Category Archives: General News

ITOCHU ประกาศข้อความถึงโลกด้วย 21 ภาษา อวยพรให้ผู้คนทั่วโลกมีความสุข

Logo

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–10 มกราคม 2564

ITOCHU Corporation (สำนักงานใหญ่ Minato-ku, Tokyo; Yoshihisa Suzuki, President & COO; ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “ITOCHU”) แสดงภาพที่ฉายบนผนังสำนักงานใหญ่โตเกียวเป็นเวลาสามวัน ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 9 มกราคม จนถึงวันจันทร์ที่ 11 มกราคม 2564 (การแสดงสดได้ถ่ายทอดลงบน YouTube อีกด้วย)

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ประกอบด้วยมัลติมีเดีย รับชมฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20210109005017/en/

(Photo: Business Wire)

(ภาพ: Business Wire)

การระบาดใหญ่ของโควิด-19 ที่สร้างความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่แล้วยังไม่ชะลอตัวจากสถานการณ์นี้ ITOCHU ซึ่งเป็นบริษัทที่คอยสนับสนุนการใช้ชีวิตของผู้คนกำลังส่งข้อความถึงโลกด้วย 21 ภาษา เพื่อสะท้อนถึงปี 2564 ด้วยความหวังที่จะแสดงความปรารถนาร่วมกันสำหรับปีใหม่ที่สดใสและสมหวังให้กับผู้คนให้มากที่สุดทั่วโลก

โครงร่างของการแสดงการฉายภาพ:

เวลาและวันที่: วันเสาร์ที่ 9 มกราคม ถึงวันจันทร์ที่ 11 มกราคม 2564

18.00 น. ถึง 18.40 น. (JST) : เนื้อหาต้นฉบับของ ITOCHU (ใน 21 ภาษา)  

18.40 น. ถึง 20.00 น. (JST) : ข้อความสาธารณะเกี่ยวกับภัยพิบัติโควิด-19 (ใน 4 ภาษา)

สถานที่: ภาพจะถูกฉายบนผนังทางด้านสวน ITOCHU (ทางด้าน Gaien Icho Namiki) ของสำนักงานใหญ่โตเกียว ITOCHU

URL การถ่ายทอดสด: วันอาทิตย์ที่ 10 มกราคม – https://youtu.be/dE2jTMoCQfk

วันจันทร์ที่ 11 มกราคม – https://youtu.be/-sNQFeiM0z4

การแสดงการฉายภาพจะถ่ายทอดสดบนเว็บไซด์ดังต่อไปนี้

ช่อง YouTube อย่างเป็นทางการ
https://youtu.be/ZzcEM2nPAkA

ข้อมูลรูปภาพอย่างเป็นทางการ URL:
https://drive.google.com/drive/folders/1qY7IM7U1Y71i91bF-Am43FAQWV-dqX8F

รับชมเวอร์ชันต้นฉบับบน  businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20210109005017/en/

ติดต่อ:

ITOCHU Corporation
Media & Public Relations Department
Corporate Communications Division
HIROMICHI AKASHI
+81-3-3497-7270

 
 

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย




Egon Zehnder ชี้ให้เห็นความก้าวหน้าที่เชื่องช้าและไม่มากพอในรายงานผลการสำรวจความหลากหลายในคณะกรรมการบริหารทั่วโลกของ กระตุ้นให้มีการเร่งลงมือเพื่อผลที่ชัดเจน

Logo

  • ตำแหน่งในคณะกรรมการบริหาร 23.3% ในปัจจุบันเป็นของผู้หญิง เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยจาก 20.4% ในปี 2561
  • จำนวนผู้อำนวยการที่เป็นคนผิวสีคิดเป็นเพียง 4.1% ของผู้อำนวยการในสหรัฐฯ ในบริษัทระดับ Russell 3000 ในสหราชอาณาจักร 37% ของบริษัทระดับ FTSE 100 ไม่พบว่ามีผู้อำนวยการที่ไม่ใช่คนผิวขาว
  • มีผู้ที่เป็นชาว LGBTQ+ อย่างเปิดเผยเพียง 24 คนที่ได้ดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการบริหารที่มีมากกว่า 5,000+ ตำแหน่งในบริษัทระดับ Fortune 500
  • การแต่งตั้งสมาชิกคณะกรรมการบริหารใหม่คิดเป็นเพียง 13.5% ของทั้งหมด เพิ่มขึ้นจาก 11.4% ในปี 2561 จากจำนวนดังกล่าว มี 30% ที่เป็นผู้หญิง เพิ่มขึ้นจาก 27%

ลอนดอน & นิวยอร์ก & ซูริก–(BUSINESS WIRE)–05 ธันวาคม 2563

วันนี้ Egon Zehnder บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำของโลก ได้เผยแพร่รายงานผลการสำรวจความหลากหลายในคณะกรรมการบริหารทั่วโลกประจำปี 2563 (2020 Global Board Diversity Tracker) โดยตลอด 16 ปีที่ผ่านมา Egon Zehnder จะสำรวจความหลากหลายทางเพศและความเป็นนานาชาติของคณะกรรมการบริหารทั่วโลกทุก ๆ สองปี

รายงานในปีนี้ได้จากการวิเคราะห์ข้อมูลของบริษัท 1,685 แห่งใน 44 ประเทศ ซึ่งมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมกว่า 48 ล้านล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ และเป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่มีอิทธิพลต่อการขับเคลื่อนให้เกิดผลที่จับต้องได้ทั้งในแง่ของเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม และครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ Egon Zehnder ได้ขยายขอบเขตให้ครอบคลุมหัวข้ออื่น ๆ ในด้านความหลากหลาย โดยนำเสนอกรณีศึกษาร่วมกับผู้อำนวยการ (director) ผู้บริหารระดับสูง (chief executive) และประธาน (chair) ต่าง ๆ เพื่อหารือถึงการยอมรับในความแตกต่างด้านชาติพันธุ์ รสนิยมทางเพศ และมุมมองต่าง ๆ อย่างเท่าเทียมกันในห้องประชุมคณะกรรมการบริหาร

ผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีความชัดเจน ถึงแม้ทั่วโลกจะมีความก้าวหน้าในเรื่องความหลากหลายทางเพศ แต่อัตราการเปลี่ยนแปลงนั้นยังถือว่าเล็กน้อย แม้ความหลากหลายและการไม่แบ่งแยกจะได้รับความสนใจมากขึ้น ซึ่งจุดประกายให้เกิดการพูดคุยและความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่การทำให้เกิดความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรมนั้นยังเป็นเรื่องท้าทาย

อีกหนึ่งภาระเร่งด่วนที่เพิ่มขึ้นมานอกเหนือจากความจำเป็นในการเพิ่มอัตราการขยายความหลากหลาย คือ การออกข้อบังคับให้มีการปรับวิธีคิดเกี่ยวกับวัฒนธรรมและการผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในคณะกรรมการบริหาร ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันจากสมาชิกใหม่ บริษัทต่าง ๆ จะต้องเพิ่มการลงมือทำเพื่อสร้างผลลัพธ์ร่วมกันแทนที่การเพิ่มหรือส่งต่อตำแหน่งเพียงอย่างเดียว

เวลานี้ ความสนใจในเรื่องความหลากหลายในคณะกรรมการบริหารที่เพิ่มขึ้นช้า ๆ แต่คงที่ รวมกับการเคลื่อนไหวทางสังคมอันทรงพลังที่เกิดขึ้นในปีนี้ ได้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะลงมือปฏิบัติ วันนี้ เหล่าผู้นำมีทั้งความสนใจ ความสอดคล้อง และการดำเนินการ ซึ่งจำเป็นสำหรับการตัดสินใจครั้งสำคัญเพื่อให้เกิดความหลากหลายที่มากขึ้นในคณะกรรมการบริหารของพวกเขารวมถึงองค์กรทั้งองค์กร “ข่าวเมื่อไม่นานมานี้เกี่ยวกับการเสนอข้อกำหนดคณะกรรมการบริหารใหม่ของ Nasdaq เป็นสัญญาณที่เป็นรูปธรรมของการพูดคุยถึงเรื่องนี้ที่มากขึ้น” Pamela Warren ประธานร่วมแห่งสภาสากลว่าด้วยความเท่าเทียม ความหลากหลาย และการมีส่วนร่วมภายในบริษัท กล่าว “การรับรู้ถึงความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงมีเพิ่มมากขึ้น รวมถึงความไม่พอใจต่อการไม่ลงมือดำเนินการใด ๆ ที่สูงขึ้น”

Jill Ader ประธานแห่ง Egon Zehnder กล่าวว่า “ปัจจุบัน เราเห็นถึงความสนใจและการรับรู้ว่าเราต้องการให้คณะกรรมการบริหารมีความหลากหลายมากขึ้น อย่างไรก็ดี ความหลากหลายนั้นไม่จำกัดเฉพาะในเรื่องเพศเท่านั้น ในตอนนี้การก้าวข้ามการวัดผลด้าน D&I แบบเดิม ๆ จึงมีความสำคัญมากกว่าที่เคย รวมถึงการจัดลำดับความสำคัญการสร้างทีมที่เป็นตัวแทนของผู้คนที่มีภูมิหลังแตกต่างกัน สมาชิกในคณะกรรมการบริหารมีอำนาจที่จะเปลี่ยนระบบปกครองให้ทันสมัยจากก้าวอันกล้าหาญเพียงไม่กี่ก้าว การเปลี่ยนแปลงนั้นอยู่แค่เอื้อม”

ผลลัพธ์ที่สำคัญ

ขณะที่ความก้าวหน้ามุ่งไปทางด้านความหลากหลายทางเพศ ช่วงเวลาไม่กี่ปีนับจากนี้นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปลดล็อกพลังแห่งความคิดที่หลากหลาย:

  • ปีนี้ 89% ของบริษัทขนาดใหญ่มีผู้หญิงอย่างน้อยหนึ่งคนในคณะกรรมการบริหารเพิ่มขึ้นจาก 85% ในปี 2561 และประเทศต่าง ๆ 18 ประเทศ เพิ่มขึ้นจาก 13 ประเทศในปี 2561 มีผู้หญิงโดยเฉลี่ย 3 คนขึ้นไปอยู่ในคณะกรรมการบริหารของบริษัทที่ใหญ่ที่สุด
  • ในการศึกษาของเรา มี 25 ประเทศ รวมถึงจีน บราซิล เยอรมนี และสหรัฐอเมริกา ที่บริษัทขนาดใหญ่ยังไม่มีผู้หญิงอยู่ในคณะกรรมการบริหาร
  • 8 ใน 18 ประเทศที่มีผู้หญิงโดยเฉลี่ยสามคนขึ้นไปในคณะกรรมการบริหาร มีโควตาหรือข้อบังคับที่กำหนดให้จ้างผู้หญิง สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศล่าสุดที่ได้เพิ่มโควตานี้เข้าไป

ขณะนี้มีความจำเป็นอย่างมากที่คณะกรรมการบริหารจะขยายคุณค่าของความหลากหลายให้ครอบคลุมกว่าเฉพาะเรื่องเพศหรือกลุ่มชาติพันธุ์ใดชาติพันธุ์หนึ่ง:

  • ปัจจุบัน ขณะที่มีการมุ่งเน้นไปที่ความหลากหลายทางชาติพันธุ์และเชื้อชาติ ซึ่งถือว่ามีความเหมาะสม แต่ในสหรัฐอเมริกา จำนวนผู้อำนวยการที่เป็นคนผิวดำคิดเป็นเพียง 4.1% ของผู้อำนวยการทั้งหมดในบริษัทระดับ Russell 3000
  • ในสหราชอาณาจักร Parker Review Committee ซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริหารที่ไม่แสวงหาผลกำไร ตั้งเป้าหมายให้บริษัทในกลุ่ม FTSE 100 มีผู้อำนวยการที่ไม่ใช่คนขาวอย่างน้อยหนึ่งคนภายในปี 2564 และบริษัทในกลุ่ม FTSE 250 จะต้องดำเนินการเช่นเดียวกันภายในปี 2567 ในช่วงต้นปี 2563 พบว่า 37% ของบริษัทในกลุ่ม FTSE 100 ที่รายงานผลไม่มีตัวแทนดังกล่าวในคณะกรรมการบริหารของพวกเขา และมีเพียง 54% ของบริษัทในกลุ่ม FTSE 250 ที่บรรลุเป้าหมายดังกล่าว
  • ใน 70 ประเทศ การเป็นชาว LGBTQ + อย่างเปิดเผยยังคงผิดกฎหมาย แม้แต่ในสหรัฐอเมริกาเองที่มีการออกความคุ้มครองมากมายสำหรับชาว LGBTQ +  ข้อมูลจาก Out Leadership เผยว่า จากตำแหน่งในคณะกรรมการบริหารในบริษัทระดับ Fortune 500 กว่า 5,000 ตำแหน่ง มีคณะกรรมการบริหารเพียง 24 คน เท่านั้นที่เป็นชาว LGBTQ + อย่างเปิดเผย ในจำนวนนี้มีเพียงสองคนเท่านั้นที่เป็นคนผิวสีและไม่มีผู้หญิงผิวสีเลยแม้แต่คนเดียว

เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกจะต้องให้ผู้หญิงและกลุ่มคนที่มักถูกมองข้ามขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้นำ ไม่เฉพาะการเป็นสมาชิกในคณะกรรมการบริหารเท่านั้น ตัวแทนที่เป็นผู้หญิงจะช่วยสร้างผลลัพธ์ให้สำเร็จได้แบบทวีคูณ ด้วยความสามารถที่จะช่วยให้ผู้สมัครที่มีความหลากหลายประสบความสำเร็จ และเพิ่มความหลากหลายผ่านเครือข่ายของพวกเธอ:

