Tag Archives: corporation

Entravision Communications Corporation ขยายตัวตนในโลกดิจิทัลทั่วโลกด้วยการเข้าซื้อกิจการบริษัทการตลาดและโฆษณาดิจิทัลชั้นนำ MediaDonuts

Logo

การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้เป็นการขยายข้อเสนอดิจิทัลระดับแนวหน้าของบริษัทไปยังตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

ซานตาโมนิกา แคลิฟอร์เนีย–(บิสิเนส ไวร์)–10 มิ.ย. 2564

Entravision Communications Corporation (NYSE: EVC) (“Entravision” หรือ “บริษัท”) ประกาศในวันนี้ว่าได้ทำข้อตกลงขั้นสุดท้ายเพื่อเข้าซื้อกิจการ MediaDonuts บริษัทด้านการตลาดดิจิทัลชั้นนำและบริษัทการสร้างแบรนด์ที่มีการดำเนินงานใน 7 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก  เป็นเวลากว่าหนึ่งทศวรรษที่ MediaDonuts ได้ช่วยให้ลูกค้าบรรลุเป้าหมายด้านประสิทธิภาพและการสร้างแบรนด์ผ่านช่องทางสื่อดิจิทัล  การเข้าซื้อกิจการคาดว่าจะเสร็จสิ้นประมาณวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ประกอบด้วยมัลติมีเดีย  อ่านฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20210609005862/en/

MediaDonuts ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2553 นำเสนอความสามารถด้านการโฆษณาดิจิทัลอย่างครอบคลุมผ่านการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับแพลตฟอร์มสื่อและเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก  MediaDonuts มีสำนักงานใหญ่ในสิงคโปร์ โดยให้บริการลูกค้าด้านเทคโนโลยีและแบรนด์ผู้บริโภคมากกว่า 500 ราย

“เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะประกาศการเข้าซื้อกิจการ MediaDonuts” Walter Ulloa ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Entravision กล่าว “การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้มีความเหมาะสมอย่างยิ่งกับกลยุทธ์การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลระดับโลกโดยรวมของเรา  Entravision ให้ความสำคัญกับการให้บริการการโฆษณาในตลาดที่มีการเติบโตสูงและร่วมมือกับสื่อและเทคโนโลยีที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก  เราเชื่อว่าการรวม MediaDonuts เข้ากับแพลตฟอร์ม Entravision จะเพิ่มความเป็นผู้นำ การดำเนินการขาย และข้อเสนอดิจิทัลที่จะขับเคลื่อนความเป้าหมายด้านดิจิทัลของเราต่อไป”

การเข้าซื้อกิจการ MediaDonuts ของ Entravision เป็นก้าวสำคัญในแผนของบริษัทในการก้าวขึ้นเป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีการตลาดชั้นนำในประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงที่สุดในโลก  เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นตัวแทนของความสำเร็จครั้งสำคัญของบริษัท  เนื่องจาก Entravision จะเจาะตลาดผู้บริโภคใหม่ที่เป็นตัวแทนของผู้คนเกือบ 700 ล้านคน โดย 400 ล้านคนในจำนวนนั้นเชื่อมต่อกันผ่านทางดิจิทัล

“เมื่อเราก่อตั้ง MediaDonuts เราต้องการสร้างองค์กรการตลาดดิจิทัลและบริการด้านประสิทธิภาพที่สามารถเชื่อมต่อผู้โฆษณาและเอเจนซีกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างราบรื่น เราสามารถบรรลุเป้าหมายนี้และอีกมากมายด้วยการสร้างการผสมผสานที่ลงตัวของพันธมิตร ซึ่งรวมถึงเครือข่ายโซเชียลและความบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดในโลก” Pieter-Jan de Kroon ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ MediaDonuts กล่าว “เมื่อธุรกิจของเราประสบความสำเร็จ เรารู้สึกตื่นเต้นที่ตอนนี้มีโอกาสเข้าร่วมแพลตฟอร์มดิจิทัลระดับโลกที่ Entravision สร้างขึ้นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ผมเชื่อมั่นในการผนึกกำลังทางการค้า เทคโนโลยี และการพัฒนาผลิตภัณฑ์มากมายที่จะทำให้ธุรกิจของเราประสบความสำเร็จในอนาคตในฐานะนิติบุคคลที่รวมกัน”

“เรารู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้ต้อนรับ Pieter-Jan และทีม MediaDonuts ทั้งหมดเข้าสู่ครอบครัว Entravision” Juan Saldívar หัวหน้าฝ่ายดิจิทัล ฝ่ายกลยุทธ์และความรับผิดชอบของ Entravision กล่าว “การขยายธุรกิจดิจิทัลเป็นหัวใจสำคัญของแผนการเติบโตโดยรวมของเรา และหลังจากการลงทุนส่วนใหญ่ใน Cisneros Interactive เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ธุรกิจดิจิทัลคิดเป็นกว่า 65 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ทั้งหมดของเรา  ด้วยแพลตฟอร์มดิจิทัลระดับโลกในขณะนี้ที่พร้อมจะเข้าถึงและให้บริการลูกค้าใน 32 ประเทศ เรามั่นใจว่าการเพิ่ม MediaDonuts จะช่วยปรับปรุงการนำเสนอบริการของเราและช่วยขับเคลื่อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องของเราทั่วโลก”

เมื่อปิดธุรกรรมนี้ พนักงาน MediaDonuts ทั้งหมดจะยังคงอยู่กับบริษัท และ Pieter-Jan de Kroon จะยังคงดำรงตำแหน่ง CEO ของธุรกิจซึ่งตั้งอยู่นอกสำนักงานใหญ่ในสิงคโปร์ MediaDonuts มีทีมงานมากกว่า 80 คนในสิงคโปร์ ไทย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย และอินเดีย นักนวัตกรรมด้านการขายและสื่อของ MediaDonuts นำเสนอบริการโปรแกรมการซื้อ เทคโนโลยีและข้อมูลเชิงลึก และการวางแผนสื่อที่ช่วยให้แบรนด์ชั้นนำเปลี่ยนกลยุทธ์การมีส่วนร่วมกับลูกค้าดิจิทัลได้ บริษัทยังได้สร้างหน่วยงานตัวแทนสื่อที่สนับสนุนบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในสื่อและเทคโนโลยีทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านองค์กรการขายที่กว้างขวาง

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำธุรกรรม โปรดตรวจสอบเอกสารล่าสุดที่บริษัทยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ในแบบฟอร์ม 8-K

เกี่ยวกับ Entravision Communications Corporation

Entravision เป็นบริษัทด้านสื่อ การตลาด และเทคโนโลยีระดับโลกที่มีความหลากหลายที่ให้บริการลูกค้าทั่วสหรัฐอเมริกาและในกว่า 20 ประเทศทั่วละตินอเมริกา ยุโรป และเอเชีย  Entravision มีสถานีโทรทัศน์ 54 สถานีและเป็นเครือที่ใหญ่ที่สุดของเครือข่ายโทรทัศน์ Univision และ UniMás และสถานีวิทยุภาษาสเปน 48 สถานีที่ได้รับรางวัลและมีความสามารถระดับประเทศ  พอร์ตโฟลิโอดิจิทัลของเราประกอบด้วย Entravision Digital ซึ่งให้บริการ SMB ในตลาดลาตินอเมริกาที่มีความหนาแน่นสูง และให้บริการโซลูชันโปรแกรมสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่ล้ำสมัยและแพลตฟอร์มฝั่งดีมานด์ที่ให้ผู้ลงโฆษณาดำเนินการแคมเปญด้านประสิทธิภาพโดยใช้อัลกอริธึมการเสนอราคาที่เรียนรู้ด้วยเครื่องกล  โดยร่วมกับ Cisneros Interactive ผู้นำด้านโซลูชันการโฆษณาดิจิทัลในตลาดละตินอเมริกาและสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตัวแทนของแพลตฟอร์มเทคโนโลยีหลัก หุ้นสามัญของ Entravision Class A ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กภายใต้สัญลักษณ์: EVC  เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับทุกสื่อการตลาดและการให้บริการด้านเทคโนโลยีของเราที่ entravision.com หรือเชื่อมต่อกับเราใน LinkedIn และ Facebook

เกี่ยวกับ MediaDonuts

MediaDonuts เป็นบริษัทโฆษณาและเทคโนโลยีออนไลน์ที่ช่วยให้ผู้โฆษณาบรรลุเป้าหมายด้านประสิทธิภาพและการสร้างแบรนด์ผ่านช่องทางสื่อดิจิทัล  MediaDonuts เชื่อมโยงแบรนด์ต่างๆ เข้ากับกลุ่มเป้าหมายผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับแพลตฟอร์มสื่อและเทคโนโลยีระดับโลกที่สำคัญ  MediaDonuts มีสำนักงานใน 7 ประเทศทั่ว APAC โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่สิงคโปร์ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเยี่ยมชม https://mediadonuts.com/

แถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้า

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ประกอบด้วยแถลงการณ์ที่เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้า ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ความคาดหวังและความตั้งใจในปัจจุบันของบริษัทเกี่ยวกับการยื่นแบบฟอร์ม 10-K แถลงการณ์ที่เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าเหล่านี้ ซึ่งรวมอยู่ในข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของกฎหมายปฏิรูปการฟ้องร้องคดีหลักทรัพย์ส่วนบุคคลปี 2538 อาจเกี่ยวข้องกับความเสี่ยง ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ ที่ทราบและไม่ทราบที่อาจส่งผลให้ผลประกอบการและผลการดำเนินงานที่แท้จริงของบริษัทในอนาคตแตกต่างอย่างมากจากผลลัพธ์หรือผลดำเนินการในอนาคตที่คาดการณ์โดยข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ แม้ว่าบริษัทเชื่อว่าความคาดหวังในแถลงการณ์นี้เกิดจากการตั้งสมมติฐานที่สมเหตุสมผล แต่ก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าผลลัพธ์ที่แท้จริงจะไม่แตกต่างไปจากที่คาดการณ์ไว้ และบริษัทขอปฏิเสธหน้าที่ในการปรับปรุงข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าที่ทำโดยบริษัท  ในบางครั้ง ความเสี่ยง ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ เหล่านี้จะมีการกล่าวถึงในเอกสารที่บริษัทยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

อ่านต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20210609005862/en/

ติดต่อ:

Entravision:
Christopher T. Young
Chief Financial Officer (เจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน)
310-447-3870

Kimberly Esterkin
ADDO Investor Relations (ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์)
310-829-5400
evc@addo.com 

MediaDonuts:
Pieter-Jan de Kroon
Chief Executive Officer (ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร)
pieterjan@mediadonuts.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ReNew Power บริษัทพลังงานทดแทนชั้นนำในอินเดียเข้าจดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชนผ่านการรวมธุรกิจกับ RMG Acquisition Corporation II ด้วยมูลค่าทางธุรกรรม 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

Logo

  • ReNew Power บริษัทพลังงานทดแทนชั้นนำของอินเดียได้เข้าสู่ข้อตกลงการรวมธุรกิจอย่างสมบูรณ์กับ RMG Acquisition Corporation II (“RMG II”) หลังจากปิดดีลซื้อขายแล้ว องค์กรที่รวมขึ้นมาใหม่นี้จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ภายใต้ชื่อ “RNW”
  • มูลค่าสิทธิของกิจการทั้งหมดจะอยู่ประมาณ 8 พันล้านดอลล่าร์ การซื้อขายคาดว่าจะเสร็จสิ้นในไตรมาสที่ 2 ของปี 2564 ภายใต้เงื่อนไขการปิดบัญชีตามปกติ
  • รายได้ที่คาดการณ์ไว้ทั้งหมดจะอยู่ที่ 12,000 ล้าน ซึ่งประกอบไปด้วย 855 ล้านจากการเสนอขายหุ้นสามัญที่เพิ่มขึ้นของ ReNew Power (the “PIPE”) ให้แก่บุคคลในวงจำกัด และเงินสดรวม 345 ล้านดอลลาร์ภายใต้การดูแลของ RMG II ซึ่งจะมีการไถ่ถอน คาดว่าจะมีรายได้หลักสุทธิประมาณ 610 ล้านดอลลาร์เพื่อเป็นเงินทุนรองรับกลยุทธ์การเติบโตแบบก้าวกระโดดของบริษัท และชำระหนี้
  • มูลค่าหุ้น PIPE ที่เพิ่มขึ้นถูกถือโดยนักลงทุนสถาบันใหญ่ ๆ รวมถึงกองทุนและบัญชีที่บริหารโดย BlackRock, BNP Paribas Energy Transition Fund, Mr. Chamath Palihapitiya, Sylebra Capital, TT International Asset Management Ltd, TT Environmental Solutions Fund และ Zimmer Partners
  • รูปแบบธุรกิจที่บูรณาการในแนวตั้งของ ReNew Power และกระแสเงินสดที่คาดการณ์ได้ ซึ่งได้รับจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว ทำให้บริษัทได้รับผลกำไรสูงสุดในภาคธุรกิจนี้ทั้งในอินเดียและทั่วโลก และด้วยพลังงานทดแทนที่มีราคาถูกกว่าพลังงานจากฟอสซิลค่อนข้างมาก จึงมีการคาดการณ์ว่าการพัฒนาพลังงานทดแทนจะมีการเติบโตอย่างรวดเร็วในทศวรรษหน้า
  • การบริหารงานของ RMG II มีประสบการณ์อันโดดเด่นในภาคธุรกิจพลังงานระดับนานาชาติ

นิวเดลี และ นิวยอร์ก — (BUSINESS WIRE)–24 กุมภาพันธ์ 2564

ReNew Power Private Limited (“ReNew” หรือ “the Company”) ผู้ผลิตพลังงานทดแทนบริสุทธิ์ชั้นนำของอินเดีย และ RMG Acquisition Corporation II (“RMG II”) (NASDAQ: RMGB) วันนี้ประกาศการบรรลุข้อตกลงซื้อขายธุรกิจทำให้ ReNew กลายเป็นบริษัทมหาชนที่จดทะเบียนในตลาดหุ้น NASDAQ

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้มีเนื้อหามัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20210224005431/en/

หลังจากการซื้อขายเสร็จสิ้น บริษัทใหม่จะมีชื่อว่า ReNew Energy Global PLC และจะจดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชนภายใต้ชื่อ RNW การรวมธุรกิจจะช่วยรักษาตำแหน่งผู้นำด้านพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมในตลาดอินเดียให้แก่บริษัท ReNew โดยการสนับสนุนเงินทุนเพื่อสร้างการเติบโตระยะกลาง รวมทั้งทำการชำระหนี้

ReNew Power – บริษัทพลังงานทดแทนบริสุทธิ์ชั้นนำของอินเดีย

ReNew เป็นผู้ผลิตพลังงานทดแทนอิสระ (IPP) ชั้นนำของอินเดีย ก่อตั้งขึ้นในปี 2554 และเป็นหนึ่งใน 15 ผู้ผลิตพลังงานทดแทนอิสระที่ใหญ่ที่สุดในโลก พิจารณาจากปริมาณการผลิต โดยมีผลงานโครงการผลิตพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการสาธารณูปโภคมากกว่า 100 โครงการทั่วทั้ง 9 รัฐในอินเดีย บริษัทเป็นเจ้าของและดำเนินโครงการพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อแจกจ่ายให้แก่ลูกค้าเชิงพานิชย์และอุตสาหกรรมมากกว่า 150 แห่งในอินเดีย

ReNew เป็นบริษัทพลังงานทดแทนรายแรกของอินเดียที่มีความสามารถในการผลิตมากกว่า 1 กิกะวัตต์ (GW) และ 2 กิกะวัตต์ (GW) และปัจจุบันเป็นบริษัทเดียวในกลุ่มพลังงานทดแทนของอินเดียที่มีกำลังการผลิตมากกว่า 5 กิกะวัตต์ ปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตรวมเกือบ 10 กิกะวัตต์ (รวมถึงความสามารถในการเสนอราคาแข่งขันแล้ว)

การเติบโตของ ReNew ได้รับการช่วยเหลือจากเงินสดที่มั่นคงและปลอดภัยผ่านสัญญาระยะยาวกับคู่สัญญาที่มีชื่อเสียง ปัจจุบันการผลิตพลังงานเพื่อสาธารณูปโภคทั้งหมดของ ReNew ทำสัญญาภายใต้ข้อตกลงการซื้อขายพลังงาน (PPA) ที่มีระยะเวลาเฉลี่ยมากกว่า 24 ปี สัญญาเหล่านี้ส่วนใหญ่ทำกับหน่วยงานรัฐบาลกลา งเช่น Solar Energy Corporation of India (SECI) และ NTPC Limited ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ReNew ได้สร้างเครือข่ายซัพพลายเออร์ที่มั่นคงมากมาย ทำให้สามารถใช้เทคโนโลยีที่ดีที่สุดกับผลงานโครงการต่าง ๆ ด้วยต้นทุนที่เหมาะสม

นอกเหนือจากการผลิตพลังงานสะอาดแล้ว ReNew ยังได้พัฒนาความเชี่ยวชาญเพิ่มเติม เช่น การกักเก็บพลังงาน ในปี 2020, ReNew ได้รับรางวัลการประมูลที่โดดเด่น 2 ครั้งจาก SECI เพื่อแสดงให้เห็นว่าบริษัทมีการจัดหาพลังงานสีเขียวที่มั่นคง น่าเชื่อถือ และราคาไม่แพง รางวัลประกอบด้วยการประมูลครั้งแรกของอินเดียจากแหล่งจ่ายพลังงาน 24 ชั่วโมงด้วยพลังงานหมุนเวียน และการประมูลสำหรับโครงการพลังงานหมุนเวียนเพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานที่มากขึ้น โดยการรวมการผลิตพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์เข้าด้วยกัน และผสมผสานเข้ากับแบตเตอรี่

ระหว่างปี 2020, ReNew ได้เข้าสู่ธุรกิจบริการด้านดิจิทัลที่กำลังเติบโตด้วยการซื้อกิจการบริษัท Climate Connect ซึ่งเป็นบริษัทในเมือง ปูเน (Pune) รัฐมหาราษฏระ ประเทศอินเดีย และเป็นผู้เล่นชั้นนำด้านการจัดการกริดโดยใช้เทคโนโลยี AI และการพยากรณ์ความต้องการพลังงาน

ภาพรวมการตลาด – ความต้องการพลังงานทดแทนในอินเดียยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

โมเดลธุรกิจของ ReNew ได้รับการสนับสนุนจากเทรนด์ใหม่ ๆ ในตลาดพลังงานของอินเดีย รวมถึงเป้าหมายด้านพลังงานสีเขียวของรัฐบาลอินเดียไปจนถึงทศวรรษหน้า ปริมาณการใช้ไฟฟ้าต่อหัวของอินเดียกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในทศวรรษหน้า ซึ่งประมาณ 2 ใน 3 ของความต้องการที่เพิ่มขึ้นนี้จะได้รับการดูแลจากพลังงานทดแทน คำมั่นสัญญาด้านสภาพอากาศทั่วโลกของอินเดียที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะสร้างการเปลี่ยนแปลงในการผลิตพลังงาน ลดการใช้พลังงานฟอสซิล และให้ความสำคัญกับพลังงานทดแทน ในขณะเดียวกันรัฐบาลอินเดียตั้งเป้าการผลิตพลังงานทดแทนปริมาณ 450 กิกะวัตต์ภายในปี 2573 เพิ่มขึ้น 5 เท่าจากปัจจุบัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการตลาดที่มีศักยภาพสูง ส่วนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการแข่งขันประมูลช่วยลดต้นทุนการผลิตอย่างต่อเนื่องและจะช่วยเร่งการนำพลังงานทดแทนไปใช้

ขณะที่การเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานในอินเดียได้ก้าวไปอีกขั้น ความหลากหลายของวิทยาการทางเทคโนโลยีและภูมิศาสตร์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการดำเนินโครงการอและจัดการเงินอย่างมีวินัยจะช่วยให้บริษัทสามารถรักษาเส้นทางการเติบโตได้

ความเห็นจากผู้บริหารและผู้ถือหุ้น

Sumant Sinha ผู้ก่อตั้ง ผู้อำนายการ และซีอีโอของ ReNew กล่าวว่า “ภาคพลังงานทดแทนของอินเดียมีการเติบโตอย่างรวดเร็วในทศวรรษที่ผ่านมา ระหว่างนี้ ReNew ได้เร่งสร้างความมั่นใจว่าแหล่งพลังงานจะมีความยั่งยืน และมีความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจได้ ในทศวรรษหน้า ReNew วางแผนรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดให้เติบโตขึ้น และสร้างพลังงานสีเขียวในภาคธุรกิจพลังงานในอินเดีย รวมถึงเร่งบรรลุเป้าหมายด้านพลังงานทดแทนของรัฐบาล เมื่อเวลาผ่านไป เราจะยังขยายความสามารถไปเรื่อย ๆ พร้อมสำรองพลังงานเพื่อใช้สำหรับสาธารณูปโภค และโซลูชั่นส์พลังงานอันชาญฉลาดที่เน้นให้ลูกค้าได้ประโยชน์ วิสัยทัศน์ของ ReNew คือการขยับเป็นผู้นำด้านพลังงานสะอาดระดับโลก เดินหน้าสร้างการเปลี่ยนแปลงพลังงานสะอาดในอินเดีย และช่วยสร้างพลังงานไฟฟ้าและลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในแวดล้อมเศรษฐกิจอินเดีย”

Bob Mancini ซีอีโอและผู้อำนวยการแห่ง RMG II กล่าวว่า “หลังจากปิดการเสนอขายหุ้นครั้งแรกในเดือนธันวาคม เราต้องการเป็นพันธมิตรกับบริษัทที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงระดับโลกผ่านผลงานที่พิสูจน์ให้เห็น และการจัดการที่ดีที่สุด เมื่อรู้ว่าบริษัทอยู่กับ ReNew เราตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่ได้ร่วมธุรกิจกับทีมผู้บริหารมากความสามารถซึ่งนำโดยคุณ Sumant การร่วมมือกับ ReNew ยืนยันได้ว่าบริษัทไม่เพียงแต่เป็นผู้นำเท่านั้น แต่ยังเป็นบริษัทพลังงานทดแทนชั้นเลิศในอินเดีย ความมุ่งมั่นต่อการเติบโตผ่านการเป็นพันธมิตรระยะยาวกับหน่วยงานรัฐบาลกลางและหน่วยงานรัฐของอินเดีย ตำแหน่ง นวัตกรรมเทคโนโลยี และฐานะการเงินที่แข็งแกร่งน่าจะช่วยให้ ReNew สามารถใช้ประโยชน์จากเทรนด์เชิงบวกในตลาดพลังงานของอินเดียในทศวรรษหน้าและต่อ ๆ ไป เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวสุดพิเศษนี้”

Michael Bruun กรรมการผู้จัดการ แผนกจัดการทรัพย์สินแห่ง Goldman Sachs กล่าวว่า “ตั้งแต่การร่วมมือกับพันธมิตรก่อตั้งอย่างคุณ Sumant Sinha, ReNew Power ได้แสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนทีมผู้บริหารมากฝีมือและผู้นำทางการตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็วในธุรกิจพลังงานทดแทน เราภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับนักลงทุนชื่อดังระดับโลกหลายท่านที่ได้ร่วมธุรกิจกับเราหลายปี ด้วยการเดินทางนี้ เราจึงมีความยินดีที่นักลงทุนจำนวนมากเพิ่มขึ้นได้มีส่วนร่วมกับการเดินทางสำคัญของ ESG นี้”

ภาพรวมการซื้อขาย

มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดหลังจากซื้อขายจะอยู่ประมาณ 4.4 พันล้านดอลล่าร์ ที่ราคาซื้อขายหุ้น PIPE 10 ดอลล่าร์ต่อหุ้น โดยสันนิษฐานว่าผู้ถือหุ้นจาก RMG II ไม่ใช้สิทธิ์ไถ่ถอน รายได้รวมของเงินสดคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 12,000 ล้านดอลลาร์ซึ่งประกอบด้วย 855 ล้านดอลลาร์จาก PIPE และเงินสดประมาณ 345 ล้านดอลลาร์ซึ่งอยู่ในความดูแลของ RMG II ก่อนที่จะมีการปรับเปลี่ยนใด ๆ เนื่องจากอาจมีการไถ่ถอนจากผู้ถือหุ้น RMG II

รายได้จะนำไปใช้ในการสนับสนุนกลยุทธ์สร้างการเติบโตของ ReNew รวมถึงการสร้างกำลังการผลิตพลังงานทดแทนเพื่อใช้ในระบบสาธารณูปโภคตามสัญญา และการลดภาระหนี้ ทีมผู้บริหารจาก ReNew และสมาชิกผู้ถือหุ้นปัจจุบัน รวมถึง Goldman Sachs, the Canada Pension Plan Investment Board (CPP Investments), Abu Dhabi Investment Authority และ JERA Co., Inc. (JERA) และอื่น ๆ ที่เป็นเจ้าของ ReNew ร่วมกัน 100% จะทำการโยกกรรมสิทธิ์ส่วนใหญ่ไปยังบริษัทใหม่ และคาดว่าจะมีสิทธิ์ครอบครองบริษัททันที 70% หลังเสร็จสิ้นการซื้อขาย

การเป็นบริษัทชั้นนำของ ReNew จะยังคงอยู่พร้อมกับคุณ Sumant Sinha ซึ่งเป็นประธานและซีอีโอของบริษัท ที่จะบริหารการเติบโตเชิงกลยุทธ์และการขยายบริษัท

คณะกรรมการบริหารของบริษัทใหม่นี้จะประกอบด้วยผู้ถือหุ้นเดิมจาก ReNew, RMG II และผู้อำนวยการอิสระ Bob Mancini จะเป็นผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งจาก RMG II ไปยังบอร์ด ส่วนการแต่งตั้งบอร์ดคนอื่น ๆ จะดำเนินการก่อนปิดการขาย

การซื้อขายได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารของ ReNew และ RMG II การซื้อขายจะเสร็จสิ้นด้วยการปิดบัญชีตามปกติ รวมทั้งการอนุมัติจากคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าแห่งอินเดีย และผู้ถือหุ้นจาก RMG II การซื้อขายคาดว่าจะปิดในไตรมาสที่ 2 ของปี 2564

คณะที่ปรึกษา

Goldman Sachs (India) Securities Private Limited และ Morgan Stanley India Company Private Limited (“Morgan Stanley”) ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินแก่ ReNew ในเรื่องการรวมธุรกิจ Morgan Stanley & Co. LLC เป็นตัวแทนจัดจำหน่ายหุ้น PIPE ร่วมกับ RMG II ส่วน Latham & Watkins LLP, Nishith Desai & Associates และ Cyril Amarchand Mangladas รับหน้าที่เป็นที่ปรึกษากฎหมายให้กับ ReNew

บริษัทหลักทรัพย์ BofA รับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินพิเศษแก่ RMG II และยังทำหน้าที่เป็นผู้แทนจัดจำหน่ายหลัก PIPE ด้าน Skadden, Arps, Slate, Meagher & Flom LLP เป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายแก่ RMG II และ Khaitan & Co LLP เป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายแก่ RMG II ในประเด็นกฎหมายของอินเดีย

Ropes & Gray LLP เป็นที่ปรึกษาแก่ผู้แทนจำหน่ายหุ้น PIPE

ข้อมูลการประชุมทางไกลของนักลงทุน

ReNew และ RMG II จะจัดการประชุมทางไกลกับนักลงทุนเพื่อหารือเกี่ยวกับการซื้อขายในวันนี้ วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 08.30 น. EST

หากต้องการฟังข้อสรุปทางโทรศัพท์ โทร 1-877-407-9039 (สหรัฐฯ) หรือ 1-201-689-8470 (ระหว่างประเทศ) แล้วเจ้าหน้าที่จะให้ความช่วยเหลือ การฟังซ้ำทางโทรศัพท์จะมีให้บริการที่หมายเลข 1-844-512-2921 (สหรัฐฯ) หรือ 1-412-317-6671 (ระหว่างประเทศ) รหัสผ่าน: 13716796, ถึงวันที่ 10 มีนาคม 2564 เวลา 23.59 น. EST

เกี่ยวกับ ReNew Power Private Limited

ReNew Power Private Limited เป็นผู้ผลิตพลังงานทดแทนอิสระ (IPP) ชั้นนำของอินเดีย และเป็นผู้ผลิตพลังงานทดแทนอิสระที่ใหญ่อันดับ 12 ของโลกในเชิงความสามารถการผลิต ReNew พัฒนา สร้างรรค์ เป็นเจ้าของ และดำเนินโครงการพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการบริโภค รวมถึงโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ที่ผลิตให้กับลูกค้าเชิงพานิชย์และอุตสาหกรรม ณ เดือนธันวาคม ปี 2563, ReNew มีกำลังการผลิตพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วอินเดีย รวมถึงโครงการที่ได้รับมอบหมายรวมเกือบ 10 กิกะวัตต์ บริษัท ReNew มีประวัติการเติบโตที่แข็งแกร่งในด้านอินทรีย์และอนินทรีย์ กลุ่มผู้ถือหุ้นปัจจุบันของ ReNew ประกอบด้วยนักลงทุนหลายราย ได้แก่ Goldman Sachs, CPP Investments, Abu Dhabi Investment Authority, GEF SACEF และ JERA www.renewpower.in

เกี่ยวกับ RMG Acquisition Corporation II

RMG Acquisition Corporation II (NASDAQ: RMGB) คือบริษัทเช็คเปล่าที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อจุดประสงค์ในการควบรวมกิจการ การควบรวมบริษัท การแลกเปลี่ยนหุ้น การซื้อสินทรัพย์ การซื้อหุ้น การปรับโครงสร้างองค์กร หรือธุรกิจอื่นที่คล้ายคลึงกัน RMG II ระดมทุนได้ 345 ล้านดอลลาร์ในการเสนอขายหุ้น IPO ในวันที่ 14 ธันวาคม 2563 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากความต้องการจำนวนมาก รวมถึงเสนอตัวเลือกการจัดสรรหุ้นส่วนเกินของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ RMG II ได้รับการสนับสนุนและบริหารโดยทีมผู้บริหารจาก Jim Carpenter, Bob Mancini และ Phil Kassin ซึ่งมีประสบการณ์ร่วมกันกว่า 100 ปีในธุรกิจการลงทุน การดำเนินงาน การซื้อขาย และการเป็น CEO และผู้นำในบอร์ดบริหารของบริษัทมหาชน RMG II จะใช้ความสามารถของทีมผู้บริหารในการชี้เป้า ซื้อกิจการ และดำเนินธุรกิจในหลากหลายภาคส่วนที่สร้างโอกาสผลตอบแทนที่น่าสนใจในระยะยาว www.rmgacquisition.com/

ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการรวมธุรกิจและสถานที่ตั้ง

ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการรวมธุรกิจนี้ RMG II ตั้งใจที่จะยื่นคำแถลง/หนังสือชี้ชวนมอบฉันทะขั้นตอนเบื้องต้นและสุดท้ายต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“ ก.ล.ต. ”) คำแถลง/หนังสือชี้ชวนของผู้รับมอบฉันทะเบื้องต้นและสุดท้าย และเอกสารที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ จะถูกส่งหรือมอบให้กับผู้ถือหุ้นของ RMG II ณ วันบันทึกที่กำหนดไว้เพื่อลงคะแนนเสียงในการรวมธุรกิจ และจะมีข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับการรวมธุรกิจและประเด็นที่เกี่ยวข้อง ผู้ถือหุ้นของ RMG II และผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ ได้รับคำแนะนำให้อ่านหนังสือมอบฉันทะ/หนังสือชี้ชวนเบื้องต้น และการแก้ไขใด ๆ แล้วคำชี้แจงการมอบฉันทะ/หนังสือชี้ชวนที่เกี่ยวข้องกับการเชิญผู้รับมอบฉันทะของ RMG II สำหรับการประชุมของผู้ถือหุ้นที่จะจัดขึ้นเพื่ออนุมัติการรวมธุรกิจเนื่องจากคำสั่งมอบฉันทะ/หนังสือชี้ชวนจะมีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ RMG II, ReNew และการรวมธุรกิจ ข้อความมอบฉันทะ/หนังสือชี้ชวนฉบับสุดท้ายจะถูกส่งไปยังผู้ถือหุ้นของ RMG II ณ วันที่บันทึกไว้เพื่อลงคะแนนเสียงในการรวมธุรกิจ ผู้ถือหุ้นยังสามารถขอรับสำเนาหนังสือมอบฉันทะ/หนังสือชี้ชวนได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายที่เว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ล.ต. ที่ www.sec.gov/ หรือส่งคำขอไปที่: RMG Acquisition Corporation II, 50 West Street, Suite 40C , New York, NY 10006, เรียนเลขานุการ, โทรศัพท์: (212) 785-2579 ข้อมูลที่มีอยู่ หรือข้อมูลที่อาจเข้าถึงได้ เว็บไซต์ที่กล่าวถึงในข่าวประชาสัมพันธ์นี้ไม่ได้รวมไว้ในอ้างอิง และไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้

ผู้มีส่วนร่วมในการชักชวน

RMG II, ReNew และผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่บริหารตามอาจถือว่ามีส่วนร่วมในการชักชวนผู้รับมอบฉันทะจากผู้ถือหุ้นของ RMG II ที่เกี่ยวข้องกับการรวมธุรกิจ ผู้ถือหุ้นของ RMG II และผู้ที่สนใจอื่น ๆ สามารถขอรับข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่ของ RMG II ได้ในหนังสือชี้ชวนฉบับสุดท้ายของ RMG II ที่ยื่นต่อ ก.ล.ต. เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2563 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเสนอขายครั้งแรกของ RMG II (ไม่มีค่าใช้จ่าย) ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคล ภาจใต้กฎของ ก.ล.ต. ที่อาจถือว่าเป็นผู้มีส่วนร่วมในการเชิญชวนมอบฉันทะให้กับผู้ถือหุ้นของ RMG II ที่เกี่ยวข้องกับการรวมธุรกิจจะระบุไว้ในคำชี้แจงตัวแทน/หนังสือชี้ชวนสำหรับการรวมธุรกิจ ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลประโยชน์ของผู้เข้าร่วมในการชักชวนผู้รับมอบฉันทะที่เกี่ยวข้องกับการรวมธุรกิจจะรวมอยู่ในคำสั่งมอบฉันทะ/หนังสือชี้ชวนที่ RMG II ตั้งใจจะยื่นต่อ ก.ล.ต.

แถลงการณ์คาดการณ์ล่วงหน้า

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ประกอบด้วยข้อความบางอย่างที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ แต่เป็นข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าเพื่อจุดประสงค์ของบทบัญญัติการคุ้มครองความปลอดภัยภายใต้กฎหมายปฏิรูปการฟ้องร้องคดีหลักทรัพย์ส่วนบุคคลของสหรัฐอเมริกาปี 1995 โดยทั่วไปข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าจะมาพร้อมกับคำต่าง ๆ เช่น “เชื่อว่า” “อาจ” “จะ” “ประมาณ” “ต่อไป” “คาดการณ์” “ตั้งใจ” “คาดหวัง” “ควร” “จะ” “วางแผน” “คาดการณ์” “ดูเหมือน” “แสวงหา” “อนาคต” “แนวโน้ม” และคำที่คล้ายคลึงกันซึ่งคาดการณ์หรือบ่งชี้เหตุการณ์หรือแนวโน้มในอนาคต หรือที่ไม่ใช่ข้อความของเรื่องราวในประวัติศาสตร์ ข้อความทั้งหมด นอกเหนือจากข้อเท็จจริงปัจจุบันหรืออดีต ที่รวมอยู่ในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เกี่ยวกับการรวมธุรกิจของ RMG II กับ ReNew ความสามารถของ RMG II ในการซื้อขาย ประโยชน์จากการซื้อขาย และรายได้การดำเนินงานในอนาคตของบริษัท รวมทั้งกลยุทธ์ในอนาคตของบริษัท การดำเนินงานในอนาคต คาดการณ์ตำแหน่งทางการเงิน คาดการณ์รายได้และขาดทุน งบประมาณที่วางแผน อนาคต แผนการ และเป้าหมายของผู้บริหารคือการคาดการณ์ล่วงหน้า ข้อความเหล่านี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานต่าง ๆ ไม่ว่าจะระบุไว้ในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้หรือไม่ และตามความคาดหวังในปัจจุบันของผู้บริหารของ RMG II และ ReNew และไม่ใช่การคาดการณ์ประสิทธิภาพที่แท้จริง ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าเหล่านี้จัดทำขึ้นเพื่อจุดประสงค์ในการอธิบายเท่านั้น และไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็น และต้องไม่ใช้เป็น คำรับรองการรับรองการคาดคะเนหรือคำชี้แจงที่ชัดเจนของข้อเท็จจริงหรือความน่าจะเป็นเหตุการณ์และสถานการณ์จริงเป็นเรื่องที่คาดเดาได้ยาก และจะแตกต่างจากสมมติฐาน เหตุการณ์และสถานการณ์จริงหลายอย่างอยู่นอกเหนือการควบคุมของ RMG II หรือ ReNew ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นซึ่งอาจทำให้ผลลัพธ์ที่แท้จริงต่างจากที่แสดงหรือบอกเป็นนัยยะจากแถลงการณ์คาดการณ์ล่วงหน้า รวมถึงแต่ไม่จำกัด การเปลี่ยนแปลงของธุรกิจในประเทศและต่างประเทศ สถานการณ์ทางการเงิน การเมือง การตลาด และกฎหมาย การไร้ความสามารถของคู่สัญญาในการรวมธุรกิจได้สำเร็จหรือทันเวลา รวมถึงความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับการอนุมัติตามกฎระเบียบใด ๆ เกิดความล่าช้า หรืออยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ไม่คาดคิดซึ่งอาจส่งผลเสียต่อบริษัท หรือผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการรวมธุรกิจ หรือการไม่ได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นของ RMG II หรือ ReNew ความล้มเหลวในการตระหนักถึงประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการรวมธุรกิจ ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับความไม่แน่นอนของข้อมูลทางการเงินของ ReNew; จำนวนคำขอไถ่ถอนโดยผู้ถือหุ้นของ RMG II ระดับความต้องการโดยรวมของผู้บริโภคสำหรับผลิตภัณฑ์ของ ReNew สภาพเศรษฐกิจโดยทั่วไปและปัจจัยอื่น ๆ ที่มีผลต่อความเชื่อมั่น ความชอบและพฤติกรรมของผู้บริโภค การหยุดชะงักและความผันผวนในตลาดสกุลเงิน เงินทุน และสินเชื่อทั่วโลก ความแข็งแกร่งทางการเงินของลูกค้าของ ReNew; ความสามารถของ ReNew ในการใช้กลยุทธ์ทางธุรกิจ การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของรัฐบาล ReNew มีการเรียกร้องการฟ้องร้องดำเนินคดีและการสูญเสียอื่น ๆ การหยุดชะงักและผลกระทบอื่น ๆ ต่อธุรกิจของ ReNew อันเป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 และการดำเนินการของรัฐบาลและมาตรการที่เข้มงวดเพื่อตอบสนองความมั่นคงของซัพพลายเออร์ของ ReNew ตลอดจนความต้องการของผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์ของบริษัท ในแง่ของการระบาดของโรคและความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพ เช่น การระบาดของ COVID-19 ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกต่อ ReNew และซัพพลายเออร์และลูกค้า ความสามารถของ ReNew ในการปกป้องสิทธิบัตรเครื่องหมายการค้าและสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาอื่น ๆ การละเมิดหรือการขัดจังหวะในระบบข้อมูลของ RMG II ความผันผวนของราคา ความพร้อมใช้งาน และคุณภาพของไฟฟ้าและวัตถุดิบอื่น ๆ และผลิตภัณฑ์ที่ทำสัญญาตลอดจนความผันผวนของเงินตราต่างประเทศ การเปลี่ยนแปลงกฎหมายภาษีและหนี้สินภาษี ความเสี่ยงทางกฎหมายข้อบังคับการเมืองและเศรษฐกิจ ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อผลงานทางรายได้ของ RMG II หรือ ReNew ในรายงานสาธารณะของ RMG II ที่ยื่นต่อ ก.ล.ต. รวมถึงรายงานประจำปีในแบบฟอร์ม 10-K รายงานประจำไตรมาสในแบบฟอร์ม 10-Q และปัจจุบัน รายงานสถานการณ์ปัจจุบันในแบบฟอร์ม 8-K ตลอดจนคำแถลง/หนังสือชี้ชวนของผู้รับมอบฉันทะเบื้องต้นและสุดท้ายที่ RMG II ตั้งใจจะยื่นต่อ ก.ล.ต. ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการชักชวนของผู้รับมอบฉันทะของ RMG II เพื่อให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติ เหนือสิ่งอื่นใด การรวมธุรกิจหากความเสี่ยงเหล่านี้เกิดขึ้นจริง หรือสมมติฐานของ RMG II หรือ ReNew ไม่ถูกต้อง ผลลัพธ์ที่แท้จริงอาจแตกต่างจากผลลัพธ์ที่แสดงโดยนัยของข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าเหล่านี้ อาจมีความเสี่ยงเพิ่มเติมที่ทั้ง RMG II และ ReNew ไม่ทราบในปัจจุบันหรือว่า RMG II และ ReNew ในปัจจุบันเชื่อว่าไม่มีสาระสำคัญซึ่งอาจทำให้ผลลัพธ์ที่แท้จริงแตกต่างไปจากที่มีอยู่ในแถลงการณ์คาดการณ์ล่วงหน้า นอกจากนี้ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้ายังสะท้อนถึงความคาดหวังแผนหรือการคาดการณ์ของ RMG II และ ReNew ของเหตุการณ์ในอนาคตและมุมมอง ณ วันที่ของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ RMG II และ ReNew คาดการณ์ว่าเหตุการณ์และการพัฒนาที่ตามมาจะทำให้การประเมินเปลี่ยนไป อย่างไรก็ตาม RMG II และ ReNew อาจเลือกที่จะอัปเดตข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าเหล่านี้ ณ จุดใดจุดหนึ่งในอนาคต RMG II และ ReNew จะปฏิเสธข้อผูกมัดใด ๆ ในการดำเนินการดังกล่าวโดยเฉพาะ ยกเว้นตามที่กฎหมายกำหนด ไม่ควรใช้ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าเหล่านี้ในการประเมินของ RMG II หรือ ReNew ณ วันใดก็ตามหลังจากวันที่ของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ ดังนั้น ไม่ควรใช้ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าที่ไม่เหมาะสม

ไม่มีข้อเสนอหรือการชักชวน

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น และจะไม่ถือเป็นการเสนอขายหรือการชักชวนให้ซื้อหลักทรัพย์ใด ๆ ตามธุรกรรม หรืออื่น ๆ และจะไม่มีการขายหลักทรัพย์ในเขตอำนาจศาลใด ๆ ที่ข้อเสนอ การชักชวน หรือการขายอาจไม่ชอบด้วยกฎหมายก่อนการจดทะเบียนหรือตรวจคุณสมบัติภายใต้กฎหมายหลักทรัพย์ของเขตอำนาจศาลดังกล่าว จะไม่มีการเสนอขายหลักทรัพย์ใด ๆ เว้นแต่ใช้หนังสือชี้ชวนที่เป็นไปตามข้อกำหนดของมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ปี 2476 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ไม่ถือเป็นการโฆษณา การเชิญชวน การเสนอขาย หรือการชักชวนให้สมัครสมาชิกหรือซื้อหลักทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นการเสนอขายแบบส่วนตัวหรือสาธารณะในอินเดีย หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของรูปแบบพื้นฐาน หรือถูกใช้ในสัญญา คำมั่น หรือการตัดสินใจลงทุนใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งนั้นในอินเดีย

จะไม่มีการเสนอขายหรือขายหลักทรัพย์ และยังไม่เคยเสนอขายหรือขายในอินเดีย โดยวิธีการเกี่ยวกับเอกสารเสนอขายหรือเอกสารหรือวัสดุอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม หรือต่อบุคคลใด ๆ หรือต่อสาธารณะในอินเดีย การสื่อสารหรือบันทึกข้อตกลงการเสนอขายหรือหนังสือชี้ชวนใด ๆ (หรือเอกสารการเปิดเผยข้อมูลที่เทียบเท่า) ที่จัดทำขึ้นโดยเกี่ยวข้องกับการเสนอขายหลักทรัพย์ ไม่ใช่เอกสารคำเสนอซื้อหรือหนังสือเวียนการเสนอขาย หรือ “จดหมายสมัครบุคคลในวงจำกัดพร้อมจดหมายสมัครงาน” หรือ “หนังสือชี้ชวน” ภายใต้พระราชบัญญัติ บริษัท 2556 ซึ่งมีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎระเบียบของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของอินเดีย (ฉบับที่เกี่ยวกับทุนและข้อกำหนดในการเปิดเผยข้อมูล) ปี 2561 ซึ่งมีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในอินเดีย ประกาศนี้ยังไม่ได้รับและจะไม่ได้รับการจดทะเบียนเป็น “หนังสือชี้ชวน” รือคำแถลงแทนหนังสือชี้ชวนในส่วนที่เกี่ยวกับข้อเสนอสาธารณะบันทึกข้อมูลหรือ “จดหมายสมัครบุคคลในวงจำกัด พร้อมใบสมัคร” หรือเอกสารเสนอขายอื่นใดกับนายทะเบียน บริษัท ใด ๆ ในอินเดียหรือคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของอินเดียหรือหน่วยงานตามกฎหมายหรือข้อบังคับอื่น ๆ ที่มีลักษณะคล้ายกันในอินเดียบันทึกและยกเว้นข้อมูลใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์ซึ่งจำเป็นต้องเปิดเผยหรือยื่นในอินเดียภายใต้กฎหมายที่บังคับใช้และ จะไม่มีการเผยแพร่หรือแจกจ่ายเอกสารดังกล่าวให้กับบุคคลใดในอินเดีย

ดูต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20210224005431/en/

ReNew Power Private Limited

สำหรับนักลงทุน:

IR@renewpower.in

Caldwell Bailey, ICR Inc.

สำหรับสื่อ:

PR@renewpower.in

Cory Ziskind, ICR, Inc.

RMG Acquisition Corporation II

สำหรับสื่อและนักลงทุน:

Philip Kassin

ประธานและผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ

pkassin@rmginvestments.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Kioxia Corporation เปิดตัว BiCS FLASH™ เจเนอเรชันที่ 5

Logo

หน่วยความจำแฟลชแบบ 3D เจเนอเรชันใหม่มีเลเยอร์และหน่วยความจำที่มากขึ้น รวมถึงแบนด์วิธที่กว้างขึ้นกว่าเดิม

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–31 มกราคม 2563

วันนี้ Kioxia Corporation ผู้นำด้านโซลูชันหน่วยความจำระดับโลก ได้ประกาศความสำเร็จในการพัฒนาหน่วยความจำแฟลชแบบสามมิติ BiCS FLASH™ เจเนอเรชันที่ห้า ที่มีโครงสร้างแนวตั้งซ้อนกัน 112 ชั้น โดย Kioxia วางแผนเริ่มการจัดส่งอุปกรณ์ตัวอย่างที่มีขนาดความจุ 512 กิกะบิต (64 กิกะไบต์) และเทคโนโลยี 3-bit-per-cell (triple-level cell หรือ TLC) สำหรับการใช้งานกับอุปกรณ์บางชนิดในช่วงไตรมาสแรกของปีปฎิทิน 2563*1 การเปิดตัวอุปกรณ์ชิ้นใหม่นี้มีเป้าหมายเพื่อตอบสนองความต้องการที่กำลังสูงขึ้นเรื่อย ๆ ของอุปกรณ์ประเภทต่าง ๆ รวมถึงอุปกรณ์มือถือแบบทั่วไป อุปกรณ์ SSD สำหรับลูกค้าทั่วไปและลูกค้าองค์กร อุปกรณ์ใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นจากการมาของเครือข่าย 5G ใหม่ ปัญญาประดิษฐ์ และยานยนต์ไร้คนขับ

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยเนื้อหามัลติมีเดีย ดูอย่างเต็มรูปแบบได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20200130005478/en/

5th-Generation BiCS FLASH(TM) (Photo: Business Wire)

BiCS FLASH(TM) เจเนอเรชันที่ 5 (รูปภาพ: Business Wire)

นับจากนี้เป็นต้นไป Kioxia จะใช้เทคโนโลยีประมวลผลในเจเนอเรชันที่ห้าใหม่นี้กับอุปกรณ์ที่มีความจุมากขึ้น เช่น อุปกรณ์ TLC ขนาด 1 เทราบิต (128 กิกะไบต์) และอุปกรณ์ 4-bit-per-cell (quadruple-level cell หรือ QLC) ขนาด 1.33 เทราบิต

เทคโนโลยีประมวลผลที่มีโครงสร้างซ้อนกัน 112 ชั้นสุดล้ำของ Kioxia ประกอบด้วยวงจรและเทคโนโลยีประมวลผลการผลิตที่มีความทันสมัยเพื่อเพิ่มความหนาแน่นของชั้นเซลล์ให้มากกว่าแบบที่มีโครงสร้างซ้อนกัน 96 ชั้นได้ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ เทคโนโลยีใหม่ช่วยลดต้นทุนต่อหน่วยและเพิ่มความสามารถในการผลิตของความจุของหน่วยความจำต่อแผ่นซิลิคอน นอกจากนี้ ยังช่วยพัฒนาความเร็วของอินเทอร์เฟสได้ 50 เปอร์เซ็นต์ และทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานสูงขึ้นขณะที่ความหน่วงในการอ่านข้อมูลสั้นลง

นับตั้งแต่ประกาศเปิดตัวต้นแบบเทคโนโลยีหน่วยความจำแฟลชแบบสามมิติครั้งแรกของโลก*2 ในปี 2550 Kioxia ได้เดินหน้ายกระดับการพัฒนาหน่วยความจำแฟลชแบบสามมิติให้ก้าวหน้าขึ้น และมีการสนับสนุนการพัฒนา BiCS FLASH™ อย่างต่อเนื่องเพื่อสนองความต้องการของอุปกรณ์ที่มีความจุสูงขึ้นแต่ขนาดเล็กลง

BiCS FLASH™ เจเนอเรชันที่ห้าได้รับการพัฒนาขึ้นร่วมกับเทคโนโลยีและพันธมิตรด้านการผลิตอย่าง Western Digital Corporation ทั้งนี้ จะมีการผลิตขึ้นที่ฐานการผลิตใน Yokkaichi ของ Kioxia และฐานการผลิตที่สร้างขึ้นใหม่ใน Kitakami

หมายเหตุ:
1. คุณสมบัติบางประการยังไม่ได้รับการทดสอบ และคุณสมบัติของอุปกรณ์อาจแตกต่างออกไปในอนาคต
2. ที่มา: Kioxia Corporation ข้อมูลเมื่อ 12 มิถุนายน 2550
* ชื่อบริษัท ชื่อผลิตภัณฑ์ และชื่อบริการอื่น ๆ ทั้งหมดที่กล่าวถึง ณ ที่นี้ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทเหล่านั้น

เกี่ยวกับ Kioxia

KIOXIA เป็นผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันหน่วยความจำที่อุทิศตนเพื่อการพัฒนา ผลิต และจำหน่ายหน่วยความจำแฟลชและโซลิดสเตตไดรฟ์ (SSD) ในเดือนเมษายน 2560 ที่ผ่านมา Toshiba Memory ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็น KIOXIA ได้แยกออกจาก Toshiba Corporation ซึ่งเป็นบริษัทที่คิดค้นหน่วยความจำแฟลช NAND ขึ้นมาในปี 2530 KIOXIA มุ่งมั่นที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับโลกด้วยความทรงจำผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ และระบบที่สร้างทางเลือกให้กับลูกค้าและสร้างคุณค่าที่เกิดจากความทรงจำให้กับสังคม เทคโนโลยีหน่วยความจำแฟลชแบบ 3D ที่มีความล้ำสมัยของ KIOXIA อย่าง BiCS FLASH™ กำลังสร้างอนาคตแห่งการจัดเก็บข้อมูลในอุปกรณ์ที่มีความหนาแน่นสูง ซึ่งรวมถึงสมาร์ทโฟนที่มีความทั้นสมัย อุปกรณ์พีซี หน่วยความจำ SSD อุปกรณ์ยานยนต์และศูนย์ข้อมูล

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20200130005478/en/

ติดต่อ:

Kioxia Holdings Corporation
Kota Yamaji
ประชาสัมพันธ์
โทรศัพท์: +81-3-6478-2319
kioxia-hd-pr@kioxia.com

VF Corporation ประกาศเป้าหมายทางวิทยาศาสตร์ตัวใหม่เพื่อเร่งโปรแกรมความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

Logo

เป้าหมายใหม่เป็นส่วนหนึ่งของรายงานเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและการรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมล่าสุด (Made for Change Sustainability & Responsibility Report

เดนเวอร์–(BUSINESS WIRE)–5 ธ.ค. 2562

VF Corporation (NYSE: VFC) หนึ่งในบริษัทผู้ผลิตเสื้อผ้า รองเท้า และแอคเซสซอรี่รายใหญ่ที่สุดของโลกได้ตีพิมพ์รายงานล่าสุดชื่อ Made for Change Sustainability & Responsibility ร่วมกับการประกาศเป้าหมายพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ ชั้นนำของอุตสาหกรรม ( science-based targets หรือ SBTs) และวิสัยทัศน์ที่กล้าหาญสำหรับการใช้วัสดุที่ยั่งยืน

VF's Made for Change รายงานรายละเอียดเกี่ยวกับแรงบันดาลใจของบริษัทในการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมในธุรกิจบริษัท, แบรนด์, ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกและชุมชนทั่วโลก รายงานดังกล่าวยังเน้นถึงความสำเร็จจากปีที่แล้วซึ่งคือปี 2561

“เรามีพนักงานที่มีศักยภาพ 50,000 คนที่มีความมุ่งมั่นที่จะทำให้บริษัทเป็นมากกว่าบริษัทเสื้อผ้าและรองเท้า เรามุ่งมั่นที่จะเป็นองค์กรที่มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับความแข็งแกร่งของธุรกิจของเราเพื่อส่งผลดีต่อผู้คนและโลกที่อยู่ร่วมกัน” Steve Rendle ประธานและซีอีโอของ VF กล่าว “ เราภูมิใจในความก้าวหน้าของเรา แต่เราก็รู้ว่ายังมีอะไรอีกมากมายที่เราสามารถทำได้ กลยุทธ์ Made for Change ของเราแสดงถึงการให้ความสำคัญกับอนาคตและแสดงความมุ่งเน้นในการที่เราจะผลักดันตัวเองมากขึ้นต่อ ๆ ไป ในช่วงที่เรากำลังเผชิญกับปัญหาบางส่วนที่ท้าทายความสามารถมากที่สุดในอุตสาหกรรมของเราในปัจจุบัน“

กลยุทธ์ Made for Change มุ่งเน้นไปที่ 3 ด้าน

  • โมเดลธุรกิจแบบวงกลม หรือ Circular Business Models: การใช้โมเดลธุรกิจแบบวงกลมเชิงพาณิชย์เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของ VF ในขณะที่สร้างโอกาสแห่งการเติบโตใหม่
  • การใช้ประโยชน์จากขนาดบริษัท หรือ Scale for Good: การใช้ประโยชน์จากขนาดและอิทธิพลระดับโลกของ VF เพื่อผลักดันการลดผลกระทบในธุรกิจและอุตสาหกรรมในวงที่กว้างขึ้น
  • ผู้ก่อความเคลื่อนไหว หรือ Movement Makers: การใช้แบรนด์ VF และแบรนด์อื่น ๆ ของ บริษัทเพื่อทำหน้าที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสำหรับการขับเคลื่อนไปสู่วิถีชีวิตที่ยั่งยืนและกระตือรือร้นเพื่อประโยชน์ของผู้คนและโลกของเรา

ไฮไลท์ของรายงาน Made for Change

ตามที่ระบุไว้ในรายงานและสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ VF ได้ทำการวัดความก้าวหน้าเทียบกับเป้าหมาย โดยไฮไลท์รวมถึง:

  • ร้อยละ 50 ของศูนย์กระจายสินค้าของ VF ทั่วโลกปล่อยของเสียเป็นศูนย์
  • อาคาร 16 แห่งของ VF ได้รับการรับรองมาตรฐาน LEED
  • การเปิดตัวของวิสัยทัศน์ด้านที่ยั่งยืนมุ่งเน้นที่แนวคิดหลักสามประการ คือ วัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ การหาแหล่งวัสดุทดแทนอย่างมีความรับผิดชอบ และวัสดุที่สามารถนำมารีไซเคิลได้
  • การปรับปรุงวิถีชีวิตของคนงานในบังคลาเทศ กัมพูชา อินเดีย สาธารณรัฐโดมินิกัน เวียดนาม จีนเคนยา และเลโซโทผ่านโครงการพัฒนาแรงงาน VG และชุมชน หรือ VF’s Worker and Community Development (WCD) Program

เป้าหมายทางวิทยาศาสตร์ของ VF ได้รับการอนุมัติโดยเป้าหมายทางวิทยาศาสตร์ หรือ the Science Based Targets initiative

เป้าหมายพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของ VF (SBTs) ใหม่ เป็นหนึ่งในความพยายามอันทะเยอทะยานที่สุดในอุตสาหกรรมและสอดคล้องกับอุดมการณ์ของการใช้ระดับประโยชน์จากขนาดของบริษัทในระดับโลกที่ดี โดย SBTs เป็นเป้าหมายเกี่ยวกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สอดคล้องกับเป้าหมายของข้อตกลงปารีส

“ VF เป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในภาคสิ่งทอเครื่องแต่งกายและสินค้าฟุ่มเฟือยที่ได้กำหนดเป้าหมาย 1.5 องศาสำหรับการปล่อยก๊าซตามขอบเขต 1 และขอบเขต 2 และกำหนดเป้าหมายต่ำกว่า 2 องศาสำหรับการปล่อยก๊าซตามขอบเขต 3 ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ Ben Peel ที่ปรึกษาที่ปรึกษาคาร์บอนทรัสต์กล่าว

VF ได้ร่วมโครงการความร่วมมือที่ยาวนานสองปีในการพัฒนา SBTs ใหม่ โดยบริษัทได้ร่วมมือกับที่ปรึกษาระดับโลกอย่างคาร์บอนทรัสต์ในการสร้างแบบจำลองข้อมูลในโรงงานที่บริษัทเป็นเจ้าของและดำเนินการ รวมถึงการดำเนินงานทั้งหมดจากฟาร์มไปจนถึงร้านค้าปลีก และทำงานอย่างลึกซึ้งกับห่วงโซ่คุณค่าทั้งหมด ข้อมูลปฐมภูมิถูกรวบรวมจากโรงงานผลิตศูนย์กระจายสินค้าและโลจิสติกส์ระดับโลกของ VF 1,400 แห่งรวมถึงซัพพลายเออร์ระดับ Tier 1 และ Tier 2 กว่า 100 รายเพิ่ม ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการระบุปัจจัยและใช้กลยุทธ์การลด

เป้าหมายการปล่อยคาร์บอนตามเป้าหมายพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของ VF นั้นรวมถึง:

  • การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขต 1 และ 2 ลงอย่างแน่นอนร้อยละ 55 ภายในปี 2573 จากปีพื้นฐานปี 2560; และ
  • การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของขอบเขต 3 อย่างแน่นอนร้อยละ 30 ภายในปี 2573 จากปีฐานปี 2560 โดยมุ่งเน้นไปที่วัตถุดิบจากฟาร์มสู่การค้าปลีกการดำเนินการจัดหาและโลจิสติกส์

ความคิดริเริ่มตามเป้าหมายทางวิทยาศาสตร์เชื่อว่าการตั้งเป้าหมายตามวิทยาศาสตร์เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการส่งเสริมความได้เปรียบในการแข่งขันของบริษัทในช่วงการเปลี่ยนภาพไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ วิธีการนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง CDP, United Global Global Compact (UNGC), World Resources Institute (WRI) และ World Wide Fund for Nature (WWF) และหนึ่งในพันธสัญญาของ We Mean Business Coalition

“นี่คือคำแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ครอบคลุมที่สุดที่เราได้แนะแนวองค์กรว่าจะสามารถบรรลุ SBT ได้อย่างไรในการดำเนินงานและห่วงโซ่คุณค่าของบริษัท” Tom Delay ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Carbon Trust กล่าว “งานนี้ส่งสัญญาณที่แข็งแกร่งไปยังภาคเครื่องแต่งกายว่าด้วยระดับของการเปลี่ยนแปลงที่จำเป็นในการจัดการกับการปล่อยมลพิษทั่วทั้งห่วงโซ่อุปทาน การจัดจำหน่ายทั่วโลก และต่อแบรนด์ต่าง ๆ ทั้งนี้กระบวนการพัฒนาความร่วมมือและการมุ่งเน้นในการชักจูงผู้อื่นถือเป็นความเป็นผู้นำขององค์กรที่แท้จริง เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เห็น VF บรรลุเป้าหมายที่ทะเยอทะยานนี้”

วิสัยทัศน์ใหม่สำหรับวัสดุที่ยั่งยืน

นอกจากนี้ ยังมีการประกาศในวันนี้ว่า วิสัยทัศน์วัสดุยั่งยืนใหม่ของ VF จะเป็นกุญแจสำคัญในการบรรลุ SBTs การสกัด การผลิต และการผลิตวัตถุดิบเป็นส่วนที่ใหญ่ที่สุดของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของ VF ทั่วโลก วิสัยทัศน์ที่เป็นนวัตกรรมจะสร้างเส้นทางที่ชัดเจนสำหรับการลดการปล่อยก๊าซไปอีกขั้น

ในปี 2573 VF ตั้งความมุ่งมั่นว่าร้อยละ  100 ของวัสดุเก้าอันดับแรก ซึ่งคิดเป็นประมาณร้อยละ 90 ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนที่เกี่ยวข้องกับวัสดุจะมาจากแหล่งกำเนิดใหม่แหล่งทดแทน หมุนเวียน หรือที่ใช้แหล่งรีไซเคิล

จากการใช้เครื่องมือ เช่น ดัชนีความยั่งยืนของวัสดุเครื่องนุ่งห่มที่ยั่งยืน และวิธีการวิเคราะห์วัฏจักรชีวิต ทำให้ VF กำลังประเมินทางเลือกวัสดุภายในสามด้านนี้เพื่อระบุโอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเพื่อทำความเข้าใจว่าการเร่งตัวเลือกเหล่านี้จะนำไปสู่เป้าหมายทางวิทยาศาสตร์อย่างไร

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ VF และรายงาน Made for Change Sustainability & Responsibility สามารถหาพบได้ที่ www.vfc.com.

เกี่ยวกับ VF

VF Corporation ก่อตั้งขึ้นในปี 2442 เป็นหนึ่งในบริษัท เครื่องแต่งกาย รองเท้า และแอคเซสซอรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่เชื่อมต่อผู้คนกับวิถีชีวิต กิจกรรม และประสบการณ์ที่พวกเขาหวงแหนมากที่สุดผ่านหลากหลายแบรนด์ดังที่เชี่ยวชาญด้านเสื้อผ้าเอาท์ดอร์ เสื้อผ้าทำงาน และเสื้อผ้ากีฬา รวมไปถึง Vans®, The North Face®, Timberland® and Dickies®.จุดประสงค์ของเราคือขับเคลื่อนวิถีชีวิตที่แอคทีฟและที่ยั่งยืนและกระตือรือร้นเพื่อประโยชน์ของผู้คนและโลกของเรา เราเชื่อมโยงจุดประสงค์นี้ด้วยแรงผลักดันอย่างไม่หยุดยั้งที่จะประสบความสำเร็จในการสร้างมูลค่าให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดและใช้บริษัทของเราเป็นแรงผลักดันที่ดี สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเยี่ยมชม vfc.com.

เกี่ยวกับ Carbon Trust

คาร์บอนทรัสต์เป็นพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญขององค์กรชั้นนำทั่วโลกซึ่งช่วยให้องค์กรเหล่านั้นมีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์จากอนาคตที่ยั่งยืนมากขึ้น

  • เราให้คำแนะนำแก่บริษัทธุรกิจ รัฐบาล และภาครัฐ เกี่ยวกับโอกาสในโลกที่ใช้คาร์บอนอย่างต่ำและยั่งยืน
  • เราทำการวัดและรับรองรอยเท้าสิ่งแวดล้อม (environmental footprint) ขององค์กรห่วงโซ่อุปทานและผลิตภัณฑ์
  • เราพัฒนาและปรับใช้เทคโนโลยีและโซลูชั่นคาร์บอนต่ำ เริ่มตั้งแต่การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพไปจนถึงพลังงานทดแทน

ดูเวอร์ชั่นต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20191205005251/en/

ติดต่อ:

Molly Cuffe

ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรเพื่อความรับผิดชอบ

Molly_Cuffe@vfc.com

Africa Finance Corporation ขยายการลงทุนในเอเชียอย่างต่อเนื่องด้วย Kimchi Term Loan Facility มูลค่า 140 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ

Logo

การลงทุนในเอเชียล่าสุดไปยัง AFC เป็นเงินประมาณ 1.2 พันล้านเดอลลาร์สหรัฐ

ความสำเร็จเป็นตัวบ่งบอกถึงความสนใจของนักลงทุนชาวเอเชียในการพัฒนาของแอฟริกา

ลอนดอน–(BUSINESS WIRE)–20 พฤศจิกายน 2562

Africa Finance Corporation (“AFC” หรือ “Corporation) นักลงทุนผู้ให้บริการโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานระดับชั้นนำ วันนี้ได้ประกาศการทำสัญญาเสร็จสิ้นด้วยวงเงินกู้ระยะยาวกิมจิหรือ Kimchi Term Loan Facility จำนวน 140,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ (“วงเงิน”)

การกู้ยืมนี้เป็นการมุ่งเป้าไปที่ตลาดการลงทุนในเกาหลีเป็นครั้งแรก ตามหลังวงเงินกู้ระยะยาวซามูไรแบบสองสกุลเงินหรือ Samurai Term Loan Facility  จำนวน 233 ล้านดอลลาร์สหรัฐและ 1 พันล้านเยน การทำสัญญาเสร็จสิ้นในเดือนกันยายน 2562 และสินเชื่อ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐผ่านธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศจีน การทำวงเงินกู้นี้ไม่รวมการซื้อของนักลงทุนชาวเอเชียอยู่ที่ 28% และการออกตราสารหนี้ระหว่างประเทศยูโรบอนด์ 16% เป็นจำนวนเงิน 500 ล้านและ 650 ล้านดอลลาร์สหรัฐตามลำดับ การลงทุนใน AFC ในตลาดเอเชียเมื่อไม่นานมานี้ (จากจีน ฮ่องกง มาเก๊า สิงคโปร์ มาเลเซีย และไต้หวัน) มีมูลค่าประมาณ 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

วงเงินกู้ระยะยาวกิมจิและการลงทุนอื่น ๆ ในเอเชียทั้งหมดของ AFC เป็นตัวอย่างของความสำเร็จของบริษัทที่มีส่วนร่วมจากนักลงทุนทั่วโลกและเป็นขั้นตอนสำคัญในการสร้างพันธมิตรของนักลงทุนเพื่อกระจายแหล่งเงินทุนในขณะเดียวกันก็อนุญาตให้สถาบันต่าง ๆ จากทั่วโลกเข้าร่วมในการพัฒนาแอฟริกา รายได้จากวงเงินกู้ระยะยาวกิมจิจะใช้ตามวัตถุประสงค์ทั่วไปของบริษัทตามข้อตกลงกับ AFC และกฎบัตร

นายซาไมลา ซุไบรุประธานและซีอีโอของ AFC กล่าวว่า “เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้บรรลุเป้าหมายครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์นี้กับตลาดตราสารหนี้ของเกาหลีใต้ซึ่งเรารู้ว่าเรามีเกณฑ์การลงทุนที่คัดสรรมาอย่างดี ความสำเร็จนั้นคล้ายกันกับวงเงินกู้ซามูไรในประเทศญี่ปุ่นซึ่งแสดงให้เห็นถึงความกระหายที่เพิ่มขึ้นสำหรับการลงทุนในแอฟริกาตะวันออก เราหวังว่าจะมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องกับเกาหลีใต้เช่นเดียวกับตลาดเอเชียอื่น ๆ ที่เข้าใจถึงโอกาสในการพัฒนาที่ไม่เคยมีมาก่อในแอฟริกา”

นายบานจิ เฟฮินโตลาผู้อำนวยการอาวุโสและเหรัญญิกของ AFC กล่าวเสริมว่า “ที่ AFC เราใช้วิธีการอันหลากหลายและการคาดการณ์ล่วงหน้าในการระดมทุน เอเชียเป็นภูมิภาคที่สำคัญมากสำหรับเราและการมีส่วนร่วมของนักลงทุนชาวเอเชียในการเสนอขายตราสารหนี้ของเราได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ วงเงินกู้กิมจิและซามูไรที่เราได้รับในปีนี้เป็นตัวอย่างของการเข้าถึงตลาดและนวัตกรรมอย่างกว้างขวางของ AFC ในการระดมทุนระดับโลกเพื่อดำเนินโครงการและเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนในแอฟริกา เราภูมิใจในความสำเร็จของเราในเอเชียและเราหวังว่าเราจะสามารถกระชับความเป็นหุ้นส่วนในภูมิภาคนี้ให้มากยิ่งขึ้น”

ธนาคาร Shinhan Bank สาขาลอนดอนและ Nedbank Limited ของแอฟริกาใต้ สาขาลอนดอนจะทำหน้าที่เป็น Bookrunner และผู้จัดทำเอกสาร ธนาคาร KEB Hana เป็นผู้จัดทำเอกสาร ธนาคาร NongHyup เป็นผู้จัดทำเอกสาร และธนาคาร First Abu Abu Abu PJSC เป็นผู้ประสานงาน

วงเงินการกู้เริ่มต้นและมีการเผยแพร่ทั่วไปวันที่ 16 กันยายน 2562 และสัญญาข้อตกลงเงินกู้เสร็จสิ้นวันที่ 14 พฤศจิกายน 2562

บทบรรณาธิการ

เกี่ยวกับ AFCwww.africafc.org

AFC เป็นสถาบันการเงินนักลงทุนแบบพหุภาคีที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2550 โดยมีฐานเงินทุนจำนวน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นผู้นำภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในแอฟริกา มีงบดุลปัจจุบันประมาณ 5.07 พันล้านดอลลาร์สหรัฐAFC เป็นสถาบันการเงินนักลงทุนแบบพหุภาคีอันดับสองในแอฟริกาที่มีการจัดอันดับ A3/P2 (แนวโน้มความมีเสถียรภาพ) จาก Moody’s Investors Service AFC ประสบความสำเร็จในการระดมทุนกว่า 650 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2562  500 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2560 และ 750 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2558  การออกตราสารหนี้ต่างประเทศผ่านการรับรองของคณะกรรมการมูลค่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายใต้โปรแกรมตราสารหนี้ระยะกลางหรือ Global Medium-Term Note (MTN) ตราสารหนี้ต่างประเทศทั้งหมดได้รับการจองซื้อเกินกว่าที่เสนอและเป็นที่ดึงดูดของนักลงทุนจากเอเชียยุโรปและสหรัฐอเมริกา

การลงทุนของ AFC นำเสนอความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนโดยเน้นที่การให้คำปรึกษาทางการเงินและทางเทคนิค การจัดทำโครงการ การพัฒนาโครงการและความเสี่ยงทางการเงิน เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นและขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของแอฟริกาอย่างยั่งยืน AFC ลงทุนในสินทรัพย์ประเภทโครงสร้างพื้นฐานคุณภาพสูงที่ให้บริการที่จำเป็นในภาคโครงสร้างพื้นฐานหลักด้านพลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติ อุตสาหกรรมหนัก การขนส่งและโทรคมนาคม ปัจจุบันบริษัทได้ลงทุนในโครงการไปแล้วกว่า 6.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐใน 30 ประเทศทั่วแอฟริกา

ติดตามเราบน Twitter – @africa_finance

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:

Lucy Savage

รองประธานอาวุโสฝ่ายการสื่อสาร

โทรศัพท์: + 234 1 279 9600

อีเมล: lucy.savage@africafc.org     

Buchanan Communications

Bobby Morse / Augustine Chipungu

โทรศัพท์: +44 (0) 207 466 5000

อีเมล: afc@buchanan.uk.com  

KIOXIA Corporation เปิดตัวAutomotive UFS ขนาด 512GB ตัวแรกของอุตสาหกรรม

Logo

เปิดประสบการณ์การใช้งานสู่ระบบและแอพพลิเคชั่นขั้นสูงมากขึ้น เพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–14 พ.ย. 2562

กำลังมีความกระหายอย่างมากในด้านระบบยานยนต์ในรุ่นต่อไปในอนาคต ทั้งความกระหายด้านข้อมูล และความบันเทิงขั้นสูงที่เพิ่มขึ้น และระบบ ADAS[2] พื้นที่จัดเก็บเพิ่มเติมสำหรับการบันทึกข้อมูลเหตุการณ์ การรองรับการทำแผนที่ 3D ที่มากขึ้น ซึ่งในการจะทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้ KIOXIA Corporation ประกาศในวันนี้ว่า บริษัทได้เริ่มต้นลองใช้ Automotive Universal Flash Storage[3]  ขนาด 512 กิกะไบต์แรก (GB) JEDEC®เวอร์ชั่น 2.1 โซลูชั่นหน่วยความจำในตัว Automotive UFS ของ KIOXIA ที่รองรับช่วงอุณหภูมิกว้าง (-40°C ถึง + 105°C) ตรงตามข้อกำหนด AEC-Q100 Grade2[4] และมอบความน่าเชื่อถือที่เพิ่มขึ้นตามการใช้งานด้านยานยนต์ต่าง ๆ ทั้งนี้อุปกรณ์ 512GB เข้าร่วมกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ยานยนต์ Automotive UFS ที่มีอยู่ของบริษัทซึ่งรวมถึง ผลิตภัณฑ์ที่ความจุขนาด 16GB, 32GB, 64GB, 128GB และ 256GB

นวัตกรรมต่าง ๆ เช่น ยานยนต์อัตโนมัติ ระบบข้อมูล และความบันเทิงยานยนต์ขั้นสูง, ดิจิตอลคลัสเตอร์, ระบบตรวจสอบยานพาหนะ telematics และ ADAS ไม่เพียงแต่มอบประสบการณ์ผู้ขับขี่ที่ยกระดับ แต่ยังต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลภายในยานพาหนะมากขึ้นด้วย

เพื่อตอบสนองความต้องการหน่วยความจำที่มีความจุขนาดใหญ่นี้ หน่วยความจำขนาด 512GB Automotive UFS ใหม่ของ KIOXIA ได้ถูกพัฒนาขึ้นมา ซึ่งได้รวมเอาหน่วยความจำแฟลช 3D BiCS FLASH ™ ของบริษัทและคอนโทรลเลอร์เอาไว้ในแพ็คเกจเดียวกัน โดย 512GB Automotive UFS มีฟังก์ชั่นหลายอย่างที่เหมาะสมกับความต้องการของแอพพลิเคชั่นด้านยานยนต์เช่น ฟังก์ชัน “ รีเฟรช”,“ ควบคุมความร้อน” และ “การวินิจฉัยเพิ่มเติม” ทั้งนี้ ฟังก์ชัน“ รีเฟรช” สามารถใช้เพื่อรีเฟรชข้อมูลที่เก็บไว้ใน UFS และช่วยยืดอายุการใช้งานของข้อมูล ฟังก์ชั่น“ การควบคุมความร้อน” ปกป้องอุปกรณ์จากความร้อนสูงเกินไปในสถานการณ์อุณหภูมิสูงที่อาจเกิดขึ้นในการใช้งานยานยนต์ และท้ายที่สุด ฟังก์ชั่น“ การวินิจฉัยเพิ่มเติม” ช่วยให้โปรเซสเซอร์โฮสต์เข้าใจสถานะของอุปกรณ์ได้ง่าย

หมายเหตุ

[1] ที่มา: KIOXIA Corporation ณ วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562

[2] ADAS ย่อมากจาก Advanced Driving Assistant System

[3] Universal Flash Storage (UFS) เป็นเครื่องหมายการค้าและหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์สำหรับคลาสของผลิตภัณฑ์หน่วยความจำแบบฝังที่สร้างขึ้นตามข้อกำหนดมาตรฐาน JEDEC UFS โดย JEDEC เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ JEDEC Solid State Technology Association

[4] ข้อกำหนดคุณสมบัติของชิ้นส่วนไฟฟ้าที่กำหนดโดย AEC (Automotive Electronics Council)

*ข้อมูลจำเพาะตัวอย่างอาจแตกต่างจากชิ้นส่วนที่มาจากการผลิตจำนวนมาก

*ในการกล่าวถึงผลิตภัณฑ์ KIOXIA ทุกครั้ง: การระบุความหนาแน่นของผลิตภัณฑ์ตามความหนาแน่นของชิปหน่วยความจำภายในผลิตภัณฑ์ไม่ใช่จำนวนความจุหน่วยความจำที่มีสำหรับการจัดเก็บข้อมูลโดยผู้ใช้ ความจุที่ใช้งานได้ของผู้บริโภคจะลดลงเนื่องจากพื้นที่ของ overhead data การจัดรูปแบบฟอร์แม็ต บล็อกที่ไม่ดี และข้อจำกัดอื่น ๆ และอาจแตกต่างกันไปตามอุปกรณ์โฮสต์และแอปพลิเคชัน สำหรับรายละเอียดโปรดอ้างอิงข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดย1Gb = 2^30 บิต = 1,073,741,824 บิต และ 1GB = 2^30 ไบต์ = 1,073,741,824 ไบต์

* ชื่อบริษัท ชื่อผลิตภัณฑ์ และชื่อบริการที่กล่าวถึงในที่นี้อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทที่เกี่ยวข้อง

เกี่ยวกับ KIOXIA:

KIOXIA เป็นผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นหน่วยความจำที่อุทิศตนเพื่อการพัฒนาการผลิตและการขายหน่วยความจำแฟลชและโซลิดสเตตไดรฟ์ (SSD) โดยในเดือนเมษายน 2560 หน่วยความจำ Toshiba รุ่นก่อนถูกแยกออกจาก Toshiba Corporation ซึ่งเป็นบริษัทที่คิดค้นหน่วยความจำแฟลช NAND ในปี 2530  KIOXIA มุ่งมั่นที่จะยกระดับโลกด้วยหน่วยความจำด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์บริการและระบบที่สร้างทางเลือกสำหรับลูกค้าและคุณค่าที่อิงการใช้หน่วยความจำต่อสังคม เทคโนโลยีหน่วยความจำแฟลช 3D แบบใหม่ของ KIOXIA คือ BiCS FLASH™ กำลังสร้างอนาคตของการจัดเก็บในแอพพลิเคชั่นที่มีความหนาแน่นสูง รวมไปถึงสมาร์ทโฟนขั้นสูง, พีซี, SSD, รถยนต์ และศูนย์ข้อมูล

สอบถามสำหรับลูกค้า:

KIOXIA Corporation

ฝ่ายขายและการตลาดหน่วยความจำ

โทร: +81-3-6478-2423

https://business.kioxia.com/en-jp/contact.html

*ข้อมูลในเอกสารนี้รวมถึงราคาและข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาของบริการและข้อมูลการติดต่อนั้นถูกต้องในวันที่ประกาศ แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20191113006021/en/

สอบถามสำหรับสื่อ:

KIOXIA Corporation

กองวางแผนกลยุทธ์การขาย

Koji Takahata

โทร: +81-3-6478-2404

Toshiba Memory Corporation เปิดตัวผลิตภัณฑ์หน่วยความจำแฟลช NAND ใหม่สำหรับอุปกรณ์แบบฝังตัว รองรับการถ่ายโอนข้อมูลด้วยความเร็วสูง

Logo

เจเนอเรชันที่สองของผลิตภัณฑ์ NAND แบบซีเรียลอินเทอร์เฟสมาพร้อมประสิทธิภาพและความจุที่มากขึ้น

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–26 กันยายน 2562

Toshiba Memory Corporation ผู้นำด้านโซลูชันหน่วยความจำระดับโลก ประกาศในวันนี้ว่าบริษัทได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์หน่วยความจำแฟลช NAND เจเนอเรชันที่สอง สำหรับสำหรับอุปกรณ์แบบฝังตัว มาพร้อมประสิทธิภาพและความจุที่มากขึ้น[1] เพื่อรองรับการถ่ายโอนข้อมูลด้วยความเร็วสูง ผลิตภัณฑ์ NAND แบบซีเรียลอินเทอร์เฟสใหม่สามารถใช้ได้กับพอร์ตสื่อสาร SPI ที่มีการใช้งานอย่างกว้างขวาง และเหมาะกับการใช้งานกับอุปกรณ์ทั่วไปสำหรับผู้บริโภค อุปกรณ์อุตสาหกรรม และอุปกรณ์สื่อสารมากมายหลายประเภท บริษัทจะเริ่มจัดส่งผลิตภัณฑ์ตัวอย่างวันนี้ ขณะที่การผลิตเพื่อจำหน่ายมีกำหนดเริ่มต้นตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยเนื้อหามัลติมีเดีย ดูแบบเต็มรูปแบบได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20190925006002/en/

Toshiba Memory Corporation: Second-generation Serial Interface NAND Products (Photo: Business Wire)

Toshiba Memory Corporation: เจเนอเรชันที่สองของผลิตภัณฑ์ NAND แบบซีเรียลอินเทอร์เฟส (รูปภาพ: Business Wire)

ขณะที่อุปกรณ์สื่อสารและอุปกรณ์ IoT มีขนาดเล็กลง ความต้องการหน่วยความจำแฟลชที่มีขนาดความจุสูง ในแพ็คเกจขนาดเล็ก และสามารถโอนข้อมูลด้วยความเร็วสูงแต่มีจำนวนขาน้อยกลับสูงขึ้น และด้วยการที่ผลิตภัณฑ์ NAND แบบซีเรียลอินเทอร์เฟสสามารถใช้ได้กับพอร์ต SPI ซึ่งใช้กันอย่างแพร่หลาย จึงสามารถทำหน้าที่เป็นผลิตภัณฑ์หน่วยความจำแฟลชแบบ SLC NAND ที่มีจำนวนขาน้อย มีขนาดเล็ก และมีความจุสูงได้ในตัว

เพื่อรองรับการโอนข้อมูลด้วยความเร็วสูง ผลิตภัณฑ์ NAND แบบซีเรียลอินเทอร์เฟสเจเนอเรชันที่สองจึงมาพร้อมกับประสิทธิภาพที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ในเจเนอเรชันที่หนึ่ง[1] รวมถึงย่านความถี่ใช้งานที่ 133 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) และโหมดการทำงานแบบ program x4 นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มอุปกรณ์ขนาด 8 gigabit (1 gigabyte) [2] เข้ามาในไลน์อัพของผลิตภันฑ์ด้วย เพื่อตอบสนองความต้องการของขนาดความจุหน่วยความจำที่ใหญ่ขึ้น

สรุปเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่

หมายเลขชิ้นส่วน

ความจุ

I/O

แรงดันไฟฟ้า

แพ็คเกจ

เริ่มผลิตเพื่อจำหน่าย

TC58CVG0S3HRAIJ

1Gb

x1, x2, x4

3.3V

8ขา

WSON[3]

(6มม. x 8มม.)

ตุลาคม 2562

TC58CYG0S3HRAIJ

1.8V

ตุลาคม 2562

TC58CVG1S3HRAIJ

2Gb

3.3V

ตุลาคม 2562

TC58CYG1S3HRAIJ

1.8V

ตุลาคม 2562

TC58CVG2S0HRAIJ

4Gb

3.3V

ตุลาคม 2562

TC58CYG2S0HRAIJ

1.8V

ตุลาคม 2562

TH58CVG3S0HRAIJ

8Gb

3.3V

ธันวาคม 2562

TH58CYG3S0HRAIJ

1.8V

ธันวาคม 2562

คุณสมบัติที่สำคัญ

ความจุ

1Gb, 2Gb, 4Gb, 8Gb

ขนาดเพจ

2KByte (1Gb, 2Gb), 4KByte (4Gb, 8Gb)

อินเทอร์เฟส

Serial Peripheral Interface Mode 0, Mode 3

แรงดันแหล่งจ่ายไฟ

2.7 ถึง 3.6V, 1.7 ถึง 1.95V

ช่วงอุณหภูมิขณะใช้งาน

-40 oC ถึง 85 oC

คุณสมบัติ

• ย่านความถี่ใช้งาน 133MHz

• โหมด Program / Read x4

• ฟังก์ชันอ่านข้อมูลตามลำดับด้วยความเร็วสูง

• ฟังก์ชัน ECC (ON/OFF, bit flip count report)

• ฟังก์ชันป้องกันข้อมูล (สามารถเลือกป้องกันข้อมูลเฉพาะบางบล็อกได้)

• ฟังก์ชัน Parameter Page (สามารถแสดงข้อมูลแบบรายละเอียดบนอุปกรณ์ได้)

หมายเหตุ
[1] เปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ NAND แบบซีเรียลอินเทอร์เฟสเจเนอเรชันหนึ่งของ Toshiba Memory Corporation ทำการสำรวจโดย Toshiba Memory
[2] ความจุของผลิตภัณฑ์ระบุตามขนาดหน่วยความจำของชิปภายในผลิตภัณฑ์​ ไม่​ได้​บ่งบอก​ถึงจำนวน​หน่วย​ความ​จำ​ที่​ว่าง​สำห​รับ​จัดเก็บ​ข้อมูล​ของ​ผู้​ใช้​ปลายทาง​ ขนาด​ความจุ​ที่​ผู้​บริโภค​สามารถ​ใช้ได้จะลดลงตาม​พื้นที่​ข้อมูล​ที่​ที่​ใช้​ การ​ฟอร์แมต​ บล็อก​ที่​ไม่​ดี​ และข้อ​จำกัด​อื่น​ ๆ​ และ​อาจ​แตกต่าง​กัน​ออก​ไป​ขึ้น​อยู่​กับอุปกรณ์​ที่​เป็น​โฮสต์​และ​การ​ใช้​งาน​ สำห​รับ​รายละเอียด​เพิ่มเติม​ โปรด​ดู​จาก​ข้อมูล​จำเพาะ​ของ​ผลิตภัณฑ์​
[3] WSON: คือแพ็คเก็จขนาดที่เล็กมาก และไม่มีตะกั่วเป็นส่วนประกอบ

* ชื่อบริษัท ชื่อผลิตภัณฑ์ และชื่อบริการที่กล่าวถึงในที่นี้อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทเหล่านั้น

ข้อมูลติดต่อสำหรับลูกค้า:
Toshiba Memory Corporation
ฝ่ายขายและการตลาดหน่วยความจำ
โทร: +81-3-6478-2412
https://business.toshiba-memory.com/en-jp/contact.html

ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้ รวมถึงราคาและข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาบริการ และข้อมูลการติดต่อ เป็นข้อมูล ณ ปัจจุบันในวันที่ประกาศ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่นี่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20190925006002/en/

ข้อมูลติดต่อสำหรับสื่อ:
Toshiba Memory Corporation
ฝ่ายวางแผนกลยุทธ์การขาย
Koji Takahata
โทร: +81-3-6478-2404

Toshiba Memory Corporation เตรียมจัดแสดงไดร์ฟ SSD สำหรับองค์กรประเภท PCIe® 4.0 NVMe™ ซึ่งเร็วที่สุดในอุตสาหกรรม ในงาน Flash Memory Summit

Logo

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–07 สิงหาคม 2562

Toshiba Memory Corporation ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันหน่วยจัดเก็บข้อมูล ประกาศถึงการพัฒนาไดร์ฟจัดเก็บข้อมูลแบบ SSD สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ในองค์กร ประเภท PCIe® 4.0 NVMe™ ซึ่งเป็นประเภทที่เร็วที่สุดของอุตสาหกรรม[1] มาพร้อมประสิทธิภาพการอ่านข้อมูลแบบทิศทางเดียว (sequential) กว่า 6.4GB/s โดยจะมีการจัดแสดงตัวอย่างและต้นแบบของไดร์ฟ SSD ตระกูล CM6 ที่บูธ Toshiba Memory America (หมายเลขบูธ 307 ห้อง A) ในงาน Flash Memory Summit ณ เมืองซานตาคลารา ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะจัดขึ้นจนถึงวันที่ 8 สิงหาคมนี้

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้มีเนื้อหาในรูปแบบมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20190806006034/en/

Toshiba Memory Corporation: Industry’s Fastest-class PCIe(R) 4.0 SSDs for Enterprise Applications “CM6 Series” (Photo: Business Wire)

Toshiba Memory Corporation: ไดร์ฟตระกูล CM6 ประเภท PCIe(R) 4.0 ซึ่งเร็วที่สุดในอุตสาหกรรม สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ในองค์กร (รูปภาพ: Business Wire)

ไดร์ฟ SSD ตระกูล CM6 นี้รองรับมาตรฐาน PCIe® Gen4 x4 lanes แบบพอร์ตคู่ และ NVMe™ 1.4 โดยไดร์ฟ SSD แบบ NVMe สำหรับองค์กรนี้จะวางจำหน่ายพร้อมฟอร์มแฟคเตอร์ขนาด 2.5 นิ้ว และมีความจุตั้งแต่ 800GB ไปจนถึง 30TB รวมถึงตัวเลือกด้านอายุการใช้งาน (Drive Write Per Day) ให้เลือก 1 หรือ 3 แบบ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบูธของ Toshiba Memory America ในงาน Flash Memory Summit ได้จากลิงก์ด้านล่างนี้

https://business.toshiba-memory.com/en-us/company/tma/news/2019/08/ssd-20190806-2.html

หมายเหตุ 

[1] ข้อมูลเมื่อ 7 สิงหาคม 2562 จากการสำรวจข้อมูลไดรฟ์ SSD สำหรับองค์กรโดย Toshiba Memory Corporation

[2] คำจำกัดความของความจุ: Toshiba Memory Corporation กำหนด 1 กิกะไบต์ (GB) เท่ากับ 1,000,000,000 ไบต์ และ 1 เทราไบต์ (TB) เท่ากับ 1,000,000,000,000 ไบต์ อย่างไรก็ตามระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์รายงานความจุหน่วยเก็บข้อมูลโดยใช้เลขยกกำลัง 2 สำหรับคำจำกัดความของ 1GB = 2 ^ 30 ไบต์ = 1,073,741,824 ไบต์, 1TB = 2 ^ 40 ไบต์ = 1,099,511,627,776 ไบต์ ดังนั้นจึงมีความจุน้อยกว่า ทั้งนี้ความจุในการจัดเก็บ (รวมถึงตัวอย่างของไฟล์สื่อต่างๆ) จะแตกต่างกันไปตามขนาดไฟล์ การจัดรูปแบบ การตั้งค่า ซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการ เช่นระบบปฏิบัติการ Microsoft® และ/หรือแอปพลิเคชันซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งไว้ล่วงหน้า หรือเนื้อหาสื่อ ความจุที่ฟอร์แมตจริงอาจแตกต่างกันไป

*NVMe เป็นเครื่องหมายการค้าของ NVM Express, Inc. 

*PCIe เป็นเครื่องหมายการค้าของ PCI-SIG. 

*ชื่อบริษัท ผลิตภัณฑ์ และบริการทั้งหมดที่กล่าวถึงอาจเป็นเครื่องหมายทางการค้าของบริษัทนั้น ๆ

ข้อมูลติดต่อสำหรับลูกค้า: 
ฝ่ายส่งเสริมการขาย 
โทร: +81-3-6478-2421 
https://business.toshiba-memory.com/en-apac/contact.html

ข้อมูลในเอกสารนี้ รวมถึงราคาผลิตภัณฑ์และข้อมูลจำเพาะ เนื้อหาด้านการบริการและข้อมูลในการติดต่อเป็นข้อมูลปัจจุบัน ณ วันที่ประกาศ ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20190806006034/en/

ข้อมูลติดต่อสำหรับสื่อ: 
Toshiba Memory Corporation 
ฝ่ายวางแผนกลยุทธ์การขาย 
Koji Takahata 
โทร: +81-3-6478-2404

Fluke Corporation เข้าซื้อ PRÜFTECHNIK ผู้นำอุตสาหกรรมด้านความน่าเชื่อถือของเครื่องมือวัด

Logo

เอเวอเรตต์, วอชิงตัน–(BUSINESS WIRE)–19 กรกฎาคม 2019

Fluke Corp ผู้จำหน่ายเครื่องมือวัดและทดสอบชั้นนำระดับโลก เข้าซื้อ PRÜFTECHNIK ผู้นำตลาดเครื่องมือตั้งศูนย์เพลา เครื่องมือตรวจสอบสภาพและเครื่องมืดทดสอบโดยไม่ทำลายที่มีความแม่นยำจากเมืองอิสมานิง ประเทศเยอรมนี

“การเข้าซื้อกิจการ PRÜFTECHNIK โดย Fluke สะท้อนให้เห็นว่าลูกค้าของเราให้ความสำคัญมากขึ้นกับเรื่องความน่าเชื่อถือของระบบที่จะทำให้เครื่องมือของพวกเขาอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานสูงสุด ธุรกิจนี้จะช่วยหาทางออกให้ลูกค้าอุตสาหกรรมของเราในเจเนอเนชันถัดไปได้” Marc Tremblay ประธานของ Fluke Corporation กล่าว

Fluke Corporation

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จัดจำหน่ายโดย Fluke หรือที่ตั้งของตัวแทนจำหน่ายที่อยู่ใกล้ท่านที่สุด กรุณาติดต่อ Fluke Corporation ตู้ ปณ. 9090 เอเวอเรตต์ วอชิงตัน สหรัฐอเมริกา 98206 หมายเลขโทรศัพท์ (800) 44-FLUKE (800-443-5853) โทรสาร (425) 446-5116 อีเมล fluke-info@fluke.com หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ Fluke ได้ที่ http://www.fluke.com

เกี่ยวกับ Fluke

Fluke Corporation ก่อตั้งขึ้นในปี 1948 และเป็นผู้นำระดับโลกด้านซอฟต์แวร์และเครื่องมือทดสอบทางอิเล็กทรอนิกส์ขนาดกะทัดรัดสำหรับการตรวจวัดและตรวจสอบสภาพ ลูกค้าของ Fluke ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่เทคนิค วิศวกร ช่างไฟฟ้า ผู้จัดการฝ่ายซ่อมบำรุง และนักมาตรวิทยาผู้ทำหน้าที่ติดตั้ง แก้ปัญหา และดูแลเกี่ยวกับอุปกรณ์อุตสาหกรรม ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงกระบวนการสอบเทียบเครื่องมือวัด

เกี่ยวกับ PRÜFTECHNIK

PRÜFTECHNIK ให้บริการด้านเทคโนโลยีบำรุงรักษาแก่ลูกค้าทั่วโลกด้วยผลิตภัณฑ์ บริการและโครงการอบรมที่มีความครอบคลุม และออกแบบให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญการบำรุงรักษาที่เกี่ยวข้องกับการตั้งศูนย์เพลา การวิเคราะห์การสะเทือน การตรวจสอบสภาพและการทดสอบโดยไม่ทำลาย บริษัทอุตสาหกรรมหลายแห่งทั่วโลกต่างเชื่อมั่นในบริการของเราโดยเฉพาะในด้านความน่าเชื่อถือและการบำรุงรักษาเครื่องจักรหมุนตามสภาพ

Fluke คือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Fluke Corporation ชื่อของบริษัทและผลิตภัณฑ์จริงที่กล่าวถึงในเนื้อหาข้างต้นนี้อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของเจ้าของบริษัทและผลิตภัณฑ์นั้น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูที่ เว็บไซต์ Fluke

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20190719005046/en/

ติดต่อ:

Susan Israel 
ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายสื่อสาร 
(425) 446-6356 
susan.israel@fluke.com

Toshiba Memory Corporation เพิ่มความจุสำหรับปริมาณงานที่ต้องการประสิทธิภาพด้วย XG6-P SSD Series

Logo

NVMe SSD ใหม่มีสูงสุดถึง 2TB[1] สำหรับแอพพลิเคชั่นระดับสูงและการปรับใช้กับศูนย์ข้อมูล

โตเกียว–(บิสิเนสไวร์)–28 พฤษภาคม 2019

Toshiba Memory Corporation ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นหน่วยความจำประกาศ XG6-P solid state drive (SSD) Series รุ่นอนุพันธ์ของ XG6 XG6 Series  ด้วยความจุสูงสุดถึง 2,048GB[2] และแบนด์วิดท์การเขียนต่อเนื่องที่สูง 30 เปอร์เซ็นต์กว่ารุ่นก่อน[3 ]XG6-P เหมาะสำหรับพีซีและระบบเกมระดับสูงเช่นเดียวกับศูนย์ข้อมูลที่ประหยัดต้นทุนและโครงสร้างพื้นฐานแบบผสม  XG6-P จะเริ่มสุ่มตัวอย่างลูกค้า OEM ในปริมาณที่จำกัดตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณสมบัติด้านมัลติมีเดีย ดูการเปิดตัวเต็มรูปแบบได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20190527005304/en/

Toshiba Memory Corporation: NVMe XG6-P SSD Series offers up to 2TB for high-end client applications  ...

Toshiba Memory Corporation: NVMe XG6-P SSD Series มีสูงถึง 2TB สำหรับแอปพลิเคชันระดับสูงและการปรับใช้ในศูนย์ข้อมูล (ภาพถ่าย: บิสิเนสไวร์)

โดยใช้ประโยชน์จาก 96-layer BiCS FLASH™ 3D TLC (3-bit-per-cell) ของ Toshiba Memory, XG6-P SSD ให้ความจุในการจัดเก็บสูง ขณะที่ยังคงรักษาสัญญาประสิทธิภาพการใช้พลังงาน  XG6-P Series มีอินเตอร์เฟส PCIe® Gen 3 x4 lane (rev. 3.1a) / NVMe™ (rev. 1.3a) และมอบ sequential read ถึง 3,180MB/s และ sequential write ถึง 2,920MB/s[4]  และ random read ถึง 355,000 และ random write IOPS ถึง 365,000[5]  นอกจากนี้ XG6-P SSD ใช้งานน้อยกว่า 5 วัตต์ โดยให้อัตราส่วนประสิทธิภาพต่อการใช้พลังงานที่ยอดเยี่ยมในขนาดที่กะทัดรัด  ด้วยความจุของ XG6 เป็นสองเท่า ความเร็วในการเขียนที่เร็วกว่า XG5-P และซองพลังงานที่ต่ำกว่าและฟอร์มแฟคเตอร์ที่เล็กกว่าคลาส XD5 ทำให้ XG6-P ซีรี่ส์ใหม่มีตัวเลือกการจัดเก็บ M.2 NVMe เพิ่มเติมเพื่อปรับแต่งโซลูชันและสภาพแวดล้อมของศูนย์ข้อมูล

2,048GB XG6-P SSD มีอยู่ในฟอร์มแฟคเตอร์ single-sided M.2 2280 (22 x 80mm) และมีตัวเลือกความปลอดภัยรวมถึง TCG Pyrite เวอร์ชัน 1.0 รองรับการกำหนดค่า Non-SED (Self-Encrypting Drive) และ TCG Opal Version 2.01 สำหรับ SED  XG6-P ซีรี่ส์ SSD จะแสดงที่งาน Interop Tokyo 2019 ใน Makuhari Messe ประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่วันที่ 12 ถึง 14 มิถุนายนในบูธ 5P16 ของ Toshiba Memory

หมายเหตุ

[1] ความจุจริงคือ 2,048GB โปรดอ้างอิง [2] สำหรับคำจำกัดความของความจุ

[2] คำจำกัดความของความจุ: Toshiba Memory Corporation กำหนดเมกะไบต์ (MB) เป็น 1,000,000 ไบต์, กิกะไบต์ (GB) เป็น 1,000,000,000 ไบต์และหนึ่งเทราไบต์ (TB) เป็น 1,000,000,000,000 ไบต์  อย่างไรก็ตาม ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์รายงานความจุหน่วยเก็บข้อมูลโดยใช้กำลัง 2 สำหรับคำจำกัดความ 1GB = 2^30 ไบต์ = 1,073,741,824 ไบต์, 1TB = 2^40 ไบต์ = 1,099,511,627,776 ไบต์  ดังนั้นจึงมีความจุน้อยกว่าพื้นที่จัดเก็บที่ใช้ได้ (รวมถึงตัวอย่างของไฟล์สื่อต่างๆ) จะแตกต่างกันไปตามขนาดไฟล์การจัดรูปแบบการตั้งค่าซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการ เช่นระบบปฏิบัติการ Microsoft® และ/หรือแอพพลิเคชันซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งไว้ล่วงหน้าหรือเนื้อหาสื่อ ความจุ  ฟอร์แมตจริงอาจแตกต่างกันไป

[3] การทดสอบหน่วยความจำของ Toshiba ภายในบริษัทเมื่อเทียบกับความเร็ว write sequential speed ของ XG5-P 2TB SSD, XG6-P นั้นเร็วกว่า 32.7%

[4] การสำรวจของ Toshiba Memory Corporation อ้างอิงจากความเร็วในการอ่านและเขียนของหน่วย 128KiB ตามลำดับโดยใช้รุ่น XG6-P 2048GB ภายใต้เงื่อนไขการทดสอบของ Toshiba Memory Corporation  ความเร็วในการอ่านและเขียนอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ เงื่อนไขการอ่านและเขียน และขนาดไฟล์  Toshiba Memory Corporation กำหนดเมกะไบต์ (MB) เป็น 1,000,000 ไบต์และ kibibyte (KiB) เป็น 2^10 ไบต์หรือ 1,024 ไบต์

[5] การสำรวจของ Toshiba Memory Corporation จากการสุ่มอ่านและเขียนความเร็วของหน่วย 4KiB โดยใช้รุ่น XG6-P 2048GB ภายใต้เงื่อนไขการทดสอบของ Toshiba Memory Corporation  ความเร็วในการอ่านและเขียนอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ เงื่อนไขการอ่านและเขียน และขนาดไฟล์  IOPS คืออินพุตเอาต์พุตต่อวินาที (หรือจำนวนการดำเนินการ I/O ต่อวินาที)

* NVMe เป็นเครื่องหมายการค้าของ NVM Express, Inc.

* PCIe เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ PCI-SIG

* ชื่อบริษัทอื่นๆ ชื่อผลิตภัณฑ์และชื่อบริการที่กล่าวถึงในที่นี้อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทนั้นๆ

สอบถามข้อมูลลูกค้า:

ฝ่ายส่งเสริมการขายโทร

: + 81-3-6478-2424

https://business.toshiba-memory.com/en-apac/contact.html

ข้อมูลในเอกสารนี้รวมถึงราคาและข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์เนื้อหาของบริการและ ข้อมูลติดต่อถูกต้องในวันที่ประกาศ แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

ดูเวอร์ชั่นต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190527005304/en/

สอบถามสำหรับสื่อ:

Toshiba Memory Corporation

ฝ่ายวางแผนกลยุทธ์การขาย

Koji Takahata

โทร: + 81-3-6478-2404