Category Archives: Featured

จากโซลูชันที่ปรับขนาดได้ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI แบบเต็มรูปแบบ ที่ทาง GIGABYTE จะนำเสนอพอร์ตโฟลิโอ AI แบบครบวงจรในงาน COMPUTEX 2025

Logo

ไทเป–(BUSINESS WIRE)–01 พฤษภาคม 2025

GIGABYTE Technology ผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมคอมพิวเตอร์จะกลับมาที่งาน COMPUTEX 2025 อีกครั้ง ระหว่างวันที่ 20 ถึง 23 พฤษภาคม ภายใต้ธีม “Omnipresence of Computing: AI Forward” ที่จะแสดงให้เห็นว่าโซลูชันครบวงจรของ GIGABYTE ซึ่งครอบคลุมทั้งวงจรของ AI ตั้งแต่การเทรนศูนย์ข้อมูลไปจนถึงการปรับใช้แบบ edge รวมถึงแอปพลิเคชันสำหรับผู้ใช้ปลายทางที่มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อตอบสนองต่อความต้องการทางด้าน AI ในรุ่นถัดไป

From Scalable Solutions to Full-Stack AI Infrastructure, GIGABYTE to Present End-to-End AI Portfolio at COMPUTEX 2025

จากโซลูชันที่ปรับขนาดได้ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐาน AI แบบเต็มรูปแบบ GIGABYTE จะนำเสนอพอร์ตโฟลิโอ AI แบบครบวงจรที่งาน COMPUTEX 2025

ในขณะที่ Generative AI ยังคงพัฒนาต่อไป แต่ความต้องการในการจัดการปริมาณโทเค็นจำนวนมหาศาล การสตรีมข้อมูลแบบเรียลไทม์ รวมถึงสภาพแวดล้อมการประมวลผลในอัตราความเร็วสูงก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย พอร์ตโฟลิโอครบวงจรของ GIGABYTE ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานระดับแร็คไปจนถึงเซิร์ฟเวอร์ ระบบระบายความร้อน แพลตฟอร์มแบบฝังตัว และคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลจะเป็นการสร้างรากฐานเพื่อเร่งการพัฒนา AI ให้ก้าวล้ำในทุกอุตสาหกรรม

โครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ที่ปรับขนาดได้เริ่มต้นที่นี่: GIGAPOD กับการผสานรวม GPM

หัวใจของการจัดแสดงของ GIGABYTE คือ GIGAPOD ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ โดยเป็นคลัสเตอร์ GPU ที่ปรับขนาดได้ที่ออกแบบมาสำหรับศูนย์ข้อมูลที่มีความหนาแน่นสูงและมีการเทรนโมเดล AI ขนาดใหญ่ โดย GIGAPOD ได้รับการออกแบบมาสำหรับเวิร์กโหลด AI ประสิทธิภาพสูง โดยรองรับแพลตฟอร์มที่มีความเร่งสูงล่าสุด ประกอบด้วย AMD Instinct™ MI325X และ NVIDIA HGX™ H200 โดยในปัจจุบัน GIGAPOD ได้ผสานรวมกับ GPM (GIGABYTE POD Manager) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการจัดการโครงสร้างพื้นฐานและเวิร์กโฟลว์ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ GIGABYTE ที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ปรับปรุงการจัดการ และปรับการใช้ทรัพยากรให้เหมาะสมในสภาพแวดล้อม AI ขนาดใหญ่ได้

โดยในปีนี้ เราจะเปิดตัว GIGAPOD Direct Liquid Cooling (DLC) ซึ่งใช้เซิร์ฟเวอร์ซีรีส์ G4L3 ของ GIGABYTE และออกแบบมาสำหรับชิปรุ่นถัดไปที่มี TDP เกิน 1,000W โดยโซลูชัน DLC นี้ได้รับการสาธิตในรูปแบบ 4+1 แร็คที่ร่วมมือกับ Kenmec, Vertiv และ nVent ซึ่งมีคุณสมบัติการระบายความร้อน การจ่ายไฟ และสถาปัตยกรรมเครือข่ายแบบบูรณาการ เพื่อช่วยให้ลูกค้าปรับใช้ได้เร็วขึ้นและชาญฉลาดขึ้น โดยทาง GIGABYTE ได้เสนอบริการให้คำปรึกษาครบวงจร รวมถึงการวางแผน การปรับใช้ และการตรวจสอบระบบ เพื่อช่วยเร่งกระบวนการจากแนวคิดไปสู่การดำเนินการให้เร็วที่สุด

สร้างขึ้นเพื่อการปรับใช้: จากโมดูลซูเปอร์คอมพิวต์ไปจนถึงโอเพ่นคอมพิวต์และเวิร์กโหลดที่กำหนดเอง

เนื่องจากการนำ AI มาใช้เปลี่ยนจากการฝึกอบรมไปสู่การใช้งาน การออกแบบและสถาปัตยกรรมระบบที่ยืดหยุ่นของ GIGABYTE จึงรับประกันการเปลี่ยนแปลงและการขยายตัวที่ราบรื่น ทาง GIGABYTE ได้นำเสนอ NVIDIA GB300 NVL72 ที่ทันสมัยที่สุด ซึ่งเป็นการออกแบบแบบแร็คที่ระบายความร้อนด้วยของเหลวทั้งหมด โดยรวม GPU NVIDIA Blackwell Ultra จำนวน 72 ตัวและ CPU NVIDIA Grace™ ที่ใช้ Arm® จำนวน 36 ตัวไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ที่ได้ปรับให้เหมาะสมสำหรับการอนุมานการปรับขนาดในเวลาทดสอบ นอกจากนี้ ที่บูธยังมีการจัดแสดงแร็คเซิร์ฟเวอร์ที่รองรับ OCPจำนวน 2 แร็ค: ระบบ AI 8OU ที่มี NVIDIA HGX™ B200 ที่รวมเข้ากับโปรเซสเซอร์ Intel® Xeon® และแร็คจัดเก็บข้อมูลบน CPU ORV3 พร้อมการออกแบบ JBOD เพื่อเพิ่มความหนาแน่นและปริมาณงานสูงสุด

นอกจากนี้ ทาง GIGABYTE ยังจัดแสดงเซิร์ฟเวอร์แบบโมดูลาร์และหลากหลาย ตั้งแต่ GPU ประสิทธิภาพสูงไปจนถึงเซิร์ฟเวอร์ที่ปรับให้เหมาะกับปริมาณงาน AI ที่แตกต่างกัน:

  • การคำนวณที่เร่งความเร็ว: เซิร์ฟเวอร์ระบายความร้อนด้วยอากาศและของเหลวสำหรับแพลตฟอร์ม GPU AMD Instinct™MI325X, Intel® Gaudi® 3 และ NVIDIA HGX™ B300 รุ่นล่าสุด ซึ่งปรับให้เหมาะสมสำหรับการเชื่อมต่อ GPU ต่อ GPU
  • เทคโนโลยี CXL: ระบบที่รองรับ CXL จะปลดล็อกพูลหน่วยความจำที่ใช้ร่วมกันระหว่าง CPU สำหรับการอนุมาน AI แบบเรียลไทม์
  • การคำนวณและการจัดเก็บความหนาแน่นสูง: เซิร์ฟเวอร์หลายโหนดที่อัดแน่นไปด้วย CPU จำนวนคอร์สูงและที่เก็บข้อมูล NVMe/E1.S ที่พัฒนาโดยร่วมมือกับ Solidigm, ADATA, Kioxia และ Seagate
  • แพลตฟอร์ม Cloud และ Edge: โซลูชันแบบเบลดและโหนดที่ปรับให้เหมาะสมสำหรับพลังงาน ประสิทธิภาพความร้อน และความหลากหลายของเวิร์กโหลด เหมาะสำหรับผู้ใช้ไฮเปอร์สเกลเลอร์และผู้ให้บริการที่มีการจัดการ

นำ AI สู่ Edge มาสู่ทุกคน

การขยาย AI ไปสู่แอปพลิเคชันในโลกแห่งความเป็นจริง GIGABYTE แนะนำระบบฝังตัวรุ่นใหม่ และมินิพีซีรุ่นใหม่ที่ทำให้การประมวลผลใกล้กับจุดที่ข้อมูลถูกสร้างขึ้นมากขึ้น

ระบบฝังตัวที่ขับเคลื่อนด้วย Jetson: ด้วย NVIDIA® Jetson Orin™ แพลตฟอร์มที่ทนทานเหล่านี้ขับเคลื่อน AI เอจแบบเรียลไทม์ในระบบอัตโนมัติอุตสาหกรรม หุ่นยนต์ และระบบการมองเห็นของเครื่องจักร

BRIX Mini PC: ระบบ BRIX รุ่นล่าสุดมีขนาดกะทัดรัดแต่ทรงพลัง รวมถึง NPU ออนบอร์ดและรองรับ Microsoft Copilot+ รวมถึงเครื่องมือ AI ของ Adobe ซึ่งเหมาะสำหรับการอนุมาน AI แบบเบาๆ ที่ edge

การขยายความเป็นผู้นำจากคลาวด์ไปยัง edge โดยทาง GIGABYTE ได้มอบการเร่งความเร็วของ AI ที่ทรงพลังด้วยมาเธอร์บอร์ดขั้นสูง Z890 / X870 และ GeForce RTX 50 และ การ์ดจอซีรีส์ Radeon RX 9000 ที่ล้ำสมัย นวัตกรรม AI TOPโซลูชันการประมวลผล AI บนเครื่อง ที่จะช่วยลดความซับซ้อนของเวิร์กโฟลว์ AI ผ่านการถ่ายโอนหน่วยความจำและความสามารถในการคลัสเตอร์หลายโหนด โดยนวัตกรรม AI นี้จะขยายไปทั่วกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคของเรา ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองจาก Microsoft พีซี Copilot+ AI และคอมพิวเตอร์สำหรับเล่นเกมที่ทรงพลังไปจนถึงจอภาพ OLEDที่มีอัตราการรีเฟรชสูง บนแล็ปท็อป ฟังก์ชัน “Press and Speak” ของ GIMATE ซึ่งเป็นเอเจนต์ AI สุดพิเศษ ที่ช่วยให้สามารถควบคุมฮาร์ดแวร์ได้อย่างชาญฉลาด รวมถึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและประสบการณ์ AI ในชีวิตประจำวันได้

GIGABYTE ขอเชิญทุกคนมาสำรวจยุค AI Forward ที่กำหนดโดยสถาปัตยกรรมที่ปรับขนาดได้ วิศวกรรมแม่นยำ และความมุ่งมั่นในการเร่งความก้าวหน้าของเรา

https://www.gigabyte.com/Events/Computex

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20250428101781/en

Contacts

Michael Pao brand@GIGABYTE.com

ที่มา: GIGABYTE Technology

The Trade Desk ได้ขยายความร่วมมือกับแพลตฟอร์ม OTT เพื่อเป็นผู้บุกเบิกการโฆษณาแบบโปรแกรมเมติกบนสินค้าคงคลัง CTV

Logo

แพลตฟอร์มเนื้อหาพรีเมียมบนอินเทอร์เน็ตแบบเปิดจะช่วยให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมได้อย่างแม่นยำ

ฮ่องกง–(BUSINESS WIRE)–29 เมษายน 2025

The Trade Desk บริษัทเทคโนโลยีโฆษณาชั้นนำระดับโลกได้ประกาศในวันนี้ว่าขณะนี้สามารถเข้าถึงพื้นที่โฆษณา CTV พรีเมียมจากผู้นำในอุตสาหกรรมอย่าง Viu, iQiyi และ TCL Channel ได้แล้วทั่วภูมิภาค โดยความร่วมมือนี้จะช่วยให้ผู้โฆษณาเข้าถึงผู้ชมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยใช้ประโยชน์จากเนื้อหาพรีเมียมบนอินเทอร์เน็ตแบบเปิด ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการโฆษณาได้เป็นอย่างมาก ความร่วมมือนี้ครอบคลุมตลาดสำคัญทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงฮ่องกง ตลอดจนตะวันออกกลางและแอฟริกาใต้

เนื่องจากความต้องการของผู้ชมยังคงพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ แพลตฟอร์ม CTV ที่ให้บริการเนื้อหาพรีเมียมจึงเติบโตและขยายตัวอย่างรวดเร็ว สร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับผู้โฆษณาทั่วโลก การพุ่งสูงขึ้นของตลาดโฆษณา CTV ยังช่วยผลักดันให้แพลตฟอร์มเนื้อหาจำนวนมากเปลี่ยนจากรูปแบบวิดีโอออนดีมานด์แบบสมัครสมาชิก (SVOD) ไปเป็นรูปแบบวิดีโอออนดีมานด์ที่รองรับโฆษณา (AVOD) โดยตามสถิติของ Statista คาดว่าการใช้จ่ายโฆษณา CTV ทั่วโลกจะเกิน 38 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 20271 ในขณะเดียวกัน คาดว่ารายได้ของตลาด AVOD ทั่วโลกจะเติบโตจาก 48,320 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2024 เป็น 63,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 20272

ความร่วมมือที่เพิ่มมากขึ้นกับผู้เล่น OTT ระดับพรีเมียมในภูมิภาคนี้ทำให้ผู้โฆษณาสามารถกำหนดเป้าหมายผู้ชมได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้ประสิทธิภาพของแคมเปญดีขึ้น โดยใช้ประโยชน์จากการควบคุมความถี่แบบ Omnichannel โดยผู้โฆษณาสามารถลดการทับซ้อนของผู้ชม หลีกเลี่ยงความเบื่อหน่ายของโฆษณา และได้รับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับประสิทธิภาพของแคมเปญมากขึ้น ทำให้สามารถปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมสำหรับผู้บริโภคยิ่งขึ้น โฆษณาส่วนบุคคลที่ปรับแต่งตามความต้องการส่วนบุคคลจะช่วยมอบประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องและน่าดึงดูดใจมากขึ้น ทำให้พวกเขามีอำนาจในการตัดสินใจซื้ออย่างมีข้อมูลมากขึ้น

Douglas Choy ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายพัฒนาสินค้าคงคลัง ภูมิภาคเอเชียเหนือของ The Trade Desk กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้กระชับความร่วมมือกับแพลตฟอร์มระดับพรีเมียม เช่น Viu, iQiyi และ TCL Channel บนอินเทอร์เน็ตแบบเปิดในภูมิภาคนี้ และจะทำหน้าที่เป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดรายหนึ่งของพวกเขา เนื่องจาก Viu เป็นผู้นำตลาดในการเปิดตัวระบบโฆษณา CTV สำหรับการซื้อขายแบบโปรแกรมเมติกเป็นครั้งแรก เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะขยายความร่วมมือกับแพลตฟอร์มเนื้อหาอินเทอร์เน็ตระดับพรีเมียมเพิ่มเติม เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของระบบนิเวศโฆษณาดิจิทัลแบบไดนามิกในฮ่องกงและที่อื่นๆ”

เกี่ยวกับ The Trade Desk

The Trade Desk™ เป็นบริษัทเทคโนโลยีที่ส่งเสริมผู้ซื้อโฆษณา โดยผู้ซื้อโฆษณาสามารถสร้าง จัดการ และปรับแต่งแคมเปญโฆษณาดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มบนคลาวด์แบบบริการตนเองได้ การรวมเข้ากับพันธมิตรด้านข้อมูล สินค้าคงคลัง และผู้เผยแพร่รายใหญ่ทำให้มีความสามารถในการเข้าถึงและช่วยในการตัดสินใจได้สูงสุด นอกจากนี้ API ขององค์กรยังช่วยให้สามารถพัฒนาแบบกำหนดเองบนแพลตฟอร์มได้อีกด้วย โดย The Trade Desk มีสำนักงานใหญ่อยู่ในเวนทูรา รัฐแคลิฟอร์เนีย และมีสำนักงานทั่วอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชียแปซิฟิก หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม โปรดไปที่ thetradedesk.com หรือติดตามเราได้ที่ Facebook, Twitter, LinkedIn และ YouTube

1 Statista, ธ.ค.: https://www.statista.com/topics/12992/ctv-advertising-worldwide/#topicOverview
2 Statista, เม.ย. 2024: https://www.statista.com/outlook/dmo/digital-media/video-on-demand/advertising-avod/worldwide

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ
Jason Wang
The Trade Desk
yan.wang@thetradedesk.com

ที่มา: The Trade Desk

Al Zorah ประกาศความร่วมมือกับ Four Seasons เพื่อเปิดรีสอร์ทริมชายหาดสุดหรูที่ Al Zorah, Ajman ในปี 2026

Logo

AJMAN, United Arab Emirates–(BUSINESS WIRE)–28 เมษายน 2025

บริษัท Al Zorah Development ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาล Ajman และ Solidere International ร่วมกับ Four Seasons ได้ประกาศแผนเปิดตัว Four Seasons Resort Ajman ที่ Al Zorah ในปี 2026 รีสอร์ทสุดหรูริมชายหาดแห่งนี้จะได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่จากทรัพย์สินที่มีอยู่เดิม รวมถึงการอัปเกรดที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะ

From left: George Saad, CEO of Al Zorah Development Company, and Adrian Messerli, Area President, Hotel Operations, EMEA at Four Seasons, during the signing of the agreement. (Photo: AETOSWire)

จากซ้าย: George Saad, CEO ของบริษัท Al Zorah Development และ Adrian Messerli ประธานฝ่ายปฏิบัติการโรงแรม EMEA ประจำพื้นที่ ที่ Four Seasons ในระหว่างการลงนามข้อตกลง (ภาพถ่าย: AETOSWire)

รีสอร์ทแห่งนี้มีวิลล่า 23 หลัง ห้องพัก 74 ห้อง และห้องชุด โดยทุกห้องมีระเบียงส่วนตัวที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพอันสวยงามของ Arabian Gulf รีสอร์ทตั้งอยู่ห่างจากสนามบินนานาชาติดูไบเพียง 25 นาที พร้อมบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเงียบสงบตามธรรมชาติอันเป็นเอกลักษณ์

George Saad, CEO ของบริษัท Al Zorah Development Company เปิดเผยว่า โครงการนี้ถือเป็นโอกาสในการยกระดับทรัพย์สินที่มีอยู่เดิมให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางสุดหรูที่ผสมผสานวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้ากับมาตรฐานระดับโลกของ Four Seasons โดยคาดหวังที่จะดึงดูดความสนใจจากนานาชาติและเพิ่มความน่าดึงดูดใจให้กับภูมิภาคนี้

Bart Carnahan ประธานฝ่ายพัฒนาธุรกิจระดับโลก การจัดการพอร์ตโฟลิโอ และที่พักอาศัยของ Four Seasons เผยถึงความกระตือรือร้นในการขยายแบรนด์ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นอกจากนี้เขายังกล่าวเสริมว่า การร่วมมือกับ Al Zorah Development มีเป้าหมายเพื่อมอบประสบการณ์สุดหรูระดับโลกที่เน้นย้ำถึงการบริการอันเลื่องชื่อของ Four Seasons

รีสอร์ทแห่งนี้ได้รับการออกแบบมาโดยผสมผสานสถาปัตยกรรมสมัยใหม่เข้ากับสวนอันเขียวชอุ่ม พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลายที่ตอบโจทย์ผู้เข้าพักทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นศูนย์ออกกำลังกายที่ทันสมัย สปาอันหรูหรา ชายหาดส่วนตัว และสระว่ายน้ำอินฟินิตี้ยาว 280 ฟุต (85 เมตร) โดยแบ่งเป็นโซนแยกสำหรับผู้ใหญ่และเด็ก

นอกจากนี้ แขกจะได้เพลิดเพลินกับกิจกรรมต่างๆ ที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี เช่น โปรแกรมสำหรับเด็ก ทริปดำน้ำ และทัวร์นำเที่ยวเพื่อสำรวจป่าชายเลนและลำธารธรรมชาติ ผู้ที่ชื่นชอบกอล์ฟสามารถใช้บริการ Al Zorah Golf and Yacht Club ซึ่งมีสนามกอล์ฟระดับแชมเปี้ยนชิพ 18 หลุมที่ออกแบบโดย Jack Nicklaus

รีสอร์ทแห่งนี้ยังมอบประสบการณ์อาหารชั้นเลิศ รวมถึงห้องอาหารที่ให้บริการอาหารนานาชาติ พร้อมทัศนียภาพของทะเลแบบพาโนรามา บาร์ริมชายหาด และห้องอาหารที่คุณสามารถเพลิดเพลินกับบรรยากาศท้องถิ่น และห้องอาหารอิตาลีที่ผสมผสานรสชาติของท้องถิ่นและนานาชาติเข้าด้วยกัน พร้อมทิวทัศน์อันสวยงามตระการตา Four Seasons Resort ใน Al Zorah, Ajman มุ่งเน้นที่ความหรูหราและการบริการที่เป็นเลิศ เพื่อมอบประสบการณ์การต้อนรับที่ไม่มีใครเทียบได้ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

แหล่งข้อมูล: AETOSWire

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:
https://www.businesswire.com/news/home/20250428436866/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

Mahmoud Kabakibi – Account Manager
m.kabakibi@saharapr.com
00971552505214

ที่มา: Al Zorah

เจ็ดเมกะอีเว้นท์ของ HKTDC ที่จัดแสดงศูนย์กลางความคิดสร้างสรรค์ของเอเชีย

Logo

ฮ่องกง–(BUSINESS WIRE)–20 เมษายน 2025

สภาพัฒนาการค้าฮ่องกง (HKTDC) เป็นเจ้าภาพจัดงานเจ็ดเมกะอีเว้นท์ที่ประกอบด้วย งานแสดงสินค้าของขวัญและของพรีเมียมฮ่องกง (Hong Kong Gifts & Premium Fair), งานแสดงสินค้าของใช้ในบ้าน (Home InStyle) และงานแสดงสินค้าแฟชั่น (Fashion InStyle) (จัดขึ้นวันที่ 27-30 เมษายนที่ศูนย์การประชุมและนิทรรศการฮ่องกง HKCEC), งานแสดงสินค้าการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์นานาชาติฮ่องกง (Hong Kong International Printing & Packaging Fair) และงานแสดงผลิตภัณฑ์การพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ระดับไฮเอนด์ฮ่องกง (DeLuxe PrintPack Hong Kong) (จัดขึ้นพร้อมกันที่ AsiaWorld-Expo), และงานแสดงสินค้าใบอนุญาตนานาชาติฮ่องกง (Hong Kong International Licensing Show) และการประชุมการออกใบอนุญาตแห่งเอเชีย (Asian Licensing Conference) (จัดขึ้นวันที่ 28-30 เมษายนที่ HKCEC) โดยงานดังกล่าวเหล่านี้คาดว่าจะดึงดูดผู้แสดงสินค้ากว่า 6,000 รายจากกว่า 30 ประเทศและภูมิภาค ที่จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมอุตสาหกรรมความสร้างสรรค์ของฮ่องกงกับจีนแผ่นดินใหญ่รวมถึงตลาดต่างประเทศต่างๆ ในขณะเดียวกันก็ช่วยเสริมสร้างตำแหน่งของเมืองในฐานะศูนย์รวมความคิดสร้างสรรค์ระดับภูมิภาคอีกด้วย

The HKTDC is hosting seven vibrant events spanning lifestyle products and the licensing sector in late April, including the Hong Kong Gifts & Premium Fair, Home InStyle, Fashion InStyle, Hong Kong International Printing & Packaging Fair, DeLuxe PrintPack Hong Kong, Hong Kong International Licensing Show and Asian Licensing Conference.

สภาพัฒนาการค้าฮ่องกงจะจัดงานที่มีชีวิตชีวาเจ็ดงานครอบคลุมผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์และภาคส่วนการออกใบอนุญาตในช่วงปลายเดือนเมษายน รวมถึงงานแสดงสินค้าของขวัญและของพรีเมียมฮ่องกง, งานแสดงสินค้าของใช้ในบ้าน, งานแสดงสินค้าแฟชั่น, งานแสดงสินค้าการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์นานาชาติฮ่องกง, งานแสดงผลิตภัณฑ์การพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ระดับไฮเอนด์ฮ่องกง, งานออกใบอนุญาตนานาชาติฮ่องกง และการประชุมการออกใบอนุญาตแห่งเอเชีย

งานแสดงสินค้าของขวัญและของพรีเมียมเฉลิมฉลองสี่ทศวรรษแห่งความมหัศจรรย์

งานแสดงสินค้าของขวัญและของพรีเมียมฮ่องกงประจำปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 40 โดยมีธีมว่า Celebrating Four Decades of Wonder” ที่จัดแสดงผลิตภัณฑ์ที่ผสมผสานการใช้งานกับการออกแบบที่สร้างสรรค์ โดยศาลา Jingdezhen จะจัดแสดงงานเซรามิกที่ผสมผสานงานฝีมือแบบดั้งเดิมกับการออกแบบที่ทันสมัย ​​ตั้งแต่ถ้วยกาแฟและชุดน้ำชาแบบมินิมอลไปจนถึงโปรแกรมการนำเซรามิกมาใช้จริงซึ่งใช้โมเดลกล่องสุ่มสินค้ายอดนิยมเพื่อบ่มเพาะนักออกแบบและช่างฝีมือรุ่นต่อไป

พาวิลเลียนใหม่คว้าโอกาสทางเศรษฐกิจผู้สูงวัย

ด้วยตลาดของที่ผู้สูงวัยเติบโตอย่างรวดเร็วและความต้องการผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อผู้สูงอายุยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง Home InStyle จึงเปิดตัว Gerontech Living Pavilion ซึ่งจะจัดแสดงผลิตภัณฑ์และโซลูชันนวัตกรรมจากบริษัทท้องถิ่นมากกว่า 10 แห่ง โดยถนนวัฒนธรรมและสร้างสรรค์จะได้รับการยกระดับและขยายให้กว้างขวางขึ้น โดยมีผู้แสดงสินค้ามากกว่า 100 รายจากกว่า 10 ประเทศและภูมิภาค

วัสดุแฟชั่นนวัตกรรมมาบรรจบกันที่งาน Fashion InStyle

งาน Fashion InStyle ประจำปี 2025 จะเปิดตัว NEXT@Fashion InStyle ซึ่งเป็นโซนไฮไลท์ใหม่ที่จัดโดย HKTDC และได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ (CCIDA) ของรัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกง โดยรวบรวมซัพพลายเออร์วัสดุระดับโลกกว่า 60 รายเพื่อจัดแสดงวัสดุแฟชั่นขั้นสูง

งาน PrintPack ทั้งสองงานจะเน้นย้ำถึงความยั่งยืนและการออกแบบที่สร้างสรรค์

งาน Printing & Packaging Fair จะเน้นที่ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมใน Green Printing & Packaging Solutions Zone รวมถึงริบบิ้นเส้นใยพลาสติกรีไซเคิลและถั่วบรรจุภัณฑ์ละลายน้ำ ในขณะที่ DeLuxe PrintPack นั้นจะเน้นที่โซลูชันบรรจุภัณฑ์ระดับพรีเมียม

งานดังกล่าวจะประกอบด้วยสัมมนาตามหัวข้อต่างๆ ประมาณ 60 รายการ ฟอรั่มผู้ซื้อ กิจกรรมส่งเสริมและเปิดตัวผลิตภัณฑ์ และขบวนพาเหรดแฟชั่น ครอบคลุมถึงการวิเคราะห์ตลาด การออกแบบเชิงสร้างสรรค์ทางวัฒนธรรม อุตสาหกรรมอัจฉริยะ เศรษฐกิจผู้สูงวัย สุขภาพและความสมบูรณ์แข็งแรงของร่างกาย และความยั่งยืน

ลงทะเบียนตอนนี้: https://tinyurl.com/3t43cupe

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: www.businesswire.com/news/home/20250414024775/en

Contacts

แผนกนิทรรศการของ HKTDC:
Timothy Hsu
(852) 2240 4308
timothy.tf.hsu@hktdc.org

ที่มา: สภาพัฒนาการค้าฮ่องกง (HKTDC)


เปิดตัวระบบการจัดอันดับคาร์บอนต่ำสำหรับซีเมนต์และคอนกรีตระบบแรกของโลก

Logo

  • ระบบระดับโลกที่มุ่งหวังในการกระตุ้นให้เกิดการจัดหาวัสดุก่อสร้างที่ยั่งยืนมากขึ้น
  • โดยระบบจะทำให้เกิดความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือ และช่วยให้รัฐบาลและธุรกิจต่างๆ ระบุและซื้อซีเมนต์รวมถึงคอนกรีตที่ยั่งยืนมากขึ้น ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้เป็นสิ่งที่มีการใช้มากที่สุดในโลกรองจากน้ำ

ลอนดอน–(BUSINESS WIRE)–24 เมษายน 2025

สมาคมซีเมนต์และคอนกรีตโลก (GCCA) ประกาศเปิดตัวระบบการจัดอันดับคาร์บอนต่ำ (LCR) สำหรับซีเมนต์และคอนกรีตซึ่งเป็นระบบการจัดอันดับระดับโลกที่โปร่งใสระบบแรกที่ช่วยให้สามารถระบุซีเมนต์และคอนกรีตตามปริมาณคาร์บอนได้ ระบบการจัดอันดับนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้ลูกค้าจัดลำดับความสำคัญของความยั่งยืนเมื่อเลือกวัสดุก่อสร้างโดยใช้มาตราส่วน AA ถึง G ที่ชัดเจนและใช้งานง่าย

GCCA Low Carbon Ratings for Cement and Concrete

ที่มา: Global Cement and Concrete Association

โดยได้รับแรงบันดาลใจจากโครงการประเมินที่เป็นที่รู้จัก เช่น ใบรับรองประสิทธิภาพการใช้พลังงานของสหภาพยุโรปและระบบการจัดอันดับพลังงานในบ้านของสหรัฐอเมริกา โดย LCR เป็นเครื่องมือที่เรียบง่าย โปร่งใส และสามารถปรับเปลี่ยนได้ ซึ่งช่วยให้ผู้สร้าง สถาปนิก รัฐบาล นักวางแผน และผู้บริโภคทั่วโลกสามารถเลือกตัดสินใจได้อย่างรอบรู้และยั่งยืนมากขึ้น

Thomas Guillot ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ GCCA กล่าวว่า: ซีเมนต์และคอนกรีตเป็นรากฐานของชีวิตสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นอาคารที่เราอาศัยและทำงาน ถนนที่เราใช้สัญจร และโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับน้ำสะอาดและพลังงานสีเขียว ในขณะที่ความต้องการในการก่อสร้างที่ยั่งยืนทั่วโลกเพิ่มมากขึ้น ความจำเป็นในการมีความโปร่งใสมากขึ้นเกี่ยวกับปริมาณคาร์บอนของวัสดุก่อสร้างจึงมีความสำคัญมากกว่าที่เคย

ระบบการจัดอันดับคาร์บอนต่ำของเรารองรับแนวทางการจัดซื้อที่ยั่งยืนมากขึ้น และจะช่วยส่งเสริมให้ห่วงโซ่คุณค่าทั้งหมดนั้นเร่งกระบวนการลดคาร์บอน

ระบบการจัดอันดับได้รับการออกแบบมาให้จดจำได้ง่าย โดยมีกราฟิกที่เรียบง่ายซึ่งระบุการจัดอันดับของผลิตภัณฑ์ได้อย่างชัดเจน ระบบการจัดอันดับคาร์บอนสำหรับซีเมนต์และคอนกรีตนั้นมีความสม่ำเสมอและสามารถเปรียบเทียบได้ ประเทศต่างๆ สามารถใช้การจัดอันดับระดับโลกตามที่มีอยู่ หรือปรับใช้หากการคำนวณคาร์บอนในท้องถิ่นแตกต่างจากบรรทัดฐานระดับโลก

Riccardo Savigliano หัวหน้าหน่วยระบบพลังงานและการลดคาร์บอน UNIDO กล่าวว่า: นี่ถือเป็นก้าวสำคัญในการประสานคำจำกัดความระดับโลกสำหรับซีเมนต์และคอนกรีตที่มีการปล่อยคาร์บอนต่ำเพื่อสนับสนุนการลดคาร์บอน

โครงการก่อสร้างที่โดดเด่นมักจะแสดงให้เห็นถึงการใช้ซีเมนต์และคอนกรีตที่มีการปล่อยคาร์บอนต่ำ อุตสาหกรรมนี้จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง การเปิดตัวระบบการจัดอันดับระดับโลกนี้จึงถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญบนเส้นทางสู่ความยั่งยืนที่มากขึ้น

Marlène Dance – ผู้เชี่ยวชาญด้านการลดคาร์บอนและการออกแบบที่ยั่งยืน Bouygues Bâtiment International กล่าวว่า: เราเชื่อว่าระบบการจัดอันดับคาร์บอนที่สอดคล้องกันทั่วโลกที่สามารถนำไปใช้ในทุกประเทศและใช้โดยซัพพลายเออร์คอนกรีตทุกราย จะเป็นตัวเปลี่ยนเกม

เราเห็นว่าเครื่องมือที่เรียบง่ายและใช้งานง่ายซึ่งออกแบบมาสำหรับทีมก่อสร้างนั้นมีคุณค่ามาก เครื่องมือนี้จะช่วยให้ทีมงานในไซต์งานของเราเข้าใจและจัดการปริมาณคาร์บอนจากคอนกรีตที่พวกเขาใช้ได้ดีขึ้น

Mr Guillot กล่าวเสริมว่า: ด้วยระบบการจัดอันดับนี้ รัฐบาล ผู้กำหนดนโยบาย และภาคเอกชนสามารถให้ความสำคัญกับซีเมนต์และคอนกรีตที่มีคาร์บอนต่ำในกระบวนการจัดซื้อ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้ภาคอุตสาหกรรมให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยคาร์บอนในวัสดุก่อสร้างที่จำเป็นเหล่านี้มากยิ่งขึ้น

หมายเหตุถึงบรรณาธิการ

ระบบการจัดอันดับนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้กับคำประกาศผลิตภัณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม (EPD) ซึ่งตามคำจำกัดความแล้วจะต้องได้รับการตรวจสอบจากบุคคลที่สาม

ระบบการจัดอันดับใช้คำจำกัดความเชิงตัวเลขในหน่วยของคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อตันของซีเมนต์และต่อลูกบาศก์เมตรของผลิตภัณฑ์คอนกรีต (ECO2e /m3) ซึ่งเรียกอีกอย่างว่าศักยภาพในการทำให้โลกร้อน (GWP) ซึ่งคำนวณตามมาตรฐานการประกาศผลิตภัณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม (EPD) คำจำกัดความของผลิตภัณฑ์เหล่านี้สำหรับการปล่อยคาร์บอน “คาร์บอนต่ำ” และ “เกือบเป็นศูนย์” ได้รับแรงบันดาลใจจากคำจำกัดความการผลิตซีเมนต์โดยสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศและแผนงานอุตสาหกรรมซีเมนต์และคอนกรีต GCCA 2050 สำหรับคอนกรีตสุทธิเป็นศูนย์

ระบบการจัดอันดับซีเมนต์ของ GCCA สามารถนำไปใช้ได้ในประเทศต่างๆ โดยเยอรมนีเป็นตัวอย่างที่ใช้งานได้จริง กระทรวงเศรษฐกิจและการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศของรัฐบาลกลางเยอรมนีและ VDZ (สมาคมซีเมนต์เยอรมนี) ได้พัฒนาระบบที่สอดคล้องกับระบบ GCCA อย่างสมบูรณ์ และได้นำไปปฏิบัติแล้ว

GCCA ทำงานร่วมกับ Clean Energy Ministerial Industrial Deep Decarbonisation Initiative (IDDI) และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อสร้างชุดคำจำกัดความที่ใช้ได้ทั่วโลกสำหรับคอนกรีต ซึ่งพร้อมใช้งานในประเทศส่วนใหญ่ หากประเทศใดมีแนวทางปฏิบัติในการนับคาร์บอนของผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างออกไป ก็สามารถปรับการจัดอันดับได้ ซึ่งระบบนี้ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วในสหราชอาณาจักร

การจัดอันดับซีเมนต์และคอนกรีตของ GCCA สามารถใช้กับฐานข้อมูลอ้างอิงและเป้าหมายระดับประเทศและระดับท้องถิ่นเพื่อสนับสนุนการจัดซื้อคาร์บอนต่ำ

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:  https://www.businesswire.com/news/home/20250424485662/en

Contacts

Paul Adeleke
Paul.Adeleke@gccassocation.org


เปิดตัวสนามกีฬาแห่งใหม่ความจุ 18,500 ที่นั่งของทีมเวเนเซียที่ออกแบบโดย Populous

Logo

เทศบาลเมืองเวนิสเตรียมสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกแห่งใหม่ Bosco dello Sport ในเมืองเทสเซรา (VE)

เวนิส, อิตาลี–(BUSINESS WIRE)–24 เมษายน 2025

แผนการสร้างสนามกีฬาใหม่ของเมือง เพื่อใช้จัดการแข่งขันฟุตบอล รักบี้เซเรียอา และงานอื่นๆ เช่น คอนเสิร์ต ได้เปิดตัวและนำเสนอต่อเทศบาลเมืองเวนิสแล้ว

Venice, 22 April 2025. New Stadium unveiled for Venezia, designed by Populous.

เวนิส, 22 เมษายน 2025 เปิดตัวสนามกีฬาแห่งใหม่ในเวเนเซียที่ออกแบบโดย Populous

Maffeis Engineering และ Populous บริษัทสถาปัตยกรรมและการออกแบบกีฬาชั้นนำระดับโลกในด้านกีฬาและความบันเทิง ได้รับมอบหมายให้ออกแบบและทำงานด้านวิศวกรรมโดยกลุ่มบริษัทประกอบด้วย Costruzioni Bordignon, Fincantieri Infrastrutture และ Ranzato Impianti ซึ่งได้รับสัญญาสำหรับโครงการนี้เมื่อเดือนมีนาคม 2024

สนามกีฬาของเซเรียอาแห่งใหม่จะมีความจุ 18,500 ที่นั่ง โดยโครงการนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของแผนแม่บทสำหรับกีฬาหลัก โดยจะมีการสร้าง Bosco dello Sport ใหม่ในเมืองเทสเซรา ที่จะเป็นศูนย์อเนกประสงค์ขนาด 116 เฮกตาร์ทางตอนเหนือของเมือง โดยได้รับการออกแบบให้ผสมผสานด้านกีฬา ชีวิตทางสังคม การศึกษา รวมถึงความเป็นอยู่ที่ดี

การออกแบบสนามกีฬาได้รับแรงบันดาลใจจากภูมิทัศน์โดยรอบ โดยมีเส้นโค้งที่ทอดยาวตามแผนแม่บทที่กว้างขึ้น ซึ่งสัมพันธ์กับสนามกีฬาและศูนย์กีฬาใกล้เคียง โดยเส้นรอบนอกนี้ยังเป็นไปตามเค้าโครงที่เป็นธรรมชาติ โครงสร้างที่สะอาดสะอ้านของสนามกีฬานี้ได้จัดวางไว้ในแบบอุดมคติของ Sports Forest ที่เหมือนศาลากลางสวน

ด้านหน้าอาคารประกอบด้วยองค์ประกอบแนวตั้งที่ยกขึ้นด้านบนในรูปแบบปกติ ที่สร้างฉากหลังที่มองเห็นได้จากส่วนบนของที่นั่ง ทำให้โครงสร้างสนามกีฬาโปร่งสบาย ทำให้มองเห็นทัศนียภาพด้านบนของสนามได้

โพเดียมรูปพระจันทร์เสี้ยวโอบล้อมสนามกีฬาไว้อย่างนุ่มนวล กลายเป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างที่ออกแบบมาเพื่อเป็นที่จอดรถและบริการอื่นๆ

ที่นั่งได้รับการออกแบบพัฒนาเป็นส่วนกึ่งต่อเนื่องกันทั้งทางด้านทิศใต้ ทิศตะวันออก และทิศเหนือ ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบของ Populous ได้ออกแบบสนามกีฬาแห่งนี้ขึ้นเพื่อให้มีมุมมองการมองเห็นที่ดีที่สุดระหว่างการแข่งขัน การจัดวางที่กะทัดรัดและยิ่งใหญ่อลังการจะช่วยให้แฟนบอลได้รับประสบการณ์สูงสุดพร้อมทั้งยังช่วยเสริมสร้างบรรยากาศอีกด้วย

ที่นั่งแบบ VIP จะตั้งอยู่ที่อัฒจันทร์ฝั่งตะวันตก โดยมอบประสบการณ์ระดับพรีเมียมที่ไม่เหมือนใคร พื้นที่นี้จะได้รับการออกแบบสำหรับแฟนบอลเจ้าบ้าน รวมถึงระเบียงแบบมีหลังคาที่ล้อมรอบโถง 360 องศา พร้อมบริการพิเศษและทิวทัศน์อันน่าทึ่งของภูมิทัศน์โดยรอบ

นอกจากนี้ อาหารที่หลากหลายและพื้นที่อาหารส่วนกลางจะช่วยทำให้ประสบการณ์นี้สนุกสนานยิ่งขึ้นสำหรับแฟนบอลทุกคน สนามกีฬาได้รับการออกแบบตามมาตรฐานสูงสุดของการออกแบบที่ครอบคลุม ทำให้ทุกคนสามารถใช้และเพลิดเพลินไปกับสถานที่ได้

สนามกีฬาแห่งใหม่ของเมืองเวนิสยังสามารถเปลี่ยนมาจัดการแข่งขันรักบี้กัลโช่เซเรียอา รวมถึงกิจกรรมถ่ายทอดสดต่างๆ เช่น คอนเสิร์ตได้ ทำให้สถานที่แห่งนี้มีชีวิตชีวาและน่าดึงดูดใจสำหรับชุมชนในท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น

โดยบริษัท Soil Engineering, Seingim และ Gae Engineering ยังได้ร่วมมือกันในโครงการสนามกีฬาอีกด้วย

จาก Luigi Brugnaro นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองเวนิส:
“ผมรู้สึกภาคภูมิใจและตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่จะนำเสนอโครงการนี้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการเกิดใหม่และเป็นตัวอย่างของเมืองที่ต้องการประสบความสำเร็จ ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องมีสนามกีฬาที่ทันสมัยและล้ำสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในโลก”

โครงการนี้จะเป็นโครงการสำคัญไม่เพียงแต่สำหรับเขตมหานครของเราเท่านั้น แต่ยังรวมถึงของประเทศด้วย โดยจะสามารถจัดการแข่งขันฟุตบอลและรักบี้ รวมถึงงานวัฒนธรรมและคอนเสิร์ตต่างๆ ได้ และเมื่อรวมกับสนามกีฬาแห่งใหม่แล้ว โครงการนี้จะนำไปสู่การสร้างงานอีกด้วย

เมื่อพื้นที่ทั้งหมดของ Bosco dello Sport ขยายออกไป ในที่สุดเวนิสก็จะกลายเป็นศูนย์กลางแห่งใหม่ของกีฬา ชีวิตทางสังคม การมีส่วนร่วม และความยั่งยืน ผมขอขอบคุณทุกคนที่ทุ่มเททำงานเพื่อทำให้ความฝันนี้เป็นจริงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

จาก Massimo Maffeis, CEO ของ Maffeis Engineering:
“สำหรับเรา สนามกีฬาแห่งนี้เป็นตัวแทนของชาวเวเนโต แม้ว่าเราจะคุ้นเคยกับการทำงานในโครงการระดับนานาชาติ แต่เราก็รู้สึกมีแรงบันดาลใจและรู้สึกตื่นเต้นที่ได้ทำงานในโครงการที่รู้สึกว่าเป็นของเรามากกว่าโครงการอื่นๆ เรารู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้และเป็นส่วนหนึ่งของทีมนี้”

จาก Silvia Prandelli ผู้อำนวยการอาวุโสและผู้จัดการทั่วไปของ Populous Italia:
“สนามกีฬาแห่งใหม่ของเมืองเวนิสจะมอบโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬาที่สมควรได้รับให้แก่เมือง โดยมีการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่มุ่งเน้นเพื่อยกระดับประสบการณ์ของแฟนๆ Populous Italia รู้สึกภูมิใจที่ได้มีส่วนสนับสนุนโครงการ Bosco dello Sport เช่นกัน ที่จะเป็นสถานที่ที่ความบันเทิงคุณภาพและกิจกรรมกีฬาในทุกระดับ และจะช่วยส่งผลเปลี่ยนแปลงและฟื้นฟูพื้นที่นี้ เมื่อรวมกับทำเลที่ตั้งอันเป็นยุทธศาสตร์แล้ว โครงการนี้จะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสำหรับภูมิภาคนี้ ซึ่งสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศได้จำนวนมาก”

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20250422302550/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ:
Populous EMEA:
Charlie.brooks@populous.com
07881 268501

NIC Agency (อิตาลี)
elisabetta.castellari@nicpr.it
39 340 058 1336

ที่มา: Populous




Saviynt นำ Roger Hsu ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลระบุตัวตนมาเสริมทัพขยายธุรกิจในเอเชีย

Logo

การแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของ Saviynt ในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลประจำตัวท่ามกลางภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นและการเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วเอเชีย

ลอสแอนเจลิส–(BUSINESS WIRE)–24 เมษายน 2025

Saviynt ผู้ให้บริการชั้นนำในโซลูชันแพลตฟอร์มการกำกับดูแลและโซลูชันคลาวด์สำหรับการระบุตัวตน ได้แต่งตั้ง Roger Hsu ให้ดำรงตำแหน่งรองประธานประจำภูมิภาคเอเชีย การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ถึงการลงทุนที่มากขึ้นของบริษัทและการเติบโตที่รวดเร็วในภูมิภาค

Hsu เข้าร่วม Saviynt หลังจากประสบความสำเร็จจากการทำงานที่ SailPoint โดยนำความ เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และการจัดการข้อมูลประจำตัวมานานกว่าสองทศวรรษมาด้วย เขาจะเป็นผู้นำกลยุทธ์การเข้าสู่ตลาดของ Saviynt ทั่วเอเชีย โดยเน้นที่การช่วยให้องค์กรต่างๆ รักษาความปลอดภัยของข้อมูลประจำตัวดิจิทัลในภูมิทัศน์ภัยคุกคามที่ซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ

ความเร่งด่วนสำหรับการกำกับดูแลข้อมูลประจำตัวสมัยใหม่ที่ไม่เคยมาก่อน โดยตามรายงาน IBM Cost of a Data Breach ประจำปี 2024เอเชียแปซิฟิกยังคงเป็นภูมิภาคที่ตกเป็นเป้าหมายสูงสุดจากทั่วโลก โดยข้อมูลประจำตัวที่ถูกบุกรุกและระบบระบุตัวตนที่กำหนดค่าไม่ถูกต้องเป็นสาเหตุหลักของการละเมิด

“ข้อมูลระบุตัวตนไม่ใช่แค่ปัญหาความปลอดภัยอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจ” กล่าวโดย Dan Mountstephen รองประธานอาวุโสของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่นที่ Saviynt “ภูมิทัศน์ภัยคุกคามในเอเชียได้พัฒนาไปอย่างมาก โดยองค์กรต่างๆ ต้องเผชิญกับการโจมตีที่ซับซ้อนซึ่งใช้ประโยชน์จากข้อมูลระบุตัวตนเป็นพารามิเตอร์ใหม่ ความเชี่ยวชาญเชิงลึกของ Roger ในภูมิภาคนี้และแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นอันดับแรกจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยให้องค์กรต่างๆ ปรับปรุงโปรแกรมระบุตัวตนให้ทันสมัยและก้าวล้ำหน้าความเสี่ยงเหล่านี้”

Saviynt เติบโตอย่างต่อเนื่องในเอเชีย โดยทำงานร่วมกับบริษัทในกลุ่ม Fortune 500 และองค์กรในภูมิภาคต่างๆ ในด้านบริการทางการเงิน การดูแลสุขภาพ การผลิต และโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ บริษัทกำลังลงทุนเชิงกลยุทธ์ด้านบุคลากรในท้องถิ่น ความร่วมมือ และโซลูชันเฉพาะภูมิภาคเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นสำหรับการกำกับดูแลตัวตนอัจฉริยะ

“ความมุ่งมั่นของ Saviynt ต่อนวัตกรรมและแพลตฟอร์มการรักษาความปลอดภัยข้อมูลประจำตัวแบบรวมคลาวด์นั้นไม่มีใครเทียบได้” กล่าวโดย Hsu “ผมรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เข้าร่วมทีมและช่วยให้องค์กรต่างๆ ทั่วเอเชียสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลประจำตัวให้พร้อมรับอนาคตเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลที่ปลอดภัย”

การแต่งตั้ง Hsu แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของ Saviynt ที่มีต่อเอเชียในฐานะตลาดการเติบโตเชิงกลยุทธ์ และวิสัยทัศน์ของบริษัทในการกำหนดความปลอดภัยข้อมูลประจำตัวใหม่สำหรับองค์กรยุคใหม่

หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการระบุตัวตนบนคลาวด์ของ Saviynt โปรดไปที่เว็บไซต์

เกี่ยวกับ Saviynt

Saviynt ช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถรักษาความปลอดภัยในการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล ปกป้องทรัพย์สินที่สำคัญ และปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านกฎระเบียบ ด้วยวิสัยทัศน์ด้านความปลอดภัยและเป็นไปตามข้อกำหนดสำหรับองค์กรทั้งหมดในอนาคต Saviynt จึงได้รับการยอมรับให้เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมด้านการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลประจำตัว โดยมีโซลูชันล้ำสมัยที่ช่วยปกป้องแบรนด์ชั้นนำของโลก บริษัทในกลุ่ม Fortune 500 และองค์กรของรัฐ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.saviynt.com.

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

สำหรับ Saviynt ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและอินเดีย
Roshi Vijaywargiya
roshi.vijaywargiya@saviynt.com

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ
Jacklyn Kellick
jacklyn.kellick@saviynt.com

ที่มา: Saviynt

Thoughtworks Technology Radar ชี้ GenAI มาเปลี่ยนเกม พร้อมเจาะปัจจัยสำคัญที่กำหนดอนาคตการพัฒนาซอฟต์แวร์ยุคใหม่

Logo

ชิคาโก–(BUSINESS WIRE)–02 เมษายน 2025

Thoughtworks บริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีระดับโลกที่ผสานกลยุทธ์ การออกแบบ และวิศวกรรมเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมดิจิทัล ได้เผยแพร่รายงาน Technology Radar ฉบับล่าสุด ซึ่งจัดทำเป็นประจำทุก 6 เดือน โดยอ้างอิงจากประสบการณ์ตรงในการช่วยลูกค้าแก้ไขปัญหาทางธุรกิจที่ซับซ้อนผ่านการใช้เทคโนโลยี

รายงาน Technology Radar นำเสนอภาพรวมของโลกเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยในฉบับนี้ได้เจาะลึกถึงผลกระทบที่เกิดจาก Generative AI พร้อมกันนั้นยังครอบคลุมเนื้อหาหลากหลายเกี่ยวกับเทคโนโลยี เครื่องมือ และวิธีการพัฒนาซอฟต์แวร์ โดยประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ ได้แก่ การนำ AI ไปใช้งานจริงในทางปฏิบัติ แนวโน้มใหม่ของการสังเกตการณ์ระบบ (Observability) และความสำคัญของการจัดการข้อมูล (Data Management) ในระบบยุคใหม่

Rachel Laycock ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Thoughtworks กล่าวว่า “Thoughtworks Technology Radar เป็นคู่มือที่ช่วยให้เราเข้าใจเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมมาโดยตลอด รายงานฉบับนี้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการนำ Generative AI มาใช้อย่างสมดุล ขณะเดียวกันก็ไม่ละเลยที่จะกล่าวถึงแนวคิดพื้นฐานในการพัฒนาซอฟต์แวร์ เช่น การคิดแบบผลิตภัณฑ์ข้อมูล และการพัฒนาระบบสังเกตการณ์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งล้วนเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างระบบที่มีทั้งประสิทธิภาพและความยืดหยุ่น”

Technology Radar ฉบับที่ 32 ยังคงรวบรวมเทคโนโลยีกว่า 100 รายการ หรือที่เรียกว่า “blips” ซึ่งครอบคลุมเครื่องมือ เทคนิค แพลตฟอร์ม ภาษา และเฟรมเวิร์กที่หลากหลาย พร้อมทั้งนำเสนอ 4 ธีมหลักที่สะท้อนแนวโน้มสำคัญที่เกิดขึ้นในระหว่างการจัดทำรายงานฉบับนี้ ได้แก่:

  • จงควบคุม AI Agent ผู้ช่วยเขียนโค้ด (Supervised Agents in Coding Assistants):

AI ผู้ช่วยเขียนโค้ดในปัจจุบันมีความสามารถสูงขึ้นอย่างมาก สามารถสร้างโค้ดใหม่ แก้ไขข้อผิดพลาด หรือปรับปรุงโค้ดเดิมได้โดยตรงใน IDE ซึ่งช่วยให้กระบวนการพัฒนาเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม นักพัฒนายังคงต้องมีบทบาทในการควบคุมและตรวจสอบการทำงานของ AI อย่างใกล้ชิด เพื่อหลีกเลี่ยงการพึ่งพาโค้ดที่สร้างโดย AI โดยไม่ผ่านการกลั่นกรองจากมนุษย์
 

  • วิวัฒนาการของระบบสังเกตการณ์ (Evolving Observability):

ความซับซ้อนของสถาปัตยกรรมแบบกระจายศูนย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้เร่งให้แนวคิดด้านการสังเกตการณ์ (Observability) พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการใช้โมเดลภาษา (LLM) เพื่อช่วยติดตามและวิเคราะห์ประสิทธิภาพของระบบ AI และการนำมาตรฐาน OpenTelemetry มาใช้อย่างกว้างขวางเพื่อสร้างความเป็นมาตรฐานในกระบวนการนี้ ความเคลื่อนไหวเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก ที่แสดงว่าอุตสาหกรรมให้ความสำคัญกับ Observability มากยิ่งขึ้นในฐานะองค์ประกอบสำคัญของระบบที่เชื่อถือได้

  • ตัว R ในคำว่า RAG (R in RAG):

หัวใจสำคัญของเทคนิค Retrieval Augmented Generation (RAG) คือกระบวนการ “ดึงข้อมูล” (Retrieval) เพื่อช่วยให้ LLM สร้างคำตอบที่ตรงประเด็นและมีประโยชน์มากขึ้น ปัจจุบันมีเทคนิคใหม่ๆ อย่าง Corrective RAG, Fusion-RAG และ Self-RAG ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดึงข้อมูลและปรับปรุงคุณภาพผลลัพธ์จากโมเดล เทรนด์นี้สะท้อนถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของเครื่องมือที่ช่วยยกระดับความแม่นยำของ Generative AI

  • การจัดการข้อมูลยุคใหม่ (Taming the Data Frontier):

แนวโน้มการจัดการข้อมูลกำลังเปลี่ยนจากการเน้นปริมาณไปสู่การจัดการข้อมูลที่ซับซ้อนและหลากหลายมากขึ้น ความท้าทายอยู่ที่การทำให้ข้อมูลพร้อมใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในการเก็บ รวบรวม และนำไปใช้ต่อในระบบ AI หรือการวิเคราะห์ ธีมนี้ยังเน้นแนวคิด “การคิดแบบผลิตภัณฑ์ข้อมูล” (Data Product Thinking) ที่นำแนวทางการบริหารผลิตภัณฑ์มาใช้กับข้อมูล เพื่อเพิ่มคุณค่าและประโยชน์ในการใช้งานข้อมูลให้สูงที่สุด

ผู้สนใจสามารถเข้าชมรายงาน Technology Radar ฉบับเต็มได้ทั้งในรูปแบบอินเทอร์แอกทีฟ หรือดาวน์โหลดเป็นไฟล์ PDF ได้ที่ www.thoughtworks.com/radar

แหล่งอ้างอิง:
 – Read more about the macro trends in the tech industry in this edition.
 – The machines are rising — but developers still hold the keys
 – We need to talk about vibe coding

โปรดติดตามข่าวสารล่าสุดจาก Thoughtworks ได้ที่เว็บไซต์ของบริษัท และติดตาม Thoughtworks ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียบน X, LinkedIn และ YouTube

– ### –

เกี่ยวกับ Thoughtworks

Thoughtworks คือบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีระดับโลก ซึ่งผสานความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบ วิศวกรรม และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมดิจิทัล ปัจจุบัน เรามี Thoughtworker มากกว่า 10,000 คน ใน 48 สาขา ครอบคลุม 19 ประเทศทั่วโลก ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา เราได้ร่วมสร้างผลลัพธ์ที่โดดเด่นกับลูกค้า โดยใช้เทคโนโลยีเป็นปัจจัยสำคัญในการแก้ไขปัญหาทางธุรกิจที่ซับซ้อน

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:
Kathrin Jansing หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ภาคพื้นยุโรป
อีเมล: kathrin.jansing@thoughtworks.com

ที่มา: Thoughtworks

SSD แบบพกพาของ Kioxia คว้ารางวัล Red Dot Design Award สาขาการออกแบบผลิตภัณฑ์ประจำปี 2025

Logo

ที่ได้รับการยอมรับถึงการออกแบบที่ล้ำสมัย ฟังก์ชันการทำงานที่เน้นผู้ใช้ และโครงสร้างที่ทนทาน

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–24 เมษายน 2025

Kioxia Corporation ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันหน่วยความจำ ประกาศในวันนี้ว่าซีรีส์ SSD แบบพกพา EXCERIA PLUS G2 ของบริษัทได้รับรางวัล Red Dot Design Award ในประเภท “การออกแบบผลิตภัณฑ์ ประจำปี 2025” โดยรางวัล Red Dot Design Award นี้ถือเป็นรางวัลด้านการออกแบบที่ทรงเกียรติที่สุดรางวัลหนึ่งของโลก ซึ่งมอบให้แก่ผลิตภัณฑ์ที่มีดีไซน์ยอดเยี่ยมที่สุดทุกปี ผู้ชนะจะได้รับเกียรติในพิธีมอบรางวัล Red Dot Design Award ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 กรกฎาคมที่เมืองเอสเซน ประเทศเยอรมนี

Red Dot Design Award Winner: Kioxia’s EXCERIA PLUS G2 Portable SSD Series

ผู้ชนะรางวัล Red Dot Design Award: ซีรีส์ SSD แบบพกพา EXCERIA PLUS G2 ของ Kioxia

คณะกรรมการของ Red Dot ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ได้เลือกซีรีส์ SSD แบบพกพา EXCERIA PLUS G2 เนื่องจากมีดีไซน์ที่เพรียวบาง ฟังก์ชันที่เน้นผู้ใช้ และโครงสร้างที่ทนทาน รางวัลดังกล่าวมอบให้แก่ตัวเครื่องอะลูมิเนียมที่เรียบและโค้งมน ไม่มีสกรูที่มองเห็นได้เพื่อให้สัมผัสที่ไร้รอยต่อ รวมถึงมีโซลูชันระบายความร้อนและทนต่อแรงกระแทกผ่านการออกแบบ

โดยซีรีส์ SSD แบบพกพา EXCERIA PLUS G2 ยังเคยได้รับรางวัล GOOD DESIGN AWARD 2024 ในญี่ปุ่นมาก่อนอีกด้วย

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง:
ข้อมูลผลิตภัณฑ์ซีรีส์ SSD แบบพกพา EXCERIA PLUS G2
(เว็บไซต์ Kioxia Singapore Pte.Ltd.)
https://apac.kioxia.com/en-apac/personal/ssd/exceria-plus-g2-portable.html

*ชื่อบริษัท ชื่อผลิตภัณฑ์ และชื่อบริการทั้งหมดอาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทบุคคลที่สาม

เกี่ยวกับ Kioxia
Kioxia เป็นผู้นำระดับโลกในด้านโซลูชันหน่วยความจำ ซึ่งทุ่มเทให้กับการพัฒนา การผลิต และการขายหน่วยความจำแฟลชและโซลิดสเตตไดรฟ์ (SSD) ในเดือนเมษายน 2017 บริษัท Toshiba Memory ซึ่งเป็นชื่อเดิมของบริษัทได้แยกตัวออกมาจาก Toshiba Corporation ซึ่งเป็นบริษัทที่คิดค้นหน่วยความจำแฟลช NAND ในปี 1987 Kioxia มุ่งมั่นที่จะยกระดับโลกด้วย “หน่วยความจำ” ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ และระบบที่สร้างทางเลือกให้กับลูกค้าและการสร้างคุณค่าสำหรับสังคมผ่านหน่วยความจำ โดย BiCS FLASH™ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีหน่วยความจำแฟลช 3 มิติที่เป็นนวัตกรรมของ Kioxia กำลังกำหนดอนาคตของการจัดเก็บข้อมูลในแอปพลิเคชันที่มีความหนาแน่นสูง รวมถึงสมาร์ทโฟนขั้นสูง พีซี ระบบยานยนต์ ศูนย์ข้อมูล และระบบ AI เชิงสร้างสรรค์

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20250422321137/en

Contacts

การติดต่อสอบถามสำหรับสื่อ:
Kioxia Corporation
แผนกการจัดการโปรโมชั่น
Koji Takahata
โทร.: +81-3-6478-2404

ที่มา: Kioxia Corporation

3Degrees แต่งตั้ง Philippe Vedrenne เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2025

Logo

ซานฟรานซิสโก–(BUSINESS WIRE)–22 เมษายน 2025

3Degrees ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโซลูชันด้านสภาพอากาศระดับโลกชั้นนำและได้รับการรับรองจาก B Corporation มีความยินดีที่จะประกาศแต่งตั้ง Philippe Vedrenne ให้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2025 โดย Vedrenne จะเข้ารับตำแหน่งดังกล่าวแทน Steve McDougal ซึ่งเป็น CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง 3Degrees คนปัจจุบัน โดย McDougal ลาออกจากตำแหน่งผู้นำของบริษัท และได้แจ้งต่อคณะกรรมการบริหารเมื่อปีที่แล้วว่าเขาจะเกษียณอายุจากตำแหน่ง CEO และจะยังคงมีส่วนร่วมในฐานะสมาชิกของคณะกรรมการต่อไป

3Degrees Appoints Philippe Vedrenne as Chief Executive Officer, Effective May 1, 2025

3Degrees แต่งตั้ง Philippe Vedrenne เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2025

Vedrenne มีประสบการณ์ในตลาดพลังงานระดับโลกมากกว่าสองทศวรรษจากการดำเนินงานในหลายทวีป โดยล่าสุดที่ Engie เขาดูแลกิจกรรมการค้าและการค้าปลีกในอเมริกาเหนือและใต้สำหรับไฟฟ้าและก๊าซ ในตำแหน่งนี้ เขาเป็นผู้นำความพยายามในการนำโซลูชันพลังงานหมุนเวียนในระดับสาธารณูปโภคมาสู่ตลาดองค์กรด้วยการผสมผสานสินทรัพย์ประเภทลม พลังงานแสงอาทิตย์ และแบตเตอรี่

Vedrenne เริ่มต้นอาชีพในยุโรปที่ Gaz de France ซึ่งเขามีบทบาทสำคัญในการสร้าง Gasely ซึ่งเป็นหน่วยธุรกิจการค้าที่พัฒนามาเป็น Engie Global Markets และต่อมาเขาก็ได้ดำรงตำแหน่ง CEO ในขณะที่ดำเนินกิจกรรมกลางน้ำก๊าซธรรมชาติของ Engie ในยุโรป เขาได้เจรจาสัญญาจัดหาระยะยาวของบริษัทใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับตลาด มีส่วนสนับสนุนในการประกันความปลอดภัยของอุปทานในยุโรป และช่วยสร้างกระแสไหลย้อนกลับของก๊าซธรรมชาติไปยังยูเครนภายหลังการลุกฮือที่จัตุรัสไมดานและสงครามรัสเซีย-ยูเครนในปี 2014 ก่อนจะย้ายไปสหรัฐอเมริกาในปี 2021 Vedrenne ได้เป็นผู้นำโครงการสำคัญสองโครงการสำหรับ Engie ได้แก่ การพัฒนากิจกรรมข้อตกลงการซื้อพลังงานหมุนเวียน (PPA) ในยุโรป และโครงการคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ที่กำหนดความทะเยอทะยานในการลดคาร์บอนของ Engie และแนวทางสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2045

Dan Kalafatas ผู้ก่อตั้งร่วมและประธานคณะกรรมการบริหารของ 3Degrees กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ Philippe Vedrenne เข้ามาดำรงตำแหน่ง CEO คนต่อไปของ 3Degrees การคัดเลือกผู้นำระดับโลกของเราเน้นไปที่การคัดเลือกผู้นำคนใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญในการขับเคลื่อนบทต่อไปของการเติบโตของ 3Degrees ซึ่ง Philippe เป็นผู้มีประสบการณ์ความเป็นผู้นำระดับโลกที่หาได้ยาก มีประวัติความสำเร็จ มุ่งเน้นที่ผู้นำด้านบริการ และมีความมุ่งมั่นที่จะนำโซลูชันการลดคาร์บอนที่สร้างสรรค์มาสู่โลก คณะกรรมการบริหารของ 3Degrees ยังต้องการแสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้งต่อ Steve McDougal ในช่วงดำรงตำแหน่ง CEO Steve ได้เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงของบริษัทจากบริษัทพลังงานหมุนเวียนขนาดเล็กที่เน้นในอเมริกาเหนือไปสู่ผู้ให้บริการโซลูชันด้านสภาพอากาศระดับโลกชั้นนำที่ให้คำปรึกษาแก่บริษัทที่ใหญ่ที่สุดบางแห่งในโลก”

“ผมตื่นเต้นมากที่จะรับบทบาท CEO และช่วยเร่งการเติบโตของ 3Degrees และผลกระทบต่อสภาพอากาศของลูกค้าของเรา” Vedrenne กล่าว “ทีมงานทั้งหมดมีความแข็งแกร่งอย่างเหลือเชื่อ มีความเชี่ยวชาญด้านตลาดและการทำงานอย่างลึกซึ้ง ผมตั้งตารอที่จะช่วยผลักดันการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของบริษัทในตลาดปัจจุบันและตลาดใหม่ และใช้การผสมผสานที่เป็นเอกลักษณ์ระหว่างการมีส่วนร่วมในตลาดและการมุ่งเน้นที่ลูกค้าเป็นศูนย์กลางเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และโซลูชันใหม่ๆ ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมองค์กรที่เป็นแบบอย่างที่ดีเช่นนี้ ซึ่งช่วยให้ผมสามารถทำงานที่ท้าทายสำหรับเราทุกคนได้”

McDougal กล่าวเสริมว่า “การร่วมก่อตั้ง 3Degrees กับ Dan Kalafatas ซึ่งต่อมาได้ดำรงตำแหน่ง CEO ของบริษัทเป็นเวลาสิบปีนั้นถือเป็นสิทธิพิเศษที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของผม ผมรู้สึกภูมิใจอย่างยิ่งในสิ่งที่ทีมงาน 3Degrees สร้างร่วมกันมาเกือบสองทศวรรษ ผมตั้งตารอที่จะสนับสนุนอนาคตที่สดใสของ 3Degrees ในบทบาทของผมในฐานะคณะกรรมการบริหาร และรู้สึกมั่นใจว่า Philippe จะเป็นผู้ดูแลบริษัทได้อย่างยอดเยี่ยมในขณะที่บริษัทขยายผลกระทบไปทั่วโลกสำหรับลูกค้า พันธมิตร ซัพพลายเออร์ พนักงาน และสภาพอากาศ”

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:  https://www.businesswire.com/news/home/20250422978066/en

Contacts

Rachel Fagan
512.791.2083

ที่มา: 3Degrees