  • ปัจจุบัน มีผู้หญิง 27.3% เป็นผู้นำในคณะกรรมการบริหารทั่วโลก เพิ่มขึ้นจาก 25.5% ในปี 2561
  • อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้หญิงที่เป็นประธานคณะกรรมการมีเพียง 2.1% เพิ่มขึ้นจาก 1.5% ในปี 2561
  • ทั่วโลก การแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารใหม่คิดเป็นเพียง 13.5% ของตำแหน่งในคณะกรรมการบริหารทั้งหมดในปี 2563 เพิ่มจาก 11.4% ในปี 2561 จากตัวเลขดังกล่าว เป็นผู้หญิง 30% เพิ่มขึ้นจาก 27% ในปี 2561 ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งนี้หมายถึงว่าจากจำนวนผู้อำนวยการทั้งหมด มีเพียง 4% เท่านั้นที่เป็นผู้หญิง เพิ่มขึ้นเพียง 0.9% จากปี 2561

แผนดำเนินการ

Egon Zehnder เชื่อว่าจะต้องมีการดำเนินการทั้งในระยะยาวและระยะสั้นหลายด้าน เพื่อสร้างความแตกต่างในแง่ของความหลากหลายให้ประสบความสำเร็จ:

  • สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงจากหัวแถว –แทนที่จะทำให้ผู้บริหารเสียชื่อเสียง สิ่งสำคัญกว่าคือการเปลี่ยนคำวิจารณ์ให้เป็นโอกาสในการเรียนรู้พฤติกรรมใหม่ ๆ
  • การไม่แบ่งแยกเป็นสิ่งสำคัญ – ความหลากหลายทำให้เกิดการแลกเปลี่ยน หรือแม้แต่ความเห็นต่าง ซึ่งจะนำไปสู่ความคิดรูปแบบใหม่ ๆ ในที่สุด
  • การใช้อำนาจผ่านตัวเลข – เสียงของคนส่วนน้อยจะถูกละเลยตราบที่คนส่วนใหญ่ที่มีอำนาจเหนือกว่ายังคงอยู่
  • เฟ้นหาศักยภาพ – ความอยากรู้อยากเห็น การมี่ส่วนร่วม ข้อมูลเชิงลึก และความมุ่งมั่นคือคุณลักษณะที่ดีของความเป็นผู้นำ
  • ขยายเครือข่าย – มองให้ไกลกว่าคนใกล้ตัว และตั้งใจขยายเครือข่ายเพื่อให้ครอบคลุมถึงผู้คนที่จะนำมาซึ่งมุมมองและประสบการณ์ที่แตกต่าง
  • สร้างช่องทางเชื่อมต่อให้กับผู้อื่น – ให้ซีอีโอเป็นผู้รับผิดชอบต่อพันธกิจเรื่องเพื่อให้เกิดความยั่งยืนของเจตนารมย์นี้
  • ฉกฉวยโอกาส – ใช้โอกาสจากการพูดคุยที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเพื่อเรียนรู้จากมุมมองใหม่ ๆ

คุณสามารถดูคำแนะนำและผลการศึกษาทั้งหมดจากรายงานงานนี้ สร้างรายงานแบบกำหนดเองโดยใช้การวัดผลต่างๆ รวมถึงกลุ่มและประเทศ และดูวิดีโอกรณีศึกษาได้ที่ www.egonzehnder.com/global-board-diversity-tracker

บทสัมภาษณ์

รายงานนี้ประกอบด้วยมุมมองแบบเจาะลึกจากกลุ่มผู้บริหาร

บทสัมภาษณ์ผู้บริหารที่สำคัญ ๆ จากรายงาน มีดังนี้:

“คุณต้องเป็นตัวแทนของชุมชนที่คุณรับใช้ การเสียชีวิตอันน่าเศร้าของ George Floyd เป็นการจุดประกายให้กับเรื่องความเท่าเทียมทางเชื้อชาติขึ้นมากจริง ๆ” – Kathleen Taylor ประธาน Royal Bank of Canada

“ผมคิดว่าเราจำเป็นต้องยอมรับว่าสิ่งที่เรากำลังพูดคุยกันวันนี้ควรจะเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อ 20, 30, 40 ปีที่แล้ว น่าเสียดายที่มันไม่ได้เกิดขึ้น แต่วันนี้เรามีโอกาสแล้วที่จะขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่จำเป็นนับจากนี้ไป เรามีหน้าที่ที่จะต้องสร้างโลกที่ดีกว่าให้กับพนักงาน บริษัท และลูก ๆ ของพวกเรา” – Enrique Lores ซีอีโอ HP Inc.

“เมื่อผู้คนมาถึงที่ทำงาน พวกเขาควรต้องรู้สึกเหมือนกับว่าพวกเขามีโอกาสที่จะก้าวหน้า หากพวกเขามองไม่เห็นตัวเองนั่งอยู่ในตำแหน่งผู้บริหารระดับกลางหรือระดับสูงของบริษัท หรือมองไม่เห็นตัวเองในคณะกรรมการบริหาร ก็ยากที่พวกเขาจะรู้สึกว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งกับบริษัท” – Jim Fitterling ซีอีโอและประธาน Dow Inc.

“หากคุณเป็นชาวละติน หญิงหรือชาย เมื่อคุณได้รับการทาบทามให้รับตำแหน่งในคณะกรรมการบริหาร มันมักจะมีเหตุผลเสมอ เช่น ช่วยให้พวกเขาเข้าใจตลาด ช่วยให้พวกเขาเข้าใจพลังและศักยภาพ ช่วยให้พวกเขาคิดเกี่ยวกับวิธีพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับตลาดที่สื่อถึงความจริงใจและเกี่ยวข้องกับชุมชนของเรา” – Monica Lozano ผู้อำนวยการฝ่ายเป้าหมาย Bank of America

“ผมรู้สึกเสมอว่าตัวเองได้รับเกียรติในการมาเป็นผู้นำ ซึ่งส่วนหนึ่งของความท้าทายคือการสร้างเงื่อนไขให้กับทุกคนเพื่อให้คนเหล่านั้นทำงานให้กับบริษัทได้อย่างสุดความสามารถ มันเป็นเรื่องยากมากที่จะต้องสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับธุรกิจหากคุณไม่สามารถเป็นตัวของตัวเองได้เมื่อมาทำงาน” – Robert Hanson รองประธานบริหารและประธานแผนกไวน์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ Constellation Brands

“เราคงไม่อาจ . . . ในสามหรือสี่ปีนับจากนี้ ก้าวจากบริษัทสัญชาติบราซิลที่มีแบรนด์และตลาดเดียว สู่การเป็นองค์กรระดับโลกที่มีแบรนด์และช่องทางจำหน่ายหลากหลายได้หากไม่ใช่เพราะความเชื่อมั่นอันแรงกล้าต่อความจำเป็นในการนำความสามารถและศักยภาพที่มีความแตกต่าง รวมถึงความหลากหลายและการยอมรับความแตกต่างมาไว้ในการดำเนินงานของเรา” – Roberto Marques ประธานและซีอีโอ Natura & Co.

“ความหลากหลายนำมาซึ่งความเห็นต่าง เมื่อคุณต้องตัดสินใจทางธุรกิจ การที่ทุกคนในที่ประชุมเห็นตรงกันแบบไม่มีข้อขัดแย้งคือสิ่งที่แย่และเป็นการเสียเวลาอย่างที่สุด เมื่อฉันนึกถึงการมีผู้หญิงจำนวนมากขึ้นในคณะกรรมการบริหารที่เข้ามาจุดประกายให้กับการหารือและทำลายความสอดคล้องทางสังคมนั้น นั่นเป็นเรื่องสำคัญมาก” – Nadia Shouraboura ผู้อำนวยการ, X5, Blue Yonder, Ferguson plc, MTS Group

หมายเหตุบรรณาธิการ:

เกี่ยวกับ Egon Zehnder

Egon Zehnder เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านการเป็นผู้นำแถวหน้าของโลก โดยมีเป้าหมายหนึ่งเดียวคือช่วยให้บุคลากรและองค์กรพัฒนา เรารู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ผู้นำที่ยิ่งใหญ่สามารถทำได้ และเรามีความมุ่งมั่นที่จะส่งมอบบริการให้คำปรึกษาด้านความเป็นผู้นำที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าของเรา

บริษัทของเราประกอบด้วยที่ปรึกษามากกว่า 500 คน ประจำสำนักงาน 68 แห่ง ใน 40 ประเทศ ซึ่งนำจุดแข็งของแต่ละคนมารวมกันเพื่อสร้างทีมงานที่มีพลังรวมกันเป็นหนึ่งเดียว บริการของเราประกอบด้วย การพัฒนาความเป็นผู้นำ ประสิทธิพลระดับบุคคล ทีม และองค์กร การเฟ้นหาซีอีโอและการสืบทอดตำแหน่ง การเฟ้นหาผู้บริหารและการประเมิน ที่ปรึกษาคณะกรรมการ และการเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูที่ http://www.egonzehnder.com และติดตามเราได้ที่ LinkedIn และ Twitter

ติดต่อ:

Jennifer Reingold
ผู้อำนวยการฝ่ายเนื้อหา
Jennifer.reingold@egonzehnder.com
โทร +1 646 337 5566

Stacy Drumtra
ผู้อำนวยการร่วมฝ่ายการตลาด
หัวหน้าฝ่ายการตลาดและการสื่อสารประจำสหรัฐฯ
stacy.drumtra@egonzehnder.com
โทร +1 312-260-8974

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

เมื่อวัน Black Friday มาถึง คุณจะเลือกซื้อสินค้าเพื่อช่วยให้คุณหายจาก Holiday Blues หรือไม่ ลองคิดถึงอารมณ์ของคุณไปพร้อม ๆ กับการให้ Guardian Angels ช่วยป้องกันคุณจากการแรงกระตุ้นการจับจ่ายซื้อของที่มากเกินไป

Logo

การศึกษาใหม่ศึกษาว่า วิธีการที่เราแทนค่าอารมณ์ให้เป็นมนุษย์ ส่งผลต่อพฤติกรรมการซื้อของเราอย่างไร

ฮ่องกง–(BUSINESS WIRE)–2 ธันวาคม 2563

เมื่อใดก็ตามที่เรารู้สึกแย่พวกเราหลายคนชอบที่จะดื่มด่ำกับการช้อปปิ้งบำบัด ด้วยความที่ปีนี้ดำเนินไป แบบนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่จะเห็นการใช้จ่ายอย่างหุนหันพลันแล่นในช่วงวันหยุดช้อปปิ้ง อย่างเช่น Black Friday และ Cyber Monday เพราะการซื้อของให้ตัวเองนั้นทำให้คนรู้สึกดี

แม้ว่าเราจะเข้าใจได้ว่าความรู้สึกแย่ กระตุ้นให้เราเปิดกระเป๋าสตางค์ได้อย่างไรแต่การศึกษาใหม่ที่ร่วมเขียนโดย Dr. Rocky Chen จาก Hong Kong Baptist University School of Business แสดงให้เห็นว่าเราประมวลผลอารมณ์อย่างเช่นความเศร้าได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปรียบมันเหมือนคน (มานุษยรูปนิยม) ในลักษณะเดียวกับที่ Disney แสดงถึงความสุข ความเศร้า ความโกรธ ความกลัว และความรังเกียจ ในภาพยนตร์เรื่อง Inside Out ส่งผลกระทบต่อเราในฐานะผู้บริโภค

แนวคิดเรื่องการทำให้อารมณ์มีความเป็นคนมากขึ้น กำลังผนวกรวมกับการที่นักการตลาดดึงดูดเราด้วยผลิตภัณฑ์และบริการที่มีความเป็นมนุษย์มากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยน้ำเสียงและภาพลักษณ์ที่สร้างสรรค์แบรนด์ต่าง ๆ จึงทำการตลาดโดยคำนึงถึงอารมณ์และบุคลิกภาพเป็นหลัก นักการตลาดชอบที่จะมองหาโอกาสที่ดีที่สุดที่จะขายให้เรา นั่นคือเวลาที่เรามีความสุข เศร้า หรืออาจเป็นความรู้สึกระหว่างสองความรู้สึกนั้น

นี่คือความคิดแบบมานุษยรูปนิยมที่ส่งผลต่อการบริโภคของเรา:

  • เมื่อคุณทำให้ความรู้สึกเศร้ามีความเป็นคน คุณจะรู้สึกถึงความเข้มข้นของความเศร้าน้อยลง การคิดถึงความเศร้าในฐานะคน ๆ หนึ่งช่วยให้คุณรู้สึกแยกตัวออกจากมันมากขึ้นซึ่งอาจทำให้การใส่ความเป็นมนุษย์ในความรู้สึก เป็นกลยุทธ์ที่ใช้ได้ผลในการบรรเทาความเศร้า
  • การลดความเข้มข้นของความเศร้าด้วยการใส่ความเป็นมนุษย์ในความเศร้า ก่อนที่จะช้อปปิ้งจะช่วยให้คุณควบคุมตนเองได้มากขึ้น การประมวลผลความเศร้าโดยแทนค่าความรู้สึกเศร้าให้เป็นมนุษย์ก่อนช้อปปิ้งหมายความว่าคุณมีโอกาสที่ดีกว่าในการเลือกซื้อที่เป็นประโยชน์แทนที่จะซื้อสิ่งที่ไม่จำเป็น คุณอาจจะพูดกับตัวเองว่า“ ลืมชีสเค้กไปได้เลยฉันจะทานสลัด” ก้ได้ จากการศึกษาพบว่าผู้ที่แทนค่าความเป็นมนุษย์เกี่ยวกับความรู้สึกไม่ดีของพวกเขามักจะเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากกว่าการเลือกการบำเรอตนเองที่ไม่จำเป็น
  • การคิดแทนค่าความรู้สึกด้วยความเป็นมนุษย์ ไม่ได้ใช้ได้ต่อความเศร้าเท่านั้น แต่ยังสามารถเจือจางความสุขได้ด้วย เราสามารถแยกตัวออกจากความสุขได้มากขึ้นเมื่อแทนค่าความสุขความเป็นตัวละครอิสระ ผู้บริโภคอาจต้องการใช้การแทนค่าความสุขหากพวกเขามีแนวโน้มที่จะใช้สอยเกินจำเป็นในช่วงเวลาดังกล่าว ความสุขอาจท่วมท้นจนนำไปสู่การตัดสินใจที่บุ่มบ่าม ดังนั้นบางคนอาจต้องการถอยออกมาสักก้าวและสงบสติอารมณ์ นักการตลาดยังสามารถพิจารณาได้ว่าอารมณ์ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์และเส้นทางของลูกค้าอาจเป็นไปในทางการแทนค่าด้วยความเป็นมนุษย์ได้อย่างไร

ในขณะที่คุณเรียกดูข้อเสนอดี ๆ ที่จะปรากฏในช่วงเทศกาลช้อปปิ้งในช่วงวันหยุดนี้คุณอาจต้องพิจารณาสภาพอารมณ์ของคุณก่อนที่คุณจะคลิก "สั่งซื้อเลย" และชำระเงิน การทำเช่นนี้อาจช่วยให้คุณเป็นนักช้อปที่มีสติมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้คุณซื้อสิ่งที่คุณต้องการจริง ๆ ในระยะยาวแทนที่จะเป็นสิ่งที่คุณรู้สึกว่าถูกดึงดูดในชั่วครั้งชั่วคราวในช่วงเวลาที่รู้สึกแย่

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20201119005581/en/

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

Eva Sham

Evasham@hkbu.edu.hk

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Walgreens พลิกโฉมโปรแกรมความภักดีเพื่อสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดของประเทศและความเป็นอยู่ที่ดีเป็นศูนย์กลางด้วย myWalgreens เพื่อมอบสิทธิประโยชน์มากมายให้กับลูกค้า

Logo

สิทธิประโยชน์ใหม่อย่างหนึ่งคือการรับสินค้าขายปลีกในวันเดียวกันที่เร็วที่สุดในเวลาเพียง 30 นาที

เดียร์ฟีลด์, อิลลินอยส์.–(BUSINESS WIRE)–19 พ.ย. 2563

วันนี้ Walgreens ประกาศเปิดตัว myWalgreens ซึ่งเป็นการคิดค้นใหม่ทั้งหมดของโปรแกรมความภักดี (loyalty program) ของลูกค้าเพื่อมอบสิทธิประโยชน์ใหม่ ๆ ให้กับลูกค้า รวมถึงข้อเสนอการรับสินค้าปลีกในวันเดียวกันที่เร็วที่สุดในปัจจุบันนี้* ตอนนี้ลูกค้าสามารถซื้อสินค้าทางออนไลน์และในแอพมือถือที่ออกแบบใหม่ทั้งหมดสำหรับสินค้าเพื่อสุขภาพ และจากนั้นไปรับสินค้าในร้าน ริมทาง หรือแบบไดรฟ์ทรู ภายในเวลาเริ่มตั้งแต่ 30 นาที เท่านั้น **

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้เป็นแบบมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20201119005676/en/

Walgreens pickup at curbside (Photo: Business Wire)

จุดรับของที่ริมถนน Walgreens  (ภาพ: Business Wire)

Walgreens เป็นโปรแกรมสร้างความภักดี หรือ loyalty program ของลูกค้าที่เน้นด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีที่สุดในประเทศ โดยมีสมาชิกมากกว่า 100 ล้านคน ปัจจุบันนี้ เป็นเรื่องง่ายกว่าที่เคยสำหรับสมาชิกที่จะอยู่ได้อย่างสบายช้อปปิ้งสะดวก และประหยัดเงินและเวลาได้อย่างราบรื่นในร้านค้ามากกว่า 9,000 แห่ง บน Walgreens.com และแอปบนอุปกรณ์เคลื่อนที่

สิทธิประโยชน์ใหม่นี้นอกเหนือจากสิทธิประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมายที่ Walgreens นำเสนอแล้ว ยังรวมถึงบริการจัดส่งที่บ้านผ่าน DoorDash และ Postmates และ Prescription Savings Club หนึ่งแห่ง พร้อมส่วนลดสูงสุด 80 เปอร์เซ็นต์จากราคาขายปลีกเงินสด

สมาชิก myWalgreens สามารถลงทะเบียนได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และตอนนี้จะได้รับ:

  • รางวัล Walgreens Cash หนึ่งเปอร์เซ็นต์ทั่วทั้งร้าน
  • รางวัลเงินสด Walgreens ห้าเปอร์เซ็นต์สำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีตราสินค้าของ Walgreens
  • "ข้อเสนอพิเศษสำหรับคุณเท่านั้น"

นอกจากนี้แอพมือถือยังมีบริการด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีที่หลากหลายสำหรับลูกค้าและผู้ป่วย รวมถึงบริการการแชทกับร้านขายยาตลอด 24 ชั่วโมง การเข้าถึงเพื่อค้นหาและจองการดูแลทางการแพทย์และการนัดหมายการฉีดวัคซีน คำแนะนำด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีส่วนบุคคล การแจ้งเตือนไข้หวัดใหญ่แบบเรียลไทม์และอื่น ๆ แอปเวอร์ชันก่อนหน้านี้ได้รับความนิยมอย่างมากและได้รับการดาวน์โหลดมากกว่า 65 ล้านครั้ง

“ในฐานะร้านขายยาชุมชนของอเมริกา Walgreens นำเสนอประสบการณ์ที่เหนือชั้นเพื่อช่วยลูกค้าและผู้ป่วยในการจัดการสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีในช่วงวิกฤตสุขภาพที่รุนแรงที่สุดในช่วงชีวิตของเรา” John Standley ประธาน Walgreens กล่าว “เภสัชกรในชุมชนมากกว่า 25,000 คนยังคงเป็นหัวใจหลักของข้อเสนอของเรา เภสัชกรและทีมดูแลผู้ป่วยของเราทำมากกว่าเพียงแค่การกรอกใบสั่งยา โดยยังให้คำแนะนำที่เชื่อถือได้ การสนับสนุนเฉพาะบุคคล และบริการที่หลากหลายอื่น ๆ

การเปิดตัว myWalgreens ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของบริษัท Walgreens มอบสิทธิประโยชน์ให้กับลูกค้ามากขึ้นเรื่อย ๆ และประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัวสูงโดยการทำงานร่วมกับเทคโนโลยีที่ดีที่สุดและคู่ค้าที่เข้าใจลูกค้ารวมถึง Microsoft, Adobe และ Epsilon

สมาชิก myWalgreens สามารถ กระทำการต่อไปนี้ผ่านช่องทางออนไลน์หรือบนแอป:

ประหยัดเวลาและเพิ่มความสะดวก

  • เลือกซื้อสินค้าที่มีให้เลือกมากกว่า 27,000 รายการซึ่งรวมถึงสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีในชีวิตประจำวัน และสินค้าจำเป็นที่ไม่ต้องใช้ใบสั่งยาของแพทย์ตลอดจนถึงภาพถ่าย
  • เพิ่มวิธีการชำระเงินลงในกระเป๋าเงินดิจิทัลเพื่อทำให้การชำระเงินแบบไม่ต้องสัมผัสทำได้เร็วขึ้น
  • แลกรางวัล Walgreens Cash ทันทีที่จุดชำระเงิน
  • เลือกใบเสร็จรับเงินดิจิทัลสำหรับการชำระเงินแบบไม่ต้องสัมผัสอย่างรวดเร็วและเพื่อติดตามการซื้อ

รักษาสุขภาพให้แข็งแรง

  • รับโบนัสรางวัล Walgreens Cash สำหรับการบรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพ
  • รับคำแนะนำประจำวันสำหรับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ตลอดจนสภาพแวดล้อมในท้องถิ่นแบบเรียลไทม์และการคาดการณ์ด้านสุขภาพ

ช่วยเหลือชุมชน

  • บริจาครางวัล Walgreens Cash ให้กับองค์กรการกุศล (องค์กรการกุศลที่มีสิทธิ์จะหมุนเวียนโดยเริ่มจาก Full Plate Project ซึ่งเป็นโครงการ Comic Relief Red Nose Day  ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งทำงานเพื่อยุติความยากจนของเด็ก)

ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปสมาชิก Walgreens Balance Rewards ปัจจุบันสามารถโอนการเป็นสมาชิกของตนไปที่ myWalgreens ได้ที่ mywalgreens.com สมาชิกรางวัลยอดคงเหลือในปัจจุบันมีเวลาจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2564 ในการสมัคร myWalgreens เพื่อให้แน่ใจว่ารางวัลที่มีอยู่จะถูกส่งไปยังโปรแกรมใหม่ ในอีกหลายเดือนข้างหน้า myWalgreens จะประกาศสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมสำหรับลูกค้าและผู้ป่วย

กด ที่นี่ สำหรับชุดข่าว myWalgreens รวมถึงโลโก้รูปภาพและภาพหน้าจอของแอป

เกี่ยวกับ Walgreens

Walgreens (www.walgreens.com) รวมอยู่ในแผนก Retail Pharmacy USA ของ Walgreens Boots Alliance, Inc. (Nasdaq: WBA) ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกด้านร้านขายยาขายปลีกและขายส่ง ในฐานะบริษัทขายยา ที่ดูแลสุขภาพและความงามที่เป็นที่รักมากที่สุดในอเมริกา Walgreens มีวัตถุประสงค์ในการสนับสนุนสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของทุกชุมชนในอเมริกา โดย Walgreens ดำเนินธุรกิจร้านค้าปลีกมากกว่า 9,000 แห่งทั่วอเมริกา เปอร์โตริโก และหมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐอเมริกา Walgreens ภูมิใจที่เป็นจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพในละแวกใกล้เคียงที่ให้บริการลูกค้าประมาณ 8 ล้านคน ในแต่ละวัน เภสัชกรของ Walgreens มีบทบาทสำคัญในระบบการดูแลสุขภาพของสหรัฐอเมริกาโดยให้บริการร้านขายยาและบริการด้านการดูแลสุขภาพที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและผู้ป่วยให้ดีที่สุด Walgreens นำเสนอประสบการณ์ในทุกช่องทางที่แท้จริงโดยมีแพลตฟอร์มที่รวบรวมทางกายภาพและดิจิทัลเข้าด้วยกัน ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยเทคโนโลยีล่าสุดเพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการคุณภาพสูงในชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศ

* เมื่อเทียบกับร้านค้าปลีกอาหารและร้านขายยาทั่วประเทศที่ให้บริการไปรับที่ร้านโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

** สำหรับร้านค้า Walgreens ที่ไม่ได้เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ต้องมีการสั่งซื้อล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนปิดร้านจึงจะมีสิทธิ์สั่งได้ มิฉะนั้นคำสั่งซื้อจะถือว่าเป็นของวันทำการถัดไป ลูกค้าจะได้รับแจ้งทางอีเมลเมื่อคำสั่งซื้อพร้อมสำหรับการรับสินค้า และจะได้รับคำแนะนำสำหรับประสบการณ์การขับรถมารับที่เป็นไปตามแนวทางการกำหนดระยะห่างทางสังคม เราไม่รับประกันว่าคำสั่งซื้อจะพร้อมภายในกรอบเวลา 30 นาทีและอาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือทดแทนได้ขึ้นอยู่กับความพร้อมของผลิตภัณฑ์ในขณะสั่งซื้อ คำสั่งซื้อของสินค้าที่มีการจำกัดอายุสามารถมารับได้ที่ร้านเท่านั้น ไม่สามารถสั่งใบสั่งยาได้ แต่สามารถสั่งซื้อผ่าน Walgreens Express®ได้ หากต้องการค้นหาสถานที่ตั้งและเวลาทำการของร้านค้า Walgreens ใกล้บ้านคุณโปรดไปที่ Walgreens.com/FindAStore

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20201119005676/en/

ติดต่อฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ Walgreens:

Emily Hartwig-Mekstan

emily.hartwig@walgreens.com

ติดต่อฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ Walgreens Boots Alliance:

Morry Smulevitz

morry.smulevitz@walgreens.com

นักลงทุนสัมพันธ์:

+1-847-315-2922

http://news.walgreens.com

@WalgreensNews

facebook.com/Walgreens

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย








Novo Nordisk ประเทศไทยได้รับการรับรองให้เป็น “สถานที่ทำงานที่ดีที่สุด หรือ Best Place to Work” ในปี 2563

Logo

กรุงเทพมหานคร–(BUSINESS WIRE)–18 พ.ย. 2563

Novo Nordisk ประเทศไทย ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบริษัทด้านการดูแลสุขภาพระดับโลกที่มีนวัตกรรมและความเป็นผู้นำด้านการดูแลผู้ป่วยเบาหวานมากว่า 90 ปี ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งใน บริษัท ที่ดีที่สุดสำหรับการทำงานในประเทศไทยในปี 2563 บริษัทนำเสนอวัฒนธรรมที่ได้รับรางวัลความก้าวหน้า โอกาสการฝึกอาชีพ การให้คำปรึกษาระดับสูง โครงการด้านสุขภาพ และการค่าตอบแทนที่ดี ส่งผลให้ได้เป็นหนึ่งในนายจ้างในประเทศไทยที่ได้รับการยอมรับจากลูกจ้างมากที่สุด โดยจากผลสำรวจพบว่า 92% ของพนักงานกล่าวว่าที่นี่เป็นสถานที่ทำงานที่ยอดเยี่ยมสำหรับการทำงาน เมื่อเทียบกับ 80% ที่สถานที่ทำงานในไทยอื่น ๆ ได้รับจากพนักงาน

“เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นหนึ่งในบริษัทที่ดีที่สุดในการทำงานในประเทศไทย” John Dawber, GM ของ Novo Nordisk ประจำประเทศไทยกล่าว "ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างแท้จริงกับผลลัพธ์นี้ เพราะนี่มาจากคำตอบที่ผู้ตอบไม่ต้องเปิดเผยตัวตนที่รวบรวมจากพนักงานที่มีค่าของเรา เราทำงานอย่างหนักทุกวันเพื่อให้แน่ใจว่าเราได้จัดเตรียมสภาพแวดล้อมที่พนักงานของเราสามารถเพลิดเพลินกับสถานที่ที่พวกเขาทำงานและที่ที่เขาประสบความสำเร็จได้  รางวัลนี้ถือเป็นการยกย่องการมีส่วนร่วมของพนักงานของเราทุกคน”

“เรามุ่งมั่นที่จะสร้างวัฒนธรรมครอบครัวที่พนักงานของเราทุกคนเติบโต การเข้าร่วมโครงการนี้มีความสำคัญเนื่องจากการให้ข้อเสนอแนะที่มีคุณค่าแก่เราในแง่ของสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ ตลอดจนถึงการเป็นพื้นที่ที่เราสามารถพัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการของพนักงานต่อไป พนักงานของเราคือกระดูกสันหลังของความสำเร็จและเราขอขอบคุณทุกคนสำหรับการมีส่วนร่วมอย่างมากในวัฒนธรรมของ บริษัทของเรา”  Vera Bakirova, ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคลของ Novo Nordisk Thailand กล่าว

“แม้จะมีการหยุดชะงักซึ่งเกิดจากการระบาดของโรค แต่ Novo Nordisk ประเทศไทยก็ประสบความสำเร็จในการได้รับความไว้วางใจจากพนักงานของพวกเขา ช่วยสร้างวัฒนธรรมในการทำงานที่ยอดเยี่ยมเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่โดดเด่น”  Hamza Idrissi, ผู้จัดการโครงการสำหรับภูมิภาค APAC.

เกี่ยวกับโครงการ BEST PLACES TO WORK PROGRAM

Best Places To Work คือโครงการการรับรองระดับโลกสำหรับสถานที่ทำงานชั้นนำในหลายประเทศทั่วโลก การประเมินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของเราจะวิเคราะห์ความน่าดึงดูดใจของบริษัท ผ่านกระบวนการสองขั้นตอนโดยมุ่งเน้นไปที่ปัจจัยในสถานที่ทำงาน 8 ประการ ซึ่งรวมถึง วัฒนธรรม ความเป็นผู้นำ โอกาสในการเติบโต และการปฏิบัติของผู้คน นอกเหนือจากการสำรวจความพึงพอใจของพนักงานแล้วเรายังดำเนินการประเมินด้านทรัพยากรบุคคลโดยเน้นที่การปฏิบัติด้านทรัพยากรบุคคลที่นำมาใช้ในองค์กรเทียบกับมาตรฐานกรอบงานด้านบุคลากรของเราที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถสร้างรายได้ในระดับที่เป็นผู้นำตลาดและการยกระดับนวัตกรรม

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  www.bestplacestoworkfor.org

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20201117006152/en/

สำหรับสื่อ:

Grace Kelly

อีเมล: grace@bestplacestoworkinasia.com

โทร: +65 3159 1167

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

APRU Quarantunes การแข่งขันที่ช่วยสารสัมพันธ์และยกระดับชุมชนของนักเรียนผ่านดนตรีที่กระตุ้นจิตวิญญาณในระหว่างการแพร่ระบาดของโควิด-19

Logo

ผู้ชนะจากฮ่องกง ไต้หวัน เม็กซิโก ฟิลิปปินส์ สหรัฐอเมริกา โคลอมเบียและเกาหลีใต้ ร่วมกันส่งเสริมด้านการมีสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ฮ่องกง–(BUSINESS WIRE)–17 พ.ย. 2563

เพื่อเป็นการนำนักศึกษานานาชาติมารวมตัวกัน โดยการจุดประกายความคิดสร้างสรรค์และแบ่งปันเชิงบวกในช่วงที่เกิดการระบาดใหญ่ เช่นตอนนี้ ทาง Association of Pacific Rim Universities (APRU) จึงได้เปิดตัวการแข่งขันดนตรีของนักศึกษาที่มีชื่อโครงการว่าการแข่งขัน Quarantunes โดยการแข่งขัน Quarantunes ซึ่งจัดขึ้นโดย APRU Plus ซึ่งเป็นศูนย์กลางออนไลน์ (online hub) ที่ได้เปิดตัวขึ้นเพื่อรับมือกับความท้าทายในช่วง COVID นี้ ได้รับผลงานส่งเข้าประกวดจำนวนกว่า 108 ผลงาน จากนักศึกษากว่า 13 เขตเศรษฐกิจทั่วเอเชียแปซิฟิก โดยทีมที่ชนะรางวัลสามารถสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถของนักเรียนจากนานาชาติ โดยในกลุ่มนี้มีผลงานชั้นนำจากทีมนักศึกษาจากฮ่องกง ไต้หวันเม็กซิโก ฟิลิปปินส์ แคลิฟอร์เนีย (สหรัฐอเมริกา) โคลอมเบีย และเกาหลีใต้

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้เป็นแบบมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20201116006114/en/

เนื่องจากแทบจะไม่มีการเคลื่อนไหวของนักเรียนต่างชาติ ประกอบกับการที่ห้องเรียนในรูปแบบปกติหยุดชะงักไป นักเรียนจึงต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างไม่เคยมีมาก่อนในการเรียนและประสบการณ์ในมหาวิทยาลัย โดยจากข้อมูลการศึกษาที่ดำเนินการในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมาของกลุ่มวิจัยระดับอุดมศึกษาซึ่งรวมถึงสมาชิก APRU University of California, Berkeley พบว่า 35% ของนักศึกษาระดับปริญญาตรีมีอาการโรคซึมเศร้า ในขณะที่ 39% มีอาการวิตกกังวลทั่วไปซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าปีที่ผ่านมาอย่างมาก ด้วยความวิตกกังวลที่แพร่หลายไปทั่วมหาวิทยาลัยทั่วโลก APRU Plus จึงมอบโอกาสใหม่ ๆ ในการทำงานร่วมกันเพื่อลดปัญหาที่เกิดจากการห่างเหินทางสังคม

การแข่งขัน Quarantunes ซึ่งเกิดขึ้นจากแนวคิดในการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และการอภิปรายเกี่ยวกับความสำคัญของสุขภาพจิตในช่วงเวลาที่ท้าทายนี้  ทำให้นักเรียนมีวิธีใหม่ในการรับมือกับความโดดเดี่ยวและสามารถมารวมตัวกันเพื่อผลิตผลงานดนตรีที่ช่วยส่งต่อความรู้สึกเชิงบวก เพลงที่นักเรียนส่งมาแต่ละเพลงบอกเล่าเรื่องราวของ COVID ที่ไม่เหมือนใครซึ่งช่วยให้เราสามารถมองข้ามความลำบากในปัจจุบันเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้มีความหวังสำหรับอนาคต

"'Get Down' เป็นเพลงที่ผสมผสานระหว่างความไพเราะดนตรีที่เปี่ยมไปด้วยความหวังและเนื้อเพลงที่สะท้อนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ เราหวังว่าเราจะนำเสนอโลกในแบบที่มันเป็นจริง ๆ แต่ก็แฝงความขี้เล่นเอาไว้ โลกซึ่งผู้คนรับทราบข้อบกพร่องของสังคม แต่ก็ยังคงมองโลกในแง่ดี และเชื่อมั่นในอนาคตที่สดใสกว่านี้” – ทีม National Taiwan University andThe Chinese University of Hong Kong team กล่าว

ดู วิดีโอไฮไลต์ และ วิดีโอที่ชนะ :

  • รางวัลชนะเลิศ (เสมอกัน)
    • “Get Down”  จาก National Taiwan University and The Chinese University of Hong Kong
    • “Sonos Más” จาก Tecnológico de Monterrey
  • รางวัลที่สาม
    • “Six Feet Apart” จาก University of the Philippines
  • รางวัลพิเศษ
    • “Golden Girl” จาก University of Southern California
    • “Homenaje a Lucho Bermúdez”  จาก Universidad de los Andes
    • “We're All Heroes” จาก Yonsei University

เพื่อเชื่อมโยงนักเรียนนานาชาติมากขึ้น APRU ยังเสนอโครงการ APRU Virtual Student Exchange (VSE) ซึ่งเป็นโอกาสพิเศษในการเชื่อมต่อกับเพื่อนจากทั่วโลกเพื่อเรียนรู้ความรู้และทักษะใหม่ ๆ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและวัฒนธรรมและพัฒนาความสัมพันธ์ที่สำคัญต่อความสำเร็จ คลิก ที่นี่ เพื่ออ่านเพิ่ม

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20201116006114/en/

ติดต่อ:

APRU: Jack Ng jack.ng@apru.org

PLUG: Marisa Lam marisa@plug.agency

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Mary Kay สานต่อการสนับสนุนนวัตกรรมวิทยาศาสตร์และการสอนโดยการมอบทุนการศึกษาร่วมกับ IMCAS Academy

Logo

ดัลลัส–(BUSINESS WIRE)–11 พฤศจิกายน 2563

Mary Kay Inc. ผู้บุกเบิกและคิดค้นนวัตกรรมด้านการวิจัยผลิตภัณฑ์ดูแลผิวมากว่าทศวรรษ สนับสนุนเงินทุนให้กับสถาบัน International Master Course on Aging Science (IMCAS) เพื่อจัดสัมมนาออนไลน์ที่ผู้คนตั้งตารอในหัวข้อ “Office Peels and Home Peels” ให้กับศัลยแพทย์ตกแต่ง แพทย์ผิวหนัง ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมและผู้ประกอบวิชาชีพด้านความงามที่มีเป้าหมายในการศึกษาต่อและพัฒนาการปฏิบัติงาน

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้มีเนื้อหามัลติมีเดีย ดูอย่างเต็มรูปแบบที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20201110005239/en/

Dr. Michelle Hines, Director of Global Cosmetic Research & Innovation at Mary Kay Inc. (Photo: Mary Kay Inc.)

ดร. Michelle Hines ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและนวัตกรรมของ Mary Kay Inc. (รูปภาพ: Mary Kay Inc.)

การสัมมนาทางออนไลน์ซึ่งเปิดตัวทั่วโลกต่อผู้เข้าร่วมกว่า 1,200 คนไปก่อนหน้านี้ เป็นเพียงกิจกรรมล่าสุดจากสถาบันซึ่งมีเป้าหมายในการมอบการศึกษาระดับแถวหน้าในหัวข้อด้านศาสตร์แห่งการสูงวัย

การสัมมนาดังกล่าวซึ่งมี ดร. Dominique Du Crest บรรณาธิการบริหารของสถาบัน IMCAS เป็นพิธีกร มีกลุ่มวิทยากรที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับจากหลากหลายวงการทั่วโลกร่วมบรรยาย โดย ดร. Michelle Hines ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและนวัตกรรมของ Mary Kay เป็นผู้เปิดงานด้วยการบรรยายเกี่ยวกับการลอกผิวด้วยสารเคมี ก่อนที่จะร่วมกับผู้เชี่ยวชาญท่านอื่น ๆ บรรยายในหัวข้อตามกำหนดการ ครอบคลุมการตั้งคำถามเกี่ยวกับการมีอยู่ของ ‘การลอกผิว’ ว่าควรมีหรือไม่ การลอกผิวประเภทต่าง ๆ การลอกผิวในผู้ที่มีผิวคล้ำ การใช้ส่วนประกอบแบบใหม่ที่ทันสมัย และอันตรายจากการลอกผิวสำหรับผู้ป่วยโรคผิวหนัง โดยผู้บรรยายได้ร่วมแชร์เคล็ดลับดูแลผิวหลังการลอกผิวเพื่อยืดอายุผลลัพธ์ให้นานยิ่งขึ้น ก่อนที่จะปิดท้ายด้วยช่วงถาม-ตอบซึ่งนำโดย ดร. Uliana Gout (M.D.) ทั้งนี้ นอกจาก ดร. Hines แล้ว ยังมี ดร. Foteini Bageorgou แพทย์ผิวหนัง ดร. Marina Landau แพทย์ผิวหนัง และ ดร. Mukta Sachdev แพทย์ผิวหนัง ร่วมบรรยายด้วย

“ผู้หญิงทุกช่วงวัยจากทุกมุมโลกต่างต้องการผิวที่สวยไร้ที่ติ” ดร. Hines กล่าว “ปัจจุบัน การลอกผิวด้วยสารเคมีกลายมาเป็นวิธีฟื้นฟูผิวและขั้นตอนการผลัดผิวที่ได้รับความนิยมอย่างมาก การลอกผิวที่ทำโดยผู้เชี่ยวชาญและการลอกผิวเองที่บ้านย่อมให้ประสบการณ์และผลลัพธ์ที่ต่างกัน แต่ด้วยทางเลือกที่มีอย่างหลากหลายในปัจจุบัน การศึกษาและการสร้างการตระหนักรู้จึงสำคัญอย่างมากต่อการตัดสินใจเพื่อเลือกสิ่งที่ดีที่สุด Mary Kay ตื่นเต้นอย่างมากกับการเป็นผู้สนับสนุนทุนเพื่อการศึกษาและการวิจัยในหัวข้อนี้”

“ผมอยากจะเน้นย้ำถึงธรรมชาติการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและการเติบโตของชุมชนที่มีความหลากหลายของเรา” ดร. Du Crest กล่าว “เรามีสมาชิกที่เป็นแพทย์มากกว่า 28,000 คน และการระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID-19) ส่งให้ชุมชนของเราขยายใหญ่ขึ้นอย่างมาก “เรามีการจัดสัมมนาออนไลน์ให้กับบุคคลภายนอก บางครั้งสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพื่อสร้างโอกาสให้แพทย์ แพทย์ผิวหนัง และผู้ที่หลงใหลในศาสตร์แห่งความงามจากทั่วโลกได้มารวมตัวกันและแบ่งปันความรู้และความเชี่ยวชาญ รวมถึงตอบข้อซักถามเกี่ยวกับอุตสาหกรรมจากเพื่อน ๆ ของเราโดยที่ไม่ต้องเดินทางหรือออกจากบ้านหรือสำนักงานของพวกเขาเลย บนแพลตฟอร์มการเรียนในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ของเรามีเคสทางคลินิกหลายร้อยรายการ บล็อกโพสต์จำนวนมาก การสัมมนาออนไลน์มากกว่า 40 รายการต่อปี และวิดีโอหลายพันรายการสำหรับผู้ที่ประกอบวิชาชีพในอุตสาหกรรมในการเสริมสร้างความรู้ตามต้องการ”

ผู้สนใจสามารถชมวิดีโอการสัมมนาออนไลน์ย้อนหลังได้ที่ IMCAS Academy Library

เกี่ยวกับ Mary Kay
Mary Kay Ash คือหนึ่งในผู้ที่สามารถก้าวข้ามอุปสรรคที่มองไม่เห็น และก่อตั้งบริษัทความงามของตัวเองขึ้นเมื่อ 57 ปีที่แล้ว โดยมีเป้าหมาย 3 ข้อได้แก่ มอบโอกาสให้กับผู้หญิง ผลิตสินค้าที่เป็นที่ต้องการ และสร้างโลกให้น่าอยู่ ความฝันของเธอได้เบ่งบานขึ้นกลายเป็นบริษัทที่เติบโตทางการเงินมูลค่าหลายพันล้าน พร้อมพนักงานขายอิสระกว่าล้านคนในเกือบ 40 ประเทศ Mary Kay ทุ่มเทให้กับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังความงาม และผลิตสินค้าบำรุงผิว เครื่องสำอาง อาหารเสริมเพื่อสุขภาพและน้ำหอมมากมาย และยังทุ่มเทกับการช่วยให้ผู้หญิงและครอบครัวของพวกเขามีพลังด้วยการร่วมกับองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลกให้ความสำคัญและสนับสนุนกับการวิจัยด้านมะเร็ง ปกป้องผู้รอดชีวิตจากความรุนแรงในครอบครัว ทำให้ชุมชนของเราสวยงาม และส่งเสริมให้เด็ก ๆ ทำตามความฝัน วิสัยทัศน์ดั้งเดิมของ Mary Kay Ash ยังคงเปล่งประกายและพาเธอสู่ความสำเร็จไปทีละขั้น เรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่ MaryKay.com

เกี่ยวกับ International Course on Aging Science (IMCAS)
IMCAS ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2537 ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เพื่อเป็นสถานที่ชุมนุมของเหล่าศัลยแพทย์ตกแต่งและแพทย์ผู้ชำนาญโรคผิวหนัง นับตั้งแต่ก่อตั้ง IMCAS ได้พยายามเชื่อมรอยต่อความรู้ด้านศัลยกรรมพลาสติกและการตกแต่งและโรคผิวหนังเพื่อสร้างการทำงานร่วมกันและช่วยเชื่อมความรู้ของศาสตร์ทั้งสอง พันธกิจของหน่วยงานนี้คือการช่วยให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด้านความงามเข้าถึงเนื้อหาด้านวิทยาศาสตร์ที่มีคุณภาพซึ่งกำลังได้รับความนิยม เมื่อเร็ว ๆ นี้ IMCAS ได้เปิดตัวแพลตฟอร์มอี-เลิร์นนิงที่ชื่อ IMCAS Academy ซึ่งให้สมาชิกเข้าถึงวิดีโอแนะนำ งานวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ บทสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญและอื่น ๆ อีกมากมายได้แบบทันที ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ IMCAS ได้ที่นี่: https://www.imcas.com/en.

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20201110005239/en/

ติดต่อ:

ฝ่ายสื่อสารองค์กร Mary Kay Inc.
marykay.com/newsroom
972.687.5332 or media@mkcorp.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย


Korea BRANDSTARS ประกาศรายชื่อแบรนด์ที่เป็นตัวแทนกระแสนิยมเกาหลีประจำปี 2563

Logo

โซล, เกาหลีใต้–(BUSINESS WIRE)–09 พฤศจิกายน 2563

Korea BRANDSTARS ได้ทำการคัดเลือกแบรนด์ที่เป็นตัวแทนกระแสนิยมเกาหลีประจำปี 2563 ตามหมวดหมู่ โดยจะทำการประกาศรายชื่อพร้อมกันในจีนและเกาหลี

งานคัดเลือกและประกาศรายชื่อแบรนด์ที่เป็นตัวแทนกระแสนิยมเกาหลีผ่านสื่อหลักในจีนและเอเชีย มีเป้าหมายเพื่อนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับแบรนด์ที่มีผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงและบริการอันยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าในต่างประเทศ

แบรนด์ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นแบรนด์ในหมวดหมู่ที่อยู่ในความสนใจของแฟน ๆ ผู้คลั่งไคล้กระแสนิยมเกาหลี หรือ Hallyu ผ่านสื่อต่าง ๆ และการประเมินโดยผู้บริโภค ก่อนที่จะปิดท้ายด้วยการวิเคราะห์โดยผู้เชี่ยวชาญ

แบรนด์ที่เป็นตัวแทนของแต่ละอุตสาหกรรมซึ่งได้รับการคัดเลือกประกอบด้วย Samsung Galaxy จาก Samsung ElectronicsGenesis จาก Hyundai Motors, TROMM และ OLED TV จาก LG ElectronicsBacchus จาก Dong-A Pharm และ Chamisul จาก HITEJINRO

สำหรับหมวดหมู่ช้อปปิ้ง ความบันเทิง เกม การท่องเที่ยว และการแสดง แบรนด์ The Shilla Duty FreeBTS ซึ่งได้รับความนิยมจากแฟน ๆ ทั่วโลก รวมถึงแบรนด์ Lineage 2M จาก NCSOFTจังหวัดปกครองตนเองพิเศษเชจู และการแสดงชุด Jeju Sky Water เป็นแบรนด์ที่ได้รับคัดเลือกตามลำดับ

Sulwhasoo จาก Amorepacific และ The History of Whoo จาก LG Household and Health Care ได้รับการคัดเลือกในหมวดหมู่ความงาม Olive Young ได้รับการคัดเลือกในหมวดหมู่ร้านค้าสุขภาพและความงาม ขณะที่ LG Pra.L ได้รับการคัดเลือกในหมวดหมู่อุปกรณ์ความงามภายในบ้าน และ MEDIHEAL ได้รับการคัดเลือกในหมวดผลิตภัณฑ์มาสก์หน้า

ในหมวดหมู่การดูแลสุขภาพ แบรนด์ที่ได้รับเลือกได้แก่ CheongKwanJang แบรนด์อาหารเพื่อสุขภาพแถวหน้าของเกาหลีซึ่งเชี่ยวชาญทางด้านโสมแดง และ FromBIO บริษัทอาหารเพื่อสุขภาพ และในหมวดหมู่การตรวจสุขภาพ Samsung Medical Center ได้รับเลือก

แบรนด์อาหารเกาหลีที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่  Bibigo จาก CJ CheilJedangนมรสกล้วยจาก BinggraeChapaghetti จาก Nongshim, และ Paris Baguette ขณะที่แบรนด์ Sinjeon Tteok-bokki และ Buldak-bokkeum-myeon ได้รับการคัดเลือกในหมวดหมู่แบรนด์อาหารรสชาติเผ็ด

แบรนด์ที่ได้รับการคัดเลือกในหมวดหมู่แฟชันเกาหลีได้แก่ BLACKYAK แบรนด์ผลิตภัณฑ์เอาท์ดอร์ SPAO แบรนด์เครื่องแต่งกายลำลอง และ Gentle Monster แบรนด์แว่นกันแดด

ทั้งนี้ แบรนด์ Sulwhasoo, The History of Whoo, Olive Young, Samsung Galaxy, LG TROMM, BTS, Bibigo, Buldak-bokkeum-myeon, Sinjeon Tteok-bokki, CheongKwanJang, FromBIO, จังหวัดปกครองตนเองพิเศษเชจู และการแสดงชุด Jeju Sky Water ได้รับการคัดเลือกเป็นปีที่สามติดต่อกันต่อเนื่องจากปีที่แล้ว

Korea BRANDSTARS เผยว่า “แม้การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาจะทำให้เกิดความยากลำบากด้านการแลกเปลี่ยนค้าขายระหว่างประเทศ แต่แบรนด์ต่าง ๆ ที่เป็นตัวแทนของเกาหลีก็ยังได้รับความนิยมจากแฟน ๆ ทั่วโลกไม่จำกัดเฉพาะในเอเชียเท่านั้น นั่นเป็นเพราะประสิทธิภาพที่เป็นที่สุดของผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นเลิศ”

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ติดต่อ:

คณะกรรมการคัดเลือก Korea BRANDSTARS
Ki-joo Kim +82-2-544-0153
brandstars@daum.net
http://brandstars.kr/

Farfetch, Alibaba Group และ Richemont จับมือเป็นพันธมิตรระดับโลกเพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลของอุตสาหกรรมสินค้าลักชัวรี

Logo

  • Alibaba เตรียมเปิดช่องทางช้อปปิ้งสินค้าหรูของ Farfetch บน Tmall Luxury Pavilion และ Luxury Soho และจะร่วมลงทุนในกิจการร่วมค้าที่ก่อตั้งขึ้นใหม่อย่าง Farfetch China และใน Farfetch Limited
  • Richemont มีแผนลงทุนในกิจการร่วมค้าที่ก่อตั้งขึ้นใหม่อย่าง Farfetch China และ Farfetch Limited และจะหาโอกาสใหม่ ๆ ในการร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับ Farfetch
  • Farfetch และ Alibaba จะใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีเสมือนจริงในธุรกิจค้าปลีกของพวกเขาผลักดันการก้าวสู่โลกดิจิทัลของอุตสาหกรรมสินค้าหรู รวมถึงก่อตั้งกลุ่มขับเคลื่อน Steering Group ร่วมกับผู้นำแบรนด์หรูผู้ทรงอิทธิพลอย่าง Johann Rupert และ François-Henri Pinault
  • Artemis เตรียมลงทุนเพิ่มเติมใน Farfetch เพื่อสิทธิในการเป็นเจ้าของที่มากขึ้น

ลอนดอน–(BUSINESS WIRE)–06 พฤศจิกายน 2563

วันนี้ Farfetch (NYSE:FTCH), Alibaba Group (NYSE:BABA and HKSE:9988) และ Richemont (SWX:CFR) ได้ประกาศความเป็นพันธมิตรทางธุรกิจระดับโลก เพื่อให้แบรนด์ระดับลักชัวรีมีช่องทางที่ดีขึ้นในการทำตลาดประเทศจีน รวมถึงเป็นการเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ที่มีความหรูหราทั่วโลกให้เร็วขึ้น ด้วยความเชี่ยวชาญและการเข้าถึงตลาดของแต่ละบริษัท ความเป็นพันธมิตรครั้งนี้จะยกระดับธุรกิจค้าปลีกแบรนด์หรูไปสู่เจเนอเรชันใหม่ด้วยการเชื่อมโลกกายภาพและโลกดิจิทัลเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้มีเนื้อหาในลักษณะมัลติมีเดีย ดูอย่างเต็มรูปแบบที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20201105006200/en/

Farfetch เตรียมเปิดตัวแพลตฟอร์มสินค้าหรูบน Alibaba ในจีน

Farfetch มีแผนเปิดตัวช่องทางสำหรับช้อปปิ้งแบรนด์หรูบนแพลตฟอร์มของ Alibaba อย่าง Tmall Luxury Pavilion และ Luxury Soho ซึ่งเป็นสถานที่ช้อปสินค้าหรูระดับพรีเมียมและเอาต์เลตสินค้าหรูของจีนบนมาร์เก็ตเพลสที่ชื่อ Tmall รวมถึง Tmall Global ซึ่งเป็นมาร์เก็ตเพลสสำหรับตลาดต่างประเทศของ Alibaba ช่องทางขายสินค้าใหม่นี้จะช่วยให้แพลตฟอร์มแบรนด์หรูระดับโลกของ Farfetch เข้าถึงผู้บริโภคกว่า 757 ล้านคนบน Alibaba และยังเป็นแหล่งรวมสินค้าแบรนด์หรูหลาย ๆ แบรนด์ของ Farfetch ไว้ที่เดียว ซึ่งจะเป็นโอกาสให้แบรนด์หรูต่าง ๆ ได้ยกระดับการรับรู้ตราสินค้าไปพร้อมกับขยายตลาดผู้บริโภคระดับลักชัวรีที่มีอยู่แล้วให้กว้างขึ้นจากการร่วมจำหน่ายสินค้าบนมาร์เก็ตเพลสระดับโลกของ Farfetch ขณะที่ลูกค้ากลุ่มลักชัวรีจะได้เลือกซื้อสินค้าแบรนด์โปรดผ่านการควบรวมกับ Farfetch หรือแม้แต่ผ่านแพลตฟอร์มที่มีอยู่แล้วอย่าง NET-A-PORTER ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากบน Tmall Luxury Pavilion

การลงทุนเชิงกลยุทธ์ของ Farfetch และ Farfetch China

Alibaba และ Richemont จะลงทุนมูลค่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (บริษัทละ 300 ล้านดอลลาร์) ในพันธบัตรแปลงสภาพส่วนบุคคลที่ออกโดย Farfetch Limited ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเป็นพันธมิตรระดับโลกครั้งนี้ ขณะที่ Alibaba และ Richemont จะลงทุนเป็นมูลค่า 500 ดอลลาร์สหรัฐฯ (บริษัทละ 250 ล้านดอลลาร์) ใน Farfetch China คิดเป็นหุ้น 25% ในกิจการร่วมค้าใหม่นี้ซึ่งรวมการดำเนินการของมาร์เก็ตเพลสของ Farfetch ในประเทศจีนด้วย นอกจากนี้ Alibaba และ Richemont ยังสามารถเลือกที่จะเข้าซื้อหุ้นของ Farfetch China เพิ่มอีก 24% หลังกิจการร่วมค้านี้ก่อตั้งครบ 3 ปีแล้ว Alibaba และ Richemont ยังจะได้รับโอกาสเพิ่มเติมในการร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับ Farfetch เพื่อนำเสนอบริการต่าง ๆ ให้กับแบรนด์หรูต่าง ๆ การลงทุนโดย Alibaba และ Richemont ใน Farfetch China และการก่อตั้งกิจการร่วมค้าครั้งนี้คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ภายในช่วงครึ่งปีแรกของปีปฏิทัน 2564 ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขสุดท้ายก่อนที่จะมีการตกลง

ขณะเดียวกัน Artemis ได้ตกลงที่จะเพิ่มสัดส่วนการลงทุนใน Farfetch จากเดิมด้วยการเข้าซื้อหุ้นสามัญ Class A ของ Farfetch เป็นมูลค่า 50 ดอลลาร์สหรัฐฯ

เร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของอุตสาหกรรมแบรนด์หรูระดับโลก

การค้าปลีกยุคใหม่สำหรับตลาดสินค้าหรู หรือ Luxury New Retail (“LNR”) เป็นการริเริ่มสุดสร้างสรรค์ซึ่งจะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีค้าปลีกในรูปแบบ omnichannel ที่ทันสมัยของ Farfetch และ Alibaba เพื่อตอบสนองความต้องการของธุรกิจแบรนด์หรู รวมถึงโซลูชันสำหรับองค์กรแบบครบวงจรที่มี Farfetch เป็นผู้ขับเคลื่อน โดยโซลูชันเหล่านั้นจะรองรับกลยุทธ์กระจายสินค้าแบบโมโนแบรนด์และมัลติแบรนด์ของแบรนด์หรูต่าง ๆ รวมถึงเว็บไซต์และเเอปพลิเคชันขายสินค้าออนไลน์ที่เชื่อมถึงกันอย่างเต็มรูปแบบ เทคโนโลยีค้าปลีก omnichannel และการเข้าถึงตลาดซื้อขายสินค้าออนไลน์ของทั้ง Farfetch และ Tmall Luxury Pavilion บนแพลตฟอร์มที่รวมกันเป็นหนึ่งเดียว

Farfetch และ Alibaba ยังได้ก่อตั้งกลุ่มที่จะทำหน้าที่ขับเคลื่อนการยกระดับการค้าปลีกยุคใหม่ หรือ LNR ซึ่งมีเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำการก้าวสู่ความเป็นดิจิทัลของอุตสาหกรรมค้าปลีกแบรนด์หรูระดับโลก Johann Rupert ประธานของ Richemont และ François-Henri Pinault ประธานของ Artemis จะร่วมกับ Farfetch และ Alibaba ในฐานะสมาชิกผู้ก่อตั้งและจะนำความเป็นผู้นำและความเชี่ยวชาญรวมกว่าทศวรรษมาสู่กลุ่มขับเคลื่อนนี้

José Neves ผู้ก่อตั้ง ประธานและซีอีโอของ Farfetch กล่าวว่า “การประกาศความเป็นพันธมิตรครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญสำหรับพันธกิจของเราที่ต้องการเชื่อมเจ้าของแพลตฟอร์ม นักสร้างสรรค์ และผู้บริโภคในอุตสาหกรรมแฟชันลักชัวรีเข้าด้วยกัน การลงทุนมูลค่า 1.15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ใน Farfetch จาก Alibaba Group, Richemont และ Artemis เป็นการยืนยันถึงบทบาทของเราในฐานะแพลตฟอร์มแบรนด์หรูระดับโลกอย่างชัดเจน

โปรเจกต์ใหม่ที่ทำร่วมกับ Alibaba Group และ Richemont เป็นการขยายกลยุทธ์ของ Farfetch ในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลที่กำลังเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมแบรนด์หรู ซึ่งถูกเร่งรัดโดยความท้าทายอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนสืบเนื่องจากการระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID-19) โปรเจกต์ Luxury New Retail จะพาเราไปเจอกับวิธีต่าง ๆ ในการช่วยให้อุตสาหกรรมเดินหน้าไปได้ในวงที่กว้างขึ้น และประสบความสำเร็จหลังจากการระบาดของไวรัสหมดไป”

Daniel Zhang ประธานและซีอีโอแห่ง Alibaba Group กล่าวว่า “การจับมือเป็นพันธมิตรกันครั้งนี้เป็นการรวมแพลตฟอร์มค้าปลีกสินค้าหรูและเทคโนโลยีชั้นนำของโลกเข้าด้วยกัน ซึ่งแสดงถึงความสำเร็จอีกขั้นในกลยุทธ์ของ Alibaba ในการตอบสนองความต้องการสินค้าลักชัวรีในจีนที่กำลังเพ่ิมขึ้นอย่างรวดเร็ว ตลาดสินค้าหรูในจีน ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าจะมียอดขายครึ่งหนึ่งของยอดขายสินค้าหรูหราทั่วโลกภายในปี 2568 ประกอบด้วยผู้บริโภควัยหนุ่มสาวหลายร้อยล้านคนที่ใช้ดิจิทัลเป็นหลัก การจับมือกับ Farfetch และขยายความร่วมมือกับ Richemont จะช่วยให้เราพาอุตสาหกรรมค้าปลีกสินค้าหรูเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นดิจิทัลและพลิกโฉมประสบการณ์ช้อปปิ้งสินค้าลักชัวรีให้กับลูกค้าได้เร็วขึ้น”

Johann Rupert ประธานแห่ง Richemont กล่าวว่า “การพัฒนาที่เกิดขึ้นจากความสำเร็จในกิจการร่วมทุนกับ Alibaba สะท้อนถึงการรุดหน้าสู่การค้าปลีกสินค้าหรูในรูปแบบใหม่อันสำคัญ การร่วมมือครั้งนี้เป็นการนำจุดแข็งของแต่ละฝ่ายมาเสริมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเชี่ยวชาญด้านการค้าปลีกสินค้าหรูจาก Maisons และความเป็นพันธมิตรที่เข้มแข็ง การบริการที่เช่ียวชาญ และการดูแลลูกค้าที่เป็นเลิศของ YOOX NET-A-PORTER ซึ่งจะช่วยให้เราส่งมอบประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อให้กับลูกค้าที่มีวิสัยทัศน์ของเรา

ความเป็นพันธมิตรจะทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น ผมยินดีอย่างมากที่ได้ร่วมงานกับ Daniel, José และ François-Henri ในการนำวิสัยทัศน์ที่เรามีร่วมกันมาทำให้เกิดผล เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอตุสาหกรรมลักชัวรีแห่งอนาคต“

François-Henri Pinault ประธานแห่ง Artemis กล่าวว่า “ศักยภาพในการเติบโตของการขายสินค้าหรูออนไลน์ไม่เคยสดใสเท่านี้มาก่อน และความสำคัญของประเทศจีนต่ออุตสาหกรรมสินค้าหรูก็ฉายให้เห็นเพิ่มมากขึ้นทุกวัน วิสัยทัศน์ของ José Neves ทำให้ Farfetch มีบทบาทสำคัญในการยกระดับประสบกรณ์ซื้อขายสินค้าผ่านกลยุทธ์ omnichannel ให้กับลูกค้าในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ การลงทุนโดย Artemis แสดงให้เห็นถึงความเชื่อของเราต่ออนาคตของ Farfetch และตัวผมเองก็ตั้งตารอที่จะได้สัมผัสอนาคตของการค้าปลีกสินค้าหรูร่วมกับกลุ่มคนผู้มีวิสัยทัศน์และความเชี่ยวชาญเหล่านี้”

Goldman Sachs International (ทีมหลัก) และ Allen & Company LLC ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางด้านการเงินให้กับ Farfetch

การออกพันธบัตรแปลงสภาพส่วนบุคคล 0% ที่ครบกำหนดในปี 2573 มูลค่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ของ FARFETCH

เพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาเชิงกลยุทธ์ข้างต้น Alibaba Group และ Richemont ได้ตกลงที่จะซื้อพันธบัตรแปลงสภาพ 0% มูลค่า 300 ล้านดอลลาร์ ครบกำหนดในปี 2573 ("พันธบัตร") ซึ่งออกโดย Farfetch Limited ("บริษัท ") สำหรับรายได้รวมทั้งหมด 600 ล้านดอลลาร์ เงินทุนที่เพิ่มเข้ามาจะช่วยสนับสนุนกลยุทธ์ระยะยาวของ Farfetch ในการให้บริการแพลตฟอร์มเทคโนโลยีระดับโลกสำหรับอุตสาหกรรมแฟชันอันหรูหรา และช่วยให้เป้าหมายที่ต่อเนื่องของบริษัทในการวางแผนการเติบโตและเดินหน้าสู่การทำกำไรได้สำเร็จง่ายขึ้น การขายพันธบัตรให้กับ Alibaba Group และ Richemont คาดว่าจะสำเร็จลุล่วงราววันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขสุดท้ายก่อนที่จะมีการตกลง

พร้อมกับการลงทุนครั้งนี้ Alibaba Group จะเสนอชื่อผู้อำนวยการหนึ่งคนให้ดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการบริหารของ Farfetch

พันธบัตรจะครบกำหนดในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2573 เว้นแต่จะมีการแปลง แลก หรือซื้อคืนภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด พันธบัตรจะไม่มีดอกเบี้ยและจำนวนเงินต้นของพันธบัตรจะไม่มีการทบสูงขึ้น ก่อนการปิดทำการในวันซื้อขายที่กำหนดไว้ในวันที่สองก่อนวันครบกำหนด ผู้ถือพันธบัตรสามารถแปลงสภาพพันธบัตรในราคาเดิมที่ประมาณ 32.29 ดอลลาร์ เท่ากับมูลค่าหุ้น 22% ของราคาเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักตลอดระยะเวลาการซื้อขายสามสิบ (30) วัน สิ้นสุดในวันที่ 30 ตุลาคม 2563 เมื่อมีการแปลงสภาพแล้ว พันธบัตรจะถูกจัดให้เป็นหุ้นสามัญประเภท A ของบริษัท (ภายใต้สิทธิ์ของบริษัท ในบางกรณี เพื่อแปลงสภาพพันธบัตรให้เป็นหุ้นสามัญ Class A เงินสด หรือทั้งสองรวมกันโดยการลงคะแนนเสียงของบริษัท) หากมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นซึ่งส่งผลให้ปัจจัยพื้นฐานมีการเปลี่ยนแปลง (Fundamental Change) (ตามที่กำหนดไว้ในข้อตกลงเกี่ยวกับนิยามของพันธบัตร) ผู้ถือพันธบัตรมีสิทธิ์เรียกร้องให้บริษัทซื้อคืนพันธบัตรทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นเงินสดในราคาเท่ากับ 100% ของจำนวนเงินต้นรวมทั้งดอกเบี้ยพิเศษที่ค้างชำระภาย ถ้ามี ในวันที่ครบกำหนด ในบางกรณี บริษัท อาจเพิ่มอัตราการแปลงสภาพสำหรับเจ้าของที่ทำการแปลงสภาพพันธบัตรตามการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยพื้นฐาน

