Tag Archives: nthu

ทีมวิจัยสหวิทยาการแห่ง NTHU ค้นพบความลับสู่ความสำเร็จ

Logo

ซินจู๋, ไต้หวัน–(BUSINESS WIRE)–16 กันยายน 2565

กุญแจสู่ความสำเร็จก็คือการไม่ยอมแพ้! การวิจัยข้ามสายพันธุ์โดยทีมวิจัยสหวิทยาการจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติชิงหวา (NTHU) ซึ่งนำโดยศาสตราจารย์ Yu-Ju Chou จากภาควิชาการศึกษาปฐมวัย และ Tsung-Han Kuo จากสถาบันประสาทวิทยาศาสตร์เชิงระบบ พบว่าลำดับชั้นทางสังคมของเด็กและหนูถูกสร้างขึ้นในช่วงต้นคล้าย ๆ กัน ทั้งสองค้นพบพร้อมกับความประหลาดใจที่ว่าการจัดลำดับชั้นเหล่านี้ไม่ได้พิจารณาจากความแข็งแรงเท่าไรนัก แต่จะดูว่าใครที่จะยอมจำนนมากกว่า

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้มีเนื้อหามัลติมีเดีย ดูอย่างเต็มรูปแบบที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20220913005090/en/

Chou Yu-Ju (left) and Kuo Tsung-Han have found that social dominance is not so much determined by who is stronger, but rather by who is willing to yield. (Photo: National Tsing Hua University)

Chou Yu-Ju (ซ้าย) และ Kuo Tsung-Han พบว่าการครอบงำทางสังคมไม่ได้กำหนดจากการที่ใครแข็งแรงกว่า แต่ดูจากว่าใครจะยอมจำนนมากกว่ากัน (ภาพ: มหาวิทยาลัยแห่งชาติชินหวา)

รายงานดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ในวารสาร iScience ซึ่งเป็นวารสารฉบับย่อด้านเซลล์ โดยทั้งคู่ได้แนะนำว่าผู้ปกครองและครูควรให้ความใส่ใจในเรื่องการปฏิสัมพันธ์ทางสังคมในเด็กอย่างใกล้ชิด และให้คำแนะนำและการสนับสนุนเป็นพิเศษกับเด็กที่ไม่ค่อยมีความกล้าหรือเด็กที่มักโอนอ่อนผ่อนตาม

การทดลองที่นำมาใช้เพื่อระบุลำดับชั้นของหนูเรียกว่า “tube test” ซึ่งหนูจะถูกคู่ต่อสู้บังคับให้ล่าถอยเข้าไปในท่อแคบ ๆ ซึ่งเป็นที่น่าประหลาดใจเมื่อผลลัพธ์นั้นไม่ได้ถูกกำหนดโดยพฤติกรรมของหนูตัวที่มีพลังมากกว่า แต่เป็นแนวโน้มที่จะยอมแพ้ในบรรดาหนูที่ยอมจำนน ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นลักษณะของ “การตัดสินใจของผู้แพ้”

ทีมวิจัยยังได้ทำการทดลองด้านพฤติกรรมในกลุ่มเด็กก่อนเข้าเรียนและได้ผลลัพธ์ออกมาคล้ายกัน โดย Chou กล่าวว่าเด็ก ๆ ที่ชนะการแข่งขันไม่ต้องใช้ความพยายามมากเลย ส่วนกลุ่มผู้แพ้ก็ยอมอยู่แล้วตั้งแต่แรกหรือไม่ก็โดนคู่แข่งกล่อมให้ยอมแบบง่าย ๆ ขณะที่เด็กบางคนสามารถคุมเกมได้โดยเป็นผู้ออกคำสั่งให้ผู้อื่นทำตาม ส่วนเด็ก ๆ ที่มีความโอนอ่อนผ่อนตามก็มีความยืนหยัดน้อยกว่าและมีแนวโน้มที่จะเป็นฝ่ายถอย

Kuo กล่าวว่าผลที่ออกมาแสดงให้เห็นว่าบางครั้งกุญแจที่จะนำไปสู่ความสำเร็จก็เป็นแค่ความมุ่งมั่นไม่ลดละและการยึดมั่นในเป้าหมายแรกเริ่ม ขณะที่ Chou ชี้ให้เห็นว่าผู้ปกครองและครูควรให้ความใส่ใจต่อเด็กที่มีความโอนอ่อนผ่อนตามและขาดความกล้าอย่างใกล้ชิด การเพิ่มความมั่นใจในตัวเองให้พวกเขาด้วยการมอบประสบการณ์ด้านความสำเร็จในด้านบวกจะเป็นประโยชน์ต่อเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลของเด็กกลุ่มนี้อย่างมาก

การศึกษานี้ได้รับการสนับสนุนจากสำนักวิจัยและพัฒนา การควบรวมระหว่างมหาวิทยาลัยแห่งชาติชิงหวาและมหาวิทยาลัยการศึกษาแห่งชาติซินจู๋เมื่อ 6 ปีที่ผ่านมาส่งผลให้เกิดความร่วมมือในวงกว้าง รวมถึงการวิจัยที่เป็นตัวอย่างน่ายกย่องนี้

Chou และ Kuo เห็นพ้องต้องกันว่าความร่วมมือแบบข้ามสาขาวิชาสร้างมุมมองใหม่ ๆ ให้กับงานวิจัยของตน โดย Chou กล่าวว่าในการศึกษาด้านมนุษย์นั้นมีข้อจำกัดทางจริยธรรมอยู่หลายอย่าง ในทางตรงกันข้าม ข้อจำกัดที่น้อยกว่าในการทดลองในสัตว์ช่วยให้นักวิจัยสามารถทำการทดลองที่อาจเป็นการล่วงล้ำความเป็นส่วนตัวในหนูได้ Kuo กล่าวว่า เนื่องจากหนูไม่สามารถพูดได้ เราจึงทำได้เพียงสังเกตพฤติกรรมของตัวอย่างเพื่อตีความลำดับชั้นทางสังคมของพวกมัน ในทางกลับกัน เด็ก ๆ นั้นมีช่วงพฤติกรรมที่มีความซับซ้อนกว่ามากและมีความน่าสนใจ

