Category Archives: General News

Riskified Ltd. ประกาศปิดการเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไปและการใช้สิทธิเต็มรูปแบบของการรับประกันภัยในการซื้อหุ้นเพิ่มเติมของผู้จัดการการจัดจำหน่าย

Logo

นิวยอร์ก–(BUSINESS WIRE)–4 สิงหาคม 2564

Riskified Ltd. (“Riskified”) แพลตฟอร์มการจัดการการฉ้อโกงที่มอบประสบการณ์การเปิดใช้งานอีคอมเมิร์ซที่ลื่นไหล ประกาศปิดการเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไปในครั้งแรกจำนวน 20,125,000 หุ้นสามัญ Class A เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2564 รวมถึงการใช้สิทธิทั้งหมดโดยผู้จัดการการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ของทางเลือกในการซื้อหุ้นสามัญ Class A เพิ่มเติมจำนวน 2,625,000 หุ้น ในราคา 21.00 ดอลลาร์ต่อหุ้นสามัญ Class A การเสนอขายประกอบด้วยหุ้นสามัญ Class A จำนวน 19,925,000 หุ้นที่เสนอขายโดย Riskified และหุ้นสามัญ Class A จำนวน 200,000 หุ้นเพื่อจำหน่ายโดยผู้ถือหุ้นรายใดรายหนึ่งของ Riskified ซึ่ง Riskified จะไม่ได้รับเงินจากการขายหุ้นของผู้ถือหุ้นที่ขายหุ้น รายได้รวมของ Riskified ก่อนที่จะหักส่วนลดการรับประกันภัย ค่าคอมมิชชั่น และค่าใช้จ่ายในการเสนอซื้อ อยู่ที่ประมาณ 418 ล้านดอลลาร์ หุ้นสามัญ Class A เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2564 ภายใต้สัญลักษณ์ “RSKD”

Goldman Sachs & Co. LLC, J.P. Morgan Securities LLC และ Credit Suisse Securities (USA) LLC ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าผู้จัดการด้านธุรกรรมสำหรับการเสนอขายครั้งนี้ โดย Barclays Capital Inc., KeyBanc Capital Markets Inc., Piper Sandler & Co., Truist Securities, Inc. และ William Blair & Company, L.L.C. เป็นผู้จัดการการร่วมดำเนินการจัดทำรายการเสนอขาย Loop Capital Markets LLC, Samuel A. Ramirez & Company, Inc., Siebert Williams Shank & Co., LLC และ Stern Brothers & Co. ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการร่วมสำหรับการเสนอขาย

การเสนอขายจะทำโดยใช้หนังสือชี้ชวนเท่านั้น สามาถขอรับสำเนาหนังสือชี้ชวนขั้นสุดท้ายที่เกี่ยวข้องกับการเสนอขายโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ได้ที่ EDGAR บนเว็บไซต์ของ ก.ล.ต. ที่ www.sec.gov หรืออาจขอรับสำเนาหนังสือชี้ชวนขั้นสุดท้ายที่เกี่ยวข้องกับการเสนอขายนี้ได้จาก Goldman Sachs & Co. LLC, Attn: Prospectus Department, 200 West Street, New York, New York, 10282 ทางอีเมลที่ prospectus-ny@ny.email.gs.com หรือทางโทรศัพท์ที่ 866-471-2526; J.P. Morgan Securities LLC, Attn: Broadridge Financial Solutions, 1155 Long Island Avenue, Edgewood, New York, 11717 ทางอีเมลที่ Prospectus-eq_fi@jpmorgan.com หรือทางโทรศัพท์ที่ 1-866-803-9204 และ Credit Suisse Securities (USA) LLC, Attn: Prospectus Department, One Madison Avenue, New York, New York, 10010 ทางอีเมลที่ newyork.prospectus@credit-suisse.com หรือทางโทรศัพท์ที่หมายเลข 800-221-1037

แบบแสดงรายการข้อมูลการจดทะเบียนในแบบฟอร์ม F-1 ที่เกี่ยวข้องกับการขายหลักทรัพย์เหล่านี้ได้ยื่นต่อและประกาศให้มีผลบังคับโดยสำนักงาน ก.ล.ต. ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ไม่ถือเป็นการเสนอขายหรือการชักชวนให้ซื้อหลักทรัพย์เหล่านี้ และจะไม่มีการขายหลักทรัพย์เหล่านี้ในรัฐหรือเขตอำนาจศาลใดๆ ตามข้อเสนอ การชักชวน หรือการขายดังกล่าวจะไม่ชอบด้วยกฎหมายก่อนการลงทะเบียนหรือคุณสมบัติตามกฎหมายหลักทรัพย์ของรัฐหรือเขตอำนาจศาลดังกล่าว

เกี่ยวกับ Riskified

Riskified ช่วยให้ธุรกิจเพิ่มศักยภาพของอีคอมเมิร์ซอย่างเต็มที่โดยเพิ่มความปลอดภัย เข้าถึงได้ และความลื่นไหล Riskified ได้สร้างแพลตฟอร์มการจัดการความเสี่ยงอีคอมเมิร์ซยุคหน้าที่ช่วยให้ผู้ค้าออนไลน์สร้างความสัมพันธ์ที่เชื่อถือได้กับผู้บริโภคของพวกเขา แพลตฟอร์มของ Riskified ใช้ประโยชน์จากการทำให้ระบบคอมพิวเตอร์เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง โดยได้ประโยชน์จากเครือข่ายผู้ค้าทั่วโลกเพื่อระบุบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการโต้ตอบออนไลน์ในแต่ละครั้ง ช่วยให้ผู้ค้า—ลูกค้าของ Riskified สามารถขจัดความเสี่ยงและความไม่แน่นอนจากธุรกิจของพวกเขา Riskified ช่วยเพิ่มยอดขายและลดการฉ้อโกงและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่นๆ สำหรับผู้ค้า และมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าแก่ผู้บริโภค เมื่อเทียบกับประสิทธิภาพของผู้ค้าก่อนที่จะเริ่มดำเนินการของ Riskified

รับชมเวอร์ชันต้นฉบับบน: https://www.businesswire.com/news/home/20210803006056/en/

ติดต่อ:

นักลงทุนสัมพันธ์:
Chris Mammone, The Blueshirt Group for Riskified
ir@riskified.com

การสื่อสารองค์กร:
Rowena Kelley
press@riskified.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ประกาศรางวัลการตลาดระดับปริญญาเอก Academy of Marketing Science Mary Kay Doctoral Dissertation Awards ประจำปี 2021

Logo

Mary Kay สนับสนุนวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกเพื่อส่งเสริมความใฝ่ฝันทางวิชาชีพและการศึกษาในสาขาที่เกี่ยวข้องกับการตลาด

แดลลัส–(บิสิเนส ไวร์)–27 ก.ค. 2564

Mary Kay Inc. องค์กรชั้นนำที่สนับสนุนและเสริมสร้างความเป็นผู้นำในผู้ประกอบการสตรี ได้ให้การสนับสนุนด้านการศึกษาและการวิจัยมาเป็นเวลาหลายทศวรรษด้วยรางวัล Mary Kay Doctoral Dissertation and Doctoral Dissertation Proposal Awards ในปี 2564 ที่ Academy of Marketing Science (AMS) ที่จัดขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว  เป็นเวลากว่า 25 ปีแล้วที่บริษัทด้านความงามระดับโลกได้มอบทุนสนับสนุนประจำปีเหล่านี้เพื่อให้ผู้สมัครระดับปริญญาเอกด้านการตลาดมีโอกาสแสดงวิทยานิพนธ์ที่ได้รับการตอบรับอย่างสำเร็จต่อหน้าเพื่อนร่วมงาน  ผู้เข้ารอบสุดท้ายจะได้รับการคัดเลือกจากการนำเสนอครั้งสุดท้ายในการประชุมประจำปี AMS

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ประกอบด้วยมัลติมีเดีย อ่านฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20210727005230/en/

AMS Mary Kay Doctoral Dissertation Awards were presented to six deserving winners at the 2021 AMS Annual Conference held virtually. (Graphic: Mary Kay Inc.)

AMS Mary Kay Doctoral Dissertation Awards มอบให้แก่ผู้ชนะหกท่านในการประชุม AMS ประจำปี 2564 ซึ่งจัดขึ้นทางออนไลน์ (กราฟิก: Mary Kay Inc.)

ทางโครงการรับสมัครนักศึกษาระดับปริญญาเอกจากสาขาต่างๆ ในมหาวิทยาลัย วิทยาลัยการเรียนรู้ระดับสูง โรงเรียนธุรกิจ หรือโรงเรียนการจัดการทั่วโลก  ผู้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายของ Mary Kay Doctoral Dissertation and Doctoral Dissertation Proposal Awards ประจำปี 2564 ได้แก่

ผู้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายของ Mary Kay Doctoral Dissertation Proposal Award ประจำปี 2564

  • รางวัลชนะเลิศ – Luo Bowen, PhD Candidate, University of Rochester, สหรัฐอเมริกา
  • รองชนะเลิศอันดับ 1 – Aleksandrina Atanasova, PhD Candidate, Royal Holloway University of London, สหราชอาณาจักร
  • รองชนะเลิศอันดับ 2 – Riley Krotz, PhD Candidate, University of Tennessee, สหรัฐอเมริกา

ผู้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายของ Mary Kay Doctoral Dissertation Award ประจำปี 2564

  • รางวัลชนะเลิศ – Irene Nahm, PhD, University of Minnesota, สหรัฐอเมริกา
  • รองชนะเลิศอันดับ 1 – Constant Pieters, PhD, Tilburg University, Netherlands
  • รองชนะเลิศอันดับ 2 – Victor Lima, PhD, York University, แคนาดา

“Mary Kay มุ่งมั่นที่จะมอบโอกาสในการเสริมความก้าวหน้าในอาชีพและการศึกษาทั่วโลก” Sheryl Adkins-Green ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของ Mary Kay Inc. กล่าว  “การสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดผ่าน Academy of Marketing Science Dissertation and Dissertation Proposal Awards ช่วยให้ผู้ที่มีความโดดเด่นในได้แสดงความสามารถของตนและก้าวหน้าในหน้าที่การงาน  พวกเขาเป็นกำลังสำคัญอย่างมากในด้านการตลาดและเรารู้สึกเป็นเกียรติที่สามารถสนับสนุนพวกเขาในอาชีพของพวกเขา”

Julie Moulard ประธาน Academy of Marketing Science กล่าวว่า “ในแต่ละปี เราได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Mary Kay Dissertation Awards หลายสิบรายการจากผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดที่ต้องการพัฒนาอาชีพและรับข้อเสนอแนะที่สำคัญจากเพื่อนร่วมงานของพวกเขาเพื่อช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับวิทยานิพนธ์ของพวกเขา “กว่าสองทศวรรษที่ Mary Kay's Dissertation Awards ได้ให้โอกาสในการจัดโครงสร้างและปรับแต่งงานวิจัย สร้างเครือข่ายกับผู้นำในอุตสาหกรรม และเพิ่มความรู้จักในหมู่เพื่อนร่วมงานทางวิชาการ ซึ่งทั้งหมดนี้มีความสำคัญต่อการพิสูจน์ผลงานของพวกเขาและการเผยแพร่ผลการวิจัยในวารสารการตลาดอย่างน่าเชื่อถือ”

 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Academy of Marketing Science Mary Kay Dissertation Awards คลิกที่นี่

เกี่ยวกับ Mary Kay

หนึ่งในผู้ทลายเพดานแก้วรายแรก Mary Kay Ash ก่อตั้งบริษัทความงามของเธอเมื่อเกือบ 60 ปีที่แล้วโดยมีเป้าหมาย 3 ประการคือ พัฒนาโอกาสที่คุ้มค่าสำหรับผู้หญิง นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ไม่อาจต้านทานได้ และทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้น  ความฝันนั้นเบ่งบานจนกลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์โดยมีสมาชิกฝ่ายขายอิสระหลายล้านคนในเกือบ 40 ประเทศ  Mary Kay ทุ่มเทให้กับการลงทุนในศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังความงามและการผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิวล้ำสมัย เครื่องสำอางสี อาหารเสริม และน้ำหอม และการร่วมมือกับองค์กรทั่วโลกเพื่อสร้างผลกระทบทางสังคมที่ดี Mary Kay Global Design Studio เป็นหน่วยงานด้านครีเอทีฟโฆษณาภายในองค์กรที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์บ่มเพาะความคิดสร้างสรรค์สำหรับความร่วมมือด้านแฟชั่น ดีไซเนอร์และอินฟลูเอนเซอร์ และแคมเปญการสร้างแบรนด์ของ Mary Kay เพื่อพลิกโฉมการออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ และนวัตกรรมดิจิทัลสำหรับผู้บริโภค

เกี่ยวกับ Academy of Marketing Science

Academy of Marketing Science เป็นองค์กรวิชาชีพระดับนานาชาติที่ไม่แสวงหาผลกำไรที่ส่งเสริมมาตรฐานสูงและความเป็นเลิศในการสร้างและเผยแพร่ความรู้ด้านการตลาดและการส่งเสริมการปฏิบัติทางการตลาดผ่านบทบาทของความเป็นผู้นำในสาขาวิชาการตลาดทั่วโลก ทางองค์การมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมสูงสุดและความร่วมมือในการแสวงหาภารกิจนี้

อ่านต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20210727005230/en/

ติดต่อ:

Mary Kay Inc. Corporate Communications Marykay.com/newsroom
(+1) 972.687.5332 หรือ media@mkcorp.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Mary Kay Inc. ให้การสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพทางเศรษฐกิจของสตรีและความเท่าเทียมทางเพศผ่านชุดกระบวนการที่มาพร้อมกับความมุ่งมั่นและความร่วมมือครั้งสำคัญทั่วโลก

Logo

ดัลลาส–(BUSINESS WIRE)–20 ก.ค. 2564

Mary Kay Inc., ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนระดับโลกด้านการเสริมสร้างพลังอำนาจและการเป็นผู้ประกอบการของผู้หญิง ได้สานต่อความมุ่งมั่นในการผลักดันความเท่าเทียมทางเพศ โดยการเผยแพร่เอกสารแสดงจุดยืนในการต้อนรับยุทธศาสตร์ความเท่าเทียมทางเพศของคณะกรรมาธิการยุโรปสำหรับปี 2563 – 2568 พร้อม ๆ ไปกับการเข้าร่วม Generation Equality Forum Global Action Coalitions หรือ แนวร่วมปฏิบัติการของการประชุมยุคสมัยแห่งความเท่าเทียม

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นแบบมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20210720005347/en/

This month, Mary Kay also joined the “Drivers of change” Program at the Generation Equality Forum in Paris, France (June 30 - July 2). (Graphic: Mary Kay Inc.)

ในเดือนนี้ Mary Kay ยังได้เข้าร่วมโครงการ “ผู้ผลักดันเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง หรือ Drivers of change” ที่ Generation Equality Forum ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส (ระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม (กราฟิก: Mary Kay Inc.)

เอกสารแสดงจุดยืนซึ่งสามารถอ่านได้ ที่นี่ สะท้อนถึงกลยุทธ์ของสหภาพยุโรปเกี่ยวกับความเท่าเทียมทางเพศ โดยจากข้อมูลของสหภาพยุโรป “ยุทธศาสตร์นี้นำเสนอวัตถุประสงค์เชิงนโยบายและการดำเนินการเพื่อสร้างความก้าวหน้าที่สำคัญภายในปี 2568 ซึ่งจะนำไปสู่ยุโรปที่เท่าเทียมกันทางเพศ เป้าหมายคือการสร้างสหภาพที่ผู้หญิงและผู้ชาย เด็กหญิงและเด็กชาย ผู้ที่มีความแตกต่างหลากหลายกันทั้งหมด ให้มีอิสระที่จะดำเนินตามเส้นทางชีวิตที่เลือกได้เอง มีโอกาสเท่าเทียมกันในการเติบโต และความสามารถในการมีส่วนร่วม และเป็นผู้นำสังคมยุโรปของเราอย่างเท่าเทียมกัน”

“กฎหมายที่กีดกันการเลือกปฏิบัติ อคติทางเพศ การเหมารวม ความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็กผู้หญิง ล้วนแต่เป็นปัญหาระดับโลก และต้องได้รับการจัดการร่วมกับภาครัฐและเอกชน และจากองค์กรภาคประชาสังคมทั่วโลก” Julia Simon ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายและความหลากหลายที่ Mary Kay. กล่าว “การบรรลุความเท่าเทียมกันทางเพศมีความสำคัญต่อการอยู่รอดของโลกและการสร้างเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืนและเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาใหม่”

ในเดือนนี้ Mary Kay ยังได้เข้าร่วมโครงการ “ผู้ผลักดันเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง หรือ Drivers of Change” ที่ฟอรัมความเท่าเทียมกันจากรุ่นสู่รุ่น หรือ the Generation Equality Forum ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส (30 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม)  การประชุม Generation Equality Forum ซึ่งจัดโดย UN Women และร่วมเป็นเจ้าภาพโดยรัฐบาลของเม็กซิโกและฝรั่งเศส ซึ่งเกิดขึ้น 26 ปีหลังจากปฏิญญาปักกิ่ง ถือเป็น “ช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในยุคนี้ที่จะลงทุนในความเท่าเทียมทางเพศและเร่งดำเนินการณ์เพื่อความปลอดภัย ความเป็นผู้นำ และโอกาสทางเศรษฐกิจของผู้หญิง1

Julia Simon เข้าร่วมเสวนาในหัวข้อ “การสร้างกลยุทธ์การเปลี่ยนแปลงสำหรับการจัดซื้อจัดจ้างที่มีความเป็นธรรมทางเพศ” โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับอุปสรรคที่ซับซ้อนและที่เชื่อมโยงกันในการเป็นผู้ประกอบการของผู้หญิง และการส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างที่คำนึงถึงความเสอภาคทางเพศ โดย 1 ใน 3 ของธุรกิจในโลกมีผู้หญิงเป็นเจ้าของ2 แต่มีผู้หญิงชนะการประมูลเพียงร้อยละ 1ในสัญญาการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐบาลและองค์กรขนาดใหญ่ เท่านั้น3 นอกจากนี้ ยังมีวิทยากรร่วมแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกและคำแนะนำที่เป็นรูปธรรมซึ่งพิสูจน์ได้จากเส้นทางของตนเองเกี่ยวกับวิธีการนำกลยุทธ์ การจัดซื้อจัดจ้างที่มีความเป็นธรรมทางเพศ หรือ GRP มาใช้

ณ งาน ประชุม Paris Forum ครั้งนี้ Mary Kay ยังได้เข้าร่วมกลุ่มพันธมิตรแนวร่วมปฏิบัติการของการประชุมยุคสมัยแห่งความเท่าเทียมผ่านความมุ่งมั่นด้านนโยบาย โครงการ และการสนับสนุน ในด้านความยุติธรรมทางเศรษฐกิจและสิทธิ การดำเนินการสตรีนิยมเพื่อความยุติธรรมด้านสภาพอากาศ ความรุนแรงตามเพศ และนวัตกรรมกับเทคโนโลยี โดยมีผู้คนเกือบ 50,000 คน มีส่วนร่วมในฟอรัมซึ่งรวบรวมผู้มีความมุ่งมั่นในการมีส่วนร่วมกว่า 1,000 ราย เป็นจำนวนการลงทุนกว่า 40,000 ล้าน สำหรับความเท่าเทียมกันทางเพศเพื่อสนับสนุนแผน 5 ปีเพื่อสร้างความเท่าเทียมกันใน 6 ด้านของการดำเนินการ

การมีส่วนร่วมเหล่านี้ เป็นความพยายามชุดล่าสุดของโครงการสนับสนุนของ Mary Kay ในการเสริมอำนาจทางเศรษฐกิจของสตรีและความเท่าเทียมทางเพศในการประชุมระดับสูงทั่วโลก ควบคู่ไปกับการเป็นพันธมิตรกับ UN และพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในท้องถิ่น

  • เมื่อวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2564 Deborah Gibbins ซีโอโอของ Mary Kay ได้เข้าร่วมการประชุม UN Global Compact Target Gender Equality เพื่อหารือเกี่ยวกับวิธีที่ Mary Kay ส่งเสริมผู้ประกอบการสตรีในเกือบ 40 ประเทศ Gibbins เน้นย้ำข้อมูลที่ได้รับการเปิดเผยครั้งใหม่โดยธนาคารโลก4 ซึ่งเผยให้เห็นว่าโดยเฉลี่ยแล้ว ผู้หญิงทั่วโลกมีสิทธิตามกฎหมายสามในสี่ของผู้ชาย เธอท้าทายบริษัทต่าง ๆ ให้ยืนหยัดต่อต้านการเลือกปฏิบัติทางกฎหมายและสนับสนุนการปฏิรูปเพื่อปิดช่องว่าง เพื่อทำให้ผู้หญิงสามารถบรรลุศักยภาพสูงสุดได้ โดยในงานนี้มีการรวบรวมผู้คนกว่า 5,000 คนจากภาคธุรกิจ องค์การสหประชาชาติ ประเทศสมาชิก และองค์กรภาคประชาสังคม จากกว่า 100 ประเทศ โดย ร้อยละ 75 ของผู้เข้าร่วมเป็นตัวแทนของภาคเอกชน
  • เมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2564 ได้มีการประชุมนอกรอบของคณะกรรมาธิการว่าด้วยสถานภาพสตรี (CSW65) ซึ่ง Gibbins ได้เข้าร่วมกลุ่มการประชุมที่จัดโดย Women's Empowerment Accelerator (WEA) ในหัวข้อ “Women Leading Economic Recovery Through Entrepreneurship หรือ การที่ผู้หญิงเป็นผู้นำการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจผ่านการเป็นผู้ประกอบการ” ซึ่งเธอได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อช่วยสร้างระบบนิเวศที่เอื้ออำนวยสำหรับผู้ประกอบการสตรี ทั้งนี้ The Women's Entrepreneurship Accelerator ซึ่ง ก่อตั้งขึ้นโดย Mary Kay ร่วมกับหน่วยงานของ UN 5 แห่ง ได้รับการนำเสนอเป็นตัวอย่างของการสร้างผลกระทบที่เป็นเอกลักษณ์ของความร่วมมือหลายฝ่ายในการเร่งสร้างการเปลี่ยนแปลง
  • เมื่อวันที่ 26 มีนาคม-4 เมษายน Edita Szabóová ผู้จัดการทั่วไปของ Mary Kay สาธารณรัฐเช็กและสโลวาเกีย ได้ร่วมประชุม Equal Pay Day ซึ่งเธอได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของ “ผู้หญิงที่สนับสนุนผู้หญิง” และเน้นย้ำถึงงานของ Mary Kay ในการสนับสนุนผู้หญิงที่เป็นผู้ประกอบการ ผ่านการฝึกอบรม ความเป็นผู้นำ และการให้คำปรึกษา “เมื่อผู้หญิงมารวมตัวกัน เราสามารถบรรลุสิ่งพิเศษเพื่อประโยชน์ของผู้หญิงและมนุษยชาติในวงกว้างได้ เพราะเรารู้ว่าถ้าเราอุ้มชูผู้หญิงหนึ่งคน ก็เท่ากับเป็นการอุ้มชูผู้หญิงทั้งหมด ทั้งนี้ หัวใจของการทำงานของ Mary Kay คือการพัฒนาและฝึกอบรมผู้ประกอบการซึ่งในทางกลับกันจะทำให้พวกเขาสร้างธุรกิจ เรื่องราว และมรดกของตนเองสำหรับลูกสาวทั้งหลายของพวกเขาได้” Szabóová กล่าว
  • เมื่อวันที่ 15-16 มิถุนายน พ.ศ. 2564 ที่งาน UN Global Compact Leaders Summit ที่จัดขึ้น Gibbins ได้พูดในเวทีหลักเรื่อง “Women In Sustainability: Innovating In A Man's World” ซึ่งสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสตรีเป็นแบบอย่างที่จำเป็นต่อเศรษฐกิจและสังคม นอกจากนี้ เธอยังเน้นย้ำถึงภารกิจที่สำคัญของ Women's Entrepreneurship Accelerator ซึ่งก่อตั้งโดย Mary Kay ร่วมกับพันธมิตรหน่วยงานของ UN 5 ราย ได้แก่ UN Women, UN Global Compact, International Trade Center, International Labour Organisation และ UN Development Program Accelerator ว่ามีความมุ่งมั่นที่จะให้ความรู้และส่งเสริมผู้ประกอบการสตรี 5 ล้านคนในอีก 10 ปีข้างหน้า “ผู้ประกอบการสตรีจะมีบทบาทสำคัญในการฟื้นตัวที่ประสบความสำเร็จหลังจากการระบาดของโรค นี่คือเหตุผลที่ทำไมภารกิจของ Women's Entrepreneurship Accelerator เกิดขึ้นในเวลาที่เหมาะเจาะ และนี่คือเหตุผลที่ผู้ประกอบการสตรีจึงต้องการกรอบการทำงานในระดับที่ใหญ่ขนาดนี้” Gibbins กล่าว การประชุมสุดยอดประจำปีได้มีการประชุมผู้นำกว่า 25,000 คนจากภาคธุรกิจ รัฐบาล สหประชาชาติ และภาคประชาสังคม เพื่อให้รับทราบความคืบหน้าและผลักดันการดำเนินการร่วมกันเพื่อบรรเทาวิกฤตสภาพภูมิอากาศ การระบาดใหญ่ทั่วโลก ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และความไม่เท่าเทียมกันทางสังคม
  • เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ที่เมือง Ekaterinburg ทาง Mary Kay ได้เข้าร่วมงาน International Industrial Trade Fair INNOPROM-2021 ซึ่งเป็นเวทีอุตสาหกรรม การค้า และการส่งออกหลักในรัสเซีย วิทยากรรับเชิญในการอภิปรายถูกจัดโดย UN Women ในหัวข้อ “UN Women Programs for the Promotion and Development of Gender-Based Entrepreneurship หรือ โครงการ UN Women เพื่อส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการโดยคำนึงถึงความเท่าเทียมทางเพศ” Mary Kay เน้นย้ำถึงความสำคัญอย่างยิ่งยวดของกลยุทธ์การจัดซื้อจัดจ้างที่ตอบสนองต่อความเท่าเทียมทางเพศ และเน้นว่าการระบาดครั้งใหญ่ของโรคยังนำโอกาสพิเศษมาสู่ความก้าวหน้า การดำเนินการ และการสนับสนุนธุรกิจสตรีทั่วโลก

เกี่ยวกับ Mary Kay

Mary Kay ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลที่ฉีกกฎเกณฑ์แบบเดิม ได้ก่อตั้งบริษัทด้านความงามของเธอมานานกว่า 58 ปี โดยมีเป้าหมายสามประการ คือ มอบโอกาสที่คุ้มค่าสำหรับผู้หญิง ผลิตภัณฑ์ที่ไม่อาจต้านทานได้ และการทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้น ความฝันดังกล่าวได้กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์โดยมีพนักงานขายอิสระหลายล้านคนในเกือบ 40 ประเทศ Mary Kay ยังทุ่มเทให้กับการค้นคว้าวิทยาศาสตร์เบื้องหลังความงามและเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ทันสมัยเครื่องสำอางค์สี น้ำหอม และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Mary Kay มุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างศักยภาพของผู้หญิงและครอบครัวด้วยการร่วมมือกับองค์กรต่าง ๆ จากทั่วโลกโดยมุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนการวิจัยโรคมะเร็ง การปกป้องผู้รอดชีวิตจากความรุนแรงภายในครัวเรือน การทำให้ชุมชนของเราสวยงาม และการส่งเสริมเด็ก ๆให้ทำตามความฝันของตน ดังนั้นวิสัยทัศน์อันดั้งเดิมของ Mary Kay Ash ในคอนเซปท์ ก้าวไปด้วยกันทีละลิปสติกยังคงส่องสว่างนำทางต่อไป อ่านเพิ่มเติมที่ www.marykay.com

1 https://forum.generationequality.org/home

2 ธนาคารโลก (2563). Enterprise Surveys, World Bank Gender Data Portal อ้างอิงจากบล็อก ธนาคารโลก (2563) Women entrepreneurs needed – stat!

3 Vazquez และ Sherman (2557). อ้างอิงโดย UN Women (2560) The Power of Procurement: How to source from women-owned businesses.

4 Women, Business and the Law, 2021. รายงาน ซึ่งมาจากการดำเนินการใน 190 ประเทศ

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20210720005347/en/

ติดต่อ:

ฝ่ายการสื่อสารองค์กร Mary Kay Inc.

Marykay.com/newsroom

(+1) 972.687.5332 หรือ media@mkcorp.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย




Women’s Entrepreneurship Accelerator เข้าร่วม Generation Equality Forum สำหรับแผนการจัดซื้อจัดจ้างที่คำนึงถึงความเสมอภาคระหว่างเพศและคำมั่นต่อแนวร่วมปฏิบัติ

Logo

แดลลัส–(BUSINESS WIRE)–12 กรกฎาคม 2564                              

Women's Entrepreneurship Accelerator (WEA) โครงการขับเคลื่อนชั้นนำเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจของสตรีได้เข้าร่วมประชุมยุคสมัยแห่งความเท่าเทียม (Generation Equality Forum) ในกรุงปารีส (30 มิถุนายน-2 กรกฎาคม) ผ่านโปรแกรม “Drivers of Change” 26 ปีหลังจากปฏิญญาปักกิ่ง การประชุมยุคสมัยแห่งความเท่าเทียม จัดโดยองค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ และรัฐบาลเม็กซิโกและฝรั่งเศสร่วมเป็นเจ้าภาพ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในยุคที่จะลงทุนในความเท่าเทียมทางเพศและเร่งรัดเพื่อความปลอดภัยของผู้หญิง ความเป็นผู้นำ และโอกาสทางเศรษฐกิจ1 ผู้คนจำนวน 50,000 คนมีส่วนร่วมในการประชุมที่รวบรวมผู้มุ่งมั่นจำนวน 1,000 คน โดยได้บันทึกของการลงทุนไว้ 40 พันล้านดอลลาร์ สำหรับความเท่าเทียมทางเพศในการสนับสนุนแผนระยะเวลา 5 ปี เพื่อดำเนินการอย่างเท่าเทียมกันในการปฏิบัติทั้ง 7 ด้าน

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ประกอบด้วยเนื้อหามัลติมีเดีย รับชมฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20210712005178/en/

The Women’s Entrepreneurship Accelerator hosted a panel titled “Building a Transformative Strategy for Gender-Responsive Procurement,” aiming at creating awareness of the disproportionately complex and interconnected barriers on women’s entrepreneurship and promoting gender-responsive procurement strategies. (Graphic: WEA)

Women's Entrepreneurship Accelerator เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมในหัวข้อ “การสร้างกลยุทธ์ในการเปลี่ยนแปลงสำหรับการจัดซื้อจัดจ้างที่คำนึงถึงความเสมอภาคระหว่างเพศ” โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับอุปสรรคที่ซับซ้อนและการเชื่อมโยงถึงกันอย่างไม่สมส่วนในการเป็นผู้ประกอบการของผู้หญิง และส่งเสริมกลยุทธ์การจัดซื้อจัดจ้างที่คำนึงถึงความเสมอภาคระหว่างเพศ (กราฟิก: WEA)

เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม Accelerator เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมในหัวข้อ “การสร้างกลยุทธ์ในการเปลี่ยนแปลงสำหรับการจัดซื้อจัดจ้างที่คำนึงถึงความเสมอภาคระหว่างเพศ” โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับอุปสรรคที่ซับซ้อนและการเชื่อมโยงถึงกันอย่างไม่สมส่วนในการเป็นผู้ประกอบการของผู้หญิง และส่งเสริมกลยุทธ์การจัดซื้อจัดจ้างที่คำนึงถึงความเสมอภาคระหว่างเพศ ทั่วทั้งโลก 1 ใน 3 เจ้าของธุรกิจเป็นผู้หญิง2 แต่ทว่าผู้หญิงชนะเพียง 1% เท่านั้นของการใช้จ่ายในการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐบาลและองค์กรขนาดใหญ่3 วิทยากรแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกและคำแนะนำที่เป็นรูปธรรมซึ่งพิสูจน์ได้จากเส้นทางของพวกเขาเกี่ยวกับวิธีการใช้กลยุทธ์การจัดซื้อจัดจ้างแบบครอบคลุม

โครงการ Women's Entrepreneurship Accelerator เปิดตัวในปี 2019 โดยริเริ่มจากพันธมิตรหลายรายที่ออกแบบมาเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ให้ความรู้ และส่งเสริมพลังให้ผู้ประกอบการสตรีทั่วโลก ภารกิจของ Accelerator คือการขจัดอุปสรรคสำหรับผู้ประกอบการสตรีผ่านเส้นทางแห่งการเสริมอำนาจสี่แนวทาง ได้แก่ การศึกษา การให้ทุน การสนับสนุน และการมีส่วนร่วม โดยปราศจากอุปสรรคด้านคุณสมบัติในการเข้าร่วม โครงการริเริ่มระดับโลกที่ก่อตั้งโดย Mary Kay Inc. เป็นความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่พัฒนาขึ้นโดยการปรึกษาหารือกับหน่วยงานขององค์การสหประชาชาติห้าแห่ง

“เราเชื่อว่าการจัดซื้อจัดจ้างที่คำนึงถึงความเสมอภาคระหว่างเพศ สามารถสร้างผลลัพธ์อย่างมหาศาล ซึ่งเร่งรัดการรวมธุรกิจที่ผู้หญิงเป็นเจ้าของตลอดจนห่วงโซ่อุปทาน” Julia Simon ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายและจัดการความหลากหลายของ Mary Kay Inc. กล่าว “Accelerator สนับสนุนทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อให้การจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปอย่างทั่วถึงตามลำดับความสำคัญและขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงระบบที่ผู้หญิงต้องการ การสนับสนุนผู้ประกอบการสตรีมีความสำคัญต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน”

Simon เป็นหนึ่งในผู้ร่วมอภิปรายที่นำเสนอระหว่างการอภิปรายการจัดซื้อจัดจ้างที่คำนึงถึงความเสมอภาคระหว่างเพศของการประชุมยุคสมัยแห่งความเท่าเทียม (Gender Equality Forum) เธอเข้าร่วมโดย Elizabeth Vazquez ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งของ WEConnect International และ Jamila Belabidi ผู้อำนวยการฝ่ายจัดซื้อของ Global Women Economic Empowerment & Global Innovation, Procter & Gamble โดย Sonia Dridi ผู้รายงานข่าวและผู้สื่อข่าว Washington DC สำหรับช่อง France 24 และ Europe 1 เป็นผู้กลั่นกรองช่วงการประชุม

“เศรษฐกิจโลกมีมูลค่า 93 ล้านล้านดอลลาร์ แต่ผู้หญิงยังคงถูกมองไม่เห็นในฐานะซัพพลายเออร์ของผลิตภัณฑ์และบริการในห่วงโซ่คุณค่าระดับโลกของเรา” Vazquez กล่าว “ความล้มเหลวของตลาดครั้งใหญ่นี้ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ผู้หญิงสามารถมีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์จากความเจริญทางเศรษฐกิจโดยครอบคลุมและการสร้างงานจากการสนับสนุนของ SDG5”

Jamila Belabidi ผู้อำนวยการฝ่ายจัดซื้อของ Global Women's Economic Empowerment & Global Innovation ที่ Procter & Gamble กล่าวว่า “ที่ P&G เราให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมทางเพศเป็นพื้นฐานและบูรณาการเข้ากับธุรกิจของเรา ด้วยเหตุนี้เราจึงมุ่งมั่นที่จะใช้เงิน 10 พันล้านดอลลาร์กับธุรกิจที่ผู้หญิงเป็นเจ้าของและผู้หญิงที่เป็นผู้นำภายในปี 2568”

ในงานนั้น WEA ยังได้เข้าร่วมสี่กลุ่มในยุคแนวร่วมปฏิบัติการเพื่อความเท่าเทียม (Generation Equality Action Coalitions) ผ่านข้อผูกพันด้านนโยบาย โปรแกรมการจัดการอัติโนมัติ และการสนับสนุน: ความยุติธรรมและสิทธิทางเศรษฐกิจ; ปฏิบัติการสตรีนิยมเพื่อความยุติธรรมด้านสภาพอากาศ; เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อความเท่าเทียมทางเพศ และขบวนการสตรีนิยมและภาวะผู้นำ Accelerator ยังมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมพลังให้กับผู้หญิง 5 ล้านคนภายในสิ้นปี 2573 โดยการแบ่งเบาอุปสรรคสำคัญทางเศรษฐกิจและสังคมที่ผู้ประกอบการสตรีต้องเผชิญ

การมีส่วนร่วมของ Accelerator ในการประชุมยุคแนวร่วมปฏิบัติการเพื่อความเท่าเทียม (Generation Equality Forum Action Coalitions) เป็นเพียงขั้นตอนล่าสุดที่องค์กรดำเนินการเพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงความเท่าเทียมกันของผู้หญิงหลังโควิด-19:

  • วันที่ 16 มีนาคม 2564 Deborah Gibbins ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการของ Mary Kay เข้าร่วมการประชุม UN Global Compact Target Gender Equality ในนามของ Accelerator นาย Gibbins เน้นย้ำข้อมูลใหม่ที่ธนาคารโลกเพิ่งเผยให้เห็นว่าโดยเฉลี่ยทั่วโลก ผู้หญิงมีสิทธิตามกฎหมายสามในสี่ของผู้ชาย เธอต้องการให้บริษัทต่างๆ ยืนหยัดต่อต้านการเลือกปฏิบัติทางกฎหมายและสนับสนุนการปฏิรูปเพื่อปิดช่องว่างที่ช่วยให้ผู้หญิงสามารถบรรลุศักยภาพอันสูงสุด งานนี้รวบรวมผู้คนกว่า 5,000 คนจากภาคธุรกิจ องค์การสหประชาชาติ ประเทศสมาชิก และองค์กรภาคประชาสังคมจากกว่า 100 ประเทศ ด้วย 75% ของผู้เข้าร่วมเป็นตัวแทนของภาคเอกชน
  • วันที่ 24 มีนาคม 2564 งานนอกเหนือของคณะกรรมาธิการว่าด้วยสถานภาพสตรี Commission on the Status of Women (CSW65) Women's Empowerment Accelerator ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมในหัวข้อ “Women Leading Economic Recovery Through Entrepreneurship” โดยมีพันธมิตรหน่วยงานของ UN ห้าราย กลุ่มนี้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเป็นหุ้นส่วนภาครัฐและเอกชนเพื่อช่วยกำหนดรูปแบบระบบนิเวศที่เอื้ออำนวยสำหรับผู้ประกอบการสตรี
  • วันที่ 15-16 มิถุนายน 2564 ที่งานประชุมสุดยอดผู้นำ UN Global Compact Leaders Summit นาย Gibbins ได้พูดในเวทีหลักเรื่อง “Women in Sustainability: Innovating in a Man's World” เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการสตรีให้เป็นแบบอย่างที่จำเป็นต่อเศรษฐกิจและสังคม และเน้นย้ำภารกิจสำคัญของ Accelerator: “ผู้ประกอบการสตรีจะมีบทบาทสำคัญในการฟื้นตัวจากโรคระบาดที่ประสบความสำเร็จ นี่คือเหตุผลที่ภารกิจของ Women's Entrepreneurship Accelerator เป็นไปอย่างทันท่วงที และนี่คือเหตุผลที่ผู้ประกอบการสตรีต้องการกรอบการทำงานระดับใหญ่นี้” Gibbins กล่าว การประชุมสุดยอดประจำปีได้เรียกประชุมผู้นำกว่า 25,000 คนจากภาคธุรกิจ รัฐบาล สหประชาชาติ และภาคประชาสังคม เพื่อรับทราบความคืบหน้าและผลักดันการดำเนินการร่วมกันเพื่อบรรเทาวิกฤตของสภาพภูมิอากาศ การระบาดใหญ่ทั่วโลก ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และความไม่เท่าเทียมกันทางสังคม

เกี่ยวกับ Women’s Entrepreneurship Accelerator

Women's Entrepreneurship Accelerator เป็นโครงการริเริ่มจากพันธมิตรหลายรายที่ออกแบบมาเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ให้ความรู้ และส่งเสริมพลังให้ผู้ประกอบการสตรีทั่วโลก ภารกิจของ Accelerator คือการขจัดอุปสรรคสำหรับผู้ประกอบการสตรีทั่วโลกผ่านเส้นทางแห่งการเสริมอำนาจสี่แนวทาง ได้แก่ การศึกษา การให้ทุน การสนับสนุน และการมีส่วนร่วม โดยปราศจากอุปสรรคด้านคุณสมบัติในการเข้าร่วม โครงการริเริ่มระดับโลกที่ก่อตั้งโดย Mary Kay Inc. เป็นความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่พัฒนาขึ้นโดยการปรึกษาหารือกับหน่วยงานขององค์การสหประชาชาติห้าแห่ง ได้แก่ องค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ (UN Women) องค์การแรงงานระหว่างประเทศ International Labour Organisation (ILO) บริษัทการค้าระหว่างประเทศ International Trade Center (ITC), ข้อตกลงแห่งสหประชาชาติ UN Global Compact (UNGC) และโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) Accelerator ตั้งเป้าที่จะส่งเสริมพลังทางเศรษฐกิจให้กับผู้หญิง 5 ล้านคนภายในสิ้นปี 2573 เรียนรู้เพิ่มเติมที่ https://www.we-accelerate.com/


1 https://forum.generationequality.org/home
2 ธนาคารโลก (2020). Enterprise Surveys, World Bank Gender Data Portal อ้างถึงโดย World Bank Blogs (2020) Women entrepreneurs needed – stat!
3 Vazquez and Sherman (2014). อ้างถึงโดยองค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ (2017) The Power of Procurement: How to source from women-owned businesses.

รับชมเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20210712005178/en/

ติดต่อ:

Mary Kay Inc. Corporate Communications
marykay.com/newsroom
(+1) 972.687.5332 or media@mkcorp.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย







พีแอนด์จีเร่งสร้างพันธกิจ #ChooseEqual ที่งานประชุม UN-Convened Generation Equality Forum

Logo

  • พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล (พีแอนด์จี) จะลงทุน 1 หมื่นล้านดอลลาร์ในธุรกิจที่ผู้หญิงเป็นเจ้าของและเป็นผู้นำภายในปี 2568 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางเศรษฐกิจของผู้หญิง
  • พีแอนด์จีร่วมมือกับ Promundo, UN Women, WEConnect International, Women's Forum for the Economy & Society และองค์กรอื่น ๆ เพื่อสร้างความเท่าเทียมทางเพศทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน และในสังคม
  • พีแอนด์จีเข้าประชุม Generation Equality Forum ร่วมกับผู้นำภาครัฐและเอกชนและองค์กรภาคประชาสังคมเพื่อประกาศการลงทุนที่มีเป้าหมายและนโยบายใหม่เพื่อเร่งการเดินหน้าพัฒนาความเท่าเทียมทางเพศ

ซินซินนาติ–(BUSINESS WIRE)–30 มิถุนายน 2564

วันนี้ พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล (NYSE:PG) เดินหน้าแคมเปญ #ChooseEqual ผ่านกิจกรรมใหม่ ๆ เพื่อเร่งเดินหน้าพัฒนาความเท่าเทียมทางเพศทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน และในสังคม ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของการขยายธุรกิจ พีแอนด์จีจึงมุ่งมั่นที่จะลงทุนเม็ดเงินจำนวน 1 หมื่นล้านดอลลาร์กับธุรกิจที่ผู้หญิงเป็นเจ้าของและเป็นผู้นำภายในปี 2568 พีแอนด์จีทำงานมาหลายทศวรรษเพื่อเพิ่มบทบาททางเศรษฐกิจให้กับผู้หญิงผ่านห่วงโซ่การผลิตระดับโลก และการประกาศในวันนี้ถือเป็นก้าวถัดไปในเส้นทางธุรกิจ ส่วนเป้าหมายของบริษัทในเวลาต่อไปคือการเพิ่มการลงทุนในธุรกิจที่ผู้หญิงเป็นเจ้าของและเป็นผู้นำให้ถึง ​​10 เปอร์เซ็นต์ของกำลังซื้อเป็นเงินดอลลาร์ของพีแอนด์จีซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอุตสาหกรรมถึง 10 เท่า1

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้มีเนื้อหามัลติมีเดีย ดูอย่างเต็มรูปแบบที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20210630005839/en/

#ChooseEqual (Photo: Business Wire)

#ChooseEqual (รูปภาพ: Business Wire)

เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานที่สำคัญในวงกว้าง พีแอนด์จีได้ร่วมมือกับหลายองค์กร เช่น UN WomenWEConnect InternationalWomen's Business Enterprise National Council (WBENC), Women’s Forum for the Economy & Society และอื่นๆ เพื่อเร่งเดินหน้าและขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง พีแอนด์จีสนับสนุนการสร้างความสามารถของนักธุรกิจหญิง พร้อมพัฒนาเครื่องมือ คำจำกัดความ และโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อไป และขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างบริษัทและอุตสาหกรรมต่าง ๆ เพื่อเข้าร่วมและพัฒนาความพยายามเหล่านี้กับพันธมิตรระดับโลก ระดับภูมิภาค และระดับท้องถิ่น

Carolyn Tstad ประธานกลุ่มอเมริกาเหนือ และผู้สนับสนุนระดับสูงด้านความเท่าเทียมทางเพศ กล่าวว่า “ที่พีแอนด์จี การให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมทางเพศเป็นพื้นฐานและบูรณาการในธุรกิจของเรา เราไม่สามารถปล่อยให้ความท้าทายในปีที่ผ่านมาเป็นอุปสรรคต่อความเท่าเทียมทางเพศได้ แต่เราต้องก้าวไปข้างหน้าเพื่อลงทุนและเลือกความเท่าเทียม คำมั่นสัญญาเหล่านี้จะสร้างการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเพื่อพัฒนาความเท่าเทียมทางเพศทั่วโลก”

เปลี่ยนการเล่าเรื่องเป็นการแบ่งปันความห่วงใย #SharetheCare กับ Promundo

พีแอนด์จีได้ทำงานเป็นเวลาหลายปีเพื่อช่วยเปลี่ยนอคติทางเพศที่ฝังลึก ซึ่งมักจะตอกย้ำอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดหลายประการต่อความก้าวหน้าของผู้หญิง ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับบทบาทของผู้ชายและเด็กผู้ชายที่บ้านด้วย จากการเป็นส่วนหนึ่งในความพยายามนี้ พีแอนด์จีและแบรนด์ต่าง ๆ กำลังจัดการกับ “ช่องว่างของงานบ้าน” ซึ่งเป็นปริมาณการดูแลบ้านที่ไม่เหมาะสมและไม่ได้รับค่าจ้างและงานบ้านที่ผู้หญิงจะทำเป็นส่วนใหญ่

วันนี้ พีแอนด์จียังได้ประกาศความร่วมมือระยะเวลา 3 ปีกับ Promundo ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกในการพัฒนาความเท่าเทียมทางเพศและป้องกันความรุนแรง โดยการให้ผู้ชายและเด็กผู้ชายร่วมมือเกี่ยวข้องกับผู้หญิง เด็กผู้หญิง และบุคคลจากทุกเพศ พีแอนด์จีและแบรนด์ต่าง ๆ จะใช้ความเชี่ยวชาญและเสียงที่มีความสำคัญในโฆษณาและสื่อเพื่อเปลี่ยนการเล่าเรื่องเกี่ยวกับการเป็นผู้ดูแลและงานบ้านของผู้ชาย

จากการเป็นพันธมิตรกับ Promundo และความร่วมมือกับบริษัทอื่น ๆ พีแอนด์จีจะให้การสนับสนุนและช่วยเหลือครอบครัวที่ทำงานผ่านนโยบายและโปรแกรมที่เน้นความเท่าเทียมกัน ซึ่งช่วยให้ทุกเพศมีบทบาทเท่าเทียมกันที่บ้านไปพร้อมกับความสนุกในอาชีพการงานอย่างเต็มที่และคุ้มค่า เมื่อปีที่แล้ว พีแอนด์จีได้กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำระดับโลกสำหรับการลาคลอดโดยได้รับค่าจ้าง เพื่อให้ผู้ปกครองทุกคนสามารถแบ่งปันความสุขในการต้อนรับสมาชิกใหม่เข้ามาในบ้านของพวกเขาในกว่า 70 ประเทศที่พีแอนด์จีดำเนินธุรกิจอยู่ได้อย่างเสมอภาค เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับรายงาน 2021 State of the World’s Fathers Report ของ Promundo

ส่งเสริมให้เด็กผู้หญิงเข้าถึงกีฬาได้กับแบรนด์ Always และ Secret

นอกจากนี้ ก่อนการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิกปีนี้ที่โตเกียว พีแอนด์จีและแบรนด์ต่าง ๆ จะเน้นที่เรื่องราว ประสบการณ์ และความสำเร็จที่สร้างแรงบันดาลใจของนักกีฬาหญิงที่มีความหลากหลายผ่านแคมเปญใหม่ของบริษัทและแบรนด์ ซึ่งประกอบไปด้วย “Your Goodness is your Greatness” และภาพยนตร์และซีรีส์ “Good is Gold” ของพีแอนด์จี แคมเปญ “#KeepHerPlaying” และ “Fuel Her Future” ของ Always พร้อมกับแคมเปญผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นเหงื่อ “Just #WatchMe” ของ Secret ที่กำลังจะจัดขึ้น

พีแอนด์จี, Always/Whisper และ Secret มุ่งมั่นที่จะนำเสนอบทบาทของผู้หญิงและเด็กผู้หญิงในวงการกีฬาอย่างถูกต้อง และจะสนับสนุนองค์กรต่าง ๆ เช่น Sported UKWomen in Sports FoundationYMCA และและอื่น ๆ ที่ให้ต้อนรับเด็กผู้หญิงทั่วโลกให้เข้าถึงรายการกีฬาต่าง ๆ พีแอนด์จีและแบรนด์ต่าง ๆ จะยังคงสนับสนุนการแสดงบทบาทของนักกีฬาหญิงอย่างถูกต้อง พร้อมให้ความสำคัญในเสียงของพวกเขาและไฮไลต์ถึงเหตุผลที่พวกเขาเป็นแชมป์ทั้งในและนอกสนาม

การเร่งมือสร้างความเท่าเทียมทางเพศในการประชุม UN Generation Equality Forum

ในสัปดาห์นี้ พีแอนด์จีจะเข้าร่วมกับร่วมผู้นำภาครัฐและเอกชนในงาน Generation Equality Forum ซึ่งเป็นงานประชุมระดับโลกเพื่อความเท่าเทียมทางเพศที่จัดโดย UN Women และมีรัฐบาลฝรั่งเศสและเม็กซิโกเป็นเจ้าภาพร่วม การประชุมแบบหลายวันจะจัดขึ้นที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เป็นการประชุมแบบออนไลน์โดยมีการดำเนินการที่เป็นรูปธรรม มีเป้าหมาย และสร้างการเปลี่ยนแปลง เพื่อการพัฒนาความเท่าเทียมทางเพศในทันทีและตลอดไป ผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงทุกเพศทุกวัยจากทั่วทุกมุมโลกจะมารวมตัวกันเพื่อจัดการกับธุรกิจที่ยังค้างคาในการให้อำนาจกับผู้หญิง และเข้าร่วมความพยายามเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์นี้ คุณสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ UN Generation Equality Forum ได้ที่นี่

1แหล่งข้อมูล: https://www.unwomen.org/en/digital-library/publications/2017/3/the-power-of-procurement

เกี่ยวกับพีแอนด์จี

พีแอนด์จีมุ่งมั่นที่จะสร้างโลกที่ปราศจากอคติทางเพศด้วยเสียงที่เท่าเทียมกัน โอกาสที่เท่าเทียมกัน และการเป็นตัวแทนที่เท่าเทียมกันสำหรับทุกคน ด้วยเสียงอันทรงพลังในการโฆษณา แคมเปญของแบรนด์พีแอนด์จี เช่น Always #LikeAGirl, Olay #FaceAnything และ Secret #AllStrengthNoSweat ได้จุดประกายการสนทนาที่กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง พีแอนด์จีกำลังช่วยขจัดอุปสรรคในการศึกษาสำหรับเด็กผู้หญิงและโอกาสทางเศรษฐกิจสำหรับผู้หญิง ในขณะเดียวกันก็สร้างสภาพแวดล้อมที่มีความเท่าเทียมทางเพศภายในพีแอนด์จีและสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศในสถานที่ทำงานอื่น ๆ นอกจากพีแอนด์จีซึ่งทุกคนสามารถมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ตามศักยภาพของแต่ละคน กรุณาเยี่ยมชม http://www.pg.com สำหรับข่าวสารล่าสุดและข้อมูลเกี่ยวกับพีแอนด์จีและแบรนด์ต่าง ๆ ของบริษัท

เกี่ยวกับแคมเปญ 2,021 Acts of Good in 2021 โดยพีแอนด์จี

ที่พีแอนด์จี การส่งเสริมความเท่าเทียมและการยอมรับความแตกต่าง การช่วยเหลือชุมชนของเรา และการปกป้องโลกนั้นฝังอยู่ในการดำเนินธุรกิจของเรา เราเชื่อว่าเรามีความรับผิดชอบในการทำให้โลกดีขึ้นผ่านผลิตภัณฑ์ที่เราสร้างขึ้นและผลกระทบเชิงบวกที่แบรนด์และบริษัทของเราสามารถมีได้ ภายใต้แคมเปญ Lead with Love พีแอนด์จีและแบรนด์อย่าง Always และ Secret ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะทำความดี 2,021 ครั้งในปีนี้ ในสหรัฐอเมริกา ผู้บริโภคสามารถทำความดีได้มากขึ้นผ่าน P&G Good Everyday ซึ่งเป็นโปรแกรมตอบแทนผู้บริโภครูปแบบใหม่ที่ช่วยเปลี่ยนกิจกรรมในแต่ละวันให้เป็นการทำความดี กิจกรรมแต่ละกิจกรรมบนเว็บไซต์จะได้รับคะแนนที่สามารถแลกเป็นรางวัลได้ และเนื่องจากผู้บริโภครายงานการทำความดีของตนเอง พีแอนด์จีจะทำการบริจาคไปยังเรื่องที่ผู้บริโภคใส่ใจ

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20210630005839/en/

ติดต่อ:

Ezgi Genc, พีแอนด์จี
genc.e@pg.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Amazon และ National Safety Council ร่วมเป็นพันธมิตรในการแก้ปัญหาการบาดเจ็บในสถานที่ทำงานที่พบบ่อยที่สุดในสหรัฐอเมริกา ซึ่งถิอเป็นครั้งแรกของความร่วมมือเช่นนี้

Logo

ความร่วมมือห้าปีระหว่าง Amazon และ NSC จะร่วมกันคิดค้นวิธีใหม่ในการป้องกันการบาดเจ็บด้านกล้ามเนื้อและกระดูกทั่วไป หรือ musculoskeletal disorders (MSDs) เช่น การเคล็ดขัดยอก และกล้ามเนื้อฉีก

ซีแอตเทิลและชิคาโก–(BUSINESS WIRE)–10 มิ.ย. 2564

วันนี้ Amazon (NASDAQ:AMZN) และ National Safety Council (NSC) ได้ประกาศความร่วมมือระยะเวลาห้าปีในการคิดค้นวิธีการใหม่ในการป้องกันการบาดเจ็บในที่ทำงานประเภทที่เกิดขึ้นมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้แก่ โรคที่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อและกระดูก (MSDs) โดย Amazon และ NSC ทำงานร่วมกันมาเป็นเวลาหลายเดือนในการทำงานร่วมกันเป็นครั้งแรกในโครงการลักษณะนี้

Lorraine Martin ประธานและซีอีโอของ National Safety Council กล่าวว่า “การเป็นพันธมิตรในครั้งนี้จะทำให้เราสามารถแก้ปัญหาที่ผู้คนต้องเผชิญทุกวันเพื่อให้พวกเขาสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่” “การไปทำงานควรเป็นประสบการณ์ที่ดี คุ้มค่า และปลอดภัย เรารู้สึกขอบคุณสำหรับการสนับสนุนอย่างล้นหลามของ Amazon เพื่อช่วยบริษัทต่างๆ ทั่วโลกในการแก้ปัญหาที่สำคัญนี้ ไปพร้อม ๆ กับการเติมพลังให้กับภารกิจไม่แสวงหาผลกำไรของเราในการรักษาความปลอดภัยให้กับพนักงานในที่ทำงาน”

“ในฐานะสมาชิกของทีมความปลอดภัยในสถานที่ทำงานของ Amazon เป้าหมายของฉันคือการทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้เพื่อให้เพื่อนร่วมงานของฉันมีสุขภาพแข็งแรงในที่ทำงาน เพื่อที่เราจะได้กลับบ้านอย่างปลอดภัยไปหาเพื่อน ๆ และครอบครัวของเรา” Chelsea Weimer พนักงานรายชั่วโมงของ Amazon Fulfillment Center ในเมืองบัลติมอร์ รัฐแมริแลนด์ กล่าว  “Amazon มีมาตรฐานด้านความปลอดภัยสูง ความร่วมมือครั้งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ฉันแทบรอไม่ไหวที่จะได้เห็นโครงการนี้เสร็จสมบูรณ์เพื่อช่วยลดโรคที่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อและกระดูก”

การเป็นหุ้นส่วนจะมีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกัน MSDs ในอุตสาหกรรมต่างๆ  ผ่านการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก การดำเนินการวิจัย คิดค้นเทคโนโลยีและกระบวนการใหม่ และปรับขนาดผลลัพธ์ ความร่วมมือนี้เกิดขึ้นได้จากการที่  Amazon บริจาค 12 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นยอดการบริจาคที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ NSC และจะรวมองค์ประกอบหลัก 5 ประการ:

สภาที่ปรึกษา: การจัดตั้งสภาที่ปรึกษาระหว่างประเทศเพื่อรวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย บริษัท และนักวิจัยในภาครัฐและเอกชน สภาที่ปรึกษาจะทำงานร่วมกันเพื่อทบทวนแนวทางที่มีแนวโน้มมากที่สุดในการป้องกันโรคที่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อและกระดูก กำหนดรูปแบบการพัฒนาองค์ประกอบการเป็นหุ้นส่วน และการมีส่วนร่วมกับบุคคลภายนอกในการป้องกันโรคที่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อและกระดูก

การวิจัยบุกเบิก: ดำเนินการวิจัยโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์แห่งอนาคต การประมวลผลภาษาธรรมชาติ และเครื่องมือการเรียนรู้ของเครื่องเพื่อสำรวจนวัตกรรมและแนวโน้มของ MSD ในปัจจุบันและอนาคต งานวิจัยนี้จะเปิดให้ทุกอุตสาหกรรมได้สำรวจและรวบรวมข้อมูลเชิงลึก

ทุนสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและมหาวิทยาลัย: มอบทุนให้กับธุรกิจขนาดเล็ก มหาวิทยาลัย และนักศึกษามหาวิทยาลัย ทุนเหล่านี้จะให้ทุนสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมที่ช่วยให้บริษัททุกขนาดประสบความสำเร็จได้

ความท้าทายด้านนวัตกรรม: การบ่มเพาะและส่งเสริมโซลูชันที่เป็นนวัตกรรมและใช้งานได้จริงเพื่อจัดการกับ MSD ผ่านการแข่งขันด้านนวัตกรรมที่ท้าทาย การแข่งขันเหล่านี้จะรวบรวมผู้เชี่ยวชาญมาทำงานร่วมกัน ทำซ้ำ และแบ่งปันเทคนิคและแนวคิด

การรณรงค์ให้มีการสร้างความเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม – The MSD Pledge: Amazon และ NSC จะแบ่งปันโซลูชันที่ค้นพบตลอดการเป็นหุ้นส่วนเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลงผ่านการสร้าง The MSD Pledge และเรียกร้องให้บริษัทอื่นๆ เข้าร่วมในโครงการ เพื่อที่จะ

  • ติดตามตัวบ่งชี้การบาดเจ็บเชิงรุกเพื่อให้แน่ใจว่ามีการลดความเสี่ยงที่เหมาะสมและใช้กลยุทธ์การป้องกันที่อิงจากข้อมูล
  • ใช้โครงการป้องกัน MSD ซึ่งรวมถึงการให้ความรู้พนักงานและนายจ้างเกี่ยวกับการป้องกันการบาดเจ็บ
  • เปิดรับและขับเคลื่อนโซลูชันที่เป็นนวัตกรรมใหม่เพื่อป้องกัน MSD และแบ่งปันแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดกับองค์กรอื่นๆ ทั่วโลก

ความร่วมมือดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นในเดือนมิถุนายนในช่วงเดือนความปลอดภัยแห่งชาติ โดยในปีแรกจะมุ่งเน้นไปที่การเปิดตัวสภาที่ปรึกษา National Safety Council การระบุพันธมิตรด้านการวิจัย การวิเคราะห์ข้อมูลที่มีอยู่ การพัฒนาทุนสนับสนุน และโครงการท้าทายด้านนวัตกรรม

Heather MacDougall รองประธานฝ่ายสุขภาพและความปลอดภัยในที่ทำงานทั่วโลกของ Amazon กล่าวว่า “ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าความปลอดภัยของพนักงาน และการร่วมมือกันครั้งนี้จะช่วยให้เราสามารถเจาะลึกถึงวิธีที่ดีที่สุดในการลด MSD” “สภาความปลอดภัยแห่งชาติ หรือ National Safety Council มีประวัติอันยาวนานในการพัฒนาแนวทางปฏิบัติที่ปลอดภัยในสถานที่ทำงาน และเราหวังว่าจะได้ทำงานร่วมกับพวกเขาเช่นเดียวกับบริษัทต่าง ๆ ผู้เชี่ยวชาญ และนักศึกษาอื่นๆ ทั่วโลก เพื่อสร้างสรรค์และแก้ไขปัญหาที่สำคัญนี้”

การทำงานร่วมกันของ NSC เป็นอีกก้าวหนึ่งในภารกิจระยะยาวของ Amazon ในการเป็นสถานที่ทำงานที่ปลอดภัยที่สุดในโลก ซึ่งรวมถึงการลงทุนมากกว่า 300 ล้านดอลลาร์ในโครงการด้านความปลอดภัยในปี 2564 และเป้าหมายที่จะลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุที่บันทึกได้ร้อยละ 50 ภายในปี 2568 ทุก ๆ วัน Amazon ทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและความปลอดภัย ดำเนินการตรวจสอบความปลอดภัยหลายพันครั้งภายในทุกอาคาร และแสวงหาข้อเสนอแนะจากพนักงานเกี่ยวกับวิธีปรับปรุงความเป็นอยู่ที่ดีในที่ทำงาน หากต้องการรับชมสถานที่ทำงานของ Amazon และเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับทีมและเทคโนโลยีของ Amazon ลงชื่อเพื่อเข้าร่วมทัวร์ ได้ที่ www.amazon.com/FCtours.

สภาความปลอดภัยแห่งชาติ หรือ NSC เป็นผู้ให้การสนับสนุนด้านความปลอดภัยที่ไม่แสวงหากำไรชั้นนำของอเมริกา—และตั้งอยู่มานานกว่า 100 ปีแล้ว ในฐานะองค์กรที่ยึดถือการปฏิบัติตามภารกิจ องค์กรจะดำเนินการเพื่อขจัดสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตและการบาดเจ็บที่ป้องกันได้ โดยมุ่งเน้นที่การทำงานในสถานที่ทำงาน ถนน และอุปสรรค สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยเพื่อให้ผู้คนปลอดภัยยิ่งขึ้น ไม่เพียงแต่ในที่ทำงาน แต่ยังรวมถึงนอกที่ทำงานด้วย

หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับความปลอดภัยของพนักงานที่ Amazon โปรดไปที่ www.amazon.com/employee-safety.

หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเป็นหุ้นส่วน โปรดไปที่ www.nsc.org/amazonpartnership.

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20210610005214/en/

ติดต่อ:

Amazon-pr@amazon.com

www.amazon.com/pr

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Mary Kay Inc. ผู้อำนวยการสร้างสารคดีเจ้าของรางวัล“Guardians of the Gulf” เข้าร่วมโครงการ CEO Water Mandate และหลักการฟื้นฟูมหาสมุทรอย่างยั่งยืนภายใต้กรอบความร่วมมือการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ

Logo

ดัลลัส


Hisense ร่วมกับพนักงานสร้างอนาคตที่ยั่งยืน

Logo

ชิงเต่า, จีน–(BUSINESS WIRE)–01 มิถุนายน 2564

การดำเนินชีวิตวีถีใหม่ได้ทำให้สิ่งแวดล้อม ความยั่งยืน และธรรมาภิบาล (ESG) กลายมาเป็นหัวข้อที่เป็นที่พูดถึงมากที่สุดในโลกปัจจุบัน ผลกระทบในเชิงบวกต่อสังคมและการมอบโอกาสในการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้กับพนักงานกลายมาเป็นเกณฑ์ที่บ่งชี้ถึงการเติบโตของบริษัท การให้ความสำคัญกับบุคลากรเป็นอันดับแรกทำให้ Hisense ประสบความสำเร็จในการสร้างทีมพนักงานจากทั่วโลกที่รวมผู้คนจากวัฒนธรรมที่หลากหลายและประสบการณ์ที่แตกต่าง และยังสามารถสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่สร้างความเท่าเทียมและสุขภาพที่ดีเพื่อการขับเคลื่อนความสำเร็จต่อไป โดย Hisense  ได้ร่วมกับพนักงานกว่า 90,000 คน จากทั่วโลกสร้างอนาคตที่ยั่งยืน และทุ่มเทให้กับการสร้างผลกระทบในเชิงบวกต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้มีเนื้อหามัลติมีเดีย ดูอย่างเต็มรูปแบบที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20210601005474/en/

Production staffs at Hisense’s facility in Atlantis, South Africa (Photo: Business Wire)

พนักงานฝ่ายผลิต ณ โรงงานของ Hisense ในแอตแลนติส ประเทศแอฟริกาใต้ (รูปภาพ: Business Wire)

มุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรในท้องถิ่น และการยอมรับในความหลากหลายทางวัฒนธรรม

Hisense ให้การสนับสนุนชุมชนในท้องถิ่นในการลดปัญหาเรื่องการว่างงาน ซึ่งเป็นการช่วยลดอัตราอาชญากรรมในทางอ้อม Hisense มีการลงทุนในเขตอุตสาหกรรมทั่วโลก ซึ่งสร้างงานกว่า 3,000 ตำแหน่งในแอฟริกาใต้และอีกกว่า 2,000 ตำแหน่งในเม็กซิโก โดยคาดว่าจะมีการขยายการจ้างงานอีกกว่า 7,000 ตำแหน่งในอนาคต ซึ่งจะเป็นการช่วยภูมิภาคต่าง ๆ ในการขยายเศรษฐกิจให้เติบโตและส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้ประสบความสำเร็จ

Hisense ยังมอบโอกาสในการจ้างงานอย่างเท่าเทียมโดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติและเพศ พร้อมยังจัดให้มีการฝึกอบรมอย่างมืออาชีพและเป็นระบบในการสรรหาพนักงานในท้องถิ่น เช่นได้มีการเลื่อนตำแหน่งให้กับพนักงานที่เป็นคุณแม่เลี้ยงเดียวอย่าง Nicalette ซึ่งเริ่มทำงานกับ Hisense ในแอฟริกาใต้มาตั้งแต่ปี 2545 ให้ขึ้นมาเป็นผู้จัดการฝ่ายบริการหลังการขายจากประสิทธิภาพการทำงานที่ยอดเยี่ยมและการพัฒนาความสามารถอย่างรวดเร็วของเธอ โดย Nicalette เผยว่าการจ้างงานและระบบพัฒนาบุคลากรของ Hisense ทำให้ความมุ่งมั่นต่อการทำงานของเธอเพิ่มสูงขึ้น และยังทำให้เธอมีชีวิตที่ดีขึ้นด้วย

ให้ความสำคัญกับความก้าวหน้าในงานของพนักงาน

เพื่อเป็นการส่งเสริมพนักงาน Hisense ได้จัดสภาพแวดล้อมและพื้นที่การทำงานที่จำเป็นต่อการเสริมสร้างศักยภาพและคุณค่าในการทำงานให้สูงสุด Hisense มีกลไกการเลื่อนตำแหน่งที่ยืดหยุ่น โดยพนักงานสามารถเลือกเส้นทางอาชีพระหว่างงานด้าน “บริหาร” และงานด้าน “วิจัยและพัฒนา” เพื่อการพัฒนาในอนาคต ซึ่งช่วยให้การเลื่อนขั้นของพนักงานทุกคนเป็นไปอย่างราบรื่น

Hisense College ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยขององค์กร มีเป้าหมายที่จะช่วยให้พนักงานประสบความสำเร็จในการพัฒนาด้านอาชีพมากขึ้น โดยมีโครงสร้างการอบรมและแพลตฟอร์มฝึกอบรมที่ใช้ภายในบริษัทอย่างหลากหลาย (รวมถึงการเรียนการสอนแบบออฟไลน์ ผ่านเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน และอื่น ๆ) เพื่อช่วยให้พนักงานเรียนรู้และพัฒนาตัวเองได้จากทุกเวลาและสถานที่

“สิ่งที่ทำให้การทำงานที่นี่ต่างจากที่อื่นก็คือการที่ Hisense มักกระตุ้นให้พนักงานทำตามเป้าหมายในอาชีพให้สำเร็จและคอยให้การสนับสนุนอยู่เสมอ และนั่นทำให้พนักงานสามารถเติบโตไปพร้อมกับบริษัท” Robin Silberbauer ซึ่งเข้าร่วมงานกับ Hisense ในแอฟริกาใต้เมื่อปี 2558 กล่าว

ใส่ใจในสุขภาพและสุขภาวะของพนักงาน

ในช่วงที่เกิดโรคระบาด Hisense ยังคงพยายามอย่างเต็มที่เพื่อสุขภาพที่ดีของพนักงานและครอบครัวของพวกเขา โดยได้แจกจ่ายอุปกรณ์ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคและสนับสนุนให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน

Hisense ยังได้ร่วมกับองค์กรที่มีโครงการช่วยเหลือพนักงาน (“Employee Assistance Program: EAP”) เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตกับพนักงานและครอบครัวของพวกเขาด้วย เพื่อให้พนักงานแต่ละคนสามารถรับคำปรึกษาด้านจิตวิทยาจากมืออาชีพได้อย่างง่ายดาย ซึ่งจะช่วยให้พวกเขาพัฒนาสุขภาพจิตและรับมือกับความท้าทายในการทำงานและชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Hisense จะยังคงมุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรต่อไปในระยะยาว และมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ยอมรับในความแตกต่างเพื่อให้เกิดความก้าวหน้าในด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนกับชุมชนในท้องถิ่นรวมถึงแรงงานทั่วโลก

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20210601005474/en/

สื่อ:
Lori Luo (ทีมพีอาร์ Ogilvy)
โทร: +86-135-1278-4739
อีเมล: lori.luo@ogilvy.com / HisenseGlobal@ogilvy.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย



Mary Kay Inc. เข้าร่วมมูลนิธิ Ellen MacArthur ด้วยความมุ่งมั่นสู่หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน

Logo

แดลลัส–(บิสิเนสไวร์)–01 มิ.ย. 2564

Mary Kay Inc. ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบขององค์กรระดับโลก ได้เข้าร่วมมูลนิธิ Ellen MacArthur ในฐานะสมาชิกของเครือข่าย โดยเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นในการเป็นธุรกิจหมุนเวียนที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น  Mary Kay ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นหนึ่งในองค์กรที่ทรงอิทธิพลเช่นเดียวกับบริษัทรายใหญ่อื่นๆ เช่น The Ford Motor Company, International Paper, Mattel และ The Fashion Institute of Technology

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีมัลติมีเดีย อ่านฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20210601005094/en/

Mary Kay is committed to reducing its environmental footprint and is taking steps to improve efficiency in its operations, thinking long term to incorporate responsible business practices. (Graphic: Mary Kay Inc.)

Mary Kay มุ่งมั่นที่จะลดรอยเท้าทางสิ่งแวดล้อมและกำลังดำเนินการเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน โดยคิดในระยะยาวเพื่อความรับผิดชอบในการดำเนินธุรกิจ (กราฟิก: Mary Kay Inc.)

มูลนิธิ Ellen MacArthur เป็นองค์กรการกุศลในสหราชอาณาจักรที่พัฒนาและส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยยึดหลักการกำจัดของเสียและมลภาวะ การเก็บรักษาผลิตภัณฑ์และวัสดุไว้ใช้งาน และการสร้างระบบธรรมชาติขึ้นใหม่  มูลนิธิ Ellen MacArthur ทำงานร่วมและสร้างแรงบันดาลใจให้กับธุรกิจ สถาบันการศึกษา ผู้กำหนดนโยบาย และสถาบันต่างๆ เพื่อระดมแนวทางแก้ไขระบบในขนาดต่างๆ ทั่วโลก

“เป็นเวลาเกือบ 60 ปีที่ Mary Kay มุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างชีวิตของผู้หญิง พัฒนาด้านสุขภาพผิว และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนทั่วโลก” Deborah Gibbins ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Mary Kay Inc. กล่าว “อุตสาหกรรมเครื่องสำอางและของใช้ส่วนตัวกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านเนื่องจากบริษัทต่างๆ ต้องการตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับการดำเนินงานที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ความโปร่งใส และผลิตภัณฑ์ที่สะอาดและมีจริยธรรมกว่า  นี่คือจุดยืนของเรา”

Mary Kay ซึ่งมีกำหนดจะประกาศกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนในปลายปีนี้ โดยหวังว่าจะได้ร่วมงานกับมูลนิธิ Ellen MacArthur และองค์กรเครือข่ายอื่นๆ เพื่อนำแนวทางปฏิบัติด้านเศรษฐกิจไปใช้จริง โดยมุ่งเน้นที่การจัดหาวัสดุ  บริษัทมุ่งมั่นที่จะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและกำลังดำเนินการเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน โดยคิดในระยะยาวเพื่อรวมการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ

โรงงานผลิตทั่วโลกของ Mary Kay ในประเทศจีนได้รับสถานะการฝังกลบเป็นศูนย์ในปี 2557 ศูนย์การผลิตระดับโลกที่ตั้งอยู่ในเมืองเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้รับสถานะนี้ในปี 2554

“Mary Kay และสมาชิกใหม่รายอื่น ของเครือข่ายมูลนิธิ Ellen MacArthur ล้วนมีความทะเยอทะยานที่จะเปลี่ยนแปลงวิธีการทำธุรกิจของพวกเขา” Joe Murphy หัวหน้าเครือข่ายมูลนิธิ Ellen MacArthur กล่าว “เราตั้งตารอที่จะสนับสนุนพวกเขาและอำนวยความสะดวกในการร่วมมือกับองค์กรเครือข่ายอื่นๆ ให้เป็นการดำเนินการที่หมุนเวียนมากขึ้น”

“ในขณะที่มีการริเริ่มที่มีความหมายทั่วทั้งอุตสาหกรรมความงามและใน Mary Kay เอง เรายังมีงานต้องทำอีกมากเพื่อค้นหาวิธีแก้ปัญหาระยะยาวสำหรับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจและสังคมที่รออยู่ข้างหน้า” Gibbins กล่าวเสริม “นั่นเป็นเหตุผลที่เรารู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของมูลนิธิ Ellen MacArthur เพื่อเข้าร่วมกับองค์กรที่มีความคิดเหมือนกันในการรับประกันการเติบโตอย่างยั่งยืนสำหรับคนรุ่นต่อๆ ไป”

เกี่ยวกับ Mary Kay

หนึ่งในผู้ทลายเพดานแก้วรายแรก Mary Kay Ash ก่อตั้งบริษัทความงามของเธอเมื่อเกือบ 60 ปีที่แล้วโดยมีเป้าหมาย 3 ประการคือ พัฒนาโอกาสที่คุ้มค่าสำหรับผู้หญิง นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ไม่อาจต้านทานได้ และทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้น  ความฝันนั้นเบ่งบานจนกลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์โดยมีสมาชิกฝ่ายขายอิสระหลายล้านคนในเกือบ 40 ประเทศ  Mary Kay ทุ่มเทให้กับการลงทุนในศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังความงามและการผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิวล้ำสมัย เครื่องสำอางสี อาหารเสริม และน้ำหอม  Mary Kay มุ่งมั่นที่จะเพิ่มขีดความสามารถให้กับผู้หญิงและครอบครัวของพวกเขาด้วยการร่วมมือกับองค์กรต่างๆ จากทั่วโลกโดยมุ่งเน้นที่การสนับสนุนการวิจัยโรคมะเร็ง ปกป้องผู้รอดชีวิตจากการถูกล่วงละเมิดในครอบครัว สร้างความสวยงามให้ชุมชนของเรา และสนับสนุนให้เด็กๆ ทำตามความฝัน  วิสัยทัศน์ดั้งเดิมของ Mary Kay Ash ยังคงเปล่งประกายในทุกลิปสติก 

อ่านต้นฉบับใน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20210601005094/en/

ติดต่อ:

Mary Kay Inc. Corporate Communications (ฝ่ายสื่อสารองค์กร)
Marykay.com/newsroom
(+1) 972.687.5332 หรือ media@mkcorp.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

การค้าในรูปแบบไม่ถือหุ้นโดยตรงระหว่างอินโดนีเซียและญี่ปุ่นที่มองว่าจะเปิดโอกาสให้ได้เข้าร่วมเครือข่ายการผลิตระหว่างประเทศตามการศึกษาโดยศูนย์อาเซียน – ญี่ปุ่น

Logo

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–1 มิถุนายน 2564

ศูนย์อาเซียน-ญี่ปุ่น (AJC) ออกบทความฉบับที่ 7 ในหัวข้อ “การค้าในรูปแบบไม่ถือหุ้นโดยตรงในอาเซียน: การส่งเสริมการค้าในรูปแบบใหม่ระหว่างญี่ปุ่นและอาเซียน”  โดยมุ่งเน้นที่ประเทศอินโดนีเซียในเดือนมีนาคม 2564 ผลจากการค้นพบของบทความนี้ได้ถูกนำเสนอในหัวข้อ “การสัมมนาออน์ไลน์เกี่ยวกับการไม่ถือหุ้นโดยตรงของอินโดนีเซีย” โดย AJC ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2564 ตามบทความดังกล่าว การค้าในรูปแบบไม่ถือหุ้นโดยตรง (NEMs) ในอินโดนีเซีย คาดว่าจะมีบทบาทในการขยายโอกาสในการมีส่วนร่วมในมูลค่าโลก และมีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวม โดยเฉพาะในช่วงการระบาดใหญ่ของ COVID-19

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีมัลติมีเดีย รับชมฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20210601005358/en/

“Non-Equity Modes of Trade in ASEAN” on Indonesia is available for download on AJC website (Graphic: Business Wire)

“การค้าในรูปแบบไม่ถือหุ้นโดยตรงในอาเซียน” ในอินโดนีเซียพร้อมให้ดาวน์โหลดบนเว็บไซต์ AJC (กราฟิก: Business Wire)

อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับเจ็ดของโลก และหนึ่งในสามของเศรษฐกิจนั้นมาจากการลงทุน NEMs ในอินโดนีเซียมีอยู่ในอุตสาหกรรมยางธรรมชาติในรูปแบบของการประกอบธุรกิจฟาร์มแบบสัญญาจ้าง ในอุตสาหกรรมรองเท้าผ่านการรับจ้างช่วงและการรับเหมาช่วง ในร้านค้าฟาสต์ฟู้ดและร้านสะดวกซื้อผ่านแฟรนไชส์ ​​และในเครือข่ายโรงแรมระหว่างประเทศผ่านการบริหารตามสัญญาหรือสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ บทความล่าสุดของกฎหมายฉบับที่ 11 ของปี2563 ว่าด้วยการสร้างงานโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดอุปสรรคสำคัญในการลงทุนในอินโดนีเซีย และให้ประโยชน์กับ NEMs ด้วยเช่นกัน โดยการดึงดูดนักลงทุนมายังอินโดนีเซียด้วยคาดว่าจะสะดวกในการประกอบธุรกิจในประเทศ

NEMs นำเสนอโอกาสที่ไม่สามารถพบในการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ตัวอย่างเช่น เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับเจ้าของแบรนด์ต่างประเทศและบรรษัทข้ามชาติ (TNCs) โดยพิจารณาจากความยืดหยุ่นในการเข้าสู่ตลาดอินโดนีเซียนผ่านพันธมิตรแบบเซ็นสัญญากับบริษัทในท้องถิ่น เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานของ TNCs คาดว่าบริษัทในท้องถิ่นจะต้องมีทักษะและความสามารถด้านการจัดการและเทคโนโลยี อย่างไรก็ตามเนื่องจากบรรษัทข้ามชาติสามารถบอกเลิกสัญญาได้อย่างง่ายดาย ความสัมพันธ์ระยะยาวจึงไม่รับประกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณภาพของสินค้าและบริการไม่เป็นไปตามมาตรฐานของ TNCs แม้ว่า FDI อาจมีข้อได้เปรียบที่ดีกว่า NEM ในแง่ของการนำเงินทุนเข้ามา แต่ NEM ได้ขยายวิธีการดำเนินงานเพื่อให้บริษัทอินเดียโนเซียนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมในเครือข่ายการผลิตระหว่างประเทศ

การมีอยู่ของ NEM นั้นสร้างแรงจูงใจให้บริษัทในท้องถิ่นได้เติบโตธุรกิจของตนเอง หากบริษัทในท้องถิ่นสามารถเพิ่มความรู้และทักษะทางด้านเทคโนโลยีด้วยการเชื่อมโยงกับ TNCs พวกเขาสามารถสร้างความสามารถของตนเองตามแรงจูงใจเหล่านี้ และขยายธุรกิจโดยใช้เครือข่ายของ TNC เพื่อเพิ่มศักยภาพสูงสุดของ NEMs อย่างเต็มที่ บทความนี้แนะนำให้รัฐบาลอินโดนีเซียนพิจารณาดังนี้: (1) การเพิ่มขีดความสามารถของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมผ่านการพัฒนาผู้ประกอบการและโครงการบ่มเพาะและโครงการการให้บริการทางการเงินรายย่อย (2) ดำเนินการและเสริมสร้างด้านกฎระเบียบสภาพแวดล้อมการทำงานเพื่อขยายการจ้างงาน ยกระดับทางเทคโนโลยีและมีส่วนร่วมในห่วงโซ่คุณค่าระดับโลก (3) สนับสนุนการส่งเสริมและยกระดับทักษะและความเชี่ยวชาญของแรงงานในท้องถิ่นผ่านโครงการการศึกษาใหม่ๆ เช่น Kampus Merdeka และผ่านบัตรก่อนการจ้างงาน และ (4) พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อให้บริษัทต่างๆ สามารถสร้างการดำเนินธุรกิจที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ที่ได้สรุปไว้เมื่อปลายปี 2563 ได้ขยายตลาดไปยังเอเชียตะวันออกให้กว้างขึ้น ความพยายามของรัฐบาลอินโดนีเซียนในการเพิ่มโอกาสดังกล่าวจะช่วยให้ NEMs สามารถบูรณาการเศรษฐกิจอาเซียนได้ดียิ่งขึ้น การลดระบบราชการและการลดระเบียบกฎหมายจะเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของบริษัทอินโดนีเซียนและช่วยให้พวกเขาเข้าถึงตลาดทั่วโลก นอกจากนี้นโยบายการลงทุนที่อำนวยความสะดวกและตลาดแรงงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้นเป็นกลยุทธ์ที่ขาดไม่ได้ในการปรับปรุงความสามารถในการแข่งขันของชาวอินโดนีเซียในอนาคต

ผลจากการค้นพบของบทความนี้ได้ถูกนำเสนอในการสัมมนาออน์ไลน์เกี่ยวกับการไม่ถือหุ้นโดยตรงของอินโดนีเซียที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2564 AJC ได้เชิญนักอภิปรายจากภาครัฐและสถาบันการศึกษา รวมทั้ง Dr. Kasan Muhri หัวหน้าสำนักงานวิเคราะห์การค้าและการพัฒนา ผู้อำนวยการทั่วไปของการวิเคราะห์และพัฒนานโยบายการค้า กระทรวงการค้า สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ศาสตราจารย์ Chie Iguchi จากมหาวิทยาลัย Keio และเลขาธิการ AJC Masataka Fujita สำหรับรายงานฉบับเต็มเกี่ยวกับการสัมมนาออนไลน์ โปรดรับชมได้ที่ https://www.asean.or.jp/en/trade-info/20210601/

 “การค้าในรูปแบบไม่ถือหุ้นโดยตรงในอาเซียน: การส่งเสริมรูปแบบการค้าใหม่ระหว่างญี่ปุ่นกับอาเซียน: บทความที่ 3 อินโดนีเซีย” สามารถดาวน์โหลดได้บนเว็บไซต์ของ AJC ดังต่อไปนี้ https://www.asean.or.jp/ja/wp-content/uploads/sites/2/NEM-Indonesia-Paper-3-full-web.pdf

รับชมเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20210601005358/en/

ติดต่อ:

ASEAN-Japan Centre (AJC) PR Unit
Tomoko Miyauchi (MS)
URL: https://www.asean.or.jp/en/
E-mail: toiawase_ga@asean.or.jp

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย