Category Archives: Featured

โตชิบาเปิดตัว 600V/500V อุปกรณ์ไฟฟ้าอัจฉริยะแรงดันสูงในแพ็กเกจขนาดเล็ก สำหรับการใช้งานในมอเตอร์พัดลม

Logo

โตเกียว–(บิสิเนส ไวร์)–8 มีนาคม 2017

บริษัท สตอเรจ แอนด์ อิเล็กทรอนิกส์ ดีไวเซส โซลูชันส์ (Storage & Electronic Devices Solutions Company) ในเครือของโตชิบา คอร์ปอเรชั่น (Tokyo:6502) วันนี้ประกาศเปิดตัวไลน์อัพใหม่สำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าอัจฉริยะ (IPDs) แรงดันสูงในแพ็กเกจขนาดเล็ก สำหรับการใช้งานในมอเตอร์พัดลมที่หลากหลาย รวมถึงเครื่องปรับอากาศ หม้อกรองอากาศ และปั๊ม ไลน์อัพใหม่นี้ประกอบไปด้วยผลิตภัณฑ์ 2 แบบคือแบบ 600V/2.5A “TPD4204F” และแบบ 500V/2.5A “TPD4206F” เริ่มการส่งออกวันนี้

สามารถรับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: http://www.businesswire.com/news/home/20170307006611/en/

logo

โตชิบา: 600V/500V อุปกรณ์ไฟฟ้าอัจฉริยะ (IPDs) แรงดันสูงในแพ็กเกจขนาดเล็ก สำหรับการใช้งานในมอเตอร์พัดลม (รูปภาพ: บิสิเนส ไวร์)

IPDs ใหม่นี้ได้ใช้เทคโนโลยี MOSFET ของโตชิบารุ่นใหม่ล่าสุด โดย IPDs นี้มีแรงดันสูงและมีการสูญเสียพลังงานต่ำ อยู่ในแพ็กเกจที่ได้รับการพัฒนาใหม่ ซึ่งเป็นแพ็กเกจ​ “SOP30” ขนาดเพียง 20.0 มม. x 14.2 มม. ซึ่งขนาดเพียงครึ่งหนึ่งของแพ็กเกจของโตชิบาแบบปัจจุบัน[1]  ซึ่งสามารถใช้ในเซ็ตที่เล็กและบาง 

หมายเหตุ

[1] โตชิบาแพ็กเกจ “DIP26”

สามารถกดลิ้งค์ด้านล่างสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่

https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/product/linear/ipd/ipd-hi-voltage.html

สามารถกดลิ้งค์ด้านล่างสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมของโตชิบา IPDs

https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/product/linear/ipd.html

ลูกค้าติดต่อ:

Power Device Sales & Marketing Department

โทร: +81-3-3457-3933

https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/contact.html

*ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้ รวมถึงราคาและข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาการบริการและข้อมูลติดต่อ เป็นข้อมูลปัจจุบัน ณ วันที่ประกาศ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า 

เกี่ยวกับโตชิบา

โตชิบา คอร์ปอเรชั่น หนึ่งในบริษัท Fortune Global 500 นำเสนอผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์อันล้ำสมัย รวมถึงระบบต่างๆ ใน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ พลังงาน (Energy) เพื่อทุกวันของชีวิตที่สะอาดและปลอดภัยขึ้นอย่างยั่งยืน, โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) เพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน และการจัดเก็บข้อมูล (Storage) เพื่อสนับสนุนสังคมแห่งข้อมูลข่าวสารที่ก้าวล้ำ โตชิบาส่งเสริมการดำเนินงานทั่วโลก และสนับสนุนการสร้างสรรค์โลกเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของคนรุ่นต่อๆ ไป ภายใต้รากฐานความมุ่งมั่นของโตชิบา กรุ๊ป ที่ว่า “ความมุ่งมั่นต่อประชากร, ความมุ่งมั่นต่ออนาคต”

โตชิบาก่อตั้งขึ้นในโตเกียวเมื่อปี 1875 และปัจจุบันเป็นศูนย์กลางของกลุ่มบริษัทในเครือกว่า 550 แห่ง ด้วยจำนวนพนักงาน 188,000 คนทั่วโลก และยอดขายต่อปีกว่า 5.6 ล้านล้านเยน (5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) (ณ วันที่ 31 มีนาคม 2016) 

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโตชิบาได้ที่ www.toshiba.co.jp/index.htm

รับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20170307006611/en/

สื่อมวลชนติดต่อ:

โตชิบา คอร์ปอเรชั่น

บริษัท สตอเรจ แอนด์ อิเล็กทรอนิกส์ ดีไวเซส โซลูชันส์

แผนกการตลาดดิจิทัล

Koji Takahata, +81-3-3457-4963

semicon-NR-mailbox@ml.toshiba.co.jp

ผู้ชนะรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ศาสตราจารย์ Yunus ชื่นชมอายิโนะโมะโต๊ะสำหรับธุรกิจเพื่อสังคมอันยั่งยืน

Logo

โตเกียว–(บิสิเนส ไวร์)–8 มีนาคม 2017

Takaaki Nishii, CEO ของ Ajinomoto Co., Inc. (อายิโนะโมะโต๊ะ)(โตเกียว:2802) พบกับศาสตราจารย์ Yunus ซึ่งเป็นผู้ชนะรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปี 2006 และเป็นผู้ก่อตั้ง Grameen Bank และพูดคุยเกี่ยวกับโปรเจ็กต์การพัฒนาด้านโภชนาการของอายิโนะโมะโต๊ะในกานาตั้งแต่ปี 2009 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการยกระดับความรู้ของธุรกิจและการช่วยเหลือให้กับสังคมของอายิโนะโมะโต๊ะ

สามารถรับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: http://www.businesswire.com/news/home/20170307006559/en/

logo

CEO ของอายิโนะโมะโต๊ะ Nishii และศาสตราจารย์ Yunus (รูปภาพ: บิสิเนส ไวร์)

โปรเจ็กต์การพัฒนาด้านโภชนาการของกานา:

“อายิโนะโมะโต๊ะเริ่มโปรเจ็กต์นี้ในปี 2009 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการริเริ่มในการเฉลิมฉลองครบ 100 ปี โปรเจ็กต์นี้เราและพาร์ทเนอร์ผลิตและขายอาหารเสริมอาหารเด็กเล็ก “KOKO Plus” เพื่อชี้ให้เห็นถึงภาวะทุพโภชนาการในกลุ่มเด็กทารกอายุระหว่า 6 เดือนถึง 2 ปี” Nishii กล่าว “ภาวะทุพโภชนาการซึ่งเป็นประเด็นที่น่ากังวลในประเทศที่กำลังพัฒนา ได้เป็นสาเหตุให้เกิดผลกระทบต่างๆ ทั้งในด้านการเจริญเติบโตทางด้านร่างกายและสติปัญญาของเด็ก ดังที่ทราบกันว่าปัญหาในด้านการเจริญเติบโตของเด็กในช่วงนี้ไม่สามารถกู้คืนได้ แม้จะได้รับอาหารที่มีคุณค่าโภชนาการเพียงพอเมื่อเด็กโตขึ้น”

ในการเอาชนะปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างกานา ทางอายิโนะโมะโต๊ะได้สร้างโมเดลธุรกิจใหม่ที่ยั่งยืนในรูปแบบที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยการสร้างความสัมพันธ์ในการได้รับนวัตกรรมใหม่ๆ กับภาครัฐส่วนท้องถิ่นและผู้มีผลประโยชน์ร่วมต่างๆ NGOs ที่มีประสบการณ์ องค์กรนานาชาติ และบริษัทเอกชนต่างๆ 

ธุรกิจเพื่อสังคมใช้ความชำนาญเป็นพิเศษของบริษัท:

ในระหว่างการสนทนา ศาสตราจารย์ Yunus ได้คอมเมนต์ว่า “มันเป็นสัญญาณที่ดี ถ้าบริษัทอย่างอายิโนะโมะโต๊ะสนใจในเรื่องภาวะทุพโภชนาการ ปัญหาทั้งหลายที่มากมายจะสามารถแก้ได้ง่ายขึ้นโดยการสร้างธุรกิจเพื่อสังคม” เขากล่าวเพิ่มเติมว่า “สิ่งที่อายิโนะโมะโต๊ะทำในกานาเป็นตัวอย่างของการริเริ่มธุรกิจเพื่อชุมชน มันวิเศษมากที่ใช้ความสามารถและพลังของความสร้างสรรค์ของบริษัทที่มีประวัติยาวนานเช่นนี้ และเขาก็จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับบริษัทอาหารอื่นๆ ด้วย”

โมเดลการกระจายสินค้าสำหรับการสนับสนุนผู้หญิง:

ในกานา มีหลายพื้นที่ที่มีร้านค้าปลีกน้อย เนื่องจากความขาดแคลนในด้านโครงสร้างพื้นฐานในการกระจายสินค้า อายิโนะโมะโต๊ะร่วมมือกับ NGOs นานาชาติในการสร้างโปรแกรมสนับสนุนผู้หญิง เพื่อสร้างระบบสำหรับผู้หญิงในแต่ละหมู่บ้านโดยใช้ VSLA (Village Savings and Loan Association) การออมเงินและการกู้ยืมในการเป็นพนักงานขายของสินค้า

เกี่ยวกับบริษัทอายิโนะโมะโต๊ะ

อายิโนะโมะโต๊ะเป็นผู้ผลิตระดับโลกในด้านเครื่องปรุง อาหารแปรรูป เครื่องดื่ม กรดอะมิโน ยา และเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ กว่าหลายทศวรรษแล้วที่อายิโนะโมะโต๊ะได้ให้และพัฒนาในด้านวัฒนธรรมอาหารและสุขภาพของมนุษย์ผ่านทางการใช้เทคโนโลยีกรดอะมิโน วันนี้บริษัทได้มีส่วนร่วมมากขึ้นในด้านโซลูชั่นส์สำหรับทรัพย์กรอาหารที่พัฒนาขึ้น สุขภาพของมนุษย์ และความยั่งยืนของโลก บริษัทได้จัดตั้งขึ้นในปี 1909 และขณะนี้มีอยู่ใน 27 ประเทศและภูมิภาค อายิโนะโมะโต๊ะมียอดขายสุทธิอยู่ที่ 1,185.9 พันล้านเยน (9.87 พันล้านเหรียญสหรัฐ) ในปีงบประมาณ 2015 สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอายิโนะโมะโต๊ะได้ที่ (โตเกียว:2802) www.ajinomoto.com

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20170307006559/en/

ติดต่อ:

Ajinomoto Co., Inc.

Hiroyuki Miyoshi, +81-3-5250-8165

PR/ CSR Group

Global Communications Department

csr_info@ajinomoto.com



ระบบไฟถนน LED ไร้สายของ MinebeaMitsumi ที่ได้รับการสนับสนุนโดย NTT Com ได้รับรางวัลเป็นโครงการเมืองชาญฉลาดโดยรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมของกัมพูชา

Logo

โตเกียว–(บิสิเนส ไวร์)–28 กุมภาพันธ์ 2017

NTT Communications Corporation (NTT Com) ผู้ให้บริการด้านไอซีทีโซลูชั่นส์และการสื่อสารระหว่างประเทศในเครือของ NTT (NYSE: NTT) ประกาศวันนี้ว่าระบบที่มีประสิทธิภาพสูงของไฟถนน LED สร้างโดย MinebeaMitsumi Inc. และได้รับการสนับสนุนโดยเครือข่ายโลกและบริการคลาวด์จาก NTT Com นั้นได้รับรางวัลพิเศษจากรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมของกัมพูชาในเดือนกุมภาพันธ์ 2017 รางวัลนี้ให้เนื่องจากการที่โปรเจ็กต์ได้ให้การป้องกันในด้านสิ่งแวดล้อมต่อกัมพูชาโดยการลดการใช้พลังงาน

ระบบไฟถนน LED ของ MinebeaMitsumi นี้ได้รับการเชื่อมต่อไร้สายโดยฟังก์ชั่นที่ชาญฉลาด เช่นเซนเซอร์การจอด และมิเตอร์แบบไฟฟ้า ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยเครือข่ายโลกและบริการคลาวด์จาก NTT Com ระบบที่มีประสิทธิภาพสูงนี้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไป 70% เมื่อเปรียบเทียบกับไฟแบบ High Intensity Discharge (HID) ดั้งเดิม เนื่องจากการลดการใช้พลังงานและฟังก์ชั่นที่ชาญฉลาด เช่น การดับไฟ รวมถึงการหรี่ไฟบนท้องถนนที่ได้รับการควบคุมแบบไร้สาย

โปรเจ็กต์นี้ได้รับเลือกในเดือนมิถุนายน 2015 เป็นเจ้าแรกที่ได้รับการสนับสนุนภายใต้โปรแกรม Financing Program for Joint Crediting Mechanism (JCM) Model Projects ของญี่ปุ่น โปรแกรมนี้ได้ให้การสนับสนุนทางการเงินให้กับโปรเจ็กต์ต่างๆ ที่ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ในประเทศที่กำลังพัฒนา โดยการนำเสนอเทคโนโลยีที่มีคาร์บอนต่ำจากญ๊่ปุ่นสำหรับการประหยัดพลังงานหรือการใช้พลังงานทดแทน

NTT Com ยังคงสนับสนุนการเติบโตของสิ่งแวดล้อม IoT ทั่วโลก โดยให้เครือข่าย Arcstar Universal One กับ 196 ประเทศและ Enterprise Cloud บริการที่มีคุณภาพสูงให้กับ 14 ฐานใน 11 ประเทศ  

บริการและผลิตภัณฑ์ที่กล่าวในข่าวนี้เป็นเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของแต่ละบริษัท

เกี่ยวกับ NTT Communications Corporation

NTT Communications ให้บริการคำปรึกษา สถาปัตยกรรม ความปลอดภัยของข้อมูล และบริการคลาวด์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ขององค์กรธุรกิจ บริการเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากโครงสร้างพื้นฐานของ NTT Communications ที่มีอยู่ทั่วโลก ซึ่งรวมไปถึงเครือข่ายชั้นนำ Global Tier-1 IP อย่าง Arcstar Universal One(TM) VPN ซึ่งครอบคลุมถึง 196 ประเทศ/ดินแดน และศูนย์ข้อมูลที่ปลอดภัย 140 แห่งทั่วโลก โซลูชั่นของ NTT Communications ใช้ทรัพยากรของกลุ่มบริษัท NTT ทั่วโลก ซึ่งรวมถึง Dimension Data, NTT DOCOMO และ NTT DATA 

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20170227006811/en/

สื่อมวลชนติดต่อ

NTT Communications Corporation

(Mr.) Kota Yamashita, (Mr.) Yuta Imae, +81-3-6700-4010

Public Relations Department

Corporate Planning Division

hodo-cp@ntt.com

Waters ยกย่อง Bioprocessing Technology Institute (BTI) ของสิงคโปร์สำหรับการทำวิจัยด้านไกลโคไซเอนซ์

Logo

มิลฟอร์ด, แมสซาชูเซตส์–(บิสิเนส ไวร์)–27 กุมภาพันธ์ 2017

ในงานเฉลิมฉลองและการประชุมสัมมนาในวันนี้ ทาง Waters Corporation (NYSE:WAT) ต้อนรับ Bioprocessing Technology Institute (BTI) เข้ามาสู่โปรแกรม Centers of Innovation Program

โดย BTI เป็นองค์กรวิจัยภายใต้ Agency for Science, Technology and Research (A*STAR) ของประเทศสิงคโปร์ BTI เป็นองค์กรวิจัยแห่งแรก1 ที่มุ่งเน้นในด้านไกลโคไซเอนซ์ที่เข้าร่วมในโปรแกรม Waters Centers of Innovation Program

สามารถรับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่ http://www.businesswire.com/news/home/20170227006181/en/logo

ในงานเฉลิมฉลองวันนี้ Bioprocessing Technology Institute ของสิงคโปร์ได้ร่วมกับโปรแกรม Waters Centers of Innovation Program แขกผู้มีเกียรติในงานคือ (จากซ้ายไปขวา) Dr. Benjamin Seet, กรรมการบริหาร Biomedical Research Council, Agency for Science, Technology and Research ประเทศสิงคโปร์; ศาสตราจารย์ Kong Peng Lam, กรรมการบริหารของ Bioprocessing Technology Institute (BTI); Eric Fotheringham, ผู้อำนวยการอาวุโส – Waters Centers of Innovation Program; และ Mathieu Laouenon, ผู้จัดการทั่วไปเอเชียใต้ Waters Corporation (รูปภาพ: บิสิเนส ไวร์)

ไกลแคน หรือน้ำตาล เป็นหนึ่งในสี่คลาสพื้นฐานของสารโมเลกุลใหญ่ที่ประกอบเป็นระบบของสิ่งมีชีวิต การวิจัยไกลแคนของ BTI มุ่งที่การหาสารบ่งชี้มะเร็งและเส้นทางจีโคซีเลชั่นที่ทำให้ชัดเจน ที่สามารถทำให้เกิดกลยุทธ์ใหม่ในการรักษา

“ผมดีใจที่ BTI ได้รับการยอมรับโดย Waters ในด้านการเป็นผู้เชี่ยวชาญในไกลโคมิกส์ ในการร่วมมือกันครั้งนี้ BTI จะสามารถพัฒนาการวิจัยไบโอมาร์กเกอร์มะเร็ง และทำให้สิงคโปร์เป็นผู้มีความสำคัญหลักในไบโอลอจิกส์” ศาสตราจารย์ Lam Kong-Peng กรรมการบริหารของ BTI กล่าว

“รางวัลนี้ยังเป็นการให้การยอมรับในความสำคัญของโปรแกรมการวิจัยที่เป็นพื้นฐานหลักในความสำเร็จของ BTI” ศาสตราจารย์ Lam กล่าวเพิ่มเติม

“เป็นความยินดีอย่างมากที่ได้ BTI มาร่วมในโปรแกรม COI ของเรา” ดร.​ Mike Harrington รองประธานอาวุโส ตลาดโกลบอลของ Waters Corporation กล่าว “การวิจัยของ BTI ในไกลโคไบโอลจีส์เป็นระดับโลกและเราหวังที่จะช่วยให้สามารถมีโอกาสยิ่งใหญ่ในขอบเขตหนึ่งของวิทยาศาสตร์ที่มีความสำคัญมาก ผ่านการใช้เทคโนโลยีการวิเคราะห์และความเชี่ยวชาญของ Waters”

ในการเกี่ยวเนื่องกับประกาศในวันนี้ ทาง Waters Corporation ได้สนับสนุน The Next Frontier of Glycobiologics ซึ่งเป็นการประชุมสัมมนาที่มีการนำเสนอที่สำคัญจากศาสตราจารย์ Professor Raymond Dwek, Glycobiology Institute, University of Oxford ประเทศสหราชอาณาจักร และจากศาสตราจารย์ Professor Nico Callewaert, VIB Medical Biotechnology Center, University of Ghent ประเทศเบลเยี่ยม

ในปี 2016 Waters and BTI announced ประกาศความร่วมมือกันในการพัฒนาฐานข้อมูลไกลโคคอนจูเกตและ spectral library ที่จะช่วยให้นักวิจัยสามารถใช้สเป็กโตรเมทรีขนาดใหญ่ในการตรวจไกลแคนจากตัวอย่าง โดยเป็นส่วนของการร่วมมือนี้ ทาง Waters ได้ให้ความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์และการใช้ Waters® SYNAPT® G2-S High Definition Mass Spectrometry® System ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสเป็คโตรเมทรีขนาดใหญ่โดยไอออนเคลื่อนที่ได้ ที่จะช่วยแยกไอออนโมเลกุลไม่ใช่เฉพาะขนาดและอัตราส่วน mass-to-charge แต่ด้วยรูปร่างของมัน และสามารถคำนวณค่า collisional cross-section (CCS) value ของไออนโมเลกุลแต่ละตัว ความสามารถในการแยกไกลแคนโดยขึ้นกับค่า CCS ช่วยเผยข้อมูลโครงสร้างทางเคมีที่มีลักษณะเฉพาะของมันและทำให้เกิดการแยกและชี้ชัดได้มากกว่าการใช้อัตราส่วน mass-to-charge เท่านั้น

โปรแกรมไกลโคไซแอนส์ นำโดยศาสตราจารย์ Pauline Rudd และ ดร. Terry Nguyen-Khuong นักวิทยาศาสตร์ของ BTI จะยังคงพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยในการทำชีวะกระบวนการที่ล้ำสมัย และการจำแนกคาแรกเตอร์ การพัฒนา และการผลิตทางชีวภาพ

ความสำคัญของไกลแคนและความต้องการในการใช้เครื่องมือวัดที่ดีขึ้น 

การวิจัยไกลแคนดังที่ได้กระทำที่ BTI อาจเป็นการสัญญาที่จะนำมาให้เกิดความเข้าใจของโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคระบบประสาท การติดเชื้อ โรคเกี่ยวกับระบบการเผาผลาญอาหาร และมะเร็ง ผ่านการตรวจจำแนกสารบ่งชี้ของโรค

โอกาสในไกลโคไซแอนส์ได้รับการประเมินโดยกรรมการนักวิทยาศาสตร์ที่ประชุมใน EU และสหรัฐอเมริกา ในปี 2012 ทาง National Academy of Sciences ของสหรัฐอเมริกาได้ออกรายงานเกี่ยวกับไกลโคไซแอนส์ โอกาสการพัฒนาของมันและสิ่งขัดขวางในกระบวนการ รายงานชื่อว่า Transforming Glycoscience: A Roadmap for the Future2 ให้ความรู้ว่าไกลโคไซแอนส์นั้น “มีความสำคัญในการเข้าใจชีววิทยา” และชี้ให้เห็นถึงความต้องการของ “เครื่องมือในการแก้ปัญหาโครงสร้างและคุณสมบัติที่ซับซ้อน” รายงานยังกล่าวอีกว่า “ชุดเครื่องมือเปรียบเทียบกับที่มีในการศึกษากรดนิวคลีอิกและโปรตีนนั้นเป็นที่ต้องการในการจับ อธิบาย และทำให้ไกลแคนบริสุทธิ์จากแหล่งธรรมชาติ และแยกลักษณะทางส่วนประกอบทางเคมีและโครงสร้างได้ การพัฒนาของเครื่องมือนั้นในการจับ การให้แสดงเป็นภาพ การแยก และการวิเคราะห์โครงสร้างแบบคมชัดของโครงสร้างคาร์โบไฮเดรตและส่วนผสมที่ซับซ้อน เป็นสิ่งสำคัญในการวิจัยของ National Institutes of Health, National Science FoundationDepartment of Energy และ Food and Drug Administration และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ”

รายงานได้ระบุถึงความต้องการของฐานข้อมูลโครงสร้างไกลแคนสำหรับการทำความเข้าใจในโครงสร้างและฟังก์ชั่นของไกลแคน และไฮไลท์บทบาทของโครมาโทกราฟีเหลว, สเป็คโทรเมทรีและการวัด NMR สำหรับการได้ข้อมูลรายละเอียดโครงสร้างของไกลโคคอนจูเกต จากเซลล์เมมเบรนหรือจากชีวเภสัชภัณฑ์

เกี่ยวกับ Bioprocessing Technology Institute (BTI) ของ A*STAR

Bioprocessing Technology Institute (BTI) เป็นสมาชิกของ Agency for Science, Technology and Research (A*STAR) ก่อตั้งในปี 1990 ในชื่อ Bioprocessing Technology Unit ได้รับการเปลี่ยนชื่อเป็น Bioprocessing Technology Institute (BTI) ในปี 2003 พันธกิจขององค์กรการวิจัยคือการพัฒนาความสามารถของคนและสร้างเทคโนโลยีชั้นนำที่เกี่ยวกับชุมชนชีวกระบวนการ ขอบเขตการวิจัยหลักรวมถึงวิศวกรรมเอ็กเพรสชั่น เทคโนโลยีเซลล์สัตว์ การวิจัยสเต็มเซลล์ การหมักจุลินทรีย์ การทำให้บริสุทธิ์และการวิเคราะห์ สามารถศึกษาข้อมูล BTI ได้ที่ https://www.a-star.edu.sg/bti/

เกี่ยวกับ Waters Corporation (www.waters.com)

Waters Corporation (NYSE:WAT) พัฒนาและผลิตเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ที่มีการวิเคราะห์และอุปกรณ์ที่ทันสมัยสำหรับองค์กรแล็บต่างๆ มากกว่า 50 ปี ทางบริษัทได้เป็นผู้เบิกทางในการมีพอร์ตโฟลิโอที่เชื่อมต่อของวิทยาศาสตร์แขนงต่างๆ การจัดการข้อมูลแล็บ สเปกโตรเมทรีขนาดใหญ่ และระบบวิเคราะห์ 

Waters, SYNAPT และ High Definition Mass Spectrometry เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Waters Corporation

1. BTI เป็นองค์กรอันดับที่สองจากสิงคโปร์ที่ได้รับการยอมรับจาก Waters Centers of Innovation Program ในปี 2011 ทาง National University of Singapore และผู้ช่วยศาสตราจารย์ Ganesh Anand มาเป็นผู้เข้าร่วม COI บนพื้นฐานของการวิจัยในมาลาเรียและโรคไข้เลือดออก

2. Transforming Glycoscience: A Roadmap for the Future, National Academy of Sciences, The National Academies Press, Washington, D.C., 2012 http://dels.nas.edu/Report/Transforming-Glycoscience-Roadmap/13446

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20170227006181/en/

ติดต่อ:

Waters Corporation

Brian J. Murphy, +1 508-482-2614

Public Relations

brian_j_murphy@waters.com

Panasonic จะขยายโรงงานการผลิตอุปกรณ์สายไฟและเซอร์กิตเบรกเกอร์ในเวียดนาม

Logo

บินด์ ดอง, เวียดนาม–(บิสิเนส ไวร์)–27 กุมภาพันธ์ 2017

Panasonic Corporation วันนี้ประกาศว่าจะขยายโรงงานผลิตอุปกรณ์สายไฟและเซอร์กิตของ Panasonic Eco Solutions Vietnam Co., Ltd. (PESVN) ตั้งอยู่ ณ บินด์ ดอง ประเทศเวียดนาม ตึกโรงงานที่เพิ่มเติมจะได้รับการก่อสร้างข้างโรงงานที่มีอยู่เพื่อเพิ่มการตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วสำหรับอุปกรณ์สายไฟและเซอร์กิตเบรกเกอร์ในเวียดนามในปีที่ผ่านมาเร็วๆ นี้ งานเฉลิมฉลองวางเสาเข็มได้จัดขึ้นวันที่ 25 กุมภาพันธ์ โดยมี Takashi Ogasawara, ผู้อำนวยการฝ่าย Power Components Business Unit, แผนกธุรกิจระบบพลังงาน, Eco Solutions Company ในบริษัท Panasonic Corporation และ Takashi Ogura ผู้อำนวยการทั่วไปของ Panasonic Eco Solutions Vietnam Co., Ltd. ได้ร่วมอีเว้นท์นี้ด้วย

สามารถรับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: http://www.businesswire.com/news/home/20170227005583/en/

ภาพของงานเฉลิมฉลองการวางเสาเข็ม (รูปภาพ: บิสิเนส ไวร์)logo

โรงงานในเวียดนามได้มีการผลิตแบบเต็มรูปแบบในเดือนพฤศจิกายน 2014 เพื่อเป็นที่ตั้งโรงงานผลิตอุปกรณ์สายไฟและเซอร์กิตเบรกเกอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเปิดหลังจากประเทศไทยและอินโดนีเซีย โรงงานใหม่จะสร้างอยู่บนพื้นที่ 3,000 ตารางเมตรติดกับโรงงานที่มีอยู่สำหรับการขยายกำลังการผลิตอุปกรณ์สายไฟและเซอร์กิตเบรกเกอร์ ปัจจุบันนี้ โรงงานที่มีอยู่สามารถผลิตอุปกรณ์สายไฟประมาณ 53 ล้าน และเซอร์กิตเบรกเกอร์ประมาณ 13 ล้านชิ้นต่อปี โรงงานใหม่ที่เพิ่มมานี้จะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้อีกเท่าตัวในปีงบประมาณ 2020 และยังมีแผนในการซื้อที่ดินประมาณ 18,000 ตารางเมตรข้างเคียงเพื่อเพิ่มโรงงานในอนาคต เพื่อเป็นการตอบสนองต่อความต้องการของตลาด

จากการที่เราเพิ่มโรงงานขึ้นมารวมถึงแผนในการขยาย โรงงานนี้มุ่งที่จะผลิตอุปกรณ์สายไฟและเซอร์กิตเบรกเกอร์เพื่อส่งให้กับตลาดท้องถิ่นและประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ภาพรวมของโรงงานใหม่

  1. สินค้าที่ผลิต: อุปกรณ์สายไฟและเซอร์กิตเบรกเกอร์
  2. ปริมาณการลงทุน: ประมาณ 1 ล้านเยน
  3. กำลังการผลิต: มากเป็นสองเท่าของการผลิตปัจจุบัน (สามารถสำเร็จได้ในปีงบประมาณ 2020)
  4. พื้นที่: 3,000 ตารางเมตร
  5. พื้นที่รวม: 6,000 ตารางเมตร
  6. ที่ตั้ง: Industrial Park VSIP II-Annex, บินด์ ดอง ประเทศเวียดนาม
  7. เริ่มก่อสร้าง: 25 กุมภาพันธ์ 2017
  8. ก่อสร้างเสร็จ: 31 ตุลาคม 2017 

ภาพรวมของ Panasonic Eco Solutions Vietnam Co., Ltd.

  1. ชื่อบริษัท: Panasonic Eco Solutions Vietnam Co., Ltd.
  2. ที่ตั้ง: Industrial Park VSIP II-Annex, บินด์ ดอง ประเทศเวียดนาม
  3. วันก่อตั้ง 2 มกราคม 2013
  4. ตัวแทน Takashi Ogura
  5. ประเภทธุรกิจ: การผลิตอุปกรณ์สายไฟและเซอร์กิตเบรกเกอร์
  6. จำนวนพนักงาน: ประมาณ 900 (ณ ปลายเดือนมกราคม 2017)
  7. ยอดขายประมาณ 920 พันล้านดง (ประเมินรอบบัญชี 2016)

เกี่ยวกับ Panasonic

Panasonic Corporation เป็นผู้นำระดับโลกในการพัฒนาเทคโนโลยี อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่หลากหลาย และโซลูชั่นส์ต่างๆ สำหรับลูกค้าในอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า บ้าน รถ โซลูชั่นส์องค์กร และอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1918 บริษัทได้ขยายไปทั่วโลกและขณะนี้ปฏิบัติงานอยู่ใน 474 บริษัทลูกและ 94 บริษัทร่วมทั่วโลก ยอดขายรวม 7.553 ล้านล้านเยนปิดปีงบประมาณวันที่ 31 มีนาคม 2016 บริษัทมุ่งมั่นในการหาคุณค่าใหม่ๆ ผ่านทางนวัตกรรมทั่วทุกไลน์ บริษัทได้ใช้เทคโนโลยีที่สรรค์สร้างของเขาสร้างชีวิตให้ดีขึ้นรวมถึงโลกที่ดีขึ้นสำหรับลูกค้าทุกคน สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Panasonic ได้ที่ http://www.panasonic.com/global

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20170227005583/en/

สื่อมวลชนติดต่อ: 

Panasonic Corporation

Global Communications Department

Media Promotion Office

presscontact@ml.jp.panasonic.com



MetLife บริษัทประกันของอเมริกาแห่งแรกที่ประสบความสำเร็จในการชดเชยคาร์บอน

Logo

นิวยอร์ก–(บิสิเนส ไวร์)–22 กุมภาพันธ์ 2017

MetLife, Inc. (NYSE: MET) วันนี้ประกาศว่าได้บรรลุเป้าหมายปี 2015 ในการชดเชยคาร์บอน โดยกลายเป็นผู้รับประกันที่อยู่ในสหรัฐฯ แห่งแรกที่สามารถทำได้สำเร็จ

MetLife ประสบความสำเร็จในการชดเชยคาร์บอนโดยการนำเอา best practice เพื่อความยั่งยืนและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมาใช้ในการดำเนินงานขององค์กร และได้ชดเชยการปล่อยของเสียโดยลงทุนในโปรเจ็กต์ลดคาร์บอนทั่วโลก

“MetLife มุ่งมั่นในการเป็นองค์กรที่มีความรับผิดชอบและขับเคลื่อนการเป็นผู้พิทักษ์สิ่งแวดล้อมในธุรกิจของเราทั่วโลก” Marty Lippert รองประธานบริหารและหัวหน้าของ MetLife Global Technology and Operations กล่าว “กลยุทธ์ธุรกิจแบบยั่งยืนไม่เพียงลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแต่ยังเสริมย้ำว่าเราเป็นใคร”

ตัวอย่างความพยายามของ MteLife ในการนำเอาความยั่งยืนมาใช้ในการดำเนินธุรกิจ รวมถึง: 

    •    การได้รับใบรับรองแพลตินัมเป็นผู้นำในการออกแบบพลังงานและสิ่งแวดล้อม (LEED) ของสำนักงาน MetLife ในวอชิงตันดีซีและ Global Technology Campus ในแครี่ รัฐนอร์ทแคโรไลนา ขณะนี้มีสำนักงานที่ได้รับการรับรอง LEED อยู่ 19 แห่งทั่วโลก (หรือเทียบเท่าขนาดอสังหาริมทรัพย์ 4 ล้านตารางฟุต) ซึ่ง 6 ใน 19 แห่งนี้ได้รับแบบแพลตินัม

    •    ลดพลังงานอยู่ที่ 30% ในสำนักงานที่สหรัฐฯ เป็นเจ้าของและดำเนินการ

    •    มีปฏิสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์ระดับท็อปในการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ผ่านทางซัพพลายเชนขององค์กร

    •    ลงทุนสีเขียวจำนวน 9.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีหุ้นในการเป็นเข้าของฟาร์มลมและแสงอาทิตย์ 37 แห่ง, equity stake ในอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับการรับรอง LEED 48 แห่ง และโปรเจ็กต์พลังงานทดแทน 3 พันล้านเหรียญ 

ความพยายามเหล่านี้เป็นองค์ประกอบหลักของเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมโลกขององค์กรที่จัดตั้งโครงการนี้ขึ้นในปี 2015 ซึ่งรวมถึง: 

  1. ชดเชยคาร์บอนในปี 2016 และดำเนินการต่อไป
  2. ภายในปี 2020 ลดการใช้พลังงานทั้งหมด 10% จากฐานปี 2012
  3. ภายในปี 2020 ลด GHG ของแต่ละพื้นที่ 10% จากฐานปี 2012
  4. ภายในปี 2020 ให้ซัพพลายเออร์ระดับท็อปของ MetLife เปิดเผยการปล่อย GHG และกิจกรรมการลดการปล่อยพลังงาน

ความมุ่งมั่นและการทำงานด้านสิ่งแวดล้อมของ MetLife ได้ขยายออกไปนอกบริษัทด้วย โดยการสนับสนุนโปรเจ็กต์การลดคาร์บอนขององค์กรภายนอก 6 แห่งในการส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน ตัวอย่างมีดังนี้คือ: 

    •    ริเริ่มในการติดตั้งเตาหุงต้มพลังงานแสงอาทิตย์ในจีน โดยช่วยให้ครอบครัวต่างๆ เปลี่ยนจากการใช้เตาถ่านมาเป็นการใช้พลังงานทดแทน 100% 

    •    โปรเจ็กต์การลดการปล่อยพลังงานจากการทำลายป่าและการย่อยสลาย (REDD+) ที่ช่วยปกป้องป่าในโคลอมเบีย ความพยายามในครั้งนี้ช่วยรักษาป่าและลดการตัดไม้ทำลายป่าและการกระทำอื่นๆ ที่ไม่ยั่งยืน

    •    ในสหรัฐฯ MetLife สนับสนุนโปรเจ็กต์ที่จับการปล่อยของเสียจากศูนย์กำจัดขยะที่ไม่เป็นอันตรายที่ใหญ่ที่สุดในนิวยอร์กและเปลี่ยนแก๊สเป็นพลังงานที่สะอาด

กระบวนการต่างๆ ของ MetLife ในการมุ่งเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม เป็นสิ่งสะท้อนความมุ่งมั่นตั้งใจที่มีมายาวนานของบริษัท ในการลดผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม ความสำเร็จของ MetLife ที่เป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณะในขณะนี้มีดังนี้คือ:

    •    ได้รับการยกย่องโดย CDP (ที่รู้จักในนามของ Carbon Disclosure Project) สำหรับการเป็นผู้นำในการรายงานและบริหารจัดการประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม CDP ไม่แสวงหากำไรที่ประเมินงานของบริษัทมากกว่า 5,000 แห่งในด้านประสิทธิภาพการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม

    •    ได้รับชื่อ 2016 North American Dow Jones Sustainability Index ซึ่งเป็นอินเด็กซ์แห่งความยั่งยืนขององค์กรในการติดตามบริษัทชั้นนำที่มีความยั่งยืนเป็นตัวขับเคลื่อน

    •    ได้รับรางวัล 2016 Climate Leadership Award จาก U.S. Environmental Protection Agency สำหรับเป้าหมายในการลดก๊าซเรือนกระจกขององค์กร

สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.metlifeglobalimpact.com สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความมุ่งมั่นและการทำงานของ MetLife ที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและกิจกรรมเพื่อสังคม

เกี่ยวกับ MetLife

MetLife, Inc. (NYSE: MET) ผ่านทางบริษัทลูกต่างๆ (“MetLife”) เป็นบริษัทประกันชีวิตที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ก่อตั้งในปี 1868 MetLife เป็นผู้ให้บริการด้านประกันชีวิต กรมธรรม์ ผลประโยชน์พนักงาน และการบริหารสินทรัพย์ โดยให้บริการลูกค้าประมาณ 100 ล้านราย มีการดำเนินงานใน 50 ประเทศ และมีตำแหน่งทางการตลาดอันดับต้นๆ ของสหรัฐฯ ญี่ปุ่น ละตินอเมริกา เอเชีย ยุโรป และตะวันออกกลาง เยี่ยมชมเว็บไซต์ www.metlife.com สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมขององค์กร

ข้อความที่เป็นการคาดเดาในอนาคต

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้อาจมีคำหรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องหรือรวมถึงการคาดเดาในอนาคต ตามการนิยามของ Private Securities Litigation Reform Act of 1995 ข้อความที่เป็นการคาดเดาในอนาคตให้ความคาดหวังหรืออีเว้นท์ที่มีการคาดคะเน ซึ่งคำเหล่านี้ได้รับการตีความจากข้อเท็จจริงที่ไม่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์หรือข้อเท็จจริงในปัจจุบัน ใช้คำเช่นคำว่า คาดหวัง คาดการณ์ คาดว่า โปรเจ็กต์ อาจจะ วางแผน เชื่อ เป้าหมาย และคำอื่นๆ ที่มีความหมายใกล้เคียง หรือเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับในอนาคต ซึ่งรวมถึงข้อความที่เกี่ยวข้องกับการกระทำในอนาคต บริการที่อาจมีขึ้น หรือผลิตภัณฑ์ ประสิทธิภาพในอนาคต หรือผลของบริการหรือผลิตภัณฑ์ ณ ปัจจุบันหรือที่คาดการณ์ ความพยายามในการขาย ค่าใช้จ่าย ผลของเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่นกระบวนการทางกฎหมาย เทรนด์ในการดำเนินงาน และผลด้านการเงิน

ข้อความที่เป็นการคาดเดาในอนาคตอาจไม่เป็นดังกล่าวก็เป็นได้ ซึ่งสามารถได้รับผลกระทบโดยการประเมินคาดเดาที่ไม่แม่นยำ หรือโดยความเสี่ยงหรือความไม่แน่นอนที่ทราบและไม่อาจทราบได้ ซึ่งมีปัจจัยสำคัญมากมายที่เป็นตัวกำหนดถึงผลในอนาคตที่แท้จริงของ MetLife, Inc. รวมถึงบริษัทลูกที่เกี่ยวข้อง ข้อความเหล่านี้อยู่บนฐานของการคาดหวังในปัจจุบันและสภาพทางเศรษฐกิจในปัจจุบันด้วย ซึ่งเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและความไม่แน่นอนมากมายที่เป็นการยากในการคาดเดา ข้อความเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งรับประกันในประสิทธิภาพการทำงานในอนาคต ผลที่แท้จริงอาจแตกต่างจากที่กล่าวในข้อความที่เป็นการคาดเดาในอนาคตนี้ ความเสี่ยง ความไม่แน่นอน หรือปัจจัยอื่นๆ ที่อาจเป็นเหตุให้เกิดความแตกต่างที่กล่าว รวมถึง ความเสี่ยง ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ ที่ระบุอยู่ในรายงานประจำปีฉบับล่าสุดของ MetLife, Inc. ใน Form 10-K (the “Annual Report”) อยู่ที่ U.S. Securities and Exchange Commission (the “SEC”) รายงานไตรมาสในฟอร์ม Form 10-Q โดย MetLife, Inc. ที่ส่งให้กับ SEC หลังจากวันที่ส่ง Annual Report ภายใต้แคปชั่นที่ว่า “Note Regarding Forward-Looking Statements” และ “Risk Factors” และการส่งมอบเอกสารอื่นๆ ที่ MetLife, Inc. ได้กระทำกับ SEC ทาง MetLife, Inc. ไม่มีความจำเป็นต้องแก้ไขหรืออัพเดทข้อความที่เป็นการคาดเดาในอนาคตฉบับนี้ หาก MetLife, Inc. ตระหนักภายหลังว่าข้อความนี้ไม่สามารถกระทำให้ประสบความสำเร็จได้ กรุณาศึกษาเอกสารต่างๆ ที่เปิดเผยของ MetLife, Inc. ในรายงานที่ส่งให้กับ SEC

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20170222006225/en/

ติดต่อ:

MetLife, Inc.

Jon Richter, 212-578-5370

jrichter@metlife.com

Phoenix Solar ให้พลังงานทดแทนกับร้าน IKEA

Logo

สิงคโปร์ & SULZEMOOS, เยอรมนี–(บิสิเนส ไวร์)–21 กุมภาพันธ์ 2017

Phoenix Solar Pte Ltd ของประเทศสิงคโปร์ได้เป็นผู้รับเหมาของ IKEA เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในการออกแบบและสร้างระบบแสงอาทิตย์ 1 MWp บนหลังคาของ IKEA Tampines ระบบนี้คาดว่าจะผลิตกระแสไฟได้ 1.3 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี ซึ่งเป็นพลังงานหมุนเวียนที่เพียงพอเท่ากับแฟลต HDB แบบ 4 ห้อง จำนวน 283 แฟลต IKEA คาดว่าจะลดค่าใช้จ่ายไฟของร้านประมาณ 2.4 ล้านเหรียญในอีก 10 ปีข้างหน้า 

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ http://www.businesswire.com/news/home/20170220005750/en/

Phoenix Solar สร้างงานวิศวกรรมระบบโฟโตวอลเทอิกบนห้างเมกะบางนา ของ IKEA เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในประเทศไทย กองบรรณาธิการใช้ภาพฟรี; แหล่งภาพ: Phoenix Solar (รูปภาพ: บิสิเนส ไวร์)logo

โปรเจ็กต์นี้เกิดต่อจากการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ 1 MWp บนหลังคาของห้างเมกะบางนาในกรุงเทพฯ และเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือที่เพิ่มขึ้นมานี้ ระหว่าง IKEA เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และ Phoenix Solar

Phoenix Solar Pte Ltd เป็นบริษัทลูกที่อยู่ในสิงคโปร์ของ Phoenix Solar AG (ISIN DE000A0BVU93) ซึ่งเป็นอินทิเกรเตอร์ระบบโฟโตวอลเทอิกแบบนานาชาติอยู่ในตลาดอย่างเป็นทางการ (Prime Standard) ของตลาดหุ้นแฟรงก์เฟิร์ต สัญญาระหว่าง IKEA นั้นอยู่บนข้อตกลงแบบเฟรมเวิร์คภูมิภาคแบบ non-exclusive ใช้ในสองบริษัทที่รวมถึงบริการพร้อมสรรพสำหรับวิศวกรรม การจัดซื้อ การติดตั้ง การดำเนินการ และการซ่อมบำรุง (O&M) ระบบพลังงาน PV บนหลังคา ข้อตกลงนี้ให้กระบวนการจัดซื้อที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในขณะที่ยังคงไว้ซึ่งกลยุทธ์ด้านราคา

“โปรเจ็กต์นี้สนับสนุนเป้าหมายหลักเพื่อความยั่งยืนสำหรับบริษัทของเรา คือการผลิตและใช้พลังงานทดแทน” Christian Rojkjaer ซึ่งเป็นกรรมการบริหารของ IKEA เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว “เมื่อเราสามารถลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ในขณะที่สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว มันก็เป็นการตัดสินใจทางธุรกิจที่ง่าย ในเวลาเดียวกันเรายังให้วิธีที่มีความหมายต่อการพัฒนาในด้านพลังงานทดแทนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย”

ความยั่งยืนเป็นส่วนที่ได้รับการบูรณาการของทุกๆ ธุรกิจของ IKEA เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยได้ขับเคลื่อนโดยวิสัยทัศน์ในการสร้างชีวิตที่ดีขึ้นทุกวันของคนหมู่มาก บริษัทได้พยายามมาโดยตลอดในการสร้างผลกระทบที่ดีต่อโลกและผู้คนในขณะที่ดำเนินงานและขยายธุรกิจค้าปลีกในสิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย ระบบแสงอาทิตย์ PV จะเป็นส่วนสำคัญ

ร้าน IKEA Cheras ในกัวลาลัมเปอร์ได้มีระบบคล้ายคลึงกันนี้บนหลังคา เมกะบางนา ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ในกรุงเทพ เป็นองค์กรขนาดใหญ่แห่งแรกๆ ในไทยที่ใช้ไฟจากการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นโปรแกรมริเริ่มโดยรัฐบาลในปี 2014 “เราคาดหวังในผลกระทบด้านบวกทั้งเชิงพานิชย์และต่อสิ่งแวดล้อมจากโปรเจ็กต์สิงคโปร์และจากการร่วมมือกันกับ Phoenix Solar ในโปรเจ็กต์ระดับภูมิภาคอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” Mr. Rojkjaer กล่าว

Eric Fleckten ซึ่งเป็นรองประธานของ Phoenix Solar เอเชีย/แปซิฟิค กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราภูมิใจที่ได้ขยายความร่วมมือกับทาง IKEA เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายใต้สัญญาใหม่และโปรเจ็กต์ที่สนับสนุนให้เกิดความก้าวหน้าในพลังงานที่สะอาดของบริษัทโดยการให้ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ PV แบบท็อปคลาส ตรงเวลาและอยู่ในงบประมาณ การร่วมมือกันนี้เป็นการสนับสนุนความเข้มแข็งของกลยุทธ์เราในการสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืนและกำไรในภูมิภาค”

การติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์จะเริ่มที่ IKEA Tampines ในเดือนมีนาคม และโปรเจ็กต์คาดว่าจะเส้นสิ้นในเดือนกรกฎาคม

เกี่ยวกับ Phoenix Solar AG

Phoenix Solar AG ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ Sulzemoos / มิวนิค ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นอินทิเกรเตอร์ระบบโฟโตวอลเทอิกแบบนานาชาติ โดยกลุ่มบริษัทได้พัฒนา วางแผน สร้าง และดำเนินธุรกิจโรงงานโฟโตวอลเทอิกขนาดใหญ่ Phoenix Solar ที่เป็นผู้รับเหมา EPC เชี่ยวชาญในการออกแบบและปฏิบัติการโรงงานพลังงานแสงอาทิตย์ ทางบริษัทได้เน้นย้ำในเรื่องการก่อสร้างที่ “ตรงต่อเวลา” และ “อยู่ในงบประมาณ” และส่งโรงงานพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อให้เกิดเอ้าต์พุตที่เยี่ยมยอด บริษัทมีบริษัทลูกใน 3 ทวีป และได้รับการออกแบบและสร้างระบบพร้อมสรรพ 800 MWp ตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง หุ้นของ Phoenix Solar AG (ISIN DE000A0BVU93) อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แฟรงก์เฟิร์ด (Prime Standard) อีกด้วย www.phoenixsolar-group.com

เกี่ยวกับ IKEA เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เราเป็นเจ้าของและบริหารร้าน IKEA ในสิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย โดยให้ผู้คนหลายล้านคนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ตกแต่งบ้านหลากหลายชนิดที่มีการออกแบบที่ดีและใช้งานได้จริง ในราคาที่เข้าถึงได้ เราพัฒนา เป็นเจ้าของ และบริหารศูนย์การค้าต่างๆ ของ IKEA และสร้างความหลากหลายโดยการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ รวมถึงที่อยู่อาศัย สำนักงาน ทีมงานนานาชาติของเรามีโปรเจ็กต์มากมายและมีความกระตือรือร้นในการทำให้ธุรกิจขยายเป็นสองเท่าในปีข้างหน้า เราเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทใน Ikano Group และเป็นผู้ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินธุรกิจ IKEA เพียงเจ้าเดียวในโลก ซึ่งเป็นเจ้าของโดยตระกูล Kamprad ที่เป็นผู้ก่อตั้ง IKEA

กองบรรณาธิการสามารถใช้ภาพได้ฟรี; แหล่งภาพ: Phoenix Solar

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20170220005750/en/

ติดต่อ:

Phoenix Solar AG

Dr. Joachim Fleïng, Investor Relations Representative

+49 (8135) 938-315

หรือ

IKEA Southeast Asia

Corinna Schuler, Head of Corporate Communication

(65) 9112-4812

MCNS ก่อตั้งซิสเต็มเฮ้าส์ในอินเดีย

Logo

โตเกียว–(บิสิเนส ไวร์)–21 กุมภาพันธ์ 2017

Mitsui Chemicals & SKC Polyurethanes Co., Ltd. (CEO ร่วม: Ki Don Won, Shingo Shibata; บริษัทร่วมลงทุน 50:50 ของ Mitsui Chemicals, Inc. และ SKC Co., Ltd.; “MCNS”) ได้ตัดสินใจที่จะก่อตั้งบริษัทผลิตและขายผลิตภัณฑ์ระบบโพลียูรีเทน (ซีสเต็มเฮ้าส์*) ที่รัฐอานธรประเทศ ในอินเดียตอนใต้ เพื่อตอบสนองความต้องการของโพลียูรีเทน 

สามารถรับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: http://www.businesswire.com/news/home/20170220005184/en/

ภาพประมาณการของบริษัทใหม่เมื่อสร้างเสร็จ (กราฟิค: บิสิเนส ไวร์)

logo

ข้อมูลบริษัทใหม่

1. ชื่อ MCNS Polyurethanes India, Pvt. Ltd.

2. ก่อตั้ง กุมภาพันธ์ 2017

3. ทุน 7.3 ล้านเหรียญสหรัฐ (800 ล้านเยน)

4. สัดส่วน Mitsui Chemicals & SKC Polyurethanes Co., Ltd. 100%

5. สถานที่ Sri City: NH-5, Tada P.O., Nellore Dist., Andhra Pradesh 524 401. India

6. ธุรกิจ ผลิตและขายผลิตภัณฑ์ระบบโพลียูรีเทน 

7. ความสามารถในการผลิต 13,000 ตัน/ปี

8. กำหนดการ

ก่อสร้างเริ่ม: มีนาคม 2017

ก่อสร้างเสร็จ: ธันวาคม 2017

การปฏิบัติการ: มกราคม 2018

*ซีสเต็มเฮ้าส์ คือเบสการผลิตและการขายที่ให้กับบริการพรีเมียม เช่นการเปลี่ยนแปลงของฟอมูเลชั่นโฟมโพลียูรีเทรน รวมถึงโพลีออล ซึ่งรองรับความต้องการของลูกค้าที่แตกต่าง

อินเดียมีประชากรประมาณ 1.3 พันล้านคน เป็นประเทศเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 7 ของโลกโดยดูจาก GDP ซึ่งมีการเติบโตทางเศรษฐกิจปีละ 7% หรือสูงกว่าที่คาดการณ์ อินเดียผลิตรถ 4 ล้านคัน และตู้เย็น 9 ล้านเครื่องในแต่ละปี และความต้องการโพลียูรีเทรนก็คาดว่าจะเพิ่มมากขึ้นด้วย โรงงานผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นและเกาหลี รวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้ในบ้าน ได้พัฒนาขึ้นในประเทศโดยเฉพาะอินเดียตอนใต้ และ MCNS จะขยายธุรกิจโดยให้มีผลิตภัณฑ์ระบบโพลียูรีเทรนที่มีคุณภาพสูงพร้อมกับมีซีสเต็มเฮ้าส์

MCNS เป็นบริษัทร่วมทุน 50:50 ระหว่าง Mitsui Chemicals และ SKC ก่อตั้งโดยบูรณาการบริษัทโพลียูรีเทนทั้งสองในเดือนกรกฎาคม 2015 ซึ่งได้จัดผลิตภัณฑ์ระบบโพลียูรีเทนจากซีสเต็มเฮ้าส์ในสถานที่ 10 แห่งทั่วโลก รวมถึงสหรัฐอเมริกา เม็กซิโก จีน และโปแลนด์ โดยขึ้นกับกำลังการผลิตโพลิออล 280,000 ตัน MDI 250,000 ตัน และ TDI 120,000 ตัน การก่อตั้งซีสเต็มเฮ้าส์ในครั้งนี้ MCNS จะพัฒนาธุรกิจในอินเดียและใช้จุดแข็งของตนเองในตลาดโลกโดยการขยายธุรกิจซีสเต็มเฮ้าส์ในที่อื่นๆ นอกจากอินเดียที่คาดว่าจะมีการเติบโตสูง

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20170220005184/en/

ติดต่อ:

Mitsui Chemicals, Inc.

Takashi Kawamoto, +81-3-6253-2100

Corporate Communications Division


Envista Forensics ประกาศเปิดตัวสำนักงานในซิดนีย์ ออสเตรเลีย

Logo

ซิดนีย์ & แอตแลนต้า–(บิสิเนส ไวร์)–20 กุมภาพันธ์ 2017

Envista Forensics ผู้นำระดับโลกในด้านนิติวิศวกรรมและบริการให้คำปรึกษาให้กับอุตสาหกรรมประกันภัยและกฎหมาย ประกาศการเปิดตัวสำนักงานใหม่ในซิดนีย์ ออสเตรเลีย สำนักงานนี้เป็นการขยายบริษัทไปในเอเชียและออสตราเลเซีย

สำหรับการเติบโตของบริษัทนี้ Bob Wedoff ซึ่งเป็นประธานบริษัทได้กล่าวว่า “เรามีความยินดีมากในการขยายบริษัทไปในระดับโลกโดยการเปิดสำนักงานใหม่ที่ซิดนีย์ ซึ่งไม่ใช่เพียงเป็นการแสดงให้เห็นถึงพันธกิจเราในการให้ความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคในระดับโลกนี้ทุกที่ทุกเวลา แต่ยังเป็นการเสริมความสามารถของเราในการให้บริการลูกค้าระดับโลกนานาชาติโดยให้คุณภาพด้านเทคนิคและบริการลูกค้าได้มาตรฐานสูงเหมือนกัน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน”

Mr. Wedoff ได้กล่าวต่อว่า “เราได้ยึดมั่นในเป้าหมายนี้มาอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เราตื่นเต้นที่จะสามารถทอดสมอกับผู้เชี่ยวชาญที่นับว่าเป็นผู้ที่ดีที่สุดและฉลาดที่สุด”

Bruce Swales กรรมการผู้จัดการของ Envista ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคกล่าวเพิ่มเติมว่า “การเปิดตัวสำนักงานแห่งใหม่ในซิดนีย์นี้น่าตื่นเต้นมาก เราตื่นเต้นที่จะสามารถขยายบริการของเราในออสเตรเลียโดยให้บริการความเชี่ยวชาญในด้านวิศวกรรมและให้ปรึกษาด้านนิติให้กับนักประกันภัยและผู้เจรจาตกลงค่าสินไหมทดแทนที่จะจัดการเคลมได้ในออสเตรเลียและประเทศเพื่อนบ้าน”

เกี่ยวกับ Envista Forensics

Envista Forensics เป็นผู้นำระดับโลกในด้านนิติวิศวกรรมและโซลูชั่นส์การกู้คืน เราได้ให้การวิเคราะห์ความผิดพลาด การตรวจสอบสืบสวนเรื่องไฟไหม้และระเบิด นิติดิจิทัล การตรวจสอบของโครงการด้านถนนหรือการจราจร การปรึกษาด้านการตึกอาคาร วิศวกรรมด้านจีโอเทคโนโลยี การประเมินความเสียหาย และกู้อุปกรณ์ ซึ่งเป็นบริการหลังการเกิดภัยพิบัติทุกชนิด

Envista ได้ให้บริการอุตสาหกรรมประกันภัย กฎหมาย และบริหารความเสี่ยงกว่า 30 ปี ผู้เชี่ยวชาญของเราเดินทางทั่วโลกจากสำนักงานกวา 30 แห่งในอเมริกา ละตินอเมริกา สหราชอาณาจักร สิงคโปร์ นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20170220005527/en/

ติดต่อ:

Envista Forensics

สื่อมวลชนติดต่อ

Jennifer Gaster, Vice President-Marketing

+1 224 406-9809

jennifer.gaster@envistaforensics.com

หรือ

ติดต่อสำนักงานซิดนีย์

Grant Gatland, Senior Technical Consultant

grant.gatland@envistaforensics.com

หรือ

Marco Soto, Senior Technical Consultant

marco.soto@envistaforensics.com

หรือ

ที่อยู่สำนักงาน:

37 Bligh Street, Sydney, NSW 2000 Australia

โทร: 1800 358 346

Keio Plaza Hotel Tokyo จัดงานนิทรรศการศิลปะภูเขาไฟฟูจิโดยแสดงผลงานชิ้นเอกกิโมโนภูเขาไฟฟูจิของ Itchiku

Logo

โตเกียว–(บิสิเนส ไวร์)–20 กุมภาพันธ์ 2017

Keio Plaza Hotel Tokyo โรงแรมระดับนานาชาติที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ซึ่งตั้งอยู่ในย่านชินจูกุ กรุงโตเกียวจะจัดงานนิทรรศการศิลปะประจำฤดูใบไม้ผลิในธีมของ “ภูเขาไฟฟูจิ” ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 2013 ปีนี้ งานศิลปะกิโมโนหลากหลายชิ้นของศิลปินชื่นดัง Itchiku Kubota ซึ่งได้ฟื้นชีวิตให้กับการทำเทคนิคมัดย้อม Tsujigahana จากยุคของ Muromachi (1338-1573) ซึ่งได้นำมาจัดแสดงด้วย นอกจากนี้ งานแสดงจากคอลเล็กชั่นลูกปัดแก้วโบราณของเขาจะได้นำมาแสดงด้วย ซึ่งงานแสดงนี้จะจัดตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม ถึง 30 เมษายน ซึ่งสามารถเข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

สามารถรับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: http://www.businesswire.com/news/home/20170220005190/en/

ผลงานกิโมโนชิ้นเอกที่สวยงามโดยศิลปินชื่อดัง Itchiku Kubota จะแสดงในงานฤดูใบไม้ผลิที่โรงแรม Keio Plaza Hotel Tokyo (รูปภาพ: บิสิเนส ไวร์)logo

ปีนี้ครบรอบ 100 ปีวันเกิดของ Itchiku Kubota ซึ่งเป็นที่รู้จักทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ จากงานกิโมโนที่สวยงามของเขาที่แสดงให้เห็นถึงเทคนิคทางศิลปะแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น และความสวยงามตามฤดูกาลของธรรมชาติ เมื่อเขาอายุ 31 ปี Itchiku ได้ค้นพบเทคนิคการมัดย้อมแบบดั้งเดิม Tsujigahana ซึ่งหายไป 400 ปี ที่ใช้สำหรับการทำกิโมโนญี่ปุ่น และได้อุทิศตนในการฟื้นชีวิตให้กับเทคนิคมัดย้อมที่สูญหายไปนี้อีกครั้ง หลังจากฝึกฝนพัฒนาทักษะ 20 ปี ก็ได้ประกาศการเริ่มต้นอย่างเป็นทางการของการมัดย้อมในสไตล์ของเขาเองที่ใช้ชื่อว่า “Itchiku Tsujigahana” สำหรับงานนิทรรศการนี้ เราได้เลือกผลงานกิโมโนชิ้นเอกแบบ Itchiku Tsujigahana 6 ชุดและกิโมโนแบบ “ํYuzen” อีก 2 ชุดซึ่งเขาได้ทำขึ้นในช่วงต้นของการทำงาน นิทรรศการนี้จะแสดงผลงานทางศิลปะจากลูกปัดหิน 14 ชิ้นที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นรูปแบบศิลปะที่โบราณที่สุดแบบหนึ่ง และได้ถูกสะสมโดย Itchiku ในการเดินทางของเขาบนเส้นทางสายไหม

Keio Plaza Hotel Tokyo ได้จัดให้มีกิจกรรมอีเว้นท์ทางวัฒนธรรมมากมายเป็นประจำ (http://www.keioplaza.com/offers/index.html#offers) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการให้บริการกับผู้เข้าพัก ชินจูกุเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางจากโตเกียวไปถึงภูเขาไฟฟูจิ และอีเว้นท์นี้ได้เฉลิมฉลองถึงความยิ่งใหญ่ของภูเขาที่เป็นสัญลักษณ์และสวยงามแห่งนี้ ที่จัดขึ้นทุกปีตั้งแต่ปี 2013 และได้เป็นที่นิยมในกลุ่มผู้เข้าพัก ปีนี้ เราภูมิใจที่จะจัดนิทรรศการงานศิลปะของ Itchiku ซึ่งเป็นตัวแทนของอิทธิพลของภูเขาไฟฟูจิที่มีต่อศิลปะและวัฒนธรรมของญี่ปุ่น

สามารถรับชมข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับเต็มที่ www.keioplaza.com/press/pdf/20170220.pdf

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20170220005190/en/

ติดต่อ:

Keio Plaza Hotel Tokyo

Sunaho Nakatani, +81-3-5322-8010

Public Relations Manager

s-nakatani@keioplaza.co.jp