ในโปรเจกต์หลังจากนั้น Chou และ Kuo ได้ร่วมกับ Dr. Shi-Bing Yang จาก Academia Sinica และพบความเชื่อมโยงในเชิงบวกระหว่างลำดับชั้นและความจำ การศึกษาดังกล่าวแสดงให้เห็นว่ายาที่ช่วยเพิ่มความจำไม่เพียงสามารถเพิ่มความจำในหนูได้แต่ยังรวมถึงการครอบงำทางสังคมด้วย นอกจากนี้ยังชี้ให้เห็นว่าเด็กที่มีความจำดีกว่าจะรับเอายุทธศาสตร์ทางสังคมมาใช้และรู้จำการแสดงออกทางใบหน้าที่แสดงถึงอำนาจได้ดี ซึ่งสิ่งนี้นำไปสู่ความเป็นผู้นำ การวิจัยนี้เพิ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Communications Biology เมื่อไม่นานมานี้

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20220913005090/en/

ติดต่อ:

Holly Hsueh 
NTHU 
(886)3-5162006 
hoyu@mx.nthu.edu.tw

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

NTHU จัดพิธีเปิดหลักสูตรเตรียมแพทย์

Logo

ซินจู๋ ไต้หวัน–(บิสิเนสไวร์)– 05 พ.ค. 2565

ในวันที่ 30 มีนาคม NTHU ได้จัดพิธีเปิดหลักสูตร Post-baccalaureate Program in Medicine โดย Hocheng Hong ประธาน NTHU กล่าวว่าโปรแกรมใหม่จะฝึกนักเรียนให้เผชิญกับความท้าทายของวันพรุ่งนี้โดยเน้นที่พื้นฐานของวิทยาศาสตร์การแพทย์แห่งอนาคต ได้แก่ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) บิ๊กดาต้า และอินเทอร์เน็ตบนคลาวด์

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีเนื้อหามัลติมีเดีย อ่านฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20220504005503/en/

The opening ceremony for the Post-baccalaureate Program in Medicine. (Photo: National Tsing Hua University)

พิธีเปิดหลักสูตร Post-baccalaureate Program in Medicine (ภาพ: มหาวิทยาลัยแห่งชาติ Tsing Hua)

ประธาน Hocheng ชี้ให้เห็นว่าการผสมผสานของการแพทย์และเทคโนโลยีใหม่เป็นคลื่นแห่งอนาคต เขายังตั้งข้อสังเกตอีกว่าความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ของ NTHU ที่มีต่อพื้นฐานการแพทย์ ควบคู่ไปกับโรงพยาบาล NTHU ที่จะสร้างขึ้นที่สนามบิน Taoyuan Aerotropolis จะช่วยให้นักศึกษาได้รับการศึกษาที่ครอบคลุมในด้านการรักษาพยาบาลเบื้องต้น

Yang Wen-ke หัวหน้าฝ่ายบริหารในเขตซินจู๋กล่าวว่าอุทยานวิทยาศาสตร์ Hsinchu ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 42 ปีที่แล้ว และปีที่แล้วมีมูลค่าการผลิตอยู่ที่ 1.58 ล้านล้านเหรียญไต้หวัน ชี้ให้เห็นว่า NTHU มีบทบาทสำคัญในความสำเร็จของอุทยานแห่งนี้ เขายืนยันว่าขณะนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเปิดตัวโปรแกรมที่เน้นด้านการแพทย์ที่แม่นยำและการดูแลทางการแพทย์ด้วย AI

หลักสูตรหลังปริญญาตรีสาขาแพทยศาสตร์เป็นของวิทยาลัยชีววิทยาศาสตร์ คณบดีคือ Kao Ruey-ho ซึ่งกล่าวว่านักเรียนชุดแรกจะรวมถึงนักเรียนที่ได้รับทุนสาธารณะยี่สิบสามคน โดยสิบหกคนจะประจำอยู่ในกลุ่มวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ และเจ็ดคนในกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ

คณบดี Kao ยังกล่าวอีกว่าโครงการได้แต่งตั้งคณาจารย์ประจำและแต่งตั้งร่วมแล้วกว่า 100 คน และอุปกรณ์ที่จำเป็นทั้งหมดจะพร้อมใช้งานในไม่ช้า รวมถึงห้องผ่าที่มีโต๊ะผ่าเก้าแห่ง โดยมีหลักสูตรที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล  คณบดี Kao สังเกตว่าแผนกการแพทย์ในไต้หวันมักจะแบ่งหลักสูตรออกเป็นวิชาอิสระ เช่น สรีรวิทยา เภสัชวิทยา พยาธิวิทยา โรคหัวใจ โรคไต และระบบทางเดินปัสสาวะ ในทางตรงกันข้าม โปรแกรมของ NTHU ใช้แนวทางเชิงระบบมากกว่า ซึ่งรวมหลักสูตรพื้นฐานและหลักสูตรทางคลินิกเข้าด้วยกัน เช่นเดียวกับในหลักสูตรเกี่ยวกับระบบหัวใจและหลอดเลือดซึ่งรวมเอาส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น เภสัชวิทยา

โดยเป็นอดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาล Tzu Chi ในฮัวเหลียน คณบดี Kao กล่าวว่าการลงทะเบียนนักเรียนที่มีพื้นฐานด้านวิศวกรรมไฟฟ้า วิทยาการคอมพิวเตอร์ วัสดุศาสตร์ และวิศวกรรมเคมี โครงการนี้จะเพิ่มความหลากหลายของการศึกษาทางการแพทย์ในไต้หวัน ในขณะที่สร้างแพทย์ผู้บุกเบิกเพื่อตอบสนองความต้องการของอนาคต

ผู้อำนวยการโครงการคือ Chou Hung-hsueh ซึ่งเคยเป็นผู้อำนวยการภาควิชาแพทยศาสตร์ที่มหาวิทยาลัย Chang Gung  ผู้อำนวยการ Chou กล่าวว่าเขาคาดหวังให้นักเรียนในโครงการนี้มีสำนึกในพันธกิจที่เข้มแข็ง และเต็มใจที่จะทำงานในพื้นที่ของไต้หวันซึ่งขาดอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เพียงพอ  นอกจากนี้ เขายังชี้ให้เห็นว่าหลักสูตรนี้รวมถึงหลักสูตรในสาขาวิชามนุษยศาสตร์การแพทย์ โดยเน้นที่บทบาทของแพทย์ที่ได้รับทุนสนับสนุนจากภาครัฐ เพื่อ “สร้างแพทย์ที่รู้วิธีดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม”

อ่านต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20220504005503/en/

ติดต่อ:

Holly Hsueh
NTHU
(886)3-5162006
hoyu@mx.nthu.edu.tw

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

NTHU และ DAICEL แห่งประเทศญี่ปุ่นร่วมกันพัฒนาปฏิวัติวงการโรงงานเคมีบนเดสก์ท็อป

Logo

นครซินจู๋ ไต้หวัน–(BUSINESS WIRE)–28 ตุลาคม 2564

มหาวิทยาลัยแห่งชาติชิงหัว (NTHU) และ DAICEL บริษัทเคมีที่มีชื่อของญี่ปุ่น ประกาศโครงการร่วมห้าปีเพื่อบูรณาการระบบไมโครฟลูอิดิกส์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่พัฒนาโดยนักวิชาการคิตาโมริ ทาเคฮิโกะ เข้ากับอุตสาหกรรมการผลิตเคมีในปัจจุบัน การลงทุนในโครงการนี้เป็นจำนวนเงิน 450 ล้านเยนญี่ปุ่น (ประมาณ 110 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน) และมีศักยภาพในการลดการใช้พลังงานในขณะที่ลดการผลิตของคาร์บอนและของเสียที่คาดว่าจะสร้างมาตรฐานใหม่เพื่อความยั่งยืนในอุตสาหกรรมเคมี

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีเนื้อหามัลติมีเดีย อ่านฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20211028005388/en/

Prof. Kitamori Takehiko has developed an innovative microfluidic system which allows the mixing and extracting operations conventionally carried out with large-scale equipment to be performed using a glass chip the size of a business card. (Photo: National Tsing Hua University)

ศาสตราจารย์คิตาโมริ ทาเคฮิโกะ ได้พัฒนาระบบไมโครฟลูอิดิกส์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ซึ่งช่วยให้การดำเนินการผสมและการสกัดทั่วไปให้สำเร็จด้วยอุปกรณ์ขนาดใหญ่ได้โดยใช้ชิปแก้วที่มีขนาดเท่ากับนามบัตร (ภาพ: มหาวิทยาลัยแห่งชาติชิงหัว)

ศาสตราจารย์คิตาโมริ ผู้บุกเบิกที่มีชื่อเสียงระดับโลกในด้านเทคโนโลยีไมโครฟลูอิดิกส์และนาโนฟลูอิดิกส์ และอดีตรองอธิการบดีของมหาวิทยาลัยโตเกียว โดยดำรงตำแหน่ง Yushan Honorary Chair Professor ของ Institute of Nanoengineering and Microsystems ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกลไฟฟ้าที่ NTHU ตั้งแต่ปี 2563 จากการวิจัยครั้งก่อนของเขาที่มหาวิทยาลัยโตเกียว เขาได้พัฒนาระบบไมโครฟลูอิดิกส์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ซึ่งช่วยให้การดำเนินการผสมและการสกัดทั่วไปให้สำเร็จด้วยอุปกรณ์ขนาดใหญ่ได้โดยใช้ชิปแก้วที่มีขนาดเท่ากับนามบัตรและ สามารถรวมชิปไมโครฟลูอิดิกส์หลายพันชิ้นในเวลาเดียวกัน ทำให้สามารถสร้าง “โรงงานเคมีบนเดสก์ท็อป หรือ desktop chemical plant” ได้

คิตาโมริ อธิบายว่าอาจเป็นเรื่องยากเลยทีเดียวที่จะผสมสารเคมีในถังขนาดใหญ่หลายถังในพริบตาเดียวด้วยอุณหภูมิและความเร็วของปฏิกิริยาที่ต่างกัน และอาจมีการระเบิดได้หากไม่จัดการวัสดุอย่างระมัดระวัง ดังนั้นวิธีที่นิยมในการผสมสารเคมีคือการส่งผ่านไมโครแชนเนล ซึ่งทำให้สามารถควบคุมปริมาณวัตถุดิบที่ใช้ได้อย่างแม่นยำ ตลอดจนผสมตามลำดับและเงื่อนไข ซึ่งจะทำให้คุณภาพของผลิตภัณฑ์ขั้นตอนสุดท้ายเหมาะสมที่สุด

คิตาโมริ กล่าวว่าเป้าหมายของโครงการนี้คือการลดขนาดของอุปกรณ์การผลิตสารเคมี เพื่อให้โรงงานที่ผลิตขนาด 20 x 20 เมตรในปัจจุบันสามารถย่อขนาดให้เล็กลงในระบบขนาดเพียงสองตารางเมตร ยิ่งไปกว่านั้นระบบดังกล่าวจะใช้พลังงานและวัสดุที่น้อยลง ทำให้มีราคาถูกลง และลดการผลิตคาร์บอนอีกด้วย

เมื่อหลายปีก่อน ตอนประธานโอกาวะ โยชิมิ ของ DAICEL ได้ยินเกี่ยวกับเทคโนโลยีไมโครฟลูอิดิกส์ที่พัฒนาโดยคิตาโมริ เขารู้สึกประทับใจอย่างยิ่งและตอนนี้มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ DAICEL จะผสานรวมเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมนี้เข้ากับการดำเนินงาน นอกจากนี้เขายังตั้งตารอที่จะร่วมมือกับ NTHU ในการนำเสนอกระบวนการผลิตในยุคนี้สู่สายตาชาวโลก ซึ่งเขามองว่าเป็นแนวทางในการส่งเสริมความยั่งยืนและเศรษฐกิจหมุนเวียน

Dr. Fan-gang Tseng รองประธานและผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนาของ NTHU กล่าวว่าเขามองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับการพัฒนาโรงงานเคมีไมโครฟลูอิดิกส์ในอนาคต เขาชี้ให้เห็นว่าการนำกระบวนการไมโครฟลูอิดิกส์นี้ไปใช้โดย DAICEL ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทเคมีที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และโรงงานเคมีขนาดเล็กและขนาดกลางหลายแห่งของไต้หวันจะเป็นการก้าวกระโดดที่ปฏิวัติวงการ และอาจนำไปสู่กระบวนการที่คล้ายคลึงกันซึ่งถูกนำไปใช้โดยอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และชีวการแพทย์

อ่านเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20211028005388/en/

ติดต่อ:

Holly Hsueh
NTHU
(886)3-5162006
hoyu@mx.nthu.edu.tw

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

นักวิจัย NTHU พัฒนาเครื่องตรวจละลายลิ่มเลือดด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง

Logo

ซินจู๋, ไต้หวัน–(บิสิเนส ไวร์)–24 ก.ย. 2564

เนื่องจากการฉีดวัคซีน COVID-19 ทำให้เกิดปัญหาลิ่มเลือดอุดตัน ดร. Chih-Kuang Yeh ศาสตราจารย์พิเศษประจำภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์และวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ได้นำทีมวิจัยเพื่อพัฒนาเครื่องตรวจละลายลิ่มเลือดด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงเครื่องแรกของโลก และยังสามารถรักษาลิ่มเลือดอุดตันอย่างรวดเร็ว และปลอดภัย โดยงานวิจัยชิ้นนี้ได้รับการตีพิมพ์ใน Proceedings of the National Academy of Sciences (PNAS) ในปี 2564 นอกจากนี้ สิทธิบัตรของสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปยังได้รับอนุมัติ โดยระหว่างนี้ก็ได้มีการยื่นคำขอเพิ่มเติมกับที่อื่น ๆ

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นแบบมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20210924005015/en/

(Photo: National Tsing Hua University)

(ภาพ: National Tsing Hua University)

อุปกรณ์นี้ได้รับการพัฒนาเพื่อแก้ปัญหาการเกิดลิ่มเลือดอุดตันทั่วไป 2 อย่างที่เรียกว่า pulmonary embolism หรือ โรคลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด(PE) และ deep vein thrombosis หรือ ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำส่วนลึก (DVT) ซึ่งมีผู้ป่วยรายใหม่ทั่วโลก 10 ล้านรายต่อปี DVT เป็นสาเหตุหลักของ PE และ PE อาจทำให้หัวใจล้มเหลวและมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 65 ศาสตราจารย์ Yeh อธิบายว่าทางเลือกในการรักษาในปัจจุบันรวมไปถึงสายสวนสำหรับนำส่งยาและอุปกรณ์ตัดลิ่มเลือด แต่วิธีเหล่านี้ไม่ได้ผลเพียงพอหรืออาจทำให้เกิดความเสี่ยงในการเกิดภาวะตกเลือดได้ นี่เป็นเหตุผลที่กระตุ้นให้เขาค้นคว้าเพื่อหาวิธีแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยยิ่งขึ้น

ทีมงานของ Yeh ซึ่งทำงานร่วมกับพันธมิตรในอุตสาหกรรม ได้พัฒนาอุปกรณ์อัลตราโซนิกขนาด 0.2 มม. ซึ่งสามารถสร้างกระแสน้ำวนแบบอัลตราโซนิกคล้ายพายุทอร์นาโด และสร้างกระแสน้ำวนรอบก้อนเลือดที่รุนแรง จึงเป็นการเพิ่มการเจาะของยาละลายลิ่มเลือด และส่งผลให้มีการสลายลิ่มเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก ทำให้ลิ่มเลือดลดขนาดลงเหลือเพียง 0.001 ซม.

“ผมเคยเห็นลิ่มเลือดที่ยาวกว่า 40 ซม. การใช้เพียงยาเพื่อละลาย ก็ช้าเกินไป” Yeh อธิบาย “มันเหมือนกับการซักเสื้อผ้า การแช่ผ้าในผงซักฟอกอย่างเดียวไม่พอ การกวนด้วยเครื่องซักผ้าเป็นขั้นตอนสำคัญในการทำความสะอาดเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว”

Yeh กล่าวว่าการศึกษาในสัตว์ทดลองได้แสดงผลการหดตัวของลิ่มเลือดอุดตันร้อยละ 60 ในสมองของหนูหลังจากใช้ กระแสน้ำวนอัลตราโซนิกเป็นเวลา 10 นาที ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการรักษาที่รวดเร็ว ยิ่งไปกว่านั้น คุณสมบัติป้อนกลับของอัลตราซาวนด์ยังสามารถใช้สำหรับการติดตามการรักษาแบบเรียลไทม์

Yeh เสริมว่าทีมของเขากำลังทำงานเกี่ยวกับการใช้กระแสน้ำวนอัลตราโซนิกสำหรับภาวะลิ่มเลือดอุดตันที่ไม่ลุกลามซึ่งมีศักยภาพในการรักษาเส้นเลือดอุดตันในสมอง นอกจากนี้ เมื่อใช้รวมกับ microbubbles เพื่อควบคุมการปลดปล่อยยาก็ทำให้สามารถใช้รักษาความผิดปกติทางระบบประสาท เช่น โรคพาร์กินสันและโรคลมชักได้

เมื่อใคร่ครวญถึงวิธีที่เขาสนใจกระแสน้ำวนแบบอัลตราโซนิกเป็นครั้งแรก Yeh นึกย้อนถึงการเดินทางกับครอบครัวที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ทางทะเลเมื่อสิบปีก่อน เขายืนอยู่ข้างนิทรรศการ waterspout ตอนที่เขาเกิดความคิดที่ว่าคลื่นอัลตราโซนิกสามารถทำสิ่งที่คล้ายกันและอาจเป็นประโยชน์สำหรับการใช้งานทางการแพทย์บางอย่างได้

ทีมของ Yeh มีชื่อว่า VorteSonic ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างกระแสน้ำวนและคลื่นเสียง สมาชิกในทีมหลัก ได้แก่ นักศึกษาปริญญาเอก  Wei-Chen Lo และ Zong-Han Hsieh ผู้รับผิดชอบเครื่องแปลงสัญญาณอัลตราโซนิกและระบบการขับเคลื่อน และ ดร.Chun-Yen Lai ที่จะนำทีมต่อหลังจากกลายมาเป็นสตาร์ทอัพจากมหาวิทยาลัย Dr. Lai มีประสบการณ์ทั้งในด้านวิชาการและอุตสาหกรรม และเคยไปเยี่ยมเพื่อนที่ทำงานเกี่ยวกับเครื่องมือแพทย์เชิงนวัตกรรมที่ Stanford University ในสหรัฐอเมริกาด้วย

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20210924005015/en/

ติดต่อ:

Holly Hsueh

NTHU

(886)3-5162006

hoyu@mx.nthu.edu.tw

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

วิทยาลัยในการวิจัยเซมิคอนดักเตอร์จัดตั้งที่ NTHU

Logo

นครซินจู๋ ไต้หวัน–(BUSINESS WIRE)–12 สิงหาคม 2564

แผนของมหาวิทยาลัยแห่งชาติชิงหัว (NTHU) ในการจัดตั้งวิทยาลัยวิจัยเซมิคอนดักเตอร์ (CoSR) ได้รับการอนุมัติจากกระทรวงศึกษาธิการและการรับสมัครนักศึกษาจะตามมาในไม่ช้านี้ ประธาน Hocheng Hong กล่าวว่าสถาบันนี้จะนำโดยนักวิชาการของ Academia Sinica Burn J. Lin ซึ่งงานวิจัยด้านการพิมพ์หินแบบจุ่มมีผลสะท้อนที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก เขาเสริมว่าด้วยความเป็นผู้นำของ Lin รวมกับความแข็งแกร่งของ NTHU ในด้านเทคโนโลยีและการศึกษาแบบสหวิทยาการ CoSR จะกลายเป็นกำลังสำคัญในการวิจัยเซมิคอนดักเตอร์อย่างแน่นอน

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ประกอบด้วยมัลติมีเดีย รับชมฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20210811005030/en/

Dr. Burn J. Lin will be the first dean of the College of Semiconductor Research. (Photo: National Tsing Hua University)

Dr. Burn J. Lin จะเป็นคณบดีคนแรกของวิทยาลัยในการวิจัยเซมิคอนดักเตอร์ (ภาพ: มหาวิทยาลัยแห่งชาติชิงหัว)

นอกจากบริษัทต่างประเทศ อย่างเช่น Micron Technology และ Tokyo Electron แล้ว CoSR ยังได้รับการสนับสนุนจาก Taiwan Semiconductor Manufacturing Company, Powerchip Semiconductor Manufacturing Corporation, GlobalWafers, Unimicron, United Microelectronics, Vanguard International Semiconductor Corporation, Novatek Microelectronics และ Nanya Technology เงินบริจาคประจำปีรวมกว่า 130 ล้านเหรียญไต้หวัน

วิทยาลัยนี้จะประกอบด้วยสี่สาขาวิชาได้แก่ อุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ การออกแบบเซมิคอนดักเตอร์ กระบวนการเซมิคอนดักเตอร์ และวัสดุเซมิคอนดักเตอร์ ในแต่ละปีจะมีนักศึกษาปริญญาโทประมาณ 80 คนและนักศึกษาปริญญาเอกจำนวน 20 คน นักเรียนชุดแรกจะรับเข้าเรียนในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิปี 2565

ประธานาธิบดี Hocheng กล่าวเพิ่มเติมว่า NTHU เป็นมหาวิทยาลัยแห่งเดียวในประเทศจีนที่มีผู้ได้รับรางวัลโนเบลสามคนในหมู่ศิษย์เก่า นอกจากนี้ NTHU ยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในโรงเรียน 100 อันดับแรกของโลกในสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าและวิทยาการคอมพิวเตอร์ วัสดุศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี วิศวกรรมเคมี เครื่องจักร และสถิติ โดยจัดให้อยู่ในตำแหน่งที่ยอดเยี่ยมในการคัดเลือกผู้สำเร็จการศึกษาที่มีความคิดสร้างสรรค์ในวงกว้าง วิสัยทัศน์ซึ่งเป็นพื้นฐานของการวิจัยที่ทันสมัย

Dr. Lin กล่าวว่ามหาวิทยาลัยในประเทศมีบัณฑิตจำนวนมากสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในไต้หวัน ดังนั้นจุดเน้นหลักของ CoSR ควรอยู่ที่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับนานาชาติของประเทศ ในการตระหนักถึงวิสัยทัศน์นี้ Lin ต้องการที่จะปลูกฝังให้นักเรียนแต่ละคนเป็นผู้เชี่ยวชาญ นักคิดทั่วไป ผู้ริเริ่ม และนักแก้ปัญหา โดยขั้นแรกนั้นนักศึกษาจะได้รับความสามารถในการขุดลึกลงไปในเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ในสาขาที่กำหนด ถึงดังนั้นจึงกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญที่เป็นที่ต้องการตัว อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ครอบคลุมสาขาต่างๆ มากเกินไปสำหรับบุคคลใดก็ตามที่จะเข้าใจได้ทั้งหมด เขาต้องทำงานร่วมกับคนในสาขาวิชาอื่นเป็นทีม เขาต้องมีความเชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะสื่อสารกับผู้เชี่ยวชาญคนอื่น ๆ จึงต้องเป็นผู้รู้ทั่วไปด้วย

นอกจากจะกว้างไกลแล้ว เทคโนโลยียังก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วอีกด้วย ผู้เชี่ยวชาญ/ผู้รู้ทั่วไปต้องสามารถแก้ปัญหาใหม่ ๆ ได้ และเป็นนวัตกรรมสำหรับแนวทางการปฏิวัติ เฉพาะเมื่อมีผู้ที่เชี่ยวชาญทั้งสามด้านอย่างเต็มที่เท่านั้น เขาก็จะสามารถเป็นผู้นำที่น่าเกรงขามในการวิจัยเซมิคอนดักเตอร์ได้

ช่วง 22 ปีของเขาที่ IBM Research ในสหรัฐอเมริกา Lin ได้รับการยกย่องกับนวัตกรรมที่ก้าวล้ำอย่างมากมาย เขาเข้าร่วม TSMC ในปี 2543 และในปี 2545 เขาเริ่มพัฒนาการพิมพ์หินแบบจุ่ม ซึ่งส่งผลสะท้อนอย่างมากต่ออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์

รับชมเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20210811005030/en/

ติดต่อ:

Holly Hsueh
NTHU
(886)3-5162006
hoyu@mx.nthu.edu.tw

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ทีม NTHU แสดงความสามารถเหนือชั้นที่การแข่งขันซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ ASC Student Supercomputer Challenge

Logo

ซินจู๋ ไต้หวัน–(บิสิเนสไวร์)–06 ก.ค. 2021

ทีมงานจากภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ของ NTHU ได้รับรางวัลชนะเลิศในการแข่งขันกลุ่มออนไลน์ ASC Student Supercomputer Challenge ปี 2563-2564 โดยแสดงความสามารถที่เหนือกว่าผู้เข้าแข่งขันกว่า 300 ทีมที่เป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงทั่วโลก  ทีมชนะการแข่งขันเป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกันหลังจากชัยชนะในปี 2019

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับมัลติมีเดีย อ่านฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20210705005007/en/

The award-winning team. Front row, beginning on left: Jerry Chou (advisor), Wang Tzuwen (team captain), Chang Chenghsun, and Hsiao Yicheng (coach); back row, beginning on left: Mou Chanyu, Chiang Liyuan, and Huang Wenyuan. (Photo: National Tsing Hua University)

ทีมชนะเลิศ แถวหน้าเริ่มจากซ้าย: Jerry Chou (ที่ปรึกษา), Wang Tzuwen (กัปตันทีม), Chang Chenghsun และ Hsiao Yicheng (โค้ช); แถวหลังเริ่มจากซ้าย: Mou Chanyu, Chiang Liyuan และ Huang Wenyuan (ภาพ: มหาวิทยาลัยแห่งชาติ National Tsing Hua University)

ASC ของจีนเป็นหนึ่งในสามการแข่งขันซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่สำคัญที่สุดในโลกสำหรับทีมมหาวิทยาลัย ซึ่งรวมถึงการแข่งขัน SCC ของสหรัฐอเมริกาและ ISC ของเยอรมนี  NTHU ซึ่งปัจจุบันอยู่ในอันดับที่ 2 ของโลก เป็นกำลังสำคัญในแวดวงการแข่งขันซูเปอร์คอมพิวเตอร์  ทีมงานยังได้รับรางวัลหลายรางวัลที่ SCC รวมถึงแชมป์ในปี 2553, 2553 และรางวัล LINPACK สูงสุดในปี 2550, 2551 และ 2557

ที่ปรึกษาของทีม ศาสตราจารย์ Jerry Chou  ได้กล่าวว่าการแข่งขันซูเปอร์คอมพิวเตอร์ช่วยเพิ่มความสามารถของนักเรียนในการใช้ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ในการแก้ปัญหาต่างๆ ในโลกแห่งความเป็นจริง  นอกจากทักษะพื้นฐานแล้ว ผู้เข้าร่วมยังต้องมีความรู้ที่แข็งแกร่งในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและรู้วิธีประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ต่างๆ ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ทีมของเขาได้แสดงให้เห็นอย่างสม่ำเสมอตลอดหลายปีที่ผ่านมา

ทีมในปีนี้ประกอบด้วยรุ่นน้อง Wang Tzuwen, Huang Wenyuan และ Chang Chenghsun และรุ่นพี่ Mou Chanyu และ Jiang Liyuan  กัปตันทีม Wang Tzuwen กล่าวว่าทีมเริ่มเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันในฤดูร้อนปี 2019 โดยมีการฝึกอบรมโดยเพื่อนร่วมชั้นอาวุโส Hsiao Yicheng และ Lin Ente ในช่วงวันหยุดฤดูหนาวปีนี้ พวกเขาเริ่มเตรียมตัวสำหรับรอบคัดเลือก โดยฝึกฝนมากกว่าสิบชั่วโมงต่อวัน

Wang กล่าวว่าการแข่งขันทางออนไลน์มีความท้าทายมากกว่า เนื่องจากแพลตฟอร์มคลาวด์ไม่พร้อมเปิดใช้งานจนกว่าการแข่งขันจะเริ่มขึ้น นอกจากการตัดสินใจเกี่ยวกับการแบ่งงานที่เหมาะสมแล้ว ทีมงานยังต้องทำการติดตั้งโปรแกรมอย่างรวดเร็วและทำความคุ้นเคยกับซอฟต์แวร์เพื่อให้สามารถเริ่มการคำนวณได้

Wang และ Huang ได้จัดการหัวข้อปัญญาประดิษฐ์โดยใช้แบบจำลองภาษา BERT เพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำการทดสอบแบบปิด พวกเขาเสร็จภายในหนึ่งชั่วโมงและงานของพวกเขาได้คะแนนความแม่นยำที่ 85%

Mou และ Chang จัดการหัวข้อเกี่ยวกับการค้นหาพัลซาร์  พวกเขาประสบความสำเร็จในการทำงานภายในสองชั่วโมงโดยทำการค้นหาข้อมูลประมาณ 160GB จากกล้องโทรทรรศน์ดาราศาสตร์  ปรากฎว่า Mou เคยเรียนวิชาดาราศาสตร์ในช่วงปีที่สองและมีพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการทำความเข้าใจหัวข้อและการคิดค้นสูตรคำนวณที่มีประสิทธิภาพ

Chiang ได้รับมอบหมายในหัวข้อการจำลองคอมพิวเตอร์ควอนตัม  เขาทราบว่าหน่วยความจำที่ต้องใช้ในการรันโปรแกรมนั้นมากเกินคาดตั้งแต่ก่อนเริ่มการแข่งขัน  ดังนั้นเขาจึงต้องเขียนโปรแกรมใหม่ขึ้นทันที ซึ่งเขาเห็นว่าเป็นสิ่งที่ทั้งท้าทายและน่าตื่นเต้น

อ่านต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20210705005007/en/

ติดต่อ:

Holly Hsueh
NTHU
(886)3-5162006
hoyu@mx.nthu.edu.tw

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

นักวิจัยจาก NTHU พัฒนาอิมิตเตอร์ควอนตัมที่ซ่อมแซมตัวเองได้ด้วยความสว่างอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

Logo

นครซินจู๋ ไต้หวัน –(BUSINESS WIRE)–12 มิถุนายน 2564

แม้ว่าควอนตัมดอทเพอรอฟสไกต์ (PQDs) เป็นดาวรุ่งท่ามกลางอิมิตเตอร์ควอนตัมหลายตัว ความไม่แน่นอนโดยธรรมชาติของพวกมันได้จำกัดการพัฒนาของพวกเขา ปัจจุบันศาสตราจารย์ Hao-Wu Lin จากภาควิชาวัสดุศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์, ศาสตราจารย์ Chih-Sung, Chuu จากภาควิชาฟิสิกส์ และศาสตราจารย์ Richard D. Schaller จากภาควิชาเคมีที่มหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น ได้ร่วมกันพัฒนา PQDs ที่มีความเสถียรสูงและความสามารถในการซ่อมแซมตัวเองโดยใช้ขั้นตอนที่ง่ายและคุ้มค่า: สเปรย์สังเคราะห์ ซึ่ง PQDs ของพวกเขาแสดงความสว่างโฟตอนเชิงเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แน่นอนที่พวกเขาทำลายสถิติโลกด้วยวัสดุอิมิตเตอร์ควอนตัมที่อุณหภูมิห้องที่สว่างที่สุด ซึ่งเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญสำหรับการประมวลผลข้อมูลของควอนตัม

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ประกอบด้วยมัลติมีเดีย รับชมฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20210611005011/en/

Professor Hao-Wu Lin of the Department of Materials Science and Engineering at NTHU has played a key role in developing the world's brightest quantum emitters at room temperature. (Photo: National Tsing Hua University)

ศาสตราจารย์ Hao-Wu Lin จากภาควิชาวัสดุศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ที่ NTHU มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาอิมิตเตอร์ควอนตัมที่สว่างที่สุดในโลกที่อุณหภูมิห้อง (ภาพ: National Tsing Hua University)

Lin กล่าวว่าตรงกันข้ามกับอิมิตเตอร์ควอนตัมอื่นๆ PQDs สามารถรับรู้การปล่อยโฟตอนเชิงเดี่ยวที่อุณหภูมิห้องด้วยคุณสมบัติทางแสงที่ดีเยี่ยมรวมถึงอัตราส่วนควอนตัมที่สูงและความบริสุทธิ์ของโฟตอนเชิงเดี่ยวที่สูง ทำให้เหมาะสำหรับการคำนวณเชิงควอนตัมและการสื่อสารเชิงควอนตัมในอนาคต ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา PQDs ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากนักวิจัยจากต่างประเทศ ซึ่งคาดหวังที่จะขยายความเสถียรของวัสดุให้เหลือเพียงไม่กี่นาทีภายใต้การกระตุ้น

วิธีการดั้งเดิมในการเตรียม PQDs นั้นเกี่ยวข้องกับการผสมสารละลายสองชนิดที่แตกต่างกันในขวดแก้วโดยตรง ทีมนักวิจัยของ Lin ใช้วิธีการสเปรย์สังเคราะห์เพื่อเพิ่มพื้นที่สัมผัสของสารตั้งต้น และสร้างชั้นสารอินทรีย์ที่ป้องกันแบบเดียวกันบนพื้นผิวของ PQD แต่ละตัว ผลลัพธ์ PQDs ที่ได้จะคงความสว่างไว้แม้หลังจากการกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง 24 ชั่วโมงภายใต้ความเข้มของแสงสูง ซึ่งเป็นการปรับปรุงความเสถียรอย่างมาก

การค้นพบที่น่าประหลาดใจคือ PQDs ที่สเปรย์สังเคราะห์เหล่านี้มีความสามารถในการซ่อมแซมตัวเองที่ไม่เหมือนใคร แม้ว่า PQDs จะได้รับความเสียหายและเสื่อมโทรมเมื่อถูกกระตุ้นภายใต้แสงที่มีความเข้มสูงมาก แต่ก็กลับคืนสู่ความสว่างเดิมหลังจากหยุดพักหลายนาที งานวิจัยของทีมปรากฏในวารสาร ACS Nano อันทรงเกียรติระดับนานาชาติซึ่งครอบคลุมฉบับล่าสุด

Lin เปรียบเทียบการเตรียมควอนตัมดอทเหล่านี้กับการทำเกี๊ยว บางคนลองใช้ส่วนผสมที่แตกต่างกัน บางคนลองใช้แผ่นห่อที่หนาขึ้น และบางคนก็พยายามเพิ่มแผ่นห่อเป็นสองเท่า แต่ทีมของเขาเน้นไปที่วิธีการห่อเกี๊ยวให้สมบูรณ์แบบ

ผู้เขียนบทความวารสารฉบับแรกคือ Bo-Wei Hsu นักศึกษาปริญญาเอกที่ NTHU เมื่อหวนคิดถึงช่วงเวลาที่เขาค้นพบการซ่อมแซมตัวเองของ PQDs ซึ่ง Hsu กล่าวว่า “ภายหลังจากการกระตุ้นอย่างแรง PQDs ค่อยๆ จางลง แต่หลังจากนั้นไม่นานพวกมันก็ฟื้นความสว่างดังเดิม – และฉันแทบจะไม่เชื่อสายตาของฉันเลย!” Hsu ได้ทำการทดลองซ้ำหลายครั้ง และในที่สุดก็เชื่อในตัวเองว่า PQDs มีความสามารถในการซ่อมแซมตัวเองได้อย่างแท้จริง

Lin ตั้งข้อสังเกตว่าอิมิตเตอร์ควอนตัมเพอรอฟสไกต์ด้วยสเปรย์สังเคราะห์ต้องใช้ความเข้มของการกระตุ้นเพียง 1% ที่จำเป็นโดยอิมิตเตอร์ควอนตัมอื่น ๆ และให้ความสว่างโฟตอนเชิงเดี่ยวเกิน 9 ล้านโฟตอนต่อวินาทีซึ่งเป็นสถิติโลกใหม่ นอกจากนี้ความบริสุทธิ์ของโฟตอนเชิงเดี่ยวยังค่อนข้างสูงถึง 98% ด้วยประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม เช่น ความสว่างโฟตอนเชิงเดี่ยวสูง ความบริสุทธิ์ของโฟตอนเชิงเดี่ยวที่สูง และความเสถียรที่สูง อิมิตเตอร์ควอนตัมเพอรอฟสไกต์จึงเป็นวัสดุที่มีแนวโน้มว่าจะนำไปใช้ในอนาคตในการคำนวณเชิงควอนตัมและการสื่อสารเชิงควอนตัมได้

รับชมเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20210611005011/en/

ติดต่อ:

Holly Hsueh
NTHU
(886)3-5162006
hoyu@mx.nthu.edu.tw

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ทีมวิจัย NTHU พัฒนาวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่

Logo

ซินจู๋ ไต้หวัน–(BUSINESS WIRE)–13 มี.ค. 2564

ฤดูหนาวเป็นจุดเริ่มต้นของฤดูไข้หวัดใหญ่ประจำปี และในทุก ๆ ปี องค์การอนามัยโลก (WHO) พยายามคาดการณ์ว่าไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใดจะแพร่ระบาดในวงกว้างมากที่สุด เพื่อที่จะสามารถเตรียมการฉีดวัคซีนที่จำเป็น และด้วยการคำนึงถึงสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน ทีมวิจัยที่นำโดยศาสตราจารย์ Wu Suh-Chin จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จึงได้พัฒนาวัคซีนเพื่อป้องกันไข้หวัดใหญ่ทุกสายพันธุ์ โดยการฉีดวัคซีนสามารถทำได้ในรูปแบบของการฉีดพ่นจมูกแทนการฉีดแบบเข็ม

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้เป็นแบบมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20210312005008/en/

A research team led by Professor Wu Suh-Chin of the Department of Medical Science has developed a mucosal vaccine providing protection against all strains of influenza, and is currently planning to develop a mucosal COVID-19 vaccine. (Photo: National Tsing Hua University)

ทีมวิจัยที่นำโดยศาสตราจารย์ Wu Suh-Chin จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้พัฒนาวัคซีนภูมิคุ้มกันแบบฉีดพ่นจมูกเพื่อป้องกันไข้หวัดใหญ่ทุกสายพันธุ์และกำลังวางแผนที่จะพัฒนาวัคซีน COVID-19 แบบนี้ด้วย (ภาพ: National Tsing Hua University)

การวิจัยเชิงนวัตกรรมของทีมได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทางวิทยาศาสตร์และได้รับรางวัล Future Tech Award ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในปี 2562 และ 2563

วัคซีนที่ให้ประสิทธิผลแบบสากล

เนื่องจากความชุกของไข้หวัดใหญ่และการที่สายพันธุ์มีความแตกต่างกันไปในแต่ละปี การตัดสินใจเลือกวัคซีนที่จะเตรียมสำหรับฤดูไข้หวัดใหญ่ครั้งต่อไปจึงเป็นเรื่องที่ท้าทาย การคาดการณ์ที่ผิดจึงอาจทำให้ได้วัคซีนมีประสิทธิภาพต่ำ ทั้งนี้ Wu กล่าวว่าสาเหตุส่วนใหญ่เป็นเพราะ ฮีแมกกลูตินิน ของไวรัสไข้หวัดใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาทำให้เซลล์ภูมิคุ้มกันของคนเราจดจำได้ยาก

แอนติเจนฮีแมกกลูตินิน ส่วนใหญ่ประกอบด้วยส่วนหัวทรงกลมและบริเวณลำตัว โดยเป็นที่ส่วนหัวทรงกลมนี่เองซึ่งทำให้ไวรัสแต่ละสายพันธุ์มีลักษณะเฉพาะ ทีมของ Wu ได้ใช้พันธุวิศวกรรมเพื่อทำให้หัวทรงกลมเติบโตเป็นชั้นของคาร์โบไฮเดรต สิ่งเหล่านี้จะช่วยปิดคุณสมบัติที่เป็นเอกลักษณ์ของไวรัส ดังนั้นจึงไปทำให้เซลล์ภูมิคุ้มกันสามารถสร้างแอนติบอดีต่อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดใดก็ได้ที่พวกมันเข้าไปเจอ

ทีมของ Wu ยังทำการย่อยสลายบริเวณลำตัวของแอนติเจน ฮีแมกกลูตินิน ซึ่งทำให้เซลล์ภูมิคุ้มกันจดจำและกำจัดไวรัสได้ง่ายขึ้น Wu กล่าวว่าการย่อยสลายของฮีแมกกลูตินิน จะช่วยเพิ่มการกระตุ้นของแอนติบอดีจำเพาะของส่วนลำตัว ทำให้สามารถพัฒนาวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ที่มีประสิทธิภาพสากลให้กับแอนติเจนประเภทที่แตกต่างกันได้

ต่อสู้กับไวรัสด้วยสารพิษ

เนื่องจากไวรัสไข้หวัดใหญ่ส่วนใหญ่ติดต่อผ่านทางเดินหายใจ ทีมของ Wu จึงคิดค้นวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิดพ่นจมูกที่มีประสิทธิภาพมากกว่าการฉีด เนื่องจากการหายใจและการรับประทานอาหารจะนำแอนติเจนแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เยื่อเมือกในระบบทางเดินหายใจและทางปาก จึงมีความทนทานต่อเยื่อเมือกต่อเชื้อโรค ส่งผลให้ผลิตวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกันเยื่อเมือกได้ยาก นี่คือสิ่งที่ทำให้การพัฒนาวัคซีนแบบพ่นมีความท้าทายมากกว่าการฉีดวัคซีน

เพื่อเอาชนะความทนทานต่อภูมิคุ้มกันของระบบเยื่อเมือก แนวทางหนึ่งคือ“ ต่อสู้กับไวรัสด้วยสารพิษ” และทีมงานจึงตัดสินใจใช้สารพิษจากแบคทีเรียที่เรียกว่า“heat-labile enterotoxin A subunit” กับแอนติเจน ซึ่งจะทำให้กลายเป็นวัคซีนที่สร้างฤทธิ์เสริมได้เอง หรือ self-adjuvanting vaccine โดยวัคซีนที่สร้างฤทธิ์เสริมได้เองที่สร้างขึ้นด้วยวิธีนี้สามารถกระตุ้นการตอบสนองต่อภูมิคุ้มกันของเยื่อเมือกและระบบภูมิคุ้มกันได้ดี

ทีมงานได้ใช้แพลตฟอร์มวัคซีนที่สร้างฤทธิ์เสริมได้เอง ซึ่งได้รับการจดสิทธิบัตรแล้วในไต้หวันและสหรัฐอเมริกาแล้ว เพื่อพัฒนาเป็นวัคซีนสำหรับโรคไข้หวัดนก และการทดลองเบื้องต้นได้ยืนยันว่ามีการระงับการสร้างแอนติบอดีในซีรั่มในไก่ที่สูดดมวัคซีนพ่นนั้น เมื่อเห็นผลที่น่าตื่นเต้นดังนี้ ทีมงานจึงกำลังวางแผนที่จะพัฒนาวัคซีนแบบพ่นเพื่อป้องกัน COVID-19

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20210312005008/en/

ติดต่อ:

Holly Hsueh

NTHU

(886)3-5162006

hoyu@mx.nthu.edu.tw

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย