TUM ชนะเข้าสู่เส้นชัยใน Abu Dhabi Autonomous Racing League ที่ ASPIRE จัดขึ้นเป็นครั้งแรกที่ Yas Marina Circuit

Logo

  • TUM คว้าชัยชนะเข้าสู่เส้นชัยในรอบสุดท้าย นำหน้า CONSTRUCTOR, POLIMOVE และ UNIMORE
  • H.H. Sheikh Theyab ได้รับรางวัล Championship Trophy พร้อมกับ H.E. Faisal Al Bannai
  • การแข่งขันรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกดึงดูดผู้ชมมากกว่า 10,000 คนในสนามแข่งและผู้ชมกว่า 600,000 คนทางออนไลน์ใน 12 ชั่วโมง
  • รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติโดย AI แบบเต็มรูปแบบจำนวนแปดคันต่อสู้เพื่อชัยชนะชิงเงินรางวัล2.25 ล้านเหรียญสหรัฐ
  • รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติสี่คันที่ขับโดยมนุษย์แข่งขันเพื่อชัยชนะในการแข่งขันครั้งแรกของโลก
  • Daniil Kvyat อดีตนักขับรถแข่ง F1 สร้างความประทับใจแก่ฝูงชนด้วยชัยชนะอันเฉียดฉิวด้วยเวลา 10.38 วินาทีในการแข่งขันระหว่าง AI และฝีมือขับโดยมนุษย์
  • การแข่งขันความเร็วเพื่อยกระดับและการพัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ และสร้างสรรค์การเคลื่อนที่ในอนาคต

ABU DHABI, United Arab Emirates–(BUSINESS WIRE)–28 เมษายน 2024

TUM (Technical University of Munich) จาก Germany คว้าชัยชนะใน Abu Dhabi Autonomous Racing League (A2RL) ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกที่ Yas Marina Circuit เมื่อวันเสาร์ (27 เดือนเมษายน) เมื่อรถยนต์ทุกคันเรียงแถวกันตามเลนแข่ง พร้อมเสาอากาศ เซ็นเซอร์ ระบบควบคุม AI และระบบขับเคลื่อนด้วยสายไฟ แทนที่จะเป็นคนขับ ทั้งแปดทีมแข่งขันกันตลอดสองวัน  TUM เอาชนะการแข่งขันได้ด้วยทักษะการเขียนโปรแกรมและวิศวกรรมในรอบชิงชนะเลิศการแข่งขันรถยนต์สี่คันครั้งแรกของโลก เพื่อชิงเงินรางวัล 2.25 ล้านเหรียญสหรัฐ

TUM Races to Victory at ASPIRE’s Inaugural Abu Dhabi Autonomous Racing League at Yas Marina Circuit - (Photo: AETOSWire)

TUM ชนะเข้าสู่เส้นชัยใน Abu Dhabi Autonomous Racing League ที่ ASPIRE จัดขึ้นเป็นครั้งแรกที่ Yas Marina Circuit – (ภาพถ่าย: AETOSWire)

ในการผสมผสานการทดลองทางวิทยาศาสตร์ในสนามแข่ง เป็นครั้งแรกที่มีการนำเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติมาใช้ในสนามแข่ง พร้อมยกระดับกีฬาประเภทเอ็กซ์ตรีมอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน A2RL ดึงดูดผู้ชมมากกว่า 10,000 คนเข้ามาในสนามแข่งและได้รับความสนใจจากผู้ชมทางออนไลน์ได้มากกว่า 600,000 คนในเวลาเพียง 12 ชั่วโมง งานนี้จัดขึ้นโดย ASPIRE ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Advanced Technology Research Council (ATRC) ของ Abu Dhabi A2RL ผสมผสานการแข่งขันรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติและ AI เข้าด้วยกันเพื่อการพัฒนาระบบและเทคโนโลยีอัตโนมัติระดับโลก

หลังจากใช้เวลาในการเตรียมงานอย่างพิถีพิถันเป็นเวลาหลายเดือนเพื่อปรับแต่งอัลกอริทึ่ม AI เพื่อจำลองการขับเคลื่อนของรถยนต์ Dallara Super Formula SF23 ที่ปรับแต่งโดย A2RL เพื่อทดสอบขีดจำกัดความเฉลียวฉลาดของมนุษย์และความสามารถของ AI แต่ละทีมมีการใช้รถแข่ง Super Formula ที่เหมือนกัน ซึ่งเป็นรถแข่งแบบล้อเปิดที่เร็วที่สุดในโลกรองจาก Formula One ซึ่งมีการดัดแปลงเพื่อการแข่งขันรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติโดย Technology Innovation Institute (TII) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ ASPIRE

ทีมมีการเผชิญกับความซับซ้อนในการเขียนโปรแกรม นับจากการทำความเข้าใจในระดับการยึดเกาะ การจัดการกับอุณหภูมิของยาง การคาดการณ์การเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้ และการแซงให้สำเร็จ และการดำเนินงาน SF23 ที่ขีดจำกัดของการยึดเกะ AI จะต้องดำเนินการทุกสิ่งที่นักแข่งรถจะทำในช่วงขณะนั้นๆ นอกเหนือจากนี้ ด้วยรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติสี่คันแข่งขันกันบนสนามแข่งพร้อมกัน เป็นก้าวแรกของโลกและเป็นการเพิ่มความท้าทายขึ้นอีกระดับหนึ่ง

ในการแข่งขันรอบสุดท้าย ทีมจากเยอรมัน TUM คว้าชัยชนะอันดับหนึ่งโดยแซงอย่างเฉียดฉิว เมื่อทีมจากอิตาลี UNIMORE ที่อยู่ข้างหน้าชะลอความเร็วลงและหยุดลงในสนาม ทีมงานได้รับการแสดงความยินดีบนสนามแข่งจาก H.H. Theyab bin Mohamed bin Zayed ผู้มอบถ้วยรางวัล Championship Trophy ร่วมกับ H.E. Faisal Al Bannai เลขาธิการ ATRC และที่ปรึกษาด้านการวิจัยเชิงกลยุทธ์และเทคโนโลยีขั้นสูงของประธานาธิบดีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

Simon Hoffmann ผู้อำนวยการทีม กล่าว “งานนี้เป็นงานที่พิเศษยิ่ง และตอนจบเป็นช่วงเวลาที่พีคที่สุดของพวกเรา พวกเรารู้สึกตื่นเต้นยิ่งนักกับผลลัพธ์ที่ได้ เพราะเป็นการแสดงถึงความสามารถด้านวิศวกรรมโดยรวมของเรา ความเชี่ยวชาญในการเขียนโปรแกรม และความมุ่งมั่นที่แท้จริง รวมถึงเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงพลังอันเหลือเชื่อของ AI ในการผลักดันวิวัฒนาการระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติไปสู่อนาคต!”

ผู้ชมล้วนเพลิดเพลินกับการแข่งขันระหว่าง AI และมนุษย์อันน่าตื่นตาตื่นใจ โดย Technology Innovation Institute (TII) มีการนำรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติมาปะทะแข่งขันกับนักแข่ง Formula One ผู้โด่งดังเช่น Daniil Kvyat โดย Kvyat ยังคงสามารถรักษาตำแหน่งและเอาชนะนักแข่งระบบอัตโนมัติได้ด้วยเวลา 10.38 วินาที ในการแข่งขันช่วงเวลา 45 นาทีนี้ได้แสดงให้เห็นถึงความใกล้เคียงของระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติกับคนขับที่เป็นมนุษย์

H.E. Al Bannai กล่าว “จาก Abu Dhabi Autonomous Racing League เราได้จุดประกายการปฏิวัติขึ้นในวงการแข่งรถ โดยการจัดการแข่งขันระหว่างรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติอย่างเต็มรูปแบบและการขับเคลื่อนโดยมนุษย์ เป็นการกำหนดบทบาทใหม่ของ UAE สำหรับนวัตกรรมใหม่และเป็นแบบอย่างแก่วงการรถยนต์ระดับโลก งานนี้ไม่ใช่เป็นเพียงการแข่งขันเท่านนั้น แต่ยังเป็นการเปลี่ยนถ่ายช่วงเวลาสำหรับเทคโนโลยี จินตนาการ และความผสมผสานเข้าด้วยกัน A2RL เป็นเสมือนสัญลักษณ์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนรุ่นต่อไปทั้งการสร้างสรรค์ระบบใหม่ให้เป็นจริงยิ่งขึ้นและระบบเสมือนให้ดูสมจริง รวมทั้งยังสร้างสรรค์อนาคตเพื่อทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้กลายเป็นจริงขึ้นมาในที่สุด”

H.E. Dr. Sultan Al Jaber รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง และ Group MD & CEO ของ ADNOC ในฐานะผู้สนับสนุนหลัก กล่าวว่า “ความก้าวหน้าด้านปัญญาประดิษฐ์เป็นสัญญาณแห่งการเปลี่ยนถ่ายสำหรับทุกอุตสาหกรรม A2RL แสดงให้เห็นถึงการประยุกต์ใช้ AI และในฐานะผู้สนับสนุนหลัก ADNOC มีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่มีส่วนช่วยผลักดันการสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม”

Stephane Timpano, CEO ของ ASPIRE กล่าวว่า “การเปิดตัว A2RL เป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าวงการกีฬาและเทคโนโลยี โดยจะเกิดผลที่ยั่งยืนต่อไปในอีกหลายปีข้างหน้า และเราจะมีการขยายขอบเขตการมุ่งเน้นของเราให้ครอบคลุมยานพาหนะอื่นๆ ในประเภทต่างๆ ให้กว้างขึ้นอีกในอนาคต ขณะเดียวกัน ก็จะมีการดึงดูดผู้มีความสามารถระดับสูงทั่วโลกเพื่อแสดงศักยภาพของพวกเขาให้โลกได้ประจักษ์”

นอกเหนือจากกิจกรรมหลักในงานนี้ A2RL STEM Challenge สำหรับนักเรียนมัธยมปลายและระดับปริญญาตรีที่มีอายุระหว่าง 14 และ 21 ยังได้ดึงดูดความสนใจของโรงเรียนในท้องถิ่นถึง 18 แห่งให้เข้าร่วม นอกเหนือจาก Boys and Girls Club จาก Southeastern Michigan เพื่อเข้ามาแสดงองค์ความรู้ ทักษะ และนวัตกรรม โดยการแข่งขันรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติขนาด 1:8 และผู้ชนะการแข่งขัน A2RL STEM Challenge ในครั้งนี้คือ Heriot-Watt University

A2RL เป็นผู้บุกเบิกการผสมผสานองค์ประกอบจริงและเสมือนเป็นครั้งแรกในการแข่งขันรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ โดยจะมีการกำหนดอวตาร์เฉพาะตัวให้กับแปดทีมที่เข้ารอบสุดท้าย และมีการผสมผสานเทคโนโลยี Virtual Reality (VR) อันล้ำสมัยก่อนกาล F1 เข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งจุดประกายประสบการณ์สำหรับแฟนๆ ทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ แฟนๆ ในงานที่ Yas Marina Circuit สามารถเพลิดเพลินกับเวิร์คช้อป STEM เชิงลึก ความท้าทายสำหรับ VR ที่น่าตื่นตาตื่นใจ เครื่องจำลอง Gran Turismo รถ doodle และพิพิธภัณฑ์ Raceum AI รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย งานในครั้งนี้ปิดตัวด้วยการแสดงพลุดอกไม้ไฟและโดรนอันตระการตา ส่องสว่างในสนาม Yas Marina Circuit

A2RL 2024 ได้รับการสนับสนุนความสำเร็จโดย ADNOC ในฐานะผู้สนับสนุนหลัก และพันธมิตรชั้นนำ รวมถึง Du, DMT, AWS และ Mubadala ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางของงานในครั้งนี้

สามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับทีมที่เข้าร่วมแข่งขันทั้งแปดทีมและอัปเดตอื่นๆ ได้ที่ A2RL.io

แหล่งข้อมูลAETOSWire

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่https://www.businesswire.com/news/home/53959012/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ติดต่อ

Jennifer Dewan, Senior Director of Communications
Jennifer.dewan@tii.ae

แหล่งข้อมูล: Abu Dhabi Autonomous Racing League (A2RL)







กราเดียนท์ (Gradiant) เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ CURE Chemicals พร้อมลงสู่ตลาดอุตสาหกรรมสำคัญของโลก

Logo

จัดเต็มกับผลงานด้านสูตรทางเคมีที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะกว่า 300 รายการ ที่มาพร้อมด้วยองค์ความรู้จากการทำงานจริงและประสบการณ์ด้านการให้บริการระดับโลกเพื่อยกระดับประสิทธิภาพและความยั่งยืน ทั้งยังช่วยลดต้นทุนให้ได้มากที่สุด

เมืองบอสตัน (BOSTON)–(BUSINESS WIRE)–29 เมษายน 2024

ในวันที่ 16 เมษายน 2567 กราเดียนท์ (Gradiant) ผู้ให้บริการระบบบำบัดน้ำและน้ำเสียขั้นสูงระดับโลกแบบครบวงจร ได้แถลงเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ CURE Chemicals แล้ววันนี้ เพื่อสานต่อภารกิจด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการค้าของกราเดียนท์ (Gradiant) โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ CURE Chemicals พร้อมเป็นผู้สร้างหลักเกณ์ใหม่ด้านความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพให้กับอุตสาหกรรมสำคัญต่าง ๆ ของโลก

กลุ่มผลิตภัณฑ์ของ CURE Chemicals นั้นประกอบด้วยสูตรสารยับยั้งการกัดกร่อนและตะกรัน สารเคมีแปรรูป ไบโอไซด์ เคมีล้างตะกรันและน้ำยาทำความสะอาด ไปจนถึงสารสร้างตะกอนและสารเร่งการรวมตะกอนที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะกว่า 300 รายการ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ผ่านการออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้กับกระบวนการบำบัดน้ำ โดยช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้ได้มากที่สุด

การเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ CURE Chemicals เป็นเหมือนหมุดหมายสำคัญสำหรับกราเดียนท์ (Gradiant) ในการขยายผลงานให้ครอบคลุมไปถึงสารเคมีชนิดพิเศษที่จะมาช่วยเสริมขีดความสามารถด้านการบำบัดน้ำของเราได้อย่างครบวงจร” ปรากาช โกวินตัน (Prakash Govindan)  ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) ของ กราเดียนท์ (Gradiant) กล่าว “ตอนนี้เราคือธุรกิจด้านการบำบัดน้ำที่มีผลงานทครอบคลุมครบจบในหนึ่งเดียว โดยให้บริการในรูปแบบที่สามารถออกแบบได้เองตามความต้องการ มีอุปกรณ์ที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะ มีบริการการเดินระบบและซ่อมบำรุง (O&M) และมีสารเคมีชนิดพิเศษที่จัดเตรียมไว้แล้วโดยเฉพาะเพื่อส่งมอบความเชี่ยวชาญอย่างครบวงจรด้วยเทคโนโลยี SmartOps AI ที่เข้ามาเสริมประสิทธิภาพให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างอัจฉริยะและมีความถูกต้องแม่นยำสูง”

CURE ได้ผ่านการพัฒนาด้วยการวิจัยที่ล้ำสมัยผสมผสานกับข้อเสนอแนะด้านการปฏิบัติงานที่ได้มีการปรับแต่งให้ตรงตามข้อกำหนดของอุตสาหกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ไปจนถึงพลังงานหมุนเวียน อุตสาหกรรมเหมืองแร่ไปจนถึงอุตสาหกรรมพลังงาน และอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มไปจนถึงอุตสาหกรรมยารักษาโรค “เราดีใจเป็นอย่างยิ่งที่สามารถนำวิธีการเชิงเคมีนี้ลงสู่ตลาดโลกได้เป็นผลสำเร็จ ซึ่งไม่เพียงแต่ทำผลงานได้ดีกว่าบริษัทผู้ครองตลาด แต่ยังสามารถปฏิบัติตามมาตรฐานสูงสุดด้านความปลอดภัยและความยั่งยืนได้ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดึงดูดใจลูกค้าได้เป็นอย่างดี” Vipan Kalia หัวหน้าฝ่ายเคมีของกราเดียนท์ (Gradiant) กล่าว

หากคุณอยากรู้ว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์ CURE Chemicals มีประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานของคุณอย่างไร สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ gradiant.com/solutions/cure-chemicals

เกี่ยวกับ กราเดียนท์ (Gradiant)

กราเดียนท์ (Gradiant) เป็นผู้ให้บริการระบบบำบัดน้ำและน้ำเสียขั้นสูงระดับโลกแบบครบวงจรที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะซึ่งขับเคลื่อนโดยผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านน้ำ จึงทำให้บริษัทพร้อมให้บริการต่อภารกิจที่สำคัญของลูกค้าในอุตสาหกรรมสำคัญต่าง ๆ ของโลก ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ยารักษาโรค อาหารและเครื่องดื่ม ลิเทียมและแร่ธาตุที่สำคัญตลอดจนพลังงานหมุนเวียน นวัตกรรมของ (Gradiant) ช่วยลดการใช้น้ำและการปล่อยน้ำเสีย กเรียกคืนทรัพยากรที่มีคุณค่า และยังช่วยฟื้นฟูน้ำเสียให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่เป็นน้ำสะอาดได้ โดยบริษัทมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองบอสตันก่อตั้งขึ้นที่สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) และปัจจุบันมีพนักงานกว่า 1,000 คนทั่วโลก ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ gradiant.com

     ช่องทางติดต่อบริษัท
     ฟิลิกซ์ หวัง (Felix Wang)
     กราเดียนท์ (Gradiant)
     ประธานฝ่ายการตลาดระหว่างประเทศ
     fwang@gradiant.com

     แหล่งที่มา: Gradiant

‘World of Coffee & World Barista Championship Busan 2024’ เตรียมเปิดตัวในวันที่ 1 เดือนพฤษภาคม

Logo

อีเว้นท์ Global Specialty Coffee จัดขึ้นที่ BEXCO, Busan เป็นครั้งแรกในเอเชีย

World of Coffee & World Barista Championship Busan จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 4 เดือนพฤษภาคม ที่ BEXCO

BUSAN, South Korea–(BUSINESS WIRE)–24 เมษายน 2024

บุคคลสำคัญในวงการกาแฟและบาริสต้าระดับโลกจะมารวมตัวกันที่ BEXCO, Busan ในเดือนพฤษภาคม

World of Coffee & World Barista Championship Busan is held from May 1st to 4th at BEXCO, Busan. (Graphic: EXPORUM)

World of Coffee & World Barista Championship Busan จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 4 เดือนพฤษภาคม ที่ BEXCO, Busan (กราฟิก: EXPORUM)

ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมกาแฟเฉพาะทางจากทั่วโลกจะมารวมตัวกันที่ BEXCO, Busan ตั้งแต่วันที่ 1-4 เดือนพฤษภาคม ปี 2024 เพื่อร่วมงาน World of Coffee ที่จัดขึ้นครั้งแรกในเอเชีย โดยอีเว้นท์นี้ยังมีการจัดการแข่งขัน 2024 World Barista Championship อีกด้วย โดยจะมีบาริสต้าระดับท็อปจากทั่วโลกมารวมตัวกัน Specialty Coffee Association (SCA) มีการดำเนินงานร่วมกันกับเมือง Busan ผู้เป็นเจ้าภาพ และผู้จัดงาน EXPORUM โดยได้รับการสนับสนุนจาก 2024 Portrait Country จากอินโดนีเซีย เพื่อเปิดตัว World of Coffee ใน Busan ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมกาแฟในเอเชีย โดยคาดว่า จะมีผู้ร่วมงานจากทั่วโลกกว่า 20,000 คน รวมถึงผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม 12,000 รายจากกว่า 70 ประเทศ มาร่วมอีเว้นท์นี้ที่ BEXCO โดยจะมีส่วนร่วมไม่เฉพาะสำหรับอีเว้นท์นี้เท่านั้น แต่ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นอีกด้วย

จะมีบริษัทกาแฟทั้งในและต่างประเทศมากกว่า 280 แห่งจะมาเข้าร่วมงาน 'World of Coffee 2024' โดยจะมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และบริการที่เกี่ยวข้องกับกาแฟ รวมถึงนิทรรศการ Roaster Village เพื่อแนะนำร้านกาแฟและแบรนด์โรงคั่วเมล็ดกาแฟทั้งในและต่างประเทศ นอกเหนือจากนี้ กิจกรรมต่างๆ เช่น การสร้างเครือข่ายกับผู้ที่ชื่นชอบกาแฟทั่วโลกที่ 'SCA Community Lounge' สัมผัสประสบการณ์และประเมินกาแฟจากที่ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศใน 'Cupping Room' และจะมีการจัดสัมมนาเพื่อให้สามารถสัมผัสประสบการณ์และส่งเสริมวัฒนธรรมกาแฟใหม่ๆ เพื่อสร้างแพลตฟอร์มสำหรับประสบการณ์ที่หลากหลายและแสดงเทรนด์ที่เป็นตัวแทนของกาแฟระดับโลก

World Barista Championship จะมีการจัดขึ้นอีกครั้งที่เกาหลีหลังจากที่มีการจัดขึ้นครั้งสุดท้ายที่ Cafe Show Seoul เจ็ดปี ผู้เข้าแข่งขันต่างแสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์เอสเพรสโซที่เป็นนวัตกรรมใหม่ทั้งหลักสูตรเอสเพรสโซ นม และเครื่องดื่มที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ด้วยแนวทางและเครื่องมือที่ล้ำสมัย ซึ่งมีผลสะท้อนที่ดีและยั่งยืนต่ออุตสาหกรรม

Yannis Apostolopoulos ประธาน Specialty Coffee Association ซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดงาน 'World of Coffee & World Barista Championship Busan 2024' แสดงความคาดหวังในงานนี้ว่า จะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมกาแฟของเกาหลี และเป็นก้าวใหม่สำหรับ 'World of Coffee Asia' เพื่อกำหนดภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมและอนาคตของตลาดกาแฟในเอเชีย

จะมีการจำหน่ายบัตรเข้าร่วมงานล่วงหน้าบนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ World of Coffee Asia จนถึงวันที่ 28 เดือนเมษายน และจากนั้น จะมีการจำหน่ายเฉพาะในงานเท่านั้น สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมนิทรรศการและซื้อบัตรได้ที่ https://asia.worldofcoffee.org/

[ข้อมูลอ้างอิง] ภาพรวม ‘World of Coffee & World Barista Championship Busan 2024’

  • หัวข้อ: World of Coffee & World Barista Championship Busan 2024
  • หมายกำหนดการ: วันที่ 1 (พุธ) ~ 4 (เสาร์) เดือนพฤษภาคม ปี 2024 เป็นเวลา 4 วัน เวลา 10:00~17:00
  • สถานที่: Exhibition Center 1, BEXCO, Busan, Republic of Korea
  • จัดงานโดย: Specialty Coffee Association (SCA)
  • เจ้าภาพในการจัดงานโดย: Busan Metropolitan City
  • ดำเนินงานโดย: Busan Technopark, EXPORUM

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/53951815/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ติดต่อ

EXPORUM
Togo Communication
Park Min
mint@togocomm.kr

แหล่งข้อมูล: EXPORUM

Gansu Hengyuan Dongli New Energy Limited Company เข้าร่วมการประชุมซัมมิทด้านพลังงานอนาคตของโลก และประกาศแผนการลงทุนด้านอุตสาหกรรม

Logo

ABU DHABI–(BUSINESS WIRE)–21 เมษายน 2024

ตั้งแต่วันที่ 15 ถึง 20 เดือนเมษายน ปี 2024 ตัวแทนของรัฐบาลมณฑล Gansu และหน่วยงานรัฐบาลเมือง Jiuquan ได้เข้าร่วมการประชุมซัมมิทด้านพลังงานอนาคตของโลกที่อาบูดาบี รวมทั้งมีการเยือนดูไบและซาอุดีอาระเบียด้วย ในช่วงเวลานี้ Gansu Hengyuan Dongli New Energy Limited Company ได้ลงนามในสัญญากับผู้ซื้อพลังงานแสงอาทิตย์จากต่างประเทศหลายราย ซึ่งถือเป็นการเปิดช่องทางการขายใหม่ระหว่างประเทศสำหรับบริษัทผลิตพลังงานเซลล์แสงอาทิตย์แบบใหม่ของจีน

Hengyuan Dongli New Energy President Xian Xiaoli Signs Contract at the World Future Energy Summit, Abu Dhabi (Photo: Business Wire)

“Xian Xiaoli ประธานบริษัท Hengyuan Dongli New Energy ลงนามในสัญญาในการประชุมซัมมิทด้านพลังงานอนาคตของโลกที่อาบูดาบี (ภาพถ่าย: Business Wire)”

ผู้นำมณฑล Gansu และนายกเทศมนตรีของ Jiuquan เข้าร่วมพิธีลงนามในดูไบ ในพิธีลงนาม Ms. Xian Xiaoli ประธานบริษัทของ Gansu Hengyuan Dongli New Energy Limited Company กล่าวว่า “'การสร้างโลกสีเขียวและเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน' เป็นเป้าหมายการพัฒนาของ Gansu Hengyuan Dongli New Energy Limited Company และ 'ให้ความสำคัญในเทคโนโลยีและมุ่งเน้นในคุณภาพ' เป็นมาตรฐานที่ Hengyuan Dongli ยึดถืดมาตลอดในการสำรวจตลาดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ”

Gansu Hengyuan Dongli New Energy Limited Company ตอบสนองต่อความคำเรียกร้องเชิงกลยุทธ์เกี่ยวกับ “การลดระดับคาร์บอนและการปรับความเป็นกลางของคาร์บอน” โครงการสร้างฐานโมดูลเซลล์แสงอาทิตย์ขนาด 6GW ที่บริษัทลงทุนในเมือง Jiuquan ครอบคลุมพื้นที่ 152 mu ด้วยเงินลงทุนประมาณ 4 พันล้านหยวน (553 ล้านเหรียญสหรัฐโดยประมาณ) ซึ่งสายการผลิตขนาด 2.4GW ได้เสร็จสมบูรณ์และเปิดดำเนินการแล้ว สายการผลิตที่เหลืออยู่ในระหว่างการก่อสร้าง บริษัทวางแผนที่จะลงทุนในโครงการสร้างฐานแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงขนาด 5GW เพิ่มเติม โดยครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 240 mu ด้วยเงินลงทุนประมาณ 4 พันล้านหยวน (553 ล้านเหรียญสหรัฐโดยประมาณ). ในการจัดตั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์สำหรับพลังงานใหม่ Hengyuan วงปิดแบบครบวงจร และสร้างสวนสาธิตอุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์สำหรับพลังงานใหม่ โดยบริษัทมีแผนการที่จะสร้างโรงงานผลิตอินเวอร์เตอร์ โรงงานผลิตแผงยึดเซลล์แสงอาทิตย์ และโรงงานผลิตสายไฟและสายเคเบิลในลำดับต่อไป โดยครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 160 mu และด้วยเงินลงทุนประมาณ 2 พันล้านหยวน

โมดูลเซลล์แสงอาทิตย์ Hengyuan มุ่งเน้นในเอาท์พุทพลังไฟสูงและมีความน่าเชื่อถือเป็นอย่างยิ่ง รวมถึงสามารถลดต้นทุนของระบบโดยรวมและเพิ่มรายได้ของนักลงทุนอย่างมีนัยะสำคัญ บริษัทมีการใช้อุปกรณ์สำหรับสายการผลิตอัจฉริยะประสิทธิภาพสูงล่าสุด เพื่อตอบสนองข้อกำหนดเฉพาะต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ เช่น  182 และ 210 โดยบริษัทมีการร่วมมือในเชิงลึกกับองค์กรที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เพื่อร่วมกันส่งเสริมการวิจัยและการพัฒนา รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีด้านพลังงานใหม่ นอกเหนือจากนี้ บริษัทยังได้จัดตั้งสถาบันวิจัยเทคโนโลยีด้านพลังงานใหม่ในเมือง Jiuquan มณฑล Gansu ซึ่งนำโดยทีมผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการระดับชาติจากจีน โดยมุ่งเน้นการลงทุนในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านพลังงานใหม่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการอัปเกรดอย่างต่อเนื่อง และการดำเนินการซ้ำในเทคโนโลยีอุตสาหกรรมระดับองค์กรอย่างต่อเนื่อง รวมถึงส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานใหม่อย่างรวดเร็วในภูมิภาคท้องถิ่น และแม้กระทั่งภูมิภาคตะวันตกพร้อมบริการ

นี่เป็นผลลัพธ์จากวิสัยทัศน์การพัฒนาของ Gansu Hengyuan Dongli New Energy Limited Company เกี่ยวกับพลังงานใหม่จากเซลล์แสงอาทิตย์ ซึ่งมีฐานที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของจีน โดยให้บริการครอบคลุมทั้งประเทศ และเอเชียกลาง แม้กระทั่งตลาดโลกด้วยเช่นกัน

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/53939513/en

ติดต่อ

บริษัท: Gansu Hengyuan Dongli New Energy Limited Company
ติดต่อ: Meng Lu
อีเมล: Salesoffice@hengyuannewenergy.com
เว็บไซต์: www.hengyuannewenergy.com
https://www.youtube.com/watch?v=gzeTRyUS3sk
โทร: +86156 2023 3138

แหล่งข้อมูล: Hengyuan Dongli New Energy

Photo Captions:

“Xian Xiaoli ประธานบริษัท Hengyuan Dongli New Energy ลงนามในสัญญาในการประชุมซัมมิทด้านพลังงานอนาคตของโลกที่อาบูดาบี (ภาพถ่าย: Business Wire)”

“พิธีลงนาม Hengyuan Dongli New Energy ในการประชุมซัมมิทด้านพลีงงานอนาคตของโลกที่อาบูดาบี (ภาพถ่าย: Business Wire)”


MidOcean Energy ของ EIG เข้าซื้อหุ้นร้อยละ 20 ใน Peru LNG แล้ว

Logo

วอชิงตัน–(BUSINESS WIRE)–23 เมษายน 2024

บริษัทก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) MidOcean Energy (“MidOcean” หรือ ในที่นี้จะเรียกโดยย่อว่า “บริษัท”) ที่ก่อตั้งและบริหารจัดการโดย EIG ซึ่งเป็นนักลงทุนสถาบันชั้นนำในภาคพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก ได้ประกาศในวันนี้เกี่ยวกับการบรรลุข้อตกลงที่ได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้เพื่อซื้อหุ้น 20 เปอร์เซ็นต์ของ SK Earthon (“SK”) ใน Peru LNG (“PLNG”) ซึ่งเป็นเจ้าของและผู้ดำเนินการโรงงานส่งออก LNG แห่งแรกในอเมริกาใต้

สินทรัพย์ของ PLNG ประกอบด้วยโรงงานแปรรูปก๊าซธรรมชาติที่มีกำลังการผลิต 4.45 ล้านเมตริกตันต่อปี (mmtpa), ท่อส่งยาว 408 กม. ที่เจ้าของเป็นเจ้าของเองซึ่งมีกำลังการผลิต 1,290 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน (mmcf/d), ถังเก็บขนาด 130,000 ลบ.ม. จำนวน 2 ถัง, เป็นเจ้าของโดยสมบูรณ์ของท่าเรือทางทะเลยาว 1.4 กม.  และสถานที่ขนถ่ายรถบรรทุก  ด้วยความจุสูงถึง 19.2 mmcf/d  ภายใต้การดำเนินการโดย Hunt Oil Company PLNG เป็นหนึ่งในโรงงานผลิต LNG เพียงสองแห่งในละตินอเมริกา ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองปัมปา เมลโชริต้า ซึ่งตั้งอยู่ทางใต้จากเมืองลิมาไป 170 กม.

De la Rey Venter ซีอีโอของ MidOcean Energy กล่าวว่า “การเสร็จสิ้นการลงทุนครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่เราได้พยายามสร้างพอร์ตโฟลิโอสินทรัพย์ LNG ให้หลากหลายและและมีความยืดหยุ่นในระดับโลก PLNG ซึ่งเป็นผู้ส่งออก LNG เพียงแห่งเดียวในอเมริกาใต้ จึงมีความโดดเด่นในตลาดโลก นอกจากนั้น PLNG ยังมีบทบาทสำคัญในการจัดหาก๊าซและ LNG ให้กับลูกค้าในเปรู เราหวังว่าจะได้เป็นหุ้นส่วนที่แข็งแกร่งกับผู้ร่วมทุนของ PLNG และจะรักษาผลกระทบเชิงบวกของ PLNG ต่อไปในหลายปีข้างหน้า”

การทำธุรกรรมนี้เสร็จสมบูรณ์หลังจากการประกาศล่าสุดของ MidOcean เกี่ยวกับการลงทุนเชิงกลยุทธ์โดย Mitsubishi Corporation และการเสร็จสมบูรณ์ในการเข้าซื้อกิจการของ Tokyo Gas Co. Ltd. ในโครงการ LNG แบบบูรณาการของออสเตรเลีย

ในการทำธุรกรรมของ MidOcean ครั้งนี้ Morgan Stanley ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินแต่เพียงผู้เดียว และ Latham & Watkins ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษากฎหมาย

ข้อมูลเกี่ยวกับ EIG

EIG คือนักลงทุนสถาบันชั้นนำในภาคพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก ซึ่งมีมูลค่าภายใต้การบริหาร 22.9 พันล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2566 โดย EIG เชี่ยวชาญในการลงทุนภาคเอกชนในด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับพลังงานในระดับโลก ตลอดระยะเวลาดำเนินการ 41 ปี EIG ได้ทุ่มเงินกว่า 47.1 พันล้านดอลลาร์ให้กับภาคพลังงานผ่านโครงการหรือบริษัทมากกว่า 405 แห่งใน 42 ประเทศใน 6 ทวีป ลูกค้าของ EIG ประกอบด้วยแผนบำนาญ บริษัทประกันภัย กองทุนการกุศล มูลนิธิ และกองทุนความมั่งคั่งชั้นนำหลายแห่งในสหรัฐอเมริกา เอเชีย และยุโรป EIG มีสำนักงานใหญ่ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยมีสำนักงานอยู่ในฮูสตัน ลอนดอน ซิดนีย์ รีโอเดจาเนโร ฮ่องกง และโซล

ข้อมูลเกี่ยวกับ MidOcean Energy

MidOcean Energy ซึ่งเป็นบริษัท LNG ที่ก่อตั้งและบริหารจัดการโดย EIG มุ่งมั่นที่จะสร้างพอร์ตโฟลิโอ LNG ระดับโลกที่มีความหลากหลาย ยืดหยุ่น คุ้มทุน ที่แข่งขันกับคาร์บอนได้ ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อของ EIG ที่มีต่อ LNG ในฐานะตัวขับเคลื่อนที่สำคัญในการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงาน และความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของ LNG ซึ่งถือว่าเป็นทรัพยากรพลังงานเชิงกลยุทธ์ในทางภูมิศาสตร์การเมือง  MidOcean Energy นำโดย De la Rey Venter ผู้คร่ำหวอดในวงการอุตสาหกรรมมาเป็นเวลา 26 ปี ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารอาวุโสหลายตำแหน่ง รวมถึงตำแหน่ง Global Head of LNG ของ Shell Plc ด้วย

ท่านสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ของ EIG ที่ www.eigpartners.com หรือเว็บไซต์ของ MidOcean Energy ที่ www.midoceanenergy.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ติดต่อ

ข้อมูลในการติดต่อ EIG

เอฟจีเอส โกลบอล

 เคลลี่ คิมเบอร์ลี / แบรนดอน เมสซินา
+1 212-687-8080
EIG@fgsglobal.com

ที่มา: EIG

KnowBe4 ซื้อกิจการ Egress

Logo

การเพิ่มโซลูชันการรักษาความปลอดภัยอีเมลบนคลาวด์ของ Egress ลงในชุดผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมของ KnowBe4 จะสร้างแพลตฟอร์มความปลอดภัยทางไซเบอร์ขั้นสูงที่ใหญ่ที่สุดและขับเคลื่อนด้วย AI สําหรับการจัดการความเสี่ยงของมนุษย์

แทมปา เบย์ ฟอลริดา–(BUSINESS WIRE)–24 เมษายน 2024

KnowBe4 ผู้ให้บริการการฝึกอบรมการตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยที่ใหญ่ที่สุดในโลก และแพลตฟอร์มฟิชชิ่งจําลอง ประกาศในวันนี้ว่า บริษัทได้ทําข้อตกลงขั้นสุดท้ายเพื่อซื้อกิจการ Egress ซึ่งเป็นผู้นําด้านการรักษาความปลอดภัยอีเมลบนคลาวด์ที่ปรับเปลี่ยนได้และบูรณาการ ชุดการรักษาความปลอดภัยอีเมลอัจฉริยะของ Egress มีชุดเครื่องมือรักษาความปลอดภัยที่ปรับขนาดได้ และเปิดใช้งาน AI พร้อมความสามารถในการเรียนรู้แบบปรับเปลี่ยนได้ เพื่อช่วยป้องกัน ปกป้อง และคุ้มครององค์กรจากภัยคุกคามความปลอดภัยทางไซเบอร์ของอีเมลที่ซับซ้อน ไม่มีการเปิดเผยเงื่อนไขเพิ่มเติมของการทําธุรกรรม

องค์กรต่างๆ ทั่วโลกพยายามดิ้นรนเพื่อควบคุมการละเมิดข้อมูลตามพฤติกรรม โดย 74 เปอร์เซ็นต์ของเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับองค์ประกอบของมนุษย์ ตามรายงานการตรวจสอบการละเมิดข้อมูลของ Verizon การเข้าซื้อกิจการ Egress นั้น KnowBe4 วางแผนที่จะนําเสนอแพลตฟอร์มเดียวที่รวบรวมข่าวกรองภัยคุกคามแบบไดนามิก โดยนําเสนอการรักษาความปลอดภัยอีเมลที่ใช้ AI และการฝึกอบรมที่ปรับแต่งโดยอัตโนมัติตามความเสี่ยง

“อนาคตของการรักษาความปลอดภัยคือการควบคุมที่ขับเคลื่อนด้วย AI ส่วนบุคคล และการฝึกสอนแบบเรียลไทม์ ด้วยการให้บริการแพลตฟอร์มเดียวจาก KnowBe4 และ Egress ลูกค้าของเราจะได้รับประโยชน์จากการตรวจจับภัยคุกคามโดยรวมที่แตกต่าง เพื่อนําหน้าภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่พัฒนาอยางต่อเนื่อง และส่งเสริมวัฒนธรรมการรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง” Stu Sjouwerman ซีอีโอของ KnowBe4 กล่าว “ในฐานะพันธมิตรการบูรณาการมานานกว่าหนึ่งปี โดยมีความสอดคล้องทางปรัชญาและวัฒนธรรมที่แข็งแกร่ง การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ถือเป็นความก้าวหน้าตามธรรมชาติสําหรับทั้งสองบริษัทในการยกระดับการจัดการความเสี่ยงของมนุษย์และการรักษาความปลอดภัยอีเมลบนคลาวด์ไปอีกขั้น”

“KnowBe4 และ Egress มีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการส่งมอบการรักษาความปลอดภัยที่ปรับให้เหมาะสม และเกี่ยวข้องกับพนักงานแต่ละคน” Tony Pepper ซีอีโอของ Egress กล่าว “หนึ่งในความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่องค์กรต้องเผชิญคือ การระบุอย่างแม่นยําว่าใครคือต้นตอของการประนีประนอมรายต่อไป และเพราะเหตุใด ด้วยการรวมข่าวกรองและการวิเคราะห์จากแอปพลิเคชันแบบบูรณาการ บริษัทต่างๆ จะได้รับข้อมูลเชิงลึกอันมีค่าทั่วทั้งระบบนิเวศไซเบอร์ ซึ่งช่วยให้พวกเขาสามารถมุ่งเน้นไปที่ความเสี่ยงที่สําคัญที่สุดได้”

การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากความสําเร็จที่สําคัญสําหรับทั้งสองบริษัทจนถึงปี 2024 KnowBe4 เพิ่งประกาศเปิดตัวแพลตฟอร์ม AI-native Artificial Intelligence Defense Agents (AIDA) ซึ่งรวมเอาตัวแทน AI ขั้นสูงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความเร็ว รางวัลที่โดดเด่นล่าสุด ได้แก่ การได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ชนะซอฟต์แวร์ยอดนิยมโดย G2 และผู้ชนะ รางวัล Energage's Top Workplaces USA ในปี 2024 ในขณะเดียวกัน Egress ได้เปิดตัวกล่องจดหมาย Automated Abuse Mailbox ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เมื่อต้นเดือนเมษายน และได้รับรางวัลมากมาย รวมถึงนวัตกรรมด้านความปลอดภัยแห่งปี (Computing Security Excellence Awards), โซลูชันการรักษาความปลอดภัยอีเมลที่ดีที่สุด โซลูชันป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลที่ดีที่สุด (SC Awards Europe) และสถานที่ทํางานที่ดีที่สุดในสหราชอาณาจักร (Great Places to Work 2024)

การทําธุรกรรมนี้คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า ภายใต้เงื่อนไขการปิดตามธรรมเนียมและการอนุมัติตามกฎระเบียบ

Egress ได้รับการสนับสนุนจาก FTV Capital และ AlbionVC Citi ทําหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินพิเศษของ Egress และ Orrick ขณะที่ Herrington & Sutcliffe LLP ทําหน้าที่เป็นที่ปรึกษากฎหมายของ Egress

สําหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ KnowBe4 โปรดไปที่ www.knowbe4.com สําหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Egress โปรดไปที่ www.egress.com

เกี่ยวกับ KnowBe4

KnowBe4 ผู้ให้บริการการฝึกอบรมการตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยที่ใหญ่ที่สุดในโลก และแพลตฟอร์มฟิชชิ่งจําลอง ถูกใช้ในองค์กรมากกว่า 65,000 แห่งทั่วโลก ก่อตั้งโดย Stu Sjouwerman ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีและความปลอดภัยของข้อมูล KnowBe4 ช่วยให้องค์กรจัดการกับองค์ประกอบด้านความปลอดภัยของมนุษย์ โดยการสร้างการตระหนักรู้เกี่ยวกับแรนซัมแวร์ การฉ้อโกงของ CEO และกลยุทธ์วิศวกรรมสังคมอื่น ๆ ผ่านแนวทางใหม่ในการฝึกอบรมการตระหนักรู้ด้านความปลอดภัย Kevin Mitnick ผู้ล่วงลับ ไปแล้ว ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล และหัวหน้าเจ้าหน้าที่แฮ็คของ KnowBe4 ได้ช่วยออกแบบการฝึกอบรม KnowBe4 ตามกลยุทธ์วิศวกรรมสังคมที่ได้รับการบันทึกไว้อย่างดีของเขา องค์กรต่างๆ พึ่งพา KnowBe4 ในการระดมผู้ใช้ปลายทางเป็นแนวป้องกันสุดท้าย และไว้วางใจแพลตฟอร์ม KnowBe4 เพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยและลดความเสี่ยงของมนุษย์

เกี่ยวกับ Egress

เนื่องจากภัยคุกคามขั้นสูงยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เราตระหนักดีว่าผู้คนมีความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดต่อความปลอดภัยขององค์กร และมีความเสี่ยงมากที่สุดเมื่อใช้อีเมล

Egress เป็นแพลตฟอร์มการรักษาความปลอดภัยอีเมลบนคลาวด์เพียงแพลตฟอร์มเดียว ที่ประเมินความเสี่ยงของมนุษย์อย่างต่อเนื่อง และปรับการควบคุมนโยบายแบบไดนามิก เตรียมลูกค้าให้พร้อมสําหรับการป้องกันการโจมตีแบบฟิชชิ่งขั้นสูง และการละเมิดข้อมูลขาออกก่อนที่จะเกิดขึ้น Egress ใช้ประโยชน์จากแมชชีนเลิร์นนิงตามบริบทและโครงข่ายประสาทเทียม ด้วยการผสานรวมอย่างราบรื่นโดยใช้สถาปัตยกรรม API แบบ Cloud-Native Egress ให้การปกป้องอีเมลที่ได้รับการปรับปรุง การมองเห็นความเสี่ยงของมนุษย์อย่างลึกซึ้ง และเวลาในการประเมินมูลค่าทันที

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ติดต่อ

Kathy Wattman
Kathyw@knowbe4.com
(727) 474-9950 หรือ
PR@KnowBe4.com

ที่มา: KnowBe4

SMART Modular Technologies เปิดตัวการ์ดเสริม CXL ตระกูลใหม่สําหรับการขยายหน่วยความจําในเซิร์ฟเวอร์ประสิทธิภาพสูง

Logo

Add-in Cards CXL ของ SMART ช่วยให้ศูนย์ข้อมูล บริการคลาวด์ และผู้ให้บริการ HPC สามารถขยายความจุหน่วยความจําสําหรับแอปพลิเคชันการประมวลผลที่ใช้หน่วยความจํามากได้อย่างง่ายดายและคุ้มค่า

นวร์ก แคลิฟอร์เนีย

สร้างประวัติศาสตร์: ASPIRE เตรียมเปิดตัว ‘ Abu Dhabi Autonomous Racing League’ ครั้งแรก นิยามใหม่ของอนาคตของกีฬาเอกซ์ตรีมในวันที่ 27 เมษายน

Logo

  • ผู้เข้าร่วมงานกว่า 10,000 คนร่วมเป็นสักขีพยานในการแข่งรถไร้คนขับที่ Yas Marina Circuit
  • รถไร้คนขับ 4 คันเตรียมลงแข่งพร้อมกันในความพยายามครั้งแรกของโลก
  • นักเขียนโค้ดคือนักแข่ง: 8 ทีมนานาชาติแข่งขันกันเพื่อชิงเงินรางวัลรวม 2.25 ล้านเหรียญสหรัฐ
  • ADNOC รับตำแหน่งผู้สนับสนุน A2RL เพื่อสนับสนุน Mobility Tech Advancement

อาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

พิธีมอบรางวัล 2024 Japan Prize Award จัดขึ้นโดยมีสมเด็จพระจักรพรรดิและจักรพรรดินีแห่งญี่ปุ่นเข้าร่วม

Logo

ศาสตราจารย์ Sir Brian J. Hoskins และศาสตราจารย์ John Michael Wallace ในสาขาทรัพยากร พลังงาน สิ่งแวดล้อม และโครงสร้างพื้นฐานทางสังคม

ศาสตราจารย์ Ronald M. Evans ในสาขาวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์ทางเภสัชศาสตร์

TOKYO–(BUSINESS WIRE)–23 เมษายน 2024

Japan Prize Foundation (ประธาน: Hiroshi Komiyama) ได้จัดพิธีมอบรางวัลเมื่อวันอังคารที่ 16 เดือนเมษายน ที่โรงแรมอิมพีเรียลโตเกียวในเขตชิโยดะ กรุงโตเกียว เพื่อมอบรางวัล Japan Prize ให้กับนักวิทยาศาสตร์ที่สร้างสรรค์ผลงานที่น่าทึ่ง และประสบความสำเร็จในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับโลก และมีส่วนสำคัญในการตระหนักถึงสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองเพื่อมวลมนุษยชาติ

ศาสตราจารย์ Sir Brian J. Hoskins (UK) และศาสตราจารย์ John Michael Wallace (USA) ผู้ชนะเลิศในสาขาทรัพยากร พลังงาน สิ่งแวดล้อม และโครงสร้างพื้นฐานทางสังคม และศาสตราจารย์ Ronald M. Evans (USA) ผู้ชนะเลิศในสาขาวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์ทางเภสัชศาสตร์ เข้าร่วมพิธีมอบรางวัล โดยแต่ละสาขาจะได้รับเงินรางวัล 100 ล้านเยน พร้อมประกาศนียบัตรและเหรียญรางวัล

ในแต่ละปี ผู้ชนะเลิศ Japan prize มาจากการเสนอชื่อจากนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรที่มีชื่อเสียงกว่า 15,500 คนจากทั่วโลก และจะมีการตัดสินโดยการตรวจสอบอย่างเข้มงวด ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 ปี สำหรับปี For 2024 มูลนิธิได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง 130 รายสำหรับสาขาทรัพยากร พลังงาน สิ่งแวดล้อม และโครงสร้างพื้นฐานทางสังคม และ 198 รายสำหรับสาขาวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์ทางเภสัชศาสตร์ ผู้ชนะเลิศในปีนี้ได้รับการคัดเลือกจากผู้สมัครทั้งสิ้น 328 คน

พิธีมอบรางวัลในปีนี้มีแขกเข้าร่วมประมาณ 150 คน เริ่มจากสมเด็จพระจักรพรรดิและจักรพรรดินี หัวหน้าหน่วยงานภาครัฐสามสาขาและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และตัวแทนจากองค์กรทางสังคมอื่นๆ สมเด็จพระจักรพรรดิทรงพระราชทานพระราชดำรัส ตามด้วยสุนทรพจน์จากผู้ชนะเลิศทั้งสาม และคำกล่าวแสดงความยินดีจาก Hidehisa Otsuji ประธานรัฐสภา

สามารถเข้าชมพิธีมอบรางวัลในปีนี้ได้จากลิงก์ด้านล่าง

ภาษาญี่ปุ่น: https://www.youtube.com/live/9u7k6Al_MlU?si=B8EhDuvEByzFlTKB
ภาษาอังกฤษ: https://www.youtube.com/live/FsNvb9V0ODo?si=vAlfPk94QvCq4Iac

เกี่ยวกับ Japan Prize

การก่อตั้ง Japan Prize ในปี 1981 มาจากแรงบันดาลใจจากความปรารถนาของรัฐบาลญี่ปุ่นเพื่อสร้างรางวัลที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ซึ่งจะสนับสนุนการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั่วโลก ด้วยการสนับสนุนจากเงินบริจาคจำนวนมาก มูลนิธิ Japan Prize ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะรัฐมนตรีในปี 1983 Japan Prize เป็นรางวัลที่มอบให้กับนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรจากทั่วโลก ซึ่งมีการสร้างสรรค์ผลงานที่น่าทึ่งและประสบความสำเร็จในการช่วยพัฒนาสาขาของตนเอง และเป็นส่วนสำคัญในการตระหนักถึงสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองเพื่อมวลมนุษยชาติ นักวิจัยในทุกสาขาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะมีสิทธิ์เข้าแข่งขัน โดยจะมีการคัดเลือกสองสาขาในแต่ละปี โดยคำนึงถึงแนวโน้มปัจจุบันในการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยหลักการแล้ว จะมีเพียงหนึ่งคนในแต่ละสาขาที่จะได้รับรางวัล และได้รับประกาศนียบัตร เหรียญรางวัล และเงินรางวัล พิธีมอบรางวัลในแต่ละปีจะมีสมเด็จพระจักรพรรดและจักรพรรดินี หัวหน้าหน่วยงานภาครัฐสามสาขาและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และตัวแทนจากองค์กรทางสังคมอื่นๆ เข้าร่วม

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ติดต่อ

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับข้อมูลเผยแพร่ในครั้งนี้:
The Japan Prize Public Relations Office
อีเมล: japanprize@ml.prap.co.jp

แหล่งข้อมูล: The Japan Prize Foundation