Carbon Trust เปิดตัวโครงการเร่งการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสำหรับ บริษัทภาคอาหารและเครื่องดื่มในอาเซียน

Logo

โครงการ UK-ASEAN Energy Efficiency Accelerator สนับสนุนบริษัทภาคอาหารและเครื่องดื่มในมาเลเซีย เมียนมาร์ ฟิลิปปินส์ ไทย และเวียดนามในการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดต้นทุนด้านพลังงานภายใต้โครงการคาร์บอนต่ำ ASEAN Low Carbon Programme ที่ได้รับทุนจากกองทุน Prosperity Fund ของรัฐบาลสหราชอาณาจักร

สิงคโปร์–(บิสิเนสไวร์)–14 ม.ค. 2564

วันนี้ Carbon Trust ได้เปิดตัว UK-ASEAN Energy Efficiency Accelerator (the Accelerator) เพื่อสนับสนุนธุรกิจต่างๆ ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ขยายการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน  โครงการ Accelerator จะดำเนินการจนถึงเดือนมีนาคม 2565 โดยเน้นที่ภาคอาหารและเครื่องดื่มในมาเลเซีย เมียนมาร์ ฟิลิปปินส์ ไทย และเวียดนามโดยสนับสนุนบริษัทในขั้นตอนต่างๆ ของการจัดการพลังงานเพื่อช่วยให้ตระหนักถึงความสำคัญของประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

ภาคอาหารและเครื่องดื่มนับว่าเป็นหนึ่งในภาคอุตสาหกรรมที่มีการใช้พลังงานมากที่สุดในภูมิภาค โดยสามารถประหยัดพลังงานได้ถึง 4.5Mtoe (หรือ 35% ของการใช้พลังงานทั้งหมดในปัจจุบัน)  การสนับสนุนโครงการมีให้สำหรับบริษัทขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการแปรรูปและการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม

Accelerator ได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุน Prosperity Fund ของรัฐบาลสหราชอาณาจักรผ่านโครงการพลังงานคาร์บอนต่ำของอาเซียน (ASEAN Low Carbon Energy Programme) โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ดีขึ้นผ่านการใช้ระบบการจัดการพลังงาน

เพื่อช่วยให้บริษัทต่างๆ สามารถทำความเข้าใจเกี่ยวกับโอกาสในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพจึงได้มีชุดคู่มือการประหยัดพลังงานซึ่งครอบคลุมกระบวนการที่พบบ่อยที่สุด 7 กระบวนการในภาคอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งรวมถึงการทำความเย็น การปรุงอาหาร การกลั่น และการอบแห้ง นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำเกี่ยวกับการสร้างระบบการจัดการพลังงานที่สอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดทั่วโลก ISO50001

นอกจากนี้ Accelerator จะจัดเวิร์กชอปการเสริมสร้างขีดความสามารถและมอบความช่วยเหลือด้านเทคนิคให้กับบริษัททุกขนาดโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่บริษัทขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ในระดับประเทศ  จุดมุ่งหมายของการสนับสนุนคือเพื่อช่วยให้บริษัท ต่างๆ เข้าใจการใช้พลังงานในปัจจุบัน กำหนดเป้าหมายประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ระบุโอกาสในการประหยัดพลังงาน จัดตั้งระบบการจัดการพลังงานใหม่หรือปรับปรุงระบบที่มีอยู่และพัฒนาการประชุมเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างขีดความสามารถภายในที่เหมาะสม

นอกจากนี้ Accelerator จะมีการจัดกิจกรรมออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภาคอาหารและเครื่องดื่ม  โดยร่วมกับพันธมิตร Spirax Sarco ทาง Accelerator จะจัดการฝึกซ้อมเสมือนจริงเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการสร้างระบบการอบไอน้ำ การขนส่ง และการเพิ่มประสิทธิภาพของผู้ใช้ปลายทางในภาคอาหารและเครื่องดื่มในวันที่ 26 มกรมคม เวลา 15:30น. (GMT+8)

Jane Ellaway หัวหน้ากองทุนเพื่อความมั่งคั่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าวว่า

“การเปิดตัว UK-ASEAN Energy Efficiency Accelerator เป็นโอกาสที่ดีสำหรับภาคอาหารและเครื่องดื่มในการเริ่มต้นเส้นทางสู่ประสิทธิภาพและการจัดการพลังงานที่ดีขึ้น  การลงทุนในการประหยัดพลังงานครั้งนี้มีความสำคัญซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของข้อตกลงปารีส  ทางสหราชอาณาจักรมีความยินดีที่ได้เป็นพันธมิตรในครั้งนี้และหวังว่า Accelerator จะเป็นแพลตฟอร์มในการแบ่งปันความรู้และแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด”

Chris Stephens ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียของ Carbon Trust กล่าวว่า

“เรารู้สึกยินดีที่สามารถใช้ประสบการณ์อันยาวนานในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้การสนับสนุนฟรีแก่ธุรกิจในท้องถิ่นในการลดค่าพลังงานและการปล่อยมลพิษ  นอกจากนี้ เรากำลังเห็นบริษัทอื่นๆ ทั่วโลกตั้งเป้าหมายประสิทธิภาพการใช้พลังงานให้เป็นเสาหลักของกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนและเราตื่นเต้นที่จะสนับสนุนธุรกิจชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  นี่เป็นเวลาที่เหมาะสมที่ธุรกิจจะใช้มาตรการประหยัดพลังงานต้นทุนต่ำซึ่งเป็นชัยชนะสำหรับพวกเขาและสำหรับโลกใบนี้”

UK-ASEAN Energy Efficiency Accelerator จะดำเนินการจนถึงสิ้นเดือนมีนาคม 2565

จบ

เกี่ยวกับ Carbon Trust

ก่อตั้งขึ้นในปี 2544 Carbon Trust ทำงานร่วมกับธุรกิจ รัฐบาล และสถาบันต่างๆ ทั่วโลกช่วยให้ได้มีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์จากอนาคตที่ยั่งยืนผ่านการลดคาร์บอน กลยุทธ์การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ระบบและเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำในเชิงพาณิชย์

Carbon Trust:

  • ทำงานร่วมกับบริษัทและรัฐบาลช่วยให้พวกเขาวางกลยุทธ์ของตนกับวิทยาศาสตร์สภาพอากาศและบรรลุเป้าหมายของข้อตกลงปารีส
  • ให้คำแนะนำและความมั่นใจจากผู้เชี่ยวชาญทำให้นักลงทุนและสถาบันการเงินมั่นใจว่าการเงินสีเขียวจะมีผลลัพธ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง
  • รองรับการพัฒนาเทคโนโลยีและโซลูชั่นคาร์บอนต่ำเพื่อสร้างรากฐานสำหรับระบบพลังงานแห่งอนาคต

Carbon Trust ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในลอนดอนมีทีมงานทั่วโลกที่มีพนักงานกว่า 200 คนซึ่งเป็นตัวแทนของกว่า 30 สัญชาติใน 5 ทวีป

อ่านต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20210113005747/en/

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อ
Ainslie Macleod ที่
Carbon Trust: +44 (0)207 170 7050
หรือ press@carbontrust.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Azbil เปิดตัวซอฟต์แวร์ระบบแจ้งเตือนล่วงหน้าในระดับโลก

Logo

–การทำงานแบบคาดการณ์ล่วงหน้าช่วยยกระดับการติดตามการทำงาน ณ ฐานการผลิต–

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–13 มกราคม 2564

Azbil Corporation (TOKYO:6845) ได้ประกาศการเปิดตัวระดับโลกของระบบแจ้งเตือนล่วงหน้าสำหรับข้อมูลอนุกรมเวลา (จากนี้เรียก “ระบบแจ้งเตือนล่วงหน้า”) ในเวอร์ชันภาษาอังกฤษและภาษาจีนสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จีน และเกาหลี

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยเนื้อหามัลติมีเดีย ดูอย่างเต็มรูปแบบที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20210112006172/en/

Early Warning System screenshot (Photo: Business Wire)

ภาพหน้าจอของระบบแจ้งเตือนล่วงหน้า (รูปภาพ: Business Wire)

ระบบแจ้งเตือนล่วงหน้าซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในญี่ปุ่นเมื่อปี 2556 เป็นแพ็คเกจซอฟต์แวร์สำหรับติดตามการเปลี่ยนแปลงในแนวโน้มของข้อมูลอนุกรมเวลา (time series data) สำหรับตัวแปรในการประมวลผลที่สำคัญ เช่น อุณหภูมิ ความดัน อัตราการไหล และระดับของเหลว เพื่อแจ้งเตือนผู้ควบคุมเกี่ยวกับการเบี่ยงเบนที่อาจเกิดขึ้นจากค่าควบคุมได้ตั้งแต่ต้น เมื่อเทียบกับระบบแจ้งเตือนโดยระบบควบคุมแบบกระจาย (DCS) ระบบที่มีการคาดการณ์ล่วงหน้าเพื่อแจ้งเตือนนั้นมีข้อดีในแง่ของการรู้ล่วงหน้าก่อนที่ตัวแปรต่าง ๆ จะถึงขีดจำกัดของค่าควบคุมหรือก่อนที่อุปกรณ์ความปลอดภัยจะทำงาน

ในกรณีฉุกเฉินที่มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับอุปกรณ์และทำให้ระบบแจ้งเตือนแบบ DCS ทำงาน อาจมีบางครั้งที่ระบบไม่แจ้งเตือนหรืออาจเกิดข้อผิดพลาดอื่น ๆ ที่มีสาเหตุจากมนุษย์และนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุ ขณะที่ระบบแจ้งเตือนล่วงหน้าจะทำงานแยกจากระบบ DCS และเข้ามาเสริมระบบแจ้งเตือนแบบทั่วไปด้วยระบบคาดการณ์ล่วงหน้า ตัวอย่างเช่น การแสดงแนวโน้มบนจอขนาดใหญ่ซึ่งแยกจากจอของระบบ DCS จะช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานจัดการกับปัญหาได้ตั้งแต่ในระยะต้นและด้วยวิธีการที่เหมาะสม สำหรับวิธีนี้ ระบบจะทำงานร่วมกับระบบตรวจสอบและระบบควบคุมที่มีอยู่ เช่น DCS เพื่อประสิทธิผลที่มากขึ้น

ในประเทศญี่ปุ่น ส่วนใหญ่แล้วระบบจะถูกใช้ในบริษัทด้านน้ำมันและเคมีภัณฑ์ ซึ่งมีความระมัดระวังอย่างมากในเรื่องความปลอดภัยในโรงงานและต้องการใช้เทคโนโลยี IoT อย่างไรก็ดีในช่วงที่ผ่านมา ระบบดังกล่าวยังมีการใช้ที่สถานีผลิตน้ำประปาเพื่อติดตามการทำงานของถังพักจ่ายน้ำ คุณภาพของน้ำ และสถานีระบายน้ำ เพื่อให้การจ่ายน้ำประปามีความต่อเนื่องอีกด้วย นอกจากนี้ การใช้ระบบนี้ยังขยายครอบคลุมไปถึงการคงระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์และยาให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับ ตัวอย่างเช่น ระบบได้ตรวจพบความผิดปกติเกี่ยวกับความผันผวนของอุณหภูมิและทำงานระงับการเบี่ยงเบนจากค่าควบคุมก่อนที่จะเกิดปัญหา และเพื่อตอบสนองความต้องการต่อโซลูชันที่อิงข้อมูลที่สูงขึ้นในฐานการผลิตในต่างประเทศ Azbil จึงได้เปิดตัวซอฟต์แวร์ดังกล่าวในเวอร์ชันภาษาอังกฤษและภาษาจีน

คุณสมบัติ

  • ระบบแจ้งเตือนล่วงหน้าจะใช้ฟังก์ชันการคาดการณ์ตรวจหาความเปลี่ยนแปลงก่อนที่จะถึงขีดจำกัดของค่าควบคุม (ก่อนที่จะเกิดปัญหาขึ้น) และส่งสัญญาณแจ้งเตือนซึ่งช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานมีเวลามากขึ้นในการจัดการ นอกจากการส่งสัญญาณแจ้งเตือนล่วงหน้าแล้ว ระบบจะคำนวณระยะเวลาโดยประมาณจนกว่าค่าควบคุมจะถึงขีดจำกัด และแสดงข้อมูลสำหรับช่วยตัดสินใจเลือกวิธีรับมือที่เหมาะสม
  • ช่วยเพิ่มความตระหนักของผู้ปฏิบัติงาน เนื่องจากบางครั้งระบบสามารถคาดการณ์การเกิดซ้ำของความเสื่อมสภาพหรือความผันผวนอย่างกะทันหันหลังการแจ้งเตือน
  • สามารถดูแลการติดตามการวัดที่สำคัญ ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะนำไปสู่การติดตามการทำงานของสถานที่ผลิตทั้งหมดได้ดีขึ้นและลดภาระงานของมนุษย์
  • สามารถเชื่อมต่อไปยังระบบหรือระบบ DCS, PLC หรือ PIMS*2 ของผู้จำหน่ายเจ้าอื่นได้ โดยใช้โปรโตคอลการสื่อสารเพื่อจุดประสงค์ทั่วไป หรือ OPC-DA*1
  • ไม่จำเป็นต้องติดตั้งเซ็นเซอร์ใหม่ และผู้ใช้สามารถจัดการงานด้านด้านวิศวกรรมได้ด้วยตัวเอง

สำหรับรายละเอียด โปรดดูที่เว็บไซต์ด้านล่างนี้
https://www.azbil.com/products/factory/factory-product/monitoring-control-system-software/monitoring-operation-support/actmos/index.html

ภายใต้หลักปรัชญา "ระบบอัตโนมัติที่คำนึงถึงมนุษย์เป็นสำคัญ" กลุ่มบริษัท Azbil ตั้งเป้าสร้างประโยชน์ “ในทิศทางที่สอดคล้องกัน” เพื่อสังคมที่ยั่งยืนและการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัท ซึ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สามารถแก้ปัญหาที่สังคมต้องเผชิญและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้พร้อมกัน

*1 มาตรฐานสำหรับแลกเปลี่ยนข้อมูลประมวลผล การแจ้งเตือน ข้อมูลย้อนหลัง หรืออื่น ๆ โดยใช้เทคโนโลยี COM/DCOM (Component Object Model / Distributed Component Object Model) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีของ Microsoft Windows
*2 ระบบจัดการข้อมูลโรงงานซึ่งจะรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลประมวลผลและข้อมูลการผลิตจากระบบติดตามและควบคุมต่าง ๆ ในฐานการผลิตและโรงงาน เพื่อแสดงภาพและวิเคราะห์กระบวนการทำงานและสถานะการผลิตของอุปกรณ์การผลิต

เกี่ยวกับ Azbil Corporation
Azbil Corporation หรือเป็นที่รู้จักในชื่อ Yamatake Corporation ก่อนหน้านี้  เป็นบริษัทชั้นนำด้านอาคารและระบบอัตโนมัติทางอุตสาหกรรม โดยใช้เทคโนโลยีการวัดและการควบคุมพัฒนาโซลูชันที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้า เพื่อให้การดำเนินงานของพวกเขามีประสิทธิภาพและยั่งยืนยิ่งขึ้น Azbil ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2449 และให้บริการลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมที่หลากหลายและมีเป้าหมายที่จะมีส่วนร่วมในด้านความปลอดภัยความสะดวกสบายและการเติมเต็มและการรักษาสิ่งแวดล้อมทั่วโลก ณ สิ้นสุดเดือนมีนาคม 2563 Azbil มีพนักงานกว่า 9,800 คนทั่วโลก และสร้างรายได้ถึง 259 พันล้านเยน
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ https://www.azbil.com/

Windows เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนหรือเครื่องหมายการค้าของ Microsoft Corporation ในสหรัฐอเมริกาและ/หรือประเทศอื่น ๆ

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20210112006172/en/

ติดต่อ:

Robert Jones
โทร: +81-3-6810-1006
อีเมล: publicity@azbil.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Toshiba เปิดตัวไมโครคอนโทรลเลอร์ระดับ Advanced Class ตระกูล TXZ +™ 5 กลุ่มใหม่ที่ใช้พลังงานต่ำรองรับการควบคุมมอเตอร์ และให้ต้นทุนระบบที่ต่ำลง

Logo

ใช้แกนArm®Cortex®-M core ที่มาพร้อมกับหน่วยความจำแฟลชความจุสูงในตัว

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–13 มกราคม 2564

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation ("Toshiba") เปิดตัวไมโครคอนโทรลเลอร์ใหม่ 5 กลุ่มซึ่งเป็นของ ตระกูลTXZ+™ โดยกลุ่ม M4K, M4M, M4G และ M4N ใช้แกน Arm Cortex-M4 และกลุ่ม M3H ใช้แกน Arm Cortex-M3 ทุกกลุ่มมีการใช้พลังงานต่ำ และเหมาะสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย  เช่น การควบคุมมอเตอร์ อุปกรณ์ IoT ที่เชื่อมต่อฟังก์ชันการตรวจจับระดับแนวหน้า เป็นต้น

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้เป็นแบบมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20210112005488/en/

Toshiba: TXZ+(TM) family advanced class 32-bit microcontrollers (Graphic: Business Wire)

Toshiba: ไมโครคอนโทรลเลอร์ระดับสูง 32 บิตในตระกูล TXZ + (TM) (กราฟิก: Business Wire)

ตัวอย่างสินค้า หรือ engineering samples จะเริ่มจัดส่งในไตรมาสที่สี่ของปีงบประมาณ 2563 (มกราคมถึงมีนาคม 2564) และการผลิตจำนวนมากจะเริ่มในไตรมาสที่สองของปี 2564 (กรกฎาคมถึงกันยายน 2564) นอกจากนี้ยังมีเอกสารที่เกี่ยวข้องเครื่องมือในการพัฒนาและซอฟต์แวร์ตัวอย่างมาให้อีกด้วย.

คลาสขั้นสูงมีความถี่ในการทำงานสูงสุด 200MHz หน่วยความจำแฟลชสูงสุด ตัวแปลงอนาล็อกเป็นดิจิตอล 2MB และ 12 บิต อุปกรณ์เหล่านี้ติดตั้งอุปกรณ์ต่อพ่วงที่เน้นด้านการใช้งาน เช่น เครื่องยนต์ควบคุมมอเตอร์ประสิทธิภาพสูงหรืออินเทอร์เฟซการเชื่อมต่อที่หลากหลาย

คุณสมบัติหลัก

แกน Arm Cortex-M4 core

กลุ่ม M4K

ฮาร์ดแวร์ควบคุมมอเตอร์ฟังก์ชั่นการวินิจฉัยตัวเองสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่มีมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานแบบ IEC 60730

กลุ่ม M4M

ฮาร์ดแวร์ควบคุมมอเตอร์ฟังก์ชั่นการวินิจฉัยตัวเองสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่มีมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานแบบ IEC 60730

กลุ่ม M4G

ความถี่ในการทำงานสูงสุด 200MHz หน่วยความจำแฟลชสูงสุด 2MB อินเทอร์เฟซสำหรับการสื่อสารความเร็วสูง วงจรอะนาล็อกสำหรับการเชื่อมต่อเซ็นเซอร์หลายตัว การอัปเดตเฟิร์มแวร์ที่มีความน่าเชื่อถือสูงเพื่อการประมวลผลที่ปลอดภัย

กลุ่ม M4N

ความถี่ในการทำงานสูงสุด 200MHz สูงสุด หน่วยความจำแฟลชสูงสุด 2MB อินเทอร์เฟซต่าง ๆ สำหรับอุปกรณ์ IoT (การตรวจจับและการสื่อสาร) รองรับการถ่ายโอนข้อมูลความเร็วสูง

แกน Arm Cortex-M3 core

กลุ่ม M3H

ฟังก์ชันจอแสดงผล LCD ในตัวฟังก์ชั่นการวินิจฉัยตัวเองสำหรับเครื่องใช้ในบ้านที่มีมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงาน IEC 60730 การควบคุมมอเตอร์ประสิทธิภาพสูงที่ลดต้นทุนระบบโดยการลด BOM

หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับคลาสขั้นสูงของตระกูล Toshiba TXZ + โปรดไปที่:

https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/company/exhibition/campaign/txzplus-family-advanced-class-new-products.html

คลิกที่นี่เพื่อดูวิดีโอแนะนำ

https://videoclip.toshiba.semicon-storage.com/ap-en/detail/videos/semiconductor-products/video/6222047575001/products-overview:-5-groups-of-txz-%E2%84%A2-family-advanced-class-microcontroller?autoStart=true

* Arm and Cortex เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Arm limited (หรือบริษัทในเครือ) ในสหรัฐอเมริกาและ / หรือที่อื่น ๆ

* TXZ+™เป็นเครื่องหมายการค้าของ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation

* ชื่อบริษัท ชื่อผลิตภัณฑ์ และชื่อบริการอื่น ๆ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทนั้น ๆ

คำถามจากลูกค้า:

System Devices Marketing Dept.II

Multi Marketing Group II

โทร: +81-3-3457-3465

https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/contact.html

*ข้อมูลในเอกสารนี้รวมถึงราคาและข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาของบริการและข้อมูลการติดต่อเป็นข้อมูลล่าสุดในวันที่ประกาศ อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เกี่ยวกับ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation รวมความแข็งแกร่งของบริษัทใหม่เข้ากับภูมิปัญญาและประสบการณ์ โดยนับตั้งแต่ได้รับการเปิดตัวจากบริษัทโตชิบาในเดือนกรกฎาคม 2560 เราได้ก้าวเข้ามาเป็นหนึ่งในบริษัทอุปกรณ์ทั่วไปชั้นนำและนำเสนอโซลูชันที่โดดเด่นให้แก่ลูกค้า และหุ้นส่วนทางธุรกิจในธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์แบบแยกตัวระบบ LSI และ HDD

พนักงานของเราจำนวน 24,000 คนทั่วโลกมีความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ของเรา และให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับลูกค้าเพื่อส่งเสริมการร่วมสร้างสรรค์มูลค่าและตลาดใหม่ ๆ เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะสานต่อยอดขายรายปีที่ปัจจุบันอยู่ที่เจ็ดแสนห้าหมื่นล้านเยน (6.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ) เพื่อเอื้อให้เกิดอนาคตที่ดีขึ้นสำหรับทุกคนทุกที่

ดูข้อมูลเพิ่มเติมของ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation ได้ที่

https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/top.html

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20210112005488/en/

สอบถามสำหรับสื่อ:

Chiaki Nagasawa

ฝ่ายการตลาดดิจิทัล

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation

โทร: +81-3-3457-4963

semicon-NR-mailbox@ml.toshiba.co.jp

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Milrem Robotics เปิดตัว Type-X RCV รุ่นใหม่

Logo

ทาลลินน์ เอสโตเนีย–(บิสิเนสไวร์)–12 ม.ค. 2564

หุ่นยนต์ยานยนต์ต่อสู้ Type-X ขนาดกลางโดย Milrem Robotics ผู้พัฒนาหุ่นยนต์และระบบขับเคลื่อนอิสระชั้นนำของยุโรป ได้ผ่านการทดสอบการเคลื่อนที่เบื้องต้น

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยมัลติมีเดีย อ่านฉบับเต็มได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20210112005037/en/

The Type-X by Milrem Robotics will become an intelligent wingman to main battle tanks and infantry fighting vehicles and will be capable of taking on the most dangerous tasks and positions, resulting in lower lethality risks. (Photo: Business Wire)

Type-X โดย Milrem Robotics จะเป็นหน่วยสนับสนุนขับเคลื่อนอัจฉริยะให้กับรถถังหลักและรถต่อสู้ทหารราบ โดยจะสามารถดำเนินงานและประจำตำแหน่งที่อันตรายที่สุด ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต (ภาพ: บิสิเนสไวร์)

Type-X จะเป็นหน่วยสนับสนุนขับเคลื่อนอัจฉริยะให้กับรถถังหลักและรถต่อสู้ทหารราบ โดยจะสามารถดำเนินงานและประจำตำแหน่งที่อันตรายที่สุด ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต

“Type-X จะมอบแสนยานุภาพที่เท่าเทียมหรือเหนือกว่าพร้อมกับการใช้งานทางยุทธวิธีให้กับหน่วยที่มียานรบทหารราบ โดยสามารถทำลายตำแหน่งป้องกันของศัตรูโดยมีความเสี่ยงกับกองทหารของตัวเองน้อยที่สุดและการแทนที่ RCV ที่หายไปนั้นถือเป็นความแตกต่างในเชิงลอจิสติกส์เพียงเล็กน้อย” Kuldar Väärsi ซีอีโอของ Milrem Robotics กล่าว

Type-X สามารถติดตั้งปืนใหญ่ได้ถึง 50 มม.  หากติดตั้งปืนใหญ่ขนาด 30 มม. นั้นจะสามารถวางตำแหน่ง RCV ได้ทางร่มชูชีพ โดย C-130J และ KC-390 สามารถบรรทุกได้หนึ่งคัน A400M สองคันและ C-17 ห้าคัน

“ยานยนต์คันนี้จะมีฟังก์ชั่นอัจฉริยะเช่นการติดตาม การนำทางจุดอ้างอิง และการตรวจจับสิ่งกีดขวางโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์เป็นส่วนหนึ่งของอัลกอริทึม” Väärsi กล่าว “นอกจากนี้ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ของเรายังใช้แนวทางสร้างสรรค์ใหม่เพื่อให้สามารถควบคุมการทำงานจากระยะไกลด้วยความเร็วที่สูงขึ้น”

ด้วยน้ำหนัก 12 ตันและการจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพจึงมีความสามารถด้านภูมิประเทศที่เหนือกว่า  ความสูง 2.2 ม. และเครื่องยนที่ติดตั้งไว้ด้านหลังจะทำให้โอกาสการตรวจจับภาพและความร้อนต่ำ

Type-X เบากว่าสามถึงสี่เท่าและราคาต่ำกว่า IFV ทั่วไปอย่างมาก โดยได้รับการออกแบบมาพร้อมกับการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ที่ชาญฉลาดรวมกับระบบตรวจสอบสุขภาพ การใช้งานและหลักการของ Line Replacement Unit เพื่อลดต้นทุนการใช้งานและการขนส่ง  นอกจากนี้ระบบส่งกำลังแบบไฮบริดและรางยางช่วยลดต้นทุนตลอดอายุการใช้งานได้อย่างมาก

ในการสร้าง Type-X Milrem Robotics ได้ใช้ความรู้ที่ได้รับจากการพัฒนายานพาหนะภาคพื้นดินไร้คนขับ THeMIS โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนกองทหารในพื้นที่ที่ใช้งานโดยสิบประเทศ รวมถึงประเทศสมาชิก NATO 7 ราย ได้แก่ ฝรั่งเศส นอร์เวย์ สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ และเอสโตเนีย

Milrem Robotics เป็นผู้พัฒนาหุ่นยนต์และระบบเคลื่อนอิสระชั้นนำของยุโรปโดยมีสำนักงานสองแห่งในเอสโตเนีย หนึ่งแห่งในสวีเดนและฟินแลนด์ และเนเธอร์แลนด์ในอีกไม่นาน

บริษัทเป็นผู้นำกลุ่มที่ได้รับรางวัล 30,6 MEUR จาก European Defense Industrial Development Program (EDIDP) ของคณะกรรมาธิการยุโรปเพื่อพัฒนาระบบภาคพื้นดินไร้คนขับที่ได้มาตรฐานยุโรป

ชมวิดีโอ Type-X: https://youtu.be/34-NWYQ0L0c

อ่านต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20210112005037/en/

ติดต่อ:

Gert Hankewitz
Export Director
Gert hankewitz@milrem.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ฮิลตัน เปิดตัว Hilton EventReady Hybrid Solutions สำหรับการประชุมและกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นที่คาดไว้สำหรับปี 2564

Logo

เริ่มต้นแล้วทั่วโลกในกลุ่มโรงแรมในพอร์ตโฟลิโอที่รองรับการจัดประชุมแบบไฮบริด

แม็คลีน, เวอร์จิเนียร์–(BUSINESS WIRE)–11 ม.ค. 2563

หลังจากได้ผ่านพ้นปีแห่งความไม่แน่นอนที่ผ่านมา ความเป็นจริงทางธุรกิจอย่างหนึ่งดูเหมือนจะชัดเจนยิ่งขึ้น นั่นคือการประชุมและกิจกรรมแบบไฮบริดเป็นสิ่งที่เราควรให้ความสำคัญในระยะเวลาอันใกล้นี้ เพื่อตอบรับกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการพบปะและสังสรรค์ของผู้คน ฮิลตันจึงขอแนะนำ Hilton EventReady Hybrid Solutions ซึ่งเป็นชุดข้อเสนอใหม่ ที่ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเพื่อนำผู้วางแผนอีเวนต์ หรืออีเวนต์แพลนเนอร์ ไปสู่โรงแรมต่าง ๆ ในเครือของฮิลตัน ที่พร้อมให้บริการอีเวนต์แบบไฮบริด พร้อมกับการวางแผนทรัพยากร ซึ่งรวมไปถึงคู่มือ Hilton EventReady Playbook ที่มีการขยายรายละเอียดให้ครอบคลุม รวมไปถึงข้อเสนอสำหรับลูกค้าที่ยืดหยุ่นอีกด้วย

เพื่อส่งมอบประสบการณ์การประชุมและกิจกรรมโดยสมาชิกในทีม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Hilton EventReady Hybrid Solutions โรงแรมที่เข้าร่วมจะสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลการฝึกอบรมสมาชิกในทีมอย่างครอบคลุมเพื่อเสริมสร้างความรู้ของพวกเขาในการจัดประชุมแบบไฮบริดได้

“ฮิลตันเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมการประชุมและอีเวนต์มากว่า 100 ปี ด้วยการรับฟังอย่างตั้งใจและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ อย่างรวดเร็ว เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป” Martin Rinck รองประธานบริหารและหัวหน้าเจ้าหน้าที่แบรนด์ฮิลตัน กล่าว “Hilton EventReady Hybrid Solutions เกิดจากความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของเราในการสร้างความเป็นเลิศ ตั้งแต่การเข้าถึงความสามารถของโรงแรมในพอร์ตโฟลิโอทั่วโลกของเรา ไปจนถึงการเปิดตัวข้อเสนอการวางแผนงานทรัพยากรที่ครอบคลุม และการแนะนำการฝึกอบรมสมาชิกในทีมเพื่อให้แน่ใจว่าเราจะสามารถมอบประสบการณ์การจัดงานโดยรวมที่ดีที่สุดได้”

Hilton EventReady Hybrid Solutions จะเริ่มเปิดตัวในเดือนนี้ที่โรงแรมฮิลตันทั่วโลก นอกจากนี้ รายละเอียดที่เพิ่มเติมสำหรับการประชุมแบบไฮบริดในคู่มือ Hilton EventReady Playbook ยังประกอบไปด้วย การรวมกรณีศึกษาโดยละเอียด คำแนะนำสำหรับมืออาชีพ อภิธานศัพท์ของการจัดประชุมแบบไฮบริด และอื่น ๆ โดยจะมีให้บริการเป็นภาษาอังกฤษในเดือนนี้ และลูกค้าที่ร่วมงานกับกลุ่มโรงแรมในพอร์ตโฟลิโอของฮิลตันสามารถเข้าถึงได้ทั่วโลก

กลุ่มโรงแรมในพอร์ตโฟลิโอที่พร้อมให้บริการอีเวนต์แบบไฮบริดจะเน้นย้ำถึงความต้องการพื้นฐานที่ลูกค้าควรคาดหวังได้เมื่อจัดงานอีเวนต์แบบไฮบริดขนาดเล็กซึ่งรวมถึง:

  • ความพร้อมด้าน IT: โรงแรมแต่ละแห่งจะได้รับการประเมิน โดยพิจารณาที่แบนด์วิดท์ไอทีที่มีอยู่และโครงสร้างพื้นฐานของโรงแรม เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของการจัดอีเวนต์แบบไฮบริดขนาดเล็ก ในการที่จะได้รับการยืนยันให้เป็น "โรงแรมที่มีความพร้อมในการจัดอีเวนต์แบบไฮบริด หรือ hybrid-ready" โรงแรมจะต้องมีจำนวนแบนด์วิดท์ที่พร้อมใช้งานที่สูงกว่าขั้นต่ำของระดับการใช้วงจรไฟฟ้าโดยเฉลี่ยของโรงแรม ข้อกำหนดนี้ช่วยให้สามารถสื่อสารและเชื่อมต่อได้อย่างราบรื่น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพประสบการณ์การประชุมแบบไฮบริดภายในโรงแรมในขณะที่ให้ผู้เข้าร่วมแบบเวอร์ชวลสามารถเข้าถึงได้ง่าย
  • การเสนอขายหลายสถานที่และข้อตกลงด่วน: ข้อเสนอเหล่านี้ช่วยให้ลูกค้าสามารถจองการจัดงานอีเวนต์ของตนเองได้ที่หลากหลายสถานที่ของฮิลตันที่รองรับการจัดงานแบบไฮบริด และสร้างประสบการณ์การทำสัญญาที่ราบรื่นยิ่งขึ้น
  • คู่มือที่มีการขยายความอย่างครอบคลุม: ในขณะที่คู่มือ EventReady Playbook พร้อมให้บริการแก่ลูกค้าทั่วโลก ผู้ที่มองหาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการวางแผนและการดำเนินกิจกรรมไฮบริดขนาดเล็ก สามารถเข้าถึงรายละเอียดต่าง ๆ ของการจัดงานแบบไฮบริดที่ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า

อีกส่วนหนึ่งของ Hilton EventReady Hybrid Solutions นั้น Encore (หรือที่เรียกอย่างเป็นทางการว่า PSAV) ได้นำเสนอแพ็กเกจเทคโนโลยีในการจัดงานอีเวนต์ขนาดเล็กในโรงแรมที่รองรับการจัดประชุมแบบไฮบริด อีกทั้ง Presentation Stages ซึ่งเป็นเครื่องมือสำหรับเทคโนโลยีการออกอากาศและเป็นอุปกรณ์จัดแสดงที่ช่วยยกระดับการส่งข้อความและการมีส่วนร่วมในการประชุม ขั้นตอนการนำเสนอเป็นการเตรียมความพร้อมของสถานที่อย่างสะอาดและปลอดภัยในการผลิต บันทึก และ/หรือออกอากาศงานอีเวนต์ออนไลน์ด้วยคุณภาพที่สูงกว่าการผลิตจากทางบ้านหรือที่ทำงานทั่วไป โรงแรมฮิลตันมีความพร้อมทางด้านเทคโนโลยีการจัดงานเพื่อรองรับผู้นำเสนองานภายในโรงแรมระหว่างสองถึงหกคน และผู้เข้าร่วมประชุมได้ถึง 50 คน

ปัจจุบัน Presentation Stages สามารถจองได้แล้วที่ Conrad Fort Lauderdale Beach, Hilton Atlanta, Hilton Anatole, Hilton Denver, และ The Beverly Hilton พร้อม ๆ กับอีกหลายแห่งที่มีให้บริการใน คลีฟแลนด์ (Cleveland), มินนีแอโพลิส (Minneapolis), นิวยอร์ก (New York), วอชิงตัน ดี.ซี. (Washington, DC) รวมทั้ง ยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ที่จะตามมาภายในปีนี้

สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับHilton EventReady Hybrid Solutions รวมถึงรายชื่อโรงแรมที่รองรับการจัดประชุมแบบไฮบริดได้ที่: meetings.hilton.com/hybridsolutions.

เกี่ยวกับฮิลตัน

ฮิลตัน (NYSE: HLT) บริษัทชั้นนำด้านธุรกิจโรงแรมแห่งหนึ่งของโลก ที่มีแบรนด์โรงแรมระดับโลกภายใต้ พอร์ตโฟลิโอของบริษัท ถึง 18 แบรนด์ มากกว่า 6,300 โรงแรม ที่ให้บริการห้องพักกว่า 1 ล้านห้อง ใน 118 ประเทศและเขตการปกครองอื่น ๆ ฮิลตัน ด้วยความทุ่มเทเพื่อปฏิบัติตามพันธกิจในการเป็นบริษัทที่ดีที่สุดในโลกด้านการโรงแรม ฮิลตันได้ต้อนรับแขกมากกว่า 3 พันล้านคนในประวัติศาสตร์กว่า 100 ปี และได้รับตำแหน่งสูงสุดในรายชื่อสถานที่ทำงานที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2563 และได้รับการเสนอชื่อให้เป็นผู้นำอุตสาหกรรมระดับโลกประจำปี 2562 ที่จัดอันดับโดย Dow Jones Sustainability Indices โดยในปี 2563 Hilton CleanStay ได้รับการเปิดตัว โดยได้นำมาตรฐานความสะอาดและการฆ่าเชื้อที่กำหนดในอุตสาหกรรมไปใช้กับโรงแรมทั่วโลกอีกทั้งโปรแกรมสมาชิกสำหรับแขกที่ได้รับรางวัลที่เรียกว่า Hilton Honors สมาชิกมากกว่า 110 ล้านคนที่จองโดยตรงกับฮิลตันจะได้รับคะแนนสำหรับการเข้าพักในโรงแรมและประสบการณ์ที่เงินไม่สามารถซื้อได้ พร้อมรับสิทธิประโยชน์ทันที ซึ่งรวมถึงการเช็คอินแบบไร้การสัมผัสและเลือกห้องได้ กุญแจดิจิทัล และ Connected Room หรือเทคโลโยลีในการเชื่อมต่อและควบคุมการทำงานต่าง ๆ ภายในห้องพักผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ เยี่ยมชม newsroom.hilton.com สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและเชื่อมต่อกับฮิลตัน บน Facebook, Twitter, LinkedIn, Instagram และ YouTube

รับชมคลังภาพ/มัลติมีเดียได้ที่ https://www.businesswire.com/news/home/52352900/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ติดต่อ:

Colleen Hart

Director, ฝ่ายสื่อสารองค์กรระดับโลก

Colleen.Hart@Hilton.com

ITOCHU ประกาศข้อความถึงโลกด้วย 21 ภาษา อวยพรให้ผู้คนทั่วโลกมีความสุข

Logo

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–10 มกราคม 2564

ITOCHU Corporation (สำนักงานใหญ่ Minato-ku, Tokyo; Yoshihisa Suzuki, President & COO; ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “ITOCHU”) แสดงภาพที่ฉายบนผนังสำนักงานใหญ่โตเกียวเป็นเวลาสามวัน ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 9 มกราคม จนถึงวันจันทร์ที่ 11 มกราคม 2564 (การแสดงสดได้ถ่ายทอดลงบน YouTube อีกด้วย)

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ประกอบด้วยมัลติมีเดีย รับชมฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20210109005017/en/

(Photo: Business Wire)

(ภาพ: Business Wire)

การระบาดใหญ่ของโควิด-19 ที่สร้างความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่แล้วยังไม่ชะลอตัวจากสถานการณ์นี้ ITOCHU ซึ่งเป็นบริษัทที่คอยสนับสนุนการใช้ชีวิตของผู้คนกำลังส่งข้อความถึงโลกด้วย 21 ภาษา เพื่อสะท้อนถึงปี 2564 ด้วยความหวังที่จะแสดงความปรารถนาร่วมกันสำหรับปีใหม่ที่สดใสและสมหวังให้กับผู้คนให้มากที่สุดทั่วโลก

โครงร่างของการแสดงการฉายภาพ:

เวลาและวันที่: วันเสาร์ที่ 9 มกราคม ถึงวันจันทร์ที่ 11 มกราคม 2564

18.00 น. ถึง 18.40 น. (JST) : เนื้อหาต้นฉบับของ ITOCHU (ใน 21 ภาษา)  

18.40 น. ถึง 20.00 น. (JST) : ข้อความสาธารณะเกี่ยวกับภัยพิบัติโควิด-19 (ใน 4 ภาษา)

สถานที่: ภาพจะถูกฉายบนผนังทางด้านสวน ITOCHU (ทางด้าน Gaien Icho Namiki) ของสำนักงานใหญ่โตเกียว ITOCHU

URL การถ่ายทอดสด: วันอาทิตย์ที่ 10 มกราคม – https://youtu.be/dE2jTMoCQfk

วันจันทร์ที่ 11 มกราคม – https://youtu.be/-sNQFeiM0z4

การแสดงการฉายภาพจะถ่ายทอดสดบนเว็บไซด์ดังต่อไปนี้

ช่อง YouTube อย่างเป็นทางการ
https://youtu.be/ZzcEM2nPAkA

ข้อมูลรูปภาพอย่างเป็นทางการ URL:
https://drive.google.com/drive/folders/1qY7IM7U1Y71i91bF-Am43FAQWV-dqX8F

รับชมเวอร์ชันต้นฉบับบน  businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20210109005017/en/

ติดต่อ:

ITOCHU Corporation
Media & Public Relations Department
Corporate Communications Division
HIROMICHI AKASHI
+81-3-3497-7270

 
 

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย




เพลิดเพลินกับกิจกรรมและสินค้าเกาหลีที่น่าตื่นตาตื่นใจในงาน Korea Grand Sale 2021 เทศกาลวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวสำหรับชาวต่างชาติที่จะจัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์

Logo

– ระยะเวลา 46 วัน เริ่มตั้งแต่ 14 มกราคม เพื่อเป็นการนำเสนอโปรโมชันออนไลน์

โซล, เกาหลีใต้–(BUSINESS WIRE)–08 มกราคม 2564

MCST (กระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว; รัฐมนตรี: Park Yang-woo) และ VKC (คณะกรรมการท่องเที่ยวเกาหลี) เตรียมเป็นเจ้าภาพเทศกาลวัฒนธรรมและท่องเที่ยวสำหรับชาวต่างชาติ 'Korea Grand Sale 2021' ระหว่างวันที่ 14 มกราคม ถึง 28 กุมภาพันธ์

Korea Grand Sale 2021 is held online from January 14 to February 28. It will be opened with the online concert of K-pop idol singer OH MY GIRL. Korea Grand Sale 2021 offers a variety of programs: Online Cultural Tours Around Korea wherein people can experience and purchase Korean cultural content in a contactless way; Special Online Shopping Mall Event wherein discounts are offered for items of K-beauty, K-food, and K-fashion, which are popular among foreign tourists; Korean Tourism Products Pre-purchase Promotion which offers discounts on tourism products to encourage foreign tourists to visit Korea when the COVID-19 era comes to an end; and Share Your Korea, a social media campaign with a hashtag designed to promote foreigners to participate on social media as well as on the Internet. (Graphic: Business Wire)

งาน Korea Grand Sale 2021 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 มกราคม ถึง 28 กุมภาพันธ์ โดยจัดให้มีคอนเสิร์ตออนไลน์จากนักร้องเค-ป็อปขวัญใจอย่าง OH MY GIRL เป็นการเปิดงาน ในงาน Korea Grand Sale 2021 ประกอบด้วยกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย ได้แก่ กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในรูปแบบออนไลน์รอบ ๆ เกาหลี ซึ่งให้ผู้คนสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวและจับจ่ายสินค้าทางวัฒนธรรมของเกาหลีแบบไร้การสัมผัส กิจกรรมช้อปปิ้งออนไลน์สุดพิเศษจากห้างสรรพสินค้า โดยมีส่วนลดสำหรับสินค้าความงาม อาหาร และแฟชันแบรนด์เกาหลีที่ได้รับความนิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติมานำเสนอ โปรโมชันผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวเกาหลีแบบสั่งซื้อล่วงหน้า ซึ่งนำเสนอสส่วนลดสำหรับผลิตภัณฑ์ด้านการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเยือนเกาหลีหลังสิ้นสุดการระบาดของไวรัสโควิด-19 และกิจกรรม Share Your Korea ซึ่งเป็นการรณรงค์ผ่านสื่อสังคมโดยใช้แฮชแท็กที่สร้างขึ้นมากระตุ้นให้ชาวต่างชาติเข้าร่วมสื่อสังคมและสื่อออนไลน์ (กราฟิก: Business Wire)

Korea Grand Sale เป็นเทศกาลที่ขึ้นชื่อในเรื่องการช้อปปิ้ง วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวซึ่งนำเสนอเนื้อหาด้านการท่องเที่ยวที่น่าสนใจรวมถึงสิทธิประโยชน์สำหรับการเลือกซื้อสินค้าเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงฤดูหนาวซึ่งผู้คนไม่นิยมท่องเที่ยว สำหรับเทศกาลในปี 2564 นี้จะจัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19

ในงาน Korea Grand Sale 2021 ประกอบด้วยกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย ได้แก่ กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในรูปแบบออนไลน์รอบ ๆ เกาหลี ซึ่งให้ผู้คนสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวและจับจ่ายสินค้าทางวัฒนธรรมของเกาหลีแบบไร้การสัมผัส กิจกรรมช้อปปิ้งออนไลน์สุดพิเศษจากห้างสรรพสินค้า โดยมีส่วนลดสำหรับสินค้าความงาม อาหาร และแฟชันแบรนด์เกาหลีที่ได้รับความนิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติมานำเสนอ โปรโมชันผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวเกาหลีแบบสั่งซื้อล่วงหน้า ซึ่งนำเสนอสส่วนลดสำหรับผลิตภัณฑ์ด้านการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเยือนเกาหลีหลังสิ้นสุดการระบาดของไวรัสโควิด-19 และกิจกรรม Share Your Korea ซึ่งเป็นการรณรงค์ผ่านสื่อสังคมโดยใช้แฮชแท็กที่สร้างขึ้นมากระตุ้นให้ชาวต่างชาติเข้าร่วมสื่อสังคมและสื่อออนไลน์

งาน Korea Grand Sale 2021 จะจัดให้มีคอนเสิร์ตออนไลน์จากนักร้องเค-ป็อปขวัญใจอย่างวง ‘OH MY GIRL’ เป็นการเปิดงาน ตลอด 46 วัน เริ่มตั้งแต่ 14 มกราคม เป็นต้นไป

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของเทศกาล Korea Grand Sale (www.koreagrandsale.co.kr)

รับชมคลังภาพ/มัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/52356381/en 

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ติดต่อ:

คณะกรรมการท่องเที่ยวเกาหลี (Visit Korea Committee)
Kim Moon-joo, ผู้จัดการการตลาด
+82-2-6272-7307
onlyou6@vkc.or.kr

ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์ เชิญชวนผู้ประกอบการด้านสังคมสมัครร่วมกิจกรรม ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์ แฟชั่น ฟรอนเทียร์ ชาเลนจ์

Logo

สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งที่สามนี้ ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์ สนับสนุนให้ผู้ประกอบการโดยเฉพาะที่เป็นคนผิวดำ ชนพื้นเมือง และชาวผิวสี (BIPOC) สมัครเข้าร่วม รวมถึงเชิญชวนให้ผู้บริโภคลงทะเบียนเพื่อร่วมตัดสินผลงานที่ส่งเข้ามา

อัมสเตอร์ดัม–(BUSINESS WIRE)–06 มกราคม 2564

ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์ ซึ่งมี พีวีเอช คอร์ป [NYSE: PVH] เป็นเจ้าของ มีความยินดีที่จะประกาศให้ทราบถึงการเปิดรับสมัครเข้าร่วมกิจกรรม ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์ แฟชั่น ฟรอนเทียร์ ชาเลนจ์ ครั้งที่สาม ตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม ไปจนถึง 8 มีนาคม 2564 กิจกรรมระดับโลกนี้มีเป้าหมายสนับสนุนผู้เริ่มต้นธุรกิจและธุรกิจที่กำลังขยายในการพัฒนาโซลูชันที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนเชิงบวกในวงการแฟชั่น โดยนับตั้งแต่เริ่มต้นขึ้นในปี 2561 กิจกรรม ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์ แฟชั่น ฟรอนเทียร์ ชาเลนจ์ ได้มอบรางวัลแด่ผู้ประกอบการที่ยืนหยัดในความเชื่อและมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงภายในชุมชนของตนไปแล้วกว่า 350,000 ยูโร สำหรับปีที่สามของกิจกรรมซึ่งเกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนของ  ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์ ที่ว่า Waste Nothing and Welcome All นี้ ทางโครงการมุ่งมั่นที่จะขยายขนาดและสนับสนุนผู้ประกอบการที่เป็นคนผิวดำ ชนพื้นเมือง และชาวผิวสี (BIPOC) ที่ทำงานเพื่อยกระดับชุมชนของตนให้ก้าวหน้า รวมถึงก่อร่างอนาคตที่เท่าเทียมยิ่งขึ้นสำหรับคนทุกกลุ่มให้กับวงการแฟชันที่ โดยมีการเชิญชวนให้ผู้บริโภคเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินผลงานที่ส่งเข้ามาด้วย

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้มีเนื้อหามัลติมีเดีย ดูอย่างเต็มรูปแบบได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20210105006033/en/

“กิจกรรม ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์ แฟชั่น ฟรอนเทียร์ ชาเลนจ์ มุ่งเน้นความสนใจไปยังผู้ประกอบการที่ทุ่มทั้งหัวใจและวิญญาณให้กับการสร้างผลกระทบทางสังคมในเชิงบวกในอุตสาหกรรมของเรา” ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์ กล่าว “สำหรับปีนี้ เราต้องการแสดงให้เห็นถึงมุมมอง แนวคิด และชุมชนที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้นด้วยการสนับสนุนผู้ประกอบการกลุ่ม BIPOC เรามีหน้าที่รับผิดชอบในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นทั่วทั้งวงการแฟชั่น และผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้สานต่อพันธกิจในเรื่องความเท่าเทียมที่ครอบคลุมคนทุกกลุ่มของเราผ่านกิจกรรม ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์ แฟชั่น ฟรอนเทียร์ ชาเลนจ์ ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้

ธุรกิจที่สนใจสามารถส่งข้อเสนอโครงการที่มุ่งเน้นเรื่องการสร้างห่วงโซ่คุณค่าในวงการแฟชันที่มีความเท่าเทียมมากขึ้นสำหรับคนทุกกลุ่ม ผู้สมัครจะถูกคัดเลือกให้ผ่านเข้ารอบหกคนสุดท้าย ซึ่งจะได้รับเชิญให้ร่วมพัฒนาแผนโครงการของตนทางออนไลน์ โดยจะได้รับการสนับสนุนจาก ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์ และทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเรื่องจากภายนอก หลังจากได้รับการฝึกอบรมจากโค้ชผู้มากประสบการณ์แล้ว ผู้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายจะต้องนำเสนอแนวคิดสุดท้ายของตนต่อคณะกรรมการตัดสินผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ชมที่เข้ามาเป็นผู้ช่วยตัดสินในรอบตัดสินของกิจกรรม ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์ แฟชั่น ฟรอนเทียร์ ชาเลนจ์ ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงต้นปี 2565

เพื่อเป็นการต่อยอดความมุ่งมั่นในเรื่องความเท่าเทียมสำหรับคนทุกกลุ่ม ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์ ได้เพิ่มคำเชิญสำหรับผู้บริโภคที่จะเข้าร่วมเป็นกรรมการตัดสินและช่วยคัดเลือกผู้เข้ารอบสุดท้ายสำหรับกิจกรรมปีนี้ กรรมการที่เป็นตัวแทนจากผู้บริโภคจะได้รับมอบหมายให้คัดเลือกผู้เข้ารอบสุดท้ายให้เหลือเพียง 50 คนจากทั้งหมด 200 คน โดยแต่ละคนจะได้รับผลงานจากผู้สมัครอย่างน้อยสี่คนเพื่อทำการตัดสินผ่านเว็บเฉพาะกิจของแบรนด์ ผู้บริโภคที่ต้องร่วมเป็นกรรมการตัดสินสามารถสมัครได้ที่ https://responsibility.pvh.com/tommy/fashion-frontier-challenge/ ภายในวันที่ 8 กุมภาพันธ์

ในปีนี้ มีการเพิ่มรางวัลขึ้นจากปีก่อนหน้า โดยผู้ชนะจะได้รับทั้งเงินรางวัลและความรู้สำหรับต่อยอดไอเดียธุรกิจของตน โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • บรรดาผู้ชนะจะได้รับรางวัลรวม 200,000 ยูโร รวมถึงโอกาสคว้าเงินรางวัลเพิ่มเติมถึง 15,000 ยูโร ในกรณีที่เป็นผู้ชนะ “การโหวตผลงานที่ชื่นชอบจากผู้ชม”
  • คำปรึกษาตลอดเวลาหนึ่งปีจาก ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์ และผู้เชี่ยวชาญภายนอก
  • พื้นที่ในโครงการผู้ประกอบการเพื่อสังคม (ISEP) ของ INSEAD
  • คำปรึกษาตลอดเวลาหนึ่งปีจาก INSEAD

“แม้อุตสาหกรรมแฟชันกำลังเดินหน้าสู่การยอมรับความหลากหลายและความเท่าเทียมสำหรับคนทุกกลุ่ม แต่ก็ยังมีหลายเรื่องที่รอให้เราลงมือทำ” Martijn Hagman ซีอีโอประจำ Tommy Hilfiger Global กล่าว “เราจะใช้กิจกรรม ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์ แฟชั่น ฟรอนเทียร์ ชาเลนจ์ ต่อยอดความมุ่งมั่นของเราต่อเรื่องบทบาทที่เท่าเทียมและความหลากหลาย และช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงที่พวกเราปรารถนาและต้องการเห็นมากที่สุด”

พันธกิจของ ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์ คือการเป็นบริษัทแฟชันที่ลดการสร้างขยะและเปิดรับผู้คนทุกกลุ่ม และบริษัทเครื่องแต่งกายไลฟ์สไตล์ชั้นนำที่สร้างความยั่งยืนผ่านกระบวนการผลิตสินค้า การดำเนินธุรกิจ และการสร้างสัมพันธ์กับชุมชนและผู้มีส่วนได้เสีย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเส้นทางสู่ความยั่งยืนของ ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์ ซั่งสนับสนุนโดยกลุยทธ์ Forward Fashion ของพีวีเอช สามารถดูรายละเอียดได้ที่ https://global.tommy.com/en_int/about-us-corporate-sustainability

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์ แฟชั่น ฟรอนเทียร์ ชาเลนจ์ รวมถึงวิธีสมัคร สามรถดูได้ที่นี้: https://responsibility.pvh.com/tommy/fashion-frontier-challenge/

ขอเชิญเพื่อน ๆ และผู้ที่ติดตามแบรนด์ เข้าเป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนาผ่านสื่อสังคมโดยใช้แฮชแท็ก #TommyHilfiger และ @TommyHilfiger

# # #

เกี่ยวกับ ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์

ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์ ประกอบด้วยแบรนด์ TOMMY HILFIGER และ TOMMY JEANS เป็นหนึ่งในแบรนด์แฟชั่นไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของโลก มุ่งเน้นการออกแบบและจำหน่ายเสื้อผ้าและชุดกีฬาคุณภาพสูงสำหรับบุรุษ คอลเลกชันเครื่องแต่งกายและชุดกีฬาสตรี เครื่องแต่งกายเด็ก คอลเลกชันเสื้อผ้าเดนิม ชุดชั้นใน (รวมชุดคลุม ชุดนอน และชุดลำลองสำหรับใส่ในบ้าน) รองเท้าและเครื่องประดับ ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์ ยังเป็นผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ เช่น แว่นตา นาฬิกา น้ำหอม ชุดว่ายน้ำ ถุงเท้า เครื่องหนังชิ้นเล็ก ๆ ของใช้ภายในบ้าน รวมถึงกระเป๋าเดินทาง ไลน์ผลิตภัณฑ์ TOMMY JEANS ประกอบด้วยชุดยีนและรองเท้าสำหรับบุรุษและสตรี เครื่องประดับและน้ำหอม ผู้บริโภคทั่วโลกสามารถเลือกซื้อสินค้าภายใต้แบรนด์ TOMMY HILFIGER และ TOMMY JEANS ได้ที่เครือข่ายร้านค้าปลีกของ TOMMY HILFIGER และ TOMMY JEANS ที่มีอยู่มากมาย รวมถึงห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ร้านค้าปลีกออนไลน์ และที่ tommy.com

เกี่ยวกับ พีวีเอชคอร์ป

พีวีเอช เป็นผู้กำหนดมาตรฐานให้กับสไตล์ ในฐานะหนึ่งในบริษัทแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก เราสนับสนุนแบรนด์ที่ขับเคลื่อนแฟชั่นให้เดินหน้า ผลงานที่โดดเด่นของเราประกอบด้วยแบรนด์ต่าง ๆ อย่างเช่น Calvin KleinTOMMY HILFIGERVan HeusenIZOD, ARROW, Warner’sOlga และ Geoffrey Beene รวมถึงแบรนด์ชุดชั้นในที่มีความเป็นดิจิทัลสูงอย่าง True&Co. เราจำหน่ายสินค้าที่หลากหลายภายใต้แบรนด์เหล่านี้ และแบรนด์ตนเป็นเจ้าของและได้รับอนุญาตให้จัดจำหน่ายซึ่งมีชื่อเสียงทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ พีวีเอช มีพนักงานกว่า 40,000 คนในกว่า 40 ประเทศ และมีรายรับต่อปีราว 9.9 พันล้านดอลลาร์ฯ ทั้งหมดนี่คือพลังของ พีวีเอช

ติดตามเราได้ที่ FacebookInstagramTwitter และ LinkedIn

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20210105006033/en/

ข้อมูลติดต่อ ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์
Baptiste Blanc
ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายสื่อสารสากล
อีเมล: baptiste.Blanc@tommy.com
โทร: +31 62904 2334

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

เครื่องกระตุ้นหัวใจขั้นสูงของ ZOLL Medical ได้รับรางวัลห้าดาว จาก World of Safety & Health Asia Award 2563

Logo

ZOLL AED 3 และ ZOLL AED 3 BLS ได้รับการยอมรับจาก World of Safety & Health Asia ในด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีสำหรับผู้ช่วยชีวิตทุกคน

เชล์มสฟอร์ด, แมสซาชูเซตส์–(BUSINESS WIRE)–6 ม.ค. 2564

ZOLL® Medical Corporation บริษัท ในเครือ Asahi Kasei ที่ผลิตอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องทางการแพทย์ประกาศในวันนี้ว่า  ZOLL AED 3®  และ ZOLL AED 3 BLS  เครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (AEDs) หรือ automated external defibrillators ได้รับรางวัลจาก World of Safety & Health Asia (WSHAsia) ในสาขา New & Innovative Solutions Awards ซึ่งเป็นสาขาที่เพิ่มเข้ามาใหม่ในครั้งนี้เป็นครั้งแรก ในฐานะที่เป็นผลิตภัณฑ์เดียวที่ได้รับการจัดเรตติ้งอยู่ที่ห้าดาว เครื่องกระตุ้นหัวใจ ZOLL ได้รับการยอมรับในด้านเทคโนโลยีอันชาญฉลาดที่ไม่มีใครเทียบได้ และให้ระยะเวลาการหยุดกดหน้าอกไปจนถึงขั้นตอนกระตุกหัวใจที่สั้นที่สุดในวงการ ณ ปัจจุบัน

“เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับการยอมรับจาก World of Safety & Health Asia สำหรับเทคโนโลยี Real CPR Help®และ RapidShock™ ของเรา เรามุ่งมั่นที่จะส่งมอบเครื่อง AED ที่สามารถช่วยชีวิตผู้คน ซึ่งช่วยให้ผู้ที่บังเอิญอยู่ในที่เกิดเหตุและผู้ที่ทำงานด้านการช่วยชีวิตสามารถดำเนินการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ได้อย่างรวดเร็วและด้วยความมั่นใจ” Elijah A. White ประธานของ ZOLL Resuscitation กล่าว “การวิจัยแสดงให้เห็นว่าฟีดแบ็ค CPR แบบเรียลไทม์ พร้อมกับการฝึกอบรม ช่วยให้มีอัตราการรอดชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้นสูงขึ้นกว่า 2 เท่า เราทุ่มเทในการทำงานในส่วนของเราเพื่อส่งมอบเทคโนโลยีฟีดแบ็ค CPR ขั้นสูงที่ใช้งานง่ายและเชื่อถือได้ เพื่อรองรับทั้งมืออาชีพและบุคคลทั่วไปให้สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยไปตามแต่ละขั้นตอนของกระบวนการ”

รางวัลโซลูชันและนวัตกรรมใหม่ หรือ New & Innovative Solution Awards ของ WSHAsia ถือเป็นการยกย่องความเป็นเลิศในผลิตภัณฑ์และบริการที่มุ่งพัฒนาด้านความปลอดภัยและสุขภาพในสถานที่ทำงาน ผลงานแต่ละผลงานได้รับการประเมินโดยคณะกรรมการที่มีชื่อเสียง 5 คนที่มาจากอุตสาหกรรมความปลอดภัยและสุขภาพจากทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก การได้รับคะแนนระดับห้าดาวหมายถึงการได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการทั้ง 5 คน

“เราประทับใจในเครื่อง AED ที่เป็นนวัตกรรมใหม่จาก ZOLL Medical โดยเฉพาะการให้ระยะเวลาหลังจากหยุดกดหน้าอกไปจนถึงขั้นตอนกระตุกหัวใจที่สั้นอย่างน่าทึ่ง ซึ่งสั้นที่สุดในอุตสาหกรรมปัจจุบันนี้” Raymond Wat ผู้ก่อตั้ง World of Safety & Health Asia กล่าว “ ZOLL AED 3 และ ZOLL AED 3 BLS ได้รับการออกแบบด้วยเทคโนโลยีอันชาญฉลาดที่รองรับการกู้ชีพและคุณสมบัติการตรวจสอบอัตโนมัติทั้งหมด และยังมาพร้อมการเชื่อมต่อ WiFi เพื่อเพิ่มความพร้อมในกรณีฉุกเฉิน”

ZOLL AED 3

การออกแบบที่ใช้งานง่ายและคุณสมบัติที่ถูกปรับปรุงให้ดีขึ้นของเครื่องกระตุ้นหัวใจ ZOLL AED 3 ทำให้บุคคลที่ต้องเข้ามาเป็นผู้ช่วยชีวิตแบบที่คาดไม่ถึงมีทั้งความมั่นใจและความรู้ที่จำเป็นในการตอบสนองต่อภาวะหัวใจหยุดเต้นกะทันหัน หรือ sudden cardiac arrest  (SCA) เทคโนโลยี Real CPR Help ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วยให้ผู้ช่วยชีวิตสามารถทำ CPR ที่มีคุณภาพสูงพร้อม ๆ กับการได้รับฟีดแบ็คข้อเสนอแนะด้านคุณภาพของการกดหน้าอกแบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ยังมีหน้าจอสีเต็มรูปแบบที่มาพร้อมภาพกู้ชีพที่เห็นได้ชัดเจน นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับตัวจับเวลาแต่ละรอบของ CPR และแถบสีขนาดใหญ่ที่แสดงความลึกของการกดหน้าอกระหว่างทำ CPR อีกด้วย

ZOLL AED 3 BLS

เครื่องกระตุ้นหัวใจ ZOLL AED 3 BLS มีคุณสมบัติทั้งหมดที่เครื่องกระตุ้นหัวใจ ZOLL AED 3 มี แต่เพิ่มการให้การช่วยเหลือในเชิงลึกสำหรับผู้ช่วยชีวิตระดับมืออาชีพ โดย CPR Dashboard™ บนอุปกรณ์จะแสดงเวลาที่ผ่านไป การนับถอยหลังของวงจร CPR แรงกระแทกของการกระตุกหัวใจ และยังแสดงค่า ECG อีกด้วย การใช้ RescueNet® CaseReview ทำให้ข้อมูลประสิทธิภาพการกู้ชีพอย่างละเอียดสามารถถูกส่งออกได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายผ่าน USB หรือผ่าน WiFi โดยตรง ทั้งนี้ ข้อมูลสามารถถูกประเมินและใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการกู้ชีพในอนาคต จะเห็นได้ว่า ZOLL AED 3 BLS ไม่เพียงแต่จะช่วยแนะแนวทางผู้ช่วยชีวิตในการทำ CPR ที่มีคุณภาพสูงเท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในเครื่อง AED ในอุตสาหกรรมที่ทำให้เวลาการเกิดการกระตุกหัวใจภายหลังจากหยุดการกดหน้าอกสั้นที่สุด ซึ่ทั้งสององค์ประกอบเป็นองค์ประกอบสำคัญในการเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วย

ZOLL RAPIDSHOCK ANALYSIS*

เครื่องกระตุ้นหัวใจ ZOLL AED 3 และ ZOLL AED 3 BLS ประกอบด้วยเทคโนโลยีการวิเคราะห์ RapidShock RapidShock Analysis ของ ZOLL ซึ่งให้ระยะเวลาการหยุดการวิเคราะห์ที่สั้นที่สุดในอุตสาหกรรม และให้เวลาที่เร็วที่สุดในการกระตุกหัวใจ ตัวเครื่องสามารถวิเคราะห์จังหวะการเต้นของหัวใจของผู้ป่วยได้ภายใน 3 วินาที แล้วตามด้วยการกระตุกหัวใจภายในเวลาสั้น ๆ เพียง 5 วินาที

เกี่ยวกับ ZOLL Medical Corporation

ZOLL Medical Corporation ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Asahi Kasei พัฒนาและทำการตลาดอุปกรณ์ทางการแพทย์และซอฟต์แวร์ที่ช่วยพัฒนาระบบการดูแลฉุกเฉินและช่วยชีวิตผู้ป่วย ในขณะเดียวกันก็เพิ่มประสิทธิภาพทางการแพทย์และการปฏิบัติงานอีกด้วย ด้วยผลิตภัณฑ์สำหรับการกระตุกหัวใจไฟฟ้าและการตรวจสอบการไหลเวียน และการตอบกลับ CPR การจัดการข้อมูลการบำบัดด้วยออกซิเจนไม่อิ่มตัว การจัดการอุณหภูมิในการรักษาและการระบายอากาศ อนึ่ง ZOLL นำเสนอชุดเทคโนโลยีที่ครอบคลุมที่ช่วยให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน EMS และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงรวมทั้งหน่วยกู้ภัย และบุคคลทั่วไปให้สามารถรักษาผู้ประสบภัยที่ต้องการการกู้ชีพและการดูแลขั้นวิกฤตเฉียบพลัน ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.zoll.com.

เกี่ยวกับ Asahi Kasei

Asahi Kasei Group มีส่วนช่วยในชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คนทั่วโลก นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2465 เพื่อดำเนินธุรกิจแอมโมเนียและเส้นใยเซลลูโลส ทาง Asahi Kasei ได้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องผ่านการเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจเชิงรุกเพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของทุกยุค บริษัทซึ่งมีพนักงานมากกว่า 40,000 คนทั่วโลกมีส่วนช่วยในสังคมที่ยั่งยืนด้วยการนำเสนอวิธีแก้ปัญหาสำหรับความท้าทายของโลกผ่านภาคธุรกิจสามส่วน ได้แก่ วัสดุ บ้าน และการดูแลสุขภาพ การดำเนินงานด้านการดูแลสุขภาพรวมถึงอุปกรณ์และระบบสำหรับการดูแลผู้ป่วยวิกฤตเฉียบพลัน การฟอกเลือด การจัดการการหยุดหายใจ การเปลี่ยนถ่ายเลือด และการผลิตยาชีวบำบัดตลอดจนเภสัชภัณฑ์และน้ำยาตรวจวินิจฉัยเชื้อ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.asahi-kasei.com.

*เทคโนโลยี RapidShock Analysis ไม่มีให้บริการในสหรัฐอเมริกา

ลิขสิทธิ์© 2021 ZOLL Medical Corporation สงวนลิขสิทธิ์  CPR Dashboard, RapidShock, Real CPR Help, RescueNet, Uni-padz, ZOLL และ ZOLL AED 3 เป็นเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ ZOLL Medical Corporation ในสหรัฐอเมริกา และ / หรือ ประเทศอื่น ๆ Asahi Kasei เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Asahi Kasei Corporation เครื่องหมายการค้าอื่น ๆ ทั้งหมดเป็นทรัพย์สินของเจ้าของที่เกี่ยวข้อง

ดูเวอร์ชั่นต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20210105005974/en/

ติดต่อ:

Edna Kaplan

ฝ่ายสื่อสารของ KOGS

+1 (617) 974-8659

kaplan@kogspr.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ผลิตภัณฑ์ของ Hytera PoC ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและการป้องกันสำหรับอุตสาหกรรมความปลอดภัยส่วนบุคคล

Logo

เซินเจิ้น ประเทศจีน–(บิสิเนสไวร์)–4 มกราคม 2564

ผลิตภัณฑ์ของ Hytera PoC ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้อุตสาหกรรมการรักษาความปลอดภัยส่วนบุคคลมั่นใจในความปลอดภัยของอาคาร สิ่งของมีค่า และผู้คนโดยการลาดตระเวน รักษาความปลอดภัย และตรวจสอบบริเวณสถานที่ การคุ้มกันเงินสดหรือสิ่งของมีค่าอื่นๆ ระหว่างการขนส่ง และการปกป้องวีไอพี

ความปลอดภัยนั้นเป็นประเด็นสำคัญสูงสุด  เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต้องตอบสนองต่อภัยคุกคามได้อย่างรวดเร็วและปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่กระทบต่อความปลอดภัยของทรัพย์สินหรือบุคลากร  จึงจำเป็นต้องมีระบบการสื่อสารที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

PoC ตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมความปลอดภัยส่วนตัว

bit.ly/3hlFCqj

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจำนวนมากทำงานในสถานที่ประจำเช่นศูนย์กลางการขนส่ง สถานีไฟฟ้า สำนักงาน ศูนย์การศึกษา โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีก และอาคารที่พักอาศัย  สำหรับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเหล่านี้ เครือข่ายวิทยุเคลื่อนที่ Professional Mobile Radio (PMR) เฉพาะหรือระบบการสื่อสาร Push-to-Talk over Cellular (PoC) มอบการสื่อสารแบบกลุ่มที่เชื่อถือได้เพื่อการตอบสนองอย่างรวดเร็วต่อภัยคุกคาม

สำหรับองค์กรที่มีงบประมาณจำกัดที่ไม่สามารถใช้งานเครือข่าย PMR ได้ตลอดเวลา ผลิตภัณฑ์ PoC เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าโดยไม่จำเป็นต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายใดๆ เนื่องจากผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือมีให้อยู่แล้ว

เพื่อความปลอดภัยของสภาพแวดล้อมในการทำงาน เจ้าหน้าที่มักจำเป็นต้องตรวจสอบและบันทึกสถานการณ์ในสถานที่ทำงานแบบเรียลไทม์  อย่างไรก็ตามการครอบคลุมของกล้องวงจรปิดมักมีพื้นที่ตาบอด ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการลาดตระเวนเฝ้าระวังโดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย  วิทยุ PoC และกล้องที่สวมใส่ตามร่างกายสามารถจับภาพสิ่งที่เกิดขึ้นและให้หลักฐานภาพและเสียงในภายหลัง

สำหรับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ทำงานในบทบาทเคลื่อนที่เช่นการปกป้องวีไอพีอย่างใกล้ชิดหรือการขนส่งสิ่งของมีค่า ปัญหาหลักคือการสื่อสารกับสมาชิกในทีมและสำนักงานอย่างรวดเร็วและเชื่อถือได้ขณะทำการเคลื่อนย้าย

PoC แก้ปัญหานี้ด้วยการครอบคลุมพื้นที่อย่างกว้างขวางและการสื่อสารแบบกลุ่มที่ราบรื่นผ่าน 3G/4G  นอกจากนี้ PoC ยังช่วยให้ผู้มอบหมายงานมีการรับรู้สถานการณ์มากขึ้นในกรณีฉุกเฉิน โดย 4G รองรับการสตรีมวิดีโอจากที่เกิดเหตุ  GPS สามารถระบุตำแหน่งวีไอพีในสนามแบบเรียลไทม์ซึ่งช่วยให้ผู้มอบหมายงานสามารถจัดการกับสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและลดความรุนแรงให้น้อยที่สุด

ผลิตภัณฑ์ของ Hytera PoC นำเสนอระบบการสื่อสารที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพและการเฝ้าระวังเคลื่อนที่สำหรับอุตสาหกรรมความปลอดภัย โดยใช้เครือข่าย 3G/4G เพื่อการสื่อสารทั่วโลกที่ราบรื่น

ติดต่อ:

Shaowa Cai
shaowa.cai@hytera.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย