Category Archives: Featured

โตชิบาเปิดตัว โฟโต้รีเลย์แพ็กเกจแบบ 4 พิน SO6 ที ่สามารถปฏิบัติการที่อุณหภูมิสู งสุด 110 องศาเซลเซียส

Logo

         โตเกียว–(บิสิเนส ไวร์)–21 กันยายน 2016

         ผลิตภัณฑ์ที่มีโครงสร้างพิมพ์แบบดับเบิ้ล ปราศจากฮาโลเจนที่สามารถรับประกันการแยกของแรงดันสูงสุดอยู่ที่ 3750 Vrms ได้รับการเพิ่มอยู่หมวดสินค้า

         บริษัท สตอเรจ แอนด์ อิเล็กทรอนิกส์ ดีไวเซส โซลูชันส์ (Storage & Electronic Devices Solutions Company) ในเครือของโตชิบา คอร์ปอเรชั่น (Tokyo:6502) วันนี้ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับหมวดโฟโต้รีเลย์ที่ใช้ในเครื่องมือการวัด ระบบรักษาความปลอดภัย และการใช้งานอื่นๆ โฟโต้รีเลย์นี้มีแพ็กเกจแบบ 4 พิน SO6 ที่สามารถปฏิบัติการที่อุณหภูมิสูงสุด 110 องศาเซลเซียส โฟโต้รีเลย์ตัวใหม่นี้เป็นผลิตภัณฑ์ไร้ฮาโลเจน[1] โดยมีโครงสร้างพิมพ์แบบดับเบิ้ลที่รับประกันการแยกของแรงดันสูงสุดอยู่ที่ 3750 Vrms โดยเริ่มการส่งออกวันนี้

         สามารถรับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: http://www.businesswire.com/news/home/20160921005556/en/

 โตชิบา: โฟโต้รีเลย์แพ็กเกจแบบ 4 พิน SO6 ที่สามารถปฏิบัติการที่อุณหภูมิสูงสุด 110 องศาเซลเซียส (รูปภาพ: บิสิเนส ไวร์)

logo
 

         “TLP172AM” และ “TLP172GM” ใช้เทคโนโลยีแบบชิพหลากหลายและได้รับการพัฒนาให้มีสเป็คที่สูง พินเข้ากันได้กับผลิตภัณฑ์โตชิบาที่มีอยู่ในแพ็กเกจ 2.54SOP คือ “TLP172A” และ “TLP172G” โครงสร้างพิมพ์แบบดับเบิ้ลช่วยพัฒนาการแยกแรงดันอยู่ที่ 3750 Vrms ซึ่งต่างจากผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่คือ 1500 Vrms 

         การนำไปใช้งานรวมถึงระบบอัตโนมัติในโรงงาน ระบบการจัดการแบตเตอรี่ (BMS) ระบบรักษาความปลอดภัย อุปกรณ์สื่อสารคมนาคม ระบบ IoT และการแทนที่รีเลย์แบบเมคานิก 

                         

คุณสมบัติหลัก

 ชื่อผลิตภัณฑ์
 ผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่แล้ว
 ผลิตภัณฑ์ใหม่ 
TLP172A TLP172G TLP172AM TLP172GM
Contact 1 Form A
Package 2.54SOP4 ï¼”-pin SO6
TOPR -40 to 85 degrees Celsius -40 to 110 degrees Celsius
IFT (max) 3mA
VOFF (min) 60V 350V 60V 350V
RON (max) 2Ω 50Ω 2Ω 50Ω
ION(max) 0.4A 0.11A 0.5A 0.11A
Pulsed ION(max) 1.2A 0.33A 1.5A 0.33A
BVs(min) 1500Vrms 3750Vrms
tON(max) 2ms 1ms 2ms 1ms
tOFF(max) 0.5ms 1ms 0.5ms 0.5ms

         หมายเหตุ
         [1] บริษัท สตอเรจ แอนด์ อิเล็กทรอนิกส์ ดีไวเซส โซลูชันส์อธิบายผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากฮาโลเจนและพลวงหากมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้: (a) มีโบรมีน (Br) และคลอรีน (Cl) ไม่มากไปกว่า 900 ส่วนต่อหนึ่งล้าน (ppm) โดยน้ำหนักของแต่ละธาตุ และมีโบรมีนและคลอรีนในผลรวมไม่เกิน 1500 ppm โดยน้ำหนัก; และ (b) มีพลวงไม่มากกว่า 1000 ppm (Sb) โดยน้ำหนัก สำหรับการขจัดความสงสัยและสับสน ผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากฮาโลเจนและพลวงอาจมีโบรมีน คลอรีน หรือพลวงอยู่และอาจมีธาตุอื่นในตระกูลฮาโลเจนรวมอยู่ด้วย 

         สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่และโฟโต้รีเลย์ของโตชิบาได้ที่ http://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/product/opto/photocoupler/photorelay.html

         ลูกค้าติดต่อสอบถามได้ที่
         Optoelectronic Device Sales & Marketing Department
         โทร: +81-3-3457-3431
         http://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/contact.html

         *ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้ รวมถึงราคาและข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาการบริการและข้อมูลติดต่อ เป็นข้อมูลปัจจุบัน ณ วันที่ประกาศ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า 

         เกี่ยวกับโตชิบา
         โตชิบา คอร์ปอเรชั่น หนึ่งในบริษัท Fortune Global 500 นำเสนอผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์อันล้ำสมัย รวมถึงระบบต่างๆ ใน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ พลังงาน (Energy) เพื่อทุกวันของชีวิตที่สะอาดและปลอดภัยขึ้นอย่างยั่งยืน, โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) เพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน และการจัดเก็บข้อมูล (Storage) เพื่อสนับสนุนสังคมแห่งข้อมูลข่าวสารที่ก้าวล้ำ โตชิบาส่งเสริมการดำเนินงานทั่วโลก และสนับสนุนการสร้างสรรค์โลกเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของคนรุ่นต่อๆ ไป ภายใต้รากฐานความมุ่งมั่นของโตชิบา กรุ๊ป ที่ว่า “ความมุ่งมั่นต่อประชากร, ความมุ่งมั่นต่ออนาคต”

         โตชิบาก่อตั้งขึ้นในโตเกียวเมื่อปี 1875 และปัจจุบันเป็นศูนย์กลางของกลุ่มบริษัทในเครือกว่า 550 แห่ง ด้วยจำนวนพนักงาน 188,000 คนทั่วโลก และยอดขายต่อปีกว่า 5.6 ล้านล้านเยน (5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) (ณ วันที่ 31 มีนาคม 2016) 

         สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโตชิบาได้ที่ www.toshiba.co.jp/in

         รับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.comhttp://www.businesswire.com/news/home/20160921005556/en/

         สื่อมวลชนติดต่อ:
         Toshiba Corporation
         Storage & Electronic Devices Solutions Company
         Koji Takahata, +81-3-3457-4963
         semicon-NR-mailbox@ml.toshiba.co.jp

The Rohatyn Group เปิดสำนักงานแห่งใหม่ที่เก าหลีใต้

Logo

นิวยอร์ก–(บิสิเนส ไวร์)–20 กันยายน 2016

         องค์กรแสดงตนชัดเจนขึ้นในด้านการเงินร่วมลงทุนในเอเชีย

         The Rohatyn Group (“TRG”) บริษัทบริหารสินทรัพย์ชั้นนำในตลาดเกิดใหม่ ประกาศวันนี้ว่าได้เปิดสำนักงานแห่งใหม่ขึ้นที่เกาหลีใต้ ซึ่งเป็นสำนักงานที่ 15 ในโลก สำนักงานใหม่นี้จะเน้นในการแสวงหาโอกาสกิจการเงินร่วมลงทุนในเกาหลี ซึ่งจะเติมเต็มความสามารถด้านการลงทุนของ TRG ที่มีอยู่แล้วในเอเชีย ซึ่งรวมถึงกิจการเงินร่วมลงทุน อสังหาริมทรัพย์ โครงสร้างพื้นฐาน และตราสารหนี้

         Chris Seaver ซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์ของ TRG กล่าวว่า “การก่อตั้งสำนักงานอย่างเป็นทางการในเกาหลี เป็นกลยุทธ์การขยายกิจการเงินร่วมลงทุนในเอเชีย เกาหลีเป็นทางเลือกการกระจายธุรกิจที่น่าดึงดูดสำหรับนักลงทุน ที่มีพอร์ตโฟลิโอกิจการเงินร่วมลงทุนเน้นหนักไปทางอเมริกาและยุโรป ยิ่งไปกว่านั้น เกาหลียังมีความน่าดึงดูดอีกหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมในด้านระเบียบข้อบังคับที่ดีและมีความคาดคะเนได้ การมีตัวอย่าง exits ที่ประสบความสำเร็จ และมีเบส LP ท้องถิ่นที่แอคทีฟ” 

         Gordon Cho กรรมการผู้จัดการของ TRG จะเป็นผู้บริหารจัดการสำนักงานและเป็นผู้นำในโครงการต่างๆ ขององค์กรในท้องถิ่นนี้ Mr. Cho กล่าวว่า “ข้อเสนอแผนธุรกิจ (deal flow) ของเกาหลีมีความเข้มแข็งมาก ซึ่งถูกขับเคลื่อนโดยการปรับโครงสร้างของกลุ่มธุรกิจขนาดยักษ์ secondary ดีล และบริษัทที่มองหาทางเลือกด้านการเงินที่กว้างขึ้น พวกเราเห็นว่าบริษัทของเกาหลีเป็นผู้แข่งขันที่แข็งแกร่งสำหรับการขยายตัวในเอเชีย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความเชี่ยวชาญหลักสำหรับ TRG เนื่องมาจากผลิตภัณฑ์ของเกาหลีที่มีคุณภาพสูงและได้รับความนิยมแพร่หลาย”

         ปัจจุบัน การลงทุนของ TRG ในเกาหลีประกอบไปด้วย BHC Company Ltd. และบริษัทในเครือคือ Changgo43, Big Two Co., Ltd. และ Bokang Enterprise, Ltd.

         เกี่ยวกับ TRG

         The Rohatyn Group เป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ชั้นนำในตลาดเกิดใหม่ บริษัทก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2002 โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ในนิวยอร์ก และมีสาขาทั่วโลก ทั้งในสิงคโปร์ ฮ่องกง โซล ลอนดอน บัวโนสไอเรส ลิมา มอนเตวิเดโอ เม็กซิโกซิตี้ เซาเปาโล มุมไบ และนิวเดลี สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชม www.rohatyngroup.com

         รับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.comhttp://www.businesswire.com/news/home/20160920006796/en/

         ติดต่อ: 
         ตัวแทน TRG: 
         Sard Verbinnen & Co
         Paul Caminiti/Chris Kittredge/Julie Rudnick, 212-687-8080

แบรนด์ไทยอยู่ท่ามกลางแบรนด์ ผู้ชนะเลิศ 210 แบรนด์ในงาน 2016 World Brand ing Awards ที่พระราชวังเค็นซิงตัน

Logo

 ลอนดอน–(บิสิเนส ไวร์)–21 กันยายน 2559

         งานสุดอลังการครั้งที่ 3 World Branding Awards มี 210 แบรนด์จาก 30 ประเทศได้ชื่อว่าเป็น “แบรนด์แห่งปี” ในงานมอบรางวัลหรูหราที่จัดขึ้นที่ทางเข้าและเรือนกระจกของพระราชวังเค็นซิงตันในวันนี้

         Apple, BMW, British Council, Cartier, Coca-Cola, Facebook, Google, Lego, L'Oréal, Louis Vuitton, McDonald's, Nescafé, Nike, Oral-B, Pampers, Rolex, Samsung, Starbucks, Schwarzkopf และ VISA ได้รับการประกาศให้เป็นผู้ชนะระดับโลก

         แบรนด์ที่ชนะจากประเทศไทย คือ AIS, Bangkok Bank, King Power, SB Furniture, Siam Paragon, Singha, Tipco และ Tops Supermarket ผู้ชนะจากประเทศอื่นรวมถึง ICBC (จีน), Bang & Olufsen (เดนมาร์ก), Hermès (ฝรั่งเศส), Nivea (เยอรมนี), Chow Tai Fook (ฮ่องกง), State Bank of India, Indomilk (อินโดนีเซีย), Prada (อิตาลี), Sukiya (ญี่ปุ่น), Maybank (มาเลเซีย), Dulux (เนเธอร์แลนด์), SM Supermalls (ฟิลิปปินส์), Sberbank (รัสเซีย), Nando's (แอฟริกาใต้), AmorePacific (เกาหลีใต้), Santander (สเปน), Zurich (สวิตเซอร์แลนด์), Dubai Duty Free (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์), and Prudential (สหราชอาณาจักร) และอื่นๆ

         ผู้ชนะระดับภูมิภาคได้แก้ Eu Yan Sang , Giordano, Lee Kum Kee, Mandarin Oriental และ Watsons จากฮ่องกง; Indomie (อินโดนีเซีย); Ajinomoto, Isetan, Kikkoman และ Uniqlo จากญี่ปุ่น; MTN จากแอฟริกาใต้; Zara (สเปน); และ RAK Ceramics (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์)

         ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตนที่แต่ละแบรนด์มี ผู้ชนะได้รับการตัดสินโดยใช้ 3 เกณฑ์ในการพิจารณา คือ: คุณค่าของแบรนด์ การทำการวิจัยตลาดผู้บริโภค และการโหวตออนไลน์สาธารณะ แต่ละแบรนด์ได้ชื่อว่าเป็น “แบรนด์แห่งปี” ในหมวดหมู่ของตนเอง ในปีนี้ ถ้วยรางวัลที่ทำจากทองคำ 24-kt ที่ได้รับการออกแบบใหม่ได้ถูกมอบให้กับผู้ชนะทั้งหมด

         รางวัลนี้จัดโดย World Branding Forum ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรระดับโลกที่ทุ่มเทในการพัฒนามาตรฐานการสร้างแบรนด์ให้ก้าวหน้าสำหรับการสร้างสรรค์สิ่งดีให้กับชุมชนของแบรนด์และผู้บริโภค ซึ่งได้จัดและให้การสนับสนุนโปรแกรมทางการศึกษาต่างๆ และมีการร่วมมือกับมหาลัยชั้นนำและพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ด้วย The Forum ยังได้ตีพิมพ์ข่าวเกี่ยวกับการสร้างแบรนด์บนเว็บไซต์ของเขาที่สามารถเข้าถึงผู้อ่านได้กว่า 5 ล้านคน

         “งานจัดรางวัลนี้เฉลิมฉลองความสำเร็จของแบรนด์ที่ดีที่สุดทั่วโลก 70 เปอร์เซ็นต์ของกระบวนการให้คะแนนมาจากโหวตของผู้บริโภค แบรนด์ที่ชนะได้มีคะแนนการสร้างความเชื่อมั่นที่ดีกับลูกค้าของเขา” Richard Rowles ซึ่งเป็นประธานของ World Branding Forum กล่าว

         “เนื่องจากแคมเปญนี้ได้รับความสำเร็จ ในปีนี้เราจึงเห็นการเข้ามามีส่วนร่วมที่เพิ่มขึ้นในการมอบรางวัล ผู้บริโภคกว่า 120,000 คนจากทั่วโลกโหวตให้กับ 2,800 แบรนด์จาก 35 ประเทศ ผู้ชนะรางวัลได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความสามารถในการเป็นที่โดดเด่น แตกต่างจากคู่แข่ง” Peter Pek ซึ่งเป็นผู้บริหารของ Forum กล่าว

         งานในครั้งจัดรายการโดย David Croft จาก Sky Sports สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมและรายชื่อของผู้ชนะทั้งหมดได้ที่awards.brandingforum.org

         เกี่ยวกับ World Branding Forum
         World Branding Forum (WBF) เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรระดับโลกที่ได้รับการจดทะเบียน ซึ่งมุ่งหวังและมีกิจกรรมเพื่อยกระดับมาตรฐานของการสร้างแบรนด์เพื่อส่งผลดีต่ออุตสาหกรรม รวมทั้งต่อผู้บริโภค WBF ได้ผลิต บริหาร และช่วยเหลือโปรแกรมต่างๆ มากมายไม่ว่าจะเป็นการทำวิจัย การพัฒนา การศึกษา การเป็นที่จดจำ การสร้างเครือข่ายและการขยาย รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ brandingforum.org

         เกี่ยวกับ World Branding Awards
         World Branding Awards เป็นการมอบรางวัลของ World Branding Forum ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรที่ได้รับการจดทะเบียน รางวัลนี้มอบให้กับความสำเร็จของแบรนด์ที่ดีที่สุดในโลก ซึ่งมีรางวัลสองประเภทคือ Global Awards ที่มอบให้กับแบรนด์นานาชาติ ในขณะที่ National Awards ให้กับแบรนด์ที่มีชื่ออยู่ในประเทศแหล่งกำเนิดของสินค้า สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถรับชมได้ที่ https://awards.brandingforum.org

         สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.comhttp://www.businesswire.com/cgi-bin/mmg.cgi?eid=51421685&lang=en

         ติดต่อ: 
         World Branding Forum
         Peter Michaels
         +44 (0)20 3743 9880

         สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่: http://www.businesswire.com/cgi-bin/mmg.cgi?eid=51421685&lang=en

ผลิตภัณฑ์ใหม่ โตชิบา MCU ชิพเดี่ยว และจำนวนพินต ่ำ ทำให้เกิดการควบคุมมอเตอร์ที ่หลากหลาย

Logo

 โตเกียว–(บิสิเนส ไวร์)–20 กันยายน 2016

         บริษัท สตอเรจ แอนด์ อิเล็กทรอนิกส์ ดีไวเซส โซลูชันส์ (Storage & Electronic Devices Solutions Company) ในเครือของโตชิบา คอร์ปอเรชั่น (Tokyo:6502) ประกาศวันนี้ว่าได้พัฒนาไมโครคอนโทรเลอร์กลุ่มใหม่ กลุ่ม “M4K” ที่จะใช้ชิพเดี่ยวที่มีพินเค้าท์ต่ำ (32-64 พิน) เพื่อควบคุมมอเตอร์หลากหลาย กลุ่ม M4K ออกมาเป็นชิ้นที่สองในตระกูล TXZ™ ของโตชิบา ที่เป็นไมโครคอนโทรเลอร์ที่มีความเร็วสูง ใช้พลังงานต่ำ ที่รวมเข้าด้วยกันกับ ARM® Cortex®-M core และการส่งสินค้าตัวอย่าง 13 ชิ้นจะเริ่มในเดือนตุลาคม 

         เนื่องจากข้อบังคับในด้านการประหยัดพลังงานนั้นเข้มงวดมากขึ้น และผลิตภัณฑ์ต่างๆ มีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ ความต้องการในการใช้ไมโครคอนโทรเลอร์ (MCUs) จึงเพิ่มขึ้นด้วยการใช้พินที่น้อยลงที่สามารถควบคุมมอเตอร์ที่หลากหลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ได้สนองต่อความต้องการของระบบควบคุมมอเตอร์ของอุปกรณ์ในบ้าน เช่นเครื่องปรับอากาศ และขึ้นกับ ARM® Cortex®-M4F ซึ่งรวม processing unit แบบลอยตัวไว้ ฟีเจอร์ที่ได้รับการบูรณาการคือคอนเวอเตอร์ AD ที่มีความแม่นยำสูง ด้วยความเร็วในการคอนเวอร์ต 0.5 μs หน่วยความจำ Flash ความเร็วสูงด้วยการปฏิบัติงาน 80 MHz และ co-processor สำหรับเวกเตอร์เอนจินรุ่นแรกของโตชิบา ฟีเจอร์เหล่านี้สามารถทำให้ผลิตภัณฑ์ใหม่มีมอเตอร์คอนโทรลที่มีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันก็พัฒนาปัจจัยด้านพลังงานและควบคุมระบบได้ด้วย

         ผลิตภัณฑ์ใหม่รองรับอินเตอร์เฟส RAMScope ซึ่งสามารถคอนเฟิร์มพารามิเตอร์ในเวลาจริง โดยมอเตอร์ไม่หยุด ด้วยการโหลดพารามิเตอร์ที่เกี่ยวเนื่องกับการควบคุมมอเตอร์ไปที่ RAM ฟังก์ชั่นตรวจสอบด้วยตัวเองที่คอนเฟิร์มแรงดันสำหรับคอนเวอเตอร์ AD และวงจรพีชคณิต CRC ที่จับสำหรับการปฏิบัติการต่างๆ ของหน่วยความจำก็ได้นำมาใช้ในการบรรเทาความหนักหน่วยของกระบวนการซอฟต์แวร์ที่ต้องใช้เพื่อความปลอดภัย[1]

         • การใช้งาน
         เครื่องใช้ที่มีระบบควบคุมมอเตอร์ 
         เครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า ตู้เย็น พัดลมระบายอากาศ พัดลมติดเพดาน รถจักรยานไฟฟ้า เป็นต้น

         • ฟีเจอร์หลักของผลิตภัณฑ์ใหม่
         (1) มอเตอร์สองตัวสามารถควบคุมได้ด้วยแพ็กเกจแบบ 64 พิน

         จนถึงปัจจุบันนี้ การดันมอเตอร์สองตัวต้องใช้ผลิตภัณฑ์[2] ที่มีแพ็กเกจแบบ 100 พิน ขณะนี้ ผลิตภัณฑ์ในครอบครัว TXZ ซึ่งมีแพ็กเกจแบบ 64 พินสามารถควบคุมมอเตอร์ได้สองตัว เพราะคอนเวอเตอร์ AD สำหรับจับตำแหน่งมอเตอร์ได้รับการเร่งขึ้นและมีความเร็วในการคอนเวอร์ต 0.5 μs

         (2) ให้โซลูชั่นส์สำหรับไดรฟวิ่งมอเตอร์ให้ง่ายขึ้น

         ไดรฟวิ่งมอเตอร์สามารถใช้งานโดยการให้โซลูชั่นส์เช่น ตัวอย่างซอฟต์แวร์ใช้ทรัพยากรฮารด์แวร์แบบบิลด์อิน (เวกเตอร์เอนจินพลัสแบบพัฒนาแล้ว(A-VE+), คอนเวอร์เตอร์ AD แบบความเร็วสูง และวงจรควบคุมมอเตอร์แบบพัฒนาแล้ว (A-PMD)) ในการใช้การควบคุมเวกเตอร์และการควบคุมพาวเวอร์ซัพพลาย

         (3) แพ็กเกจสามารถช่วยลดขนาดของบอร์ดวงจรที่ใช้ในผลิตภัณฑ์เช่นเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน
         ให้ผลิตภัณฑ์ที่มีพินจำนวนน้อย (32-64 พิน) และความจำ Flash น้อย (64 KB-128 KB)

         • เอ้าท์ไลน์และคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ใหม่
         ชื่อซีรี่ส์/กลุ่มสินค้า
         ซีรี่ส์ “TXZ4”/ กลุ่ม “M4K”
         CPU core ARM® Cortex®-M4F 
         Maximum Operating Frequency 80 MHz 
         Internal Oscillator 10 MHz (±1%) 
         Flash (code) 64K to 128KB 
         Flash (data) – 
         Internal Memory 
         RAM 18K to 26KB with parity bits 
         I/O Port 24 to 52 
         CRC Arithmetic Circuit (CRC) 1 channel 
         UART 2 to 4 channels 
         Communication 
         TSPI 1 to 4 channels 
         I2C 0 to 1 channels 
         Input Channel 8 to 13 channels 
         12-bit AD Convertor (ADC) 
         Conversion Time 0.5μs 
         Operational Amplifier 3 channels (gain selection available) 2 channels
         Advanced Programmable Motor Control Circuit (A-PMD) 
         – 3-phase complementation output: Resolution: 12.5ns, Duty = 15 bits
         – PFC Control: 3-phase interleave PFC supported
         – Scram function by an external input 
         1 channel
         Advanced Vector Engine Plus (A-VE+) 
         – Co-processor for a vector control operation, coordinated operation with ADC/A-PMD
         – Expansion control of 1 shunt current detection area
         – Dead time compensation control, no-interactive control 
         Advanced Encoder Input Circuit (A-ENC) 1 channel 
         Timer 32 bit: 6 channels
         16-bit timer × 2 channels: 12 channels 
         Watchdog Timer (WDT) 1 channel 
         Operating Temperature Range -40 to +105℃ 
         Operating Voltage Range 4.5 to 5.5V 
         Number of pins 32 to 64 pins 

         หมายเหตุ:
         [1]: ตามมาตรฐานของ International Electrotechnical Commission’s (IEC) IEC 60730
         [2]: ผลิตภัณฑ์ “กลุ่ม M370” ในไมโครคอนโทรเลอของโตชิบาสำหรับควบคุมมอเตอร์
         *ARM และ Cortex เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ ARM Limited (หรือบริษัทในเครือง) ใน EU และที่อื่นๆ
         TXZ เป็นเครื่องหมายการค้าของโตชิบา คอร์ปอเรชั่น

         สามารถรับชมข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ที่: http://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/product/microcomputer/r-products/mp-6.html

         ลูกค้าติดต่อสอบถามได้ที่
         Mixed Signal IC Sales and Marketing Department
         โทร: +81-44-548-2241
         http://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/contact.html

         *ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้ รวมถึงราคาและข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาการบริการและข้อมูลติดต่อ เป็นข้อมูลปัจจุบัน ณ วันที่ประกาศ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า 

         เกี่ยวกับโตชิบา
         โตชิบา คอร์ปอเรชั่น หนึ่งในบริษัท Fortune Global 500 นำเสนอผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์อันล้ำสมัย รวมถึงระบบต่างๆ ใน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ พลังงาน (Energy) เพื่อทุกวันของชีวิตที่สะอาดและปลอดภัยขึ้นอย่างยั่งยืน, โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) เพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน และการจัดเก็บข้อมูล (Storage) เพื่อสนับสนุนสังคมแห่งข้อมูลข่าวสารที่ก้าวล้ำ โตชิบาส่งเสริมการดำเนินงานทั่วโลก และสนับสนุนการสร้างสรรค์โลกเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของคนรุ่นต่อๆ ไป ภายใต้รากฐานความมุ่งมั่นของโตชิบา กรุ๊ป ที่ว่า “ความมุ่งมั่นต่อประชากร, ความมุ่งมั่นต่ออนาคต”

         โตชิบาก่อตั้งขึ้นในโตเกียวเมื่อปี 1875 และปัจจุบันเป็นศูนย์กลางของกลุ่มบริษัทในเครือกว่า 550 แห่ง ด้วยจำนวนพนักงาน 188,000 คนทั่วโลก และยอดขายต่อปีกว่า 5.6 ล้านล้านเยน (5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) (ณ วันที่ 31 มีนาคม 2016) 

         สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโตชิบาได้ที่ www.toshiba.co.jp/in

         รับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.comhttp://www.businesswire.com/news/home/20160919006580/en/

         สื่อมวลชนติดต่อ:
         Toshiba Corporation
         Storage & Electronic Devices Solutions Company
         Chiaki Nagasawa, +81-3-3457-4963
         semicon-NR-mailbox@ml.toshiba.co.jp


TA Associates ประกาศการลงทุ นครั้งสำคัญใน Radixx International

Logo

บอสตัน–(บิสิเนส ไวร์)–19 กันยายน 2016

         TA Associates บริษัทกองทุนเอกชนชั้นนำที่เติบโตระดับโลก วันนี้ได้ประกาศการลงทุนครั้งสำคัญใน Radixx International, Inc. ซึ่งเป็นผู้ให้บริการชั้นนำในการจำแนกแจกจ่ายในเรื่องการท่องเที่ยวและซอฟต์แวร์ระบบการบริการลูกค้าสำหรับการจองตั๋วเครื่องบิน การจำแนกแจกจ่ายและการขาย ข้อความทางการเงินของการซื้อขายไม่ได้รับการเปิดเผย

         Radixx ให้คลาวด์เบสระบบ SaaS Passenger Service System (PSS) ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยสายการบินเพิ่มกำไรและขยายผลผลิตผ่านการจำแนกแจกจ่ายสินค้าและบริการที่ขยายมากขึ้น สินค้าของบริษัทได้คุณลักษณะคือความยืดหยุ่น เทคโนโลยีที่ทันสมัยที่ช่วยให้สายการบินสามารถขายตั๋วโดยสารในทุกทัชพ้อยต์ (การเข้าถึงผู้โดยสารผ่านช่องทางต่างๆ) – ออนไลน์ คอลเซ็นเตอร์ และที่สนามบิน – และผ่านช่องทางต่างๆ รวมถึงขายตรงต่อลูกค้า ผ่านเอเย่นต์ทัวร์และบริษัททัวร์ และผ่านระบบการจำแนกแจกจ่ายทั่วโลก โซลูชั่นของ Radixx ได้ให้บริการสายการบินด้วยความสามารถที่หลากหลายเช่นการตั้งค่า กฎ และราคาแบบไดนามิก บริหารจัดการการเช็คอินของผู้โดยสาร และสามารถแสดงให้เห็นวิธีการและประเภทการจ่ายเงินในค่าเงินที่หลากหลายนับไม่ถ้วน บริษัทยังให้บริการการสะสมไมล์ผ่านทางเว็บที่ออกแบบมาให้สายการบินได้มีการบริหารจัดการโปรแกรมในการสร้างความภักดีระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น Radixx ให้บริการลูกค้ามากกว่า 40 รายใน 6 ทวีป มากกว่า 20 ประเทศ Radixx ซึ่งก่อตั้งในปี 1993 มีสำนักงานใหญ่ที่ออร์แลนโด ฟลอริด้า

         “เราเชื่อว่า Radixx มีตำแหน่งที่ดีในตลาด PSS และได้รับประสบการณ์สำคัญมากมายโดยเฉพาะในประเทศที่กำลังพัฒนา” Elizabeth de Saint-Aignan ผู้มีตำแหน่งสูงสุดใน TA Associates ที่กำลังจะร่วมเป็นคณะกรรมการบริหารของ Radixx “Radixx จะให้แพลตฟอร์มที่ทันสมัย ยืดหยุ่นและกำหนดขนาดได้ ที่จะช่วยสเกลลูกค้า สามารถตอบโจทย์ความต้องการทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนของสายการบินทุกขนาด นับตั้งแต่ขนาดเล็กแบบราคาประหยัดไปจนถึงขนาดใหญ่ พวกเรามีความยินดีในการลงทุนกับ Radixx และใช้ทรัพยากรของเราในการช่วยให้บริษัทเกิดความเติบโต”

         “พวกเราเห็นการลงทุนโดยองค์กรที่มีประสบการณ์อย่าง TA Associates เป็นเหตุการณ์สำคัญในวิวัฒนาการของ Radixx ซึ่งบ่งบอกไม่เฉพาะความสำเร็จของพวกเราในวันนี้ แต่เป็นโอกาสในการเติบโตมากขึ้น” Ron Peri ซึ่งเป็น CEO และประธานของ Radixx International, Inc กล่าว “เราเชื่อว่าโซลูชั่นองค์กร PSS ของเราที่ไดนามิกและยืดหยุ่นได้นั้นสามารถสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันเมื่อเปรียบเทียบกับระบบเลกาซี่ และพวกเรามั่นใจที่จะสามารถดึงดูดสายการบินนวัตกรรมได้ พวกเรายินดีต้อนรับ TA มาเป็นดั่งผู้ลงทุนระดับองค์กรแรกของเรา และเพื่อการประสานร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในการสร้างมูลค่าเพิ่มใน Radixx”

         อ้างอิงจาก Technavio ซึ่งเป็นตลาดสายการบินแบบประหยัดของโลก ได้คาดหวังที่จะขยายตัวอย่างรวดเร็ว ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) อยู่ที่ 10.4% จากปี 2015-2019 ในระดับภูมิภาค CAGR ในเอเชียแปซิฟิค อเมริกา และยุโรป รวมทั้งตะวันออกกลางและแอฟริกา (EMEA) ได้คาดคะเนอยู่ที่ 20%, 5% และ 0.9% ตามลำดับในช่วงเวลาดังกล่าว ในเกณฑ์ของที่นั่งของสายการบิน ความสามารถทางการตลาดได้รับการคาดหวังที่จะเพิ่มขึ้นจาก 1.496 ล้านที่นั่งในปี 2014 ไปเป็น 2.456 ล้านในปี 2019

         “การลดอำนาจของรัฐในอุตสาหกรรมนี้ในทั่วโลก ซึ่งส่งผลต่อการลดลงของราคา เป็นสิ่งสำคัญในการเติบโตของการเดินทางทางอากาศในประเทศที่พัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา โดยให้เกิดความสามารถในการเดินทางมากขึ้นเป็นประวัติศาสตร์ของกลุ่มที่ไม่เคยได้รับโอกาส” Kurt R. Jaggers ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการของ TA Associates กล่าว ซึ่งจะร่วมเป็นคณะกรรมการบริหารของ Radixx “Radixx ให้บริการสายการบินทุกขนาด ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ก่อให้เกิดการซื้อขายได้แบบทั้งมีและไม่มีตั๋วโดยสาร และช่วยให้สายการบินสามารถปฏิบัติการได้ด้วยโมเดลธุรกิจแบบมีกำไร เนื่องจากความแข็งแกร่งทางตำแหน่งทางการตลาด พวกเรามั่นใจว่า Radixx จะสามารถสร้างกำไรได้จากการเติบโตอย่างรวดเร็วในการเดินทางทางอากาศ”

         Goodwin ให้บริการที่ปรึกษาทางกฎหมายแก่ TA Associates ในขณะที่ Seyfarth Shaw ให้บริการที่ปรึกษาทางกฎหมายแก่ Radixx

         เกี่ยวกับ Radixx International

         Radixx International, Inc. ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ออร์แลนโด ฟลอริด้า ได้ให้บริการคลาวด์เบส Passenger Service System รุ่นที่ 5 แล้ว โดยออกแบบจากการก่อตั้งเป็นแพลตฟอร์มในการซื้อขายสำหรับสายการบิน ให้ขายในทุกสิ่งทุกอย่าง Radixx International เป็นผู้ให้บริการชั้นนำของโซลูชั่นส์การจำแนกแจกจ่ายยุคใหม่ของสายการบิน Radixx Air เป็นระบบองค์กรที่สมบูรณ์แบบที่ช่วยตอบโจทย์ความต้องการของสายการบินแบบไฮบริด ราคาประหยัด และแบบดั้งเดิม รวมถึงการช่วยเหลือสำหรับอินเตอร์ไลน์ โค้ดแชร์ และการจำแนกแจกจ่ายผ่าน GDSs บริษัทได้ก่อตั้งในปี 1993 และขณะนี้ให้บริการสายการบินใน 6 ทวีป โซลูชั่นส์ที่ได้รับการบูรณาการอย่างเต็มรูปแบบ เป็นโซลูชั่นส์คลาวเบสของ Radixx รองรับได้กับโมเดลธุรกิจของสายการบินทั้งหมด สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.radixx.com

         เกี่ยวกับ TA Associates

         TA Associates เป็นบริษัทกองทุนเอกชนที่ใหญ่ที่สุดและมีประสบการณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยได้ลงทุนในกว่า 460 บริษัททั่วโลกและได้มีการเพิ่มเงินทุน 2.4 หมื่นล้านเหรียญ มีสำนักงานในบอสตัน เมนโล พาร์ค ลอนดอน มุมไบ และฮ่องกง ให้บริการด้านการจัดการซื้อขายหุ้น, การปรับโครงสร้างทุนและเงินทุนสำหรับธุรกิจเทคโนโลยี การเงิน ธุรกิจ การดูแลสุขภาพ และธุรกิจเกี่ยวกับผู้บริโภค ต้องการข้อมูลเกี่ยวกับ TA Associates สามารถเข้าไปดูได้ในเว็บไซต์ www.ta.com

         สามารถอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.comhttp://www.businesswire.com/news/home/20160919005620/en/

         ติดต่อ: 

         TA Associates
         Marcia O’Carroll, 617-574-6796
         mocarroll@ta.com
         หรือ 
         BackBay Communications
         Philip Nunes, 617-391-0792
         phil.nunes@backbaycommunications.com




โตชิบาประกาศเป ิดตัว พาวเวอร์รีซีฟเวอร์ไร้สาย IC เครื่องแรกของอุตสาหกรรมที่ได ้รับรอง Qi v1.2 15W

Logo

        โตเกียว–(บิสิเนส ไวร์)–16 กันยายน 2016 โตชิบา คอร์ปอเรชั่น(TOKYO:6502)วันนี้ประกาศว่าพาวเวอร์รีซีฟเวอร์ไร้สาย IC “TC7766WBG” ได้รับการรับรอง Qi[1] v1.2 EPP (Extended Power Profile) โดย Wireless Power Consortium (WPC) ซึ่ง TC7766WBG เป็นรีซีฟเวอร์ IC ตัวเดียวที่ได้รับการรับรอง 15W Qi ในอุตสาหกรรม

         สามารถรับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: http://www.businesswire.com/news/home/20160915006688/en/ 

โตชิบา: TC7766WBG เป็นรีซีฟเวอร์ IC ตัวเดียวที่ได้รับการรับรอง 15W Qi ในอุตสาหกรรม (รูปภาพ: บิสิเนส ไวร์) 

logo         TC7766WBG มีแพ็กเกจที่เล็กที่สุด [2] ในบรรดา Qi v1.2 คอมไพลอันท์รีซีฟเวอร์แบบชิพเดียวซึ่งมีส่วนทำให้ใช้กับระบบรีซีฟเวอร์ Qi v1.2 ยิ่งไปกว่านั้น ในการเข้าถึงการจดจำ TC7766WBG ผ่านทางตัวประสาน I2C [3] TC7766WBG จะให้การควบคุมและการออกแบบระบบที่ยืดหยุ่น 

         โตชิบามีรีซีฟเวอร์ Qi v1.2-คอมไพลอันท์ สองแบบ: TC7766WBG-M000 สำหรับ 15W; และ TC7766WBG-M010 ซึ่งทำตาม Baseline Power Profile สำหรับ 5W โดย IC ทั้งสองกำลังอยู่ในการผลิตจำนวนมาก

         ฟีเจอร์หลัก
         WPC Qi v1.2 คอมไพอันท์
         Maximum output power : 15W
         Maximum output current : 1.7A
         Output voltage settings : 5V to 14V
         ฟังก์ชั่นการป้องกันที่หลากหลาย
         ตัวประสาน I2C [3] ที่เข้ากันได้: ตัวควบคุมด้านรีซีฟเวอร์สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกับทราสมิตเตอร์ที่เข้ากันได้ และเข้าถึงสถานะการปฏิบัติการของ TC7766WBG ผ่านทางตัวประสาน I2C ซึ่งจำทำให้ผู้ใช้ได้รับรู้ถึงสถานะการชาร์จแบบไร้สายในหน้าจอของอุปกรณ์เคลื่อนที่ไร้สาย

         แอพพลิเคชั่น
         อุปกรณ์เคลื่อนที่ (สมาร์ทโฟน ฟีเจอร์โฟน แทปเล็ต) อุปกรณ์ในอุตสาหกรรม 

         ข้อมูลจำเพาะหลัก
         ชิ้นส่วนเลขที่ TC7766WBG-M000 (15W) 
         ทรานสมิตเตอร์/รีซีฟเวอร์ รีซีฟเวอร์
         กระบวนการส่งผ่าน การชักนำกระแสไฟฟ้าแม่เหล็กไฟฟ้า
         แพ็กเกจ WCSP28; 2.4 x 3.67 x 0.5 (mm) 

         [1] มาตรฐานนานาชาติสำหรับการชาร์จไร้สายที่ให้คำจำกัดความโดย WPC
         [2] ข้อมูล ณ วันที่ 16 กันยายน 2016 จากการเก็บข้อมูลของโตชิบา
         [3] ตัวประสานอนุกรมที่พัฒนาโดย Philips

         เพจผลิตภัณฑ์ที่ได้การรับรอง Qi ของ WPC: https://www.wirelesspowerconsortium.com/products/details/1674/tc7766wbg-m000 

         รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ได้ที่ http://toshiba.semicon-storage.com/info/lookup.jsp?pid=TC7766WBG®ion=apc&lang=en 

         ลูกค้า ติดต่อ
         Mixed Signal IC Sales and Marketing Department
         โทร: +81-44-548-2826
         http://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/contact.html 

         *ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้ รวมถึงราคาและข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาการบริการและข้อมูลติดต่อ เป็นข้อมูลปัจจุบัน ณ วันที่ประกาศ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า 

         เกี่ยวกับโตชิบา
         โตชิบา คอร์ปอเรชั่น หนึ่งในบริษัท Fortune Global 500 นำเสนอผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์อันล้ำสมัย รวมถึงระบบต่างๆ ใน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ พลังงาน (Energy) เพื่อทุกวันของชีวิตที่สะอาดและปลอดภัยขึ้นอย่างยั่งยืน, โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) เพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน และการจัดเก็บข้อมูล (Storage) เพื่อสนับสนุนสังคมแห่งข้อมูลข่าวสารที่ก้าวล้ำ โตชิบาส่งเสริมการดำเนินงานทั่วโลก และสนับสนุนการสร้างสรรค์โลกเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของคนรุ่นต่อๆ ไป ภายใต้รากฐานความมุ่งมั่นของโตชิบา กรุ๊ป ที่ว่า “ความมุ่งมั่นต่อประชากร, ความมุ่งมั่นต่ออนาคต”

         โตชิบาก่อตั้งขึ้นในโตเกียวเมื่อปี 1875 และปัจจุบันเป็นศูนย์กลางของกลุ่มบริษัทในเครือกว่า 550 แห่ง ด้วยจำนวนพนักงาน 188,000 คนทั่วโลก และยอดขายต่อปีกว่า 5.6 ล้านล้านเยน (5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) (ณ วันที่ 31 มีนาคม 2016) 

         สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโตชิบาได้ที่ www.toshiba.co.jp/in

         รับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.comhttp://www.businesswire.com/news/home/20160915006688/en/

         สื่อมวลชนติดต่อ:
         Toshiba Corporation
         Storage & Electronic Devices Solutions Company
         Chiaki Nagasawa, +81-3-3457-4963
         semicon-NR-mailbox@ml.toshiba.co.jp

ผู้ผลิตเบียร์ร่วมมือกับภาครัฐ NGO พนักงาน และผู้ค้าปลีกทั่วโลกใ นการโปรโมทการดื่มแบบมีความรับผ ิดชอบ

Logo

อัมสเตอร์ดัม, บรัสเซล และโคเปนเฮเก้น, เดนมาร์ก–(บิสิเนส ไวร์)–15 กันยายน 2016

         – วัน Global Beer Responsibility วันดื่มแบบมีความรับผิดชอบ ได้ขยายความพยายามในการโปรโมทการดื่มแบบมีความรับผิดชอบใน 76 ประเทศ

         ในวันที่ 16 กันยายน ผู้ผลิตเบียร์ ภาครัฐ NGO และผู้ค้าปลีกใน 76 จังหวัดทั่วโลกจะร่วมมือกันในวันประจำปีที่จัดเป็นปีที่สอง Global Beer Responsibility Day (GBRD) เป็นความพยายามทั่วโลกในการโปรโมทการดื่มเบียร์แบบมีความรับผิดชอบ 

         วัน Global Beer Responsibility Day 2016 ริเริ่มโดย Anheuser-Busch InBev, Carlsberg และ HEINEKEN ร่วมมือกันกับผู้ผลิตเบียร์ท้องถิ่นและองค์กรเบียร์ต่างๆ โดยมุ่งหวังในการสร้างความสำเร็จและแรงเหวี่ยงในปีแรกโดยการนำเอาพนักงานของผู้ผลิตเบียร์ ภาครัฐและ NGO นับหมื่นคนรวมถึงผู้ค้าปลีกกว่า 5 แสนรายร่วมกันช่วยลดการดื่มแอลกอฮอล์อย่างอันตราย ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ผลิต ผู้ค้าปลีก และพันธมิตรมุ่งหวังที่จะให้ผู้บริโภคกว่า 700,000 คนมีส่วนรวม และเข้าถึงผู้บริโภคมากกว่า200,000,000 ให้ได้รับข้อความในเรื่องการดื่มแบบมีความรับผิดชอบและเกิดการกระตุ้น

         การร่วมมือกันเกี่ยวข้องกับกิจกรรมต่างๆ ที่ต่อต้านการดื่มแล้วขับ และการการดื่มโดยยังไม่บรรลุนิติภาวะ การเทรนนิ่งบาร์เทนเดอร์และพนักงานเสิร์ฟ และการให้การศึกษาแก่ผู้บริโภค การร่วมมือกันนี้ช่วยทำให้เป้าหมายในการพัฒนาอย่างยั่งยืนของ United Nations นั้นก้าวไปไกลมากขึ้นในเรื่องของการรับมือและป้องกันเกี่ยวกับอันตรายรุนแรงที่เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์

         “ผู้ผลิตเบียร์อย่างเราไม่ได้เพียงมุ่งมั่นในการผลิตเบียร์คุณภาพ แต่ต้องให้มั่นใจว่าเบียร์ที่เราผลิตนั้นได้รับการดื่มอย่างมีความรับผิดชอบ พวกเราตื่นเต้นที่จะร่วมมือกันทั้งอุตสาหกรรมในปีนี้ เพื่อทำให้เกิดผลกระทบที่มากกว่าเดิมในการลดการดื่มแอลกอฮอล์อย่างอันตราย” Carlos Brito ซึ่งเป็น CEO ของ Anheuser-Busch InBev กล่าว

         “วัน Global Beer Responsibility เป็นวิธีที่เราจะสามารถแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการดื่มอย่างมีความรับผิดชอบ และมันก็ส่งเสริมกับกิจกรรมที่เราและพันธมิตรของเราได้ทำตลอดปีในการสนับสนุนให้ดื่มอย่างพอประมาณและต่อสู้กับการดื่มที่ก่อให้เกิดอันตราย พวกเรายินดีที่จะเห็นประเทศและพันธมิตรมาร่วมกับเรามากขึ้น และเราจะสามารถจัดการปัญหาสังคมนี้ได้ก็ต่อเมื่อเราร่วมมือกัน” Cees 't Hart ซึ่งเป็ CEO ของ Carlsberg กล่าว

         นอกจากกิจกรรมที่เกิดขึ้นทั่วโลกแล้ว ทาง Anheuser-Busch InBev และ HEINEKEN จับมือกับผู้ผลิตเบียร์ท้องถิ่นผ่านทาง Mexican Beer Chamber ร่วมมือกับผู้มีอำนาจเทศบาลและรัฐจาก 32 สหพันธรัฐในการสื่อสารข้อความการดื่มแบบมีความรับผิดชอบไปสู่ผู้ค้าปลีกและผู้บริโภคทั่วประเทศเม็กซิโก ในรัสเซีย Carlsberg และพนักงานกว่า 2,000 คนจากสมาชิก ของ Russian Beer Union–ซึ่งรวมถึง AB InBev, EFES และ HEINEKEN–ได้โปรโมทการขายด้วยความรับผิดชอบลงสู่ผู้ค้าปลีกทั่วประเทศ

         “ทัศนคติต่อการดื่มแบบมีความรับผิดชอบนั้นกำลังเปลี่ยนไป เราเห็นเพิ่มขึ้นว่าชาวเจเนอเรชั่นวายดื่มด้วยความพอดีเพื่อหาประสบการณ์ นี่เป็นโอกาสที่ว่าอุตสาหกรรมนี้จะต้องได้ประโยชน์จากการทำงานร่วมกัน ในการที่เราให้ทางเลือกแบบมีความรับผิดชอบโดยผ่านทางการตลาดและการเน้นย้ำในเรื่องโปรแกรมการศึกษากับผู้ที่ได้ประโยชน์ร่วมกัน พวกเราสามารถชี้นำความประพฤติไปในทางที่ดีได้” Jean-François van Boxmeer ซึ่งเป็น CEO ของ HEINEKEN กล่าว

         “วัน Global Beer Responsibility ทำให้เราเห็นว่าพวกเราแข็งแกร่งขึ้นด้วยกัน” Simon Spillane ประธานของ Worldwide Brewing Alliance กล่าว “การรวมกันขององค์กรผู้ผลิตเบียร์ท้องถิ่นทั่วโลก ผู้ผลิตรายเล็กและใหญ่ทำงานร่วมกันกับ NGO และพันธมิตรของรัฐบาลในการสนับสนุนและผลักดันกิจกรรม แคมเปญต่างๆ ให้เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ ที่ทั้งโปรโมทการดื่มเบียร์แบบมีความรับผิดชอบและต่อต้านกับการใช้แอลกอฮอล์ในทางที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม”

         สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้ผลิตเบียร์ในการช่วยส่งเสริมการดื่มอย่างพอเพียงและลดการดื่มแอลกอฮอล์อย่างอันตรายได้ที่เว็บไซต์ Worldwide Brewing Alliance: http://gsri.worldwidebrewingalliance.org/php/home.php

         เกี่ยวกับวัน Global Beer Responsibility
         วัน Global Beer Responsibility เป็นมาตรการริเริ่มในอุตสาหกรรมแอลกอฮอล์ประจำปีที่นำเอาผู้ผลิตเบียร์ทั้งรายเล็กและรายใหญ่ องค์กรเกี่ยวกับเบียร์ต่างๆ ในการเน้นย้ำในด้านความรับผิดชอบซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยผู้ผลิตเบียร์ที่เป็นพันธมิตรกับผู้ค้าส่ง ผู้ค้าปลีก รัฐบาล เจ้าหน้าที่ราชการ NGO และบุคคลอื่นๆ ซึ่งเป็นโครงการที่ก่อตั้งในปี 2015 ของ Anheuser-Busch InBev, Carlsberg และ HEINEKEN วัน Global Beer Responsibility เป็นโอกาสสำหรับผู้ผลิตเบียร์ และพันธมิตรท้องถิ่น ผู้ถือผลประโยชน์ร่วม ในการเปิดตัวและแสดงให้เห็นถึงโปรแกรมที่หลากหลายทั้งโปรแกรมใหม่ๆ และที่กำลังดำเนินการอยู่ ที่มุ่งหวังในการลดการดื่มแอลกอฮอล์อย่างอันตราย ซึ่งรวมถึงการดื่มแล้วขับ และการดื่มของผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ โครงการที่ริเริ่มนี้รวมถึงการเทรนนิ่งพนักงานเสิร์ฟและผู้ขาย มีโปรแกรมการตรวจบัตรประจำตัวประชาชน และการให้การศึกษาในการบริโภค

         รับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.comhttp://www.businesswire.com/news/home/20160915005157/en/

         ติดต่อ: 
         Anheuser-Busch InBev:
         Jessica Adkins, +1-212-573-9288
         Jessica.adkins@ab-inbev.com
         หรือ
         Carlsberg:
         Wouter de Groot, +45 3327 2144
         Wouter.JoostdeGroot@carlsberg.com
         หรือ
         HEINEKEN:
         Holly Bostock, +31 (0)20 5239228
         holly.bostock@heineken.com

S AP และ NTT จับมือเป็นพันธมิตรระดับโ ลก

 โตเกียว–(บิสิเนส ไวร์)–15 กันยายน 2016

         – การพัฒนาโซลูชั่น IoT เพื่อรองรับการปฏิบัติการความปลอดภัยของธุรกิจคมนาคม 

         SAP SE (NYSE:SAP) และ Nippon Telegraph and Telephone Corporation (NTT) (NYSE:NTT) ประกาศวันนี้ถึงการพัฒนาระดับการเป็นพันธมิตรในสามด้านคือ ‘Co-Innovation’, ‘Cross-Selling of Solutions’ และ ‘Global Reference’

         SAP และ NTT ได้ร่วมมือกันโดยบูรณาการเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ซึ่งโปรเจ็กต์แรกที่ทำคือการรองรับการปฏิบัติการความปลอดภัยของธุรกิจคมนาคม โดยทั้งสองบริษัทได้พัฒนาโซลูชั่นที่นำเอาโซลูชั่นส์ Connected Transportation Safety (CTS) ของ SAP ซึ่งเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวเนื่องกับยานพาหนะ ด้วย hitoe® ของ NTT ซึ่งเป็นเซนซิงแฟบริคที่ได้พัฒนาร่วมกันกับ Toray Industries รวมถึงแพลตฟอร์มการวิเคราะห์ NTT IoT ที่ได้ให้ข้อมูลทางชีวภาพ ซึ่งประกอบไปด้วยการเต้นของหัวใจและการประเมินความเหนื่อยล้า ซึ่งโปรเจ็กต์นี้มุ่งหวังที่จะให้ข้อมูลที่เที่ยงตรงแม่นยำและเวลาแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับยานพาหนะและสภาวะของผู้ขับ 

         ในการ่วมมือกันกับบริษัท Keifuku Bus (ฟุกุอิ, ญี่ปุ่น), SAP และ กลุ่ม NTT จะทำการทดลองภาคสนามตั้งแต่เดือนตุลาคม 2016 โดยตั้งเป้าในการบริการอยู่ที่เดือนมกราคม 2017 ทั้งสองบริษัทต่างวางแผนที่จะผลักดันให้มีการใช้โซลูชั่นนี้ในสหรัฐอเมริกาและยุโรปเช่นกัน

         “เรารู้สึกเป็นเกียรติที่จะร่วมมือกับกลุ่ม NTT ที่เป็นผู้ขับเคลื่อนศูนย์ข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดของโลก” Rob Enslin สมาชิกคณะกรรมการบริหารของ SAP SE และประธาน Global Customer Operations, SAP “การร่วมมือกันจะนำมาซึ่งผลกระทบที่สำคัญต่อ SAP เพื่อเพิ่มทางเลือกของลูกค้าอำนวยความสะดวกในเรื่องการผันเปลี่ยนด้านดิจิทัล การบูรณาการของเทคโนโลยีล้ำสมัยของ NTT กับโซลูชั่นส์ที่มีวิวัฒนาการของ SAP จะทำให้เกิดแรงเหวี่ยงในการยกระดับของตลาดโดยรวมไปอีกขั้นหนึ่ง การที่เราขยับขยายไปสู่สเกลระดับโลกร่วมกันอย่างใกล้ชิดนั้น NTT และ SAP จะยังคงกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นมากขึ้นเพื่อมุ่งขับเคลื่อนในการริเริ่มสามสิ่งคือ Co-innovation, Global Partnership, และ SAP Solution Reference Customer ในระยะยาว”

         “NTT ตั้งเป้าที่จะช่วยเหลือในด้านการเปลี่ยนผ่านทางธุรกิจของลูกค้าที่เป็นองค์กร โดยให้บริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูงกับพันธมิตรต่างๆ” Jun Sawada ซึ่งเป็นรองกรรมการผู้จัดการอาวุโสของ NTT กล่าว “การร่วมมือเป็นพันธมิตรระดับโลกกับ SAP ถือเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มความแข็งแกร่งในการแข่งขันในตลาด ICT ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการร่วมมือกันนี้ ควบคู่ไปกับความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของ SAP จะทำให้ NTT สามารถพัฒนาความสามารถให้ดียิ่งขึ้นเพื่อรองรับลูกค้าในตลาดโลก และสามารถเร่งให้เกิดการปรับเปลี่ยนด้านดิจิทัลในอุตสาหกรรมนี้” 

         ความพยายามในการร่วมือกันทางนวัตกรรมเริ่มที่เมืองพาโลอัลโต รัฐแคลิฟอร์เนีย และนำโดย NTT Labs และ SAP Labs ประเทศจีน SAP และกลุ่ม NTT มีความประสงค์ในการร่วมกันด้านนวัตกรรมในอีกหลายพื้นที่ด้วยเทคโนโลยีใหม่และขยายความสัมพันธ์ผ่านการทำโปรโมชั่นการตลาดทั่วโลก

         SAP และกลุ่ม NTT ได้ตกลงที่จะพัฒนาการร่วมมือกันในด้านการใช้งานดิจิทัล และได้จัดรูปแบบสำหรับ Industrial Revolution กลุ่มเป้าหมายหลักสำหรับปี 2016 คือการให้ลูกค้าย้ายไปใช้คลาวด์สำหรับ IoT และ Industry 4.0

         ในขณะที่การร่วมมือกันครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียง Industrial Revolution ทั้งสองบริษัทยังคงเร่งการร่วมมือกันให้เกิดขึ้นเกี่ยวกับการจัดการส่วนตัวด้านคลาวด์โซลูชั่นส์ เช่น SAP HANA Enterprise Cloud โดยการใช้เครือข่ายศูนย์ข้อมูลของ NTT ทั่วโลก NTT เป็นผู้ได้รับรางวัล S/4 HANA Adoption Pinnacle ในปี 2016 อีกด้วย

         นอกจากนี้ NTT และ SAP จะสร้างชื่อเสียงระดับโลกที่สามารถมาเป็นโมเดลของโลกได้ NTT กำลังการก่อตั้งแพลตฟอร์มทางธุรกิจและโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT เพื่อสร้างการทำงานร่วมกันภายในกลุ่ม ซึ่ง NTT จะใช้โซลูชั่นส์ล่าสุดของ SAP 

         เกี่ยวกับ SAP
         ผู้นำการตลาดในซอฟต์แวร์แอพพลิเคชั่นขององค์กร SAP (NYSE: SAP) ช่วยบริษัททุกขนาดและทุกอุตสาหกรรมทำงานได้ดีขึ้น นับตั้งแต่งานหลังบ้านไปจนถึงห้องประชุมคณะกรรมการ คลังสินค้า หน้าร้าน เดสก์ท็ป และอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ SAP ทำให้ผู้คนและองค์กรทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและใช้การมองเข้าไปอย่างลึกซึ้งในเรื่องธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อเป็นผู้นำในการแข่งขัน SAP แอพพลิเคชั่นส์และเซอร์วิสได้ทำให้ลูกค้ากว่า 320,000 รายปฏิบัติงานได้อย่างมีกำไร มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอและเติบโตอย่างยั่งยืน บริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ภายใต้แบรนด์ ‘SAP’ ในตลาดหลักทรัพย์แฟรงก์เฟิร์ต ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก และตลาดใหญ่ๆ ระดับโลก ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.sap.com

         Copyright© 2016 SAP SE หรือบริษัทในเครือ SAP สงวนลิขสิทธิ์
         SAP, โลโก้ SAP และผลิตภัณฑ์หรือบริการ SAP ที่ได้กล่าวถึงรวมทั้งโลโก้ เครื่องหมายการค้า เครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ SAP SE (หรือบริษัทในเครือ SAP) ในเยอรมนีและประเทศอื่นๆ ชื่อบริษัทอื่นๆ โลโก้ ชื่อผลิตภัณฑ์ที่ได้กล่าวถึงนี้เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน หรือเครื่องหมายการค้าของบริษัทนั้นๆ 

         เกี่ยวกับ Nippon Telegraph and Telephone Corporation (NTT)
         กลุ่ม NTT ให้บริการเทคโนโลยีชั้นสูง และนวัตกรรมโซลูชั่นส์ในเรื่องของเครือข่าย ซอฟต์แวร์การสื่อสาร การประมวลผลแบบคลาวด์ ที่ช่วยปรับเปลี่ยนบริษัท รัฐบาล และสังคมทั่วโลก กลุ่ม NTT จะให้บริการที่สะดวกสบาย ที่ไว้ใจได้เพื่อช่วยดูแลลูกค้าให้เป็นดั่ง “คู่ค้าทรงคุณค่า” ที่ลูกค้าเลือกใช้บริการ วันนี้ 85% ของบริษัทที่ติดอันดับ Fortune Global 100 ต่างใช้บริการกลุ่ม NTT ให้เป็นพันธมิตรทางธุรกิจ กลุ่ม NTT มีรายได้กว่า 95 พันล้านเหรียญต่อปี มีศูนย์ข้อมูลมากกว่า 240 แห่งและพนักงานกว่า 241,000 คนทำงานใน 87 ประเทศ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.ntt-global.com

         รับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.comhttp://www.businesswire.com/news/home/20160915005612/en/

         สื่อมวลชนติดต่อ
         SAP Global PR contact
         Jason Loesche
         j.loesche@sap.com
         หรือ
         SAP Japan Co., Ltd.
         Kaori Suzuki, +81-(3) 6737-3880 (division switchboard); +81-80-1007-5933 (direct line)PublicRelationskaori.suzuki@sap.com
         หรือ
         Nippon Telegraph and Telephone Corporation Public Relations Office
         ntt-cnr-ml@hco.ntt.co.jp

NTT Communications และ Mitsui Chemicals ประ สบความสำเร็จในการคากคะเนในคุณภ าพของผลิตภัณฑ์เคมีในกระบวนการผ ลิตโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intel ligence: AI)

Logo

 โตเกียว–(บิสิเนส ไวร์)–15 กันยายน 2016

         การใช้โมเดล Deep Learning ช่วยคาดคะเนในเรื่องคุณภาพของผลิตภัณฑ์ได้อย่างแม่นยำ

         NTT Communications Corporation (NTT Com) ผู้ให้บริการด้านไอซีทีโซลูชั่นส์และการสื่อสารระหว่างประเทศในเครือของ NTT (NYSE: NTT) และ Mitsui Chemicals, Inc. (Mitsui Chemicals) วันนี้ได้ประกาศว่าทั้งสองได้ประสบความสำเร็จในการสร้างเทคนิคที่สามารถคาดคะเนได้อย่างรวดเร็วแม่นยำในเรื่องของคุณภาพผลิตภัณฑ์แก๊ส เทคนิคนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของโมเดลความสัมพันธ์ระหว่างเซ็ตข้อมูลที่แตกต่างกันจากวัตถุดิบป้อนเขาไปในเครื่องปฏิกรณ์ และเงื่อนไขของเครื่องปฏิกรณ์ และความเข้มข้นของสารละลายแก๊ส X ซึ่งเป็นตัวแสดงถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์แก๊ส

         สามารถรับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: http://www.businesswire.com/news/home/20160914006466/en/

         ข้อมูลนี้ได้รับการวิเคราะห์โดยใช้ชุดคำสั่ง Deep Learning ซึ่งเป็นวิธีการทาง AI ที่ดำเนินการเรื่องปัจจัยที่เกี่ยวข้องโดยอัตโนมัติเพื่อโมเดลออกมาและประเมินถึงผลลัพธ์ ในกระบวนการผลิตแก๊ส ปัจจัยเหล่านี้ได้ถูกแสดงให้เห็นด้วยข้อมูลกระบวนการโดยอิงกับเวลา 51 แบบ เช่นอุณหภูมิ ความดัน และความไหลลื่น ผลที่ได้รับนั้นเป็นการประเมินคุณภาพของผลิตภัณฑ์แก๊สที่แม่นยำ
 

         รูปภาพ1. กระบวนการทำงานอย่างไร
logo
         การใช้กระบวนการโมเดลใหม่นี้ทำให้ทั้งสองบริษัทประสบความสำเร็จในการเก็บความแตกต่างระหว่างความเข้มข้นของสารละลายแก๊ส X คาดคะเนโดยใช้โมเดลนี้ และการใช้ความเข้มข้นจริงๆ ใน +/-3 จุดเปอร์เซ็นต์ในสเกลทั้งหมด

         http://www.ntt.com/content/dam/nttcom/hq/en/about-us/press-releases/img/2016/20160915c.jpg
         รูปภาพ2. การคาดคะเนความแม่นยำของเรตความเข้มข้นของสารละลายแก๊ส X 

         ในการพัฒนาความแม่นยำในการคาดคะเนของความเข้มข้นของสารละลายแก๊ส X โดยใช้โมเดลนี้ ผู้ปฏิบัติการในโรงงานเคมีจะสามารถตรวจเซ็นเซอร์การจับผิดความเสียหายหรือประเมินเครื่องมือและเข้าถึงเงื่อนไขของโรงงานเคมีได้อย่างปัจจุบันทันด่วนรวมถึงในอนาคต และความผิดปกติในผลิตภัณฑ์เคมี ซึ่งสิ่งนี้เองที่จะช่วยพัฒนาความแม่นยำในการเตือน ทำให้เกิดความปลอดภัยมากขึ้นและการปฏิบัติการที่คงที่มากขึ้น และเพื่อการคงรักษาโรงงานไว้อย่างชาญฉลาด

         Mitsui Chemicals กำลังศึกษาเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการใช้เทคโนโลยีการผลิตในยุคสมัยหน้า เพื่อนำมาใช้สำหรับการบำรุงรักษาโรงงานอย่างชาญฉลาด ทำให้การปฏิบัติการมีความปลอดภัยและคงที่มากขึ้น ซึ่งจะช่วยก่อให้เกิดระบบการผลิตหลากหลายเกรดที่ต้องการในการวางกลยุทธ์เพิ่มมูลค่าให้สูงขึ้นและแลกเปลี่ยนความรู้ในการปฏิบัติการในยุคโลกาภิวัฒน์ Mitsui Chemicals จะทำการวิจัยสำหรับเทคโนโลยีการผลิตในยุคสมัยหน้าซึ่งรวมถึง IoT, big data, และ AI ในการเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับอุปกรณ์และการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ มีการขยายโครงสร้างพื้นฐานในเทคโนโลยีการผลิตเพื่อตอบสนองต่อความยืดหยุ่นในการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ

         NTT Com ร่วมกับ Virtual Engineering Community ได้ทำแบบทดสอบยืนยันความจริงเพื่อพัฒนาคลาวด์และสภาพแวดล้อมในเครือข่ายที่ทำให้การผลิตของโรงงานได้รับการพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นและมีกระบวนการซ่อมบำรุงอย่างมีประสิทธิภาพนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2015 ถึงแม้ว่าจะมีเพียงไม่กี่เคสที่การวิเคราะห์ข้อมูล IoT ได้ให้ประโยชน์ที่เฉพาะเจาะจงในการผลิตจริง แต่ความสำเร็จนี้ก็สามารถเป็นเทคโนโลยีหลักสำหรับการผลิตที่มีประสิทธิภาพ

         NTT Com วางแผนที่จะปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมวิธีการ AI ที่ใช้ในการพัฒนาเทคโนโลยีล่าสุดเหล่านี้ ผ่านการใช้ข้อมูลที่ได้รับเกี่ยวกับความเสียหายระหว่างการผลิต และข้อมูลจากโรงงานผลิตอื่น ทำให้สามารถขยายสโคปของการใช้งานและพัฒนาความแม่นยำโดยรวม ในอนาคต NTT Com จะรวมเอาส่วนต่างๆ ของการวิจัย IoT และ AI และพัฒนาโซลูชั่นส์ภายใต้แบรนด์ corevoTM ของกลุ่ม NTT 

         NTT Com จะยังคงทำการวิจัยในทิศทางที่พัฒนาประสิทธิภาพในการปฏิบัติการให้ดีขึ้นในด้านโรงงานเคมีผ่านการใช้โมเดล AI รวมถึงการป้องกันความผิดพลาดของเครื่องจักรและการแสดงตัวของความไม่ปกติของคุณภาพ บริษัทยังคงใช้โมเดลที่คล้ายกันในการพัฒนาโซลูชั่นส์ IoT

         ปกติแล้วโรงงานผลิตเคมีจะเช็คคุณภาพของผลิตภัณฑ์โดยการเปรียบเทียบข้อมูลการผลิตกับเกณฑ์มาตรฐาน และโดยการตัดสินทางกายภาพโดยพนักงานผู้มีประสบการณ์ และด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างละเอียด และการคาดคะเนในผลลัพธ์ ทำให้การพัฒนาร่วมกันระหว่า NTT Com และ Mitsui Chemicals ตั้งเป้าไปที่การพัฒนาความเที่ยงตรงแม่นยำในการตรวจสอบจับผิดความเสียหายในอุตสาหกรรมเคมี 

         หมายเหตุ: corevoTM เป็นเครื่องหมายการค้าของ Nippon Telegraph and Telephone Corporation

         เกี่ยวกับ NTT Communications Corporation
         NTT Communications ให้บริการคำปรึกษา สถาปัตยกรรม ความปลอดภัยของข้อมูล และบริการคลาวด์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ขององค์กรธุรกิจ บริการเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากโครงสร้างพื้นฐานของเอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ที่มีอยู่ทั่วโลก ซึ่งรวมไปถึงเครือข่ายชั้นนำ Global Tier-1 IP อย่าง Arcstar Universal One(TM) VPN ซึ่งครอบคลุมถึง 196 ประเทศ/ดินแดน และศูนย์ข้อมูลที่ปลอดภัย 140 แห่งทั่วโลก โซลูชั่นของ เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ ใช้ทรัพยากรของกลุ่มบริษัท เอ็นทีที ทั่วโลก ซึ่งรวมถึง Dimension Data, NTT DOCOMO และ NTT DATA 

         www.ntt.com | Twitter@NTT Com | Facebook@NTT Com | LinkedIn@NTT Com

         เกี่ยวกับ Mitsui Chemicals (โตเกียว: 4183, ISIN: JP3888300005)

         รากฐานของ Mitsui Chemicals เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 1912 เมื่อเริ่มที่จะพัฒนาวัตถุดิบสำหรับปุ๋ยเคมีจากแก๊สถ่านหิน ซึ่งเป็นบริษัทแรกในญี่ปุ่นที่กระทำขึ้น งานนี้มีความสำคัญในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งเป็นประเด็นทางสังคมที่สำคัญในขณะนั้น หลังจากนั้น บริษัทได้ปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีจากเคมีฐานหินเป็นเคมีแก๊ส และในปี 1958 ได้สร้างคอมเพล็กซ์ทางปิโตรเคมีแห่งแรกในญี่ปุ่น และได้เสร้างแรงกระตุ้นกับภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น ในวันนี้บริษัทได้ผลิตผลิตภัณฑ์ระดับโลกมากมายโดยมีมากกว่า 135 บริษัทใน 27 ประเทศ พอร์ตโฟลิโอของธุรกิจรวมถึงวัตถุที่เป็นมิตรกับธรรมชาติสำหรับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปในเจเนอเรชั่นหน้า บริการด้านสุขภาพเพื่อให้ทราบถึงสุขภาพและความสุขในสังคมผู้สูงอายุ บรรจุภัณฑ์ที่ให้ความมั่นใจและความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อาหาร เคมีทางการเกษตรที่ส่งเสริมให้เกิดการผลิตอาหารที่เพิ่มมากขึ้น วัตถุทางไฟฟ้า และวัตถุที่เป็นมิตรกับธรรมชาติสำหรับภาคส่วนพลังงาน

         Mitsui Chemicals จะยังคงมุ่งมั่นในการแก้ปัญหาความท้าทายของสังคม ด้วยการใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยและโดยสร้างคุณค่ากับลูกค้าด้วยนวัตกรรม

         สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.mitsuichem.com/index.htm

         รับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.comhttp://www.businesswire.com/news/home/20160914006466/en/

         สื่อมวลชนติดต่อ:
         NTT Communications Corporation
         Mr. Koji          Ito / Mr. Tomonori Izumitani, +81 3 6700 4010
         Technology Department
         ai-deep-td@ntt.com
         หรือ
         Mitsui Chemicals
         Mr. Yuri Matsunaga, +81 3 6253 2100
         Corporate Communications
         Div.yuuri.matsunaga@mitsuichemicals.com

กสิกรไทยไ ด้รับการคัดเลือกเข้าเป็นสมาชิก ดัชนีแห่งความยั่งยืนระดับโลก Dow J ones Sustainability Indices เป็นธนาคารแห่ งแรกและแห่งเดียวในอาเซียน

Logo

ธนาคารกสิกรไทยครองมาตรฐานความยั่งยืนระดับโลก เป็นธนาคารแห่งแรกและแห่งเดียวในไทยและอาเซียน ที่ได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกดัชนีแห่งความยั่งยืน Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) ประจำปี 2559 ทั้งในระดับโลก (World) และกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) สะท้อนมาตรฐานการดำเนินงานด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก

              นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารในฐานะกลุ่มธุรกิจการเงินชั้นนำของประเทศ มีการกำหนดเป้าหมายการเติบโตของธุรกิจอย่างมั่นคงทั้งตลาดในประเทศและขยายการให้บริการไปสู่ระดับภูมิภาค ทางธนาคารจึงมุ่งมั่นพัฒนากระบวนการทำงานและการให้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายสู่มาตรฐานที่เป็นเลิศด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับมาตรฐานที่เป็นสากล

              ล่าสุด ธนาคารกสิกรไทยเป็นธนาคารแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนที่ได้รับการคัดเลือกเข้าเป็นสมาชิก ดัชนี  Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) ประจำปี 2559 จากบริษัทที่ได้รับการเชิญเข้าร่วมการประเมินจำนวน 3,420 บริษัท ในทุกกลุ่ม โดยธนาคารกสิกรไทยได้รับการคัดเลือกให้เป็นสมาชิก ทั้งในกลุ่มดัชนี DJSI World และกลุ่มดัชนี DJSI Emerging Markets ซึ่งมีบริษัทไทยได้รับคัดเลือก 5 และ 15 บริษัทตามลำดับ โดยธนาคารกสิกรไทยได้รับการประเมินผ่านเกณฑ์ของอุตสาหกรรมธุรกิจทางการเงินในทุกด้าน ทั้งนี้ DJSI เป็นดัชนีหลักทรัพย์ที่ประเมินประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นที่ยอมรับในแวดวงธุรกิจระดับโลก รวมทั้งเป็นดัชนีที่กองทุนต่าง ๆ จากทั่วโลกใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิงในการลงทุน โดยดัชนี DJSI จะมีการประเมินผลคัดเลือกสมาชิกในช่วงเดือนกันยายนของทุกปี

              การที่ธนาคารกสิกรไทยได้รับการคัดเลือกให้เป็นสมาชิกดัชนี DJSI ดังกล่าว สะท้อนความสำเร็จที่เกิดจากวิสัยทัศน์ของคณะกรรมการธนาคาร ที่เล็งเห็นประเด็นเรื่องการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนเป็นเรื่องสำคัญที่ธนาคารกสิกรไทยจะต้องดำเนินการให้บรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรม นำไปสู่การกำหนดโครงสร้างการจัดการในองค์กรที่มีประสิทธิภาพ มีการแต่งตั้งกรรมการผู้จัดการ 3 คน ทำงานร่วมกันในการสร้างวัฒนธรรมของการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน รวมถึงการดูแลและพัฒนาศักยภาพพนักงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ธนาคารกสิกรไทยแบ่งการดำเนินงานด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนและเป้าหมาย ออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ เพื่อสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจให้มั่นคงและแข็งแกร่ง ด้านสังคม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่พนักงานและชุมชนอย่างยั่งยืน และด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อรักษาสมดุลของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้เกิดความยั่งยืนแก่คนรุ่นต่อไปในอนาคต

                            นายบัณฑูร กล่าวตอนท้ายว่า หัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจภายใต้การพัฒนาอย่างยั่งยืน จนผ่านเกณฑ์มาตรฐานระดับโลก คือ การดำเนินงานที่คำนึงถึงผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม และที่สำคัญ  คือ ต้องมุ่งมั่นรักษามาตรฐานความยั่งยืนอันนี้ไว้ และพัฒนาอย่างต่อเนื่องให้ดีขึ้น  โดยการปลูกฝังแนวคิดเรื่องนี้ ให้หยั่งรากลึกลงในจิตสำนึกของพนักงานทุกคนจนกลายเป็น “กรีน ดีเอ็นเอ” ให้การปฏิบัติงานภายใต้แนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนซึมซับอยู่ในทุกกระบวนการธุรกิจ ซึ่งธนาคารกสิกรไทยจะเดินหน้าพัฒนากระบวนการทำงานในทุกมิติให้ได้มาตรฐานที่ดียิ่งขึ้น เพื่อการขับเคลื่อนให้องค์กรเติบโตอย่างมั่นคง เป็นธนาคารแห่งความยั่งยืน นำไปสู่การพัฒนาประเทศในภาพรวม และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับสากล