ดื่มด่ำไปกับกาแฟดื่มชาและการผสมผสานนสชาติ mixology

การเดินทางกาแฟที่ Reserve Roastery โตเกียวเป็นประสบการณ์ที่ดื่มด่ำ และเป็นการศึกษาเกี่ยวกับกาแฟและกระบวนการ ตั้งแต่จากที่เป็นถั่วเขียวไปจนถึงขึ้นถ้วย – ซึ่งส่วนนี้เริ่มต้นที่บาร์หลักบนชั้นแรก แพลน open floor แบบเปิดดึงดูดลูกค้าให้เข้าสู่ประสบการณ์ที่ดื่มด่ำ และแนะนำให้พวกเขารู้จักกับศิลปะแห่งการคั่ว การต้ม และเครื่องดื่มทำเอง ที่ The Reserve Roastery จะมีการให้บริการกาแฟสดใหม่ และ ณ ชั้นแรกนี่เอง ที่ลูกค้าสามารถลิ้มรสเครื่องดื่มกาแฟแบบ Reserve เช่น Barrel-Aged Cold Brew ส่วนร้านเบเกอรี่ Princi ให้บริการของว่างงานฝีมือแบบอิตาเลียนแท้ ๆ ที่อบสดใหม่ใน Roastery ตลอดทั้งวัน นับเป็นครั้งแรกในญี่ปุ่นที่ลูกค้าสามารถเพลิดเพลินกับขนมปังอบสดใหม่, คอร์เน็ต, โฟคาคาเซีย, พิซซ่า, สลัดและอย่างอื่นอีกมากมาย

บันไดที่โปร่งสบายนำไปสู่ชั้นสองซึ่งลูกค้าจะถูกนำเข้าสู่ประเพณีของชาญี่ปุ่นที่ Teavana Bar ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เครื่องดื่มชาสุดพิเศษเช่น Pop'n Tea Sakura Jasmine ที่มีต้นชบาและไอติมเชอรี่ที่มีชีวิตชีวาบนยอดชาดอกมะลิจะทำให้ลูกค้าพึงพอใจกับรูปลักษณ์ที่มีเสน่ห์กับส่วนผสมของญี่ปุ่นและการผสมผสานรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์

Arriviamo ™บนชั้นสามของระเบียงค็อกเทลของ Starbucks Japan จะนำเสนอนวัตกรรมการผสมผสานและงานฝีมือค็อกเทลบนจออย่างเต็มรูปแบบ บนผนังที่มีเครื่องดื่มจะนำเสนอเมนูจาก Arriviamo ที่มาพร้อมกับเครื่องดื่มค็อกเทลและกาแฟที่ได้รับแรงบันดาลใจและมีที่ Tokyo Roastery เท่านั้น รวมถึง Nakameguro Espresso Martini ที่ทำจากเหล้าเกาลัด, crème de cacao  และเอสเปรสโซ่ที่เข้าคู่กับช็อคโกแลต จากแบรนด์ “green bean to bar CHOCOLATE”  ขอ นากาเมะกุโระ ตลอดไปจนถึงเครื่องดื่มไวน์ เบียร์ และเครื่องดื่มผสมผสานคลาสสิคอื่น ๆ ด้วย

การสนทนาที่สร้างผลกระทบ

Starbucks Japan ได้มีส่วนร่วมให้บริการชุมชนมากกว่าสองทศวรรษ ชั้นสี่ของ Starbucks Reserve Roastery Tokyo เป็นที่ตั้งของเลาจน์ AMU Inspiration Lounge – พื้นที่เฉพาะสำหรับชุมชนในการรวมตัวกันเพื่อการสนทนาทางสังคมที่จัดขึ้น ตามแนวคิดของ“ AMU” ซึ่งหมายถึง“ การถักทอเข้าไว้ด้วยกัน” ในภาษาญี่ปุ่น ซึ่งมีรากฐานมาจากการเชื่อมโยงของมนุษย์และความสนใจที่มารวมกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่สตาร์บัคส์เชื่อมานาน นี่เป็นครั้งแรกของสตาร์บัคส์ทั่วโลก ที่จัดให้มีแพลตฟอร์มสำหรับผู้ต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคม และนักคิดสร้างสรรค์จากทั่วประเทศญี่ปุ่น โดยอีเวนท์แรกในเดือนเมษายนจะเฉลิมฉลองบทบาทของผู้นำสตรีในญี่ปุ่น ทั้งนี้ The Roastery ได้รับการวางแผนให้เป็นสถานที่ตั้งของสมาคมกาแฟพิเศษ หรือ Specialty Coffee Association (SCA) ที่ได้รับการรับรองเป็นครั้งแรกของสตาร์บัคเพื่อฝึกอบรมผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟในอนาคตอันใกล้

“ เราเชื่อว่าที่ซึ่งความสนใจเชื่อมโยงกัน อนาคตจะถูกจุดประกาย และเราจะเสนอTokyo Roastery ให้เป็นพื้นที่รวบรวมเพื่อจุดประกายความคิดใหม่และสร้างผลกระทบ” Minaguchi กล่าว “ Roastery แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการส่งเสริมช่วงเวลาแห่งการเชื่อมต่อของมนุษย์ผ่านกาแฟและใช้ช่วงเวลาเหล่านี้เพื่อสร้างผลกระทบทางสังคมในเชิงบวกในชุมชนที่เราให้บริการ”

ด้วยพันธมิตรมากกว่า 37,000 คนที่สวมใส่ผ้ากันเปื้อนสีเขียวทั่ว 47 จังหวัดของญี่ปุ่น Starbucks Japan จะขยายงานฝีมือกาแฟและนวัตกรรมด้วยกาแฟคั่วชุดเล็กสดใหม่จากทั่วโลกทุกวันในโตเกียวและแนะนำเครื่องดื่มแนวคิดและแรงบันดาลใจใหม่ให้กับร้านค้า 1,400 แห่งทั่วญี่ปุ่น โดยจะเริ่มต้นด้วยกาแฟ Tokyo Roast ซึ่งเป็นกาแฟสุดพิเศษจาก Starbucks Japan ซึ่งมีวางจำหน่ายทั่วตลาดในวันเปิดทำการ

เกี่ยวกับสตาร์บัค

ตั้งแต่ปี 1971 Starbucks Coffee Company ได้มีความมุ่งมั่น และจริยธรรม ในการจัดหาและการคั่วกาแฟอาราบิก้าที่มีคุณภาพสูง วันนี้ที่ สตาร์บัคส์ มีร้านค้ามากกว่า 25,000 แห่งทั่วโลก สตาร์บัคส์ เป็นผู้คั่วกาแฟชั้นนำและเป็นผู้ค้าปลีกกาแฟชนิดพิเศษในโลก ด้วยความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ต่อความเป็นเลิศและหลักการชี้นำของเรา เราจึงนำเสนอประสบการณ์สตาร์บัคส์ที่แตกต่าง มามีชีวิตให้กับลูกค้าทุกคนผ่านทุกถ้วย หากท่านอยากส่วนร่วมในประสบการณ์กรุณาเยี่ยมชมร้านค้าของเราหรือเข้าไปในเว็บออนไลน์ที่ stories.starbucks.com และ Starbucks.com.

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190226005289/en/

ติดต่อ:

บริษัท สตาร์บัคส์คอฟฟี่

press@starbucks.com

206-318-7100