Category Archives: General News

Diligent เปิดตัวคลังสมองเกี่ยวกับการกำกับดูแล Diligent Institute

Logo

ด้วยเครือข่ายคณะกรรมการและผู้เชี่ยวชาญด้านการกำกับดูแลกว่า 500,000 คนทั่วโลก บริษัทผู้นำด้านการบริหารจัดการองค์กรใช้ประโยชน์จากอิทธิพลและมุมมองตนในการมอบแพลตฟอร์มการวิจัยใหม่ให้กับชุมชนคณะกรรมการ

นิวยอร์ก–(บิสิเนสไวร์)–05 ธันวาคม 2018

Diligent Corporation ได้เปิดตัว Diligent Institute ถังสมองรูปแบบใหม่เพื่อตอบโจทย์คณะกรรมการบริหารในปัจจุบันในแง่ของการกำกับดูแลระดับโลก

Diligent Institute มอบการวิจัยระดับโลกในด้านการกำกับดูแลให้กับคณะกรรมการบริหารและทีมผู้บริหารเพื่อให้สามารถตัดสินใจด้วยความรู้มากขึ้น จึงทำให้องค์กรต่างๆ สามารถผลักดันประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมและการสร้างมูลค่าระยะยาว  ด้วยความสามารถในการเข้าถึงคณะกรรมการมากกว่าบริษัทใดในโลก Diligent มีความโดดเด่นในการแบ่งปันความรู้โดยรวมของชุมชนแห่งนี้เพื่อปรับปรุงแนวทางการกำกับดูแลทั่วโลก

การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางปีที่เต็มไปด้วยนวัตกรรมจาก Diligent และแสดงให้เห็นถึงการลงทุนอย่างต่อเนื่องของบริษัทในการสร้างขีดความสามารถในการกำกับดูแลกิจการทั่วโลก  สถาบันวิจัยใหม่นี้นำเสนอมุมมองที่ประสิทธิภาพจากนักคิดแนวหน้าให้กับคณะกรรมการเพื่อให้เกิดการตัดสินใจและกลยุทธ์ที่จะช่วยขับเคลื่อนความสำเร็จทางธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น

"ในฐานะผู้นำด้านซอฟต์แวร์การกำกับดูแล เราตัดสินใจที่จะมอบ Diligent Institute ให้กับชุมชนคณะกรรมการทั่วโลก” Brian Stafford ซีอีโอของ Diligent กล่าว  "สิ่งที่สำคัญสำหรับคณะกรรมการในวันนี้แตกต่างจากปีที่ผ่านมา  สถาบันที่โดดเด่นแห่งนี้มอบข้อมูลและวิจัยที่จะช่วยพลิกเกมให้กับผู้นำ ทำให้พวกเขามีเครื่องมือที่ก่อให้เกิดการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่ลึกซึ้งมากขึ้นและช่วยผลักดันธุรกิจของพวกเขาให้ก้าวไปข้างหน้า"

อิทธิพลทั่วโลกของ Diligent ช่วยให้มีการวิจัยที่แตกต่างและได้มาจากประสบการณ์จริงในทุกภาคส่วนและภูมิศาสตร์  จากการสำรวจเชิงปริมาณ กรณีศึกษา และการสัมภาษณ์มืออาชีพชั้นนำและผู้เชี่ยวชาญ สถาบันจะช่วยเพิ่มความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และประสิทธิภาพของธุรกิจทั่วโลก  ทางสถาบันได้ให้ข้อมูลเชิงลึกที่ได้มาจากคณะกรรมการนานาชาติเกี่ยวที่ตอบคำถามเร่งรัดมากมายจากเพื่อนร่วมงานในชุดคำถาม Ask a Director  ทางสถาบันยังได้จัดตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาด้วยที่มีสมาชิกมาจากอุตสาหกรรมและภูมิศาสตร์ที่หลากหลาย  คณะกรรมการที่ปรึกษามอบมุมมองที่แตกต่างเพื่อเป็นแนวทางให้กับสถาบัน  คณะกรรมการประกอบด้วย:

  • Anastassia Lauterbach ผู้อำนวยคถะกรรมการ Dun & Bradstreet, Wirecard และ Censhare, ที่ปรึกษาอาวุโสของ McKinsey and Company, และผู้เขียน The Artificial Intelligence Imperative: A Practical Roadmap for Business
  • David Larcker ศาสตราจารย์บัญชีคณะ James Irvin Miller และผู้อำนวยการ Corporate Governance Research Initiative ที่ Stanford Graduate School of Business
  • Dottie Schindlinger, รองประธานและผู้สนับสนุนเทคโนโลยีการกำกับดูแลที่ Diligent Corporation, ผู้ร่วมเขียน Governance in the Digital Age, นักพูดเรืองชื่อเกี่ยวกับประเด็นการกำกับดูแล, และผู้ก่อตั้ง BoardEffect.
  • Peter Gleason, ประธานและซีอีโอของ National Association of Corporate Directors
  • Susan Kilsby, กรรมการของ Shire plc. และกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารของ Diageo, Goldman Sachs International, Fortune Brand Home & Security, และ BBA Aviation
  • Susan Forrester ผู้อำนวยการคณะกรรมการ G8 Education Ltd, Over the Wire, และ Xenith IP Group และประธาน National Veterinary Care Ltd.
  • TK Kerstetter, ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ Boardroom Resources บรรณาธิการรับเชิญของ  Corporate Board Member, และพิธีกรรายการ “Inside America’s Boardrooms”
  • Brian Stafford, ซีอีโอของ Diligent Corporation และผู้ร่วมเขียน Governance in the Digital Age

"Diligent Institute มุ่งเป้าไปที่ปัญหาระดับโลกที่คณะกรรมการในปัจจุบันต้องเผชิญ" Anastassia Lauterbach สมาชิกคณะกรรมการที่ปรึกษาของ Diligent Institute กล่าว “เป็นเรื่องยากขึ้นเรื่อยๆ ที่จะรับมือกับประเด็นความสามารถในการแข่งขันขององค์กร การโตมูลค่าของธุรกิจในยุคของปัญญาประดิษฐ์ ความวิตกกังวลทั่วโลกเกี่ยวกับความเสมอภาค และความสับสนเกี่ยวกับผลกระทบของข้อมูลที่มีต่อชีวิตและการตัดสินใจของเรา  Diligent Institute มอบเวทีที่ยอดเยี่ยมในการให้ความรู้แก่คณะกรรมการเกี่ยวกับกรณีการใช้งาน แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด และการสนับสนุนกรรมการในกระบวนการตัดสินใจ”

Diligent Institute เป็นหน่วยงานวิจัยด้านการกำกับดูแลระดับโลกของ Diligent Corporation  บุคคลมากกว่า 500,000 รายในกว่า 14,000 องค์กรทั่ว 90 ประเทศใช้งานผลิตภัณฑ์การกำกับดูแลของ Diligent Institute  ทางสถาบันจะดำเนินธุรกิจแยกต่างหากจากธุรกิจหลักของบริษัท  ผลการวิจัยฟรีสามารถดูได้ที่ DiligentInstitute.com.

เกี่ยวกับ Diligent Institute

Diligent Institute ก่อตั้งขึ้นในปี 2018 เพื่อเสนอมุมมองทั่วโลกเกี่ยวกับหัวข้อการกำกับดูแลที่ซับซ้อนและปฏิรูปวงการที่คณะกรรมการและทีมผู้บริหารกำลังเผชิญในปัจจุบัน  สถาบันทำหน้าที่เป็นหน่วยงานวิจัยด้านการกำกับดูแลระดับโลกของ Diligent Corporation ซึ่งเป็นผู้ให้บริการด้านการกำกับดูแลกิจการระดับแนวโดยมอบโซลูชั่นการกำกับดูแลกิจการร่วมที่ปลอดภัยให้กับคณะกรรมการและผู้บริหารระดับสูง  Diligent Institute ได้รับเงินสนับสนุนจาก Diligent Corporation เพียงรายเดียว

เกี่ยวกับ Diligent

Diligent เป็นผู้ให้บริการด้านการกำกับดูแลกิจการระดับแนวโดยมอบโซลูชั่นการกำกับดูแลกิจการร่วมที่ปลอดภัยให้กับคณะกรรมการและผู้บริหารระดับสูง  ลูกค้ามากกว่า 14,000 รายในกว่า 90 ประเทศและในทุก 7 ทวีปพึ่งพา Diligent ในการจัดจำหน่ายวัสดุคณะกรรมการอย่างปลอดภัย ตลอดจนการส่งข้อความที่ปลอดภัย การปฏิบัติตามข้อกำหนดแบบบูรณา การการประเมินคณะกรรมการและการจัดการนิติบุคคล  Governance Cloud เป็นโซลูชั่นที่ตอบสนองความต้องการด้านการกำกับดูแลที่เปลี่ยนอย่างต่อเนื่องขององค์กรชั้นนำ ไปที่ www.diligent.com เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม

ดูเวอร์ชันของแหล่งที่มาใน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20181205005043/en/

ติดต่อ:

สำหรับ Diligent Corporation

Greg Nyhan, 646-215-6884

gnyhan@mww.com

รัฐบาลเบลเยี่ยมและอาลีบาบากรุ๊ปร่วมกันส่งเสริมการค้าทั่วโลกแบบครบวงจรภายใต้โครงการ eWTP

Logo

ศูนย์กลางการขนส่งอัจฉริยะในเมืองลีแยฌ เป็นองค์ประกอบสำคัญของความเป็นหุ้นส่วนแบบ eWTP

ลีแยฌ เบลเยียม–(BUSINESS WIRE)–5 ธ.ค. 2018

รัฐบาลกลางของประเทศเบลเยียม (“รัฐบาลของประเทศเบลเยี่ยม”) และอาลีบาบากรุ๊ปโฮลดิ้งจำกัด (NYSE BABA“Alibaba Group”) ประกาศในวันนี้ว่าได้ร่วมตกลงที่จะส่งเสริมการค้าแบบครอบคลุมภายใต้แพลตฟอร์มElectronic World Trade Platform (“eWTP”) โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในการร่วมสร้างแพล็ตฟอร์มเวทีการค้าที่ครบวงจรและเป็นนวัตกรรมใหม่ซึ่งจะช่วยให้สามารถเข้าถึงโอกาสทางการค้าข้ามพรมแดนได้มากขึ้นและเท่าเทียมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับหน่วยธุรกิจขนาดกลางและเล็ก (SMEs)

วันนี้นาย Kris Peeters รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าและเศรษฐกิจและการบริโภคแห่งประเทศเบลเยี่ยม และนาย James Song ผู้อำนวยการอาวุโสกลุ่ม Alibaba Group ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกัน โดยมีนาย Charles Michel นายกรัฐมนตรี และ Angel Zhao ประธานกลุ่มธุรกิจระดับโลกของอาลีบาบาร่วมเป็นพยาน

นายกรัฐมนตรี Charles Michel กล่าวว่า "ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ eWTP สู่เบลเยี่ยม และความมุ่งมั่นของอาลีบาบาในการปรับปรุงขีดความสามารถในการแข่งขันของบริษัทในเบลเยี่ยมและยุโรปในเวทีการค้าโลก สำหรับการเป็นหุ้นส่วนนี้ถือเป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่ในการส่งเสริมการส่งออกซึ่งจะนำไปสู่ประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่กว้างขึ้นแก่สังคมโดยรวม ซึ่งรวมถึงโอกาสการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นในเมืองลีแยฌ

การเข้าร่วมใน eWTP เป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์ของประเทศของเราที่ต้องการจะช่วยให้บริษัทขนาดเล็กและขนาดกลางในประเทศสามารถแข่งขันในตลาดโลกในยุคดิจิทัลได้มากขึ้น นี่เป็นโอกาสไม่ใช่แค่ธุรกิจขนาดเล็กและคนหนุ่มสาวในเบลเยี่ยมเท่านั้น แต่รวมไปถึงทั่วยุโรป "

การเป็นหุ้นส่วนกับรัฐบาลเบลเยี่ยมจะเป็นความพยายามครั้งแรกของอาลีบาบาในการส่งเสริมการค้าโลกที่ครบวงจรในยุโรป โดยอาศัยการสานต่อจากความร่วมมือแบบ eWTP ใน ภูมิภาคเอเชีย และ แอฟริกา ในช่วงสองปีที่ผ่านมา

"ผมดีใจที่รัฐบาลเบลเยียมมีความมั่นใจต่อวิสัยทัศน์ eWTP และแบ่งปันพันธกรณีของเรา ด้วยความจริงที่ว่ากว่า 98% ของ บริษัทในยุโรปเป็นธุรกิจขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นการเริ่มโครงการและการขยายความพยายามของเราในการเสริมสร้างโอกาสทางการค้าที่ครอบคลุมสำหรับธุรกิจเหล่านี้ในเบลเยียมและทั่วยุโรป เราเชื่อมั่นว่าภายใต้ eWTP เราจะเปิดโอกาสอันยิ่งใหญ่ให้กับธุรกิจในยุโรปที่จะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการค้าข้ามพรมแดนทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดจีนซึ่งความต้องการสินค้าในยุโรปอยู่ในระดับสูง "นาย Daniel Zhang ประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาลีบาบา กล่าว

องค์ประกอบสำคัญของข้อตกลง eWTP ที่ลงนามในวันนี้ในเบลเยียมคือการจัดตั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านลอจิสติกส์เพื่อสนับสนุนการค้าข้ามพรมแดน บริษัท Cainiao Smart Logistics Network Ltd. ("Cainiao Network") ซึ่งเป็นบริษัทด้านโลจิสติกส์ของ Alibaba Group และสนามบินลีแยฌ ได้เซ็นสัญญาเช่าพื้นที่รวมกัน 220,000 ตารางเมตรเพื่อสร้างศูนย์กลางการขนส่งอัจฉริยะระดับโลกที่สนามบินลีแยฌ การลงทุนครั้งแรกจะมีมูลค่า 75 ล้านยูโร โดยเฟสแรกจะเปิดดำเนินการในช่วงต้นปี 2021 ศูนย์การขนส่งอัจฉริยะของ ลีแยฌ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์โดยรวมเพื่อช่วย SMEs ในการจัดการการส่งออกของบริษัทตน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซมีการขยายตัวทั่วโลกในปัจจุบัน

ศูนย์กลางการขนส่งอัจฉริยะใหม่จะเป็นรากฐานที่สำคัญของความร่วมมือด้านโครงสร้างพื้นฐาน eWTP โดยอาลีบาบามีบทบาทสำคัญในการอำนวยความสะดวกด้านการค้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเข้าถึงตลาดจีนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของกลุ่มที่จะทำหน้าที่เป็น "Gateway to China หรือประตูสู่จีน" และช่วยนำเข้าสินค้าที่มีคุณภาพมูลค่ากว่า 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐจากทั่วโลกไปยังจีนภายในห้าปีถัดไป

"โครงการ eWTP ของอาลีบาบาเป็นการตอกย้ำความน่าดึงดูดใจของประเทศและภูมิภาคของเรา บริษัทจากจีนโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทในกลุ่มเทคโนโลยีกำลังเข้ามาลงทุนในเบลเยี่ยม ขณะที่การค้าโลกยังคงขยายตัวอยู่อย่างต่อเนื่อง Wallonia จะเป็นศูนย์กลางการขนส่งที่เหมาะสำหรับบริษัทระดับโลก เนื่องจากเป็นผู้นำในด้านความเชี่ยวชาญด้านการบรรทุกสินค้าและการเชื่อมต่อสำหรับรถไฟและท่าเรือ ข้อตกลงนี้จะช่วยปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อตอบสนองการส่งออกผลิตภัณฑ์จากเบลเยียมไปยังประเทศจีนให้เพิ่มขึ้น " Pierre-Yves Jeholet รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจการค้าและการลงทุนกล่าว

Luc Partoune, CEO ของสนามบินลีแยฌ กล่าวว่า "การมาถึงของ Cainiao Network  ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสนามบินของเรา มีบริษัทจีนหลายแห่งที่อยู่ที่นี่แล้ว และบริษัทอื่น ๆ ก็จะให้ความสนใจเพิ่มเพราะการมาถึงของ Cainiao และโอกาสในการเติบโตที่เพิ่มขึ้นด้านอีคอมเมิร์ซระหว่างยุโรปและจีน "

นอกจากนี้ รัฐบาลเบลเยียมและอาลีบาบาจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ ๆที่จะส่งเสริมการนำไปสู่ระบบดิจิทัลของขั้นตอนด้านศุลกากรและการทำให้พีธีการศุลกากรมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะมีความสำคัญต่อการค้าโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ SMEs

อาลีบาบาและหน่วยงานด้านการค้าและการลงทุนของเบลเยี่ยมจะทำงานร่วมมือกันเพื่อเพิ่มโอกาสในการขายผลิตภัณฑ์เบลเยียมที่มีคุณภาพบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซภายในระบบนิเวศของอาลีบาบา ซึ่งจะรวมถึงการโปรโมตผลิตภัณฑ์การตลาดและการนำเข้าโดยตรงโดยแพลตฟอร์มของอาลีบาบาบา

อาลีบาบายังได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับรัฐบาลเบลเยี่ยมในการส่งเสริมให้เบลเยียมเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีน

Charles Michel นายกรัฐมนตรีเบลเยี่ยม และ Jack Ma ประธานกลุ่มอาลีบาบากรุ๊ปได้พบกันในเดือนกรกฎาคมปีนี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับโครงการ eWTP โดยนายกรัฐมนตรีได้แสดงความสนใจให้เบลเยียมเข้ามาเป็นหุ้นส่วนของ eWTP และส่งเสริมวิสัยทัศน์นี้ ด้านรองนายกรัฐมนตรีเบลเยียม Kris Peeters ยืนยันความสนใจนี้ในระหว่างการพบปะกับ Daniel Zhang จาก Alibaba Group ที่งาน China International Import Expo (CIIE) ในเซี่ยงไฮ้ ทั้งสองฝ่ายได้ทำงานอย่างไม่ลดละตลอดหกเดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดการลงนามในสัญญาร่วมกันในวันนี้

# # # # #

เกี่ยวกับ eWTP

อิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์มการค้าโลก หรือ The Electronic World Trade Platform (eWTP) เป็นโครงการที่นำโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากเอกชนหลายรายที่รวมตัวกันเพื่อเพิ่มศักยภาพในการเจรจาระหว่างภาครัฐและเอกชนที่จะร่วมกันสร้างการปฏิบัติที่ดีที่สุด สร้างกฎการค้าใหม่ๆ และส่งเสริมนโยบายที่มีการบูรณาการและครอบคลุมผู้คนมากขึ้น เพื่อส่งเสริมการพัฒนาด้านการค้าเชิงพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และเศรษฐกิจดิจิทัลในยุคอินเทอร์เน็ต

eWTP ถูกก่อตั้งเป็นครั้งแรกโดย Jack Ma ผู้ก่อตั้งอาลีบาบากรุ๊ป Jack Ma ในปี 2016 และได้รับการยอมรับว่าเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่สำคัญของธุรกิจ 20 หรือ Business 20 (B20) และได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการในแถลงการณ์ร่วมของผู้นำ G20 ในปี 2016 ความคิดริเริ่มนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยให้บริษัทขนาดเล็กและกลางและประเทศที่เข้าร่วมโครงการได้บรรลุศักยภาพทางเศรษฐกิจ ด้วยการลดอุปสรรคทางการค้าและทำให้องค์กรธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง (SMEs) สามารถขยายขีดความสามารถทางการค้าทั่วโลกได้ง่ายขึ้น

การพัฒนาจะขับเคลื่อนโดยองค์กรธุรกิจด้วยการสนับสนุนจากรัฐบาล ธุรกิจต่าง ๆ สามารถสร้างฮับสำหรับอีคอมเมิร์ซและรัฐบาลสามารถสร้างเขตการค้าเสรีแบบฟรีสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก พัฒนากฎระเบียบการค้าอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ แบ่งปันแนวทางปฏิบัติที่ดี และอำนวยความสะดวกในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริการด้านอีคอมเมิร์ซ โดยการส่งเสริมภายใต้โครงการ “4Ts” trade, tourism, training and technology หรือ การค้า การท่องเที่ยง การฝึกฝน และเทคโนโลยีจะช่วยส่งเสริมให้มีการบูรณาการเพิ่ม รวมไปถึงการพัฒนาด้านสภาพแวดล้อมสำหรับการค้าอิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน

อาลีบาบากรุ๊ปได้จัดตั้งฮับ eWTP สามแห่งนอกประเทศจีน ในมาเลเซีย รวันดา และเบลเยี่ยม ตามลำดับ เหตุการณ์สำคัญเหล่านี้เกิดขึ้นตามการร่วมมือของอาลีบาบากับทั้งสามประเทศเพื่อทำงานร่วมกันเพื่อให้ SMEs สามารถได้รับประโยชน์จากการค้าโลก

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ eWTP กรุณาเยี่ยมชม:

https://www.alizila.com/electronic-world-trade-platform/

เกี่ยวกับ Alibaba Group

อาลีบาบากรุ๊ปมีเป้าหมายในการทำธุรกิจได้ทุกที่ และบริษัท มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืน เป็นเวลา 102 ปี สำหรับปีงบการเงินที่สิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2018 บริษัท มีรายได้ 39,900 ล้านเหรียญสหรัฐ

เกี่ยวกับเครือข่าย Cainiao

Cainiao Network ทุ่มเทเพื่อตอบสนองวิสัยทัศน์ด้านการขนส่งของอาลีบาบากรุ๊ปในการปฏิบัติตามคำสั่งซื้อของผู้บริโภคภายใน 24 ชั่วโมงในประเทศจีน และภายใน 72 ชั่วโมงจากที่ใด ๆ ในโลก โดยใช้แพลตฟอร์มเพื่อสร้างเครือข่ายการปฏิบัติการณ์ทั่วประเทศเพื่อยกระดับขีดความสามารถและศักยภาพของคู่ค้าด้านโลจิสติกส์ เพื่อเสนอบริการโลจิสติกส์แบบครบวงจรทั้งในและต่างประเทศ พร้อม ๆ ไปกับการนำเสนอโซลูชั่นการจัดการซัพพลายเชนเพื่อตอบสนองความต้องการด้านโลจิสติกส์ต่าง ๆ ของผู้ค้าและผู้บริโภค ทั้งนี้ Cainiao Network เป็นธุรกิจของกลุ่มอาลีบาบา

เกี่ยวกับสนามบินลีแยฌ

สนามบินลีแยฌ สนามบินขนส่งสินค้าลำดับที่ 8 ในยุโรปและอันดับ 1 ในเบลเยียม เป็นสนามบินในยุโรปเพียงแห่งเดียวที่ให้ความสำคัญการขนส่งสินค้าอย่างเต็มรูปแบบ (#freightersfirst) สนามบินแห่งนี้เชี่ยวชาญด้านการขนส่งเร่งด่วน การขนส่งพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ผลิตภัณฑ์ยา และสินค้าที่เน่าเสียง่าย รวมทั้งสัตว์ที่มีชีวิต สนามบินลีแยฌ และแบรนด์ Flexpress เปิดตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่มีข้อจำกัด และให้บริการที่ยืดหยุ่นและรวดเร็วตลอดการเดินทางโดยรถบรรทุกไปยังสามหัวเมืองใหญ่ ๆ อย่าง อัมสเตอร์ดัม – ปารีส – แฟรงค์เฟิร์ต เพื่อให้บริการผู้บริโภคกว่า 400 ล้านคน

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20181205005291/en/

ติดต่อ:

รัฐบาลเบลเยียม

Miet Deckers

+32 475 766526

Miet.Deckers@peeters.fed.be

กลุ่มอาลีบาบา

Deborah Binks-Moore

+44 7470 691277

d.binks-moore@alibaba-inc.com

หน่วยงานการค้าและการลงทุนของเบลเยียม

Arnaud Collette – AWEX

+32 476 570130

arnaud.collette@icloud.com

สนามบินลีแยฌ

Christian Delcourt ผู้จัดการฝ่ายการสื่อสาร

+32 496 53 06 15

cde @ liegeairport.com

Diligent เจ้าของ Blueprint OneWorld และ CSC เปิดตัวความร่วมมือครั้งใหม่ที่รวมบริการการบริหารจัดการธุรกิจระดับโลกที่ดีที่สุดและบริการผู้แทนจดทะเบียนไว้ด้วยกัน

Logo

นิวยอร์ก–(BUSINESS WIRE)–04 ธันวาคม 2561

Diligent ประกาศในวันนี้ว่าผลิตภัณฑ์ Blueprint® OneWorld ของพวกเขาจะผนึกกำลังกับ CSC ผู้ให้บริการด้านผู้แทนจดทะเบียนแถวหน้าของโลก ผ่านการบูรณาการเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ ซึ่งจะมอบโซลูชันบริหารธุรกิจระดับโลกที่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกัน ให้กับองค์กรที่มองหาวิธีบริหารธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ด้วยระเบียบข้อบังคับที่มีความซับซ้อนในปัจจุบัน เทคโนโลยีและบริการด้านการบริหารธุรกิจระดับโลกมีความจำเป็นสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ ในการขับเคลื่อนสมรรถภาพ ปรับปรุงการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับและลดความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ การร่วมมือกันครั้งล่าสุด ที่เป็นการนำซอฟต์แวร์ Blueprint OneWorld และบริการผู้แทนจดทะเบียนจาก CSC มารวมเข้าไว้ด้วยกันนี้ ก็เพื่อตอบสนองต่อความต้องการข้อเสนอที่รวมทั้งผลิตภัณฑ์และบริการไว้ด้วยกันในแพ็คเกจเดียว

“เรามีความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอโซลูชันที่มีประสิทธิภาพและเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับมากขึ้น ขณะที่ลดความเสี่ยงและสถานะให้น้อยลง” Liam Healy รองประธานอาวุโสและกรรมการผู้จัดการ Blueprint OneWorld กล่าว “CSC มีมาตรฐานของบริการผู้แทนจดทะเบียนที่ดีมาก และการร่วมมือกันครั้งนี้ทำให้เรามีโอกาสอันดีเยี่ยมในการนำเสนอโซลูชันที่มีความครบวงจร ทั้งด้านคุณภาพและมูลค่าที่ไม่มีใครเทียบเท่า ให้กับลูกค้าของเรา”

Blueprint OneWorld และ CSC จะร่วมกันพัฒนาโซลูชันแบบครบวงจรสำหรับแบ่งปันข้อมูลระหว่างระบบบริหารธุรกิจที่มีอยู่ทั่วโลกของพวกเขากับบริการผู้แทนจดทะเบียน ซึ่งทำให้ลูกค้าได้ประโยชน์ในสามด้านหลัก ๆ ได้แก่

1. สร้างข้อมูลและเอกสารที่ผ่านการตรวจสอบแล้วได้รวดเร็วขึ้น

2. ข้อมูลมีความถูกต้องแม่นยำมากขึ้น พร้อมทั้งมีความเป็นปัจจุบัน และ

3. ใช้โซลูชันเดียวในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อมอบบริการและเทคโนโลยีที่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกัน

"การรวมกันของซอฟต์แวร์ Blueprint OneWorld ของ Diligent และบริการผู้แทนจดทะเบียนของ CSC มีศักยภาพที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงในการช่วยให้องค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะที่สามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบได้มากขึ้น และมีความเสี่ยงน้อยลง" Teresa Kennedy ผู้จัดการฝ่ายนิติบุคคลของ World Fuel Services กล่าว "ฉันเชื่อว่าสิ่งนี้จะช่วยบริษัทได้อย่างมากในเรื่องการทำข้อมูลและเอกสารขององค์กรให้เป็นปัจจุบัน การจดทะเบียน การจัดการเกี่ยวกับการต่ออายุและการถอดถอนในเขตอำนาจของสหรัฐอเมริกา"

ด้วยการมุ่งเป้าไปที่เรื่องเดียวกัน คือ ความปลอดภัย การร่วมเป็นพันธมิตรครั้งนี้ ลูกค้าจะสามารถใช้ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลเดียว (Single Source of Truth) ซึ่งจะเป็นการยกระดับการบริหารอย่างมาก เนื่องจากการตัดสินใจต่าง ๆ จะเป็นการตัดสินใจจากข้อมูลที่มีความถูกต้อง นอกจากนี้ การเข้าถึงในระดับโลกทำให้ลูกค้าทั้งปัจจุบันและในอนคตมีโซลูชันบริหารธุรกิจที่ตรงกับความต้องการ เหมาะกับขนาดขององค์กร งบประมาณและที่ตั้งทางภูมิศาสตร์

“ที่ผ่านมา CSC ได้ดูแลลูกค้าบริษัทที่มีรายชื่อในการจัดอันดับ Fortune 500® ด้วยบริการด้านธุรกิจที่มีความปลอดภัย น่าเชื่อถือและวางใจได้มากว่า 115 ปี” Jennifer Kenton รองประธานอาวุโสผู้ดูแลการขายทั่วโลกของ CSC กล่าว “พวกเรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้เป็นพันธมิตรกับ Diligent เนื่องจากการร่วมมือกันครั้งนี้จะทำให้เราสามารถนำเสนอทางเลือกในการบูรณาการข้อมูลการบริหารธุรกิจอย่างราบรื่นเข้ากับ Blueprint® OneWorld และมอบบริการที่มีชื่อเสียงและได้รับรางวัลมาอย่างมากมายของพวกเราให้กับลูกค้าได้พร้อมกัน

เกี่ยวกับ Diligent

Diligent เป็นผู้ให้บริการชั้นนำด้านโซลูชันการกำกับดูแลกิจการและการทำงานร่วมกันอย่างปลอดภัยสำหรับคณะกรรมการบริหารและผู้บริหารอาวุโส ลูกค้ากว่า 12,000 ราย ในกว่า 60 ประเทศ ทั่วทั้ง 7 ทวีปต่างไว้ใจให้ Diligent ช่วยในการกระจายเอกสารและข้อความที่เป็นความลับ การปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ การประเมินคณะกรรมการบริหารและการจัดการธุรกิจ Governance Cloud เป็นโซลูชันเพียงหนึ่งเดียวที่สามารถตอบสนองความต้องการด้านการบริหารองค์กรชั้นนำที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ diligent.com

เกี่ยวกับ CSC

CSC เป็นผู้ให้บริการโซลูชันที่มีความรู้เป็นพื้นฐานสำหรับทุกช่วงของการทำธุรกิจ ช่วยให้องค์กรเริ่มธุรกิจ ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ สร้างการทำธุรกรรม และสนับสนุนอสังหาริมทรัพย์ M&A และการทำธุรกรรมระดับองค์กรในเขตอำนาจของสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่น ๆ กว่าร้อยประเทศ เราทำงานร่วมกับธนาคารและผู้ให้บริการด้านสินเชื่อรายใหญ่ของโลก ในการลดความเสี่ยงในสิทธิการยึดหน่วงทรัพย์ ช่วยให้ทำธุรกรรมได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และสร้างสภาพแวดล้อมที่มีความปลอดภัยให้กับขั้นตอนทางการเงินต่าง ๆ และมีโซลูชันสำหรับการจัดเตรียมเอกสารและบันทึกด้านอสังหาริมทรัพย์ที่มีความปลอดภัยอีกด้วย เราคือพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจจากบริษัทที่มีรายชื่อในการจัดอันดับ Fortune 500® สูงถึง 90% โดยเป็นบริษัทด้านกฎหมายเกือบ 10,000 แห่ง และเป็นองค์กรด้านการเงินมากกว่า 3,000 แห่ง สำนักงานใหญ่ของเราตั้งอยู่ในเวลลิงตัน รัฐเดลาแวร์ สหรัฐอเมริกา นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1899 เป็นต้นมา  พวกเราคือบริษัทระดับโลกที่มีความสามารถในการทำธุรกิจในทุกที่ที่ลูกค้าต้องการ และเราสามารถทำสิ่งที่ลูกค้าต้องการให้สำเร็จด้วยการจ้างผู้เชี่ยวชาญในทุกธุรกิจที่เราให้บริการ

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20181204005227/en/

ติดต่อ:

Diligent Corporation
Greg Nyhan, 646-215-6884
gnyhan@mww.com

เป้าหมายคือกระเป๋าสตางค์ของเยาวชนจีน: คลื่นดิจิตอลแรง 9 ล้านล้านดอลลาร์

Logo

ซิดนีย์–(บิสิเนสไวร์)–29 พฤศจิกายน 2018

การต่อสู้ครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นเพื่อครองใจ(และกระเป๋าเงิน)ของชาวจีนรุ่นมิลเลนเนียล (Millennial)  หนังสือเล่มใหม่ของนักวิเคราะห์อนาคต Rocky Scopelliti ชื่อ  Youthquake 4.0 – A Whole Generation and The New Industrial Revolution กล่าวว่า “กระเป๋าสตางค์ของชาวจีนรุ่น Millennial มีขนาดใหญ่กว่าประชากรผู้ใหญ่ชาวจีนเฉลี่ย 16 เปอร์เซ็นต์"

"ส่วนแบ่งของความมั่งคั่งทั่วโลกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ควบคุมโดย Millennial มีถึงร้อยละ 45 มากกว่าสหรัฐอเมริการ้อยละ 22 และมากกว่ายุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริการ้อยละ 14  ภายในปี 2020 ตัวเลขนี้จะเพิ่มสองเท่าเป็นมูลค่า 35.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ1  เพื่อเปรียบเทียบบริบท GDP ของสหรัฐอเมริกาในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 22 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ และยูโรโซนที่ 13 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ  Millennials แห่งประเทศจีนเป็นกลุ่มแรกในเอเชียที่จะกลายเป็นกลุ่มประชากรที่มีมูลค่ามากที่สุดและเป็นกำลังทางเศรษฐกิจที่ต้องจับตามอง” Scopelliti กล่าว

Scopelliti อธิบายว่าศตวรรษที่ 21 จะถูกกำหนดโดย Millennials ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยร้อยละ 58 อาศัยอยู่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก  อิทธิพลของพวกเขาในฐานะผู้บริโภค พนักงาน และนักลงทุนจะมีแต่เพิ่มขึ้น

หนังสือตีพิมพ์ทั่วโลก Marshall Cavendish ถอดปัญหาโลกต่างๆ ในปัจจุบันที่ทวีคูณโดยอิทธิพลของ Millennials และการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4

"เอเชียได้เป็น 'โรงงาน' สำหรับการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 3 โดยได้ปรับตัวให้เข้ากับการพัฒนาทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีในโลก แสดงถึงขีดความสามารถของภูมิภาคนี้ในการปรับตัวให้เข้ากับการพัฒนาทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีในโลกและการสร้างข้อได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบอย่างต่อเนื่อง  เอเชียใกล้ที่จะขยายตัวแซงสหรัฐอเมริกาในการเป็นตลาดทุนร่วมที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยดึงดูดเงินทุนจำนวน 70.8 พันล้านเหรียญสหรัฐฯในปี 2017 เทียบกับ 71.9 พันล้านเหรียญสหรัฐฯในสหรัฐอเมริกา และจะแซงหน้าสหรัฐอเมริกาในการเข้าสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4” Scopelliti กล่าว

การลงทุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่เกิดขึ้นใหม่ในด้าน AI หุ่นยนต์ Internet of Things (IoT) ยานพาหนะที่เป็นอิสระ การพิมพ์แบบ 3 มิติ เทคโนโลยีชีวภาพ นาโนเทคโนโลยี วัสดุศาสตร์ การจัดเก็บพลังงาน blockchain และการคำนวณด้วยควอนตัมจะเป็นรากฐานของศตวรรษเอเชีย

คณะกรรมการกว่า 150 คณะและทีมผู้บริหาร รวมทั้งบริษัทใน Fortune 100 ขอคำปรึกษา Scopelliti ทุกปีในฐานะนักวิเคราะห์อนาคตชื่อดังระดับโลก

1 Boston Consulting Group (2016), ‘Global Wealth Market Sizing Database’

2 PricewaterhouseCoopers and CB Insights’ 2017 MoneyTree

ดูเวอร์ชันของแหล่งที่มาใน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20181128005905/en/

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชม: www.Youthquake4.com

Rocky Scopelliti

อีเมล์: RockyS@Youthquake4.com

โทร: +61410447998

LinkedIn: Rocky Scopelliti

Twitter: @Rocky Scopelliti

เมืองชาร์จาห์ฉลองตำแหน่ง ‘Child-Friendly City’ ที่แต่งตั้งโดยยูนิเซฟ ในขบวนคาร์นิวัลสุดอลังการ

Logo

  • เด็กๆ จากชาร์จาห์ส่งสารถึงทั่วโลก: ‘เด็กทุกคนมีสิทธิที่จะได้อาศัยในสถานที่ที่ปลอดภัยเช่นเดียวกับพวกเรา’
  • มีเด็กนักเรียนกว่า 500 คน เข้าร่วม

ชาร์จาห์, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–(BUSINESS WIRE)–26 พฤศจิกายน 2018

เด็กและเยาวชนที่อาศัยอยู่ในนครชาร์จาห์แห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ส่งข้อความถึงชาวโลกผ่านข้อความ “เด็กทุกคนมีสิทธิที่จะได้เล่น มีความสุข เรียนรู้ สร้างสรรค์ เด็กทุกคนมีสิทธิที่จะได้อาศัยในสถานที่ที่ปลอดภัยเช่นเดียวกับพวกเรา” เด็กๆ จากชาร์จาห์ยังเรียกร้องให้ทุกเมืองทั่วโลกสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรกับเด็กๆ”

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20181126005607/en/

During the first Sharjah Child and Youth Friendly Carnival, coinciding with Universal Children’s Day ...

ระหว่างกิจกรรม Sharjah Child and Youth Friendly Carnival ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับการเฉลิมฉลองวันเด็กสากล (รูปภาพ: Business Wire)

การเรียกร้องครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่างกิจกรรม Sharjah Child and Youth Friendly Carnival ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรก และอยู่ในช่วงเวลาเดียวกันกับวันเด็กสากล นอกจากนี้ ยังเป็นการเฉลิมฉลองให้กับการที่เมืองชาร์จาห์ได้รับเลือกจากยูนิเซฟให้เป็นเมืองที่เป็นมิตรกับเด็ก หรือ Child-Friendly City

ขบวนพาเหรดสร้างสีสันและนำความสนุกสนานมาสู่ท้องถนนเมืองชาร์จาห์ด้วยเสียงดนตรี โดยมีนักแสดง สมาชิกครอบครัว เยาวชน และตัวแทนจากหน่วยงานรัฐกว่า 500 ร้อยคนเข้าร่วมในขบวนพาเหรดที่ยาวกว่า 1 กิโลเมตร บนถนน Al Buhaira Corniche ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางนคร

ขบวนพาเหรดนำโดยวงดุริยางค์ทหารของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งมาพร้อมการแสดงปี่สก็อตที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ชม ถัดมาเป็นการแสดง ‘The Flying Dreams’ ที่มาพร้อมสีสันจากตุ๊กตาเป่าลม เช่น นกยักษ์และบ้านการ์ตูนที่ล่องลอยอยู่บนท้องฟ้า นอกจากนี้ยังมีรถลูกโป่งและนักแสดงในชุดลูกโป่งสีสันต่างๆ เปลี่ยนเมืองทั้งเมืองให้เป็นปาร์ตี้ลูกโป่งยักษ์ ขณะที่สวน ‘Magic Garden’ มาในบรรยากาศของป่า มีตัวตลกขายาวแต่งตัวเป็นดอกไม้และพืชพรรณสีสันต่างๆ

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้การอุปถัมภ์ของ His Highness Sheikh Dr Sultan bin Muhammad Al Qasimi ซึ่งเป็นสมาชิกคณะมนตรีสูงสุดของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และผู้ปกครองนครชาร์จาห์ ร่วมกับหน่วยงาน Sharjah Baby Friendly Office

ขบวนแห่ปิดท้ายด้วยการแสดงพลุสุดอลังการ ซึ่งเป็นการปิดท้ายอย่างสมบูรณ์แบบของการเฉลิมฉลองอันน่าประทับใจให้กับเหล่าดวงดาวที่จะนำความสว่างไสวมาสู่เมืองในอนาคต

– จบ –

เกี่ยวกับ Sharjah Baby Friendly Office (SBFO)

SBFO มีเป้าหมายในการปกป้องและยกระดับสถานะและความเป็นอยู่ของเด็กทุกช่วงอายุที่อาศัยอยู่ในนครชาร์จาห์ ด้วยการนำกลยุทธ์และแผนต่างๆ มาปรับใช้ร่วมกับสถาบันและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้ สำนักงาน SBFO อยู่ระหว่างการริเริ่มโครงการ Sharjah Baby-Friendly Emirate (มุ่งเน้นที่เด็กในช่วงอายุ 0-2 ปี) และโครงการ Sharjah Child Friendly City (มุ่งเน้นที่เด็กในช่วงอายุ 0-18 ปี)

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่นี่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20181126005607/en/

ติดต่อ:

National Network Communications (NNC)
Fadia Daouk, +971 52 617 2111

การรับประกันสิทธิในอนามัยทางเพศและการเจริญพันธุ์สำหรับทุกคนเป็นกุญแจสำคัญในการบรรลุเป้าหมาย SDG

Logo

กรุงเทพมหานคร–(บิสิเนสไวร์)–26 พฤศจิกายน 2018

UN ESCAP ร่วมมือกับ UNFPA ได้จัดทำบททบทวนปฏิญญาระดับภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกประจำปี 2013 เกี่ยวกับเรื่องประชากรและการพัฒนาในกรุงเทพฯ ในวันที่ 26-28 พฤศจิกายน 2018  ก่อนหน้าการประชุมนี้ได้มีการจัดตั้งฟอรั่มองค์กรประชาสังคม (Civil Society Organisation – CSO) เพื่อระบุประเด็นสำคัญและวางแผนอนาคต

ประเด็นที่มีความสำคัญในวาระการพิจารณา ได้แก่ – พลวัตรและความเหลื่อมล้ำทางประชากร การให้ความเท่าเทียมทางเพศ การเข้าถึงสิทธิในอนามัยทางเพศและการเจริญพันธุ์ทั่วโลก (sexual and reproductive health & rights – SRHR) กลุ่มที่อ่อนแอและความทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ  ประเด็นสำคัญในวาระการประชุม ได้แก่ การเพิ่มการให้บริการของ SRH แก่ประชากรที่ด้อยโอกาส การเปิดเสรีกฎหมายการทำแท้ง การศึกษาทางเพศแบบครอบคลุม (Comprehensive Sexuality Education – CSE) ในหลักสูตรการศึกษาอย่างเป็นทางการ เงินทุนสาธารณะสำหรับ CSE และการปรับปรุงกฎระเบียบและนโยบายในการลดและตอบสนองต่อความรุนแรงจากเพศ

ในขณะที่ ESCAP และ UNFPA มุ่งที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ คณะกรรมการกำกับดูแล CSO ได้เสนอแนะว่า ในการบรรลุเป้าหมายภายใต้การประชุมนานาชาติเรื่องโครงการพัฒนาประชากรและการพัฒนา (International Conference on Population and Development – ICPD) Programme of Action (PoA) และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (sustainable development goals – SDGs) 2030 บุคคลทุกคนต้องสามารถเข้าถึง SRH ได้อย่างครบถ้วน  แนวทางใดๆ ที่ไม่สามารถเอาชนะอุปสรรคในการดำเนินงานของ SRHR รวมถึงการมีอคติ การแบ่งแยก และความเสมอภาคทางเพศถือว่าไม่ได้ปฏิบัติตามวาระเหล่านี้อย่างเต็มที่

Neha Chauhan ที่ปรึกษาด้านเทคนิค Advocacy and Accountability, IPPF, สำนักงานภูมิภาคเอเชียใต้กล่าวเกี่ยวกับ ICPD PoA ในนามของคณะกรรมการบริหารของ CSO ว่า "การดำเนินการและการปฏิบัติตามข้อกำหนดของ ICPD PoA เป็นวาระทางการเมืองที่สำคัญยิ่งกว่าที่เคย  รัฐบาล หน่วยงานของสหประชาชาติ และประชาสังคมจะต้องร่วมมือกันเพื่อเร่งดำเนินการและทำให้มั่นใจได้ว่าการเข้าถึง SRHR ตามหลักสากลเป็นความจริงสำหรับทุกคน  ประเด็นนี้จะเป็นหัวใจสำคัญในการบรรลุ SDG ในปี 2030"

ทางคณะกรรมการได้แนะนำให้ ICPD PoA เป็นเป้าหมายการพัฒนาและนโยบายทางการเมืองที่สำคัญ โดยการดำเนินการดังกล่าวจะเสริมสร้างและขยายความเข้าใจเกี่ยวกับ SRHR โดยการศึกษาชุมชนที่อ่อนแอและถูกกดขี่  รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมทางกฎหมายและสังคมที่สนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาสังคมอย่างยั่งยืนเพื่อให้ CSO สามารถมีส่วนร่วมในสังคมและการกำหนดนโยบาย

ในช่วง 25 ปีที่ผ่านมาได้มีความคืบหน้าในการตระหนักถึงความสำคัญของ SRHR และการดำเนินงานของ ICPD PoA   อย่างไรก็ตามยังคงมีสิ่งที่ต้องทำอีกมากเพื่อต่อสู้กับความไม่เท่าเทียมและบรรลุเป้าหมาย SDG ภายในปี 2030 โดยไม่ปล่อยให้ใครถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง

ดูเวอร์ชันของแหล่งที่มาใน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20181126005537/en/

ติดต่อ:

Kanica

kanica@avian-media.com

+919810113624

โรงพยาบาลในคอกส์บาซาร์ จะเสนอการช่วยเหลือทางการแพทย์ตลอด 24 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 7 วัน ให้แก่ผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญา 140,000 ราย

Logo

คอกส์บาซาร์, บังคลาเทศ–(BUSINESS WIRE)–14 พ.ย. 2018

โรงพยาบาลที่มีเตียง100 เตียงได้ถูกเปิดทำการในย่านคอกส์บาซาร์ของบังคลาเทศ คาดว่าจะให้บริการผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญา 140,000 คนจากค่าย Kutupalong

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณลักษณะเป็นมัลติมีเดีย ดูข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20181114005631/en/

Sheikh Sultan bin Ahmed Al Qasimi, humanitarian envoy of the foundation and chairman of SMC inaugura ...

Sheikh Sultan bin Ahmed Al Qasimi ทูตด้านมนุษยธรรมของมูลนิธิและประธาน SMC ได้เปิดโรงพยาบาลเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (รูปภาพ: Business Wire)

สถานที่ทำการแพทย์ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงนี้ถูกสร้างขึ้นและบริหารจัดการโดย Médecins Sans Frontières (MSF) ซึ่งก็คือ องค์กรแพทย์ที่ไร้พรมแดนที่ได้รับการสนับสนุนจาก มูลนิธิ The Big Heart Foundation หรือ TBH องค์กรด้านมนุษยธรรมระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่ในเมืองชาร์จาห์ โดยมุ่งจะรักษาผู้ป่วยจำนวน 7,200 คนในปีแรก

โครงการนี้ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการของ TBHF ในความพยายามที่จะขยายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไปสู่ผู้เปราะบางทั่วโลก ได้รับการสนับสนุนจาก 3 ล้านเหรียญเดอร์แฮมสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จาก Sharjah Media Corporation (SMC) ที่มาจากการระดมทุนสาธารณะเพื่อโครงการด้านการดูแลสุขภาพ และจะช่วยบรรเทาทุกข์แก่ชาวโรฮิงญา ซึ่งรวมถึงหญิงตั้งครรภ์ ทารกและเด็กเล็กที่ต้องทนทุกข์ทรมาน

โรงพยาบาลมีหน่วยดูแลผู้ป่วยหนัก แผนกกุมารเวชศาสตร์และแผนกคลอดบุตร ตลอดจนถึงแผนกผู้ป่วยนอกที่ให้บริการผู้ที่ตกเป็นเหยื่อทางเพศ

โรงพยาบาลยังมีระบบบำบัดน้ำสำหรับผู้อยู่อาศัยในพื้นที่และติดตั้งระบบเตือนภัยแบบไฮเทคเพื่อตรวจหาโรคติดเชื้อและสามารถตอบสนองและควบคุมโรคระบาด โรงพยาบาลพยายามที่จะเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบันของพื้นที่ในการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินตามสภาพทางระบาดวิทยาหรือภัยพิบัติทางธรรมชาติ

Sheikh Sultan bin Ahmed Al Qasimi ทูตด้านมนุษยธรรมของมูลนิธิและประธาน SMC ได้เปิดโรงพยาบาลเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

เขากล่าวว่า "การระดมทุนสำหรับโรงพยาบาลได้รับการรวบรวมผ่านโครงการระดมทุนผ่านสาธารณชนสำหรับโครงการด้านการดูแลสุขภาพ และเป็นการแสดงถึงแสดงความพยายามของชุมชนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในการเผยแพร่สาส์นด้านมนุษยธรรมทั่วโลก

โรงพยาบาลแห่งนี้แสดงออกถึงความเชื่อมโยงด้านมนุษยธรรมที่เชื่อมต่อชุมชนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไปยังประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก "

เป็นเวลามากกว่าหนึ่งปีนับจากภาวะวิกฤติในคอกส์บาซาร์จำนวนผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญามีจำนวนเกือบ 1 ล้านคนแล้ว ขนาดของการหลั่งไหลเข้าสู่ย่านคอกส์บาซาร์ และความขาดแคลนทรัพยากรทำให้เกิดเหตุฉุกเฉินด้านมนุษยธรรมที่เกินกว่าความสามารถของระบบในการจัดการกับชุมชนท้องถิ่นและอื่น ๆ จะจัดการอยู่

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20181114005631/en/

ติดต่อ:

National Network Communications (NNC)

NNCFadia Daouk, +971 52 617 2111

การนำเสนอโครงการ UTON และการประชุมส่งเสริมการตลาดระหว่างประเทศ ถูกจัดขึ้นที่ Intercontinental Singapore

Logo

สิงคโปร์–(BUSINESS WIRE)–12 พ.ย. 2018

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 ได้มีการจัดการนำเสนอโครงการ UTON และการประชุมส่งเสริมการตลาดระหว่างประเทศที่โรงแรม Intercontinental Singapore โดยแขกผู้เข้าร่วมงานส่วนใหญ่เป็นผู้มีหน้ามีตาในสังคม และมีประสบการณ์ระดับสูงในด้านอุตสาหกรรมบล็อกเชนจาก สหรัฐอเมริกา สวิตเซอร์แลนด์เยอรมนี รัสเซีย เกาหลีใต้ สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย เป็นต้น

การประชุมครั้งนี้เป็นการแนะนำสถาปัตยกรรมระบบและระบบบัญชีของ LikeLib และแสดงให้เห็นถึงลักษณะทางเทคนิค โปรโตคอลการรักษาความปลอดภัย และโหมดการทำธุรกรรมที่ไม่ซ้ำแบบใครของ UTON ATM ซึ่งเป็นเครื่องแลกเปลี่ยนสินทรัพย์อัตโนมัติที่มีศักยภาพสูงซึ่งจะเปิดตัวเร็ว ๆ นี้ การประชุมได้ประกาศกรอบแนวคิดเกี่ยวกับกระเป๋าสตางค์ฮาร์ดแวร์ที่เข้ารหัส หรือ UTON ซึ่งเป็นโครงการกระเป๋าสตางค์ด้านฮาร์ดแวร์แบบโอเพนซอร์สแห่งแรกในประเทศจีน

ผู้เข้าร่วมแสดงความสนใจในผลิตภัณฑ์ชุดของ UTON และ LikeLib โดยแขกผู้มีเกียรติกล่าวว่าพวกเขาจะคอยจับตาดูการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และจะส่งเสริมและขายสินค้าในหลายประเทศทั่วโลก

ทีมงาน UTON มุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับผู้ปฏิบัติงานด้านบล็อคเชนทั่วโลกเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลทั่วโลกอย่างมีประสิทธิภาพ

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20181111005082/en/ บริษัท

ติดต่อ:

บริษัท Shanghai Heshu Software  จำกัด

Mr. Wang

http://www.heshuruanjian.com

Sigma Systems เปิดตัว Sigma Portfolio Inventory สำหรับช่วยเพิ่มคำสั่งซื้อและผลกำไร

Logo

โทรอนโต–(BUSINESS WIRE)–07 พฤศจิกายน 2018

Sigma Systems ผู้นำระดับโลกด้านแคตตาล็อกซอฟต์แวร์ ประกาศเปิดตัวคลังประวัติ Sigma Portfolio Inventory นวัตกรรมใหม่ล่าสุดของโมเดล Create-Sell-Deliver จาก Sigma

เพื่อให้คำสั่งซื้อเทียบกับจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ (conversion rate) ปริมาณคำสั่งซื้อ และผลกำไรมีอัตราที่สูง ด้วยวิธีการแบบอัตโนมัติ ผู้ให้บริการจำเป็นต้องมีความสามารถในการเข้าถึงคลังประวัติของลูกค้าได้อย่างทันทีและเต็มรูปแบบ เพื่อดูผลิตภัณฑ์ที่สั่งซื้อในอดีต บริการที่มาพร้อมกับผลิตภัณฑ์ รวมถึงทรัพยากรที่จัดเตรียมไว้สำหรับบริการเหล่านั้น

เลเยอร์ต่างๆ ของคลังประวัติ ประกอบด้วยรายการผลิตภัณฑ์ของลูกค้า รายการบริการที่ติดตั้ง และรายการทรัพยากรที่จัดสรรให้ ซึ่งเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงกระบวนการ order-to-activation-to-cash สำหรับผู้ให้บริการทุกราย

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ให้บริการส่วนใหญ่ ข้อมูลเหล่านี้จะมีการกระจายอยู่ทั่วทั้งระบบพื้นฐาน ทั้งแบบแยกเป็นส่วนต่างๆ และทั้งแบบแยกไว้ที่เดียว ข้อมูลสำคัญๆ เช่น สาเหตุที่ทำให้เกิดข้อผิดพลาดเกี่ยวกับคำสั่งซื้อ ที่ไม่มีการจัดการอย่างเป็นระเบียบ จะนำไปสู่วิธีแก้ปัญหาที่มีค่าใช้จ่ายสูง และประสบการณ์ที่ไม่พึงปรารถนาสำหรับลูกค้าทั้งประเภท B2C และ B2B

Sigma Portfolio Inventory แก้ปัญหาเหล่านี้โดยตรงด้วยการรวมข้อมูลด้านผลิตภัณฑ์ บริการ และทรัพยากรไว้ที่เดียวกัน และทำให้ข้อมูลเหล่านั้นสามารถเข้าถึงและจัดการได้ด้วยระบบจากภายนอก ผ่านเลเยอร์ API แบบ microservices ระบบยังประกอบด้วยสถาปัตยกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยแคตตาล็อกแบบเดียวกัน ที่ขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์ของ Sigma และเป็นไปตามมาตรฐาน TM Forum Open API คลังข้อมูล Sigma Portfolio Inventory มีแพลตฟอร์มจัดการข้อมูลที่รวมกันไว้ที่เดียว ทำงานร่วมกับแอปพลิเคชัน BSS และ OSS ที่พัฒนาขึ้นก่อนหน้านี้อย่างลงตัว ทำให้ผู้ให้บริการสามารถจัดการมุมมองที่ครอบคลุมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการที่ลูกค้าของพวกเขามีจากคำสั่งซื้อที่ได้รับ

Catherine Michel ตำแหน่ง Chief Technology Officer ของ Sigma Systems กล่าวว่า: “Sigma Portfolio Inventory แสดงให้เห็นถึงประเภทของนวัตกรรมที่ Sigma มักนำมาสู่ตลาด ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่มีความสามารถในการแก้ปัญหาด้านเทคโนโลยีที่เรื้อรังมาเป็นเวลานาน ด้วยวิธีการที่สามารถแยกปัญหาออกเป็นส่วนๆ และสามารถแก้ไขได้ผ่านระบบที่หลากหลาย เราไม่ต้องการให้ผู้บริการโยนระบบที่มีอยู่ในปัจจุบันทิ้งไป หรือปรับปรุงระบบอย่างไร้ทิศทาง เราต้องการมอบขีดความสามารถที่น่าสนใจและมีเหตุมีผลในเชิงสถาปัตยกรรม ที่จะปลดล็อคมูลค่าทางธุรกิจของข้อมูลของพวกเขา และทำให้คำสั่งซื้อของพวกเขาเพิ่มขึ้นอย่างมาก และทุกอย่างมีการจัดการโดยอัตโนมัติ โดยใช้ทรัพยากรในปริมาณที่น้อยลงในการแก้ไขข้อผิดพลาดระหว่างกระบวนการสั่งซื้อ”

หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการนำข้อมูลจากคลังประวัติไปใช้ประโยชน์เพื่อลดต้นทุน ยกระดับประสบการณ์การใช้งานสำหรับลูกค้า และสร้างโอกาสด้านการค้าใหม่ ๆ กรุณาลงทะเบียนเพื่อร่วมฟังสัมมนา Light Reading ทางออนไลน์ในหัวข้อ “Managing Portfolio Inventory Data with a New Approach” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 9 พฤศจิกายน เวลา 10:00 AM ET

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Sigma Systems ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรางวัล และการเป็นเจ้าของ Next Done NowTM โปรดเยี่ยมชมที่ www.sigma-systems.com หรือติดต่อเราที่ info@sigma-systems.com

เกี่ยวกับ Sigma Systems (sigma-systems.com หรือ Twitter @SigmaSystems)

Sigma Systems คือผู้นำด้านโซลูชันแคตตาล็อกซอฟต์แวร์สำหรับบริษัทด้านการสื่อสาร สื่อและเทคโนโลยี ให้บริการลูกค้ากว่า 80 รายใน 40 ประเทศ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่คว้ารางวัลมามากมาย ผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทครอบคลุมทั้งด้านแคตตาล็อกสำหรับจัดการองค์กร ซอฟต์แวร์ Configure Price Quote (CPQ) การจัดการคำสั่งซื้อ และการจัดเตรียมผลิตภัณฑ์ Sigma มีวิธีการที่รวดเร็วและคล่องแคล่วในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ B/OSS ให้กับลูกค้า Sigma มีสำนักงานในอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ ยุโรป และเอเชียแปซิฟิก รวมถึงพันธมิตรด้านเทคโนโลยีและความร่วมมือในกว่า 100 ประเทศ

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20181107005090/en/

ติดต่อ:

Sigma Systems
Glenn Gibson, +1 416 827 6851
รองประธานฝ่ายการตลาด
หรือ
Milner Strategic Marketing Ltd.
Chloe Purcell, +44 1473 633123
ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์

ชาร์จาห์ย้ำอีกครั้งว่าเยาวชนเป็นกุญแจสำคัญสู่สันติภาพและความมั่งคั่งในภูมิภาค MENA

Logo

ชาร์จาห์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–(BUSINESS WIRE)–05 พฤศจิกายน 2018

ชาร์จาห์ ประเทศอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ที่ใหญ่เป็นอันดับสาม ได้เล็งเห็นถึงบทบาทของเยาวชนอีกครั้งในการสร้างสันติภาพอันยาวนานในภูมิภาค MENA

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณลักษณะด้านมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20181105005573/en/

During the ‘Investing in the Future’ (IIFMENA) Conference 2018 in Sharjah (Photo: Business Wire)

ในการประชุม ‘Investing in the Future’ (IIFMENA) Conference 2018 ใน ชาร์จาห์ (ภาพ: Business Wire

รัฐเอมิเรตได้เป็นเจ้าภาพจัดการอภิปรายต่างๆ กับเจ้าหน้าที่อาวุโสกว่า 600 คนและผู้บรรยาย 60 คนจากทั่วโลก ซึ่งยืนยันว่าประเด็นนี้จะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อรัฐบาลของภูมิภาคมีส่วนร่วมมากขึ้นและทำให้เยาวชนมีส่วนในกระบวนการตัดสินใจ

การอภิปรายที่สำคัญเหล่านี้จัดขึ้นที่การประชุมสองวัน ‘Investing in the Future’ (IIFMENA) ซึ่งจัดโดยองค์กรด้านมนุษยธรรมระดับโลกของชาร์จาห์ The Big Heart Foundation (TBHF) ภายใต้หัวข้อ “เยาวชน วิกฤติความท้าทายและโอกาสในการพัฒนา"  การประชุมมีผู้เข้าร่วมกว่า 3,000 คนและมีผู้บรรยายเป็นนักการทูตอาวุโสและผู้สนับสนุนด้านสิทธิเยาวชน เช่น ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ Nadia Murad และ Ahmed Aboul Gheit เลขาธิการ Arab League

จากการประชุมระดับสูงและรัฐสภาของเยาวชน IIFMENA 2018 ได้เน้นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการปกป้องและเสริมสร้างกลุ่มชนกลุ่มน้อยใน MENA การสำรวจวิธีการฟื้นฟูสมรรถภาพระยะสั้นและระยะยาว และการส่งเสริมทักษะและโอกาสของเยาวชน

นอกจากนี้ IIFMENA ยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่จะสร้างความเชื่อมั่นของเยาวชนในประชาคมระหว่างประเทศ  การประชุมได้ดำเนินการตามขั้นตอนแรกโดยการบรรจุการอภิปรายในสองวันนี้ลงใน "ปฏิญญาชาร์จาห์เพื่อการพัฒนาเยาวชน" ซึ่งเป็นวาระการดำเนินการเก้าขั้นตอนที่จะช่วยให้เยาวชนมีส่วนร่วม  ชาร์จาห์ได้เรียกร้องให้ประเทศสมาชิก MENA และประชาคมระหว่างประเทศ นำปฏิญญานี้มาใช้และดำเนินการร่วมกัน

ตัวแทนคนหนุ่มสาวในการประชุมได้ยังนำ “คำแถลงเยาวชน IIFMENA” – ซึ่งเป็นข้อเสนอแนะ 15 ข้อ ซึ่งวางกรอบการมีส่วนร่วมในการพัฒนาภูมิภาคโดยมุ่งเน้นที่การคว้าโอกาสสำหรับกับเยาวชน

IFMENA 2018 จัดขึ้นร่วมกับ UNHCR, UNDP, UNICEF, UN Women, NAMA Women Advancement Establishment (NAMA) และ SOS Children's Villages  การประชุมจัดขึ้นทุกๆ สองปีเพื่อชี้ประเด็นด้านมนุษยธรรมเร่งด่วนในภูมิภาค MENA

ดูเวอร์ชันของแหล่งที่มาใน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20181105005573/en/

ติดต่อ:

National Network Communications (NNC)

Fadia Daouk, +971 52 617 2111