Tag Archives:  

ETT | iByond™ ลงนามในสัญญามูลค่า 888 ล้านเหรียญสหรัฐกับ Capstone เพื่อมอบการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลทั่วโลกให้กับอุตสาหกรรมประกันภัย

Logo

ปาล์มบีช ฟลอริดา –(BUSINESS WIRE)–14 กุมภาพันธ์ 2024

เทคโนโลยีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ “ETT | iByond™” (ETT) ได้ทำข้อตกลงการให้บริการซอฟต์แวร์และใบอนุญาตเป็นเวลาห้าปี (“ข้อตกลง“) กับ Capstone Management Group (“Capstone” และ “บริษัท“) ซึ่งมีมูลค่า 888 ล้านเหรียญสหรัฐตลอดอายุสัญญา ความร่วมมือครั้งนี้มีจุดมุ่งหมาย เพื่อปฏิวัติอุตสาหกรรมประกันภัยผ่านโซลูชันการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลที่ล้ำสมัย

Christopher Condon | Chairman and CEO of ETT | iByond™ (Photo: Business Wire)

Christopher Condon | ประธานและซีอีโอของ ETT | iByond™ (รูปภาพ: Business Wire)

ETT | iByond™ ผู้ให้บริการระบบปฏิบัติการ Intelligent Platform as a Service (iPaaS) ในอุตสาหกรรมต่างๆ ทั่วโลก แพลตฟอร์มนี้มอบความได้เปรียบในการแข่งขัน ด้วยการอัปเกรดระบบเดิมได้อย่างราบรื่น โดยไม่ต้อง 'ตัดทิ้งและเปลี่ยนใหม่' ทํางานในทุกอุตสาหกรรมเพื่อช่วยบริษัทหลายพันล้าน ขณะเดียวกันก็ปรับปรุงเทคโนโลยีให้ทันสมัยด้วยปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง (AI) แพลตฟอร์มนี้ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล และความเร็วของนวัตกรรมในหลายอุตสาหกรรม

Capstone เป็นบริษัทที่ปรึกษาและโฮลดิ้ง ซึ่งมีสินทรัพย์ที่หลากหลายในทุกสายงานของอุตสาหกรรมประกันภัยและการประกันภัยต่อ ผู้ก่อตั้ง Capstone มีประสบการณ์มากกว่า 90 ปีในด้านการประกันภัยและการประกันภัยต่อ และมีบทบาทสําคัญในการจัดตั้งโปรแกรมการดูแลสุขภาพที่ใช้ทุนตนเองสำหรับบริษัทขนาดใหญ่ หลังจากการผ่าน ERISA ในปี 1974 ด้วยข้อตกลง Capstone ตอนนี้ ETT จะนําชุดเทคโนโลยีที่พลิกโฉมมาสู่อุตสาหกรรมประกันภัยและการประกันภัยต่อ ความร่วมมือระหว่าง Capstone Management Group และ ETT | iByond™ ส่งสัญญาณถึงก้าวสําคัญในนวัตกรรมภาคประกันภัย

การใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์ม 'Intelligence Beyond' ของ ETT | iByond Capstone สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพและความสามารถในการทํางานร่วมกันของข้อมูล และใช้ปัญญาประดิษฐ์ แมชชีนเลิร์นนิง และการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อเปลี่ยนแปลงการประเมินความเสี่ยงและการรับประกันภัย ความก้าวหน้าเหล่านี้ช่วยปรับปรุงความแม่นยําของราคา การคาดการณ์ได้ และเวลาแฝงในการประมวลผล ด้วยความเชี่ยวชาญของ Capstone ในด้านโซลูชันการประกันภัย และการดูแลสุขภาพ แพลตฟอร์มของ iByond ลูกค้าสามารถคาดหวังโซลูชันความเสี่ยงแบบหลายทิศทางที่ปรับแต่งได้ ETT | iByond™ เพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการทํางานร่วมกันของข้อมูล ซึ่งจําเป็นในภาคการประกันภัย สิ่งนี้มีความเกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของปัญญาประดิษฐ์ แมชชีนเลิร์นนิง และการวิเคราะห์ข้อมูลในการประเมินความเสี่ยงและขั้นตอนการรับประกันภัย แพลตฟอร์มของ ETT | iByond อํานวยความสะดวกในการบูรณาการระหว่างการควบรวมและซื้อกิจการ Capstone สามารถควบคุมเทคโนโลยีเซ็นเซอร์ Artificial Intelligence of Things (AIOT) ที่ล้ำสมัยสําหรับข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์ เสริมศักยภาพในการตัดสินใจอย่างชาญฉลาดยิ่งขึ้นด้วยความเชี่ยวชาญของ Capstone ในด้านโซลูชันการประกันภัยและการดูแลสุขภาพ บูรณาการกับแพลตฟอร์มของ ETT | iByond ลูกค้าสามารถคาดหวังโซลูชันความเสี่ยงแบบหลายทิศทางที่ปรับแต่งได้

ตลาดประกันภัยต่อทั่วโลกมีมูลค่า 498.7 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2021 และคาดว่าจะสูงถึง 1344.3 พันล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2031 โดยเติบโตที่ CAGR 10.8% ตั้งแต่ปี 2022 ถึง 2031

Christopher Condon ประธานและซีอีโอของ ETT I iByond™ เน้นย้ำถึงคุณค่ามหาศาลที่ความร่วมมือนี้มอบให้กับนักลงทุนและลูกค้า โดยกล่าวว่า “ความร่วมมือของเรากับ Capstone Management Group ถือเป็นช่วงเวลาสําคัญในการปฏิวัติอุตสาหกรรมประกันภัย ด้วยนวัตกรรมที่มีความคิดก้าวหน้า ยกระดับการปฏิบัติงาน เพื่อให้บริการผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของเราได้ดียิ่งขึ้น”

ในทํานองเดียวกัน Nino Pedrini ซีอีโอของ Capstone Management Group ได้เน้นย้ำถึงลักษณะการทํางานร่วมกันของการเป็นหุ้นส่วน โดยกล่าวว่า “ที่ Capstone เรามุ่งมั่นที่จะมอบผลลัพธ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของเรา เราได้ทำตรวจสอบวิเคราะห์สถานะอย่างหนัก และเลือกแพลตฟอร์มของ the ETT | iByond เพื่อให้เราสามารถนําเสนอโซลูชันดิจิทัลที่เหนือชั้นและเป็นหนึ่งใน AI Data Engine ที่ทันสมัยที่สุด เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของอุตสาหกรรมประกันภัย”

สัญญามูลค่า 888 ล้านเหรียญสหรัฐ ถือเป็นการลงทุนครั้งสําคัญในอนาคตของการประกันภัย ซึ่งส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลที่กล้าหาญในระดับโลก

สําหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ www.ettworld.com หรือ www.capstonemg.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:

https://www.businesswire.com/news/home/53895972/en

ติดต่อ

สําหรับสื่อมวลชนกรุณาติดต่อ:
jczelusniak@ettworld.com

ที่มา: Economic Transformation Technologies

 


Gradiant’s H+E ได้รับเลือกให้ลงนามในสัญญาการสร้างโรงงานบำบัดน้ำในโรงงานเซมิคอนดักเตอร์ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเยอรมัน

Logo

สัญญาดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ผ่านร่างกฎหมาย European Chips Act เมื่อเดือนกันยายน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและความยืดหยุ่นในอุตสาหกรรมเซมิคอนดัคเตอร์

BOSTON–(BUSINESS WIRE)–6 กุมภาพันธ์ 2024

Gradiant ผู้ให้บริการโซลูชันระดับโลกสำหรับการบำบัดน้ำและน้ำเสียขั้นสูง ประกาศในวันนี้ว่า H+E Group ซึ่งเป็นบริษัทในเครือที่เพิ่งมีการเข้าซื้อกิจการได้รับเลือกให้ลงนามในสัญญาใหม่เพื่อออกแบบและสร้างโรงงานน้ำบริสุทธิ์พิเศษ (UPW) สำหรับหนึ่งในผู้ผลิตเซมิคอนดัคเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยโปรเจ็กนี้เป็นส่วนสำคัญของโปรเจ็กที่ยังคงค้างอยู่ของ H+E ซึ่งมีมูลค่าราว 120 ล้านเหรียญสหรัฐที่มีการลงนามแล้ว และเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับเป้าหมายการปรับเปลี่ยน European Chips Act เพื่อสนับสนุนความยืดหยุ่นและขับเคลื่อนการปรับเปลี่ยนด้านดิจิทัลและโลกสีเขียว

Gradiant’s H+E Wins Contract in Germany to Build Water Treatment Facility for One of the Largest Semiconductor Fabs (Photo: Business Wire)

Gradiant’s H+E ได้รับเลือกให้ลงนามในสัญญาการสร้างโรงงานบำบัดน้ำสำหรับหนึ่งในโรงงานเซมิคอนดัคเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมันี (ภาพถ่าย: Business Wire)

โรงงานแห่งใหม่นี้ตั้งอยู่ในประเทศเยอรมันซึ่งเป็นประเทศที่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการบูรณาการให้เข้ากับภาคส่วนการผลิตขั้นสูงและอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างจุดยืนสำหรับสหภาพยุโรปในตลาดเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก คณะกรรมาธิการยุโรปได้ระบุเป้าหมายที่จะเข้าถึงส่วนแบ่งการตลาดถึง 20 เปอร์เซนต์ของการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกในระดับภูมิภาคในปี 2030 European Chips Act เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความร่วมมือระหว่าง H+E และลูกค้าเซมิคอนดักเตอร์

โรงงานแห่งใหม่นี้จะเป็นหนึ่งในโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่ทันสมัยและยั่งยืนที่สุดในยุโรปและรองรับตลาดพลังงานหมุนเวียน ศูนย์ข้อมูล และรถยนต์ไฟฟ้า UPW ที่ผลิตโดยโรงงานแห่งใหม่นี้จะมีบทบาทสำคัญในกระบวนการผลิตชิปเซมิคอนดัคเตอร์เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพและมีความน่าเชื่อถือ

“เนื่องจากความต้องการที่เพิ่มขึ้น นโยบายการสนับสนุนและการลงทุนภาคเอกชนซึ่งผลักดันการเติบโตของเซมิคอนดัคเตอร์ในสหภาพยุโรปและทั่วโลก ผู้ผลิตชิปชั้นนำจึงมีความเห็นว่านวัตกรรมน้ำเป็นหนึ่งในหนทางการสร้างความยืดหยุ่นให้กับการดำเนินงานในระยะยาวและบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน” Prakash Govindan, COO ของ Gradiant กล่าว “สัญญานี้แสดงให้เห็นถึงชื่อเสียงของ H+E ด้านความเป็นเลิศในการบำบัดน้ำและจุดเด่นในกลุ่มผลิตภัณฑ์ชั้นนำของ Gradiant ในการนำเสนอโซลูชันที่ครอบคลุมแก่ลูกค้าของเรา ความร่วมมือของเรากับ H+E จะช่วยเสริมผลลัพธ์เชิงบวกสำหรับความมุ่งมั่นครั้งสำคัญในยุโรปครั้งนี้

“ความร่วมมือระหว่างลูกค้าของเรากับ H+E ได้รับการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของ Gradiant ซึ่งตอกย้ำความทุ่มเทของเราด้านความยั่งยืนและนวัตกรรมที่ก้าวล้ำ” Philipp Sausele กรรมการผู้จัดการของ H+E Group กล่าว “โรงงาน UPW แห่งใหม่ของเราจะตอบสนองความน่าเชื่อถือในการปฏิบัติงานและมาตรฐานประสิทธิภาพที่ลูกค้าต้องการเพื่อเพิ่มผลผลิตสูงสุด ในขณะที่ความคืบหน้าด้านอุตสาหกรรม นวัตกรรมใน UPW การรีไซเคิลน้ำ และการบำบัดน้ำเสียจะมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ลูกค้าของเราได้เปรียบในการแข่งขันเมื่อร่วมมือกับ Gradiant เราจะมีจุดยืนในฐานะผู้นำในการให้บริการโซลูชันน้ำชั้นนำสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดัคเตอร์ในยุโรป”

สัญญานี้ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับ H+E, Gradiant, และอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในยุโรปคาดว่าจะเริ่มโปรเจ็กนี้ได้ในทันทีและคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2025

เกี่ยวกับ Gradiant

Gradiant เป็นบริษัทผลิตน้ำที่แตกต่างจากบริษัทอื่นๆ ด้วยโซลูชันเต็มรูปแบบที่มีความแตกต่างและเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะสำหรับการบำบัดน้ำและน้ำเสียขั้นสูงซึ่งขับเคลื่อนโดยผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำชั้นนำ บริษัทให้บริการด้านการดำเนินงานที่มีความสำคัญต่อภารกิจสำหรับลูกค้าในอุตสาหกรรมที่สำคัญของโลก รวมถึงเซมิคอนดักเตอร์ เภสัชกรรม อาหารและเครื่องดื่ม ลิเธียมและแร่ธาตุสำคัญและพลังงานทดแทน โซลูชันที่เป็นนวัตกรรมของ Gradiant ช่วยลดการใช้น้ำและน้ำเสียที่ระบายออก เรียกคืนทรัพยากรอันมีค่าและเปลี่ยนน้ำเสียให้เป็นน้ำจืด บริษัทมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่บอสตัน ก่อตั้งขึ้นที่ MIT และมีพนักงานมากกว่า 1,000 คนทั่วโลก ท่านสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ gradiant.com

เกี่ยวกับ H+E Group

H+E Group มีฐานที่ตั้งอยู่ในเมือง Stuttgart ประเทศเยอรมันมากว่า 100 ปี เป็นผู้นำระดับโลกในด้านการบำบัดน้ำ      จากอุตสาหกรรม การบำบัดน้ำเสียและการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ H+E Group มีการส่งมอบโครงการน้ำสำหรับอุตสาหกรรมเป็นจำนวน 30,000 โครงการและได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายสำนักงานทั่วโลกทั่วยุโรปและเอเชีย บริษัทต่างๆ ในอุตสาหกรรมที่หลากหลายทั่วโลกไว้วางใจ H+E สำหรับโซลูชันน้ำที่สำคัญของพวกเขา ท่านสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ he-water.group

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่https://www.businesswire.com/news/home/53881865/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้นและควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ติดต่อ

Felix Wang
Gradiant, VP of Marketing
fwang@gradiant.com

แหล่งข้อมูล: Gradiant

PowerSchool นำเสนอระบบนิเวศ AI ที่ครอบคลุมมากที่สุดสำหรับการศึกษาเฉพาะบุคคล โดยการเปิดตัว PowerSchool PowerBuddy™ ซึ่งเป็นผู้ช่วย AI สำหรับทุกคนในการศึกษา

Logo

PowerSchool นำศักยภาพในการปรับแปลง AI มาสู่การศึกษาระดับอนุบาลจนถึงระดับมัธยมศึกษา (K-12) ผ่านโมเดล AI แบบบูรณาการทั่วทั้งผลิตภัณฑ์และแพลตฟอร์มข้อมูลด้วยการเปิดตัว PowerBuddy ซึ่งเป็นผู้ช่วย AI เจนเนอเรชั่นใหม่

FOLSOM, Calif.–(BUSINESS WIRE)–23 มกราคม 2024

PowerSchool (NYSE: PWSC) ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ระบบคลาวด์ชั้นนำสำหรับการศึกษา K-12 ในอเมริกาเหนือ มีการประกาศในวันนี้เกี่ยวกับวิวัฒนาการขั้นต่อไปของแพลตฟอร์ม AI ด้วยการเปิดตัว PowerSchool PowerBuddy™ ซึ่งเป็นผู้ช่วย AI สำหรับทุกคนในการศึกษา

ระบบนิเวศ AI ของ PowerSchool ก่อตั้งขึ้นตามหลักการ Responsible AI ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ดำเนินการทั้งหมด ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับเส้นทางด้านการศึกษาของนักเรียนโดยเฉพาะ ด้วย PowerBuddy ที่ปรับแต่งเฉพาะ นักเรียน ผู้ปกครอง ผู้นำการศึกษา ผู้ให้คำปรึกษา และผู้ดูแลระบบแต่ละคน จะสามารถเข้าถึงคำแนะนำ ข้อมูล และทรัพยากรส่วนบุคคลได้อย่างปลอดภัยเพียงปลายนิ้วสัมผัส ช่วยให้นักเรียนสามารถได้รับการสนับสนุนทางสังคม อารมณ์ และการศึกษาที่ปรับแต่งให้เหมาะสมสำหรับแต่ละคนในแบบที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน

ซึ่งเป็นการนำเสนอ AI ที่แตกต่างจากการนำเสนออื่นๆ ระบบนิเวศ AI ที่ครอบคลุมของ PowerSchool ได้รับการออกมาเพื่อวัตถุประสงค์ “นำเสนอระบบ AI เชื่อมโยงเข้าข้อมูล” แนวทางที่โดดเด่นนี้จะช่วยรักษามาตรฐานที่เข้มงวดด้านความเป็นส่วนตัว จริยธรรม และความปลอดภัย และเสริมสร้างวิธีการที่ทันสมัยสำหรับการนำ AI ไปใช้อย่างมีความรับผิดชอบและเป็นนวัตกรรมด้านการศึกษา

PowerBuddy เป็นผู้ช่วย AI ที่สามารถสนทนาตามบทบาทที่อยู่ระหว่างการทดลองใช้อยู่ในขณะนี้ และจะพร้อมใช้งานในปีการศึกษา 2024-2025 เพื่อสนับสนุนความก้าวหน้าของนักเรียนทั้งในและนอกห้องเรียน

ในขั้นต้น จะมีการรวม PowerBuddy เข้ากับ Schoology Learning โดยนำเสนอความช่วยเหลือตามความต้องการของนักเรียนแบบตัวต่อตัว สำหรับงานที่ได้รับมอบหมายและปรับแต่งการเรียนรู้แบบดั้งเดิมให้เป็นประสบการณ์แบบมีส่วนร่วม ผู้สอยจะสามารถใช้ PowerBuddy เพื่อสร้างแผนการสอน สร้างแบบทดสอบและการประเมินสำหรับผลการเรียนโดยอัตโนมัติ และปรับแต่งการบ้านในแบบเฉพาะตัวของนักเรียน ช่วยประหยัดเวลาให้สามารถมุ่งเน้นด้านที่สำคัญที่สุด – นั่นคือ การปฏิสัมพันธ์กับนักเรียน นอกเหนือจากนี้ ยังนำเสนอคำแนะแนวทางวิทยาลัยและอาชีพเฉพาะรายบุคคลผ่าน Naviance CCLR สำหรับทั้งผู้ให้คำปรึกษาและนักเรียน ผู้ปกครองสามารถใช้ประโยชน์ PowerBuddy ใน My PowerSchool ในการสอบถามเกี่ยวกับผลการเรียนของบุตรหลานและข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ผู้ปกครองจะได้ข้อมูลแจ้งเตือนเชิงรุกหากบุตรหลานเริ่มมีปัญหาและตามไม่ทัน มีความโปร่งใส และส่งเสริมให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการศึกษาของบุตรหลาน นอกเหนือจากนี้ PowerBuddy จะนำเสนอทรัพยากรการเรียนรู้ด้านวิชาการและอารมณ์ทางสังคมที่ได้รับการอนุมัติเฉพาะบุคคลจาก ContentNav เพื่อช่วยในการสนับสนุนการเรียนรู้ของบุตรหลานอย่างจริงจัง นอกจากนี้ ผู้ดูแลระบบยังสามารถถามคำถามเป็นภาษาธรรมชาติทั่วไปเกี่ยวกับข้อมูลภายใน Analytics & Insights และ PowerSchool SIS เพื่อช่วยให้ระบบสามารถแสดงข้อมูลที่ถูกต้องอย่างยิ่งสำหรับการตัดสินใจ จะมีการขยายการใช้งาน PowerBuddy ไปทั่วระบบนิเวศของ PowerSchool โดยจะไม่ขึ้นกับระบบและจะได้รับการผสานรวมเข้ากับเครื่องมือเทคโนโลยีด้านการศึกษาส่วนใหญ่ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่ของ PowerSchool ด้วยเช่นกัน

วันนี้เป็นการเปิดตัวอีกขั้นที่น่าตื่นเต้นในการทำให้การปรับแปลงการศึกษาเฉพาะตัวเป็นจริงได้ ซึ่งเป็นกระบวนการก่อนหน้าที่อยู่ไกลเกินเอื้อม จนกระทั่งวันนี้” Shivani Stumpf ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมของ PowerSchool กล่าว “นอกเหนือจากการสนับสนุนผู้ปกครอง ผู้สอน และผู้ให้การศึกษา PowerBuddy ยังช่วยสร้างเสริมความชอบในการเรียนรู้ให้นักเรียนอย่างแท้จริง โดยได้รับการสนับสนุนจากการออกแบบเฉพาะตัว เพื่อความปลอดภัย ให้การสนับสนุน สร้างแรงบันดาลใจ และปรับแต่งเฉพาะตัวโดยใช้ AI”

ความสามารถด้าน AI ที่ไม่มีใครเปรียบของ PowerSchool สำหรับระบบนิเวศการศึกษา:

  • เน้นการออกแบบ: เช่นเดียวกับ AI ทั้งหมดที่มีการใช้ในแพลตฟอร์มของ PowerSchool มีการพัฒนา PowerBuddy โดยใช้หลักการ AI ที่มีความรับผิดชอบและได้รับการปรับแต่งโดยเฉพาะสำหรับการศึกษาระดับ K-12 โดยมีความแตกต่างจากบริษัทอื่นๆ ที่มีการระบุขอบเขตในการแบ่งปันข้อมูล PowerSchool มีการผสานรวม AI เข้ากับข้อมูล เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากโซลูชันอื่นๆ ซึ่งต้องมีการถ่ายโอนข้อมูลไปยังแอปพลิเคชัน AI ซึ่งเป็นการรักษาความปลอดภัยในระดับที่ไม่มีใครเทียบได้ สำหรับการปกป้องข้อมูลของนักเรียน
  • การบูรณาการอย่างง่ายดาย: ต่างจากแอปพลิเคชันแบบสแตนด์อโลนอื่นๆ มีการผสานรวม PowerSchool AI เข้ากับผลิตภัณฑ์ที่ผู้ให้การศึกษา นักเรียน และผู้ปกครองใช้ในแต่ละวัน จึงไม่จำเป็นต้องเรียนรู้ระบบใหม่ เนื่องจากผู้ให้การศึกษาก็มีงานล้นมืออยู่แล้ว
  • การปรับเปลี่ยนในแบบเฉพาะตัว: มีการผสานรวม AI เข้ากับผลิตภัณฑ์ PowerSchool ซึ่งมีนักเรียนและผู้ให้การศึกษานับล้านใช้งานอย่างแพร่หลายในแต่ละวัน การบูรณาการนี้จะช่วยให้ผู้ใช้มั่นใจได้ว่า จะได้รับประโยชน์จากการสนับสนุนส่วนบุคคลที่ขับเคลื่อนโดยมุมมองข้อมูลของนักเรียนและผู้ให้การศึกษาแบบองค์รวม 360 องศาที่ได้จากชุดผลิตภัณฑ์แบบบูรณาการของ PowerSchool ซึ่งแตกต่างจากโซลูชัน AI แบบสแตนด์อโลนอื่นๆ นอกจากนี้ บริษัทยังสามารถใช้ประโยชนจากแพลตฟอร์มข้อมูล K-12 โดยตระหนักว่า ประสิทธิภาพของ AI ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่สมบูรณ์ แพลตฟอร์มดังกล่าวมีบทบาทสำคัญในการแยกฐานข้อมูล โดยมีความสามารถในการสร้างตามวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาโดยเฉพาะ เพื่อปรับเสริมฟังก์ชันการทำงานโดยรวมของระบบ AI
  • การใช้งานตามขนาดแตกต่างจากผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในตลาด PowerSchool มีความสามารถได้รับการพิสูจน์แล้วเพื่อสนับสนุนเขตพื้นที่ทุกขนาดด้วยความรู้เชิงลึกด้านระบบนิเวศการศึกษา รวมถึงข้อกำหนดระดับรัฐ จังหวัด และเขต โดยทั้งหมดนี้ได้รับการป้องกันความปลอดภัยชั้นนำในอุตสาหกรรมและโปรโตคอลความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
  • ไม่ขึ้นกับระบบ: เขตสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลทั้งหมดจากเครื่องมือเทคโนโลยีที่มีการใช้อยู่แล้ว เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกและการสนับสนุนเฉพาะบุคคลที่แม่นยำและครอบคลุมที่สุด

“ด้วยวิสัยทัศน์ของ PowerSchool ที่ใช้ประโยชน์จากความสามารถของ AI เพื่อแปลงข้อมูลให้เป็นเป้าหมายที่สามารถนำไปใช้งานได้ ซึ่งช่วยให้สามารถบรรลุผลสำหรับนักเรียนให้ได้ดียิ่งขึ้น เรารู้สึกมั่นใจในก้าวต่อไปของเรา” Dr. Joseph Nettikaden ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายข้อมูลของ Esol Education ใน UAE กล่าว

“PowerSchool กำลังดำเนินการปฏิวัติการศึกษาในระดับโลกโดยใช้ประโยชน์จาก AI ที่มีการออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับการศึกษาระดับ K-12 เพื่อเพิ่มศักยภาพให้แก่ผู้สอนและเจ้าหน้าที่ของเรา เพื่อช่วยในการเปลี่ยนแปลงชีวิตโดยการช่วยเยาวชนในการออกแบบอนาคตของพวกเขา” Fr. Jose Alarico Carvalho ผู้อำนวยการของ Father Agnel School ในอินเดีย กล่าว “ผู้ช่วย AI นี้จะช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ ส่งเสริมการทำงานร่วมกัน และเพิ่มประสิทธิภาพในแบบที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน โรงเรียนของเราเป็นผู้บุกเบิกในการเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด และผมรู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมมือกับ PowerSchool ในการปรับแปลงนี้”

การสัมมนาผ่านเว็บฟรีเกี่ยวกับ PowerBuddy และ AI ในการศึกษาระดับ K-12 จะมีขึ้นในวันที่ 28 เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2024 สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ https://www.powerschool.com/webinar/ai-chat-bots หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ PowerBuddy โปรดไปที่ www.powerschool.com

เกี่ยวกับ PowerSchool

PowerSchool (NYSE: PWSC) เป็นผู้ให้บริการชั้นนำด้านซอฟต์แวร์ระบบคลาวด์สำหรับการศึกษาระดับ K-12 ในอเมริกาเหนือ ภารกิจของบริษัทคือ การส่งเสริมศักยภาพสำหรับผู้ให้การศึกษา ผู้ดูแลระบบ และครอบครัว เพื่อรับประกันการศึกษาแบบเฉพาะตัวสำหรับนักเรียนทุกคน PowerSchool นำเสนอผลิตภัณฑ์ระบบคลาวด์แบบครบวงจรที่เชื่อมต่อสำนักงานกลางเข้ากับห้องเรียนไปยังบ้านของนักเรียนด้วยผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรางวัล รวมถึง Schoology Learning และ Naviance CCLR ดังนั้น เขตการศึกษาจะสามารถจัดการข้อมูลของนักเรียน การลงทะเบียน การเข้าเรียน เกรด คำแนะนำด้านการสอน การประเมินผล ทรัพยากรบุคคล ความสามารถพิเศษ การพัฒนาด้านวิชาชีพ การศึกษาพิเศษ การวิเคราะห์ข้อมูล และข้อมูลเชิงลึก การสื่อสาร และความพร้อมด้านวิทยาลัยและวิชาชีพได้อย่างปลอดภัย PowerSchool ให้การสนับสนุนนักเรียนกว่า 50 ล้านคนในกว่า 90 ประเทศ และลูกค้ามากกว่า 16,000 ราย รวมถึงเขตการศึกษาชั้นนำมากกว่า 90 แห่งาจาก 100 อันดับแรกตามการลงทะเบียนของนักเรียนในสหรัฐอเมริกา สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่ www.powerschool.com

© PowerSchool PowerSchool และเครื่องหมายอื่นๆ ของ PowerSchool เป็นเครื่องหมายการค้าของ PowerSchool Holdings, Inc. หรือบริษัทในเครือ ชื่อและแบรนด์อื่นๆ อาจเป็นทรัพย์สินของผู้อื่น

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ติดต่อ

WE Communications for PowerSchool
WE-PowerSchool@we-worldwide.com
(503) 443-7155

แหล่งข้อมูล: PowerSchool Holdings, Inc.

Timeline เป็นเทคโนโลยีชีวภาพที่มีอายุยืนยาวของสวิส ได้รับการสนับสนุนทางการเงินที่สําคัญ จากผู้นําอุตสาหกรรมระดับโลกเชิงกลยุทธ์ รวมถึง L’Oréal และ Nestlé

Logo

โลซาน, สวิตเซอร์แลนด์–(BUSINESS WIRE)–17 มกราคม 2024

Timeline เป็นบริษัท เทคโนโลยีชีวภาพด้านสุขภาพของผู้บริโภคในระดับแนวหน้า ในการพัฒนาโซลูชั่นที่เป็นนวัตกรรมใหม่เพื่อการสูงวัยอย่างมีสุขภาพดีและอายุยืนยาว ได้ประกาศในวันนี้ว่าบริษัทสามารถระดมทุนได้ 56 ล้านฟรังก์สวิส(66 ล้านเหรียญสหรัฐ) ในการระดมทุน Series D ที่มีสมาชิกมากเกินไป นับเป็นก้าวสําคัญสําหรับบริษัท และรวมถึงการลงทุนเชิงกลยุทธ์จากสองผู้นําอุตสาหกรรมระดับโลก ได้แก่ L’Oréal และ Nestlé

Timeline Longevity Products (Photo: Timeline)

ผลิคภัณฑ์ที่มีอายุยืนยาวของ Timeline (ภาพ: Timeline)

การระดมทุนรอบนี้นําโดย BOLD (Business Opportunities for L'Oréal Development) ซึ่งเป็นกองทุนร่วมลงทุนด้านนวัตกรรมเชิงกลยุทธ์ของ L'Oréal Groupe ซึ่งตอกย้ำความเชื่อมั่นของนักลงทุนในเทคโนโลยีที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทอย่าง Mitopure® เพื่อช่วยให้ผู้คนมีสุขภาพที่ดีและยืนยาวขึ้น Mitopure® ได้รับการสนับสนุนในการวิจัยกว่า 15 ปี และได้ผ่านการทดสอบทางคลินิกแล้วว่า สามารถกําหนดเป้าหมายเส้นทางอายุยืนของเซลล์ที่สําคัญ โดยการรีไซเคิลและฟื้นฟูโรงไฟฟ้าของเซลล์ไมโตคอนเดรีย การทํางานของไมโตคอนเดรียอย่างเหมาะสมเป็นสิ่งจําเป็นสําหรับการรักษาพลังงานของเซลล์ ซึ่งสนับสนุนความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การรับรู้ ความยืดหยุ่นของภูมิคุ้มกัน พลังผิว และประโยชน์ที่สําคัญอื่น ๆ โดยนำเสนอแนวทางที่ครอบคลุมในการส่งเสริมสุขภาพที่ดี

การสนับสนุนจากผู้นําในอุตสาหกรรมเหล่านี้ และเงินทุนที่ระดมทุนได้จะถูกนํามาใช้ เพื่อสร้าง Timeline ให้เป็นแบรนด์สุขภาพผู้บริโภคที่มีอายุยืนยาวชั้นนํา โดยการขยายด้านวิทยาศาสตร์ หมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ และตลาดในภาคอาหาร ความงาม และสุขภาพ

“ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางหลายมิติที่ก้าวหน้า ซึ่งเราเชื่อมาโดยตลอดว่า จําเป็นต่อความก้าวหน้าที่มีความหมายสําหรับการมีอายุยืนยาวและสุขภาพที่ดี” Patrick Aebischer ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานของ Timeline กล่าว “ผมอยากจะขอบคุณ L’Oréal  Nestlé และนักลงทุนที่มีมายาวนานของเรา สําหรับความมุ่งมั่นในการแก้ปัญหาการมีอายุยืนที่มีรากฐานมาจากวิทยาศาสตร์ระดับสูงสุด”

“การมีอายุยืนยาวเป็นเรื่องของการมีสุขภาพที่ดีให้ยืนยาวขึ้น และ L’Oréal ได้ทํางานมาเป็นเวลาสิบปี เพื่อทําความเข้าใจและคาดการณ์ว่า สิ่งนี้อาจมีความหมายต่อความงามอย่างไร” Barbara Lavernos รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ดูแลฝ่ายวิจัย นวัตกรรม และเทคโนโลยี ของ L’Oréal กล่าว “การมีอายุยืนยาวเป็นคําจํากัดความใหม่ของความงาม โดยเป็นการผสมผสานระหว่างสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ที่แตกต่างกัน ตั้งแต่การถอดรหัสเครื่องหมายทางชีวภาพ ไปจนถึงการวิเคราะห์การสัมผัสภายนอก การลงทุนของเราใน Timeline เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นสําหรับศักยภาพในการเปลี่ยนลักษณะสําคัญของการมีอายุยืนยาวมาสู่สุขภาพผิวและความงาม”

“เราเป็นผู้ลงทุนใน Timeline มาตั้งแต่ปี 2019 และยังคงประทับใจทีมงานเป็นอย่างมาก และยืนหยัดอยู่เบื้องหลังศักยภาพที่เทคโนโลยี Mitopure ยึดมั่นในโภชนาการเพื่อช่วยให้ผู้คนมีอายุยืนและสุขภาพดีขึ้น” Anna Mohl ซีอีโอของ Nestlé Health Science กล่าว “เรารู้สึกตื่นเต้นที่ L’Oréal เข้าร่วมในฐานะนักลงทุนและพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ เพื่อนําเทคโนโลยีนี้ไปสู่จุดสูงสุดใหม่และขยายการใช้งาน”

เกี่ยวกับ Timeline

Timeline (บริษัทแม่ Amazentis) เป็นบริษัทผู้บุกเบิกด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพของสวิส ซึ่งมุ่งมั่นที่จะปฏิวัติอุตสาหกรรมการมีอายุยืนยาวด้วยส่วนผสม Mitopure® ที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะที่ได้ผ่านการทดสอบทางคลินิกแล้ว Timeline นําเสนอแนวทางที่ครอบคลุมเพื่อสุขภาพของเซลล์ โดยผสมผสานคุณประโยชน์ของ Mitopure ไว้ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารรุ่นต่อไป และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพผิวเฉพาะที่ ด้วยความเชี่ยวชาญกว่าทศวรรษในการวิจัยวิทยาศาสตร์การสูงวัย Timeline มุ่งมั่นที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดด้านสุขภาพของมนุษย์ โดยมีส่วนช่วยให้ทุกคนมีชีวิตที่ยืนยาวและมีสุขภาพที่ดีขึ้น บริษัทได้รับการสนับสนุนในการวิจัยกว่า 15 ปี โดยนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียง การศึกษาทางคลินิกหลายครั้ง สิทธิบัตรมากกว่า 50 รายการ และ Nestlé Health Science เป็นนักลงทุนตั้งแต่ปี 2019 ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ www.timelinenutrition.com

ติดต่อ

โปรดติอต่อ:

Chris Rinsch ประธานและผู้ร่วมก่อตั้ง Timeline

Federico Luna ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของ Timeline
press@timelinenutrition.com

ที่มา: Timeline

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่https://www.businesswire.com/news/home/53883838/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย


GMAT™ Focus Edition เตรียมส่งมอบการทดสอบในเดือนหน้า แทนที่เวอร์ชันปัจจุบันในเดือนกุมภาพันธ์

Logo

GMAT Focus เปิดให้ลงทะเบียนสำหรับผู้สมัครที่ต้องการศึกษาในโรงเรียนธุรกิจแล้ว

เรสตัน, เวอร์จิเนีย–(BUSINESS WIRE http://www.businesswire.com)–17 ตุลาคม 2023

The Graduate Management Admission Council™ (GMAC) ซึ่งเป็นสมาคมระดับโลกที่เป็นตัวแทนของโรงเรียนธุรกิจชั้นนำ กำลังเตรียมพร้อมสำหรับการทดสอบ GMAT™ Focus Edition ที่จะเริ่มในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2023 GMAT Focus Edition ที่ได้รับการอัปเดตจะเข้ามาแทนที่การสอบ GMAT™ เวอร์ชันปัจจุบันในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2024 และกลายเป็น GMAT เวอร์ชันเดียวสำหรับผู้สมัครที่ต้องการศึกษาต่อในโรงเรียนธุรกิจในฝัน

GMAT ได้รับการสนับสนุนจากผู้นำด้านการศึกษาและการรับเข้าศึกษาในโรงเรียนธุรกิจระดับบัณฑิตศึกษามาเป็นเวลา 7 ทศวรรษ โดยได้รับการยอมรับจากโปรแกรมมากกว่า 7,700 โปรแกรมและโรงเรียนธุรกิจ 2,400 แห่งทั่วโลก การทดสอบได้รับการออกแบบใหม่พร้อมประสบการณ์การทำข้อสอบที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นและคุณสมบัติที่ยืดหยุ่นเพื่อรองรับและสนับสนุนผู้สมัครมากขึ้นในเส้นทางสู่โรงเรียนธุรกิจ

“เราขอขอบคุณโรงเรียนธุรกิจ ผู้สรรหาบุคลากร และผู้สมัครที่มีศักยภาพทั่วโลกที่ให้ความร่วมมือกับเราอย่างใกล้ชิดในการออกแบบการทดสอบ GMAT ใหม่นี้ เป้าหมายที่เราเห็นความสำคัญร่วมกันคือเพื่อให้แน่ใจว่า GMAT Focus Edition ประเมินชุดทักษะที่เกี่ยวข้องและเป็นที่ต้องการมากที่สุด เช่น การวิเคราะห์ข้อมูล การแก้ปัญหา และการให้เหตุผลเชิงวิพากษ์ และเพื่อช่วยให้ผู้สมัครแต่ละคนทำการทดสอบได้อย่างเต็มที่โดยให้สิทธิ์พวกเขาในการเลือกการทดสอบและการส่งคะแนนที่ยืดหยุ่นมากขึ้น” จอย โจนส์ ซีอีโอของ GMAC กล่าว

“นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 1954 GMAT ได้กลายเป็นมาตรฐานทองคำในการสอบเข้าศึกษาต่อระดับบัณฑิตศึกษาทางธุรกิจ โรงเรียนธุรกิจชั้นนำทั่วโลกยอมรับหลักสูตรนี้มากกว่าทางเลือกอื่น เนื่องจากเป็นการประเมินเดียวที่ออกแบบมาสำหรับหลักสูตรธุรกิจระดับบัณฑิตศึกษาในปัจจุบัน และได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถประเมินผู้สมัครที่ต้องการเข้าศึกษาโรงเรียนธุรกิจได้อย่างน่าเชื่อถือและคาดการณ์ความสำเร็จในห้องเรียนได้” Themin Suwardy รองอธิการบดีฝ่ายการศึกษาขั้นวิชาชีพระดับบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยการจัดการสิงคโปร์ และประธานคณะกรรมการบริหาร GMAC คนใหม่ กล่าว “ผมรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เห็นโรงเรียนต่างๆ ได้รับประโยชน์จาก GMAT Focus Edition เช่นมหาวิทยาลัยของผม โดยการดึงดูดกลุ่มผู้สมัครหลากหลายคนจากทั่วโลก”

เกี่ยวกับ GMAC

Graduate Management Admission Council (GMAC) เป็นสมาคมที่ขับเคลื่อนด้วยพันธกิจของโรงเรียนธุรกิจระดับบัณฑิตศึกษาชั้นนำทั่วโลก GMAC เป็นเจ้าของและจัดการดูแลการทดสอบ Graduate Management Admission Test™ (GMAT™) ซึ่งเป็นการประเมินเพื่อเข้าศึกษาต่อระดับบัณฑิตศึกษาทางธุรกิจที่ใช้กันอย่างแพร่หลายที่สุด BusinessBecause และ GMAC Tours เป็นบริษัทในเครือของ GMAC ซึ่งเป็นองค์กรระดับโลกที่มีสำนักงานตั้งอยู่ที่จีน อินเดีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา

หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม โปรดไปที่ www.gmac.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

รายชื่อติดต่อ

Teresa Hsu
ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายสื่อสัมพันธ์
โทรศัพท์มือถือ: 202-390-4180
thsu@gmac.com

ที่มา: The Graduate Management Admission Council

Toshiba ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ Thermoflagger™ ซึ่งเป็นโซลูชันง่ายๆ ที่ตรวจจับอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

Logo

คาวาซากิ ญี่ปุ่น–(BUSINESS WIRE)–14 กันยายน 2023

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation (“Toshiba”) ได้ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ “TCTH0xxxE series” Thermoflagger™ วงจรรวมตรวจจับอุณหภูมิสูงเกิน ซึ่งสามารถใช้ในวงจรทั่วไปที่มีเทอร์มิสเตอร์ค่าสัมประสิทธิ์อุณหภูมิเป็นบวก (PTC) เพื่อตรวจจับอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ การจัดส่งผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้ง 6 รายการเริ่มตั้งแต่วันนี้

Toshiba: Thermoflagger(TM), a simple solution that detects temperature rises in electronic equipment (Graphic: Business Wire)

Toshiba: Thermoflagger(TM) โซลูชันง่ายๆ ที่ตรวจจับอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (รูปภาพ: Business Wire)

เพื่อให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทำงานได้ตามที่ระบุไว้ เซมิคอนดักเตอร์และส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ จะต้องทำงานภายในพารามิเตอร์การออกแบบ อุณหภูมิภายในเป็นพารามิเตอร์ที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากอุณหภูมินั้นสูงกว่าที่คาดไว้ในระหว่างกระบวนการออกแบบ ซึ่งอาจเป็นปัญหาด้านความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือที่สำคัญ และจำเป็นต้องใช้โซลูชันการตรวจสอบความร้อนสูงเกินไปเพื่อตรวจจับอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น

วงจรรวมตรวจจับอุณหภูมิสูงเกิน Thermoflagger™ ตรวจจับอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นเมื่อกำหนดค่าในวงจรทั่วไปด้วยเทอร์มิสเตอร์ PTC ซึ่งค่าความต้านทานจะเปลี่ยนไปตามอุณหภูมิ นอกจากนี้ วงจรรวมยังตรวจจับการเปลี่ยนแปลงความต้านทานของเทอร์มิสเตอร์ PTC ที่วางใกล้แหล่งความร้อน และส่งสัญญาณ FLAG ในกรณีที่อุณหภูมิสูงเกินไป เมื่อ Thermoflagger™ ตรวจพบการสร้างความร้อนที่ผิดปกติและส่ง FLAG ไปยัง MCU เป็นต้น MCU จะปิดอุปกรณ์หรือเปลี่ยนการทำงานของอุปกรณ์หรือเซมิคอนดักเตอร์ที่สร้างความร้อน การเชื่อมต่อเทอร์มิสเตอร์ PTC แบบอนุกรมทำให้มีการตรวจจับอุณหภูมิเกินสำหรับหลายตำแหน่ง

ผลิตภัณฑ์ใหม่ 6 รายการได้แก่ TCTH011AETCTH012AETCTH021AETCTH022AETCTH011BE และ TCTH012BE ซึ่งรวมกับผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวไปแล้ว TCTH021BE และ TCTH022BE ทำให้กลุ่มผลิตภัณฑ์ “TCTH0xxxE series” มีมากถึงแปดรายการ ผลิตภัณฑ์ใหม่ขยายขอบเขตของเทอร์มิสเตอร์ PTC ที่สามารถเลือกได้โดยการรองรับกระแสเอาต์พุต PTCO สองประเภท[1] สามารถเลือกประเภทเอาต์พุตสัญญาณ FLAG แบบ Push-pull หรือ Open-drain[2] ได้ เช่นเดียวกับการใช้หรือไม่ใช้ฟังก์ชันสลักสัญญาณ FLAG[3] การขยายขอบเขตการเลือกผลิตภัณฑ์ทำให้สามารถออกแบบวงจรได้อย่างยืดหยุ่นและสิ้นเปลืองกระแสไฟต่ำ

ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้บรรจุอยู่ใน SOT-553 ขนาดเล็กที่เป็นมาตรฐานอุตสาหกรรม (ชื่อแพ็กเกจของ Toshiba: ESV) ทำให้มั่นใจได้ว่า “TCTH0xxxE series” รองรับการกำหนดค่าการตรวจจับอุณหภูมิสูงเกินได้ง่ายสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งชุด และช่วยลดขนาดและการใช้พลังงาน

นอกเหนือจากข้อมูลอ้างอิงการออกแบบ Thermoflagger™ วงจรรวมตรวจจับอุณหภูมิสูงเกิน (TCTH021BE/เวอร์ชัน Open Drain) ที่เผยแพร่แล้ว Toshiba ยังได้จัดทำข้อมูลอ้างอิงการออกแบบใหม่ Thermoflagger™ วงจรรวมตรวจจับอุณหภูมิสูงเกิน (TCTH021AE​/เวอร์ชัน Push-Pull​) ซึ่งดูได้บนเว็บไซต์แล้ว

Toshiba ใช้ข้อมูลทางเทคนิคจาก Murata Manufacturing Co., Ltd. เกี่ยวกับเทอร์มิสเตอร์ PTC สำหรับโซลูชันการตรวจจับอุณหภูมิสูงเกินไป Murata แนะนำการใช้ Thermoflagger™ ร่วมกับเทอร์มิสเตอร์ PTC

รายการวงจรรวมที่แนะนำของ Murata

เทอร์มิสเตอร์ PTC ของ Murata

Toshiba จะยังคงขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่อไปด้วยแพ็กเกจที่หลากหลายและการปรับปรุงคุณลักษณะของอุปกรณ์ ซึ่งมีส่วนช่วยให้การออกแบบมีความยืดหยุ่นและความเป็นกลางของคาร์บอน

หมายเหตุ:

[1] กระแสเอาท์พุต PTCO: กระแสคงที่ที่จ่ายจากวงจรรวมตรวจจับอุณหภูมิสูงเกินไปยังเทอร์มิสเตอร์ PTC

[2] เมื่อวงจรรวมตรวจจับอุณหภูมิสูงเกินตรวจพบข้อผิดพลาด จะส่งสัญญาณ FLAG ประเภท Push-pull ประกอบด้วย MOSFET สองตัวซ้อนกันในแนวตั้ง กระแสไฟขาออกไหลเข้าและออกในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง ประเภท Open-drain ประกอบด้วย MOSFET หนึ่งตัว กระแสไฟขาออกไหลไปในทิศทางเดียวเท่านั้น

[3] ฟังก์ชันสลักสัญญาณ FLAG จะเก็บสัญญาณ FLAG หลังจากที่วงจรรวมตรวจจับอุณหภูมิสูงเกินตรวจพบข้อผิดพลาดแม้เพียงครั้งเดียว วงจรรวมตรวจจับอุณหภูมิสูงเกินไม่สามารถกู้คืนตัวเองได้ จะต้องกู้คืนโดยป้อนสัญญาณจาก MCU เป็นต้น ไปที่พินรีเซ็ต

การใช้งาน

  • อุปกรณ์เคลื่อนที่ (แล็ปท็อปพีซี ฯลฯ)
  • เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน
  • อุปกรณ์อุตสาหกรรม ฯลฯ

คุณสมบัติ

  • การกำหนดค่าอย่างง่ายร่วมกับเทอร์มิสเตอร์ PTC[1]
  • การตรวจสอบอุณหภูมิเกินสามารถทำได้หลายจุดโดยการเชื่อมต่อเทอร์มิสเตอร์ PTC[1] แบบอนุกรม
  • การสิ้นเปลืองกระแสไฟต่ำ:
  • IDD=1.8μA (typ.) (TCTH011AE, TCTH012AE, TCTH011BE, TCTH012BE)
  • IDD=11.3μA (typ.) (TCTH021AE, TCTH022AE)
  • แพ็กเกจมาตรฐานขนาดเล็ก: SOT-553 (ESV)
  • ขอบเขตตัวเลือกเทอร์มิสเตอร์ PTC[1] ที่ขยายเพิ่มขึ้น พร้อมกระแสเอาต์พุต PTCO สองประเภท:
  • IPTCO=1.00μA (typ.) (TCTH011AE, TCTH012AE, TCTH011BE, TCTH012BE)
  • IPTCO=10.0μA (typ.) (TCTH021AE, TCTH022AE)
  • ความแม่นยำกระแสเอาต์พุต PTCO สูง: ±8%
  • สามารถเลือกแบบ Push-pull และ Open-drain สำหรับเอาต์พุตสัญญาณ FLAG (PTCGOOD)
  • สามารถเลือกฟังก์ชันสลักสัญญาณ FLAG ได้

ข้อมูลจำเพาะที่สำคัญ

(เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น Tj=25°C) 

หมายเลขชิ้นส่วน

แพ็กเกจ

ช่วงการทำงาน

คุณลักษณะทางไฟฟ้า

เอาท์พุต

สัญญาณ

FLAG

(PTCGOOD)

ฟังก์ชัน

สลัก

สัญญาณ

FLAG

เมื่อ

ตรวจจับ

สถานะ

ผิด

ปกติ

ตัวอย่าง

การตรวจสอบและ

ความพร้อม

ชื่อ

ขนาด

(mm)

แรงดัน

แรงดันไฟฟ้า

VDD

(V)

อุณหภูมิ

ขณะใช้งาน

Topr

(°C)

PTCO

กระแสไฟ

เอาท์พุต

IPTCO

(μA)

แรงดันไฟฟ้า

แรงดันไฟฟ้า

VDET

(V)

ความสิ้นเปลือง

กระแสไฟฟ้า

IDD

(μA)

UVLO

แรงดันไฟฟ้า

VUVLO

(V)

typ.

typ.

typ.

typ.

typ.

TCTH011AE

SOT-553

(ESV)

1.6×1.6,

t=0.55

1.7 ถึง

5.5

-40 ถึง 125

1.00

0.50

1.8

1.5

ประเภท

Push-pull

ไม่

ซื้อออนไลน์

TCTH012AE

ใช่

ซื้อออนไลน์

TCTH021AE

10.0

11.3

ไม่

ซื้อออนไลน์

TCTH022AE

ใช่

ซื้อออนไลน์

TCTH011BE

1.00

1.8

ประเภท

Open-drain

ไม่

ซื้อออนไลน์

TCTH012BE

ใช่

ซื้อออนไลน์

TCTH021BE[4]

10.0

11.3

ไม่

ซื้อออนไลน์

TCTH022BE[4]

ใช่

ซื้อออนไลน์

[4] ผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายก่อนหน้านี้

ติดตามลิงก์ด้านล่างสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่

TCTH011AE

TCTH012AE

TCTH021AE

TCTH022AE

TCTH011BE

TCTH012BE

ติดตามลิงก์ด้านล่างสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Thermoflagger™ ของ Toshiba

วงจรรวมตรวจจับอุณหภูมิสูงเกิน Thermoflager™

ติดตามลิงก์ด้านล่างสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเสนอโซลูชันของ Toshiba

การใช้งาน
โซลิดสเตตไดรฟ์
เซิร์ฟเวอร์
อุปกรณ์แท็บเล็ต

หากต้องการตรวจสอบการจัดจำหน่ายของผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ร้านผู้จัดจำหน่ายออนไลน์ โปรดไปที่:

TCTH011AE
ซื้อออนไลน์

TCTH012AE
ซื้อออนไลน์

TCTH021AE
ซื้อออนไลน์

TCTH022AE
ซื้อออนไลน์

TCTH011BE
ซื้อออนไลน์

TCTH012BE
ซื้อออนไลน์

* Thermoflagger™ เป็นเครื่องหมายการค้าของ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation
* ชื่อบริษัท ชื่อผลิตภัณฑ์ และชื่อบริการอื่นๆ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทที่เกี่ยวข้อง
* ข้อมูลในเอกสารนี้ รวมถึงราคาและข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาบริการ และข้อมูลการติดต่อ เป็นปัจจุบัน ณ วันที่ประกาศ แต่อาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เกี่ยวกับ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation เป็นซัพพลายเออร์ชั้นนำด้านโซลูชันเซมิคอนดักเตอร์และการจัดเก็บขั้นสูง ที่ประยุกต์ใช้ประสบการณ์กว่าครึ่งศตวรรษและนวัตกรรมในการนำเสนอผลิตภัณฑ์เซมิคอนดักเตอร์ชนิดแยกชิ้น ผลิตภัณฑ์ระบบ LSI และ HDD อันโดดเด่นให้กับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ

พนักงานของบริษัท 21,500 คนทั่วโลกมีความมุ่งมั่นร่วมกันในการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ให้สูงสุด และส่งเสริมการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับลูกค้าในการสร้างมูลค่าและตลาดใหม่ร่วมกัน Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation คาดหวังที่จะสร้างและมีส่วนร่วมในอนาคตที่ดีขึ้นเพื่อทุกคนทั่วโลก โดยมียอดขายต่อปีเกือบ 800 พันล้านเยน (6.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)

ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/top.html

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:
https://www.businesswire.com/news/home/53552921/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

รายชื่อติดต่อ

ช่องทางสอบถามสำหรับลูกค้า:
ฝ่ายขายและการตลาดอุปกรณ์สัญญาณขนาดเล็ก
โทร: +81-44-548-2215
ติดต่อเรา

ช่องทางสอบถามสำหรับสื่อ:
Chiaki Nagasawa
ฝ่ายการตลาดดิจิทัล
Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation
semicon-NR-mailbox@ml.toshiba.co.jp

ที่มา: Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation


Hillstone Networks ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้นำ XDR ในรายงาน Frost Radar™ 2023

Logo

Hillstone Networks ได้รับการยกย่องจาก Frost & Sullivan สำหรับกลยุทธ์ XDR

SANTA CLARA, Calif.–(BUSINESS WIRE)–13 กันยายน 2023

Hillstone Networks ผู้ให้บริการชั้นนำด้านโซลูชันความปลอดภัยทางไซเบอร์ ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและการเติบโตในรายงาน Frost Radar™ Extended Detection and Response Report ประจำปี 2023

รายงาน Frost Radar™ ปี 2023 เป็นการวิเคราะห์การตลาดที่ดำเนินการโดย Frost & Sullivan โดยประเมินผู้เข้าร่วมในอุตสาหกรรมตามกลยุทธ์การเติบโต นวัตกรรม ประสบการณ์ของลูกค้า และส่วนแบ่งตลาด รายงานนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยองค์กรในการตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลเมื่อเลือกผู้ให้บริการโซลูชัน XDR ที่เชื่อถือได้

“การได้รับการเสนอชื่อในฐานะผู้นำในรายงาน Frost Radar™ ปี 2023 เป็นการตอกย้ำถึงความทุ่มเทของเราในการนำเสนอโซลูชันที่ล้ำสมัยที่ต่อต้านภัยคุกคามทางดิจิทัลที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง” Tim Liu CTO และผู้ร่วมก่อตั้ง Hillstone Networks กล่าว “โซลูชันของเรารวมการตรวจจับภัยคุกคามขั้นสูง การตอบสนองต่อเหตุการณ์ และความสามารถด้านนิติวิทยาศาสตร์ไว้ในแพลตฟอร์มแบบครบวงจร ช่วยให้ธุรกิจสามารถปกป้องทรัพย์สินดิจิทัลในเชิงรุกได้”

จากข้อมูลของ Frost & Sullivan โซลูชัน XDR ได้เห็นการขยายตัวอย่างรวดเร็วทั่วทั้งภูมิภาค อุตสาหกรรม และบริษัททุกขนาด เนื่องจากมีการนำเสนอภาพรวม การบูรณาการ การวิเคราะห์ ความยืดหยุ่น และระบบอัตโนมัติที่ลูกค้าต้องการในสภาพแวดล้อมไอทีที่ซับซ้อนในปัจจุบัน Frost ระบุว่า XDR มีสัญญาหลัก 3 ประการ ได้แก่ การตรวจจับและการตอบสนองแบบข้ามเลเยอร์ ระบบอัตโนมัติที่มีความหมาย และการผสานรวมกับสแต็กการรักษาความปลอดภัย

“Hillstone Networks แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นต่อแนวทาง Open XDR ในขณะที่กำลังลงทุนงบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนาที่สำคัญในการเพิ่มการบูรณาการของบุคคลที่สาม และจัดหาชุดพัฒนาซอฟต์แวร์ (SDK) เพื่ออำนวยความสะดวกในการบูรณาการกับแพลตฟอร์ม” Lucas Ferreyra นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมของ Frost & Sullivan กล่าว “Hillstone Networks ได้พัฒนากลยุทธ์การเติบโตที่น่าสนใจ ซึ่งครอบคลุมการใช้ประโยชน์จากความเกี่ยวข้องที่เพิ่มขึ้นของการรักษาความปลอดภัยที่มีการจัดการ เพื่อให้ MSSP สามารถใช้โซลูชัน XDR ของตนได้ ขยายขอบเขตการเข้าถึงในขณะที่กำหนดเป้าหมายภาคส่วนที่มีการเติบโตสูง เช่น ภาครัฐ การดูแลสุขภาพ การศึกษา และการผลิต ความเข้าใจในตลาดดังกล่าวจะช่วยให้ Hillstone Networks สามารถปลดล็อกโอกาสในการเติบโตเพิ่มเติมในตลาด XDR ที่มีการแข่งขันสูง”

ความมุ่งมั่นของ Hillstone ในการสร้างนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องและการใช้งานของลูกค้าที่ประสบความสำเร็จ มีส่วนช่วยให้บริษัทก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในด้าน XDR พร้อมทั้งปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาหลักของ XDR:

  • ความสามารถในการตรวจจับและตอบสนองภัยคุกคามที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของ Hillstone สามารถค้นหาและป้องกันการโจมตีได้ ก่อนที่จะมีโอกาสใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินที่สำคัญที่สุดในองค์กร นั่นก็คือ ข้อมูล โซลูชัน Hillstone XDR ใช้อัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่องขั้นสูง (ML) ผ่านมัลแวร์ที่ไม่รู้จักและการตรวจจับที่ผิดปกติ การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของภัยคุกคามขั้นสูง และการบรรเทาภัยคุกคามอัตโนมัติ
  • นอกจากนี้ Hillstone XDR ยังมีการเรียบเรียงและการตอบสนองแบบอัตโนมัติอีกด้วย หากมีการกำหนดค่ากลยุทธ์การแก้ไข เมื่อมีการตรวจพบภัยคุกคามแล้ว Hillstone XDR จะดำเนินการบรรเทาผลกระทบที่เหมาะสมโดยอัตโนมัติตาม Playbook ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า
  • ซึ่งรวมถึงการบูรณาการกับข้อมูลที่หลากหลายทั่วทั้งเครือข่ายตั้งแต่อุปกรณ์ปลายทางไปจนถึงระบบคลาวด์ ข้อมูลนี้อาจรวมถึง NetFlow, Sysmon, Syslogs, ข้อมูลอภิพันธุ์ (Metadata) ข้อมูลภัยคุกคาม และบันทึกของบุคคลที่สาม ซึ่งทั้งหมดนี้จะมีการกำหนดมาตรฐาน เชื่อมโยงกัน และวิเคราะห์เพื่อให้มองเห็นได้อย่างสมบูรณ์และทำลายไซโลข้อมูลความปลอดภัย ไม่เพียงแต่ให้การมองเห็นด้านความปลอดภัยเต็มรูปแบบโดยมีจุดบอดน้อยลง แต่ยังปรับปรุงความแม่นยำในการตรวจจับด้วยการลดผลบวกลวงให้เหลือน้อยที่สุด

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Hillstone XDR ที่นี่

เกี่ยวกับ Hillstone Networks

Hillstone Networks เป็นผู้นำด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยมอบการปกป้องทั้งในเชิงลึกและเชิงกว้างแก่บริษัททุกขนาด ตั้งแต่ edge ไปจนถึงคลาวด์ และในทุกปริมาณงาน แนวทางการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์เชิงบูรณาการของ Hillstone Networks นำเสนอความครอบคลุม การควบคุม และการรวมระบบมาสู่องค์กรมากกว่า 26,000 แห่งทั่วโลก www.hillstonenet.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ติดต่อ

Zeyao Hu
+1 4085086750
inquiry@hillstonenet.com

แหล่งข้อมูล: Hillstone Networks

Hillstone Networks ได้รับการยกย่องให้เป็นผู้นำด้านการเติบโตและนวัตกรรมของ NGFW ในรายงาน Frost Radar™ 2023

Logo

รับตำแหน่งผู้นำใน NGFW Arena

ซานตาคลารา แคลิฟอร์เนีย–(BUSINESS WIRE)–8 กันยายน 2023 

Hillstone Networks ผู้ให้บริการโซลูชันด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ชั้นนำ ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและการเติบโตใน รายงาน 2023 Frost Radar™ Next Generation Firewalls

ในรายงาน Frost Radar™ 2023 ซึ่งจัดทำโดย Frost & Sullivan นำเสนอการวิเคราะห์ตลาดเชิงลึกที่ประเมินผู้ใช้งานในอุตสาหกรรมผ่านมุมมองด้านกลยุทธ์ในการเติบโต นวัตกรรม ประสบการณ์ของลูกค้า และส่วนแบ่งการตลาด รายงานนี้เป็นแหล่งข้อมูลอันมีค่า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือกลุ่มธุรกิจในการตัดสินใจพร้อมข้อมูลสำหรับความต้องการโซลูชันไฟร์วอลล์รุ่นต่อไป (NGFW)

เราเป็นบริษัทที่ยอดเยี่ยม และได้รับการเสนอชื่อให้เป็นผู้นำในรายงาน Frost Radar™ 2023” กล่าวโดย Tim Liu CTO และผู้ร่วมก่อตั้ง Hillstone Networks “ในขณะที่ภูมิทัศน์เทคโนโลยีมีการขยายตัวที่กว้างขึ้น จึงมีความท้าทายในการรักษาความปลอดภัยสำหรับโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของเราด้วยเช่นกัน การได้รับการยอมรับในรายงาน NGFW Frost Radar เป็นการตอกย้ำถึงความทุ่มเทของเราในด้านโซลูชันทางวิศวกรรมขั้นสูง เรามีความภูมิใจที่ได้ยืนอยู่แถวหน้าของการพัฒนาไฟร์วอลล์รุ่นต่อไป พร้อมกับความสามารถด้านเทคนิคของเราที่เพิ่มสูงขึ้นเพื่อรองรับความมุ่งมั่นของเราในการสร้างการป้องกันทางไซเบอร์ การได้รับการยอมรับส่งเสริมให้เราสามารถเจาะลึกนวัตกรรมเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ อย่างไม่ลดละ ก้าวข้ามอุปสรรคต่าง ๆ และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของเครือข่ายให้ครอบคลุมได้ดียิ่งขึ้น”

จากข้อมูลของ Frost & Sullivan แนวคิดขอบเขตการรักษาความปลอดภัยมีการปรับเปลี่ยนโดยสิ้นเชิง เนื่องจากการประมวลผลบนคลาวด์ การทำงานระยะไกล อุปกรณ์ระบบ edge และความคิดริเริ่มในการปรับเปลี่ยนทางดิจิทัลอื่น ๆ ปัจจุบันนี้ NGFW ยังมีภาพรวมที่ไม่ชัดเจน ความสามารถในการปรับขนาดและการกำหนดนโยบายที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมการทำงานแบบไฮบริดใหม่ยังอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งหมายถึง NGFW จะต้องมีการปรับเปลี่ยนด้านความสามารถในการทำงานด้วยเช่นกัน Frost มีการระบุให้มีการผสานรวมและขยายขอบเขตโซลูชันการรักษาความปลอดภัยที่เชื่อมโยงกัน รวมถึง “ซอฟต์แวร์กำหนดเครือข่ายบริเวณกว้าง (SD-WAN) สื่อกลางในการเข้าถึงระบบการรักษาความปลอดภัยในระบบคลาวด์ (CASB) เกตเวย์เว็บที่ปลอดภัย (SWG) การเข้าถึงเครือข่ายแบบ zero trust (ZTNA) และ NGFW เข้าเป็นกลุ่ม SASE”

กลุ่มผลิตภัณฑ์ NGFW ที่ได้รับรางวัลของ Hillstone Networks นำเสนอสถาปัตยกรรมระบบความปลอดภัยที่พร้อมสำหรับอนาคต เพื่อปรับให้เข้ากับการขยายโครงสร้างพื้นฐานและขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ และเป็นรากฐานสำหรับสถาปัตยกรรมแบบ zero-trust เพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ และป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ขั้นสูง Hillstone A-Series และ X-Series Next-Generation Firewalls ส่งมอบระบบการป้องกันเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพสูง มีความน่าเชื่อถือ และปรับขนาดได้สำหรับองค์กรและผู้ให้บริการ พร้อมความสามารถในการตรวจจับและป้องกันภัยคุกคามที่ครอบคลุมและชาญฉลาด เพื่อปกป้องทรัพย์สินดิจิทัลขององค์กร

แพลตฟอร์ม Hillstone NGFW ยังเป็นรากฐานสำหรับโซลูชัน Hillstone SD-WAN และ ZTNA ซึ่งครอบคลุม ควบคุม และผสานรวม

ด้วยความช่วยเหลือของกลไก AI ที่ซับซ้อน Hillstone ช่วยให้องค์กรสามารถวิเคราะห์และตรวจจับการรับส่งข้อมูลที่เข้ารหัสโดยไม่ต้องถอดรหัส ปรับปรุงประสิทธิภาพโดยรวมและมีความแม่นยำในการตรวจจับภัยคุกคาม” กล่าวโดย Martin Naydenov นักวิเคราะห์ด้านอุตสาหกรรมอาวุโส – ความปลอดภัยทางไซเบอร์ของ Frost & Sullivan “Hillstone มีวิสัยทัศน์ที่แข็งแกร่งและมีกลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ พร้อมครอบคลุม Mega Trends ระดับโลก ตัวอย่างเช่น การประมวลผลบนคลาวด์ ด้วยเหตุนี้ จึงยังคงเปิดตัวโซลูชันใหม่อย่างต่อเนื่อง เช่น Cloud Workload Protection โดยมีการร่วมมือกับผู้ให้บริการระบบคลาวด์รายใหญ่อย่าง AWS และ Azure เพื่อปรับปรุงความปลอดภัยในสภาพแวดล้อมไอทีแบบไฮบริด”

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Hillstone Next-Generation Firewalls ได้ที่นี่

เกี่ยวกับ Hillstone Networks

Hillstone Networks เป็นผู้นำด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ พร้อมมอบการปกป้องทั้งในเชิงลึกและเชิงกว้างแก่บริษัททุกขนาด ตั้งแต่ edge ไปจนถึง cloud และรองรับปริมาณงานทุกระดับ แนวทางการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์เชิงบูรณาการของ Hillstone Networks มีความครอบคลุม พร้อมการควบคุม และสามารถผสานรวมระบบสำหรับองค์กรกว่า 26,000 แห่งทั่วโลก www.hillstonenet.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ติดต่อ

ช่องทางสอบถามสำหรับสื่อ
Zeyao Hu
+1 4085086750
inquiry@hillstonenet.com

แหล่งข้อมูล: Hillstone Networks

ผลิตภัณฑ์ SSD ของศูนย์ข้อมูล SMART Modular ได้รับการรับรองจาก Open Compute Project ให้เป็น OCP Inspired™

Logo

ผลิตภัณฑ์ SSD DC4800 PCIe Gen4 NVMe ของ SMART ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการที่เคร่งครัดของระบบจัดเก็บข้อมูลในศูนย์ข้อมูลแบบ hyperscale, hyper-converged, องค์กร และ edge

NEW TAIPEI CITY, Taiwan

Toshiba เปิดตัวไมโครคอนโทรลเลอร์ ARM® Cortex®-M3 “TXZ+TM Family Advanced Class” พร้อมหน่วยความจำแบบแฟลชรหัส 1MB Code รองรับการอัพเดทเฟิร์มแวร์โดยไม่รบกวนการทำงานของไมโครคอนโทรลเลอร์

Logo

คาวาซากิ, ญี่ปุ่น–(BUSINESS WIRE)–27 มิถุนายน 2023

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation (“Toshiba”) ได้เพิ่ม “M3H group (2)” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ใน “M3H group” ของกลุ่มผลิตภัณฑ์ไมโครคอนโทรลเลอร์ 32 บิต “TXZ+TM Family Advanced Class” ประกอบด้วย Cortex®-M3 โดยใช้กระบวนการ 40nm

Toshiba: ARM(R) Cortex(R)-M3 Microcontrollers

Toshiba: ไมโครคอนโทรลเลอร์ ARM(R) Cortex(R)-M3 “คลาสขั้นสูงตระกูล TXZ+(TM) ” (รูปภาพ: Business Wire)

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความต้องการความจุของโปรแกรมที่ใหญ่ขึ้นและการรองรับ FOTA (การอัพเดตเฟิร์มแวร์ผ่านทางอากาศ) มีเพิ่มมากขึ้น สิ่งนี้ได้รับแรงผลักดันจากการรุกของเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ IoT (Internet of Things) และด้วยฟังก์ชันการทำงานขั้นสูงซึ่งมีความจำเป็นมากขึ้นในอุปกรณ์ต่างๆ กลุ่มผลิตภัณฑ์ M3H group (2) ใหม่ได้ขยายความจุของหน่วยความจำแฟลชรหัสจาก  512KB (บางส่วน 256KB หรือ 384KB) ของผลิตภัณฑ์กลุ่ม M3H(1)  ที่มีอยู่ของ Toshiba เป็นขนาด 1MB[1] และความจุของ RAM จาก 66KB[2] ของผลิตภัณฑ์กลุ่ม M3H (1) ที่มีอยู่ของ Toshiba เป็นขนาด 130KB[2] พร้อมคุณสมบัติอื่นๆ เช่น ARM® Cortex®-M3 core ที่ทำงานได้สูงสุดถึง 120MHz แฟลชรหัสในตัว และหน่วยความจำแฟลชข้อมูล 32KB รวมถึงการเขียนซ้ำได้ถึง 100K ครั้งต่อรอบที่ยังคงอยู่ ไมโครคอนโทรลเลอร์เหล่านี้ยังมีอินเตอร์เฟซและตัวเลือกการควบคุมมอเตอร์ที่หลากหลาย เช่น UART, อินเตอร์เฟซ I2C, วงจรอินพุตตัวเข้ารหัสขั้นสูง และวงจรควบคุมมอเตอร์ที่ตั้งโปรแกรมได้ขั้นสูง กลุ่มผลิตภัณฑ์ไมโครคอนโทรลเลอร์ของ Toshiba ในกลุ่ม M3H มีส่วนช่วยใน IoT และฟังก์ชันขั้นสูงในการใช้งานที่หลากหลาย รวมถึงมอเตอร์ เครื่องใช้ในบ้าน และอุปกรณ์อุตสาหกรรม
 

ในผลิตภัณฑ์ใหม่ แฟลชรหัสขนาด 1MB [1] จะถูกนำไปใช้กับพื้นที่ซึ่งแยกกัน 2 ส่วน แบ่งเป็นพื้นที่ละ 512KB โดยการดำเนินการนี้ทำให้สามารถอ่านคำสั่งจากพื้นที่หนึ่งได้ ในขณะเดียวกันโค้ดที่ถูกอัปเดตก็จะได้รับการตั้งโปรแกรมไปยังอีกพื้นที่หนึ่งไปด้วย สุดท้าย ฟังก์ชันการหมุนเวียนเฟิร์มแวร์ก็จะสามารถทำได้โดยฟังก์ชันการสลับพื้นที่[3]
 

ผลิตภัณฑ์กลุ่ม M3H จะมีการติดตั้ง UART, TSPI, I2C interface, 2-unit DMAC และตัวควบคุมจอแสดงผล LCD [4] เพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการการใช้งานของผู้บริโภคหรืออุตสาหกรรมที่หลากหลาย เพื่อให้รองรับการตรวจจับประเภทต่างๆได้ ในผลิตภัณฑ์ใหม่นี้มี ตัวแปลงสัญญาณอนาล็อก/ดิจิตอล (ADC) ความเร็วสูง 12 บิตมากถึง 21 ช่อง ที่สามารถเลือกได้จากเวลาพักตัวอย่างสองครั้งสำหรับขาอินพุตแบบอะนาล็อกแต่ละขา นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับการควบคุมมอเตอร์ AC และมอเตอร์ DC แบบไร้แปรงถ่าน (BLDC) ร่วมกับวงจรควบคุมมอเตอร์ที่ตั้งโปรแกรมได้ขั้นสูงและวงจรอินพุตตัวเข้ารหัสขั้นสูงที่สามารถทำงานพร้อมกันกับตัวแปลงอนาล็อก/ดิจิตอล 12 บิตความเร็วสูงที่มีความแม่นยำสูง

ฟังก์ชันการวินิจฉัยตัวเองที่รวมอยู่ในอุปกรณ์สำหรับหน่วยความจำแฟลช, RAM, ADC และนาฬิกาช่วยให้ลูกค้าบรรลุผลตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยในการทำงาน IEC 60730 คลาส B

มีเอกสารประกอบ ซอฟต์แวร์ตัวอย่างพร้อมตัวอย่างการใช้งานจริง และซอฟต์แวร์ไดรเวอร์ที่ควบคุมอินเทอร์เฟซสำหรับอุปกรณ์ต่อพ่วงแต่ละตัว บอร์ดประเมินผลและสภาพแวดล้อมการพัฒนาจัดทำโดยความร่วมมือกับพันธมิตรระบบนิเวศทั่วโลกของ ARM® 

 การใช้งาน

  • สำหรับการควบคุมหลักของอุปกรณ์สำหรับผู้บริโภค (เครื่องใช้ในบ้าน ของเล่น อุปกรณ์ดูแลสุขภาพ ฯลฯ) และอุปกรณ์สำนักงาน (เครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชั่น ฯลฯ)
  • สำหรับการควบคุมมอเตอร์ของอุปกรณ์อุปโภคบริโภค และอุปกรณ์อุตสาหกรรม
  • สำหรับ IoT ของอุปกรณ์ผู้บริโภค อุปกรณ์อุตสาหกรรม ฯลฯ

คุณสมบัติ

  • ARM® Cortex®-M3 core ประสิทธิภาพสูง ความถี่สูงสุด 120MHz
  • เพิ่มความจุของหน่วยความจำภายใน
    ความจุของหน่วยความจำแฟลชรหัส: 1MB[1]
    ความจุของ RAM : 130KB[2]
  • ฟังก์ชันการหมุนเฟิร์มแวร์โดยวิธีสลับพื้นที่ (Area swap) เพื่อ รองรับการอัปเดตขณะที่ไมโครคอนโทรลเลอร์ยังคงทำงานต่อไป[3]
  • ฟังก์ชันการวินิจฉัยตนเองสำหรับความปลอดภัยในการทำงาน IEC 60730 คลาส B
  • กลุ่มผลิตภัณฑ์แพ็คเกจที่กว้างขวาง

ข้อมูลจำเพาะหลัก

ชื่อกลุ่มผลิตภัณฑ์

M3H group (2)

CPU core

ARM® Cortex®-M3
‒ หน่วยป้องกันหน่วยความจำ (MPU)

ความถี่ในการทำงานสูงสุด

120MHz

Oscillator ภายใน

ความถี่ของ Oscillation

10MHz (+/-1%)

หน่วยความจำภายใน

ความจำแฟลชรหัส

1024KB[1]
(รอบการโปรแกรมและลบซ้ำ: ได้มากสุดถึง 100,000 ครั้ง)
ฟังก์ชันการหมุนเฟิร์มแวร์ของวิธีการสลับพื้นที่โดยมีพื้นที่แฟลชรหัสแยกกันสองพื้นที่ พื้นที่ละ 512 KB [3]

ความจำแฟลชข้อมูล

32KB (รอบการโปรแกรมและลบซ้ำ: รอบการโปรแกรมและลบซ้ำ 100,000 ครั้ง)

RAM

128KB และ RAM สำรอง 2KB โดยมีความเท่าเทียมกัน

พอร์ต I/O

56 ถึง 134

สัญญาณอินเตอร์รัพท์จากภายนอก

12 ถึง 23 ปัจจัย

ตัวควบคุม DMA (DMAC)

คำขอ DMA : 2 หน่วย, 54 ถึง 64 ปัจจัย, ทริกเกอร์ภายในและภายนอก

ฟังก์ชันจับเวลา

32-bit Timer Event Counter (T32A)

8 ช่อง
(16 ช่องs if used as 16-bit timer)

โมดูลนาฬิกาแบบเรียลไทม์ (RTC)

1 ช่อง

ฟังก์ชันการสื่อสาร

UART

7 ถึง 8 ช่อง

I2C interface (I2C)

2 ถึง 4 ช่อง

TSPI

1 ถึง 5 ช่อง

ฟังก์ชันอนาล็อก

ตัวแปลง AD 12-บิต

12 ถึง 21 ช่องอินพุต

ตัวแปลง DA 8-บิต

2 ช่อง

ตัวเทียบ

1 ช่อง

วงจรควบคุมมอเตอร์

วงจรควบคุมมอเตอร์ที่ตั้งโปรแกรมได้ขั้นสูง (A-PMD)

1 ช่อง

วงจรอินพุตตัวเข้ารหัสขั้นสูง (32-บิต) (A-ENC32)

1 ช่อง

วงจรต่อพ่วงอื่นๆ

พรีโปรเซสเซอร์สัญญาณรีโมทคอนโทรล (RMC)

1 ช่อง

วงจรคำนวณ CRC (CRC)

1 ช่อง, CRC32, CRC16

ตัวควบคุมจอแสดงผล LCD (DLCD)

Non-Bias Drive: 40 segments × 4 co มม.ons (max)[4]

ฟังก์ชั่นระบบ

ตัวจับเวลา Watchdog (SIWDT)

1 ช่อง

วงจรตรวจจับแรงดันไฟฟ้า (LVD)

1 ช่อง

ตัวตรวจจับความถี่ Oscillation (OFD)

1 ช่อง

ฟังก์ชั่นการดีบักบนชิป

JTAG / SWD

แรงดันไฟฟ้าที่ใช้งาน

2.7 ถึง 5.5V, แหล่งจ่ายแรงดันไฟฟ้าเดียว

แพ็คเกจ / พิน

LQFP144 (20 มม. x 20 มม., ระดับ 0.5 มม.)
LQFP128 (14 มม. x 14 มม., ระดับ 0.4 มม.)
LQFP128 (14 มม. x 20 มม., ระดับ 0.5 มม.)
LQFP100 (14 มม. x 14 มม., ระดับ 0.5 มม.)
QFP100 (14 มม. x 20 มม., ระดับ 0.65 มม.)
LQFP80 (12 มม. x 12 มม., ระดับ 0.5 มม.)
LQFP64 (10 มม. x 10 มม., ระดับ 0.5 มม.)

หมายเหตุ:
[1] รหัสความจุหน่วยความจำแฟลชของ TMPM3HNFDBFG คือหนึ่งพื้นที่ 512KB
[2] รวม RAM สำรอง 2KB
[3] ไม่รองรับ TMPM3HNFDBFG
[4] TMPM3HLF10BUG ไม่มีตัวควบคุมจอแสดงผล LCD

ดูที่ลิงค์ด้านล่างสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่
M3H group (2)

ดูที่ลิงค์ด้านล่างสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับไมโครคอนโทรลเลอร์ของ Toshiba
Microcontrollers

* ARM และ Cortex เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ ARM Limited (หรือบริษัทสาขา) ในสหรัฐอเมริกาและ/หรือที่อื่นๆ
* TXZ+™ เป็นเครื่องหมายการค้าของ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation
* ชื่อบริษัท ชื่อผลิตภัณฑ์ และชื่อบริการอื่นๆ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทนั้นๆ
* ข้อมูลในเอกสารนี้ รวมถึงราคาและข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาบริการ และข้อมูลติดต่อ เป็นข้อมูลปัจจุบัน ณ วันที่ประกาศ แต่อาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
 

เกี่ยวกับ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation

ซัพพลายเออร์ชั้นนำด้านโซลูชันเซมิคอนดักเตอร์และสตอเรจขั้นสูง ใช้ประสบการณ์และนวัตกรรมกว่าครึ่งศตวรรษเพื่อนำเสนอเซมิคอนดักเตอร์แบบแยก ระบบ LSI และผลิตภัณฑ์ HDD ให้กับลูกค้าและคู่ค้าทางธุรกิจ

พนักงานของบริษัท 21,500 คนจากทั่วโลกมีความมุ่งมั่นร่วมกันที่จะเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ให้ได้สูงสุด ทั้งยังส่งเสริมความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับลูกค้าในการสร้างมูลค่าร่วมกันและเปิดตลาดใหม่ ด้วยยอดขายต่อปีเกือบ 800 พันล้านเยน (6.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ) Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation ตั้งตารอที่จะสร้างและมีส่วนร่วมในอนาคตที่ดีกว่าสำหรับผู้คนทุกที่

เรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่ https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/top.html

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่https://www.businesswire.com/news/home/53429973/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ติดต่อ

สอบถามข้อมูลสำหรับลูกค้า:
MCU & Digital Device Sales & Marketing Dept.
Tel: +81-44-548-2233
ติดต่อเรา

สอบถามข้อมูลสำหรับสื่อ:
Chiaki Nagasawa
ฝ่ายการตลาดดิจิทัล
Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation
semicon-NR-mailbox@ml.toshiba.co.jp

แหล่งที่มา: Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation