Tag Archives: international

ผู้ปกครอง Ras Al Khaimah ทรงมอบรางวัล Sheikh Saud International Prize for Materials Science ในงาน IWAM 2026

Logo

  •  รางวัลนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นระดับโลกของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในด้านวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และการวิจัยวัสดุขั้นสูง

RAS AL KHAIMAH, United Arab Emirates–(BUSINESS WIRE)–04 กุมภาพันธ์ 2026

His Highness Sheikh Saud bin Saqr Al Qasimi สมาชิกสภาสูงสุดแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และผู้ปกครอง Ras Al Khaimah ทรงมอบรางวัล Sheikh Saud International Prize for Materials Science ในระหว่างการประชุมเชิงปฏิบัติการนานาชาติว่าด้วยวัสดุขั้นสูง (IWAM) ครั้งที่ 17 ซึ่งเป็นหนึ่งในเวทีชั้นนำระดับโลกด้านการวิจัยวัสดุขั้นสูงในวันนี้

HH Sheikh Saud bin Saqr Al Qasimi-keynote speech at IWAM (Photo: AETOSWire)

HH Sheikh Saud bin Saqr Al Qasimi-ปาฐกถาพิเศษที่ IWAM (ภาพ: AETOSWire)

ทรงมอบรางวัลนี้ในวันที่สองของการประชุม IWAM เพื่อยกย่องผลงานอันโดดเด่นในด้านวิทยาศาสตร์วัสดุและการประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาความท้าทายระดับโลก รางวัลนี้มอบให้แก่ศาสตราจารย์ Omar Yaghi ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีประจำปี 2025 เพื่อเป็นการยกย่องผลงานที่พลิกโฉมวงการเคมีวัสดุ และผลงานบุกเบิกด้านพลังงานสะอาด การดักจับคาร์บอน และเทคโนโลยีที่ยั่งยืน

รางวัล Sheikh Saud Prize สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของพระองค์ท่านที่มีต่อวิทยาศาสตร์ในฐานะรากฐานสำคัญของความก้าวหน้าของมนุษยชาติและการพัฒนาอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของ Ras Al Khaimah ในฐานะศูนย์กลางระดับโลกด้านความคิดทางวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และความร่วมมือ ผ่านการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม IWAM อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจัดโดยศูนย์วัสดุขั้นสูงแห่ง Ras Al Khaimah

HH Sheikh Saud ตรัสว่า “ผลงานของศาสตราจารย์ Yaghi ซึ่งได้รับการยกย่องด้วยรางวัลโนเบลสาขาเคมี เป็นความภาคภูมิใจของภูมิภาคของเราและเป็นแรงบันดาลใจอันทรงพลังสำหรับเยาวชนอาหรับ ความสำเร็จของศาสตราจารย์ Yaghi เตือนใจเราว่า ความสามารถ ความมุ่งมั่น และการเรียนรู้ สามารถก้าวข้ามพรมแดนและช่วยสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับทุกคนได้”

IWAM รวบรวมนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย และนักวิชาการชั้นนำระดับโลกมาเพื่อตรวจสอบบทบาทของวัสดุขั้นสูงในการรับมือกับความท้าทายระดับโลก รวมถึงความยั่งยืน ประสิทธิภาพด้านพลังงาน และความยืดหยุ่นต่อสิ่งแวดล้อม โปรแกรมการบรรยาย การอภิปราย และการแลกเปลี่ยนทางวิชาการของเวิร์กช็อปสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นระยะยาวของ Ras Al Khaimah ในด้านการวิจัย การศึกษา และนวัตกรรม

เมื่อวานนี้ HH Sheikh Saud ทรงกล่าวปาฐกถาเปิดงาน IWAM โดยทรงยืนยันความเชื่อมั่นของ Emirate ว่า วิทยาศาสตร์และการลงทุนบนพื้นฐานความรู้เป็นหัวใจสำคัญของความก้าวหน้าในระยะยาว การเป็นเจ้าภาพจัดงาน IWAM อย่างต่อเนื่องสะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ที่ตั้งใจจะวางตำแหน่งนวัตกรรมและการวิจัยวัสดุขั้นสูงให้เป็นรากฐานของการพัฒนาอย่างยั่งยืนใน Ras Al Khaimah และที่อื่นๆ

รางวัล Sheikh Saud ซึ่งทรงมอบให้ทุกสองปี เป็นเสาหลักสำคัญของ IWAM และยกย่องบุคคลที่มีผลงานสร้างผลกระทบในระดับโลก โดยการรวบรวมผู้เชี่ยวชาญเข้ากับนักวิจัยรุ่นใหม่ IWAM เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ สร้างแรงบันดาลใจให้นักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ และมีส่วนร่วมในการแสวงหาความรู้ระดับโลกเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนและมั่นคงยิ่งขึ้น

แหล่งข้อมูล : AETOSWire

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260204274737/en

Contacts

Steven McCombe
media@rakmediaoffice.ae

ที่มา: RAK Media Office

Roland และ Musical Futures International นำเสนอการศึกษาดนตรีอิเล็กทรอนิกส์แบบลงมือปฏิบัติจริงสู่ห้องเรียนด้วยโครงการ Roland ASPIRE

Logo

ซิดนีย์–(BUSINESS WIRE)–29 มกราคม 2026

Roland Corporation และ Musical Futures International ในวันนี้ได้ประกาศโครงการ Roland ASPIREซึ่งเป็นโครงการการศึกษาดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ที่อิงจากการวิจัย ที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการสร้างสรรค์ดนตรีแบบลงมือปฏิบัติจริงโดยใช้ฮาร์ดแวร์ที่สัมผัสได้และเข้าถึงได้ง่ายในห้องเรียนจริง

โดยโปรแกรมนี้ได้พัฒนาขึ้นสำหรับครูผู้สอนจากหลากหลายพื้นฐานทางดนตรี โดยให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์ดนตรีในทางปฏิบัติมากกว่าความรู้ทางเทคนิคที่มีอยู่ก่อนแล้ว ในปัจจุบันโครงการนี้ได้ดำเนินการอยู่ในกรุงเทพฯ เมลเบิร์น และสิงคโปร์

หัวใจสำคัญของโปรแกรมคือชุดเครื่องดนตรี Roland AIRA Compactสำหรับใช้ในห้องเรียน ซึ่งมอบให้แก่โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเป็นระยะเวลาหกสัปดาห์ พร้อมด้วยการอบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับครู คู่มือการสอน และแหล่งข้อมูลดิจิทัล โดยอุปกรณ์เครื่องมือเหล่านี้จะช่วยสนับสนุนนักเรียนในระดับประสบการณ์ทางดนตรีที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ผู้เริ่มต้นจนถึงผู้ที่มีความมั่นใจในการสร้างสรรค์ผลงานมากขึ้น

โดยอาศัยข้อมูลจากการวิจัยด้านการสอนดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ โปรแกรมนี้จะเชื่อมโยงความรู้เชิงวิชาการและการสร้างสรรค์ดนตรีในโลกแห่งความเป็นจริงเข้ากับการปฏิบัติในห้องเรียน โดยกิจกรรมการเรียนรู้จะเน้นการสำรวจ การฟัง การทำงานร่วมกัน และการตัดสินใจอย่างสร้างสรรค์ แหล่งข้อมูลจะประกอบด้วยบทช่วยสอนที่ชัดเจนและกิจกรรม “สร้างเพลงขึ้นใหม่” ที่เชื่อมโยงกับรูปแบบดนตรีสมัยนิยมที่นักเรียนรู้จักและชื่นชอบ

“เยาวชนจะเชื่อมโยงกับดนตรีได้อย่างลึกซึ้งที่สุดเมื่อพวกเขาได้รับโอกาสในการสร้างสรรค์ในรูปแบบที่ตรงกับความสนใจของพวกเขา” David Whitehead ผู้จัดการฝ่ายการตลาดเชิงกลยุทธ์ของ Roland Asia Pacific กล่าว “โครงการ Roland ASPIRE จะมอบเครื่องมือที่ใช้งานได้จริงและความมั่นใจให้แก่ครูผู้สอน เพื่อสนับสนุนกระบวนการสร้างสรรค์นั้นในห้องเรียนของพวกเขา”

ครูผู้สอนสามารถสำรวจแหล่งข้อมูลและเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ Roland ASPIRE ได้ที่ https://musicalfuturesinternational.org/article/roland-aspire-project-inspiring-the-next-generation-of-music-makers/.

เกี่ยวกับ Roland Corporation

กว่า 50 ปีที่ผ่านมา เครื่องดนตรีอิเล็กทรอนิกส์และผลิตภัณฑ์มัลติมีเดียที่เป็นนวัตกรรมของ Roland ได้จุดประกายแรงบันดาลใจให้กับศิลปินและผู้สร้างสรรค์ทั่วโลก ได้รับการยอมรับจากทั้งผู้เล่นดนตรีสมัครเล่นและมืออาชีพ อุปกรณ์ที่ทันสมัยของบริษัทครอบคลุมหลายประเภท ตั้งแต่เปียโน ซินเธไซเซอร์ ผลิตภัณฑ์กีตาร์ ผลิตภัณฑ์กลองและเครื่องเคาะจังหวะ คอนโทรลเลอร์ดีเจ โซลูชันด้านเสียง/วิดีโอ มิกเซอร์เกม ผลิตภัณฑ์สำหรับการถ่ายทอดสด และอื่นๆ อีกมากมาย เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาไปเรื่อยๆ Roland และแบรนด์ในเครือที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง รวมถึง BOSS, V-MODA, Drum Workshop (DW), PDP, Latin Percussion (LP) และ Slingerland ยังคงเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมสำหรับผู้สร้างสรรค์ดนตรี โดยนำเสนอโซลูชันที่ทันสมัยและเวิร์กโฟลว์การสร้างสรรค์ที่ราบรื่นระหว่างผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์พกพา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ Roland.com หรือติดต่อตัวแทนจำหน่าย Roland ในพื้นที่ของคุณ ติดตาม Roland ได้ที่ Facebook , X ( @RolandGlobal ) และ Instagram ( @RolandGlobal )

เกี่ยวกับ Musical Futures International

Musical Futures International (MFI) เป็นองค์กรการศึกษาดนตรีที่ไม่แสวงหาผลกำไร ที่ช่วยครูสอนดนตรีในโรงเรียนในการจัดการเรียนการสอนดนตรีที่มุ่งเน้นอนาคต เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง และสร้างความน่าสนใจ MFI ทำงานร่วมกับโรงเรียนกว่า 1,000 แห่งในออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และภูมิภาคเอเชีย เพื่อบุกเบิกแนวทางใหม่ในการสอนดนตรีที่สะท้อนให้เห็นถึงวิธีการเรียนรู้ของนักดนตรีสมัยใหม่ ซึ่ง MFI ทำเช่นนี้โดยการจัดหาแพลตฟอร์มทรัพยากรแบบสมัครสมาชิกขนาดใหญ่สำหรับครู โดยรวมถึงทรัพยากรสำหรับการสอนดนตรีร็อก/ป๊อป ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ และ AI เพื่อเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ (ไม่ใช่การทดแทน!) นอกจากนี้ MFI ยังจัดเวิร์คช็อปเชิงปฏิบัติการสำหรับครูมากกว่า 20 ครั้งต่อปี รวมถึงการประชุมยอดนิยมอย่าง Big Gig สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ musicalfuturesinternational.org หรือติดตามเราได้ทาง Facebook , LinkedIn หรือ Instagram

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260129251600/en

Contacts

ข้อมูลติดต่อ Roland:
Rebecca Genel
+1 (323) 890-3718
rebecca.genel@roland.com

ข้อมูลติดต่อ Musical Futures International:
Chris Koelma
+61 (492) 867-872
chris@musicalfuturesinternational.org

ที่มา: Roland Corporation

โรงเรียน Ruamrudee International คว้ารางวัล Zayed Sustainability Prize ประจำปี 2026 ในประเภทโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายระดับโลก – เอเชียตะวันออกและแปซิฟิก

Logo

อาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–(BUSINESS WIRE)–15 มกราคม 2026

โรงเรียน Ruamrudee International ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศไทย ได้รับรางวัล Zayed Sustainability Prize ประจำปี 2026 ในประเภทโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายระดับโลก – เอเชียตะวันออกและแปซิฟิก โดยโรงเรียนได้รับการยกย่องจากโครงการ ‘Future of Good Life’ ซึ่งมุ่งแก้ไขผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการทำนาข้าวด้วยเทคนิคการประหยัดน้ำและกลยุทธ์ลดการปล่อยคาร์บอนที่เป็นนวัตกรรมใหม่

2026 Zayed Sustainability Prize Awards Ceremony (Photo: AETOSWire)

พิธีมอบรางวัล Zayed Sustainability Prize ประจำปี 2026 (ภาพ: AETOSWire)

โครงการนี้แนะนำวิธีการปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้ง (Alternate Wetting and Drying: AWD) และเซ็นเซอร์ราคาประหยัดซึ่งมีชื่อว่า RiceSense ซึ่งพัฒนาโดยนักศึกษา เซ็นเซอร์นี้จะติดตามระดับน้ำและข้อมูล GPS เพื่อช่วยเกษตรกรลดการปล่อยก๊าซมีเทนและมีสิทธิ์ได้รับเครดิตคาร์บอน นอกจากนี้ นักศึกษายังเป็นผู้นำในการฝึกอบรมและสร้างความตระหนักรู้แก่เกษตรกรเพื่อส่งเสริมแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืนทั่วประเทศ

โครงการนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์แก่นักเรียนประมาณ 1,200 คนและครู 150 คน รวมถึงให้การฝึกอบรมแก่เกษตรกรเพื่อขยายการนำไปใช้และส่งเสริมการมีส่วนร่วมในโครงการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน ช่วยให้เกษตรกรลดการปล่อยก๊าซมีเทนได้มากถึง 40% และประหยัดน้ำได้ประมาณ 750 ลูกบาศก์เมตรต่อรอบการเพาะปลูก

Dr. Lamya Fawwaz ผู้อำนวยการบริหารรางวัล Zayed Sustainability Prize กล่าวชื่นชมความสำเร็จของโรงเรียนว่า “รางวัล Zayed Sustainability Prize ช่วยส่งเสริมให้เยาวชนคิดใหม่เกี่ยวกับระบบที่ค้ำจุนเรา นักเรียนของโรงเรียน Ruamrudee International ได้ผสมผสานนวัตกรรมและความรู้ในท้องถิ่นเพื่อทำให้การเกษตรมีความยั่งยืนและยืดหยุ่นมากขึ้น พวกเขาพิสูจน์ให้เห็นว่าผู้เรียนในวันนี้สามารถเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนในวันพรุ่งนี้ได้”

Dr. James (Jim) O’Malley ผู้อำนวยการโรงเรียน Ruamrudee International กล่าวว่า “เรารู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งในตัวนักเรียนของเราที่สร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนของเราในระดับโลกผ่านโครงการ ‘Future of Good Life’ ความสามารถของพวกเขาในการผสมผสานความคิดสร้างสรรค์และความเห็นอกเห็นใจเข้าด้วยกันจนเปลี่ยนแปลงความหมายของการเกษตรแบบยั่งยืน เป็นอะไรที่น่าทึ่งมาก การได้รับการยอมรับให้เป็นผู้เข้ารอบสุดท้ายของรางวัล Zayed Sustainability Prize เป็นแรงบันดาลใจให้ชุมชนโรงเรียนของเราทั้งหมดมุ่งมั่นที่จะพัฒนาผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนต่อไป”

เงินรางวัลจำนวน 150,000 ดอลลาร์สหรัฐ จะช่วยให้โรงเรียนสามารถขยายเทคโนโลยีเซ็นเซอร์ พัฒนาโครงการการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม และเสริมสร้างความร่วมมือกับเกษตรกรในท้องถิ่นเพื่อขยายการปลูกข้าวอย่างยั่งยืนทั่วประเทศไทย

รางวัล Zayed Sustainability Prize มอบให้แก่องค์กรและโรงเรียนมัธยมปลายที่ขับเคลื่อนโซลูชันที่มีผลกระทบและสร้างสรรค์ในหมวดหมู่ต่างๆ ได้แก่ สุขภาพ อาหาร พลังงาน น้ำ การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และโรงเรียนมัธยมปลายระดับโลก นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง รางวัลนี้ได้สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชีวิตของผู้คนกว่า 400 ล้านคนทั่วโลก สืบสานมรดกแห่งวิสัยทัศน์ของ Sheikh Zayed bin Sultan Al Nahyan บิดาผู้ก่อตั้งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

นับตั้งแต่ปี 2013 รางวัลนี้ได้มอบรางวัลให้กับโรงเรียนมัธยมปลาย 68 แห่งในหมวดหมู่โรงเรียนมัธยมปลายระดับโลก จากประเทศต่างๆ ในภูมิภาคต่อไปนี้: ทวีปอเมริกา แอฟริกาใต้ทะเลทรายซาฮารา ตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ยุโรปและเอเชียกลาง เอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก จนถึงปัจจุบัน ผู้ชนะรางวัลโรงเรียนมัธยมปลายระดับโลก ได้สร้างผลกระทบต่อชีวิตของนักเรียนกว่า 56,599 คน และผู้คนในชุมชนโดยรอบอีก 480,660 คน

ที่มา: AETOSWire

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260114467929/en

Contacts

Thomas Hagan
thomas.hagan@panterra.global

ที่มา: Zayed Sustainability Prize

Perma-Pipe International Holdings, Inc. ประกาศผลประกอบการทางการเงินไตรมาสที่สามปี 2025

Logo

  •  ยอดขายสุทธิ 61.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับไตรมาสนี้ และ 155.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐนับตั้งแต่ต้นปี
  •  รายได้ก่อนหักภาษีเงินได้อยู่ที่ 10.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับไตรมาสนี้ และ 21.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐนับตั้งแต่ต้นปี
  •  กำไรต่อหุ้นปรับลดอยู่ที่ 0.77 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับไตรมาสนี้ และ 1.49 ดอลลาร์สหรัฐนับตั้งแต่ต้นปี
  •  ยอดสั่งซื้อคงค้างอยู่ที่ 148.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ วันที่ 31 ตุลาคม 2025 เพิ่มขึ้นจาก 138.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ วันที่ 31 มกราคม 2025

THE WOODLANDS เท็กซัส–(BUSINESS WIRE)–12 ธันวาคม 2025

Perma-Pipe International Holdings, Inc. (NASDAQ: PPIH) ประกาศผลประกอบการทางการเงินสำหรับไตรมาสที่สาม สิ้นสุดวันที่ 31 ตุลาคม 2025 ในวันนี้

“สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 ตุลาคม 2025 ยอดขายสุทธิอยู่ที่ 61.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 19.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 46.9% เมื่อเทียบกับ 41.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว การเติบโตเกิดจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นทั้งในตะวันออกกลางและอเมริกาเหนือ กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 21.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 6.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก 14.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีที่แล้ว สะท้อนถึงระดับกิจกรรมที่สูงขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขาย บริหารทั่วไป และค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพิ่มขึ้นเป็น 8.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก 7.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนใหญ่เกิดจากเงินเดือนและค่าธรรมเนียมวิชาชีพที่สูงขึ้น รวมถึงประมาณ 0.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามข้อกำหนด Sarbanes-Oxley 404 ในการเปลี่ยนสถานะจากบริษัทขนาดเล็กที่ต้องรายงานข้อมูลเป็นบริษัทที่ต้องยื่นรายงานข้อมูลแบบเร่งด่วน อัตราภาษีที่แท้จริง (“ETR”) ของบริษัทอยู่ที่ 27% เมื่อเทียบกับ 32% ในไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว สะท้อนถึงผลกระทบของส่วนผสมผลิตภัณฑ์ในเขตอำนาจภาษีต่างๆ ส่งผลให้กำไรสุทธิที่จัดสรรให้กับหุ้นสามัญอยู่ที่ 6.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 3.8 ล้านดอลลาร์ หรือ 152.0% เมื่อเทียบกับ 2.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสที่สามของปีงบประมาณ 2024” Saleh Sagr ประธานและซีอีโอ กล่าว

“สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 ตุลาคม 2025 ยอดขายสุทธิอยู่ที่ 155.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 42.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 37.4% เมื่อเทียบกับ 113.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีก่อนหน้า การเพิ่มขึ้นนี้ส่วนใหญ่เกิดจากปริมาณการขายที่สูงขึ้นทั้งในตะวันออกกลางและอเมริกาเหนือ กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 52.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับ 38.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นถึงระดับกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นในปีปัจจุบัน ค่าใช้จ่ายทั่วไปและบริหารอยู่ที่ 26.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจาก 19.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากค่าจ้างและค่าธรรมเนียมวิชาชีพที่สูงขึ้น รวมถึงประมาณ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามข้อกำหนด Sarbanes-Oxley 404 ในการเปลี่ยนสถานะจากบริษัทขนาดเล็กที่ต้องรายงานไปเป็นบริษัทที่ต้องยื่นรายงานแบบเร่งด่วน นอกจากนี้ยังรวมถึงค่าใช้จ่ายค่าตอบแทนครั้งเดียวประมาณ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่เกี่ยวข้องกับการลาออกของอดีตซีอีโอ อัตราภาษีที่แท้จริงของบริษัทอยู่ที่ 29% เมื่อเทียบกับ 28% ในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า การเพิ่มขึ้นของอัตราภาษีของบริษัทได้รับผลกระทบจากส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ในเขตอำนาจทางภาษีต่างๆ และเป็นผลมาจากข้อจำกัดทางภาษีที่เกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายครั้งเดียวที่เชื่อมโยงกับการลาออกของอดีตซีอีโอ กำไรสุทธิที่จัดสรรให้กับหุ้นสามัญเพิ่มขึ้นเป็น 12.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 4.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 68.1% เมื่อเทียบกับ 7.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงเวลาเดียวกันของปีงบประมาณ 2024” นาย Sagr ได้แสดงความคิดเห็นไว้

ประธานและซีอีโอ Saleh Sagr กล่าวเสริมว่า “ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2025 ยอดคำสั่งซื้อคงค้างของเราอยู่ที่ 148.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 10.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 7.8% เมื่อเทียบกับ 138.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ วันที่ 31 มกราคม 2025 ระดับคำสั่งซื้อคงค้างในปัจจุบันยังคงแสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยอดคำสั่งซื้อคงค้าง ณ สิ้นไตรมาสที่สามของปีงบประมาณ 2025 เพิ่มขึ้นมากกว่า 30% เมื่อเทียบกับยอดคำสั่งซื้อคงค้าง ณ สิ้นไตรมาสที่สามของปีที่แล้ว การขยายตัวนี้เห็นได้ชัดเจนทั้งในอเมริกาเหนือและภูมิภาค MENA ซึ่งเน้นย้ำถึงความต้องการที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องสำหรับโซลูชันของเรา”

“ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2025 รายได้สะสมตั้งแต่ต้นปีของเราใกล้เคียงกับรายได้ที่รายงานสำหรับปีงบประมาณ 2024 กำไรสุทธิสะสมตั้งแต่ต้นปีที่สามารถปันส่วนให้กับหุ้นสามัญได้อยู่ที่ 12.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 3.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 34.4% เมื่อเทียบกับประมาณ 9 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีงบประมาณ 2024 ข้อเท็จจริงที่ว่ากำไรสุทธิสะสมตั้งแต่ต้นปีสูงกว่าผลประกอบการทั้งปีงบประมาณ 2024 โดยที่เหลืออีกหนึ่งไตรมาสในปีงบประมาณ 2025 สะท้อนให้เห็นถึงการปรับปรุงการดำเนินงานและผลประกอบการทางการเงินอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ กำไรสุทธิที่จัดสรรให้กับหุ้นสามัญสำหรับงวดสามและเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 ตุลาคม 2025 แสดงถึงระดับกำไรสูงสุดนับตั้งแต่บริษัทเปลี่ยนจาก MFRI เป็น Perma-Pipe ในปี 2017” นาย Sagr กล่าวต่อ

“เรายังคงมีผลประกอบการทางการเงินที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการสนับสนุนจากกิจกรรมที่ยั่งยืนในตลาดหลักของเราและประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้น การดำเนินงานของเราในตะวันออกกลางและอเมริกาเหนือให้ผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องของแพลตฟอร์มระดับโลกของเรา ผลการดำเนินงานนี้สะท้อนให้เห็นในผลประกอบการรายไตรมาสและผลประกอบการสะสมตั้งแต่ต้นปี รวมถึงการเติบโตของยอดสั่งซื้อคงค้าง ผลลัพธ์เหล่านี้ยังสอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ของเรา รวมถึงการลงทุนในโรงงานแห่งใหม่ในกาตาร์ ซึ่งได้รับสัญญามากกว่า 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่กำหนดจะดำเนินการในช่วงที่เหลือของปี เรายังคงมุ่งเน้นที่การขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมีกำไรและเสริมสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดที่เราให้บริการ” นาย Sagr กล่าวสรุป

ผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ปีงบประมาณ 2025

ยอดขายสุทธิอยู่ที่ 61.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ 41.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐในงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 ตุลาคม 2025 และ 2024 ตามลำดับ การเพิ่มขึ้น 19.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นผลมาจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลางและอเมริกาเหนือ

กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 21.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ 14.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐในงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 ตุลาคม 2025 และ 2024 ตามลำดับ การเพิ่มขึ้น 6.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐนั้นเกิดจากปริมาณกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้เป็นหลัก

ค่าใช้จ่ายทั่วไปและบริหารอยู่ที่ 8.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ 7.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐในงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 ตุลาคม 2025 และ 2024 ตามลำดับ การเพิ่มขึ้น 1.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐส่วนใหญ่เกิดจากค่าใช้จ่ายด้านเงินเดือนที่สูงขึ้น และค่าธรรมเนียมวิชาชีพในระดับที่น้อยกว่าในไตรมาสนี้

ค่าใช้จ่ายในการขายอยู่ที่ 1.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐและ 1.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐในงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 ตุลาคม 2025 และ 2024 ตามลำดับ การเพิ่มขึ้น 0.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐเกิดจากค่าใช้จ่ายด้านเงินเดือนที่สูงขึ้นในไตรมาสนี้

ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยสุทธิยังคงที่ โดยอยู่ที่ 0.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐในงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 ตุลาคม 2025 และ 2024 ตามลำดับ

อัตราส่วน ETR ของบริษัทอยู่ที่ 27% และ 32% ในงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 ตุลาคม 2025 และ 2024 ตามลำดับ อัตราส่วน ETR ที่ต่ำกว่าในช่วงสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 ตุลาคม 2025 นั้นเกิดจากการผสมผสานระหว่างรายได้และผลขาดทุนในเขตอำนาจศาลต่างๆ

กำไรสุทธิที่จัดสรรให้กับหุ้นสามัญอยู่ที่ 6.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ 2.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐในงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 ตุลาคม 2025 และ 2024 ตามลำดับ การเพิ่มขึ้น 3.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐส่วนใหญ่เกิดจากกิจกรรมการขายที่เพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้และการดำเนินโครงการที่ดีขึ้น

ผลประกอบการตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ 2025

ยอดขายสุทธิอยู่ที่ 155.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ 113.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐในงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 ตุลาคม ปี 2025 และ 2024 ตามลำดับ การเพิ่มขึ้น 42.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นผลมาจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลางและอเมริกาเหนือ

กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 52.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ 38.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐในงวดช่วงเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 ตุลาคม 2025 และ 2024 ตามลำดับ การเพิ่มขึ้น 14.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐเกิดจากปริมาณกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นเป็นหลัก

ค่าใช้จ่ายทั่วไปและบริหารอยู่ที่ 26.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ 19.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐในงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 ตุลาคม 2025 และ 2024 ตามลำดับ การเพิ่มขึ้น 6.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐเกิดจากค่าใช้จ่ายด้านเงินเดือนและค่าธรรมเนียมวิชาชีพที่สูงขึ้น ซึ่งรวมถึงค่าใช้จ่ายครั้งเดียวเนื่องจากการเร่งจ่ายค่าตอบแทนผู้บริหารบางส่วนอันเป็นผลมาจากการออกจากองค์กร

ค่าใช้จ่ายในการขายยังคงที่ โดยอยู่ที่ 3.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ 3.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐในงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 ตุลาคม 2025 และ 2024 ตามลำดับ การลดลง 0.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐส่วนใหญ่เกิดจากค่าใช้จ่ายด้านเงินเดือนที่ลดลง

ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 1.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐในงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 ตุลาคม 2025 และ 2024 ตามลำดับ การลดลง 0.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นผลมาจากการลดลงโดยรวมของอัตราดอกเบี้ยในระหว่างปีปัจจุบัน

อัตราส่วน ETR ของบริษัทอยู่ที่ 29% และ 28% ในงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 ตุลาคม 2025 และ 2024 ตามลำดับ การเปลี่ยนแปลงของอัตราส่วน ETR เกิดจากการผสมผสานระหว่างรายได้และขาดทุนในเขตอำนาจศาลต่างๆ

กำไรสุทธิที่จัดสรรให้กับหุ้นสามัญอยู่ที่ 12.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ 7.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐในงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 ตุลาคม 2025 และ 2024 ตามลำดับ การเพิ่มขึ้น 4.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐส่วนใหญ่เกิดจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นและการดำเนินโครงการที่ดีขึ้นในระหว่างปีปัจจุบัน

Perma-Pipe International Holdings, Inc.

Perma-Pipe International Holdings, Inc. (“บริษัท”) เป็นผู้นำระดับโลกด้านท่อหุ้มฉนวนสำเร็จรูปและระบบตรวจจับการรั่วไหลสำหรับการรวบรวมน้ำมันและก๊าซ ระบบทำความร้อนและความเย็นส่วนกลาง และการใช้งานอื่นๆ บริษัทใช้ความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและการผลิตที่กว้างขวางเพื่อพัฒนาโซลูชันท่อที่ช่วยแก้ปัญหาที่ซับซ้อนเกี่ยวกับการขนส่งของเหลวหลายประเภทอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ โดยรวมแล้ว บริษัทมีสถานประกอบการ 14 แห่งใน 7 ประเทศ

คำแถลงการณ์เชิงคาดการณ์

ข้อความและข้อมูลอื่นๆ บางส่วนในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ ที่สามารถระบุได้จากการใช้คำศัพท์ที่แสดงถึงอนาคต ถือเป็น “คำแถลงการณ์เชิงคาดการณ์” ตามความหมายของมาตรา 27A แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ปี 1933 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม และมาตรา 21E แแห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ปี 1934 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม และอยู่ภายใต้การคุ้มครองตามบทบัญญัติดังกล่าว รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงข้อความเกี่ยวกับการคาดการณ์ผลการดำเนินงานและการปฏิบัติงานในอนาคตของบริษัท ข้อความเหล่านี้ควรพิจารณาว่าอยู่ภายใต้ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนมากมายที่มีอยู่ในการดำเนินงานและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจของบริษัท ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนดังกล่าวรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงสิ่งต่อไปนี้: (i) ความผันผวนของราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติและผลกระทบต่อปริมาณการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ของบริษัทจากลูกค้า; (ii) ความสามารถของบริษัทในการจัดซื้อวัตถุดิบในราคาที่เหมาะสมและรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับซัพพลายเออร์; (iii) การลดลงของการใช้จ่ายของภาครัฐในโครงการที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัท และความท้าทายต่อสภาพคล่องและการเข้าถึงเงินทุนของลูกค้าที่ไม่ใช่ภาครัฐของบริษัท (iv) ความสามารถของบริษัทในการชำระหนี้และต่ออายุวงเงินสินเชื่อระหว่างประเทศที่กำลังจะหมดอายุ (v) ความสามารถของบริษัทในการดำเนินการตามแผนกลยุทธ์อย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุผลกำไรที่ยั่งยืนและกระแสเงินสดที่เป็นบวก (vi) ความสามารถของบริษัทในการเรียกเก็บเงินจากลูกหนี้ระยะยาวที่เกี่ยวข้องกับโครงการในตะวันออกกลาง (vii) ความสามารถของบริษัทในการตีความการเปลี่ยนแปลงในกฎระเบียบและกฎหมายภาษี (viii) ความสามารถของบริษัทในการใช้ผลขาดทุนจากการดำเนินงานสุทธิที่ยกยอดมา (ix) การกลับรายการรายได้และกำไรที่บันทึกไว้ก่อนหน้านี้อันเนื่องมาจากการประมาณการที่ไม่ถูกต้องที่เกี่ยวข้องกับการรับรู้รายได้ “ตามระยะเวลา” ของบริษัท (x) ความล้มเหลวของบริษัทในการจัดตั้งและรักษาการควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพเกี่ยวกับการรายงานทางการเงิน (xi) ระยะเวลาในการรับคำสั่งซื้อ การดำเนินการ การส่งมอบ และการยอมรับผลิตภัณฑ์ของบริษัท (xii) ความสามารถของบริษัทในการเจรจาข้อตกลงการเรียกเก็บเงินตามความคืบหน้าสำหรับสัญญาขนาดใหญ่ได้อย่างประสบความสำเร็จ (xiii) การกำหนดราคาที่รุนแรงโดยคู่แข่งที่มีอยู่และการเข้ามาของคู่แข่งรายใหม่ในตลาดที่บริษัทดำเนินงานอยู่ (xiv) ความสามารถของบริษัทในการผลิตสินค้าที่ปราศจากข้อบกพร่องแฝง และการเรียกร้องค่าเสียหายจากซัพพลายเออร์ที่อาจจัดหาวัสดุที่ชำรุดให้แก่บริษัท (xv) การลดลงหรือการยกเลิกคำสั่งซื้อที่อยู่ในยอดค้างส่งของบริษัท (xvi) ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศของบริษัท (xvii) ความสามารถของบริษัทในการดึงดูดและรักษาผู้บริหารระดับสูงและบุคลากรหลัก (xviii) ความสามารถของบริษัทในการบรรลุผลประโยชน์ที่คาดหวังจากโครงการริเริ่มการเติบโต (xix) ผลกระทบของการระบาดใหญ่และวิกฤตด้านสาธารณสุขอื่นๆ ต่อบริษัทและการดำเนินงานของบริษัท และ (xx) ผลกระทบของภัยคุกคามทางไซเบอร์ต่อระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของบริษัท ผู้ถือหุ้น นักลงทุนที่มีศักยภาพ และผู้อ่านท่านอื่นๆ ควรพิจารณาปัจจัยเหล่านี้อย่างรอบคอบในการประเมินข้อความคาดการณ์ล่วงหน้า และควรระมัดระวังอย่าเชื่อถือข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าดังกล่าวมากเกินไป ข้อความคาดการณ์ในอนาคตที่กล่าวไว้ในที่นี้ จัดทำขึ้น ณ วันที่ออกข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เท่านั้น และเราไม่มีภาระผูกพันที่จะต้องปรับปรุงข้อความคาดการณ์ในอนาคตใดๆ ต่อสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นผลจากข้อมูลใหม่ เหตุการณ์ในอนาคต หรืออื่นๆ สามารถดูข้อมูลโดยละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของเราได้ในเอกสารที่เราได้ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งสามารถดูได้ที่ https://www.sec.gov และในส่วนศูนย์นักลงทุนของเว็บไซต์ของเรา (http://investors.permapipe.com)

ปีงบประมาณของบริษัทสิ้นสุดในวันที่ 31 มกราคม ปี ผลประกอบการ และยอดคงเหลือที่ระบุว่า 2025, 2024 และ 2023 นั้น หมายถึงปีงบประมาณที่สิ้นสุดในวันที่ 31 มกราคม 2026, 2025 และ 2024 ตามลำดับ

 ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลประกอบการทางการเงินของบริษัทสำหรับงวดสามและเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 ตุลาคม 2025 รวมถึงการวิเคราะห์และการอธิบายของฝ่ายบริหารเกี่ยวกับสถานะทางการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัท มีอยู่ในรายงานประจำไตรมาสของบริษัทในแบบฟอร์ม 10-Q สำหรับไตรมาสสิ้นสุดวันที่ 31 ตุลาคม 2025 ซึ่งจะยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ในหรือประมาณวันที่นี้ และสามารถเข้าถึงได้ที่ www.sec.gov และ www.permapipe.com สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่เว็บไซต์ของบริษัท

 PERMA-PIPE INTERNATIONAL HOLDINGS, INC. และบริษัทในเครือ

 งบแสดงผลการดำเนินงานรวมแบบย่อ (ยังไม่ได้ตรวจสอบ)

 (หน่วยพัน ยกเว้นข้อมูลต่อหุ้น)

 งวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 ตุลาคม

 งวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 ตุลาคม

 2025

 2024

 2025

 2024

ยอดขายสุทธิ

$

61,148

$

41,563

$

155,796

$

113,397

ต้นทุนขาย

40,143

27,477

103,645

75,320

กำไรขั้นต้น

21,005

14,086

52,151

38,077

รวมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน

9,602

8,500

29,672

23,214

รายได้จากการดำเนินงาน

11,403

5,586

22,479

14,863

ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย

497

468

1,318

1,489

ค่าใช้จ่ายอื่น

6

50

72

156

รายได้ก่อนหักภาษีเงินได้

10,900

5,068

21,089

13,218

ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้

2,986

1,615

6,058

3,692

กำไรสุทธิ

7,914

3,453

15,031

9,526

หัก: กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย

1,599

962

2,913

2,303

กำไรสุทธิที่จัดสรรให้กับหุ้นสามัญ

$

6,315

$

2,491

$

12,118

$

7,223

กำไรต่อหุ้น

พื้นฐาน

$

0.78

$

0.31

$

1.51

$

0.91

ปรับลดแล้ว

$

0.77

$

0.31

$

1.49

$

0.90

 PERMA-PIPE INTERNATIONAL HOLDINGS, INC. และบริษัทในเครือ

 งบดุลรวมแบบย่อ

 (หน่วยพัน)

 31 ตุลาคม 2025

 31 มกราคม 2025

 สินทรัพย์

สินทรัพย์หมุนเวียน

$

151,576

$

108,802

สินทรัพย์ระยะยาว

65,409

56,439

สินทรัพย์รวม

$

216,985

$

165,241

 หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น

หนี้สินหมุนเวียน

$

86,301

$

54,063

 หมุนเวียน

หนี้สินระยะยาว

30,696

28,073

หนี้สินรวม

116,997

82,136

ส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม

14,235

10,967

ส่วนของผู้ถือหุ้น

85,753

72,138

หนี้สินรวมและส่วนของผู้ถือหุ้น

$

216,985

$

165,241

PERMA-PIPE INTERNATIONAL HOLDINGS, INC. และบริษัทในเครือ
การกระทบยอดมาตรการทางการเงินที่ไม่ใช่ GAAP
รายได้ที่ปรับแล้วก่อนหักภาษี
(หน่วยพัน)
(ยังไม่ได้ตรวจสอบ)

ข้อมูลต่อไปนี้ประกอบด้วยการกระทบยอดระหว่างมาตรการทางการเงินที่ไม่ใช่ GAAP ได้แก่ กำไรก่อนหักภาษีที่ปรับปรุงแล้ว และกำไรก่อนหักภาษีเงินได้ที่จัดทำตามหลักการบัญชีที่ยอมรับโดยทั่วไป (GAAP) สำหรับงวดสามและเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 ตุลาคม 2025 และ 2024 ตามลำดับ การกระทบยอดนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่นักลงทุนในการประเมินผลการดำเนินงานของบริษัท กำไรก่อนหักภาษีที่ปรับปรุงแล้วรวมถึงการปรับปรุงบางรายการตามที่ระบุไว้ด้านล่าง มาตรการนี้ไม่ถือเป็นทางเลือกอื่นแทนกำไรก่อนหักภาษีเงินได้หรือมาตรการทางการเงินอื่นๆ ที่จัดทำขึ้นตาม GAAP บริษัทเชื่อว่าการไม่รวมรายการบางรายการออกจากกำไรก่อนหักภาษีเงินได้จะช่วยให้นักลงทุนสามารถประเมินผลการดำเนินงานของบริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และระบุแนวโน้มที่อาจไม่ชัดเจนเนื่องจากความผันผวนและลักษณะที่ไม่บ่อยนักของรายการเหล่านี้ นอกจากนี้ บริษัทเชื่อว่ามาตรการนี้ให้ข้อมูลที่มีความหมายแก่นักลงทุนเมื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์ระหว่างงวดและผลการดำเนินงานเมื่อเทียบกับบริษัทในกลุ่มเดียวกัน

การปรับปรุงสำหรับรายการบางรายการมีรายละเอียดเพิ่มเติมดังนี้: (i) ค่าใช้จ่ายครั้งเดียวที่เกี่ยวข้องกับการเร่งจ่ายค่าตอบแทนผู้บริหาร; (ii) ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่เกิดขึ้นซ้ำ ผลจากการปรับปรุงเหล่านี้ รายการบางรายการที่ส่งผลต่อรายได้ก่อนหักภาษีเงินได้อาจไม่สามารถเปรียบเทียบกับมาตรการที่คล้ายคลึงกันของบริษัทอื่นได้

ตารางต่อไปนี้แสดงการกระทบยอดระหว่างมาตรการทางการเงินตาม GAAP และมาตรการทางการเงินที่ไม่ใช่ GAAP:

งวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 กรกฎาคม

งวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 กรกฎาคม

2025

2024

2025

2024

รายได้ก่อนหักภาษีเงินได้ (ตามหลัก GAAP ที่รายงาน)

$

10,900

$

5,068

$

21,089

$

13,218

การเร่งจ่ายค่าตอบแทนผู้บริหารบางส่วน

2,018

ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกิดขึ้นครั้งเดียว

88

รายได้สุทธิก่อนหักภาษี

$

10,900

$

5,068

$

23,195

$

13,218

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

Perma-Pipe International Holdings, Inc.
Saleh Sagr ประธานและซีอีโอ

ฝ่ายสัมพันธ์นักลงทุนของ Perma-Pipe
847.929.1200
investor@permapipe.com

ที่มา: Perma-Pipe International Holdings, Inc.

Perma-Pipe International Holdings, Inc. คว้ารางวัลมูลค่า 52 ล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสที่สาม ขยายการเข้าถึงทั่วโลกด้วยศูนย์ข้อมูลในสหรัฐฯ และโครงการของ Saudi Aramco

Logo

THE WOODLANDS เท็กซัส–(BUSINESS WIRE)–03 ธันวาคม 2025

Perma-Pipe International Holdings, Inc. (NASDAQ: PPIH) ประกาศในวันนี้ว่า บริษัทได้รับอนุมัติโครงการมูลค่า 52 ล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสที่สามของปี 2025 ซึ่งรวมถึง 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่ประกาศไปก่อนหน้านี้ในเดือนกันยายน เงินทุนเพิ่มเติมอีก 22 ล้านดอลลาร์สหรัฐนี้ประกอบด้วยโครงการโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกา และโครงการที่เกี่ยวข้องกับ Saudi Aramco ซึ่งจะดำเนินการจากโรงงานในเมืองดัมมาม ประเทศซาอุดีอาระเบีย ที่เพิ่งได้รับการอนุมัติ

“รางวัลเหล่านี้ตอกย้ำถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วที่เราเห็นในโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญยิ่งต่อภารกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคศูนย์ข้อมูล” Marc Huber รองประธานอาวุโส ประจำอเมริกาเหนือ กล่าว “ทีมงานของเรายังคงส่งมอบศักยภาพทางเทคนิค การตอบสนองที่รวดเร็ว และความน่าเชื่อถือตามที่ลูกค้าของเราคาดหวังเมื่อขยายธุรกิจ”

Adham Sharkawi รองประธานอาวุโส ภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ (MENA) กล่าวเสริมว่า “การเติบโตในราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียถือเป็นกลยุทธ์สำคัญอันดับต้นๆ ของ Perma-Pipe รางวัล Saudi Aramco ใหม่นี้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของเราในดัมมาม และตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราในการจัดหาการผลิตในท้องถิ่น การผลิตขั้นสูง และมูลค่าภายในประเทศที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาระดับภูมิภาค”

“ชัยชนะเหล่านี้ตอกย้ำความแข็งแกร่งของแพลตฟอร์มที่เราสร้างขึ้น และการดำเนินงานอย่างมีวินัย ซึ่งเป็นรากฐานการเติบโตของเรา” Saleh Sagr ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกล่าว “Perma-Pipe ยังคงนำเสนอโซลูชันที่น่าเชื่อถือและมีมูลค่าสูงในตลาดที่ประสิทธิภาพและความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ แรงผลักดันที่เราเห็นในอเมริกาเหนือและตะวันออกกลางไม่เพียงแต่สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความสามารถของเราในการตอบสนองอย่างรวดเร็วด้วยความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม กำลังการผลิต และศักยภาพในท้องถิ่น ซึ่งทำให้ Perma-Pipe โดดเด่น”

โรงงานดัมมามที่ขยายใหญ่ขึ้นของ Perma-Pipe ช่วยเพิ่มศักยภาพในการผลิตและการประกอบในระดับภูมิภาคของบริษัท ช่วยให้สามารถปรับใช้ระบบท่อที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ส่วนประกอบแบบแยกส่วน และโซลูชันอุตสาหกรรมแบบบูรณาการสำหรับลูกค้าด้านพลังงาน สาธารณูปโภค และโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญต่อภารกิจได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

Perma-Pipe International Holdings, Inc.

Perma-Pipe International Holdings, Inc. (Nasdaq: PPIH) เป็นผู้นำระดับโลกด้านระบบท่อหุ้มฉนวนและระบบตรวจจับการรั่วไหลสำหรับอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ ระบบทำความร้อนและความเย็นในเขตเมือง และการใช้งานอื่นๆ บริษัทใช้ความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและการผลิตที่กว้างขวางเพื่อพัฒนาโซลูชันระบบท่อที่ช่วยแก้ปัญหาที่ซับซ้อนเกี่ยวกับการขนส่งของเหลวหลายประเภทอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ปัจจุบัน Perma-Pipe มีการดำเนินงานใน 14 สาขา ใน 7 ประเทศ

ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้า

ข้อความและข้อมูลอื่นๆ บางส่วนในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ ซึ่งสามารถระบุได้โดยใช้คำศัพท์ที่มีลักษณะคาดการณ์ล่วงหน้า ถือเป็น “ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้า” ตามความหมายของมาตรา 27A แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ปี 1933 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม และมาตรา 21E แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ปี 1934 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม และอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ความปลอดภัยที่กำหนดไว้ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ข้อความเกี่ยวกับผลการดำเนินงานและการดำเนินงานในอนาคตที่คาดการณ์ไว้ของบริษัท ข้อความเหล่านี้ควรได้รับการพิจารณาว่าอยู่ภายใต้ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนหลายประการที่มีอยู่ในการดำเนินงานและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจของบริษัท ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนดังกล่าวรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง (i) ผลกระทบของไวรัสโคโรนา (“COVID-19”) ต่อผลการดำเนินงาน ฐานะทางการเงิน และกระแสเงินสดของบริษัท (ii) ความผันผวนของราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติและผลกระทบต่อปริมาณคำสั่งซื้อสินค้าของบริษัท (iii) ความสามารถของบริษัทในการปฏิบัติตามข้อกำหนดทั้งหมดในวงเงินสินเชื่อ (iv) ความสามารถของบริษัทในการชำระหนี้และต่ออายุสินเชื่อระหว่างประเทศที่กำลังจะหมดอายุ (v) ความสามารถของบริษัทในการดำเนินแผนยุทธศาสตร์อย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุผลกำไรและกระแสเงินสดที่เป็นบวก (vi) ผลกระทบจากความอ่อนแอและความผันผวนของเศรษฐกิจโลก (vii) ความผันผวนของราคาเหล็กและความสามารถของบริษัทในการชดเชยการเพิ่มขึ้นของราคาเหล็กผ่านการเพิ่มราคาผลิตภัณฑ์ (viii) ระยะเวลาของการรับคำสั่งซื้อ การดำเนินการ การจัดส่ง และการยอมรับผลิตภัณฑ์ของบริษัท (ix) การลดลงของการใช้จ่ายของรัฐบาลในโครงการที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัท และความท้าทายต่อสภาพคล่องและการเข้าถึงเงินทุนของลูกค้าที่ไม่ใช่ภาครัฐของบริษัท (x) ความสามารถของบริษัทในการเจรจาข้อตกลงการเรียกเก็บเงินตามความคืบหน้าสำหรับสัญญาขนาดใหญ่ได้สำเร็จ (xi) การกำหนดราคาที่ก้าวร้าวโดยคู่แข่งที่มีอยู่และการเข้ามาของคู่แข่งรายใหม่ในตลาดที่บริษัทดำเนินการ (xii) ความสามารถของบริษัทในการซื้อวัตถุดิบในราคาที่เอื้ออำนวยและรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับซัพพลายเออร์ (xiii) ความสามารถของบริษัทในการผลิตสินค้าที่ปราศจากข้อบกพร่องแฝง และในการเรียกเก็บเงินคืนจากซัพพลายเออร์ที่อาจจัดหาวัสดุที่มีข้อบกพร่องให้กับบริษัท (xiv) การลดหรือการยกเลิกคำสั่งซื้อที่รวมอยู่ในงานค้างส่งของบริษัท (xv) ความสามารถของบริษัทในการเรียกเก็บเงินจากลูกหนี้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการในตะวันออกกลาง (xvi) ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศของบริษัท (xvii) ความสามารถของบริษัทในการดึงดูดและรักษาผู้บริหารระดับสูงและบุคลากรสำคัญไว้ (xviii) ความสามารถของบริษัทในการบรรลุผลประโยชน์ที่คาดหวังจากแผนงานการเติบโต (xix) ความสามารถของบริษัทในการตีความการเปลี่ยนแปลงในกฎระเบียบและกฎหมายภาษี (xx) ความสามารถของบริษัทในการใช้การนำผลขาดทุนจากการดำเนินงานสุทธิไปหักลบกัน (xxi) การกลับรายการของรายได้และกำไรที่บันทึกไว้ก่อนหน้านี้อันเป็นผลมาจากการประมาณการที่ไม่ถูกต้องซึ่งทำขึ้นโดยเชื่อมโยงกับการรับรู้รายได้ตามเปอร์เซ็นต์ความสำเร็จของบริษัท (xxii) ความล้มเหลวของบริษัทในการจัดตั้งและรักษาการควบคุมภายในที่มีประสิทธิผลเหนือการรายงานทางการเงิน และ (xxiii) ผลกระทบของภัยคุกคามทางไซเบอร์ต่อระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของบริษัท ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้อ่านท่านอื่นๆ ควรพิจารณาปัจจัยเหล่านี้อย่างรอบคอบในการประเมินข้อความที่เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้า และขอเตือนไม่ให้เชื่อถือข้อความที่เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าดังกล่าวมากเกินไป ข้อความที่เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าที่ระบุไว้ในที่นี้จัดทำขึ้น ณ วันที่ของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เท่านั้น และเราไม่มีภาระผูกพันในการปรับปรุงข้อความที่เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าใดๆ ต่อสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นผลมาจากข้อมูลใหม่ เหตุการณ์ในอนาคต หรือสาเหตุอื่นๆ ท่านสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของเราได้ในเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งสามารถดูได้ที่ https://www.sec.gov และภายใต้หัวข้อศูนย์นักลงทุนในเว็บไซต์ของเรา (http://investors.permapipe.com)

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

Saleh Sagr ประธานและซีอีโอ
Perma-Pipe นักลงทุนสัมพันธ์
847.929.1200
investor@permapipe.com

ที่มา: Perma-Pipe International Holdings, Inc.

SPM International เปิดตัว SPM Academy Inc. – ศูนย์ฝึกอบรมและรับรองด้านการสั่นสะเทือนระดับโลกแห่งใหม่ตามมาตรฐาน ISO

Logo

สแตรงเนส สวีเดน และฟอร์ตไมเยอร์ส ฟลอริดา–(BUSINESS WIRE)–03 พฤศจิกายน 2025

SPM Instrument ผู้นำระดับโลกด้านการตรวจสอบสภาพ กำลังก้าวไปอีกขั้นในพันธกิจเพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้กับอุตสาหกรรมต่างๆ ด้วยความรู้และเครื่องมือที่จะช่วยรับประกันความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพการทำงาน โดย SPM Academy Inc. ซึ่งตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการฝึกอบรมและการรับรองด้านการสั่นสะเทือนระดับโลก เพื่อเสริมสร้างความเชี่ยวชาญด้านความน่าเชื่อถือในอุตสาหกรรมในทุกๆ ภาคส่วน

ภายใต้การนำของ Bill Partipilo ซีอีโอของ SPM Instrument North America สถาบันแห่งนี้สร้างขึ้นจากประเพณีอันยาวนานของ SPM ในด้านนวัตกรรมและการสนับสนุนลูกค้าผ่านการเรียนรู้

ศูนย์ฝึกอบรมระดับโลกแห่งใหม่ของเรามอบโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการบำรุงรักษาและความน่าเชื่อถือได้พัฒนาทักษะของตนผ่านสื่อการเรียนรู้แบบโต้ตอบคุณภาพสูง ไม่ว่าจะเป็นในภาษาถิ่นของตน บนแพลตฟอร์มหรือสถานที่ที่เหมาะสม” กล่าวโดย Partipilo

SPM Academy ผสมผสานแบบฝึกหัดภาคปฏิบัติ แบบจำลอง และกรณีศึกษาจริง เพื่อประสบการณ์การเรียนรู้ที่เปี่ยมไปด้วยพลวัต การฝึกอบรมและการรับรองเป็นไปตามมาตรฐาน ISO/IEC 17024, ISO 18436-1 และ ISO 18436-2 ในปัจจุบันศูนย์รับรอง SPM Academy กำลังดำเนินการขอการรับรองจากคณะกรรมการรับรองมาตรฐานแห่งชาติ ANSI โดยการรับรองมาตรฐานนี้จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าการรับรองเป็นไปตามมาตรฐานอิสระที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

Christer Larsson และ Dennis Swanepoel ทั้งคู่ได้รับการรับรองมาตรฐาน CAT IV ด้านการสั่นสะเทือน ได้พัฒนาและสอนหลักสูตรเพื่อนำข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับอุตสาหกรรมมาสู่ห้องเรียน

SPM Academy Inc. จะเปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน 2025 โดยจะเปิดสอนหลักสูตรในภาษาอังกฤษ สเปน และสวีเดน ทั้งในห้องเรียน ออนไลน์ หรือในสถานที่จริง หลักสูตรแรก ได้แก่ การวิเคราะห์การสั่นสะเทือน CAT I และ CAT II ซึ่งจะเริ่มขึ้นในวันที่ 1 มกราคม 2026 ตามด้วย CAT III และ CAT IV โดยแต่ละหลักสูตรจะจบลงด้วยการสอบรับรองมาตรฐาน ISO 18436-2 ซึ่งดำเนินการอย่างเป็นกลางโดยศูนย์รับรองของสถาบัน รายละเอียดหลักสูตรสามารถดูได้ที่ spmacademy.com

SPM Academy ยังเชิญชวนศูนย์ฝึกอบรมอิสระทั่วโลกมาร่วมสำรวจโอกาสในการร่วมมือและการรับรองโดยติดต่อได้ที่ info@spmacademy.com

SPM Academy ไม่ใช่เพียงผู้ให้บริการฝึกอบรมเท่านั้น แต่ยังเป็นชุมชนระดับโลกที่มุ่งมั่นพัฒนาทักษะการบำรุงรักษาและความน่าเชื่อถือ เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมสามารถรับมือกับความท้าทายในการตรวจสอบสภาพในอนาคต

เกี่ยวกับ SPM International

SPM International ก่อตั้งขึ้นในปี 1970 และมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองสแตรงแนส ประเทศสวีเดน ดำเนินธุรกิจพัฒนาและจัดหาโซลูชันการตรวจสอบสภาพขั้นสูงและการปรับปรุงกระบวนการ ซึ่งช่วยให้อุตสาหกรรมต่างๆ ปรับปรุงความน่าเชื่อถือ ประสิทธิภาพ และความยั่งยืน ด้วยเทคโนโลยีที่จดสิทธิบัตร การวิจัยและพัฒนาภายในองค์กร และการผลิต บริษัทต่างๆ ใน ​​SPM Group และพาร์ทเนอร์ของบริษัท จึงได้นำเสนอระบบบำรุงรักษาตามสภาพที่ครบวงจรสำหรับอุตสาหกรรมการผลิตและอุตสาหกรรมหนักทั่วโลก โดย SPM Academy Inc. ซึ่งเป็นหน่วยงานใหม่ของกลุ่ม ได้ขยายพันธกิจนี้ด้วยการจัดฝึกอบรมการวิเคราะห์การสั่นสะเทือนที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO ให้กับผู้เชี่ยวชาญด้านการบำรุงรักษาและความน่าเชื่อถือทั่วโลก

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ
ยุโรป: Josefin Lindberg Roug, SPM International – info@spminstrument.se | +46 152 225 00
อเมริกาเหนือ: Anna Aranha, SPM Academy Inc. – info@spmacademy.com | 1-239-508-1200

ที่มา: SPM International

ชาร์จาห์ร่วมกับ Inclusion International เป็นเจ้าภาพจัดงาน World Congress 2025 ‘เราคือหนึ่งเดียวกัน’ ครั้งที่ 18 เป็นครั้งแรก ด้วยผู้เข้าร่วมกว่า 600 คน จาก 74 ประเทศ

Logo

ชาร์จาห์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–(BUSINESS WIRE)–20 กันยายน 2025

เมืองชาร์จาห์เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม World Congress 2025 “เราคือหนึ่งเดียวกัน” ครั้งที่ 18 โดยเป็นครั้งแรกในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ภายใต้การอุปถัมภ์และการเป็นสักขีพยานของท่านชีค ดร. Sultan bin Mohammed Al Qasimi สมาชิกสภาสูงสุดและผู้ปกครองเมืองชาร์จาห์

Honorary Lifetime Membership certificate awarded to Sheikha Jameela bint Mohammed Al Qasimi by Inclusion International (Photo: AETOSWire)

Sheikha Jameela bint Mohammed Al Qasimi ได้รับประกาศนียบัตรสมาชิกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพจาก Inclusion International (ภาพ: AETOSWire)

งานนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-17 กันยายน ณ ศูนย์นิทรรศการชาร์จาห์ ที่จัดโดย Sharjah City for Humanitarian Services (SCHS) และ Inclusion International โดยได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรเชิงกลยุทธ์อย่าง Sharjah Government Media Bureau การประชุมครั้งนี้มีวิทยากร 152 คน ที่ประกอบด้วยผู้พิทักษ์สิทธิตนเอง ครอบครัว ผู้เชี่ยวชาญ และผู้กำหนดนโยบายต่างๆ จาก 160 องค์กร ใน 74 ประเทศ โดยแบ่งเป็น 59 เซสชั่น และมีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 600 คน

ในระหว่างงานนี้ Inclusion International ได้มอบสิทธิ์เป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพแก่ Sheikha Jameela bint Mohammed Al Qasimi ประธาน Sharjah City for Humanitarian Services เพื่อเป็นการยกย่องคุณูปการอันสำคัญยิ่งต่อการเคลื่อนไหวในระดับโลกในการส่งเสริมศักยภาพของผู้ที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา และเสริมสร้างสิทธิและบทบาทของครอบครัวของพวกเขาในสังคม

รางวัลอันทรงเกียรตินี้เป็นเกียรติยศระดับนานาชาติที่มอบโดยเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งอุทิศตนเพื่อสิทธิของผู้พิการทางสติปัญญาและครอบครัว รางวัลนี้ทำให้ Sheikha Jameela Al Qasimi ได้รับการยกย่องอย่างสูงในฐานะบุคคลสำคัญระดับโลกที่มีส่วนช่วยผลักดันการคุ้มครอง การส่งเสริมศักยภาพ และการมีส่วนร่วมของผู้พิการทางสติปัญญาบนเวทีระหว่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

Sheikha Jameela Al Qasimi กล่าวว่า การมอบสมาชิกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพโดย Inclusion International ถือเป็นการยกย่องอาณาจักรชาร์จาห์อันทรงเกียรติที่นำโดยฝ่าบาทผู้ปกครองเมืองชาร์จาห์ที่เป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ได้สร้างกรอบด้านมนุษยธรรมที่หยั่งรากลึกบนพื้นฐานของความยุติธรรม และให้ความสำคัญกับสิทธิและสวัสดิการของผู้พิการมาโดยตลอด

นอกจากนี้ เธอยังได้เน้นย้ำว่าเกียรติยศนี้ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงมรดกอันยั่งยืนของ SCHS โดยนับตั้งแต่ก่อตั้งมาได้ยืนหยัดเป็นสถาบันชั้นนำด้านความรู้และบริการเฉพาะทาง และเป็นแรงผลักดันหลักในเรื่องของความร่วมมือและการเป็นพันธมิตรระหว่างประเทศ

Sue Swenson ประธาน Inclusion International กล่าวชื่นชมชาร์จาห์ที่นำเสนอโมเดลที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการดูแลและเสริมสร้างศักยภาพให้กับผู้พิการทางสติปัญญา เธอกล่าวว่า “รัฐชาร์จาห์ได้แสดงให้เห็นว่าการลงทุนในนโยบายที่ครอบคลุมสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของแต่ละบุคคลและครอบครัวไปในทางที่ดีขึ้น ขณะเดียวกันก็ช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน การเป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุมครั้งนี้ได้ช่วยตอกย้ำให้เห็นถึงบทบาทของชาร์จาห์ในฐานะพันธมิตรสำคัญในการกำหนดอนาคตระหว่างประเทศที่ครอบคลุมมากขึ้น”

การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมที่จัดขึ้นในทุกๆ สี่ปีในประเทศสมาชิก สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของชาร์จาห์ที่มีต่อหลักการของ Inclusion International อันได้แก่ การศึกษาแบบมีส่วนร่วม การมีส่วนร่วมของชุมชน การส่งเสริมความสำเร็จ ความเท่าเทียม และการคุ้มครองสิทธิต่างๆ โดยหลักการเหล่านี้ได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้จริงเป็นโครงการและนโยบายต่างๆ ที่ประสบความสำเร็จในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา

พิธีเปิดได้รับเกียรติจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงและบุคคลสำคัญในระดับนานาชาติ อาทิ ฯพณฯ Shaikh Mohamed bin Duaij Al Khalifa ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งบาห์เรน, Jamie Cooke ผู้อำนวยการบริหารของ Inclusion International, Hashem Taqi ประธานของ Inclusion International ประจำภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ และเจ้าชาย Mired bin Raad bin Zeid ประธานสภาสูงเพื่อสิทธิของคนพิการแห่งจอร์แดน

ที่มา: AETOSWire

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:  https://www.businesswire.com/news/home/20250919788186/en

Contacts

Hussain Al Mulla
Hussain.AlMulla@SGMB.ae

ที่มา: Sharjah Government Media Bureau


Frontline International แต่งตั้ง Zack Palazzo เป็นรองประธานฝ่ายขายและการเงิน

Logo

คลีฟแลนด์–(BUSINESS WIRE)–27 สิงหาคม 2025

Frontline International ผู้นำด้านโซลูชันอัจฉริยะสำหรับการจัดการไขมัน น้ำมัน และไขมันในร้านอาหารและครัวเชิงพาณิชย์ ได้เลื่อนตำแหน่ง Zack Palazzo เป็นรองประธานฝ่ายขายและการเงิน Palazzo ทำงานกับบริษัทมานานกว่าทศวรรษ โดยก่อนหน้านี้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายขายและการเงิน

Zack Palazzo, Vice President of Sales and Finance

Zack Palazzo รองประธานฝ่ายขายและการเงิน

เขาสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเพอร์ดู สาขาเทคโนโลยีอุตสาหกรรม และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทบริหารธุรกิจ (MBA) จากมหาวิทยาลัยเคนต์สเตต ในบทบาทใหม่นี้ Palazzo จะยังคงเป็นผู้นำฝ่ายขาย พร้อมกับรับผิดชอบด้านสุขภาพทางการเงินของบริษัทให้มากขึ้น เขาจะมุ่งเน้นไปที่การขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจ การสนับสนุนลูกค้า และการพัฒนากลยุทธ์เพื่อความสำเร็จในระยะยาว

Palazzo มีประสบการณ์อันยาวนานในการดูแลโครงการริเริ่มต่าง ๆ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาฐานลูกค้าของ Frontline การเพิ่มยอดขาย การพัฒนาเครื่องมือและการฝึกอบรมสำหรับทีมขายของบริษัท นอกจากนี้ เขายังมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความสำคัญของเทคโนโลยีซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของครัวบริการอาหารในปัจจุบัน

“เทคโนโลยีมีการพัฒนาอยู่เสมอ และความสำเร็จของ Frontline เกิดจากการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้อย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้ครัวบริการอาหารดำเนินงานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น” Palazzo กล่าว “เป้าหมายของเราคือการสร้างประสบการณ์ที่ราบรื่นและช่วยยกระดับคุณภาพและความสม่ำเสมอของอาหาร บทบาทใหม่นี้ช่วยให้ผมสามารถสานต่อพันธกิจของเราในการยกระดับความปลอดภัย การประหยัด และความยั่งยืน ฝังรากลึกในทีมขายของเรา และใช้ประโยชน์จากพันธกิจนี้เพื่อผลกำไรในตลาด”

“Zack เป็นสมาชิกคนสำคัญของทีมผู้นำของเรา และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเขาจะมอบคุณค่าเพิ่มเติมให้กับองค์กรและลูกค้าของเราในบทบาทใหม่นี้” Giovanni Brienza ประธานบริษัทกล่าว “ความเข้าใจที่กว้างขวางของเขาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ธุรกิจ และลูกค้าของเรา ทำให้เขาเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงคุณค่าที่เรานำเสนอ วิธีการสื่อสารที่ดีที่สุด และวิธีที่คุณค่าเหล่านั้นจะนำไปสู่การเติบโต เราตั้งตารอความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ยิ่งขึ้นเมื่อเขารับตำแหน่งใหม่นี้”

“ในขณะที่เรายังคงเติบโตไปทั่วโลก ฝ่ายขายที่แข็งแกร่งและเปี่ยมด้วยนวัตกรรมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการขยายธุรกิจของเราไปยังพื้นที่ใหม่ๆ” John Palazzo ผู้ก่อตั้งและซีอีโอกล่าวว่า “ความรู้ความเชี่ยวชาญของ Zack เกี่ยวกับอุตสาหกรรมและผลิตภัณฑ์ของเรา ช่วยให้เราพร้อมรับมือกับการเติบโตอย่างต่อเนื่องนี้”

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Frontline International ไปที่www.frontlineii.com

เกี่ยวกับ Frontline International

Frontline International, Inc. ออกแบบ ผลิต และจัดจำหน่ายอุปกรณ์สำหรับธุรกิจบริการอาหารเชิงพาณิชย์คุณภาพสูงสำหรับการจัดเก็บ จัดการ และกำจัดน้ำมันปรุงอาหาร ลูกค้าเป็นเจ้าของอุปกรณ์ของตนเอง เจรจาต่อรองส่วนลดน้ำมันด้วยตนเอง และมีอิสระในการเลือกผู้จำหน่ายน้ำมันด้วยตนเอง นอกจากนี้ บริษัทยังมีบริการจัดการน้ำมันแบบครบวงจรภายใต้ชื่อ OilCare® โปรแกรมบริการแบบรวม หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ Frontline International, Inc. ที่ 187 Ascot Parkway, Cuyahoga Falls, OH 44223 โทร: +1 330-861-1100 โทรฟรี: 1-877-776-1100 เว็บไซต์: http://www.frontlineii.com Email: info@frontlineii.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20250826298027/en

Contacts

Christina Campbell: 216.579.6100 ext. 8
e-mail: christina@CunninghamBaron.com

ที่มา: Frontline International, Inc.

Perma-Pipe International Holdings, Inc. ประกาศผลประกอบการทางการเงินไตรมาสแรกประจำปีงบประมาณ 2025

Logo

  •  บริษัทมีรายได้สุทธิอยู่ที่ 46.7 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบกับ 34.3 ล้านเหรียญสหรัฐในไตรมาสแรกของปี 2024
  •  มีรายได้ก่อนหักภาษีเงินได้อยู่ที่ 7.4 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบกับ 2.6 ล้านเหรียญสหรัฐในไตรมาสแรกของปี 2024
  •  มีงานค้างชำระอยู่ที่ 131.1 ล้านเหรียญสหรัฐ วันที่ 30 เมษายน 2025 เมื่อเทียบกับ 63.1 ล้านเหรียญสหรัฐ วันที่ 30 เมษายน 2024

สปริง, เท็กซัส–(BUSINESS WIRE)–13 มิถุนายน 2025

Perma-Pipe International Holdings, Inc. (NASDAQ: PPIH) ประกาศผลประกอบการทางการเงินประจำไตรมาสแรกสิ้นสุดวันที่ 30 เมษายน 2025

“ยอดขายในไตรมาสแรกอยู่ที่ 46.7 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 12.4 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 36.2% เมื่อเทียบกับ 34.3 ล้านเหรียญสหรัฐในไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว กำไรสุทธิที่เป็นของหุ้นสามัญอยู่ที่ 5 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 3.6 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 243% เมื่อเทียบกับ 1.4 ล้านเหรียญสหรัฐในไตรมาสแรกของปีที่แล้ว” Saleh Sagr ประธานและซีอีโอกล่าว

“ปัจจุบันมีงานค้างชำระอยู่ที่ 131.1 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 7 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบกับ 138.1 ล้านเหรียญสหรัฐ ณ วันที่ 31 มกราคม 2025 อย่างไรก็ตาม บริษัทมีงานค้างชำระเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ 68.0 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 108% เมื่อเทียบกับ 63.1 ล้านเหรียญสหรัฐ ณ วันที่ 30 เมษายน 2024 เรารู้สึกมีกำลังใจมากขึ้นจากปริมาณงานค้างชำระที่เราได้รับ ซึ่งยังคงมากกว่าสองเท่าของปริมาณงานค้างชำระที่รายงานเมื่อสิ้นไตรมาสแรกของปีที่แล้ว” Mr. Sagr กล่าวต่อ

“ผลประกอบการไตรมาสแรกของเราแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนของบริษัท เนื่องจากทั้งยอดขายและกำไรสุทธิที่เป็นของหุ้นสามัญถือเป็นผลงานระดับสูงสุดในไตรมาสแรกนับตั้งแต่เปลี่ยนจาก MFRI มาเป็น Perma-Pipe ในปี 2017 นอกจากนี้ กำไรสุทธิที่เป็นของหุ้นสามัญในไตรมาสแรกคิดเป็นประมาณ 55% ของผลประกอบการทั้งปีของปีงบประมาณ 2024 ของบริษัท” Saleh Sagr ประธานและซีอีโอกล่าว

“เรารู้สึกยินดีกับระดับกิจกรรมทางธุรกิจที่เรากำลังประสบอยู่ในตลาดต่างๆ ซึ่งส่งผลให้ยอดขายและรายได้โดยรวมเพิ่มขึ้นในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ นอกจากนี้ เรายังรู้สึกมีกำลังใจอย่างมากจากระดับการดำเนินงานในภูมิภาคอเมริกาและตะวันออกกลาง รวมถึงแอฟริกาเหนือ ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่เปรียบเทียบได้ในไตรมาสแรก” Mr. Sagr แสดงความคิดเห็น

“ผลประกอบการไตรมาสแรกที่แข็งแกร่งของเราช่วยหนุนให้ผลประกอบการในไตรมาสที่เหลือของปีงบประมาณ 2025 ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เราเชื่อมั่นว่าบริษัทจะใช้ประโยชน์จากโมเมนตัมนี้ต่อไป และผลักดันให้บริษัทมีส่วนร่วมในแผนพัฒนาในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือมากขึ้น และได้รับส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มเติมในภูมิภาคอเมริกาเหนือ” Mr. Sagr กล่าวสรุป

ผลประกอบการไตรมาสแรกปีงบประมาณ 2025

ยอดขายสุทธิอยู่ที่ 46.7 ล้านเหรียญสหรัฐและ 34.3 ล้านเหรียญสหรัฐในช่วงสามเดือนที่สิ้นสุดวันที่ 30 เมษายน 2025 และ 2024 ตามลำดับ การเพิ่มขึ้น 12.4 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 36% เป็นผลมาจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลางและอเมริกาเหนือ

กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 16.7 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 36% ของยอดขายสุทธิ และ 10.5 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 31% ของยอดขายสุทธิในช่วงสามเดือนที่สิ้นสุดวันที่ 30 เมษายน 2025 และ 2024 ตามลำดับ การเพิ่มขึ้น 6.2 ล้านเหรียญสหรัฐนั้นเกิดจากปริมาณกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นเป็นหลัก และอัตรากำไรที่ดีขึ้นจากการผสมผสานผลิตภัณฑ์

ค่าใช้จ่ายทั่วไปและการบริหารอยู่ที่ 7.7 ล้านเหรียญสหรัฐและ 6.1 ล้านเหรียญสหรัฐในช่วงสามเดือนที่สิ้นสุดวันที่ 30 เมษายน 2025 และ 2024 ตามลำดับ การเพิ่มขึ้น 1.6 ล้านเหรียญสหรัฐเกิดจากค่าใช้จ่ายด้านเงินเดือนและค่าธรรมเนียมวิชาชีพที่สูงขึ้นในไตรมาสนี้

ค่าใช้จ่ายในการขายยังคงสม่ำเสมอและอยู่ที่ 1.1 ล้านเหรียญสหรัฐและ 1.2 ล้านเหรียญสหรัฐในช่วงสามเดือนที่สิ้นสุดวันที่ 30 เมษายน 2025 และ 2024 ตามลำดับ

ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยสุทธิยังคงสม่ำเสมอและอยู่ที่ 0.4 ล้านเหรียญสหรัฐและ 0.5 ล้านเหรียญสหรัฐในช่วงสามเดือนที่สิ้นสุดวันที่ 30 เมษายน 2025 และ 2024 ตามลำดับ

ค่าใช้จ่ายอื่นยังคงสม่ำเสมอและน้อยกว่า 0.1 ล้านเหรียญสหรัฐในช่วงสามเดือนที่สิ้นสุดวันที่ 30 เมษายน 2025 และ 2024 ตามลำดับ

ETR ของบริษัทอยู่ที่ 21% และ 30% ในช่วงสามเดือนที่สิ้นสุดวันที่ 30 เมษายน 2025 และ 2024 ตามลำดับ การเปลี่ยนแปลงใน ETR เกิดจากการผสมผสานระหว่างรายได้และการสูญเสียในเขตอำนาจศาลต่างๆ

กำไรสุทธิที่เป็นของหุ้นสามัญอยู่ที่ 5.0 ล้านเหรียญสหรัฐและ 1.4 ล้านเหรียญสหรัฐในช่วงสามเดือนที่สิ้นสุดวันที่ 30 เมษายน 2025 และ 2024 ตามลำดับ การเพิ่มขึ้น 3.6 ล้านเหรียญสหรัฐนั้นส่วนใหญ่เกิดจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นและการดำเนินโครงการที่ดีขึ้นในไตรมาสนี้

Perma-Pipe International Holdings, Inc.

Perma-Pipe International Holdings, Inc. (“บริษัท”) เป็นผู้นำระดับโลกด้านระบบท่อหุ้มฉนวนและระบบตรวจจับการรั่วไหลสำหรับการรวบรวมน้ำมันและก๊าซ ระบบทำความร้อนและทำความเย็นในเขตพื้นที่ และการใช้งานอื่นๆ โดยบริษัทใช้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านวิศวกรรมและการประดิษฐ์เพื่อพัฒนาระบบท่อที่ช่วยแก้ปัญหาที่ซับซ้อนเกี่ยวกับการขนส่งของเหลวหลากหลายประเภทอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ โดยบริษัทมีการดำเนินงานทั้งหมดสิบสี่แห่งในหกประเทศ

คำชี้แจงเชิงคาดการณ์

คำชี้แจงและข้อมูลอื่นๆ บางส่วนที่อยู่ในข่าวเผยแพร่ฉบับนี้ ซึ่งสามารถระบุได้โดยการใช้คำศัพท์เชิงคาดการณ์ ถือเป็น “คำชี้แจงเชิงคาดการณ์” ตามความหมายของมาตรา 27A ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ปี 1933 แก้ไขเพิ่มเติม และมาตรา 21E ของพระราชบัญญัติการแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์ปี 1934 แก้ไขเพิ่มเติม และอยู่ภายใต้เงื่อนไขความปลอดภัยที่สร้างขึ้นโดยมาตราดังกล่าว ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง คำชี้แจงเกี่ยวกับผลการดำเนินงานและการดำเนินงานในอนาคตที่คาดหวังของบริษัท คำชี้แจงเหล่านี้ควรได้รับการพิจารณาว่าอยู่ภายใต้ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนมากมายที่มีอยู่ในการดำเนินงานและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจของบริษัท ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนดังกล่าวรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงดังต่อไปนี้: (i) ความผันผวนของราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติและผลกระทบต่อปริมาณการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ของบริษัทจากลูกค้า (ii) ความสามารถของบริษัทในการซื้อวัตถุดิบในราคาที่เอื้ออำนวยและรักษาความสัมพันธ์อันดีกับซัพพลายเออร์ของบริษัท (iii) การลดลงของรายจ่ายของรัฐบาลในโครงการที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัท และความท้าทายต่อสภาพคล่องและการเข้าถึงเงินทุนของลูกค้าที่ไม่ใช่ภาครัฐของบริษัท (iv) ความสามารถของบริษัทในการชำระหนี้และต่ออายุสินเชื่อระหว่างประเทศที่กำลังจะหมดอายุ (v) ความสามารถของบริษัทในการดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์อย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุผลกำไรที่ยั่งยืนและกระแสเงินสดที่เป็นบวก (vi) ความสามารถของบริษัทในการเรียกเก็บเงินลูกหนี้ระยะยาวที่เกี่ยวข้องกับโครงการในตะวันออกกลาง (vii) ความสามารถของบริษัทในการตีความการเปลี่ยนแปลงในกฎระเบียบและกฎหมายภาษี (viii) ความสามารถของบริษัทในการใช้การนำผลขาดทุนจากการดำเนินงานสุทธิไปหักกลบ (ix) การกลับรายการของรายได้และกำไรที่บันทึกไว้ก่อนหน้านี้อันเป็นผลมาจากการประมาณการที่ไม่ถูกต้องซึ่งทำขึ้นโดยเกี่ยวข้องกับการรับรู้รายได้ “ล่วงเวลา” ของบริษัท (x) ความล้มเหลวของบริษัทในการสร้างและรักษาการควบคุมภายในที่มีประสิทธิผลต่อการรายงานทางการเงิน (xi) ช่วงเวลาของการรับคำสั่งซื้อ การดำเนินการ การจัดส่ง และการยอมรับสำหรับผลิตภัณฑ์ของบริษัท (xii) ความสามารถของบริษัทในการเจรจาข้อตกลงเรียกเก็บเงินตามความคืบหน้าสำหรับสัญญาขนาดใหญ่ของบริษัทได้สำเร็จ (xiii) การกำหนดราคาที่ก้าวร้าวโดยคู่แข่งที่มีอยู่และการเข้ามาของคู่แข่งรายใหม่ในตลาดที่บริษัทดำเนินการอยู่ (xiv) ความสามารถของบริษัทในการผลิตสินค้าที่ปราศจากข้อบกพร่องที่แฝงอยู่และในการกู้คืนจากซัพพลายเออร์ที่อาจจัดหาวัสดุที่มีข้อบกพร่องให้กับบริษัท (xv) การลดหรือยกเลิกคำสั่งซื้อที่รวมอยู่ในปริมาณงานรอดำเนินการของบริษัท (xvi) ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนที่เฉพาะเจาะจงกับการดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศของบริษัท (xvii) ความสามารถของบริษัทในการดึงดูดและรักษาผู้บริหารระดับสูงและบุคลากรสำคัญไว้ (xviii) ความสามารถของบริษัทในการบรรลุผลประโยชน์ที่คาดหวังจากการริเริ่มการเติบโต (xix) ผลกระทบของโรคระบาดและวิกฤตด้านสาธารณสุขอื่นๆ ต่อบริษัทและการดำเนินงานของบริษัท และ (xx) ผลกระทบของภัยคุกคามทางไซเบอร์ต่อระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของบริษัท ผู้ถือหุ้น นักลงทุนที่มีศักยภาพ และผู้อ่านรายอื่นๆ ควรพิจารณาปัจจัยเหล่านี้อย่างรอบคอบในการประเมินคำแถลงการณ์เชิงคาดการณ์ และไม่ควรพึ่งพาคำแถลงการณ์เชิงคาดการณ์ดังกล่าวมากเกินไป คำแถลงการณ์เชิงคาดการณ์ที่ระบุไว้ในที่นี้จัดทำขึ้นเฉพาะในวันที่เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์นี้เท่านั้น และเราไม่มีข้อผูกมัดที่จะต้องอัปเดตคำแถลงการณ์เชิงคาดการณ์ใดๆ ต่อสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นผลจากข้อมูลใหม่ เหตุการณ์ในอนาคต หรืออื่นๆ ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัจจัยที่อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานของเราสามารถดูได้จากเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งสามารถดูได้ที่ https://www.sec.gov และภายใต้หัวข้อศูนย์นักลงทุนของเว็บไซต์ของเรา (http://investors.permapipe.com)

ปีงบประมาณของบริษัทสิ้นสุดในวันที่ 31 มกราคม โดยปี, ผลการดำเนินงาน และยอดคงเหลือที่ระบุคือ 2025, 2024 และ 2023 คือปีงบประมาณที่สิ้นสุดในวันที่ 31 มกราคม 2026, 2025 และ 2024 ตามลำดับ

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลการดำเนินงานทางการเงินของบริษัทสำหรับปีงบประมาณที่สิ้นสุดในวันที่ 31 มกราคม 2025 รวมถึง

การอภิปรายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการเกี่ยวกับสภาพทางการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัท มีอยู่ในรายงานประจำปีของบริษัทในแบบฟอร์ม 10-K สำหรับปีงบประมาณที่สิ้นสุดในวันที่ 31 มกราคม 2025 ซึ่งจะยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ในหรือประมาณวันที่ระบุนี้ และสามารถเข้าถึงได้ที่ www.sec.gov และ www.permapipe.com สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ไปที่เว็บไซต์ของบริษัท

 PERMA-PIPE INTERNATIONAL HOLDINGS, INC. และบริษัทในเครือ

 งบกำไรขาดทุนรวมแบบย่อ

 (หน่วยพัน ยกเว้นข้อมูลต่อหุ้น)

 (ยังไม่ได้ตรวจสอบ)

 งวดสามเดือนที่สิ้นสุดวันที่ 30 เมษายน

 2025

 2024

ยอดขายสุทธิ

$

46,747

$

34,321

กำไรขั้นต้น

16,724

10,517

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานรวม

8,835

7,383

รายได้จากการดำเนินงาน

7,889

3,134

ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย

406

507

ค่าใช้จ่ายอื่น

47

67

รายได้ก่อนภาษีเงินได้

7,436

2,560

ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้

1,582

770

กำไรสุทธิ

$

5,854

$

1,790

หัก: กำไรสุทธิที่เป็นของส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม

902

347

กำไรสุทธิที่เป็นของหุ้นสามัญ

$

4,952

$

1,443

หุ้นสามัญถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักที่ออกจำหน่าย

หุ้นพื้นฐาน

7,983

7,906

หุ้นที่ปรับลด

8,079

8,056

กำไรต่อหุ้นที่เป็นของหุ้นสามัญ

หุ้นพื้นฐาน

$

0.62

$

0.18

หุ้นที่ปรับลด

$

0.61

$

0.18

 PERMA-PIPE INTERNATIONAL HOLDINGS, INC. และบริษัทในเครือ

 งบดุลรวมแบบย่อ

 (หน่วยพัน)

 (ยังไม่ได้ตรวจสอบ)

 30 เมษายน 2025

 31 มกราคม 2025

 สินทรัพย์

สินทรัพย์หมุนเวียน

$

120,700

$

108,802

สินทรัพย์ระยะยาว

57,615

56,439

 สินทรัพย์รวม

$

178,315

$

165,241

 หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น

หนี้สินหมุนเวียน

$

61,751

$

54,063

หนี้สินระยะยาว

26,459

28,073

หนี้สินรวม

88,210

82,136

ส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม

12,238

10,967

ส่วนของผู้ถือหุ้น

77,867

72,138

หนี้สินรวมและส่วนของผู้ถือหุ้น

$

178,315

$

165,241

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย 

Contacts

Perma-Pipe International Holdings, Inc.
Saleh Sagr, ประธานและซีอีโอ

Perma-Pipe นักลงทุนสัมพันธ์
847.929.1200
investor@permapipe.com  

ที่มา: Perma-Pipe International Holdings, Inc.

Mary Kay Inc. มอบทุน 10 ทุนแก่นวัตกรรุ่นเยาว์ในงาน Regeneron International Science and Engineering Fair ประจำปี 2025

Logo

ดัลลาส–(BUSINESS WIRE)–29 พฤษภาคม 2025

Mary Kay Inc. ซึ่งเป็นองค์กรระดับโลกที่สนับสนุนการศึกษาของสตรีรุ่นเยาว์และส่งเสริมให้เยาวชนเดินตามความฝันในด้าน STEM ได้รับรางวัล Special Awards Organization อีกครั้งเป็นปีที่สองในงาน Regeneron International Science and Engineering Fair (Regeneron ISEF) ที่เมืองโคลัมบัส รัฐโอไฮโอ โดยมอบทุนสนับสนุนจำนวน 10 ทุน รวมมูลค่าเกือบ 10,000 เหรียญสหรัฐฯ ให้แก่นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายที่มีความโดดเด่นด้านโครงการสร้างสรรค์ต่างๆ ตั้งแต่การค้นหาวิธีรักษามะเร็งที่ส่งผลต่อสตรี ไปจนถึงนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน และการปกป้องทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของโลกเรา

Kristin Dasaro, Director, Package Engineering and Sustainability at Mary Kay, greets Brazilian cancer researcher, Carolina de Araujo Pereira da Silva, who received back-to-back awards from Mary Kay for innovative findings in the malignancy of tumors. (Photo Credit: Mary Kay Inc.)

Kristin Dasaro ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมบรรจุภัณฑ์และความยั่งยืนของ Mary Kay กล่าวต้อนรับนักวิจัยโรคมะเร็งชาวบราซิล Carolina de Araujo Pereira da Silva ผู้ได้รับรางวัลจาก Mary Kay ติดต่อกัน 2 ปีจากการค้นพบเชิงนวัตกรรมเกี่ยวกับมะเร็ง (เครดิตภาพ: Mary Kay Inc.)

ในแต่ละปี งานนี้มีผู้เข้าร่วมเกือบ 2,000 คนจากกว่า 60 ประเทศ โดยมีรางวัลรวมมูลค่ารวมกว่า 9 ล้านเหรียญสหรัฐ รวมไปถึงคำเชิญไปร่วมงานขององค์กรและวิชาการกับผู้นำระดับโลกด้าน STEM

เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ75 ปี จึงได้จัดโครงการ ISEF ขึ้น ซึ่งเป็นโครงการของ Society for Science โดยเป็นการแข่งขัน STEM ระดับก่อนอุดมศึกษาที่ใหญ่ที่สุดในโลก ผ่านเครือข่ายระดับโลกของงานวิทยาศาสตร์ในระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค และระดับชาติ นักเรียนหลายล้านคนได้รับการสนับสนุนให้สำรวจความหลงใหลในการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ ในแต่ละฤดูใบไม้ผลิ กลุ่มนักเรียนเหล่านี้จะได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้เข้ารอบสุดท้ายและได้รับโอกาสในการแข่งขันชิงรางวัลและทุนการศึกษามูลค่าประมาณ 9 ล้านเหรียญสหรัฐในงาน Regeneron ISEF ประจำปี

Carrissa Dowdy ผู้จัดการฝ่ายกำหนดสูตรผลิตภัณฑ์ของ Mary Kay กล่าวว่า “ความเฉลียวฉลาด ความหลงใหล และนวัตกรรมที่ผู้นำ STEM รุ่นเยาว์เหล่านี้แสดงให้เห็นนั้นน่าทึ่งมาก ผลงานของพวกเขามีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม ขับเคลื่อนความก้าวหน้าอย่างยั่งยืน และเร่งให้เกิดความก้าวหน้าครั้งสำคัญในสาขาต่างๆ เช่น การวิจัยโรคมะเร็ง วิทยาศาสตร์วัสดุ และวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม Mary Kay รู้สึกภูมิใจที่ได้ยืนหยัดเคียงข้างพวกเขาในการกำหนดอนาคตของ STEM”

 พบกับผู้นำ STEM ที่เป็นนักศึกษา

 1.

 Pragathi Kasani-Akula (จอร์เจีย สหรัฐอเมริกา)

 Multi-Color Magneto-Fluorescent Nanoarchitectures สำหรับการระบุเอ็กโซโซมของมะเร็งเต้านมชนิด Triple Negative อย่างมีเป้าหมาย

 2.

 Grace Liu (นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา)

 การประเมินความไม่เท่าเทียมกันทางเพศอันเนื่องมาจากการตัดสินใจภายใต้ความไม่แน่นอนในการเป็นผู้ประกอบการ: การวิเคราะห์ข้อมูลแบบกลุ่ม

 3.

 Alina Albeik (เวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา)

 ผลกระทบของเรสเวอราทรอลต่อการรักษาความจำใน Dugesia tigrina

 4.

 Kaili Tseng and Leila Gheysar (แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา)

 เปปไทด์ต้านจุลชีพ Bombyx mori: ตัวเร่งปฏิกิริยาใหม่และยั่งยืนสำหรับการยับยั้งการเจริญเติบโตและการตายของเซลล์มะเร็ง

 5.

 Elisabeth Fischermann and Tom Kressbach (บาวาเรีย เยอรมนี)

 ตามล่าหาอนุมูลอิสระด้วยปฏิกิริยาแสงสีฟ้า

 6.

 Ela Doruk Korkmaz (Istanbul, Turkey)

การตรวจสอบผลกระทบต่อต้านมะเร็งที่อาจเกิดขึ้นของเอ็กโซโซมที่ได้จากเมล็ดกาแฟผ่านฤทธิ์ต้านการแพร่กระจายและการกระตุ้นอะพอพโทซิสของเซลล์มะเร็งผิวหนังเมลาโนมาผ่านเส้นทางการส่งสัญญาณโปรตีนไคเนสที่กระตุ้นด้วยไมโตเจน

 7.

 Carolina de Araujo Pereira da Silva* (ริโอเดอจาเนโร ประเทศบราซิล)

 ซาลิโนไมซินเป็นโมเลกุลฮอร์จันที่พุ่งเป้าไปที่มะเร็งที่เกิดจาก Mn ในเนื้องอกที่ลุกลาม

 8.

 Sofia Nunes (มารันเยา บราซิล)

 การพัฒนาสูตรผิวหนังเทียมราคาประหยัดสำหรับการสร้างเซลล์ใหม่และการรักษาอาการไหม้รุนแรง

 9.

 Margareth Ac-ac (เนกรอส โอเรียนทัล ประเทศฟิลิปปินส์)

 SKIMP: อุปกรณ์ตรวจจับมะเร็งผิวหนังแบบพกพาด้วยปัญญาประดิษฐ์ – เครือข่ายประสาทเทียมแบบ Convolutional (CNN) พร้อมโปรแกรมแจ้งเตือนมะเร็งผิวหนังที่ใช้ Python

10.

 Kamila Rotger-Costas and Miranda Sanz-Alvarez (กวยนาโบและคากัวส เปอร์โตริโก)

 EcoReishiFlex: นวัตกรรมพลาสติกชีวภาพที่ย่อยสลายได้อย่างยั่งยืน ผลิตจากโพลีแซ็กคาไรด์จากเห็ดหลินจือ

* Carolina de Araujo Pereira da Silva เป็นผู้ได้รับทุน Mary Kay Young Women ด้าน STEM ถึงสองครั้งจากผลงานที่โดดเด่นของเธอในสาขาการวิจัยโรคมะเร็ง เงินรางวัลประจำปี 2024 ของเธอถูกนำไปใช้เพื่อสนับสนุนโครงการที่เธอเสนอ – Rock the Metals! Investigating Manganese as a Trigger of Malignancy and Metal Transporters as Targets in Cancer Treatment ซึ่งทำให้ผลงานที่ได้รับรางวัลประจำปี 2025 ของเธอได้รับการยกระดับขึ้น

เกี่ยวกับ Mary Kay

Mary Kay Ash ผู้ก่อตั้งแบรนด์ความงามในฝันของเธอในเท็กซัสเมื่อปี 1963 โดยมีเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือการทำให้ชีวิตของผู้หญิงดีขึ้น ความฝันนั้นได้เบ่งบานจนกลายเป็นบริษัทระดับโลกที่มีพนักงานขายอิสระหลายล้านคนในกว่า 40 ตลาด เป็นเวลากว่า 60 ปีแล้วที่โอกาสของ Mary Kay ได้ส่งเสริมให้ผู้หญิงกำหนดอนาคตของตนเองผ่านการศึกษา การให้คำปรึกษา การสนับสนุน และนวัตกรรม Mary Kay มุ่งมั่นที่จะลงทุนในด้านวิทยาศาสตร์เบื้องหลังความงามและการผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เครื่องสำอางสี อาหารเสริม และน้ำหอมที่ล้ำสมัย Mary Kay เชื่อในการอนุรักษ์โลกของเราไว้สำหรับคนรุ่นต่อไป ปกป้องผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบจากโรคมะเร็งและการล่วงละเมิดในครอบครัว และสนับสนุนให้เยาวชนเดินตามความฝันของตนเอง เรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่ marykayglobal.com พบกับเราได้บน Facebook, Instagram และ LinkedIn หรือติดตามเราบน X.

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20250528325390/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ฝ่ายสื่อสารองค์กร Mary Kay Inc.
newsroom.marykay.com
972.687.5332 or media@mkcorp.com

ที่มา: Mary Kay Inc.