เกาะไหหลำจะให้วีซ่าฟรี 30 วัน กับคนจาก 59 ประเทศ

Logo

—-ให้ซานย่าการเป็นจุดหมายปลายทางครั้งต่อไปของคุณ และเพลิดเพลินไปกับสถานที่ที่ยอดเยี่ยมแห่งนี้

ซานย่า, ประเทศจีน–(BUSINESS WIRE)–19 เมษายน 2018

เมื่อวันที่ 18 เมษายนกระทรวงความมั่นคงและสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของจีนได้จัดแถลงข่าวเพื่อประกาศข้อสรุปที่สำคัญว่า ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2018 พลเมืองของจาก 59 ประเทศจะได้รับวีซ่าฟรีไม่เกิน 30 วันเมื่อเดินทางมาที่เกาะไหหลำ นโยบายใหม่นี้เป็นความพยายามที่จะสนับสนุนการปฏิรูปและการริเริ่มกิจกรรมการเปิดเกาะ

59 ประเทศที่สามารถได้รับวีซ่าฟรีเพื่อเข้าเกาะไหหลำ ได้แก่

รัสเซีย สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี นอร์เวย์ ยูเครน อิตาลี ออสเตรีย ฟินแลนด์ เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก สวิตเซอร์แลนด์ สวีเดนสเปน เบลเยียม สาธารณรัฐเช็ก เอสโตเนีย กรีซ ฮังการี ไอซ์แลนด์ ลัตเวีย ลิทัวเนีย ลักเซมเบิร์ก มอลตา โปแลนด์โปรตุเกส สโลวะเกีย สโลวีเนีย ไอร์แลนด์ ไซปรัส บัลแกเรีย โรมาเนีย เซอร์เบีย โครเอเชีย บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนามอนเตรเนโกร มาซิโดเนีย แอลเบเนีย แคนาดา บราซิล เม็กซิโก อาร์เจนตินา ชิลี ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เกาหลีใต้ , ญี่ปุ่น สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย คาซัคสถาน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย บรูไน โมนาโก เบลารุส สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกาตาร์

ภายใต้นโยบายใหม่นี้ กลุ่มหรือบุคคลจาก 59 ประเทศเหล่านี้สามารถเยี่ยมชมจังหวัดไหหลำได้ฟรี 30 วัน ตราบเท่าที่พวกเขาจองทัวร์ผ่านตัวแทนท่องเที่ยวที่จดทะเบียนในจังหวัดไหหลำ และที่ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งชาติจีน

ซานย่าตั้งอยู่ทางใต้สุดของเกาะไหหลำและเป็นที่รู้จักกันว่าเป็น "ฮาวายของประเทศจีน" สภาพภูมิอากาศของเกาะแห่งนี้มีความรื่นรมย์ตลอดทั้งปีซึ่งเป็นที่นิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการหลบหนีชีวิตในเมืองอันวุ่นวายหรือ หรืออาจแค่ต้องการหาสถานที่ที่จะผ่อนคลายบนชายหาดอันน่าทึ่งที่พบได้บนเกาะ สิ่งที่ทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นจุดหมายปลายทางที่น่าทึ่งและไม่เหมือนใครในประเทศจีนคือวัฒนธรรมที่เต็มไปด้วยมนต์ขลังและสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่สามารถสัมผัสได้เฉพาะในซานย่าเท่านั้น นักท่องเที่ยวสามารถเดินไปตามชายฝั่งที่สวยงามในหนึ่งวัน และพบกับชนพื้นเมืองในป่าอันเขียวชอุ่มของตัวเมือง

นักท่องเที่ยวสามารถใช้ประโยชน์จากนโยบายใหม่นี้ เพื่อเยี่ยมชมเมืองซานย่า ประเทศจีน ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศจีน ท่านสามารถค้นพบสถานที่ท่องเที่ยวอันสวยงามหลายแห่งในซานย่า สำรวจภูมิทัศน์ที่ยอดเยี่ยมและพบปะผู้คนที่น่ารักที่อาศัยอยู่บนสวรรค์แห่งนี้

หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับจุดหมายปลายทางอันยอดเยี่ยมแห่งนี้ โปรดไปที่:

เว็บไซต์: http://en.sanyatour.com/
Facebook: https://www.facebook.com/Sanya.China/
Twitter: https://twitter.com/VisitSanya
Instagram: https://www.instagram.com/visit_sanya/
LinkedIn: https://www.linkedin.com/company/15158623/

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20180419006200/en/

ติดต่อ:

Sanya Tourism Development Commission
Cherry Yu, 0086-15359868821
info@sanyatour.gov.cn

P&G เข้าซื้อธุรกิจคอนซูเมอร์เฮลธ์จาก Merck KGaA, Darmstadt, Germany

Logo

เพื่อเสริมความแกร่งกลุ่มผลิตภัณฑ์และตลาด OTC 15 แห่งทั่วโลก

ทดแทนและยกระดับกิจการค้าร่วม PGT ให้ประสบความสำเร็จยิ่งขึ้น

ซินซินแนติ–(BUSINESS WIRE)–19 เมษายน 2018

วันนี้ Procter & Gamble Company (NYSE:PG) ได้แถลงการลงนามในข้อตกลงเพื่อเข้าซื้อธุรกิจคอนซูเมอร์เฮลธ์ของ Merck KGaA, Darmstadt, Germany ด้วยมูลค่าราว 3.4 พันล้านยูโร

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20180418006692/en/

The Procter & Gamble Company (NYSE: PG) today announced it has signed an agreement to acquire the Co ...

วันนี้ Procter & Gamble Company (NYSE: PG) ได้ลงนามในข้อตกลงเพื่อซื้อธุรกิจคอนซูเมอร์เฮลธ์จาก Merck KGaA, Darmstadt, Germany (รูปภาพ: Business Wire)

การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้จะเป็นการขยายความสำเร็จธุรกิจคอนซูเมอร์เฮลธ์ของ P&G จากการเพิ่มกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วของแบรนด์ที่มีความแตกต่างและได้รับการรับรองจากแพทย์ทั่วโลก นอกจากนี้ ยังเป็นการนำความแข็งแกร่งด้านการค้าและบริการที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ความเชี่ยวชาญและความเป็นผู้นำทางด้านผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพมาเติมเต็มขีดความสามารถทางด้านสุขภาพและแบรนด์ผลิตภัณฑ์ปัจจุบันของ P&G อย่าง Vicks, Metamucil, Pepto-Bismol, Crest และ Oral-B

“เราชื่นชอบความมั่นคงและการเติบโตในวงกว้างของตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่สามารถจำหน่ายหน้าเคาน์เตอร์ได้ (OTC) และมีความยินดีที่จะขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์เฮลธ์ และต้อนรับบุคลากรจาก Merck KGaA, Darmstadt, Germany สู่ครอบครัว P&G ของเรา” David Taylor, Chairman of the Board and President and Chief Executive Officer กล่าว

การเข้าซื้อหน่วยธุรกิจคอนซูเมอร์เฮลธ์ของ Merck KGaA, Darmstadt, Germany โดย P&G จะเป็นการขยายขนาดทางภูมิศาสตร์ กลุ่มผลิตภัณฑ์ของแบรนด์และตลาดของ P&G ได้อย่างมหาศาลในตลาด OTC ที่สำคัญๆ 15 แห่งทั่วโลก แบรนด์เหล่านี้มาพร้อมผลิตภัณฑ์ชั้นยอดที่จะช่วยบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ ข้อและหลัง บรรเทาอาการหวัด อาการปวดศีรษะ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ทำกิจกรรมทางกายภาพและการเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่เหล่านี้มีวิธีการรักษาที่ยังไม่มีในกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ P&G

“ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ธุรกิจด้านสุขภาพของเรามีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง สร้างมูลค่าที่แข็งแกร่งให้กับผู้ถือหุ้น” Steve Bishop, Group President, Global Health Care กล่าว “ธุรกิจคอนซูเมอร์เฮลธ์ของ Merck KGaA, Darmstadt, Germany จะนำมาซึ่งแบรนด์ ผลิตภัณฑ์และขีดความสามารถที่แข็งแกร่ง และนำมาซึ่งตลาดที่มีความน่าสนใจและจะเข้ามาส่งเสริมธุรกิจของเราให้เติบโตยิ่งขึ้นไปพร้อมๆ กับการสร้างแบรนด์ชั้นนำปัจจุบันของเราให้เติบโตยิ่งขึ้น”

การเข้าซื้อธุรกิจคอนซูเมอร์เฮลธ์จาก Merck KGaA, Darmstadt, Germany ในครั้งนี้ เป็นการแทนที่และยกระดับ PGT Healthcare ที่เป็นกิจการร่วมค้าระหว่าง P&G และ Teva Pharmaceutical Industries (NYSE: TEVA) ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยกิจการร่วมค้านี้จะสิ้นสุดลงในวันที่ 1 กรกฎาคม 2018 ซึ่งทุกฝ่ายต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขในการเลิกกิจการ

กิจการร่วมค้า PGT Healthcare มีการเติบโตทั้งในแง่ของยอดขายและรายได้สุทธิได้อย่างไร้คู่แข่ง รวมทั้งได้เข้าไปทำตลาดในประเทศต่างๆ กว่า 50 ประเทศนับตั้งแต่มีการก่อตั้ง อย่างไรก็ตาม หลังการประเมินสถานการณ์ครั้งล่าสุด Teva และ P&G ได้มีข้อสรุปถึงเป้าหมายหลักและกลยุทธ์ที่ไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และตกลงที่จะยุติความร่วมมือทางธุรกิจครั้งนี้ซึ่งจะส่งผลดีต่อทั้งสองฝ่าย สินทรัพย์ของ PGT จะถูกนำส่งคืนไปยังบริษัทแม่ เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายสร้างธุรกิจ OTC อย่างเป็นอิสระต่อกันขึ้นมาอีกครั้ง

ธุรกิจคอนซูเมอร์เฮลธ์มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ฯ ของ Merck KGaA, Darmstadt, Germany เติบโต 6% ในช่วงสองปีที่ผ่านมา และได้แนะนำผลิตภัณฑ์หลากหลายในตลาด OTC เพื่อรักษาอาการปวดกล้ามเนื้อ ข้อและหลัง บรรเทาหวัด อาการปวดศีรษะ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ทำกิจกรรมทางกายภาพและการเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น แบรนด์ที่เป็นที่นิยมได้แก่ Neurobion, Dolo-Neurobion, Femibion, Nasivin, Bion3, Seven Seas และ Kytta และอื่นๆ อีกมากมาย โดยมีการวางจำหน่ายในตลาดหลักๆ อย่างยุโรป ลาตินอเมริกาและเอเชีย

“แบรนด์ชั้นนำและพนักงานที่ยอดเยี่ยมในธุรกิจคอนซูเมอร์เฮลธ์ของ Merck KGaA, Darmstadt, Germany จะเข้ามาเติมเต็มธุรกิจเพอร์ซันนัลเฮลธ์แคร์ของเราได้อย่างดี,” Tom Finn, President, P&G Global Personal Health Care กล่าว “การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้จะเป็นการสร้างยอดขายและกำไรของ P&G ให้เติบโตยิ่งขึ้น ด้วยการมอบความสามารถและขนาดของกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เราต้องการเพื่อดำเนินธุรกิจ OTC ที่ประสบผลสำเร็จทั่วโลกด้วยตัวของเราเอง โดยปราศจากความช่วยเหลือจากพันธมิตรด้านสุขภาพ”

“การเลิกกิจการคอนซูเมอร์เฮลธ์ของเรา เป็นอีกก้าวสำคัญในเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ด้านธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมในกลุ่มสุขภาพ วิทยศาสตร์ชีวภาพ และวัสดุประสิทธิภาพ สิ่งนี้เป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนถึงความมุ่งมั่นของเราที่มีมาตลอดในการสร้างกลุ่มผลิตภัณฑ์ของเราให้เป็นผู้นำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” Stefan Oschmann, Chairman of the Executive Board and CEO of Merck KGaA, Darmstadt, Germany กล่าว “คอนซูเมอร์เฮลธ์เป็นธรุกิจที่มีความแข็งแกร่ง ที่สมควรได้รับโอกาสที่ดีที่สุดที่อาจเกิดขึ้นเพื่อการพัฒนาในอนาคต ด้วยความร่วมมือจาก P&G เราได้พบกับผู้เล่นที่มีความแข็งแกร่งและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ผู้เล่นซึ่งมีความพร้อมทุกด้านที่จะขับเคลื่อนธุรกิจไปข้างหน้าได้สำเร็จ”

“ขนาดของ P&G ในระดับโลกและความสนใจเชิงกลยุทธ์ในด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ของผู้บริโภค เป็นพื้นฐานอย่างดีที่ทำให้เกิดการเติบโตที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นการยกระดับขีดความสามารถของทีม และการขยายธุรกิจคอนซูเมอร์เฮลธ์ให้ได้ผลกำไร กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในตลาด เส้นทางจำหน่ายสินค้า และขอบเขตทางภูมิศาสตร์ของทั้งสองธุรกิจส่งเสริมกันอย่างมาก” Belén Garijo, Member of the Executive Board of Merck KGaA, Darmstadt, Germany และ CEO Healthcare กล่าว “เราจะยังคงเดินตามกลยุทธ์อย่างแข็งขัน เพื่อเป็นผู้สร้างนวัตกรรมที่เชี่ยวชาญเฉพาะของโลก และพัฒนายาใหม่ๆ ให้กับผู้ป่วย”

ธุรกิจคอนซูเมอร์เฮลธ์ของ Merck KGaA, Darmstadt, Germany มีผลิตภัณฑ์กว่า 900 ชิ้นและมีจำหน่ายใน 44 ประเทศทั่วโลก P&G ตั้งเป้าบรรลุข้อตกลงนี้ระหว่างปีงบประมาณ 2018/19 ซึ่งจะมีผลตามเงื่อนไขที่เป็นสิ้นสุดและการดำเนินการขออนุญาตขึ้นทะเบียน

เกี่ยวกับ Procter & Gamble

P&G ดูแลผู้บริโภคทั่วโลกด้วยผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความไว้วางใจอย่างสูง มีคุณภาพและเป็นแบรนด์ชั้นนำ ได้แก่ Always®, Ambi Pur®, Ariel®, Bounty®, Charmin®, Crest®, Dawn®, Downy®, Fairy®, Febreze®, Gain®, Gillette®, Head & Shoulders®, Lenor®, Olay®, Oral-B®, Pampers®, Pantene®, SK-II®, Tide®, Vicks® และ Whisper® ชุมชน P&G ประกอบด้วยการดำเนินกิจการในกว่า 70 ประเทศทั่วโลก โปรดเยี่ยมชม http://www.pg.com เพื่อติดตามข่าวล่าสุดและข้อมูลเกี่ยวกับ P&G และแบรนด์ในเครือ

ข้อความที่เป็นการคาดการณ์ในอนาคต:

ข้อความในเอกสารประชาสัมพันธ์หรือการนำเสนอนี้ ที่นอกเหนือจากข้อมูลในอดีต ได้แก่ การประมาณการ การคาดการณ์ ข้อความที่เกี่ยวกับแผนธุรกิจของเรา เป้าหมายและผลการดำเนินงานที่คาด และ การสมมติที่เกิดจากข้อความเหล่านั้น ถือเป็ร “ข้อความที่เป็นการคาดการณ์ในอนาคต” ตามความหมายของพระราชบัญญัติปฏิรูปการฟ้องร้องคดีหลักทรัพย์ส่วนบุคคลปี 2538  (Private Securities Litigation Reform Act of 1995) มาตรา 27A แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ ปี 2476 (Section 27A of the Securities Act of 1933) และมาตรา 21E แห่งพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์ ปี 2477 (Section 21E of the Securities Exchange Act of 1934) ข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์ในอนาคตเหล่านี้สามารถระบุได้ด้วยคำว่า “เชื่อ” “คาดการณ์” “คาดหมาย” “คาดหวัง” “ประมาณการ” “ตั้งใจ” “กลยุทธ์” “อนาคต” “โอกาส” “แผน” “อาจจะ” “ควร” “จะ” “น่าจะ” “จะเป็น” “จะยังคง” “มีความเป็นไปได้ว่า” และคำที่มีความหมายใกล้เคียงกัน ข้อความที่เป็นการคาดการณ์ในอนาคตอ้างอิงกับการคาดการณ์และสมมติฐานในปัจจุบัน ซึ่งมีความเสี่ยงและความไม่แน่นอนต่างๆ ที่อาจเป็นสาเหตุให้ผลทีเกิดขึ้นจริงแตกต่างออกไปอย่างมากจากข้อความคาดการณ์ เราไม่มีภาระผูกพันในการปรับปรุงหรือแก้ไขข้อความคาดการณ์ให้เป็นไปตามข้อมูลใหม่ เหตุการณ์ในอนาคต หรืออื่นใด

ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนต่างๆ ที่กล่าวถึงในข้อความที่เป็นการคาดการณ์ในอนาคตรวมถึง แต่ไม่จำกัดเฉพาะ: (1) ความสามารถในการจัดการความเสี่ยงทางการเงินของโลกให้ประสบผลสำเร็จ ได้แก่ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ หรือ การควบคุมราคา และความผันผวนของราคาในท้องถิ่น (2) ความสามารถในการจัดการความผันผวนทางเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น ภูมิภาคหรือระดับโลก ได้แก่ อัตราการเติบโตของตลาดที่ลดลง และสร้างรายได้ที่พอเพียงและกระแสเงินสดเพื่อให้บริษัทสร้างผลกระทบการซื้อหุ้นคืนและการจ่ายเงินปันผลที่คาดหวัง (3) ความสามารถในการจัดการกับความปั่นปวนในตลาดเครดิต หรือ การเปลี่ยนแปลงในการจัดระดับเครดิตของเรา (4) ความสามารถในการรักษาไว้ซึ่งขั้นตอนการผลิตที่สำคัญ และการจัดหาวัตถุดิบ (ได้แก่การจัดการห่วงโซ่อุปทานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และการจัดเตรียมฐานการผลิตโดยลำพัง) และการจัดการการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ อันมีสาเหตุจากปัจจัยที่เหนือการควบคุมของเรา เช่น ภัยธรรมชาติ สงครามและการก่อการร้าย (5) ความสามารถในการจัดการความผันผวนของต้นทุนและแรงกดดันต่างๆ ได้แก่ ราคาของโภคภัณฑ์และวัตถุดิบ ค่าแรง การขนส่ง พลังงาน เงินบำนาญและค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ (6) ความสามารถในการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม การได้มาซึ่งการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาที่จำเป็น และการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค และความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่หามาได้โดยคู่แข่ง และมีการมอบสิทธิบัตรให้กับคู่แข่ง (7) ความสามารถในการแข่งขันกับคู่แข่งทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับโลก ในด้านช่องทางจัดจำหน่ายใหม่และที่มีอยู่เดิม ได้แก่ การตอบสนองต่อปัจจัยของคู่แข่ง เช่น ราคา การส่งเสริมการขายและข้อตกลงการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ (8) ความสามารถในการจัดการและรักษาไว้ซึ่งความสัมพันธ์กับลูกค้าหลัก (9) ความสามารถในการปกป้องชื่อเสียงและมูลค่าของแบรนด์ด้วยการจัดการปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจริงและคาดว่าจะเกิด ได้แก่ข้อกังวลที่เกี่ยวกับความปลอดภัย คุณภาพ ส่วนผสม ประสิทธิภาพ หรือเรื่องที่มีความคล้ายคลึงกันที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง (10) ความสามารถในการจัดการด้านการเงิน กฎหมาย ชื่อเสียงและความเสี่ยงในการดำเนินกิจการที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์กับบุคคลที่สาม เช่น ซัพพลายเออร์ ผู้กระจายสินค้า คู่สัญญา และพันธมิตรทางธุรกิจภายนอก (11) ความสามารถในการพึ่งพาและรักษาไว้ซึ่งระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เครือข่ายและบริการของบริษัทและบุคคลที่สาม และรักษาไว้ซึ่งความปลอดภัยและการทำงานของระบบ เครือข่ายและบริการ และข้อมูลที่ถูกเก็บไว้ในสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นนั้น (12) ความสามารถในการจัดการความไม่แน่นอนที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขทางการเมือง (ได้แก่การตัดสินใจยุติการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร) และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เช่น การผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและการหดตัวของตลาด (13) ความสามารถในการจัดการข้อกำหนดต่างๆ และกฎหมาย (ประกอบด้วยแต่ไม่จำกัดเฉพาะกฎหมายและข้อกำหนดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายป้องกันการผูกขาด กฎหมายการป้องกันข้อมูล กฎหมายภาษี กฎหมายสิ่งแวดล้อม และการรายงานที่เกี่ยวข้องกับการเงินและการบัญชี) และปัญหาต่างๆ ภายใต้การคาดการณ์ ณ ปัจจุบัน (14) ความสามารถในการจัดการการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายและข้อกำหนดด้านภาษีที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การรักษาไว้ซึ่งข้อปฏิบัติดั้งเดิมด้านภาษีของการดำเนินการที่เกี่ยวกับการขยายบริษัท (15) ความสามารถในการจัดการการเข้าซื้อกิจการ การขยายกิจการและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับกิจการร่วมทุนของเรา เพื่อให้เป็นไปตามกลยุทธ์ธุรกิจโดยรวมของบริษัทและเป้าหมายทางการเงิน โดยไม่ส่งผลกระทบต่อวัตถุประสงค์พื้นฐานของธุรกิจ และ (16) ความสามารถในการพัฒนาการผลิตและการลดต้นทุนและการจัดการการเปลี่ยนแปลงในองค์กร ในขณะที่สามารถระบุตัวตน พัฒนาและคงไว้ซึ่งพนักงานที่มีความสำคัญ ในตลาดที่มีการเติบโตสูง ซึ่งพนักงานที่มีทักษะและประสบการณ์อาจมีจำกัด สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัจจัยที่อาจเป็นสาเหตุให้เกิดผลและเหตุการณ์ที่มีความแตกต่างจากที่กล่าวข้างต้น โปรดอ้างอิงรายงาน 10-K, 10-Q และ 8-K ฉบับล่าสุดของเรา

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20180418006692/en/

P&G Media:
Heather Huff, +1-513-622-1810
Huff.ha@pg.com
หรือ
Tressie Rose, +1-513-983-4929
Rose.t.8@pg.com
หรือ
P&G Investor Relations:
John Chevalier, +1-513-983-9974
Chevalier.jt@pg.com