Alibaba Group และ Richemont อาจให้บริษัทซื้อคืนพันธบัตรทั้งหมดหรือบางส่วนในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ในราคาซื้อคืนเท่ากับ 100% ของจำนวนเงินต้นที่จะซื้อคืน รวมทั้งดอกเบี้ยที่ค้างจ่ายและยังไม่ได้ชำระ หากมี โดยรวมวันที่ซื้อคืนดังกล่าว

บริษัทไม่สามารถไถ่ถอนพันธบัตรก่อนวันที่ 15 พฤศจิกายน 2566 ได้ ยกเว้นในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายภาษีบางประการ ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2566 เป็นต้นไป บริษัทอาจไถ่ถอนพันธบัตรเป็นเงินสดทั้งหมดหรือบางส่วนของพันธบัตรที่เกี่ยวข้องหากราคาขายสุดท้ายของหุ้นสามัญ Class A มีมูลค่าอย่างน้อย 130% (หรือ 200% หากพันธบัตรที่เกี่ยวข้องซึ่งอยู่ในครอบครองของ Alibaba Group หรือ Richemont มีจำนวนเพียงพอในขณะนั้น) ของราคาแลกเปลี่ยน และให้มีผลในอย่างน้อย 20 วันทำการซื้อขาย (ไม่ว่าจะติดต่อกันหรือไม่ก็ตาม) ในช่วงระยะเวลาการซื้อขาย 30 วันติดต่อกัน (รวมถึงวันซื้อขายสุดท้ายของช่วงเวลาดังกล่าว) สิ้นสุดในวันซื้อขายก่อนวันที่บริษัทแจ้งการไถ่ถอน ในราคาเท่ากับ 100% ของจำนวนเงินต้นของพันธบัตรที่จะไถ่ถอนรวมทั้งดอกเบี้ยพิเศษที่ค้างรับและยังไม่ได้ชำระ หากมี จนถึงแต่ไม่รวมวันที่ไถ่ถอน

หลังออกพันธบัตรแล้ว พันธบัตรจะอยู่ในสถานะหุ้นกู้ที่ไม่มีหลักประกันและไม่ด้อยสิทธิของบริษัท และจะถูกจัดให้เป็นหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิสำหรับชำระหนี้ที่ไม่มีหลักประกันของบริษัท ซึ่งเป็นหุ้นกู้ด้อยสิทธิในการชำระหนี้ของพันธบัตรโดยชัดแจ้ง เทียบเท่ากับการชำระหนี้ผูกพันแบบไม่มีหลักประกันใด ๆ ของบริษัทซึ่งไม่ด้อยสิทธิ ส่งผลให้เป็นหุ้นกู้ด้อยสิทธิในการชำระหนี้แบบมีหลักประกันของบริษัท ในขอบเขตของมูลค่าของทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันการเป็นหนี้ดังกล่าว ด้อยสิทธิต่อพันธบัตรไม่ด้อยสิทธิแบบแปลงสภาพได้ 5.00% ของบริษัทซึ่งครบกำหนดปี 2568 และด้อยสิทธิต่อความเป็นหนี้และภาระผูกพันอื่น ๆ (รวมถึงเจ้าหนี้การค้า) ของบริษัทย่อยของบริษัท

การเปิดเผยข้อมูลการลงทุนของ ARTEMIS

เพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาเชิงกลยุทธ์ข้างต้น Artemis ได้ตกลงที่จะซื้อหุ้นสามัญ Class A ที่ออกโดย Farfetch จำนวน 1,889,338 หน่วยสำหรับกำไรรวมขั้นต้นราว 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ การออกหุ้นให้กับ Artemis คาดว่าจะเสร็จสิ้นในหรือประมาณวันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 ซึ่งขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการปิดตามธรรมเนียม

ข้อมูลการประชุมทางไกลผ่านโทรศัพท์

Farfetch จะจัดประชุมทางไกลผ่านโทรศัพท์ในวันพรุ่งนี้ ซึ่งตรงกับวันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 เวลา 8:00 น. ตามเขตเวลาตะวันออก เพื่อหารือถึงธุรกรรมและการลงทุนที่กล่าวมาข้างต้น ผู้สนใจสามารถฟังการประชุมสดผ่านการถ่ายทอดเสียงได้ที่เว็บไซต์ http://farfetchinvestors.com และชมการนำเสนอสไลด์ไปพร้อมกัน โดยสามารถชมบันทึกการประชุมย้อนหลังได้ 30 วันที่เว็บไซต์เดียวกันนี้

ข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์ในอนาคต

เอกสารเผยแพร่นี้ประกอบด้วยข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์ในอนาคตตามความหมายของพระราชบัญญัติปฏิรูปการฟ้องร้องคดีหลักทรัพย์ส่วนบุคคลปี 2538 ข้อความทั้งหมดในที่นี้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในอดีตให้ถือว่าเป็นการคาดการณ์ในอนาคต ซึ่งประกอบด้วย แต่ไม่จำกัดเฉพาะ การทำธุรกรรมใด ๆ และผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกิจการร่วมค้าของ Farfetch China และการค้าปลีกยุคใหม่สำหรับตลาดสินค้าหรู (Luxury New Retail) โอกาสในอนาคตและระดับของธุรกิจที่คาดหมาย ผลการประกอบการและผลการดำเนินงานในอนาคต กิจกรรมและเป้าหมายที่วางแผนไว้ การเติบโตที่คาดการณ์ โอกาสทางการตลาด กลยุทธุ์ การแข่งขันและความคาดหวังอื่น ๆ และ/หรือความสำเร็จในการออกพันธบัตร และ/หรือหุ้นสามัญ Class A ของ Farfetch และสมมติฐานใด ๆ ที่เป็นการเน้นย้ำถึงข้อความดังกล่าว รวมถึงข้อความที่ประกอบด้วยคำว่า “คาดว่า” “ตั้งใจ” “วางแผน” “เชื่อ” “ตั้งเป้า” “คาดการณ์” “ประมาณการ” “อาจจะ” “ควร” “คาด” และข้อความอื่น ๆ ที่คล้ายกันซึ่งบ่งชี้ถึงเหตุการณ์ในอนาคต ข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์ในอนาคตเหล่านี้อ้างอิงจากการคาดการณ์ของฝ่ายบริหารซึ่งเป็นปัจจุบันในขณะนั้น ข้อความเหล่านี้ไม่ใช่คำมั่นหรือหลักประกันใด ๆ และมีความเสี่ยงทั้งที่ทราบและไม่ทราบ ความไม่แน่นอน และปัจจัยที่สำคัญอื่น ๆ ที่อาจส่งผลให้ผลประกอบการ ผลการดำเนินงาน หรือความสำเร็จที่เกิดขึ้นจริงแตกต่างออกไปจากผลที่เกิดขึ้นในอนาคตที่กล่าวถึงทั้งโดยตรงและโดยนัยในข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์ในอนาคต รวมถึงปัจจัยที่พูดถึงในหัวข้อ “ปัจจัยเสี่ยง” ใน Form 20-F ในรายงานประจำปีของเรา ซึ่งได้ยื่นต่อยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) ของสหรัฐอเมริกา เมื่อสิ้นสุดปีงบประมาณเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2562 และปัจจัยเหล่านั้นอาจมีการปรับปรุงแก้ไขในเอกสารอื่น ๆ ที่ยื่นต่อ SEC ซึ่งสามารถดูได้ที่เว็บไซต์ของ SEC ที่ www.sec.gov และหน้าสำหรับนักลงทุนบนเว็บไซต์ของเราที่ www.farfetchinvestors.com และนอกจากนี้ เราดำเนินธุรกิจในสภาพแวดล้อมที่มีการแข่งขันสูงและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจมีความเสี่ยงใหม่ ๆ เกิดขึ้น ฝ่ายบริหารของเราจึงไม่สามารถคาดการณ์ความเสี่ยงได้ทั้งหมด หรือประเมินผลกระทบจากความเสี่ยงต่อธุรกิจของเราได้ทั้งหมด หรือระดับที่ปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งหรือทั้งหมดจะส่งผลให้ผลการดำเนินงานจริงแตกต่างจากที่กล่าวในข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์ในอนาคตใด ๆ ของเรา  และด้วยความเสี่ยง ความไม่แน่นอน และสมมติฐานเหล่านี้ เหตุการณ์และสถานการณ์ที่เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าซึ่งกล่าวถึงในเอกสารประชาสัมพันธ์ฉบับนี้จึงมีความไม่แน่นอนและอาจไม่เกิดขึ้นจริง และผลที่เกิดขึ้นจริงอาจแตกต่างออกไปอย่างมากจากกล่าวไว้ในที่นี้ทั้งโดยตรงและโดยนัย ฉะนั้น ไม่ควรใช้ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าเป็นการคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคต และข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์ในอนาคตในเอกสารประชาสัมพันธ์นี้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์หรือข้อมูล ณ วันที่จัดทำเท่านั้น เว้นเสียแต่จะกำหนดไว้โดยกฎหมาย เราไม่มีภาระผูกพันในการปรับปรุงหรือแก้ไขข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์ในอนาคตใด ๆ ให้เป็นไปตามข้อมูลใหม่ เหตุการณ์ในอนาคต หรืออื่นใดหลังจากวันที่จัดทำเอกสารนี้ขึ้นแล้ว หรือเพื่อให้สอดคล้องกับเหตุการณ์ที่นอกเหนือจากที่คาดการณ์ไว้

เกี่ยวกับ FARFETCH

Farfetch Limited เป็นแพลตฟอร์มระดับโลกสำหรับวงการแฟชันหรู Farfetch ก่อตั้งขึ้นในปี 2550 โดย José Neves ผู้ซึ่งหลงใหลในแฟชัน ก่อนเปิดตัวในปี 2551 โดยเริ่มต้นจากการเป็นแหล่งซื้อขายสินค้าออนไลน์สำหรับร้านสินค้าระดับหรูจากทั่วโลก ปัจจุบันมาร์เก็ตเพลสของ Farfetch ให้ลูกค้าในกว่า 190 ประเทศทั่วโลกเลือกซื้อสินค้าจากกว่า 50 ประเทศและแบรนด์ ร้านบูติกและห้างสรรพสินค้าระดับโลกกว่า 1,300 ราย มอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่แท้จริง และการเข้าถึงสินค้าหรูที่มีตัวเลือกเยอะที่สุดบนแพลตฟอร์มเดียว ธุรกิจอื่น ๆ ของ Farfetch ประกอบด้วย Farfetch Platform Solutions ซึ่งให้บริการลูกค้าระดับองค์กรด้านอีคอมเมิร์ซและความสามารถด้านเทคโนโลยีต่าง ๆ รวมถึง Browns and Stadium Goods ซึ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์ระดับหรูให้กับผู้บริโภค และ Guards แพลตฟอร์มสำหรับการพัฒนาแบรนด์แฟชันระดับโลก นอกจากนี้ Farfetch ยังลงทุนในนวัตกรรมต่าง ๆ เช่น โซลูชันค้าปลีกในโลกเสมือนจริงอย่าง Store of the Future และยังพัฒนาเทคโนโลยีหลัก ๆ โซลูชันทางธุรกิจ และบริการต่าง ๆ ป้อนอุตสาหกรรมแฟชันลักชัวรีอีกด้วย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดดูที่ www.farfetchinvestors.com

เกี่ยวกับ ALIBABA GROUP

เป้าหมายของ Alibaba Group คือการทำให้การทำธุรกิจเป็นเรื่องง่ายในทุก ๆ ที่ บริษัทตั้งเป้าสร้างระบบพื้นฐานของการค้าขายให้กับอนาคต และปรารถนาที่จะได้เห็นลูกค้าพบปะ ทำงาน และใช้ชีวิตที่ Alibaba ซึ่งนั่นจะทำให้ Alibaba เป็นบริษัทที่ดีซึ่งมีอายุยาวนานถึง 102 ปี

เกี่ยวกับ RICHEMONT

Richemont เป็นเจ้าของธุรกิจ Maisons ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติถึงเอกลักษณ์อันโดดเด่น ความประณีตและความสร้างสรรค์ กลุ่มดำเนินธุรกิจสี่ด้าน ได้แก่: อัญมนี ประกอบด้วยแบรนด์ Buccellati, Cartier และ Van Cleef & Arpels ผลิตนาฬิกา ประกอบด้วยแบรนด์ A. Lange & Söhne, Baume & Mercier, IWC Schaffhausen, Jaeger-LeCoultre, Panerai, Piaget, Roger Dubuis และ Vacheron Constantin จำหน่ายสินค้าออนไลน์ ได้แก่ YOOX NET-A-PORTER GROUP (NET-A-PORTER, MR PORTER, YOOX, THE OUTNET) และ Watchfinder & Co. และอื่น ๆ โดยเน้นที่ธุรกิจแฟชันและเครื่องประดับภายใต้เครือ Maisons ประกอบด้วยแบรนด์ Alaïa, Chloé, dunhill, Montblanc และ Peter Millar

เกี่ยวกับ ARTEMIS

Artemis ก่อตั้งขึ้นในปี 2535 โดยนักธุรกิจชาวฝรั่งเศสอย่าง François Pinault โดย Artemis เป็นผู้ถือหุ้นผู้มีอำนาจในการตัดสินใจของกลุ่มธุรกิจแบรนด์หรูระดับโลกอย่าง Kering (Gucci, Saint Laurent, Bottega Veneta, Balenciaga, Alexander McQueen, Brioni, Boucheron, Pomellato, Dodo, Qeelin, Ulysse Nardin, Girard-Perregaux และ Kering Eyewear) Artemis ยังเป็นเจ้าของบริษัทซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับอีกหลายแห่ง ได้แก่ ธุรกิจจัดประมูล Christie สวนองุ่น Chateau Latour และเรือสำราญ Ponant และในฐานะผู้ถือหุ้น Artemis ตั้งเป้าหมายที่การเติบโตระยะยาวและการสร้างมูลค่าให้กับธุรกิจ

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20201105006200/en/

ติดต่อ:

แผนกนักลงทุนสัมพันธ์ของ Farfetch:
Alice Ryder
รองประธานแผนกนักลงทุนสัมพันธ์
IR@farfetch.com

แผนกสื่อของ Farfetch Media:
Susannah Clark
รองประธานแผนกงานสื่อสาร
susannah.clark@farfetch.com
+44 7788 405224

Brunswick Group
farfetch@brunswickgroup.com
สหรัฐอเมริกา: +1 (212) 333 3810
สหราชอาณาจักร: +44 (0) 207 404 5959

Alibaba Group:
Julia Hutton-Potts
j.hutton-potts@alibaba-inc.com
+44-7307807007

Holly Zhao
holly.zhao@alibaba-inc.com
+1-5054693316

Ivy Ke
ivy.ke@alibaba-inc.com
+852-55909949

Richemont:
Sophie Cagnard ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร
James Fraser กรรมการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์
ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับนักลงทุนและนักวิเคราะห์ติดต่อที่: +41 22 721 30 03; investor.relations@cfrinfo.net
ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อติดต่อที่: +41 22 721 35 07; pressoffice@cfrinfo.netrichemont@teneo.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Forex Leverage | ฟอเร็กซ์ เลเวอเรจ 101 – ที่คุณควรรู้

Logo

กรุงเทพฯ–(THAI BUSINESS NEWS ON BEHALF OF FOREX LEVERAGE)–29 ตุลาคม 2563

เลเวอเรจ (Leverage) ในตลาดเงินตราต่างประเทศ (Forex: Foreign Exchange) นั้นสามารถแปรเปลี่ยนเป็นได้ทั้งฝันร้าย หรือ ฝันที่กลายเป็นจริง อธิบายง่ายๆ Leverage คือ เงินลงทุนที่เทรดเดอร์ (Trader) กู้ยืมมาจากโบรกเกอร์ เป็นเงินกู้ที่ไม่มีดอกเบี้ยเงินกู้ อาจมีเพียงค่าธรรมเนียมจำนวนเล็กน้อยเท่านั้น

เลเวอเรจ ในการซื้อขายฟอเร็กซ์มักคำนวณเป็นอัตราส่วนระหว่างเงินฝากจริงของเทรดเดอร์กับจำนวนเงินที่สามารถลงทุนสูงสุด ยกตัวอย่างเช่น อัตราส่วน: หนึ่งต่อแปด 1:8  (เลเวอเรจแปดเท่า) หมายถึง ฝากเงินในบัญชีเทรด $10,000 สามารถลงทุนซื้อขายได้สูงสุดถึง $80,000

เลเวอเลจ จำเป็นหรือไม่
เทรดเดอร์ส่วนใหญ่มักจะเลือกโบรกเกอร์ที่มีเลเวอเรจให้ เพราะเลเวอเรจนั้นมอบสิทธิประโยชน์ได้มากมาย หากใช้ให้เป็นอย่างถูกต้องและมีความรับผิดชอบ  นอกจากนั้นการจะเป็นเทรดเดอร์ได้ คุณจำเป็นต้องมีบัญชีเงินลงทุนเริ่มที่ $100,000 ในการทำกำไร ซึ่งนั้นทำให้คุณจำเป็นต้องเลือกใช้กลยุทธ์ใดกลยุทธ์หนึ่งดังต่อไปนี้

ทางเลือกแรก คือ เปิดบัญชีแล้วทำรายการฝากด้วยเงินสดส่วนตัว $100,000 หรือทางเลือกที่สอง แค่เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ให้เลเวอเรจสูงห้าเท่า แล้วทำรายการฝากเพียงแค่ $2,000 ซึ่งจะช่วยคุณในฐานะที่เป็นเทรดเดอร์ประหยัดเงินสดไปถึง $80,000 ที่คุณสามารถนำเงินสดที่เหลือนี้ไปใช้ลงทุนรูปแบบอื่นได้อีก เช่น การลงทุนในหุ้นปันผล ที่ช่วยสร้างผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นให้กับผู้ถือหุ้นได้อย่างสม่ำเสมอ

โดยทั่วไปแล้ว เลเวอเรจ สามารถเริ่มที่หนึ่งเท่าของยอดเงินฝากเริ่มต้น หรืออาจสูงสุดที่ 1,000 เท่า หรือ มากกว่านั้นก็เป็นได้สำหรับเทรดเดอร์ที่มีความชำนาญและประสบการณ์  สำหรับนักลงทุนเทรดเดอร์มือใหม่ ควรเลือกเลเวอเรจที่สูงไม่เกิน 20 เท่า ยังถือว่ามีความปลอดภัยอยู่  แต่ถ้าเลเวอเรจสูงเกินกว่า 20 เท่าขึ้นไป นับว่าค่อนข้างมีความเสี่ยงสูงในการลงทุน ยิ่งเลวเอเรจสูงมากเท่าใด ความเสี่ยงก็สูงขึ้นทวีคูณตามไปด้วยเช่นกัน

เลเวอเรจ: ตัวอย่างการใช้

ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างการใช้ประโยชน์ของ เลเวอเรจ เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่พอมีประสบการณ์การเทรดมาบ้างแล้ว สมมติว่าโบรกเกอร์ให้เลเวอเรจที่ 50 เท่า เทรดเดอร์ฝากเงินเข้าบัญชีเทรดที่ $5,000 เท่ากับว่า เทรดเดอร์สามารถมีกำลังลงทุนซื้อขายแลกเปลี่ยนในตลาดเงินตราต่างประเทศได้มากถึง $250,000

หากคุณคาดการณ์เอาไว้ว่า สกุลเงิน EUR ค่าเงินกำลังจะขึ้น คุณก็สามารถเลือกซื้ออัตราแลกเปลี่ยนคู่สกุล EUR ต่อ USD

ก่อนอื่นลองมาทำความเข้าใจกับบัญชีที่ยัง ไม่เลือกใช้เลเวอเรจ เป็นตัวช่วยกันก่อน   ถ้าเทรดเดอร์ลงทุน $5,000 ในตลาดเงินตราต่างประเทศคู่สกุลเงิน EUR/USD ที่อัตรา 1.1805  ซึ่งมักมีอัตราขยับตัวขึ้นไปที่ 100 ปิ๊ป (pips) ต่อวัน สมมติว่าครั้งนี้ค่าเงินขึ้นเป็น 1.1905 พอดี

กรณีนี้เทรดเดอร์เลือกเทรดถูกฝั่ง และรับรายได้ทันทีจากการเทรดครั้งนี้ไป $50 นับว่าไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ก็ยังไม่ใกล้เคียงกับการดำรงชีวิตด้วยการเทรดฟอเร็กซ์เป็นอาชีพเพียงอย่างเดียว

ต่อมาในกรณีที่ เลือกใช้เลเวอเลจ 50 เท่า เป็นตัวช่วย รายได้ของคุณก็จะทวีคณูขึ้นไปอีก 50 เท่าเช่นกัน  ฉะนั้นแทนที่จะทำกำไรแค่ $50 จากการเทรด กำไรก็จะเพิ่มไป 50 เท่า จาก $50 เป็น $2,500 และนี่ก็เป็นกำไรพื้นฐานจริงๆ ที่สามารถทำได้ต่อการเทรดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ซึ่งสามารถทำเงินได้มากถึง $130,000 ต่อปี

 imgแล้วทำไมถึงไม่อยากใช้ เลเวอเรจ

เมื่อข้างต้นเราได้อธิบายว่า เลเวอเรจ คืออะไร และใช้เป็นตัวช่วยในการเทรดได้อย่างไรมาแล้ว การทำความเข้าใจเกี่ยวกับด้านลบ หรือ ของเสียของ เลเวอเรจ นั้นก็มีความสำคัญที่ควรต้องทราบไว้เช่นกัน เลเวอเรจ ยิ่งช่วยให้คุณทำกำไรได้มากขึ้นเท่าไหร่  ก็สามารถทำให้เสียได้มากขึ้นตามอัตราส่วนดังกล่าวเช่นกัน

ลองจินตนาการดูว่า หากผลลัพธ์ออกตรงข้ามกับตัวอย่างด้านบน ผลเสียที่ตามมาจะเป็นอย่างไร และถึงขั้นอาจทำให้ยอดเงินฝากในบัญชีเทรดของคุณเป็นศูนย์ได้ในทันที

ดังนั้นในบัญชีที่ ไม่เลือกใช้เลเวอเรจ หากการลงทุน $5,000 ในคู่สกุลเงิน EUR/USD ที่เสีย 100 ปิ๊ป จะทำกับเสีย $50  ส่วนบัญชีเทรดที่เลือกใช้เลเวอเรจช่วย 50 เท่า หากเสียก็จะเสียถึง $2,500

เท่ากับว่าคุณจะเสียเงินทุนที่ฝากไปครึ่งหนึ่ง  เมื่อเสียเยอะ ยอดกำลังการซื้อขายครั้งต่อไปของเทรดเดอร์ก็จะลดลงตามไปด้วยจาก $250,000 เหลือเพียง $125,000 ตามอัตรายอดเงินฝากคงเหลือเหลือจริงที่ลดลงมาครึ่งหนึ่งด้วยเช่นกัน

แล้วถ้าเกิดคู่สกุลเงิน EUR/USD เกิดขยับตัวลงไปถึง 150 ปิ๊ป หรือ 200 ปิ๊ป จะเป็นอย่างไร  ฉะนั้นเทรดเดอร์พึ่งควรระวังว่าการเทรดเพียงครั้งเดียวก็เป็นความเสี่ยงกับยอดเงินในบัญชีเทรดของคุณ

โบรกเกอร์เองก็เปรียบเสมือนมีระบบคอยช่วยจัดการบริการความเสี่ยงโดยอัติโนมัติ  ช่วยปล่อยขายเมื่อยอดคงเหลือในบัญชีของเทรดเดอร์อยู่ในอาการน่าเป็นห่วง  ทั้งหมดที่กล่าวมานี้จะเห็นได้ว่า ทุกๆ เงินลงทุน $1 จากเทรดเดอร์ โบรกเกอร์จะช่วยดันกำลังลงทุนเพิ่มไปอีก 50 เท่าจากยอดเริ่มต้น

บทสรุป: โบรกเกอร์เลิฟ…เลเวอเรจ

โบรกเกอร์ชอบเสนอเลเวอเรจให้เทรดเดอร์อยู่แล้วเป็นปกติ เพราะพวกเขาจะได้รับรับค่าคอมมิชชั่นที่สูงขึ้นด้วยเช่นกันในการเทรดแต่ละครั้ง  แน่นอนว่าโบรกเกอร์เหล่านี้ต้องการผูกสัมพันธ์ระยะยาวกับเทรดเดอร์ที่ทำกำไรให้พวกเขา เพราะใครๆก็อยากได้กำไรและทำเงินเยอะๆ มากกว่าการเสียเงินในการเทรดฟอเร็กซ์ทั้งนั้น

แม้ว่าโบรกเกอร์เองก็อยากจะยื่นเลเวอเลจให้กับเทรดเดอร์ทุกคนในอัตรามากเท่าที่จะมากได้ แต่ในแท้ที่สุดแล้วค่าเลเวอเรจที่สูงที่สุด มักถูกเสนอให้กับเทรดเดอร์ที่สามารถทำกำไรและมีความรับผิดชอบเท่านั้น  เทรดเดอร์ที่ขาดประสบการณ์ และชอบเสี่ยงมากเกินไปไม่ส่งผลดีให้กับตัวโบรกเกอร์เอง หลายครั้งที่มักก่อปัญหาให้โบรกเกอร์อีกด้วย

เครดิต: ADVFN NEWS
อ้างอิงและแปลจาก: Forex Leverage 101: Everything You Need To Know

—————————————-

ข้อความปฎิเสธความรับผิดชอบ

Thai Business News ไม่ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องการเงินและไม่แนะนำหรือต่อต้านการซื้อขายสกุลเงินหรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ และไม่ได้แนะนำโบรกเกอร์ใดๆ โดยเฉพาะการซื้อขายตราสารดังกล่าวขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของแต่ละบุคคล ในกรณีของการสูญเสียตราสารที่มีเลเวอเรจอาจเกินมูลค่าของเงินลงทุนเดิม

การซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินบนมาร์จิ้นนั้นมีความเสี่ยงสูงและอาจไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนในบางราย ผลการดำเนินการในอดีตไม่ได้บ่งบอกถึงผลลัพธ์ในอนาคต  โดยระดับของ leverage อาจทำอันตรายกับสถานะทางการเงินของท่าน ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนในการซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินนั้น ท่านควรพิจารณาจุดมุ่งหมายการลงทุนของท่าน, ระดับของประสบการณ์และการยอมรับความเสี่ยง โดยมีความเป็นไปได้ที่ท่านจะสูญเสียเงินทุนเริ่มต้นเป็นบางส่วนหรือทั้งหมด ดังนั้นท่านจึงไม่ควรนำเงินส่วนที่ท่านคิดว่าไม่สามารถจะสูญเสียได้มาลงทุน ท่านควรจะคำนึงถึงทุกความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นระดับการซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินและหาคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านการเงินหากท่านมีข้อสงสัยใดๆ