Tag Archives: Thaibusinessnews.com 

โรงงานผลิตต่าง ๆ ของ Mary Kay ร่วมบริจาคผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือ (hand sanitizer) เพื่อต่อสู้กับการระบาดของโรค COVID-19

Logo

ดัลลัส–(BUSINESS WIRE)– 27 มีนาคม 2563

Mary Kay Inc. ประกาศว่า บริษัทจะอุทิศห่วงโซ่อุปทานโลกของบริษัท และความสามารถในการผลิตทั่วโลกของบริษัทส่วนหนึ่ง เพื่อใช้ในการจัดทำผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือที่กำลังเป็นที่ต้องการเป็นอย่างมาก ผลิตภัณฑ์ชุดแรกที่ผลิตออกมาจะถูกนำไปบริจาคให้กับผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับการระบาดของเชื้อ COVID-19 ที่สุด

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณสมบัติเป็นมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20200326005766/en/

David Holl, Chairman and CEO, Mary Kay Inc. (Photo: Mary Kay Inc.)

David Holl,ประธานและซีอีโอของ Mary Kay Inc. (ภาพ: Mary Kay Inc.)

“แม้ว่าเรากำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่จากการระบาดของ COVID-19 ทั่วโลก แต่ทั้งโลกต่างก็กำลังหาทางปรับตัวเพื่อรับมือกับภัยในครั้งนี้” David Holl ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Mary Kay Inc. กล่าว “ การผลิตผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือเพื่อต่อสู้วิกฤติการณ์ในครั้งนี้เป็นวิธีที่เราจะสามารถให้การสนับสนุนผู้ที่มีความใกล้ชิดต่อโรคและมีความเสี่ยงต่อโรคสูงที่สุด”

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค หรือ The Centers for Disease Control and Prevention (CDC) แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เพื่อป้องกันการติดเชื้อ แต่เนื่องจากว่ามีความต้องการผลิตภัณฑ์ของผู้บริโภคจำนวนมาก จึงก่อให้เกิดการขาดตลาดของผลิตภัณฑ์ล้างมือที่มีคุณภาพตามที่ CDC แนำนำให้ใช้ ทั้งในระดับที่อยู่อาศัยและสถานพยาบาลต่าง ๆ

บริษัท Mary Kay ได้ทำงานอย่างหนักตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเพื่อเริ่มต้นการผลิต โดยเริ่มต้นจากการจัดหาวัตถุดิบ การกำหนดความพร้อมด้านบรรจุภัณฑ์ การเตรียมสายการผลิต จนไปถึงการทำให้แน่ใจว่าจะสามารถจัดส่งผลิตภัณฑ์ได้

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือชุดแรกจะถูกมอบให้กับมูลนิธิ Baylor Scott & White Dallas  โดย Baylor Scott & White เป็นระบบเครือข่ายการดูแลสุขภาพที่ไม่แสวงหากำไรที่ใหญ่ที่สุดในเท็กซัสและที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา เครือข่ายประกอบด้วยโรงพยาบาลจำนวน 52 แห่ง สถานพยาบาลสำหรับผู้ป่วยมากกว่า 800 แห่ง แพทย์ที่พร้อมทำงาน 7,500 คน และพนักงานอีกกว่า 47,000 คน

“ในช่วงเวลาที่ไม่เคยปรากฎมาก่อนเช่นนี้ ทีมแพทย์ที่แข็งขันของเรายังคงให้บริการผู้ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ที่สุด” Kristi Sherrill Hoyl หัวหน้าฝ่ายนโยบายและเจ้าหน้าด้านที่ชุมชนของ Baylor Scott & White Health กล่าว “ เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับการเกื้อหนุนจากนวัตกรรมของ Mary Kay ในการผลิตสิ่งที่จำเป็นสำหรับผู้ป่วยและพนักงานของเรา เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่ได้ทำงานกับองค์กรในชุมชนที่มีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะสร้างความแตกต่าง”

เกี่ยวกับ Mary Kay

Mary Kay ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลที่ฉีกกฎเกณฑ์แบบเดิมได้ก่อตั้งบริษัทด้านความงามของเธอมานานกว่า 56 ปี โดยมีเป้าหมายสามประการ คือ มอบโอกาสที่คุ้มค่าสำหรับผู้หญิง ผลิตภัณฑ์ที่ไม่อาจต้านทานได้ และการทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้น ความฝันดังกล่าวได้กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์โดยมีพนักงานขายอิสระหลายล้านคนในเกือบ 40 ประเทศ Mary Kay ทุ่มเทให้กับการค้นคว้าวิทยาศาสตร์เบื้องหลังความงามและเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ทันสมัยเครื่องสำอางค์สี น้ำหอม และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Mary Kay มุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างศักยภาพของผู้หญิงและครอบครัวด้วยการร่วมมือกับองค์กรต่าง ๆ จากทั่วโลกโดยมุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนการวิจัยโรคมะเร็ง การปกป้องผู้รอดชีวิตจากความรุนแรงภายในครัวเรือน การทำให้ชุมชนของเราสวยงาม และการส่งเสริมเด็ก ๆให้ทำตามความฝันของตน ดังนั้นวิสัยทัศน์อันดั้งเดิมของ Mary Kay Ash ในคอนเซปท์ ก้าวไปด้วยกันทีละลิปสติกยังคงส่องสว่างนำทางต่อไป อ่านเพิ่มเติมได้ที่  MaryKay.com.

เกี่ยวกับ Baylor Scott & White Health

ในฐานะที่เป็นเครือข่ายสุขภาพที่ไม่แสวงหาผลกำไรที่ใหญ่ที่สุดในรัฐเท็กซัส Baylor Scott & White Health ได้ช่วยส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของทุกคนในครอบครัวและชุมชน เครือข่ายการส่งมอบการดูแลแบบบูรณาการของที่นี่ยังรวมไปถึงแผนสุขภาพ Scott and White Health Plan,  สถาบันวิจัย Baylor Scott & White และพันธมิตรระดับคุณภาพที่หลากหลายของ Baylor Scott & White เครือข่ายของเราสามารถให้การดูแลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ระดับปฐมภูมิไปจนถึงการดูแลพิเศษทั่วทั้งเท็กซัสและผ่านจุดยุทธศาสตร์ (virtual touchpoints) ที่ได้รับรางวัลการันตี ด้วยการทำงานกับโรงพยาบาล 52 แห่งและจุดเชื่อมต่อมากกว่า 1,000 จุด รวมถึงศูนย์การแพทย์ที่เป็นที่ยอมรับในเมืองดัลลัสและเท็มเพิล ถ้าหากเทียบพื้นที่ให้บริการของเครือข่าย Baylor Scott & White Health กับรัฐรัฐหนึ่งในประเทศแล้ว จะถือว่ามันจะใหญ่เป็นลำดับที่แปด โดยสามารถดูแลประชากรได้มากกว่าประชากรรัฐจอร์เจียเสียอีก เครือข่าย Baylor Scott & White  ซึ่งถูกก่อตั้งขึ้นในฐานะองค์กรด้านการบำบัดรักษาของชาวคริสเตียนมีความภาคภูมิใจกับเกียรติยศที่สืบทอดมายาวนานนับศตวรรษด้วยความมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงการเข้าถึงการรักษา ราคาที่เป็นธรรม และประสบการณ์ที่ดีของลูกค้าทุกคน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดเยี่ยมชม BSWHealth.com.

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200326005766/en/

ติดต่อ:

ฝ่ายสื่อสารองค์กร Mary Kay Inc.

marykay.com/newsroom

972.687.5332 or media@mkcorp.com


การขจัดปัญหาความซับซ้อนของระบบซัพพลายเชน ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม

Logo

กรุงเทพฯ–(THAI BUSINESS NEWS)– 26 มีนาคม 2563

บทความโดย นายฟาบิโอ ทิวิติ รองประธานบริษัท อินฟอร์ อาเชียน

อุตสาหกรรมด้านอาหารและเครื่องดื่มต่างต้องต่อกรกับความต้องการที่ไม่เหมือนใครมาอย่างยาวนาน เช่น การที่ต้องบริหารจัดการกับอายุสินค้า ความซับซ้อนในการจัดตารางการผลิตรุ่นต่าง ๆ การตรวจสอบย้อนกลับ และปัจจัยอื่น ๆ อีกมาก นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนด้านภาษี แนวคิดเรื่องการทำธุรกิจอย่างยั่งยืน และกฎระเบียบที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ล้วนเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดความซับซ้อนมากขึ้น ปัญหาและแนวโน้มนานัปการเหล่านี้จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อระบบซัพพลายเชนที่บริษัทใช้อยู่ ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการจัดหา การผลิต จนถึงการจัดส่ง

เชื่อมต่อกับตลาดโลก

เรามักจำกัดตัวเราและให้ความสำคัญกับสิ่งที่สามารถควบคุมได้ อย่างไรก็ตาม ถึงเวลาแล้วที่เราควรพิจารณากระบวนการด้านซัพพลายเชนที่บริษัทใช้อยู่เสียใหม่ เพราะมันอาจไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรจะเป็น สองปีที่ผ่านมา อินฟอร์ได้สำรวจบริษัทที่อยู่ในเครือข่ายซัพพลายเชนทั่วโลกบนแพลตฟอร์ม Infor Nexus และพบว่าประมาณ 46% ของผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่าพวกเขาใช้เวลานานถึงสามวันเพื่อมองหาว่ามีผลิตภัณฑ์ที่ต้องการ
อยู่ที่ใดบ้าง และจะมีพร้อมวางตลาดเมื่อใด นั่นแสดงให้เห็นได้ชัดว่ายังไม่มีข้อมูลที่ทำให้บริษัทเหล่านั้น สามารถตัดสินใจได้อย่างสมเหตุสมผลในทันที นอกจากนี้ ยังมีช่องว่างเกี่ยวกับวิธีการที่ผู้ผลิตใช้ติดต่อกับลูกค้า ซัพพลายเออร์ และผู้ให้บริการภายนอกองค์กร เช่นการเชื่อมต่อแบบ point-to-point ที่หลากหลายผ่านการเชื่อมต่อผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับร่วมกัน (Electronic Data Interchange: EDI), พอร์ทัลที่ใช้ หรือสเปรดชีต หรืออีเมล และยังมีช่องทางการเชื่อมต่ออีกมากที่เหมือนจะไม่มีจุดสิ้นสุด และดูแลให้มีประสิทธิภาพได้ยาก 

บริษัทต่าง ๆ จึงจำเป็นจะต้องเชื่อมต่อกับคู่ค้าทั่วโลกด้วยวิธีที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เป็นที่รู้จัก การใช้แพลตฟอร์มเครือข่ายธุรกิจที่เชื่อมต่อกับองค์กรได้หลากหลายองค์กร จะช่วยให้บริษัทของคุณสามารถขจัดการทำงานแบบไซโล ซึ่งเกิดขึ้นไม่เพียงแต่ภายในองค์กรเท่านั้น แต่ระหว่างองค์กรของคุณกับผู้คนที่คุณทำธุรกิจด้วยเช่นกัน แพลตฟอร์มลักษณะนี้จะช่วยให้คุณสามารถรวบรวมและแบ่งปันข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและการตอบสนองทางธุรกิจโดยรวม

สามารถคาดการณ์และรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้น

การคาดการณ์และการตอบสนองต่อความผันผวน สามารถเริ่มได้จากเรื่องของประสิทธิภาพพื้นฐานและระบบอัตโนมัติในโรงงาน คุณต้องตอบคำถามว่า คุณจะเพิ่มประสิทธิภาพให้กับตารางการผลิตอย่างไร คุณจะจัดการกับปัญหาคอขวดต่าง ๆ เพื่อทำงานได้ดีขึ้นอย่างไร ทั้งงานที่อยู่ในกระบวนการดำเนินงานทั่วไป หรือความรวดเร็วของกระบวนการต่าง ๆ ภายในสายงานบรรจุของบริษัทฯ

เครื่องมือที่จะเข้ามาช่วยในการจัดตารางการทำงานต่าง ๆ ที่ให้ความสำคัญกับตัวแปรทั้งหมด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการผลิตเป็นเพียงคำตอบส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่เมื่อคุณนำโซลูชั่นด้านการจัดการสินทรัพย์ที่คุณมีอยู่มาใช้ร่วมกับโซลูชั่นในการจัดตารางเวลา คุณจะเข้าใจได้มากขึ้นว่า จะวางแผนการบำรุงรักษาอย่างไร เพราะคุณจะเห็นภาพที่ชัดเจนว่า อุปกรณ์ใดต้องการการบำรุงรักษาแบบใด โซลูชั่นด้านการจัดตารางการผลิตและการบริหารจัดการสินทรัพย์ มีผลต่อระบบซัพพลายเชนและความสามารถในการส่งมอบของผลิตภัณฑ์ของบริษัท และควรเป็นโซลูชั่นที่รวมอยู่ด้วยกันไม่ใช่เป็นระบบที่แยกกันบริหารจัดการ

เมื่อพูดถึงเรื่องของประสิทธิภาพและระบบอัตโนมัติ ยังมีความท้าทายในการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการขนส่งและการจัดการคลังสินค้าขององค์กร และความเข้าใจเรื่องของความซับซ้อนในการทำงานเหล่านี้ซึ่ง
ใช้เป็นช่องทางในการพัฒนาตลาด และสมรรถนะ ความต้องการบางอย่างเปลี่ยนไปไม่ว่าบริษัทของคุณจะทำอีคอมเมิร์ซเอง หรือทำงานร่วมกับบริษัทด้านอีคอมเมิร์ซอื่นๆ ในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้า บริษัทหลายแห่งกำลังมองหา เครื่องมือที่สามารถช่วยให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การปรับปรุงประสิทธิภาพเป็นตัวขับเคลื่อนในอุตสาหกรรมอาหารมานานหลายทศวรรษ แต่สิ่งที่มีความผันผวนมากที่สุดคือ แนวคิดเรื่องความยั่งยืนและความโปร่งใส สิ่งที่ผู้บริโภคกำลังมองหาส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง เดิมทีฉลากผลิตภัณฑ์จะระบุเพียงเช่นปราศจากไขมัน หรือไม่ได้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการตัดต่อพันธุกรรมหรืออื่น ๆ ที่คล้ายกัน แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ฉลากผลิตภัณฑ์จะต้องระบุให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะผู้บริโภคต้องการที่จะรู้ถึงส่วนผสมของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ และตอนนี้ แนวโน้มนี้ก็กำลังขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับเรื่องความยั่งยืนในวันนี้อาจรวมถึงสุขลักษณะของฟาร์ม ความยั่งยืนของวัตถุดิบที่ใช้ การใช้พลังงาน การลดการใช้พลาสติก และการใช้บรรจุภัณฑ์ให้น้อยที่สุด อินฟอร์มีลูกค้าหลายรายที่ให้ความสำคัญกับการตรวจวัดและรายงานเรื่องความยั่งยืน หนึ่งในนั้นคือการตั้งคำถามพื้นฐานด้านการเลี้ยงดูประชากรโลกที่กำลังเพิ่มขึ้นด้วยแนวทางที่ยั่งยืน ซึ่งส่วนหนึ่งที่จะช่วยได้ก็ด้วยการนำเสนอโซลูชั่นระดับโลกมาช่วยให้พวกเขาได้ใช้เพื่อให้ระบบซัพพลายเชนมีประสิทธิภาพมากขึ้น

img

ภาพโดย Peggy und Marco Lachmann-Anke จาก Pixabay

บริษัทแต่ละแห่งอาจมีวัตถุประสงค์และความต้องการที่แตกต่างกัน รวมทั้งมีวิธีการของตนเองในการแก้ไขปัญหาเรื่องความยั่งยืน สำหรับบางบริษัทอาจหมายถึงการมีระบบที่ดีขึ้นในการติดตามและสืบค้นย้อนกลับไปยังวัตถุดิบในการผลิต สำหรับบริษัทอื่น ๆ อาจจะหมายถึงการมีระบบที่ดีขึ้นในการวัดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือการจัดการน้ำเสีย ดังนั้น ความท้าทายของบริษัทต่าง ๆ อยู่ที่การกำหนดสิ่งที่พวกเขาต้องการตรวจวัด สิ่งที่ต้องการติดตามสืบค้นย้อนกลับ และในทางกลับกันก็ต้องมีเครื่องมือที่สามารถทำแบบนั้นได้เช่นกัน

ส่วนความผันผวนสุดท้ายที่พบเป็นเรื่องใหม่ ๆ ที่เราอาจไม่เคยทราบมาก่อน บริษัทผลิตอาหารและเครื่องดื่มต่างคุ้นเคยกับการวางแผนตามช่วงเทศกาล อายุของสินค้า และการส่งเสริมการขาย แต่เมื่อไม่นานมานี้ เราต้องรับมือกับความท้าทายที่เพิ่มขึ้นในด้านกฎระเบียบและพิกัดอัตราภาษีศุลกากรที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ ซึ่งรวมถึงเรื่องกำลังคนทำงานก็สำคัญเช่นกัน 

บริษัทด้านอาหารและเครื่องดื่มจะตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างไร หากบริษัทไม่สามารถหาคนมาทำงานในโรงงานได้ ดังนั้น เพื่อให้สามารถพิจารณาตัวแปรทั้งหมดได้อย่างถี่ถ้วนรอบด้าน บริษัทต่าง ๆ ต้องอาศัยเครื่องมือวางแผนขั้นสูงที่ค่อนข้างฉลาด บริษัทไม่อาจคาดเดาอะไรที่ถูกต้องและดีที่สุดได้เลยจากเครื่องมือธรรมดาที่มีอยู่ การเลือกใช้เทคโนโลยีที่ครบวงจร มีประสิทธิภาพ เป็นที่ยอมรับ และได้รับความไว้วางใจจากทั่วโลกจึงเป็นสิ่งสำคัญที่บริษัทด้านอาหารและเครื่องดื่มต้องพิจารณา


ศูนย์อาเซียน-ญี่ปุ่น เผย การส่งเสริมการค้าบริการด้านการศึกษาในอาเซียนช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาค

Logo

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–26 มีนาคม 2563

บริการด้านการศึกษาเป็นหนึ่งในบริการทางสังคม1 ที่มีทั้งหมดสามด้าน ภายใต้การศึกษาของศูนย์อาเซียน-ญี่ปุ่น (AJC) เพื่อส่งเสริมการค้าบริการทางสังคม

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยเนื้อหามัลติมีเดีย ดูอย่างเต็มรูปแบบที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20200326005246/en/

"Promoting Services Trade in ASEAN: Trade in Education Services" by ASEAN-Japan Centre (Graphic: Business Wire)

"การส่งเสริมการค้าบริการในอาเซียน: การค้าบริการด้านการศึกษา" โดยศูนย์อาเซียน-ญี่ปุ่น (กราฟิก: Business Wire)

ภารกิจทางด้านเศรษฐกิจที่สำคัญของบริการด้านการศึกษาคือการสร้างทุนมนุษย์ให้มีทักษะตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อเพิ่มความสามารถในการผลิตและความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งในที่สุดจะกระตุ้นให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจ AJC เผยในรายงานเรื่อง “Promoting Services Trade in ASEAN: Education Services” หรือ การส่งเสริมการค้าบริการในอาเซียน: บริการด้านการศึกษา (https://www.asean.or.jp/en/trade-info/pst2_papers/)

กลุ่มประเทศอาเซียนมีส่วนร่วมมากขึ้นในประเภทและรูปแบบของการค้าบริการด้านการศึกษาส่วนใหญ่ แต่หลัก ๆ แล้วจะอยู่ในฐานะผู้นำเข้า ในปี 2560 ในรูปแบบที่ 2 (การบริโภคในต่างประเทศ – หนึ่งในรูปแบบการให้บริการที่มีทั้งหมดสี่รูปแบบ) มีนักเรียนมากกว่า 285,000 คนจากทุกประเทศในอาเซียนศึกษาในต่างประเทศ ขณะที่ในปี 2543 มีนักเรียนทั้งหมด 144,000 คน สำหรับการส่งออกการศึกษาในระดับอุดมศึกษาผ่านรูปแบบที่ 2 ในปี 2560 อาเซียนได้ต้อนรับนักเรียนต่างชาติราว 200,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เข้ามาศึกษาในสามประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย (100,000 คน) สิงคโปร์ (53,000 คน) และไทย (32,000 คน) การส่งออกเหล่านี้มีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับความน่าดึงดูดของ “วิทยาเขตสาขาในต่างประเทศ” หรือ IBC

การไหลเวียนทางการค้าที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองในแง่ของมูลค่า (และใหญ่เป็นอันดับหนึ่งในแง่ของปริมาณ) คือ รายได้จากโรงเรียนนานาชาติ (รูปแบบที่ 3 – การจัดตั้งธุรกิจเพื่อให้บริการ) จำนวนโรงเรียนในประเทศอาเซียนส่วนใหญ่ขยายเติบโตขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ เช่นเดียวกับการสมัครเข้าเรียน (เพิ่มจากนักเรียน 300,000 คนในปี 2558 เป็น 520,000 คนในปี 2562) จากการที่รัฐบาลค่อย ๆ เปิดเสรีให้กับนักเรียนในท้องถิ่นสามารถเลือกเข้าเรียนโรงเรียนเหล่านี้ได้ ในปี 2562 รายได้จากค่าเล่าเรียนของโรงเรียนนานาชาติในอาเซียนมีมูลค่าเกินกว่า 5 พันล้านดอลลาร์ฯ

สำหรับการค้าในอาเซียนผ่านทางรูปแบบที่ 4 การเคลื่อนย้ายของบุคคลธรรมดา (ศาสตราจารย์ ครู และนักวิจัยที่ทำงานอยู่ในต่างประเทศเป็นระยะเวลาชั่วคราว) ส่วนใหญ่แล้วเป็นการนำเข้า ซึ่งถือว่ามีค่อนข้างมากเนื่องจากการขยายอย่างรวดเร็วของการจัดตั้งธรุกิจเพื่อให้บริการ (รูปแบบที่ 3) ครูต่างชาติจำนวน 33,000 คนในหกประเทศของอาเซียน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในโรงเรียนนานาชาติ สร้างเม็ดเงินจากค่าจ้างเงินเดือนรายปี (และการนำเข้าผ่านรูปแบบที่ 4) เกือบราว 800 ล้านดอลลาร์ฯ

สำหรับการค้าผ่านรูปแบบที่ 1 (การไหลเวียนข้ามพรมแดนของบริการที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาทางไกลผ่านทางออนไลน์ ซึ่งโดยทั่วไปเป็นการศึกษาระดับอุดมศึกษาหรือระดับประกาศนียบัตร) ยังไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้

การขยายตัวของการค้าด้านการศึกษาในอาเซียนเกิดขึ้นได้ด้วยการเปิดเสรีและการผ่อนปรนกฎเกณฑ์ โดยเฉลี่ยแล้ว หากไม่รวมการค้ารูปแบบที่ 4 ตามข้อผูกมัดในการเปิดเสรีในกรอบความตกลงว่าด้วยการค้าบริการของอาเซียน (AFAS) ค่าของดัชนีโฮคแมน (Hoekman) สำหรับประเทศอาเซียนทั้งหมดอยู่ที่ 0.84 (1 เท่ากับการเปิดเสรีอย่างเต็มรูปแบบในกรณีนี้) ประเทศส่วนใหญ่ค่อนข้างเปิดรับการค้ารูปแบบที่ 1 และ 2 การนำเข้าในรูปแบบที่ 3 ซึ่งก่อให้เกิดการค้าในรูปแบบอื่นด้วย มีข้อผูกพันต่อการเปิดเสรีน้อยที่สุดภายใต้กรอบ AFAS ส่งผลให้ดัชนีโดยรวมของการเปิดเสรีการค้าด้านการศึกษาลดลง

การเปิดเสรีเป็นสิ่งที่จำเป็นแต่ก็ไม่สามารถเป็นเงื่อนไขที่เพียงพอสำหรับดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในการศึกษาในระดับอุดมศึกษา เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นต้องมีมาตรการเสริมเพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุน และเพิ่มโอกาสในการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ รวมถึงการจัดทำกรอบการกำกับดูแลกิจกรรมของสถาบันอุดมศึกษา (HEI) ของต่างชาติที่มีความชัดเจน มีเสถียรภาพ และโปร่งใส การเข้ามามีส่วนร่วมของรัฐบาลอาจมีความจำเป็นในส่วนของการคัดเลือก เชื้อเชิญ และนำมหาวิทยาลัยต่างชาติที่มีคุณภาพมาสู่ประเทศ

อีกหนึ่งภารกิจด้านนโยบายที่สำคัญของรัฐบาลคือการเพิ่มสิทธิประโยชน์และหลีกเลี่ยงหรือลดความเสี่ยงของการค้าในบริการด้านการศึกษา ซึ่งความเสี่ยงเหล่านี้แตกต่างกันออกไปในการค้าแต่ละรูปแบบ การนำเข้าผ่านรูปแบบที่ 2 เป็นการเพิ่มต้นทุนมนุษย์ให้มาก ในกรณีที่ผู้จบการศึกษากลับไปยังประเทศบ้านเกิดของตน หากไม่เช่นนั้น พวกเขาจะเป็นผู้ผลัดถิ่นที่มีทักษะ รัฐบาลสามารถอำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับของผู้จบการศึกษาเหล่านั้น (ด้วยการให้การยอมรับปริญญาจากต่างประเทศ เป็นต้น) และลดภาวะสมองไหลด้วยการสนับสนุนให้ผู้ผลัดถิ่นที่มีทักษะมาก ๆ กลับมา หรือเข้าไปมีส่วนร่วมในปฏิสัมพันธ์ที่เป็นประโยชน์กับประเทศบ้านเกิด การจัดตั้งธรุกิจเพื่อให้บริการของสถาบันอุดมศึกษาต่างชาติอาจช่วยลดการนำเข้าการศึกษาในระดับอุดมศึกษาผ่านการค้ารูปแบบที่ 2 เนื่องจากวิธีนี้ทำให้เกิดทางเลือกและสิ่งจูงใจ (มีต้นทุนที่ต่ำกว่า) สำหรับนักเรียนในท้องถิ่นนั้น ๆ ในการได้รับปริญญาจากสถาบันต่างชาติโดยที่ไม่ต้องเดินทางออกจากประเทศ รวมถึงลดความรุนแรงของการขาดแคลนทักษะในกรณีที่วิทยาเขตสาขาในต่างประเทศมีความเชี่ยวชาญในหลักสูตรที่ไม่มีในประเทศนั้น ๆ

การเปิดรับการจัดตั้งธุรกิจเพื่อให้บริการอาจไม่เพียงพอที่จะกระตุ้นการค้าหากมีข้อจำกัดเรื่องการส่งมอบที่เกี่ยวข้องในการค้ารูปแบบอื่น ๆ หรือข้อจำกัดที่นอกเหนือนโยบายด้านการค้า เช่น นโยบายด้านวีซ่าและการเข้าเมืองของชาวต่างชาติ ข้อกังวลเกี่ยวกับคุณภาพของการให้บริการต่างชาติและการเข้ามาของ “ใบปริญญาปลอม” สามารถลดลงได้ด้วยการตรวจสอบและจัดตั้งโครงสร้างพื้นฐานการประกันคุณภาพขึ้นมา การนำหลักเกณฑ์จากกรอบ AQAF มาใช้เพื่อจัดการการประกันและส่งเสริมคุณภาพของคุณวุฒิทางการศึกษาขั้นสูงอาจเป็นประโยชน์ในแง่นี้

นโยบายทางการศึกษาที่สำคัญคือกุญแจสำคัญสำหรับการรักษากลุ่มนักลงทุนปัจจุบันเอาไว้และกระตุ้นให้นักลงทุนเหล่านั้นพัฒนา รวมถึงดูดนักลงทุนรายใหม่ให้สนใจในกิจกรรมที่มีความก้าวหน้ามากขึ้น ซึ่งต้องพึ่งพาแรงงานและพนักงานที่มีทักษะ

1 บริการทางสังคมอีกสองด้านคือบริการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ และบริการด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม การศึกษาเกี่ยวกับบริการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพได้มีการเผยแพร่ไปก่อนหน้านี้แล้วโดย AJC (https://www.asean.or.jp/en/trade-info/pst2_papers/).

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20200326005246/en/

ติดต่อ:

ศูนย์อาเซียน-ญี่ปุ่น
Tomoko Miyauchi
toiawase_ga@asean.or.jp
https://www.asean.or.jp/en/

Boron Neutron Capture Center ของ NTHU เริ่มการรักษาผู้ป่วยมะเร็งสมองที่มาจากต่างประเทศ

Logo

นครซินจู๋,ไต้หวัน–(BUSINESS WIRE)– 25 มีนาคม 2563

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ บทเพลงไพเราะของซิมโฟนีที่สี่ของมาห์เลอร์ได้รับการบรรเลงขึ้นในอาคารของเครื่องปฏิกรณ์ Tsing Hua Open pool Reactor Tsing Hua (THOR) ที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติ Tsing Hua (NTHU) ทั้งนี้เป็นเพราะบทเพลงชิ้นนี้เป็นบทเพลงชิ้นโปรดของหญิงชาวยุโรปผู้มาที่นี่เพื่อรับการบำบัดเนื้องอกในสมองด้วยการใช้วิธีโบรอนนิวตรอน หรือ Boron Neutron Capture Therapy (BNCT)  นี่ถือเป็นคอร์สรักษาขั้นที่สองของเธอ โดยหลังจากมีการรักษาครั้งแรกขนาดของเนื้องอกสมองกลิโอมาที่ลึกลงไปในก้านสมองของเธอลดลงจาก 3.51 ซม. เป็น 1.06 ซม.

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณสมบัติด้านมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20200325005023/en/

The BNCT treatment mechanism. Since being converted for use in BNCT, the research reactor at NTHU has been used to treat over 130 patients. (Graphic: National Tsing Hua University)

 นับตั้งแต่มีการเปลี่ยนมาใช้BNCT เครื่องปฏิกรณ์วิจัยที่ NTHU ถูกนำมาใช้เพื่อรักษาผู้ป่วยมากกว่า 130 ราย (ภาพ: มหาวิทยาลัยแห่งชาติ Tsing Hua)

ด้วยความร่วมมือกับโรงพยาบาลทหารผ่านศึกไทเป หรือ Taipei Veterans General Hospital (TVGH) NTHU จึงได้แปลง THOR เพื่อใช้ใน BNCT โดยจนถึงปัจจุบันการรักษาได้ให้ชีวิตใหม่ให้กับผู้ป่วยมะเร็งกว่า 130 รายจากทั่วโลก

ศาสตราจารย์ Chou Fong-in กล่าวว่า BNCT เป็นวิธีการรักษาด้วยการฉายรังสีแบบมุ่งเป้าหมาย ซึ่งผู้ป่วยจะได้รับการฉีดโบรอนก่อน เมื่อยาที่ฉีดไปสะสมอยู่ในเนื้องอก ก็จะมีการนำลำแสงนิวตรอนมาใช้เพื่อฉายรังสีไปที่เนื้องอกเพื่อการรักษา โดยที่ไม่ทำลายเนื้อเยื่อปกติ

ตามที่อธิบายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้องอกวิทยา TVGH อย่าง Chen Yi-wei จาก  ยาโบรอน -10 มีโครงสร้างประกอบอย่างเช่น กรดอะมิโนที่จำเป็น โดยเซลล์มะเร็งนั้นต้องการสารอาหารจำนวนมากเพื่อช่วยเสริมสร้างการแพร่กระจายของพวกมัน ดังนั้นเซลล์มะเร็งจึงดูดซับโบรอน -10 ได้เกือบทั้งหมดก่อนที่เซลล์ปกติจะมีโอกาสดูดซับเอาไว้ โบรอน- 10 ทำหน้าที่เป็นระเบิดชนิดหนึ่งและเมื่อเซลล์มะเร็งได้รับโบรอนจนเต็มแล้ว ลำแสงนิวตรอนจะถูกใช้เพื่อ "จุดระเบิด" ทำลายเซลล์มะเร็ง

สามีของผู้ป่วยเป็นแพทย์ เขาเล่าว่าภรรยาของเขาชอบเล่นเทนนิสมาก แต่สี่ปีที่แล้วเธอเห็นลูกบอลเพิ่มเป็นสองลูกบินมาหาเธอในเวลาเดียวกัน ซึ่งนี่เป็นอาการคลาสสิกของการเห็นภาพซ้อน อย่างไรก็ตามการสแกนเอกซ์เรย์คอมพิวเตอร์ (CT) ในภายหลังพบว่ามีร่องรอยโรคเนื้องอกสมองกลิโอมาในสมองของเธอซึ่งอยู่ลึกเข้าไปในก้านสมอง โดยหลังจากผ่านการผ่าตัดกะโหลกสองครั้งด้วยการฉายรังสีแกมมา เนื้องอกสมองกลิโอมาได้กำเริบและเปลี่ยนมาเป็นมะเร็ง และด้วยการปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญด้านรังสี พวกเขาจึงได้มาสอบถามเกี่ยวกับการรักษาจากวิธี TVGH

จากคำกล่าวของดร. Chen คุณสมบัติที่สำคัญสำหรับ BNCT เป็นยาที่มีโบรอนเหมาะสำหรับการดูดซึมโดยเซลล์มะเร็ง และเป็นแหล่งนิวตรอนเสถียรที่มีสเปกตรัมพลังงานที่เหมาะสม เครื่องปฏิกรณ์วิจัยของ NTHU ได้รับการดัดแปลงให้เป็นแหล่งกำเนิดนิวตรอน มันมีคุณภาพดีกว่าแหล่งนิวตรอนที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องเร่งที่พัฒนาในญี่ปุ่นเพื่อใช้ในโรงพยาบาลด้วยซ้ำ

NTHU และรัฐบาลเมืองเถาหยวนกำลังวางแผนที่จะร่วมกันพัฒนาศูนย์การแพทย์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Taoyuan Aerotropolis  ที่จะสร้างใกล้กับสนามบินเถาหยวน ทั้งนี้ BNCT จะมีบทบาทสำคัญในศูนย์วิจัยแห่งใหม่และจะใช้สำหรับการรักษาผู้ป่วยทั้งในไต้หวันและต่างประเทศ

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200325005023/en/

ติดต่อ:

Holly Hsueh

โทร: (886)3-5162006

อีเมล: hoyu@mx.nthu.edu.tw

ศูนย์อาเซียน-ญี่ปุ่นนำเสนอกุญแจสำคัญที่จะเสริมแกร่งให้กับธรุกิจการเกษตรในอาเซียน: วิธีมีส่วนร่วมมากขึ้นในห่วงโซ่มูลค่าโลกของธรุกิจการเกษตร

Logo

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–24 มีนาคม 2563

ธุรกิจการเกษตรในอาเซียนมีการแข่งขันเพิ่มขึ้นหรือไม่? คำตอบจากศูนย์อาเซียน-ญี่ปุ่น คือ ใช่ โดยศูนย์ดังกล่าวสามารถตอบคำถามนี้ได้จากการมีส่วนร่วมมากขึ้นในห่วงโซ่มูลค่าโลก (GVC) ของธรุกิจการเกษตร ตามที่เผยในรายงาน “ห่วงโซ่มูลค่าโลกในอาเซียน: ธุรกิจการเกษตร” ซึ่งตีพิมพ์วันนี้ (https://www.asean.or.jp/en/centre-wide-info/gvc_database_paper15/)

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยเนื้อหามัลติมีเดีย ดูอย่างเต็มรูปแบบได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20200324005240/en/

"Global Value Chains in ASEAN - Paper 15: Agribusiness" by ASEAN-Japan Centre (Graphic: Business Wire)

"ห่วงโซ่มูลค่าโลกในอาเซียน – เอกสารฉบับที่ 15: ธุรกิจการเกษตร" โดยศูนย์อาเซียน-ญี่ปุ่น (กราฟิก: Business Wire)

ธุรกิจการเกษตร1 มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) โดยคิดเป็น 12% ของจีดีพีในอาเซียนโดยเฉลี่ยในปี 2561 ธุรกิจการเกษตรยังสร้างงานและช่องทางหาเลี้ยงชีพให้กับประชาชน 100 ล้านคน หรือหนึ่งในหกของประชากรทั้งหมด และครอบครัวของพวกเขาในอาเซียน

นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งรายได้หลักจากการค้าขายของหลายประเทศในอาเซียน สินค้าส่งออกในธุรกิจการเกษตรที่มีการเพิ่มมูลค่าของอาเซียนคิดเป็นมูลค่า 1.02 แสนล้านดอลลาร์ฯ ในปี 2558 ส่วนแบ่งของปัจจัยการผลิตที่เกิดขึ้นนอกประเทศสำหรับสินค้าส่งออกในธรุกิจการเกษตรของอาเซียน หรือ การเชื่อมโยงไปข้างหลัง (backward linkage) ในห่วงโซ่มูลค่าโลกอยู่ที่ 20% ของการส่งออกรวมทั้งหมดของอาเซียนในปี 2558 ส่วนแบ่งของมูลค่าเพิ่มที่เกิดขึ้นนอกประเทศ (foreign value added) ของผลิตภัณฑ์อาหารมีมูลค่าสูงกว่าผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร จีน สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่นเป็นผู้นำเข้าสินค้าธุรกิจการเกษตรที่ใหญ่ที่สุดสามอันดับแรกของอาเซียน มูลค่าเพิ่มของอาเซียนรวมในการส่งออกของประเทศอื่น หรือที่เรียกว่า forward participation ในห่วงโซ่มูลค่าโลกนั้นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2533

การเพิ่มความสามารถในการผลิตผลผลิตทางการเกษตรเป็นนโยบายที่มีความสำคัญในการชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของความมั่นคงทางด้านอาหาร ในขณะเดียวกัน ในบางประเทศ โดยเฉพาะกัมพูชา ลาว และเมียนมา (กลุ่มประเทศ CLM) ยังขาดความสามารถในการแปรรูปอาหาร และยังนำเข้าอาหารแปรรูปปริมาณมากสำหรับตลาดภายในประเทศ การเปลี่ยนจากการทำการเกษตรง่าย ๆ เป็นอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารที่สร้างมูลค่าเพิ่มมากขึ้นเป็นความสำคัญลำดับต้น ๆ ของประเทศในอาเซียน

การมีส่วนร่วมและยกระดับห่วงโซ่มูลค่าโลกธุรกิจการเกษตรสามารถสร้างโอกาสให้อาเซียนในการเพิ่มความสามารถในการผลิตด้วยการใช้ปัจจัยการผลิตจากนอกประเทศที่มีประสิทธิภาพและเทคโนโลยีที่ได้มาผ่านการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และการดำเนินการแบบไม่ถือหุ้นโดยตรง (NEM)

ญี่ปุ่นเป็นผู้สนับสนุนธรุกิจการเกษตรที่สำคัญของอาเซียนมาตลอด มีความพยายามร่วมกันระหว่างรัฐบาลของญี่ปุ่นและภาคเอกชนในการพัฒนาธุรกิจการเกษตรในอาเซียนและนำไปบูรณาการกับห่วงโซ่มูลค่าโลก

เพื่อเข้าไปมีส่วนร่วมในห่วงโซ่มูลค่าโลกของธรุกิจการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ ศูนย์อาเซียน-ญี่ปุ่น ได้เสนอข้อแนะนำทางนโยบายสามกลุ่มเพื่อเพิ่มความสามารถในการผลิต ดังนี้

  • อาเซียนควรตั้งเป้าพัฒนา สภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย เพื่อส่งเสริมการค้าขายและดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในธุรกิจการเกษตร ซึ่งเชื่อมโยงผู้ผลิตระดับท้องถิ่นกับห่วงโซ่อุปทานระดับโลก และกระตุ้นให้เกิดการโอนย้ายเทคโนโลยีและความสามารถในการผลิตที่ดีขึ้น
  • อาเซียนควร ยกระดับความสามารถในการซึมซับความรู้ ของผู้ผลิตอาหารในระดับท้องถิ่น รวมถึงเกษตรกรรายย่อยและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อให้เกิดการตระหนักถึงการกระจายทางด้านเทคโนโลยี
  • นอกจากนี้ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจเรื่องคุณภาพของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และการดำเนินการแบบไม่ถือหุ้นโดยตรง (NEM) เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน อาเซียนควรส่งสริมการลงทุนในภาคการเกษตรอย่างมีความรับผิดชอบ ด้วยการสนับสนุนหลักปฏิบัติในระดับนานาชาติ เช่น หลักการลงทุนภาคการเกษตรอย่างรับผิดชอบ

1 ธุรกิจการเกษตรในเอกสารนี้ครอบคลุมเฉพาะภาคเกษตรและอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารเท่านั้นเนื่องจากมีข้อจำกัดทางด้านข้อมูล อุตสาหกรรมอื่นในห่วงโซ่มูลค่า เช่น การกระจายสินค้า การค้าปลีก และธุรกิจอื่น ๆ (เช่น ร้านอาหาร) จึงไม่ถูกรวมอยู่ด้วย

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200324005240/en/

ติดต่อ:

ศูนย์อาเซียน-ญี่ปุ่น
Tomoko Miyauchi
toiawase_ga@asean.or.jp
https://www.asean.or.jp/en/

ทุกธนาคารผนึกกำลัง เตรียมพร้อมรับทุกสถานการณ์ เพื่อช่วยลูกค้าทุกรายพ้นวิกฤตไปด้วยกัน

Logo

กรุงเทพฯ–(THAI BUSINESS NEWS)–23 มีนาคม 2563

imgสมาคมธนาคารไทยและธนาคารสมาชิก ให้ความมั่นใจแก่ลูกค้าเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือและสนับสนุนลูกค้าด้านการเงิน หารือร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่องมาตรการช่วยเหลือลูกค้าและวางแผนเตรียมความพร้อมรับทุกสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในช่วงนี้ เพื่อให้ลูกค้าและประชาชนทั่วไปสามารถทำธุรกรรมได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมเงินสดเพียงพอในทุกช่องทาง แนะใช้ระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อลดความเสี่ยงจากโรคโควิด-19 และให้การช่วยเหลือลูกค้าบุคคลและธุรกิจที่ได้รับผลกระทบผ่านมาตรการช่วยเหลือของแต่ละธนาคาร และล่าสุดเพิ่มความช่วยเหลือภายใต้โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สำหรับผู้ประกอบการ วงเงินรวม 150,000 ล้านบาท 

นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า สำหรับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการระบาดของโรคโควิด-19 จนทำให้ต้องมีการประกาศปิดสถานบริการและร้านค้าบางประเภทไปแล้ว ตามประกาศล่าสุดของกรุงเทพมหานคร  ทางสมาคมธนาคารไทยและธนาคารสมาชิกทุกธนาคารได้มีการวางแผนการให้บริการที่ต่อเนื่องเพื่อรองรับทุกสถานการณ์ต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต และขอให้ความมั่นใจว่าธนาคารจะสามารถให้บริการลูกค้าและผู้มาใช้บริการของธนาคารตามปกติในทุกช่องทาง โดยเฉพาะบริการหลัก เช่น การรับฝากเงิน การถอนเงิน การโอนเงิน และบริการสินเชื่อต่าง ๆ รวมถึงการช่วยเหลือลูกค้าเพื่อเสริมสภาพคล่อง

ในส่วนของการให้บริการเงินสดสำหรับลูกค้าที่มีความจำป็นต้องใช้เงินสด ทุกธนาคารมีการเตรียมเงินสดเพื่อรองรับให้เพียงพอทุกช่องทางทั้งสาขาและตู้เอทีเอ็ม แต่ในสถานการณ์เช่นนี้เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงจากโรคโควิด-19 อยากเชิญชวนให้ลูกค้าใช้บริการระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสามารถทำธุรกรรมได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านโมบายแบงกิงและอินเทอร์เน็ตแบงกิงของทุกธนาคาร ซึ่งทุกธนาคารได้มีการดูแลให้ระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์สามารถรองรับปริมาณธุรกรรมที่จะเพิ่มมากขึ้น ตลอดจนดูแลธุรกรรมตลาดเงินให้ดำเนินการได้อย่างราบรื่น เพื่อให้มั่นใจว่าบริการทางการเงินหลักของประเทศจะดำเนินต่อไปได้แม้ในกรณีที่สถานการณ์การระบาดรุนแรงมากขึ้น

สำหรับลูกค้าบุคคลและลูกค้าธุรกิจที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากสถานการณ์เศรษฐกิจในขณะนี้ ธนาคารต่าง ๆ ได้มีมาตรการช่วยเหลือที่ทยอยให้ความช่วยเหลือลูกค้าไปแล้วตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ เช่น การให้ลูกค้าผ่อนชำระเฉพาะดอกเบี้ยโดยยังไม่ต้องชำระเงินต้น หรือการปรับลดการชำระขั้นต่ำในแต่ละเดือน ซึ่งธนาคารต่าง ๆ อยู่ระหว่างการติดต่อเพื่อช่วยเหลือลูกค้า แต่หากลูกค้าประสบปัญหาและยังไม่ได้รับการติดต่อจากธนาคาร ท่านสามารถติดต่อธนาคารที่ท่านใช้บริการอยู่เพื่อขอรับความช่วยเหลือได้ทันที ด้านการช่วยเหลือลูกค้าของสถาบันการเงิน พบว่าช่วงที่ผ่านมาธนาคารทั้งระบบได้ดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้แล้วประมาณ 30,000 ราย เป็นมูลค่า 234,000 ล้านบาท ซึ่งมีทั้งการพักชำระเงินต้น ลดอัตราดอกเบี้ย ปรับระยะเวลาการผ่อนชำระให้ยาวขึ้น เพื่อลดภาระให้กับลูกค้า

ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2563 ธนาคารออมสินและ 17 สถาบันการเงิน ได้มีการลงนาม MOU โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการระบาดของโรคโควิด-19 โดยธนาคารออมสินสนับสนุนเงินทุนดอกเบี้ยต่ำวงเงินรวม 150,000 ล้านบาท เพื่อให้สถาบันการเงินนำไปปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ วงเงินสินเชื่อสูงสุดต่อรายไม่เกิน 20 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2 ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระ 2 ปี ผู้ประกอบการที่ต้องการวงเงินเพื่อเพิ่มสภาพคล่องและฟื้นฟูธุรกิจสามารถติดต่อขอสินเชื่อได้ตั้งแต่บัดนี้ โดยจะได้รับเงินข่วงต้นเดือนเมษายนเป็นต้นไป

นายปรีดี ดาวฉาย กล่าวทิ้งท้ายว่า สมาคมธนาคารไทยและธนาคารสมาชิกมีความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือลูกค้าของธนาคารทุกรายให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกัน เรามีการประเมินสถานการณ์และปรับแผนการช่วยเหลือและสนับสนุนลูกค้าในด้านการเงินตลอดเวลา ดังนั้นจึงขอให้ลูกค้าทุกคนมั่นใจได้ สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทุกรายและยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือผ่าน Call Center ของทุกธนาคารได้ทันที 

มูลนิธิแจ็ค หม่า และมูลนิธิอาลีบาบาบริจาคเครื่องมือการแพทย์ให้กับสี่ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Logo

หางโจว จีน–(บิสิเนสไวร์)–19 มี.ค. 2563

มูลนิธิแจ็ค มา และมูลนิธิอาลีบาบาได้ประกาศการบริจาคเวชภัณฑ์แก่สี่ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทางมูลนิธิได้ติดต่อกับรัฐบาลมาเลเซีย อินโดนีเซีย ไทย และฟิลิปปินส์เพื่อเสนอบริจาคเวชภัณฑ์  เป้าหมายของมูลนิธิคือการช่วยประเทศเหล่านี้ต่อสู้กับไวรัส COVID-19 โดยเตรียมให้การสนับสนุนจากประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ เช่นกัน

ทางมูลนิธิแจ็ค หม่าได้เกล่าวว่า “เราได้ร่วมมือกับเพื่อนบ้านในเอเชียของเราเพื่อต่อสู้กับ COVID-19  เราและมูลนิธิอาลีบาบาจะส่งหน้ากาก 2 ล้านชุด ชุดตรวจโรค 150,000 ชุด ชุดป้องกัน 20,000 ชุด และชุดป้องกันหน้า 20,000 ชุดไปยังอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย โดยจะให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมแก่ประเทศเอเชียอื่นๆ ในอนาคต  เอเชียสู้ๆ!”

ทางมูลนิธิได้บริจาคเวชภัณฑ์หลังจากที่ได้ตีพิมพ์คู่มือดิจิตอลเมื่อวันพุธที่ผ่านมา  คู่มือนี้แบ่งปันบทเรียนที่สำคัญและประสบการณ์จากแพทย์ เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ และพนักงานที่โรงพยาบาลจีนแห่งหนึ่งที่เป็นแนวหน้าของการรักษา COVID-19 และได้ช่วยชะลอการแพร่กระจายของโรค

อ่านที่มาใน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200319005410/en/

ติดต่อ:

Rico Ngai (เอเชียตะวันออกเฉียงใต้)
Alibaba Group
+852 9725 9600
rico.ngai@alibaba-inc.com

Adam Najberg (ทั่วโลก)
Alibaba Group
+852 5474 3262
adam.najberg@alibaba-inc.com

Trade Desk และ TikTok เปิดตัวพันธมิตรทางโฆษณาใหม่ในเอเชียแปซิฟิก

Logo

PepsiCo ในประเทศไทย จะเป็นแบรนด์ที่เปิดตัวแคมเปญแรกในการเข้าถึงคลังสินค้าบริการของ TikTok พรีเมี่ยมผ่านแพลตฟอร์ม The Trade Desk

สิงคโปร์–(BUSINESS WIRE)–19 มีนาคม 2563

Trade Desk (Nasdaq: TTD) และ TikTok สื่อปลายทางชั้นนำสำหรับวิดีโอบนมือถือแบบสั้นได้ประกาศความร่วมมือด้านการโฆษณาใหม่กับตลาดสำคัญในเอเชียแปซิฟิก ความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยให้ผู้โฆษณาสามารถเข้าถึงสินค้า TikTok พรีเมี่ยมได้โดยตรงทั่วเอเชียแปซิฟิกผ่านแพลตฟอร์ม The Trade Trade ทั้งนี้ TikTok เป็นแพลตฟอร์มวิดีโอสั้น ๆ ตัวแรกที่รวมการเสนอโฆษณาเข้ากับ The Trade Desk ทำให้เกิดการพัฒนาชั้นนำในอุตสาหกรรมที่ไม่เหมือนใครสำหรับแบรนด์ต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้

TikTok เป็นสื่อปลายทางสำหรับการสร้างและค้นหาวิดีโอบนโทรศัพท์มือถือรูปแบบสั้น ๆ ที่น่าสนใจและสนุกสนาน และแบรนด์ต่าง ๆ ตื่นเต้นกับโอกาสในการเชื่อมต่อกับผู้ใช้หลายล้านคนบนแพลตฟอร์มนี้ การรวม TikTok เข้ากับ The Trade Desk ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเทคโนโลยีโฆษณาชั้นนำระดับโลกจะช่วยให้ผู้โฆษณาสามารถรวม TikTok เข้ากับแคมเปญของพวกเขาได้ง่ายขึ้น โดย PepsiCo เป็นลูกค้ารายแรกที่เข้าถึงคลังโฆษณาของ TikTok ผ่านทาง The Trade Desk ซึ่งทำแคมเปญสำหรับพอร์ตโฟลิโอของ the Lays ในประเทศไทยร่วมกับตัวแทนสื่อของ Mindshare

"ในขณะที่เราขยายระดับโซลูชั่นการโฆษณาของเรา เรามักจะมองหาพันธมิตรกับผู้นำในอุตสาหกรรมเช่น The Trade Desk เพื่อนำเสนอตัวเลือกการโฆษณาที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพสูงให้กับแบรนด์ต่าง ๆ ในเอเชียแปซิฟิกตลอดจนไปถึงประเทศอินเดีย วัตถุประสงค์หลักของการทำเช่นนี้คือ การมุ่งใช้งานวิดีโอบนมือถือแบบสั้นของ TikTok ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ omni-channel ของพวกเขา" Sam Singh รองประธานฝ่ายการสร้างรายได้ของอินเดีย TikTok กล่าว

“เรามีความยินดีที่จะเปิดตัวความร่วมมือครั้งนี้กับ TikTok ทั่วเอเชียแปซิฟิก”

Mitch Waters รองประธานอาวุโสฝ่ายการค้าประจำภูมิภาคเอเชียใต้ ของ The Trade Desk กล่าว “ทุกคนในภูมิภาคนี้เข้าใจถึงขอบเขตการเข้าถึงของ TikTok โดยเฉพาะผู้ใช้สมาร์ทโฟนในอินเดียและอินโดนีเซีย แบรนด์ต่าง ๆ สามารถปรับขนาดแคมเปญของพวกเขาให้มีวิดีโอขนาดสั้นได้อย่างง่ายดายและปลอดภัย”

“ประชากรกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับสมาร์ทโฟนทั่วเอเชียนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อ PepsiCo” Arun Mehra ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท PepsiCo กล่าว “ ความร่วมมือระหว่าง TikTok และ The Trade Desk ทำให้การเข้าถึงผู้ชมกลุ่มนี้ง่ายขึ้นและแม่นยำยิ่งขึ้น ด้วยการเริ่มต้นในประเทศไทยเรากำลังมองหาโอกาสเพื่อขยายงานของเราผ่านการเป็นหุ้นส่วนทั่วภูมิภาค”

Manivannan Ramasamy กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคของ Mindshare กล่าวเสริมว่า“ แบรนด์ต่าง ๆ ได้ติดตามการเพิ่มขึ้นของวิดีโอมือถือแบบสั้นทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชีย ความร่วมมือระหว่าง TikTok และ The Trade Desk เป็นเส้นทางในการมีส่วนร่วมผ่านเทรนด์นี้ที่สามารถวัดผลได้ ไปพร้อม ๆ กับการสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของแบรนด์”

แคมเปญที่ทำงานบนแพลตฟอร์ม Trade Desk จะใช้นามแฝง ซึ่งหมายความว่าพวกเขาไม่ได้ระบุตัวบุคคลโดยตรง ห้ามมิให้ลูกค้าและพันธมิตรให้ข้อมูลส่วนบุคคลในแพลตฟอร์มของ The Trade Desk โดยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของ TikTok ต่อความเป็นส่วนตัว การเป็นหุ้นส่วนจะรวมความเชี่ยวชาญในคุณภาพของตลาด การปิดกั้นการแสดงผลที่ไม่ใช่มนุษย์ก่อนที่จะซื้อ ดังนั้นจึงสามารถมั่นใจในความปลอดภัยของแบรนด์ ปัจจุบันความร่วมมือระหว่าง The Trade Desk และ TikTok ครอบคลุมตลาดเอเชียแปซิฟิก 11 แห่ง (รวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น) รวมถึงรัสเซีย อีกด้วย

เกี่ยวกับ The Trade Desk

The Trade Desk™ เป็น บริษัท เทคโนโลยีที่ให้อำนาจผู้ซื้อโฆษณา ผู้ซื้อโฆษณาสามารถสร้างจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพแคมเปญโฆษณาดิจิตอลผ่านรูปแบบการบริการตนเองด้วยแพลตฟอร์มคลาวด์ การผสานรวมกับข้อมูลคลังที่สำคัญเข้ากับโฆษณาและพันธมิตรผู้เผยแพร่โฆษณาช่วยให้มั่นใจถึงความสามารถในการเข้าถึงและการตัดสินใจสูงสุด ส่วน API ขององค์กรบริษัททำให้สามารถใช้งานการพัฒนาที่กำหนดเองได้บนแพลตฟอร์ม ทั้งนี้ The Trade Desk มีสำนักงานใหญ่ในเวนทูรา แคลิฟอร์เนีย มีสำนักงานทั่วอเมริกาเหนือ ยุโรปและเอเชียแปซิฟิก หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเยี่ยมชม thetradedesk.com  หรือติดตามเราบน Facebook, Twitter, LinkedIn และ YouTube

เกี่ยวกับ TikTok

TikTok เป็นสื่อปลายทางชั้นนำสำหรับวิดีโอมือถือแบบสั้น ภารกิจของเราคือสร้างแรงบันดาลใจความคิดสร้างสรรค์และนำความสุขมาให้ผู้คน TikTok มีสำนักงานทั่วโลกรวมถึงลอสแองเจลิส, ซิลิกอนแวลเลย? นิวยอร์ก, ลอนดอน, ปารีส, เบอร์ลิน, ดูไบ, มุมไบ, สิงคโปร์, จาการ์ตา, โซล และโตเกียว www.tiktok.com.

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200318005437/en/

ติดต่อ:

John Mandeville

PR@thetradedesk.com

Dataiku 7 นำความร่วมมือในระดับที่ลึกมากขึ้นและความสามารถในการอธิบายที่มีองค์ประกอบมากขึ้นมาสู่ AI สำหรับองค์กร

Logo

Dataiku เวอร์ชันล่าสุดมาพร้อมฟีเจอร์ใหม่สำหรับนักสถิติและนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล รวมถึงคำอธิบายการคาดการณ์สำหรับทุกคน

นิวยอร์ก–(BUSINESS WIRE)–18 มีนาคม 2563

วันนี้ Dataiku แพลตฟอร์มชั้นนำด้าน AI สำหรับองค์กรและเทคโนโลยีการเรียนรู้ของเครื่อง หรือ machine learning ประกาศเปิดตัว Dataiku 7 ที่ให้การรวมระบบในเชิงลึกมากขึ้นสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลทางเทคนิคเพื่อทำงานเกี่ยวกับการพัฒนาโปรเจกต์ด้าน machine learning พร้อมทั้งความสามารถในการอธิบายข้อมูลในระดับแถว (row-level) สำหรับการทดสอบ white-box ของ AI โดยไฮไลต์ที่เป็นคุณสมบัติเพิ่มเติมที่มาพร้อมกับการเปิดตัวครั้งล่าสุดนี้ประกอบด้วยเว็บแอปพลิเคชันที่ทำงานบน Kubernetes ซึ่งมีขีดความสามารถมากขึ้นจากใน Dataiku 6 และปลั๊กอินจัดประเภทข้อมูลที่มี machine learning ช่วยในการทำงาน

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยเนื้อหามัลติมีเดีย ดูอย่างเต็มรูปแบบได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20200318005008/en/

Statisticians can now use Dataiku to perform advanced statistical analysis in the familiar worksheet-and-cards format while collaborating with the wider data or analytics team. (Graphic: Business Wire)

จากนี้ไปนักสถิติจะสามารถใช้ Dataiku ทำการวิเคราะห์ทางสถิติขั้นสูงผ่านฟอร์แมต worksheet-and-cards ที่คุ้นเคย ไปพร้อมการทำงานกับข้อมูลที่กว้างขึ้นและทีมวิเคราะห์ที่ใหญ่ขึ้น (กราฟิก: Business Wire)

“ความร่วมมือคือสิ่งที่ Dataiku ให้ความสำคัญมาตลอดนับตั้งแต่เราก่อตั้งขึ้นในปี 2556 และใน Dataiku 7 เรายังคงเพิ่มฟีเจอร์ที่ตอกย้ำปรัชญาของเราเพื่อทำให้ผู้คนสามารถเข้าถึงการใช้ AI สำหรับองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ” Florian Douetteau ซีอีโอของ Dataiku กล่าว “การเปิดตัวครั้งนี้ทำให้ Dataiku 7 เป็นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องครั้งที่สองของเรา ที่มีการเพิ่มฟีเจอร์ที่ช่วยให้ AI สามารถอธิบายได้ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับองค์กรในทุกอุตสาหกรรม ที่จะทำให้ประสบความสำเร็จและเข้าใจถึงสิ่งที่ผลจากโมเดล AI ของพวกเขาทำให้เกิดขึ้น”

องค์กรทั่วโลกมีความมุ่งมั่นต่อความพยายามในการพัฒนา AI สำหรับองค์กรที่มีการดำเนินแบบบนลงล่าง (top down) แต่ประสบปัญหาในการกระจายการเข้าถึงโปรเจกต์ต่าง ๆ จากล่างขึ้นบน (bottom up) เพื่อเปิดให้ผู้คนเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกที่พร้อมใช้ได้มากขึ้น Dataiku 7 จึงดึงผู้คนให้เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องมากขึ้นผ่านการร่วมมือ และช่วยเพิ่มศักยภาพให้บุคคลด้วย AI ที่สามารถอธิบายได้ เพื่อให้ธุรกิจใช้ข้อมูลในการตัดสินใจในแต่ละวัน และสร้างโปรเจกต์ AI ที่มีประสิทธิภาพ

ฟีเจอร์ใหม่ที่มาพร้อมกับการเปิดตัว Dataiku 7 ประกอบด้วย:

การสนับสนุนสำหรับการวิเคราะห์สถิติขั้นสูง: นักสถิติสามารถใช้ Dataiku ในการวิเคราะห์ข้อมูลสถิติขั้นสูงในฟอร์แมต worksheet-and-cards ที่มีความคุ้นเคย ไปพร้อมการทำงานกับข้อมูลที่กว้างขึ้นและทีมวิเคราะห์ที่ใหญ่ขึ้น ในอดีต นักวิเคราะห์สถิติขั้นสูงจะถูกแบ่งแยกให้ใช้เครื่องมือต่างหากโดยที่ผู้ที่ไม่ใช่นักสถิติจะไม่สามารถเข้าถึงได้ ทำให้เกิดอุปสรรคในการบริหารและการติดตั้งโปรเจกต์ AI ต่าง ๆ

คำอธิบายการคาดการณ์ขั้นสูงโดยปกติแล้ว โมเดล machine learning จะไม่รวมคำอธิบายโดยละเอียดว่าทำไมผลจึงออกมาเช่นนี้ หรือทำได้อย่างไร ทำให้เกิดความยุ่งยากในการอธิบายเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจและการดำเนินงานต่าง ๆ ได้อย่างเป็นกลาง การอธิบายการคาดการณ์ใน Dataiku จะเปิดการทดสอบ black box ด้วยการอธิบายว่าคุณลักษณะหรือฟีเจอร์ใดมีผลสูงสุดต่อผลลัพธ์ของโมเดล ใน Dataiku 7 จะประกอบด้วยคำอธิบายการคาดการณ์ทั้งในระดับแถวของชุดข้อมูลที่ส่งออก รวมถึงการนำเสนอคำอธิบายการคาดการณ์ด้วยภาพที่สามารถโต้ตอบกับผู้ใช้ได้

Git เพื่อความร่วมมือที่ดีขึ้นสำหรับผู้เขียนโค้ด: การรวมระบบด้วย Git ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นใน Dataiku 7 ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (หรือผู้เขียนโค้ด) สามารถใช้คำสั่ง create, delete, push และ pull ใน Git จาก Dataiku ได้โดยตรง สิ่งนี้เป็นประโยชน์อย่างมาก เนื่องจากผู้เขียนโค้ดจะสามารถจำลองโปรเจกต์ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงใน sandbox ได้อย่างง่ายดายโดยไม่ทำให้โปรเจกต์ดั้งเดิมได้รับความเสียหาย และเมื่อการจำลองโปรเจกต์เสร็จสมบูรณ์ ก็จะนำการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ นั้นกับมาประยุกต์กับโปรเจกต์เดิมได้อย่างไร้รอยต่อ (และสามารถติดตามสิ่งที่ทำการเปลี่ยนแปลงได้ใน Git)

ความยืดหยุ่นที่มากขึ้นกับ Kubernetes: Dataiku 7 ต่อยอดความสามารถคลัสเตอร์ Kubernetes ใน Dataiku 6 ด้วยการอนุญาตให้ผู้ใช้สามารถเปิดเว็บแอปพลิเคชันได้จากคลัสเตอร์ Kubernetes ได้โดยตรง ช่วยให้สามาถใช้งานได้พร้อมกันโดยผู้ใช้จำนวนมากขึ้น และเพิ่มความเร็วและประสิทธิภาพในการรันคำสั่ง AI จำนวนมากในส่วนแบ็คเอนด์

ปลั๊กอินจัดประเภทข้อมูลสำหรับ Active Learning: ข้อมูลที่มีการจัดประเภทไว้อย่างถูกต้องจำเป็นสำหรับการปลดล็อคข้อมูลที่มีคุณภาพและมีความถูกต้องแม่นยำจากโมเดล machine learning และความสามารถในการจัดประเภทข้อมูลอย่างรวดเร็วจะช่วยให้กระบวนการวิเคราะห์ทั้งหมดมีความรวดเร็วขึ้นด้วยการทำให้ขั้นตอนเก็บรวบรวมข้อมูลที่มีความน่าเบื่อหน่ายและใช้เวลานานทำงานง่ายขึ้น การจัดประเภทข้อมูลแบบใหม่ที่มีมนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย และปลั๊กอินการเรียนรู้แบบ active learning ประกอบด้วยชุดเว็บแอปพลิเคชันของ Dataiku เพื่อลดความยุ่งยากในกระบวนการจัดประเภทข้อมูลเมื่อข้อมูลมีลักษณะเป็นตาราง รูปภาพ หรือแม้แต่เสียง

Dataiku ช่วยให้บริษัทขนาดใหญ่ที่มีรายชื่อในทำเนียบ Global 2,000 เปลี่ยนชุดข้อมูลขนาดใหญ่เป็นข้อมูลเชิงลึกที่พร้อมใช้ ทำให้โปรเจกต์ AI เข้าไปอยู่ในส่วนต่าง ๆ อย่างแพร่หลาย และขยายโครงการเกี่ยวกับ machine learning ให้ใหญ่ขึ้น การเปิดตัวในวันนี้ของ Dataiku 7 จะช่วยยกระดับความร่วมมือในระดับที่ลึกลงไป และช่วยให้ผู้คนเข้าถึงวิทยาศาสตร์ข้อมูลมากขึ้นด้วย AI ที่สามารถอธิบายได้ผ่านแพลตฟอร์มแบบทีมที่สามาถรเรียนรู้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ท่านสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปิดตัวครั้งนี้และดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Dataiku 7 ได้จาก release notes

หากต้องการขอรับเวอร์ชันตัวอย่างของ Dataiku รวมถึงสาธิตเกี่ยวกับฟีเจอร์ใหม่ ๆ โปรดลงทะเบียนเข้าร่วมทาง webinar ที่จะเริ่มในวันที่ 16 เมษายน นี้

เกี่ยวกับ Dataiku

Dataiku เป็นแพลตฟอร์มข้อมูลแบบรวมศูนย์ ที่ช่วยให้ผู้คนสามารถเข้าถึงการใช้วิทยาศาสตร์ข้อมูล เทคโนโลยี machine learning และ AI ในระดับองค์กรได้ โดยมี Dataiku ที่ช่วยเสริมศักยภาพให้กับธุรกิจได้อย่างแตกต่าง เพื่อขับเคลื่อนประสบการณ์ด้านข้อมูลของพวกเขาจากการจัดเตรียมข้อมูลไปสู่การวิเคราะห์ข้อมูลในขนาดที่เหมาะสมสำหรับ AI สำหรับองค์กร ด้วยการสร้างความเข้าใจพื้นฐานให้กับผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลและนักสำรวจ แนวปฏิบัติที่ดี ทางลัดไปสู่ machine learning และการจัดการ/การนำ AI ไปใช้ รวมถึงสภาพแวดล้อมแบบรวมศูนย์ที่สามารถควบคุมได้ Dataiku จึงเป็นตัวแปรที่จะนำความเปลี่ยนแปลงมาสู่บริษัทที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่นี่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20200318005008/en/

ติดต่อ:

Laurel Toney
Strange Brew Strategies
dataiku@strangebrewstrategies.com

Radisys เปิดตัว Engage Video Assistant – บอตวิดีโอที่ขับเคลื่อนด้วย AI ตัวแรกของโลก

Logo

มอบประสบการณ์ผู้ใช้ดิจิตอลที่ไม่ซ้ำใครสำหรับอีคอมเมิร์ซ การมีส่วนร่วมกับแบรนด์ของผู้บริโภค และการบริการลูกค้า

HILLSBORO, โอเรกอน–(BUSINESS WIRE)–19 มีนาคม 2563

Radisys® Corporation ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นการสื่อสารโทรคมนาคมแบบเปิด ประกาศในวันนี้ว่า Radisys  Engage Video Assistant (EVA) ซึ่งเป็นบอตปฏิสัมพันธ์ลูกค้าดิจิตอลตัวแรกของโลกที่ไม่ใช้แอพแบบ AI  3-in-1 (วิดีโอ, เสียง, ข้อความ) พร้อมเปิดให้ใช้งานทั่วโลกแล้ว EVA ช่วยเหลือการให้บริการสนับสนุนลูกค้า ฝ่ายขาย และทีมการตลาดเพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยนำเสนอการปรับแต่งที่เป็นส่วนตัวมากขึ้นซึ่งผลักดันการสร้างลูกค้า การรักษาลูกค้าและความพึงพอใจของลูกค้าด้วยการประหยัดต้นทุนโดยการใช้ระบบอัตโนมัติ

Radisys' Engage Video Assistant - the World's First AI-powered Video Bot (Photo: Business Wire)

Radisys' Engage Video Assistant -บอตรูปแบบวิดีโอที่ขับเคลื่อนด้วย AI รายแรกของโลก (ภาพ: Business Wire)

ลูกค้าสามารถเข้าถึง EVA เพื่อโต้ตอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านการขาย ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ทูตของแบรนด์ แบรนด์อินฟลูเอ็นเซอร์ และตัวแทนฝ่ายดูแลลูกค้า – เพียงกดหมายเลขบริการลูกค้าปกติโดยใช้ Video over LTE (ViLTE) ที่สามารถใช้ร่วมกับสมาร์ทโฟน 4G / LTE หรือ 5G หรือโดยการคลิกลิงค์บนเว็บไซต์โดยไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลด นอกจากนี้ EVA สามารถรวมเข้ากับแอพมือถือได้ เอนจิ้น AI ที่ทรงพลังของ EVA นั้นสามารถกำหนดค่าที่ลูกค้าต้องการและส่งมอบข้อมูลที่ถูกต้อง และยามจำเป็นสามารถย้ายปฏิสัมพันธ์จาก บอตไปยังเจ้าหน้าที่ที่เป็นคนเพื่อทำให้แน่ใจว่าลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ต่อเนื่องและราบรื่นจากการใช้บริการจากเจ้าหน้าที่ที่เป็นคน

ในฐานะที่เป็นโซลูชันฉลากสีขาว EVA เสนอแพลตฟอร์มที่มีตัวเลือกการใช้งานที่ยืดหยุ่นทั้งในตัวเครือข่ายเอง หรือที่สามารถเข้าถึงได้จากระบบคลาวด์ มันช่วยเพิ่มช่องทางรายได้ใหม่ด้วยการให้บริการ Video Call โดยใช้บริการบอตสำหรับคอลเซ็นเตอร์ สำหรับ SMB และลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่และสามารถลดค่าใช้จ่ายของศูนย์ติดต่อด้วยการโต้ตอบอัตโนมัติด้วยเสียงหรือด้วยการใช้บอตข้อความเพียงลำพัง

ประเด็นที่สำคัญ

  • เทคโนโลยีในปัจจุบันมีเครื่องมือที่สามารถควบคุมและปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้าดิจิตอลด้วยการสร้างความผูกพันกับลูกค้าแบบที่ลูกค้าสามารถบริการตนเอง อย่างไรก็ตามในขณะที่ บอตแช็ต ผู้ช่วยดิจิตอลที่เปิดใช้งานด้วยเสียงและเทคโนโลยีอัตโนมัติอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกันกำลังช่วยให้ธุรกิจต่างๆสามารถปรับขนาดและความคล่องตัวได้อย่างคุ้มค่า แตมันยังขาดสัมผัสของมนุษย์ที่จำเป็นสำหรับประสบการณ์ของลูกค้าที่น่าพอใจ
  • แอปพลิเคชั่น Engage Video Assistant ช่วยให้ผู้ให้บริการศูนย์บริการและธุรกิจต่าง ๆ สามารถ ทำสิ่งต่าง ๆ ดังต่อไปนี้;
  • ทำให้การตอบโต้ การโอนสายและแอพมือถือหรือแอพแบบโต้ตอบด้วยเสียงพร้อมวิดีโอมีความเป็นมนุษย์
  • สร้างวิดีโอคำถามที่พบบ่อยสำหรับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่หรือปัญหาการสนับสนุนลูกค้าทั่วไป
  • ปรับปรุงบอทที่มีอยู่และโซลูชันการตอบสนองด้วยเสียง (IVR) แบบโต้ตอบที่ยุ่งยาก
  • ปรับขนาดอินฟลูเอ็นเซอร์และทูตของแบรนด์ให้อยู่ในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อนผ่านการโต้ตอบกับลูกค้าในแบบของคุณ
  • ลูกค้าสามารถใช้ได้ตามเวลาที่ต้องการ – ทั้งกลางวันและกลางคืนวันธรรมดาหรือวันหยุด – ด้วยการโต้ตอบวิดีโอแบบส่วนตัว
  • Engage Video Assistant ถูกใช้งานโดย Reliance Jio ผู้ให้บริการ VoLTE ที่ใหญ่ที่สุดในโลกให้บริการสมาชิก 370 ล้านคนในอินเดียและช่วยเหลือลูกค้าธุรกิจในการปรับปรุงการบริการลูกค้า ลดต้นทุนการสนับสนุนลูกค้าและเพิ่มประสิทธิภาพของตัวแทน

“ประสบการณ์การโทรที่ไม่ต้องใช้แอพของ Radisys ช่วยให้ธุรกิจและผู้ให้บริการมอบประสบการณ์การโทรในแบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน” Alan Quayle ที่ปรึกษาอิสระและผู้ก่อตั้ง TADHack และ TADHack Summit กล่าว “ การบูรณาการรวมเข้าด้วยกันได้อย่างง่ายดายช่วยลดต้นทุนการสนับสนุนลูกค้า และปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตด้วยการช่วยให้ลูกค้าได้รับสิ่งที่ต้องการเร็วขึ้นแบบที่มีความเป็นส่วนตัวโดยเฉพาะ”

 "การใช้วิดีโอเป็นวิธีที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถช่วยด้านประสบการณ์ เพิ่มจำนวนการคลิก และแปลงไปสู่การซื้อ" Al Balasco รองประธานฝ่ายโซลูชั่นการสื่อสารของ Radisys กล่าว "Engage Video Assistant เป็นแอพพลิเคชั่นบอตดิจิตอลตัวแรกที่รวมวิดีโอเสียงและข้อความเข้าด้วยกันเพื่อให้แบรนด์ที่พิเศษและการบริการลูกค้าที่แพร่หลายและปรับแต่งได้สำหรับการติดต่อลูกค้า B2B และ B2C ทุกที่ทุกเวลา"

เกี่ยวกับ Radisys

Radisys เป็นผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นและบริการด้านโทรคมนาคมแบบเปิด แพลตฟอร์มที่แยกออกจากกันและแบบบริการการรวมกันใช้ประโยชน์จากสถาปัตยกรรมและมาตรฐานอ้างอิงรวมกับซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์แบบเปิดทำให้ผู้ให้บริการสามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงแบบดิจิตอล โดย Radisys นำเสนอกลุ่มผลิตภัณฑ์โซลูชั่นแบบ end-to-end ตั้งแต่จุดปลายดิจิตอลไปจนถึงโซลูชันการเข้าถึงและแยกส่วนและเปิดกว้างไปจนถึงแอพพลิเคชั่นดิจิตอลที่น่าประทับใจและแพลตฟอร์มการมีส่วนร่วม องค์กรบริการเครือข่ายระดับโลกและมีประสบการณ์ช่วยมอบบริการครบวงจรเพื่อช่วยผู้ให้บริการสามารถสร้างและดำเนินการเครือข่ายที่ปรับขนาดได้และที่มีประสิทธิภาพสูงในราคาที่เหมาะสมที่สุด สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดเยี่ยมชม www.Radisys.com.

Radisys®เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Radisys เครื่องหมายการค้าอื่น ๆ ทั้งหมดเป็นทรัพย์สินของเจ้าของอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ดูคลังภาพ/มัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/52190634/en

ติดต่อ:

Nereus for Radisys

Lori Mesecke, +1-503-459-9150

lmesecke@nereus-worldwide.com