อเมซอน สตูดิโอ ไฟเขียวเรื่องยูโทเบีย เซ็นสัญญาข้อตกลงทั้งหมดกับ Gillian Flynn

Logo

Flynn นักเขียนที่ได้รับรางวัลและขายดีที่สุดและผู้เขียนบทภาพยนตร์เรื่อง Gone Girl (เล่นซ่อนหาย) และเรื่อง Sharp Objects (สนิทชิดเชือด) จะเป็นผู้สร้าง ผู้อำนวยการผลิต และโชว์รันเนอร์ของยูโทเปีย ซีรีย์เรื่องใหม่ที่จะออกอากาศในไพรม์ วิดีโอ (Prime Video) เท่านั้นในประเทศและดินแดนมากกว่า 200 แห่ง

ซีแอตเทิล–(BUSINESS WIRE)–18 เมษายน 2561

(NASDAQ: AMZN)— อเมซอน สตูดิโอประกาศวันนี้ว่าทางบริษัทได้ไฟเขียวทำซีรีย์เรื่องยูโทเปียทั้งเรื่องซึ่งมีทั้งหมดอยู่เก้าตอนและเป็นซีรีย์จาก Gillian Flynn ซึ่งเธอมีรางวัลการันตี อีกทั้งยังเป็นนักเขียนที่ขายดีที่สุดและเป็นผู้เขียนบทภาพยนตร์เรื่อง Gone Girl ซึ่งเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำและเรื่อง Sharp Objects ของ HBO ที่ผู้ชมต่างเฝ้ารอ Flynn ได้เซ็นสัญญาข้อตกลงทั้งหมดกับอเมซอน สตูดิโอในเรื่องของโทรทัศน์ซึ่งมีเรื่องยูโทเปียเป็นโครงการแรก เรื่องยูโทเปียจะออกอากาศบนไพรม์ วิดีโอเท่านั้นในประเทศและดินแดนมากกว่า 200 แห่ง

ยูโทเปียสร้างจากซีรีย์อังกฤษที่มีชื่อเดียวกันซึ่งเขียนโดย Dennis Kelly ซีรีย์เรื่องดังกล่าวผลิตร่วมโดย Endomol Shine North America and Kudos, Endemol Shine Group UK production studio และอเมซอน สตูดิโอ

ผู้ใหญ่กลุ่มหนึ่งซึ่งพบปะกันทางออนไลน์กำลังถูกล่าอย่างไร้ความปราณีโดยองค์กรรัฐพันลึกที่ลึกลับหลังจากที่พวกเขาได้รับหนังสือนวนิยายภาพใต้ดินเกี่ยวกับลัทธิในตำนาน พวกเขาค้นพบว่าทฤษฎีสมคบคิดในหน้าหนังสือการ์ตูนอาจจะจริง และพวกเขาถูกบังคับให้อยู่ในสถานะต้องกู้โลกซึ่งเป็นสถานะที่อันตราย ไม่มีใครเหมือน และประหลาด

Nick Hall หัวหน้าฝ่ายซีรีย์ทางเลือกของอเมซอน สตูดิโอ กล่าวว่า “เราเป็นแฟนคลับตัวยงงานที่น่าตื่นเต้นของ Gillian Flynn” “เธอเขียนเรื่องราวที่ทำให้คนดูต้องใจจดใจจ่ออยู่ตลอดและล้มล้างความคาดหวังที่อยู่เบื้องหลังตัวละคนของเธอ เธอจะทำซีรีย์ให้สมาชิกไพรม์ วิดีโอและพวกเขาจะไม่มีวันลืมซีรีย์เรื่องนั้น ความมีคุณค่าและประโยชน์ของเรื่องยูโทเปียจะเชื่อมโยงกับคนดูทั่วโลกได้อย่างแน่นอน”

Gillian Flynn กล่าวว่า “สำหรับฉัน ยูโทเปียเป็นอะไรที่สร้างสรรค์มากเลยทีเดียว การแสดงของ Dennis Kelly ทำให้ฉันทึ่ง และเขาก็ใจกว้างมากที่ให้ฉันเปิดโลกของเขาและเล่นอยู่ในนั้น อีกทั้งฉันยังสร้างที่ประหลาด ๆ และบ้าบิ่นของตัวเองด้วย ยูโทเปียเป็นเรื่องเกี่ยวกับการสำรวจศึกษาประเด็นการเล่าเรื่องที่หักมุมและเร้นลับ มันเป็นซีรีย์ที่ด่วน ปัจจุบัน และเลิศ! แต่ก็สนุกไม่เบาเลยล่ะค่ะ”

Diederick Santer ซีอีโอของ Kudos กล่าวว่า “Dennis Kelly และทีมที่ Kudos สร้างหนังระทึกขวัญสัญชาติอังกฤษที่ไม่มีใครเหมือน เร้นลับ และน่าตื่นเต้นขึ้นมา และเรารู้สึกตื่นเต้นมากที่ Gillian Flynn นึกถึงมันขึ้นมาอีกครั้งเพื่อผู้ชมทั่วโลกกลุ่มใหม่”

Flynn เป็นผู้สร้าง ผู้อำนวยการผลิต และโชว์รันเนอร์ของยูโทเปีย และผู้อำนวยการผลิตท่านอื่นซึ่งคือ Jessica Rhoades (คนที่ Flynn ร่วมทำหนังเรื่อง Sharp Objects ด้วย) Sharon Hall, Karen Wilson, Dennis Kelly และ Diederick Santer, และ Sharon Levy ประธาน Unscripted & Scripted Television ของ Endemol Shine North America จะเป็นผู้ดูแลการผลิตให้กับ Endemol Shine

สมาชิกไพรม์สามารถดูซีรีย์ของไพรม์ ออริจินัลโดยใช้แอป Prime Video สำหรับทีวี อุปกรณ์เชื่อมต่อร่วมถึง Amazon Fire TV และอุปกรณ์มือถือ หรือดูซีรีย์ของไพรม์ ออริจินัลเรื่องอื่นทางออนไลน์ที่ Amazon.com/originalsโดยไม่มีค่าใช้จ่ายการเป็นสมาชิกใด ๆ เพิ่มเติม สำหรับลูกค้าที่มีคุณสมบัติเหมาะสมแต่ยังไม่ได้เป็นสมาชิกไพรม์สามารถลงทะเบียนทดลองใช้งานฟรีได้ที่ www.amazon.com/prime สำหรับรายการอุปกรณ์ทั้งหมดที่สามารถใช้งาน Prime Video ได้ โปรดดูที่ www.amazon.com/howtostream คุณสามารถดูเนื้อหาได้ทางแอปพลิเคชัน Prime Video และ PrimeVideo.com ในประเทศและดินแดนมากกว่า 200 แห่ง

เกี่ยวกับไพรม์ วิดีโอ

ไพรม์ วิดีโอเป็นบริการบันเทิงตามคำขอระดับพรีเมียมที่ให้ลูกค้าเลือกได้ว่าจะดูอะไร ลูกค้าหาสามารถหาสิ่งที่อยากดูได้ง่าย ๆ ในที่เดียว

  • มาพร้อมกับไพรม์: ดูหนังและรายการทีวียอดฮิตหลายพันเรื่อง รวมทั้งหนังไพรม์ ออริจินัลของเราที่มีรางวัลการันตีเช่น The Grand Tour, The Marvelous Mrs. Maisel and Sneaky Pete, Manchester by the Sea และ The Salesman ซึ่งได้รับรางวัลอะคาเดมีทั้งสองเรื่อง The Big Sick ซึ่งเข้าชิงรางวัลอะคาเดมี นอกจากนั้นยังมีเรื่องที่มีเฉพาะบนไพรม์ วิดีโอเท่านั้น การแข่งขันกีฬาสดและเนื้อหาที่ได้รับอนุญาตและเผยแพร่เองในประเทศและดินแดนกว่า 240 แห่งทั่วโลก
  • ดูเยอะขึ้นกับช่องของไพรม์ วิดีโอ: สมาชิกไพรม์สามารถเพิ่มช่องได้มากกว่า 100 ช่องเช่น HBO, SHOWTIME, STARZ, CBS All Access, Cinemax และอีกมากมายโดยไม่ต้องโหลดแอปอะไรเพิ่มเติมและไม่ต้องใช้สายเคเบิล จ่ายให้กับสิ่งที่คุณต้องการเท่านั้นและยกเลิกเมื่อใดก็ได้ หากต้องการดูรายการช่องทั้งหมด โปรดดูที่ www.amazon.com/channels
  • เช่าหรือเป็นเจ้าของ: ลูกค้าอเมซอนทุกคนสามารถเช่าหรือซื้อเรื่องเป็นแสน ๆ เรื่อง รวมทั้งหนังออกใหม่และรายการทีวีที่กำลังออกอากาศได้ตามต้องการ
  • การเข้าถึงโดยทันที: ดูได้ทันทีในทุกที่ ทุกเวลาผ่านแอป Prime Video บนทีวี อุปกรณ์มือถือ Amazon Fire TV, Fire TV Stick, แท็บเล็ต Fire แอปเปิ้ลทีวี หรือทางออนไลน์ สำหรับรายการอุปกรณ์ทั้งหมดที่สามารถใช้งานได้ โปรดดูที่ www.amazon.com/howtostream
  • ประสบการณ์ที่ดีขึ้น: ดูทุกอย่างในรูปแบบ 4K Ultra HD และ HDR (High Dynamic Range) ดูเบื้องหลังหนังและรายการทีวีโปรดของคุณด้วย X-Ray Access สุดพิเศษเฉพาะสำหรับคุณซึ่งมอบให้โดย IMDb. คุณสามารถบันทึกหนังที่ดาวน์โหลดมาไว้ในมือถือเพื่อดูภายหลังได้แบบออฟไลน์

นอกจากไพรม์ วิดีโอแล้ว สมาชิกไพรม์ยังมีตัวเลือกในการขนส่งแบบฟรี เร็ว และไม่จำกัดสำหรับทุก ๆ ประเภทที่มีอยู่บนอเมซอน ฟัง Prime Music ที่มีเพลงมากกว่าสองล้านเพลงและเพลย์ลิสต์กับสถานีหลายพันสถานี เก็บรูปภาพอย่างปลอดภัยกับ Prime Photos อ่านแบบไม่จำกัดกับ Prime Reading เข้าถึงแคตาล็อกหนังสือเสียงดิจิทัลแบบไม่จำกัดกับ Audible Channels สำหรับไพรม์ ใช้ Twitch Prime ซึ่งมีการเลือกเกมดิจิทัลฟรี ๆ แบบหมุนเวียนและเงินในเกม เข้าถึงการลดราคาแบบฉับพลันก่อนใคร มีการเข้าถึงแบบเฉพาะและได้รับส่วนลดสำหรับสินค้าเฉพาะ และอีกมากมาย หากต้องการลงทะเบียนไพรม์หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ www.amazon.com/prime

เกี่ยวกับอเมซอน

อเมซอนดำเนินการโดยใช้หลักสี่หลัก: คิดถึงลูกค้ามากกว่าการจดจ่อที่คู่แข่ง ความคลั่งไคล้ในการสร้าง ความมุ่งมั่นในการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ และการคิดระยะยาว รีวิวจากลูกค้า การช้อปปิ้งโดยจบที่คลิกเดียว คำแนะนำเฉพาะส่วนบุคคล ไพรม์ Fullfillment by Amazon, AWS, Kindle Direct Publishing, Kindle, แท็บเล็ต Fire, Fire TV, Amazon Echo และ Alexa เป็นตัวอย่างของสินค้าและบริการที่อเมซอนเป็นผู้บุกเบิก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาไปที่ www.amazon.com/about และติดตามที่ @AmazonNews

ดูที่มาของข่าวที่businesswire.comhttp://www.businesswire.com/cgi-bin/mmg.cgi?eid=51791236&lang=en

ติดต่อ:

Amazon.com, Inc.
สายด่วนมีเดีย
Amazon-pr@amazon.com
www.amazon.com/pr

Toshiba เติมเต็มไลน์ผลิตภัณฑ์ฮาร์ดไดร์ฟสำหรับผู้บริโภค

Logo

ฮาร์ดไดร์ฟซีรีส์ P300, L200, X300, N300, V300 และ S300 มาพร้อมความจุและประสิทธิภาพที่ตรงกับการใช้งานของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–17 เมษายน 2018

วันนี้ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation (“Toshiba”) ได้เปิดตัวอุปกรณ์ฮาร์ดไดร์ฟสำหรับตลาดผู้บริโภคทั้งหมดหกตระกูล ประกอบด้วย P300 Desktop PC, L200 Laptop PC, X300 Performance, N300 NAS, V300 Video Streaming และ S300 Surveillance

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้มีมัลติมีเดียประกอบ ดูฉบับเต็มได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20180417005764/en/

Toshiba: P300 Desktop PC Hard Drive series with up to 3TB capacity for home and business users. (Pho ...

Toshiba: ฮาร์ดไดร์ฟตระกูล P300 Desktop PC ความจุ 3TB สำหรับการใช้งานภายในบ้านและธุรกิจ (รูปภาพ: Business Wire)

ฮาร์ดไดร์ฟซีรีส์ P300 Desktop PC มาพร้อมประสิทธิภาพขั้นสูงที่เหมาะสำหรับการใช้งานในบ้านและธุรกิจ จุข้อมูลได้สูงสุด 3TB [1] ทำงานที่ความเร็ว 7,200rpm มีเซนเซอร์ตรวจจับและช่วยลดการสั่นสะเทือนขณะอ่านและเขียนข้อมูลในตัวเพื่อช่วยเพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพการทำงาน

ฮาร์ดไดร์ฟซีรีส์ L200 Laptop PC มาพร้อมโมบายล์ไดร์ฟขนาด 2.5 นิ้ว [2] จัดเก็บข้อมูลได้ 2TB มีความทนทานต่อการสั่นสะเทือนและแรงกระแทกได้ดีกว่าฮาร์ดไดร์ฟขนาด 3.5 นิ้ว รองรับการใช้งานกับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กแบรนด์ดังทุกรุ่น นอกจากนี้ยังสามารถใช้งานเป็นอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลภายนอกได้อีกด้วย อุปกรณ์ในซีรีส์ L200 มีพาวเวอร์โพรไฟล์ต่ำกว่าฮาร์ดไดร์ฟขนาด 3.5 นิ้ว ที่จะช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ ทุกโมเดลมาพร้อมกับเซนเซอร์ตรวจจับการสั่นสะเทือนในตัว และ ramp loading technology ที่ทำให้อุปกรณ์มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น   

ฮาร์ดไดร์ฟซีรีส์ X300 Performance มาพร้อมความจุข้อมูลสูงสุด 10TB และใช้เทคโนโลยีแคชของ Toshiba จัดสรรแคชระหว่างการเขียนและอ่านข้อมูลให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อประสิทธิภาพแบบเรียลไทม์ขั้นสูง ฮาร์ดไดร์ฟตระกูล X300 ขนาด 3.5 นิ้ว ทำงานที่ความเร็ว 7,200rpm และมีหน่วยความจำแคชสูงสุด 256MB ผลิตภัณฑ์ตระกูลนี้มาพร้อมประสิทธิภาพขั้นสุดและพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ รองรับการทำงานที่ต้องใช้ความสร้างสรรค์ เช่น งานด้านกราฟิกดีไซน์ แอนิเมชัน งานตัดต่อภาพหรือวิดีโอ และการเล่นเกมบนคอมพิวเตอร์

ฮาร์ดไดร์ฟซีรีส์ N300 NAS สำหรับการใช้งานส่วนบุคคล การใช้งานในโฮมออฟฟิซและธุรกิจขนาดเล็ก ที่มีการจัดเก็บข้อมูลแบบ NAS มาพร้อมความจุสูงสุด 10TB และความเร็วรอบ 7,200rpm สำหรับรุ่น 10TB มาพร้อมดาต้าบัฟเฟอร์ขนาดใหญ่ถึง 256MB ฮาร์ดไดร์ฟตระกูล N300 มาพร้อมดีไซน์แบบ multi-RAID NAS สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเพื่อรองรับไดร์ฟได้สูงสุด 8 ช่อง และอนุญาตให้ผู้ใช้ในเครือข่าย NAS สามารถปรับตั้งค่าเมื่อมีความต้องการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่สูงขึ้น ไดร์ฟตระกูลนี้ยังมีความน่าเชื่อถือสูงด้วยอัตราเวิร์กโหลดสูงสุด 180TB ต่อปี ออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด ความน่าเชื่อถือ ความทนทานและความสามารถในการเพิ่มประสิทธิภาพให้ถึงขีดความต้องการของอุปกรณ์ในระบบ NAS ที่มีการจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่อย่างมีประสิทภาพและเข้าถึงได้ตลอด

ฮาร์ดไดร์ฟซีรีส์ V300 Video Streaming ได้รับการพัฒนาให้มีความน่าเชื่อถือสำหรับการบันทึกวิดีโอและการรับชม มาพร้อม silent seek technology ที่ทำงานด้วยความเงียบ ได้รับการออกแบบให้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการใช้พลังงานได้ถึง 25%[3] ฮาร์ดไดร์ฟตระกูล V300 จุข้อมูลได้สูงสุด 3TB รองรับระบบตัดต่อวิดีโอ กล่องแปลงสัญญาณ set-top-box (STB) การบันทึกวีโอระบบดิจิตอล (DVR) และการบันทึกวิดีโอภายแบบเครือข่าย (NVR)

ฮาร์ดไดร์ฟซีรีส์ S300 Surveillance ให้ประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือสูงตลอด 24 ชั่วโมง จัดเก็บแคชเมโมรีได้ถึง 256MB ไดร์ฟตระกูล S300 ทำงานด้วยความเร็วที่ 7,200rpm พร้อมความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลสูงสุด[4] ที่ 248 MB/s[5] และมีเซนเซอร์ RV ในตัวเพื่อช่วยลดการสั่นสะเทือนเมื่อใช้งานกับฮาร์ดไดร์ฟหลายตัว นอกจากนี้ยังจุข้อมูลได้สูงสุด 10TB ฮาร์ดไดร์ฟสำหรับกล้องวงจรปิดนี้รองรับเวิร์กโหลดได้สูงถึง 180TB ต่อปี[6] และรองรับการบันทึกภาพในเครือข่ายกล้องวงจรปิด (sNVR) การบันทึกภาพวิดีโอดิจิตอลสำหรับกล้องวงจรปิด (sDVR) การบันทึกภาพ sDVR แบบไฮบริด (ระบบอนาล็อกและระบบ IP) และการจัดเก็บหน่วยความจำแบบ RAID สำหรับกล้องวงจรปิด

นอกจากนี้ Toshiba ยังได้แนะนำสีประจำไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะนำมาใช้ในการสร้างแบรนด์ของฮาร์ดไดร์ฟในแต่ละหมวดหมู่ หมวดหมู่สีเหล่านี้จะแสดงอยู่บนป้ายผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ที่จัดวางอยู่บนชั้น เพื่อสื่อสารกับผู้บริโภคอย่างชัดเจนเกี่ยวกับประเภทการใช้งานของอุปกรณ์

ฮาร์ดไดร์ฟแต่ละชิ้นจะมาพร้อมสีป้ายผลิตภัณฑ์สีต่างๆ ดังนี้: ซีรีส์ P300 และ L200 ประเภท desktop/laptop PC ป้ายสีแดง ซีรีส์ X300 ประเภท Performance ป้ายสีเงิน ซีรีส์ N300 ประเภท NAS ป้ายสีทอง ซีรีส์ S300 ประเภท surveillance ป้ายสีเขียว และซีรีส์ V300 ประเภทวิดีโอสตรีมมิง ป้ายสีน้ำเงิน

การติดป้ายผลิตภัณฑ์ในสีต่างๆ รวมถึงการใช้สีตามหมวดหมู่กับบรรจุภัณฑ์ที่จะจัดวางบนชั้นจะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถระบุ ค้นหาและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ต้องการได้ง่ายขึ้น

การจัดจำหน่ายไดร์ฟรุ่นใหม่จะเริ่มภายในเดือนนี้ สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ฮาร์ดไดร์ฟสำหรับจัดเก็บข้อมูล โปรดดูที่: http://www.canvio.jp/sp_ihdd/en.htm

[1] ความหมายของความจุ: 1 เทราไบต์ (TB) เท่ากับ 1,000,000,000,000 ไบต์ อย่างไรก็ตาม ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์จะรายงานขนาดความจุแบบ 1TB = 240 = 1,099,511,627,776 ไบต์ ดังนั้นค่าที่แสดงจึงน้อยกว่าขนาดความจุ ความจุข้อมูลที่ใช้ได้จริง (รวมถึงตัวอย่างของไฟล์มีเดียประเภทต่างๆ) จะมีความแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับขนาดของไฟล์ รูปแบบ การตั้งค่า ซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการ และ/หรือ ซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งไว้ก่อนหน้า หรือเนื้อหาของมีเดีย ขนาดความจุหลังทำการฟอร์แมตแล้วอาจมีความแตกต่างกันออกไป
[2] ฟอร์มแฟคเตอร์: "2.5-นิ้ว" หมายถึงขนาดเมนบอร์ดของฮาร์ดไดร์ฟ ไม่ใช่ขนาดทางกายภาพของไดร์ฟ
[3] การเปรียบเทียบการบริโภคพลังงาน 25% มีการทดสอบกับไดร์ฟขนาด 2TB สองรุ่น คือ P300 และ V300
[4] ความเร็วในการอ่านและเขียนข้อมูลอาจอาจมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับอุปกรณ์โอสต์ เงื่อนไขในการอ่านและเขียนข้อมูล และขนาดไฟล์
[5] คุณสมบัติจำเพาะของรุ่น S300 ขนาด 10TB
[6] เวิร์กโหลด คือ การวัดปริมาณข้อมูลตลอดทั้งปี และระบุเป็นจำนวนของข้อมูลที่ถูกเขียน อ่าน หรือตรวจสอบโดยคำสั่งต่างๆ จากระบบของโฮสต์

*ข้อมูลในเอกสารนี้ รวมถึงราคาผลิตภัณฑ์และข้อมูลจำเพาะ เนื้อหาด้านการบริการและข้อมูลในการติดต่อเป็นข้อมูลปัจจุบัน ณ วันที่ประกาศ ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
*ชื่อบริษัท ชื่อผลิตภัณฑ์และชื่อบริการที่กล่าวถึงในเอกสารนี้อาจเป็นชื่อทางการค้าของบริษัทเหล่านั้น

สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์:
Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation
แผนก Storage Products
https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/contact.html

เกี่ยวกับ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation
Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation เป็นบริษัทใหม่ที่เต็มไปด้วยพลังและประสบการณ์ นับตั้งแต่แยกตัวออกจากบริษัทเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2017 เราได้ก้าวสู่การเป็นหนึ่งในบริษัทผู้นำด้านอุปกรณ์ทั่วไป และได้นำเสนอโซลูชันเกี่ยวกับเซมิคอนดักเตอร์ ระบบ LSIs และ ระบบ HDD อันโดดเด่นให้กับลูกค้าและคู่ค้าทางธุรกิจของเรา

เรามีพนักงานจำนวน 19,000 คนทั่วโลก ซึ่งมีความตั้งใจร่วมกันที่จะเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ของเราให้ถึงระดับสูงสุด และให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับลูกค้า เพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์มูลค่าและตลาดใหม่ๆ ร่วมกัน เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะเพิ่มยอดขายต่อปีซึ่งปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 700 พันล้านเยน (6 พันล้านเหรียญสหรัฐ) ให้สูงขึ้น เพื่อสร้างอนาคตที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน
เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเราได้ที่ https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/company.html

ดูเวอร์ชันต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20180417005764/en/

สอบถามข้อมูลสำหรับสื่อ:
Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation
Chiaki Nagasawa, +81-3-3457-4963
แผนก Digital Marketing
semicon-NR-mailbox@ml.toshiba.co.jp







Amazon เปิดตัวประสบการณ์การช็อปปิ้งระหว่างประเทศ (International Shopping Experience) บนแอพชอปปิ้งของ Amazon

Logo

ลูกค้าทั่วโลกสามารถเลือกซื้อและจัดส่งผลิตภัณฑ์กว่า 45 ล้านรายการไปยังประเทศของตนผ่านประสบการณ์การช็อปปิ้งระหว่างประเทศ (International Shopping experience)

สามารถใช้งานได้กับอุปกรณ์เคลื่อนที่ทั้งแบบ iOS และ Android โดยประสบการณ์การช็อปปิ้งระหว่างประเทศ (International Shopping experience) มีให้บริการ 5 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ สเปน จีน โปรตุเกสแบบที่ใช้ในบราซิล และเยอรมัน และสามารถใช้ได้กับสกุลเงิน 25 สกุล รวมทั้งเงินบาท ทั้งนี้ ภาษาและค่าเงินอื่น ๆ จะถูกเพิ่มเติมในปี 2018

ซีแอตเติล–(BUSINESS WIRE)–18 เมษายน 2018

(NASDAQ:AMZN) – Amazon เปิดตัวประสบการณ์การช็อปปิ้งระหว่างประเทศบนแอพชอปปิ้งของ Amazon (Amazon Shopping App) ทำให้ลูกค้าต่างชาติในประเทศไทยสามารถเรียกดูและสั่งซื้อสินค้าจากกว่า 45 ล้านรายการที่สามารถจัดส่งจากประเทศสหรัฐอเมริกาไปยังประเทศของตนได้ ประสบการณ์นี้มีให้บริการทั้งบนเบราว์เซอร์และแอพบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ในแอพ Amazon Shopping App สำหรับทั้งระบบ iOS และ Android ประสบการณ์การช็อปปิ้งระหว่างประเทศจะมีให้บริการช้อปปิ้งใน 5 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ สเปน จีนเยอรมัน และโปรตุเกสที่ใช้ในบราซิล โดยลูกค้าสามารถซื้อสินค้าได้จาก 25 สกุลเงินรวมทั้งเงินบาท ทำให้ลูกค้าในประเทศไทยสามารถใช้บริการ Amazon และเลือกซื้อสินค้าในสกุลเงินท้องถิ่นของตนได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม ลูกค้าสามารถเลือกจากตัวเลือกการจัดส่งที่แตกต่างกัน และความเร็วในการจัดส่งขึ้นอยู่กับความเร็วที่ลูกค้าต้องการ หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม ไปที่ www.amazon.com/international-shopping-help.

"เรามักจะสร้างนวัตกรรมโดยนึกถึงลูกค้าของเรา และการเปิดตัวในวันนี้ เราตั้งใจจะทำให้ประสบการณ์การช็อปปิ้งบนโทรศัพท์มือถือดียิ่งขึ้นและสะดวกสบายยิ่งขึ้นไปอีกสำหรับลูกค้าของเราที่อาศัยอยู่นอกสหรัฐฯ" Samir Kumar รองประธานฝ่ายการส่งออกและการขยายตัวของ Amazon กล่าว . "ลูกค้าได้ร้องขอวิธีง่าย ๆ ในการค้นหาและซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีสามารถจัดส่งได้เท่านั้นกับเรา ซึ่งประสบการณ์การช็อปปิ้งระหว่างประเทศ (International Shopping experience) ช่วยแก้ปัญหาความต้องการของลูกค้าในด้านนี้ และทำให้การเรียกดูร้านค้าและการจัดส่งผลิตภัณฑ์กว่า 45 ล้านรายการไปยังกว่าร้อยประเทศทั่วโลกเป็นไปได้ "

ในขั้นเริ่มต้นลูกค้าสามารถดาวน์โหลดแอพ Amazon Shopping ฟรีได้จาก Apple App Store หรือ Google Play Store และพวกเขาจะได้รับประสบการณ์ International Shopping โดยทันทีโดยอ้างอิงจากตำแหน่งของพวกเขา ลูกค้าที่มีแอพ Amazon Shopping อยู่แล้วจะต้องเข้าสู่การตั้งค่าภายในแอพ โดยเลือก 'ประเทศ & ภาษา' และเลือก 'International Shopping หรือ การช็อปปิ้งระหว่างประเทศ' ในตัวเลือกประเทศ ลูกค้าสามารถตั้งค่าภาษาและสกุลเงินตามใจชอบเพื่อเพลิดเพลินกับประสบการณ์การช็อปปิ้งที่กำหนดได้เอง และสามารถเปลี่ยนตำแหน่งของพวกเขาได้ตลอดเวลาเพื่อเลือกดูผลิตภัณฑ์ที่สามารถถูกจัดส่งไปยังสถานที่เลือกไว้

ประสบการณ์การช็อปปิ้งระหว่างประเทศจะแสดงค่าใช้จ่าย ค่าจัดส่ง และค่าประมาณการการนำเข้าสินค้า ไว้อย่างชัดเจนโดย Amazon ได้ร่วมมือกับบริษัทจัดส่งสินค้าเพื่อช่วยดูเรื่องพิธีการศุลกากรในนามของลูกค้าแล้ว ดังนั้นลูกค้าจึงไม่ต้องกังวลเรื่องเหตุการณ์ไม่คาดฝันในระหว่างที่สั่งซื้อหรือระหว่างจัดส่ง ลูกค้าจะสามารถเรียกดูและซื้อสินค้าในหลายหมวดเช่น หมวดอิเล็กทรอนิคส์ หนังสือ เสื้อผ้า รองเท้า ของเล่น และอื่น ๆ อีกมากมาย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม เข้าไปดูที www.amazon.com/global.

เกี่ยวกับ Amazon

Amazon ปฏิบัติงานตามหลักการ 4 ประการ คือความหลงใหลในลูกค้ามากกว่าการเน้นการแข่งขัน ความหลงใหลในการประดิษฐ์ความมุ่งมั่นในการดำเนินงานที่เป็นเลิศ และความคิดระยะยาว ผลิตภัณฑ์และความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ส่วนหนึ่งของ Amazon ได้แก่ ความคิดเห็นของลูกค้า (customer review) 1-Click shopping คำแนะนำในแบบของคุณ (personalized recommendations) Prime, Fulfillment by Amazon, AWS, Kindle Direct Publishing, Kindle, Fire tablets, Fire TV, Amazon Echo และ Alexa สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดไปที่ www.amazon.com/about สามารถติดตามเราได้ที่ @AmazonNews

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน  businesswire.comhttp://www.businesswire.com/cgi-bin/mmg.cgi?eid=51786876&lang=en

ติดต่อ:

Amazon.com, Inc.
สายด่วนสำหรับสื่อ (Media Hotline)
Amazon-pr@amazon.com
www.amazon.com/pr

การประชุมสุดยอดอุตสาหกรรมด้านสุขภาพ (tHIS) เตรียมรับบทบาทสำคัญช่วยจีนกระตุ้นอุตสาหกรรมเพื่อยกระดับระบบสุขภาพแห่งชาติ

Logo

เซี่ยงไฮ้–(BUSINESS WIRE)–16 เมษายน 2018

การประชุมสุดยอดอุตสาหกรรมด้านสุขภาพ หรือ Health Industry Summit (tHIS) 2018 ซึ่งมี Reed Sinophram เป็นเจ้าภาพ ได้จัดพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ณ  ศูนย์ประชุมและนิทรรศการแห่งชาติในกรุงเซี่ยงไฮ้เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2018 ที่ผ่านมา นับได้ว่าเป็นการรวมตัวของผู้ประกอบวิชาชีพในอุตสาหกรรมด้านสุขภาพครั้งใหญ่ที่สุดของโลก ด้วยจำนวนผู้เข้าร่วมงานกว่า 200,000 คน จากกว่า 150 ประเทศ และหน่วยงานที่ร่วมแสดงนิทรรศการกว่า 7,000 ราย

เพื่อเป็นการขานรับเจตจำนงค์ของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ซึ่งได้ประกาศในการประชุม Boao Forum for Asia ว่าต้องการส่งเสริมอุตสาหกรรมด้านสุขภาพในระดับที่มากขึ้น การจัดนิทรรศการด้านสุขภาพชั้นนำที่ครอบคลุมห่วงโซ่คุณค่าทั้งหมดของอุตสาหกรรม โดยเน้นหัวข้อสำคัญๆ เช่น เครื่องมือด้านการแพทย์ การผลิตยา การกระจายตัวของยา และสุขภาพและโภชนาการเชิงธรรมชาติ จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จีนใช้ในการส่งเสริมนวัตกรรมเทคโนโลยีและการแลกเปลี่ยนทางวิชาการได้ในระดับสูงสุด สำหรับการจัดงาน tHIS ครั้งที่สี่ในปีนี้ เป็นการย้ำถึงความสำเร็จในการจัดงานด้านอุตสาหกรรมสุขภาพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งนอกจากจะมีกิจกรรมต่างๆ ภายในงานกว่า 160 กิจกรรมแล้ว ยังมีการจัดประชุมสัมนาในหัวข้อต่างๆ ควบคู่กับกิจกรรมหลักด้วย

โดยกิจกรรมหลักของงานประชุมสุดยอดอุตสาหกรรมด้านสุขภาพครั้งนี้ ประกอบด้วยการจัดแสดงอุปกรณ์ทางการแพทย์และเภสัชภัณฑ์จากบริษัทชั้นนำของจีนอย่าง CMEF, PHARMCHINA และ API China ซึ่งจัดแสดงเทคโนโลยีสุดล้ำของอุตสาหกรรมในส่วนของ Intelligent Health โดยมีการจัดแสดงนวัตกรรมในรูปแบบเทคโนโลยีเสมือนจริง (VR) เทคโนโลยีผสมผสานโลกเสมือน (AR) เทคโนโลยีที่สวมใส่ได้ (wearables) รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขณะที่การแพทย์แผนโบราณยังเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของงาน ชี้ให้เห็นว่าการแพทย์แผนโบราณเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของจีนในการรักษาสุขภาพและป้องกันการเจ็บป่วย ควบคู่กับการแพทย์แผนปัจจุบันและการพัฒนายา

บริษัทชั้นนำที่มาร่วมงานครั้งนี้ประกอบด้วยยักษ์ใหญ่ด้านอุปกรณ์ทางการแพทย์อย่าง GE, United Imaging, Siemens, Philips และ Mindray รวมถึงกลุ่มบริษัทด้านเภสัชกรรมขนาดใหญ่ของจีนอย่าง Sinopharm, Shanghai Pharma และ CR Pharmaceuticals ขณะที่บริษัทด้านนวัตกรรมการแพทย์ส่วยใหญ่เลือกเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในงานนี้เป็นครั้งแรกของโลก หรือครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิก โดยมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่กว่า 600 ชิ้นตลอดระยะเวลาการจัดงานทั้งหมด 4 วัน

การประชุมสุดยอดอุตสาหกรรมด้านสุขภาพจัดขึ้นโดย Reed Sinopharm ซึ่งเป็นธุรกิจร่วมทุนระหว่าง Reed Exhibitions บริษัทรับจัดอีเวนท์ชั้นนำของโลก และ Sinopharm ยักษ์ใหญ่ทางด้านการแพทย์และเภสัชกรรมของรัฐบาลจีน (ติดอันดับ 199 ใน Fortune 500) สำหรับการจัดงานครั้งต่อไปจะมีขึ้นในเดือนพฤษภาคม ปี 2019 ณ กรุงเซี่ยงไฮ้

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20180416005638/en/

ติดต่อ:

ฝ่ายจัดนิทรรศการ Reed Sinopharm
James Wang, +86 01084556581
james.wang@reedexpo.com.cn

P&G ประกาศเป้าหมายด้านความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมตัวใหม่ ที่มุ่งเน้นการสรรสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดผลกระทบที่ดีบนโลกใบนี้

Logo

เป้าหมาย Ambition 2030 ครอบคลุมด้าน แบรนด์  ซัพพลายเชน สังคมและพนักงาน P&G

ซินซินนาติ–(BUSINESS WIRE)—16 เมษายน 2018

บริษัท Procter & Gamble (NYSE: PG) ประกาศในวันนี้ว่า บริษัท ได้บรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนปี 2020 หลายเป้าหมายแล้ว และมีแผนเตรียมไว้เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายที่เหลือ พร้อม ๆ ไปกับการกำหนดเป้าหมายใหม่ ๆ สำหรับปี 2030 โดยเป้าหมายใหม่ หรือที่มีชื่อว่า "Ambition 2030 " จะมุ่งสรรสร้างแรงบันดาลใจที่ทำให้เกิดผลกระทบที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ควบคู่ไปกับการสร้างมูลค่าให้กับบริษัทและผู้บริโภค

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณลักษณะเป็นมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20180416005203/en/

P&G has achieved many of its 2020 environmental goals and has plans in place to meet the rest. New,  ...

P&G ได้บรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมปี 2020 หลายเป้าหมาย และมีแผนที่จะบรรลุเป้าหมายเหลืออยู่อื่น ๆ โดยได้มีการกำหนดเป้าหมายใหม่ที่ครอบคลุมสำหรับปี 2030 เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้เพื่อสร้างแรงบันดาลใจที่จะทำให้เกิดผลกระทบที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมควบคู่ไปกับการสร้างมูลค่าให้กับบริษัทและผู้บริโภค (ภาพ: Business Wire)

นาย David Taylor ประธานกรรมการ และซีอีโอของ P & G กล่าวว่า "เราเชื่อว่า P & G สามารถเป็นแรงขับเคลื่อนและเป็นแรงผลักดันให้เกิดการเติบโตที่ดี และเรากำลังใช้ความคิดที่รอบคอบมากขึ้นเพื่อสร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้บริโภค ผู้บริโภคคาดหวังว่าแบรนด์ที่พวกเขาไว้ใจจะมอบประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมและช่วยแก้ปัญหาที่ซับซ้อนที่สุดที่โลกของเรากำลังเผชิญอยู่ ความเข้าใจของเราเกี่ยวกับผู้บริโภคของเรา 5 พันล้านรายที่ และความสามารถด้านนวัตกรรมของเราทำให้เรามีความสามารถในการสร้างความแตกต่างในเชิงบวกได้"

เป้าหมาย "Ambition 2030" ของ P&G ประกอบด้วย:

  • ด้านแบรนด์: แบรนด์ที่เป็นผู้นำของ P&G 20 แบรนด์ ซึ่งรวมถึง Always, Ariel, Dawn, Fairy, Febreze Head & Shoulders Pantene Pampers และ Tide จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจและก่อให้เกิดการบริโภคอย่างรับผิดชอบ โดยการใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลหรือนำกลับมาใช้ใหม่ได้ 100% ถือเป็นการเปิดตัวนวัตกรรมที่ยั่งยืนมากยิ่งขึ้น พร้อม ๆ ไปกับการสร้างความไว้วางใจผ่านความโปร่งใสและแบ่งปันความรู้ด้านความปลอดภัยของเรา
  • ด้านซัพพลายเชน: ไซต์การผลิตของ P&G จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงครึ่งหนึ่ง และจะซื้อพลังงานทดแทนอย่างเพียงพอเพื่อให้ครอบคลุมการใช้งานของโรงงานของเรา 100% นอกจากนี้ บริษัท จะจัดหาแหล่งน้ำอย่างน้อย 5 พันล้านลิตรจากแหล่งน้ำหมุนเวียน
  • ด้านสังคม: P&G จะให้กำเนิดพันธมิตรที่ช่วยให้ผู้คนโลกาภิวัตน์และธุรกิจของเราเจริญเติบโตและก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมไปถึงพันธมิตรในการหยุดการแพร่กระจายของพลาสติกลงสู่มหาสมุทร พันธมิตรในการพิทักษ์และปรับปรุงป่า พันธมิตรในการขยายแนวทางในการรีไซเคิลผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัย และพันธมิตรในการปกป้องลุ่มน้ำที่สำคัญทั่วโลก
  • พนักงานP&G จะมีส่วนร่วมจัดเตรียมและให้รางวัลแก่พนักงานเพื่อสร้างความคิดและการปฏิบัติอย่างยั่งยืนในการทำงานในแต่ละวัน เราจะให้รางวัลแก่การปฏิบัติงานที่มีความก้าวหน้าและรวมการยอมรับเอาเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินผลการปฏิบัติงาน

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเป้าหมาย "Ambition 2030" ของ P&G สามารถอ่านได้ ที่นี่

จากการดำเนินงานตามความเป็นผู้นำทางด้านสิ่งแวดล้อมมาตลอดทำให้ P&G ได้บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนปี 2020 หลายประการ โดยในด้านสภาพภูมิอากาศ มีการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ลดลงเหลือ 16% ตั้งแต่ปี 2010 ในด้านน้ำ ได้ลดการใช้น้ำในโรงงานผลิตลงไป 27% นับตั้งแต่ปี 2010 และในด้านของเสีย ก็ประสบความสำเร็จในการผลิตแบบที่ปราศจากของเสียที่ต้องเอาไปฝังกลบในกว่า 80% ของสถานที่ผลิตทั้งหมด

ผลกระทบของความก้าวหน้าของบริษัท สามารถเห็นได้จากตัวอย่างของแบรนด์ต่าง ๆ เช่น Tide purclean ซึ่งรวมเอาส่วนผสมจากชีวภาพมาใช้ และ Head & Shoulders ที่ใช้พลาสติกที่เก็บได้จากชายหาดมาทำบรรจุภัณฑ์ นอกจากนี้ยังการเปลี่ยนแปลงด้านการผลิตที่ทำให้โรงงานของเรามีการใช้พลังงานไฟฟ้าจากลมและพลังงานไอน้ำจากชีวมวล และมีนวัตกรรมด้านการวิจัยที่จะช่วยให้สามารถนำพลาสติกหลายตันกลับมาใช้ใหม่ในแต่ละปี ก่อให้เกิดประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมทั้งหมดไม่เฉพาะแต่กับของ P&G

ความก้าวหน้าเหล่านี้ถูกรายงานอยู่ใน 2017 Citizenship Report.

"เป้าหมายปี 2030ของเรา ต้องการที่จะแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ท้าทายที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ได้แก่ ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดและการบริโภคที่เพิ่มขึ้น" Virginie Helias รองประธานฝ่ายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของโลกของ P&G กล่าว "เรารู้ว่าลำพัง P&G ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด จึงต้องมีการสร้างพันธมิตรและการทำงานร่วมกันเพื่อสร้างความก้าวหน้าที่มีความหมาย และแบรนด์ของเราจะพัฒนานวัตกรรมที่จะนำการบริโภคที่รับผิดชอบไปสู่อีกระดับ”

“P&G ได้เป็นผู้นำในการผลักดันการพัฒนาอย่างยั่งยืน กลยุทธ์ของพวกเขาสอดคล้องกับความเชื่อของเราว่าธุรกิจจะประสบความสำเร็จมากขึ้นโดยการสร้างความยั่งยืนให้มากขึ้น เราชื่นชมกรอบ Ambition 2030 ซึ่งมีศักยภาพในการผลักดันผลลัพธ์ในเชิงบวกต่อผู้ถือหุ้น สภาพแวดล้อมและสังคม ทั่วโลก " Peter Bakker ประธานและซีอีโอของสภาธุรกิจโลกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ World Business Council for Sustainable Development กล่าว

เกี่ยวกับ ความพยายามด้านพลเมืองของ P&G

ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนหนึ่งของการมุ่งเน้นในความสำคัญด้านพลเมืองของ P&G ควบคู่ไปกับจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม ผลกระทบของชุมชน ความเท่าเทียมทางเพศและความหลากหลายและสังคมที่ครอบคลุมทั่วถึง โครงการด้านพลเมืองของบริษัทสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติเพื่อยุติความยากจนปกป้องโลก ไปพร้อม ๆ กับการ สร้างความมั่งคั่งให้กับทุกคน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความพยายามด้านพลเมืองของ P&G สามารถอ่านรายงานเกี่ยวกับพลเมือง 2017 ได้ ที่นี่

เกี่ยวกับ Procter & Gamble

P & G ให้บริการผู้บริโภคทั่วโลกด้วยการสร้างแบรนด์หลากหลายที่แข็งแกร่ง มีคุณภาพ และเป็นผู้นำที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลก อันได้ได้แก่ Always®, Ambi Pur®, Ariel®, Bounty®, Charmin®, Crest®, Dawn®, Downy®, Fairy®, Febreze ®, Gain®, Gillette®, Head & Shoulders®, Lenor®, Olay®, Oral-B®, Pampers®, Pantene®, SK-II®, Tide®, Vicks® และ Whisper® ชุมชน P & G มีการดำเนินงานในกว่า 70 ประเทศทั่วโลก กรุณาเยี่ยมชม http://ww.pg.com  เพื่อรับข่าวสารล่าสุดและข้อมูลเกี่ยวกับ P & G และแบรนด์ต่าง ๆ

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20180416005203/en/

ติดต่อ:

P&G Company Communications
Julie deSylva, 513-780-0006
Desylva.j@pg.com


ผลสำรวจของ NTT Communication พบว่าบริษัท 90% ในเอเซียหันมาใช้บริการ managed service เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านไอที

Logo

ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและการขาดแคลนบุคลากรและทักษะเป็นความท้าทายอันดับต้นสำหรับการจัดการด้านไอทีภายในองค์กร ขณะที่ธุรกิจ 49% คาดว่าจะย้ายไปใช้ระบบไฮบริดภายใน 18 เดือน

ฮ่องกง–(BUSINESS WIRE)–12 เมษายน 2018

NTT Communications Corporation (NTT Com) บริษัทโซลูชั่นด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) และธุรกิจสื่อสารมวลชนในกลุ่มบริษัท NTT Group (TOKYO:9432) ประกาศผลการสำรวจตลาดใหม่ในหัวข้อ “บริษัทในเอเชียร่วมมือกันเพื่อใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมการบริการใหม่เพื่อการเติบโตในอนาคต”  การสำรวจได้ค้นหาสาเหตุของการใช้บริการ managed services providers (MSPs) สำหรับธุรกิจในฮ่องกง อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทยเพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในการจัดการระบบไอทีภายในองค์กร ตลอดจนข้อพิจารณาที่สำคัญสำหรับ CIO ในการขยายการ outsource และโครงการเทคโนโลยีที่วางแผนไว้ใน 18 เดือนข้างหน้า

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเข้าใจถึงแนวโน้มในตลาด managed services ในเอเชียแปซิฟิกที่มีการเติบโตเร็วที่สุดในโลกซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 28.03 พันล้านเหรียญสหรัฐเป็น 64.01 พันล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2021  ตลาด APAC คาดว่าจะอัตราเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) สูงที่สุดในโลกที่ 18% ซึ่งสูงกว่าทวีปอเมริกาเหนือและยุโรปที่มีอัตรา 7.7% และ 7.2% ตามลำดับ

ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและการขาดแคลนบุคลากรและทักษะถือว่าเป็นความท้าทายที่สำคัญในการจัดการด้านไอทีในองค์กร

ผู้บริหารในแบบสำรวจได้ระบุถึงความท้าทายหลัก 3 ประการในการบริหารจัดการด้านไอทีภายในองค์กร: 59% ระบุถึงความปลอดภัย 51% ระบุถึงการค้นหาและรักษาบุคลากรที่เหมาะสม และ 50% ระบุถึงทักษะด้านไอที  ความปลอดภัย (58%) และโครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์ (55%) เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยการ outsource ทั้งสองสิ่งนี้คาดว่าจะเติบโตถึง 66% และ 74% ตามลำดับในช่วง 18 เดือนข้างหน้า  องค์กรกว่า 50% ในปัจจุบันได้ทำการ outsource การจัดการระบบและแอพพลิเคชัน (ERP, CRM) โดยเปอร์เซ็นต์นี้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก 10% ภายใน 18 เดือนข้างหน้า

ปัจจุบันจำนวนบริษัทที่ใช้ hybrid cloud ยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ 18% แต่ธุรกิจที่สำรวจเกือบครึ่งหนึ่งคาดว่าจะนำมาใช้งานภายใน 18 เดือนข้างหน้า  ผู้นำในการดำเนินการคือบริษัทในสิงคโปร์ซึ่ง 58% มีการพิจารณาย้ายไปใช้ hybrid cloud รองลงมาคือฮ่องกงที่ 33%  ธุรกิจในเอเชียจำนวนครึ่งหนึ่งกำลังพิจารณาที่จะใช้ SD-WAN ซึ่งเป็นส่วนรองรับของ hybrid cloud และ Azure Stack ในช่วง 18 เดือนข้างหน้า  จำนวนนี้เพิ่มขึ้นอย่างมากจากอัตราการใช้งานในปัจจุบันที่ 18% และ 13% ตามลำดับ

“ในขณะที่ธุรกิจกำลังย้ายไปใช้ระบบคลาวด์สาธารณะเพื่อประโยชน์ด้านค่าใช้จ่าย บริษัทส่วนใหญ่จะต้องเก็บข้อมูลสำคัญของผู้ใช้ไว้ในระบบคลาวด์ส่วนตัวเนื่องจากต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบ  แม้ว่า hybrid cloud ภายในองค์กรเป็นแนวโน้มที่แน่นอน การสร้างและจัดการสภาพแวดล้อม hybrid cloud ภายในองค์กรมีความซับซ้อนและท้าทายมากขึ้น” Dave Scott ผู้อำนวยการฝ่ายโซลูชันของ NTT Com Managed Services กล่าว

Managed services: ชิ้นส่วนที่หายไปสำหรับการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่

"7 ใน 10 ของการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ล้มเหลวii ซึ่งอธิบายได้ถึงสาเหตุที่ธุรกิจมองเห็นการจับคู่ด้าน managed services ทั่วโลกว่าเป็นกลยุทธ์ในการเสริมสร้างโอกาสในการประสบความสำเร็จโดยการวิเคราะห์โอกาสและอุปสรรคในการรวมเทคโนโลยี การขาดแคลนบุคลากร การขาดแคลนทักษะ และความเป็นเลิศในการดำเนินงาน" Scott กล่าวเพิ่ม

การสำรวจในระดับภูมิภาคพบว่าในขณะที่ธุรกิจกว่า 60% มีผู้ให้บริการไอทีกว่า 6 ราย ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีความกังวลเกี่ยวกับการมีผู้ให้บริการไอทีหลายราย  ปัญหาหลักได้แก่ ความซับซ้อนที่นำไปสู่ปัญหาด้านประสิทธิภาพ (56%) ปัญหาการทำงานร่วมกันของผู้ให้บริการ (54%) และค่าใช้จ่ายสูงของการมีผู้ให้บริการหลายราย (53%)

เพื่อรองรับแนวโน้มด้านไอทีที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว managed services ของ Global Management One (GMOne) ของ NTT Communications ให้บริการ managed services แบบครอบคลุมที่มอบโซลูชันด้านไอทีที่ชาญฉลาด เชื่อถือได้ และมีความปลอดภัยเพื่อกระตุ้นธุรกิจ ลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มความเร็วในการเปลี่ยนแปลงระบบดิจิทัล  เมื่อรวมกับทรัพยากรและความสามารถทั่วโลกของบริษัท เช่น เครือข่ายความเร็วสูง ศูนย์ข้อมูลทั่วโลกโลก และบริการคลาวด์ โดยมีข้อตกลง one service-level agreement (SLA) เพียงสัญญาเดียว GMOne สามารถให้บริการ managed services อย่างราบรื่นสำหรับระบบนิเวศไอทีของโลกธุรกิจทั้งหมด

For a list of the survey’s key findings, please refer to the Appendix. The full whitepaper can be downloaded at www.nttcominsight.com/asiams-survey.

รายการผลสำรวจที่สำคัญสามารถดูได้ที่ภาคผนวก  สามารถดาวน์โหลดเอกสารฉบับเต็มได้ที่ www.nttcominsight.com/asia-survey

เกี่ยวกับ the Managed Services Survey

ในนามของ NTT Communications, IDG Connect ได้สำรวจองค์กร 200 แห่งที่มีพนักงานอย่างน้อย 500 คนในองค์กรขนาดใหญ่ทั่วทั้งฮ่องกง อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทยในปี 2018  ผู้ตอบแบบสอบถามมากกว่าครึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับฝ่ายไอที แต่ก็ได้มีการสอบถามฝ่ายบริหารทั่วไป ฝ่ายบัญชี/การเงิน และหน่วยงานอื่น ๆ เช่นกัน

เกี่ยวกับ NTT Communications

NTT Communications ให้บริการด้านที่ปรึกษา สถาปัตยกรรม ความปลอดภัย และระบบคลาวด์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของสภาพแวดล้อม ICT ขององค์กร  การให้บริการเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกของบริษัท รวมถึงเครือข่าย tier-1 IP ระดับชั้นนำระดับโลก เครือข่าย Arcstar Universal One ™ VPN ซึ่งครอบคลุมกว่า 190 ประเทศ/ภูมิภาค และศูนย์ข้อมูลความปลอดภัยกว่า 140 แห่งทั่วโลก  โซลูชั่นของ NTT Communication ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทั่วโลกของกลุ่มบริษัท NTT ได้แก่ Dimension Data, NTT DOCOMO และ NTT DATA

โปรดไปที่ www.ntt.com.hk | www.hknet.com | www.facebook.com/nttca | http://www.linkedin.com/company/ntt-com-asia-limited สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

i "Managed Services Market by Managed Data Center (Hosting, Colocation), Managed Infrastructure (Print Services, Desktop), Managed Networking (Remote Monitoring, MPLS, & VPN), Managed Information, Mobility, Communications, & Security – Global Forecast to 2021”, เผยแพร่โดย MarketsandMarkets.

ii Bucy M., Finlayson A., Greg K., and Moye, C., “The ‘How’ of Transformation”, Michael Bucy, Adrian Finlayson, Greg Kelly, and Chris Moye”, เผยแพร่โดย McKinsey

ดูเวอร์ชันของแหล่งที่มาใน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20180411006493/en/

ติดต่อสำหรับสื่อมวลชน:

NTT Com Asia Ltd

Priscilla Kwok, +852 3793 0937

priscilla.kwok@ntt.com.hk

หรือ

Ogilvy Public Relations

Priscilla Tong / Terence Nip, +852 2884 8529 / +852 2884 8517

priscilla.tong@ogilvy.com / terence.nip@ogilvy.com

Toshiba เปิดตัว Power MOSFET ชนิด N-channel 40V ในแพ็คเกจใหม่สำหรับยานยนต์

Logo

— ลดความต้านทาน on-resistance ด้วยการใช้แพ็คเกจความต้านทานต่ำขนาดเล็ก

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–11 เมษายน 2018

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation (“Toshiba”) ได้เปิดตัวมอสเฟตรุ่นใหม่สองรุ่น ประกอบด้วยรุ่น “TPHR7904PB” และ “TPH1R104PB” ในแพ็คเกจ SOP Advance (WF) ขนาดเล็กที่มีความต้านทานต่ำ เป็นอีกผลิตภัณฑ์ที่เข้ามาเติมเต็มซีรีส์มอสเฟตกำลัง ชนิด N-channel 40V สำหรับยานยนต์ เริ่มเดินสายการผลิตแล้ววันนี้

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้มีมัลติมีเดียประกอบ สามารถดูฉบับเต็มได้ ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20180411005580/en/

Toshiba: Automotive 40V N-channel power MOSFET "TPHR7904PB" and "TPH1R104PB" housed in the small low ...

Toshiba: มอสเฟตกำลัง ชนิด N-channel 40V สำหรับยานยนต์ รุ่น "TPHR7904PB" และ "TPH1R104PB" ในแพ็คเกจ SOP Advance (WF) ขนาดเล็กที่มีความต้านทานต่ำ (รูปภาพ: Business Wire)

สำหรับมอสเฟตรุ่นใหม่นี้ผลิตขึ้นโดยใช้เทคโนโลยี trench U-MOS IX-H process เจเนอเรชันที่ 9 ซึ่งเป็นเจเนอเรชันล่าสุด บรรจุในแพ็คเกจขนาดเล็กที่มีแรงต้านทาน on-resistance ต่ำ สามารถช่วยลดความร้อนที่เกิดจากการนำกระแสตามปกติ (conduction loss) ได้ นอกจากนี้ การออกแบบของ U-MOS IX-H ยังทำให้สัญญาณรบกวนสวิตช์ลดลงเมื่อเทียบกับการออกแบบของ Toshiba ก่อนหน้า (U-MOS IV) และยังช่วยลดการรบกวนทางแม่เหล็กไฟฟ้า (EMI) ได้อีกด้วย

แพ็คเกจ SOP Advance (WF) มีโครงสร้างแบบ flank terminal และโดนน้ำได้ ซึ่งจะมีการตรวจสอบการทำงานโดยอัตโนมัติ (AOI) หลังจากมีการบัดกรีแล้ว

การใช้งาน

  • พวงมาลัยไฟฟ้า (EPS)
  • สวิตช์โหลด
  • ปั๊มไฟฟ้า

คุณสมบัติ

  • ความต้านทาน on-resistance สูงสุด RDS(ON) สูงสุด ที่ 0.79 mΩ จากการใช้กระบวนการ U-MOS IX-H และแพ็คเกจ SOP Advance(WF)
  • สัญญาณรบกวนต่ำ ช่วยลดการเกิดการรบกวนทางแม่เหล็กไฟฟ้า (EMI)
  • บรรจุในแพ็คเกจขนาดเล็กที่มีความต้านทานต่ำ พร้อมโครงสร้างแบบ flank terminal ที่โดนน้ำได้

ข้อมูลจำเพาะ

(@Ta=25°C หากมิได้ระบุไว้เป็นอย่างอื่น)

หมายเลขชิ้นส่วน

สัญญาณขาออก-สัญญาณขาเข้า

แรงดันไฟฟ้า

VDSS

(V)

สัญญาณขาออก

กระแส

(DC)

ID

(A)

สัญญาณขาออก-สัญญาณขาเข้า

ความต้านทาน on-resistance

 

RDS(ON) สูงสุด (mΩ)

มีซีเนอร์ไดโอดในตัว

ระหว่าง

เกต-สัญญาณขาเข้า

ซีรีส์

@VGS=6V

@VGS=10V

TPH1R104PB

40

120

1.96

1.14

No

U-MOS IX

TPHR7904PB

150

1.3

0.79

No

U-MOS IX

ไปยังลิงค์ด้านล่างเพื่อดูผลิตภัณฑ์มอสเฟตอื่นๆ
https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/product/mosfet.html

สอบถามข้อมูลสำหรับลูกค้า:
แผนก Power Device Sales & Marketing
โทร: +81-3-3457-3933
https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/contact.html

*ข้อมูลในเอกสารนี้ รวมถึงราคาผลิตภัณฑ์และข้อมูลจำเพาะ เนื้อหาด้านการบริการและข้อมูลในการติดต่อเป็นข้อมูลปัจจุบัน ณ วันที่ประกาศ ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เกี่ยวกับ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation
Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation เป็นบริษัทใหม่ที่เต็มไปด้วยพลังและประสบการณ์ นับตั้งแต่แยกตัวออกจากบริษัทเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2017 เราได้ก้าวสู่การเป็นหนึ่งในบริษัทผู้นำด้านอุปกรณ์ทั่วไป และได้นำเสนอโซลูชันเกี่ยวกับเซมิคอนดักเตอร์ ระบบ LSIs และ ระบบ HDD อันโดดเด่นให้กับลูกค้าและคู่ค้าทางธุรกิจของเรา

เรามีพนักงานจำนวน 19,000 คนทั่วโลก ซึ่งมีความตั้งใจร่วมกันที่จะเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ของเราให้ถึงระดับสูงสุด และให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับลูกค้า เพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์มูลค่าและตลาดใหม่ๆ ร่วมกัน เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะเพิ่มยอดขายต่อปีซึ่งปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 700 พันล้านเยน (6 พันล้านเหรียญสหรัฐ) ให้สูงขึ้น เพื่อสร้างอนาคตที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเราได้ที่ https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/company.html

ดูเวอร์ชันต้นฉบับ ที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20180411005580/en/

สอบถามข้อมูลสำหรับสื่อ:
Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation
Chiaki Nagasawa, +81-3-3457-4963
แผนก Digital Marketing
semicon-NR-mailbox@ml.toshiba.co.jp

สเตอร์ลิง แอนด์ วิลสันวางแผนโครงการโซลาร์เซลล์ 300 เมกะวัตต์

Logo

ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–(BUSINESS WIRE)–9 เมษายน 2561

สเตอร์ลิง แอนด์ วิลสัน หนึ่งในบริษัทชั้นนำด้านการออกแบบ จัดหา และสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar EPC) ของโลกกำลังวางแผนสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 300 เมกะวัตต์ที่เวียดนามภายในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2562 โครงการเหล่านี้จะถูกสร้างขึ้นให้กับนักพัฒนาอันดับต้น ๆ ในเวียดนามซึ่งบริษัทได้ประชุมหารือล่วงหน้า และโครงการดังกล่าวจะดึงดูดการลงทุนมูลค่า 250 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อสร้างเสร็จ โครงการดังกล่าวจะผลิตได้ 270 ล้านหน่วยต่อปีและจะลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ 250,000 ตันต่อปี สเตอร์ลิง แอนด์ วิลสันจะว่าจ้างผู้ที่มีความสามารถในท้องถิ่นสร้างและดำเนินโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เกิดการพัฒนาทางสังคมและเศรษฐกิจ บริษัทมีแผนจะจ้างงานถึง 600-700 คนในช่วงการก่อสร้างและจ้าง 50 คนในช่วงการบำรุงรักษาเป็นเวลา 20 ปี

สเตอร์ลิง แอนด์ วิลสันเป็นบริษัทที่มีตัวตนอยู่แล้วในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และมีโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในฟิลิปปินส์ซึ่งมีกำลังมากกว่า 50 เมกะวัตต์สูงสุดและในทุกวันนี้เป็นแหล่งไฟฟ้าให้กับบ้านจำนวนมากเกือบถึง 30,000 หลัง อีกทั้งยังมีโครงการ 60 เมกะวัตต์สูงสุดอีกโครงการหนึ่งในบังคลาเทศซึ่งกำลังอยู่ในขั้นตอนสรรหาผู้จัดทำ

Bikesh Ogra ประธานบริหาร – พลังงานหมุนเวียนและการกักเก็บพลังงาน บริษัทสเตอร์ลิง แอนด์ วิลสัน กล่าวว่า “เวียดนามเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจเติบโตไวที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง การใช้ไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นถึง 8-10% ต่อปีแยกตามอุตสาหกรรมซึ่งอุตสาหกรรมคือผู้ใช้ไฟฟ้ามากที่สุดในประเทศ รัฐบาลตั้งเป้าว่าพลังงานแสงอาทิตย์จะสูงถึง 0.8 กิกะวัตต์ภายในปีพ.ศ.2563 ซึ่งผู้เชี่ยวชาญคิดว่ามีโอกาสที่จะมีโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีกำลังสูงถึง 7 กิกะวัตต์หากมองตามสภาพปัจจุบัน เราทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้พัฒนาเพื่อให้เกิดพลังงานที่สะอาดและชาวเวียดนามเข้าถึงได้”

สเตอร์ลิง แอนด์ วิลสันเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่สำคัญของโลกด้านการออกแบบ จัดหา และสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ บริษัทมีกำลังไฟฟ้าแสงอาทิตย์สูงเกือบถึง 5 กิกะวัตต์ในหลายประเทศรวมถึงอินเดีย ฟิลิปปินส์ และแอฟริกาใต้ ปัจจุบันบริษัทกำลังก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์กำลัง 1,777 เมกะวัตต์สูงสุดในอาบูดาบีซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เดี่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากนั้นบริษัทยังทำโครงการมากมายในแซมเบีย อียิปต์ นามิเบีย ไนเจอร์ จอร์แดน อาร์เจนตินา และโมร็อกโก สเตอร์ลิง แอนด์ วิลสันคือบริษัที่มีวิศวกร ผู้จัดการโครงการ และนักออกแบบที่มีคุณสมบัติเหมาะสมมากกว่า 4,000 คน

เกี่ยวกับสเตอร์ลิง แอนด์ วิลสัน

สเตอร์ลิง แอนด์ วิลสันเป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงวิธีที่ตระกูล Shapoorji Pallonji สานสัมพันธ์กับคู่ค้าทางธุรกิจ ตระกูล Mistry และตระกูล Daruvala เป็นคู่ค้าทางธุรกิจกับสเตอร์ลิง แอนด์ วิลสันมา 3 ชั่วอายุคน การเป็นคู่ค้ากันนี้มีแต่จะแน่นแฟ้นขึ้นเรื่อย ๆ เพราะรุ่นที่ 4 ของทั้งสองตระกูลได้ร่วมธุรกิจเมื่อไม่นานมานี้

ตลอดห้าปีที่ผ่านมา สเตอร์ลิง แอนด์ วิลสันเติบโตขึ้นเป็นอย่างมาก มีธุรกิจจอยู่ทั่วโลกและมีการขยายขอบเขตบริการ จำนวนบริการทั้งหมดที่บริษัทขายได้ทำให้เราเห็นว่าบริษัทเติบโตเป็นอย่างดี มีความเป็นไปได้ที่จะเกินแสนล้านรูปีอินเดียเมื่อถึงสิ้นปีเดือนมีนาคม พ.ศ.2561 จากบริษัทที่เน้นอินเดียเป็นหลักในปีพ.ศ. 2553 ตอนนี้สเตอร์ลิง แอนด์ วิลสันมีธุรกิจทั่วตะวันออกกลาง แอฟริกา ออสเตรเลีย และยุโรป จากบริษัทที่เน้นทำโครงการ MEP ในอินเดียเป็นหลัก ตลอดห้าปีที่ผ่านมา สเตอร์ลิง แอนด์ วิลสันขยายธุรกิจทั่วโลกในการผลิตเซต DG โรงไฟฟ้าก๊าซ ของเสียสู่พลังงาน ศูนย์ข้อมูลเทิร์นคีย์ การส่งผ่านและการกระจายและ EPC พลังงานแสงอาทิตย์ จากที่ได้ขยายธุรกิจไปสู่การกักเก็บพลังงานและลม สเตอร์ลิง แอนด์ วิลสันพร้อมที่จะมีบทบาทสำคัญในกระแสโลกที่จะเปลี่ยนจากโรงไฟฟ้าพลังความร้อนไปสู่อนาคตแห่งพลังงานหมุนเวียนพร้อมกับการกักเก็บ

เยี่ยมชมเราได้ที่ www.sterlingandwilson.com

ดูแหล่งที่มาของข่าวได้ที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20180409005808/en/

สำหรับสเตอร์ลิง แอนด์ วิลสัน

Kritika Bharadwaj

โทร: +91 (0) 9833394436

kritika.bharadwaj@mslgroup.com

Thai Herald

Do NOT follow this link or you will be banned from the site!